dusit D2 Residences หัวหิน คอนโด Low Rise ใกล้บลูพอร์ต ช็อปปิ้งมอลล์ จาก Enrich States [รีวิวฉบับที่ 1491]

December 7, 2017 09:500 comments

รีวิวฉบับที่ 1491 … สวัสดีครับ วันนี้มีโครงการใหม่ที่หัวหินมาแนะนำ dusitD2 Residences Hua Hin เป็นคอนโด Low Rise ที่อยู่ใกล้กับบลูพอร์ต ช็อปปิ้งมอลล์ กลางหัวหิน จาก Enrich States โครงการนี้จัดเป็นโครงการแรกของ D2 ที่มาเปิดขายในรูปแบบคอนโดมิเนียม ในราคาเริ่มต้นที่ 1.9 ล้านบาท ที่ขายเป็นรูปแบบ Fully Furnished พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า จะเป็นอย่างไรไปดูกัน

Fact @ 30 November 2017

  • dusitD2 Residences Hua hin (ดุสิต ดี ทู เรสซิเดนเซส หัวหิน)
  • บริษัท เอ็นริช สเตทส์ จำกัด
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถ.เพชรเกษม ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร รวมทั้งหมด 364 ยูนิต
  • อาคาร A จำนวน 189 ยูนิต, อาคาร B จำนวน 175 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 27 ยูนิต/ชั้น ที่อาคาร A
  • ที่จอดรถประมาณ 101 คันคิดเป็น 27%(ไม่รวมจอดซ้อนคัน) หรือคิดเป็น 30%(รวมซ้อนคัน)
  • ที่ดินประมาณ 3-1-63 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : มิถุนายน 2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ธันวาคม 2562
  • Studio 26 ตร.ม. จำนวน 84 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.9 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 29 ตร.ม. จำนวน 266 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.25 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Conner 33 ตร.ม. จำนวน 14 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.6 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Suites 41 ตร.ม. จำนวน 14 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.2 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.9 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 77,000 บาท/ตร.ม.
  • ช่วงราคา 1,900,000 – 3,500,000 บาท
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 086-966-8888
  • ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษที่ goo.gl/Rdyx8G
  • Presale : 9-11 ธันวาคม 2017 (ณ Sale Gallery หัวหิน)

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 12.543618, 99.961506

โครงการ dusitD2 Residences Hua Hin ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ใช้ในการเดินทาง อยู่ถัดไปจากบลูพอร์ต ช็อปปิ้งมอลล์ประมาณ 400 ม. การเดินเท้าลงหาดใช้ซอยหัวหิน 85 ลงไปราวๆ 600 เมตร และอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือเฟอร์รี่ด้วย

สำหรับ “หัวหิน” เป็นแหล่งพักผ่อนตากอากาศที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพเท่าไหร่นัก ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงนิดหน่อยก็ถึงแล้ว จุดเริ่มต้นเขตหัวหินจะนับจากอุโมงค์ทางลอดใต้รันเวย์สนามบิน โดยมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆอย่างเช่น เพลินวาน ตลาดโต้รุ่งหัวหิน Cicada market , สวนน้ำ Vananava และคอมมูนิตี้มอลล์เปิดใหม่อย่างบลูพอร์ต เป็นต้น สำหรับชายหาดบริเวณโครงการนี้ถือว่าดี เดินเล่นได้ ว่ายน้ำได้ไม่สกปรกเหมือนหาดในเมือง และค่อนข้างสงบเป็นส่วนตัว จะเหมาะกับคนที่มาตากอากาศพักผ่อน ในส่วนภาพรวมของหัวหินทางเรามีวิเคราะห์ไว้บ้างแล้วอยากให้เข้าไปอ่านบริบทดูกันสักเล็กน้อยเพื่อเข้าใจว่ามีอะไรบ้าง คลิกที่นี่

โดยทำเลที่ตั้งของดุสิตดีทู หัวหิน ถือเป็นทำเลทองกลางใจเมืองหัวหิน โดยตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์การค้าบลูพอร์ตเพียง 400 เมตรแหล่งช้อปปิ้งชื่อดัง ที่มีทั้งร้านอาหารและโรงภาพยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของหัวหิน

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต รีสอร์ทมอลล์แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของหัวหิน เป็นช้อปปิ้ง & ไลฟ์สไตล์มอลล์ ที่ผสมผสานแรงบันดาลใจและไอเดียจากเมืองรีสอร์ทชายทะเล เอกลักษณ์ลวดลายและสีสันแบบกะลาสี มีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง กิน ดื่ม สินค้าแฟชั่น ความงาม ไลฟ์สไตล์ และไอทีครบครันกว่า 1,000 แบรนด์ พร้อมด้วยแหล่งบันเทิงคอนเซ็ปต์เฉพาะตัว

เครดิตรูปประกอบจาก FB : The Cicada Market

อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับ ตลาดจั๊กจั่น หรือ ซิเคด้า มาร์เกต (Cicada market) เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวของหัวหินที่พลาดไม่ได้เมื่อมาหัวหิน โดยจะมีคอนเซปอยู่ว่า เป็นของ Handmade ออกแนวศิลปะ ของที่มาขายก็มีตั้งแต่ของแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของประดิษฐ์ รูปภาพ และก็ของกิน แหล่งรวมสินค้าสุดฮิปมีสไตล์ มาเดินเล่นยามเย็น เปิดเย็นวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ เวลา 16.00 – 23.00 น.

การเดินทางเราเริ่มจากสนามบินหัวหิน ตรงมาเรื่อยๆบนถนนเพชรเกษม ให้เรากลับรถบริเวณก่อนถึงแยกไปเขาตะเกียบ(ปากซ.หัวหิน 85) พอกลับรถลอดใต้สะพานมาแล้ว ให้ชิดซ้ายเอาไว้เลย นิดเดียวก็ถึงทางเข้าโครงการแล้ว อยู่กึ่งกลางระหว่างซ.หัวหิน 104 กับ 104/2

จากกรุงเทพฯเดินทางเพื่อมุ่งหน้ามาหัวหินโดยใช้ถนนเพชรเกษม พอเราลอดอุโมงค์ทางลอดใต้รันเวย์สนามบินก็จะเข้าสู่เขตของหัวหินแล้ว

พอลอดอุโมงค์มาก็จะเจอกับทางเข้าสนามบินหัวหิน เราจะมุ่งหน้าตรงต่อไป

ตรงมาตามทางเรื่อยๆในตัวเมืองหัวหิน บรรยากาศค่อนข้างคึกคักโดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เพราะคนมาเที่ยวกัน ถนนเพชรเกษมการจราจรก็ยังถือว่าค่อนข้างแน่นหน่อย สามารถวิ่งได้เรื่อยๆ ทางฝั่งขวาจะเจอกับเพลินวาน แหล่งท่องเที่ยวที่จำลองบรรยากาศของตลาดไทยสมัยโบราณ

ถัดมาอีกซักระยะทางฝั่งซ้ายคือ วังไกลกังวล

ซึ่งในบริเวณใกล้ๆกันจะมีร้านขนมและของฝากขึ้นชื่อของเมืองหัวหิน คือ ร้านขนมปังฝรั่งเศส The Baguette

ถัดมาทางฝั่งขวาเป็นตลาดฉัตรไชย ตรงไปอีกหน่อยจะเป็นตลาดโต้รุ่งหัวหิน ตั้งอยู่บนถนนเดชานุชิต หรือซอยหัวหิน 72 เปิดช่วงเย็นๆ มีแผงร้านค้า ร้านของฝาก ร้านอาหารต่างๆมากมาย

ตรงมาตามทางจะเจอกับวัดหัวหิน วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองหัวหิน

ผ่านโรงพยาบาลชานเปาโล เลยไปอีกนิดนึงจะมีโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินด้วย

ถัดมาอีกหน่อยเป็น Market Village ศูนย์การค้าที่มีครบทั้ง  Tesco Lotus, HomePro, Major Cineplex, Major Bowl & Karaoke ,Com 7, SB Furniture ร้านค้า และ ร้านต่างๆ

เราถึงห้างใหม่ขวัญใจชาวหัวหินอย่างบลูพอร์ตกันแล้ว อยู่ฝั่งตรงข้ามขวามือ แสดงว่าใกล้ถึงโครงการแล้ว

ตรงมาอีกนิดนึง ตรงนี้แหละครับ ที่เราเห็นตึกสีส้มทางซ้ายมือนั่นคือโรงแรม Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ฝั่งตรงข้ามขวามือจะเป็นที่ตั้งโครงการเรานั่นเอง จากป้ายนี้ให้เรายึด “กลับรถ” เอาไว้แล้วนะครับ

ตามเส้นสีเหลือง กลับรถเลยครับ เดี๋ยวเราจะกลับรถใต้สะพาน บริเวณโค้งนี้

พอกลับรถมาแล้ว จะอยู่บริเวณปากซอยหัวหิน 108 ให้เราตรงไปอีกนิดเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นชิดซ้ายเอาไว้เลย

ถึงทางเข้าโครงการแล้ว อยู่กึ่งกลางระหว่างซ.หัวหิน 104 กับ 104/2

ถนนทางเข้าโครงการ เด่นชัดทีเดียวเพราะกว้างราวๆ 16-20 เมตรเลย ทางขวามือเป็นที่ตั้งของ Sale Gallery โครงการ

นี่ครับมองไปอีกฝั่งนึงจะเห็นโรงแรม Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ที่เราผ่านมาก่อนจุดกลับรถ

Sale Office Gallery ที่ติดป้ายเอาไว้เห็นเด่นชัด เดี๋ยวเราจะกลับมาดูด้านในอีกทีนะ ไปดูไซท์ที่ดินโครงการกันหน่อย

เข้าถนนภายในโครงการแล้ว ถนนนี้เป็นของกลุ่มเจ้าของโครงการนี้แหละ โดยเป็นภารจำยอมที่ใช้ร่วมกันทั้ง 3 ส่วน ทั้งอาคารพาณิชย์ด้านหน้า ส่วนโรงแรมตรงกลาง และส่วนคอนโดด้านในสุด

ซึ่งด้านหน้าโครงการจะมีอาคารพาณิชย์เดิมตั้งอยู่ จึงมีแผนร่วมกับคนในพื้นที่พัฒนาเป็นคอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ช้อปเฮ้าส์ ณ ปัจจุบัน ส่วนของอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น สร้างเสร็จแล้ว กำลังเริ่มมีผู้ประกอบการรายย่อย เข้ามาตกแต่ง เตรียมเปิดร้านอยู่บ้าง ถ้ามาเปิดกันเยอะๆ ก็เป็นข้อดีให้แก่ลูกบ้าน จะทำให้มีร้านต่างๆที่อำนวยความสะดวกในระยะเดินใกล้ๆเลย

ตรงต่อมาอีกหน่อย ในอนาคตด้านหน้าจะเป็นส่วนของเครือโรงแรม dusitD2 นี่แหละ สูง 7 ชั้น ส่วนเราจะเบี่ยงขวาเพื่อเป็นรั้วทางเข้าออกส่วนคอนโด จากตรงนี้ถึงถนนหลักด้านหน้าเดินประมาณ 150 เมตร

ลองเข้ามาให้ดูในที่ดินซะหน่อย ให้ดูรูปถัดไปเพื่อเห็นภาพของรูปแปลงที่ดินได้ชัดเจน

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

ผมลองทำเป็นแผนที่ให้เข้าใจง่ายๆโดยสังเขปนะครับ โดยเริ่มจากถนนเพชรเกษมด้านหน้า เข้ามาจะเจอกับกลุ่มอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ขนาบถนนหลักทางเข้าโครงการ ถัดมาจะเป็นส่วนของโรงแรมที่สูง 7 ชั้น ซึ่งจะบล็อควิวฝั่งตะวันออกของอาคาร B, ด้านทิศเหนือทั้งหมดจะโล่งด้วยที่ดินเปล่าผืนใหญ่ยังไม่พัฒนา, ฝั่งตะวันออกติดกับรั้วโครงการเลยจะมีบ้านคนอยู่สักนิดหน่อย ถัดไปจะเป็นแนวรถไฟอาจจะมีเสียงรบกวนบ้างนิดหน่อย และสุดท้ายฝั่งทิศใต้ จะติดกับหมู่บ้านสปอร์ตวิลล่าซึ่งจะเป็นแนวทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นยาวทั้งแนว

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • บลูพอร์ต ช็อปปิ้งมอลล์ 400 เมตร
  • โรสเฮ้าส์ คาเฟ่ 500 เมตร
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ 1.3 กิโลเมตร
  • ตลาดชิเคด้า 1.4 กิโลเมตร
  • มาร์เก็ต วิลเลจ 1.7 กิโลเมตร
  • โรงเรียนซาเลเซียน 1.9 กิโลเมตร
  • สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน 1.9 กิโลเมตร
  • วิลล่ามาร์เก็ต 2.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลซานเปาโล 2.3 กิโลเมตร
  • The Chocolate Factory 2.4 กิโลเมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

กลับเข้ามาดูใน Sale Gallery Office กัน ภายในมีการตกแต่งดูหรูหราสวยงามทีเดียว ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน กรุผนังหินอ่อนสลับกับความเงาของเส้น Cooper แนวตั้ง ตรงกลางตั้งเป็นโมเดลของโครงการเด่นๆ

ทางขวามือจะมีเคาน์เตอร์ที่ทางเซลล์ของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรประจำพร้อมให้ข้อมูลโครงการ

จอแสดงผลรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการขนาดใหญ่ตั้งอยู่

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นหนึ่งที่น่าใจและเป็นอีกหนึ่งจุดขาย คือระบบ Mobile Key Access ซึ่งเป็นระบบการ เข้าออก ประตูผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือเพื่อความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญเจ้าของห้องสามารถกำหนดช่วงเวลาให้ใครเข้าออกห้องของตัวเองได้ด้วย ซึ่งระบบแบบนี้เหมาะกับรีสอร์ทคอนโด และการปล่อยเช่าเป็นอย่างมาก

ทางซ้ายมือเป็นพื้นที่รับรองสำหรับ Visitor มาเยี่ยมชมโครงการ มีทางเดินไปด้านหลังขึ้นไปชั้นบน ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องตัวอย่าง

ทีนี้มาดูส่วนของโมเดลโครงการกันบ้าง (ขออภัยถ้าติดเงาสะท้อนนะครับ เนื่องจากมีอะคริลิคขนาดใหญ่ครอบเอาไว้) โดยถ้าเราดูจากแผนที่ด้านบนที่ผมทำไว้ให้แล้วน่าจะเข้าใจไม่ยาก ถ้าเราจะเข้าไปโครงการต้องเดินประมาณ 150 เมตรไปถึงซุ้มทางเข้าออก ผ่านหน้าตัวกลุ่มอาคารพาณิชย์ร้านค้าต่างๆ

ภาพจำลองบรรยากาศส่วนของโรงแรมที่อยู่ติดกัน

ทั้งนี้ โครงการแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนโรงแรมในชื่อ โรงแรมดุสิตดีทู หัวหิน เป็นอาคารขนาดความสูง 7 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ไร่มูลค่าโครงการ 620 ล้านบาท ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 150 ห้อง พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องอาหารที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน ฟิตเนส สระว่ายน้ำ รูฟท็อปบาร์โดยเน้นดีไซน์แบบโมเดิร์นภายใต้คอนเซปต์ Timeless Design

และส่วนที่สองคือที่อยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมีเนียมในชื่อดุสิตดีทู เรสซิเดนเซส หัวหิน เป็นคอนโดLow-Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3.5 ไร่ มูลค่าโครงการ 820 ล้านบาท โดยบริหารโครงการโดยพลัสพร็อพเพอร์ตี้ ประกอบด้วยห้องพักพร้อมเฟอร์นิเจอร์จำนวน 364 ยูนิต โดยห้องพักจะมีขนาดตั้งแต่ 26 ถึง 41 ตร.โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกอาทิ Exclusive sunken pool and Garden, Grand panoramic lobby

เริ่มส่วนตัวคอนโด ซุ้มรปภ. และ รั้วทางเข้าออกเป็นระบบ Keycard Access รั้วไม้กั้นกระดก พื้นบริเวณนี้ปูด้วยสแตมป์คอนกรีตทั้งหมด เราจะเริ่มจอดรถได้ตั้งแต่พ้นรั้วทางเข้าออกได้เป็นต้นไป

ผมทำลูกศรทางเดินรถไว้ให้ดู การเดินรถพอพ้นช่วงที่ดินที่เป็นเส้นตรงมา จะเปลี่ยนเป็นวันเวย์ ลอดใต้ไปทางอาคาร B ก่อน แล้วกลับออกมาโผล่ที่อาคาร A ออกทางเดิม จอดรถส่วนใต้อาคาร ทั้งอาคาร A และ B สามารถจอดรถมีช่องจอดประมาณ 101 คันคิดเป็น 27%(ไม่รวมจอดซ้อนคัน) หรือคิดเป็น 30%(รวมซ้อนคัน)

ลักษณะของตัวอาคารจะเป็นตัว L ทั้งสองอาคาร หันหัวเข้าหากันทำให้เกิดพื้นที่สี่เหลี่ยมใจกลางระหว่างอาคาร ทำเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ให้คนภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาด้านในได้

หน้าตาของตัวอาคารเป็นแนว Modern Contemporary ดูร่วมสมัย แต่มีการใช้เส้นแนวตั้งมากรุผิวอาคารทั้งส่วนของเหล็ก ไม้ หิน ให้ดูโดดเด่นสักหน่อย

ให้ดูอีกสักมุม แต่ตัวอาคารของจริงจะออกใช้โทนสีขาว เทาอ่อน เทาเข้มนะครับ เดี๋ยวรอดูภาพ Perspective จำลองด้านล่าง

ลองก้มลงมาดูระหว่างใจกลางอาคาร ที่โอบล้อมพื้นที่ Facility ทั้งหลายตั้งอยู่ทั้งชั้น 1 และมีชั้นใต้ดินด้วย

ภาพ Perspective จำลองบรรยากาศโครงการ

ตัวโครงการ dusitD2 Residences Hua Hin  เป็นคอนโด Low Rise จำนวน 2 อาคาร มีทั้งหมด 364 ยูนิต บนเนื้อที่ดินประมาณ 3 ไร่กว่า การจัดวางผังโครงการนี้เน้นวางอาคารล้อมรอบ Facilities เพื่อให้ได้วิวภายในที่มีความร่มรื่นไปด้วยพื้นที่สีเขียว และได้บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำ

ภาพ Perspective จำลองบรรยากาศโครงการ

อีกมุมของส่วน Lobby มีชุดโซฟาขนาดใหญ่ไว้รองรับลูกบ้าน ไว้นั่งพักผ่อนแบบชิลๆ

ภาพ Perspective จำลองบรรยากาศโครงการ

บรรยากาศของสระว่ายน้ำมาในรูปแบบ Infinity Egde Pool และใช้โทนสีขาว สะอาดตา ด้านข้างจัดวาง Day Bed ในสระว่ายน้ำเลย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกับบรรยากาศมากขึ้น รอบข้างรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ช่วยให้ร่มเงาได้ดี ประกอบกับมีอาคารรายล้อมก็ช่วยบังแดดส่วนสระว่ายน้ำได้พอสมควรเลย

ภาพ Perspective จำลองบรรยากาศโครงการ

บรรยากาศบริเวณ Lobby เป็นพื้นที่ Oudoor และ Semi-Outdoor เพื่อให้สัมผัสกับพื้นที่สีเขียวได้มากขึ้น

ภาพ Perspective จำลองบรรยากาศโครงการ

บริเวณติดกับสระว่ายน้ำออกแบบให้เป็น Verticle Garden เพื่อบังสายตาจากรอบข้าง เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น ส่วนชั้นพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 2 ขึ้นไป

ภาพ Perspective จำลองบรรยากาศโครงการ

บรรยากาศสระว่ายน้ำช่วงกลางคืน ในมุมมองสูง จะเห็นได้ว่าตัวสระแบ่งเป็น 2 โซนด้วยกัน คือโซนว่ายน้ำออกกำลังกายแบบจริงจัง และ Shallow Pool โซนพักผ่อนที่มี Day Bed วางเรียงรายกันไป

ภาพ Perspective จำลองบรรยากาศโครงการ

บรรยากาศภายในห้องฟิตเนส ตกแต่งได้สะอาดตา มีฝั่งที่ติดกับสระว่ายน้ำที่ได้กระจกใสสูงจากพื้นถึงฝ้า รับวิวและแสงสว่างภายนอกได้เต็มที่

ภาพ Perspective จำลองบรรยากาศโครงการ

ในส่วน Semi-Outdoor ของ Lobby ตกแต่งด้วยฝ้าเพดานระแนงไม้ดูอบอุ่น จัดวางชุดโซฟาหันออกไปด้านนอกสำหรับชมสวนและสระว่ายน้ำได้เต็มที่

และสุดท้ายนี้ ทางส่วนคอนโดจะมีบริการจาก Concierge Service ภายใต้มาตรฐานบริการระดับโรงแรม ที่มีประสบการณ์ยาวนาน พร้อมให้บริการเพื่อรองรับทุกความสะดวกสบายของคุณ อาทิเช่น

  • Cleaning Service
    บริการเตรียมห้องพักให้สะอาดเรียบร้อย เพื่อรอรับคุณทุกครั้งที่เข้าพัก
  • Laundry Service
    หมดกังวลกับการซักรีดเสื้อผ้า ด้วยบริการซักรีดที่พร้อมดูแลเสื้อผ้าของคุณอย่างพิถีพิถันและใส่ใจ
  • Shopping Service
    บริการสุดพิเศษที่นำอาหารแสนอร่อยจากทุกร้านในหัวหิน มาเสิร์ฟให้คุณถึงห้องในทุกๆวัน
นอกจากนี้ ยังสะดวกสบายมากขึ้นด้วยบริการจากทางโรงแรม dusitD2 Hua Hin
  • All Day Dining
  • Roof Top Bar
  • Shuttle Service

Master Plan โครงการ ในชั้น Ground Floor โดยรอบเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด มีส่วนตรงกลางที่เป็น Facilities และพื้นที่ส่วนกลางเช่น Lobby เป็นต้น โดยรูปแบบการเดินรถผมอธิบายไว้ด้านบนที่โมเดลแล้วนะ

ชั้นใต้ดินอาคารเป็นส่วน Facilities ทั้งหมด ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำและฟิตเนส

ส่วนชั้น Typical Floor Plan คือชั้น 2-8 เป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมดนะ แบ่งเป็น 2 อาคารโอบล้อมพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้  โดยอาคาร A มีจำนวน 189 ยูนิต, อาคาร B มีจำนวน 175 ยูนิต (ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 27 ยูนิต/ชั้น ที่อาคาร A) (ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 25 ยูนิต/ชั้น ที่อาคาร B)

จากที่เห็นรูปทรงอาคารเป็นรูปตัว L หันเข้าหากัน รูปแบบห้องที่นี่มีเพียง 4 แบบเท่านั้น คือ Studio กับ 1 Bedroo ขนาด 26-41 ตร.ม. จากแปลนเราจะเห็นห้องที่มีจำนวนเยอะหน่อยคือสีน้ำตาล แบบ B1 ขนาด 29 ตร.ม.(1 ห้องนอน) ที่จะมีห้องตัวย่างให้ดูด้านล่างครับ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 15 x 20 เมตร ด้านข้างมี Shallow Pool แยก
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • สวนหย่อม
  • Lobby
  • Co-Working Space
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร (ไม่มีลิฟท์ Service)
  • อัตราส่วนลิฟท์ อาคาร A 94:1
  • อัตราส่วนลิฟท์ อาคาร B 87:1
  • ที่จอดรถประมาณ 101 คันคิดเป็น 27%(ไม่รวมจอดซ้อนคัน) หรือคิดเป็น 30%(รวมซ้อนคัน)
  • Service Hotel
    • Delivery Service
    • Room Cleaning
    • Laundry Service
  • Smart Access Control
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

รูปแบบการขายของโครงการนี้เป็นแบบ Fully Furnished นะครับ ให้เฟอร์นิเจอร์ Built-In และ เฟอร์ฯลอยตัวทั้งหมด อีกทั้งยังให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง ตู้เย็น ไมโครเวฟ ทีวี แอร์สองตัว อีกด้วย ขาดอย่างเดียวก็คือฟูก นอกนั้นก็หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยครับ

ห้องตัวอย่างที่นี่มีแบบเดียวเท่านั้น คือ 1 Bedroom แบบ B1 ขนาด 29 ตร.ม. รูปทรงของห้องเป็นแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสที่มีพื้นที่ระเบียงยื่นออกมา หน้ากว้างรวมประมาณ 5 เมตร / เข้ามาในห้องจะเจอกับส่วนครัวเปิด ที่มีเคาน์เตอร์เชื่อมต่อเป็นมุมรับประทานอาหาร และต่อเนื่องเป็นมุมนั่งเล่นที่ได้ช่องแสงต่อมาจากระเบียงด้านนอก (มีที่จัดเก็บคอมแอร์แยก 2 ตัว) ห้องนอนถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนเต็มผนัง ทำให้แสงธรรมชาติสามารถส่งผ่านหากันได้ทั้งห้องนั่งเล่นและห้องนอน สุดท้ายห้องน้ำถูกเอามาชิดโถงทางเดิน เลยต้องพึ่งพัดลมดูดอากาศ และมีพื้นที่แยกส่วนแห้งและส่วนเปียกชัดเจน (แบบห้องของที่นี่ค่อนข้างจะคล้ายกับแบบทั่วไปที่เน้นอยู่อาศัยจริงจังเหมือนในเมืองกรุงเทพที่เราเห็นบ่อยๆนะ)

เริ่มจากก่อนเข้าห้อง วัสดุพื้นในห้องปูด้วยกระเบื้องไวนิล หรือกระเบื้องยางลายไม้ ทนรอยขีดข่วนและน้ำมากกว่าลามิเนตเล็กน้อย

เราจะเห็นส่วนของครัว(ทางซ้ายมือ) ต่อเนื่องไปกับมุมรับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่น ด้านนอกเป็นระเบียง, ขวามือจะเป็นห้องน้ำ และห้องนอน จะเห็นว่าสเปซทางเดินค่อนข้างกว่า เพราะเน้นอยู่อาศัยแบบให้สบายๆหน่อย ไม่ต้องเดินอึดอัดไปทุกจุดเหมือนกับคอนโดในเมือง / ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.40 เมตร

ทางซ้ายมือจะเป็นส่วนครัวทั้งหมด เดี๋ยวเราไปดูจุดนี้กันก่อน

ครัวที่นี่ทำเป็นรูปแบบครัวเปิด เริ่มจากทางซ้ายมือสุดได้ตู้เย็นของ Samsung ขนาด 8.4 คิวบ์ ชุดครัวเป็นของ Starmark หน้าตาดูดี

หน้าบานเป็นไฮกลอสสีขาวเงา แบ่งจัดชั้นวางมีทั้งหน้าบานปิดและเปิดโล่ง ให้เก็บของได้ค่อนข้างเยอะทีเดียว

ผมลองเปิดหน้าบานตู้ต่างๆให้ดู ด้านในมีการแบ่งวางชั้นเก็บของไว้เยอะ เพื่อให้เป็นสัดส่วนต่างๆ มีช่องเก็บไมโครเวฟอยู่ด้านบน

ไมโครเวฟที่ได้ของ Samsung เช่นเดียวกัน

พื้นที่เตรียมอาหารมีการติดไฟส่องสว่างไว้ให้ตลอด Pantry และตัว ท๊อปครัวได้เป็นแบบหินสังเคราะห์สีดำ

อ่างล้างจานแบบฝังที่มาสำเร็จพร้อมกับชุดครัว Starmark

Hob & Hood ที่ได้เป็นของ Franke แบบแม่เหล็กไฟฟ้าสองหัว ที่ผนังด้านหลังไม่ได้กรุกระเบื้องหรือกระจกมาให้นะครับ ถ้าใครคิดว่าชอบทำอาหารบ่อยๆ ก็ไปหาติดเพิ่มเองเลยครับ จะเพิ่มความสวยงามและทำความสะอาดได้ง่ายด้วยหลังประกอบอาหารเสร็จ

ตัว Top ครัวทำพื้นที่ยืดยาวต่อเนื่องออกมาเป็นพื้นที่ของมุมโต๊ะรับประทานอาหาร แบบนี้ไปเลย ค่อนข้างเล็กหน่อย แต่ว่าสามารถประหยัดสเปซพื้นที่ในตัวทีเดียว เพราะเก้าอี้ก็ได้แบบนี้ ใช้เสร็จแล้วก็ดันสอดใต้ไปเลย

ชุดตู้ใต้อ่างก็มีให้เก็บของอีกพอสมควร ลองเปิดหน้าบานให้ดู

ลิ้นชักด้านบนมีช่องเก็บช้อนส้อม อุปกรณ์ครัว แบ่งไว้สำเร็จแล้ว

ฝั่งตรงข้ามของครัวจะเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ

ตัวพื้นทางเข้าจะไม่ได้ทำธรณียกตัวขึ้นมานะ แบบนี้เวลาทำความสะอาดต้องระวังเรื่องน้ำข้ามส่วนมาโดนตัวพื้นไวนิลนิดนึง, ตัวพื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องผิวด้านลายหิน

พื้นที่ห้องน้ำเป็น Full Option มีพื้นที่แยกส่วนแห้งและส่วนเปียก(อาบน้ำ) เอาไว้เป็นสัดส่วน

ขวามือสุดเป็นมุมวางสุขภัณฑ์ ชุดนี้ได้เป็นของ American Standard

เดรนระบายน้ำที่อยู่ด้านข้าง พร้อมมีฝาปิดที่ตัดออกมาจากกระเบื้อง

มุมอ่างล้างมือที่ได้กระจกบานใหญ่ติดมาให้ พร้อมทั้งขวามือแบ่งช่องเป็นชั้นเก็บของเล็กๆมาให้ 3 ชั้น

มุมอ่างล้างมือที่ทำท๊อปอ่างชนระหว่างผนัง ชุดนี้จะได้เป็นสำเร็จทั้งหมดจาก MOGEN สามารถเอาของใช้วางรอบๆอ่างได้

และยังมีช่องเก็บของอีกจุดนึงใต้อ่างเป็นแบบเปิดโล่ง

มุมนี้ให้ดูส่วนของกระเบื้องลายหินอ่อน ผิวเงา ที่กรุผนังภายในห้องน้ำครับ ตัดกับสีพื้นเล็กๆ

ทีนี้มาดูพื้นที่อาบน้ำกัน มีการทำธรณีขึ้นมาเล็กน้อย ได้กระจกนิรภัยกั้นในส่วนพื้นที่อาบ พื้นที่อาบน้ำค่อนข้างกว้างนะ ประมาณ 0.8 x 1 เมตร

ที่ผนังมีการเซาะร่อง พร้อมติดชั้นวางกระจก จะได้วางของใช้ระหว่างอาบน้ำไปเลย ไม่ต้องมาเจาะผนังติดเพิ่มล่ะ, ตัวชุดฝักบัวจะได้เป็นแบบมี Rain Shower เสริมมาให้ด้วย เป็นของ American Standard

ไฟส่องสว่างในห้องน้ำค่อนข้างให้มาเยอะ เป็นโคมไฟดาวน์ไลท์ 3 ดวง

กลับออกมานอกห้องอีกครั้ง มองตรงไปจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น สามารถใช้บานเลื่อนส่วนของห้องนอนเปิดออกได้เวลาไม่ใช้งาน ทำให้สเปซเปิดโล่งหากัน ดูโปร่งโล่ง และได้ช่องแสงธรรมชาติส่งผ่านหากันได้ด้วย

บริเวณพื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับระเบียงและส่วนห้องนอนด้านใน กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก มุมนี้จะได้เฟอร์ฯตามนี้ทั้งหมดยกเว้นพร็อพ

หน้าตาชุดโต๊ะกลาง และโซฟาแบบ 2 ที่นั่งมีพนักวางแขน

มุมชั้นวางทีวีที่พื้นมีชุดตู้เก็บของได้ แต่โครงการเอาทีวีแขวนผนังไว้ เลยได้พื้นที่เก็บของที่ชั้นเพิ่มขึ้นมา

ส่วนตำแหน่งแอร์จะอยู่ด้านบนตรงนี้ได้ขนาด 12,000 BTU ของพานาโซนิค

วัสดุพวกวงกบประตูเป็นอลูมิเนียมพ่นสีดำ พร้อมตัวล็อคมือจับแบบเซาะร่องแบบนี้

ออกมาดูพื้นที่ระเบียงด้านนอก ขนาดปานกลางประมาณ 1 x 2.3 เมตร พร้อมทั้งมีราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งพ่นสีดำ

ทางขวามือเป็นส่วนพื้นที่เก็บคอมแอร์ 2 ตัว หันลมร้อนออกนอกอาคาร และมีตัวระแนงเหล็กแนวตั้งบังสายตาจากภายนอกไว้ ให้ดูเป็นระเบียบ

 

ด้านบนของพื้นที่ระเบียงจะมีโคมไฟดาวน์ไลท์ส่องสว่างมาให้ 1 จุด

กลับเข้ามาในห้องกันอีกครั้ง ส่วนที่กั้นห้องนอนเอาไว้ เราจะได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนแบบสูงจากพื้นจรดฝ้าเพดานแบบนี้ เพิ่อให้แสงส่องผ่านถึงกันได้ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องมุมมองสายตาให้เห็นถึงกัน จะทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง

ลองเลื่อนเปิดออกสุดจะได้ประมาณนี้

ด้วยการที่ได้เป็นบานเลื่อน 3 ตอน จะทำให้ได้พื้นที่เปิดออกกว้างกว่า 2 ตอน สามารถยกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เข้าออกได้สะดวก อีกทั้ง เดินไปมาสบาย

พื้นที่ในห้องนอนเค้าจะจัดชุดเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ มาให้ตามนี้ทั้งหมดเลย(ยกเว้นฟูก) จะเห็นว่าทางเดินต่างๆค่อนข้างกว้างอยู่ เดินไปมาไม่ต้องเอียงตัว

ขวามือสุด เป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมชุดเก้าอี้ที่หน้าตาเข้ากับชุดโต๊ะ

ถัดมาจะเป็นมุมตู้เสื้อผ้า ที่ได้แบบไม่มีหน้าบานมาให้ ได้อารมณ์แบบมุม Walk In Closet มีการแบ่งชั้นวางไว้หลายจุดเป็นสัดส่วน

ด้านบนชั้นแขวนมีชั้นวางเก็บของได้ 2 แถว

ลิ้นชัก 4 แถว เอาไว้เก็บเสื้อผ้าชิ้นเล็กๆ

ติดกันจะเป็นมุมโต๊ะหัวเตียง ที่มีลิ้นชักในตัว

ระยะทางเดินปลายเตียงเหลือราว 55 ซม.

หน้าต่างช่องแสงภายในห้องนอน ถึงแม้จะไม่สูงมาก แต่ได้ยาวเกือบสุดพื้นที่ห้องนอน(เกือบ 2 เมตร) ทำให้ได้แสงส่องมาเยอะอยู่ ตำแหน่งแอร์จะอยู่ด้านบนนี้ ของพานาโซนิคเหมือนเดิมแต่ว่า 9,000 BTU

หน้าต่างในห้องนอนเป็นแบบบานกระทุ้งที่เปิดออกได้ประมาณ 30 องศา

ผมลองนั่งบนเตียงถ่ายย้อนไปในห้องนอน เวลานอนอยู่ก็ปิดแบบนี้ แยกส่วนพื้นที่การใช้งาน แต่มองเห็นกันได้ ถ้าใครอยู่สองคนก็สามารถติดผ้าม่านเพิ่มได้นะ

 

กดคลิกที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่

ในโครงการนี้จะมีห้องทั้งหมด 4 แบบเท่านั้น ซึ่งห้องแบบเล็กสุดเป็น Studio ขนาด 26 ตร.ม. ถ้าลองดูแล้ว ห้องแบบ Type อื่นๆก็จะมีฟังก์ชั่นคล้ายๆกันทั้งหมดเลย แตกต่างที่ขนาดกับรูปทรงเล็กน้อยนะครับ ก็ลองเลือกดูว่าใครอยากได้พื้นที่ใช้สอยมากน้อยเท่าไรที่เหมาะสมกับการใช้งานและงบประมาณตนเอง

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 30 November 2017

  • Studio 26 ตร.ม. จำนวน 84 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.9 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 29 ตร.ม. จำนวน 266 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.25 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Conner 33 ตร.ม. จำนวน 14 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.6 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Suites 41 ตร.ม. จำนวน 14 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.2 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ AVG 77,000 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished (เฟอร์นิเจอร์ Built-In และลอยตัว)
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง ตู้เย็น ไมโครเวฟ ทีวี แอร์สองตัว
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • Kitchen & Sink (ท๊อปหินสังเคราะห์)
  • Hob & Hood (ของ Franke)
  • จอง 10,000 บาท
  • ทำสัญญา 40,000 – 60,000 บาท
  • ผ่อนดาวน์ (สอบถามที่ Sale โครงการ)
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 60 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล ตั้งอยู่ในพื้นที่ตัวเมืองหัวหินตอนช่วงปลาย ก่อนจะออกไปทางเขาตะเกียบหรือไปสามแยกปราณฯ แต่ยังอยู่บริเวณที่เป็นแหล่งของโรงแรมชื่อดังในย่านหัวหิน อีกทั้งในระยะใกล้ๆยังมีแหล่งความอุดมสมบูรณ์อย่าง ตลาดโต้รุ่งหัวหิน Cicada market , สวนน้ำ Vananava และคอมมูนิตี้มอลล์เปิดใหม่อย่างบลูพอร์ต เป็นต้น สำหรับชายหาดบริเวณโครงการนี้ถือว่าดี เดินเล่นได้ ว่ายน้ำได้ไม่สกปรกเหมือนหาดในเมือง และค่อนข้างสงบเป็นส่วนตัว จะเหมาะกับคนที่มาตากอากาศพักผ่อน

การเดินทาง โครงการอยู่ติดกับถนนเพชรเกษม ระหว่างซ.หัวหิน 104 – 104/2 ซึ่งมาง่ายครับ เพราะ อยู่กึ่งกลางระหว่าง ห้างบลูพอร์ต กับ Cicada market ซึ่งทั้งคู่เป็นแลนด์มาร์คของที่นี่อยู่แล้ว ที่น่าเป็นห่วงนิดหน่อย คือ ส่วนใหญ่คนมาเที่ยวหัวหินทุกคน มักจะมีรถยนต์ส่วนตัวกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะรถเก๋งหรือมอเตอร์ไซค์ก็ตาม เพราะแทบจะหาแท็กซี่หรือระบบขนส่งมวลชนอื่นๆไม่ได้เลย ต้องพึ่งรถส่วนตัวเป็นหลัก ที่จอดรถก็มีประมาณ 30% วันธรรมดาไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าเป็นวันหยุดหรือเทศกาลอาจจะไม่พอนะ

การออกแบบ หน้าตาของตัวอาคารเป็นแนว Modern Contemporary ดูร่วมสมัย แต่มีการใช้เส้นแนวตั้งมากรุผิวอาคารทั้งส่วนของเหล็ก ไม้ หิน ให้ดูโดดเด่นสักหน่อย ตัวโครงการเป็นคอนโด Low Rise จำนวน 2 อาคาร มีทั้งหมด 364 ยูนิต บนเนื้อที่ดินประมาณ 3 ไร่กว่า รูปอาคารเป็นตัว L ล็อคเข้าหากันเน้นวางอาคารล้อมรอบ Facilities แบบห้องของนี้นี่เน้นเป็นเป็นขนาดเล็กกลาง ซึ่งมีแค่ Studio, 1 Bed ขนาด 26 – 41 ตร.. เท่านั้น ซึ่งฟังก์ชั่นในห้องจะเหมาะสำหรับอยู่อาศัยจริงจังเหมือนในตัวเมืองกรุงเทพที่เราเห็นบ่อยๆมากกว่า ไม่ได้จัดฟังก์ชั่นแนวตากอากาศ

วัสดุ ที่นี่ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์ Built-In และ เฟอร์ฯลอยตัวทั้งหมด อีกทั้งยังให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง ตู้เย็น ไมโครเวฟ ทีวี แอร์สองตัว / วัสดุที่จัดมาให้ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาตรฐานกับราคา ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.40 เมตร, พื้นกระเบื้องไวนิลลายไม้,ให้ครัวครบชุดของ Starmark, Hob&Hood ของ Franke ท๊อปครัวหินสังเคราะห์, ห้องน้ำ American Standard กับ Mogen ฉากกั้นกระจกนิรภัย การได้เฟอร์ครบเลยไม่ต้องมาเสียเวลาจัดอะไรตำแหน่งไหนเพิ่มแล้ว

สาธารณูปโภค ที่นี่ออกแบบให้ตัวอาคารทั้ง 2 มีการโอบล้อมพื้นที่ Facility ทั้งหมด เพื่อความเป็นส่วนตัวจากสายตาภายนอก ให้มาเหมาะสมกับจำนวนยูนิตนะ มีสระว่ายน้ำ อยู่ใจกลางพร้อมข้างๆเป็นสระน้ำตื้นมานอนเล่นอาบแดด มีสวนหย่อม ห้องออกกำลังกาย Co-Working Space มาตรฐานมาให้ครบ การใช้เซอร์วิสต่างๆจากโรงแรม(ซักรีด, สั่งอาหาร, รถโดยสาร) ทำได้แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก 

 

Judgement

สำหรับโครงการ dusitD2 Residences Hua hin เราจะไม่มีการให้คะแนนนะครับ เนื่องจากโครงการประเภทตากอากาศ มีปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อที่แตกต่างจากคอนโดเพื่อการอยู่อาศัยทั่วไปที่ต้องมีเรื่องของความคุ้มค่าทางการเงินและความคุ้มค่าทางอารมณ์ผนวกกันครับ เป็นการซื้อเพื่อพักผ่อนหย่อนใจมากกว่า ทำให้บรรทัดฐานการให้คะแนนแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลทั้งผู้อ่านและผู้รีวิวครับ

 

BOTTOM LINE

dusitD2 Residences Hua hin เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดพักตากอากาศที่หัวหินไม่ค่อยเน้นวิวทะเลแต่ก็เดินไปไม่ยาก และยังอยู่ในตัวเมืองที่มีแหล่งความอุดมสมบูรณ์หาของกินง่าย มี Facilities สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้งานได้จริงจังในตัวโครงการ และสุดท้ายหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยไม่ต้องเสียเวลาตกแต่ง มีงบประมาณ 1.9 – 3.4 ล้านบาท หรือผ่อนชำระ 13,300 – 23,800 บาท/เดือน

Share

Leave a Reply