Centric รัชโยธิน คอนโด High Rise 21 ชั้น บนถนนพหลโยธิน ห่าง BTS รัชโยธิน 150 ม. จาก SC Asset [รีวิวฉบับที่ 1548]

March 8, 2018 08:006 comments

รีวิวฉบับที่ 1548 … กลับมาแล้วสำหรับแบรนด์ Centric จาก SC Asset กับโครงการ Centric รัชโยธิน คอนโด High Rise 21 ชั้น ติดถนนพหลโยธิน 150 ม. จากสถานีรัชโยธิน มาพร้อมกับคอนเซปต์ A place for your hybrid lifestyle  จัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้ครบครันด้วย Triple Facilities รองรับฟังก์ชันการใช้งานทั้ง Co-living Space , Co-Working Space และ Co-Relaxing Space มีรูปแบบห้องที่หลากหลาย โปร่งโล่งด้วยฝ้าเพดานสูง 3 เมตร ราคาเริ่มต้น 3.7 ล้านบาท ตามไปชมกันค่ะ

Fact @ 5 March 2018

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ 

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.831587, 100.570974

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ Centric รัชโยธิน ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางรัชโยธิน หนึ่งในทำเลที่รายล้อมด้วยสถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย และกำลังมีโครงการพัฒนาเกิดขึ้นทั้งการมาของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย การทำอุโมงค์ทางลอด และ Mega Project จากที่ทาง G Land และ BTS ร่วมทุนกัน ทำให้ย่านนี้มีโครงการเกิดขึ้นมากมาย สำหรับการเดินทางจัดว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการด้วยความที่อยู่ติดกับถนนพหลโยธิน ซึ่งเป็นถนนใหญ่สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก อยู่ไม่ไกลจากจุดตัดกับถนนรัชดาภิเษกบริเวณแยกรัชโยธิน เชื่อมต่อ 5 ถนน สายสำคัญ (พหลโยธิน, รัชดาฯ, ลาดพร้าว, วิภาวดี, เกษตร-นวมินทร์) เดินทางไปยังเส้นทางต่างๆได้สะดวก ในส่วนของสภาพการจราจรในย่านนี้ปัจจุบันค่อนข้างติดขัดพอสมควร นอกจากเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ที่มีพนักงานเดินทางเข้ามาทำงานในย่านนี้จำนวนมากแล้ว ก็ยังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายอีก

สำหรับการเดินแบบไม่ใช้รถเรียกได้ว่าสะดวกมากๆ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่เรียกรถแท็กซี่ รถเมล์ มอเตอร์ไซค์ได้สะดวก ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าอีกไม่นานก็จะมีสถานีรัชโยธินอยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 150 ม. ซึ่งเป็นระยะที่เดินได้ง่ายมาก รวมไปถึงรถไฟสายสีเขียวนี้ยังตรงสู่ใจกลางเมือง สยาม-เพลินจิต-อโศก ได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนสายด้วยนะ ซึ่งนี่คือข้อดีที่ต่างจากรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายอื่นๆที่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนสายกัน ส่วนในอนาคตอีกไกลหน่อยมีข่าวมาว่าจะมีการทำรถไฟฟ้าสายเหลืองมา Interchange ที่สถานีนี้ด้วยเช่นกันนะคะ แต่ยังไม่ได้คอนเฟิร์มชัดเจน ต้องรอติดตามข่าวกันอีกทีค่ะ

โครงการจะอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีรัชโยธินค่ะ เดินถึงได้สบายๆ

สำหรับทำเลนี้เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ใครที่ทำงานแถบนี้เช่น SCB, ตึกช้างต่างๆ หากกำลังมองหาคอนโดใกล้ที่ทำงาน ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์ก็หายห่วง เพราะอยู่ใกล้แยกรัชโยธินที่มี Major รัชโยธิน และ Avenue รัชโยธิน จะกินข้าวดูหนังตรงนี้ก็ได้เลยค่ะ ขยับมาอีกหน่อยจากที่ตั้งโครงการเพียง 2 สถานีก็มีห้างใกล้ๆ อย่าง Central ลาดพร้าว และยูเนี่ยนมอลล์ และยังใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกย่านหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงทั้งที่เป็นแหล่งการศึกษาและอาหารการกินพวก Street Food อีกด้วย

ย่านนี้เป็นอีกหนึ่งแหล่งรวมอาคารสำนักงานที่มีทั้ง ตึกช้าง SCB Park ตึกชินวัตร 3 เป็นต้น

การเดินทางในวันนี้จะเริ่มจากบริเวณห้าแยกลาดพร้าว วิ่งผ่านห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ตรงตามถนนพหลโยธินมาเรื่อยๆ ข้ามแยกรัชโยธินแล้วไปกลับรถบริเวณใกล้ๆกับซอยพหลโยธิน32 จากนั้นวิ่งตรงมาอีกหน่อยก็จะถึงกับโครงการค่ะ

เริ่มต้นที่ถนนพหลโยธินฝั่งมุ่งหน้าไปทางแยกรัชโยธิน บริเวณด้านหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่คึกคักมากๆ ในย่านนี้ ใครชอบช็อปปิ้งมาได้เลยค่ะ

ถัดมาหน่อยคือโรงเรียนหอวังนะคะ ฝั่งตรงข้ามคือ Tesco Lotus

ตรงมาเรื่อยๆทางฝั่งซ้ายจะเจอกับพื้นที่เตรียมพัฒนา Mega Project ล้อมรั้วอยู่

ในอนาคตพื้นที่ในบริเวณนี้กำลังจะมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากข่าวการลงทุนแบบ Mega Project บนที่ดินแปลงใหญ่มากๆ แปลกแรกคือที่ดินตรงบริเวณถนนพหลโยธิน 19/1 ที่ทาง G Land และ BTS ร่วมทุนกันตั้ง Bay water ประมูลที่ดินขนาด 48.5 ไร่มาด้วยราคาสูงถึง 7,530 ล้านบาท ในเบื้องต้นนั้นมีแผนที่จะตัดถนนเชื่อมระหว่าง วิภาวดี กับ พหลโยธิน และทำโครงการ Mixed Used เพื่อสร้างแหล่งชุมชนขนาดใหญ่จะมีทั้งห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน ร้านอาหาร ที่อยู่อาศัยพร้อมทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้า เรียกว่าทำแบบครบวงจรเลย ส่งผลให้บริเวณทำเลโครงการในอนาคตจะยังมีความเจริญอีกเยอะมากทีเดียว

ช่วงบริเวณนี้ที่กำลังทำรถไฟฟ้ากันอยู่รถจะค่อนข้างหนาแน่นทั้งวัน เราจะมุ่งหน้าตรงไปกันต่อนะคะ ทางฝั่งขวาจะเห็นตึกช้าง ตึกที่เป็น Signature หนึ่งของย่านนี้ สถานีที่อยู่ตรงหน้าคือสถานีพหลโยธิน 24 ค่ะ

ตรงต่อมาจะเป็นแยกรัชโยธิน

บริเวณแยกรัชโยธินนี้นอกจากรถไฟฟ้าแล้ว ยังมีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นสะพานข้ามแยก

ข้ามแยกมาจะเจอกับเมเจอร์รัชโยธินที่มีทั้งโรงหนัง และ Avenue รัชโยธิน Community mall ที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดนัดเสื้อผ้า Supermarket ครบค่ะ

ถัดมาจะเจอสถานีรัชโยธิน

ตรงต่อมาทางฝั่งซ้ายคือเสนาเซ็นเตอร์

ตรงมาอีกหน่อย บริเวณใกล้ๆกับซอยพหลโยธิน32 ให้เราเตรียมกลับรถ

พอกลับรถมาแล้วตรงตามทางฝั่งขาเข้าเมืองมาอีกหน่อยก็จะถึงกับโครงการ Centric รัชโยธิน ค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

Centric รัชโยธิน ตั้งอยู่บนที่ดิน 2-0-77.3 ไร่ ตัวโครงการเป็นอาคาร High Rise 21 ชั้น ที่ดินของโครงการนี้จะมีหน้ากว้างติดกับถนนพหลโยธินค่อนข้างเยอะ ทำให้ตัวอาคารดูเด่น ทางเข้า-ออกอยู่ติดกับถนนใหญ่ ตัวอาคารเป็นรูปตัวแอลวางบิดแกนเล็กน้อย

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการส่วนใหญ่เป็นชุมชนบ้านพักอาศัยแนวราบ บ้านพักอาศัยและตึกแถว มีอพาร์ทเม้นท์ และคอนโด High Rise ใกล้ๆอย่างลุมพินี เพลส รัชโยธิน และ ลุมพินี พาร์ค พหลโยธิน 32 แต่ก็มีระยะที่อยู่ห่างกันพอสมควร โดยมีแต่ละด้านของโครงการติดกับ

  • ทิศเหนือ – ติดกับถนนพหลโยธิน และ แนวตึกแถว
  • ทิศตะวันออก – ติดกับบ้านพักอาศัยแนวราบ
  • ทิศใต้ – ติดกับอพาร์ทเม้นท์ อาคารพาณิชย์ ถัดไปเป็นคอนโดลุมพินี เพลส รัชโยธิน
  • ทิศตะวันตก – ติดกับถนนพหลโยธิน และ แนวตึกแถวฝั่งตรงข้ามโครงการ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาลเปาโล เกษตร ~950 กม.
  • Tesco Lotus ~ 1.7 กม.
  • Major รัชโยธิน ~ 1.8 กม. (รวมระยะกลับรถ)
  • SCB Park Plaza ~ 2.2 กม.  (รวมระยะกลับรถ)
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 2.4 กม.
  • ยูเนียน มอลล์ + MRT พหลโยธิน ~ 2.5 กม.
  • โรงพยาบาลวิภาวดี ~ 2.7 กม.
  • TMB สานักงานใหญ่ ~ 3 กม.
  • โรงเรียนเซนต์จอห์น ~ 3.4 กม.
  • Central Plaza ลาดพร้าว ~ 3.6 กม.
  • โรงเรียนหอวัง ~ 3.7 กม. (รวมระยะกลับรถ)
  • สวนรถไฟ + สวนจตุจักร ~  4 กม.(รวมระยะกลับรถ)
  • ตลาดนัดจตุจักร ~ 4.6 กม.
  • ตลาด อ.ต.ก.  ~ 4.7 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Centric รัชโยธิน เป็นคอนโด High Rise สูง 21 ชั้น จำนวน 261 ยูนิต มาพร้อมกับคอนเซปต์ “A place for your hybrid lifestyle” ชั้นพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 5-20 พื้นที่ส่วนกลางมีชั้น Ground, ชั้น 4 และชั้น 21 เน้นพื้นที่ส่วนกลางใช้งานได้หลากหลายตามรูปแบบความต้องการที่แตกต่างกันมากถึง 3 ส่วนทั้งที่ชั้น Ground , ชั้น 4  (Triple Facilities) และ ชั้น 21 (Rooftop) รองรับฟังก์ชันการใช้งานทั้ง Co-living Space , Co-Working Space และ Co-Relaxing Space นอกจากนี้ยังได้มีการนำเอาเทคโนโลยี Rue Jai Living Solutions แอพพลิเคชั่นซึ่งถูกออกแบบร่วมมือกับ Fireoneone และ AIS เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยเช่น ควบคุมการเปิด/ปิดระบบแสงสว่าง แอร์ ภายในห้องพัก ระบบ Motion Sensor , Smart Security & Access Control , Smart Mail Room + Smart Locker (ตู้รับฝากของอัจฉริยะที่ช่วยให้ลูกบ้านรับของได้ตลอด 24 ชม.) 

การออกแบบตัวอาคารมีลักษณะเป็นกล่อง Pixel นำมาเรียงกัน มีการบิดแกนเพื่อให้ห้องพักได้เปิดรับวิวมากที่สุด

ซึ่งทางเข้าออกของโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่ เดินทางสะดวกสบาย มีระยะ 150 ม.จากสถานีรถไฟฟ้ารัชโยธินค่ะ

โครงการเป็นคอนโด High Rise สูง 21 ชั้น จำนวน 261 ยูนิต มีส่วนหย่อมอยู่ด้านหน้าและที่จอดรถมีทั้งรอบๆโครงการและในอาคารชั้น 2-4 ชั้นพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 5-20 พื้นที่ส่วนกลางจัดมาให้หลายจุดดังนี้ค่ะ

Ground Floor
• Grand Lobby , Semi Outdoor Lobby
• Smart Mail Room / Smart Locker
• Residence Lobby Lounge
• Business Lounge & Private Meeting Room

Fl. 4
Triple Volume Co-working Space
•Upper Fl. : Reading Lounge
•Main Fl. : Co-working Space
•Lower Fl. : Co-living Space
Co-Relaxing Space
•Outdoor Dining Space
•Sensational Garden

Fl. 21
•Infinity edge pool(salt water system) & Jacuzzi
•Relaxing Terrace
•Sky Fitness
•Virtual Class Exercise Room

ตัวอาคารมีการออกแบบโดยใช้รูปทรงของกล่อง Pixel นำมาเรียงกัน มีการบิดแกนเพื่อให้ห้องพักได้เปิดรับวิวมากที่สุด

ทางเข้าออกอยู่ติดถนนพหลโยธินมีทั้งทางเข้าหลักสำหรับรถยนต์ และประตูทางเข้าสำหรับคนเดิน เข้ามาก็จะเจอสวนหย่อม ถัดเข้าไปจึงเป็นที่จอดรถแบบ Outdoor และ Drop off ส่วนที่จอดรถ Indoor ต้องวนเข้าไปจอดในอาคาร  ซึ่งจะจอดได้ประมาณ 121 คัน หรือคิดเป็นประมาณ 46% แบบไม่รวมซ้อนคัน ชั้นล่างจะมี Facilities ต่างๆ ได้แก่ Lobby , Business Lounge & Private Meeting Room , Smart Mail Room / Smart Locker และโถงลิฟต์เป็นต้น

ชั้น 4 ห้องกระจกที่ยื่นๆออกมาคือ Triple Facilities ชั้นล่างสุดคือ Co-living Space ชั้นกลางคือ Co-working Space ส่วนชั้นบนคือ Reading Lounge เชื่อมต่อกับส่วน Co-Relaxing Space ที่มี Outdoor Dining Space และ Sensational Garden

ชั้นบนสุดคือ ชั้น 21 จะมี Infinity edge pool & Jacuzzi , Relaxing Terrace , Sky Fitness และ Virtual Class Exercise Room

ด้านหลังตัวอาคารค่ะ

มาดูภาพจำลองบรรยากาศกัน นี่คือ Grand Lobby ที่มีความโปร่งโล่งด้วยเพดานสูง 5.5 เมตร และผนังกระจกโดยรอบ มีพื้นที่เชื่อมต่อไปยัง  Semi Outdoor Lobby ที่มีผนัง Green wall สร้างบรรยากาศ

ถัดมาจะเป็นส่วนของ Residence Lobby Lounge ที่คนนอกจะเข้าไม่ได้ต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าไป เอาไว้นั่งพักคอย รอลิฟต์ โดยด้านหลังจะเป็น Smart Mail Room และ Smart Locker โซนนี้จะเป็นจุดที่แตกต่างจาก Centric โครงการอื่นๆ นอกจากนั้นยังมีส่วนของ Business Lounge & Private Meeting Room ด้วยค่ะ

ส่วนกลางที่ชั้น 4 เป็นแบบ Triple Facilities ชั้นล่างสุดคือ Co-living Space  ชั้นกลางคือ Co-working Space ส่วนชั้นบนคือ Reading Lounge

ภาพจำลองบรรยากาศส่วนของ Triple Facilities (Co-living Space)

ภาพจำลองบรรยากาศส่วนของ Triple Facilities (Co-working Space , Reading Lounge)

ส่วนของ Triple Facilities จะเชื่อมต่อกับ Sensational Garden พื้นที่สวนบนชั้น 4 (Podium) เป็นสวนเล่นระดับ ที่มีการสร้างบรรยากาศด้วยเสียงสายน้ำของ Water Feature ตกแต่งด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ 

ที่ชั้น 21 (Rooftop) มีส่วนกลางหลายหลายกิจกรรมทั้ง Relaxing Zone และ Active Zone ทั้ง Infinity Edge Pool & Jacuzzi , Panoramic Sky Fitness, Sunset Deck และ Virtual class exercise room สามารถชมวิวเมืองมุมสูงได้ด้วย

สระว่ายน้ำเป็นแบบ Infinity edge swimming pool ระบบเกลือพร้อมมี Jacuzzi ให้ด้วย

Panoramic Sky Fitness ห้องออกกำลังกายที่ผนังเป็นกระจกทั้งสองฝั่ง เปิดรับวิวได้ 2 ด้าน เครื่องออกกำลังกายได้รับการแนะนำจาก Life Fitness เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกบ้าน

นอกจากนั้นยังมี Virtual Class Exercise Room อยู่ด้านบนของ Fitness อีกที ให้เรามาใช้พื้นที่ออกกำลังกายได้ตาม Style ของเราโดยจะมีอุปกรณ์เครื่องเสียง Lighting และจอ Monitor ขนาดใหญ่มาให้ สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถือของเราเอาขึ้นจอ ก็จะสามารถออกกำลังกายได้ ไม่ว่าจะเป็นโยคะ แอโรบิค หรือต่อยมวย

เรามาต่อกันที่ผังโครงการชั้นล่าง อย่างที่บอกไปว่าทางเข้าออกเข้าโครงการจะอยู่ติดกับถนนใหญ่เลย เข้า-ออกได้สะดวก ที่จอดรถมีทั้ง Outdoor และ Indoor จอดได้รวมๆแล้วประมาณ 121 คัน มีสวนหย่อมอยู่หน้าโครงการเข้ามาในอาคาร จะเจอกับ Lobby ซึ่งโครงการนี้จัด Lobby มาให้หลายจุดเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานและความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน ทั้ง Grand Lobby ที่เชื่อมต่อกับ Semi Outdoor Lobby ถัดเข้าไปด้านในคือ Residence Lobby Lounge ที่ต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าไป มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น นอกจากนั้นยังมี Business Lounge และ Private Meeting Room อีกด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 4 จะเป็น Triple Facilities ชั้นล่างสุดคือ Co-living Space ชั้นกลางคือ Co-working Space ส่วนชั้นบนคือ Reading Lounge เชื่อมต่อกับส่วน Co-Relaxing Space ที่มี Outdoor Dining Space และ Sensational Garden

ชั้น 5 จะเริ่มเป็นส่วนห้องพักอาศัย มีการออกแบบวางผังที่ค่อนข้างดี โดยจะไม่มีผนังด้านไหนที่ติดกับโถงลิฟต์ ห้องขยะ หรือห้องงานระบบเลย มีพื้นที่ช่องแสงอยู่ที่ปลายอาคารเพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้ามาในอาคารได้และมีการระบายอากาศที่ดี ห้องพักขนาดใหญ่จะอยู่บริเวณมุมของอาคารเพื่อที่จะได้เปิดรับวิวทั้งสองฝั่ง และทางฝั่งด้านหน้าอาคารจะมีห้องที่ได้รับวิวสวนและเป็นห้องที่มีความสูงพิเศษด้วยค่ะ

ชั้น 6 จะมีจำนวนห้องพักน้อยลงหน่อยเพียง 11 ยูนิตต่ิชั้น เนื่องจากมีห้องพักบางห้องของชั้น 5 เป็นห้องที่มีความสูงพิเศษ ชั้นนี้จึงมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ขึ้นมาที่ชั้น 7 ก็เป็นชั้นพักอาศัยล้วนๆค่ะ จำนวนยูนิตต่อชั้นอยู่ที่ 17 ยูนิตเท่านั้น

ชั้น 8-18 แปลนคล้ายๆกัน

ชั้น 19-20 มีห้องบางส่วนหายไปตามการดีไซน์ของตัวอาคาร

ชั้นบนสุดคือ ชั้น 21 จะมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่อีกจุดหนึ่งคือ Infinity edge pool & Jacuzzi , Relaxing Terrace , Sky Fitness เป็นส่วนกลางแบบ Sky Facilities เปิดรับวิวเมืองได้ด้วย

ชั้นลอยอีกชั้นจะเป็น Virtual Class Exercise Room ค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

Ground Floor

  • Lifestyle Park
  • Grand Lobby
  • Semi Outdoor Lobby
  • Residence Lobby Lounge
  • Business Lounge
  • Private meeting room
  • Smart Locker

Podium (4th floor)

  • Triple Volume Co-Working Space (Reading Bar, Co-Working Space, Co-living Space)
  • Sensational Garden and Outdoor-Dining Space

Rooftop (21st floor)

  • infinity edge swimming pool & jacuzzi (5x25m.)
  • Pamoramic Sky Fitness
  • Virtual Class Exercise Room

 

  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 130.5 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 121 คัน หรือคิดเป็นประมาณ 46% แบบไม่รวมซ้อนคัน
  • รปภ. 24 ชม.
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้องพักมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 24-55 ตารางเมตร มี 4 แบบให้เลือกคือ Studio พื้นที่ใช้สอย 24และ 26 ตร.ม.  , แบบ 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 30 ตร.ม.  , แบบ 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย  34-39 ตร.ม. แบบ 2 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 55 ตร.ม. โครงการนี้ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์ครบค่ะ

ห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมในวันนี้คือ 1 Bedroom Plus 34.50 ตารางเมตร เป็นห้องที่มีจำนวนมากที่สุดในโครงการ เข้ามาจะเจอกับครัวซึ่งเป็นครัวเปิด มีตู้เก็บรองเท้าให้หน้าห้อง ฝั่งตรงข้ามครัวเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า ต่อเนื่องกันกับเคาน์เตอร์ครัวคือโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง ถัดมาเป็นห้องนั่งเล่นวางโซฟาได้ประมาณ 2 ที่นั่ง ส่วนที่เป็นจุดเด่นของห้องเลยคือ ห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ด้านหลัง ใช้จัดเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่นเพิ่มได้ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ซึ่งพอเลื่อนประตูเปิดออก บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ที่ต่อเนื่องกันเชื่อมกับห้องนั่งเล่น อีกทั้งยังได้ความโปร่งจากฝ้าเพดานที่สูง 3 ม.และกระจกบานใหญ่อีกด้วย ห้องน้ำเข้าได้ 2 ฝั่งทั้งจากบริเวณแถวๆห้องครัวและภายในห้องนอน ใช้งานสะดวกเวลามีแขกหรือเราอยู่ที่ห้องนั่งเล่นก็สามารถเข้าห้องน้ำได้โดยไม่ต้องเดินเข้าห้องนอนให้เสียความเป็นส่วนตัว อีกฝั่งหนึ่งของตัวห้องคือห้องนอนที่มีระเบียงและ Walk-in Closet ในตัวค่ะ

ประตูทางเข้าห้องเราได้ตามนี้เลยค่ะ เป็นบานปิดผิวด้วยไม้ลามิเนตพร้อม Digital Door Lock

Digital Door Lock ได้ของ Yale ค่ะ

เข้ามาด้านในทางฝั่งขวาของห้องจะเป็นครัว ส่วนฝั่งซ้ายเป็นห้องน้ำ พื้นบริเวณนี้จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้เช็ด ล้างทำความสะอาดง่าย เหมาะกับการใช้งานในครัว ถัดเข้าไปจึงเป็นห้องนั่งเล่น ห้องอเนกประสงค์และห้องนอน

ห้องนี้ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์ฯครบเลยทั้งลอยตัวและBuilt-in อย่างหน้าห้องก็มีชั้นวางรองเท้าและตู้เก็บของมาให้

ฝั่งตรงข้ามเป็นที่วางเครื่องซักผ้า ทางโครงการทำตู้ปิดมาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมมีชั้นเอาไว้วางของได้ด้วย

เคาน์เตอร์ครัวได้ตามนี้เลยค่ะ เป็นครัวเปิดนะเหมาะกับการใช้งานในคอนโดแบบไม่เน้นทำอาหารทานเองเท่าไหร่

มีชั้นเอาไว้เก็บของพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆรวมถึง Soft Close มาให้ครบ มีช่องสำหรับวางไมโครเวฟด้วยจะได้ไม่เปลืองพื้นที่ Top ด้านบน โดยตู้จะเป็นโครงไม้ปิดผิวด้วยลามิเนต Top เป็นหินสังเคราะห์สีขาวค่ะ

อ่างล้างจานแบบหลุมเดียวของ Mex

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวของ Mex เช่นเดียวกัน

เตาไฟฟ้าก็ยี่ห้อ Mex ค่ะ

ฝั่งตรงข้ามครัวคือห้องน้ำที่เข้าออกไป 2 ฝั่งทั้งจากทางห้องครัวและในห้องนอน ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนทั้งส่วนแห้งและส่วนเปียก

อ่างล้างหน้าได้แบบมีตู้เก็บของด้านล่างและกระจกเงาส่องหน้า

อ่างล้างหน้าเป็นของ American Standard ตู้ด้านล่างเปิดออกมาเก็บของได้แบบนี้ค่ะ

โถสุขภัณฑ์ก็เป็นของ American Standard เช่นเดียวกัน

ผนังด้านข้างโถสุขภัณฑ์เป็นช่องสามารถวางของเล็กๆน้อยๆได้ จะทำชั้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยก็ได้เช่นกัน

พื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำบานกระจกนิรภัยเป็นสัดส่วน

พื้นที่อาบน้ำปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ มีธรณีกั้นเพื่อกันน้ำไหลออกมาโดนส่วนแห้ง

มีฝักบัวติดตั้งมาให้ครบ ยี่ห้อ American Standard ค่ะ

ฝักบัวจับได้พอดีมือ

ถัดจากครัวมาเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร นั่งเล่น และ ห้องอเนกประสงค์ ห้องนี้มีความกว้างถึง 3 เมตรประกอบกับได้หน้าต่างบานใหญ่ จึงทำให้ Space โดยรวมค่อนข้างโปร่ง พื้นตรงส่วนนี้เป็นไม้ลามิเนตค่ะ

ชุดนี้ทางโครงการมีให้ เป็นโต๊ะแบบพับได้ นั่งกันได้ 2 คน เชื่อมต่อกับเคาน์เตอร์ครัวเลยเวลาทำอาหารเสร็จก็ยกมาทานได้เลย

ถัดมาเป็นห้องนั่งเล่น วางโซฟาได้ 2 ที่นั่งถัดไปเป็นห้องอเนกประสงค์

โซฟานี้ทางโครงการให้มา ไม่ต้องซื้อหาเพิ่มค่ะ

ตู้วางทีวีได้แบบที่วางทีวีได้และเก็บของได้ด้วย

ห้องอเนกประสงค์กั้นเป็นสัดส่วนด้วยประตูกระจกบานเลื่อนกรอบบานอลูมิเนียม ถ้าอยากจะได้พื้นที่ที่ต่อเนื่องกับห้องนั่งเล่นก็เลื่อนประตูเปิดต่อได้

ปกติแล้วห้อง 1 Bedroom Plus ทั่วไปมักจะเอาห้องอเนกประสงค์หลบไว้ด้านใน ไม่มีช่องหน้าต่าง สามารถใช้สอยได้แต่จะอึดอัดหน่อย แต่ห้องอเนกประสงค์ของห้องนี้ถูกจัดวางเอาไว้ติดหน้าต่างบานใหญ่แบบ Bay Window ทำให้โปร่ง โล่ง เปิดหน้าต่างระบายอากาศได้ เดินออกไปที่ระเบียงได้ (ประตูทางออกระเบียงอยู่ทางฝั่งซ้าย) จัดเป็นมุมอ่านหนังสือแบบห้องตัวอย่างได้ค่ะ

ห้องนี้เฟอร์นิเจอร์เราได้ชุดนี้ค่ะ แต่เก้าอี้ Armchair และ เก้าอี้สตูลที่เห็นเมื่อซักครู่ไม่ได้นะคะ

ในห้องนี้จะมีทางเดินออกไปที่ระเบียงด้วย

ระเบียงออกได้ทั้งจากห้องอเนกประสงค์และห้องนอน สามารถใช้สอยได้เต็มพื้นที่เนื่องจากเครื่องซักผ้าวางอยู่บริเวณหน้าห้องแล้ว ส่วน Condensing Unit ของแอร์ก็แขวนไว้ด้านบน

Condensing Unit ของแอร์แขวนไว้ด้านบนแบบนี้เลยค่ะ ข้อดีคือไม่โดนลมร้อนเป่า ไม่เสียพื้นที่ และไม่บังวิว

พอเข้ามาในห้องนอนก็สามารถมองวิวจากระเบียงได้ ไม่มีอะไรมาบดบัง

รอบๆเตียงสามารถเดินได้โดยรอบ

ทั้งสองฝั่งของเตียงสามารถวางโต๊ะข้างเตียงตัวเล็กๆได้

ทางออกไปที่ระเบียงจากทางห้องนอนเป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน เปิดรับลม รับวิวได้ช่องเปิดขนาดใหญ่พอสมควรแบบนี้ค่ะ

พื้นที่ระเบียงใช้งานได้เต็มที่ค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของตัวห้องเป็น Walk-in Closet และห้องน้ำ

แอร์ได้ของ Daikin

Walk-in Closet ชุดนี้ทางโครงการมีให้ครบ พอออกมาจากห้องน้ำก็ออกมาแต่งตัวได้สะดวก

ตู้เสื้อผ้าเป็นบานกระจกสามารถใช้ส่องแต่งตัวได้หลังจากอาบน้ำ ภายในก็มีราวแขวนผ้าและช่องเก็บของมาให้ครบ

สวิตช์และปลั๊กได้ของ Siemens ค่ะ

นอกจากนั้นทางโครงการยังมีการนำเทคโนโลยี Rue Jai Living Solutions แอพพลิเคชั่นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยเช่น ควบคุมการเปิด/ปิดระบบแสงสว่าง แอร์ ภายในห้องพัก ระบบ Motion Sensor , Smart Security & Access Control , Smart Mail Room + Smart Locker มาให้ลูกบ้านทุกห้องอีกด้วย

ห้องตัวอย่างอีกห้องคือ 2 ห้องนอน 55 ตารางเมตร มีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนแยกส่วนทำกิจกรรมและส่วนพักผ่อนออกจากกัน เข้ามาจะเจอกับครัวและพื้นที่รับประทานอาหารก่อน ครัวเป็นครัวเปิดเช่นเดียวกับแบบ 1 ห้องนอน ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่ค่อนข้างกว้างวางโซฟาได้แบบ L-Shape ถัดไปเป็นระเบียง มีที่วาง Condensing Unit ของแอร์เป็นสัดส่วน มีห้องน้ำที่ต้องใช้แชร์กันอยู่ 1 ห้องสามารถอาบน้ำได้ ถัดไปเป็นห้องนอนเล็กวางเตียงได้ขนาด 3.5 ฟุต ส่วนห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัวและมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่พร้อมโต๊ะเขียนหนังสือได้ค่ะ

เข้ามาในห้องทางฝั่งซ้ายเป็นครัว ตรงกลางห้องเป็นพื้นที่วางโต๊ะอาหารนั่งได้ประมาณ 4 ที่นั่ง ควรเลือกชุดโต๊ะอาหารที่ไม่ใหญ่จนเกินไปเพื่อให้ไม่บดบังระยะทางเดิน ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่นั่งเล่น ส่วนพักผ่อนและห้องน้ำอยู่ทางฝั่งขวาทั้งหมดค่ะ ฝ้าเพดานห้องนี้ก็สูง 3 ม.เช่นเดียวกัน

ครัวอยู่ติดกับโต๊ะทานข้าวเลย ทำอาหารเสร็จก็ยกมาทานได้สะดวก

เคาน์เตอร์ครัวเก็บของได้ทั้งตู้บนและตู้ล่าง เครื่องซักผ้าก็อยู่บริเวณนี้ด้วย

 

ถัดมาเป็นห้องนั่งเล่น พื้นที่ค่อนข้างกว้างสามารถวางโซฟาแบบ L-Shape ได้ เชื่อมต่อกับระเบียงที่อยู่ด้านหลัง

เฟอร์นิเจอร์ได้ตามนี้ค่ะ

ทางออกไปที่ระเบียงกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก 3 ตอน

พื้นที่ระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค พื้นที่ตามในภาพ สามารถออกมาใช้งานได้เต็มพื้นที่

จากห้องนั่งเล่นมองย้อนกลับไปทางฝั่งหน้าห้อง จะเห็นตู้เก็บของอยู่ 2 ชุด ทางโครงการก็มีมาให้ด้วย สำหรับห้องนอนและห้องน้ำเราต้องเดินไปทางฝั่งซ้ายของรูป

ตู้นี้ทางโครงการทำมาให้ ด้านบนเป็นตำแหน่งของแอร์ซึ่งให้ความเย็นบริเวณห้องอาหารพอดี

หน้าห้องน้ำก็มีตู้ที่เก็บของใช้เล็กๆน้อยๆมาให้ เราไม่ต้องเสียเวลา Built-in เอง

อีกฝั่งของห้องเป็นส่วนพักผ่อนประกอบด้วย ห้องน้ำ ห้องนอนเล็ก และ ห้องนอนใหญ่

ห้องน้ำนี้เป็นห้องที่ต้องใช้แชร์กับห้องอื่นๆ คนที่อยู่ห้องนอนเล็กก็ต้องออกมาใช้ห้องน้ำห้องนี้ แบ่งเป็นสัดส่วนแยกส่วนแห้งส่วนเปียก สามารถอาบน้ำได้ สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆได้เหมือนกับห้องก่อนหน้า

ส่วนเปียกกั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำ เป็นสัดส่วน

ฝักบัวและอุปกรณ์ต่างๆติดตั้งมาให้ครบ

ถัดมาเป็นห้องนอนเล็ก วางเตียงได้ขนาด 3.5 ฟุต ผนังด้านข้างเป็นหน้าต่างบานใหญ่พร้อมมีช่องเปิดระบายอากาศด้วย ช่วยให้ห้องดูโปร่งแม้ว่าจะเป็นห้องนอนเล็กก็ตาม

ด้านข้างเตียงทั้งสองฝั่งพอมีพื้นที่วางโต๊ะหรือโคมไฟได้

ปลายเตียงก็มีพื้นที่เดินผ่านได้สบายๆ

หน้าต่างทางโครงการจัดมาให้เป็นบานขนาดใหญ่ทุกห้อง และสามารถเปิดระบายอากาศได้

อีกฝั่งเป็นตู้เสื้อผ้าค่ะ มีครบทั้งราวแขวนผ้าและลิ้นชักเก็บของ ด้านบนก็เอาไว้เก็บของชิ้นใหญ่หรือของที่ไม่ค่อยได้ใช้ได้

ห้องสุดท้ายคือห้องนอนใหญ่เข้ามาจะเจอกับโถงก่อน ทางฝั่งขวาคือห้องน้ำ ถัดเข้าไปจึงเป็นพื้นที่นอนพักผ่อน

ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่การตกแต่งและวัสดุเหมือนกันกับห้องก่อนหน้า แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน

ก่อนเข้าห้องน้ำมีธรณีหินสีขาวยกสูงขึ้นมาเพื่อกันน้ำไหลออกไปยังส่วนอื่นๆ

สุขภัณฑ์ต่างๆเหมือนกันกับห้องก่อนหน้า

พื้นที่อาบน้ำกั้นเป็นสัดส่วนค่ะ

ถัดเข้ามาด้านในเป็นส่วนพักอาศัย วางเตียงขนาด King Size ได้ ทางฝั่งซ้ายคือตู้เสื้อผ้า ส่วนทางฝั่งขวาจะเป็นหน้าต่างบานใหญ่แบบ Bay Window

ตู้เสื้อผ้าห้องนี้วางได้เต็มที่ทั้งผนังค่ะ

ข้างเตียงทั้งสองฝั่งมีพื้นที่เหลือพอสมควร ทางฝั่งขวาวางโต๊ะทำงานได้ ส่วนทางฝั่งซ้ายก็มีที่เหลือแต่เนื่องจากติดกับตู้เสื้อผ้าจึงต้องเว้นไว้ให้สามารถเปิดบานตู้ได้

ปลายเตียงก็สามารถเดินผ่านได้ ถ้าอยากดูทีวีแนะนำให้ติดผนังเอาจะประหยัดพื้นที่และใช้งานได้สะดวกกว่าค่ะ

ห้องนี้ก็ได้หน้าต่างแบบเข้ามุมหรือ Bay Window เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวได้เต็มที่ สามารถเปิดระบายอากาศได้ด้วย

มีหน้าต่างบานกระทุ้งเอาไว้เปิดระบายอากาศได้ค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 5 March 2018

  • Studio 24-26 ตร.ม. ราคา n/a ล้านบาท  (รออัพเดตราคาจากทางโครงการ)
  • 1 Bedroom 30 ตร.ม. ราคา n/a ล้านบาท (รออัพเดตราคาจากทางโครงการ)
  • 1 Bedroom Plus 34-39 ตร.ม. ราคา n/a ล้านบาท (รออัพเดตราคาจากทางโครงการ)
  • 2 Bedrooms 55 ตร.ม. ราคา n/a ล้านบาท (รออัพเดตราคาจากทางโครงการ)
  • Fully Furnished 
  • ฝ้าเพดานสูง 3.00 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง n/a บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ 


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Centric รัชโยธิน ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางรัชโยธิน หนึ่งในทำเลที่รายล้อมด้วยสถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย และกำลังมีโครงการพัฒนาเกิดขึ้นทั้งการมาของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย การทำอุโมงค์ทางลอด และ Mega Project จากที่ทาง G Land และ BTS ร่วมทุนกัน ทำให้ย่านนี้มีโครงการเกิดขึ้นมากมาย ทำเลนี้เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ใครที่ทำงานแถบนี้เช่น SCB, ตึกช้างต่างๆ สามารถเดินทางไปทำงานได้สะดวกค่ะ ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์ก็หายห่วง เพราะอยู่ใกล้แยกรัชโยธินที่มี Major รัชโยธิน และ Avenue รัชโยธิน จะกินข้าวดูหนังตรงนี้ก็ได้เลยค่ะ ขยับมาอีกหน่อยจากที่ตั้งโครงการเพียง 2 สถานีก็มีห้างใกล้ๆ อย่าง Central ลาดพร้าว และยูเนี่ยนมอลล์ และยังใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกย่านหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงทั้งแหล่งการศึกษาและอาหารการกินพวก Street Food อีกด้วย

การเดินทางโดยใช้รถ ด้วยความที่อยู่ติดกับถนนพหลโยธิน ซึ่งเป็นถนนใหญ่สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก อยู่ไม่ไกลจากจุดตัดกับถนนรัชดาภิเษก บริเวณแยกรัชโยธินจึงสามารถวิ่งเข้าถนนวิภาวดีรังสิตหรือไปประชาชื่นได้สะดวก จึงสามารถเชื่อมต่อ 5 ถนน สายสำคัญ (พหลโยธิน, รัชดาฯ, ลาดพร้าว, วิภาวดี, เกษตร-นวมินทร์) ในส่วนของสภาพการจราจรในย่านนี้ปัจจุบันค่อนข้างติดขัดพอสมควร นอกจากเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ที่มีพนักงานเดินทางเข้ามาทำงานในย่านนี้จำนวนมากแล้ว ก็ยังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายอีก

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ เรียกได้ว่าสะดวกมากๆ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่เรียกรถแท็กซี่ รถเมล์ มอเตอร์ไซค์ได้สะดวก ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าอีกไม่นานก็จะมีสถานีรัชโยธินอยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 150 ม. ซึ่งเป็นระยะที่เดินได้ง่ายมาก รวมไปถึงรถไฟสายสีเขียวนี้ยังงตรงสู่ใจกลางเมือง สยาม-เพลินจิต-อโศก ได้เลย โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายด้วยนะ ซึ่งนี่คือข้อดีที่ต่างจากรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายอื่นๆนะ ส่วนในอนาคตอีกไกลหน่อยมีข่าวมาว่าจะมีการทำรถไฟฟ้าสายเหลืองมา Interchange ที่สถานีนี้ด้วยเช่นกันนะคะ แต่ยังไม่ได้คอนเฟิร์มชัดเจนนะคะ ต้องรอติดตามข่าวกันอีกทีค่ะ

วัสดุขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์ครบ ทั้ง Built-in และ ลอยตัว ดีไซน์สวยเข้าชุดกัน ได้หน้าต่างบานใหญ่และมีกระจกแบบเข้ามุม (Bay Window) ฝ้าเพดานสูงถึง 3.00 เมตร เคาน์เตอร์ครัวโครงไม้ปิดผิวด้วลามิเนต Top หินสังเคราะห์สีขาว เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน อ่างล้างจานของ Mex พื้นเป็นไม้ลามิเนต ห้องน้ำปูกระเบื้องแกรนิตโต้ให้ สุขภัณฑ์เป็นของ American Standard

การออกแบบ โครงการนี้มาพร้อมกับคอนเซปต์ “A place for your hybrid lifestyle” ตัวอาคารมีลักษณะเป็นกล่อง Pixel นำมาเรียงกัน มีการบิดแกนเพื่อให้ห้องพักได้เปิดรับวิวมากที่สุด การวางผังจัดให้มีห้องพักเพียง 17 ยูนิตต่อชั้นค่อนข้างเป็นส่วนตัว มีการออกแบบวางผังที่ค่อนข้างดี โดยจะไม่มีผนังด้านไหนที่ติดกับโถงลิฟต์ ห้องขยะ หรือห้องงานระบบเลย มีพื้นที่ช่องแสงอยู่ที่ปลายอาคารเพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้ามาในอาคารได้และมีการระบายอากาศที่ดี ห้องพักขนาดใหญ่จะอยู่บริเวณมุมของอาคารเพื่อที่จะได้เปิดรับวิวทั้งสองฝั่ง และทางฝั่งด้านหน้าอาคารจะมีห้องที่ได้รับวิวสวนและเป็นห้องที่มีความสูงพิเศษด้วยค่ะ

สาธารณูปโภค เน้นพื้นที่ส่วนกลางใช้งานได้หลากหลายตามรูปแบบความต้องการที่แตกต่างกันมากถึง 3 ส่วนรองรับฟังก์ชันการใช้งานทั้ง Co-living Space , Co-Working Space และ Co-Relaxing Space ที่ชั้น Ground ที่มี Grand Lobby ที่มีความโปร่งโล่งด้วยเพดานสูง 5.5 เมตร และผนังกระจกโดยรอบ มีพื้นที่เชื่อมต่อไปยัง  Semi Outdoor Lobby เข้ามาด้านในมี Residence Lobby Lounge , Business Lounge & Private Meeting Room , ชั้น 4 (Triple Facilities) Co-living Space , Co-working Space , Reading Lounge เชื่อมต่อกับ Sensational Garden , Outdoor Dining Space และ ชั้น 21 (Rooftop) ที่มี Infinity edge pool , Sky Fitness
, Virtual Class Exercise Room

นอกจากนั้นยังมีการนำเอาเทคโนโลยี Rue Jai Living Solutions แอพพลิเคชั่นซึ่งถูกออกแบบร่วมมือกับ Fireoneone และ AIS เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยเช่น ควบคุมการเปิด/ปิดระบบแสงสว่าง แอร์ ภายในห้องพัก ระบบ Motion Sensor , Smart Security & Access Control , Smart Mail Room + Smart Locker (ตู้รับฝากของอัจฉริยะที่ช่วยให้ลูกบบ้านรับของได้ตลอด 24 ชม.)

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 165,000 บาท/ตร.ม., 5 March 2018

  • ทำเล 8.5/10 – ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ทั้ง Major รัชโยธิน, SCB แบบเดินไปได้ และมีศักยภาพในอนาคต
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – เดินทางสะดวกอยู่ใกล้แยกรัชโยธิน ติดถนนใหญ่ 
  • ไม่ใช้รถ 8.5/10 – ใกล้สถานีรัชโยธิน ในระยะที่เดินได้สบาย และเรียกรถสาธารณะง่าย
  • วัสดุ 7.75/10 – ให้วัสดุแบบ Fully Furnished ดีไซน์สวย ที่ฝ้าเพดานสูง กระจกบานใหญ่ พร้อมเทคโนโลยี Rue Jai Living Solutions
  • แบบ 8/10 – ทำออกมาได้สวยทั้งตัวอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง และการจัดผัง
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ให้มาเยอะ มีความน่าสนใจตรง Triple Facilities , Lobby ชั้นล่าง , มีไฮไลท์ที่ Rooftop ไว้ชมวิวเมืองสวยๆ
  • LUXURY CLASS
  • 8.18 / 10.00

BOTTOM LINE

 Centric รัชโยธิน เหมาะกับคนที่อยากได้คอนโดใกล้ทำงานหรือต้องการอาศัยในละแวกนี้  ชอบโครงการที่มีความเป็นส่วนตัว มี Facilities ให้ใช้เยอะ พร้อมมีเทคโนโลยีรองรับการอยู่อาศัย ชอบและเชื่อถือในแบรนด์และ Developer อยากได้ห้องที่มีห้องอเนกประสงค์ มีงบประมาณเริ่มต้น 3.7 ล้านขึ้นไป 

Share

6 Comments

  • ออเจ้า

    คอนโดออกใหม่เดี๋ยวนี้ค่าส่วนกลาง ตร.ม. 70 บา่ท กองทุน 600 บาท มีแต่จะเพิ่มขึ้นตลอด ต่อไปคงเป็น ตร.ม. 100, 200 ลองเอาไปคูณกะห้องของคุณดูว่ากี่ ตร.ม. ซื้อห้องมาราคาแสนแพงแล้วยังต้องจ่ายรายเดือนอีก คิดแล้วออเจ้าช้ำชอกใจค่ะ ซื้อห้องมาแล้วยังต้องมาเช่าห้องตัวเองอยู่อีก เวลาซื้อคอนโดอย่าลืมเอาเรื่องนี้มาเป็นข้อพิจารณาด้วยนะคะ เพราะจะเป็นภาระติดตัวไปตลอดชีวิตเลย อ๋อถ้าจะขายทำกำไรก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ ถ้ารีบขายไม่อยู่ในเงื่อนเวลาจะโดนภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% ค่าธรรมเนียมโอน 2% ฯลฯ อ๋ออนาคตยังต้องโดนภาษีลาภลอยอีกเห็นว่าจะออกเป็นกฎเร็ว ๆ นี้ คิดจะลงทุนปล่อยเช่าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เดี๋ยวนี้คอนโดโผล่ออกมายังกะดอกเห็ดหน้าฝน ออเจ้าถอยแล้วค่ะ เสียดายเงินลงทุน

    • ผมอยู่ lpn ค่าส่วนกลาง30บาทจะ10ปีแล้วไม่เคยขึ้นสักบาท บริหารดีมากมีกิจกรรมให้ลูกบ้านตลอด ส่วนกลางสะอาด ดูแลดี นิติ พนักงานยัน รปภ ดูแล ลูกบ้านดีพูดจาดีให้เกียรติ ลูกบ้าน คอนโดที่อืนน่าจะทำแบบ lpn บ้างผมอยู่มาสองที่แล้วดีมาก

  • รัชโยธิน เสนา เกษตร. 3สถานีนี้ ราคาโหดร้ายมาก ราคาแซงรัชดาซะงั้น และดันขายได้อีก เห็นว่าที่ดินปั่นไปแพงมากด้วย ไม่เข้าใจเหมือนกัน

  • ผมเคยคิดว่าคอนโดย่านนี้ ถ้ารถไฟฟ้าเสร็จ เหนือกว่ารัชดาแน่นอน
    ตอนนี้รถไฟฟ้ามีแค่ตอ คอนโดก็แพงกว่ารัชดาแระ

  • น่าจะสลับกันนะครับ

    ค่ากองทุน 70 บาท/ตร.ม.
    ค่าส่วนกลาง 600 บาท/ตร.ม./เดือน

Leave a Reply