OKA HAUS สุขุมวิท 36 คอนโด High Rise สไตล์รีสอร์ท ติดถนนพระราม 4 ห่าง BTS สถานีทองหล่อประมาณ 1.3 กม. จาก แสนสิริ [รีวิวฉบับที่ 1469]

November 12, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1469 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชม OKA HAUS สุขุมวิท 36 คอนโด High Rise  ตัวใหม่จาก แสนสิริ ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่พระราม 4 ใกล้ย่านเอกมัย-ทองหล่อ และใกล้ทางด่วน ออกแบบด้วยแนวคิด RETREAT & REBOUND โดยได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติของขุนเขา สายลม แสงแดด จัดเต็มด้วย Facilities ที่ครบครัน พร้อมนวัตกรรม SMART LIVING ราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท เราไปชมกันเลยค่ะ 

Fact @ 6 November 2017

  • OKA HAUS Sukhumvit 36 (โอกะ เฮ้าส์ สุขุมวิท 36)
  • บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : คลองเตย
  • คอนโด High Rise 47 ชั้น 1 อาคาร 1,178 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 33 ยูนิต ที่ชั้น 10 – 46
  • ที่จอดรถประมาณ 50% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 5 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ปี 2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปี 2564
  • 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 26.5 – 34.75 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 40.5 – 41.00 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 49.25 – 49.50 ตร.ม.
  • 3 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 86.25 – 86.5 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 163,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1685

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.715807, 100.574969

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ OKA HAUS สุขุมวิท 36 ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่พระราม 4 ใกล้กับอาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ หรือ ช่อง3 ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง ทำเลนี้สามารถใช้ซอยสุขุมวิทฝั่งเลขคู่เช่น ซอยสุขุมวิท 36 , 38 ลัดไปออกถนนสุขุมวิท ย่านทองหล่อ-เอกมัยได้ แต่ก็มีบางซอยเป็นวันเวย์เหมือนกันนะต้องศึกษาหน่อย  อย่างซอยสุขุมวิท 42 สามารถมุ่งหน้าจากแยกกล้วยน้ำไทไปสุขุมวิทได้ หรือซอยสุขุมวิท 40 ก็วันเวย์มุ่งหน้ามาพระราม 4 ได้อย่างเดียวเป็นต้น นอกจากนั้นทำเลนี้ยังถือเป็นจุดกระจายตัวออกเดินทางไปไหนมาไหนสะดวก ใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครด้วย เรื่องรถติดมีบ้างอยู่แล้วเพราะอยู่ในโซนใจกลางเมืองแต่ก็ไม่ได้หนักหนาเท่ากับสุขุมวิท ใครที่ไม่ใช้รถก็เรียกรถสาธารณะอย่างแท็กซี่ได้สะดวก เพราะอยู่ติดกับถนนใหญ่ วินมอเตอร์ไซค์เดินไปเรียกได้ตรงปากซอยสุขุมวิท36หรือซอยแสนสบายได้ โดยทางโครงการมี Shuttle Service จากโครงการไปยัง BTS ทองหล่อบริการให้ (แต่หลังจากนั้นขึ้นอยู่กับทางนิติบุคคลทาง manage เรื่องเส้นทาง) สำหรับรถไฟฟ้าโครงการจะอยู่ห่างจาก BTS สถานีทองหล่อประมาณ 1.3 กิโลเมตร ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ เดินเล่นชิลๆ หรือ Hangout ชื่อดังค่ะ

ถึงแม้ว่าจะเป็นถนนรองคู่ขนานกับสุขุมวิทแต่ถนนพระราม 4 ก็ยังมีสถานที่สำคัญครบวงจรอยู่นะ ลองดูจากแผนที่ที่ทำประกอบให้แสดงให้เห็นทั้งปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ โรงเรียน และ มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงานที่ใกล้ๆเลยจะมี อาคารมาลีนนท์ ทาวน์เวอร์ อาคาร FYI อาคารสิรินรัตน์ มี BigC  Tesco Lotus K Village ให้ช้อปปิ้งซื้อของ ห้างใหญ่ๆหน่อยก็มี Gateway เอกมัย ส่วนถ้าใครอยากเดินเล่นหาร้านอาหารอร่อยๆ หรือ Hang out ก็ไปย่านทองหล่อได้ มี โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท โรงพยาบาลสุขุมวิท ส่วนสถานศึกษาก็จะใกล้กับม.กรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท  

ทีนี้มาดูเรื่องทางด่วนกันหน่อย เนื่องจากที่ตั้งโครงการยังอยู่ใกล้กับทางด่วนเฉลิมมหานคร เราจะค่อยให้ดูที่ละแผนที่นะคะว่าการใช้งานมีแบบไหนบ้าง เริ่มจาก

1. การใช้ “ทางขึ้น ทางด่วน” ไปจตุจักร พระราม 3 : ออกจากโครงการมากลับรถแล้วตรงมาเลี้ยวเข้าถนนเกษมราษฎร์จากนั้นเลี้ยวขวาเพื่อขึ้นทางด่วน หรือ ถ้าใครไม่อยากกลับรถให้มุ่งหน้าผ่านแยกม.กรุงเทพแล้วเลี้ยวขวาลอดใต้ทางด่วนก็จะเจอด่านทางขึ้นแล้วค่ะ

2. การใช้ “ทางขึ้น ทางด่วน” ไปบางนา : การจะออกเมืองจะต้องใช้ถนนพระราม 4 วิ่งตรงมากลับรถ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเกษมราษฎร์ ผ่านแยกศุลกากร จนไปถึงแยกวิ่งขนานใต้ทางด่วนใกล้เลี้ยวซ้ายวิ่งไปอีกนิดเดียวก็จะเจอด่านทางขึ้นค่ะ สามารถวิ่งออกเมืองไปยังโซนบางนาหรือไปชลบุรีได้เลย

2. การใช้ “ทางขึ้น ทางด่วน” รามอินทรา-อาจณรงค์ : การใช้ด่วนรามอินทราฯเพื่อออกไปยังพัฒนาการ พระราม9 เกษตรนวมินทร์ รามอินทรา ให้ใช้เส้นทางหลักพระราม4 > สุขุมวิท > ผ่านซ.สุขุมวิท71(ปรีดีพนมยงค์)ให้ชิดซ้ายเอาไว้ > เลี้ยวซ้ายเข้าทางด่วน

การเดินทางในวันนี้เราเลือกใช้ทางด่วนเฉลิมมหานครวิ่งมาลงที่ถนนพระราม4 จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ ข้ามแยกที่ตัดกับถนนพระราม3 มา ผ่านอาคาร FYI ผ่าน อาคารมาลีนนท์ ตรงมาอีกนิดก็จะถึงโครงการค่ะ โดยโครงการจะอยู่ติดกับถนนใหญ่เลยหาไม่ยาก

การเดินทางในวันนี้เราใช้ทางด่วนเฉลิมมหานคร วิ่งมาเรื่อยๆ สังเกตป้ายถนนพระราม 4 เข้าไว้ จะมีทางให้เบี่ยงออกทางด้านซ้าย

พอเบี่ยงออกมาให้ชิดซ้าย เตรียมเลี้ยวซ้ายตามป้ายคลองเตย

ก่อนทางเลี้ยวซ้าย เราจะสังเกตเห็นทางขึ้นทางด่วนค่ะ ทำเลนี้ถือว่าใกล้ทางด่วนเดินทางเข้าเมืองสะดวก

พอเลี้ยวเข้าถนนพระราม 4 ตรงมาอีกนิด ทางฝั่งซ้ายจะเจอ MRT สถานีคลองเตย เราจะตรงต่อไป

จากนั้นให้เราตรงข้ามแยกพระรามที่ 4 ถ้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นทางไปอโศกมนตรี ถ้าเลี้ยวขวาจะเข้าสู่ถนนพระราม3 ค่ะ

บริเวณแยกจะมีอาคารสำนักงาน FYI ตั้งอยู่

ถัดมาทางฝั่งขวาเป็นตลาดคลองเตย

ถนนเส้นนี้มีครบนะ ทั้งปั๊มน้ำมัน ร้านค้าต่างๆ อย่างปั๊มนี้ใหญ่ดีมี McDonald’s ด้วย

ตรงต่อมาทางฝั่งขวาจะเจอกับถนนเกษมราษฎร์ ใช้ลัดไปขึ้นทางด่วน

ถัดมาทางฝั่งซ้ายเป็น Big C ทางฝั่งขวาเป็น Tesco Lotus จากโครงการขับรถมาช้อปปิ้งได้

ตรงมาอีกหน่อยก็จะเป็นดงของอาคารสำนักงาน เห็นโลโก้ช่อง 3 ของอาคารมาลีนนท์ชัดเจนทีเดียว

ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกับอาคารมาลีนนท์จะมี Community mall ชื่อ สวนเพลิน มาร์เก็ต

ข้างใน สวนเพลิน มาร์เก็ต บรรยากาศใช้ได้อยู่นะ มีครบเลยทั้งร้านอาหาร Food Court ร้านกาแฟ การตกแต่งก็ออกแนวสไตล์ Loft ใช้อิฐ ใช้เหล็กตกแต่ง ดูเท่ห์ดี

มี Starbucks drive thru ด้วย เผื่อใครอยากวนซื้อกาแฟก่อนไปทำงาน

ในศูนย์อาหารมาเดินช่วงกลางวันคนค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ อาหารข้างในก็มีทั้งคาวหวาน ข้างในเป็นห้องแอร์นั่งกินกันได้สบายๆ

เราตรงต่อมาตามถนนพระราม4 ผ่านอาคารมาลีนนท์ ทาวน์เวอร์

ใกล้ๆถึงโครงการจะเจอกับ FUFU SHABU เป็นบุฟเฟ่ต์ชาบูสไตล์ไต้หวัน ร้านนี้อร่อย จากโครงการเดินมากินได้เลย

หน้าร้านของ FUFU SHABU ค่ะ มาเช้าไปหน่อยมันยังไม่เปิด อ่อ!!จุดเด่นของร้านนี้คือมีไอศครีม Häagen-Dazs และ Movenpick ด้วยนะ

เดินถัดมาอีกนิดหน่อยก็จะถึงกับที่ตั้งของโครงการ OKA HAUS สุขุมวิท36 ค่ะ อยู่ติดถนนใหญ่เลย

สำนักงานขายสร้างเสร็จแล้วพร้อมให้เข้าชมค่ะ

บรรยากาศภายในสำนักงานขาย ฝ้าเพดานเป็นแบบเล่นระดับดูสวยดี

ภายในสำนักงานขาย นอกจากโมเดลและห้องตัวอย่างแล้วก็จะมีห้องให้ชมวีดีโอสั้นแนะนำโครงการ

ห้องตัวอย่างจะอยู่ที่ชั้น 2 ค่ะ ขึ้นบันไดนี้ไป

ห้องตัวอย่างมีให้ชมกัน 3 ห้องค่ะ เดี๋ยวเราค่อยพาไปชมกันเนอะ มาดูรายละเอียดโครงการส่วนอื่นๆก่อน

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการกัน จะเห็นว่าส่วนใหญ่จะยังเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบกันอยู่ รอบๆโครงการไม่ค่อยมีตึกสูงมาบดบัง ยกเว้นวิวทางฝั่งทิศตะวันตกที่จะติดกับกลุ่มอาคารสำนักงาน แต่ก็อยู่ในระยะไกลพอสมควร ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดอะไรค่ะ โดยมีแต่ละด้านของโครงการติดกับ

  • ทิศเหนือ – ติดกับบ้านพักอาศัยแนวราบ
  • ทิศตะวันออก – ติดกับบ้านพักอาศัยแนวราบ และ ที่ดินว่างเปล่า
  • ทิศใต้ – ติดกับถนนพระราม4 ฝั่งตรงข้ามเป็นแนวตึกแถว
  • ทิศตะวันตก – ติดกับปั๊มน้ำมันปิโตนาส และ ร้านค้าต่างๆ

ทิศเหนือ หรือฝั่งด้านหลังโครงการติดกับบ้านพักอาศัยแนวราบเป็นส่วนใหญ่ มี Bumrungrad Tower อาคารเดียวที่สูงเด่นออกมา

ทิศตะวันออก ติดกับบ้านพักอาศัยแนวราบ และ ที่ดินว่างเปล่า

ทิศใต้ หรือฝั่งหน้าโครงการติดกับถนนพระราม4 ฝั่งตรงข้ามเป็นแนวตึกแถวสูงประมาณ 4 ชั้น

ทิศตะวันตก ติดกับปั๊มน้ำมันปิโตนาส และ ร้านค้าต่างๆ ฝั่งนี้จะมีกลุ่มอาคารสำนักงานอยู่ แต่ไม่ได้อยู่ในระยะประชิดนะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สวนเพลิน มาร์เก็ต ~ 400 m.
  • อาคารมาลีนนท์ ~ 450 m. 
  • BigC พระราม 4 ~ 750 m.
  • K Village ~ 900 m.
  • กรีนทาวเวอร์  ~ 1  km. (รวมระยะกลับรถ)
  • อาคารสิรินรัตน์ ~ 1.3 km. (รวมระยะกลับรถ)
  • ม.กรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท  ~ 1.3 km.
  • สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ ~ 1.3 km.
  • Gateway เอกมัย ~ 1.5 km.
  • Tesco Lotus พระราม 4 ~ 1.6 km. (รวมระยะกลับรถ)
  • โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท  ~ 1.6 km.
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 1.9 km.
  • Major Cineplex เอกมัย ~ 2.1  km.
  • ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ~ 3 km. (รวมระยะกลับรถ)


เจาะลึกตัวโครงการ

OKA HAUS สุขุมวิท 36 เป็นคอนโด High Rise สูง 47 ชั้น  1,178 ยูนิต ออกแบบด้วยแนวคิด RETREAT & REBOUND ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติของขุนเขา สายลม แสงแดด โดยชื่อ OKA ในภาษาญี่ปุ่นก็แปลว่า ภูเขา นั่นเองค่ะ ดังนั้นการดีไซน์จึงเน้นออกแบบให้ทุกพื้นที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติเพื่อให้เราพักผ่อนผ่อนคลาย ชาร์จพลังจากการทำงาน นอกจากนั้นจุดเด่นของโครงการนี้คือมี Facilities ที่จัดมาให้ค่อนข้างเยอะและครบครัน และยังมีการนำเอาเทคโนโลยี Smart Living ที่ออกแบบมาให้ควบคุมทุกสิ่งง่ายๆด้วยปลายนิ้ว

สำหรับเทคโนโลยี Smart Living ที่ทางโครงการเอาเข้ามาใช้อำนวยความสะดวกให้ลูกบ้าน จะแบ่งออกเป็น Smart Access , Smart Facilities และ Smart Unit รายละเอียดดังนี้ค่ะ

  • Smart Access
    • ระบบที่สามารถเปิดประตูรับเพื่อนคนสนิท ด้วยการส่ง QR Code ที่กำหนดระยะเวลาได้ ทำให้เราไม่ต้องก้าวออกจากห้องไปปลดล็อคประตู
  • Smart Facilities 
    • Facility Booking – เปลี่ยนพื้นที่ส่วนกลางให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัว กับระบบการจองพื้นที่ส่วนกลางผ่านมือถือพร้อมระบบการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาการจอง
    • Smart Mail Box – ระบบแจ้งเตือนการรับจดหมายและสามารถใช้ QR Code เพื่อปลดล็อคตู้จดหมายโดยไม่ต้องใช้กุญแจ
    • Smart Locker – รับพัสดุได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี Smart Locker พร้อมรับการแจ้งเตือนผ่าน Application ปลดล็อคด้วยระบบ QR Code
    • Farmshelf – เพลิดเพลินกับการปลูกผักได้ตามใจ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนไกลๆก็สามารถควบคุมการเจริญเติบโตผ่าน Application ให้ผักพร้อมเก็บเกี่ยวทำเมนูโปรดได้ตามต้องการ
    • Ev Charger – จุดบริการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
  • Smart Unit 
    • Home Automation – ควบคุมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องแม้จะไม่ได้อยู่ในห้อง ผ่าน Application บนมือถือ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเรากลับบ้าน
    • Touch Pad – สามารถใช้ Touch Pad หน้าจอใหญ่ 7 นิ้ว ควบคุมระบบต่างๆภายในห้อง เชื่อมต่อ VDO Door Phone ที่ล็อบบี้ สามารถกด Snapshot คนที่มาหาได้ ใช้ติดต่อนิติบุคคล ใช้จองใช้บริการส่วนกลาง หรือเช็ค Mail Box , ค่าน้ำและค่าไฟ

การออกแบบตัวอาคาร ในภาพมองมุมนี้สวยดี มีการเล่นระดับและใช้วัสดุที่หลากหลาย คุม Concept ได้ดี ใช้โทนสีอ่อนเข้มตัดกันทำให้อาคารดูมีมิติ

โครงการนี้จะมีห้องพักแบบ Bay Window ที่มาพร้อมกับหน้าต่างแบบ Full-height สูงจากพื้นถึงฝ้า มีช่องเปิดช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และมีนวัตกรรมหมุนเวียนอากาศภายในห้องพัก ให้อากาศบริสุทธิ์เข้าไปแทนที่ ลดความชื้น และ ความร้อนสะสมในห้อง ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวจะพาไปชมกันอีกทีค่ะ

โครงการ OKA HAUS สุขุมวิท 36 เป็นคอนโด High Rise สูง 47 ชั้น จำนวน 1,178 ยูนิต ทางเข้า-ออกอยู่ติดถนนใหญ่พระราม 4 แต่ตัวอาคารจะอยู่ด้านในถัดเข้ามาอีก ระหว่างถนนทางเข้ามีการจัดสวนเพื่อเพิ่มความร่มรื่นและช่วงคัดกรองมลพิษจากถนนใหญ่ก่อนเข้าสู่โครงการ และ มีสวนอยู่รอบๆโครงการอีก ถัดเข้ามาจะมี Playground พื้นที่เด็กเล่นที่เสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ ที่จอดรถสามารถจอดได้ทั้งรอบๆอาคารและในอาคาร โดยจอดได้ทั้งหมดประมาณ 50% แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน ชั้นล่างมี Lobby ขึ้นมาที่ชั้น 8 จะเริ่มเป็นชั้นพักอาศัยผสมกับ Facilities ได้แก่ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ 4 สระ (สระว่ายน้ำพร้อมจากุซซี่ , สระพักผ่อน , สระเด็ก และสระน้ำอุ่น) ห้องน้ำ และ ห้องอบไอน้ำแยกชาย/หญิง มีสวนหย่อมอยู่อีกจุดหนึ่งที่ชั้น 22 เรามองไม่เห็นเพราะอยู่ด้านหลังอาคาร ชั้น 8-47 เป็นห้องพักอาศัย และที่ชั้น 47 จะมี Facilities คือ Co-Working , Co-Kitchen และพื้นที่สันทนาการ ชั้นบนสุดเป็นสวนดาดฟ้าค่ะ

มาดูที่ตัวอาคารอีกฝั่งหนึ่งจะเห็นว่าอาคารนี้เป็นรูปตัว L นะ มองมุมนี้จะเห็นสวนหย่อมที่ชั้น 22

จากถนนพระราม 4 ตัวอาคารจะอยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 139 เมตร

ถนนทางเข้าถึงแม้ว่าต้องเดินหน่อย แต่บริเวณด้านข้างทางโครงการจัดเป็นสวนหย่อม เวลาเดินหรือขับรถเข้าโครงการก็จะสัมผัสได้ถึงความสดชื่นจากต้นไม้ ซึ่งเข้ากับ concept ที่ออกแบบมาให้ตัวโครงการใกล้ชิดกับธรรมชาติ ดูจากในโมเดลก็มีทั้งไม้พุ่มและไม้ใหญ่ให้ร่มเงา

เข้ามาด้านในจะเจอกับพื้นที่ Playground ส่วนที่จอดรถจะมีทั้งในอาคารและนอกอาคาร

ที่จอดรถในอาคารจะอยู่ที่ชั้น 1-7 จอดแบบไม่รวมซ้อนคันได้ประมาณ 50% ห้องพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 8 แต่ชั้นนี้จะมี Facilities รวมอยู่ด้วยได้แก่ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องน้ำ และ ห้องอบไอน้ำแยกชาย/หญิง

สระว่ายน้ำโครงการนี้ให้ค่อนข้างจัดเต็มเพราะมี 4 สระให้เลือกใช้ ได้แก่ สระว่ายน้ำพร้อมจากุซซี่ (Swimming pool) , สระพักผ่อน (Leisure pool) , สระเด็ก (Kid’s pool) และสระน้ำอุ่น (Heated pool) นอกจากนั้นชั้นนี้จะมีฟิตเนสด้วย

ผนังบริเวณห้องฟิตเนสเป็นกระจกรอบด้านแบบนี้เลย ออกกำลังกายไปก็มองวิวเมืองรอบๆหรือวิวสระว่ายน้ำได้

ขึ้นมาที่ชั้น 22 มีพื้นที่จัดเป็นสวนหย่อมอยู่ ใครอยู่ชั้นใกล้ๆไม่อยากลงไปชั้นล่างก็มานั่งเล่นหรือชมวิวกันได้

ชั้นบนสุดเป็นสวนดาดฟ้าให้เราไปนั่งชิลชมวิวมุมสูงกันได้ด้วย แต่โมเดลสูงเกินความสามารถที่ผู้หญิงตัวเล็กๆจะเอื้อมมือขึ้นไปถ่ายรูปถึง เอาเป็นว่าไปดูกันในภาพจำลองบรรยากาศดีกว่าเนอะ

Playground พื้นที่ที่เสริมสร้างทักษะการเรียนรู้กับ Educational Playground ที่ออกแบบ ร่วมกับ รพ.สมิติเวช ให้เด็กๆ สามารถวิ่งเล่นก้าวขึ้นบันได แล้วสไลด์ตัวลงมาบนพื้นหญ้านุ่มๆ ฝึกการปีนป่ายบนเนินลาดชัน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการตัดสินใจ หรือถ้าใครโตแล้วจะมานั่งคิดงานในสวนนี้ก็ได้

Welcome Lounge หรือ Lobby นั่นเอง ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากหุบเขาซึ่งเกิด จากการกัดเซาะของลม จนเกิดเป็นพื้นที่ที่สามารถนั่งพักผ่อนสบายๆ เพื่อชาร์จพลังชีวิตให้พร้อมสำาหรับวันต่อๆไป ตาม Concept โครงการ ฝ้าเพดานดูสูงโปร่งดี

สำหรับสระว่ายน้ำจะมีอยู่ทั้งหมด 4 สระด้วยกันอย่างที่เคยบอกไป (Swimming pool , Leisure pool , Kid’s pool , Heated pool) แบ่งตามลักษณะการใช้งานไปเลย ซึ่งดีนะคะ เราไม่ต้องไปแย่งกัน สำหรับ Swimming pool จะเป็นสระยาว 40 เมตร และ  Leisure pool หรือ สระพักผ่อน ถือเป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของโครงการนี้เพราะเป็นสระที่มีระบบการนวดตัวแบ่งออกเป็น Station ตามนี้ค่ะ 

  • Bubble pool station : Massage feet with air bubble jet (นวดขา)
  • Water curtain station : Massage shoulder / back with wall-mount jet (นวดไหล่และหลัง)
  • Massage seat station : Resting seat , Massage back /Thigh (นวดหลังและต้นขา)
  • Spa bed station : Massage shoulder / back / waist (นวดไหล่ หลัง และ เอว)
  • Walking corridor station  : Elderly underwater exercise , Massage waist / Thigh with water jet (นวดเอวและต้นขา)

ขึ้นมาที่ชั้น 47 จะมี Sky Lounge  ให้เราได้นั่งชมวิวเมืองมุมสูง ผนังบริเวณนี้เป็นกระจกบานใหญ่เต็มบานค่ะ

ถัดมาเป็น Co-Working Space มีมุมไว้ให้นั่งทำงาน หรือ ใช้เป็นที่นั่งประชุมคุยงาน มีจัดเตรียม Wi-Fi และที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายมาให้

ติดๆกันจะเป็นพื้นที่ Co-Kitchen ให้เราใช้พื้นที่ทำอาหารได้ โดยอาจจะนำผักสดจาก Farmshelf ที่มีการควบคุมการปลูกด้วย เทคโนโลยีอัจฉริยะ มาสร้างสรรค์เมนูสุขภาพใหม่ๆ

ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นสวนดาดฟ้า จัดพื้นที่แบ่งออกเป็นโซนๆ อย่างในภาพคือ Sunset Deck จุดชมวิวมุมสูง ซึ่งจะเห็นวิวโค้งน้ำบางกระเจ้าด้วย concept ของพื้นที่ตรงนี้เค้าจะดีไซน์ออกมาให้เสมือนนั่งอยู่ท่ามกลาง ทุ่งหญ้ากลางหุบเขา

นอกจากนั้นภายในสวนดาดฟ้า จะมีมุมให้นอนชมภาพยนตร์แบบ Outdoor โดยฉายโปรเจกเตอร์เข้าที่ผนัง และ มีที่นั่งให้เรามานั่งดูหนังกันได้

สำหรับวิวโดยรอบโครงการ ทางทิศเหนือ เป็นวิวเมืองทางฝั่งถนนสุขุมวิท ย่านพร้อมพงษ์ – ทองหล่อ – เอกมัย มองไปจะเห็นตึกสูงๆอยู่เต็มไปหมด แต่อยู่ในระยะไกลนะ ส่วนในระยะประชิดจะเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบทั้งหมด

ทิศตะวันออก เป็นวิวถนนพระราม 4 มุ่งหน้าไปทางพระโขนง ทิศนี้ก็ยังโล่งๆค่ะ มองไกลๆเห็นคอนโด High Rise ขึ้นนิดหน่อย

ทิศใต้ หรือฝั่งหน้าโครงการ ห้องพักที่อยู่ในชั้นสูงๆเราจะเห็นวิวโค้งน้ำบางกระเจ้าด้วยค่ะ ทิศนี้ไม่มีตึกสูงมาบดบังเช่นกัน

ทิศตะวันตก เป็นวิวถนนพระราม4 มุ่งหน้าไปทางถนนพระราม3 ทิศนี้จะเห็นตึกสูงของกลุ่มอาคารสำนักงานที่อยู่ติดถนนพระราม4 เช่นอาคารมาลีนนท์ ทาวน์เวอร์ แต่ก็อยู่ในระยะที่ไกลพอสมควร

มาดูกันต่อที่ผังโครงการ จะเห็นว่าตัวอาคารอยู่ถัดเข้ามาด้านใน ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 139 เมตร ระหว่างทางจัดเป็นสวนหย่อมเพิ่มความร่มรื่นตลอดทาง เข้ามาด้านในจะเจอกับ Drop off จอดรถรับส่งอยู่บริเวณหน้าทางเข้า Lobby ติดๆกันเป็น Playground พื้นที่เด็กเล่นที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษจากโรงพยาบาลสมิติเวช ที่จอดรถจะสามารถจอดได้ทั้งในอาคารชั้น 1-7 และนอกอาคาร รวมๆแล้วจอดได้ประมาณ 50%

ชั้น 8 จะเริ่มเป็นชั้นพักอาศัยผสมกับ Facilities ได้แก่ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ 4 สระ Swimming pool สระว่ายน้ำยาว 40 เมตรพร้อมจากุซซี่ , Leisure pool สระพักผ่อนที่มีระบบนวดตัวเป็น station , Kid’s pool สระเด็ก และ Heated pool สระน้ำอุ่น ให้นอนแช่ตัวสบายๆ พร้อมมี ห้องซักรีด ห้องน้ำ และ ห้องอบไอน้ำแยกชาย/หญิง มาให้ มีมุมสำหรับเด็กเล่นและพื้นที่นั่งชมวิว Sunken seat  ห้องพักอาศัยจะอยู่คนละฝั่งกับ Facilities แยกกันชัดเจนจึงไม่ไปรบกวนความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ แต่ชั้นนี้บรรยากาศก็จะคึกคักกว่าชั้นอื่นๆหน่อยอยู่ดี เพราะจะมีคนมาใช้ส่วนกลางกันเยอะ ถ้าใครชอบออกกำลังกาย ไม่อยากอยู่ชั้นสูงมาก ได้ชั้นนี้ไปก็เหมาะเลยค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 9 แปลนในส่วนห้องพักอาศัยเหมือนกับชั้น 8 เลย คือ ห้อง 1 ห้องนอน 26.5 ตารางเมตรจะอยู่ทางทิศตะวันตก ส่วนห้อง 1 ห้องนอน 34.75 ตารางเมตรจะอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ ส่วนบริเวณมุมของอาคารจะเป็นห้องใหญ่ขึ้นมาหน่อยคือ ห้องแบบ 2 ห้องนอน 41 , 49.25 ตารางเมตร ความหนาแน่นชั้นนี้ยังไม่เยอะเท่าไหร่เมื่อเทียบกับชั้นที่มีห้องพักเต็มพื้นที่ทั้งชั้น จำนวนห้องพักอยู่ที่ 19 ยูนิตต่อชั้น เนื่องจากโครงการนี้ค่อนข้างสูง จึงจัดลิฟต์โดยสารมาให้ 5 ตัว + ลิฟต์ Service อีก 1 ตัว อัตราส่วนลิฟต์เท่ากับ 236 : 1 ถือว่าค่อนข้างสูงพอสมควร ในเวลาเร่งด่วนอาจจะต้องมีรอกันบ้าง อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความเร็วของลิฟต์ที่โครงการเลือกใช้ด้วยค่ะ

ชั้น 10 ซึ่งแปลนจะเหมือนกับชั้นอื่นๆที่ไม่มี Facilities ด้วยจะมีห้องพักเพิ่มขึ้นมาเป็น 33 ห้องต่อชั้น โดยส่วนที่เพิ่มมาคือทางทิศเหนือ-ใต้ ห้อง 1 ห้องนอน 33.5 – 34.75 ตารางเมตร ส่วนห้องมุมยังคง Concept เดิมคือเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย

ชั้น 22 ก็คล้ายๆกันแต่มีสวนหย่อมเพิ่มเข้ามา และ ห้องพักหายไปประมาณ 4 ห้อง

ที่ชั้น 47 จะมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่อีกจุดหนึ่ง คือ Co-Working , Co-Kitchen และพื้นที่สันทนาการ ชั้นนี้ Facilities จะเน้นชมวิวมากกว่า ส่วนห้องพักอาศัยก็จัดอยู่ในตำแหน่งเดิม

ชั้นบนสุดเป็นสวนดาดฟ้า มีจัดพื้นที่เป็นจุดชมวิวและพื้นที่ฉายหนังแบบ Outdoor มาให้ ถ้าใครอยากนั่งเล่นชิลๆรับลมก็มาใช้ได้ค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • พื้นที่โถงต้อนรับ
  • สวนส่วนกลาง พร้อมพื้นที่สันทนาการกลางแจ้งชั้นล่าง ชั้น8 ชั้น22และชั้นดาดฟ้า
  • ห้องซักรีด
  • สระว่ายน้ำ
    • สระว่ายน้ำพร้อมจากุซซี่ (Swimming pool)
    • สระพักผ่อน (Leisure pool)
    • สระเด็ก (Kid’s pool)
    • สระน้ำอุ่น (Heated pool)
  • พื้นที่สันทนาการสำหรับเด็ก (Playground)
  • ห้องออกกำลังกาย พร้อมอุปกรณ์
  • ห้องอบไอน้ำแยกชาย/หญิง
  • Lobby Lounge
  • พื้นที่ทำงานส่วนกลาง , พื้นที่ครัวส่วนกลางและพื้นที่สันทนาการ
  • ลานภาพยนต์กลางแจ้ง
  • อินเตอร์เน็ตไร้สายสำหรับโถงต้อนรับ, บริเวณสระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย, เลาจน์, พื้นที่ทำงานส่วนกลาง, พื้นที่ครัวส่วนกลางและสวนส่วนกลาง พร้อมพื้นที่สันทนาการกลางแจ้งชั้นล่าง ชั้น8 ชั้น22และชั้นดาดฟ้า
  • จุดบริการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง
  • กล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 236 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 50% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้องตัวอย่างเราจะพาไปชมห้องคือห้อง Type 1 BM-BW 1 Bedroom 34.75 ตารางเมตร แบบที่มีหน้าต่างแบบ Bay Window และ Type 1D  1 Bedroom 34.25 – 34.75 ตารางเมตร แบบที่ได้ห้องนอนค่อนข้างใหญ่ โทนสีของห้องและเฟอร์นิเจอร์จะมีให้เลือก 2 แบบคือ โทนลาเต้ (สีอ่อน) และ โทนเอสเปรซโซ่ (สีเข้ม) โดยจะต้องระบุตั้งแต่วันจองไม่งั้นเราจะได้เป็นห้องสีอ่อนค่ะ ปัจจุบันโครงการขายแบบ Fully Fitted ให้รายการตามมาตรฐาน ส่วนถ้าใครอยากได้เฟอร์นิเจอร์ด้วยก็สามารถเลือกเป็นแบบ Fully Furnished (ห้องพร้อม Furniture Package) ได้โดยจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมค่ะ

เรามาเริ่มกันที่ห้อง 1 Bedroom 34.75 ตารางเมตร ห้องนี้พอเข้ามาจะเจอกับครัวก่อน เป็นครัวเปิด เคาน์เตอร์รูปตัวแอลพื้นที่เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารเลย เหมาะกับซื้อกับข้าวจากข้างนอกมาทานหรือทำอาหารง่ายๆสไตล์คนเมือง ฝั่งตรงข้ามเป็นตู้รองเท้าและห้องน้ำ ห้องน้ำเข้าได้ 2 ทางทั้งจากบริเวณหน้าห้องครัวและในห้องนอน แบ่งเป็นส่วนแห้ง ส่วนเปียกมาให้เป็นสัดส่วน ถัดเข้ามาด้านในเป็นห้องนั่งเล่นอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่เป็นแบบ Bay Window ระเบียงอยู่ทางฝั่งห้องนอน แต่เข้าได้จากทั้งห้องนอนและห้องนั่งเล่นค่ะ

ประตูทางเข้าห้องที่เราจะได้ เป็นแบบในห้องตัวอย่างนี้เลย บานปิดผิวด้วยลามิเนตลายไม้

Digital Door Lock ได้ของ igloohome ที่ใช้ได้ทั้งกุญแจ รหัส และเชื่อมต่อผ่านทาง application

ประตูมีการดีไซน์ระบบ AIR VENTILATION SYSTEM นวัตกรรมระบบหมุนเวียนอากาศภายในห้องพักให้มีอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเเทนที่ ลดความชื้น และความร้อนสะสม โดยการทำช่องระบายอากาศบริเวณประตู

ซึ่งด้านหลังของประตูบานนี้ก็มีช่องระบายอากาศเช่นกันแต่จะอยู่ทางด้านล่าง พอรับอากาศมาก็จะไหลเข้าที่ช่องเปิดภายในห้อง ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น เราสามารถกดปิดเปิดช่องระบายอากาศนี้ได้เพื่อกันฝุ่น กันแมลง

เข้ามาในห้องทางฝั่งซ้ายเปิดครัวเปิด ที่เคาน์เตอร์เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหาร ทำอาหารเสร็จก็ยกมาเสิร์ฟได้เลยสะดวกดี ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำ ด้านในคือห้องนั่งเล่นและห้องนอนค่ะ

ก่อนเข้าห้องจะมีธรณียกสูงขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อกันฝุ่นจากบริเวณโถงทางเดินหน้าห้อง พื้นบริเวณครัวจะเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ซึ่งเหมาะกับการใช้งาน ทำความสะอาดง่าย

ฝ้าเพดานของห้องนี้จะสูง 2.70 เมตร ยกเว้นบริเวณหน้าห้องน้ำและห้องจะสูง 2.40 เมตร เพราะด้านบนเดินงานระบบต่างๆเอาไว้ค่ะ

แอร์ในห้องนี้เป็นแบบฝังบนฝ้าเพดาน ยกเว้นในห้องนอนเป็นแบบติดผนัง (Wall Type)

จากที่เคยได้บอกไปว่าโครงการนี้มีการนำเอาเทคโนโลยี Smart Living ซึ่งสามารถควบคุมการปิดเปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ (HOME AUTOMATION) รวมถึงระบบต่างๆภายในห้อง เช่น เชื่อมต่อ VDO DOOR PHONE ที่ล็อบบี้ ติดต่อนิติบุคคล เช็ค MAIL BOX จองใช้บริการส่วนกลางเช็คค่าน้ำและค่าไฟ ผ่านทาง TOUCH PAD หน้าจอใหญ่ถึง 7 นิ้ว หรือจะใช้ผ่านทางผ่าน APPLICATION บนมือถือเราก็ได้ค่ะ

โดยเจ้าตัว  TOUCH PAD นี้จะไปเชื่อมต่อกับ VDO DOOR PHONE ที่ล็อบบี้ เราใช้ดูได้เลยว่ามีใครมาหา รวมถึงถ้าอยากให้เพื่อนขึ้นมาหาเราก็ไม่ต้องลงไปเปิดให้เสียเวลา สามารถส่ง QRCODE ไปให้เพื่อผ่านประตูเข้ามา โดย QRCODE นี้เรากำหนดระยะเวลาได้ว่าใช้ได้กี่นาที

หน้าห้องมีตู้รองเท้าอยู่ ซึ่งห้องจริงๆจะขายแบบ Fully Fitted ไม่ได้มีเฟอร์นิเจอร์ให้  ถ้าอยากได้ก็สามารถซื้อเป็น Furniture package เพิ่มได้ค่ะ

เคาน์เตอร์ครัวขนาดเหมาะกับการใช้งาน โดยทางโครงการจะมีโทนสีให้เลือกว่าจะเอาสีอ่อนหรือเข้ม อย่างห้องนี้จะเป็นตัวอย่างของสีเข้ม หรือ สีเอสเปรซโซ่ค่ะ วัสดุปิดผิวหน้าบานตู้ด้านล่างจะเป็นเมลามีนลายผ้า (Satin pattern) ส่วนตู้ด้านบนเป็นสีพ่น Acrylic High-Gloss ผนังด้านหลังมีกระจก Backsplash มาให้ Top ครัวเป็นกระเบื้อง Porcelain slabs cotto Italia ค่ะ

ตู้ด้านล่าง มีชั้นที่ดึงออกมาเป็นแท่นที่เอาไว้สำหรับขึ้นไปยืนเสริมความสูง สำหรับแม่บ้านตัวเล็กๆที่หยิบของชั้นบนๆไม่ถึง รับน้ำหนักได้เยอะพอสมควรค่ะ

อ่างล้างจานเป็นแบบหลุมเดียวของ Teka รุ่นที่วาง Top หินเอาไว้ด้านบน ดูทันสมัยสวยดี

เตาไฟฟ้าของ Teka เช่นเดียวกัน ได้เป็นแบบ 2 หัว

เครื่องดูดควันของ Teka เป็นระบบ Exhaust ที่ดูดควันแล้วปล่อยออกไปนอกตัวห้องค่ะ

ติดๆกับเคาน์เตอร์ครัวเลยเป็นส่วนรับประทานอาหาร นั่งได้ 2 ที่นั่ง พื้นที่ตรงนี้สามารถปรับเป็นส่วนเตรียมอาหาร หรือ โต๊ะนั่งทำงานก็ได้ค่ะ

ถัดจากส่วนครัวไปพื้นจะเป็นลามิเนตลายไม้ เก็บงานรอยต่อด้วยเส้นสเตนเลส โดยพื้นลามิเนตนี้ก็มีให้เลือกโทนสีเข้ม-โทนสีอ่อนเช่นเดียวกัน ในห้องนี้เป็นโทนสีเข้มค่ะ

ฝั่งตรงข้ามห้องครัวเป็นห้องน้ำ

ห้องน้ำแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน มีสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆมาให้ครบตามในห้องตัวอย่างนี้เลย

โดยสามารถเข้าได้ 2 ทางทั้งจากบริเวณหน้าห้องครัวและภายในห้องนอน ซึ่งสะดวกต่อการใช้งานและเวลาที่เพื่อนมาหาก้ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนของเราก่อนจะเข้าห้องน้ำให้เสียความเป็นส่วนตัว

ชุดอ่างล้างหน้าได้เป็นแบบที่มีตู้เก็บของด้านล่าง ผนังด้านบนติดเป็นกระจกเงาที่เปิดออกมามีชั้นเก็บของได้พร้อมมีไฟในตัว

อ่างล้างหน้าของ COTTO เป็นแบบที่ด้านล่างเป็นตู้เปิดออกมาเก็บของเล็กๆน้อยๆได้ ช่วยให้ห้องเป็นระเบียบมากขึ้น

กระจกเงาส่องหน้าด้านบน นอกจากจะมีไฟและเปิดออกมาเป็นชั้นเก็บของได้แล้ว ที่บริเวณด้านบนสุดที่เห็นเป็นกล่องสีขาวทึบๆ จะซ่อน ลำโพง BLUETOOTH เอาไว้ให้เราเปิดฟังเพลงโปรดในห้องน้ำได้

โถสุขภัณฑ์ได้แบบอัตโนมัติของ COTTO ค่ะ

พื้นที่อาบน้ำหรือส่วนเปียก มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เป็นสัดส่วนดี

พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 75 x 120 cm. ระหว่างส่วนแห้งและส่วนเปียกกั้นด้วยธรณียกสูงขึ้นมาเล็กน้อยสามารถกันน้ำไม่ให้ไหลไปโดนส่วนแห้งได้และทำให้สะดวกต่อการซักล้างด้วย

ฝักบัวได้ทั้งแบบมือจับและ Rain shower ให้เลือกใช้

หน้าตาชุดฝักบัวแบบมือจับของ COTTO จับได้ถนัดมือ

ถัดเข้ามาด้านในเป็นห้องนั่งเล่น พื้นที่กว้างพอสมควร ระยะดูทีวีประมาณ 2.50 เมตร เนื่องจากด้านหลังผนังเป็นกระจกบานใหญ่จึงทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้เยอะ ช่วยให้ห้องโปร่ง โล่ง มากขึ้น

ทุกห้องจะมี  Alexa (Echo Dot by Amazon) ผู้ช่วยประจำบ้านอัจฉริยะ สามารถสั่งเปิดปิด เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือจะคุยเล่นกับมันก็ได้มาให้ด้วยค่ะ ข้างๆกันคือที่ชาร์จมือถือแบบไร้สาย

เห็นเครื่องว่างๆอยู่เลยลองไปเล่นดู อยากว่าเป็นยังไง หลักๆเลยคือเราสามารถสั่งปิด-เปิดไฟด้วยเสียง สั่งให้ร้องเพลง หรือ ถามคำถามพื้นฐานได้เช่นอากาศเป็นยังไง แต่ต้องพูดภาษาอังกฤษนะ

ห้องนั่งเล่นจะมีพื้นที่สำหรับวาง Armchair นั่งชิลพักผ่อนชมวิวได้  ด้านหลังเป็นกระจกบานใหญ่เต็มบาน ส่วนด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งเป็นหน้าต่างที่สามารถเปิดระบายอากาศได้

หน้าต่างด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งสามารถเปิดระบายอากาศได้ ช่วยให้อากาศภายในห้องถ่ายเท เป็นบานสูงพื้นถึงฝ้า ด้านล่างจึงมีทำราวกันตกมาให้ค่ะ

ติดๆกันมีทางออกไปที่ระเบียง ซึ่งระเบียงนี้สามารถออกได้ทั้งจากทางห้องนั่งเล่นและห้องนอน

มือจับประตูและตัวล็อคค่ะ

ด้านนอกระเบียงบริเวณประตูทางออกจะมีช่องระบายอากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ AIR VENTILATION SYSTEM

บริเวณระเบียงมีพื้นที่วางเครื่องซักผ้า และ Condensing Unit ของแอร์มาให้เรียบร้อย มีทำระแนงกั้นดูสวยงามเป็นระเบียบ

พื้นที่ระเบียงห้องนี้มีขนาดประมาณ 2.30 x 1.10 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 cm.

ถัดมาจะเป็นห้องนอน ซึ่งจะมีทางออกไปที่ระเบียงด้วย

ข้างเตียงทางฝั่งซ้ายมีระยะเหลือ 60 cm. ส่วนทางฝั่งขวามีระยะ 90 cm. วางโต๊ะข้างเตียงได้

ปลายเตียงมีระยะเหลือประมาณ 40 cm. พอเดินผ่านได้ แต่อาจจะทำตู้ปลายเตียงไม่ได้ด้วยระยะที่กระชั้นไปหน่อย ถ้าอยากติดทีวีแนำนำให้แขวนเอาค่ะ

ด้านหลังสุดเป็นทางออกไปที่ระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน

อีกฝั่งหนึ่งของตัวห้องเป็นตู้เสื้อผ้าและทางไปห้องน้ำ

เนื่องจากประตูห้องน้ำอยู่ตรงกลาง ตำแหน่งการวางตู้เสื้อผ้าจึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนแบบนี้ ถ้าอยู่ด้วยกัน 2 คนก็แยกตู้ใครตู้มันได้ แต่ขนาดอาจจะเล็กไปนิดสำหรับสาวๆที่มีเสื้อผ้าเยอะค่ะ

ด้านบนประตูห้องน้ำเป็นตำแหน่งติดแอร์ ยี่ห้อ Daikin ค่ะ

ปลั๊กและสวิทช์ได้ของ Legrand

เรามาดูห้อง Type 1D  1 Bedroom 34.25 – 34.75 ตารางเมตร กันต่อ ห้องนี้เข้ามาจะเจอกับครัวเปิดก่อนเช่นเดียวกัน แต่โต๊ะอาหารจะแยกออกมาอยู่ฝั่งตรงข้าม ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับระเบียง อีกฝั่งของห้องเป็นห้องนอนขนาดใหญ่กว่าห้องแบบแรก Bay Window จะปรับมาอยู่ในห้องนอนแทน และมีมุมพักผ่อนวาง DAY BED นอนอ่านหนังสือหรือจะเปลี่ยนเป็นวางโต๊ะทำงานก็ได้ หน้าห้องน้ำมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้า ส่วนห้องน้ำเข้าได้ทางเดียวคือจากในห้องนอน ซึ่งฟังก์ชั่นต่างๆในห้องน้ำก็แยกส่วนแห้งส่วนเปียกมาให้เป็นสัดส่วน พิเศษหน่อยตรงที่เป็น 1 Bedroom ที่ได้อ่างอาบน้ำมาด้วยค่ะ

เข้ามาในห้องทางฝั่งซ้ายเปิดครัวเปิด ฝั่งตรงข้ามเป็นโต๊ะอาหาร ส่วนด้านในคือห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับระเบียง อีกฝั่งของตัวห้องเป็นห้องนอนและห้องน้ำค่ะ

มุมมองถ่ายย้อนกลับไปที่หน้าห้อง ฟังก์ชั่นการใช้งานบริเวณนี้คือพอทำอาหารเสร็จก็ยกมาทานกันที่โต๊ะอาหารฝั่งตรงข้ามได้เลย โดยพื้นบริเวณส่วนครัวห้องนี้ก็เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้เช่นเดียวกัน ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในครัวเพราะถ้ากินหกเลอะเทอะก็ทำความสะอาดได้ง่าย

โต๊ะอาหารวางได้ 2 ที่นั่งสวยๆ ถ้ามีเพื่อนมาอาจจะวางเก้าอี้เสริมได้อีก 1 ตัว

หน้าตาครัวของห้องนี้เป็นโทนสีอ่อนค่ะ เหมาะกับคนที่ชอบโทนขาวๆสะอาดตา วัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างก็เหมือนกับห้องก่อนหน้าเนอะ

อ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ครบชุดของ Teka ค่ะ ด้านล่างมีช่องวางไมโครเวฟมาให้

ข้างๆเคาน์เตอร์สามารถดึงชั้นออกมาวางของเพิ่มเติมได้แบบนี้

ถัดเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับระเบียง ออกไปสูดอากาศหรือชมวิวได้

ประตูเป็นบานกระจก กรอบบานอลูมิเนียมแบบ 3 ตอน

ประตูแบบ 3 ตอน เวลาเปิดจะได้ช่องเปิดขนาดใหญ่ขึ้น  เลื่อนได้ 2 ทางทั้งซ้ายและขวา

ระเบียงมีแบ่งพื้นที่สำหรับส่วน Service มีทำระแนงกั้นบังตามาให้เรียบร้อย

ด้านล่างเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า ส่วนด้านบนวาง Condensing Unit ของแอร์พร้อมมีแผงบังตามาให้ค่ะ

พื้นที่ระเบียงขนาดประมาณ 2.45 x 1.10 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 cm. ทำความสะอาดซักล้างง่าย

ถัดมาเราไปดูกันต่อที่ห้องนอน

ภายในห้องนอนห้องนี้จะกว้างกว่าแบบแรก เพราะมีพื้นที่สำหรับวาง DAY BED เพิ่มเข้ามา การตกแต่งห้องนี้เน้นโทนสีขาวๆค่ะ

ด้านข้างเตียงทั้งสองฝั่งเหลือระยะพอสมควร ฝั่งซ้ายวาง DAY BED ได้ ส่วนทางฝั่งขวามีพื้นที่วางโต๊ะเครื่องแป้ง

ปลายเตียงมีระยะประมาณ 40 cm. เหมือนกับห้องแรก

พื้นที่ข้างเตียงตรงนี้สามารถใช้วาง DAY BED แบบในห้องตัวอย่างสำหรับสายชิลล์เอาไว้นอนเล่นพักผ่อน ถ้าใครมาสายบ้างานบ้าพลังก็ปรับเป็นโต๊ะทำงานยาวๆไปเลยก็ได้ค่ะ

หน้าต่างตรงนี้เป็น BAY WINDOW

อีกฝั่งหนึ่งของตัวห้องเป็นทางไปห้องน้ำ

ซึ่งบริเวณหน้าห้องน้ำจะมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า หน้าบานเป็นกระจกสามารถสำรวจตัวเองก่อน-หลังออกจากห้องได้

ในห้องน้ำการใช้วัสดุและโทนสีคล้ายๆห้องแรก แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกส่วนแห้งเช่นเดียวกัน แต่ห้องนี้มีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย ซึ่งเราจะไม่ค่อยเห็นห้อง 1 ห้องนอนให้อ่างอาบน้ำกันซักเท่าไหร่

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงาส่องหน้าก็เหมือนกับห้องแรก ด้านในซ่อนลำโพง BLUETOOTH มาให้เช่นเดียวกัน แต่วัสดุปิดผิวปรับเป็นโทนสีอ่อน แล้วแต่เลยว่าใครชอบแบบไหนจ้า

โถสุขภัณฑ์ได้แบบอัตโนมัติของ COTTO

พื้นที่อาบน้ำของห้องนี้ได้เป็นอ่างอาบน้ำค่ะ

อ่างอาบน้ำได้ของ COTTO เอาไว้แช่ตัวสบายๆ

หรือถ้าอยากจะยืนอาบก็มีชุดฝักบัวกับ Rain Shower มาให้

สุดท้ายเอาแปลนห้อง 2 ห้องนอนมาให้ดูกันหน่อย กับ Type 2B-1 49.25 ตารางเมตร เข้าห้องมาจะเจอครัวเปิดก่อนเช่นเดียวกัน ตรงกลางจัดวางเป็นพื้นที่นั่งทานข้าวหรือเตรียมอาหารแบบ Island ได้ ฝั่งขวาสุดเป็นห้องน้ำที่ใช้แชร์กัน มีทั้งส่วนแห้งและส่วนเปียก ถัดเข้าไปด้านในตรงกลางเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับระเบียง ห้องนอนมี 2 ห้อง แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ทางฝั่งขวาเป็นห้องนอนเล็กวางเตียงได้แบบ 3.5 ฟุต พร้อมมีพื้นที่วางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้า ส่วนฝั่งซ้ายของห้องเป็นห้องนอนใหญ่ที่มีหน้าต่างแบบ Bay Window หน้าห้องน้ำเป็นตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำห้องนี้ก็มีอ่างอาบน้ำมาให้ค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 6 November 2017

  • 1 Bedroom  ชั้น 21 เนื้อที่ 26.50 ตร.ม. ราคา 4.25 ล้านบาท หรือ 160,453 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom  ชั้น 20 เนื้อที่ 33.75 ตร.ม. ราคา 5.46 ล้านบาท หรือ 161,807 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom  ชั้น 28 เนื้อที่ 40.50 ตร.ม. ราคา 7.30 ล้านบาท หรือ 180,346 บาท/ตร.ม.
  • Fully Fitted / Fully Furnished (เพิ่ม Furniture package) 
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • Shuttle Service ไปกลับ BTS ทองหล่อ
  • จอง 20,000 – 60,000 บาท
  • ทำสัญญา 40,000 – 80,000 บาท
  • ดาวน์ 10% ผ่อนดาวน์ 35 งวด
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ 


เจาะลึกรวบยอด

OKA HAUS สุขุมวิท 36 เป็นคอนโด High Rise สูง 47 ชั้น  1,178 ยูนิต หนึ่งในพี่น้องตระกูล HAUS ทำเลตั้งอยู่ติดถนนใหญ่พระราม 4 ใกล้กับอาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ หรือ ช่อง3 ที่เรารู้จักกันนั่นเอง ที่ตั้งโครงการถึงแม้ว่าจะเป็นถนนรองคู่ขนานกับสุขุมวิทแต่ถนนพระราม 4 ก็ยังมีสถานที่สำคัญครบวงจรอยู่นะ ลองดูจากแผนที่ที่ทำประกอบให้แสดงให้เห็นทั้งปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ โรงเรียน และ มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงานที่ใกล้ๆเลยจะมี อาคารมาลีนนท์ ทาวน์เวอร์ อาคาร FYI อาคารสิรินรัตน์ มี BigC  Tesco Lotus K Village ให้ช้อปปิ้งซื้อของ ห้างใหญ่ๆหน่อยก็มี Gateway เอกมัย ส่วนถ้าใครอยากเดินเล่นหาร้านอาหารอร่อยๆ หรือ Hang out ก็ไปย่านทองหล่อได้ มี โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท โรงพยาบาลสุขุมวิท ส่วนสถานศึกษาก็จะใกล้กับม.กรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท  

การเดินทางโดยใช้รถ สามารถใช้ซอยสุขุมวิทฝั่งเลขคู่เช่น ซอยสุขุมวิท 36 , 38 ลัดไปออกถนนสุขุมวิท ย่านทองหล่อ เอกมัยได้ แต่ก็มีบางซอยเป็นวันเวย์เหมือนกันนะต้องศึกษาหน่อย  อย่างซอยสุขุมวิท 42 สามารถมุ่งหน้าจากแยกกล้วยน้ำไทไปสุขุมวิทได้ หรือซอยสุขุมวิท 40 ก็วันเวย์มุ่งหน้ามาพระราม 4 ได้อย่างเดียวเป็นต้น นอกจากนั้นทำเลนี้ยังถือเป็นจุดกระจายตัวออกเดินทางไปไหนมาไหนสะดวก ใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครด้วย เรื่องรถติดมีบ้างอยู่แล้วเพราะอยู่ในโซนใจกลางเมืองแต่ก็ไม่ได้หนักหนาเท่ากับสุขุมวิท ที่จอดรถประมาณ 50% ไม่รวมจอดซ้อนคันก็ถือว่าใช้ได้ค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ก็สามารถเรียกรถสาธารณะอย่างแท็กซี่ได้สะดวก เพราะอยู่ติดกับถนนใหญ่ วินมอเตอร์ไซค์เดินไปเรียกได้ตรงซอยสุขุมวิท36 หรือ ซอยแสนสบาย โดยทางโครงการมี Shuttle Service จากโครงการไป BTS ทองหล่อบริการให้ (แต่หลังจากนั้นขึ้นอยู่กับทางนิติบุคคลทาง manage เรื่องเส้นทาง) สำหรับรถไฟฟ้าโครงการจะอยู่ห่างจาก BTS สถานีทองหล่อประมาณ 1.3 กิโลเมตร ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ เดินเล่นชิลๆ หรือ Hangout ชื่อดังค่ะ

วัสดุ จัดมาให้ดีและมีทางเลือกมาให้ว่าอยากได้แบบ Fully Fitted หรือ Fully Furnished ซึ่งถ้าอยากได้ก็จ่ายเงินซื้อเพิ่ม Furniture packageเพิ่ม และยังมีโทนสีมาให้เลือก 2 แบบ คือ โทนลาเต้ (สีอ่อน) และ โทนเอสเปรซโซ่ (สีเข้ม) พื้นห้องเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ครัววัสดุปิดผิวหน้าบานตู้ด้านล่างจะเป็นเมลามีนลายผ้า (Satin pattern) ส่วนตู้ด้านบนเป็นสีพ่น Acrylic High-Gloss ผนังด้านหลังมีกระจก Backsplash มาให้ Top ครัวเป็นกระเบื้อง Porcelain slabs cotto Italia ในห้องน้ำได้โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติของ COTTO มีกระจกเงาที่ซ่อนลำโพง BLUETOOTH บางห้องที่เป็น 1 ห้องนอน มีอ่างอาบน้ำมาให้ ทั้งยังมี TOUCH PAD (HOME AUTOMATION) รวมถึงระบบต่างๆภายในห้อง เช่น เชื่อมต่อ VDO DOOR PHONE ที่ล็อบบี้ ติดต่อนิติบุคคล เช็ค MAIL BOX จองใช้บริการส่วนกลางเช็คค่าน้ำและค่าไฟ และ ทุกห้องจะมี  Alexa (Echo Dot by Amazon) ผู้ช่วยประจำบ้านอัจฉริยะ สามารถสั่งเปิดปิด เครื่องใช้ไฟฟ้า และที่ชาร์จมือถือแบบไร้สายมาให้ด้วย

การออกแบบ ทำออกมาได้ดีเข้ากับ Concept โครงการที่ออกแบบด้วยแนวคิด RETREAT & REBOUND ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติของขุนเขา สายลม แสงแดด โดยชื่อ OKA ในภาษาญี่ปุ่นก็แปลว่า ภูเขา นั่นเอง ดังนั้นการดีไซน์จึงเน้นออกแบบให้ทุกพื้นที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติเพื่อให้เราพักผ่อนผ่อนคลาย ชาร์จพลังจากการทำงาน ตัวอาคารมีการเล่นระดับและใช้วัสดุที่หลากหลาย คุม Concept ได้ดี ใช้โทนสีอ่อนเข้มตัดกันทำให้อาคารดูมีมิติ มีห้องพักแบบ Bay Window ที่มาพร้อมกับหน้าต่างแบบ Full-height สูงจากพื้นถึงฝ้า มีช่องเปิดช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และมีนวัตกรรมหมุนเวียนอากาศภายในห้องพัก ให้อากาศบริสุทธิ์เข้าไปแทนที่ ลดความชื้น และ ความร้อนสะสมในห้อง

สาธารณูปโภค จัดมาให้ครบครัน ค่อนข้างเยอะตามจำนวนยูนิต ทั้งพื้นที่โถงต้อนรับ , สวนส่วนกลาง พร้อมพื้นที่สันทนาการกลางแจ้งชั้นล่าง ชั้น8 ชั้น22และชั้นดาดฟ้า , ห้องซักรีด , สระว่ายน้ำที่มีมาให้ถึง 4 สระ ได้แก่ สระว่ายน้ำพร้อมจากุซซี่ (Swimming pool) สระพักผ่อน (Leisure pool) สระเด็ก (Kid’s pool) สระน้ำอุ่น (Heated pool) , พื้นที่สันทนาการสำหรับเด็ก (Playground) , ห้องออกกำลังกาย พร้อมอุปกรณ์ , ห้องอบไอน้ำแยกชาย/หญิง , Lobby Lounge , พื้นที่ทำงานส่วนกลาง , พื้นที่ครัวส่วนกลางและพื้นที่สันทนาการ , ลานภาพยนต์กลางแจ้ง , อินเตอร์เน็ตไร้สาย และ จุดบริการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และยังมีการนำเอาเทคโนโลยี Smart Living ที่ออกแบบมาให้ควบคุมทุกสิ่งง่ายๆด้วยปลายนิ้ว

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 163,000 บาท/ตร.ม., 6 November 2017

  • ทำเล 7.25/10 – ติดถนนใหญ่พระราม4 ใกล้กลุ่มอาคารสำนักงาน ใกล้โซนทองหล่อ-เอกมัย
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – ค่อนข้างสะดวก ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน ลัดเลาะไปออกทองหล่อ-เอกมัยได้ง่าย ที่จอดรถ 50%
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – ไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้า แต่โครงการมี Shuttle Service รับส่งที่ BTS ทองหล่อ
  • วัสดุ 8.5/10 – ให้ค่อนข้างดี มีโทนสีให้เลือก 1 ห้องนอนบางห้อง Bay Window และ อ่างอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ลำโพง BLUETOOTH พร้อมมีการนำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ เช่น TOUCH PAD (HOME AUTOMATION) , Alexa
  • แบบ 8/10 – ออกแบบมาได้ดี ส่วนกลางสวยน่าใช้ ห้องมี Layout ให้เลือกเยอะ มีระบบ AIR VENTILATION SYSTEM ในห้อง
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – ให้มาเยอะ ครบครันน่าใช้งาน เด่นๆเลยคือให้สระว่ายน้ำ 4 สระ แต่จำนวนยูนิตก็เยอะด้วยจึงน่าจะพอดีๆกับการใช้งาน 
  • HIGH CLASS
  • 7.72 / 10.00

BOTTOM LINE

OKA HAUS สุขุมวิท 36 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดติดถนนใหญ่ ใช้ชีวิตอยู่ในย่านพระราม4 ทองหล่อ เอกมัย เน้นใช้รถยนต์ส่วนตัวแต่ก็ยังเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้าได้สะดวก ชอบทำเลใจกลางเมือง ใกล้ทางด่วนและมีซอยลัด ชอบเทคโนโลยี และ ชอบใช้พื้นที่ส่วนกลาง มีงบประมาณ 4 – 15 ล้านบาท หรือ มีกำลังผ่อนประมาณ 28,000 – 105,000 บาท/เดือน   

Share

Leave a Reply