พาชมตึกเสร็จ Iris Westgate คอนโด Low Rise 5 อาคาร บนถนนจันทร์ทองเอี่ยม ห่างจาก MRT คลองบางไผ่ 450 ม. จาก IRIS Group [รีวิวฉบับที่ 1446]

October 6, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1446 … สวัสดีค่ะ วันนี้พาไปชมโครงการในย่านบางใหญ่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า กับโครงการ IRIS Westgate คอนโด Low Rise 5 อาคาร สร้างเสร็จพร้อมอยู่ บนถนนจันทร์ทองเอี่ยม ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีคลองบางไผ่ ประมาณ 450 ม. ตัวโครงการมาพร้อมกับ Facilities ขนาดใหญ่ทั้ง สระว่ายน้ำยาว 120 ม. และ Club House ที่ภายในมีสนามฟุตซอลอีกด้วย ในราคาขายเริ่ม 1.29 ล้านบาท ใครสนใจติดตามอ่านรีวิวได้เลยค่ะ

 

Fact @ 28 September 2017

  • Iris Westgate (ไอริส เวสท์เกต)
  • บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนน จันทร์ทองเอี่ยม จังหวัด นนทบุรี
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 5 อาคาร 900 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 23 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 30% รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 9-2-73.54 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ปี 2558
  • แล้วเสร็จ : ธันวาคม ปี 2559
  • 1 Bedroom 25.92 – 41.90 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 53,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-920-6699

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.888398, 100.410410

The Iris Westgate ตั้งอยู่ติดกับถนนจันทร์ทองเอี่ยมซึ่งเป็นเส้นที่เชื่อมระหว่างถนนกาญจนาภิเษก และถนนบางกรวย-ไทรน้อย ทำเลย่านนี้เหมาะจะเป็นที่อยู่อาศัยค่ะ เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ออกแนวชนบทนะคะ จะมีบ้านเดี่ยวตั้งแต่ 1-2 ชั้นกระจายตัวกันอยู่เป็นชุมชนต่างๆ นอกจากนี้ยังมีหอพักให้เห็นบ้างแต่จะอยู่ช่วงต้นๆซอย ที่เหลือก็จะเป็นพื้นที่ว่างเปล่าพอประมาณ พื้นที่ที่ติดกับโครงการมีทุ่งนาให้เห็นซึ่งก็น่าจะเป็นอาชีพของคนแถวนี้ด้วยค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์เรื่องอาหารการกินย่านนี้มีพอสมควรบริเวณริมถนนกาญจนาภิเษกช่วงใกล้จุดตัดกับถนนรัตนาธิเบศร์ หรือสามแยกบางใหญ่ แต่ในระยะที่เดินได้นั้นจะไม่ได้คึกคักมากเท่าไหร่นัก จะมีตรงข้ามโครงการมีร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 เป็นที่พึ่งพิงได้ในระยะใกล้ๆ ส่วนตามริมทางถนนจันทร์ทองเอี่ยมก็มีร้านอาหารบ้างแต่ไม่เยอะ พอให้ฝากท้องได้บ้าง แต่ถ้าออกมาเส้นกาญจนาภิเษกจากโครงการประมาณ 1.2 กม. จะมี Big C ฝั่งตรงข้ามเป็น Big King บางใหญ่ หรือเลยมาอีก 200 ม.ก็จะเป็นเซ็นทรัลเวสต์เกสห้างใหญ่ใกล้ๆ ในย่านนี้ ไม่มีรถก็สามารถนั่งวินไปยังได้เลยค่ะ สนธิราคาอยู่ที่ประมาณ 20 บาท จากหน้าโครงการ นอกจากนี้ยังมี BB Market Park , ตลาดกลางบางใหญ่เผื่อใครที่ชอบทำอาหาร โดยรวมแล้วบอกได้ว่าถ้าออกมาเส้นกาญจนาภิเษกแล้วมีค่อนข้างครบค่ะ ทั้งของกินของใช้เลือกได้ตามสบาย สะดวกที่ไหนก็ไปที่นั่นได้เลยนะ

การเดินทางถือว่าสะดวกค่ะ เพราะถนนจันทร์ทองเอี่ยมที่อยู่หน้าโครงการสามารถออกได้ทั้งเส้นกาญจนาภิเษก และเส้นบางกรวย-ไทรน้อย เข้าและออกเมืองสะดวกพอสมควร แต่ก็มีปัญหาเรื่องการจราจรติดขัดบ้างในบางเวลา โดยถ้าใช้เส้นกาญจนาภิเษกสามารถไปบางแค เข้าเพชรเกษม ออกสาทร สีมได้ หรือถ้าใช้เส้นบางกรวย-ไทรน้อยก็มาออกรัตนาธิเบศร์ได้ แล้วใช้เส้นรัตนาธิเบศร์เข้าเมืองไปแคราย งามวงศ์วาน ทะลุออกวิภาวดี และพหลโยธิน ซึ่งมีทางด่วนให้ขึ้นตั้งแต่งามวงศ์วานค่ะ นอกจากนี้ยังมีซอยวัดไผ่เหลือง และซอยเทศบาล 11/1 ที่เชื่อมระหว่างถนนจันทร์ทองเอี่ยมมาออกเส้นรัตนาธิเบศร์ได้ค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ หน้าโครงการมีรถ Taxi วิ่งผ่านตลอดแต่กลางคืนอาจจะน้อยหน่อย เดินออกมาหน้าปากทางถนนจันทร์ทองเอี่ยมสามารถโบกขึ้นรถตู้ รถสองแถว มีวิ่งผ่านหลายสายค่ะ ส่วนป้ายรถเมล์ต้องเดินไปทาง MRT สถานีคลองบางไผ่จากโครงการประมาณ 450 ม. มีรถหลายสายวิ่งผ่านเช่นกันค่ะ แต่ที่เด่นๆ เลยคือการเดินทางเข้าเมืองด้วยส่วน MRT สายสีม่วง ซึ่งจะเป็นสถานีคลองบางไผ่ที่เป็นสถานีใกล้ที่สุดโดยอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 450 ม. เป็นระยะที่พอเดินได้ค่ะ แต่ก็เดินค่อนข้างยากด้วยความที่ไม่มีฟุตบาทให้เดินง่ายตลอดทางและดึกๆก็ไม่ค่อยแนะนำค่ะ พึ่งพี่วินมอเตอร์ไซค์ด้านล่างสถานีดีกว่าค่ะ

หลังจากรีวิวครั้งก่อนหน้าที่ทางทีมงานมารีวิวโครงการในช่วงรถไฟฟ้ายังไม่เปิดใช้บริการนะคะ แต่รีวิวฉบับนี้เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้ใช้บริการแล้วเราเลยลองเดินทางจากเตาปูนในเมืองมายังโครงการกันให้ดูนะคะ ราคาค่าโดยสารก็โอเคเลยนะ หลังจากที่มีการปรับลดราคาลงมาก็อยู่ที่ 29 บาทตลอดสาย จากเตาปูนมาถึงสถานีคลองบางไผ่เลยค่ะ ใครทำงานในเมืองค่าโดยสารไป-กลับก็อยู่ที่ประมาณ 58 บาทเท่านั้นเอง และอีกอย่างที่สะดวกคือรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้จะเชื่อมกับสายสีน้ำเงินเลย คือใช้บัตรรถไฟฟ้าเดียวกัน เดินทางไปต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยาวๆ ได้เลย ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ใดใด ถือว่าสะดวกมากเลย รอบัตรแมงมุมใช้ร่วมกับ BTS ได้จะยิ่งดีทีเดียวค่ะ

สำหรับทางออกที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดก็คือทางออก 4 นะคะ ด้านล่างทางออกจะมีพี่วินรอให้บริการอยู่ด้วยนะ แนะนำว่าให้ต่อพี่วินเข้าโครงการจะสะดวกสุดนะคะ

กำหนดเวลาให้บริการรถไฟฟ้าจากสถนีคลองบางไผ่ถึงเตาปูน

จากนั้นเราก็เดินย้อนขึ้นไปทางที่มุ่งหน้าไปรัตนาธิเบศร์ บริเวณใกล้สถานีมีทางเท้าให้เดินง่าย และมีจุดพี่วินมอเตอร์ไซต์คอยบริการอยู่

เดินผ่านอาคารจอดรถและศูนย์ซ่อมบำรุงไปแล้วทางฟุตบาทก็จะแคบลงและมีบางจุดที่ต้องลงไปเดินบนถนนอยู่เหมือนกันนะ แนะนำว่านั่งมอเตอร์ไซค์จะดีสุดค่ะ

ข้ามคลองมาแล้วก็เลี้ยวซ้ายเลยเข้าถนนจันทร์ทองเอี่ยมเลยค่ะ ตามป้ายโครงการ Iris Westgate ไปได้เลย

ภายในถนนจันทร์ทองเอี่ยมเป็นถนนสายสั้นๆ ขนาด 2 เลนสวนกัน ที่เชื่อมระหว่างถนนใหญ่กาญจนาภิเษกและบางกรวย-ไทรน้อย รวมไปในถนนนี้ยังมีซอยย่อยที่สามารถลัดไปออกถนนรัตนาธิเบศร์ได้อีกด้วย และยังมีซอยที่มีหมู่บ้านและชุมชนอยู่อาศัยค่อนข้างเยอะ ดังนั้นเลยทำให้ถนนเส้นนี้มีความคึกคักอยู่พอสมควร จะเห็นรถเข้า-ออกเยอะ มีวินมอเตอร์ไซค์และรถสาธารณะผ่านระดับนึง ให้สามารถเรียกจากหน้าโครงการได้

เดินตรงมาอีกหน่อย บนถนนจันทร์ทองเอี่ยมช่วงแรกยังมีฟุตบาทนะคะ แต่ก็มีบางช่วงที่ไม่มีฟุตบาทแบบนี้ก็อันตรายอยู่นะ เดินต้องระวังดีดีเลย

ยังดีที่จากหน้าปากซอยมาถึงโครงการเลยมีระยะประมาณ 150 ม. ไม่ไกลมากค่ะ ก็ถึงหน้าโครงการแล้ว

ฝั่งตรงข้ามโครงการมี 7-11 และร้านรถเข็นขายอาหารต่างๆ ด้วยนะคะ ใครขี้เกียจซื้อของหรือหาของกินไกลๆ ก็สามารถมาพึ่งพิง 7-11 ได้เลย แค่ข้ามถนนเท่านั้น

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

พื้นที่โครงการจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หน้าโครงการอยู่ติดถนนจันทร์ทองเอี่ยม ฝั่งตรงข้ามทิศเหนือมี 7-11 และหอพัก ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเด่นๆ เลยคืออยู่ติดกับโรงเรียนจันทร์ทองเอี่ยมซึ่งเป็นโรงเรียนอนุบาล-ประถมศึกษา ในช่วงกลางวันบริเวณอาคาร B ฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือนี้จะได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ พอสมควรเลยนะคะ หากใครทำงานที่ห้องเป็นหลักต้องการสมาธิ หรือทำงานกลางคืนนอนกลางวันก็ไม่แนะนำค่ะ แต่โดยรวมแล้วสำหรับคนทั่วไปจะเลือกทิศนี้ก็ได้อยู่นะ เพราะช่วงกลางคืนก็โรงเรียนปิดอยู่แล้ว ไม่มีเสียงเด็กๆ รบกวน และยังเป็นทิศดีในเรื่องของแดดมากกว่าทิศตะวันตกเฉียงใต้นะ ส่วนทิศใต้ติดกับพื้นที่ว่างเปล่าเป็นทุ่งนาโล่งๆ ถ้าไม่มีโครงการขึ้นฝั่งนี้จะน่าอยู่ที่สุดค่ะ ในแง่ของความเป็นส่วนตัวและวิว แต่ก็เป็นทิศที่แดดแรงเช่นกันต้องลองพิจารณาเอาเองนะคะ ว่าให้น้ำหนักด้านไหนมากกว่า และทิศตะวันตกติดกับพื้นที่ว่างเปล่าและหอพัก 2-8 ชั้น แต่ไม่ได้อยู่ในระยะประชิดค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • 7-11 ประมาณ 50 m
  • ร.ร.จันทร์ทองเอี่ยม ประมาณ 240 m
  • Big C ประมาณ 1.2 km
  • เซ็นทรัลเวสต์เกต ประมาณ 1.4 km
  • BB Market Park ประมาณ 5.9 km
  • Big King บางใหญ่ ประมาณ 6.3 km
  • Big C Extra ประมาณ 6.5 km


เจาะลึกตัวโครงการ

เริ่มต้นกันที่ Master Plan โครงการก่อนนะคะ ตัวโครงการมีเนื้อที่ดินทั้งหมดประมาณ 9-2-73.54 ไร่ มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 900 ยูนิต แบ่งออกเป็น 5 อาคารด้วยกัน เริ่มจากทางเข้า-ออกโครงการเข้ามาจะเจอกับส่วน Sale Gallery โครงการก่อนนะคะ จากนั้นเข้าสู่เข้าตัวโครงการโดยผ่านจุดเข้า-ออกโครงการ แบบไม้กั้นกระดก ด้วยระบบ Keycard Access ระยะใกล้ ถัดเข้ามาหน่อยจะเป็นส่วน Club House หรือที่เรียกว่า Iris Arena จัดเป็น Club House ขนาดใหญ่พอสมควรเมื่อเทียบกับราคาขาย เพราะได้ทั้งส่วนที่จอดรถ สนามฟุตซอลในร่ม และฟิตเนส ซึ่งสนามฟุตซอลในร่มนี้เป็นส่วนกลางที่ค่อนข้างพิเศษทีเดียวนะ ไม่ค่อยจะเห็นในโครงการอื่นๆ

ส่วนด้านในจะเป็นอาคารพักอาศัย 5 อาคารวางยาวเรียงกันไปตามหน้าตาของที่ดินโครงการ โซนอาคารพักอาศัย 1-2 จะเป็นช่วงต้นๆ ซึ่งง่ายกับการเดินเข้า-ออกโครงการ ใกล้กับหน้าโครงการ ส่วนโซนด้านในเป็นโซนอาคาร 3-5 นั้นจะลึกเข้ามาหน่อย ข้อด้อยคือเดินไกลมากขึ้นจากหน้าโครงการ และไม่มี Cover Way ให้เดินบังแดด กันฝนได้ แต่ก็แลกมากับอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำที่ให้ขนาดความยาวมาถึง 120 ม. ใครเลือกโซนอาคารด้านหลังก็สามารถเข้าถึงสระว่ายน้ำได้ง่ายมากกว่าโซนอาคารด้านหน้าค่ะ

ในส่วนของที่จอดรถให้มาทั้งหมด 30% เป็นที่จอดรถแบบกลางแจ้งทั้งหมด จอดตามแนวที่ดินอาคารและด้านข้างของอาคารพักอาศัย

เริ่มจากด้านหน้าโครงการนะคะ ที่อยู่ติดกับถนนจันทร์ทองเอี่ยม

เข้ามาด้านในฝั่งซ้ายจะเจอกับส่วน Sale Gallery ตรงไปจะเจอกับป้อมยาม แบ่งการเข้า-ออกเป็น 2 ฝั่งด้วยกันค่ะ ถนนที่นี่บริเวณด้านหน้าทำออกมาสวยงามนะใช้คอนกรีตสแตมป์ และอีกฝั่งตกแต่งต้นไม้ โคมไฟให้แสงสว่างช่วงกลางคืน เรียบร้อยสวยงามดีค่ะ

รูปแบบการเข้า-ออกของที่นี่จะใช้ระบบ Keycard Access ระยะใกล้ คือทาบบัตรแล้วไม้กั้นกระดกจะเปิดอัตโนมัติ โดยจะใช้ระบบนี้ทั้ง 2 ฝั่งเข้า-ออกนะคะ ตรงกลางเป็นป้อมยาม มีพี่รปภ.คอยดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ผ่านทางเข้าโครงการมาไม่นานจะเจอกับส่วน Club House ของที่นี่ ถือว่าให้มาใหญ่ทีเดียว ที่นี่จะเรียกว่า Iris Arena เดี๋ยวเราไปดูกันค่ะ

บริเวณชั้นล่างมีถนนผ่านเข้าไปยังอาคารพักอาศัยด้านหลัง ส่วนฝั่งซ้ายทำเป็นที่จอดรถส่วนกลางสำหรับลูกบ้านขับมาจอดรถเพื่อใช้งานสนามฟุตซอล หรือฟิตเนสด้านบนได้ง่าย

ซึ่งที่จอดรถนี้ก็ทำพื้นเคลือบ Epoxy ให้ดูสวยงามเล่นสีสันลวดลาย

เดินขึ้นไปดูชั้น 2 กันค่ะ

ขึ้นมาชั้น 2 แล้วจะเจอบันไดขึ้นไปชั้น 3 ก่อนเลยค่ะ

แต่สำหรับชั้น 2 นี้ทำเป็นสนามฟุตซอลในร่ม มีหลังคากันแดดกันฝนเรียบร้อย กั้นด้วยตะข่ายกันลูกบอลกระเด็นออกให้ด้วยนะ ใครชอบนัดเพื่อนเล่นบอลนี่ไม่ต้องไปเช่าสนามหญ้าเทียมก็ยังได้นะ ที่นี่มีให้พร้อม คิดว่าอาจจะต้องมีการจองคิวและเวลากับทางนิติบุคคลก่อนนะคะ ซึ่งสนามฟุตซอลที่ให้นี้จัดเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เราไม่ค่อยจะเห็นในโครงการอื่นๆ เท่าไหร่นะคะ โดยเฉพาะคอนโดราคาล้านต้นๆ ด้วย สำหรับใครที่ชอบใช้ Facilities อยู่แล้วน่าจะชอบค่ะ

ลึกเข้ามาด้านในบริเวณนี้จะเป็นส่วนนิติบุคคลและสำนักงานค่ะ

ติดกันจะเป็นห้องน้ำแยกชาย/หญิงให้เรียบร้อยเลยค่ะ

ภายในมีทั้งห้องน้ำและห้องอาบน้ำไว้สำหรับลูกบ้านเล่นฟิตเนสหรือเตะบอลมาเหนื่อยๆ ก็อาบน้ำบริเวณนี้ได้เลย

ในส่วนของห้องน้ำผู้ชายตกแต่งเหมือนกับห้องน้ำผู้หญิงเลย แต่เพิ่มเติมมาในโซนโถปัสสาวะชาย

ขึ้นมาชั้น 3 จะแบ่งเป็น 2 โซนด้วยกัน คือโซนพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi-Outdoor อย่างในรูปนี้ มีวางชุดโซฟาแบบ Outdoor ให้ประมาณ 2 ชุดไว้นั่งเล่นกันได้

อีกโซนเป็นห้องฟิตเนสค่ะ ภายในให้เครื่องออกกำลังกายมาทั้งหมดประมาณ 8-9 เครื่อง รวมไปถึงโซนเวทเทรนนิ่งด้วย

ด้านในที่เป็นโซนเวทเทรนนิ่งก็ทำพื้นมาให้เป็นพื้นยางลดการกระแทกได้ดี บรรยากาศภายในห้องฟิตเนสค่อนข้างโปร่งโล่งเพราะจัดกระจกมาให้รอบทิศ

ถัดจากส่วน Iris Arena มาแล้วจะเป็นโซนอาคารพักอาศัยแล้วนะคะ โดยถนนจะแบ่งเป็น 2 ทางด้วยกัน ลักษณะการสัญจรภายในโครงการเป็นแบบ Oneway เพื่อให้ง่ายและสะดวกในการสัญจรภายในค่ะ

บริเวณด้านหน้าตรงทางแยกของถนนมีการตกแต่ง Hard Scape ด้วยน้ำพุ ต้นไม้ดูสวยงามดีค่ะ

รอบๆ ด้านข้างของถนนปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่นดีนะ ทั้งแบบยืนต้นและแบบไม้พุ่ม ถนนในส่วนแรกจะมีการปูคอนกรีตสแตมป์ให้ดูสวยงาม

ถัดเข้ามาด้านใน ฝั่งซ้ายมือจัดให้เป็นส่วนที่จอดรถ มีคั่นกลางด้วยต้นไม้ ซึ่งถ้าต้นไม้โตขึ้นอีกหน่อยก็จะดูร่มรื่นมากขึ้น ส่วนฝั่งขวาที่เห็นเป็นทางสีฟ้านั้น ทางโครงการออกแบบไว้สำหรับเป็น Jogging Track ไว้สำหรับวิ่งรอบอาคารได้ค่ะ ส่วนตึกที่เราเห็นฝั่งซ้ายมือใกล้กับอาคารนั้นจะเป็นโรงเรียนจันทร์ทองเอี่ยมซึ่งเป็นโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษา ช่วงกลางวันได้ยินเสียงเด็กๆ ค่อนข้างคึกคักเลยค่ะ

ในระหว่างอาคารด้วยกันจะจัดสวนให้ดูสวยงามด้วยนะคะ เรียกว่าเป็นโซน Iris Garden ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการ ดูร่มรื่น

บรรยากาศภายในสวนระหว่างอาคาร นอกจากจะเป็นสวนแล้วก็มีการจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นให้มานั่งเล่นกันได้ด้วยนะคะ

ถัดมาในโซนอาคารพักอาศัยด้านหลังกันบ้างค่ะ

ระหว่างอาคาร 2 และอาคาร 3 จะมีทางกลับรถให้ ส่วนห้องพักมุมของอาคารที่ 2 และ 3 ในชั้น 1 บริเวณนี้จะค่อนข้างเสียความเป็นส่วนตัวไปพอสมควรนะ เพราะขับรถผ่านหรือเดินผ่านก็สามารถมองเห็นภายในห้องได้เลย น่าเสียดายตรงที่น่าจะยกระดับชั้น 1 ในสูงขึ้นอีก Step นึง เกินระดับสายตาขึ้นไปจะดีกว่านี้เยอะเลยค่ะ

ส่วนในชั้น 1 ของทุกอาคารนั้นจะจัดให้เป็นห้องพักอาศัยด้วย ซึ่งห้องชั้น 1 นี้จะได้พื้นที่สวนของตัวเองแตกต่างจากชั้นอื่นๆ ซึ่งพื้นที่สวนนี้เหมาะกับคนที่ชอบปลูกต้นไม้ จัดสวนเล็กๆ ของตัวเอง ให้อารมณ์เหมือนกับอยู่บ้านมากขึ้น แต่ที่เป็นจุดด้อยก็มีตรงที่ขาดความเป็นส่วนตัวไปพอสมควรเลย เพราะการกั้นระหว่างถนนและตัวห้องจะเป็นไม้พุ่มและรั้วเหล็กพ่นสีขาวไม่สูงมากนัก สามารถเดินผ่านก็มองเห็นด้านในได้เลย วิธีแก้ของโครงการคือเปลี่ยนเป็นปลูกไม้พุ่มที่สูงขึ้นบังสายตาจากคนที่เดินผ่านได้บ้าง หรือลูกบ้านจะนำไม้พุ่มกระถางมาปลูกเองบริเวณสวนของตัวเองเพื่อบังสายตาก็ได้ค่ะ

ถัดมาอีกหน่อยจะเป็นส่วนอาคารที่ 4 และ 5 บริเวณฝั่งขวามือจะจัดให้เป็นสระว่ายน้ำติดกับอาคารเลยค่ะ

เดี๋ยวเราไปดูบรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำกันนะคะ

สำหรับสระว่ายน้ำที่นี่จัดมาให้ยาวมากทีเดียวมีความยาวรวมกันทั้งหมดอยู่ที่ 120 ม. เลยค่ะ ซึ่งจริงๆ จะมีการแบ่งซอยออกเป็นสระเด็ก 2 และสระผู้ใหญ่ 2 นะคะ แต่น้ำในสระจะเชื่อมกันทั้งหมด เรียกว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานจริง และว่ายออกกำลังกายได้จริงเช่นกันค่ะ เหมาะกับคนที่ชอบใช้ Facilities เป็นหลักจริงๆ แต่ก็ต้องอย่าลืมคำนึงถึงว่า Facilities ที่ใหญ่นั้นก็แลกมากับการบำรุงรักษาที่มากขึ้นและต้องพิถีพิถันกับงานระบบที่ค่อนข้างหนักกว่าสระขนาดมาตรฐานทั่วไปนะ นำมาซึ่งค่าส่วนกลางในอนาคตด้วยเช่นกันนะคะ

ด้านข้างสระจัดให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นริมสระ มีหลังคาคลุมกันแดดกันฝนได้ระดับนึงค่ะ

บริเวณพื้นที่นั่งเล่นริมสระหรือส่วน Terrace นี้ มีวาง Day Bed ให้นั่งเล่นอาบแดดกันชิลๆ ได้ด้วยนะ

ติดกับส่วน Terrace จัดให้เป็นพื้นที่ล้างตัวและห้องน้ำแยกชาย/หญิงเรียบร้อย

บริเวณพื้นที่ล้างตัวมีฝักบัวให้ 2 จุดทั้งแบบ Rain Shower และฝักบัวสายอ่อน

ภายในห้องน้ำจะมีห้องน้ำย่อยให้ทั้งหมด 3 ห้องด้วยกันและอ่างล้างมืออีก 2 จุด ไว้บริการลูกบ้านค่ะ

บรรยากาศสระว่ายน้ำจะอยู่ติดกับอาคารพักอาศัยเลย ใครเลือกห้องชั้น 1-2 ก็จะได้วิวสระว่ายน้ำไปในตัว แต่แนะนำให้เลือกชั้น 2 นะ ชั้น 1 ดูติดกับสระว่ายน้ำในระยะสายตาพอดี แต่หากใครไม่ซีเรียสความเป็นส่วนตัวอยากนั่งริมระเบียงชมวิวสระระยะใกล้ก็เลือกชั้น 1 ได้ค่ะ

อีกมุมหนึ่งของสระว่ายน้ำค่ะ

ถัดมาที่ถนนอีกฝั่งจะเป็นถนนที่เดินรถทางเดียวเช่นกัน แต่ความกว้างจะน้อยลงจากถนนอีกฝั่งหน่อยเพราะมีการเผื่อที่ไว้สำหรับเป็นที่จอดรถด้วยส่วนนึง

มาที่แปลนของอาคารพักอาศัยกันบ้างนะคะ แปลนแต่ละอาคารเหมือนกันหมดเลยค่ะ โดยเริ่มห้องพักอาศัยที่ชั้น 1 เลย ที่นี่จะเป็นห้อง 1 Bedroom ทั้งหมด มี 3 Type คือ A, B, C โดย B และ C จะอยู่ตรงมุมอาคารทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนที่เหลือจะเป็น Type A  ทั้งหมด แปลนห้องชั้น 1 จะแตกต่างจากชั้น 2-8 คือจะมีพื้นหญ้านอกระเบียงมาให้ด้วยและคิดรวมอยู่ในราคาห้อง ได้โฉนดเรียบร้อย และมีพื้นที่ Semi-Outdoor Terrace ซึ่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นในร่มอยู่ในอาคาร ซึ่งจะมีให้ทุกอาคารนะคะ นอกนั้นแปลนก็จะเหมือนกันทุกชั้น แต่ละอาคารมีลิฟท์ 2 ตัว คิดเป็นอัตราส่วนอยู่ที่ 90:1 ก็ถือว่าไม่หนาแน่นนะคะ ในส่วนระยะจากห้องสุดท้ายถึงลิฟท์ประมาณ 50 ม. ค่ะเดินไม่ไกลมาก

เริ่มจากหน้าทางเข้าอาคาร จะเป็นประตูบานเปิด ใช้ระบบสแกนบัตรเข้ามาตรฐาน

เข้ามาภายในเจอกับโถงลิฟต์เลยค่ะ ตรงไปสุดจะเป็นส่วน Semi-Outdoor Terrace ซึ่งบริเวณโถงลิฟต์ก็ไม่ได้เป็นอาคารปิดนะคะ จะมีช่องเปิดจากส่วน Terrace นี่แหละช่วยระบายอากาศภายใน ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ให้สิ้นเปลืองค่าส่วนกลาง

ส่วน Semi-Outdoor Terrace ตกแต่งด้วยพื้นหญ้าเทียมสลับกับคอนกรีดและไม้เทียบ ลักษณะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง แบบ Double Volume ได้วิวสระว่ายน้ำเฉพาะอาคาร 4 และ 5 นะ

ด้านข้างมีวางชุดโต๊ะและที่นั่งเล่นแบบ Outdoor 1 ชุดด้วยกัน

บริเวณโถงทางเดินมีวาง Mail Box ให้

ตลอดโถงทางเดินไม่มืดมากนะคะ เพราะได้แสงสว่างจากช่องแสงของโถงทางเดินและโถงลิฟต์ รวมไปถึงมีดวงโคมเปิดไฟอยู่ให้ตลอด

ชั้น 2-8 จะคล้ายคลึงกันทั้งหมดค่ะ คือลักษณะแปลนเป็นรูปตัว I ยาวๆ เป็น Double Loaded Corridor เน้นวิวฝั่งทิศตะวันออก-ตะวันตกเป็นหลัก จำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดอยู่ที่ 23 ยูนิต

บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์ของชั้น 2-8 จะได้หน้าต่างและกระจกขนาดใหญ่ เพิ่มพื้นที่ให้แสงสว่างเข้ามาภายในบริเวณโถงได้ดีค่ะ

สำหรับคนที่อยู่ในชั้นสูงอย่างชั้น 7-8 ฝั่งทิศตะวันออก จะได้วิวเหมือนอย่างในรูปด้านบนเลยค่ะ ส่วนใหญ่แล้วเป็นอาคารเตี้ยและพื้นที่ว่างเปล่าสลับกันไป จึงได้วิวระยะไกลสุดสายตา

และวิวฝั่งทิศตะวันตกส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่นาและพื้นที่ว่างอยู่พอสมควรเลยค่ะ พูดง่ายๆ ว่าเลือกวิวได้ทั้ง 2 ทิศเลยค่ะ โล่งหมด ส่วนเรื่องลมแดดนั้นทางฝั่งทิศตะวันออกจะได้เปรียบกว่า เฉพาะคนที่เลือกห้องชั้น 7 และ 8 นะคะ แต่ส่วนใครที่เลือกทิศตะวันออกในอาคาร 2,3 ในช่วงกลางวันวันธรรมดาก็อาจจะได้ยินเสียงเด็กๆ โรงเรียนข้างๆ อยู่บ้างนะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 4 สระ ยาว 120 ม. แบ่งเป็นสระผู้ใหญ่ 2 และสระเด็ก 2 สระ
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 8-9 เครื่อง
  • สนามฟุตซอลในร่ม
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • สวนหย่อมระหว่างอาคาร
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 90:1
  • ที่จอดรถ 30% รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

โครงการ Iris Westgate จะมีห้องแบบเดียวคือเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้นประมาณ 25.92 ตร.ม. ไปจนถึงห้องขนาด 41.90 ตร.ม. ตอบโจทย์คนที่อยู่อาศัย 1-2 คน รูปแบบการขายจะเป็นแบบ Fully Furnished คือได้เฟอร์นิเจอร์อย่าเตียงก็รวมฟูกด้วยทั้งหมด รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็น ไมโครเวฟเช่นกันค่ะ ยกเว้น Hob&Hood เท่านั้นค่ะ ตอบโจทย์สำหรับคนที่มีงบจำกัดด้วยเช่นกัน ไม่ต้องเผื่องบสำหรับตกแต่งหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์อีกก้อนค่ะ

มาดูห้องตัวอย่างแรกกันนะคะ คือห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในอยู่ที่ประมาณ 25 ตร.ม. จัดเป็นห้องที่มีจำนวนยูนิตมากสุดในโครงการค่ะ จะมีเฉพาะห้องในชั้น 1 ที่ได้พื้นที่สวนด้านหน้าด้วย ส่วนภายในห้องเหมือนกันหมดนะคะ โดยเข้ามาภายในห้องจะเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่นซึ่งเชื่อมกับพื้นที่รับประทานอาหารและครัวที่อยู่ติดกับระเบียงด้านนอก แม้จะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมกันหมด แต่ก็ยังสามารถแบ่งได้เป็นสัดส่วนดีนะ ด้วยความที่พื้นที่ภายในมีไม่มากนักเลยเสียดายตรงที่ไม่ได้สามารถจัดเป็นครัวปิดได้ แต่ด้วยตำแหน่งของครัวแล้วก็เหมาะกับการทำอาหารอยู่ ใครชอบทำครัวหน่อยก็ลงทุนซื้อ Hood แบบต่อท่อออกไปด้านนอกได้นะคะ เวลาทำอาหารกลิ่นอาหารจะได้ฟุ้งทั่วห้อง ส่วนห้องนอนจัดให้มาเป็นสัดส่วนดี เทียบกับขนาดห้องแล้วถือว่าให้ขนาดห้องนอนมาพอสมควร และได้เนื้อที่ด้านหน้าห้องค่อนข้างมาก จึงเป็นห้องที่สามารถเห็นวิวและได้แสงธรรมชาติจากภายนอกได้ดีค่ะ จุดด้อยของห้องนี้ด้วยความที่ลักษณะห้องเป็นห้องหน้าแคบลึกจึงไม่ได้พื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดกับระเบียง สามารถมองเห็นวิวได้ ส่วนการจัดภายในโดยรวมก็ลงตัวดีค่ะ

หน้าตา Furniture ที่ได้ในห้องมาตรฐานของ Type ห้องนี้จะเป็นแบบนี้เลยค่ะ ทั้งหมดจาก SB Furniture นะคะ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ให้ห้องตัวอย่างส่วนใหญ่จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง ยกเว้นส่วน Pantry และสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด

จุดเด่นของโครงการนี้อย่างนึงเลยคือเรื่องของวัสดุภายในห้องที่ตั้งใจให้มาพอสมควร เมื่อเทียบกับราคานะคะ เริ่มจากประตูหน้าห้องที่เป็นแบบ Oversize ขนาด 210 x 100 ซม. ปิดผิวด้วยลามิเนต

มือจับเป็นก้านโยกสแตนเลสมาตรฐานค่ะ

เข้ามาภายในห้องจะเจอส่วนนั่งเล่นที่เชื่อมกับพื้นที่รับประทานอาหารและครัว ฝั่งขวาเป็นห้องน้ำและด้านในสุดเป็นห้องนอนค่ะ โดยห้องนอนจะได้ประตูบานเลื่อนกระจกกั้นพื้นที่ให้ชัดเจนนะ ความสูงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.6 ม. และพื้นเป็นลามิเนตหนา 8 มม. มาตรฐาน บริเวณฝ้าเพดานติดดวงโคมดาวน์ไลท์แบบเดียวกับห้องตัวอย่างเลย รวมไปถึงมีติด Detector ให้เรียบร้อย

พื้นที่ส่วนนั่งเล่นมีความกว้างจากโซฟาถึงทีวีอยู่ที่ประมาณ 1.8 ม. สามารถแขวนทีวีขนาด 40″-42″ ได้กำลังดีกับระยะสายตาค่ะ บริเวณนี้ในห้องมาตรฐานจะได้โต๊ะกลางมาด้วยนะ แต่ด้วยระยะความกว้างของทางเดินมีไม่มากนัก โต๊ะกลางที่ได้ก็จะกินทางเดินไปหน่อยเหมือนกันนะคะ

ติดกับส่วนทีวีเป็นทางเข้าห้องน้ำค่ะ สำหรับประตูห้องน้ำที่นี่ใช้เป็นประตู โพลีสไตรีน ขนาด 200×70 ซม. ข้อดีคือเป็นวัสดุที่สามารถทนความชื้นได้ดี ทำความสะอาดได้ง่ายและปลวกไม่กิน

พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องเล็กน้อย ภายในปูพื้นกระเบื้องเซรามิกแบบด้านให้ กันลื่นได้ระดับนึง

ภายในแยกส่วนเปียกส่วนแห้งให้ชัดเจนดีค่ะ โดยส่วนแห้งนี้จะได้โถสุขภัณฑ์ Mogen แบบตัวเดียวด้วยนะ ซึ่งจัดว่ามีราคาสูงกว่าโถสุขภัณฑ์แยกชิ้นนะคะ ถือว่าให้มาดีค่ะ ส่วนอ่างล้างมือก็ของ Mogen เช่นกันแต่เป็นแบบตั้งพื้น ไม่ใช่แบบติดกับผนังนะ มีกรุกระจกเงาข้างหลังให้เรียบร้อยค่ะ เมื่อเทียบกับราคาห้องแล้วก็ถือว่าได้วัสดุที่คุ้มค่ากับราคาค่ะ ด้านข้างของโถสุขภัณฑ์ทางโครงการออกแบบมาเป็นช่องขนาดเล็กแต่มีความลึกระดับนึง ซึ่งจะไม่ได้ Built-in ชั้นวางให้นะคะ แต่เป็นช่องโล่งๆ ที่ตั้งใจไว้ให้ลูกบ้านสามารถมีช่องเก็บของได้ เช่นพวกอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ เนื่องจากคอนโดปัญหาหลักๆ เลยคือไม่มีพื้นที่สำหรับเก็บของ เนื่องจากพื้นที่ใช้สอยที่เล็ก ทางโครงการเลยคิดพื้นที่ในส่วนนี้ขึ้นมาให้ค่ะ

พื้นที่ส่วนเปียกมีขนาดกะทัดรัดตามขนาดพื้นที่ใช้สอยโดยรวมของห้องแต่ไม่ถึงกับคับแคบเกินไปนะ อย่างพื้นที่ระหว่างโถก็มีมาให้ระดับนึงที่นั่งได้สบาย

ถัดมาเป็นส่วนเปียกหรือพื้นที่อาบน้ำนะคะ ในห้องจริงจะไม่ได้กั้นฉากอะไรให้นะ ลูกบ้านสามารถซื้อม่านพลาสติกมาติดตั้งเหมือนห้องตัวอย่างเลยก็ได้ค่ะ สามารถกันน้ำกระเด็นออกจากส่วนเปียกได้ในงบประมาณที่ไม่แพงด้วย ส่วนใครมีงบหน่อยอยากติดฉากกั้นนั้นต้องลองเช็คขนาดพื้นที่อาบน้ำหน่อยว่าถ้าติดตั้งเป็นฉากกั้นบานเลื่อนสามตอน สามารถเข้า-ออกได้ง่ายไหม ส่วนภายในพื้นที่อาบน้ำจะได้ตะแกรงที่วางของด้านข้าง ได้ฝักบัวสายอ่อนพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นด้วยนะคะ

พื้นที่อาบน้ำมีการกั้นธรณีให้กั้นน้ำไหลย้อนได้ดีค่ะ

มาต่อที่ส่วนรับประทานอาหารและครัวกันนะคะ

สำหรับโต๊ะรับประทานอาหารในห้องมาตรฐานจะเป็นโต๊ะลอยตัวและเก้าอี้ 2 ตัวให้เหมือนใน Furniture List ด้านบนเลยค่ะ ลักษณะการวางคือเป็นแบบหันข้างเหมือนการวางเก้าอี้ในห้องตัวอย่างเลย คิดว่าพื้นที่ไม่น่าพอสำหรับวางเก้าอี้แบบหันหน้าเข้าหากันนะ เพราะมีพื้นที่เหลือด้านหลังสำหรับเลื่อนเก้าอี้เข้า-ออกไม่มากนักค่ะ

ถัดมาพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็น ไมโครเวฟนี้ได้หมดเลยนะคะ พอดีทางโครงการตอนนี้จัดโปรโมชั่นมาตัวเปล่าได้ครบทุกอย่างแค่แพคกระเป๋าก็เข้าอยู่ได้เลยค่ะ

ถัดมาเป็นส่วน Pantry ครัว ซึ่งจะได้เหมือนในห้องตัวอย่างเลยนะคะ คือมีทั้งเคาน์เตอร์และตู้วางของด้านบนด้วย ที่แปลกหน่อยคือตำแหน่งเครื่องปรับอากาศด้านนอกติดตั้งมาไว้บริเวณครัวนี่แหละ เข้าใจว่าจะได้ไม่ต้องเดินท่อไกลกับ CDU แอร์ แต่ในการใช้งานจริงน่าจะอยู่บริเวณพื้นที่นั่งเล่นมากกว่านะ

มาที่เคาน์เตอร์ครัวนะคะ ด้านบนเป็น Particle เคลือบเมลามีนมาตรฐาน ด้านล่างให้ชั้นวางของได้ระดับนึงค่ะ หน้าบานปิดผิวด้วยลามิเนต มีตัวจับเป็นแผ่นเหล็กยื่นด้านบนจับได้ง่ายดี เปิดบานเปิดแล้วยังพอมีที่เหลือบริเวณทางเดินบ้างเล็กน้อยให้พอเดินได้

ส่วนด้านบนจะไม่ได้เตานะคะ แนะนำว่าซื้อเตาไฟฟ้ามาตั้งก็ได้ค่ะ งบไม่แรง ส่วนซิงค์ได้แบบหลุมเดี่ยวมาตรฐาน

ด้านบนให้เป็นตู้และชั้นวางของปิดผิวด้วยลามิเนตเหมือนด้านล่าง

ถัดมาส่วนระเบียงกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกมาตรฐานค่ะ

ออกมาเป็นส่วนระเบียงซักล้างขนาดกะทัดรัด ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิก

ด้านข้างส่วนล่างติดตั้งก็อกสนาม เดินท่อน้ำทิ้งและปลั๊กไฟกันน้ำให้เรียบร้อยสำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ และด้านบนเป็นที่แขวน CDU แอร์แบบเป่าลมร้อนมาด้านข้าง ซึ่งจะติดกริลแอร์เบี่ยงลมร้อนไปด้านนอกก็ได้นะคะ ภายนอกมีให้แผงระแนงบังสายตาส่วน CDU แอร์จากภายนอกด้วยเช่นกัน

ลงจากระเบียงซักล้างมา เฉพาะชั้นล่างเท่านั้นที่จะได้พื้นที่สวนเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งพอที่จะวางเก้าอี้นั่งเล่นได้ แต่ก็จะแคบอยู่เหมือนกันนะ ไม่ได้ใหญ่แบบนั่งได้สบาย เรามองว่าเหมาะกับเป็นพื้นที่สวน วางไม้กระถางต่างๆ ของคนที่ต้องการอยู่คอนโดแต่ก็อยากได้พื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ทำสวนเล็กๆ มากกว่าค่ะ

ด้านข้างจะกั้นแนวรั้วเหล็กเตี้ยให้แบบนี้ คิดว่าในแง่ของความเป็นส่วนตัวห้องนี้จะค่อนข้างน้อยเลยนะ ถ้าจะดีคือโครงการปลูกต้นไม้พุ่มสูงขึ้นมาหน่อยติดแนวรั้วเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ลูกบ้านในชั้นล่างมากขึ้นก็จะพอช่วยได้ค่ะ

มาที่ห้องนอนในห้องมาตรฐานจะได้เตียงขนาด 5 ฟุตพร้อมฟูกเตียงด้วยนะคะ และด้านข้างก็จะได้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมเก้าอี้สตูลค่ะ ด้านในสุดได้หน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่พอสมควรนะคะ มีกระจกให้ด้านล่างหน้าต่างบานเลื่อนด้วย ทำให้แสงธรรมชาติจากด้านนอกเข้ามาภายในห้องได้พอสมควร ตัวห้องจึงดูโปร่งโล่ง

กลับมาอีกฝั่งของห้องนอนเป็นส่วนโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าค่ะ ซึ่งตู้เสื้อผ้าจะได้ตาม Furniture List ของ SB Furniture นะคะ ไม่เหมือนในห้องตัวอย่าง และประตูเข้าห้องจะใช้เป็นประตูบานเลื่อนค่ะ

มาดูที่ห้องตัวอย่างต่อไปมีขนาดใหญ่ขึ้นมาอยู่ที่ 32 ตร.ม. คือจะได้ลักษณะห้องที่มีหน้ากว้างมากขึ้น ทำให้สามารถวางพื้นที่นั่งเล่นติดกับระเบียงได้ จึงสามารถมองวิวภายนอกจากพื้นที่นั่งเล่นได้เลย และให้ความรู้สึกที่ได้พื้นที่นั่งเล่นกว้างขวางมากขึ้น นอกจากเนื้อที่ที่มากขึ้นก็มาจากแสงธรรมชาติส่งเสริมให้พื้นที่ดูโปร่งโล่งอีกด้วยค่ะ ด้วยขนาดพื้นที่ที่ใหญ่มากขึ้นจากห้องที่แล้วทำให้สามารถจัดวางครัวขนาดใหญ่ที่เราสามารถ Built-in โต๊ะบาร์เพิ่มเติมได้ หรือจะถ้าเอาเฟอร์นิเจอร์ตามที่ได้นั้นก็จะได้โต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้แบบ 4 ที่นั่งเลยค่ะ ส่วนห้องนอนก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยค่ะ แต่ได้ตำแหน่งติดกับภายนอกได้แสงได้วิวเช่นเดิม ใครที่มีงบมากขึ้นหน่อยหรืออยู่อาศัยแบบ 2 คนเลือกห้องนี้ก็จะตอบโจทย์มากกว่าค่ะ อีกทั้งยังเป็นห้องมุมด้วยนะ ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

หน้าตาเฟอร์นิเจอร์ที่ได้มาตรฐาน โดยรวมแล้วจะใกล้เคียงกับห้องตัวอย่างแรกนะคะ มีแตกต่างที่ส่วนรับประทานอาหารที่ได้ชุดโต๊ะและเก้าอี้ขนาดใหญ่และจำนวนเก้าอี้มากขึ้น ชุดโซฟาที่หน้าตาไม่เหมือนกันและตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ขึ้นค่ะ

เข้ามาภายในห้องจะรู้สึกว่าห้องโปร่งโล่งดีทีเดียวเพราะได้ช่องแสงจากภายนอกมากขึ้น จากหน้าห้องจะเป็นส่วน Common Area ซึ่งเชื่อมระหว่างครัว พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นค่ะ

เริ่มจากส่วนครัวกันก่อนนะคะ ในห้องมาตรฐานจะไม่ได้ Built-in โต๊ะบาร์ให้นะคะ แต่ตกแต่งให้ดูว่าสามารถทำได้ ด้วยพื้นที่ที่มีค่อนข้างมากค่ะ ในห้องมาตรฐานให้วางเป็นโต๊ะและเก้าอี้รับประทานอาหารแทน

อีกมุมมองนึงของส่วนครัวค่ะ

ส่วนตำแหน่งนี้จะเป็นส่วน Pantry ครัวค่ะ ซึ่งจะได้เหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยนะคะ

อีกมุมมองส่วนครัวจากส่วนพื้นที่นั่งเล่นนะคะ ในห้องจริงฝ้าเพดานบริเวณครัวจะไม่ได้เล่นฝ้าแบบนี้ให้นะคะ เป็นแบบฝ้าฉาบเรียบทาสีให้มาตรฐานค่ะ อ่อ..จะบอกว่าที่นี่เค้ามีทา Skim Coat ก่อนที่จะทาสีให้เพื่อฉาบหน้าผิวปูนให้มีความเรียบมากยิ่งขึ้นให้ด้วย ซึ่งทางโครงการค่อนข้างพรีเซ้นในเรื่องนี้พอสมควรเลยค่ะ เห็นได้ว่ามีความตั้งใจที่จะพยายามให้เรื่องวัสดุพอสมควรทีเดียว สิ่งที่เราสามารถเห็นได้เลยก็จะเป็นเรื่องเฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ต่างๆ และยังมีพวกงานโครงสร้าง งานอาคารเราไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่านะ อันนี้ถือเป็นข้อดีที่ทางโครงการใส่ใจทำให้

ติดกับส่วนครัวเลยจะเป็นห้องน้ำนะคะ ห้องน้ำนี้ก็แบ่งส่วนเปียกและแห้งไว้ชัดเจนเหมือนห้องแรกนะคะ แต่มีขนาดพื้นที่ห้องน้ำที่ใหญ่กว่า

มาที่ส่วนแห้ง ส่วนโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือจะวางกันคนละตำแหน่งนะ ทำให้มีพื้นที่ด้านข้างวางพวกชั้นวางของต่างๆ เพิ่มเติมได้ แต่แปลนนี้ก็มีข้อด้อยอยู่เหมือนกันคือประตูเปิดมาแล้วชนกับขอบอ่างล้างมือ แก้ปัญหาง่ายๆ คืออาจจะแปะสติกเกอร์ยางตรงจุดที่กระแทกที่ประตูไว้ก็พอจะช่วยได้บ้าง ไม่ก็ติด Door Stopper ด้านล่างให้ประตูเปิดไม่ถึงส่วนอ่างล้างมือค่ะ

พื้นที่อาบน้ำขนาดใหญ่ขึ้นอาบได้สบายมากขึ้น

มีช่องสำหรับเก็บของต่างๆ ได้ ส่วนสุขภัณฑ์ทั้งหมดเหมือนห้องแรกเลยค่ะ

มาที่ส่วนนั่งเล่นกันนะคะ สำหรับพื้นที่นั่งเล่นนี้จัดได้เป็นสัดส่วนดี มีขนาดพอสมควร ได้วิวจากด้านนอกและค่อนข้างโปร่งโล่ง ด้วยขนาดพื้นที่ประมาณนี้สามารถวางโต๊ะกลางที่ทางโครงการให้มามาตรฐานได้โอเคกว่า และไม่ขวางทางเดินหลักเหมือนห้องแรกนะ

ด้านหลังส่วนที่วางทีวีเป็นประตูทางเข้าห้องนอน จะได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน รางบนฝ้าเช่นเดียวกับห้องเมื่อกี้ รางบนฝ้านี้ข้อดีมากๆ เลยคือไม่มีรางด้านล่างซึ่งทำให้เดินสะดุด หรือเวลาเหยียบลงไปแล้วเจ็บเท้า พื้นลามิเนตก็สามารถปูยาวๆ เชื่อมกันได้เลย ดูสวยงามมากกว่า

ภายในห้องนอนได้เตียง+ฟูกขนาด 5 ฟุต เช่นเดียวกันค่ะ บรรยากาศห้องโปร่งโล่งดีเพราะได้หน้าต่างบานใหญ่ระดับนึง

ติดกับประตูห้องจะได้ตู้เสื้อผ้า Built-in และโต๊ะเครื่องแป้งด้วยนะคะ แต่หน้าตาจะไม่เหมือนในห้องตัวอย่างนะ ให้วกกลับไปดูในใบ Furniture List ข้างต้นค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 28 September 2017

  • 1 Bedroom อาคาร 1 ชั้น 1 ห้อง 1106 เนื้อที่ 29.62 ราคา 1.604 ล้านบาท หรือ 54,152 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร 5 ชั้น 5 ห้อง 5514 เนื้อที่ 25.92 ราคา 1.431 ล้านบาท หรือ 55,208 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร 1 ชั้น 8 ห้อง 1813 เนื้อที่ 25.92 ราคา 1.416 ล้านบาท หรือ 54,629 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • จอง 999 บาท
  • ทำสัญญา 4,001 บาท
  • ค่ากองทุน 350 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ The Iris Westgate จัดเป็นโครงการที่มีจุดเด่นในเรื่องของ Facilities และการให้วัสดุภายในห้องมาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาขายในปัจจุบัน และโครงการข้างเคียง แต่จะด้อยกว่าโครงการข้างเคียงอื่นๆ ที่เป็น Low Rise ในทำเลนี้ด้วยกันตรงที่อยู่ในถนนรอง และเดินไปใช้ MRT ลำบากกว่า ซึ่งปัจจุบันตัวโครงการอยู่ในสถานะสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว และจัดโปรโมชั่นแบบมาตัวเปล่าเข้าอยู่ได้เลย เพราะห้องได้ตกแต่งให้แบบ Fully Furnished รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการหาที่อยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียม บนทำเลนี้ที่มีงบประมาณจำกัด ไม่ต้องการควักกระเป๋าเงินเพื่อมาตกแต่งห้องเพิ่มและต้องการอยู่อาศัยเลย ชอบใช้ Facilities ที่หลากหลาย โครงการนี้ก็จะตอบโจทย์ค่ะ

ทำเล – ทำเลโครงการโดยรอบไม่มีความอุดมสมบูรณ์มากนัก ส่วนใหญ่ต้องออกไปทางถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งจะมีทั้งห้างร้านต่างๆ มากมาย รวมทั้งร้านอาหารที่เปิดริมถนนด้วย ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ในระยะที่ขับรถได้ใกล้ๆ ค่ะ ส่วนสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการจัดว่าไม่คึกคัก เป็นทำเลที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นส่วนใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบค่ะ โดยรวมแล้วทำเลยังถือว่าเป็นรองโครงการติดถนนใหญ่อย่างกาญจนาภิเษกนะคะ

การเดินทางโดยใช้รถ – จัดว่าสะดวกนะคะ แม้ไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ แต่ความที่อยู่ถนนรองก็จะมีข้อดีตรงที่สามารถเลือกเส้นทางเดินทางได้หลากหลายมากกว่าถนนใหญ่ เช่นเดียวกับถนนจันทร์ทองเอี่ยมที่เป็นถนนสายสั้นๆ เชื่อมระหว่างถนนกาญจนาภิเษกและถนนบางกรวย-ไทรน้อย อีกทั้งยังมีซอยที่สามารถลัดไปออกถนนรัตนาธิเบศร์ได้อีกด้วย จึงตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการลัดเลาะและเลือกเส้นทางการเดินทางได้หลากหลาย แต่ให้ที่จอดรถมาอยู่ที่ประมาณ 30% ถือว่าน้อยสำหรับโครงการที่ยังเน้นใช้รถอยู่นะคะ ซึ่งพิจารณากับราคาที่จ่ายและโครงการข้างเคียงใน Segment เดียวกันถือว่าให้มาพอๆ กับโครงการอื่นนะ ไม่มากและไม่น้อยไป

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – ไม่สะดวกมากนักสำหรับการเดินไปขึ้นรถที่ถนนใหญ่กาญจนาภิเษก แม้ระยะไม่ไกลมากแต่มีทางเท้าให้เดินไม่สม่ำเสมอและตอนกลางคืนค่อนข้างเปลี่ยวอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับเดินทางไม่ได้เพราะยังพอมีพี่วินมอเตอร์ไซค์ขับผ่านหน้าโครงการบ้าง และรถแท็กซี่ประปรายค่ะ เรียกว่าเน้นเดินทางด้วยพี่วินไปรับ-ส่งที่จุดต่างๆ ชีวิตก็จะสะดวกขึ้นเยอะเลย เช่นไปหน้าปากซอย ไปขึ้น MRT หรือจะไปห้างแถวสามแยกบางใหญ่ก็ง่ายแล้วคราวนี้ ส่วนใครที่พึ่งพิงรถไฟฟ้าเดินทางเข้าเมืองก็ไม่ยากและค่อนข้างสะดวกอาศัยต่อพี่วินไปขึ้นสถานีคลองบางไผ่ได้เลยค่ะ ระยะทาง 450 ม. ก็เข้าเมืองไปถึงเตาปูนได้สบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องรถติด จับเวลาการเดินทางได้

วัสดุ – เรื่องวัสดุจัดเป็นจุดเด่นของโครงการนะคะ ถือว่าให้มาโอเคเลยเมื่อเทียบกับราคา เพราะรูปแบบการขายแบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์จาก SB Furniture เตียงได้ฟูกด้วย รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ สุขภัณฑ์จาก Mogen และ VRH โถสุขภัณฑ์เป็นแบบตัวเดียว จัดว่าคุ้มค่ากับราคาจ่ายนะคะ

การออกแบบ – ในแง่ของรูปลักษณ์ค่อนข้างธรรมดานะ ไม่มีอะไรพิเศษหรือหวือหวาสำหรับตัวอาคาร จะมีจุดที่เป็นไฮไลท์ของโครงการคือ Semi-Outdoor Terrace หรือพื้นที่นั่งเล่นของอาคารในชั้นล่างแต่ก็ทำออกมาได้ไม่หวือหวา หรือน่านั่งมากเท่าไหร่ ควรจะตกแต่งเพิ่มเติมหรือวางชุดเก้าอี้ให้มากกว่านี้หน่อย เป็นพื้นที่ที่ลูกบ้านสามารถใช้ได้จริงมากขึ้น ส่วนตัวแล้วมองว่ายังมีจุดไม่ลงตัวในแง่การออกแบบอาคารอยู่เหมือนกัน คือส่วนห้องพักอาศัยชั้น 1 ที่ไม่เป็นส่วนตัวพอสมควร คนเดินผ่านสามารถมองเห็นภายในห้องได้ด้วยระดับสายตาเดียวกัน การแก้ปัญหาก็ต้องเป็นในแง่ของการปลูกไม้พุ่มบังสายตาแทน ส่วนการออกแบบภายในตัวห้องไม่ติดอะไรมากนักค่ะ โดยรวมก็ออกมาอยู่ในระดับโอเค ได้ฟังก์ชันครบ เป็นสัดส่วนโอเคดี ถ้าใครมีงบมากขึ้นมาแตะ 2 ล้านก็แนะนำให้เลือกห้องขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยมีพื้นที่ภายในเยอะขึ้น การจัดฟังก์ชันภายในห้องดูลงตัวมากกว่า

สาธารณูปโภค – ให้มาเยอะกว่าโครงการข้างเคียงใน Segment เดียวกัน และมีฟังก์ชันพิเศษอย่าง สนามฟุตซอลในร่ม รวมไปถึงสระว่ายน้ำยาวถึง 120 ม. ส่วนอื่นๆ ก็จะเป็นฟิตเนสมาตรฐาน โดยรวมแล้วให้มาใหญ่และเพียงพอกับการใช้งานนะคะ เหมาะกับคนที่ชอบใช้ Facilities เป็นประจำ แต่ก็แลกมากับค่าดูแลรักษาในอนาคตที่มากกว่าโครงการที่ให้สาธารณูปโภคไม่มากเช่นกันนะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 53,000 บาท/ตร.ม., 28 September 2017

  • ทำเล 7/10 – มีความอุดมสมบูรณ์ในระยะขับรถง่าย สภาพแวดล้อมเงียบสงบ
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – เดินทางลัดเลาะออกถนนใหญ่ได้หลากหลาย ที่จอดรถ 30%
  • ไม่ใช้รถ 7/10 – พึ่งพาพี่วินเป็นหลักก่อน เดินทางเข้าเมืองง่ายด้วย MRT
  • วัสดุ 8.5/10 – ให้มาดีเมื่อเทียบกับราคา ดูคุ้มค่า
  • แบบ 7/10 – ตัวอาคาร ชั้น 1 ออกแบบมาไม่เป็นส่วนตัวเท่าไหร่ ส่วนแบบห้องมาตรฐานโดยรวมลงตัวได้ฟังก์ชันครบ
  • สาธารณูปโภค 8/10 – ให้มาเพียงพอในการใช้งาน มีสนามฟุตซอลในร่มด้วย
  • ECONOMY CLASS
  • 7.40 / 10.00

BOTTOM LINE

Iris Westgate คอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ในย่านบางใหญ่ เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดสำหรับอยู่อาศัยได้เลย พร้อมแบกกระเป๋าเข้าอยู่ มีงบกำจัดและไม่ต้องการควักกระเป๋าตกแต่งห้องเพิ่มเติม ชอบใช้ Facilities เป็นหลัก มีงบเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 9,000-10,000 บาท/เดือน

Share

Leave a Reply