La Casita คอนโด Low Rise สไตล์ Spanish พร้อม Facilities ร่วม 4,000 ตร.ม. ใกล้ Bluport จากแสนสิริ [รีวิวฉบับที่ 1566]

April 11, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1566 … สวัสดีค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดตากอากาศใจกลางเมืองหัวหินทั้งพักอาศัยเองในวันหยุดหรือต้องการลงทุนนั้น มาอ่านรีวิววันนี้กันค่ะ เพราะเรามีพาไปชมโครงการ La Casita คอนโดตกแต่งสไตล์ Spanish ใกล้ Bluport รวมไปถึงได้ Facilities ร่วม 4,000 ตร.ม. เลยทีเดียว จะเป็นอย่างไรไปชมกันค่ะ

Fact @ 5 April 2018

  • La Casita (ลา กาซิตา)
  • บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ถ.เพชรเกษม ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร 705 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 154 คันคิดเป็น 22% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 6 ไร่
  • 1 Bedroom 26.50 – 37.50 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 48.25 – 91 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.5 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 95,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1685

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 12.553803, 99.961528

ที่ตั้งโครงการ La Casita ตั้งอยู่ติดถนนเพชรเกษมช่วงใกล้กับโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และอยู่ไม่ไกลจากบลูพอร์ต หัวหินประมาณ 700 ม. และห่างจากตลาดซิเคด้าไปประมาณ 2.7 กม.

สำหรับ “หัวหิน” เป็นแหล่งพักผ่อนตากอากาศที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพเท่าไหร่นัก ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงนิดหน่อยก็ถึงแล้ว จุดเริ่มต้นเขตหัวหินจะนับจากอุโมงค์ทางลอดใต้รันเวย์สนามบิน โดยมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆอย่างเช่น เพลินวาน ตลาดโต้รุ่งหัวหิน Cicada market , สวนน้ำ Vananava และคอมมูนิตี้มอลล์เปิดใหม่อย่างบลูพอร์ต เป็นต้น สำหรับชายหาดบริเวณโครงการนี้ถือว่าดี เดินเล่นได้ ว่ายน้ำได้ไม่สกปรกเหมือนหาดในเมือง และค่อนข้างสงบเป็นส่วนตัว จะเหมาะกับคนที่มาตากอากาศพักผ่อน ในส่วนภาพรวมของหัวหินทางเรามีวิเคราะห์ไว้บ้างแล้วอยากให้เข้าไปอ่านบริบทดูกันสักเล็กน้อยเพื่อเข้าใจว่ามีอะไรบ้าง คลิกที่นี่

โดยทำเลที่ตั้งของ La Casita ถือเป็นทำเลกลางใจเมืองหัวหิน โดยตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์การค้าบลูพอร์ตประมาณ 700 เมตรแหล่งช้อปปิ้งชื่อดัง ที่มีทั้งร้านอาหารและโรงภาพยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของหัวหิน

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต รีสอร์ทมอลล์แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของหัวหิน เป็นช้อปปิ้ง & ไลฟ์สไตล์มอลล์ ที่ผสมผสานแรงบันดาลใจและไอเดียจากเมืองรีสอร์ทชายทะเล เอกลักษณ์ลวดลายและสีสันแบบกะลาสี มีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง กิน ดื่ม สินค้าแฟชั่น ความงาม ไลฟ์สไตล์ และไอทีครบครันกว่า 1,000 แบรนด์ พร้อมด้วยแหล่งบันเทิงคอนเซ็ปต์เฉพาะตัว

เครดิตรูปประกอบจาก FB : The Cicada Market

อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลกับ ตลาดจั๊กจั่น หรือ ซิเคด้า มาร์เกต (Cicada market) เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวของหัวหินที่พลาดไม่ได้เมื่อมาหัวหิน โดยจะมีคอนเซปอยู่ว่า เป็นของ Handmade ออกแนวศิลปะ ของที่มาขายก็มีตั้งแต่ของแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของประดิษฐ์ รูปภาพ และก็ของกิน แหล่งรวมสินค้าสุดฮิปมีสไตล์ มาเดินเล่นยามเย็น เปิดเย็นวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ เวลา 16.00 – 23.00 น.

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมโครงการด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ส่วนใหญ่อยู่รายล้อมด้วยชุมชน โรงแรมต่างๆ มากมายทีเดียวนะคะ ที่สำคัญคือจากภาพมุมสูงจะเห็นได้ว่าอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ หัวหิน รวมไปถึง Bluport ที่เป็นห้างสรรพสินค้า ภายในมีร้านค้า ร้านอาหาร Supermarket รวมไปถึงโรงหนังครบครัน เรื่องของวิวโดยรอบทิศไม่ถูกบล็อกวิวในระยะประชิดนะคะ เพราะโดยรอบขอบเขตที่ดินอยู่ติดกับอาคารแนวราบสูงไม่เกิน 2 ชั้น และที่ดินเปล่า พิเศษหน่อยคือใครที่เลือกอาคาร A ในทิศตะวันออกชั้นบนๆ จะได้วิวหาดหัวหินด้วยค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาลกรุงเทพ 400 เมตร
  • บลูพอร์ต ช็อปปิ้งมอลล์ 700 เมตร
  • มาร์เก็ต วิลเลจ 700 เมตร
  • โรงเรียนซาเลเซียน 850 เมตร
  • วิลล่ามาร์เก็ต 1.2 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลซานเปาโล 1.2 กิโลเมตร
  • The Chocolate Factory 1.3 กิโลเมตร
  • โรสเฮ้าส์ คาเฟ่ 1.5 กิโลเมตร
  • ตลาดชิเคด้า 2.7 กิโลเมตร
  • สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน 3.3 กิโลเมตร

 

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ La Casita หมู่คอนโด Low Rise 4 อาคาร จำนวนยูนิตทั้งหมด 705 ยูนิต บนเนื้อที่ดินประมาณ 6 ไร่ รูปแบบโครงการออกแบบมาในแนว Spanish เน้นลวดลายและดีเทลค่อนข้างชัดเจนบริเวณบรรยากาศโครงการและ Interior ภายใน ส่วนตัวอาคารจะเป็นแนวเรียบง่าย ใช้โทนสีอบอุ่น (Warm Tone)

สำหรับตัว Model โครงการเริ่มจากหน้าทางเข้าโครงการอยู่ติดกับถนนเพชรเกษมนะคะ

ภายในโครงการประกอบด้วยอาคารทั้ง 4 อาคาร ไล่ไปตั้งแต่อาคาร A-D โดยลักษณะการจัดวางผังจะเป็นแบบอาคารล้อม Facilities เพราะโครงการนี้ตั้งใจออกแบบให้ห้องพักอาศัยภายในได้วิวพื้นที่ส่วนกลางที่มีทั้งสระว่ายน้ำ สวน และพื้นที่ต่างๆ ที่จัดไว้ให้ในสไตล์บรรยากาศแบบ Spanish นั่นเอง โดยห้องพักอาศัยที่หันเข้าด้านในจะมีราคาต่อตารางเมตรที่สูงกว่าห้องพักอาศัยที่หันออกภายนอกหน่อยนะคะ

จุดเด่นของโครงการคือการให้พื้นที่ส่วนกลางมาถึง 2.5 ไร่ หรือประมาณ 4,000 ตร.ม. เพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในตัวโครงการได้เลยนะคะ ซึ่งประกอบด้วยสระว่ายน้ำ (Lap Pool) ที่มีความยาวรวมกันถึง 100 ม. มีพื้นที่ด้านข้างที่เรียกว่า Palm Court (ปาล์ม คอร์ท) บริเวณนี้ออกแบบให้เป็นครัวส่วนกลาง มีพื้นที่บาร์บีคิวให้ไว้สำหรับลูกบ้านสามารถมาปาร์ตี้ได้ และรายล้อมด้วยสวนที่ทางโครงการตั้งใจออกแบบให้เป็นสวนสไตล์ Spanish เดี๋ยวเราจะมีภาพสวนจริงใน Sale Gallery ให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ

สำหรับ Swimming Pool นี้นอกจากเรื่องของความยาวที่ให้สามารถว่ายออกกำลังกายได้ดีแล้ว ก็มีแบ่งโซนเป็นสระเด็กและโซน Jacuzzi นวดตัวในน้ำได้นะคะ

บรรยากาศจำลองบริเวณสวนของโครงการนะคะ นอกจากสระว่ายน้ำ สวนแล้ว ก็ยังมี Facilities อื่นๆ เช่น ห้องฟิตเนส ขนาด 100 ตร.ม. Lobby แยกทุกอาคารพร้อม Free Wifi ด้วยค่ะ

บรรยากาศการจำลองสวนสไตล์ Spanish จริงบริเวณ Sale Gallery นะคะ มีทั้งชุดเก้าอี้โซฟานั่งเล่นริมสวนที่นอกจากจะเป็นต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาแล้ว ก็มีไม้ดอกสีสันต่างๆ ดูสวยงามทีเดียวนะคะ ซึ่งหากอ้างอิงจากโครงการส่วนใหญ่ของแสนสิริก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าบรรยากาศโครงการแสนสิริมักจะทำออกมาได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว

บรรยากาศภายใน Lobby อาคารออกแบบมาในสไตล์ Spanish ชัดเจน ใช้โทนสีขาว-ไม้ และการทำ Arch โค้ง รวมถึงการเล่นลายผนังด้วยกระเบื้องที่ทางโครงการออกแบบพิเศษมาสำหรับโครงการนี้โดยเฉพาะ ภายในมีชุดโซฟาให้สำหรับลูกบ้านมานั่งเล่นพักผ่อนได้ หรือจะไว้สำหรับต้อนรับแขกก็ได้เช่นกันค่ะ

อีกภาพจำลองทัศนีภาพส่วน Lobby จากภาพนี้จะเห็นค่อนข้างชัดเจนว่าฝ้าเพดานในส่วน Lobby ให้มาแบบ Double Volume พร้อมได้กระจกทรงสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานทำให้บรรยากาศภายใน Lobby โปร่งโล่งดีทีเดียวค่ะ

Gimmick การออกแบบโดยใช้ประตูทรงโค้ง (Arch) นี้มีการทำให้ดูเป็นแบบอย่างใน Sale Gallery ด้วยนะคะ ใครอยากมาลองเสพบรรยากาศที่คล้ายคลึงกับบรรยากาศโครงการจริงสามารถมาเดินดูกันได้ค่ะ

ปิดท้ายก่อนเรามาพูดถึงแปลนโครงการกันต่อคือรูปโถงทางเดินนี้ จะเป็นแบบ Single Corridor ลักษณะนี้จะมีในอาคาร A เท่านั้นนะคะ ซึ่งใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว และความโปร่งโล่งบริเวณโถงทางเดิน ไม่ติดกับเพื่อนบ้านห้องตรงข้ามก็สามารถเลือกห้องในอาคาร A กันได้ค่ะ

ชั้น 1 จากถนนทางเข้าโครงการมาจะเจอกับส่วน Drop-off โดยใครที่จอดรถก็สามารถตรงไปจอดรถบริเวณอาคาร B-D ได้เลย เพราะชั้นล่างของอาคาร B-D นั้นจะทำเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด ยกเว้นอาคาร A ที่มีห้องพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 1 เลย โดยห้องที่อยู่ชั้น 1 นี้จะมีความพิเศษคือเป็นห้อง Pool Access สามารถลงสระได้จากห้องพักตัวเองได้เลยค่ะ และอีกส่วนของอาคาร A ช่วงบริเวณด้านหน้านั้นเป็นพื้นที่รับรองแขกขนาดใหญ่ หรือ Lobby ซึ่งจะเป็น Lobby ที่เราเห็นใน Perspective ด้านบน สามารถมานั่งเล่นและชมวิวสระว่ายน้ำได้ด้วยนะคะ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง (Facilities) จะอยู่ตรงกลางโครงการทั้งหมด โดยหลักเลยคือสระว่ายน้ำที่มีความยาวถึง 100 ม. ยาวตั้งแต่อาคารด้านหน้าไปจนถึงด้านหลังเลยค่ะ และรอบสระก็มีทั้งสวน สนามเด็กเล่น Pavillion พื้นที่นั่งเล่น รวมไปถึงพื้นที่ BBQ ต่างๆ ส่วนห้อง Fitness และห้องน้ำจะอยู่บริเวณอาคาร B นะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 อาคาร B-D จะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมดแล้วนะคะ โดยจะสังเกตได้ว่าทุกอาคารนั้นจัดวางห้องขนาดใหญ่ 1 Bedroom 34.5-35 ตร.ม. รวมไปถึงห้องมุมที่ทำเป็น 2 Bedroom อยู่บริเวณด้านในโครงการที่สามารถ Take View ส่วน Facilities ได้ดี ในขณะที่ห้องพักอาศัยด้านนอกส่วนใหญ่วางให้เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.5 ตร.ม. ที่มีขนาดกะทัดรัดลงมานะคะ

มาวิเคราะห์กันต่อสำหรับใครสนใจโครงการนี้แต่ยังไม่รู้จะเลือกอาคารไหนดี

  • อาคาร A : เด่นในเรื่องความเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนยูนิตที่น้อยกว่าอาคารอื่น รวมทั้งได้ Single Corridor ซึ่งจัดว่าดีมากเพราะนอกจากเรื่องความเป็นส่วนตัวแล้วคือได้บรรยากาศจากวิวฝั่งภายนอกเวลาเดินเข้า-ออกห้อง และเรื่องของ Ventilation ภายในอาคารที่ดีกว่าอาคารอื่นๆ นะคะ
  • อาคาร B – C : เป็นอาคารโซนด้านใน สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศเงียบสงบมากขึ้นหน่อย ไม่อยู่ใกล้ถนนใหญ่มากนัก อาคารโซนด้านในก็เป็นคำตอบที่ดีค่ะ โดยรวมแล้วการจัดวางต่างๆ ของทั้ง 2 อาคารไม่ค่อยต่างกันมากนัก แต่มีอาคาร B ที่มีห้องขนาดใหญ่สุด ได้ระเบียงใหญ่อยู่ 2 ห้องตรงบริเวณมุมอาคาร ใครที่ต้องการระเบียงขนาดใหญ่ไว้ปาร์ตี้ส่วนตัวกับครอบครัวก็สามารถเลือก 2 ยูนิตนั้นได้ค่ะ
  • อาคาร D : เป็นอาคารที่อยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกโครงการมากที่สุดดังนั้นใครที่ชอบการเดินทางเข้า-ออกโครงการสะดวกมากสุด ไม่ต้องเดินไกลมากนัก อาคารนี้ก็ตอบโจทย์นะคะ

ชั้น 3-8 โดยรวมแล้วแปลนอาคารเหมือนกันทุกอย่างนะคะ ยกเว้นอาคาร B ที่ห้อง 2 Bedroom มุมอาคารมีการปรับผังห้องพักอาศัยเล็กน้อย คือไม่ได้ระเบียงขนาดใหญ่เท่ากับชั้น 2 แล้วค่ะ

และอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการตากอากาศ La Casita ที่มีการ Collaboration กับ Hostmaker มาช่วยอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการโครงการเพื่อการปล่อยเช่า และอยู่อาศัยให้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุน ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาดูแลห้องด้วยตนเองสามารถดูรายงานต่างๆ ผ่าน Application ของ Smartphone ตัวเองได้เลย โดยจะแสดง Status ต่างๆ ให้ชัดเจนด้วยนะคะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ยาว 100 เมตร แบ่งสระเด็ก และสระผู้ใหญ่
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้องขนาด 100 ตร.ม.
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • Play Ground
  • Seating Area
  • Kitchen (BBQ Area)
  • Free Wifi บริเวณ Lobby
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 88.12 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 154 คันคิดเป็น 22% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

รูปแบบโครงการขาย Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์ครบทุกอย่าง สามารถแพคกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย ซึ่งชุดเฟอร์นิเจอร์นั้นจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ทางแสนสิริออกแบบเอง (Custom Design by Sansiri) เพื่อให้เหมาะกับการออกแบบพื้นที่ภายในห้องมากที่สุด ทั้งนี้ในห้องตัวอย่างเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งให้ดูนะคะ ไม่ได้ให้เหมือนในห้องมาตรฐาน ซึ่งผู้ซื้อสามารถของดูรายละเอียดหน้าตาเฟอร์นิเจอร์ได้จากทางโครงการเลยค่ะ ส่วนสิ่งที่ได้เหมือนในห้องมาตรฐานเลยมีดังนี้

  • ชุดเคาน์เตอร์ครัว
  • สุขภัณฑ์ทั้งหมดในห้องน้ำ (American Standard)

ห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 34.5 – 35 ตร.ม. ลักษณะการจัดวางพื้นที่ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจนทีเดียวนะคะ จะสังเกตได้ว่ามีการแยกโซนนิ่ง (Zonning) เป็น 2 โซนด้วยกันคือ Common Area ฝั่งซ้ายมือประกอบด้วย ครัว พื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่นั่งเล่น ส่วนฝั่งขวานั้นคือโซน Private หรือการจัดเป็นพื้นที่ห้องนอนขนาดใหญ่ ซึ่งทั้ง 2 โซนนี้หากเราต้องการให้พื้นที่เปิดโล่งมากขึ้นก็สามารถเปิดประตูบานเลื่อนกระจกที่กั้นระหว่าง Common Area และห้องนอนได้อีกด้วยค่ะ ทำให้การใช้งานค่อนข้างยืดหยุ่นทั้งรูปแบบการอยู่อาศัยแบบต้องการความเป็นส่วนตัวในห้องนอน หรือรูปแบบการอยู่อาศัยที่ต้องการได้พื้นที่โปร่งโล่ง ส่วนระเบียงนั้นจัดมาให้ค่อนข้างกว้างขวางแตกต่างจากโครงการทั่วไป เนื่องจากโครงการนี้ออกแบบเป็นโครงการในรูปแบบตากอากาศ ซึ่งให้ความสำคัญการพักผ่อนบริเวณระเบียงด้วยเช่นเดียวกัน สามารถมองวิว Facilities ภายนอกได้ดีค่ะ

จากหน้าทางเข้าประตูเป็น HDF ขนาด Oversize มีความกว้างกำลังดี ด้านล่างทำธรณีประตูยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งข้อดีเลยคือสามารถกันฝุ่นจากโถงทางเดินได้ระดับนึง และการปูด้วยวัสดุที่คงทนมากกว่าไม้สำเร็จรูปทั่วไปอีกด้วย

Digital Door Lock ที่นี่ให้มาค่อนข้างดีทีเดียวนะคะ โดยจะใช้ยี่ห้อของ igloohome ใครที่เห็นไปดู The Line สาทร หรือโครงการระดับ Luxury ของแสนสิริน่าจะเคยเห็นกันนะคะ สำหรับความพิเศษของ Digital Door Lock รุ่นและยี่ห้อนี้คือการที่สามารถตั้ง one-time Password (OTP) ได้ ซึ่งจะเหมาะสำหรับโครงการตากอากาศมากขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อนั้นไม่ได้อาศัยอยู่เป็นประจำ หากต้องการจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดก็สามารถตั้ง OTP ให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดได้ เป็นครั้งคราว ไม่ต้องกลัวเรื่องความปลอดภัยและทรัพย์สินต่างๆ รวมไปถึงการปล่อยเช่าให้ผู้เช่าอีกด้วย เช่น มีผู้เช่ามาเช่า 3 เดือนก็สามารถตั้งรหัสเข้าห้องที่สามารถใช้ได้ 3 เดือน หลังจากนั้นระบบจะ Reset Password อัตโนมัติ ทั้งหมดนี้สามารถจัดการได้ผ่าน Smartphone ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องมา Set เองค่ะ

เข้ามาภายในเป็นส่วนครัวซึ่งปูด้วยพื้นแกรนิตโต้ที่เหมาะกับการใช้งานได้ดี เนื่องจากครัวต้องใช้การทำอาหารอยู่แล้วเป็นหลัก อาจจะมีน้ำ หรือน้ำมันต่างๆ เลอะเทอะได้ พื้นแกรนิตโต้จะตอบโจทย์ในส่วนนี้เนื่องจากทำความสะอาดง่ายและมีความคงทนในการใช้งานค่ะ

ภายในห้องโปร่งโล่งทีเดียวนะคะ เราถ่ายจากหน้าห้องส่วนครัวสามารถมองทะลุไปยังระเบียงได้เลย ทั้งห้องได้แสงสว่างจากธรรมชาติภายนอกค่อนข้างทั่วถึงทีเดียวค่ะ ส่วนฝ้าเพดานห้องที่นี่ให้มามาตรฐานอยู่ที่ 2.5 ม.

เราเริ่มต้นกันที่ส่วนครัวกันก่อนนะคะ บริเวณครัวนี้ลักษณจะเป็นครัวเปิดนะคะ ที่ได้ตามมาตรฐาน แต่หากเราเป็นคนที่ชอบทำกับข้าวรับประทานอาหาร บริเวณนี้เราสามารถกั้นพื้นที่เป็นครัวปิดได้ด้วยประตูบานเลื่อนกระจก สำหรับพื้นที่ครัวนี้แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งขวาเป็น Pantry ครัว และฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่สำหรับวางของได้หรือทำเป็นที่วางตู้เย็นได้

สำหรับ Pantry ครัวจะได้ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ มีทั้งเคาน์เตอร์ครัวและตู้ Built-in ด้านบนครบครัน

ท็อปครัวที่นี่ให้เป็นหินสังเคราะห์ซึ่งค่อนข้างดีในการใช้งาน สามารถทนความชื้นต่างๆ ได้ดี บานเปิดได้ Soft Close ทั้งหมด หน้าบานปิดผิวด้วยลามิเนต ด้านล่างมีลิ้นชักสำหรับใส่จาน และช่องสำหรับวาง Microwave ได้

Sink เป็นแบบฝังเคาน์เตอร์สวยงามดีค่ะ

อีกฝั่งได้ชุด Hob & Hood จาก MEX นะคะ เพิ่มเติมสำหรับใครที่ชอบทำอาหาร นอกจากจะแนะนำให้กั้นประตูบานเลื่อนส่วนครัวให้เป็นครัวปิดแล้วจะแนะนำให้กรุกระเบื้องหรือกระจกเพื่อให้ง่ายสำหรับการทำความสะอาดและไม่สกปรกที่ผนังเวลาอาหารหรือน้ำมันกระเด็น

เข้ามายังพื้นที่ Common Area เมื่อเปิดพื้นที่ส่วนประตูบานเลื่อนแล้วเราจะเห็นได้ชัดว่าพื้นที่ค่อนข้างโปร่งโล่งพอสมควรเลยค่ะ ซึ่งพื้นที่นี้เชื่อมระหว่างพื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่นั่งเล่น ห้องนอน และด้านนอกสุดคือส่วนระเบียงนั่นเอง

มาที่ส่วน Common Area กันก่อนนะคะ สำหรับพื้นที่รับประทานอาหารนั่นจะมีขนาดที่เหมาะกับการวางโต๊ะรับประทานอาหารประมาณ 2-3 ที่นั่งไม่เกินนี้จะกำลังดีที่สุด

พื้นที่นั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ 3 ที่นั่งได้พร้อมโต๊ะกลางอีกด้วย แต่ใครที่ต้องการ Built-in ผนังฝั่งทีวีให้สามารถวางของตกแต่งเพิ่มเติมนั้นก็สามารถทำได้นะคะ แต่แนะนำให้วางโต๊ะกลางไซส์เล็กลงมาหน่อย เพื่อให้ความกว้างของทางเดินไม่แคบจนเกินไป

ถัดมาที่ระเบียงกันต่อนะคะ ส่วนนี้กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่แบบ 2 ตอน บริเวณระเบียงค่อนข้างกว้างขวางทีเดียวค่ะสามารถใช้เป็นระเบียงสำหรับพักผ่อนได้

มีมุมด้านข้างที่วาง CDU แอร์ โดยวางในรูปแบบเป่าออกด้านนอกทำให้ลมร้อนไม่มากวนใจพื้นที่ระเบียงด้านข้าง

กลับมาที่ส่วนห้องนอนกันต่อนะคะ สำหรับส่วนนี้จะได้ประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 3 ตอนกั้นส่วน Common Area และห้องนอนเป็นมาตรฐาน ซึ่งประตูนี้สูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าเพดานเลย และ Fitting ค่อนข้างดีทีเดียว แนะนำเพิ่มเติมสำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของห้องนอนมากขึ้นสามารถติดฟิล์มฝ้าที่กระจกได้ หรือจะทำม่านเพิ่มเติมได้เช่นกันค่ะ

ภายในห้องนอนตัวอย่างจะวางเตียงแบบ 5 ฟุตให้นะคะ ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งมีพื้นที่เหลือให้เดินได้สบาย ฝั่งขวามือเป็นที่วางตู้เสื้อผ้า และเชื่อมกับห้องน้ำในห้องนอน

ส่วนอีกฝั่งเป็นพื้นที่ติดริมหน้าต่าง บริเวณนี้จัดเป็นพื้นที่ทำงานหรือพื้นที่นั่งเล่นได้ดีเลยค่ะ เพราะสามารถมองวิวภายนอกแบบชิลๆ ได้เลย ถือเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ห้องพักอาศัยในโครงการตากอากาศควรจะมี

สำหรับภายในห้องน้ำนี้จะได้ตามห้องตัวอย่างทั้งหมดยกเว้นพรอพตกแต่งนะคะ มีการแยกส่วนเปียกและแห้งให้เป็นสัดส่วน โดยกั้นด้วยฉากกั้นกระจก

เริ่มจากส่วนแห้งกันก่อน บริเวณนี้วางอ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์ให้จาก American Standard สังเกตที่พื้นกรุด้วยกระเบื้องลายเฉพาะตัวเป็น Gimmick ของโครงการที่ออกแบบมาในสไตล์ Spanish

ฉากกั้นกระจกทำเป็น 3 ตอนเพื่อให้สามารถเปิดพื้นที่ได้กว้างมากขึ้น

ภายในห้องน้ำตกแต่งด้วยลายกระเบื้องแบบ Spanish บริเวณฝักบัวมีช่องสำหรับวางของได้ พร้อมทั้งมีการเดินท่อต่างๆ สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนได้

ซูมลายกระเบื้องให้เห็นกันชัดๆ อีกนิด

มาดูอีกห้องตัวอย่างกันนะคะ เป็นห้องขนาดกะทัดรัดลงมาหน่อย 1 Bedroom ขนาด 26.5 ตร.ม. ลักษณะของแปลนจะเหมือนกับการห้อง Studio แต่มีการกั้นพื้นที่ครัวให้เป็นสัดส่วน ทำให้พื้นที่ Common Area + เตียงนอน ไม่โดนกลิ่นอาหารเวลาทำกับข้าวกระทบมากนัก และพื้นที่  Common Area + เตียงนอน เมื่อไม่มีการกั้นผนังต่างๆ ก็ช่วยให้ห้องมีความโปร่งโล่งได้ดีทีเดียว แม้พื้นที่ใช้สอยจะมีไม่มากนัก รวมถึงอีกจุดเด่นของห้องที่ชอบคือได้ระเบียงกว้างขวางใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนได้ ตอบโจทย์โครงการที่เป็นโครงการตากอากาศได้ดี

เข้ามาเจอกับพื้นที่ครัวและห้องน้ำก่อนนะคะ ส่วนนี้กั้นด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน ก่อนเข้าสู่พื้นที่ Common Area ด้านใน

ในส่วนของ Pantry ครัวได้แบบเดียวกับห้องก่อนหน้านี้เลยค่ะ ด้วยขนาด และวัสดุแบบเดียวกัน ด้านข้างเป็นพื้นที่ว่างสำหรับวางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้

อีกฝั่งด้านข้างทางเข้าห้องน้ำมีพื้นที่สำหรับ Built-in หรือวางตู้วางของต่างๆ ได้ สามารถทำเป็นชั้นวางของเหมือนห้องตัวอย่างก็ได้เช่นกันนะคะ

มาที่ภายในห้องน้ำ ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าห้องน้ำของแปลนนี้มีพื้นที่กว้างขวางกว่าห้องน้ำของห้องที่แล้วที่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่านะคะ สำหรับโซนนิ่งนั้นก็จัดให้เป็นสัดส่วนเช่นเดียวกัน โดยแบ่งเป็นโซนเปียกและแห้ง โซนแห้งมีอ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์สเป็คเดียวกับห้องที่แล้ว ยี่ห้อ American Standard แตกต่างเพียงตำแหน่งของการวางสุขภัณฑ์ที่แยกจากกันเป็นมุมๆ ชัดเจนกว่า

ถัดมาที่พื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นกระจกแบบบานเลื่อน 3 ตอนเช่นเดิมนะคะ พื้นที่ใช้สอยภายในให้มากำลังดีไม่เล็กไปนัก

ในส่วน Common Area + เตียงนอน ในส่วนนี้ให้ความรู้สึกค่อนข้างกว้างขวางดี มีพื้นที่ปลายเตียงค่อนข้างมากสามารถ Built-in ชั้นวางของต่างๆ เพิ่มเติมได้

ปลายเตียงนอกจากจะ Built-in วางของวางทีวีแล้ว ควรจะเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งกำลังดี และพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าด้วยนะคะ ซึ่งพวก Furniture หลักๆ ทางโครงการจะมีให้เป็นมาตรฐานนะคะ เพียงแต่หน้าตาไม่เหมือนในห้องตัวอย่าง

ถัดมาฝั่งเตียงนอนจะได้เตียงขนาด 5 ฟุตนะคะ มีเหลือพื้นที่ด้านข้างที่เราสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้

ถ่ายจากปลายเตียงจะเห็นว่ามีพื้นที่ข้างเตียงพอสมควรเลยนะคะ ใครที่อยากได้ชุดโซฟานั่งเล่นเพิ่มเติม แนะนำให้ขยับเตียงไปชิดฝั่งหน้าต่างมากขึ้นอีกหน่อยได้ จะได้มีพื้นที่อีกฝั่งวางโซฟาขนาดกะทัดรัดได้ค่ะ

มาที่ส่วนระเบียงกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 2 ตอนมาตรฐาน

ขนาดระเบียงค่อนข้างกว้างขวางเลยนะคะ ที่เราเห็นเครื่องซักผ้าโผล่ออกมานั้นไม่ใช่ว่าพื้นที่ระเบียงไม่พอนะ แต่พอดีช่างเค้าไม่ได้วางไปด้านในสุดเท่านั้นเอง

ด้วยความที่ตัวโครงการเป็นคอนโด Low Rise ใครเลือกห้องฝั่งด้านในจะได้บรรยากาศประมาณเดียวกับห้องตัวอย่างเลย คือได้ใกล้ชิดกับส่วน Facilities ภายในโครงการ ทั้งสวนและสระว่ายน้ำแบบ Lap Pool

ด้านข้างเหลือพื้นที่พอสมควรสำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ ส่วน CDU แอร์แขวนด้านบนเป่าลมร้อนออกด้านนอก มีระแนงเหล็กบังสายตาส่วนนี้ให้เรียบร้อย ดูสวยงามจากภายนอก

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 5 April 2018

  • ราคาเฉลี่ยต่อตาราเมตรทั้งโครงการ 95,000 บาท
  • ราคาเริ่มต้นปัจจุบัน 2.19 ล้านบาท

 

  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.5 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง n/a บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน n/a บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง n/a บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – ตั้งอยู่ในพื้นที่ตัวเมืองหัวหินตอนช่วงปลาย ก่อนจะออกไปทางเขาตะเกียบหรือไปสามแยกปราณฯ แต่ยังอยู่บริเวณที่เป็นแหล่งของโรงแรมชื่อดังในย่านหัวหิน อีกทั้งในระยะใกล้ๆยังมีแหล่งความอุดมสมบูรณ์อย่าง ตลาดโต้รุ่งหัวหิน Cicada market , สวนน้ำ Vananava และคอมมูนิตี้มอลล์เปิดใหม่อย่างบลูพอร์ต เป็นต้น สำหรับชายหาดบริเวณโครงการนี้ถือว่าดี เดินเล่นได้ ว่ายน้ำได้ไม่สกปรกเหมือนหาดในเมือง และค่อนข้างสงบเป็นส่วนตัว จะเหมาะกับคนที่มาตากอากาศพักผ่อน

การเดินทาง – โครงการอยู่ติดกับถนนเพชรเกษม ระหว่างซอยหัวหิน 94 และซอยหัวหิน 96 ซึ่งจัดเป็นทำเลใจกลางเมืองหัวหินอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลกรุงเทพ หัวหิน ซึ่งจัดเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมืองหัวหินเลยทีเดียวและอยู่ไม่ไกลกับ Bluport ในระยะประมาณ 700 ม. นอกจากนี้ยังมีร้านค้า ร้านอาหารตามทางค่อนข้างคึกคักทีเดียว ตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ดี ส่วนใครที่อยากไปเดินเล่นหาดหัวหิน ก็ขับรถไปได้ง่ายประมาณ 850 ม. ส่วนที่จอดรถให้มาไม่มากนักอยู่ที่ประมาณ 22% ใน

การออกแบบ – โครงการนี้วางผังโดยใช้อาคารวางโอบล้อมพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ห้องพักอาศัยด้านในได้วิวที่สวยงามจากด้านใน ซึ่งวิวด้านในนี้ทางโครงการค่อนข้างให้ความสำคัญพอสมควร โดยวางห้อง 1 Bedroom ขนาดใหญ่ และ 2 Bedroom หันเข้าด้านในแทน ส่วนห้อง 1 Bedroom ขนาดเล็กจะออกเป็นวิวด้านนอกนะคะ ซึ่งใครที่อยากได้วิวทะเลจากห้องพักตัวเอง จะแนะนำให้เลือกอาคาร A ฝั่งทิศตะวันออกในชั้นบนๆ หน่อยจะได้วิวทะเลเลยค่ะ

  • อาคาร A : เด่นในเรื่องความเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนยูนิตที่น้อยกว่าอาคารอื่น รวมทั้งได้ Single Corridor อีกด้วยค่ะ
  • อาคาร B – C : เป็นอาคารโซนด้านใน เหมาะกับคนชอบบรรยากาศเงียบสงบ ขยับออกมาห่างจากถนนใหญ่หน่อย ส่วนความต่างระหว่างอาคารนั้นโดยรวมแล้วการจัดวางต่างๆ ของทั้ง 2 อาคารไม่ค่อยต่างกันมากนัก แต่มีอาคาร B ที่มีห้องขนาดใหญ่สุด ได้ระเบียงใหญ่อยู่ 2 ห้องตรงบริเวณมุมอาคาร ใครที่ต้องการระเบียงขนาดใหญ่ไว้ปาร์ตี้ส่วนตัวกับครอบครัวก็สามารถเลือก 2 ยูนิตนั้นได้ค่ะ
  • อาคาร D : เป็นอาคารที่อยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกโครงการมากที่สุด จึงค่อนข้างสะดวก ไม่ต้องเดินไกลมากนัก

วัสดุ – รูปแบบการขายที่นี่ให้แบบ Fully Furnished โดยให้ครบทุกอย่างเป็นแบบ Custom Design by Sansiri สามารถแพคกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย งานพื้นให้แกรนิตโต้และลามิเนต ความสูงฝ้าอยู่ที่ 2.5 ม. ส่วนสุขภัณฑ์จาก American Standard ในส่วนของ Fitting ประตูบานเลื่อนกระจกต่างๆ ที่ให้มาค่อนข้างแข็งแรงดีทีเดียวค่ะ

สาธารณูปโภค – จัดเป็นจุดเด่นของโครงการเลยทีเดียว เพราะจัดพื้นที่ส่วนกลางให้มาถึง 4,000 ตร.ม. โดยประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำยาวร่วม 100 ม. Fitness ขนาด 100 ตร.ม. Lobby และพื้นที่สวนหย่อมที่จัดให้มีฟังก์ชันพักผ่อนต่างๆ เช่น Pavilion, Kitchen (BBQ Area) สนามเด็กเล่น ต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งยังมี Service สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อห้องเพื่อปล่อยลงทุน โดยทางโครงการได้ Collaboration กับทาง HostMaker ที่จะมีดูแลจัดการห้องให้ลูกค้าในเรื่องการปล่อยเช่าต่างๆ

 

Judgement

สำหรับโครงการ La Casita เราจะไม่มีการให้คะแนนนะคะ เนื่องจากโครงการประเภทตากอากาศ มีปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อที่แตกต่างจากคอนโดเพื่อการอยู่อาศัยทั่วไปที่ต้องมีเรื่องของความคุ้มค่าทางการเงินและความคุ้มค่าทางอารมณ์ผนวกกันค่ะ เป็นการซื้อเพื่อพักผ่อนหย่อนใจมากกว่า ทำให้บรรทัดฐานการให้คะแนนแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลทั้งผู้อ่านและผู้รีวิวค่ะ

BOTTOM LINE

La Casita เหมาะกับคอนที่ต้องการอยู่อาศัยในหัวหิน หรือซื้อลงทุนห้องพักอาศัยในหัวหิน อยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก ชอบใช้ Facilities โดยเฉพาะสระว่ายน้ำ ตกแต่งพร้อมอยู่ มีการบริหารดูแลห้องผ่าน Host Maker ในราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท

Share

Leave a Reply