ARNA Ekamai บ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury พร้อมลิฟต์ บนทำเลเอกมัย จาก D’well Grand Asset [รีวิวฉบับที่ 1591]

May 28, 2018 10:004 comments

รีวิวฉบับที่ 1591 …สวัสดีค่ะ วันนี้เราพาไปชมโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury บนทำเลใจกลางเมืองกันค่ะกับโครงการ ARNA Ekamai บ้านเดี่ยวสูง 3-4 ชั้น ที่มาพร้อมลิฟต์ส่วนตัวและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ในซอยสุขุมวิท 65 ที่สามารถเชื่อมเข้าเอกมัย สุขุมวิท และปรีดีพนมยงค์ได้สะดวก ในราคาเริ่มต้น 32 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ทาง Think of Living เราเคยได้ทำรีวิวฉบับพิเศษ พูดถึงเรื่องการออกแบบกันไปแล้ว วันนี้มีโอกาสมาชมบ้านจริงเมื่อสร้างเสร็จจะเป็นอย่างไรไปชมกันค่ะ

Fact @ 18 May 2018

  • ARNA Ekamai (อาณา เอกมัย)
  • D’Well Grand Asset Co., Ltd.
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซอยสุขุมวิท 65 (ปรีดีพนมยงค์ แยก 3) ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา
  • เนื้อที่โครงการ 1-3-74 ไร่ จำนวน 11 ยูนิต
  • บ้านเดี่ยว 3-4 ชั้น
    • Type A ที่ดิน 36-39 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 345-358 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 32 ล้านบาท
    • Type B ที่ดิน 45-51 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 407.23 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 49 ล้านบาท
    • Type C ที่ดิน 57-69 ตร.วาพื้นที่ใช้สอย 388-401 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 53 ล้านบาท
  • ราคาเริ่มต้น 32 ล้านบาท
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 061-662-6565

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.721627, 100.591603

arna map LR (1 of 4)

โครงการ ARNA Ekamai เป็นโครงการบ้านเดี่ยวบนทำเลใจกลางเมือง ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ย่านเอกมัย-ทองหล่อ ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 65 เข้าซอยไปประมาณ 750 ม. ซึ่งซอยนี้เป็นซอยลัดที่สามารถเข้าถึงได้จากหลายเส้นทาง

  1. เข้าจากทางถนนสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) ใช้ซอยเอกมัย 10 แยก 6 วิ่งลัดๆมาเชื่อมกับซอยสุขุมวิท 65 ได้ มีระยะทาง 1.8 กม.
  2. เข้าจากทางถนนสุขุมวิท 71 (ซอยปรีดี พนมยงค์) ใช้ซอยปรีดี พนมยงค์ 15 เป็นซอยที่เชื่อมมายังสุขุมวิท 65 ได้ มีระยะทาง 500 ม.
  3. เข้าจากทางถนนสุขุมวิท ใช้ซอยสุขุมวิท 65 มีระยะทาง 750 ม.

การเดินทางมีให้เลือกหลากหลายทั้งใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้า สำหรับใครที่ใช้ทางด่วนจะมีทางด่วนรามอินทราช่วงสุดถนนเอกมัย มีทางขึ้นห่างจากโครงการประมาณ 1.7 กม. และทางด่วนเฉลิมมหานครที่ต้องวิ่งทะลุซอยสุขุมวิท 40 ไปออกฝั่งกล้วยน้ำไท มีทางขึ้นห่างจากโครงการประมาณ 3.1 กม. นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยในการเดินทางอย่าง BTS มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 1 กิโลเมตรจาก BTS เอกมัย เป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ และจากสถานีเอกมัยถ้านั่งรถไปอีก 2 สถานี ก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง  Emporium , Emquartier และในอนาคตก็จะมี Emsphere อยู่ฝั่งเดียวกับ Emporium ติดกับสวนเบญจสิริอีก ถัดจากสถานี พร้อมพงษ์ก็จะเป็นสถานี อโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมีห้างใหญ่อย่าง Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้าม นานา เพลินจิตไปก็จะเข้าสู่ชิดลม และสยาม ตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างสีสม-สาทร เพลินจิต-สยาม สามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลา

arna map LR (4 of 4)

เนื่องจากทำเลของโครงการอยู่ในย่านเอกมัยที่มีปริมาณรถเยอะ ทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้การเดินทางในย่านนี้ต้องเผื่อเวลากันสักนิด แต่ทำเลนี้ยังดีที่มีเส้นทางลัดหลายเส้นทาง

เส้นทางลัดในย่านเอกมัยก็จะมี ซอยเอกมัย 10 (ซอย Health Land) ที่เชื่อมออกไปยังถนนเอกมัย ที่เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์หลักของย่านได้ และยังสามารถลัดไปออกถนนปรีดี พนมยงค์ 25 ได้ ซอยเอกมัย 10 นี้เชื่อมต่อไปยังซอยเอกมัย 12 เป็นเส้นทางลัดที่เชื่อมต่อกับซอยทองหล่อ 10 (ซอยเอกมัย 5) เชื่อมจากเอกมัยมาทองหล่อตรงร้านนั่งเล่น-เอสโคบาร์ ซึ่งซอยเอกมัย 12 ที่ไปทะลุถนนปรีดี พนมยงค์ที่ซอย 31 เป็นทางลัดเพื่อออกไปทางถนนปรีดี พนมยงค์และออกไปทางขึ้นทางด่วนพัฒนาการได้สะดวก อีกเส้นทางหนึ่งคือทางลัดในซอยสุขุมวิท 65 ที่สามารถเชื่อมออกไปถนนปรีดี พนมยงค์ ผ่านซอยปรีดี พนมยงค์ 13 และ 15 ได้

ทางที่ดีที่สุดคือต้องรู้จักให้ครบทุกทางแล้วช่างสังเกตเอาหน่อย เพื่อดูว่าช่วงเวลานี้ทางไหนจะติดน้อยติดมาก

arna map LR (3 of 4)

ARNA จัดเป็นโครงการที่อยู่กลางเมืองย่านเอกมัย ซึ่งเป็นย่านสำคัญแห่งหนึ่งในโซนสุขุมวิท เป็นทั้งแหล่งอาคารสำนักงานและแหล่งสถานที่ Hang Out ทั้งกลางวันและกลางคืน ที่ตั้งของโครงการอยู่ในซอยเอกมัย 65 ซึ่งบรรยากาศในซอยย่อยนี้จะค่อนข้างเงียบสงบเป็นกลุ่มบ้านอยู่อาศัยแบบบ้านเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างกับความคึกคักบนถนนเอกมัยอย่างสิ้นเชิง ทำให้ทำเลของโครงการนี้จัดเป็นบ้านเดี่ยวบนทำเลใจกลางเมืองที่แวดล้อมด้วยสถานที่ที่เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย

ในส่วนของความอุดมสมบูรณ์โดยรอบ ที่ตั้งโครงการจัดอยู่ใจกลางเมืองที่มีความเจริญมานานแล้วและหาของกินง่ายมาก ในซอยเอกมัยมีร้านอาหารอร่อยและชื่อดังอยู่หลายร้านที่เปิดกลางวันและกลางคืน บอกเลยว่าถึงจะหิวตอนดึกๆก็ไม่ต้องกลัวอด แต่จะต้องขับรถออกมาหน่อย ไล่ตั้งแต่หน้าปากซอยทาง BTS ก็จะมี Major เอกมัย ภายในมีร้านอาหารหลายร้านและบรรยากาศน่านั่งให้เลือกมากมาย ถัดเข้ามาในซอยมี Park Lane และแหล่ง Hang Out อย่างเวิ้งโบราณ หรือจะไปยังทองหล่อก็มี J Avenue, The Third Place, The Taste Thonglor เป็นต้น ถ้าต้องการช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าใหญ่แบบจริงจังก็สามารถเดินทางไปห้างสรรพสินค้าสำคัญๆ ตามแนวถนนสุขุมวิท เช่น EmQuartier , Emporium , Terminal 21 และในพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการก็มีโรงเรียนอินเตอร์อย่าง Ekamai International School ที่ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 12 ส่วนโรงพยาบาลก็อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ได้แก่ โรงพยาบาลสมิติเวช ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 49, โรงพยาบาลกรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี เรียกว่าก็มีให้เลือกได้ตามความต้องการ

ทางโครงการมองเห็นศักยภาพของทำเลว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเป็นที่พักอาศัยของผู้ที่ไม่มีข้อจำกัดทางการเงิน ตอบโจทย์ความต้องการบ้านเดี่ยวใจกลางเมือง ที่แวดล้อมด้วยบริบทของการอยู่อาศัยที่จำเป็น ทั้งสถานที่ทำงานที่อยู่ใจกลางเมือง สถานศึกษาของลูกหลาน แหล่งของกินของใช้ ห้างร้านต่างๆ ที่ยังคงกระจุกรวมตัวกันในเมืองเสียส่วนใหญ่ การหลีกเลี่ยงอุปสรรคเรื่องการเดินทางจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลถึงการเลือกบ้านของกลุ่มคนเหล่านี้ในปัจจุบัน

arna map LR (2 of 4)

การเดินทางไปยังโครงการ ARNA Ekamai สามารถเข้าได้จาก 3 เส้นทาง คือ 1. ซอยเอกมัย 10 แยก 6 (ระยะทาง 1.8 km.), 2. ซอยปรีดี พนมยงค์ 15 (ระยะทาง 500 m.) และ 3. ซอยสุขุมวิท 65 (ระยะทาง 750 m.) ค่อนข้างสะดวกในการเดินทางเข้า-ออกทั้ง ถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท (ถนนหลัก) และ ถนนสุขุมวิท 71 (ปรีดีย์พนมยงค์)

โดยวันนี้เราจะพาเดินทางจากถนนสุขุมวิท 71 นะคะ ซึ่งเป็นระยะทางที่สั้นที่สุดหากนับจากถนนเข้าไปในซอยจนถึงโครงการ เพียง 500 ม. ค่ะ

เริ่มต้นจากถนนสุขุมวิท 71 ฝั่งมุ่งหน้าไปทางถนนสุขุมวิทนะคะ เมื่อตรงมาเจอซอยปรีดี พนมยงค์ 15 ฝั่งขวามือ ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยได้ค่ะ

ภายในซอยเป็นซอยแบบ 2 way นะคะ แต่ซอยอาจจะแคบหน่อย ในซอยนี้ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยบรรยากาศค่อนข้างสงบดีค่ะ แต่จะมีรถเยอะหน่อยเพราะซอยนี้มีความพิเศษคือเชื่อมเข้าได้ทั้งถนนสุขุมวิท เอกมัย และปรีดีพนมยงค์

ตรงเข้ามาอีกหน่อยเลี้ยวขวาเข้าปรีดีพนมยงค์ แยก 3

จากนั้นขับตามเส้นทางได้เลยค่ะ

จากถนนปรีดี พนมยงค์เข้ามาถึงโครงการจะมีระยะอยู่ราวๆ 500 ม. ซึ่งจะเห็นทางเข้าโครงการอยู่ฝั่งขวามือเลยค่ะ

arna LR (1 of 1)

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยวที่มีบริเวณบ้านค่อนข้างกว้าง มีความสูง 2-3 ชั้น ทำให้บรรยากาศโดยรอบโครงการเป็นย่านที่อยู่อาศัยไม่หนาแน่น มีพื้นที่ระหว่างบ้านและร่มรื่นด้วยต้นไม้ แต่จะมีเพียงพื้นที่รอบข้างทางทิศเหนือบางส่วนที่ติดกับอพาร์ทเมนท์ 5 ชั้น ที่จะทำให้เสียความเป็นส่วนตัวได้เหมือนกัน ซึ่งทางโครงการก็มีการออกแบบอาคารฝั่งที่ติดกับอพาร์ทเมนท์ให้มีความเหมาะสมไว้แล้ว โครงการ ARNA เป็นกลุ่มบ้านเดี่ยวที่มีความสูง 3-4 ชั้น เป็นความสูงที่มากกว่าบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ในย่านนี้ บ้านในโครงการจึงไม่มีอาคารที่บังวิวตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นมา สำหรับพื้นที่โดยรอบโครงการสรุปได้ดังนี้ค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และบางส่วนติดกับอพาร์ทเมนท์ 5 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ ซอยสุขุมวิท 65 ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัย 3 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ซอยปรีดี พนมยงค์ 15 บางส่วนติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า และ คอมมูนิตี้มอลล์

  • Gateway Ekamai ~1.3 กม.
  • Parklane ~1.7 กม.
  • Tops Market ~2.6 กม.
  • Seen Space ~2.7 กม.
  • Rain Hill ~2.7 กม.
  • J Avenue ~2.8 กม.
  • The EM District ~3.4 กม.
  • K Village ~4.1 กม.

สถานศึกษา

  • St. Andrew International School ~1.1 กม.
  • Ekamai International School (EIS) ~1.5 กม.
  • Bangkok Prep International School ~2.3 กม.
  • Adventist Ekamai School ~2.6 กม.
  • Wells International School ~2.6 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~1.1 กม.
  • โรงพยาบาลสมิติเวช ~3.2 กม.
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ ~5.4 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

Master Plan โครงการมีผังที่ดินรวมทั้งหมดประมาณ 1-3-74 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็น 11 ยูนิต จัดว่าเป็นโครงการจัดสรรที่มีความเป็นส่วนตัวสูงทีเดียวค่ะ ผังโครงการจัดมาได้เป็นสัดส่วนดีค่ะ โดยทุกยูนิตจะหันหน้าเข้าหาถนนหลักในโครงการ ทำให้เข้า-ออกบ้านได้สะดวก

ตำแหน่งการวางทิศทางบ้าน Type B และ C  หันไปทางทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัย โดยแต่ละทิศจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ทิศเหนือ เด่นในเรื่องของทิศทางแดด เพราะหน้าบ้านจะได้แดดในยามเช้า ทำให้บ้านไม่ร้อน ส่วนทิศใต้ เด่นเรื่องทิศทางลมซึ่งส่วนใหญ่จะพัดผ่านมาจากทิศใต้ และส่วนบ้าน Type A ที่หันหน้าบ้านไปทางทิศตะวันออกเป็นตำแหน่งที่ได้ความเป็นส่วนตัวสูงเพราะหน้าบ้านไม่หันไปเจอบ้านฝั่งตรงข้ามเลย ซึ่งเหมาะกับการออกแบบระเบียงหน้าบ้านของ Type นี้ด้วยจะเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปเจาะลึกภายในบ้านกันค่ะ

เริ่มต้นกันที่บริเวณหน้าทางเข้าโครงการ มีการ Set Back ประตูทางเข้าขยับจากถนนในซอยเข้ามาอีกหน่อยเพื่อให้ลูกบ้านมีระยะในการเข้า-ออกได้ง่ายมากขึ้น ลดอุบัติเหตุได้ดีด้วยค่ะ พื้นบริเวณนี้เริ่มจากหน้าโครงการไล่เข้าไปภายในถนนโครงการเลยใช้ Stamp Concrete ทั้งหมดดูเรียบร้อยสวยงาม ส่วนกำแพงโครงการออกแบบมาให้เป็นลายของสามเหลี่ยมชิ้นเล็กๆต่อกันจนเป็นเส้นสายที่สวยงาม โดยสามเหลี่ยมนี้มีที่มาจาก ตัว ” ‘ ” ที่คนไทยเรียกว่าอะพอสทรอฟี ที่อยู่บนตัว A ของชื่อโครงการ

การเข้า-ออกโครงการใช้ระบบ Keycard Access หลักๆ จะเปิด-ปิดด้วยประตูบานเลื่อนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด เฉพาะช่วงกลางวันซึ่งเป็นช่วงที่ทาง Sale Gallery เปิดจะใช้เป็นรั้วล้อเลื่อนเพื่อความสะดวกในการเข้า-ออกของลูกค้านะคะ แต่จะมีเจ้าหน้าที่รปภ.ที่ดูแลความปลอดภัยให้ตลอด 24 ชม. พร้อม CCTV 5 จุดทั่วโครงการ

ถนนภายในโครงการมีความกว้าง 8 ม. สวนกันได้สบาย ถนนทำออกมาดีมาก และสวยงามด้วยวัสดุ Stamp Concrete ทั้งหมด ด้านข้างปลูกไม้ยืนต้นให้ทุกๆ ระหว่างยูนิตทำให้บรรยากาศภายในโครงการมีความร่มรื่นมากขึ้น

นอกจากไม้ยืนต้นระหว่างบ้านแล้ว จุดไหนที่เป็นรั้วกำแพงก็จะตกแต่งด้วยไม้พุ่มเตี้ยและสูง พร้อมทั้งเสาไฟส่องสว่าง

บริเวณหัวมุมซึ่งติดกับเพื่อนบ้านที่เป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้น ทางโครงการได้ออกแบบเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านมากขึ้นโดยติดตั้ง Verticle Garden สูงมากกว่า 6 ม. สามารถบังสายตาจากเพื่อนบ้านได้ดี รวมทั้งเพิ่มความร่มรื่นได้มากขึ้นอีกด้วย ส่วนด้านข้าง Verticle Garden นี้จะเป็นรั้วกำแพงทึบความสูง 3 ม. เพิ่มรั้วโปร่ง (ระแนงตีทึบ) อีก 3 ม. เป็น 6 ม.เช่นกันค่ะ

สำหรับถนนหลักโครงการจะสามารถเชื่อมไปออกซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ได้ ซึ่งทำให้ลูกบ้านใกล้ฝั่งไหนก็เลือกเข้า-ออกได้มากขึ้น การเข้า-ออกใช้ระบบ Keycard Access และประตูบานเลื่อนอัตโนมัติเช่นเดียวกันค่ะ

นอกจากนี้จุดเด่นของโครงการ ซึ่งเป็นระดับ Super Luxury คือการใส่ใจเรื่องความสวยงามเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงตัวบ้านเท่านั้นแต่บรรยากาศภายในโครงการต้องสวยด้วย ดังนั้นจึงทำสายไฟฟ้าลงดินให้ทั้งหมด ดูสวยงามเรียบร้อยเลยทีเดียวค่ะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 5 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตรและรั้วโปร่งต่อเพิ่ม 3 เมตร
  • Key Card Access
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบเลื่อนไฟฟ้า
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic ทุกหลัง
  • ถนนหลักกว้าง 8 ม.
  • สายไฟฟ้าลงดิน

 


Product Walkthrough

ARNA Ekamai อ่านเป็นภาษาไทยว่า อาณา มาจากคำเต็มว่า “อาณาเขต” หมายความถึงขอบเขตที่ชัดเจนของบ้านแต่ละหลังที่ทางผู้ออกแบบมีแนวคิดที่จะออกแบบให้เกิดความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยในระดับ Premium Segment ที่มองหาความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยบนพื้นที่ใจกลางเมือง จึงมีจำนวนบ้านในโครงการเพียง 11 ยูนิต การออกแบบด้านหน้าหน้าอาคารจะมีแผงบังแดด (Solar Shading device) นอกจากจะใช้กันแสดงแดดแล้วยังทำหน้าที่กันสายตาภายนอกที่จะมองเข้ามาในบ้าน (Filter) และเป็นฉากสกรีนเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน โดย Solar Shading device นี้ปรับองศาได้ สามารถเปิดเมื่อต้องการรับบรรยากาศภายนอก และปิดเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวในบ้านได้

การออกแบบบ้านยังคำนึงถึง “หลักการถ่ายเทอากาศ” (Through Ventilation) เพื่อการไหลเวียนของลมผ่านตัวบ้าน ทำให้บ้านโปร่ง โล่ง และเย็นสบาย โดยออกแบบตำแหน่งของหน้าต่างและช่องเปิดของตัวบ้านให้ลมเข้าและให้มีช่องลมออกในทิศทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังแทรก Pocket Garden ในตัวบ้าน ทำให้การอยู่อาศัยมีความรู้สึกที่ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุดและยังได้พื้นที่สีเขียวที่เป็นส่วนตัวไม่ต้องแชร์กับบ้านหลังอื่นๆ การออกแบบลักษณะนี้เป็นความแตกต่างที่หาได้ยากจากโครงการทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียมในเมือง ในส่วนของวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ทางโครงการเลือกใช้ของระดับ Premium ทั้งหมดค่ะ 

ซึ่งโครงการนี้ได้รับรางวัล Thailand Best Residential Development (Winner), Thailand Best Residential Property (5-Star Winner) จาก Asia Pacific Property Awards 2018 และ Best Housing Development (Highly Commended), Best Housing Architectural Design (Highly Commended), Best Housing Universal Design Development (Highly Commended) จาก  Thailand Property Awards 2017 อีกด้วยค่ะ

แบบบ้านของโครงการมีให้เลือก 3 แบบ คือ Type A, B และ C จากแปลงที่ดินทั้งหมด 11 แปลง สามารถแบ่งขนาดบ้านได้ ดังนี้

 

  • Type A ที่ดิน 36-39 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 345-358 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 32 ล้านบาท
  • Type B ที่ดิน 45-51 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 407.23 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 49 ล้านบาท
  • Type C ที่ดิน 57-69 ตร.วาพื้นที่ใช้สอย 388-401 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 53 ล้านบาท

 

การออกแบบบ้านทั้ง 3 Type มีความเหมือนและแตกต่าง กล่าวคือ การออกแบบมาจากแนวคิดเดียวกันเน้นเพื่อความอยู่สบายด้วยหลักการ Through Ventilation แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของแต่ละแบบไว้ จะเห็นว่ามีการแทรก Pocket Garden เข้าไปในบ้านทุกหลังด้วยตำแหน่งและรูปแบบต่างกันอย่าง Type A จะเป็นระเบียงสีเขียวลอยฟ้า บนชั้น 2 ซึ่งเป็นระเบียงเปิดโล่งตลอดแนวความยาวหน้าบ้าน, Type B จะเป็นสวนแนวตั้ง (Vertical Courtyard) บนชั้น 2 ที่จะนำแสงธรรมชาติและเป็นช่องลมเข้าสู่ใจกลางบ้าน ส่วน Type C จะเป็น Courtyard ที่ชั้น 1 เลย จึงให้ความรู้สึกและสัมผัสที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังมีการออกแบบแผงบังแดดด้านหน้าหน้าอาคาร (Solar Shading device) เพื่อช่วยบังแดดและให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้พักอาศัย การวางตำแหน่งของ Device จะเน้นบังในส่วนของห้องนอนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากที่สุด โดยในแต่ละแบบจะวางในตำแหน่งที่ต่างกัน อย่าง Type A จะเน้นความเป็นส่วนตัวในส่วนของห้องนอนฝั่งซ้ายซึ่งจะมีแผงบังแดดตลอดแนวชั้น 3-4 ส่วน Type B จะเริ่มมีแผงบังแดดตั้งแต่ชั้น 2 ในส่วนของระเบียงหน้าบ้านที่ติดกับห้องนั่งเล่น สูงขึ้นไปถึงห้องนอนในชั้นบน ส่วน Type C จะได้แผงบังแดดเต็มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป เนื่องจาก Type นี้ห้องนั่งเล่นจะอยู่ที่ชั้น 1 ทำให้ห้องนอนเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ค่ะ การวางตำแหน่งและรูปแบบของแผงบังแดดที่ต่างกันนี้ช่วยให้บรรยากาศในโครงการดูน่าสนใจ ไม่ซ้ำจำเจ ซึ่งทั้งหมดยังถูกคุมไว้ในธีมเดียวกันด้วยกรอบ Facade รูปสามเหลี่ยมสีขาวที่ช่วยลดทอนความทึบตันของตัวบ้านที่เป็นอาคาร 3-4 ชั้นให้ดูเหมือนบ้าน 1-2 ชั้น 2 หลังมาซ้อนทับเชื่อมต่อกัน

เริ่มต้นกันที่บ้าน Type A กันค่ะ

สำหรับบ้าน Type A นี้ออกแบบชั้น 1 เป็นเสมือนชั้น Back of House หรือเป็นชั้นที่จัดให้มีพื้นที่ Service ขนาดใหญ่ โดยด้านหน้าตัวบ้านจอดรถได้ถึง 4 คัน เข้ามาภายในบ้านจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนต้อนรับเช่น Foyer หรือพื้นที่ต้อนรับ ซึ่งเชื่อมกับลิฟต์โดยสารและบันไดเพื่อเข้าสู่ชั้น 2 เลย และอีกส่วนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียวคือ พื้นที่ Service จะเห็นว่ามีห้องเก็บรองเท้า (Shoe Cabinet) ขนาดใหญ่ ติดกันคือห้องครัวไทย ที่เชื่อมกับห้องแม่บ้านและลานซักล้างด้านนอก การจัดพื้นที่แบบนี้ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สามารถล็อคประตูบ้านส่วนห้องครัวได้ในช่วงกลางคืน ซึ่งแม่บ้านจะไม่สามารถเข้ามายังภายในตัวบ้านได้

ชั้น 2 เป็นชั้น Common Area ขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่กิจกรรมและรวมตัวของครอบครัว ลักษณะจะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เชื่อมฟังก์ชันไว้ด้วยกันทั้งพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร Pantry และอีกฟังก์ชัน Highlight ของบ้านอย่างระเบียงขนาดใหญ่ด้านนอก ทำให้สมาชิกในบ้านทุกคนมีความสัมพันธ์กันมากขึ้น เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน สามารถมองเห็นกันและกันได้

ชั้น 3 ออกแบบให้เป็นพื้นที่ Private หรือพื้นที่ห้องนอนค่ะ โดยชั้นนี้มีทั้งหมด 2 ห้องด้วยกัน คือห้อง Master Bedroom ที่พิเศษคือได้พื้นที่เตียงนอนขนาดใหญ่ Walk-in Closet ที่สามารถแยกส่วนของคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงได้ พร้อม Master Bathroom ที่มี Bath tub ในตัว และอีกห้องนอนในชั้นนี้เป็นห้องนอนเล็ก พร้อมห้องน้ำในตัว และที่พิเศษคือมีระเบียงส่วนตัวค่ะ

ชั้น 4 ออกแบบให้เป็นห้องนอนเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 ห้องมีขนาดใกล้เคียงกันนะคะ เพื่อให้สมาชิกในบ้านเกิดการเท่าเทียมมากขึ้น ไม่มีห้องไหนใหญ่กว่ากันมาก แต่มีความแตกต่างกันในส่วนของฟังก์ชันภายใน สมาชิกสามารถเลือกห้องที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเองได้ เช่น ห้องแรกได้ Walk-in Closet และห้องน้ำขนาดใหญ่ อีกห้องได้ระเบียงขนาดใหญ่ สำหรับนั่งชมวิวส่วนตัวได้ดี

เริ่มต้นกันที่บริเวณที่จอดรถ ในส่วนนี้มีการยกระดับพื้นที่ดินบ้านให้สูงขึ้นเพื่อกันน้ำไหลย้อนเข้าบ้าน และลงรางระบายน้ำได้สะดวก รั้วบ้านใช้เป็นรั้วรางเลื่อนแบบอัตโนมัติ ซึ่งให้เป็นมาตรฐานในทุกหลัง

ลักษณะของรางเลื่อนเวลาเปิดรั้วจะเลี้ยวขนานกับกำแพงข้างบ้านเนื่องจากพื้นที่ดินบ้านไม่ได้กว้างมากพอที่จะเลื่อนแบบปกติได้ ถือว่าเป็นการออกแบบที่ดีนะคะ เพราะหลายโครงการเราจะเห็นว่าหากพื้นที่ดินด้านข้างไม่กว้างมากพอประตูรั้วบ้านจะเป็นบานพับหรือบานเปิดซึ่งในการใช้งานจริงไม่ถนัดมากนัก ประตูบานเลื่อนตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกมากที่สุดค่ะ

ที่จอดรถสามารถจอดได้ 3+1 คัน ในยูนิตมาตรฐาน (ยกเว้นยูนิตบ้านตัวอย่างที่มีหน้าบ้านแคบกว่าขนาดมาตรฐานจึงสามารถจอดได้ 3 คันค่ะ) พื้นจอดรถใช้โครงสร้าง Slab on Beam หรือพื้นที่ลงเสาเข็มให้เรียบร้อย ทำให้พื้นมีความแข็งแรงมากขึ้นและไม่แตกร้าวง่าย วัสดุปูพื้นใช้ Stamp Concrete และไฟด้านบนเปิด-ปิดอัตโนมัติโดยการจับ Sensor เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น

และนอกจากนี้บริเวณที่จอดรถเองทางโครงการก็เตรียม EV Charger ไว้ให้เรียบร้อย รองรับกับเทคโนโลยีของรถรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง ซึ่งถือว่าดีมากค่ะ

แวะดูรอบบ้านก่อนเข้าภายในบ้าน พื้นที่ทางเดินรอบบ้านมีไม่มากนัก บ้านเน้นสร้างคับที่เพื่อที่ลูกบ้านจะสามารถใช้พื้นที่ภายในได้เต็มที่มากที่สุด สำหรับฝั่งซ้ายของตัวบ้านจะมีทางเข้าห้องนอนแม่บ้านนะคะ

ลึกอีกหน่อย บริเวณนี้เป็นลานซักล้างด้านหลังซึ่งทางโครงการได้ทำพื้นลงเสาเข็มพร้อมปูกระเบื้องให้เรียบร้อยแล้วค่ะ เหมาะกับการใช้งานจริงและการทำความสะอาดที่ง่ายอีกด้วย

และด้านหลังเชื่อมกับประตูทางเข้าห้องครัวไทยค่ะ

อีกฝั่งมีพื้นที่มากกว่าฝั่งซ้ายของบ้านอยู่หน่อยสามารถจัดส่วนขนาดย่อมๆ ได้นะคะ

โดยสวนนั้นทางโครงการมีให้ต้นไม้ใหญ่และจัดสวนแบบมาตรฐานไว้เรียบร้อยเพื่อบรรยากาศภายในบ้านที่ร่มรื่นมากขึ้น

ประตูทางเข้าบ้านที่นี่ใช้ประตูไม้ขนาดใหญ่สามารถเปิดได้ 2 ทาง มือจับเป็นสแตนเลสสวยทีเดียวค่ะ และพื้นมีการทำ Slope แทนที่จะเป็นขั้นบันไดที่เราเห็นกันทั่วไป ทั้งนี้เพื่อให้สะดวกในการเดินกับทุกคน รวมไปถึงผู้สูงอายุที่นั่ง Wheel Chair อีกด้วยค่ะ ด้านข้างประตูติดตั้งกระจกบาน Fixed ให้ ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับพื้นที่ภายในบ้านมากขึ้น

เข้ามาบริเวณ Foyer ลักษณะจะเป็นพื้นที่ต้อนรับที่เชื่อมกับส่วนของโถงทางเดินแจกไปยังฟังก์ชันต่างๆ เช่น ฝั่งซ้ายมือคือ Shoe Closet ถัดมาเป็นทางเข้าครัว และสุดทางคือบันได กับลิฟต์โดยสารในฝั่งขวาค่ะ

ฝั่งขวามีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะเก้าอี้ต้อนรับขนาดกะทัดรัดได้ และอีกด้านให้เป็นกระจกบาน Fixed ขนาดใหญ่ช่วยให้แสงเข้ามาภายในบ้านได้ดีทีเดียวค่ะ

บริเวณนี้ทางโครงการติดตั้ง Home Security & Automation จาก Zerowire ซึ่งการทำงานจะใช้ส่งข้อมูลเข้ากับทุก Device ได้ทั้งหมดเช่น Smartphone, Tablet และคอมพิวเตอร์ผ่าน wifi ค่ะ โดยสามารถควบคุมได้ทั้งแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ และการล็อกประตูภายในบ้าน (คลิกเพื่อดูข้อมูลเครื่องเพิ่มเติมได้ที่นี่)

ภายในห้อง Shoe Closet ใช้พื้นสเป็คเดียวกับภายนอกเลยค่ะ สำหรับห้องนี้สามารถวางรองเท้าได้เยอะมาก หากดูจากพื้นที่และการที่สามารถ Built-in ชั้นวางได้ทั้งหมด 2 ตู้ด้วยกัน คือตู้ตัว L และ ตัว I ตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ มีสมาชิกในบ้านหลายคน หรือคนรักแฟชั่น ส่วนบริเวณม่านที่เราเห็นตรงนี้จะเป็นพื้นที่งานระบบนะคะ ในบ้านมาตรฐานสามารถทำราวผ้าม่านบังสายตาเหมือนบ้านตัวอย่างได้ค่ะ เพื่อความสวยงาม

ถัดมาเป็นส่วนภายในห้องครัว ประตูใช้เป็นประตูกระจกใสกรอบบานไม้ดูสวยงาม และช่วยให้แสงจากบริเวณ Foyer เข้ามาภายในครัวได้มากขึ้น

เข้ามาด้านในครัวจะแบ่งเป็น 2 โซนนะคะ เริ่มจากโซนที่เป็นพื้นที่เก็บของและล้างจานก่อน

ซึ่งบริเวณนี้มีการ Built-in ชั้นเก็บของให้เป็นสัดส่วน และตรงผนังเดินสายไฟพร้อมปลั๊กสำหรับวางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้

ได้เคาน์เตอร์พร้อม Sink ล้างจานเป็นมาตรฐาน ส่วนด้านบน Built-in ชั้นวางของให้เรียบร้อยเช่นกันค่ะ

ตรงเข้ามาบริเวณนี้จะเป็นส่วนครัวปิดแล้วนะคะ เน้นเป็นครัวที่สามารถทำอาหารหนักได้ดี พื้นในส่วนนี้เปลี่ยนเป็นกระเบื้องเซรามิกให้ ด้านข้างทางเดินทำโต๊ะเคาน์เตอร์พร้อมชั้น Built-in ด้านบน สำหรับเก็บของและเตรียมอาหารต่างๆ ได้ดี

ลึกเข้ามาเป็นพื้นที่กว้างขึ้นมาอีกมีอีกเคาน์เตอร์ที่ให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งตำแหน่งเคาน์เตอร์อยู่ติดกับหน้าต่างบานกระทุ้งเลย ช่วยระบายอากาศและความชื้นภายในครัวได้ระดับนึงนะคะ สำหรับด้านข้างของเคาน์เตอร์อีกฝั่งเป็นพื้นที่ว่างสำหรับวางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้อีก 1 ตู้

Sink ล้างจานพร้อมหัวเตา 4 หัวได้เป็นมาตรฐานเลยค่ะ

ถัดมาบริเวณโถงเพื่อขึ้นไปยังชั้น 2 กันแล้วนะคะ มีตัวเลือกให้ใช้ขึ้น-ลง 2 แบบคือบันได และลิฟต์โดยสาร ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานได้มาก เนื่องจากบ้านมีความสูง 4 ชั้น หากเข้าบ้านแล้วอยากขึ้นห้องนอนเลยก็อาศัยใช้ลิฟต์จะง่ายกว่าไม่ต้องเดินเยอะ หรือผู้สูงวัยที่ขึ้นบันไดไม่ไหวก็สามารถขึ้นไปยังชั้นต่างๆ ได้ง่าย

ลิฟต์นี้มีขนาดกำลังดี ความกว้างสามารถเข็น Wheel Chair เข้า-ออกได้ง่าย รวมไปถึงระดับพื้นที่เท่ากันไม่สะดุด

บันไดที่นี่ค่อนข้างเอาใจใส่พอสมควรเลยค่ะ เพราะออกแบบมาให้เดินได้สะดวกด้วยความกว้างประมาณ 1.5 ม. ใช้โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกนอนใช้พื้น Engineering Wood ความพิเศษเพิ่มเติมคือด้านข้างผนังติดไฟส่องสว่างให้ด้วยค่ะ

ขึ้นมาในชั้น 2 แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนใหญ่ จากการที่มีเสาคั่นกลางนะคะ ฝั่งซ้ายมือจากเสาจะเป็นพื้นที่ทางเดิน และฝั่งขวาของเสาออกแบบให้เป็น Common Area ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร คร้วเปิด และระเบียง Semi-Outdor ขนาดใหญ่

สำหรับพื้นที่ Common Area นี้ได้บรรยากาศโปร่งโล่งมากทีเดียวค่ะ ด้วยความที่ไม่มีผนังมากั้นห้องไว้เป็นสัดส่วน ทำให้เป็นพื้นที่กิจกรรมในครอบครัวแท้จริง ด้านข้างได้ประตูบานเฟี้ยมกระจกแบบสูงจากพื้นเกือบไปถึงฝ้าเพดานเลยทีเดียว ช่วยให้สามารถชมวิวภายนอกได้ดี รวมไปถึงการใช้ประตูบานเฟี้ยมทำให้สามารถเปิดพื้นที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงภายนอกได้ดีมาก หากวันไหนอากาศดีๆ สามารถจัดให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่แบบ Semi-Outdoor ได้เลยค่ะ

บริเวณ Common Area สามารถจัดวางพื้นที่นั่งเล่นขนาดใหญ่ได้ รองรับชุดโซฟาแบบ Oversize ได้สบาย พร้อมวางเก้าโซฟา และโต๊ะกลางได้ค่ะ

ถัดมาเป็นพื้นที่รับประทานอาหารที่อยู่ใกล้กับส่วนครัวนะคะ สามารถวางโต๊ะขนาดใหญ่รองรับที่นั่งได้ประมาณ 6-8 ที่นั่งกำลังดีค่ะ

สำหรับชุดครัวที่ได้เป็นมาตรฐานจะได้พร้อม Island ด้วยนะคะ จากยี่ห้อ Poggenpohl เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องชุดครัวโดยเฉพาะจากเยอรมันนีค่ะ ส่วนพื้นบริเวณครัวจะเปลี่ยนจาก Engineering Wood หนา 13 มม. ในชั้นนี้ไปเป็น พอร์ชเลน ITALIAN PORCELAIN ยี่ห้อ Cotto ซึ่งเหมาะกับการใช้งานส่วนครัวมากขึ้น เพราะมีความคงทนเรื่องความชื้นที่มากกว่า รวมไปถึงทำความสะอาดได้ง่าย

เริ่มต้นกันที่ส่วนของ Island ซึ่งออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารต่างๆ เป็นหลัก มีอ่างล้างจานด้านข้างให้พร้อมเรียบร้อย ท็อปของ Island ใช้วัสดุคือหินควอทช์ ซึ่งจัดเป็นวัสดุเกรดดี มีความแข็งมากกว่ามีดหรือโลหะ ทำให้สามารถใช้มีดบนท็อปครัวได้โดยไม่ท็อปไม่เป็นรอยขีดข่วน

อ่างล้างมือออกแบบพิเศษ ปกติเราจะเห็นอ่างล้างมือที่เป็นสแตนเลส แต่ที่นี่เนื้อวัสดุอ่างล้างมือจะเป็นแบบเคลือบด้าน ซึ่งคุณสมบัติช่วยกันแบคทรีเรียได้ มาพร้อมกับก็อกน้ำที่มีสายฉีดเพิ่มมาด้วย เหมาะกับการใช้งานครัวมากขึ้น

บริเวณมุมขวาบนของ Island เราจะเห็นปุ่มที่บอกให้กดลงแบบนี้

เมื่อกดไปแล้วสิ่งที่ขึ้นมาตามแรงกดนั้นคือปลั๊กไฟค่ะ โดยนอกจากจะมีปลั๊กแล้วยังมีช่องไว้เสียบ USB ได้ด้วย มีไว้เผื่อสำหรับเสียบไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือจะชาร์จ iPad เปิดดูคลิปทำอาหารระหว่างทำอาหารไปด้วย เป็นต้นค่ะ

สำหรับชั้นเก็บของด้านล่าง เมื่อเปิดออกมาจะเห็นว่ามีถังขยะอยู่ภายในเลยนะคะ ไม่จำเป็นต้องวางถังขยะเพิ่มเติมให้เปลืองหรือขวางทางเดิน และยังดูเรียบร้อยอีกด้วยค่ะ

ตรงกลางเป็นเครื่องล้างจาน (Dish Washer) แบบ Built-in จาก Gorenje

ถัดมาที่บริเวณเคาน์เตอร์ครัวกันนะคะ ทั้งชุดนี้จาก Poggenpohl เช่นเดียวกัน ยกมา Set เดียวกันค่ะ ทั้งหมดนี้ประกอบด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า Built-in ด้วยนะคะ อย่าง Microwave, Oven และ Hob & Hood ทั้งหมดจาก Gorenje

บริเวณท็อปครัวใช้วัสดุเป็นหินควอทช์เช่นเดียวกับ Island พร้อมทั้งกรุกระเบื้องด้านหลังเป็น Back Splash เรียบร้อย

สิ่งที่ชอบชั้นวางของด้านล่างที่ออกแบบมาได้เนี้ยบทีเดียวค่ะ จะเห็นว่าด้านหน้าเป็นเพียงบานเปิดเดียว แต่พอเลื่อนออกมาเราจะเห็นลิ้นชักซ่อนอยู่ทั้งหมด 3 ลิ้นชักนะคะ ซึ่งด้านบนมีชั้นวางด้านในเพิ่มเติมให้อีกเพื่อวางอุปกรณ์ครัวต่างๆ

ด้านข้างเคาน์เตอร์ Built-in เป็นชั้นสำหรับวางตู้เย็นแบบ Side by Side ได้และด้านข้างเป็นชั้นเก็บของที่สามารถเลื่อนออกมาได้ตามในรูปเลยค่ะ สวยและใช้งานได้ดีทีเดียว

มาต่อกันที่ส่วนระเบียงภายนอกในชั้นนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในฟังก์ชัน HighLight ของบ้าน Type A เลยนะคะ โดยกั้นพื้นที่ระหว่าง Common Area และระเบียงด้วยประตูกระจกบานเฟี้ยม ซึ่งสามารถเปิดได้เต็มพื้นที่เลยค่ะ

โดยบานประตูและหน้าต่างใช้วัสดุเป็น Aluminium with frame สี Powder Coated

ในส่วนของระเบียงมีความกว้างตามความยาวของหน้าบ้านเลยค่ะ ประมาณ 11 ม. ซึ่งลักษณะของระเบียงถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้จริง ไม่ร้อนเพราะมีหลังคายื่นมากันแดดให้เรียบร้อย ด้านหน้าและด้านข้างบ้านจัดสวนหย่อมให้เป็นมาตรฐานสร้างบรรยากาศแก่การพักผ่อนได้ดี ลูกบ้านสามารถจัดปาร์ตี้ Semi-Outdoor ได้ดีเลยทีเดียว อยู่ใกล้กับครัวด้านในด้วยนะคะ

ข้อดีของบ้าน Type A นี้คือเป็นบ้านที่ตำแหน่งหน้าบ้านไม่หันไปตรงข้ามกับบ้านอื่นเลย ทำให้สามารถใช้งานพื้นที่ระเบียงได้เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

ถัดมาในส่วนของบริเวณทางเดินด้านข้างก่อนที่จะขึ้นชั้น 3 มีพื้นที่ที่สามารถจัดฟังก์ชันได้ เช่นทำเป็นพื้นที่โชว์ของต่างๆ หรือจะ Built-in ชั้นวางของขนาดใหญ่ได้

ห้องน้ำในชั้นนี้เป็นแบบ Powder Room ไว้สำหรับรับรองแขก จุดเด่นของห้องน้ำนี้คือได้หน้าต่างบานกระทุ้งขนาดใหญ่ที่เป็นแบบกระจกฝ้า ข้อดีคือได้แสงสว่างจากภายนอกมาช่วยให้ภายในห้องน้ำมีความสว่างมากขึ้น รวมไปถึงยังไม่เสียความเป็นส่วนตัวอีกด้วยนะคะ

อ่างล้างมือเป็นแบบฝังในเคาน์เตอร์หินอ่อน ด้านล่าง Built-in ให้เรียบร้อยสามารถวางของได้ดี พร้อมทำ Low Wall ให้ด้านหลังเพื่อที่สามารถวางของใช้ต่างๆ ได้ สำหรับสุขภัณฑ์เป็นสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวสวยงามและราคาสูงกว่าสุขภัณฑ์ทั่วไป ทั้งหมดจากยี่ห้อ TOTO

ขึ้นบันไดมายังชั้น 3 กันต่อนะคะ สเป็คบันไดเหมือนกันกับชั้น 2 เลยค่ะ โดยจะมีไฟบริเวณทางเดินด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 3 เป็นชั้นห้องนอนทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 2 ห้องนอนนะคะ เริ่มจากห้องนอน 2 ก่อนและด้านในที่อยู่ใกล้กับลิฟต์จะเป็นห้อง Master Bedroom ค่ะ

เข้ามาภายในห้องนอน 2 นี้เราจะเจอส่วนโถงทางเดินยาว ฝั่งขวามือเป็นห้องน้ำก่อนจะเข้าสู่พื้นที่เตียงนอนด้านในนะคะ สำหรับบริเวณเส้นประสีเหลืองนี้ในบ้านมาตรฐานจะเป็นส่วนของกำแพงทึบ แต่ในบ้านตัวอย่างทางโครงการออกแบบให้ทั้งชั้นนี้เป็นชั้น Master Bedroom ทั้งหมด จึงมีการทุบกำแพงเพื่อเปิดพื้นที่ให้เชื่อมกัน ซึ่งหมายความว่าหากลูกบ้านต้องการพื้นที่ของห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่เช่นเดียวก็สามารถทำได้ค่ะ เพราะงานก่อสร้างของโครงการใช้ระบบเสา-คาน และก่ออิฐมวลเบา ทำให้การตกแต่งภายในบ้าน เช่น ทุบกำแพง เจาะเพิ่มเติม สามารถทำได้ ซึ่งแตกต่างจากโครงการบ้านแบบ prefabrication ทั่วไป

ภายในห้องน้ำของห้องนอน 2 จัดฟังก์ชันภายในไว้เป็นสัดส่วน โดยการแยกส่วนเปียกและแห้งชัดเจน กั้นด้วยฉากกั้นกระจกที่ให้มาเป็นมาตรฐานนะคะ ชุดสุขภัณฑ์ทั้งหมดจาก TOTO และเลือกสเป็คของสุขภัณฑ์ให้ดีทีเดียว ชอบตรงที่ให้โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวทุกห้อง แม้จะเป็นห้องนอนเล็กก็ตามค่ะ พื้นห้องน้ำทางโครงการเลือกใช้ กระเบื้องแกรนิตโต้แบบกันลื่น 60x60cm ของ Central Premier Group

ในส่วนของพื้นที่อาบน้ำจัดว่าให้มาขนาดใหญ่ทีเดียวนะคะ สามารถอาบน้ำได้สบายเลยค่ะ

ฝักบัวให้ทั้งฝักบัวสายอ่อนและแบบ Rain Shower จาก TOTO พร้อมกับทำระบบน้ำร้อนเรียบร้อย นอกจากนี้ติดตั้ง TOTO Thermostat ให้อีกด้วยค่ะ ซึ่งลักษณะการทำงานของ Thermostat จะผสมน้ำเย็นและน้ำร้อนให้ได้อุณหภูมิที่พอดีกับที่เราต้องการโดยอัตโนมัติ

เข้ามาส่วนพื้นที่เตียงนอน สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตกำลังดีค่ะ

สำหรับห้องนีจะได้ระเบียงเป็นส่วนตัวนะคะ โดยกั้นด้วยประตูบานเปิดกระจกช่วยเพิ่มแสงสว่างธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้ดีมากยิ่งขึ้น

บริเวณระเบียงมีจุด Highlight เลยคือแผงบังแดด (Solar Shading device) ซึ่งทางผู้ออกแบบตั้งใจออกแบบให้ระแนงนี้มีองศาเฉียงตามองศาที่สามารถกันแสงแดดเข้ามาได้ดี แต่ยังเป็นองศาที่สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้ระดับนึง แต่ระดับองศานี้เมื่อสลับไปเป็นคนอื่นที่มองเข้ามายังบ้านจะมองไม่เห็นถึงด้านในนะคะ สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านมากขึ้น สำหรับระแนงอลูมิเนียมใช้สีโรสโกลด์ (Rose Gold) เป็นการสั่งผลิตโดยเฉพาะสำหรับโครงการเลยค่ะ

เข้ามาสู่ภายในห้องนอนใหญ่ หรือ Master Bedroom ในส่วนบริเวณเตียงนอนสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบายค่ะ

ปลายเตียงสามารถ Built-in ชั้นวางทีวีขนาดใหญ่ได้ ส่วนด้านข้างเตียงบริเวณหน้าบ้านนั้นมีราวระแนงกั้นไว้ แต่จะไม่ได้มีระเบียงเพื่ออกไปด้านนอกนะคะ ที่ออกแบบราวระแนงให้นั้นเพื่อที่จะเพิ่มขนาดหน้าต่างให้ใหญ่มากขึ้น ไปเป็นประตูบานเลื่อนแทน ทำให้ภายในห้องโปร่งโล่งมากขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อเราเปิดประตูก็ไม่ต้องกลัวอุบัติเหตุเพราะมีราวระแนงกั้นอยู่

อีกฝั่งของเตียงมีพื้นที่สำหรับ Walk-in Closet หรือจะจัดเป็นพื้นที่ทำงานส่วนตัวก็ได้เช่นกันค่ะ

ที่พิเศษและได้เป็นมาตรฐานในทุกหลังคือ Video Door Phone จาก Bticino ซึ่งจะติดตั้งให้ 2 จุดด้วยกันคือบริเวณ Common Area และในห้อง Master Bedroom ค่ะ

ส่วนบริเวณปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าแบบตัว L ได้เลยค่ะ หากไม่ได้เจาะพื้นที่เชื่อมกับห้องนอนเล็ก

ฝั่งตรงข้ามตู้เสื้อผ้าเป็นห้องน้ำในห้องนอนใหญ่

ภายในห้องน้ำดูหรูหรามากด้วยการตกแต่งผนังและสุขภัณฑ์ในตีมเดียวกันทั้งหมด ซึ่งทางโครงการเลือกใช้ กระเบื้องลายหินอ่อน While Varagus 60×60 cm ขนาด 20 mm เป็นมาตรฐานนะคะ การจัดวางฟังก์ชันด้านในแยกโซนเป็นสัดส่วนชัดเจนระหว่างโซนแห้งและเปียก

อ่างล้างหน้าได้ชุดเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่สำหรับ His & Her โดยเฉพาะ ด้านล่าง Built-in ชั้นวางของให้สวยงามเรียบร้อยเลยทีเดียวค่ะ ส่วนบริเวณกระจกเงาก็มีซ่อนไฟแบบ Indirect Light ให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

ถัดมาในส่วนอ่างอาบน้ำนี้ ออกแบบบรรยากาศมาได้ดีทีเดียวค่ะ โดยการติดตั้งหน้าต่างแบบกระจกฝ้า ทำให้บริเวณอ่างอาบน้ำมีความโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้นค่ะ สำหรับสเป็คอ่างอาบน้ำ (Bath Tub) ใช้จาก TOTO เช่นเดิมค่ะ

สำหรับโซนแห้งกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกโดยเดินรางไว้ด้านบน ประตูนี้ใช้กันได้ทั้งส่วนพื้นที่อาบน้ำ และพื้นที่โถสุขภัณฑ์

ภายในพื้นที่อาบน้ำมีขนาดใหญ่ อาบน้ำได้สบาย มาพร้อมกับฝักบัวแบบเดิมคือฝักบัวสายอ่อนและ Rain Shower เช่นเดียวกับห้องนอนที่แล้วนะคะ

ส่วนโถสุขภัณฑ์ใช้สเป็คเดียวกับห้องนอนที่แล้วเลยค่ะ คือเป็นสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวจาก TOTO

มาต่อกันที่ชั้นสุดท้ายแล้วนะคะ

ขึ้นมาเราก็จะเจอโถงทางเดินขนาดใหญ่ที่เชื่อมเข้าห้องนอน 3 และ 4

เข้ามาลักษณะจะเป็นโถงทางเดินที่มีพื้นที่มากพอที่จะ Built-in ชั้นวางของต่างๆ ได้เยอะพอสมควรเลยค่ะ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นห้องน้ำในตัวห้องนอนค่ะ

จะสังเกตว่าภายในห้องน้ำทุกห้องมีการแยกส่วนเปียกส่วนแห้งทั้งหมด และยังได้หน้าต่างกระจกฝ้าอีกด้วยนะคะ

สำหรับห้องนอน 3 นี้บริเวณพื้นที่เตียงนอนสามารถวางเตียงนอนขนาดใหญ่ 5-6 ฟุตได้ดีเลยค่ะ และจุดเด่นของห้องนี้เลยคือบริเวณหน้าบ้านที่ได้ประตูบานเลื่อนกระจกเต็มด้าน ทำให้ภายในห้องสว่างและโปร่งโล่งทีเดียวค่ะ

นอกจากจุดเด่นที่ได้ประตูกระจกเต็มด้านแล้ว ยังเชื่อมกับระเบียงหน้าบ้านขนาดใหญ่อีกด้วยนะคะ

พื้นที่ระเบียงนี้สามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลายนะคะ จะเป็นพื้นที่นั่งเล่น หรือเป็นพื้นที่จัดสวนเล็กๆ สำหรับใครที่รักต้นไม้ก็ได้เช่นกันค่ะ และถ้าสังเกตจะเห็นว่าระเบียงนี้ได้หลังคาด้านบนที่ยื่นมา Cover เต็มพื้นที่ระเบียง สามารถกันฝนได้ดีค่ะ เพิ่มเติมคือบริเวณระเบียงมี Facade ระแนงที่เป็น signature ของบ้านด้วย ข้อดีเลยคือห้องนอนห้องนี้ไม่จำเป็นต้องติดม่านตลอดเพราะมี Facade คอยบังสายตา

บรรยากาศเมื่อเปิด Facade ระแนงก็จะได้ความสวยอีกแบบนะคะ วันไหนที่อยากนั่งเล่นชมวิวภายนอกก็สามารถทำได้ค่ะ

และสุดท้ายคือห้องนอนที่ 4 ค่ะ สำหรับห้องนอนนี้สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้เช่นเดียวกันนะคะ ติดกับพื้นที่เตียงนอนบริเวณหน้าบ้านมีระเบียงส่วนตัวเช่นเดียวกันนะคะ แต่มีขนาดกะทัดรัดกว่าห้องที่แล้วและไม่มี Facade เหมือนห้องที่แล้ว

ลักษณะจะเป็นระเบียงหัวมุมสามารถออกไปยืนชมวิวภายนอกได้ค่ะ หรือจะวางเก้าอี้สนามมานั่งเล่นได้เช่นกันค่ะ

แม้ระเบียงจะไม่ได้ใหญ่เท่าแต่แลกกับ Walk in Closet ขนาดใหญ่เหมาะกับเป็นห้องคุณผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวนะคะ

และห้องน้ำภายในห้องที่มีขนาดใหญ่แยกส่วนเปียกและแห้งเรียบร้อย และยังแยกพื้นที่โถสุขภัณฑ์อีกด้วยนะคะ นอกจากนี้ที่แตกต่างจากห้องน้ำอื่นๆ คือได้อ่างล้างมือและตู้กระจกเงาที่มีขนาดใหญ่ สามารถวางของด้านข้างอ่างได้เยอะ และด้านล่างก็มีชุด Built-in ที่สามารถเก็บของภายในได้ดีทีเดียว

ถัดมาดูบ้าน Type C ที่ดิน 57-69 ตร.วาพื้นที่ใช้สอย 388-401 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 53 ล้านบาท

 

ลักษณะแปลนของ Type C นี้มีการออกแบบที่แตกต่างจาก Type A พอสมควร จุดเด่นของบ้านเลยคือ Pocket Garden ตรงกลาง เป็น Highlight สำคัญเพราะตัวบ้านมีการออกแบบโอบล้อมบริเวณสวนนี้ ทำให้ฟังก์ชันส่วนใหญ่ได้รับวิวสวนภายในอย่างเป็นส่วนตัว

ชั้น 1 – เริ่มจากที่จอดรถ 4 คัน เข้ามาภายในบ้าน แบ่งออกเป็น 3 โซนหลักๆ เริ่มจากฝั่งขวาที่เป็นโซน Back of House คือพื้นที่ครัว ซักล้างและห้องแม่บ้าน แยกออกจากตัวบ้านหลักเป็นสัดส่วน โดยเชื่อมเข้าที่บริเวณครัวเท่านั้นค่ะ เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุดของสมาชิกในครอบครัว

อีกโซนคือบริเวณหน้าบ้านเมื่อเข้ามาเราจะเจอกับ Pocket Garden ก่อนสร้างบรรยากาศภายในได้ดี ฝั่งซ้ายมือเป็นห้อง Shoe Closet ไว้สำหรับวางรองเท้าเป็นสัดส่วน จากนั้นเป็น Corridor ที่สามารถเชื่อมไปยังโซนด้านหลังที่เป็นส่วน Common Area ค่ะ Corridor นี้นอกจากเป็นทางเชื่อมแล้ว ยังสามารถมองวิวสวนได้อย่างเต็มที่ จัดเป็นพื้นที่เปลี่ยนผ่านจากความวุ่นวายภายนอกมายังภายในบ้านได้ดีเลยค่ะ

สำหรับส่วน Common Area เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่เชื่อมฟังก์ชัน 3 ฟังก์ชันหลักอย่าง พื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร และ Pantry ครัว

ชั้น 2 – ออกแบบให้เป็นชั้นพักอาศัย โดยวางตำแหน่งห้อง Master Bedroom อยู่ด้านหน้าบ้าน จุดเด่นของห้องนอนทุกห้องในบ้าน Type นี้เลยคือได้ระเบียง 2 จุดในห้อง ทุกระเบียงมีความเป็นส่วนตัวทั้งหมดนะคะ แม้จะอยู่ด้านหน้าบ้านก็จะมี Facade ระแนงหน้าบ้านช่วยบังสายตาจากภายนอกได้ดี และพิเศษคือชั้นนี้จะมีระเบียงไว้สำหรับนั่งเล่นได้ ล้อมรอบด้วยสวน

ชั้น 3 – ชั้นนี้มีห้องนอนอีก 2 ห้องนะคะ โดยห้องบริเวณด้านหน้าบ้านมีขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ ตั้งใจออกแบบไว้สำหรับรองรับครอบครัวขยายได้ พร้อมทั้งมีพื้นที่นั่งเล่นส่วนตัวในชั้นบนหรือจะปรับให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ตามไลฟ์สไตล์ตัวเองได้ค่ะ

บริเวณส่วนที่จอดรถสามารถจอดได้ 3+1 คัน พื้นจอดรถใช้โครงสร้าง Slab on Beam หรือพื้นที่ลงเสาเข็มให้เรียบร้อย ทำให้พื้นมีความแข็งแรงมากขึ้นและไม่แตกร้าวง่าย วัสดุปูพื้นใช้ Stamp Concrete และไฟด้านบนเปิด-ปิดอัตโนมัติโดยการจับ Sensor เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น

สำหรับแปลงนี้มีการติดตั้ง EV Link (EV Charger) ให้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะเหมือนกันในทุกยูนิต จาก Schneider รองรับกับเทคโนโลยีของรถรุ่นใหม่

ด้านข้างบ้านทำพื้นแบบ Slab on Beam (พื้นลงเสาเข็ม) พร้อมปูกระเบื้องให้เรียบร้อย ใช้เป็นพื้นที่ซักล้างต่างๆ ได้ดี ด้านข้างขวานั้นเป็นประตูทางเข้าห้องแม่บ้านค่ะ

กลับมาที่ประตูทางเข้าบ้านกันนะคะ ลักษณะจะประตูจะใช้สเป็คเดียวกันกับบ้านหลังแรกนะคะ และมีทาง Slope ขึ้น เพิ่มความสะดวกให้กับผู้สูงอายุมากขึ้น

เมื่อเราเข้ามาจะเจอกับกระจกบานใหญ่มากที่มองทะลุออกไปยังสวนภายในบ้านที่เป็น Highlight ของบ้านเลยค่ะ

ฝั่งขวานั้นเป็นประตูทางเข้าห้อง Shoe Closet เป็นสัดส่วนมากทีเดียว

ภายในห้อง Shoe Closet สามารถ Built-in ชั้นวางรองเท้าได้พอสมควร

ออกมาจะเจอกับห้องน้ำไว้สำหรับต้อนรับแขกก่อนจะเป็นทางเดินยาวๆ เชื่อมไปยังโซน Common Area ด้านในค่ะ

ลักษณะห้องน้ำเป็นแบบ Powder Room นะคะ ตัวพื้นลดระดับลงเล็กน้อย เพื่อกันน้ำไหลย้อนและง่ายต่อการทำความสะอาดมากยิ่งขึ้น

โถสุขภัณฑ์จาก TOTO เช่นเดิมค่ะ ด้านหลังทำ Low Wall ไว้ให้วางของใช้ต่างๆ หรือตกแต่งได้ค่ะ

อีกฝั่งเป็นชุดเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ ซึ่งด้านล่าง Built-in ที่เก็บของให้เรียบร้อย ด้านบนติดตั้งตู้กระจกเงาที่มีซ่อนไฟแบบ Indirect light ดูสวยงาม

ถัดมาในส่วนของโถงทางเดินจะเห็นได้ว่าเป็นทางเดินที่มีความสงบและสามารถสัมผัสกับธรรมชาติจากสวนภายในตัวบ้านได้ดี พร้อมทั้งมีความเป็นส่วนตัวสูงอีกด้วยนะคะ

ฝั่งตรงข้ามเป็นส่วนบันไดและลิฟต์โดยสารค่ะ

ตรงเข้ามาด้านในสุดเป็นพื้นที่ Common Area ขนาดใหญ่ เชื่อมฟังก์ชันทั้งหมด ได้พื้นที่นั่งเล่นสำหรับ 3 ที่นั่งสบายๆ พื้นที่รับประทานอาหารที่สามารถจัดได้ 8-10 ที่นั่ง พร้อมกับ Pantry ครัวที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นจากบ้าน Type A ด้วยนะคะ สุดทางติดตั้งประตูบานเฟี้ยมขนาดใหญ่เพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านได้ดี หากต้องการเปิดพื้นที่ให้ลม Flow ก็สามารถทำได้ดี เพราะเปิดช่องเปิดได้เต็มที่มากกว่าประตูบานเลื่อน

สำหรับพื้นที่นั่งเล่นนี้สามารถจัดวางชุดโซฟาได้ทั้ง 2 แบบนะคะ ใครที่ชอบนั่งดูธรรมชาติ วางแนวโซฟาเหมือนกับบ้านตัวอย่างได้เลยที่หันไปทางสวน หรือใครเน้นดูทีวีก็สามารถหันโซฟาเข้าชั้นวางทีวีได้เลย ด้วยความที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ทำให้สามารถจัดวางฟังก์ชันได้อิสระ สังเกตเพิ่มเติมว่าบริเวณพื้นที่นั่งเล่นนี้จะโปร่งโล่งมากไม่ใช่เพียงได้ช่องแสงจากภายนอกอย่างเดียวนะคะ ฝ้าเพดานบริเวณนี้ก็สูงกว่ามาตรฐานเลยค่ะ อยู่ที่ 3.65 ม.

จากพื้นที่นั่งเล่นหันหน้าตรงไปจะได้วิวจากสวนแบบนี้เลยค่ะ ใครยังไม่จุใจอยากใกล้ชิดมากกว่าเดิมก็มีพื้นที่เฉลียงเพิ่มเติมให้วางชุดเก้าอี้โซฟา จิบชากาแฟในสวนได้ค่ะ บริเวณนี้ไม่ร้อนและไม่โดนฝนเพราะมีหลังคายื่นออกมารองรับไว้เรียบร้อย

ภายใน Pocket Garden ของบ้านทางโครงการจะจัดสวนให้เป็นมาตรฐานด้วยนะคะ โดยต้นไม้ใหญ่ที่ลงให้คือ ต้นกระพี้จั่น หรือกระพี้จัน สามารถเรียกได้ทั้ง 2 แบบ ลักษณะเป็นต้นไม้ยืนต้น ผลัดใบ แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มโปร่งและกว้าง ดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ที่ปลายยอดสวยงาม

บริเวณพื้นที่รับประทานอาหารเชื่อมต่อกับส่วน Pantry ครัว สามารถจัดโต๊ะแบบ Long Table ได้

สำหรับชุดครัวใช้สเป็คเดียวกันกับบ้าน Type A เลยค่ะ คือชุดครัวจาก Poggenpohl แบรนด์ชุดครัวดังจากเยอรมันนี เพิ่มเติมคือได้ขนาดที่ใหญ่กว่า อย่าง Island มีขนาดใหญ่และไม่มีพื้นที่ของอ่างล้างจาน สามารถใช้ Island ในการเตรียมอาหารได้เต็มที่มากขึ้น

ส่วนเคาน์เตอร์ครัวขนาดใหญ่จึงสามารถรองรับอ่างล้างจานขนาดใหญ่พิเศษ เทียบเท่าอ่างล้างจานแบบ 2 หลุมได้ ส่วนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้เหมือนกันกับบ้าน Type A คือ Microwave, Oven และ Hob & Hood จาก Gorenje

ติดกันนั้นเป็นส่วนครัวไทยค่ะ ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมกับพื้นที่ซักล้างภายนอกและห้องแม่บ้าน

ลักษณะครัวไทยนี้ออกแบบไว้ให้แม่บ้านได้ใช้งานนะคะ ส่วนสมาชิกในบ้านจะเป็นชุดครัวในที่เราได้พาไปดูกัน ภายในครัวไทยนี้ได้ชุดเคาน์เตอร์มีอ่างล้างมือ และหัวเตา 4 หัว ครบครัน แต่แนะนำเพิ่มเติมให้ทำช่องเปิด (หน้าต่าง) ไว้สำหรับระบายอากาศและความชื้นให้ดีมากขึ้น ยังควรต้องติดตั้ง Hob & Hood หากทำอาหารหนัก และกรุกระเบื้องบริเวณเตาเพื่อทำความสะอาดได้ง่ายมากขึ้นจะเป็นครัวที่ใช้งานได้ดี

ขึ้นมาที่ชั้น 2 กันนะคะ ลักษณะของบันไดเป็นแบบพับผ้าหรือรูปตัว U เดินได้ง่าย สเป็ควัสดุเหมือนกับบ้าน Type A คือพื้น Engineering Wood พร้อมไฟส่องทาง

ขึ้นมาเจอกับส่วนโถงทางเดินที่เชื่อมไปยังห้องนอนด้านหน้าบ้านและหลังบ้าน ความพิเศษของทางเดินนี้คือได้ชุดกระจกขนาดใหญ่จากพื้นถึงเกือบฝ้าเพดานรับวิวสวนภายนอกได้เต็มที่ พร้อมทั้งมีชุดบานหน้าต่างกระทุ้งไว้ให้ระบายอากาศได้ดี

เราเริ่มต้นจากห้อง Master Bedroom ที่อยู่บริเวณหน้าบ้านกันก่อนนะคะ

ภายในห้องนอน Master Bedroom เข้ามาเจอส่วนพื้นที่เตียงนอนก่อน บริเวณนี้สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ 5-6 ฟุตได้สบายค่ะ

จุดเด่นคือด้านข้างเตียงทั้ง 2 ด้านมีประตูบานเลื่อนเชื่อมกับระเบียงทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้ได้วิวและแสงสว่างภายนอกมากทีเดียวค่ะ

เริ่มต้นจากระเบียงจากฝั่งหน้าหน้าบ้านนะคะ

ลักษณะระเบียงเป็นระเบียงยาว มีพื้นที่พอสมควรสามารถจัดฟังก์ชันได้ เช่น วางเก้าอี้โซฟาเป็นพื้นที่นั่งเล่น Outdoor หรือจะทำเป็นพื้นที่สวนกระถางก็ได้เช่นกันค่ะ บริเวณนี้เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วย Facade ตาม Concept บ้าน

อีกฝั่งของเตียงนอนก็เป็นพื้นที่ระเบียงเช่นเดียวกันนะคะ กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่

ระเบียงนี้มีขนาดเล็กลงมาจากระเบียงอีกฝั่ง แต่จุดเด่นเลยคือมีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะหันเข้าหาในบ้าน และสามารถชมวิวสวนตรง Pocket Garden ด้านล่างได้ด้วยค่ะ

ส่วนฝั่งปลายเตียงเป็นพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำในห้อง Master Bedroom

สำหรับห้อง Walk-in Closet ในห้อง Master Bedroom จัดมาให้ขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ สามารถจัดวางหรือ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้สบาย อย่างในบ้านตัวอย่างได้ Built-in ให้ดู พร้อมพื้นที่ตรงกลางที่สามารถวาง Island เพิ่มเติมได้

มีฝั่งนึงที่เชื่อมกับห้องน้ำนะคะ โดยจะกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกฝ้าบานกรอบไม้เป็นมาตรฐาน

ภายในห้องน้ำความพิเศษของห้อง Master Bedroom คือความหรูหรา ด้วย Bath Tub จาก TOTO และชุดเคาน์เตอร์อ่างล้างมือที่ได้แบบ His & Her ท็อปหินอ่อน พร้อมแยกส่วนเปียกและแห้งด้วยฉากกั้นกระจกเรียบร้อย

บรรยากาศภายในห้องน้ำที่ดีคือบรรยากาศที่ได้รับการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยนอกจากพื้นที่ใช้สอยห้องน้ำขนาดใหญ่ดูโอ่อ่าแล้ว เรื่องของแสงธรรมชาติก็เข้ามามีบทบาทพอสมควรเลยนะคะ จากชุดบานหน้าต่างกระจกฝ้าที่ติดตั้งให้มาช่วยให้ห้องน้ำดูสว่างดีมากทีเดียวค่ะ

สำหรับพื้นที่โถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำมีการกั้นด้วยฉากกั้นกระจกเป็นมาตรฐาน โดยฉากกั้นนี้จะมีรางเลื่อนด้านบนสามารถเลื่อนเพื่อเปิด – ปิด ได้

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดใหญ่และตกแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิกสีดำดูสวยงามหรูหรา พร้อมชุดฝักบัวจาก TOTO ที่มีติดตั้ง Thermastat ให้เรียบร้อย

ถัดมาฝั่งด้านหลังบ้าน ตรงข้ามกับลิฟต์โดยสารจะมีระเบียงสวนภายนอกให้ขึ้นมานั่งเล่นแบบเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ระเบียงนี้ยกระดับจากพื้นชั้น 2 เล็กน้อยเพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

สำหรับพื้นที่ระเบียงเป็นรูปแบบ Outdoor นะคะ เหมาะกับการจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่น Outdoor เช่น BBQ หรือใครที่ต้องการทำเป็นพื้นที่สำหรับจัดสวนกระถาง สวนผัก ที่ต้องการแสงแดดก็เหมาะเช่นเดียวกันค่ะ โดยรอบที่เห็นเป็นไม้พุ่มสูงนี้ทางโครงการจะมีตกแต่งไว้ให้ด้วยเป็นมาตรฐาน

หันกลับมาอีกฝั่งก็จะเห็นต้นไม้จากส่วน Pocket Garden ด้วยนะคะ

ถัดมาที่ห้องนอน 2 หากจัดเป็นห้องนอนสามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้สบาย หรือใครที่ไม่ได้มีจำนวนสมาชิกมากนัก สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันห้องเป็นห้องทำงาน หรือห้องสะสมงานอดิเรกต่างๆ ได้นะคะ

ด้านข้างมีพื้นที่ระเบียงขนาดกะทัดรัดเป็นส่วนตัวด้วยค่ะ

ในส่วนพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว กั้นพื้นที่ด้วยประตูบานเลื่อนกระจกฝ้ากรอบบานไม้

ภายใน Walk-in Closet จัดตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ พร้อมทั้งอีกฝั่งก็สามารถจัดเป็นพื้นที่แต่งหน้าได้ หรือจะกรุด้วยกระจกเงาตามบ้านตัวอย่างก็ได้เช่นกันค่ะ

สำหรับห้องน้ำในห้องนอนนี้แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนักเมื่อเทียบกับห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ แต่จุดเด่นที่ดีมากคือบริเวณผนังพื้นที่อาบน้ำที่ได้เฟรมกระจกฝ้าแบบเต็มผนังเลยค่ะ ส่วนการจัดฟังก์ชันภายในทำมาได้ดีอยู่แล้ว แยกส่วนเปียกและแห้งทั้งหมด พร้อมสุขภัณฑ์สเป็คเดียวกับห้องน้ำในห้องนอนใหญ่

ขึ้นมาชั้น 3 บริเวณชานพักบันไดออกแบบให้มีห้องเก็บของด้านหลัง

พื้นที่ห้องเก็บของด้านหลังให้มากำลังดีนะคะ สามารถเก็บของได้พอสมควรค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 3 กันต่อค่ะ ในชั้นนี้มีห้องนอนทั้งหมด 2 ห้องแยกเป็นห้องนอนด้านหน้าบ้านและด้านหลังบ้าน ซึ่งเราจะพาไปดูห้องนอนด้านหน้าบ้านกันก่อนนะคะ และเพิ่มเติมสำหรับชั้นนี้จะมีพื้นที่นั่งเล่นบริเวณโถงทางเดินด้วย เป็นพื้นที่นั่งเล่นที่เน้นความเป็นส่วนตัวพอสมควรค่ะ ซึ่งหากครอบครัวไหนที่มีการแต่งงานเข้ามาเป็นครอบครัวขยาย อยากได้พื้นที่สำหรับครอบครัวขนาดเล็ก 1 ห้องนอนใหญ่ 1 ห้องนอนเล็กสำหรับเด็กๆ ก็สามารถกั้นพื้นที่บริเวณนี้ (ตามรอยประได้) จะได้พื้นที่ห้องนอนที่ 2 ขึ้นมาได้ค่ะ

ในส่วนพื้นที่นั่งเล่นหากจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่โตีะงานได้ ตามบ้านตัวอย่างเลยค่ะ แต่หากปรับให้เป็นอีกห้องนอน เหมาะกับการวางเตียงขนาด Single Bed กำลังดี ซึ่งเป็นขนาดที่ทำเป็นห้องนอนเด็กได้

มาที่ในส่วนห้องนอนเลยสามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบาย พร้อมจัดพื้นที่นั่งเล่น (โซฟา) ปลายเตียงเพิ่มเติมได้ ทั้ง 2 ฝั่งเป็นประตูบานเลื่อนกระจกสูงรับแสงธรรมชาติเต็มที่ พร้อมทั้ง 2 ฝั่งได้เชื่อมกับระเบียงด้านนอกให้สามารถนั่งเล่นชมสวนอย่างเป็นส่วนตัว และหากเปิดประตูทั้ง 2 ฝั่งลมจะ Flow ดีมากทีเดียวค่ะ

สำหรับระเบียงจะได้ขนาดเดียวกับห้อง Master Bedroom ชั้นล่างเลยนะคะ เรียกว่าเป็นอีกห้อง Master Bedroom ได้เช่นกัน

ในส่วนปลายเตียงเป็นพื้นที่สำหรับ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าแบบยาวได้เลย สุดทางจัดให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ

สำหรับห้องน้ำในห้องนอนนี้ได้ขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ โดยตรงกลางเป็นพื้นที่ว่างที่ยังสามารถจัดฟังก์ชันเพิ่มเติมได้นะคะ เช่นใครที่ชอบแต่งตัวโดยใช้แสงจริงจากภายนอก (โดยเฉพาะคุณผู้หญิง) ยังสามารถจัดบริเวณนี้เป็นพื้นที่แต่งตัวเพิ่มเติมได้ค่ะ

ฝั่งขวามือเป็นเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ ซึ่งได้ขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ สังเกตว่ามีพื้นที่ด้านข้างอ่างมากทีเดียวสามารถวางของใช้ได้เยอะ รวมไปถึงด้านล่างที่ได้ตู้ Built-in ถึง 4 บานเปิด

อีกฝั่งเป็นพื้นที่โถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำ กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก ซึ่งอุปกรณ์ห้องน้ำทั้งหมดใช้สเป็คเดียวกับห้องน้ำ Master Bedroom นะคะ

ถัดมาที่ห้องนอนด้านหลังบ้านกันต่อนะคะ ผ่านส่วนโถงทางเดิน ซึ่งปัจจุบันต้นไม้ยังสูงขึ้นมาไม่ถึงในชั้นนี้ ใช้เวลาอีกหน่อยบรรยากาศโถงทางเดินในชั้นนี้จะได้บรรยากาศความร่มรื่นเช่นเดียวกับชั้น 2 เลยค่ะ

สำหรับพื้นที่เตียงนอนด้านในมีขนาดกว้างขวางนะคะ วางเตียงขนาดใหญ่พร้อมจัดพื้นที่นั่งเล่นในห้องยังสามารถทำได้สบายค่ะ

ด้านข้างเตียงนอนมีพื้นที่ระเบียงส่วนตัวอีกเช่นเดียวกับห้องนอน 2 ในชั้นล่าง

ปลายเตียงมีพื้นที่อีกพอสมควรเลยค่ะสามารถจัดฟังก์ชันเพิ่มเติมได้นะคะ และนอกจากนี้ตรงปลายเตียงก็ยังมีระเบียงภายนอกด้วยค่ะ

เป็นระเบียงส่วนตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าระเบียงด้านข้างเตียงนะคะ สามารถออกมานั่งเล่นหรือสูดอากาศได้

ภายในส่วน Walk-in Closet สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้ารูปตัว L ได้กำลังดีค่ะ

ส่วนห้องน้ำของห้องนี้จะเหมือนกับห้องน้ำในห้องนอน 2 เลยทั้งการจัดวางฟังก์ชัน ชุดสุขภัณฑ์

ปิดท้ายด้วยบ้าน Type B ที่ดิน 45-51 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 407.23 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 49 ล้านบาท

 

ชั้น 1 – แบบบ้านนี้ได้พื้นที่ใช้สอยในชั้นนี้ค่อนข้างใหญ่นะคะ อย่างส่วน Foyer ที่ดูกว้างขวางทำให้ตัวบ้านดูโปร่งโล่งมากขึ้น ส่วนพื้นที่ Back of House ก็ได้ขนาดใหญ่เช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่ของแม่บ้านที่สามารถรองรับแม่บ้านได้ 2 คนเลยค่ะ

ชั้น 2 – เป็นจุดเด่นของบ้านเลยค่ะ เพราะจัดให้มีพื้นที่ Common Area ทั้งชั้นเลยก็ว่าได้นะคะ โดยประกอบด้วย พื้นที่ครัวขนาดใหญ่ ที่สามารถวางโต๊ะกลมหรือ Breakfast Corner เพิ่มเติมจากพื้นที่รับประทานอาหารหลัก และสำหรับพื้นที่รับประทานอาหารสามารถรองรับโต๊ะขนาดใหญ่ 8-10 ที่นั่งได้กำลังสบายๆ ส่วนบริเวณหน้าบ้านเป็นพื้นที่นั่งเล่นขนาดใหญ่ และห้องอเนกประสงค์อีก 1 ห้องที่สามารถจัดเป็นห้องทำงาน หรือห้องต่างๆ ตามไลฟ์สไตล์ลูกบ้านได้เลยค่ะ พร้อมพื้นที่ระเบียงที่ล้อมรอบ Common Area ทำให้ได้บรรยากาศผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นนะคะ

ชั้น 3 – แบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้อง โดยวางห้อง Master Bedroom ไว้ด้านหน้าบ้านนะคะ จุดเด่นของ Master Bedroom ในบ้าน Type B คือ ห้องน้ำที่ได้สามารถได้วิวสวนจากบริเวณระเบียงส่วนตัวฝั่งที่ติดกับห้องน้ำด้วย

ชั้น 4 – เป็นชั้นที่มีห้องนอนทั้งหมด 2 ห้อง แบ่งห้องนอนใหญ่ไว้ด้านหน้า ห้องนอนเล็กอยู่ด้านหลัง ซึ่งห้องนอนใหญ่จะได้ระเบียงขนาดใหญ่สามารถจัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่นได้ ส่วนตรงกลางระหว่างห้องนอนจัดให้มีพื้นที่นั่งเล่น (Family Area) สำหรับสมาชิกในบ้านโดยเฉพาะ มีความเป็นส่วนตัว ถือเป็นบ้าน Type ที่จัดพื้นที่นั่งเล่นชั้นบนไว้ขนาดใหญ่สุดนะคะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 18 May 2018

  • Type A ที่ดิน 36-39 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 345-358 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 32 ล้านบาท
  • Type B ที่ดิน 45-51 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 407.23 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 49 ล้านบาท
  • Type C ที่ดิน 57-69 ตร.วาพื้นที่ใช้สอย 388-401 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 53 ล้านบาท
  • จอง 300,000 บาท
  • ทำสัญญา 5% ของราคาบ้าน
  • ค่าส่วนกลาง 11,000 บาท/ยูนิต/เดือน
  • ค่ากองทุน 7,000 บาท/ตร.วา
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – โครงการ ARNA Ekamai ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ระหว่างย่านเอกมัย-ทองหล่อ และพระโขนง ซึ่งปัจจุบันอย่างที่ทราบกันว่าเป็นทำเลทอง หาที่ดินทำโครงการบ้านเดี่ยวใจกลางเมืองค่อนข้างยากแล้วนะคะ ซึ่งทำเลโครงการนี้จึงตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ที่มองหาทำเลใจกลางเมือง เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์และรถสาธารณะ รวมไปถึงใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ใจกลางเมืองต่างๆ ที่ใกล้เลยคือในซอยเอกมัยมีร้านอาหารอร่อยและชื่อดังอยู่หลายร้านที่เปิดกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ก็มีห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Gateway Ekamai, Community Mall อย่าง J Avenue, The Third Place, The Taste Thonglor เป็นต้น พร้อมทั้ง มีโรงเรียนนานาชาติในรัศมีไม่เกิน 3 กม. มากกว่า 5 โรงเรียน

ส่วนในซอยเอกมัย 65 ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการ มีบรรยากาศในซอยย่อยนี้จะค่อนข้างเงียบสงบเป็นกลุ่มบ้านอยู่อาศัยแบบบ้านเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างกับความคึกคักบนถนนเอกมัยอย่างสิ้นเชิง ทำให้ทำเลของโครงการนี้จัดเป็นบ้านเดี่ยวบนทำเลใจกลางเมืองที่แวดล้อมด้วยสถานที่ที่เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย

การเดินทางโดยใช้รถ – การเดินทางด้วยรถจัดว่าสะดวกทีเดียวค่ะ ด้วยความที่ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยย่อยสุขุมวิท 65 ซึ่งเป็นซอยที่มีความสำคัญคือเป็นซอยที่สามารถเชื่อมเข้าถนนหลักได้ 3 เส้นด้วยกัน คือจาก ถนนสุขุมวิท, เอกมัย และปรีดีพนมยงค์ ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางได้สะดวกมากขึ้น ไม่เสียเวลารถติดบนถนนสุขุมวิท หากต้องการไปเอกมัยหรือปรีดีย์พนมยงค์ สำหรับใครที่ใช้ทางด่วนจะมีทางด่วนรามอินทราช่วงสุดถนนเอกมัย มีทางขึ้นห่างจากโครงการประมาณ 1.7 กม. และทางด่วนเฉลิมมหานครที่ต้องวิ่งทะลุซอยสุขุมวิท 40 ไปออกฝั่งกล้วยน้ำไท มีทางขึ้นห่างจากโครงการประมาณ 3.1 กม.ค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – สำหรับการเดินทางโดยพึ่งพารถสาธารณะก็สะดวกนะคะ จัดเป็นโครงการบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายหลัก โดยโครงการตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง BTS เอกมัย และ BTS พระโขนง มีระยะห่างเท่าๆ กันประมาณ 1 กม. นะคะ เป็นอีกตัวเลือกในการเดินทางหากไม่ใช้รถ หรือเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีการจราจรหนาแน่น เพราะตรงไปเพียงสถานีเดียวก็ถึงทองหล่อแล้วค่ะ

วัสดุ – โครงการเลือกวัสดุมีคุณภาพเหมาะสมกับระดับราคา เริ่มจากพื้นชั้น 1 ปูด้วย Homogeneous Tile พื้นชั้นบน 2 – 4 เป็นพื้นไม้ Engineering wood ในส่วนห้องน้ำให้เหมือนห้องตัวอย่างทั้งหมดค่ะ สุขภัณฑ์จาก TOTO โถสุขภัณฑ์ใช้เป็นสุขภัณฑ์ชิ้นเดียวทุกห้อง เคาน์เตอร์อ่างล้างมือท็อปหินอ่อน ฝักบัวได้ Rain Shower และเดินระบบน้ำร้อนพร้อมติดตั้ง Thermostat ให้ทุกห้อง ได้ชุดครัวจาก Poggenpohl เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องชุดครัวโดยเฉพาะจากเยอรมันนี พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Gorenje ประกอบด้วย Microwave, Oven, Dish Washer และ Hob & Hood มี Lift โดยสารให้ทุกยูนิตเป็นมาตรฐาน สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor  VDO Door Phone และ Home Security & Automation เป็นมาตรฐาน ส่วนภายนอกบริเวณที่จอดรถมี EV Charger ที่ชาร์จรถไฟฟ้าให้บ้านทุกหลัง และประตูรางเลื่อนไฟฟ้าอัตโนมัติ

การออกแบบ – บ้านในโครงการเพียง 11 ยูนิต มีความเป็นส่วนตัวสูง ตัวบ้านออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สวยงามและมีฟังก์ชันที่น่าสนใจเริ่มจาก แผงบังแดด (Solar Shading device) นอกจากจะใช้กันแสดงแดดแล้วยังทำหน้าที่กันสายตาภายนอกที่จะมองเข้ามาในบ้าน (Filter) และเป็นฉากสกรีนเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน โดย Solar Shading device นี้ปรับองศาได้ สามารถเปิดเมื่อต้องการรับบรรยากาศภายนอก และปิดเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวในบ้านได้

การออกแบบโดยใช้หลัก Universal Design หรือการออกแบบเพื่อคนในทุกเพศ ทุกวัยสามารถใช้งานได้จริง ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ในบ้าน ไม่ใช่เพียงแต่ชั้นล่างสุดเท่านั้น

สำหรับบ้าน Type A จุดเด่นคือพื้นที่ Common Area ในชั้น 2 เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่เชื่อมกับระเบียงขนาดใหญ่บริเวณหน้าบ้าน ได้บรรยากาศแนวรีสอร์ทเพื่อการพักผ่อน เป็นฟังก์ชันที่เชื่อมกันทั้งหมดสร้างความสัมพันธ์ภายในบ้านให้กระชับมากขึ้นได้

Type C จุดเด่นคือการออกแบบบ้านเป็นส่วนหนึ่งกับ Pocket Garden ด้วยการวางบ้านโอบล้อมสวนทำให้ฟังก์ชันหลักภายในบ้านได้เข้าถึงธรรมชาติได้ดี มีโถงทางเดินที่สามารถมองเห็นสวนได้ในทุกชั้น ห้องนอนทุกห้องติดระเบียง 2 ฝั่ง และทุกระเบียงมีความเป็นส่วนตัวที่ใช้งานได้จริง แม้จะเป็นระเบียงหน้าบ้านก็ได้ Facade ช่วยบังสายตาได้ดีมาก ห้องนอนชั้นบนและพื้นที่นั่งเล่นสามารถปรับให้เป็นห้อง Master Bedroom + 1 Bedroom ได้ ตอบโจทย์สมาชิกในครอบครัวที่แต่งงานเข้ามามีสมาชิกในบ้านเพิ่มมากขึ้นได้ค่ะ

สาธารณูปโภค – โครงการเป็นโครงการขนาดเล็กเพียง 11 ยูนิต จึงไม่มีส่วน Club House หรือ Facilities ไว้ใช้งาน แต่สิ่งอื่นที่ได้จัดว่าดีทีเดียวค่ะ อย่างถนนหลักที่ปูด้วย Stamp Concrete ทั้งหมด การปลูกต้นไม้ในโครงการที่ร่มรื่น บางจุดที่ติดกับเพื่อนบ้านมีการทำ Verticle Garden บังสายตาให้แล้วยังได้รับความร่มรื่นมากขึ้นด้วย รั้วโครงการสูง 3+3 ม. และที่สำคัญคือเสาไฟฟ้าลงดินด้วยค่ะ

 

Judgement

ARNA Ekamai เป็นโครงการระดับ  Super Luxury ที่มีราคาขายระดับ 32 ล้านบาทขึ้นไป  ปัจจัยในการเลือกซื้อนอกจากจะต้องดูเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่สำคัญ เช่น ความชอบส่วนบุคคล อารมณ์ และความรู้สึกส่วนตัวของผู้ซื้อ ที่ต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณา แต่ปัจจัยดังกล่าวมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ดังนั้นทางทีมงานจะไม่มีการให้คะแนนความคุ้มค่าแก่โครงการ

BOTTOM LINE

ARNA Ekamai เหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่มองหาบ้านเดี่ยวใจกลางเมือง เดินทางสะดวกในย่านเอกมัย – ทองหล่อ – พระโขนง ใช้รถไฟฟ้าได้ง่าย อยู่ในสังคมขนาดเล็ก มีความเป็นส่วนตัวสูง ชอบบ้านมีงานดีไซน์ ในราคาเริ่มต้น 32 ล้านบาท

 

Share

4 Comments

  • ค่าส่วนกลางต่อเดือนหลังเล็กนี่ก็ปาไป400,000 แล้วนะครับ
    แพงกว่าค่างวดอีกรึเปล่าครับเนี่ย 0.0
    รวมกันทั้งโครงการเดือนนึงก็หลายล้านนะครับ

    • ขออภัยค่า ค่าส่วนกลาง 11,000 บาท/ยูนิต/เดือน นะคะ

  • watanyu.y

    ค่าส่วนกลาง 11,000 บาท/ตร.วา/เดือน

    โหดจัง!!

    • ขออภัยค่า ค่าส่วนกลางขอแก้ไขเป็น 11,000 บาท/ยูนิต/เดือน ค่ะ

Leave a Reply