NIVATI ทองหล่อ 23 คอนโด Low Rise สุดหรู กลางซอยทองหล่อ จาก Cevas Properties [รีวิวฉบับย่อที่ 1520]

January 27, 2018 08:101 comment

รีวิวฉบับที่ 1520 … สวัสดีครับ นานๆทีเราจะเห็นโปรเจคคอนโดมิเนียมในรูปแบบ Low Rise ที่ทำมาเจาะกลุ่ม Super Luxury ใจกลางทองหล่อกันบ้าง โครงการ NIVATI THONGLOR 23  เป็นคอนโดที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Elegant Classic Contemporary เน้นจุดเด่นเรื่องดีไซน์สไตล์ “Timeless classicism of the architecture” สถาปัตยกรรมคลาสสิกหรูร่วมสมัย และใช้วัสดุของในโครงการอย่างดี มีระดับ อิมพอร์ตทั้งจากเยอรมันและอิตาลี ในราคาเริ่มต้นที่ 17 ล้านบาท ไปชมกันเลย

Fact @ 27 January 2018

  • NIVATI THONGLOR 23 (นิวาติ ทองหล่อ 23)
  • 888 Thonglor Co.,Ltd (Coperate by บริษัท เซวาส พรอพเพอตี้ส์ จำกัด)
  • ULTIMATE CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซ.ทองหล่อ 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
  • คอนโด Low Rise 7 ชั้น 1 อาคาร 52 ยูนิต
  • ระบบจอดรถ Automatic Parking ลงชั้นใต้ดิน จอดได้ 78 คัน คิดเป็น 150%
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 11 ยูนิตที่ชั้น 2
  • ที่ดินประมาณ 1-1-34 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง ไตรมาส 4/2560
  • คาดว่าแล้วเสร็จ ไตรมาส 2/2562
  • 1 Bedroom เริ่มต้น 70.88 – 77 ตร.ม. ราคาเริ่ม 17 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms เริ่มต้น 104.4 – 139 ตร.ม. ราคาเริ่ม 21.5 ล้านบาท
  • 3 Bedrooms ขนาด 178.9 ตร.ม. ราคาเริ่ม 47 ล้านบาท
  • Duplex ขนาด 110 – 221.6 ตร.ม. ราคาเริ่ม 30 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.90 เมตร
  • ช่วงราคาห้อง 17 – 60 ล้านบาท หรือ ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นประมาณ 240,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ AVG  260,000บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ ได้ที่:  มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS ทองหล่อ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-153-9523,  095-914-9888

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.738812, 100.580623

แผนที่จากทางโครงการครับ ตั้งอยู่พื้นที่ใจกลางซอยหล่อ ฝั่งของซอยเลขคี่ ในซอยทองหล่อ 23 เข้าไปประมาณ 350 เมตร ซึ่งฝั่งนี้มีความสำคัญโดยสามารถใช้เส้นทางซอยลัดเลาะไปได้หลากหลาย สามารถไปออกพร้อมพงษ์ อโศก และเพชรบุรี โดยไม่ต้องผ่านสุขุมวิท สำหรับทำเลทองหล่อนี้คงไม่ต้องพูดถึงมาก คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นอีกหนึ่ง Prime Area ที่คนอยากเข้ามาอยู่กันเลย

โครงการ NIVATI ทองหล่อ 23 ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 23 (เข้าไป 350 ม.) ซึ่งซอยทองหล่อ(หรือซอยสุขุมวิท 55) นี้ เป็นซอยที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านทำเลที่อยู่อาศัย ธุรกิจร้านค้า แหล่ง ช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อยมากมายเปิดทั้งกลางวันกลางคืน เป็นถนนอีกสายหนึ่งของ กรุงเทพฯที่ไม่เคยหลับและอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทำให้ย่านทองหล่อสะท้อนความเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง และพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยคอนโดฯ โดยส่วนใหญ่นิยมกินดื่มนอกบ้าน ในซอยทองหล่อ จึงเป็นแหล่งรวมของร้านอาหาร ร้านกินดื่ม และแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนต์จำนวนมากในระยะเดินถึงแทบทั้งหมด 

ซอยนี้ถือว่าเป็นซอยที่ตัดระหว่างถนนสุขุมวิทในช่วงต้นซอย และถนนเพชรบุรีที่ปลายซอย ถนนทั้งสองเส้นถือว่าเป็นถนนเส้นใหญ่ ปริมาณรถมากตลอดทั้งวัน มีไฟเขียวไฟแดงเรื่อยๆ และวิ่งขนานกันตรงจากใจกลางเมืองออกไปยังทิศตะวันออกของกรุงเทพทั้งคู่ ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถใช้ซอยทองหล่อเองเป็นเส้นทางผ่านไปมาสำหรับการจะขึ้นเหนือและลงใต้ของพื้นที่ภายในกรุงเทพเพราะการเชื่อมต่อของถนนต่างกัน อย่างเส้นสุขุมวิท สามารถตัดผ่านซอยไปยังพระรามสี่, คลองเตย, พระราม 3 ส่วนเส้นเพชรบุรีสามารถขึ้นเหนือไปยังรามคำแหง, รามอินทรา หรือลาดพร้าว

ความสำคัญอีกอย่างของซอยทองหล่อเลขคี่ จากแผนที่ผมทำให้ดู(เส้นสีชมพูอ่อน) นั่นคือการใช้เส้นทางลัดเลาะไปเชื่อม เพื่อหลบเลี่ยงรถติดได้ เราสามารถใช้ซอยเหล่านี้ลัดไปยังพร้อมพงษ์ อโศก และเพชรบุรีได้ไม่ยากถ้าเราเรียนรู้และลองใช้ซอยเหล่านี้ จะทำให้เราประหยัดเวลาจากถนนหลักบนนสุขุมวิท อโศก เพชรบุรี ทองหล่อ ไปได้ค่อนข้างเยอะเลยครับ

ส่วนการเดินทางโดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะ มีสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อที่ใกล้ที่สุด ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทช่วงต้นซอยทองหล่อ ตำแหน่งของโครงการอยู่ห่างจากตัวสถานีประมาณ 2 กม. ซึ่งไม่ใช่ระยะทางเดินอยู่แล้ว แต่จะเป็นการต้องต่อรถกลับเข้าบ้านเองซึ่งทำได้ไม่ยาก เพราะบนเส้นทองหล่อจะมี พี่วิน, รถกระป้อ, Taxi อยู่ตลอดทั้งวัน เรียกก็ง่ายมาก เพราะเป็นย่านแหล่งกินเที่ยว


ความอุดมสมบูรณ์รอบโครงการ ถ้าใครเคยผ่านทองหล่อบ่อยๆจะพอทราบว่า แหล่งความสมบูรณ์ที่สุดจะมากระจุกตัวอยู่บริเวณ “กลางซอยทองหล่อ” จัดว่าครบครันในทั้งเรื่องอาหารการกิน โรงพยาบาล สถานที่ออกกำลังกาย สถานที่เที่ยวยามค่ำคืน หรือร้านให้บริการต่างๆ แต่ค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยภายในพื้นที่ก็สูงตาม และยังขึ้นชื่อว่าเป็นย่าน Hang out ชื่อดังและย่านโปรดของเหล่าบรรดาวัยรุ่นวัยทำงาน นอกจากนี้ก็มีรพ.ชื่อดัง 2 ที่อย่าง สมิติเวช และ คามิลเลียน ใกล้โครงการมากทั้งคู่ กับ สถานศึกษานานาชาติ อาทิเช่น American Int. School, Bangkok Prep, Ekamai Int. School เป็นต้น

ร้านอาหารอร่อยและชื่อดังอยู่หลายร้านที่เปิดกลางวันและกลางคืน บอกเลยว่าถึงจะหิวตอนดึกๆก็ไม่ต้องกลัวอดนะครับ สถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีย่านนี้ขึ้นชื่อหลายร้าน ทั้งร้าน นั่งเล่น, Demo Pub, DND Club และร้านอาหารอื่นๆที่รวมกันอยู่ใน Arena 10 ถ้าเข้าไปในซอยทองหล่อ 10 หรือที่เรียกว่าซอยเอกมัย 5 จะเป็นพวก Pub&Restaurant นอกจากนั้นก็มี Community Mall หลายที่ อย่าง เวิ้งโบราณ, The Third Place, Taste Thonglor , J Avenue ส่วนร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 และ Family Mart ก็มีตั้งอยู่ตลอดเส้นทาง ย่านเอกมัย-ทองหล่อ และพื้นที่ใกล้เคียงนี้จะแบ่งเป็นโซนๆได้ดังนี้

  • โซนทองหล่อ : บรรยากาศในซอยคึกคักตลอดเวลา มีร้านค้าร้านอาหารหรู มีชื่อเสียงและ Community Mall ค่อนข้างหลากหลาย รวมไปถึงสถานที่ Hangout ในตอนกลางคืนอีกเช่นกัน จัดเป็นโซนที่ใกล้กับโครงการ ไปได้ง่ายมาก
  • โซนเอกมัย : เป็นโซนที่ขยับจากทองหล่อมาหน่อย ในโซนนี้จะมีศูนย์การค้าให้ได้ช็อปปิ้ง ดูหนังกัน อย่าง Gateway เอกมัย และ Major เอกมัย
  • โซนพร้อมพงษ์ : เป็นอีกโซนที่ขยับจาก BTS ทองหล่อมาเพียงสถานีเดียว แต่เป็นโซนที่มีศูนย์การค้าหรู อย่าง The EmDistrict (The Emporium, TheEmQuartier) มาเกาะกลุ่มอยู่ติด BTS พร้อมพงษ์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้ได้ช็อปปิ้งกันไม่ไกลจากคอนโดเท่าไหร่
  • โซนพระราม 4 : จัดเป็นโซนที่มีอาคารสำนักงานกระจุกตัวอยู่อย่างคึกคัก โดยเฉพาะอาคารสำนักงานดังๆ เลยอย่างอาคารมาลีนนท์ (ช่อง 3)  ส่วนความอุดมสมบูรณ์นั้นจะอยู่แถบมาลีนนท์นี่แหละ โดยจะมี Hyper Market ขนาดใหญ่ขนาบข้างอย่าง Tesco Lotus Extra, Big C Extra ส่วนด้านหลังของ Big C นั้นจะเป็น Community Mall อย่าง K village ที่รวบรวมร้านอาหารและร้านค้าชื่อดังต่างๆ ไว้ค่อนข้างคึกคัก รวมไปถึงมีตลาดนัดด้านในอีกด้วย

จะเห็นว่า ย่านทองหล่อ-เอกมัย ไม่ธรรมดาจริงๆ ที่เด่นๆ และมีเยอะมากๆ คือ Community Mall บนถนนทองหล่อนี่จัดว่าเรียงคิวกันให้เดินไปเดินสลับไปมาได้เลย ด้วยความที่ภายในถนนทองหล่อเองและบริเวณถนนสุขุมวิท หรือถนนเพชรบุรีนั้นไม่ได้มีพื้นที่ดินมากพอที่จะพัฒนาห้างสรรพสินค้าขึ้น ประกอบกับราคาที่ดินค่อนข้างแพง ดังนั้นสถานที่ที่ตอบโจทย์คนมาเดินซื้อของใช้ และเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ร้านคาเฟ่นั่งเล่น ต่างๆ ก็จึงตกไปเป็นรูปแบบของ Community Mall แทน ซึ่งจะบอกว่าแต่ละแห่งนั้นก็มีการออกแบบโครงการหรือหาร้านอาหารที่มาลงต่างกันเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำจำเจ และยังเปิดให้บริการในช่วงเช้าจนถึงดึกกันเลยทีเดียว อาทิ เช่น

  1. The Commons Community  Mall น้องใหม่ในซอยทองหล่อที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ ด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ออกแนว Modern ดีต่อใจและการเซลฟี่ของใครหลายคน เพราะออกแนว Chic (แต่ไม่ Cheap) โดยหัวใจหลักของการออกแบบที่นี่เกิดจากความต้องการที่จะสร้างสังคม เสมือนจัดให้เป็นพื้นที่พบปะกัน เป็นอันดับแรก แล้วค่อยนำร้านค้าต่างๆ มาเป็นตัวดึงดูดผู้คนเข้ามา เพื่อให้เกิดความแตกต่างของความเป็น Community Mall ทั่วไปที่ใครหลายคนเข้าใจว่าเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ ดังนั้นสถาปัตยกรรมของที่นี่จึงมีความแตกต่างกับที่อื่นๆ ชัดเจนทีเดียว เราจึงเห็นคนที่เข้ามาแวะเวียนใน The Commons นี้ส่วนใหญ่นั่งเล่น นั่งทำงาน (ในขณะที่จิบไวน์ไปด้วยก็มี!) และช่วงเย็นๆ จะมา Hangout กับเพื่อนๆ ก็เยอะไม่เบา บางทีก็มีจัดอีเว้นท์ดนตรีสดให้ฟังเพลินๆ เรียกว่าเป็นสถานที่พักผ่อนจิตใจใจกลางเมืองก็ได้เช่นกัน โดยที่นี่เค้าจะมีการแบ่งโซนออกเป็น 4 โซนด้วยกัน
  • Market – รวมร้านอาหารต่างๆ ให้เลือกซื้อ เลือกกินกันได้ โดยตรงกลางมีจัดพื้นที่ให้นั่งกินกันเพลินๆ
  • Village – จัดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ มีพื้นที่ Work shop เล็กๆ และร้านค้าขายของแบบ Hand Made รวมไปถึงร้านขนมหวานหลายร้านให้เลือกกินในวันหยุดอากาศร้อนแบบนี้
  • Play Yard – พื้นที่รวบรวมกิจกรรมต่างๆ เช่น โรงเรียนสันทนาการเด็ก Yoga Studio เป็นต้น
  • Top Yard – อยู่ในชั้นบนสุด จัดให้เป็นเสมือนพื้นที่สีเขียวของโครงการ สามารถสัมผัสสนามหญ้าในชั้นดาดฟ้าแบบไม่ต้องกลัวแดดกลัวฝน และในชั้นนี้ยังมีร้าน Roast ร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังอีกด้วยนะ
  1. J Avenue อีกหนึ่ง Community Mall ดั้งเดิมในย่านนี้ ซึ่งเน้นไปในแนวสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น Villa Market เอาใจแม่บ้านในย่านนี้ ไม่ต้องไปไหนไกล นอกจากนี้ก็มีร้านอาหารแบรนด์ดังต่างๆ ไว้รองรับทั้ง GreyHound Cafe, I Berry, Mc Donald, Au Bon Pain เป็นต้น ยังรวมไปถึงร้านค้า คลินิกเสริมความงามต่างๆ
  1. The Taste Thonglor ที่นี่ Community ที่เน้นเรื่องรสชาติเป็นหลัก มีเอกลักษณ์โครงการชัดเจนตรงที่พัฒนาโครงการเป็นพื้นที่รวบรวม Flagship Restaurants ชื่อดังมาอยู่บนทำเลใจกลางเมือง ซึ่งที่เด่นมากๆ ก็คือ Iron Chef Table หรือที่รู้จักกันในนามเชฟกระทะเหล็ก ซึ่งร้านนี้ก็ได้รวบรวมเชฟกระทะเหล็กชื่อดังไว้ทั้ง 7 คนเลยทีเดียวและเน้นวัตถุดิบชั้นเลิศ และยังมีร้านอาหารชื่อดังเกรดดีอีกหลายร้าน เรียกว่าเดินเข้ามาจะเลือกร้านไหนก็อร่อยทั้งนั้น แต่อย่าลืมพกแบงค์พันในกระเป๋าหลายใบหน่อย
  1. 72 Courtyard Community Mall เอาใจสาวกยามค่ำคืน โดยที่นี่เรียกว่าเป็นแหล่งรวบร้านชิล Bar & Restaurant ให้ได้เลือก Hangout กับเพื่อนฝูงกันชิลๆ มันส์ๆ ในวันหยุด รวมไปถึงขาแด๊นซ์แนวเพลง House และ Techno ต้องไม่พลาดคลับชื่อดังอย่าง BEAM ตัวร้านถูกออกแบบให้มีเวทีขนาดใหญ่สำหรับให้ขาแด๊นซ์ยามค่ำคืนปลดปล่อยอารมณ์ด้วยการเต้นกระจายกันไปโดยไม่มีโต๊ะมาขัดจังหวะ ส่วนก็ไม่ธรรมดาเรียกได้ว่าจัดเต็มสุด ทั้งแสงและเสียงด้วยระบบเครื่องเสียงชื่อดัง VOID Acoustic

เส้นทางการเดินทางมาโครงการ

จริงๆจะมาจากสุขุมวิทเข้ามาก็ได้อย่างที่บอกตอนต้นนะครับ ประมาณ 2 กม. แต่วันนี้ผมลองมาจากเส้นด้านบนอย่าง ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มุ่งหน้าตรงมากลับรถบริเวณแยกเอกมัยเหนือ หลังจากนั้นให้ชิดซ้ายเลยเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยทองหล่อ ตรงมาอีก 800 เมตร จะเห็นป้ายซอย ทองหล่อ 23 (ทางขวามือ) ให้เลี้ยวเข้าไปเลย 350 เมตร ก็ถึงที่ตั้งโครงการแล้วครับ

ผมมาจากแยกอโศก-เพชร นะครับ ตอนนี้อยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มุ่งหน้าตรงไปบริเวณแยกเอกมัยเหนือ

ระหว่างทางเราจะเห็นว่าเส้นนี้จะเป็นแหล่งอาคารสำนักงาน, อาคารพาณิชย์, ปั๊มน้ำมัน และ คอนโด High Rise มากมายเต็มไปหมด

ตรงจุดนี้ขวามือ จริงๆเป็นสามแยกที่ตัดกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ทางขวามือ / แต่เราไม่สามารถเลี้ยวขวาได้ เพราะการจราจรจะมากระจุกเป็นคอขวดที่ตรงนี้ เลยต้องเลยไปอีกหน่อย

จุดสังเกตอีกอย่างคือมีอาคารชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 2 อยู่ฝั่งตรงข้าม

หลังจากตรงมาอีกนิดเดียว ก็จะเจอจุดที่สามารถกลับรถได้ ข้างหน้าเรียกว่า “แยกเอกมัยเหนือ” / พอกลับรถแล้วให้เตรียมชิดซ้ายไว้เลยนะ

กลับรถมาแล้ว ผ่านอาคารชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 2 ก็เตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)

เข้าสู่ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) กันแล้วนะครับ แถวนี้เป็นบริเวณท้ายซอยนะครับ แต่ก็จะเห็นอาคารสูงมากมายอยู่ทั้งคอนโด โรงพยาบาล โรงแรม ซึ่งบริเวณนี้เค้าจะไม่สามารถเลี้ยวขวาได้ จะเห็นว่ามีกรวยกับป้ายจราจรมาขวางไว้

ตรงมาอีกนิดจะเห็นรพ.เอกชนชื่อดังอย่าง รพ.คามิลเลียน ให้เราอยู่เลนชิดขวาไว้หน่อยนะ (กรวยจราจรกั้นจะสิ้นสุดตรงนี้ หลังจากนั้นจะเลี้ยวขวาได้)

หลังจากที่เลี้ยวเข้าซอยทองหล่อมาประมาณ 800 เมตร เราก็จะเห็นชื่อป้าย “ทองหล่อ 23” อยุ่ทางขวามือ ให้เลี้ยวขวาเลย

สภาพแวดล้อมซอยทองหล่อ 23 เรียกได้ว่าเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยจริงๆ แลดูสงบไม่วุ่นวายเท่ากับถนนหลัก แต่ว่าก็ไม่ได้เงียบจนเกินไป เพราะซอยนี้อย่างที่บอกว่าสามารถลัดเลาะ ทะลุ ในฝั่งซอยทองหล่อเลขคี่ได้ ยันไปถึงพร้อมพงษ์ อโศกได้เลย ทำให้มีรถสัญจรผ่านไปมาอยู่

ช่วงกลางซอย นอกจากบ้านพักอาศัยทั่วไปแล้วก็จะมีอพาร์ทเมนท์ให้เห็นมาสลับบ้างประปราย

หลังจากนั้นทางซ้ายมือเราจะเห็นร้านอาหารชื่อดังในซอยนี้อย่าง IfItIs (ส่วนตัวผมยังไม่เคยมาลอง แค่เคยอ่านรีวิวร้านอาหารร้านนี้ค่อนข้างเด็ด) / และก็ถัดไปนิดเดียวเป็นร้าน Honmono Sushi

หลังจากที่เราเข้าซอยมาประมาณ 300 เมตร ก็จะเห็นเป็นสามแยกเล็กๆแบบนี้ เราเห็นไซท์ที่ตั้งโครงการแล้วนะครับ แต่ว่าถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปเชื่อมทองหล่อเลขคี่ หรือซอยสุขุมวิท 49 ได้นั่นเอง

ถึงที่ตั้งโครงการแล้ว ปัจจุบันมีการล้อมรั้วปิดด้านหน้าโครงการ เพราะเริ่มมีการขุดเจาะลงเสาเข็มเตรียมก่อสร้างกันตั้งแต่เดือน พ.ย. 60 แล้วครับ

พอผมมาถึงที่ตั้งโครงการ ฝนก็ตกพอดี แจ็คพอตมาก (T_T) ฟ้าเลยจะมืดๆหน่อยนะครับ ส่วนของ Sale Office Gallery ตั้งอยู่ตรงข้ามกับที่ดินโครงการมาทางท้ายซอย

Sale Office Gallery มีการเช่าพื้นที่ของบ้านสูง 5 ชั้นที่อยู่ตรงข้ามกับโครงการเราเลย หน้าตาบ้านดูดีทีเดียว / ขอเกริ่นนิดนะครับ ที่นี่ไม่ได้ทำห้องตัวอย่างนะ เพราะเนื่องจากพื้นที่จำกัดในการจัดห้องตัวอย่างให้เหมือนจริง เค้าเลยจะจัดเฉพาะบางมุมให้ชมส่วนของสเป็ค วัสดุ ต่างๆที่เราจะได้ในโครงการ ไว้อยู่ในนี้ เดี๋ยวเราจะไปชมกันในส่วนของพาร์ทห้องตัวอย่างนะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

มาดูสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงกากัน ผมทำแผนที่ประกอบเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจนะครับ โดยรอบๆส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัย และก็มีอพาร์ทเม้นท์เพื่อนบ้านอยู่บ้าง บรรยากาศเงียบสงบแต่ก็ไม่วังเวงนะครับ จะมีฝั่งทิศเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันออก ที่โดนบล็อควิวจากอพาร์ทเมนท์เพื่อนบ้านประชิดหน่อย ที่เหลือโดยรอบจะเป็นบ้านพักอาศัยทั่วไป

  • ทิศเหนือ – ติดกับ บ้านพักอาศัยทั่วไป, อพาร์ทเมนท์ 6-7 ชั้น
  • ทิศตะวันออก – ระยะประชิดเป็นที่ดินเปล่า ถัดไปนิดหน่อยเป็น อพาร์ทเมนท์ 6 ชั้น
  • ทิศใต้ – ติดกับซอยทองหล่อ 23 และก็ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และอีกจุดเป็นบ้านพักอาศัย 5 ชั้น
  • ทิศตะวันตก – ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น แต่ในระยะกลางจะเห็นอพาร์ทเมนท์ 7, 11 ชั้นอยู่บ้าง

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาลคามิลเลียน ~ 550 m.
  • Nihonmura Mall ~ 700 m.
  • The Commons ~ 750 m.
  • โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท ~ 800 m.
  • J Avenue ~ 850 m.
  • The Taste Thonglor ~ 1.1 km.
  • Tops market Thonglor ~ 1.4 km.
  • Maze Thonglor ~ 1.5 km.
  • โรงเรียนรร.นานาชาติ Bangkok Prep ~ 1.5 km.
  • Fifty Fifth Thonglor Plaza ~ 1.7 km.
  • Emquartier + Emporium ~ 1.7 – 2 km.
  • Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit ~ 2.1 km.
  • โรงเรียนนานาชาติเอกมัย ~ 2.3 km.
  • Rain Hill ~ 2.4 km.
  • Parklane Ekkamai ~ 2.9 km
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 3 km.
  • K Village ~ 3.2 km.
  • W DISTRICT ~ 3.8 km.
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท ~ 3.9 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

ก่อนจะเข้าไปดูโครงการ ขอพูดถึงผู้ประกอบการอย่าง Cevas Properties กันสักนิด โดยเป็นบริษัทอสังหาฯ ที่จัดขึ้นมาเพื่อพัฒนาโครงการระดับ Super Luxury เกิดจากร่วมทุนระหว่างไทยและฮ่องกง ในสัดส่วนการถือหุ้น 79:21 โดยในช่วง 5 ปีแรก จะเน้นพัฒนาโครงการในทำเลอโศกเอกมัย ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียมและวิลล่า ปีละ 2-3 โครงการ มูลค่าโครงการล่ะ 1,500-3,000 ลบ.

สำหรับโครงการแรกได้จัดตั้งบริษัทขึ้นมาอีกบริษัทภายใต้ชื่อ 888 Thonglor เพื่อพัฒนาแบรนด์ Nivati ทองหล่อ 23 เป็น คอนโด Low Rise 7 ชั้น จำนวน 52 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,600 ลบ. ตัวโครงการตั้งอยู่ในซ.ทองหล่อ 23 บนที่ดิน 1-1-34 ไร่ ราคาเริ่มต้น 17 – 65 ล้านบาท บริหารการขายโดย NEXUS  และเริ่มก่อสร้างโครงการใน Q4/2017 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน Q2/2019

ภาพจำลองบรรยากาศ หน้าตาภายนอกโครงการ

NIVATI เป็นการรวมคำมาจากคำว่า นิวาส(บ้าน) + สันติ(สงบ) ให้ตรงกับคอนเซปท์ของโครงการที่จัดทำที่อยู่อาศัยที่เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย แม้จะอยู่ในทำเลของทองหล่อ อีกทั้งยังต้องการให้รูปแบบห้องมีขนาดที่ใหญ่หน่อย เพื่อที่อยู่ได้จริงไม่อึดอัด และมีความเป็นส่วนตัวสูงเพราะมีเพื่อนบ้านแค่ 52 ยูนิตเท่านั้น และทำตัวอาคารให้มีเพียง 7 ชั้น (ปกติ Low Rise มักจะทำ 8 ชั้นเพื่อคุ้มค่าพื้นที่ขาย) ทำให้ห้องมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานได้ถึง 2.90 เมตร

นอกจากนี้ยังได้บริษัทดีไซน์ชั้นนำอย่าง DWP (Design Worldwide Partnership) บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมระดับเวิล์ดคลาสที่จดทะเบียนในประเทศไทยแต่คว้ารางวัลระดับโลกมามากมาย ผลงานระดับท็อปของประเทศที่ผ่านมา อาทิเช่น The XXXIXVittorio และ 98 Wireless เป็นต้น

ภาพจำลองบรรยากาศ หน้าตาภายนอกโครงการ

โครงการนี้มีแนวคิด ในการพัฒนาโครงการ คือ Elegant Classic Contemporary จุดเด่นเรื่องดีไซน์สไตล์ “Timeless classicism of the architecture” สถาปัตยกรรมคลาสสิกหรูร่วมสมัย คือดูแล้วมีความคลาสสิคสวยงามถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีก็ตาม โครงการเน้นการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยม หรูหรา มีระดับ ตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ใช้วัสดุกรุผนังภายนอกอาคารด้วย Limestone โทนสีครีม เป็นสีสะท้อนความคลาสสิค ร่วมสมัย ให้ความรู้สึกอบอุ่น

อีกทั้งตัวกระจกพื้นที่กันตก กับกระจกส่วนประตูบานเลื่อนออกมาระเบียง ยังใช้วัสดุเป็น กระจกฉนวนความร้อน (Insulating Glass) เป็นการนำกระจกนิรภัยมาประกอบกันโดยมีเฟรมอลูมิเนียมคั่นกลาง ป้องกันการถ่ายเทความร้อนระหว่างภายในกับภายนอกอาคารและ ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ไม่ทำให้เกิดฝ้าหรือหยดน้ำ แม้ว่าอุณหภูมิภายในกับภายนอกแตกต่างกันมาก 

ขอแทรกด้วยแปลนนี้สักนิดก่อนเข้าไปดูด้านใน ในแปลนนี้ผมต้องการจะบอกในเรื่องของ รั้วโครงการ / ประตูทางเข้าออก / ทางเดินรถ

  • รั้วกำแพงรอบๆโครงการ ในส่วนเส้นสีชมพู ทำเป็นรั้วคอนกรีต ที่มีความสูงถึง 3 เมตร ซึ่งก็สูงแล้วนะครับ แต่เราจะเห็นส่วนด้านหลังที่อยู่ติดกับบริเวณพื้นที่สระว่ายน้ำ จะต่อรั้วสูงเพิ่มพิเศษอีกกลายเป็น 6 เมตร เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง อีกทั้งจะมีการปลูกพื้นที่สีเขียวบริเวณรั้วส่วนนี้ให้กลายเป็น Vertical Garden(สวนแนวตั้ง) เพื่อที่จะได้ไม่ดูอึดอัด
  • ส่วนของ Entrance & Exit Gate จะเป็นรั้วเหล็กเลื่อนไฟฟ้า วัสดุเป็น Stainless สีดํา/Rose Gold
  • จะมีระบบรักษาความปลอดภัยคือ CCTV / Access Card / Security Guard 24 hour
  • ทำลูกศรบอกทางเดินรถในโครงการ -> Automatic underground car parking -> ออกจากโครงการ

เข้ามาด้านในส่วนของโครงการ พื้นที่ Canopy & Drop Off ถูกตกแต่งด้วยวัสดุอย่างดูหรูหรามีระดับ โดยใช้วัสดุจากสแตนเลสมาปิดปิว ทั้งสีทอง และสี Rose Gold โดยพื้นที่นี้จะกว้างขนาดทางเดินรถได้สองเลน ถึงแม้จะมีรถที่ Drop มาส่งลูกบ้านอยู่ก็ยังสามารถวิ่งไปต่อเพื่อเข้าไปสู่ส่วนที่จอดรถใต้ดินแบบ Automatic underground car parking ถึง 78 คัน (150%) หรือวนออกนอกอาคารได้

และในส่วนของ Automatic underground car parking ยังรองรับรถระดับ Supercar ได้ด้วย (แต่ว่าใต้ท้องรถต่ำสุดได้ไม่เกิน 9 cm.) และตัวรถต้องสูงไม่เกิน 2.10 เมตร โดยระบบคำนวนที่โครงการคิดมาว่าถ้าเราจะเรียกรถเราออกมาใช้งาน จะใช้เวลาประมาณ 2 นาที/1 คัน ถือว่าไม่นานนะครับ

ขณะที่ส่วนกลางนั้นครบถ้วนทั้งฟังก์ชั่นการใช้งาน และความสวยงามในการใช้ชีวิต โดยทั้งหมดถูกจัดวางไว้ที่ชั้น Ground อาทิเช่น ล็อบบี้หรู, Business Lounge, Swimming Pool, Fitness เป็นต้น

ในรูปเป็นภาพจำลองบรรยากาศส่วนภายในโครงการ บริเวณส่วนกลางอย่าง Main Lobby ตกแต่งตามคอนเซปท์ Elegant Classic Contemporary โดยนอกจากจะมีพื้นที่กว้างขวาง แยกมุมการใช้งานเป็นสัดส่วน มองออกไปชมวิวสระว่ายน้ำด้านนอกและ Vertical Garden แล้ว ที่ตามเสาในพื้นที่ล็อบบี้จะมีการตกแต่งกรุด้วย Palissandro Bluette Marble ซึ่งมีความโดดเด่นสะดุดตาด้วยโทนสี ตัวหินนี้จะเป็นสีเทาฟ้าประกายทอง และมี Glitter ฝังอยู่ระยิบระยับ ที่สำคัญมีราคาสูงมากด้วย

เนื่องจากโครงการนี้ ได้ทำพื้นที่ส่วนหนึ่งใน Sale Office Gallery ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ดินโครงการ จำลองพื้นที่เสมือนจริงบริเวณ Facility ภายในโครงการบริเวณ Lobby โดยขนาดพื้นที่อาจจะไม่ใกล้เคียงกันมาก แต่วัสดุ การตกแต่ง Mood&Tone จะเป็นประมาณนี้เลยเก็บภาพมาให้ชมกัน

ภาพจากสถานที่จริงใน Sale Office Gallery จำลองพื้นที่เสมือนจริง Facility ภายในโครงการบริเวณ Lobby

ภาพจากสถานที่จริงใน Sale Office Gallery จำลองพื้นที่เสมือนจริง Facility ภายในโครงการบริเวณ Lobby

ภาพจากสถานที่จริงใน Sale Office Gallery จำลองพื้นที่เสมือนจริง Facility ภายในโครงการบริเวณ Lobby

ถัดจาก Lobby จะมีห้องที่ติดกันอย่าง Business Lounge ที่ใช้โทนสีเข้มทั้งผนังไม้ Dark Oak และหินอ่อนสีน้ำตาล ให้อารมณ์ดูสุขุม จะตรงข้ามกับพื้นที่ของ Lobby

และมีห้อง Fitness หรือ GYM ที่อยู่ติดกัน พวกจำนวนเครื่องเล่นยังไม่ชัวร์ว่าจะวางทั้งหมดกี่ชิ้นนะครับ แต่ว่ายี่ห้อของอุปกรณ์ออกกำลังกาย โครงการจะเลือกใช้อุปกรณ์ตัวท๊อปพรีเมียมของตลาดแน่นอน

นี่ครับลองดูตำแหน่ง พื้นที่ส่วนกลางของทั้งสองห้องนี้ โดยแปลนนี้ยังเห็นส่วนของระยะ กว้างยาว พื้นที่การใช้งาน อาจจะไม่ได้ใหญ่มากเหมือนกับของคอนโด High Rise แต่เน้นที่การตกแต่ง โทน และวัสดุอย่างดีเป็นหลักมากกว่า (จำนวนเครื่องเล่นฟิตเนสอาจไม่ตรงตามแปลนนะครับ)

ถัดมาด้านนอกอาคาร ฝั่งติดรั้วด้านหลัง เป็นพื้นที่ไฮไลต์ Facility พื้นที่ส่วนนี้จัดเป็นส่วนของสระว่ายน้ำ ระบบเกลือ ตัวสระมีความยาวรวม 27 เมตร (ส่วนที่ใช้ว่ายออกกำลังกายได้ 20 เมตร)  มีความลึก 1.2 ม. มีส่วนที่กว้างท่ีสุด 5 เมตร – แคบท่ีสุด 3.6 เมตร มีการแยกสระเด็กไว้ด้วย(ลึก 45 ซม.) ตัวสระว่ายน้ำใช้เป็นหินอ่อนสีขาวลายที่คุ้นตากันดีอย่าง White Venus มาปูในพื้นที่สระ

และจากในรูปภาพจำลองของโครงการ เราจะเห็นส่วนของรั้วกำแพงด้านหลังที่ทำความสูงพิเศษถึง 6 เมตร และใช้สีเขียวของ Vertical Garden มาทำเป็น Green Wall เพื่อเพิ่มทั้งความเป็นส่วนตัวและยังดูสบายตาอีกด้วย มองไปที่ปลายสระ บริเวณนั้นจะเป็นส่วนของห้องพัก โดยโครงการมีการเอาต้นไม้(ต้นจิกน้ำ) มาวางไว้เพื่มให้มาช่วยบังสายตาจากส่วนผู้พักอาศัยโดยตรงอีกส่วน มีการใช้ Waterspout พ่นน้ำออกมาเป็นเพิ่มความน่าใช้งาน และได้เสียงของน้ำไหลทำให้ผ่อนคลายอีกด้วย

มาดูแปลนกันเริ่มจาก Ground Floor เข้ามาในส่วนตัวอาคาร เป็นส่วน Canopy & Drop Off รถวิ่งได้ 2 เลน เพื่อสามารถไปจอดรถที่ 2 ช่อง แบบ Automatic underground car parking ถึง 78 คัน (150%) รองรับรถระดับ Supercar ได้ด้วย ภายในจะมี ROBOT ในการรับส่งรถระยะรอรถประมาณ 2 คันต่อนาทีเวลาเราเรียกใช้งาน

Facility ทั้งหมดของโครงการจะจัดอยู่ที่ชั้นนี้นะครับ โดยจะมีส่วนด้านในอาคารตรงกลางคือ Main Lobby และทางขวามือเป็น Business Lounge กับ Fitness, Changing Room ส่วนทางซ้ายมือก็เป็นโถงลิฟต์ส่วนอาศัยมีมาให้ 2 ตัว กับห้องนิติฯ และยังมีส่วนของห้องพักอาศัยแบบพิเศษอยู่ 4 ห้อง เป็นห้องประเภท Duplex ที่จะได้ส่วนติดกับสวนด้านนอกเป็น Private Garden ด้วย

ส่วนของด้านหลังจะจัดพื้นที่เป็นส่วนของสระว่ายน้ำที่ยาวถึง 20 เมตร ใช้ออกกำลังกายจริงได้ มีการแยกส่วนของสระเด็กไว้ให้ด้วย พร้อมจัด Landscape รอบๆพื้นที่สระอย่าง ให้มีมุมนั่งเล่นนอนเล่นพักผ่อน กระจายไว้หลายจุด รองรับการใช้งานของลูกบ้าน

Floor 2 ช่องแสงที่ส่องมายัง Corridor มีจากโถงลิฟต์โดยสาร และก็บริเวณหน้า Service Lift โดยที่ชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยจำนวนเยอะสุด คือ 11 ยูนิต ทางฝั่งซ้ายมือสุดแบบ Type D ยังเป็นส่วนต่อเนื่องมาจากห้องพิเศษ Duplex มาจากชั้นล่าง / ห้องสีน้ำตาลเข้ม A1 ฝั่งด้านหน้าโครงการ ที่เห็นมีห้องเดียวคือห้องที่ขนาดเล็กที่สุดในโครงการ(70 -77 ตร.ม.) นอกเหนือจากนั้นสีน้ำตาลอ่อนที่เราเห็นเยอะหน่อย จะเป็นส่วนของ 2 ห้องนอน (ซึ่งแสดงว่าโครงการนี้เน้นห้อง 2 Bed เป็นหลักนั่นเอง (104 – 139 ตร.ม.)

Floor 3-5 ที่ชั้นนี้ส่วนที่เปลี่ยนไปก็คือบริเวณซ้ายมือ(ฝั่งตะวันตก) จากห้อง Duplex จะกลายเป็นห้อง Simplex 3 Bed ขนาดใหญ่แทน ทำให้จำนวนห้องพักอาศัยที่ชั้นนี้เหลือเพียง 9 Unit/Floor ครับ

Floor 6 ส่วนที่เปลี่ยนไปคือห้องทางฝั่งทิศใต้ (ติดถนนด้านหน้าโครงการ) จะกลายเป็นห้องแบบ Duplex (ยกเว้น A1 ห้องนึง) ซึงเราจะเห็นว่าส่วนของห้องพักอาศัยจะสั้นลงเล็กน้อย แต่จะได้พื้นที่ของระเบียงเพิ่มขึ้นมาแทน (ตำแหน่ง D6,D4, D3)

Floor 7 เหมือนกันกับชั้น 6 เลยครับ แต่แสดงให้เห็นถึงส่วน Duplex จากชั้น 6 ต่อเนื่องขึ้นมา

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • Business Lounge
  • Laundry Service
  • GYM (Fitness)
  • Private Garden
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ตัวสระมีความยาวรวม 27 เมตร (ส่วนที่ใช้ว่ายออกกำลังกายได้ 20 เมตร)
  • มีความลึก 1.2 ม. (มีส่วนที่กว้างท่ีสุด 5 เมตร – แคบท่ีสุด 3.6 เมตร) มีการแยกสระเด็กไว้ด้วย(ลึก 45 ซม.)
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว / Service Lift 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 26 : 1
  • ระบบจอดรถ Automatic Parking ลงชั้นใต้ดิน จอดได้ 78 คัน คิดเป็น 150%
  • 2 Car EV Chargers
  • ระบบ CCTV / Access Card / Security Guard 24 hour

 


Product Walkthrough

เนื่องจากโครงการไม่ได้ทำห้องตัวอย่าง แต่ว่าจัดพื้นที่ชั้น 2 ใน Sale Gallry มาให้ชมถึงส่วนของ สเปควัสดุ เป็นมุมต่างที่จะได้รับในห้องจริง ในพาร์ทนี้เราเลยจะพาไปชมส่วนหน้าตาวัสดุกัน ซึ่งจะเน้นสเปควัสดุอิมพอร์ตระดับไฮเอนด์ทั้งหมด ได้แก่ ชุดครัว Poggenpohl แบรนด์ระดับต้นๆของโลก ประกบคู่กับอุปกรณ์ Siemens, ภายในห้องน้ำได้ Villeroy & Boch สุขภัณฑ์คุณภาพเยี่ยมจากเยรมัน พร้อมก๊อกน้ำและอุปกรณ์ในห้องน้ำคุณภาพสูงแบรนด์ Gessi แบรนด์นำเข้าจากอิตาลี เป็นต้น

เข้ามาด้านใน Sale Office Gallery พื้นที่ชั้น 1 จะเป็นส่วนต้อนรับ Visitor ที่มาเยี่ยมชมโครงการ พร้อมจอแสดงผลกับเจ้าหน้าที่ต้อนรับให้ข้อมูล

ผมจะพาขึ้นไปชมส่วนพาร์ท สเปควัสดุกันที่ชั้น 2 นะครับ เราจะเห็น Mood Tone การตกแต่งซึ่งจะมีการนำบางส่วนไปใช้ภายในพื้นที่จริงโครงการด้วย

เริ่มจากวัสดุชิ้นเล็กๆต่างๆเหล่านี้ ซึ่งจะอยู่ในห้องพักอาศัย ที่มีหน้าตาทั้งสวิชท์ไฟ (Lighting Switch + Air Switch) ของ Schneider ซึ่งจะไปทำงานควบคู่กับส่วนของระบบ Home Automation ภายในห้อง นอกเหนือจากนั้น จะเป็นส่วนของระบบความปลอดภัยอย่าง Detection สัญญานนิรภัยกันอัคคีภัย เป็นต้น / ส่วนประตูได้ Digital Door Lock ของ YALE ด้วย

โซนนี้จะเป็นพื้นที่แสดง Section ของโมเดลแปลนห้องภายในโครงการ / จอแสดง VDO Presentation / โมเดลโครงการ

โมเดลแปลนห้องภายในโครงการ ซึ่งทำให้ดูจำลองถึงฟังก์ชัน และการจัดวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆในห้องเอาไว้ให้ดู มี 3 แบบ อย่างในรูปจะเป็น 2-3 Bedroom ซึ่งมีแบบ Duplex ด้วย (เดี๋ยวพาร์ทฟังก์ชันไปดูเป็นแปลนที่ลงสีด้านล่างสุด น่าจะเข้าใจง่ายกว่าครับ)

ถัดมาจะเป็นโซนของวัสดุในส่วนของห้องน้ำ และก็งานพื้นผนังส่วนต่างๆ

ส่วนนี้แสดงโซนก๊อกน้ำ ด้านหลังตกแต่งด้วยหินอ่อน Emperador Maroon จะมีตัวก๊อกน้ำมาวางโซว์ให้ดู 3 ตัว

ก๊อกน้ำและอุปกรณ์ภายในห้องน้ำ คุณภาพสูงจากแบรนด์ Gessi ซึ่งนำเข้าจากประเทศอิตาลี ทั้งสามตัวนี้จะถูกวางไว้ตำแหน่งต่างกันเช่น ห้องน้ำโถงรับแขก ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่

ตัวอ่างอาบน้ำที่โครงการให้มาหน้าตาดูดี เป็นไซส์ที่นอนแช่ยืดขาได้ ไม่ต้องงอเข่าเวลาใช้งาน ด้วยแบรนด์ Villeroy & Boch ชื่อนี้การันตีทั้งดีไซน์ ความสวยงาม ความแข็งแรง และแบรนด์แข็งแรง มาจากเยอรมันที่หลายคนคงรู้จักกันดี

ซูมให้ดูส่วนโลโก Villeroy & Boch 1748 คือ ปี ค.ศ.ที่เริ่มก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมา

ส่วนของชุด Shower ก๊อกด้านข้างของอ่างยังเป็นของ Gessi เช่นเดียวกัน

ต่อมาดูวัสดุทั้งพื้น กรุผนัง และท๊อปส่วนต่างๆในห้องกันบ้าง ถูกเอามาจัดวางโชว์ในชั้นวาง

เริ่มจากในห้องนอนและห้องนั่งเล่นจะได้เป็นพื้น Engineering Wood 8mm. ที่ทางโครงการจะมีตัวเลือกให้ 2 แบบ ด้านบนเป็น Dark Oak Brush และ ด้านล่างโทนสว่างหน่อยคือ Light Oak Brush

  • ซ้ายมือ : Dining Area & Kitchen เป็นหินอ่อน Italian Grey
  • ตรงกลาง : Balcony เป็น Homogeneous tile 60 x 60 cm.
  • ขวามือ : General Door Finish เป็น Skim coated with painted

  • ซ้ายมือ : Bathroom Wall เป็น Porcelain tile 60×60 cm.
  • ขวามือ : Bathroom Floor เป็น Homogeneous tile 60×120 cm., Porcelain tile 60×60 cm.

ส่วนของ Kitchen Cabinet ก็มีตัวเลือกให้ 2 ออฟชั่นเช่นเดียวกัน เผื่อใครเลือกให้แมทช์กับสีพื้นและผนังในห้อง

  • ซ้ายมือ Option 1 : Stone Grey
  • ขวามือ Option 2 : Diamond Grey

มองออกไปจะเป็นพื้นที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ภายในห้องน้ำ ไปดูกันต่อครับ อย่างพวกเฟรมประตูหน้าต่างก็ได้เป็น Aluminium Powder Coat ตัวกระจกก็เป็น Laminate Glass(Euro Grey)

หน้าตาของชุดสุขภัณฑ์ก็ได้เป็น Villeroy & Boch เช่นกัน เรียกว่าส่วนต่างๆที่เป็นเซรามิค โครงการจัดแบรนด์นี้ให้หมดเลย รวมไปถึงตัวอ่างล้างมือด้วยเช่นกัน

ตัวสุขภัณฑ์นั้นเป็นแบบ “กึ่งอัตโนมัติ” คือสามารถสั่งการทุกอย่างได้ด้วยรีโมทอันนี้ที่มาคู่กัน ทั้งการพ่นน้ำชำระ เป่าลม อุ่นฝาปรับอุณหภูมิ รวมไปถึงสั่งเปิด ปิดฝาได้ด้วย

ฝั่งตรงข้ามของสุขภัณฑ์เป็นการจำลองมุมส่วนพื้นที่อาบน้ำให้ดู ในส่วนผนังมีการเซาะร่องพร้อมติดตั้งชั้นกระจกนิรภัยมาให้วางของได้เป็นสัดส่วน / ชุดฝักบัวและ Rain Shower เป็นเซตจาก Gessi

ตัวเปิด-ปิดชุดฝักบัวของ Gessi มีตัวอย่างมาให้ดูสองแบบเช่นเดียวกัน จะไว้คนละห้องน้ำ ซึ่งในส่วนของ Master Bathroom จะได้เป็นแบบ Thermostatic ซึ่งสามารถตั้งอุณหภูมิไว้ได้ และค่อนข้างแม่นยำมากด้วยครับ

มาต่อในพาร์ทห้องน้ำกันให้จบนะครับ ในห้องน้ำของ Sale Gallery นี้ก็ใช้วัสดุทุกอย่างที่จะเหมือนจริงของในห้องพัก ก็เลยเก็บภาพให้ดูรายละเอียดทั้งผนัง กระจกเงาบานใหญ่พร้อมซ่อนไฟหลืบ

ความพิเศษอีกอย่างคือ เคาน์เตอร์รอบอ่าง เป็นหินอ่อนทั้งหมดเช่นเดียวกัน ลาย Silver Dragon แบบนี้ดูลายที่ยาวต่อเนื่องสวยงามทีเดียว

ทีนี้เราไปดูส่วนของพาร์ทครัวกันบ้าง ชุดครัวที่โครงการจะได้เป็น พอเกนโพล(Poggenpohl) ชุดเครื่องครัวแบรนด์ลำดับต้นๆ ของโลกเหมือนกัน สิ่งที่ไม่ได้อย่างเดียวในบริเวณครัวก็คือ ตู้เย็นครับ นอกนั้นได้หมดเลย

ครัวที่นี่ส่วนใหญ่จะได้เป็นครัวเปิดพร้อมชุด Island แบบนี้นะครับ ยกเว้นพวกห้องขนาดใหญ่พิเศษมากๆ (เกิน 100 ตร.ม.ขึ้นไป) ถึงจะมีครัวไทยแยกฟังก์ชันเฉพาะส่วนออกมาให้ / Top Island & Pantry จะได้วัสดุเป็นหิน Quartez นะครับ

การแบ่งช่องเก็บของและการเปิดปิดส่วนของ Island แบ่งไว้เป็นสัดส่วน เก็บได้หลายพื้นที่

ถาดช่องเก็บช้อนส้อมและมีด ที่มีสลักป้ายแบรนด์ของ Poggenpohl ให้เห็นเด่นๆ

ส่วนชุดตู้ด้านบน ก็แบ่งเป็นชั้นหลายช่อง เหมือนกัน (แบบ 4 แถว) และขวาสุดเป็นแบบ 3 แถว พร้อมที่กันตก เรื่อง Fitting จากการเปิดปิดไม่ต้องห่วงระดับยี่ห้อนี้แล้วเป็น Soft Close แน่นอน

หน้าตาของชุดอ่างล้างจานของ blanco เป็นอ่างหลุมขนาดกว้างใหญ่ โดยติดตั้งช่องท่อน้ำล้นป้องกันน้ำล้นพร้อมฝาปิดครอบ สีอลูเมทัลลิค

ลูกเล่นของก๊อกน้ำที่อ่างคืนสามารถดึงหัวก๊อกออกมาแบบนี้ เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน

ส่วนของ Hob&Hood ที่นี่จะได้ประกบคู่ของยี่ห้อ Siemens เป็นแบบแม่เหล็กไฟฟ้า หน้าตาเช่นนี้นะ

ด้านล่างของ Pantry แบ่งช่องเก็บของให้หลากหลายต่อการใช้งาน และเปิดปิดให้ง่ายทั้งหน้าบานแบบพับ หรือแบบดึงเลื่อน

อุปกรณ์จาก Siemens อีกชิ้นที่จะได้ในห้องมาตรฐานก็คือเจ้าเตาอบนี่เองครับ

ในส่วนของแบบห้องพักอาศัย ที่โครงการมีทั้งหมดถึง 12 แบบ มีตัวเลือกที่หลากหลายกับไลฟ์สไตล์ จำนวนสมาชิกครอบครัว โดยจะแบ่งเป็นส่วนดังนี้

  • Simplex 6 แบบ Type A-C เป็น 1-3 ห้องนอน ขนาด 70.8 – 178 ตร.ม.
  • Duplex 6 แบบ Type D1-D6 เป็น 1-3 ห้องนอน ขนาด 110 – 221 ตร.ม.

Room Plan 1 Bedroom Simplex Type A1_1,  A1_2

Room Plan 1 Bedroom Duplex Type D1, D2

Room Plan 2 Bedroom Simplex Type B1, B2, B3, D4

Room Plan 2 Bedroom Duplex Type D3, D4, D5

Room Plan 3 Bedroom Simplex Type C1

Room Plan 3 Bedroom Duplex Type D6


ปิดท้ายกันที่ภาพจำลองบรรยากาศ (Perspective) ภายในพาร์ทห้องพักอาศัย เพื่อประกอบหลังจากดูส่วนของสเปควัสดุด้านต้นไปแล้ว

ภาพจำลองบรรยากาศ 1 Bedroom Type A ภายในพื้นที่ ห้องโถงนั่งเล่น

ภาพจำลองบรรยากาศ 1 Bedroom Type A ภายในพื้นที่ห้องนอน และ Walk in Closet

ภาพจำลองบรรยากาศ 2 Bedroom ภายในพื้นที่ ห้องโถงนั่งเล่น

ภาพจำลองบรรยากาศ 2 Bedroom ภายในห้องส่วนโซนรับประทานอาหารเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น

ภาพจำลองบรรยากาศ 2 Bedroom ภายในพื้นที่ห้องนอน มองเห็น Sexy Bath เป็นกระจกบานใหญ่ความสูง 2.5 เมตร (ภายในห้องสูง 2.9 เมตร)

ภาพจำลองบรรยากาศ 3 Bedroom ภายในพื้นที่ห้องนอน

ภาพจำลองบรรยากาศ 3 Bedroom ภายในพื้นที่โซนห้องนั่งเล่น เชื่อมต่อกับโซนรับประทานอาหาร

ภาพจำลองบรรยากาศ ห้องแบบ Duplex ภายในพื้นที่ ห้องโถงนั่งเล่น

ภาพจำลองบรรยากาศ ห้องแบบ Duplex ภายในพื้นที่ ห้องโถงนั่งเล่น

ภาพจำลองบรรยากาศ ห้องแบบ Duplex ภายในพื้นที่ห้องน้ำ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 17 October 2017

  • 1 Bedroom เริ่มต้น 70.88 – 77 ตร.ม. ราคาเริ่ม 17 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms เริ่มต้น 104.4 – 139 ตร.ม. ราคาเริ่ม 21.5 ล้านบาท
  • 3 Bedrooms ขนาด 178.9 ตร.ม. ราคาเริ่ม 47 ล้านบาท
  • Duplex ขนาด 110 – 221.6 ตร.ม. ราคาเริ่ม 30 ล้านบาท
  • ช่วงราคาห้อง 17 – 60 ล้านบาท หรือ ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นประมาณ 240,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ AVG  260,000บาท/ตร.ม.
  • สอบถามรายละเอียดราคาเพิ่มที่โครงการ
  • Fully Fitted / แอร์แบบฝังฝ้าเพดาน / Digital Door Lock / Home Automation
  • ฝ้าเพดานสูง 2.9 เมตร / ส่วนงานระบบแอร์ลดลงเหลือ 2.5 เมตร
  • Kitchen & Sink (Poggenpohl)
  • Hob & Hood & Oven (Siemens)
  • Bathroom (Villeroy & Boch และ Gessi)
  • จอง 100,000 – 300,000 บาท (แล้วแต่ขนาดห้อง)
  • ทำสัญญา 5% / ดาวน์ 10%
  • ค่ากองทุน 1,000 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 120 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 23 ห่างจากทองหล่อประมาณ 350 เมตร โดยทองหล่อเป็นซอยที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านทำเลที่อยู่อาศัย ธุรกิจร้านค้า แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหารอร่อยมากมายเปิดทั้งกลางวันกลางคืน มีเหล่า Community Mall หลายที่เช่น The Third Place, Taste Thonglor , J Avenue, The Commons ส่วนร้านสะดวกซื้อมินิมาร์ทก็มีให้เห็นตลอดทาง / แหล่งความสมบูรณ์ที่สุดจะมากระจุกตัวอยู่บริเวณ “กลางซอยทองหล่อ” จัดว่าครบครันในทั้งเรื่องอาหารการกิน โรงพยาบาล สถานที่ออกกำลังกาย สถานที่เที่ยวยามค่ำคืน หรือร้านให้บริการต่างๆ แต่ค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยภายในพื้นที่ก็สูงตาม และยังขึ้นชื่อว่าเป็นย่าน Hang out ชื่อดังและย่านโปรดของเหล่าบรรดาวัยรุ่นวัยทำงาน นอกจากนี้ก็มีรพ.ชื่อดัง 2 ที่อย่าง สมิติเวช และ คามิลเลียน ใกล้โครงการมากทั้งคู่ กับ สถานศึกษานานาชาติ อาทิเช่น American Int. School, Bangkok Prep, Ekamai Int. School เป็นต้น

การเดินทางโดยใช้รถ – ซอยนี้ถือว่าเป็นซอยที่ตัดระหว่างถนนสุขุมวิทในช่วงต้นซอย และถนนเพชรบุรีที่ปลายซอย ถนนทั้งสองเส้นถือว่าเป็นถนนเส้นใหญ่ ปริมาณรถมากตลอดทั้งวัน มีไฟเขียวไฟแดงเรื่อยๆ และวิ่งขนานกันตรงจากใจกลางเมืองออกไปยังทิศตะวันออกของกรุงเทพทั้งคู่ ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถใช้ซอยทองหล่อเองเป็นเส้นทางผ่านไปมาสำหรับการจะขึ้นเหนือและลงใต้ของพื้นที่ภายในกรุงเทพเพราะการเชื่อมต่อของถนนต่างกัน อย่างเส้นสุขุมวิท สามารถตัดผ่านซอยไปยังพระรามสี่, คลองเตย, พระราม 3 ส่วนเส้นเพชรบุรีสามารถขึ้นเหนือไปยังรามคำแหง, รามอินทรา หรือลาดพร้าว / ความสำคัญอีกอย่างของซอยทองหล่อเลขคี่ คือการใช้เส้นทางลัดเลาะไปเชื่อม เพื่อหลบเลี่ยงรถติดได้ เราสามารถใช้ซอยเหล่านี้ลัดไปยังพร้อมพงษ์ อโศก และเพชรบุรีได้ไม่ยากถ้าเราเรียนรู้และลองใช้ซอยเหล่านี้ จะทำให้เราประหยัดเวลาจากถนนหลักบนนสุขุมวิท อโศก เพชรบุรี ทองหล่อ ไปได้ค่อนข้างเยอะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ระบบขนส่งสาธารณะ มีสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อที่ใกล้ที่สุด ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทช่วงต้นซอยทองหล่อ ตำแหน่งของโครงการอยู่ห่างจากตัวสถานีประมาณ 2 กม. ซึ่งไม่ใช่ระยะทางเดินอยู่แล้ว แต่จะเป็นการต้องต่อรถกลับเข้าบ้านเองซึ่งทำได้ไม่ยาก เพราะบนเส้นทองหล่อจะมี พี่วิน, รถกระป้อ, Taxi อยู่ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน เรียกก็ง่ายมาก เพราะเป็นย่านแหล่งกินเที่ยว

วัสดุ – วัสดุที่นี่ถ้าเทียบแล้วก็ถือว่า สมกับราคาที่จ่ายอยู่ไม่น้อย โดยโครงการจะเน้นสเปควัสดุอิมพอร์ตระดับไฮเอนด์ทั้งหมด ได้แก่ ชุดครัว Poggenpohl แบรนด์ระดับต้นๆของโลก ประกบคู่กับอุปกรณ์ Hob&Hood&Oven ของ Siemens, ภายในห้องน้ำได้ Villeroy & Boch สุขภัณฑ์คุณภาพเยี่ยมจากเยรมัน พร้อมก๊อกน้ำและอุปกรณ์ในห้องน้ำคุณภาพสูงแบรนด์ Gessi แบรนด์นำเข้าจากอิตาลี ตัวพื้นในห้องส่วน Dining Area & Kitchen เป็นหินอ่อน Italian Grey และส่วนนั่งเล่นกับห้องนอนได้เป็น Engineering Wood ในห้องน้ำก็ได้เคาน์เตอร์หินอ่อนด้วยเช่นเดียวกัน และนอกจากนี้วัสดุในพื้นที่ส่วนกลางก็ตกแต่งหรูไม่แพ้ห้องพักอาศัยเช่นเดียวกันด้วย

การออกแบบ – ที่นี่เริ่มตั้งแต่คอนเซปท์อย่าง Elegant Classic Contemporary และตั้งใจให้ตัวอาคารออกมาเป็นรูปแบบของ “Timeless Classic Design” คือดูแล้วมีความคลาสสิคสวยงามถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีก็ตาม มีการตกแต่งผิวอาคารภายนอกด้วยการกรุด้วย Limestone โทนสีครีม เป็นสีสะท้อนความคลาสสิค ร่วมสมัย ให้ความรู้สึกอบอุ่น / ส่วนของโครงการต้องการให้ส่วนตัว เลยทำออกมาแค่ 7 ชั้นและห้องทั้งหมดมีแค่ 52 ยูนิตเท่านั้น อีกทั้งยังมีห้องให้เลือกกับกลุ่มลูกค้า 3 แบบคือ 1-3 ห้องนอน และยังมีแบบพิเศษเป็น Duplex อีกด้วย ซึ่งฟังก์ชันจะจัดออกมาให้อยู่อาศัยจริงได้ไม่อึดอัด พื้นที่แต่ละโซนมีความยืดหยุ่นในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้

สาธารณูปโภค – ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตที่แชร์ร่วมกัน 52 ยูนิต ถือว่าให้มาค่อนข้างเหมาะสม จุดเด่นคือการเลือกใช้วัสดุต่างๆที่ดูหรูหรามาตกแต่งในพื้นที่ส่วนกลาง มีการใส่ใจรายละเอียดตกแต่งเกือบทุกจุดเสมือนเป็นหน้าตาให้แก่ลูกบ้านทุกคนเวลาลงมาใช้งาน หรือแขกมาเยี่ยม อาทิเช่น ใช้หินอ่อนตกแต่งทั้ง Lobby และ Business Lounge อีกทั้ง GYM เลือกใช้อุปกรณ์ตัวท๊อปพรีเมียมของตลาด, สระว่ายน้ำที่ใช้ออกกำลังกายได้จริง ปูด้วยหินอ่อน และตกแต่งพื้นที่รอบๆให้ความเป็น Private เวลาใช้งาน มีเรื่องของความปลอดภัยที่ทำรั้วสูง CCTV รปภ. การเข้าออกจุดต่างๆที่ต้องผ่าน Access ทุกส่วน และ Automatic underground car parking ที่ใช้ระบบโรบอทคำนวนว่าไม่เกิน 2 นาทีต่อคัน (จอดได้ 150%)

Nivati Thonglor 23 เป็นโครงการที่มีความ Unique เฉพาะตัวทั้งเรื่องการออกแบบ คอนเซปท์ ดีไซน์ อีกทั้งยังเน้นที่สเปควัสดุอย่างดี มีแบรนด์ชื่อเสียงระดับโลกที่โครงการเลือกมาให้ และเหมาะกับคนที่อยากจะมีบ้านที่อยู่ใจกลางทองหล่อ ใกล้กับสังคมและไลฟ์สไตล์ส่วนตัว

 

Judgement

ราคาของคอนโดนี้ถือเป็นระดับ ULTIMATE CLASS ซึ่งความคุ้มค่าด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อ ความคุ้มค่าด้านอารมณ์คือปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตราบเท่าที่ทางเรายังไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานทางอารมณ์ได้ ทาง Think of Living ขอไม่ให้คะแนนฟันธงในรีวิวเจาะลึกนะครับ เพราะมีตัวเปรียบเทียบน้อย เป็นสินค้าประเภท Unique เสียส่วนใหญ่ และเราก็เชื่อว่าลูกค้าที่พร้อมจะซื้อคอนโดระดับนี้ ไม่ตัดสินง่ายๆด้วยคะแนนแน่นอน

 

BOTTOM LINE

Nivati Thonglor 23 เหมาะกับคนที่มองหาบ้านหลังที่ 2 ในย่านกลางซอยทองหล่อ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ครบครันในย่าน แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัวด้วย จำนวนเพื่อนบ้านไม่เยอะ ชอบดีไซน์ที่ผสมกันระหว่างความคลาสสิคและโมเดิร์น อีกทั้งยังได้วัสดุในโครงการอย่างดี มีแบรนด์เป็นหน้าเป็นตาเวลาแขกใครไปมาเห็น มีงบประมาณ 17 – 65 ล้านบาท (ไม่มีข้อจำกัดการผ่อนชำระทางการเงิน)

Share

1 Comment

  • ไม่ทำรีวิวโครงการ The Lofts Silom แล้วหรอครับ?

Leave a Reply