iField บางนา ทาวน์โฮม 2-3 ชั้น และโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ติดถนนเลียบวงแหวนกาญจนาตะวันออก จาก Number One Housing [รีวิวฉบับที่ 1532]

February 12, 2018 09:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1532 … iField บางนา เป็นโครงการรูปแบบผสมผสานทั้ง Residencial(ส่วนพักอาศัย) และ Commercial(ส่วนร้านค้าและออฟฟิศ) ในพื้นที่เดียวกัน แต่มีการกั้นส่วนทางเข้าออกแยกกัน(ลูกบ้านใช้ส่วนกลางร่วมกันได้) โดยจะมีทั้งทาวน์โฮม 2-3 ชั้น กับโฮมออฟฟิศ 3-4 ชั้น ให้เลือกหลากหลาย ในทำเลติดถนนเลียบวงแหวนกาญจนา(ฝั่งตะวันออก) ในช่วงราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท

Fact @ 6 February 2018

  • iField Bangna (ไอฟีล บางนา)
  • บริษัท นัมเบอร์วันเฮ้าส์ซิ่ง ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ติดถนนเลียบวงแหวนกาญจนาตะวันออก เขตประเวศ
  • เนื้อที่โครงการ 33-1-35 ไร่ จำนวน 325 ยูนิต
  • I Smart (ทาวน์โฮม 2 ชั้น) พื้นที่ใช้สอย 131 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 21 – 34 ตร.วา.
  • I Modern (ทาวน์โฮม 3 ชั้น) พื้นที่ใช้สอย 194 ตร.ม.  ขนาดที่ดิน 21 – 38 ตร.วา.
  • I Biz (โฮมออฟฟิศ 3 ชั้น) พื้นที่ใช้สอย 160-174 ตร.ม.  ขนาดที่ดิน 21 – 35 ตร.วา.
  • Grand I Biz  (โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น) พื้นที่ใช้สอย 230-260 ตร.ม.  ขนาดที่ดิน 21 – 40 ตร.วา.
  • ทุกแบบหน้ากว้าง 5.5 เมตร / 2 ที่จอดรถ
  • ช่วงความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน : 2.55 – 2.70 เมตร
  • ช่วงราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท (แล้วแต่แบบบ้าน)
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 50,000 – 60,000 บาท
  • โครงการเปิดขายและเริ่มก่อสร้าง : ปี 2558
  • ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • เบอร์โทรโครงการ : 02-136-2828

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.661897, 100.696494

แผนที่ของโครงการ “iField บางนา” ตั้งอยู่ติดถนนเลียบวงแหวนกาญจนาตะวันออก ใกล้ไปทางฝั่งถนนบางนา-ตราด สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวกรวดเร็ว ใช้ทางด่วนบางนาไปเข้าเมืองโซนบางนา สุขุมวิท พระราม 4 หรือย้อนขึ้นเหนือไปใช้มอเตอร์เวย์ เชื่อมต่อกับทางด่วนพระราม 9 เข้าเมืองย่าน พระราม 9 สุขุมวิท เพชรบุรี หรือเดินทางออกต่างจังหวัดไปยังชลบุรีก็ได้

โครงการตั้งอยู่ในเขตประเวศทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพฯ ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิและถนนใหญ่บางนา-ตราด จัดว่าเป็นทำเลที่อยู่อาศัยในย่านชานเมืองที่ไม่ห่างจากเมืองมาก สามารถเดินทางไปพระราม 9 ได้ด้วยถนนมอเตอร์เวย์ ทำเลเกาะอยู่กับถนนวงแหวนรอบนอกที่จะวิ่งรอบกรุงเทพและปริมณฑล โดยถนนวงแหวนรอบนอกเองจะมีถนนที่ขนานทั้งสองฝั่ง เรียกว่าถนนเลียบวงแหวนรอบนอกไว้สำหรับเป็นถนนรองที่แยกเข้าพื้นที่รอบข้าง ทั้งมุ่งหน้าไปตัดกับถนนสุขุมวิท 77 หรือถนนอ่อนนุช แต่ตัวโครงการจะอยู่ใกล้ไปทางฝั่งถนนบางนา-ตราดประมาณ 2 กม. ซึ่งจะไปใช้ทางด่วนอย่างบูรพาวิถีได้ด้วย

ทางเข้าโครงการจะอยู่บนถนนเลียบวงแหวนรอบนอกฝั่งที่มุ่งหน้าไปยังถนนบางนาตราด ซึ่งบริเวณนี้เป็นแหล่งที่เหล่าผู้ประกอบการมาพัฒนาการโครงการที่อยู่อาศัยตั้งแต่ขนาดเล็กมากๆจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่กันเลยทีเดียว

แม้ว่าภายในถนนเลียบวงแหวนรอบนอกทั้งสองฝั่งจะมีหมู่บ้านแนวราบหลายต่อหลายโครงการ แต่ความอุดมสมบูรณ์ภายในพื้นที่ในระยะเดินหาได้ยากหน่อย แปลงพื้นที่รอบข้างยังมีอีกเยอะที่เป็นแปลงที่ดินว่างเปล่ารอการพัฒนา ดังนั้นต้องอาศัยรถส่วนตัวล้วนๆในการเดินทางหรือการหาของกินของใช้ ลำพังถนนเลียบวงแหวนเฉยๆจะพึ่งพาไม่ได้มาก โดยความอุดมสมบูรณ์ในระยะที่ใกล้ๆนั้นจะอยู่บนเส้นสุขาภิบาล 2 ได้แก่ ตลาดอตก. Vida, Tops Daily, Lotus Express, 7-11, BigC Mini ประมาณนี้  แต่ถ้าอยากจะช็อปปิ้งแบบจริงจังในห้าง ก็ต้องขับไปยังฝั่งที่ตัดกับถนนบางนา-ตราดที่จะมีทั้ง Ikea บางนา, Mega Bangna, Foodland บางนา หรือ Central City บางนา

นอกจากนั้นต้องขยับออกมาอีกที่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ที่จะมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ให้ไปใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจกันได้ ส่วนของโรงพยาบาลกับสถานศึกษาแถวนี้ก็มีให้เลือกไม่น้อยนะครับเช่นโรงเรียนราชวินิต บางแก้ว, ม.รามคำแหง, ร.ร.สาธิต ม.ราม2 , สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง และโรงพยาบาลสิรินธร ลองดูเอาในแผนที่ก็ได้ / จุดด้อยอีกนิดนึงคือแถวนี้ค่อนข้างเรียก Taxi ได้ยากหน่อย คือมีผ่านอยู่ครับ แต่ว่าใช้เวลารอนานสักนิด

ยกตัวอย่างเส้นทางหลักๆ ที่จะมาโครงการ เส้นทางแรกมาจากเส้นบางนา-ตราดใต้ทางด่วนบูรพาวิถีเลี้ยวเข้าถนนเลียบวงแหวน มาถึงบริเวณหน้าร.ร.คลองปักหลักจะมีจุดกลับรถ กลับรถแล้ววิ่งมาทางบางนา-ตราดอีกครั้ง โครงการจะอยู่ทางซ้ายมือ

การเดินทางในวันนี้ โดยผมนั้นมาจากในตัวเมืองแถวพระราม 9 เพราะฉะนั้นจะใช้ทางด่วนกรุงเทพชลบุรี (Motor Way ขาออกฝั่งมุ่งหน้าชลบุรี) เลี้ยวขึ้นกาญจนาฯ ลงทางแยกถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง หลังจากนั้นจะมีจุดกลับรถเล็กๆ เพื่อให้เราวิ่งเข้าถนนเลียบวงแหวนกาญจนา วิ่งตรงยาวๆเลย จุดสังเกตก่อนถึงโครงการจะมีสวนอาหารบึงใหญ่อยู่ติดกันก่อนถึงโครงการซ้ายมือ

เร่ิมการเดินทางจากเส้นทางมอเตอร์เวย์ ขาออกฝั่งมุ่งหน้าไปชลบุรี วิ่งตรงไปตามเส้นทางเลย

ตรงมาเรื่อยๆจะเห็นป้ายบอกเส้นทาง ไปถนนกาญจนาฯ ที่จะสามารถแยกไปทางบางปะอิน และถนนบางนาได้ ให้เราเตรียมชิดซ้ายไว้ครับ

วิ่งตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับทางแยกซ้าย ป้ายบอกไปถนนกาญจนาภิเษก ให้ชิดซ้ายไปตามเส้นทาง

เมื่อเข้าสู่ถนนที่มุ่งหน้าไปกาญจนาฯ จะเจอป้ายบอกเส้นทาง ให้ตามป้ายบางนาเอาไว้ เพราะจะไปเชื่อมต่ออออกสู่ถนนอ่อนนุช(ประเวศ) ได้

วิ่งมาตามเส้นทางยกระดับโดยข้ามเส้นมอเตอร์เวย์มาอีกฝั่ง มุ่งหน้าตามป้ายไปถนนอ่อนนุช

ตรงมาสักพักจะเจอทางแยกซ้าย มีป้ายบอกทางถนนอ่อนนุช ให้ชิดซ้ายออกมาตามเส้นทาง

ก่อนจะถึงถนนสุขาภิบาล 2 ด้านหน้า ตรงนี้จะมีจุดกลับรถ แต่ให้ชะลอความความเร็วนิดนึงเพราะทางเพิ่งพ้นทางโค้งมา หลังจากกลับรถมาแล้ว ให้เราเตรียมชิดซ้ายเอาไว้เพื่อเข้าสู่ทางขนาน

เข้ามาสู่ทางคู่ขนานเลียบวงแหวนกาญจนาแล้วนะครับ ถนนนี้จะเป็นแบบ 2 เลนสวนกันไปมาได้ปกติ เราจะตรงไปอย่างเดียวเลยนะ (ถ้าเราจะใช้พวกไปสวนหลวงร. 9, มอเตอร์เวย์ก็ออกจากโครงการให้ขับมาตรงนี้ แล้วมากลับรถตรงนี้นะ)

ทัศนียภาพก็จะเงียบๆหน่อยในช่วงกลางวัน อย่างที่บอกว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเฉพาะซะมากกว่า แต่ว่าทัศนียภาพเราจะเห็นต้นไม้เล็กใหญ่ อยู่ริมทางเพราะมาตกแต่งทางเข้าหมู่บ้านมากมายแถวนี้

ตรงจุดนี้ จะเป็นสามแยกที่ถ้าเลี้ยวซ้ายจะเข้าสู่ถนนสุขาภิบาล 2 ได้ ในเส้นนี้จะมีแหล่งความอุดมสมบูรณ์อาหารการกิน และร้านค้ามินิมาร์ทอยู่พอตัว (ไปทะลุออกถนนลาดกระบังได้) แต่เราตรงไปต่อ

เลยมานิดเดียว จะเจอตลาด อตก. Vida Gemopolis ที่ใหญ่ถึง 28 ไร่ มีทั้งร้านค้า ของสด อาหาร ร้านอาหาร แนวๆเดียวกับตลาดอตก.แหละ

ตรงมาอีกนิดจะเจอกับจุดกลับรถที่ข้ามไปมาระหว่างถนนเลียบคู่ขนานกาญจนาได้ ถ้ามาจาถนนบางนา-ตราด ก็ต้องมากลับรถที่ตรงนี้แหละครับ

จุดสังเกตสุดท้ายคือเราจะเห็น สวนอาหารบึงใหญ่ ซึ่งเป็นร้านใหญ่เลย อยู่ก่อนถึงโครงการเลย

ถัดจากสวนอาหารก็ถึงที่ตั้งโครงการแล้วครับ

สภาพแวดล้อมบริเวณรอบๆโครงการ ทิศเหนือของโครงการติดกับสวนอาหารบึงใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ด้านหลังเป็นบึงชมวิวของในร้านอาหาร / ทิศตะวันออกด้านหลังโครงการเป็นที่ดินเปล่าสลับกับบ่อน้ำ ถัดไปอีกหน่อยก็เป็นชุมชนบ้านพักอาศัยทั่วไป / ทิศใต้ระยะประชิดติดกับบ่อน้ำ ถัดไปหน่อยเป็นที่ดินว่างเปล่า / ทิศตะวันตกด้านหน้าโครงการคือถนนเลียบวงแหวนรอบนอก ที่ดินในระแวกโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการหมู่บ้านเพื่อนบ้านที่อยู่อาศัยทั่วไป, ที่ดินเปล่า, ร้านอาหาร, บริษัททั่วไป ซึ่งยังมีพื้นที่พัฒนาได้อีกมาก

สถานศึกษา

  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2
  • สาธิต ม.รามคำแหง 2
  • โรงเรียน สาสาสน์วิเทศน์ร่มเกล้า
  • .เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  • Concordian International School

ห้างสรรพสินค้า

  • เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า บางนา
  • เมกาบางนา 
  • พาราไดซ์ พาร์ค
  • ซีคอนสแควร์ 
  • เซ็นทรัล บางนา

สถานพยาบาล

  • รพ.สิรินธร
  • รพ.ไทยนครินทร์ 
  • รพ.ศิครินทร์


เจาะลึกตัวโครงการ

ก่อนจะเข้าไปในโครงการ ขอเกริ่นถึงบริษัท นัมเบอร์วันเฮ้าส์ซิ่ง ผู้พัฒนาโครงการนิดนึง โดยแต่เดิม บริษัทเค้าเป็นผู้พัฒนาบุกเบิกพื้นที่ในย่านกรุงเทพตะวันออกย่าน แถวถนนรามคำแหง 2  ทั้งธุรกิจพลาซ่า ห้างสรรพสินค้า อพาร์ทเม้นท์ และปัจจุบันได้พัฒนาต่อเนื่องมาเป็น อสังหาริมทรัพย์ โดยมาเน้นในย่านถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก และมีผลงานให้เห็นมาเรื่อยๆครับ

iField บางนา เนื้อที่โครงการประมาณ 33 ไร่ จำนวน 325 ยูนิต เป็นโครงการที่มีรูปแบบผสมผสานทั้ง Residencial(ส่วนพักอาศัย) และ Commercial(ส่วนร้านค้าและออฟฟิศ) แต่มีการกั้นส่วนทางเข้าออกแยกกัน(ลูกบ้านใช้ส่วนกลางร่วมกันได้) โดยจะมีทั้งทาวน์โฮม 2-3 ชั้น กับโฮมออฟฟิศ 3-4 ชั้น ทุกแบบจะหน้ากว้าง 5.5 เมตร

มาดูภาพมุมสูงบริเวณด้านหน้าโครงการกัน จากมุมนี้เราจะเห็นพอพ้นบริเวณซุ้มทางเข้าออกโครงการไปแล้ว จะเจอกับวงเวียนที่เป็นจุดแจกทางต่างๆ ทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่สีเขียว สวนหย่อมขนาดประมาณ 1 ไร่ และทางขวามือจะมี Club House ที่มีทั้งฟิตเนสและสระว่ายน้ำในตัว / ส่วนทางเข้าออกของโฮมออฟฟิศ ร้านค้า จะอยู่เลยทางเข้าหลักไปอีกหน่อยนึง เราจะไปดูกันส่วนของที่เป็นทาวน์โฮมพักอาศัยกันก่อน

เริ่มที่ซุ้มทางเข้าออกด้านหน้าโครงการครับ มีขนาดใหญ่ที่มีหลังคาบังแดด บังฝนเวลาจะใช้งานผ่านการเข้าออกได้

ที่ด้านหน้าริมถนนจะมีป้ายไฟแสดงส่วนเรียก Taxi คือเราสามารถโทรแจ้งมาที่รปภ.ให้เค้ากดปุ่มเรียกได้

ทางซ้ายมือเราจะเห็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ 1 ไร่ที่จัด Landscape เอาไว้ดูสวยงามสบายตา

พื้นบริเวณนี้จะเป็นสแตมป์คอนกรีต(พิมพ์ลายทั้งหมด) โดยมีซุ้มของรปภ.ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลาง

ระบบการเข้าออกจะเป็นระบบ RFID (Bluetooth ระยะไกล) หรือง่ายๆก็เหมือนแบบ Easypass ของทางด่วนนั่นเองครับ โดยพอสแกนผ่านแล้วรั้วไม้กั้นกระดกก็จะเปิดออก และมี CCTV ที่ซุ้มตรงนี้ 2 ตัว ส่องป้ายทะเบียนและหน้าคนขับ

พอเข้ามาแล้วจะเจอกับวงเวียนน้ำพุ เป็นจุดนำสวยตาและแจกไปยังถนนหลัก และถนนซอยในโครงการ

ทางซ้ายมือเป็นถนนซอยพักอาศัย แต่ละซอยมีติดเลขซอยบอกเอาไว้ เราจะเดินไปดูส่วนของสวนหย่อมกันก่อน

การเดินเข้าไปก็มีการปูทางเดินเอาไว้ให้แบบนี้นะครับ พร้อมไฟส่องสว่างตามทางเดิน

สวนพื้นที่สีเขียวถึงขนาด 1 ไร่ ทุกจุดก็ปูทางเดินให้ไปมาถึงกันได้ทุกส่วน สามารถมาเดินเล่นตอนช่วงเย็นได้ มีที่นั่งรอบให้ด้วย

กลับมาที่วงเวียนอีกครั้ง มองไปที่ฝั่งตรงข้าม เราจะเห็นส่วนพื้นที่จอดรถ Visitor และที่เห็นอาคารนั่นคือส่วนของ Club House ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าโครงการเช่นเดียวกัน

หน้าตาภายนอกส่วนอาคาร Club House เป็นสไตล์ Modern เป็นอาคาร 2 ชั้นนะครับ

บริเวณด้านหน้าทางเข้า จะมีประตูแยกสองส่วน ทางขวามือเป็นส่วนของ Sale Office ในปัจจุบัน ซึ่งอนาคตจะกลายเป็นนิติบุคล และ Lobby ให้แก่ลูกบ้าน / ส่วนประตูทางซ้ายจะเป็นทางเข้าส่วนสระว่ายน้ำและฟิตเนส

ด้านใน Sale Office ซึ่งอนาคตจะกลายเป็นนิติฯและ Lobby ลูกบ้าน มีพื้นที่ขนาดค่อนข้างกว้างขวาง เพดานสูง ช่องแสงส่องสว่างเข้ามาได้รอบด้าน มีจุดวางชุดโต๊ะเก้าอี้ โซฟาได้พอประมาณเลย

เข้ามาด้านในกันแล้ว ในส่วนการใช้งานพื้นที่การใช้งาน Club House นะครับ ในวันจันทร์-ศุกร์ เปิด 12.00 – 20.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 10.00 – 20.00 น. (แต่ทุกวันสระว่ายน้ำจะปิดแค่ 19.00 น.เท่านั้น) พื้นที่ส่วนนี้ถือเป็นพื้นที่ปิดที่มีความเป็นส่วนตัวมองไม่เห็นจากภายถนนภายในโครงการภายนอกด้วย

เดินมาบริเวณใต้อาคารส่วนร่มหน่อย จะเป็นพื้นเก้าอี้คอนกรีตก่อให้นั่งเล่นได้ จะมีส่วนสระเด็กอยู่ด้านในสุด ทำให้ผู้ปกครองมานั่งเฝ้าลูกได้

พื้นที่ของสระเด็ก ตั้งอยู่ในร่ม แต่ก็ยังเป็นแบบกึ่ง Open Outdoor ไม่ได้ดูทึบเกินไป ข้อดีคือไม่โดนแดดจังๆ เลยสามารถทำให้มาใช้งานได้แม้กระทั่งเวลากลางวัน

พื้นที่สระว่ายน้ำผู้ใหญ่จะอยู่ติดกัน แต่เป็นส่วนกลางแจ้ง ขนาดประมาณ 9 x 15 เมตร (แต่ก็มีส่วนที่ร่มอยู่บ้าง เพราะด้านบนมีชายคาหลังคายื่นมา) ใครจะมาแช่น้ำเล่นๆไม่อยากโดนแดดช่วงกลางวันก็ได้

ที่ด้านข้างจะมีส่วนของห้องน้ำ ห้องอาบน้ำแต่งตัว แยกสองฝั่งชายหญิงเอาไว้

ภายในห้องน้ำชายฝั่งซ้ายมือเป็นโซนตู้ล็อกเกอร์ทั้งหมด

ส่วนฝั่งขวาเป็นโถสุขภัณฑ์ ห้องอาบน้ำแต่งตัว โดยห้องน้ำจะเจาะช่องแสงเอาไว้ด้านบนทั้งหมด ทำให้ห้องน้ำดูสว่างและโปร่งโล่ง

ด้านนอกจะมีจุดล้างตัวอยู่ 3 จุด

พอเดินออกมาอีกฝั่ง จะมีชุดโต๊ะเก้าอี้มานั่งเล่นได้ริมสระ และก็อยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ด้วย

บันไดทางขึ้นไปชั้น 2 ทำพื้นเป็นทรายล้าง มือจับสแตนเลสและมีกระจกนิรภัยเป็นราวกันตกสวยๆ

ขึ้นมาที่ชั้นบนเป็นส่วนของห้องออกกำลังกาย ผนังรอบด้านฝั่งนี้เป็นกระจกทั้งหมด

เข้ามาในห้องออกกำลังกายแล้ว อันดับแรกชอบตรงที่ผนังรอบด้านเป็นกระจก (สีน้ำเงินตัดแสง) ทุกฝั่ง ทำให้ห้องดูโปร่งจากแสงธรรมชาติที่ผ่านได้ทุกส่วน ภายในจะวางเครื่องออกกำลังกายเอาไว้ประมาณ 5 ชิ้น (รวมบาร์ดัมเบล)

เครื่องเล่นคาร์ดิโอหลัก อย่างลูวิ่งมีชิ้นเดียวเท่านั้น เอามาวางไว้ตำแหน่งได้วิวสระว่ายน้ำ

 

กลับออกมาที่ด้านนอกโครงการ ถนนเมนของที่นี่จะกว้าง 12 เมตร และปลูกต้นไม้ที่ริมฟุตบาทสองฝั่งข้างทาง

ตรงส่วนรั้วไม้กั้นกระดกบริเวณนี้ อีกฝั่งนึงคือส่วนของ Commercial โฮมออฟฟิศ ที่เราให้ดูจากภาพมุมสูงตอนต้นไปแล้ว คือการเข้าออกจะต้องใช้การ์ดลูกบ้านในการผ่านเช่นกัน คือส่วนของลูกบ้านฝั่งโน้นจะเข้ามาใช้ส่วนกลางก็ข้ามมาได้

พื้นที่ส่วนหย่อมรอง จะอยู่ด้านในโครงการบริเวณปากซอย 5/1

ถึงแม้ขนาดจะไม่ได้ใหญ่แบบสวนที่อยู่ด้านหน้าโครงการ แต่เพราะขนาดกระทัดรัดเลยทำให้จัดลงต้นไม้ออกมาได้ลงตัวน่าใช้ และได้ร่มเงามากกว่า มีทางเดินรอบเป็นวงกลม

มีพื้นที่วางเก้าอี้มาให้นั่งถึงหลายจุดไม่ต้องแย่งกัน ตอนกลางคืนจะเปิดไฟส่องสว่างให้ด้วย

การใช้งานมีส่วนทางเข้าออกถึง 3 จุด ไม่ต้องอ้อมไปทางด้านหน้าที่เดียวก็ได้ครับ สวนหย่อมอันนี้จัดต้นไม้และไม้พุ่มได้ลงตัวทีเดียว

ส่วนของถนนรอง หรือซอยย่อยในโครงการนั้นมีความกว้างประมาณ 9 เมตร / จากมุมนี้เราจะเห็นว่าทางโครงการเค้าลงเสาไฟฟ้าไว้ชิดฝั่งเดียวเท่านั้น

ช่องว่างระหว่างอาคาร ก็จัดเป็นพื้นที่สีเขียวอย่างนี้ และเอาต้นไม้มาลงกั้นไว้เลย ไม่ให้ลูกบ้านมายึดเป็นที่จอดรถส่วนตัวได้

นี่ครับให้ดูชัดๆ ทำแบบนี้ดีนะ หมดปัญหาการโดนยึดที่ช่องว่าง

ระหว่างเดินๆถ่ายรูปอยู่ก็เห็นรปภ.คอยขี่จักรยานตรวจตราความปลอดภัยลูกบ้าน พี่เค้าบอกว่าจะขี่เกือบทั้งวันโดยไปผลัดเวรกับพี่รปภ.ที่ซุ้มทางเข้า

ตามเสาไฟ และรั้วภายในโครงการมี CCTV อยู่ทุกซอย คอยช่วยสอดส่องความปลอดภัย

ทีนี้ บางจุดของช่วงเว้นระหว่างอาคาร จะมีบางส่วนที่มีความกว้างพิเศษแบบนี้ (ประมาณ 3 จุดจากทั้งโครงการ) เค้าก็จะจัดดีหน่อย โดยลงต้นไม้ขนาดกลางเอาไว้ และปูเป็นทางเดินเล่นให้เข้ามาใช้งานได้

ตรงกลางของพื้นที่สวนหย่อมเล็ก ก็มีทั้งเก้าอี้คอนกรีตและศาลานั่งเล่นครับ

ในโครงการมีส่วนของทาวน์โฮม 2 ชั้น ด้วยนะ ชื่อบ้านว่า I Smart โดยจะมีพื้นที่ใช้สอย 131 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 21 – 34 ตร.วา. แต่ว่าไม่ได้มีบ้านตัวอย่างให้ดูกันนะ

และรั้วรอบโครงการจะเป็นคอนกรีตทึบสูง 2.5 เมตร โดยมีต่อเหล็กแหลมไปอีกประมาณ 40 ซม. (ฝั่งด้านในโครงการก็ปลูกต้นไม้เพิ่มให้ขนานกับรั้ว เพื่อเพิ่มสีเขียวทางสายตา ให้ไม่ดูอึดอัด)

ทีนี้ออกมาที่ถนนใหญ่ด้านหน้ากันบ้างครับ ผมจะพาไปดูในส่วนของ Commercial ที่เป็นโฮมออฟฟิศ 3-4 ชั้นกัน

บริเวณทางเข้าออกจะมีอยู่ 2 จุด โดยมีซุ้มรปภ.เล็กๆตั้งอยู่

ฝั่งตัวบ้านที่อยู่ติดกับถนนหลักด้านหน้า จะเป็นรูปแบบโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ที่มีชื่อว่า Grand I Biz จะสามารถติดป้ายที่ตัวอาคารได้หากใครจะทำเป็นร้านค้าและออฟฟิศสำนักงาน

เข้ามาถนนรองด้านในความกว้างจะเหลือ 9 เมตร และวางเสาไฟฟ้าฝั่งเดียวเช่นกัน

เนื่องจากในส่วนนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ Commercial ร้านค้าอยู่แล้ว เลยมีการจัดทำลานจอดรถอเนกประสงค์เพิ่มเติมเอาไว้ให้รองรับการใช้งานอีก 2 จุดๆ ละ25 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจการค้าของผู้พักอาศัย (ในรูปเป็นจุดที่ 1)

บริเวณนี้คือจุดที่ 2  ครับ จอดได้อีก 25 คัน

พื้นที่ช่องเว้นระหว่างอาคาร ก็ยังคงจัดเป็นพื้นที่สีเขียวตรงกลางเหมือนเดิม ไม่ให้ใครเข้ามาจอดรถได้ มี CCTV  ส่องตามมุม ตามสามแยกตลอด

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 9 x 15 เมตร ลึก 1.3 เมตร แยกสระเด็ก ลึก 60 ซม.
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ขนาดปานกลาง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 5 เครื่อง
  • สวนสาธารณะ ด้านหน้าพื้นที่ประมาณ 1 ไร่, และมีพื้นที่สีเขียวตามซอยในโครงการ
  • ลานจอดรถอเนกประสงค์(โซนออฟฟิศ) เพิ่มอีก 2 จุด รวม 50 คัน
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการทุกจุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.50 เมตรและรั้วเหล็กแหลมเพิ่ม 40 ซม.
  • Key Card ระยะไกล (Bluetooth)
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.

 


Product Walkthrough

  • I Modern (ทาวน์โฮม 3 ชั้น) พื้นที่ใช้สอย 194 ตร.ม.  ขนาดที่ดิน 21 – 38 ตร.วา.

ชั้นที่ 1 : ด้านหน้าเป็นพื้นที่จอดรถ 2 คัน ก่อนเข้าบ้านมีเฉลียงเล็กรองรับก่อน พอเข้ามาแล้ว จะเจอกับ Living Area เชื่อมต่อเปิดโล่งกับส่วนรับประทานอาหาร และมีห้องน้ำในตัว ซึ่งห้องน้ำนี้มีฟังก์ชันอาบน้ำได้ด้วยนะ ชั่วโมงเร่งด่วนคนที่อยู่ชั้น 2 ก็ลงมาใช้ได้ ส่วนฝั่งหลังบ้านจริงจะเป็นลานซักล้างที่ก่อเคาน์เตอร์ล้างจานมาให้เท่านั้น ซึ่งไม่ได้ลงเสาเข็มให้ทั้งด้านหน้าที่จอดรถและลานซักล้างด้านหลัง ที่ใต้บันไดมีห้องเก็บของมาให้ด้วยครับ

ชั้นที่ 2 : ขึ้นบันได้มาจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น Family Area ที่กั้นโซนปิดแบบบ้านตัวอย่างได้ ฝั่งหน้าบ้านจะเป็นห้อง Master Bedroom ที่ให้พื้นที่เยอะสะใจมีฟังก์ชันห้องน้ำและระเบียงในตัว มีมุมแต่งตัวแยกเรียกว่าอยู่สบายเลย

ชั้นที่ 3 : ชั้นนี้ก็จะคล้ายๆชั้นที่ 2 แต่เปลี่ยนจากพื้นที่ห้องนั่งเล่นแบบเปิดโล่งกลายมาเป็นห้องนอนเล็กแทน อีกทั้งห้องน้ำจะเปลี่ยนตำแหน่งประตูทางเข้า ทำให้ห้องนอนทั้ง 2 ต้องออกมาใช้ร่วมกันที่โถงทางเดิน

หน้าบ้านทาวน์โฮม 3 ชั้น i Modern พื้นที่ใช้สอยถึง 194 ตารางเมตร หน้ากว้าง 5.5 เมตร จอดรถได้ 2 คัน โดยจะเป็นสไตล์ Modern

Facade ของตัวบ้านมีการใช้ไม้เทียม เหล็ก และกระจกสีเขียวตัดแสง มาเป็นตัวตกแต่งหน้าตาบ้านให้ดูมีลูกเล่น

ในส่วนของที่จอดรถด้านหน้า ตัวพื้นบ้านสูงกว่าถนนเล็กน้อย ประตูเป็นแบบเหล็กข้อพับ 2 ตอน สามารถจอดรถได้ 2 คัน แต่ว่าจะไดประมาณ B-C Segment เท่านั้น และตัวพื้นที่จอดรถเป็น Slab on Ground

เข้ามาด้านใน เราจะเห็นซ้ายมือเป็นส่วนของประตูหน้าบ้าน ได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน ตัวสีของกระจกจะเป็นสีเขียวตัดแสงช่วยกรองความร้อนได้ระดับนึง / ขวามือจะเป็นประตูห้องเก็บของเอาไว้เก็บของใช้ชิ้นใหญ่ๆที่ตรงนี้ จะมีเฉลียงที่ยื่นออกมาประมาณ 60 ซม. เป็นพื้นที่รองรับก่อนเข้าตัวบ้าน

เข้ามาด้านในจะเป็นส่วนของ Living Area ที่เป็นด่านแรกก่อน โดยพื้นปูด้วยแกรนิตโต้สีขาว ความสูง 2.55 เมตร

พื้นที่วางโซฟา เก้าอี้ และชุดโต๊ะกลางมีขนาดค่อนข้างเยอะ สามารถเลือกจัดวางตามใจเจ้าของบ้านได้เลย

มุมนี้มองไปทางบันได ไอเดียจากบ้านตัวอย่างแต่ผนังและชั้นวางทีวีให้ดู ระยะนั่งดูทีวีประมาณ 4 เมตรครับ ต้องจัดทีวีไซส์ใหญ่หน่อย 50-60 นิ้ว / ที่เห็นประตูซ้ายมือข้างๆเป็นส่วนของห้องเก็บของใต้บันได

ภายในห้องเก็บของก็ปูพื้นกระเบื้องไซส์ 30 ซม. มาให้ พร้อมติดไฟส่องสว่าง เท่ากับบ้านนี้มีห้องเก็บของ 2 จุดล่ะ

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นวางโซฟา จะเป็นส่วนของ Dining Area ที่สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 4 ที่นั่ง หรือถ้าเอาไปชิดผนังจะได้ถึง 6 ที่นั่งเลย

มองไปฝั่งด้านหลัง ขวามือเป็นห้องน้ำชั้นล่าง และประตูทางออกไปหลังบ้าน

ภายในห้องน้ำเป็นแบบฟังก์ชันการใช้งานครบ ถึงแม้ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก มีทั้งพื้นที่อ่าง, สุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำ โดยไม่ได้กั้นโซนแยกส่วนแห้งและเปียกมาให้นะ

ชุดของในห้องน้ำชั้นล่างเป็นของ American Standard ทั้งหมดเลย

ทีนี้ออกมาส่วนประตูหลังบ้าน ต้องบอกก่อนว่าของจริงบ้านมาตรฐานพอออกไปจะเป็นพื้นที่เปล่าโล่งนะครับ อันนี้เค้าทำให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น

หันไปทางซ้ายมือ ไอเดียส่วนต่อเติมจากบ้านตัวอย่าง จัดทำเป็นพื้นที่ครัวปิดแยกเพิ่มทั้ง Pantry และตู้ติดผนัง

หันไปทางซ้ายมือ ไอเดียส่วนต่อเติมจากบ้านตัวอย่าง จัดทำเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า และในห้องนั้นเป็นพื้นที่เก็บปั๊มน้ำและแทงก์น้ำ

ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีให้ทุกหลังเป็นมาตรฐานคือ Magnetic & Shock Sensor ที่ประตูหน้าต่าง และยังมี Motion Sensor ที่จับการเคลื่อนไหวมาให้อีกด้วย ถือว่าดีสำหรับลูกบ้านเลย

ไปต่อกันที่บันไดทางขึ้นชั้น 2 อยู่บริเวณหน้าบ้าน โดยชานพักเป็นสี่เหลี่ยมได้มาตรฐาน และปูด้วยไม้ประสานแผ่นสำเร็จ ทางเดินกว้างประมาณ 1 เมตร

ขึ้นมาที่ชั้น 2 แล้ว พื้นจะเปลี่ยนเป็นลามิเนต / ที่ชั้นนี้ความสูงยัง 2.55 เช่นกัน

ถ้าดูจากตามแปลนบ้านแล้ว พื้นที่ตรงนี้จะเป็นห้องนั่งเล่นของชั้น 2 แบบเปิดโล่ง แต่บ้านตัวอย่างเค้ามีการทำให้ดูเป็นการกั้นฉากแยกส่วนการใช้งาน แต่ว่าก็ยังเป็นกระจกที่ให้แสงลอดผ่านมาที่โถงบันไดได้

ไอเดียการตกแต่งพื้นที่นั่งเล่น ส่วนชั้น 2 จากบ้านตัวอย่าง (มุมที่ 1)

ไอเดียการตกแต่งพื้นที่นั่งเล่น ส่วนชั้น 2 จากบ้านตัวอย่าง (มุมที่ 2)

ออกมาจากห้องนั่งเล่น ที่โถงทางเดิน เราจะเห็นทางขึ้นบันไดไปชั้น 3 ต่อ และก็ประตูทางขวามือเป็นส่วนของห้องนอน

ภายในห้องนอนนี้ก็มีขนาดใหญ่พอสมควรเลย เป็นห้องที่มีห้องน้ำและระเบียงในตัว เรียกว่าครบเครื่อง

ในห้องน้ำจัดการใช้งานวางเรียงกันได้แก่ พื้นที่อ่าง, พื้นที่วางสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำ ที่ผนังด้านหลังก่อเป็น Low Wall ให้วางข้าวของเครื่องใช้ได้

ส่วนพื้นที่อาบน้ำไม่ได้ให้ฉากกั้นมาให้นะ ไปหาซื้อเพิ่มติดเองเลยไม่ว่าจะเป็นม่านฉาก หรือถ้ามีงบหน่อยก็เป็นกระจกนิรภัยฉากกั้นดูสวยงามกว่า ที่ผนังมีการเซาะร่องทำเป็นชั้นเก็บของไว้ให้ และติดตั้งจุดเตรียมติดเครื่องทำน้ำอุ่นไว้แล้ว

เข้ามาในส่วนพื้นที่วางเตียงกันบ้าง จะเห็นถึงแม้ว่าเราวางเตียง King Size ไว้แล้ว พื้นที่ข้างหัวเตียงทั้งสองฝั่งยังวางโต๊ะและเดินไปมาได้สะดวก

หันไปที่ฝั่งปลายเตียงจะเป็นมุมพื้นที่แต่งตัว และถ้าใครชอบนอนดูทีวีก็มีพื้นที่ชั้นวางอยู่ติดกันได้ หรือใครไม่นอนดูทีวีก็ Built-In เป็นตู้เสื้อผ้ายาวเลยก็ได้ครับ

ลองเปิดผ้าม่านให้ดูถึงช่องแสงธรรมชาติในส่วนของห้องนอนด้านหน้านี้ มีมาให้ถึง 2 จุด

ประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนที่ด้านนอกเป็นส่วนของพื้นที่ระเบียงขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถออกไปใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่น ยืนสูดอากาศ พร้อมทั้งวางคอมแอร์ได้ด้วย (ตัวกันตกด้านนนอกยังมีกระจกนิรภัยมาตกแต่งอีกชั้น)

มาต่อกันที่ชั้น 3 ชั้นสุดท้าย รูปแบบชานพักจัดออกมาได้ดี เป็นชานพักรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสแบบนี้ ได้ความปลอดภัยเวลาใช้งาน

ขึ้นมาที่ชั้น 3 แล้ว ผมทำตำแหน่งบอกไว้ให้ จะมีห้องนอนฝั่งด้านหลัง และด้านหน้า ตรงกลางเป็นห้องน้ำ ที่ทั้งคู่ต้องออกมาใช้ร่วมกัน / ที่ชั้นนี้ความสูงเปลี่ยนเพิ่มขึ้นเป็น 2.60 เมตรครับ / เดี๋ยวเราไปดูห้องนอนเล็กฝั่งหลังบ้านกันก่อน

เข้ามาจะมีพื้นที่วางเตียง ยังคงคอนเซปท์เดินสบายรอบเตียงเหมือนเคย

ที่ปลายเตียงถึงแม้เราจะจัดหาชั้นวางทีวี วางของมาแล้วก็ตามยังเหลือทางเดินกว่า 60 ซม. สบายๆ

มองไปอีกฝั่งนึง จะมีส่วนของพื้นที่แต่งตัว ตำแหน่งตู้เสื้อผ้าอยู่ตรงข้ามกับประตูทางออกไประเบียง

ประตูยังให้เป็นกระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อนเหมือนกัน ด้านนอกเป็นพื้นที่ระเบียงซึ่งในความเป็นจริงไม่ต้องเอาคอมแอร์วางไว้ที่พื้นนะครับ ให้ช่างที่เค้ามาติดแอร์แขวนผนังไว้เลย เราจะได้พื้นที่ใช้สอยระเบียงกลับมาเต็มๆ จัดเป็นสวนกระถางอะไรก็ได้

ออกมาโถงทางเดินด้านนอก ไปดูห้องน้ำสักหน่อย

ห้องน้ำเหมือนกันกับชั้น 2 เลย เพียงแค่เรียงสลับฝั่งกันครับ ฟังก์ชันการใช้งานครบเหมือนเคย

อ้อ.. ชั้นที่แล้วลืมให้ดูพื้นที่อาบน้ำ ระยะประมาณ 0.70 x 0.90 เมตร

กลับมาห้องนอนใหญ่ฝั่งหน้าบ้านกันบ้าง พื้นที่สเปซของห้องยังกว้างเหมือนกัน และมีช่องแสง 2 ส่วนที่หน้าบ้าน

โดยพื้นที่ด้านข้างเตียงนอน เราสามารถจัดเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งเพิ่มขึ้นมาได้

ไอเดียการแต่งห้องจากบ้านตัวอย่าง โดยมีการกั้นส่วนเล็กๆขึ้นมา ทำให้ได้สัดส่วนการใช้งานที่ดูชัดเจนและดีทีเดียว

ไอเดียการแต่งห้องจากบ้านตัวอย่าง ด้านหลัง Built ตู้ ทำเป็นมุม Walk in Closet อยู่ใกล้หน้าต่างช่องแสง

มุมระเบียงเหมือนกับชั้นที่แล้วครับ


บ้านตัวอย่างอีกหลังที่จะพาไปดู จะอยู่ในพื้นที่ของ Commercial ชื่อว่า Grand I Biz  (โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น) พื้นที่ใช้สอย 230-260 ตร.ม.  ขนาดที่ดิน 21 – 40 ตร.วา. หน้ากว้าง 5.5 เมตร

หน้าตาด้านหน้าของตัวบ้านแบบที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด อย่าง Grand I Biz ที่เป็นโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ก็ถูกตกแต่งมาสไตล์โมเดิร์นเช่นเดียวกัน แต่จะใช้ลายเส้นลวดลายแนวตั้งของเหล็กมาตกแต่งนำสายตา ตัดกับสีของกระจกเขียวตัดแสงฝั่งด้านหน้าบ้านครับ

เนื่องจากพื้นที่นี้ถูกจัดเป็นส่วนของ Commercial ทำเป็นออฟฟิศและร้านค้าได้ ทำให้ไม่ได้จัดทำรั้วด้านหน้าโครงการไว้เพื่อเข้าถึงได้ง่ายต่อการใช้งานหน่อย เราจะเห็นว่าบ้านสามารถจอดรถ 2 คันได้สบายๆเลย

ส่วนของประตูทางเข้า ด้านหน้ายังมีเฉลียงเป็นตัวยกระดับปรับการใช้งานก่อนเข้าบ้าน ประตูจะเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอนและฟิค 1 ตอน / ขวามือสุดเป็นกระจกพื้นฝ้าให้แสงสว่างไปยังด้านในซึ่งเป็นพื้นที่ห้องเก็บของใต้บันไดครับ

เข้ามาด้านในแล้วเป็นส่วนของพื้นที่โถงรับแขก ในบ้านตัวอย่างจัดเป็นรูปแบบออฟฟิศสำนักงาน เลยให้ชั้นนี้เป็นพื้นที่รองรับผู้มาติดต่องานนั่นเอง ใครจะเป็นโชว์รูมเล็กๆก็ได้นะครับแล้วแต่การใช้งานของเจ้าของบ้าน โดยที่ชั้น 1 จะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานสูงที่สุดถึง 2.70 เมตร

มุมวางโซฟารับแขกยาวได้ถึง 4-6 ที่นั่ง ด้านหลังจัดเป็นเคาน์เตอร์  Reception

ฝั่งตรงข้ามเป็นผนังที่อยู่ติดกับบันได จะหาชั้นวางทีวีมาวางก็ได้ หรือไม่ก็จัดเป็นมุมตกแต่งที่โชว์เกี่ยวกับใบรับรอง โชว์สินค้าเล็กๆ ขวามือเราจะเห็นประตูที่เป็นส่วนของห้องเก็บของใต้บันได

ภายในห้องเก็บของใต้บันได ที่มีช่องแสงจากฝั่งกระจกพ่นฝ้าด้านหน้า และเป็นห้องเก็บระบบเบรคเกอร์ไฟฟ้าในบ้าน

ทางขวามือสุดจะเป็นประตูห้องน้ำครับ ส่วนตรงกลางเป็นทางออกไปส่วนลานซักล้างด้านหลัง

ภายในห้องน้ำหน้าตา และการแบ่งพื้นที่ใช้งานเหมือนกับแบบ 3 ชั้นหลังแรกที่พาไปดูเป๊ะๆ ไม่อธิบายซ้ำละกันนะครับ

ประตูทางออกไปหลังบ้านจะมีส่วนล็อกได้ 3 ชั้น ทั้งลูกบิด กลอนด้านบนและล่าง

ด้านหลังเป็นลานซักล้างทั่วไปที่มีการก่อเคาน์เตอร์อ่างล้างจานมาให้ พร้อมให้ปั๊มและถังเก็บน้ำเป็นมาตรฐานแบบนี้ฮะ

ไปดูที่ชั้นบนกันต่อ ชานพักบันไดส่วนแรกเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสยังเดินสบายๆ

แต่พอขึ้นมาถึงจัดกลับตัว ชานพักจะถูกซอยเป็นสามเหลี่ยม 4 ขั้นแบบนี้ เวลาเดินขึ้นลงชิดด้านในจะต้องระมัดระวังหน่อยนะครับ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 แล้วจะเจอกับส่วนของห้องน้ำก่อน / โดยชั้นนี้สูงอยู่ที่ 2.50 เมตร

ภายในห้องน้ำก็คล้ายแบบเดิม ที่จะมีเพิ่มเติมคือห้องนี้จะได้ชุดตตู้ใต้อ่างของ Mogen อีกทั้งมีการเจาะหน้าต่างบานกระทุ้งช่องแสงได้ เพราะตำแหน่งอยู่ติดหลังบ้าน ช่วยระบายอากาศและความชื้นได้อีกส่วน

มาพื้นที่โล่งตรงกลางบ้าน จะถูกจัดเป็นมุมโต๊ะนั่งทำงานแบบหลายที่นั่งรองรับเอาไว้ จริงๆตรงนี้ยืดโต๊ะออกได้อีก ถ้าใครมีสมาชิกหลายคน

มุมนั่งทำงาน ยังได้หน้าต่างฝั่งหลังบ้าน เป็นช่องแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาให้ดูไม่ทึบอึดอัด

ฝั่งด้านหน้าบ้าน สามารถทำฉากกั้นบานเลื่อนเป็นส่วนของห้องประชุมได้

ถ้าเลือกทำเป็นห้องประชุม จะสามารถวางโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ 6-10 ที่นั่งยังได้ และห้องอยู่ใกล้กับช่องแสงธรรมชาติ ทำให้ดูโปร่งโล่ง

ผมลองเปิดผ้าม่านให้ดูหน้าตาหน้าต่างช่องแสงในห้องนี้ ตำแหน่งการเปิดปิดจะอยู่ด้านบนเพื่อเซฟตี้เรื่องความปลอดภัย

เดี๋ยวไปดูชั้น 3 กันต่อครับ

รูปแบบการเดินวนและชานพักยังเหมือนกัน

ขึ้นมาที่ชั้น 3 ตามแปลนแล้วห้องนี้จะถูกจัดเป็นพื้นรับรองอีกส่วนนึง อยู่ติดกับหน้าต่างช่องแสงหลังบ้าน บ้านตัวอย่างจัดไอเดียเป็นทำเป็นมุมสตูดิโอเล็กๆ / ชั้นนี้สูง 2.50 เมตรเช่นกัน

มีทางเดินตรงกลางไปฝั่งหน้าบ้าน และมีส่วนของห้องน้ำอยู่ทางขวามือ

ภายในห้องน้ำฟังก์ชั่นเดียวกันนะครับ

ส่วนของห้องฝั่งหน้าบ้าน ไอเดียบ้านตัวอย่างถูกจัดเป็นห้องทำงานผู้บริหาร โดยกั้นด้วยฉากกระจกบานเลื่อน

มุมห้องทำงาน โต๊ะทำงานผู้บริหาร จัดโต๊ะใหญ่มาวางได้เลย และอยู่ใกล้หน้าต่างช่องแสง

อีกฝั่งนึงจัดเป็นโซฟารับแขก พร้อมโต๊ะกลาง ตำแหน่งจะอยู่ใกล้ช่องแสงธรรมชาติทางออกไประเบียง

พื้นที่ระเบียงห้องนี้ดีหน่อย เพราะว่าจัดเอาคอมแอร์แขวนผนังเอาไว้ครับ และเอากระจกนิรภัยมาทำเป็นกันตก ทำให้แสงส่องผ่านเข้ามาได้

ขึ้นมาที่ชั้น 4 ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานเพิ่มมาเป็น 2.60 เมตร โดยถ้าเป็นบ้านมาตรฐานของจริง จะไม่ได้เป็นฉากกั้นกระจกแบบนี้ จะเป็นผนังทึบ

ถ้าตามแปลนบ้านเดิมคือ ชั้นนี้จะจัดเป็นห้องนอน 2 ห้อง โดยไว้ฝั่งหลังบ้านและหน้าบ้าน มีห้องน้ำอยู่ตรงกลางใช้ร่วมกัน | แต่บ้านตัวอย่างจะเปิดกำแพงพื้นที่ผั่งหลังบ้านออก ทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่ทานอาหารแทน

มุมนี้ที่ติดกับหน้าต่างฝั่งหลังบ้าน จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบนี้ครับ 2-3 ที่นั่ง สบายๆ

ถ้าทำเป็นมุมดูทีวีระยะห่างจะอยู่ที่ประมาณ 2.60  เมตร

และมุมข้างๆจัดเป็นมุมโต๊ะรับประทานอาหาร และยังมีพื้นที่เหลือเพียงพอด้านหลัง ทำเป็นมุม Pantry สำหรับจัดเตรียมอาหารได้ด้วย

ส่วนทางเดินความกว้างประมาณ 1.20 เมตรตรงกลางบ้านไปฝั่งด้านหน้า

มุมทางเดินนี้จะบอกว่า พื้นที่ผนังข้างๆแบบนี้ มันเป็นพื้นที่ใช้สอยชั้นดีนะครับ ถ้าเรา Built-In ตู้ชั้นโชว์ ชั้นเก็บของขึ้นมาแบบนี้

ภายในห้องน้ำโคลนกันมาแบบชั้นล่าง ทั้งตำแหน่ง วัสดุ และการจัดวาง

ห้องนอนฝั่งหน้าบ้าน จะมีพื้นที่ต่างๆที่ค่อนข้างกว้าง รวมไปถึงไฮไลท์อย่าผนังที่เจาะช่องแสงธรรมชาติอย่างเต็มหน้ากว้างสะใจ

มุมพื้นที่วางเตียงสามารถจัดวางแบบ King Size พร้อมพื้นที่ทางเดินและมุมโต๊ะข้างหัวเตียงทั้งสองฝั่งสบาย

มุมปลายเตียง ถ้าไม่ได้นอนดูทีวีก็สามารถทำเป็นตู้เสื้อผ้าเพิ่มได้ และมีพื้นที่ Walk in Closet และโต๊ะเครื่องแป้ง

ในห้องนี้ก็มีระเบียงในตัวเช่นกันนะครับ ไซส์ขนาดนี้ถึงแม้ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ว่าก็ดีที่สามารถเดินออกไปสูดอากาศด้านนอกได้แบบไม่อึดอัด หรือจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยทำเป็นสวนกระถางก็ได้เช่นกัน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 6 February 2018

  • I Smart (ทาวน์โฮม 2 ชั้น) พื้นที่ใช้สอย 131 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 21 – 34 ตร.วา. เริ่ม 3 ล้านบาท
  • I Modern (ทาวน์โฮม 3 ชั้น) พื้นที่ใช้สอย 194 ตร.ม.  ขนาดที่ดิน 21 – 38 ตร.วา. เริ่ม 4.08 ล้านบาท
  • I Biz (โฮมออฟฟิศ 3 ชั้น) พื้นที่ใช้สอย 160-174 ตร.ม.  ขนาดที่ดิน 21 – 35 ตร.วา. เริ่ม 4.54 ล้านบาท
  • Grand I Biz  (โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น) พื้นที่ใช้สอย 230-260 ตร.ม.  ขนาดที่ดิน 21 – 40 ตร.วา. เริ่ม 5 ล้านบาท
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 50,000 – 60,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 1,500 บาท/ ยูนิต/ เดือน (ชำระล่วงหน้า 2 ปี)
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อม โครงการตั้งอยู่ในเขตประเวศทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพฯ ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิและถนนใหญ่บางนา-ตราด จัดว่าเป็นทำเลที่อยู่อาศัยในย่านชานเมืองที่ไม่ห่างจากเมืองมาก สามารถเดินทางไปพระราม 9 ได้ด้วยถนนมอเตอร์เวย์ ทำเลเกาะอยู่กับถนนวงแหวนรอบนอกที่จะวิ่งรอบกรุงเทพและปริมณฑล โดยถนนวงแหวนรอบนอกเองจะมีถนนที่ขนานทั้งสองฝั่ง เรียกว่าถนนเลียบวงแหวนรอบนอกไว้สำหรับเป็นถนนรองที่แยกเข้าพื้นที่รอบข้าง ทั้งมุ่งหน้าไปตัดกับถนนสุขุมวิท 77 หรือถนนอ่อนนุช แต่ตัวโครงการจะอยู่ใกล้ไปทางฝั่งถนนบางนา-ตราดประมาณ 2 กม. ซึ่งจะไปใช้ทางด่วนอย่างบูรพาวิถีได้ด้วย

ทางเข้าโครงการจะอยู่บนถนนเลียบวงแหวนรอบนอกฝั่งที่มุ่งหน้าไปยังถนนบางนาตราด ซึ่งบริเวณนี้เป็นแหล่งที่เหล่าผู้ประกอบการมาพัฒนาการโครงการที่อยู่อาศัยตั้งแต่ขนาดเล็กมากๆจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่กันเลยทีเดียว แม้ว่าภายในถนนเลียบวงแหวนรอบนอกทั้งสองฝั่งจะมีหมู่บ้านแนวราบหลายต่อหลายโครงการ แต่ความอุดมสมบูรณ์ภายในพื้นที่ในระยะเดินหาได้ยากหน่อย แปลงพื้นที่รอบข้างยังมีอีกเยอะที่เป็นแปลงที่ดินว่างเปล่ารอการพัฒนา ดังนั้นต้องอาศัยรถส่วนตัวล้วนๆในการเดินทางหรือการหาของกินของใช้ ลำพังถนนเลียบวงแหวนเฉยๆจะพึ่งพาไม่ได้มาก โดยความอุดมสมบูรณ์ในระยะที่ใกล้ๆนั้นจะอยู่บนเส้นสุขาภิบาล 2 ได้แก่ ตลาดอตก. Vida, Tops Daily, Lotus Express, 7-11, BigC Mini ประมาณนี้  แต่ถ้าอยากจะช็อปปิ้งแบบจริงจังในห้าง ก็ต้องขับไปยังฝั่งที่ตัดกับถนนบางนา-ตราดที่จะมีทั้ง Ikea บางนา, Mega Bangna, Foodland บางนา หรือ Central City บางนา

นอกจากนั้นต้องขยับออกมาอีกที่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ที่จะมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ให้ไปใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจกันได้ ส่วนของโรงพยาบาลกับสถานศึกษาแถวนี้ก็มีให้เลือกไม่น้อยนะครับเช่นโรงเรียนราชวินิต บางแก้ว, ม.รามคำแหง, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง และโรงพยาบาลสิรินธร / จุดด้อยอีกนิดนึงคือแถวนี้ค่อนข้างเรียก Taxi ได้ยากหน่อย คือมีผ่านอยู่ครับ แต่ว่าใช้เวลารอนานสักนิด

ความปลอดภัย เริ่มจากประตูทางเข้าออกใช้เป็นระบบ Bluetooth หรือ Easypass เพิ่มเปิดรั้วไม้กั้นกระดก, จะมี CCTV ที่ทั้งทางเข้าออกโครงการอีกทั้งยังอยู่ภายในถนนและรั้วเต็มไปหมด / รปภ.มีการกวดขันระดับนึงขี่จักรยานตรวจตราตลอด / รั้วกำแพงคสล.ทึบ 2.5 เมตร ต่อด้วยรั้วเหล็กแหลมอีก 40 ซม. / ภายในบ้านยังให้ระบบกันขโมย Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง ถือว่าให้มาเยอะทีเดียว

การออกแบบ โครงการมีการแยกส่วนของ Residencial(ส่วนพักอาศัย) และ Commercial(ส่วนร้านค้าและออฟฟิศ) แต่มีการกั้นส่วนทางเข้าออกแยกกัน(ลูกบ้านใช้ส่วนกลางร่วมกันได้) ซึ่งจัดระบบได้ดี ไม่ปนกันมั่ว อีกทั้งมีแบบบ้านให้เลือกหลากหลายถึง 4 แบบ ทำให้มีตัวเลือกตามกำลังงบที่หลากหลายอีกด้วย ส่วนของหน้าตาตัวบ้านจะเป็นแบบ Modern ทั่วไป

วัสดุ โครงการถือว่าได้มาตามมาตรฐานตามราคา บ้านมาตรฐานจะได้เป็นบ้านเปล่า ฝ้าเพดานสูง 2.55-2.7 เมตร ชั้นล่างปูพื้นด้วยแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม. และชั้นบนปูพื้นลามิเนตหนา 8 มม. ระเบียงและห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิก 30 x 30 ซม. สุขภัณฑ์ห้องน้ำจาก American Standard โคมไฟมีทั้งซาลาเปาและดาวน์ไลท์ และส่วนที่จอดรถและลานซักล้างหลังบ้านเป็นแบบ Slab on Ground เท่านั้น

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ ถือว่าให้มาเยอะระดับนึงเลยครับ เริ่มจากส่วนขนาดใหญ่ที่จัด Landscape สอดคล้องกับบริเวณซุ้มทางเข้าโครงการว่า 1 ไร่ อีกทั้งยังมีสวนหย่อมเล็กในโครงการอีก, มีการลงต้นไม้ขนาดกลางไว้ริมฟุตบาทในถนน และติดกับรั้วโครงการ, ส่วนที่ผมชอบแีกอย่างก็คือ ช่องว่างระหว่างอาคาร ที่เรามักจะเห็นหลายโครงการที่นิติไม่เข้มแข็งปล่อยให้โดนยึดกลายเป็นที่จอดรถส่วนตัว แต่ที่นี้จัดเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมดเลย ถือว่าดีมากๆ

สาธารณูปโภค จัด Clubhouse อยู่ด้านหน้าโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านมาใช้งานได้สะดวกและใช้เป็นพื้นที่สำหรับรับรองแขกโดยมีทั้ง Clubhouse , ฟิตเนส , สระว่ายน้ำ , สวนหย่อม , ถนนหลักกว้าง 12 ถนนรองกว้าง 9 เมตร ส่วนบริเวณหน้าโครงการจะมีระบบรักษาความปลอดภัยตามระดับโครงการ คือมีไม้กระดกกั้น(ผ่านเข้าออกด้วยสติ๊กเกอร์), รปภ., และ CCTV ทั้งโครงการ / ส่วนที่ดีอีกจุดก็คือ ในส่วนของโฮมออฟฟิศทำที่จอดรถมาเพิ่มให้อีก 2 จุดรองรับถึง 50 คัน จะได้ไม่ไปรบกวนหน้าบ้านลูกบ้าน

 

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 3 – 5 ล้านบาท, 6 February 2018

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75 /10 –เลียบวงแหวน ทำเลดี แต่เข้าออกยากหน่อย ต้องใช้รถในการไปแหล่งความอุดมสมบูรณ์ 
  • ความปลอดภัย 8.25/10 – รั้วไม้กั้นกระดก Bluetooth, รปภ. เข้มแข็ง, CCTV รอบโครงการ, Magnetic Secsor ทุกหลัง, รั้ว 2.9 ม.
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 7.75/10 – แบบบ้านมีให้เลือกหลายหลาย แยกส่วนพักอาศัยและออฟฟิศ พื้นที่จัดฟังก์ชันได้ดีมาตรฐาน
  • วัสดุ 7.5/10 – มาตรฐานของระดับนี้
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8.5/10 – นอกจากสวนด้านหน้า 1 ไร่ ยังจัดให้ช่องระหว่างอาคารเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมด สภาพโครงการดูสะอาดตาเป็นระเบียบ
  • สาธารณูปโภค 8.25/10 –  สวน สโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส กั้นโซนเรียบร้อย / มีลานจอดรถส่วนออฟฟิศเพิ่มให้ 50 คัน
  • 7.93 / 10.00
  • MAIN CLASS

 

BOTTOM LINE

iField บางนา เหมาะกับคนที่ต้องการขยับขยายครอบครัว ต้องการอยู่อาศัยย่านชานเมืองแบบที่ยังสามารถเดินทางเข้าเมืองทางย่านอ่อนนุช พระราม 9 ได้สะดวก หรือไปทำงานในย่านบางนา สุวรรณภูมิก็สะดวกเช่นกัน / อีกกลุ่มที่มารองรับก็คือส่วนของคนที่จะทำออฟฟิศสำนักงาน เดินทางโดยใช้รถยนต์เป็นหลัก ต้องการโครงการที่มี Facilities ส่วนกลางครบครัน มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอกับสมาชิกในบ้าน 3-5 คน มีงบประมาณ 3-5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 21,000 – 35,000 บาท

Share

Leave a Reply