SIAMESE KIN บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์โฮม บ้าน Modern Modular ของ SCG HEIM จาก Siamese Asset [รีวิวฉบับที่ 1486]

December 1, 2017 08:006 comments

รีวิวฉบับที่ 1486 … Siamese Asset จับมือกับ บริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด บริษัทสร้างบ้านอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันพัฒนาโครงการ Siamese KIN ที่สร้างโดยโรงงานอันทันสมัยจาก SCG HEIM โดยมีจุดเด่นเรื่องความแข็งแรงของโครงสร้าง คุณภาพ และการอยู่สบาย อากาศบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเอานวัตกรรมด้วยระบบโครงสร้างแบบ Modular ที่ผลิตขึ้นโดยใช้เหล็กที่มีความแข็งแรง คงทน ตามมาตรฐาน JIS ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งโครงการบ้านเดี่ยวบ้านแฝดและทาวน์โฮม

Fact @ 23 November 2017

  • Siamese KIN (ไซมิส คิน)
  • Siamese Asset
  • บ้านเดี่ยว HIGH-LUXURY CLASS
  • บ้านแฝด 2 ชั้น, ทาวน์โฮม 3 ชั้น UPPER CLASS
  • (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : เขตคันนายาว
  • เนื้อที่โครงการ 23 ไร่ จำนวน 107 ยูนิต
  • บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ : ที่ดิน 87.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 309 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ + ห้องแม่บ้าน
  • บ้านเดี่ยวขนาดเล็ก : ที่ดิน 60.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 173 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • บ้านแฝด : ที่ดิน 34.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 182  ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • ทาวน์โฮม : ที่ดิน 20.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 145  ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ + ห้องอเนกประสงค์
  • ราคาเริ่มต้น : บ้านเดี่ยว 13, 20 ล้านบาท , บ้านแฝด 8.5 ล้านบาท , ทาวน์โฮม 6.3 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : กลางปี 2560
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ธันวาคม 2561
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Register Website : คลิกที่นี่
  • โทร : 081-931-1411 , 090-880-3955

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะครับ

NEW! เพื่อนๆสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อได้โดยกดปุ่มไปยังหัวข้อที่สนใจได้นะครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.816734, 100.680319

SIAMESE KIN ตั้งอยู่ในเขตคันนายาว ตอนเหนือของกรุงเทพ ทางเข้าโครงการหลักอยู่ที่ซอยรามอินทรา 64 ต้องเข้าจากถนนรามอินทราฝั่งซอยรามอินทราเลขคู่ ระหว่างซอยรามอินทรา 62 และ 66 ซึ่งจะเจอกับซอยรามอินทรา 66 ก่อนทางซ้ายมือ ก็เตรียมตัวเลี้ยวเข้าถนนรัชดา-รามอินทราได้เลย จากนั้นซอยรามอินทรา 64 จะอยู่ทางซ้ายมืออีกที จากถนนรัชดา-รามอินทราด้านหน้าโครงการยังมีจุดกลับรถใต้สะพานทั้งสองฝั่ง สามารถกลับไปมาได้สบายๆ โดยสะพานด้านบนคือสะพานของถนนรัชดา-รามอินทราที่ข้ามมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 หรือวงแหวนรอบนอก(ถนนกาญจนภิเษก) ซึ่งพอข้ามสะพานรัชดา-รามอินทราไปแล้วก็จะไปบรรจบกับถนนเกษตร-นวมินทร์พอดี นอกจากนี้ยังและอีกเส้นทางหนึ่งคือจากเส้นมอเตอร์เวย์ฝั่งตะวันออก ซึ่งสามารถมาได้จากแถบรังสิต-ปทุมที่อยู่ทางตอนเหนือ และแถบสมุทรปราการทางใต้ โดยจะมีทางลงที่ถนนรัชดา-รามอินทราที่ฝั่งตรงข้ามโครงการ แล้วก็สามารถไปกลับรถเข้าซอยรามอินทรา 64 ได้พอดี

ความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้มีพอสมควร ถ้าใกล้ๆเลยอย่างถนนรัชดา-รามอินทราก็จะมีร้านอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ อยู่ก่อนถึงโครงการ แต่ถ้าไกลออกมาหน่อยในระยะขับรถก็จะเกาะกลุ่มกันอยู่ตามแนวถนนรามอินทราสองข้างทาง ร้านอาหารต่างๆให้เห็นเป็นระยะ พอให้เราได้พึ่งพาอาศัยได้ อย่าง The Promenade, Amorini และ Fashion Island ใกล้กับจุดตัดวงแหวนตะวันออก และยังมีโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีและโรงพยาบาลสินแพทน์อยู่ในระยะไม่ไกล

อีกข้อดีนึงของทำเลนี้ก็คือ การที่อยู่ใกล้ตัวทางด่วนกาญจนาฯ-วงแหวนรอบนอก ทำให้การสัญจรด้วยรถยนต์เพิ่มความคล่องตัวมากขึ้น โดยผมทำจุดขึ้นลงในแอเรียใกล้ๆโครงการให้ดูเพื่อง่ายต่อความเข้าใจ (ซึ่งถ้าขึ้นเหนือสามารถไปถึงปทุมธานี อยุธยา หรือว่าจะเข้าเมืองด้วยการลงใต้ไปยังถนนพระรามเก้า วงแหวนตะวันออก และไปถึงสมุทรปราการได้เลย)

สำหรับคนไม่ใช้รถ ในปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางที่จะเข้าถึงตัวโครงการได้อย่างเส้นทางรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดินต่างๆ แต่ในอนาคตจะมีเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูตลอดถนนรามอินทรา โดยสถานีใกล้เคียงก็จะมีสถานีนพรัตนราชธานี ที่ปกติแล้วจะมีทางขึ้น-ลงทั้งสองฝั่งคือฝั่งถนนรามอินทราซอยเลขคี่และซอยเลขคู่ ซึ่งเราก็สามารถเดินลงฝั่งที่ใกล้กว่าคือซอยรามอินทราฝั่งเลขคู่แล้วก็เดินเข้าโครงการหรือต่อพี่วิน พี่แท๊กซี่ได้ ระยะทางน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆ ส่วนสถานีวงแหวนตะวันออกจะอยู่ใกล้แยกปัญญารามอินทราที่ใกล้กับศูนย์การค้าอย่าง Fashion Island และ Promenade และโรงพยาบาลต่างๆ ส่วนการเรียกรถ Taxi แถวหน้าโครงการก็มีบ้าง แต่ถือว่าไม่ใช่ถนนที่เป็นเส้นทางหลัก แต่ก็เป็นถนนใหญ่ ป้ายรถเมล์ พี่วิน รถตู้ สองแถวจะมีที่ถนนรามอินทรามากกว่าถนนรัชดา-รามอินทรา

การเดินทางวันนี้เริ่มจากถนนเกษตรนวมินทร์(ประเสริฐมนูกิจ) ช่วงที่เลี้ยวเข้าถนนรัชดา-รามอินทรา หลังจากนั้นตรงไปเรื่อยๆ ผ่านแยกนวมินทร์ ผ่าน Max Valu นวมินทร์ โดยถนนรัชดา-รามอินทรานี้เป็นถนนตัดใหม่เชื่อมระหว่างถนนรามอินทราและถนนเกษตรนวมินทร์นะ เราจะมุ่งหน้าไปทางถนนรามอินทรา ก่อนจะถึงถนนรามอินทรามีจุดให้กลับรถ พอกลับมาแล้วให้ชิดเลนซ้ายสุดเลย ประมาณ 250 เมตร ก็ถึงที่ตั้งโครงการซ้ายมือ

เริ่มต้นกันที่จากถนนเกษตรนวมินทร์(ประเสริฐมนูกิจ) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดา-รามอินทรา ทางซ้ายมือมีจุดสังเกตคือ ตลาดกรีนมาร์เก็ต

หลังจากนั้นมุ่งหน้าตรงไป วิ่งชิดขวาไว้ก่อนก็ได้ครับ ข้ามสะพานข้ามแยกถนนนวมินทร์ไป

หลังจากนั้นเราจะเจอกับ ห้าง Max Valu เลยขอพาไปดูภายในกันสักหน่อย เผื่อใครผ่านทางนี้จะได้แวะโฉบซื้อข้าวของเครื่องใช้ หรือของกินพกกลับไปโครงการได้ ซึ่งที่นี่เปิดให้บริการตลอด 24 ชม.เลยนะครับ ดึกๆ ไม่มีอะไรขายต้องทำงานกะดึก หรืองานเร่งส่งก็มาพักท้องที่นี่ได้ ภายในบริเวณ Max Valu นี้ ค่อนข้างจะจะใหญ่และครบเพราะเป็นแบบ Supermarket ไม่ใช่ตัวมินิมาร์ท นอกจากนี้ก็ยังมี ร้านค้าร้านอาหารต่างๆ รวมทั้งร้านดังๆ อย่าง MK และ S&P ก็มาเปิดเช่นกัน

นอกจากนี้ก็ยังมี Mc Donald’s ร้านอาหารอื่นๆ ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่นอยู่อีก 5-6 ร้าน รวมทั้งศูนย์ซ่อมรถเช่นกัน

หลังจากนั้นวิ่งกันต่อ ถ้าสังเกตมองสองฝั่งข้างทางในย่านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกออฟฟิศขนาดเล็กถึงกลาง มีตั้งตัวอาคารพาณิชย์และโชว์รูมเป็นส่วนใหญ่

จากนั้นให้ชิดขวาเอาไว้ตามป้าย กาญจนาฯ – รามอินทรา ให้ขึ้นสะพานครับ

ขึ้นสะพานมาแล้วให้ตามป้ายเหมือนเดิม แต่ขยับมาเลนซ้ายหน่อย

หลังจากนั้นให้ลงช่องซ้ายสุดเพื่อจะไปทางถนนรามอินทรา เราจะเห็นคอนโด Blossom Condo at Fashion Altitude อยู่เยื้องกันฝั่งตรงข้าม ซึ่งตำแหน่งทางเข้าโครงการเราจะอยู่ติดกับคอนโดนี้นั่นเอง

ลงสะพานมาแล้วให้ชิดขวาเอาไว้ เดี๋ยวเราจะกลับรถ

ด้านหน้าไปถนนรามอินทรานะ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปทางแฟชั่น วงแหวนกาญจนา ส่วนเรากลับรถตรงนี้

พอกลับรถมาแล้วให้เราค่อยๆ พยายามชิดซ้าย โดยระยะจะไม่กระชั้นชิดมาก เขยิบไปซ้ายเรื่อยๆ

หลังจากนั้นให้อยู่เลนซ้ายเอาไว้ ไม่ขึ้นสะพานครับ (ถ้าขึ้นไปจะไปทางที่เรามาตอนแรก ไปถนนเกษตรนวมินทร์)

หลังจากเลยทางเข้าตัวคอนโด Blossom Condo at Fashion Altitude ไปแล้ว ติดกันเลยก็ถึงทางเข้าโครงการแล้ว

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

เรามาดูเพื่อนบ้านใกล้เคียงกันนะ ทางทิศเหนือฝั่งทางเข้าโครงการคือต้นซอยรามอินทรา 64 ที่เป็นซอยสาธารณะ บนถนนรัชดา-รามอินทรา ด้านหน้าจะมีพื้นที่สวนสองฝั่ง ฝั่งตะวันออกคือพื้นที่ก่อสร้างของโครงการ SIAMESE blossom condo ส่วนฝั่งตะวันตกคือพื้นที่รอการพัฒนาของโครงการเอง วิ่งเข้าโครงการมาก็จะเป็นซอยรามอินทรา 64 เช่นกันจนถึงท้ายโครงการ ซึ่งเชื่อมกับซอยสวนสยาม แต่จากฝั่งนั้นจะเข้า-ออกยากกว่า ฝั่งตะวันออกของโครงการคือพื้นที่บ้านอยู่อาศัยแนวราบในซอยรามอินทราแยกต่างๆ ส่วนฝั่งตะวันตกจะเป็นพื้นที่ว่างเปล่าผืนใหญ่

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Promenade 2.8 กิโลเมตร
  • Fashion Island 3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลสินแพทย์ 3.3 กิโลเมตร
  • ปัญญาอินทรา กอล์ฟ คอร์ส 3.6 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี 4.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล นวมินทร์ 4.7 กิโลเมตร
  • สวนสยามทะเลกรุงเทพ 5.4 กิโลเมตร
  • นวธานี กอล์ฟ คอร์ส 6.8 กิโลเมตร
  • ตลาดนัดสี่แยกพระพรหมคลองสอง 7.4 กิโลเมตร
  • วัดสัมมาธัญญาวาส 7.8 กิโลเมตร
  • ตลาดมีนบุรี 8.9 กิโลเมตร
  • วิทยาลัยบริหารธุรกิจและท่องเที่ยว 9.4 กิโลเมตร
  • วัดพระยาสุเรนทร์ 9.5 กิโลเมตร
  • ซาฟารีเวิล์ด 10 กิโลเมตร
  • สนามกอล์ฟ เดอะ เลกาซี่ กอล์ฟ คลับ 11.5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนสารสาสน์ วิเทศนิมิตใหม่ 13.7 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ SIAMESE KIN เป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีรูปแบบบ้านให้เลือกหลากหลายกลุ่มครอบครัวตั้งแต่ บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่, บ้านเดี่ยวขนาดเล็ก, บ้านแฝด 2 ชั้น และ ทาวน์โฮม 3 ชั้น โดยมีจำนวนทั้งหมดรวม 107 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 23 ไร่

  • แบบบ้าน KIN CHOU พื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร จำนวน 12 ยูนิต
  • แบบบ้าน KIN OKU พื้นที่ใช้สอย 200 ตารางเมตร จำนวน 31 ยูนิต
  • แบบบ้าน KIN MAN พื้นที่ใช้สอย 182 – 188 ตารางเมตร จำนวน 28 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม KIN SEN พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร  จำนวน 36 ยูนิต

การวางผังโครงการคือจากทางเข้าซอยรามอินทรา 64 เป็นทางเข้า-ออกหลัก จะมีป้อมยามอยู่ตรงกลาง เข้า-ออกสองฝั่งของป้อมพี่ยามปกติ โดยระบบรักษาความปลอดภัย จะเป็น Double Gate ที่ต้องใช้รีโมทลูกบ้านสั่งเปิดได้ แต่เพราะถนนของโครงการเป็นซอยรามอินทรา 64 ที่มีโครงการอยู่ช่วงต้นซอย ซึ่งหลังจากโครงการก็จะมีบ้านพักอาศัยส่วนตัวของบุคคลอื่นๆอยู่ด้วย จากการสอบถามก็จะให้ผู้อยู่อาศัยที่อยู่นอกโครงการท้ายซอยติดสติ๊กเกอร์เพื่อเข้า-ออก เมื่อผ่านระบบเข้าไปในโครงการก็จะเป็นถนนกว้าง 19 เมตร โดยเป็นถนนแบบ Boulevard คือมีเกาะกลางกั้น ปลูกต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น สองฝั่งเป็นพื้นที่ของโครงการ

ซึ่งถ้าเราดูจาก Master Plan ด้านบนแล้วจะเห็นว่าตัวบ้านจะกระจาย ไม่ได้อยู่ติดกันทุกซอย เพราะว่าโครงการมีการแบ่งกลุ่มก้อนเป็นรูปแบบของ “คลัสเตอร์เฮ้าส์” โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยอีกชั้นคือเป็นแบบรีโมตเลื่อนประตูเปิดอัตโนมัติ ซึ่งรีโมตก็จะมีเหมือนกันทุกหลักภายในซอยๆหนึ่งใช้ร่วมกันเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ลูกบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาหันหน้าบ้านเข้าหากันในแต่ละกลุ่มซอย ซอยต่างๆจะกว้าง 9 เมตร และก็มีประตูเล็กที่เป็นแบบไขกุญแจ หรือถ้าเป็นผู้มาติดต่อหรือเพื่อนลูกบ้านก็จะมี Intercom จากประตูเล็กหน้าบ้าน กดเลขที่บ้าน ไปเรียกเข้าโทรศัพท์ในบ้านนั้นๆ รั้วรอบโครงการ 2 ชั้นกั้นรอบพื้นที่ ชั้นนอกเป็นกำแพงปูนสูง 3 เมตร ส่วนชั้นในเป็นรั้วโครงเหล็กให้ต้นไม้เลื้อยสูง 2.5 เมตร /  พื้นที่ที่เห็นถมสีน้ำตาลเอาไว้นั้นเป็นโครงการพี่น้องที่ทางเราเคยพามาดูกันเมื่อปีก่อน ชื่อว่า SIAMESE blossom @fashion เป็นทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ที่เป็นรูปแบบคลัสเตอร์เฮ้าส์เหมือนกัน

โครงการนี้มีส่วนกลางเป็นสวนสาธารณะอยู่ที่หลังโครงการ โดยภายในก็จะเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งปลูกหญ้าและต้นไม้ใหญ่ ตรงกลางเป็นสระน้ำปลูกบัว พืชน้ำปกติทั่วไป ไม่มี Clubhouse / การจัดวางตัวบ้านส่วนใหญ่จะหันไปทางเหนือ -ใต้ทั้งหมด และที่ท้ายโครงการ ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยคล้ายๆกับหน้าโครงการที่ปากซอยรามอินทรา 64 แต่ว่าจะไม่มีซุ้มโครงการใหญ่และอลังการเท่า เป็นรั้วไม้กั้นกระดก และมีรปภ.คอยตรวจสติ๊กเกอร์ให้กับผู้อยู่อาศัยนอกโครงการท้ายซอย

เริ่มกันที่ Main Gate จะอยู่ติดกับถนนรัชดา – รามอินทรา หน้าตาจะดูเป็น Modern ร่วมสมัย พื้นบริเวณด้านหน้าปูด้วนคอนกรีตพิมพ์ลายทั้งหมด

ตัวซุ้มทางเข้าออกโครงการสูงโปร่ง อีกทั้งมีหลังคาคลุม กันแดด กันฝน โดยส่วนของลูกบ้านจะใช้เป็นรีโมทสั่งการเปิดประตูรั้วเหล็กเลื่อนไฟฟ้าตรงนี้, ส่วนถ้าใครเป็นผู้อยู่อาศัยนอกโครงการ(ท้ายโครงการที่ได้รับภารจำยอม ต้องแสดงสติ๊กเกอร์เพื่อผ่านเข้าออก) บริเวณนี้มี CCTV สอดส่องตลอด

พอพ้น Main Gate มาแล้ว ยังมีการจัด Landscape ที่ค่อนข้างดูดี พื้นปูด้วยแผ่นกระเบื้องคอนกรีต อีกทั้งริมสองฝั่งข้างทางลงต้นไม้ใหญ่เอาไว้ด้วย บริเวณนี้เป็นพื้นที่ของ Siamese Asset ทั้งหมด โดยถ้าเราหันไปทางซ้ายจะเจอกับคอนโด High Rise อย่าง Blossom Condo at Fashion Altitude ตอนนี้สร้างเสร็จแล้ว / และทางขวาในอนาคตก็จะมีคอนโด High Rise อีกอาคารนึงเช่นกัน

หลังจากนั้นเราจะเจอกับ Gate ที่ 2 ที่รูปแบบจะคล้ายกับ Gate แรกเลย ตอนนี้ที่เห็นประตูเปิดทิ้งไว้อยู่เพราะว่าช่วงเวลากลางวันเค้ามีการก่อสร้างนั่นเอง จริงๆแล้วจะปิดเหมือนกับซุ้มแรกนะ

พอเข้ามาถนนภายในโครงการแล้ว เค้าจะมีชื่อเรียกว่าเป็นแบบ Boulevard คือ มีเกาะกลางปลูกต้นไม้ใหญ่ตลอดทาง ความกว้างของถนนหลักคือ 19 เมตร มีเกาะกลางกั้น

โดยด้านข้างของถนนริมฟุตบาททั้งสองจะปลูกเป็นต้นหางนกยูงฝรั่งเอาไว้ และเกาะลางก็จะเป็นต้นจามจุรีขนาดใหญ่ ซึ่งต้นไม้ค่อนข้างมีคนสวนดูแลกันดีพอสมควร ออกใบเต็มที่ ณ ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน เดินที่ริมถนนก็ยังไม่ร้อนเท่าไรเลย / ถึงแม้โครงการจะไม่ได้เอาเสาไฟฟ้าลงดินแต่ด้วยความสูงของต้นไม้กับการออกดอกใบขนาดนี้เรียกว่ามองแทบไม่เห็นกันเลย

อย่างที่บอกไปว่า โครงการมีการแบ่งกลุ่มก้อนเป็นรูปแบบของ “คลัสเตอร์เฮ้าส์” คือกั้นประตูเป็นซอยๆอีกชั้น มีระบบรักษาความปลอดภัยอีกชั้นคือ เป็นแบบรีโมตเลื่อนประตูเปิดอัตโนมัติภายในซอยๆหนึ่งใช้ร่วมกันเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ลูกบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาหันหน้าบ้านเข้าหากัน ซอยหน้าบ้านกว้าง 9 เมตร และก็มีประตูเล็ก(ด้านข้าง)ที่เป็นแบบไขกุญแจ

**โดยลูกบ้านแต่ละหลังจะได้รับรีโมทเปิดประตูเลื่อนหน้าซอยของตัวเอง ประมาณบ้านละ 2 เครื่อง (หรือตามจำนวนที่จอดรถ)

หรือถ้าเป็นผู้มาติดต่อหรือเพื่อนลูกบ้านก็จะมี Intercom จากประตูเล็กหน้าบ้าน กดเลขที่บ้าน ไปเรียกเข้าโทรศัพท์ในบ้านนั้นๆ มี CCTV ส่องหน้าผู้เดินเข้าออก และมีพวกตู้มิเตอร์ไฟมาแยกอยู่ที่ด้านหน้าริมถนน รวมไปถึงพื้นที่เก็บขยะที่ออกมาด้านนอกด้วย คือต้องเดินออกมาทิ้งด้านนอกหน่อย แต่ข้อดีคือรักษาระยะเรื่องกลิ่น และเทศบาลเข้ามาเก็บง่ายด้วย

ด้านหลังโครงการติดกับสวนสาธารณะ(ขวามือ) และทางเข้า-ออกด้านหลัง ไปทะลุซอยสวนวยาม 24 ได้

เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูสวนสาธารณะของโครงการกันนิดนึง

ทางเข้าของสวนสาธารณะเข้าได้จากถนนใหญ่ อาจจะต้องเปิดประตูนิดหน่อย มองจากภายนอกก็จะเห็นว่ามีต้นไม้ปลูกและปูสนามหญ้า ส่วนทางเดินก็จะเทปูนให้

เดินเข้ามาด้านในก็จะเหมือนเทปูนเป็นทางเดินรอบๆพื้นที่ ตรงกลางเป็นบ่อน้ำ และรอบๆเป็นพื้นที่สีเขียว ต้นไม้มีต้นไม้ใหญ่ แต่อาจจะด้วยพันธุ์หรืออายุ ทำให้ดูร้อนไปหน่อย

สวนขนาดพื้นที่ไม่แน่ชัดนะครับ ไม่ได้ใหญ่มาก ไม่ได้มีลูกเล่นพวกเครื่องเล่นใส่เข้ามา จริงๆน่าจะมีพวกตั้งโต๊ะสนามสักหน่อย หรือมีพื้นที่สำหรับเด็กให้ทำกิจกรรมเพิ่มเติม หรือไม่ก็สามารถทำเป็นพื้นที่จ๊อกกิ้งไปเลย เพราะปัจจุบันทางเดินที่ไม่ได้ออกแบบมาเป็นวนลูป คือ เดินไปแล้วสุดต้องกลับทางเดิม

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • พื้นที่สวนหย่อม 5 จุด รวมขนาดทั้งหมด 3-3-19.9 ไร่
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร
  • Key Card Access + รีโมท ทางเข้ารั้วคลัสเตอร์หน้าบ้าน
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก 2 จุด
  • ถนนหลักกว้าง 19 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.

 

โครงสร้าง

ครั้งนี้ Siamese Asset จับมือกับ บริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด บริษัทสร้างบ้านอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันพัฒนาโครงการ Siamese KIN ที่สร้างโดยโรงงานอันทันสมัยจาก SCG HEIM โดยมีจุดเด่นเรื่องความแข็งแรงของโครงสร้างและการอยู่สบายอากาศบริสุทธิ์ อีกทั้งด้านนวัตกรรมคุณภาพด้วยระบบโครงสร้างแบบ Modular ที่ผลิตขึ้นโดยใช้เหล็กที่มีความแข็งแรง คงทน ตามมาตรฐาน JIS ประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยหุ่นยนต์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานจากโรงงาน ทุกขั้นตอนการประกอบบ้านถูกควบคุมคุณภาพโดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่ทางโครงการเลือกใช้ก็คำนึงให้ผู้อยู่อาศัยได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ได้แก่

Thermal & Sound Insulated System และ Air Tightness System ที่ช่วยลดความร้อน และลดเสียงรบกวน ปิดกั้นความวุ่นวายเข้าสู่ตัวบ้าน อีกทั้งโครงการ Siamese Kin ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยให้สะดวกสบายเพิ่มขึ้น ด้วยระบบ Home Automation ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์และควบคุมระบบไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านให้สามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ เราไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

Module แต่ละตัว ที่เค้าจะทำขึ้นมาเป็น Box แบบนี้  ใช้เหล็กเกรด SS400 มาตรฐาน JIS ของญี่ปุ่น จุดสำคัญคือการเชื่อมอย่างถูกต้องและมีมาตรฐานจากโรงงาน โครงสร้างนี้ เมื่อนำมาต่อๆกัน จะแข็งแรงมากกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กที่สร้างบ้านทั่วไป มาตรฐานความแข็งแรงของบ้าน SCG HEIM เทียบเท่ากับอาคารสูงกันเลยทีเดียว

และเผื่อที่ใครยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับ การก่อสร้างบ้านของ SCG HEIM อยากให้ลองดูวีดีโอนี้สักนิดก่อนว่า ทำไมบ้านที่เรียกถึงมีราคาสูงกว่าสร้างบ้านธรรมดาทั่วไป เพราะด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งเรื่องการระบบทางเดินอากาศแบบปิด หมุนเวียน กรองฝุ่น ฯลฯ ที่ทาง TOL เคยพาไปชมแล้ว


Product Walkthrough

ทีนี้มาดูฟังก์ชั่นแปลนบ้านกันบ้าง เริ่มจากบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ แบบ Kin Chou ขนาดที่ดิน 87-106 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 334 ตร.. ขนาด 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว, 1 ห้องแม่บ้าน, ที่จอดรถ 3 คัน

รูปทรงของบ้านจะออกแนวสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน่อยๆ โดยทางเข้าบ้านจะอยู่ด้านข้างบ้านต่อมาจากเฉลียง พอเข้าไปจะเป็น Foyer ที่เปิด Void โล่งไปถึงชั้นบน ตรงกลางบ้านจะเป็นส่วนของ Living Area ที่แจกทางหลังบ้านเป็นห้องนอนผู้สูงอายุมีห้องน้ำในตัวและทุกพื้นที่สามารถใช้รถเข็นไปมา ฝั่งด้านหน้าบ้านจะเป้นส่วนของห้องทานอาหารมองออกไปเห็นพื้นที่จอดรถ มีพื้นที่เตรียมอาหารอยู่ก่อนหน้าห้องครัวปิด ที่ครัวมีประตูทางออกไปเลี้ยวขวาไปด้านหลังแยกส่วนของแม่บ้านเอาไว้เบ็ดเสร็จทั้งห้องนอนและห้องน้ำในตัว

ที่ชั้น 2 ขึ้นมาแล้วจะเป็นส่วนของ Family Area แบบเปิดโล่งกับช่อง Void มองลงไป Foyer ชั้นล่าง ฝั่งหลังบ้านแจกไปห้องนอนเล็ก 2 ห้องที่เหมือนกันเป๊ะแค่กลับด้าน มีห้องน้ำในตัว และจัดวาง Master Bedroom ไว้ฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งกว้างพอสมควร มีพื้นที่แต่งตัว ห้องน้ำ และระเบียงขนาดใหญ่ด้านนอกที่เราไม่ค่อยได้เห็นเท่าไรนัก ซึ่งสเปซของระเบียงขนาดนี้สามารถจัดเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันกับครอบครัว หรือเป็นพื้นที่นั่งเล่นสังสรรค์ยามเย็นก็ได้

ฝั่งของหน้าบ้านด้านหน้าสามารถจอดรถได้ 3 คัน ตำแหน่งด้านบนที่จอดรถจะเป็นส่วนของระเบียง ที่เราเห็นแบบนี้ ส่วนทางเดินเข้าบ้านอยู่ถัดไปทางขวานิดหน่อย เค้ามีปูพื้นเอาไว้ให้

ลองมายืนดูฝั่งข้างบ้านกันบ้าง ตัวบ้านจะมีโทนสีสองแบบคือสีครีมน้ำตาลส้ม หรืออีกโทนสจะเป็นแบบสีเทาเข้มอ่อนตัดกัน

นอกจากนี้ บ้านทุกหลังจะมี Solar Power System ที่ติดตั้งแผง Solar Cell บนหลังคาเพื่อเก็บพลังงานมาให้ใช้ ไว้ที่ระบบ Battery ด้วย แต่ไม่ได้ใช้จริงจังครบวงจรนะ จะใช้ได้บางส่วนเท่านั้น เรียกได้ว่า ผลิตไฟตอนกลางวัน เก็บมาใช้กลางคืนได้อีก 

มองไปที่ส่วนของเนื้อที่ดินด้านข้างของบ้าน ลานเฉลียงไม้ตรงนี้เชื่อมต่อกับบริเวณ Foyer ที่เปิดประตูเข้าบ้านไป และถัดไปเป็นของห้องนอนผู้สูงอายุ ซึ่งถ้าเราจัด Landscape ดีๆจะทำให้ได้ทัศนียภาพดีๆแบบนี้เวลามมองออกมา

ในการทำฐานราก จะยกพื้นบ้านขึ้นมาประมาณ 55 ซม. เพื่อให้มีที่สำหรับวางระบบท่อ และระบบต่างๆ และสามารถ มุดลงไปเพื่อซ่อมบำรุงได้สะดวก / ประตูบ้านเป็นบานเปิดออก มีบานใหญ่ 1 บานและบานเล็ก 1 บาน คุณสมบัติประตูไม่อมความร้อน น้ำหนักเบา เปิดปิดได้ง่ายและสะดวก

ผนังบ้านทั้งหลัง เป็น Ceramic ชนิดพิเศษ ทนรอยขีดข่วน และแกร่งมาก บ้านนี้ไม่ต้องทาสีตลอดอายุของบ้าน ตัว Ceramic นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบผนัง ที่ช่วยกันความร้อน(ด้านในเป็นฉนวนกันความร้อนใยแก้ว) กันเสียงรบกวน ไม่ให้เข้ามาในบ้าน ทำให้บ้านจะดูใหม่เสมอ เพราะเวลาฝนตกมักจะชำระล้างฝุ่น สิ่งสกปรกลงมาด้วย ไม่เกิดรอยร้าว สีไม่ซีด ตามร่องใช้ยางซีลปิดด้วยกาวอีพร๊อกซี่เรซิ่น ตัวเซรามิคจึงแน่น ไม่หลุด

  • มือจับประตูเป็นแบบยาว มีระบบล็อค 3 ชั้น ด้านข้างจะเห็นเป็น Lighting สวิทช์, โทรศัพท์รับสายจาก Intercom หน้าประตูรั้วด้านนอกถนน
  • มีระบบ Home Automation จาก GRATIA สามารถควบคุมการเปิด-ปิด ไฟ เครื่องปรับอากาศ ผ่านแอปพลิเคชั่น และสามารถดูกล้องวงจรปิดผ่านมือถือได้ด้วย
  • ที่ชั้นล่างจะมี CCTV มาให้ พร้อมทั้งระบบกันขโมย Shock Sensor
  • บ้านหลังใหญ่จะได้แอร์มาตรฐานจากโครงการมาให้นะครับ ทั้งหมด 7 ตัว

เข้ามาในบ้านจะเจอกับพื้นที่ Foyer ขนาดใหญ่ อยู่ติดกับประตูกระจกบานเลื่อนซึ่งเป็นช่องแสงส่องผ่านเข้ามาในตัวบ้าน และพื้นที่ตรงนี้ยังเป็น Void ไปจนถึงชั้นบน ทำให้ดูโปร่งโล่งเป็นพิเศษมองวิวออกไปยัง Landscape ด้านนอก

เดินเข้ามาตรงห้องนั่งเล่น จะอยู่ช่วงกึ่งกลางของบ้านพอดี ซ้ายมือเป็นส่วนรับประทานอาหาร ขวามือเป็นห้องนอนผู้สูงอายุที่มีห้องน้ำในตัว, ภายในบ้านจะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานที่ 2.83 เมตร ทั้งสองชั้น, พื้นปูด้วยกระเบื้องยางไวนิลลายไม้โทนสีอ่อนสบายตา

ส่วนพื้นที่นั่งเล่นขนาดค่อนข้างกว้างเลยทำให้จัดสเปซและจำนวนของโซฟาได้ค่อนข้างเยอะ และไม่จำกัดรูปแบบ ตำแหน่งชั้นวางทีวีจะอยู่ชิดผนังที่ด้านหลังเป็นมุมห้องรับประทานอาหาร

เข้ามาที่ห้องรับประทานอาหาร มุมนี้จะได้ชัดเลยว่าบ้าน HEIM มีการปรับเพิ่มพวกช่องแสงมาจากเดิม ที่ให้เพิ่มมากขึ้น มองไปด้านนอกเป็นส่วนที่จอดรถ

เชื่อมต่อกับพื้นที่ทานอาหาร จะมีทางเดินเข้าไปส่วนพื้นที่เตรียมอาหาร ซึ่งพื้นจะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินเคลือบเงา

พื้นที่เตรียมอาหารส่วนนี้ทางโครงการไม่ได้ Built-In ชุด Pantry มาให้นะครับ ของจริงจะโล่งๆเค้าจัดให้ตูตำแหน่งไว้เป็นตัวอย่าง แต่จะมีกรุผนังไว้ให้แล้ว โดยจะได้เป็นผนังไม้(ซ้ายมือ) และผนังกระเบื้องลายหินอ่อน(ขวามือ)

ถัดมาจะเป็นส่วนของครัว ที่ได้เป็นครัวปิด (บ้านตัวอย่างไม่ได้ติดมาประตูมาให้ดู) พื้นทางเดินต่อเนื่องเหมือนกัน

พื้นที่ครัวปิด ก็จะไม่ได้ Pantry ชุดครัวเช่นเดียวกัน แต่จะเดินระบบท่อน้ำไว้ให้ ดูไอเดียจากบ้านตตัวอย่างเอา ว่าจัดวางอะไรไว้ตรงไหนก็ได้นะ

ส่วนครัวจะมีประตูทางออก เป็นประตูออกไปพื้นที่ข้างบ้าน บานประตูจะเป็นกระจกแบบพ่นฝ้า

ออกมาด้านนอกแล้วจะมีทางเดินไปส่วนด้านหลังบ้าน

ซึ่งเราจะเจอกับห้องการใช้งานแยกส่วนของแม่บ้านที่บริเวณนี้

ห้องนอนของแม่บ้านที่วางเตียงเต็ม 3 ฟุตชนผนัง แต่ก็ยังพอเหลือพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าได้ อีกทั้งมีหน้าต่างมาให้

ที่ปลายเตียงจะมีส่วนของห้องน้ำในตัวเลย ทำให้ไม่ต้องไปยุ่งกับการใช้งานกับเจ้าของบ้าน วัสดุในห้องน้ำจะลดสเป็คลงมาหน่อย

กลับเข้ามาในตัวบ้านอีกครั้ง โดยผมจะยืนอยู่ในห้องรับประทานอาหาร และจะเดินกลับเข้าไปยังพื้นที่ห้องนั่งเล่นกลางบ้าน แต่จะเห็นห้องน้ำอยู่ทางซ้ายมือ ไปดูกัน

ภายในห้องน้ำห้องนี้จะเป็นแบบ Powder room คือไม่มีพื้นที่ส่วนเปียกนั้นเองครับ , ห้องน้ำที่นี่จะเป็นแบบห้องน้ำสำเร็จรูปนะก็คือยกมาประกอบทั้งชิ้นเลย

มองไปที่ตำแหน่งด้านหลังของโซฟา เราจะเห็นประตูห้องนึง นั่นคือห้องนอนผู้สูงอายุ

ส่วนของบานประตูห้องนี้จะเป็นแบบบานเลื่อน ทำรางไว้ที่ด้านบน อีกทั้งความกว้างยังสามารถให้รถเข็นผ่านเข้าออกได้เลย

ภายในห้องนอนผู้สูงอายุ เรียกว่าให้น้ำหนักพื้นที่ของห้องนี้ออกมามากทีเดียว โครงการเลือกจัดสเปซที่ทำให้รถเข็นสามารถไปมาในห้องได้ทุกส่วน มีหน้าต่างช่องแสงฝั่งหัวเตียง อีกทั้งผนังด้านนอกยังมองวิวสวยๆที่เราจัดไว้ได้

ที่ปลายเตียงเป็นมุมชั้นวางทีวี และนั่งเล่นได้

มองไปทางซ้ายมือจากประตูทางเข้าจะเป็นส่วนของตำแหน่งตู้เสื้อผ้า(ไม่ได้ให้นะ) และก็ประตูทางเข้าห้องน้ำในตัว

ในส่วนทางเข้าที่พื้นจะไม่มีธรณียกสูง แต่จะมีรางระบายน้ำยาวตลอดแนว ออกแบบไว้ให้รองรับผู้สูงอายุ ที่ใช้รถเข็น สามารถเข้าออกห้องน้ำได้สะดวก

นี่ครับระยะพื้นที่ในห้องน้ำกว้างมาก สามารถเข็นรถเข็นเข้ามาใช้งานได้เลยเช่นกัน

อย่างแรกที่จะให้สังเกตก่อนก็คือ ภายในห้องน้ำ ทุกมุม ทุกส่วนการใช้งานจะมี “ราวจับ” เอาไว้ให้ด้วย / อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมของ Cotto ใต้อ่างล้างหน้ามีตู้บานเปิด 2 บาน และติดกันวางโถสุขภัณฑ์ของ Cotto เป็นแบบมีที่ฉีดอัตโนมัติ

ออกมาด้านนอกห้องแล้ว ขวามือเราจะเห็นหน้าบานตู้เก็บของใช้ต่างๆ ซึ่งของจริงเค้าไม่ได้ติดมาให้ คงต้องทำเพิ่มเอง และมองตรงไปจะเห็นห้องระบบตำแหน่งอยู่ใต้บันได

ในตัวพื้นที่บ้านทั้งหมด เราจะเห็นเจ้าช่องหน้าตาแบบนี้เต็มไปหมดทั้งบ้านเลยมีลนั้นคือส่วนของช่อง ระบบหมุนเวียนอากาศ Air Factory System ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์และออกซิเจนภายในบ้าน พร้อมการ กรองอากาศด้วยฟิลเตอร์ถึง 3 ชั้น อาทิ ฝุ่นละออง สารเคมี กลิ่น ซึ่งสีเขียวจะปล่อยออกมาในบ้าน และสีแดงจะดูดออกนอกบ้าน

SCG HEIM (7)

ระบบที่เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการอยู่สบายในบ้านหลังนี้ คือระบบหมุนเวียนอากาศ บ้านของ SCG HEIM จะแตกต่างจากบ้านทั่วไปที่เราคุ้นเคย เพราะเป็นระบบปิด ไม่ให้มีอากาศรั่วไหลผ่านเข้าออกบ้านได้เหมือนบ้านทั่วไป อากาศที่ไหลเข้ามาในบ้าน จะต้องผ่านการกรองก่อน และปรับอุณหภูมิ โดยใช้หลักการถ่ายเทผสมกับอากาศในบ้านที่จะไหลออกไป แล้วจึงจะปล่อยเข้ามายังส่วนต่างๆของบ้านที่ผ่านการคำนวนแล้ว ว่าตรงไหนเหมาะสม

ระบบนี้ดีต่อร่างกาย และประหยัดพลังงาน เพราะนอกจากจะช่วยกรองมลภาวะ และละออกเกสรต่างๆออกไปก่อนปล่อยเข้าบ้านแล้ว ยังช่วยลดความชื้นของอากาศให้อยู่ในระดับสบายตัวที่ 40-60% (จากปกติบ้านเราอยู่ที่ประมาณ 70-80%)

ห้องงานระบบตำแหน่งจะอยู่ใต้บันไดนะครับ ชุดนี้ ของ Mitsubishi นะครับ ระบบอากาศของบ้านนี้ เป็นระบบปิด คือมีทางเข้าออกของอากาศจากภายนอก ผ่านท่อ และระบบกรองเข้ามาเท่านั้น ดังนั้นประตูหน้าต่างและจุดเชื่อมต่อต่างๆ ต้องมีการ Seal ปิดอย่างดี / ที่เห็นกล่องสีแดงนั้นจะเป็นส่วนของตัวแบตเตอรี่จัดที่จัดเก็บไฟจากการสะสมมาจากแผงโซล่าเซลล์ด้านบนนั่นเอง

ที่พื้นมีช่องสำหรับ Service ซึ่งบ้านของ SCG HEIM จะวางงานระบบท่อทุกอย่างใต้พื้นบ้าน หรือที่เรียกว่า Floor Service ซึ่งถูกยกสูงขึ้นมา 55 ซม. จากระดับดิน หากต้องการซ่อมแซมท่อในอนาคต ก็สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องทุบพื้น

โดยตัวบันไดจะเป็นไม้ยางพาราประสานสำเร็จนะครับ มีราวกันตกพร้อมมือจับมาให้หน้าตาเข้าชุด

พื้นที่บันไดจะได้ช่องแสง(บานฟิค)ส่องลงมาช่วยส่องสว่างเพิ่มกับไฟกิ่งด้วย

รูปแบบของชานพักออกแบบมาได้ดีเลย เป็นสี่เหลี่ยมทั้งคู่แบบนี้เดินปลอดภัยหน่อย

ขึ้นมาที่ชั้นบนแล้วส่วนนี้จะเป็นส่วนห้องนั่งเล่น Family Area ที่ให้สมาชิกทุกคนมารวมตัวกันเผื่อเวลากลางคืนขี้เกียจลงไปดูทีวีชั้นล่างแล้ว หรือจะทำเป็นพื้นที่นั่งทำงานก็ได้ครับ สามารถมองลงมาจะเห็นส่วน Foyer ที่ชั้นล่างได้ด้วย, ขวามือเป็น Master Bedroom ซ้ายมือเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง

ห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ที่เหมือนกันทุกประการเลย เพียงแค่ทุกอย่างสลับกับด้านกันเท่านั้น เดียวผมจะเลือกพาไปดูสักห้องเดียวพอ(ห้องซ้ายมือละกัน)

เข้ามาจะเป็นพื้นที่สำหรับทำตู้เสื้อผ้า ทางขวามือก่อน, มองตรงไปเป็นส่วนประตูทางเข้าห้องน้ำ และซ้ายมือเดินต่อไปยังโซนเตียงนอน

ในห้องน้ำเป็นแบบฟูลออฟชั่นนะครับ มีครบทั้งอ่างล้างมือ สุขภัณฑ์ และมุมตรงกลางเป็นส่วนพื้นที่อาบน้ำทรงห้าเหลี่ยมที่ได้กระจกนิรภัยฉากกั้นมาด้วย พวกวัสดุก็จะเหมือนกับห้องข้างล้างนะครับ

ให้ดูตัวหน้าตาสุขภัณฑ์แบบใกล้ๆซะหน่อย ระบบฉีดชำระจะแปลกตาซะหน่อย เป็นแบบกึ่งแมนนวล

เข้ามาในส่วนด้านในห้อง ถึงแม้จะเรียกว่าห้องนอนเล็ก แต่จริงๆแล้วพื้นที่เรียกว่ากว้าง เหมือนกับห้อง Master Bedroom ตามคอนโดห้องใหญ่ๆได้เลยล่ะ พื้นที่ต่างๆถึงแม้จัดวางเฟอร์นิเจอร์แล้ว ยังสามารถเดินไปมาได้แบบสบายๆ ในตัวห้องจะมีช่องแสง 2 จุด คือ หัวเตียง(เป็นบานเล็ก) และ ข้างเตียงเป็นบานใหญ่ใช้เปิดเลื่อนด้านบนระบบเป็นตัวล็อกแบบก้นหอย

ตำแหน่งของตัวปล่อยอากาศดี(สีเขียว) มักจะจัดไว้อยู่ใกล้หัวเตียง โซฟา ใกล้ๆมุมที่ต้องนั่ง นอน นานๆ

จบจากห้องนอนเล็กไปแล้ว งั้นไปต่อที่ห้องนอนใหญ่ อยู่ฝั่งตรงข้ามกันบ้างครับ ทางขวามือจะเป็นส่วนห้องแต่งตัว อยู่หน้าห้องน้ำ, มองตรงไปเป็นประตูทางออกไประเบียงด้านนอก และซ้ายมือเป็นพื้นที่วางเตียง

Master Bedroom ที่ใหญ่แบบเอาห้องนอนเล็ก 2 ห้องมารวมกัน ทำให้มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างมาก ถึงขนาดต้องเอา Sofa มาเสริมส่วนปลายเตียง เพื่อไม่ให้เหลือ Waste Space จะได้จัดได้ลงตัว

มุมทางเดินปลายเตียง นี่ไม่ใช่ห้องนอนผู้สูงอายุนะ กว้างขนาดนี้ 😀

ตำแหน่งปลายเตียงจะมีชั้นวางทีวีแบบนี้อยู่ระหว่างช่องแสงสองบานนี้ ซึ่งทางขวามือจะเป็นส่วนประตูทางออกไประเบียงด้านนอก

หน้าตาประตูทางออกไประเบียงวัสดุจะเหมือนกับประตูครัวเลย เพียงแต่บานกระจกไม่ได้พ่นฝ้า

เปิดประตูออกไปด้านนอกจะเป็นพื้นที่ระเบียงกลางแจ้งขนาดใหญ่ โดยมีบันไดสเต็ปลงระดับลง

อย่างบ้านตัวอย่างเค้าจัดพวกโซฟาแบบกันน้ำ มาตั้งที่พื้นที่กลางแจ้งของระเบียงแบบนี้ เผื่อไว้มานั่งเล่น หรือสังสรรค์นามเย็นได้, ตัวพื้นไม่ต้องกลัวเวลาฝนตกมานะครับ จริงๆแล้วจะช่องสีดำนั่นเป็นรูไปยังพื้นด้านล่างที่น้ำไหลผ่านลงไปได้เลยยังเดรนระบายน้ำครับ, ส่วนตัวกันตกระเบียงจะเป็นกระจกนิรภัยพร้อมมือจับแบบสแตนเลส

ฝั่งขวามือยังเหลือที่ว่างอยู่ สามารถจัดเป็นสวนกระถางมาเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านก็ได้นะครับ ท่าจะโอเค

กลับเข้ามาด้านใน ไปดูส่วนพื้นที่แต่งตัวกัน

Walk in Closet ขนาดใหญ่ทีเดียว ทีผนังมีหน้าตาช่องแสงมาหนึ่งจุดเอาไว้เป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งพอดี

ฝั่งนี้เป็นส่วนของห้องน้ำในตัว ซึ่งภายในห้องน้ำจะเหมือนกับห้องนอนเล็กเลยไม่ได้มีอะไรเพิ่มพิเศษ จะมีพื้นที่กว้างกว่าเล็กน้อย

สิ่งที่เพิ่มมาให้ในห้องน้ำ Master ก็มี Rain Shower อีกอย่างครับ

บ้านที่จะไปดูถัดไปเป็นส่วนของ “บ้านแฝด” แบบ Kin Man ขนาดที่ดิน 35-42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 182-188 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว, ที่จอดรถ 2 คัน โดยรูปทรงของบ้านจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตอนลึก ที่จัดเอาส่วนของทานอาหารมาไว้ด้านหน้าบ้าน เชื่อมต่อไล่กันเป็น ครัวปิด และด้านหลังเป็นพื้นที่นั่งเล่นกว้างขนาดใหญ่กินพื้นที่ทั้งหมด เชื่อมต่อออกไปยังส่วนหลังบ้านได้ ที่ชั้นนี้มีห้องน้ำแต่เป็นแบบ Powder Room อาบน้ำไม่ได้

ขึ้นมาชั้นบนจะเป็นโถงบันได ซึ่งแจกห้องฝั่ง Master Bedroom ไปฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งมีห้องน้ำและระเบียงในตัว ระเบียงยังคงเป็นแบบกว้างพิเศษเช่นกัน และฝั่งหลังบ้านมีห้องนอนเล็กอยู่สองห้อง ขนาดต่างกันเล็กน้อย ซึ่งทั้งคู่มีข้อเสียนิดหน่อยคือต้องออกมาใช้ห้องน้ำร่วมกันที่โถงทางเดินด้านนอก

โซนของบ้านแฝด เค้าจะทำเป็นกลุ่ม ฝั่งละ 4 ยูนิตเท่านั้น แบบนี้

ส่วนของตัวบ้านจะหน้ากว้างประมาณ 6 เมตร ซึ่งสามารถจอดรถได้ 2 คัน และทางขวามือจะปูทางเดินพื้นคอนกรีตมุ่งหน้าเข้าสู่ประตูบ้าน

ให้ลองดูพื้นที่ข้างบ้านของทั้งสองฝั่งซ้ายและขวาครับ ส่วนที่ไม่ได้ติดกับเพื่อนบ้าน ก็จะมีเนื้อที่ดินช่วงเหลือกว้างประมาณ 2 เมตรกว่าๆ

ด้านหน้าบ้านขวามือสุดเป็นส่วนของประตูทางเข้าออกปกติ ส่วนทางซ้ายมือเป็นประตูกระจกบานเลื่อน เป็นช่องแสงให้กับพื้นที่รับประทานอาหารด้านในซึ่งมาตั้งอยู่มุมหน้าบ้าน

เข้ามาในบ้านจะเจอกับ Foyer พื้นที่ถอดรองเท้า เก็บรองเท้าก่อนและตัวบ้านจะยกสเต็ปขึ้นมาหน่อย หลังจากนั้นทางซ้ายมือเราจะเห็นส่วนของพื้นที่รับประทานอาหาร

พื้นที่รับประทานอาหาร ที่จัดวางโต๊ะแบบ 4 ที่นั่งกำลังสวย จะทำให้เหลือพื้นที่ทางเดินรอบๆโต๊ะได้ อีกทั้งได้ประโยชน์จากช่องแสงทั้งสองจุด ส่องผ่านเข้ามายังพื้นที่นี้

จากนั้นมองตรงไปกลางบ้าน เราจะเห็นทางเดินที่แจกทางไปยังห้องต่างๆ ผมทำบอกไว้ให้แล้วว่าตำแหน่งห้องไหนอยู่ตรงไหน

ส่วนของห้องน้ำที่ชั้น 1 นี้ จะเป็นแบบ Powder Room นะครับไม่มีส่วนอาบน้ำ เลยจะมีพื้นที่เล็กหน่อย

ที่บ้านแฝดนี้ผมจะไม่ได้พูดถึงตัววัสดุภายในบ้าน เพราะว่าทุกอย่างจะเหมือนกับบ้านหลังใหญ่ หลังแรกที่พาไปดูแล้วนะครับ เดี๋ยวฟังซ้ำอีกรอบจะน่าเบื่อ

ติดกับห้องน้ำจะเป็นส่วนของห้องงานระบบ ซึ่งก็ยังอยู่ตำแหน่งใต้บันไดนะ

จากที่หน้าห้องงานระบบ มองไปฝั่งตรงข้าม จะเป็นส่วนของครัวปิด ที่ได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนแบบนี้

พื้นที่ในครัวต่างๆ อย่าลืมว่าบ้านมาตรฐานจะไม่ได้ให้เคาน์เตอร์ Pantry ตู้ชั้นวางพวกนี้นะ เราต้องไปทำเอง เค้าแค่จะกรุผนังทั้งหมดและเดินท่อน้ำไว้ให้

ออกจากครัวมาเยื้องๆจะเป็นบันไดทางขึ้นชั้นบน ด้านหลังเป็นส่วนนั่งเล่น

ด้านหลังบ้านสุด พื้นที่จะขยายส่วนกว้างออกไป เป็น Full Living Area ขนาดใหญ่ ที่จัดสเปซอย่างอื่นมารวมในพื้นที่นี้ด้วยก็ได้ เช่นอาจจะเพิ่มมุมทำงาน และมุมอ่านหนังสือ

ที่ผนังฝั่งข้างบ้าน(ด้านหลังเป็นที่ดินบ้านเรา) จะมีหน้าต่างช่องแสง และยังมองวิวออกไปด้านนอกได้

กลางห้องสามารถจัดโซฟาได้หลายชุด หลายแบบตามใจเจ้าบ้านว่าชอบแบบไหน และที่ผนังด้านหลังมีพื้นที่พอสมควรที่เลือกทำชั้นวาง ชั้นโชว์ หรือมุมโต๊ะทำงานที่มุมพื้นที่นี้ก็ไม่เลวครับ

ฝั่งด้านหลังบ้าน สามารถทำเป็นเฉลียงระแนงไม้แบบนี้ขึ้นมาก็ได้

หันไปขวามือเราจะเห็นพวกชุดถังเก็บน้ำ ก๊อกน้ำ และปั๊มน้ำที่โครงการให้มาเป็นมาตรฐานทุกหลัง

กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง เดี๋ยวจะขึ้นไปดูชั้นบนกัน

รูปแบบชานพักได้ทรงสี่เหลี่ยมเช่นกัน เดินง่ายหายห่วง

พอเราขึ้นมาแล้ว ผมทำบอกเอาไว้ให้ ซ้ายมือฝั่งหน้าบ้านเป็นส่วนของ Master Bedroom เราไปดูหเองนี้ก่อน

ภายในห้องนอนใหญ่ ค่อนข้างกว้างทีเดียว เข้ามาถึงจะเป็นพื้นที่เดิน แต่งตัว และขวามือเป็นห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำก็เหมือนเดิมนะ ไม่มีอะไรแตกต่าง

ออกจากห้องน้ำมองไป เราจะเห็ว่าพื้นที่กว้างเหล่านี้สามารถทำแบบบ้านตัวอย่างโดยเป็นตู้เสื้อผ้า ยาวต่อเนื่องมายังโต๊ะหัวเตียง และ เตียงนอนได้เลย

ที่ปลายเตียง บ้านตัวอย่างจัดทำเป็นมุมวางทีวี ซึ่งผมว่าถ้านอนดูมันจะไกลเกินไปหน่อย คงต้องหาโซฟาเล็กมาตั้งไว้ที่ปลายเตียงนั่งดูจะเหมาะว่า / หรือถ้าใครไม่ชอบนอนดูทีวี ก็สามารถเป็นเป็นมุมโต๊ะนั่งทำงาน นั่งอ่านหนังสือ อะไรพวกนี้ก็ได้ เพราะได้ช่องแสงหลายจุดที่บริเวณนี้อยู่แล้ว

ทางออกไประเบียงหน้าบ้าน เป็นประตูกระจกบานเลื่อนเหมือนกัน ตำแหน่งของแอร์จะอยู่เหนือประตูพอดี

เปิดออกไปด้านนอกพื้นยังมีขั้นลดสเต็ปเหมือนกัน เอาไว้เผื่อตอนฝนตกหนักจะได้ไม่สาดเข้ามาในห้อง, พื้นที่ระเบียงฝั่งหน้าบ้านยังกว้างเหมือนกันนะ สำหรับบ้านแฝด อันนี้จัดตามใจชอบเลยว่าแต่คนชอบแบบไหน ถ้าเป็นผมอยากจะจัดสวนกระถางให้เขียวๆงาม เวลานอนมองออกไปสบายตา

ด้านนอกโถงทางเดินมีห้องน้ำอีกห้องนึงรูปแบบเหมือนกัน ซึ่งห้องนอนทั้งสองห้องนี้ต้องออกมาใช้ร่วมกัน เดี๋ยวไปดูห้องนอนทางซ้ายมือก่อน

สำหรับใครที่สมาชิกใช้ห้องนอนเพียง 2 ห้องเท่านั้น ห้องนี้สามารถจัดเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ ตามเจ้าบ้านเลยครับ

รูปทรงของห้องก็มีแปลกบ้างนิดนึง คือพื้นที่ส่วนนี้มันลึกเข้าไป คิดว่าถ้าเป็นห้องนอน จัดเป็นมุมตู้เสื้อผ้าตัว L จะลงตัวกว่าตู้โชว์แบบนี้

ห้องนอนสุดท้ายฝั่งหลังบ้าน พื้นที่สำหรับให้วางเฟอร์นิเจอร์ก็ลงตัวอยู่ไล่ลงไปเรียงกันแนวยาว

ตำแหน่งหน้าต่างช่องแสงที่อยู่กลางห้อง จริงๆแล้วบานสูงเหมือนกันนะ แต่ด้วยความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานตั้ง 2.83 เมตร ระยะทางเดินต่างๆรอบเตียงเหลือแบบเดินสบายๆเลย

นอกจากนี้ยังมีส่วนของบ้านเดี่ยวไซส์เล็กลงมาหน่อยอย่าง Kin Oku ขนาดที่ดิน 61-74 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 206 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว, ที่จอดรถ 2 คัน / และก็มี ทาวน์โฮม 3 ชั้น แบบ Kin Sen ขนาดหน้ากว้าง 4.8 เมตร ที่ดิน 20-53 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องอเนกประสงค์, ที่จอดรถ 2 คัน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 23 November 2017

  • (บ้านเดี่ยว 2 ชั้น) แบบ Kin Chou ขนาดที่ดิน 87-106 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 334 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว, 1 ห้องแม่บ้าน, ที่จอดรถ 3 คัน ราคาเริ่มต้น 20.8 ล้านบาท
  • (บ้านเดี่ยว 2 ชั้น) แบบ Kin Oku ขนาดที่ดิน 61-74 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 206 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว, ที่จอดรถ 2 คัน ราคาเริ่มต้น 13.32 ล้านบาท
  • (บ้านแฝด 2 ชั้น) แบบ Kin Man ขนาดที่ดิน 35-42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 182-188 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว, ที่จอดรถ 2 คัน ราคาเริ่มต้น 8.5 ล้านบาท
  • (ทาวน์โฮม 3 ชั้น) แบบ Kin Sen ขนาดหน้ากว้าง 4.8 เมตร ที่ดิน 20-53 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องอเนกประสงค์, ที่จอดรถ 2 คัน ราคาเริ่มต้น 6.3 ล้านบาท
  • จองและทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตร.วาละ n/a บาท
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล สภาพแวดล้อมส่วนใหญ่ในย่านนี้จะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแนวราบซะเป็นส่วนมากในซอยรามอินทราต่างๆ ที่ถนนใหญ่ก็จะเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้น ด้านล่างเปิดเป็นร้านค้าและบริการ แต่ที่เห็นเยอะๆคือเกี่ยวกับอะไหล่รถ และมีสถานที่สำคัญๆหลายแห่งที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ศูนย์การค้าที่มีให้เดินในระยะใกล้ที่สุดคือ Fashion Island และ Promenade ที่ตอนนี้ตัวห้างพัฒนาไปมากและมีคนเดินเยอะเลย หรือถ้าจะไปเล่นน้ำที่สวนสยาม หรือซาฟารีที่ถนนเลียบคลองสอง แถวนี้สนามกอล์ฟก็เยอะมากเช่นที่ปัญญาอินทรา ส่วน Hyper Market ที่ใกล้สุดจะเป็น Big C ที่อยู่ใน Fashion Island นอกจากนั้นก็ยังมีโรงพยาบาลขนาดกลางใกล้เคียง อย่างรพ.นพรัตน์ราชธานี โรงพยาบาลสินแพทย์ และที่กำลังจะเริ่มเข้ามาคือคอนโด High rise เกาะเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูบนเส้นรามอินทรา

การเดินทางโดยใช้รถ ตั้งอยู่ที่ซอยรามอินทรา 64 บนถนนรัชดา-รามอินทรา ระหว่างซอยรามอินทรา 62 และ 66 โดยถ้ามาจากหลักสี่จะต้องไปกลับรถที่หน้าโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีมายังฝั่งซอยรามอินทราฝั่งเลขคู่ เจอซอยรามอินทรา 66 ให้ชิดซ้ายและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดา-รามอินทรา จากนั้นประมาณ 300 เมตรก็จะถึงซอยรามอินทรา 64 ที่เป็นทางเข้าหลักของโครงการ จากโครงการ สามารถเข้าถึงวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกได้ง่าย โดยสามารถขึ้นเหนือไปยังรังสิตหรือลงใต้ไปสมุทรปราการได้เลย หรือว่าจะข้ามสะพานเส้นทางรัชดา-รามอินทราไปบรรจบกับถนนเกษตร-นวมินทร์ก็ได้ และตัวถนนรามอินทราเองตลอดทั้งเส้นก็มีแยกต่างๆมากมายไม่ว่าจะไปวัชรพล ลำลูกกา พหลโยธิน หรือเกษตร

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ในปัจจุบันก็คงจะต้องพึ่งพาพี่แท๊กซี่ สองแถว รถเมล์และพี่วินมอเตอร์ไซค์ที่สามารถเรียกได้ที่หน้าโครงการ หรือเดินมาตรงถนนรามอินทราหน่อย ส่วนระบบขนส่งอย่างรถไฟฟ้าก็จะต้องเป็นรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่วิ่งทางหลักอยู่บนถนนรามอินทรา สุดที่มีนบุรีพอดี จากโครงการสามารถเลือกขึ้น-ลงได้ที่สถานีวงแหวนตะวันออกหรือสถานีนพรัตน์ราชธานี ก็อยู่ในระยะใกล้เคียงกัน แต่ก็จะต้องรอดูต่อไปว่าจะมีทางลงมายังฝั่งซอยรามอินทราเลขคู่รึเปล่า

การออกแบบโครงการ เป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีรูปแบบบ้านให้เลือกหลากหลายกลุ่มครอบครัวตั้งแต่ บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่, บ้านเดี่ยวขนาดเล็ก, บ้านแฝด 2 ชั้น และ ทาวน์โฮม 3 ชั้น โดยมีจำนวนทั้งหมดรวม 107 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 23 ไร่ ซึ่งถ้าเราดูจาก Master Plan ด้านบนแล้วจะเห็นว่าตัวบ้านจะกระจาย ไม่ได้อยู่ติดกันทุกซอย เพราะว่าโครงการมีการแบ่งกลุ่มก้อนเป็นรูปแบบของ “คลัสเตอร์เฮ้าส์” โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยอีกชั้นคือเป็นแบบรีโมตเลื่อนประตูเปิดอัตโนมัติ จะค่อนข้างเป็นสังคมกลุ่มเล็กย่อยๆกันไป

การออกแบบตัวบ้าน ถือว่าทำออกมาได้ดีสำหรับคนที่ชอบบ้าน Heim เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ด้วยแบบบ้านที่มีการปรับเปลี่ยนมาเรื่อยๆ ทั้งการเพิ่มช่องแสงผนังกระจกในหลายๆส่วน จากที่ปกติบ้าน SCG Heim จะใส่เป็นผนังทึบหลายส่วน (เพราะเป็นบ้านระบบอากาศปิด) ทำให้ดูสบายๆขึ้น การจัดฟังก์ชั่นเน้นพื้นที่ส่วนรวมของบ้าน ให้มีหลายจุดทั้ง Indoor และ Outdoor สามารถใช้งานพร้อมๆกันได้หลายกลุ่ม หลายคน และทำให้ทุกๆจุดของบ้าน

วัสดุ อุปกรณ์ส่วนใหญ่มีคุณภาพดีมาก และที่สำคัญคือความสม่ำเสมอของคุณภาพที่ได้จากการผลิตในโรงงาน ซึ่งจะเป็นพวกงานโครงสร้างทั้งหลาย พื้น ฝ้า ผนัง ไฟ แอร์ หลังคา เสา คาน งาน Fitting กรอบประตู กรอบหน้าต่าง ประตูไม้สัก ผนังกระจก Insulated  ผนังเซรามิค 8mm. ที่มีฉนวนใยแก้วกันความร้อน Home Automation และก็จะมีระบบ Air Factory System เป็นระบบปิดที่หมุนเวียนอากาศดีและเสียเข้าออกตัวบ้าน ฯลฯ มีให้บรรยายอีกเยอะมาก ซึ่งตรงนี้ทำออกมาได้ดี หายห่วง สมกับราคาที่จ่าย

ความปลอดภัย และ สาธารณูปโภค จากซุ้มหน้าเข้ามาจะมี Double Gate รั้วเหล็กเลื่อนไฟฟ้าใช้ระบบรีโมทลูกบ้าร เข้ามาก็จะเจอกับถนนหลักของโครงการกว้าง 19 เมตร ลงต้นไม้ใหญ่ตลอดทาง แต่ไม่ได้เอาเสาไฟฟ้าลงดิน ยาวไปถึงท้ายโครงการที่จะมีจุดรักษาความปลอดภัยอีกจุดหนึ่ง โครงการนี้ไม่มี Clubhouse ไม่มีสระว่ายน้ำ แต่มีสวนอยู่หลังโครงการ ขนาดกลางๆไม่ใหญ่มาก และในซอยย่อยเข้าบ้านก็จะมีระบบรักษาความปลอดภัยอีกคือใช้รีโมทในการเปิดประตูบานเลื่อนเข้าซอย และไขกุญแจสำหรับประตูเล็ก สำหรับแขกคือมี Intercom เรียกเพื่อนได้จากการกดบ้านเล็กที่ โดยมี CCTV รอบโครงการ 13 จุด มีรั้วรอบโครงการ 2 ชั้น คือ 3 เมตร และ 2.5 เมตร / ในบ้านมี CCTV และ Shock Sensor ให้ที่ชั้น 1


** สุดท้ายนี้อยากจะเสริมส่วนสรุปว่า โครงการบ้าน SIAMESE KIN นี้มีจุดเด่นที่ชัดเจนในเรื่องของ Product ซึ่งเป็นบ้านที่มีการใช้กระบวนการผลิต เทคโนโลยีการก่อสร้าง และวัสดุมาตรฐานสูง ของ SCG Heim มาเป็นตัวชูโรงของการพัฒนาโครงการ ซึ่งสิ่งที่โครงการย้ำอยู่เสมอคือเรื่องของ คุณภาพงานก่อสร้าง คุณภาพวัสดุที่ผลิตจากโรงงาน มีตราช้างมาการันตี และมีการควบคุมคุณภาพของงานอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง และนอกจากนี้ สิ่งที่เป็นจุดขายสำคัญของโครงการคือเรื่องของ “ความเร็ว” ในการส่งมอบงานที่ลูกค้าจะได้ เมื่อตัดสินใจซื้อ

อย่างไรก็ดี สินค้าที่ “ดี” และ “เร็ว” มันมักจะ “ไม่ถูก” เท่าไหร่นัก บ้านเดี่ยวที่ราคาเริ่มต้น 13 กับ 20 ล้านบาท ถ้าเราเปรียบเทียบฟังก์ชั่นของบ้านกับราคาที่ต้องจ่ายแล้ว ต้องบอกว่าจำนวนเงินขนาดนี้เราอาจจะจะปลูกบ้านเองได้พื้นที่มากกว่านี้ หรือได้แม้แต่คอนโด Penthouse ห้องใหญ่ๆ ที่มีฟังก์ชั่นทดแทนกันได้ มากมายหลายรูปแบบทีเดียว แต่เราต้องทำความเข้าใจนิดนึงว่า Extra Cost ที่เพิ่มเข้ามามันถูกจ่ายไปกับอะไร หนึ่งก็คือกระบวนการผลิตและก่อสร้างบ้านของเรา มันจะถูกควบคุมคุณภาพโดยหุ่นยนต์ในโรงงานส่วนหนึ่ง ซึ่งมันจะลดความยุ่งยากในส่วนงานรากฐานและโครงสร้างไปได้เยอะมาก ถ้าเทียบกับว่าเราต้องมานั่งคุมคนงานก่ออิฐฉาบปูน หรือคุมผู้รับเหมาะ ที่อาจจะเบี้ยวงาน ทำงานไม่ดี ไม่ได้ดั่งใจ … สองก็คือวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงกว่าบ้านแบบ Conventional ทั่วๆไปในตลาด ทั้งในเรื่องของความแข็งแรงของวัสดุ อายุการใช้งาน การดูแลบำรุงรักษา และการ Maintenance ต่างๆที่จะตามมาทีหลัง ซึ่งของบ้าน Heim เขาก็มีการรับประกันคุณภาพ แถม Check Up ฟรี 6 ครั้ง ในระยะเวลา 20 ปีด้วย … และสามก็คือเรื่องของความเร็วในการก่อสร้างที่สามารถทำบ้านให้เสร็จพร้อมโอนได้ในเวลา 6 เดือนนับจากวันที่เริ่มสร้างถึงวันโอน

แต่คำถามที่สำคัญที่ตามมาก็คือ สิ่งที่เป็น Extra Cost ตรงนี้มันสำคัญกับเราขนาดไหน? / เราจำเป็นจะต้องได้บ้านเร็วขนาดนั้นหรือเปล่า? / เรารับได้ไหมที่ต้อง Deal กับผู้รับเหมาก่อสร้างที่(อาจจะ)ไม่มีความรับผิดชอบ? / เราให้ความสำคัญกับวัสดุอุปกรณ์ในบ้านมากเพียงใด? / เราอยากอยู่บ้านที่มีเรื่องการถ่ายเทอากาศ กรองฝุ่นควัน บ้านไม่ร้อนให้คุณภาพชีวิตที่ดีกับเราไหมฦ ฯลฯ ซึ่งคำถามเหล่านี้คำตอบของแต่ละคนก็จะออกมาไม่เหมือนกันแน่นอน ซึ่งตรงนี้อยากจะทำให้ทำการบ้านกับตัวเองเยอะๆ ชั่งนำ้หนักดูว่าเราพร้อมที่จะจ่ายเพื่อ “Hassle-Free” เหล่านี้หรือเปล่า และหลังจากทำการบ้านแล้ว เราก็จะมาดูปัจจัยอื่นๆประกอบการตัดสินใจครับ

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

ส่วนของ “บ้านเดี่ยว” เทียบกับแพคเกจ 13-20 ล้านบาท, 23 November 2017

ส่วนของ “บ้านแฝด” เทียบกับแพคเกจ 8.5 ล้านบาท, 23 November 2017

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8/10 – ซอยรามอินทรา 64 บนถนนรัชดา-รามอินทรา เลี้ยวได้จากถนนรามอินทราและถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก)
  • ความปลอดภัย 8.25/10 – Double Gate รีโมทประตูเลื่อนไฟฟ้า และที่ซอยย่อยของตัวเองมีรั้วเหล็กเลื่อนอีกชั้น, CCTV ภายในโครงการและในบ้านชั้น 1, Shock Sensor ในบ้านชั้น 1, รั้ว 2 ชั้นคือ 3 และ 2.5 เมตร
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 7.5/10 – แบบบ้านดูเรียบๆทั่วไปดูแปลกตาเพราะเป็นผนังเซรามิคมีการพัฒนาเพิ่มช่องแสงมาตามยุคสมัย แต่ฟังก์ชั่นภายในค่อนข้างโอเค
  • วัสดุ 8.25/10 – วัสดุทุกชิ้นมีคุณภาพ ทำมาจากโรงงานที่มีการควบคุมทุกขั้นตอนรวมถึงตอนประกอบ มาตรฐานกับราคาที่จ่าย
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.75/10 – โครงการร่มรื่นดี ลงต้นไม้ใหญ่เยอะที่ถนนโครงการ สภาพโดยรวมเรียบร้อย เสียดายไม่ได้เอาเสาไฟฟ้าลงดินกับราคาบ้านขนาดนี้
  • สาธารณูปโภค 7/10 – มีแค่สวนสาธารณะท้ายโครงการ แต่ขนาดเล็กไปนิด
  • 7.86 / 10.00
  • HIGH-LUXURY CLASS (บ้านเดี่ยว)
  • UPPER CLASS (บ้านแฝด)

 

BOTTOM LINE

SIAMESE KIN เหมาะสำหรับคนที่มองหาบ้านอยู่สบาย” และอยากได้ “คุณภาพชีวิต” เพราะได้นวัตกรรมต่างๆจาก SCG HIEM ทำให้มีต้นทุนสูงหน่อย รูปแบบโครงกาค่อนข้างปิดจากภายนอกแต่เปิดกับลูกบ้าน เจาะกลุ่ม Niche เหมาะสำหรับคนในพื้นที่ที่ต้องการขยับขยายครอบครัว หรือคนทำงานในแถบนั้นอยู่แล้ว เดินทางด้วยรถง่าย มีโปรดักส์ให้เลือกหลากหลาย สำหรับคนที่สนใจต้องมีงบประมาณ 5.8 – 18 ล้านบาท

Share

6 Comments

  • โครงการนี้ที่เป็นคลัสเตอร์เล็ก คลัสเตอร์น้อย เพราะว่าเนื้อที่โครงการไม่ได้เป็นผืนเดียวกันทังหมดใช่หรือไม่??

    ถนนที่ผ่ากลางโครงการคือซอยรามอินทรา 64 ซึ่งเป็นถนนสาธารนะโดยที่เจ้าของที่ดินที่ติดถนนก็สามารถใช้ถนนนี้ได้เช่นกันใช่หรือไม่??

    ในอนาคตข้างหน้า ส่วนรักษาความปลอดภัยด้านหน้า Double gate อะไรนี่จะไม่มีความหมายเลย เพราะจะมีผุ้สัญจรผ่านไปมาได้ตลอด

    • แจ้งคุณ Jackwisc
      โครงการนี้ที่เป็นคลัสเตอร์เล็ก คลัสเตอร์น้อย เพราะว่าเนื้อที่โครงการไม่ได้เป็นผืนเดียวกันทังหมดใช่หรือไม่??
      – จริงๆเนื้อที่โครงการนี้ทั้งหมดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวต่อเนื่องของไซมีสนะครับ แต่ว่าแปลกที่แบ่งพื้นที่ตามซอย(คลัสเตอร์) ไม่ปะติดปะต่อกัน ซอยที่คั่นดันเป็นชื่อทาวน์โฮมของเค้าเองเหมือนกันชื่อ SIAMESE blossom @fashion รีวิว -> https://wp.me/p1YZB1-1eUA

      ถนนที่ผ่ากลางโครงการคือซอยรามอินทรา 64 ซึ่งเป็นถนนสาธารนะโดยที่เจ้าของที่ดินที่ติดถนนก็สามารถใช้ถนนนี้ได้เช่นกันใช่หรือไม่??
      – ถนนนี้เป็นภารจำยอม บุคคลที่สามารถผ่านเข้าออกได้คือ คนที่อาศัยอยู่ในซ.สวนสยาม 24 และ หมู่บ้าน The Park@แฟชั่น (โดยต้องเข้ามาทำเรื่องขอสติ๊กเกอร์กับที่นิตินี้ จึงจะสามารถผ่านเข้าออก สัญจรผ่านโครงการได้ครับ)

      ในอนาคตข้างหน้า ส่วนรักษาความปลอดภัยด้านหน้า Double gate อะไรนี่จะไม่มีความหมายเลย เพราะจะมีผุ้สัญจรผ่านไปมาได้ตลอด
      – กับบุคคลภายนอก จริงๆก็ยังมีความปลอดภัยตามเดิมอยู่ครับ แต่ถ้านับรวมกับคนที่สามารถผ่านเข้ามาได้ อย่างข้อข้างบน ความปลอดภัยจะลดเหลือรั้วเหล็กรีโมทเลื่อนไฟฟ้าด้านหน้าเกทเดียว

      • ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ ที่ถามก็เพราะจำได้คร่าวๆว่า เคยมีรีวิวโครงการตรงนี้ไปทีนึงแล้วตามที่คุณได้ส่ง link มานั่นล่ะครับ

        “….แต่เพราะถนนของโครงการเป็นซอยรามอินทรา 64 ที่มีโครงการอยู่ช่วงต้นซอย ซึ่งหลังจากโครงการก็จะมีบ้านพักอาศัยส่วนตัวของบุคคลอื่นๆอยู่ด้วย จากการสอบถามก็จะให้ลูกบ้านในโครงการและผู้อยู่อาศัยภายในซอยติดสติ๊กเกอร์เพื่อเข้า-ออก …”

        ซอยรามอินทรา 64 เป็นซอยลึก มีผู้คนอาศัยอยู่ก่อนแล้ว และมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งทีเป็นบ้านเดี่ยว โรงงานขนาดเล็ก และหมู่บ้านที่ดินถนนตกอยู่ในภาระจำยอมต้องยอมให้คนข้างในผ่าน ซึ่งคนที่อยู่ข้างในมีเยอะมาก การมากั้นเข้าๆ-ออกๆแบบนี้ ทำได้แค่ช่วงระยะสั้นๆ ต่อไปหากมีการร้องเรียนเยอะๆ ระบบ Double gate ก็ต้องหายไป

        ที่ดินส่วนอื่นๆในโครงการก็จึงต้องจัดระบบแบบคลัสเตอร์เช่นกัน

  • บรรยากาศข้างในร่มรื่นดีมากครับ เงียบสงบเหมาะแก่การอยู่อาศัย จุดด้อยคือไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส อาคารสโมสรส่วนกลาง มีแค่สวนที่ยังปรับปรุงไม่แล้วเสร็จ ปากทางหมู่บ้านอาจจะอัตขัตเรื่องหาซื้อของกินของใช้เล็กๆน้อยๆบ้าง และสะดวกเฉพาะคนที่มีรถและผู้อาศัยที่ขับรถเป็น หากคอนโดแล้วเสร็จมีผู้เข้าอยู่อาศัยมากขึ้น คงจะมีร้านค้าต่างๆ ชั้นล่างของคอนโดได้อาศัยซื้อของกินของใช้เล็กๆน้อยๆได้บ้าง ข้อดีอีกจุดหนึ่งเป็นบ้านคัสเตอร์หรือกลุ่มจำนวนหลังไม่มาก ช่วยกันดูแลและรู้จักกันได้ง่าย เป็นบ้านอยู่อาศัยที่น่าสนใจ แม้จะเข้าไปลึกจากแนวถนนใหญ่บ้าง และก็สะดวกต่อการเดินทางเข้าออกเมือง แค่ช่วงเช้าและเย็นที่ถนนรัชดา-รามอินทราไปเชื่อเกษตร-นวมินทร์ รถเยอะและติดนาน ส่วนถนนรามอินทราเข้าเมืองก็ติดไม่แพ้กันทั้งไปและกลับ พออาศัยทางด่วนเอกมัย-รามอินทราได้บ้าง และอนาคตสัก 5-7 ปีข้างหน้าเมื่อรถไฟฟ้ามาถึงแฟชั่นไอส์แลนด์ สถานีรพ.นพรัตน์ก็จะสะดวกมากขึ้นในการเดินทางเข้าเมืองโดยไม่ต้องใช้รถยนต์

    • ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นด้วยครับ ผมชอบมากๆเลย คนที่มาลงหาข้อมูลในพื้นที่ด้วยตัวเองบ่อยๆ อยากให้คนอ่านทุกคนต้องมาลงพื้นที่ด้วยตัวเองให้เห็นของจริง จะได้เกิดการคิดวิเคราะห์ว่าเหมาะกับต้องเองด้วยไหมในสุดท้ายที่จะจ่ายเงินซื้อ 😀

  • ให้อารมณ์บ้านญี่ปุ่นมากๆ

Leave a Reply