Andromeda เขาพระตำหนัก คอนโดวิวทะเล บนเขาพระตำหนัก ใกล้หาดราชวรุณและแหลมบาลีฮาย จาก Apus [รีวิวฉบับที่ 1482]

November 27, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1482 …สวัสดีค่ะ วันนี้มีโอกาสได้ไปรีวิวโครงการที่พัทยาอีกหนึ่งโครงการที่มีชื่อว่า “Andromeda เขาพระตำหนัก” จาก Apus Development เป็นคอนโดตากอากาศ บนเขาพระตำหนักที่พัทยา จุดเด่นของโครงการคือตัวทำเลที่ดี เพราะในปัจจุบันจัดเป็นคอนโดฯ สูงที่อยู่ใกล้ชายหาด Cozy Beach แบบที่ไม่มีอาคารสูงมาบังวิวทะเล สามารถรับวิวทะเลได้ถึง 3 ด้าน ทางโครงการจึงทำ Product ออกมาจับกลุ่มตลาดบน ด้วยการยก Facility ส่วนกลางหลักๆ ขึ้นไปอยู่บนชั้น 24-25 เพื่อรับวิวโดยเฉพาะ ราคาห้องเริ่มต้น 2.8 -11.7 ล้านบาท จะเป็นอย่างไรลองอ่านรีวิวนี้ดูค่ะ

Fact @ 27 November 2017

  • Andromeda Condo Pattaya (แอนโดนเมดร้า คอนโด พัทยา)
  • บริษัท เอปัส ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป จำกัด
  • UPPER-HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : อ.บางละมุง
  • คอนโด High Rise 36 ชั้น 1 อาคาร 216 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 8 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 63 คันคิดเป็น 30% รวมจอดซ้อนคัน 10 คัน คิดเป็น 34 %
  • ที่ดินประมาณ 1-2-83.6 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : Q4 2017
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q4 2019
  • Studio 27-29 ตร.ม. ราคา 2.8-4.7 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 31-33 ตร.ม. 3.4-7.9 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 58-73 ตร.ม. ราคา 5.5-11.7 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 137,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 99,000-160,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 084-213-5777

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 12.919044, 100.859708

ที่ตั้งโครงการ Andromeda เขาพระตำหนัก ตั้งอยู่บนเขาพระตำหนัก ห่างจากหาดราชวรุณ (Cozy Beach) ประมาณ 220 เมตร

พัทยา ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแหล่งที่ฮอตฮิตขึ้นชื่อในเรื่องของการท่องเที่ยวที่มีหาดทรายและชายทะเลติดอันดับนานาชาติ ด้วยบรรยากาศที่คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน มีหาดและทะเลที่ยังคงความสวยงามอยู่ จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติด้วยนอกเหนือจากคนไทยด้วยกัน โดยจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันชาวต่างประเทศที่นิยมมาพัทยาอย่างเห็นได้ชัดคือ ชาวรัสเซีย และชาวจีน ทำให้อสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดวิวทะเล คอนโดติดทะเลบ้างนั้นขึ้นมาให้เห็นค่อนข้างมากทีเดียวค่ะ

สำหรับเมืองพัทยานี้ เป็นเมืองที่มีเขตการปกครองพิเศษแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีระดับเทียบเท่ากับเทศบาลบาลนคร โดยถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบการบริหารราชการเมืองพัทยา ในส่วนของเมืองนี้จะถูกแบ่งให้เห็นชัดๆ เลยเป็น 4 ส่วน ได้แก่ พัทยาเหนือ, พัทยากลาง, พัทยาใต้ และหาดจอมเทียน โดยมีระยะห่างจากกรุงเทพมหานครไปประมาณ 150 กม. ซึ่งใช้การเดินทางมาจากทางถนนมอเตอร์เวย์ (ทล.7) เข้าถนนสุขุมวิท (ทล.3) เป็นถนนเส้นหลักที่ใช้ในการเดินทางในเมืองพัทยา ซึ่งจะมีถนนพัทยาเหนือ กลาง ใต้ และถนนเทพประสิทธิ์มาตัดเข้าอีกที

ลองซูมเข้ามาอีกนิดเพื่อให้เห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการกันนะคะ ตำแหน่งโครงการเลยตั้งอยู่บนเขาพระตำหนัก ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่คอนโดที่ติดริมหาดเดินลงไปเล่นน้ำทะเลได้เลยนะคะ แต่จะเป็นคอนโดชมวิวทะเลค่ะ ถ้าวิเคราะห์ทำเลโครงการนี้ซึ่งอยู่บนเขาพระตำหนัก ที่อยู่แถบๆ หาดราชวรุณ (Cozy Beach) จะเป็นทำเลที่อยู่ห่างออกมาจากหาดพัทยาพอสมควร ซึ่งถ้าจะไปแหลมบาลีฮายก็ต้องขับรถไม่ก็ขี่มอเตอร์ไซต์ออกไปยังหาดพัทยาใต้ โดยมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 2 กม.

สภาพแวดล้อมบริเวณโครงการจะค่อนข้างเงียบสงบ ไม่คึกคักมากนัก ไม่เหมือนโครงการที่อยู่ริมหาดและใจกลางเมืองพัทยา และนั่นก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่มองหาที่พักอาศัยที่มีความสงบหน่อย ไม่คึกคักวุ่นวายมากเกินไป แต่ก็ยังเดินทางไปหาดได้ไม่ยากนัก สำหรับเรื่องความอุดมสมบูรณ์นั้นก็ยังเป็นรองทำเลแถบใจกลางเมืองพัทยา หรือแถบริมหาดอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เรียกว่าแห้งแล้งขาดแคลนซะทีเดียวนะคะ เพราะยังมีร้านค้าข้างทางพอให้เห็นอยู่บ้าง และยังมีร้านค้าร้านอาหารบนเขาพระตำหนัก รวมทั้งใครจะขับไป Walking Street ก็ไม่ไกลมากนักค่ะ ส่วนห้างที่จะใช้จับจ่ายซื้อของก็จะมี Big C พัทยาใต้ไว้คอยบริการอยู่ตรงหัวมุมจุดตัดกับถนนสุขุมวิทค่ะ

การเข้าถึงโครงการ Andromeda เขาพระตำหนัก นี้สามารถเข้าถึงได้ 2 ทางหลักๆ คือ

  • ถนนพัทยาใต้ เลี้ยวซ้ายเข้ามาจากถนนสุขุมวิท ตัดเข้าถนนพัทยาสาย 3 จากนั้นก็เลี้ยวเข้าถนนพระตำหนัก แล้วตัดเข้าถนนเกษตรสิน เข้าซอยเกษตรสิน 11 ค่ะ
  • ถนนเทพประสิทธิ์ เลี้ยวซ้ายเข้ามาจากถนนสุขุมวิทเช่นเดียวกัน จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนทับพระยา และเลี้ยวเเข้าถนนพระตำหนัก ตัดเข้าถนนเกษตรสินเพื่อเข้าซอยเกษตรสิน 11 ค่ะ

เรามาดูในลักษณะกายภาพกันบ้างนะคะ ด้วยลักษณะกายภาพนี้ถือเป็นอีกปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อกับเรื่องของวิวโครงการ จากทำเลโครงการที่ตั้งอยู่บนเขาพระตำหนักเลย วิวที่จะได้เห็นน่านน้ำทะเลเลยจริงๆ ก็จะเป็นทางทิศเหนือ วิวทะเลบริเวณแหลมบาลีฮายไปจนถึงหาดพัทยา ส่วนทางฝั่งทิศตะวันตกจะได้วิวหาดราชวรุณ มองออกไปทะเลเห็นเกาะล้านอยู่ไกลๆ ส่วนทางทิศใต้จะเห็นวิวหาดจอมเทียนไกลๆ ทิศตะวันออกจะได้วิวเขาพระตำหนักและวิวเมืองแทนค่ะ

สำหรับการเดินทางของเราในวันนี้ เริ่มต้นจากถนนมอเตอร์เวย์ ทล.7 มาจากกรุงเทพฯ ตรงมาตัดกับถนนสุขุมวิท ทล.3 ที่ยาวตั้งแต่เหนือ-ใต้ของเมืองพัทยา แล้วเลี้ยวเข้าถนนพัทยาใต้ เชื่อมเข้าถนนพัทยาสาย 3 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระตำหนัก ตัดเข้าถนนเกษตรสิน แล้วไปเลี้ยวเข้าซอยเกษตรสิน 11 ประมาณกลางซอยจะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ

เริ่มต้นกันบนถนนมอเตอร์เวย์ บริเวณแยกที่เชื่อมกับถนนสุขุมวิท จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปทางพัทยากลางค่ะ ส่วนหากเลี้ยวขวาก็จะไปทางพัทยาเหนือ, แหลมฉบัง

จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ บนถนนสุขุมวิท ทล.3 เมื่อถึงแยกที่ตัดกับถนนพัทยาใต้แล้วให้เลี้ยวขวาค่ะ

เมื่อเลี้ยวขวาเข้ามาถนนพัทยาใต้แล้ว จะเห็นว่าสภาพบรรยากาศสองฝั่งข้างทางจะค่อนข้าง Local ค่ะ ไม่เหมือนกับพัทยากลาง หรือ พัทยาเหนือ ที่จะออกเป็นแนว Touristy มากกว่า เป็นแบบร้านค้า ตึกแถว แนวดั้งเดิม ความคึกคักวุ่นวายของเมืองก็จะไม่มากเท่ากับพัทยากลาง-พัทยาเหนือ (แต่ก็ยังถือว่าคึกคักอยู่นะ เพราะอยู่ใจกลางเมืองเลย) บริเวณด้านหน้าทางเข้าถนนพัทยาใต้นี้จะมี Big C เป็นห้างใหญ่ไว้สำหรับจับจ่ายซื้อของใช้ของสดกันได้ค่ะ

ตรงเข้ามาอีกหน่อยจะเห็นซอยพัทยาใต้ 1 ซึ่งสามารถทะลุเข้าไปออกถนนพัทยาสาย 3 ได้ ซึ่งถ้าถนนพัทยาใต้นี้ค่อนข้างรถติดก็สามารถใช้ทางนี้เป็นทางลัดได้นะ แต่เดี๋ยวเราจะตรงไปก่อนค่ะ

เมื่อตรงมาอีกหน่อยจะถึงสี่แยกตัดกับถนนพัทยาสาย 3 แล้วค่ะ โดยเราจะเลี้ยวซ้ายกัน

เมื่อเลี้ยวเข้ามาถนนพัทยาสาย 3 แล้วตรงมาเรื่อยๆ สักพักจะเห็นทางแยก โดยเราจะเบี่ยงซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าถนนพระตำหนัก ส่วนฝั่งขวาจะเป็นสะพานยกระดับตรงไปแหลมบาลีฮาย

เมื่อถึงทางแยกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระตำหนัก

จากถนนพระตำหนักก็เลี้ยวตัดเข้ามาถนนเกษตรสิน ซึ่งเป็นถนนหลักบนเขาพระตำหนักนี้ค่ะ

ตรงมายาวๆ จนเห็นป้ายซอย 11 ก็เลี้ยวขวาเข้าไปเลย

ในซอยเกษตรสิน 11 เป็นซอยที่เงียบสงบ จะไม่เหมือนกับที่ซอย 7 หรือซอย 9 ที่คอนโดทยอยไปขึ้นกันเยอะแล้วนะคะ

เข้ามาไม่ไกลก็จะเห็นที่ดินของโครงการที่ถูกล้อมรั้วไว้เรียบร้อย ส่วนสำนักงานขายจะอยู่ในซอยเกษตรสิน 9 ไม่ได้อยู่บนที่ดินโครงการโดยตรงนะคะ

ด้านข้างของที่ดิน ฝั่งขวาติดกับ Heaven Gentlemen Lounge Club สูง 1-2 ชั้น

อีกฝั่งหนึ่งโครงการแจ้งว่าจะมีถนนสาธารณะเลียบข้างโครงการ ซึ่งจะสามารถไปทะลุซอยเกษตรสิน 7 ได้ในอนาคต ส่วนแปลงที่ดินถัดมาเป็นที่ดินเปล่าค่ะ

แล้วทีนี้พอเรามาอยู่ที่เขาพระตำหนัก ก็จะมีคำถามตามมาว่า “แล้วไปหาดยังไง?” คำตอบก็คือ โครงการจะอยู่ใกล้กับ หาดราชวรุณ หรือ หาด Cozy Beach ค่ะ ซึ่งหาดนี้เราสามารถเดินไปได้ อยู่ที่ระยะประมาณ 220 เมตร ซึ่งเป็นหาดที่เราต้องเดินลงเขาไป (มีทำทางเดินไว้แล้ว)

จากโครงการก็เดินไปทางชายหาด ซอยนี้เงียบสงบจริงๆ นะคะ ถ้าเป็นช่วงเย็นๆ หรือกลางคืนคงจะเปลี่ยวทีเดียว

เดินจนสุดถนนก็จะมาเจอกับร้านอาหารริมทะเล เรียงรายกันอยู่บนถนนเลียบหาดเส้นนี้ อย่างซ้ายมือคือร้านภูผาซีวิว

เดินมาอีกหน่อยจะเห็นร้าน The Chocolate Factory เป็นร้านอาหารใหญ่ยาวตามแนวหาดไปเลย

ก่อนถึงร้านนิดนึงจะมีประตูเล็กๆ เป็นทางเดินลงชายหาดค่ะ

ที่ดินแถวๆนี้เป็นที่ดินส่วนบุคคลของบริษัท เกษตรสิน นะคะ ความจริงก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าอาณาเขตที่ดินของเขามันใหญ่แค่ไหน แต่คือ ส่วนที่เป็นชายหาด เป็นหาดสาธารณะอยู่แล้วนะคะ เราลงไปเล่นได้แน่นอน ไม่ผิดกฎหมาย เพียงแต่จุดที่เป็นทางลงเดินลงหาดอาจจะเป็นที่ดินส่วนบุคคลนั่นเอง

ทางเดินลงหาด ทำเป็นบันไดหินไว้แบบนี้ มีราวจับ

สภาพหาดทรายในพัทยา ก็ต้องบอกว่ามันไม่ได้สวยงามเหมือนกับหาดฝั่งอันดามันนะคะ แต่มันก็โอเคในระดับหนึ่ง น้ำทะเลก็ไม่ได้ใสเท่าไหร่ แต่มันก็เป็นฤดูๆไปค่ะ ถ้าเป็นฤดูท่องเที่ยว อย่างหน้าร้อน สภาพหาดก็จะดีหน่อย แต่ถ้าเป็นช่วงมรสุม หาดอาจจะดูสกปรกกว่า น้ำทะเลอาจจะขุ่นกว่า อันนี้ก็ต้องทำใจนะคะ ลองไปดูด้วยตัวเองคะ อธิบายไปก็คงจะไม่เห็นภาพ แต่คนที่เคยไปพัทยาบ่อยๆคงจะเข้าใจดีถึงสภาพทะเลแถวนี้

หาดแถวนี้น่าเล่นรึเปล่าไม่รู้ ต้องดูเอาเองค่ะ 😀

ใกล้ๆหาดนี้ เราจะมองเห็นอาคารสูงๆอยู่สองจุด ทั้งสองอันนั้นคืออาคารของ Royal Cliff Hotel Group คะ ซึ่งก็เป็นโรงแรมที่อายุเยอะแล้วในโซนนี้เช่นกัน

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมบริเวณโครงการจะรายล้อมด้วยโครงการพักอาศัยต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดและที่ดินเปล่า ซึ่งไม่ได้ส่งผลกับเรื่องวิวของโครงการนะคะ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วเป็นอาคาร Low Rise ทั้งหมด ส่วนคอนโดที่สูง 24 ชั้นทางด้านหลังโครงการก็ไม่ได้บล๊อกวิวโครงการแต่อย่างใด เพราะโครงการออกแบบให้ทางฝั่งที่หันมาชนคอนโดสูง เป็นแนวผนังทึบไปค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • หาดราชวรุณ (Cozy Beach) ~220 ม.
  • วัดเขาพระบาทพัทยา ~1.4 กม.
  • อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ ~1.4 กม.
  • แหลมบาลีฮาย ~2 กม.
  • หาดพัทยาใต้ ~ 2.2 กม.
  • Pattaya Park Water World ~2.8 กม.
  • เซนทรัลเฟสติวัล พัทยา ~3.9 กม.
  • Big C พัทยาใต้ ~4.7 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

ภาพจำลองตัวโครงการ Andromeda เขาพระตำหนัก หนึ่งในคอนโดฯ พักตากอากาศของ Apus ตัวโครงการเป็นคอนโด High Rise สูง 36 ชั้น ในสไตล์ Modern Tropical บนทำเลเขาพระตำหนัก ซึ่งจุดเด่นที่สุดของโครงการคือทำเล ซึ่งปัจจุบันเป็นคอนโดสูงที่อยู่ใกล้ชายหาด Cozy Beach ที่สุด จึงเปิดมุมมองไปสู่ทะเลได้โล่งโดยเฉพาะในทิศเหนือและตะวันตก โดยทางโครงการก็ทราบจุดแข็งของโครงการดี จึงจัด Facility ส่วนกลางมาบนชั้นสูง ในมุมที่เปิดให้เห็นวิวทะเลเน้นๆ และจัดให้มาเยอะเหมือนคอนโดในกรุงเทพฯ เลย

ภาพจำลองตัวโครงการ Andromeda เขาพระตำหนัก ในมุมที่มองจากทะเลเข้ามา ปัจจุบันเป็นตึกสูงที่อยู่ใกล้หาด Cozy Beach ที่สุดจึงไม่มีอาคารสูงบังนะคะ

รูปร่างที่ดินของโครงการเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 1 ไร่ 3 งาน โดยที่ด้านหน้าทางเข้าอยู่ติดกับซอยเกษตรสิน 11 การวาง Layout ของโครงการ วางตึกเป็นรูปตัว L เพื่อเน้นช่องเปิดรับวิวทะเลทั้ง 3 หาด คือทางด้านเหนือจะได้วิวแหลมบาลีฮาย ส่วนทางทิศตะวันตกจะได้วิวบริเวณหาด Cozy Beach และทางทิศใต้จะได้วิวหาดจอมเทียน

มาดูภาพรวมของโครงการ Andromeda เขาพระตำหนัก กันก่อนนะคะ เนื่องจากที่ตั้งของทำเลอยู่ในบริเวณที่ได้วิวทะเล 3 ด้านแบบไม่มีอาคารสูงบัง จึงเป็นทำเลที่ดีมากสำหรับคอนโดตากอากาศ ทำให้โครงการนี้ทำโครงการออกมาจับกลุ่มตลาดบน ยกชั้น Facility หลักๆ เอาไปไว้บนชั้น 24-25 แบบเต็มชั้น ทำให้ลูกบ้านมีพื้นที่ส่วนกลางให้ได้มานั่งเล่นเปลี่ยนบรรยากาศ ทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมชมวิวทะเลในมุมสูงไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่

สำหรับพื้นที่โดยรอบยังไม่มีตึกสูงบังวิวในระยะประชิดเลย ส่วนใหญ่เป็นอาคารพักอาศัยไม่เกิน 2 ชั้น จึงไม่มีผลกับวิวห้องพักอาศัยสักเท่าไหร่

ด้านหลังโครงการจะติดกับที่ดินเปล่าและซอยเกษตรสิน 9 ซึ่งฝั่งตรงข้ามจะตรงกับคอนโดสูง 24 ชั้น และทางทิศตะวันออกนี้เป็นฝั่งที่หันเข้าหาเมือง ก็จะมีคอนโดสูงอีกหลายแห่งที่บังวิวในระยะไกลทางทิศนี้ ทางโครงการจึงมีการออกแบบให้ฝั่งนี้มีช่องเปิดน้อย แล้วไปเน้นช่องเปิดในอีก 3 ทิศที่เห็นทะเลแทนนะคะ

ทางเข้าออกของโครงการจะแบ่งทางเข้าออกแยกกันชัดเจนระหว่าง ประตูทางเข้าออกของคนเดิน และประตูทางเข้าออกของรถยนต์ ซึ่งทางโครงการมีการรักษาความปลอดภัยด้วยระบบ Key Card ตั้งแต่หน้าทางเข้าโครงการ พร้อมพี่รปภ.คอยดูแลบริเวณทางเข้า

เส้นทางการเดินรถยนต์ในโครงการเข้าใจง่ายคือเข้าไปแล้วจะมีทางเดินรถวนขวารอบโครงการ หรือหากใครต้องการวนส่งลูกบ้านบริเวณ Drop-Off ก็ตรงเข้าไปได้เลย บรรยากาศบริเวณด้านหน้าทางเข้าจะมีสวนส่วนกลางอยู่ทางฝั่งซ้าย การมีสวนอยู่ในตำแหน่งนี้นอกจากจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้ลูกบ้านมาใช้งานกันแล้ว ยังเป็นการสร้างความเป็นส่วนให้แก่พื้นที่ด้านในโครงการอีกด้วย

สำหรับที่จอดรถของโครงการจะอยู่ในชั้นใต้ดิน ซึ่งทำเป็นชั้นจอดรถ 2 ชั้น จัดช่องจอดรถมาประมาณ 63 คันคิดเป็น 30% รวมจอดซ้อนคัน 10 คัน คิดเป็น 34 %

ตามคอนเซปต์ของการเป็นคอนโดฯ ตากอากาศ นอกจากจะมีการออกแบบห้องพักให้มีช่องเปิดอย่างเต็มที่แล้ว ในส่วนของโถงทางเดินส่วนกลางก็มีความโปร่งโล่งด้วยช่องเปิดไม่แพ้กัน เช่น ช่องเปิดบริเวณเส้นประสีเหลือง เป็นช่องเปิดโล่งให้แสงธรรมชาติและลมผ่านเข้าไปยังโถงทางเดินแต่ละชั้นได้ จึงช่วยประหยัดค่าไฟให้กับลูกบ้านได้อีกทางหนึ่งด้วยนะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 24-25 เป็น Facility หลักของโครงการแบบจัดมาเต็มๆ ในแต่ละชั้น ก็จะมีฟังก์ชันส่วนกลางที่ต่างๆ กันออกไปอย่างหลากหลาย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยให้ได้มากสุด ส่วนที่เป็นไฮท์ไลท์คือสระว่ายน้ำที่ชั้น 25 ที่เป็่นแบบ Infinity Edge Pool ที่สามารถเห็นวิวชายหาดทั้ง 3 ได้รอบ ส่วนชั้น Rooftop ก็จะมีสวนให้ขึ้นไปชมวิว เปลี่ยนบรรยากาศกันได้

สรุป Main Facilities ที่ชั้น 24-25 เพื่อให้สามารถใช้ Facilities ไปพร้อมกับชมวิวทะเลได้อย่างจุใจ โดยจะประกอบไปด้วย

  • ชั้น 24 – Fitness Center
  • ชั้น 25 – Panoramic Spa Pool, Jacuzzi & Hydroterapy, Steam & Sauna, Library Room, Entertainment Room

Master Plan ของโครงการ Andromeda เขาพระตำหนัก บนชั้น Ground Floor ซึ่งจะเป็นพื้นที่ต้อนรับส่วนแรก ภายในอาคารหลักๆ จะเป็นส่วนของ Lobby ที่อยู่บริเวณด้านหน้า จัดพื้นที่ออกมาให้มีขนาดใหญ่ มีทั้งโซน Indoor และ Outdoor รองรับลูกบ้านหรือแขกของลูกบ้านได้เต็มที่ และยังมี Facilities ส่วนกลาง ได้แก่ Meeting Room, Residence Study Room และ Game Room ด้วย

ในชั้นนี้พื้นที่นอกอาคารส่วนใหญ่จะเป็นทางเดินรถ โดยมีทางเข้าออกรถโครงการทางเดียวคือทางซอยเกษตรสิน 11 โครงการจัดพื้นที่จอดสำหรับลูกบ้านไว้ที่ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น คิดเป็นที่จอดรถ 30% จัดว่าให้มาเป็นปกติของคอนโดพักตากอากาศ นอกจากที่จอดรถในชั้นใต้ดินแล้ว ภายนอกอาคารยังมีสวนหย่อมให้สามารถมาเดินเล่น เปลี่ยนบรรยากาศได้อีกด้วย ส่วน Lift ของโครงการจะมีทั้งหมด 2 ตัวและ Service Lift อีก 1 ตัว มีอัตราส่วนลิฟท์เฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 108 : 1 ซึ่งถือว่าค่อนข้างโอเค สำหรับคอนโดตากอากาศ

ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Lobby โครงการ ออกแบบเป็นฝ้าเพดานสูง ให้บรรยากาศดูโปร่งโล่ง ในสไตล์ Modern Tropical เน้นให้เกิดบรรยากาศที่ดูผ่อนคลาย และใกล้ชิดธรรมชาติ

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ Outdoor Lobby มาพัทยาทั้งที ก็คงอยากสัมผัสอากาศธรรมชาติบ้าง จึงมีพื้นที่นอกอาคารให้นั่งเล่นกันด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Study Room เป็นส่วนกลางที่สามารถจองเข้าใช้งาน เพื่อความเป็นส่วนตัวได้

ห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 โดยผังชั้น 2-23 ก็จะคล้ายๆ กันทั้งหมดคือจัดเป็นห้องพักอาศัยทั้งชั้น จะต่างกันแค่บางชั้นจะมีการจัดพื้นที่สีเขียวเพิ่ม เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูร่มรื่น แต่ละชั้นมีจำนวนยูนิตต่อชั้นไม่มากเพียง 8 ยูนิต ส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom มีทั้งหมด 4 ห้อง ห้อง Studio 2 ห้อง และห้อง 2 Bedroom จะเป็นห้องมุมของอาคารอีก 2 ห้อง

ขึ้นมาที่ชั้น 24 เป็นชั้น Facility หลักของโครงการ ถือว่าจัดมาให้เยอะสำหรับคอนโดพักตากอากาศ ส่วนกลางที่จัดไว้ให้ในชั้นนี้ ได้แก่ Fitness & Yoga ที่เป็นผนังกระจก สามารถชมวิวทะเลได้ และห้องน้ำ 2 ชั้น แยกชาย หญิง

ขึ้นมาที่ชั้น 25 ส่วนกลางที่จัดไว้ให้ในชั้นนี้ ได้แก่ Swimming Pool ขนาดประมาณ 13 x 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร. ภายในแบ่งเป็นสระเด็กไว้ให้ สำหรับใครที่อาจไม่ได้ชอบว่ายน้ำหนักๆ จะมี Jacuzzi ให้นั่งแช่น้ำ นวดตัว ชมวิวได้สบายๆ นอกจากนี้ก็จะมีส่วนกลางแบบ Indoor ซึ่งมาในฟังก์ชันสำหรับการพักผ่อนโดยเฉพาะ จัดไว้ทั้ง Library Room, Entertainment Room และในห้องน้ำชั้นนี้ก็จะเป็นส่วนของ Steam & Sauna

ขึ้นมาที่ชั้น 26 ใครที่ชอบความ Private แนะนำให้เลือกชั้น 26 ขึ้นไปจนถึง 35 เพราะจำนวนยูนิตต่อชั้นจะลดลงเหลือเพียง 4 ยูนิต/ชั้น เป็นห้อง Studio 2 ห้อง และห้อง 2 Bedroom ที่เป็นห้องมุมอีก 2 ห้อง

สำหรับชั้นบนสุดของอาคารจะเป็น Rooftop Floor ซึ่งสามารถขึ้นมาถึงจากทางลิฟท์ได้เลย ส่วนกลางบนชั้นนี้จัดเป็นพื้นที่สวนที่สามารถมาจัดปาร์ตี้ได้ มีมุมต่างๆ ให้นั่งชมวิว นั่งพักผ่อน นอกจากพื้นที่บนนี้จะใช้เป็น Facilities ที่ชั้นบนสุดแล้ว Roof Floor ยังมีข้อดีที่ช่วยป้องกันความร้อนจากบนหลังคาให้แก่พื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 40 ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

วิวที่มองออกมาจากตึกของโครงการ หลักๆแล้ว จุดที่จะมองเห็นทะเลชัดๆ ก็คือทิศเหนือ และทิศตะวันตกเป็นหลัก ทิศใต้จะมองเห็นแบบไกลๆ โดยเฉพาะทิศใต้อาจจะต้องขึ้นไปชั้นสูงๆหน่อย ส่วนทางทิศตะวันออกทางโครงการไม่ได้ทำห้องให้หันมาทางทิศนี้เลย เพราะจะโดนบล๊อกวิวด้วยอาคารสูงหลายแห่งและจะได้วิวเขาพระตำหนักแทนวิวทะเลนะคะ ภาพนี้ลองขีดเส้นมาให้ดูคร่าวๆ แบบนี้ค่ะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

1st Floor

  • Lobby
  • Meeting Room
  • Residence Study Room
  • Play Room
  • Landscape Gardens

24th Floor

  • Fitness Center

25th Floor

  • Panoramic Spa Pool ระบบเกลือ ขนาด 13 x 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • Jacuzzi & Hydroterapy
  • Steam & Sauna
  • Library Room
  • Entertainment Room

Rooftop Floor

  • Sky Garden

 

  • 2 Passenger Elevators
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 108 :  1
  • 1 Firefighter Elevators
  • ที่จอดรถประมาณ 63 คันคิดเป็น 30% รวมจอดซ้อนคัน 10 คัน คิดเป็น 34 %
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • Alarm System / Door Lock Syatem

 


Product Walkthrough

ห้องพักอาศัยมีให้เลือกหลายขนาดเลยนะคะ ตั้งแต่ห้องแบบ Studio 27 ตร.ม. ไปจนถึง 2  Bedroom 64 ตรม. วันนี้มีห้องตัวอย่างมาให้ชมกัน 2 แบบ คือ แบบ 1 Bedroom ขนาด 34 ตร.ม. และอีกแบบคือ แบบ 2 Bedroom ขนาด 60 ตร.ม. โครงการขายแบบ Fully Fitted ให้เฟอร์มาบางส่วน เช่น เคาน์เตอร์ครัว Hob&Hood, ตู้เก็บของแบบBuilt-in ,วัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำและติดตั้งแอร์แบบ Ceiling Concealed Type (ฝังฝ้า) มาให้ค่ะ

ห้อง 1 Bedroom Type B5 เป็นการวางแปลนของห้องพักตาอากาศจึงเน้นสร้างความโปร่งโล่งให้ห้อง ออกแบบให้พื้นที่หลายส่วนเชื่อมโยงสามารถเปิดเป็นฉากกั้นเชื่อมต่อกันได้ ความพิเศษของ Layout แบบนี้คือประตูกั้นห้องที่กั้นระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่ มีข้อดีอย่างเวลาที่อยู่กัน 2 คน คุณผู้ชายอาจจะอยากนั่งดูทีวี ส่วนคุณผู้หญิงอยากจะนอนก่อนก็สามารถปิดฉากกั้นห้องได้ หรือถ้าชอบนอนดูทีวี ก็สามารถดูจากบนเตียงได้เลย เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยของห้องได้เต็มที่ และมีห้องน้ำในตัวเลย ซึ่งห้องน้ำจะออกแบบให้เข้าได้ 2 ทาง ทั้งจากทางห้องนอน และทางห้องครัว เวลาที่ผู้อยู่อาศัยอยู่ห้องก็สะดวกสบาย แต่ระหว่างห้องนอนกับห้องน้ำจะเป็นเพียงฉากกั้นเท่านั้น ไม่ได้เป็นประตูแบบที่ล็อกได้ตามปกติ จึงเหมาะกับการมาพักผ่อนกันในครอบครัว หรือมากับแฟนนะคะ

ส่วนครัวจะได้ครัวแบบครัวเปิด ตำแหน่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องเลย เหมาะกับเตรียมอาหารอาหารเบาๆ ไม่เน้นผัด หรืออาหารที่มีกลิ่นแรงๆ การวางตำแหน่งครัวอยู่ด้านหน้าดีตรงที่ ถ้าวันไหนไปช้อปปิ้งของกินของใช้เข้าบ้านมาหนักๆ พอมาถึงห้องปุ๊บก็เอามาวางพักไว้ตรงนี้ได้ หรือเก็บของสดเข้าตู้เย็นได้เลย ติดกันเป็นโต๊ะอาหาร 2 ที่นั่ง ถัดจากครัวจะเป็นห้องนั่งเล่นที่ให้โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ด้านในมีส่วนระเบียงที่ให้พื้นที่มากว้างพอสมควร

ประตูหน้าห้องได้บานไม้ปิดผิวด้วยลามิเนต ติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ เป็นของ Samaung หรือเทียบเท่า พร้อมมือจับแบบก้านโยก

เข้ามาในห้องจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัวทางฝั่งซ้าย ฝั่งขวาเป็นห้องน้ำ ถัดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับหน้าต่าง รับแสงธรรมชาติจากด้านนอกเข้ามาในห้อง ด้านหลังโซฟาเป็นห้องนอน มีประตูเลื่อนกั้นเพิ่มความเป็นส่วนตัว ห้องมีความสูงของฝ้าเพดานที่ 2.7 ม. ซึ่งเป็นระยะที่สูงดี ทำให้ห้องดูโปร่ง ส่วนพื้นห้องจะได้เป็นพื้นกระเบื้องยางสีตามในห้องตัวอย่าง

มาดูพื้นที่ใช้สอยด้านหน้าห้องจะเป็นพื้นที่ส่วนครัวและพื้นที่รับประทานอาหาร ส่วนทางซ้ายติดกับประตูห้องเลยเป็นทางเข้าห้องน้ำจากทางฝั่งครัว โครงการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้เรียบร้อย ห้องจริงก็จะได้แบบนี้เลย แต่จะไม่ได้ให้เครื่องใช้ไฟฟ้า และชุดโต๊ะทานข้าวนะคะ

ถัดมาจะเป็นส่วนของพื้นที่ครัว ซึ่งเป็นครัวแบบเปิดจึงไม่เหมาะกับการทำอาหารที่มีกลิ่นแรงซักเท่าไร ส่วนนี้จะ Built-in Counter ครัวและเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นไว้ให้ ในห้องตัวอย่างติดตั้งตู้เย็นขนาด 11.9 คิวไว้ เวลาเลือกซื้อตู้เย็นเข้าห้องอย่าลืมคำนึงเรื่องขนาดพื้นที่วางด้วยนะคะ ส่วน Counter ครัวได้เป็นตัวครัวตัว I พอเหมาะกับการใช้งานในคอนโดแบบ 1 ห้องนอน

เคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมีตู้เก็บของเป็นตู้บานเปิดปิดและลิ้นชัก ซึ่งบานพับจะเป็นแบบ Soft Close ตู้หนึ่งเป็นลิ้นชัก 2 ตอน ไว้เก็บช้อนส้อม เก็บจาน พร้อมตู้โล่ง 1 ช่อง ไว้สำหรับวางไมโครเวฟอีกตู้หนึ่งไว้ใช้เก็บของเล็กๆน้อยๆได้แต่ใส่ของเต็มไม่ได้นะคะเพราะต้องเว้นพื้นที่เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างจานด้วยนะคะ

มือจับตู้ถูกออกแบบให้ขอบด้านบนถูกเฉือนเป็นสามเหลี่ยม เพื่อให้เกิดช่องสำหรับสอดมือไปดึงลิ้นชักออกได้ ซึ่งแบบนี้มีข้อดีที่ไม่ต้องกลัวมือจับตู้หลุดอีกต่อไปค่ะ

มาดูส่วนบนของเคาน์เตอร์ครัวกันบ้าง ให้ช่องเคาน์เตอร์มา 3 ช่องนะคะ ช่องหนึ่งเป็นซิงค์ล้างจาน อีกช่องเป็นเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน อีกช่องเป็นเคาน์เตอร์โล่งไว้ให้เป็นพื้นที่เตรียมอาหาร  Top Counter ได้วัสดุเป็นหินสังเคราะห์ผสมหิน Quartz ส่วน Backsplash ในห้องจริงจะได้เป็นชั้นสำหรับวางของแบบนี้

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวของ Mex จะใช้อุ่นอาหารเล็กๆน้อยๆ หรือ ทำอาหารทานกันในห้องก็ได้ มาพร้อมเครื่องดูดควันของ Mex โดยจะเป็นระบบหมุนเวียน จึงไม่เหมาะกับการทำอาหารหนักๆ นะคะ

ถัดไปเป็นซิงค์ล้างจานของ Mex มีขนาดพอใส่จานใส่แก้วได้ 2-3 ใบ และมีความลึกพอสมควรที่จะล้างแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมา

ตู้ลอยสำหรับเก็บของด้านบนเป็นตู้บานเปิด 4 ตู้ ภายในแบ่งเป็นช่องเก็บของ ตัวบานพับเปิดปิดเป็นแบบ Soft Close เช่นเดียวกับตู้ใต้เคาน์เตอร์ครัวนะคะ

ถัดมาที่ชุดโต๊ะทางอาหารแบบ 2 ที่นั่ง จัดวางชิดเคาน์เตอร์ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งมันจะบังเคาน์เตอร์ด้านใน ทำให้เข้าไปใช้งานไม่ได้ แนะนำให้เลื่อนเก้าอี้ตัวในออกแล้วใช้โต๊ะทานอาหารเป็นพื้นที่เตรียมอาหารไปก่อน พอทำเสร็จเรียบร้อยค่อยจัดเป็นโต๊ะทานอาหารจะลงตัวขึ้น เพราะจากแปลนห้องตำแหน่งวางโต๊ะตรงนี้ก็ดูลงตัวที่สุดแล้วนะ

ลองขยับเก้าอี้ดู ก็มีพื้นที่เหลือพอให้เข้าไปนั่งได้สะดวก

ถ้าวางโต๊ะทานอาหารตำแหน่งนี้ เคานต์เตอร์ครัวจะใช้ไม่ค่อยสะดวก ทางโครงการจึงออกแบบเคาน์เตอร์ให้มีบานเปิดด้านข้าง สามารถเก็บของได้อีกเยอะทีเดียวค่ะ

ต่อไปมาดูภายในห้องน้ำ จะแบ่งส่วนเปียกแห้งไว้ด้วยฉากกั้นอาบน้ำ ผนังและพื้นโดยรอบทั้งหมดปูด้วย Homogenius Tile ลายหินอ่อน ซึ่งกระเบื้องชนิดนี้มีการผลิตเลียนแบบหินธรรมชาติโดยการนำเอาสีเซรามิกเข้าไปผสมกับเนื้อดินเพื่อให้เกิดสีขึ้นในเนื้อดินเลย ทำให้กระเบื้องทั้งแผ่นมีสีเหมือนกัน นั่นเป็นข้อดีคือเมื่อเราใช้กระเบื้องไปนานๆจนเกิดการกร่อนของผิวหน้า กระเบื้องจะยังไม่เกิดปัญหาเหมือนกับกระเบื้องที่เคลือบผิว เพราะเมื่อผิวด้านบนสึกไปพื้นด้านล่างก็ยังคงมีสีเช่นเดียวกับพื้นด้านบน คุณสมบัติสำคัญคือการดูดซึมน้ำต่ำ มีความทนทานในการใช้งานค่ะ

ประตูเข้าห้องน้ำเข้าได้จากทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่งทางห้องครัวและทางห้องนอน โดยประตูทางฝั่งห้องครัวจะได้เป็นบานเปิดปิด ส่วนประตูฝั่งห้องนอนได้เป็นฉากกั้นแบบบานเลื่อนค่ะ

ในส่วนของวัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำจะได้ตามห้องตัวอย่างเกือบทั้งหมด ต่างกันคือกระจกติดผนังที่ได้จริงจะไม่ได้มีซ่อนไฟเหมือนห้องตัวอย่าง และตัวกระจกจะเป็นแบบติดผนังไปเลย

อ่างล้างหน้าของ Cotto มีขนาดใหญ่ทีเดียว เป็นเคาน์เตอร์หินอ่อนที่มีพื้นที่ด้านข้างอ่างสำหรับวางของได้พอสมควรเลย ก๊อกที่ติดตั้งมาให้ของ  Cotto สามารถเลือกเปิดน้ำร้อน/เย็น ได้

โถสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้นของ Cotto หรือเทียบเท่า มาเป็น Set กับสายชำระและที่แขวนกระดาษชำระ

ต่อไปมาดูพื้นที่อาบน้ำกันบ้าง จะถูกกั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจก Tempered ซึ่งเป็นแบบบานเปิดปิด มีมือจับสามารถจับเปิดได้สะดวก ช่วยกันไม่ให้น้ำจากพื้นที่ส่วนเปียกกระเด็นออกมาในพื้นที่ส่วนแห้งค่ะ

ทางโครงการเก็บรายละเอียดมาดี โดยฉากกั้นอาบน้ำก็จะติดยางกันกระแทกไว้ให้ จะได้สะดวกเวลาใช้งานจริงนะคะ

ภายในที่อาบน้ำติดตั้งอุปกรณ์มาให้เรียบร้อยทั้งแบบมือจับและแบบ Rain Shower

หน้าตาของฝักบัวและก๊อกฝักบัวชนิดผสมของ Cotto นะคะ มีขนาดจับได้ถนัดมือดี

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 1.1 x 1 ม. ใช้งานได้สะดวกพอสมควร

ฝั่งตรงข้าม Shower Box เป็นตำแหน่งของตู้เสื้อผ้าแบบมีหน้าบานปิด ห้องจริงที่ส่งมอบให้ลูกบ้านก็จะได้เฟอร์นิเจอร์แบบนี้เลย

ส่วนประตูระหว่างห้องน้ำและห้องนอนจะกั้นด้วยฉากบานเลื่อน แต่ไม่ได้มีตัวล็อกติดมาให้นะ ห้องแบบนี้จึงน่าจะเหมาะกับการมาพักผ่อนกับคนในครอบครัว ไม่งั้นถ้าเปิดเข้ามาตอนอาบน้ำคงเขิลกันไม่ใช่น้อยค่ะ

ถัดมาในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีการจัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่น มีระยะห่างประมาณ 1.8 เมตร มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ 42 นิ้ว

ตอนนี้มีโปรโมชั่นถ้าซื้อในงาน Presale จะได้ชั้นวางทีวีตามแบบในห้องตัวอย่าง โดยชั้นวางทีวีจะได้เป็นหินอ่อน ส่วนชั้นลอยด้านบนเป็นำม้ลามิเนตค่ะ

ด้านข้างมีโซนนั่งเล่นมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไประเบียง ตัวเฟรมวงกบเป็นอลูมิเนียม ส่วนตัวบานเป็นกระจกจึงรับแสงธรรมชาติได้มาก

พื้นระเบียงถูกลดระดับลงไปจากพื้นห้องเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำจากระเบียงไหลเข้าตัวห้อง

เฟรมมีความแข็งแรงดีทีเดียว เพราะต้องรับแรงปะทะของลมจากทะเล

พื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 2.6 x 1.1 ม. เป็นพื้นที่ไว้สำหรับวางราวตากผ้าขนาดเล็ก หรือไว้มานั่งเล่นเปลี่ยนบรรยากาศ พื้นได้เป็น Homogenious Tile ที่มีคุณสมบัติดูดซึมน้ำต่ำ เหมาะกับการใช้งานภายนอก ส่วนราวกันตกเป็นกระจกทำให้เวลามองออกมาจากภายในห้องจะสามารถเห็นวิวด้านนอกได้ ดูไม่ทึบตัน

ต่อไปมาดูห้องนอนกันค่ะ จะอยู่ด้านหลังห้องนั่งเล่น แยกส่วนกันด้วยประตูบานเลื่อน 2 ตอน วัสดุประตูเป็นบานไม้ทึบปิดผิวด้วย Wallpaper

บานประตูเป็นแบบ 2 ตอน ใช้รางบนรางเดียว ทำให้พื้นด้านล่างเชื่อมต่อกัน โครงการออกแบบช่องเก็บประตูไว้เรียบร้อย เวลาเปิดประตูก็สามารถเดินเชื่อมทั้ง 2 ห้องได้เต็มพื้นที่

ด้านในห้องนอนมีพื้นที่พอสมควรให้วาง Furniture ได้แก่ เตียงขนาด 5 ฟุต พอวางไว้ตรงกลางแล้วจะเหลือพื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง

เวลาเปิดประตูกั้นห้องก็สามารถนอนดูทีวีได้จากบนเตียงแบบนี้

ด้านข้างเตียงมีหน้าต่างบานใหญ่ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่ง ไม่อึดอัด และสามารถนอนมองวิวจากบนเตียงนอนได้เลย

หน้าต่างในห้องนอนจะมีบานที่เป็นบานเปิดด้วย ทำให้สามารถเปิดระบายอากาศ และรับแสงธรรมชาติได้นะคะ

มือจับดูได้มาตรฐาน แข็งแรงดี

ห้องมาตรฐานจะไม่ได้มีเตียงและหัวเตียงมาให้ แต่ถ้าใครจองในงาน Presale จะได้หัวเตียงแบบในห้องตัวอย่างด้วยค่ะ แต่ส่วน Decoration ผนังจะไม่ได้ให้ จะได้เป็นผนังฉาบเรียบธรรมดานะ

โต๊ะหัวเตียงที่ได้สามารถเลื่อนได้ ใครอยากย้ายไปเก็บของบริเวณอื่น ก็สามารถทำได้นะคะ

พื้นที่ข้างเตียงนอนอีกฝั่งหนึ่ง เป็นทางเข้าออกห้องน้ำ ซึ่งฉากที่โครงการกั้นไว้ก็จะได้แบบนี้ มาพร้อมตู้เก็บของด้านข้าง

เป็นตู้ไม้ปิดผิวลามิเนต ภายในแบ่งเป็นชั้นๆ ช่องบนแบ่งเป็นตู้ช่องโล่งไว้โชว์ของส่วนด้านล่างเป็นตู้บานเปิดปิดค่ะ

อีกห้องหนึ่งคือแบบ 2 Bedroom Type D8 เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเกือบเป็นอีกเท่าของห้องแรกเลยนะคะ จึงได้พื้นที่ใช้สอยในแต่ละส่วนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ห้องแปลนแบบนี้จะเป็นห้องมุมทำให้มีช่องเปิดอยู่หลายตำแหน่ง จัดพื้นที่มาโดยเน้นให้พื้นที่ Living เชื่อมกับระเบียงขนาดใหญ่และห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ได้ช่องแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ พื้นที่ภายในห้องจึงดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด

จากประตูเข้ามาพื้นที่ส่วนแรกอยู่ติดกับประตูเลยเป็น Pantry ครัวเช่นเดียวกับห้องแบบแรก ส่วนพื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ถัดเข้าไปด้านใน ติดกันกับเคาน์เตอร์ครัวเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันระหว่างพื้นที่ส่วนกลางและห้องนอน 1 ค่ะ

พื้นที่ที่ติดกับประตูในห้องมาตรฐานจะมาเป็นที่โล่งไม่ได้ Built-in ตู้ไว้ให้ แต่ถ้าใครจองในวัน Presale ก็จะได้ตู้ที่ Built-in นี้ด้วย ทำไว้ให้เป็นตู้รองเท้าใส่ของได้นิดหน่อย

ชุดครัวจะได้ขนาดใหญ่กว่าแบบแรกทำให้มีพื้นที่สำหรับวางส่วนผสมและวางของมากขึ้น

ส่วนที่ต่างจากห้องแบบแรกคือ Induction Hob ของห้อง Type นี้จะได้เป็นแบบ 4 หัว ของ Mex หรือเทียบเท่า

พื้นที่วางตู้เย็นของห้อง Type นี้มีจะกระเถิบออกมาจากเคาน์เตอร์ครัวหน่อย เวลาทำอาหารก็เตรียมหยิบของไปให้ครบหรือไม่ก็ต้องเดินมาหยิบอีกรอบ

โครงการ Built-in ตู้เก็บรองเท้าและตู้ใส่เครื่องซักผ้าไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่ถ้าใครที่อยากได้ตู้ครบเชตแบบนี้ทางโครงการก็มีจัดเป็นโปรโมชั่นให้ในงาน Presale ค่ะ

มาดูภายในห้องน้ำกันต่อ ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนเปียก-แห้งไว้เรียบร้อย พร้อมติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเหมือนกับห้องน้ำในห้องแบบแรกเลยนะคะ

พื้นที่ภายในห้องน้ำมีการแบ่งพื้นที่โซนเปียกและโซนแห้งไว้เรียบร้อย พื้นที่อาบน้ำจะได้ฉากกั้นบานเปิดปิด ภายในติดตั้งฝักบัวอาบน้ำ ที่วางสบู่ และติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้แล้วเรียบร้อย

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดใหญ่กว่าห้องแบบแรกหน่อย ประมาณ 1.45 x 1 ม.

ต่อมาดูห้องนอน 1 ที่อยู่ติดกันกับห้องน้ำ แม้ว่าห้องจะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่ก็พอเหมาะสำหรับคอนโดตากอากาศ และยังได้หน้าต่างบานใหญ่เต็มผนังแบบ Bay Window รับวิวและแสงะรรมชาติได้เต็มๆ ช่วยให้บรรยากาศดูโปร่งขึ้นได้มาก ทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้เลย

ภายในห้องจัดเตียงเดี่ยวไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งถ้าใครจองห้องในงาน Preslae ก็จะได้ชุดหัวเตียงตามแบบในห้องตัวอย่างด้วยค่ะ

พื้นที่ภายในห้องอีกฝั่งหนึ่ง เป็นพื้นที่ทางโครงการ Built-in ไว้ให้เป็นตู้เสื้อผ้าบานเปิดปิดแบบ 2 บาน

ออกมาดูพื้นที่ส่วนกลางของห้องเป็น Common Area ขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนหลักๆ คือทานอาหารและนั่งเล่น พื้นที่บริเวณนี้จะได้แสงธรรมชาติที่ผ่านประตูกระจกที่กั้นระเบียงเข้ามา ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของห้องเป็นตำแหน่งของห้องนอน 2 ค่ะ

โซนโต๊ะทานอาหารสามารถวางโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งได้ โดยตำแหน่งของโต๊ะทานอาหารจะเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นดูทีวี ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนหลักๆ ที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งเล่นดูทีวี ทานข้าว ทำอาหารกันในบริเวณนี้ เวลานั่งทานอาหารก็สามารถมองเห็นและพูดคุยกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่นั่งดูทีวี หรือยืนทำอาหารอยู่ในครัวได้

ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีจุดไฮท์ไท์ที่อยู่ติดกับประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่ใช้เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ระเบียงได้ ทำให้สามารถดูทีวีและนั่งชมวิวภายนอกไปได้พร้อมๆ กัน พื้นที่ตรงนี้สามารถจัดวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง มีระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่นประมาณ 2.3 เมตร มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ 50 นิ้ว ซึ่งโครงการขายห้องแบบ Fully Fitted จึงไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์มาด้วย ผู้อยู่อาศัยก็สามารถเลือกตามแบบที่ชอบได้เลยค่ะ

ถ้าใครจองห้องในงาน Presale ก็จะได้ชั้นวางทีวี Built-in ให้เรียบร้อยเหมือนในห้องตัวอย่างเลย

ประตูกระจกสำหรับเปิดไประเบียงเป็นประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน จึงเปิดรับลม ชมวิวได้กว้าง

พื้นที่ระเบียงมีความน่าใช้งาน เพราะทางโครงการออกแบบให้เชื่อมต่อกับโซนนั่งเล่นแบบเต็มๆ

ถัดมาที่ห้องนอนใหญ่ เป็นห้องที่มีห้องน้ำในตัวและบริเวณทางเข้าห้องจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet โดยทางโครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าให้ 2 ฝั่งตามแบบในห้องตัวอย่างเลย

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ 2 ชิ้นนี้ ถ้าเป็นห้องมาตรฐานจะไม่ได้มีมาให้นะคะ แต่จะมีให้เป็นโปรโมชั่นเฉพาะในงาน Preslae ค่ะ

พื้นที่ห้องน้ำในห้องนอน 2 มีขนาดพอๆ กับห้องส่วนกลาง จัดฟังก์ชันไว้ครบถ้วน แบ่งพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน ด้านหน้าสุดของห้องเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง ได้แก่ อ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ โดยจะได้วัสดุอุปกรณ์สเปคเดียวกับห้องน้ำแบบแรกเลย ถัดเข้าไปด้านในเป็นพื้นที่อาบน้ำจะถูกแบ่งพื้นที่ด้วยฉากกั้นกระจกนิรภัย

ส่วนที่ต่างห้องน้ำส่วนกลางคือ จะมีพื้นที่วางของด้านข้างอ่างล้างหน้าเพิ่มเข้ามาอีกหน่อย

พื้นที่อาบน้ำขนาดกะทัดรัด ประมาณ 1 x 1 ม. พอใช้งานได้ แต่ถ้าคนตัวใหญ่แนะนำให้อาบที่ห้องน้ำอีกห้องจะกว้างกว่าค่ะ

ผ่านพื้นที่ Walk-in Closet ก็เข้าสู่โซนพักผ่อน ที่ได้พื้นที่ใช้สอยที่กว้างมาก มีตำแหน่งวางเตียงและพื้นที่นั่งเล่นริมหน้าต่างที่ได้วิวภายนอกแบบเต็มๆ ซึ่งเป็นหน้าต่างบานใหญ่ในลักษณะของ Bay Window จึงช่วยเปิดมุมมองของวิวด้านนอก ทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้เช่นกัน

ห้องนอนมีพื้นที่พอให้วางเตียงขนาดใหญ่แบบ 6 ฟุตได้ ซึ่งห้องมาตรฐานจะไม่ได้ให้เฟอร์ฯ มานะคะ แต่ถ้าจองในวัน Presale ก็จะได้หัวเตียงมาตามแบบในห้องตัวอย่างค่ะ

ถ้าจัดห้องตามแบบในห้องตัวอย่างจะมีพื้นที่ให้วางโซฟานั่งเล่นตรงมุมห้อง ส่วนผนังลายไม้ที่อยู่ข้างโคมไฟเป็น Wall Decoration ไม้ได้เป็นตู้ Built-in ซึ่งเราสามารถเก็บไว้เป็นไอเดียในการแต่งห้องได้ค่ะ

หน้าตาของปลั๊กและสวิตซ์ไฟที่ได้ของ Siemens ค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 27 November 2017

  • Studio ชั้น 2 เนื้อที่ 28 ตร.ม. ราคา 2,776,200 บาท หรือ 99,150 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 14 เนื้อที่ 34 ตร.ม. ราคา 4,781,760 บาท หรือ 140,640 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 23 เนื้อที่ 60 ตร.ม. ราคา 8,629,800 บาท หรือ 143,830 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 27 เนื้อที่ 75 ตร.ม. ราคา 11,385,750 บาท หรือ 151,810 บาท/ตร.ม.
  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • Counter Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • Wardrobe
  • Cabinet
  • Room Partition
  • Shower Box
  • Rain Shower
  • Cotto Toilet
  • Wash Basin & Mirror
  • จองห้อง Studio 30,000 บาท, 1 Bedroom 50,000 บาท, 2 Bedroom 70,000 บาท
  • ทำสัญญา ชาวไทย 15 % ชาวต่างชาติ 20 %
  • ดาวน์ 15% ผ่อนดาวน์ 24 งวด
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของ Andromeda เขาพระตำหนัก ตั้งอยู่บนเขาพระตำหนัก เป็นทำเลที่ไม่ได้อยู่ติดหาดเป๊ะๆ แต่ถอยห่างออกมาหน่อย แต่อยู่ในระยะที่สามารถเดินไปหาดได้ไม่ไกล โดยจะเป็นหาดราชวรุณ (Cozy Beach) ที่อยู่ในเขตเขาพระตำหนักนี่เอง จุดเด่นของตัวทำเลอยู่ที่ที่ตั้งที่นอกจากจะอยู่บนที่สูงแล้ว ปัจจุบันยังเป็นคอนโดสูงที่อยู่ใกล้หาดแบบไม่มีคอนโดสูงขึ้นมาบังวิวทะเล ทำให้สามารถเห็นวิวทะเลได้กว้าง เทียบกับคอนโดนที่อยู่ระดับพื้นราบทั่วๆไป และความสงบเงียบของทำเล ที่ไม่วุ่นวายเหมือนกับหาดพัทยา หรือตัวเมืองพัทยา แต่ยังตั้งอยู่ในพัทยาอยู่ โดยความเป็นส่วนตัวที่ได้มานั้น ก็แลกมากับการที่ต้องอยู่ไกลออกมาจากตัวเมือง ต้องอาศัยการขับรถลงเขาไปจึงจะเข้าไปยังเมืองพัทยาได้ ระยะทางไม่ไกล แต่เดินไม่ถึง เพราะจะต้องเดินขึ้นเขา-ลงเขา เดินทางสะดวกสู้ทำเลที่อยู่ในเมืองไม่ได้ และมีความอุดมสมบูรณ์สู้ทำเลในเมืองไม่ได้เช่นกัน

การเดินทางเข้าหรือออกจากโครงการ ต้องอาศัยการขับรถเป็นหลัก เช่น ขึ้นเขา-ลงเขา ออกไปร้านอาหาร ไปหาของกินในเมือง ไปห้าง ก็ต้องขับรถจึงจะสะดวก เพราะรถสองแถวก็ผ่านน้อยกว่าปกติ แท็กซี่ไม่ค่อยมี มอเตอร์ไซค์รับจ้างพอหาได้ แต่ลำพังการเดินเท้า ก็สามารถไปร้านอาหารริมทะเลใกล้ๆได้ หรือจะเดินไปที่ชายหาดก็ไม่ไกล ถ้าจะไปมินิมาร์ทก็จะมี 7-11 ใกล้ที่สุดอยู่ในซอยเกษตรสิน 9 พวกนี้ไม่ต้องขับรถก็ได้ แต่อาจจะต้องทนร้อน ตากแดดหน่อย

ตัวโครงการออกแบบมาเพื่อเป็นคอนโดพักตากอากาศ จึงมีการจัดวางตึกให้ตัวตึกสามารถรับวิวทะเลได้เต็มที่และให้แต่ละห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ (มากบ้างน้อยบ้าง ต่างๆกันไป แล้วแต่ตำแหน่งห้อง) จัดการเรื่องความหนาแน่นมาแบบหลวมๆ ที่ดินเกือบ 3 ไร่เทียบกับ 216 ยูนิต สำหรับคอนโดตากอากาศที่ไม่ค่อยมีคนมาพักพร้อมๆกันตลอดเวลา ก็ถือว่าน่าจะได้ความสงบพอสมควรเลย ขนาดห้องเริ่มต้นถูกแบ่งให้มีขนาดใหญ่หน่อย อย่าง Studio เริ่มที่ 27 ตารางเมตร ส่วน 1 Bedroom ขนาดมาตรฐานเริ่มต้นที่ 31 ตารางเมตร ฟังก์ชั่นห้องเน้นการอยู่อาศัยระยะสั้นมากกว่าระยะยาว เน้นการพักผ่อนแบบตากอากาศ แต่ก็ถ้าใครจะอยู่จริงจังขึ้นมาหน่อยก็ยังสามารถอยู่ได้ โดยจะติดเรื่องครัวหน่อยที่อาจจะทำอาหารจริงจังไม่ค่อยได้นัก เพราะให้ครัวแบบเปิด แต่ต้องบอกว่ายังลงตัวทั้งหมด เช่น ตำแหน่งโต๊ะทานข้าวติดกับเคาน์เตอร์ครัว ทำให้ใช้งานยากหน่อย ส่วนที่ชอบเลยคือฝ้าเพดานที่สูง 2.7 ม. ทำให้ห้องดูโปร่ง โล่ง ได้บรรยากาศที่น่าอยู่อาศัยจริงๆ

วัสดุอุปกรณ์ในห้องส่วนใหญ่จัดว่าให้มาในเกณฑ์ที่ดี ครัวครบชุด/อ่างฝังเคาน์เตอร์/ท้อปหิน Quartz/เตา Induction/หน้าต่างกระจกตัดแสงถึงแต่ละบานจะไม่ใหญ่แต่ให้แบบเต็มผนัง/ราวกันตกกระจก/แอร์ ฝังฝ้า/สเป็ควัสดุห้องน้ำก็จัดมาดี มี Shower Box แบบ Tempered Glass/อ่างล้างหน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน/Rain Shower/ ไฟดาวน์ไลท์ ก็ให้มาเรียบร้อย ทั้งหมดนี่เกือบจะดีมากแล้ว แต่ต้องบอกว่าไม่เป็น Fully Furnished นะคะ เป็นแบบ Fully Fitted เท่านั้น จึงต้องแต่งเพิ่มกันอีกเยอะพอสมควร แต่ตอนนี้ทางโครงการมี Promotion ในวัน Presale ที่จะแถมเฟอร์ฯ Built-in ทั้งหมดเหมือนตามห้องตัวอย่าง ถ้าได้โปรนี้ไปก็ถือว่าได้ของมาเยอะ ซื้อเฟอร์ฯลอยตัวเพิ่มอีกนิดหน่อย ก็พร้อมเข้าอยู่ได้ค่ะ

ส่วนพื้นที่ส่วนกลางจัดมาให้เต็มที่แบบครบครัน ทั้งที่ชั้น 1 และจัด Facilities หลักไว้อยู่บนชั้น 24-25 อันนี้ถือว่าดีนะคะ เพราะเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้ลูกบ้านได้มาใช้งานและชมวิวไปพร้อมๆ กันได้ เหมาะกับการเป็นคอนโดพักตากอากาศ เมื่อคำนึงถึงเรื่องการแชร์ผู้ใช้งานกับจำนวนเพื่อนบ้าน 216 ยูนิต คิดว่าน่าจะเพียงพอรองรับอยู่แล้วค่ะ

 

Judgement

โครงการคอนโดพักตากอากาศลักษณะนี้ นอกจากจะใช้ความคุ้มค่าทางการเงินเป็นปัจจัยในการเลือกซื้อแล้ว ยังต้องอาศัยความชอบส่วนบุคคล และความคุ้มค่าทางอารมณ์ในการตัดสินใจด้วย ดังนั้นทางทีมงานจะไม่มีการให้คะแนนความคุ้มค่าในส่วนนี้ค่ะ

BOTTOM LINE

Andromeda เขาพระตำหนัก เป็นคอนโดที่เหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาคอนโดพักอากาศตึกสูงที่ได้วิวทะเลพัทยา ไม่จำเป็นว่าต้องได้โครงการอยู่ติดทะเล แต่อยู่ในระยะที่เดินมาใช้หาดได้ เพื่อให้ได้ความสงบในบริเวณที่พักอาศัย และใช้วิธีพักผ่อนแบบชมวิวทะเลแทน ชอบโครงการที่มี Facility ส่วนกลางแบบครบครันในงบประมาณระดับ 3-11 ล้านบาท

Share

Leave a Reply