ลงทุนคอนโดอย่างไรให้ได้กำไร บทความจาก Plus Property

December 6, 2017 11:020 comments

ถึงแม้เศรษฐกิจมีความผกผันแปรเปลี่ยนตลอดเวลา ประกอบกับดอกเบี้ยเงินฝากที่น้อยนิดตามสภาพเศรษฐกิจที่กำลังค่อยเป็นค่อยไปก็มีผลให้หลายคนอยากเอาเงินมาลงทุนมากกว่าเก็บไว้ในธนาคาร และอีกหนึ่งในการลงทุนที่น่าสนใจก็คือการซื้อ – ขายอสังหาริมทรัพย์ ห้องชุดคอนโดมิเนียม ซึ่งดูจะซื้อง่ายขายคล่อง และสามารถทำกำไรได้มากกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ 

อาจเพราะถูกมองว่า การลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำสำหรับผู้ที่มีเงินเย็นอยู่เยอะ หรือมีสายป่านยาว หรือจะเป็นวิธีการใช้พลังทวีมาลงทุนโดยใช้เงินคนอื่น (กู้แบงค์) เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดมิเนียมมีแต่จะเพิ่มผลกำไร และเป็นทรัพย์สินที่มีความคงทน มูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่มีลด แต่ก็มีบางกรณีที่อาจจะทำให้การลงทุนคอนโดที่ตั้งไว้นั้นไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จากปัจจัยต่างๆ ที่เราอาจไม่ได้มีการศึกษาให้ดีพอ เมื่อลงทุนไปอย่างไม่มีความรู้ หรือมีผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษา ก็อาจเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ส่งผลให้เกิดภาวะเครียดขึ้นมาได้

ดังนั้นเราจึงต้องตั้งจุดโฟกัส เพ่งความสนใจไปยังเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้การลงทุนคอนโดของเรานั้น มีประสิทธิภาพและนำมาซึ่งประสิทธิผล ซึ่งก็คือได้กำไรตามที่ตั้งเป้าไว้ ได้จาก 5 สิ่งสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. ชื่อเสียงของ Developer

หลายๆ คนคุ้นเคยกับคำว่า “ ชื่อเสียง มาก่อนตัว” แน่นอนเลยว่าชื่อเสียงของผู้พัฒนาก็เป็นอีกปัจจัยในการซื้อขายโครงการได้ ชื่อผู้พัฒนา, ชื่อแบรนด์, ทีมก่อสร้าง, ประวัติและความเป็นมาของนักพัฒนา องค์ประกอบเหล่านี้ เป็นเครื่องการันตีตัวของโครงการว่าการก่อสร้างจะเสร็จตามกำหนด ใช้วัสดุที่มีมาตรฐานหรือดียิ่งกว่า ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ และเป็นมืออาชีพ ทำให้โครงการสามารถไปได้ตลอดรอดฝั่ง มีเงินทุนและสายป่านที่ยาว ทำให้สามารถก่อสร้างและส่งมอบงานได้ตามกำหนด

อีกทั้งหากมีทีมขายที่มีประสบการณ์มากพอ เพื่อให้โครงการสามารถขายโปรดักส์ และปิดการขายได้โดยเร็ว พร้อมด้วยทีมบริหารโครงการเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์ เพราะถ้าเป็นแบรนด์ใหญ่ที่เรารู้จัก ภาพลักษณ์และชื่อเสียงถือเป็นเรื่องที่สำคัญทำให้เราอุ่นใจได้ว่าจะได้รับห้องตามที่ได้ตกลงอย่างแน่นนอน แต่ถ้าเป็นนักพัฒนาหน้าใหม่ กับแบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เพราะยังไม่มีมาตรฐานอะไรเป็นสิ่งรับประกัน อีกทั้ง ราคาขายต่อของผู้พัฒนารายเล็กๆ หรือโนเนม จะมีการเติบโตของราคาช้า อาจขายออกได้ยากกว่า และราคาต่ำกว่าแบรนด์ใหญ่ๆ ที่เรารู้จักและคุ้นเคย

2. การตกแต่งดีไซน์

หลายครั้งการที่มีห้องติดกันแต่อีกห้องอาจจะขายได้ในราคาที่สูงกว่าเพราะความสวยงามและสภาพของห้องนั้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ทั้งดึงดูดให้ผู้ซื้อเกิดความสนใจ ทำให้ห้องสี่เหลี่ยมเรียบๆ ดูโดดเด่นแตกต่าง และมีความเฉพาะตัวได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นการดูแลรักษาห้องให้ดี ก็จะช่วยให้คุณขายห้องชุดได้ง่ายขึ้น และยิ่งถ้ามีการตกแต่งที่สวยงามลงตัวเข้ามาด้วยแล้วก็จะยิ่งทำให้ปิดการขายได้เร็วแน่นอน

กลับกันเมื่อเทียบกับห้องที่ไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมอยู่ ห้องน้ำไม่มีการขัดล้าง แม้จะขายในราคาที่ถูกกว่า ผู้ซื้อก็ยังคิดต่อในเรื่องของความคุ้มค่าในการรีโนเวทใหม่หรือซ่อมแซม หรือมองไปด้านลบว่า ห้องต้องมีปัญหาแน่ๆ ถึงได้รีบขาย ดังนั้นควรดูแลรักษาห้องให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอและตกแต่งบ้างเพื่อให้การปล่อยห้องทั้งขายต่อและปล่อยเช่าออกไปได้ง่ายขึ้น

3. การบริหารจัดการโดยนิติบุคคล

เรื่องการบริหารงานของนิติบุคคล ถือเป็นหัวใจสำคัญมากหลังจากที่โครงการขายหมดไปแล้ว ถ้าหากนิติบุคคลไม่มีความรู้ความสามารถในการบริหารสิ่งที่จะตามมาคือฝันร้ายของผู้ซื้อ เพราะอาจทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมของโครงการดูทรุดโทรมไวกว่าความเป็นจริง ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายต่อในอนาคตอย่างแน่นอน

กลับกันหากมีทีมนิติบุคคลที่บริหารงานอย่างเป็นระบบและมีการทำงานอย่างมืออาชีพ มีการบริการแจ้งซ่อมที่รวดเร็ว สภาพแวดล้อมโดยรวมมีการดูแลเป็นอย่างดี ต้นไม้มีการดูแล สวนรอบโครงการอยู่ในสภาพที่ดูดีเหมือนตอนโครงการสร้างเสร็จใหม่ๆ มีระบบความปลอดภัยที่ดี มีทีมวิศวกรหรือช่างอาคารคอยตรวจสอบดูแลเครื่องจักรเป็นมาตรฐาน เพื่อให้สามารถยืดอายุการใช้งานช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมดนี้ก็จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ดีของผู้อยู่อาศัย ทำให้ใครๆ อยากมาอยู่และลงทุนเพราะน่าอยู่อาศัยมากกว่าอาคารที่ไม่ได้รับการดูแล

4. ศึกษาข้อมูลโครงการให้เข้าใจ

ถึงแม้ว่ากระแสอาจเป็นผลที่เกิดจากแผนการตลาด การสร้างสื่อ การบอกต่อ และข้อมูลจากคนวงใน แต่เรื่องเหล่านี้ก็มีทั้ง 2 ด้าน เพราะถ้าข้อมูลทั้งหมดที่คุณได้รับนี้อาจจะเป็นจริง ก็เป็นโอกาสในการลงทุนที่ดีสำหรับคุณก่อนใคร หรือถ้าหากข้อมูลที่ได้มาไม่เป็นจริงก็อาจทำให้การลงทุนของคุณมีความเสี่ยง ทางที่ดีและเพื่อความชัวร์ การรีเช็คที่มาของข่าว หรือตรวจสอบกับคนวงในที่คุณรู้จักเป็นพิเศษเพื่อให้ช่วยเช็คว่าข้อมูลที่ได้มาจริงแท้แค่ไหน

ทั้งนี้ก็จะสามารถช่วยให้คุณได้เดินเกมต่อไปได้แบบไม่สะดุด เพราะการตรวจสอบ และศึกษาข้อมูลที่ได้มาก่อนตัดสินใจซื้อ ก็จะช่วยให้คุณสามารถลดความเสี่ยงนี้ไปในตัว หรือถ้าหากคุณเป็นมือใหม่ยังไม่มีประสบการณ์ก็สามารถติดต่อตัวแทนให้ช่วยเป็นที่ปรึกษาและแนะนำในเรื่องการลงทุนก็จะลดความเสี่ยงไปได้มากทีเดียว

5. ผลตอบแทนที่คาดหวัง 

กรณีนี้ถือเป็นปัจจัยที่เกิดจากตัวผู้ขายเอง ไม่ว่าผู้ขายจะถือครองห้องชุดประเภทไหนก็ตามสิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรคำนึงอยู่เสมอคือ ผลกำไร หรือการซื้อ-ขายที่สมเหตุสมผล ในฐานะของผู้ขาย คุณจะต้องตั้งราคาโดยนำปัจจัยต่างๆ มาพิจารณา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา

ดังนั้น คุณต้องใจเย็นๆ และโฟกัสถึงเป้าหมายของผลตอบแทนที่ตั้งไว้ เพราะการซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทไหนย่อมมีการเจรจาต่อรองกันเพื่อให้ได้ราคาที่ ผู้ขายและ ผู้ซื้อ พอใจทั้ง 2 ฝ่าย หากรีบร้อนที่จะขาย ก็อาจจะไม่ได้กำไรเท่าที่ตั้งเป้าไว้

Share

Leave a Reply