WISH Signature II Midtown Siam คอนโด High Rise 41 ชั้น หลัง Siam Paragon ใกล้ BTS ราชเทวี จากสยามนุวัตร [รีวิวฉบับที่ 1444]

October 4, 2017 08:137 comments

รีวิวฉบับที่ 1444 …วันนี้จะพาไปชมโครงการที่ 2 ในตระกูล Wish Signature กับโครงการ Wish Signature II Midtown Siam จากสยามนุวัตร ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับโครงการแรกเลยค่ะ ทำเลโครงการนี้อยู่ด้านหลัง Siam Paragon และติดซอยที่เดินไปเข้า Siam Paragon ได้ง่ายมากราวๆ 400 . รวมทั้งอยู่ไม่ไกลจาก BTS ราชเทวี ประมาณ 400 . เมื่อเป็นโปรเจ็คที่ 2 นั้นความอลังการก็มีเพิ่มเติมด้วยการดัน Main Facilities (Facilities Pod) ไว้ที่ 4 ชั้นบนสุดแบบเต็มชั้นเลยทีเดียว (ชั้น 38 – Rooftop) รวมไปถึงฝ้าเพดานห้องที่ได้ความสูงมาถึง 3 . เป็นความสูงที่มากกว่าโครงการระดับเดียวกันในทำเลนี้เลยนะคะ จะเป็นอย่างไรไปชมกันค่ะ

Fact @ 4 October 2017

  • Wish Signature II Midtown Siam (วิช ซิกเนเจอร์ 2 มิดทาวน์ สยาม)
  • บริษัท สยามนุวัตร จำกัด
  • LUXURY-SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ราชเทวี
  • คอนโด High Rise 41 ชั้น 1 อาคาร 333 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 12 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 197 คันคิดเป็น 59.2 % ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 1-3-75 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : เดือนมีนาคม 2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : เดือนมีนาคม 2563
  • 1 ห้องนอน 30.00 – 34.98 ตารางเมตร
  • 2+1 ห้องนอน 46.66 – 47.34 ตารางเมตร
  • 2+2 ห้องนอน 58.52 – 58.84 ตารางเมตร
  • 3 ห้องนอน 96.75 ตารางเมตร
  • ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 6 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 200,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 190,000-230,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : กำลังดำเนินการ
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS ราชเทวี ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS ราชเทวี 
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : +66(0) 2887-6322

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.751292, 100.535072

ที่ตั้งโครงการ Wish Signature II Midtown Siam ตั้งอยู่ในซอยระหว่างซอยเพชรบุรี 20 และซอยกรุงเทพการบัญชี ทำให้โครงการสามารถเปิดประตูเชื่อมกับทั้ง 2 ซอยได้ จึงสามารถเดินลัดไปออก Siam Paragon ได้ในระยะ 400 . หรือจะไปขึ้น BTS ในระยะประมาณ 400 . บนแปลงที่ดินเดิมของกรุงเทพการบัญชีค่ะ

ทำเลที่ตั้งของโครงการ อยู่บนถนนเพชรบุรีก็จริง แต่ลองดูแผนที่ด้านบน จะเห็นว่าการอยู่ตรงเพชรบุรีระหว่างแยกราชเทวี กับประตูน้ำนั้นมันแตกต่างจากเพชรบุรีทั่วไปยังไงนะคะตำแหน่งที่ตั้งของโครงการเมื่อดูภาพรวม จะอยู่ใกล้ BTS ราชเทวีราวๆ 400 เมตร ห่างจากแยกประตูน้ำ 700 เมตร และเดินไปสยามพารากอนได้ที่ระยะทางราวๆ 400 เมตรค่ะ ซึ่งการเดินไปพารากอนได้ถือเป็นสาระสำคัญและสามารถให้น้ำหนักได้มาก เพราะรายรอบพารากอนนี่คือแหล่งอารยธรรมขั้นสูงสุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะวัยรุ่นอย่างคุณผู้อ่าน ถ้าเราเดินมาสยามพารากอนได้ เราสามารถเดินต่อไป สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ข้ามไปเดินเล่นสยามสแคร์ และ มาบุญครอง หรือถ้าขยันเดินหน่อย ก็เดินบนสกายวอล์ค ไป Central World และไหว้พระพรหม ที่แยกราชประสงค์ก็ยังได้

ทำเล WISH Signature II Midtown Siam นี่ เป็นทำเลที่อิงสยามนะคะ คืออยู่ใกล้แบบเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสถานีเดียว  และแถวนั้นก็จะอยู่ไม่ไกลจากย่านไข่แดงใจกลางเมืองอย่าง ราชประสงค์ ชิดลม เพลินจิตเลยด้วย ถ้าเดินทางไปห้าง หรือพวกสำนักงานแถวนั้นนี่ด้วยรถไฟฟ้ามาได้ไม่ยากแต่ถ้าขับรถดูเหมือนใกล้ แต่จะรถติดและซับซ้อนหน่อย เรื่องทำเลและการเดินทางของโครงการถึงแม้จะมีข้อดีที่ใกล้ CBD, แหล่งงาน, ห้างสรรพสินค้า, การคมนาคมที่มีหลายทางเลือก ข้อเสียก็มีเช่นกัน แต่ก็เป็นธรรมดาของที่อยู่อาศัยในใจกลางเมือง คงจะหนีไม่พ้นมลภาวะทางเสียงและฝุ่นควันที่มาพร้อมกันจากถนนเพชรบุรีที่มีรถวิ่งตลอด

ภาพรวมการเดินทางของพื้นที่สำหรับย่านราชเทวี ต่อเนื่องย่านประตูน้ำ ค่อนข้างไปไหนต่อไหนได้ไม่ค่อยไกล แต่มีข้อดีตรงที่ถ้ามาจากสยามจะสามารถกลับเข้าโครงการโดยผ่านทางซอยกรุงเทพการบัญชีได้โดยไม่ต้องไปฝ่ารถติดบนถนนเพชรบุรีนะคะ แต่ถ้าจะไปที่อื่นๆ ต้องทำใจในเรื่องรถติดหน่อย จากหน้าโครงการสามารถเลือกเลี้ยวซ้ายหรือขวาก็ได้โดยไม่ต้องวนไปกลับรถใต้สะพานข้ามแยกราชเทวีเท่านั้น ส่วนใครที่ใช้แยกราชราชเทวีต้องดูดีๆ เพราะมีจุดห้ามเลี้ยว อยู่หลายจุด เช่น ถ้าวิ่งมาจากทางประตูน้ำจะห้ามเลี้ยวขวาจากถนนเพชรบุรีเข้าถนนพญาไท และถ้าวิ่งมาจากสยามจะห้ามเลี้ยวขวาจากถนนพญาไทเข้าถนนเพชรบุรีด้วยเช่นกัน แต่ก็มีทางลัดเลาะให้พอหลบหลีกรถติดกันอยู่บ้าง ถ้าคิดจะอยู่แถวนี้ต้องศึกษาเอาไว้นะคะ

เมื่อดูเฉพาะลงไปในในทำเลที่ตั้งโครงการ โดยรอบจะเห็นตึกสูงรายรอบโครงการทางฝั่งทิศตะวันตกเป็นส่วนมาก แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้โดนบล๊อกในระยะประชิดแบบติดกันเลยนั้นไม่มีนะคะ ส่วนใหญ่จะอยู่เหลื่อมๆ กันหน่อย พอให้เปิดมุมมองกันได้บ้าง ตัวโครงการด้านหน้าติดถนนเพชรบุรี ด้านข้างโครงการอยู่ระหว่างเป็นซอยเพชรบุรี 20 และซอยกรุงเทพการบัญชี ซึ่งเป็นทางลัดแบบ One-Way ที่เชื่อมจากสยามพารากอนมายังโครงการได้สะดวก ส่วนด้านหลังโครงการติดกับอาคารสูง 5-6 ชั้น ถัดไปก็จะเป็นโรงแรมสยามเคมปินสกี้ และสยามพารากอนแล้วค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ถ้าจะพึ่ง BTS ใกล้สุดคือสถานีราชเทวี ระยะเดินประมาณ 400 ม. ไม่ถึงกับใกล้นะคะ ในระยะนี้เหงื่อตกแน่นอน แต่ถ้าเดินชิวๆไม่รีบก็พอได้แต่ถ้าใครไม่อยากเดินก็มีตัวช่วยอย่างรถสาธารณะให้เลือกได้ตามสบาย เพราะหน้าโครงการก็มีทั้งพี่วินมอเตอร์ไซค์ มีป้ายรถเมล์ หรือจะเรียกแท็กซี่ก็สะดวกค่ะ

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกระบบขนส่งทางน้ำ(ซึ่งอาจจะไม่ได้ใช้กันบ่อยหรอกนะ) นั่นคือคลองแสนแสบต้นทางตั้งแต่สะพานผ่านฟ้า ถึงวัดศรีบุญเรือง โดยท่าเรือที่ใกล้โครงการคือท่าเรือสะพานหัวช้าง ห่างจากโครงการประมาณ 700 ม. ถือว่ามีตัวเลือกในการเดินทางหลายแบบเลยนะคะ จะนั่งเรือต่อ BTS หรือ MRT ก็ได้แล้วแต่ความสะดวกในการเดินทางแต่ละคนเลย

นอกจากนี้ในอนาคตยังจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่วิ่งจากตลิ่งชันปลายทางมีนบุรี ทำให้ส่งผลดีกับโครงการ เพิ่มตัวเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้นอีก 1 ทาง โดยรถไฟฟ้าจะวิ่งผ่านบริเวณแยกอุรุพงษ์ แยกราชเทวี สุดที่แยกประตูน้ำ และเลี้ยวขึ้นไปทางดินแดง ซึ่งสถานีที่ใกล้โครงการคือสถานีประตูน้ำ ซึ่งทางโครงการแจ้งว่าตัวสถานีจะอยู่แถวๆ ตึกเล้งนาฬิกา ถ้าเป็นจริงก็จะอยู่ติดกับโครงการพอดีเลยนะ คิดว่าถ้าก่อสร้างเสร็จพร้อมใช้งานย่านนี้ คงจะคึกคักมากกว่าเดิม อาจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆเกินขึ้น แต่ก็คงต้องรอกันอีกสักพักใหญ่ค่ะ

การเดินทางในวันนี้จะเริ่มเดินจาก BTS สถานีราชเทวี ออกทางออกหมายเลข 4 เดินขึ้นมาทางแยกราชเทวี และเลี้ยวขวาเดินตามทางริมฟุตบาทเลียบถนนเพชรบุรี (ฝั่งเลขคู่) จนไปถึงซอยเพชรบุรี 20 ก็จะถึงที่ตั้งโครงการ ระยะทางทั้งหมดประมาณ 400 เมตรค่ะ

N1_update

แผนที่รอบๆสถานีราชเทวีจาก BTS ค่ะ (คลิกที่ภาพเพื่อขยายใหญ่)

ป้ายสถานี BTS ราชเทวี ซึ่งรหัสของสถานีนี้คือ N1 นะคะ

แล้วมุ่งหน้าไปทางออกที่ 4 เป็นทางออกที่ใกล้กับโครงการที่สุดค่ะ

ทางลงจะอยู่ขวามือ ส่วนทางซ้ายเป็นทางขึ้นจากด้านล่าง เป็นบันไดเลื่อนด้วยนะ

จากบนสถานีลองมองไปทางถนนเพชรบุรีซะหน่อย จะเห็นว่ามีอาคารสูงใหญ่ขึ้นมาเพียบ ส่วนโครงการของเราจะถูกบ้านกลางกรุงบังมิดอยู่ มองไม่เห็นนะคะ

ที่อยู่ติดทางลงสถานี หลังคาสีๆพวกนี้คือ CocoWalk นะคะ เป็นจุดรวมร้านอาหาร ร้านหมูกระทะ และที่นั่งดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แบบ Open-Air มีหลายร้านให้เลือกเลยค่ะ มีที่จอดรถเยอะแยะ

ทางลงสถานี จะเป็นแบบเดินลง

ลงสถานีมาแล้วก็จะเจอกับที่ประจำการของพี่วินตรงนี้ อยู่ประจำตั้งแต่เช้ายันมืดถึง 4-5 ทุ่มเลย

ถ้าจะเรียกไปโครงการก็ไม่น่าจะเกิน 25 บาท เพราะโครงการเราถึงก่อนพันธุ์ทิพย์นะคะ

ลงจากบันไดรถไฟฟ้ามาแล้วกลับหลังหันกันนะ เราต้องเดินไปทางแยกราชเทวีค่ะ

เดินมาไม่ไกลจะผ่านบันไดเลื่อนทางขึ้นรถไฟฟ้า ซึ่งบันไดนี้เป็นบันไดทางขึ้นที่ใกล้กับโครงการที่สุด มีระยะจากโครงการประมาณ 400 ม.

จากทางออกสถานีเดินย้อนมาทางแยกราชเทวี ระยะทางถึงจุดนี้คือประมาณ 80 เมตร

เลี้ยวขวาเข้าทางเดินริมถนนเพชรบุรี โอโห แดดแรงจริงๆ ช่วงนี้ แถมทางเดินเท้าช่วงนี้ยังไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้หลบแดดซะด้วยนะคะ

เดินมาอีกหน่อยฝั่งซ้ายจะเห็นทางกลับรถใต้สะพานข้ามแยก จะบอกว่าการเดินรถบนถนนเส้นนี้มักจะต้องกลับรถเอานะคะ เพราะถนนเส้นใหญ่ ไม่มีเกาะกลาง แถมรถเยอะ ถ้าจะต้องมาติดรถเลี้ยวซ้าย ขวา อีกคงจะติดหนักกว่านี้ค่ะ

เดินตรงไปเรื่อยๆ ผ่านโครงการ The Line นับเป็นตัวเลือกของคอนโด High Rise ในย่านนี้อีกโครงการ แต่ราคาจะแรงกว่า WISH Signature II Midtown Siam ขึ้นไปอีกหน่อยนะคะ

มองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นคอนโด IDEO Q อีก 2 โครงการ ที่จะมาคอยบล๊อกวิวโครงการในระยะไกล แต่ก็เป็นเรื่องปกติของคอนโดบนทำเลไข่แดงแบบนี้นะคะ

ถัดมาอีกหน่อยจะมีร้านกาแฟอเมซอนให้พอเข้าไปหลบแดด ซื้อกาแฟกันสักนิดก่อนเข้าโครงการ ถัดไปคือกรมการพลังงานทหาร ที่มีธงชาติอันใหญ่ๆน่ะ แปลว่ามาถูกทางแน่นอน

ติดกันอีกนิดเดียวคือคอนโดรุ่นพี่ WISH Signature Midtown Siam ที่กำลังล้อมรั้วก่อสร้างอยู่นะคะ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้านี้แล้ว

พอพ้นเขตโครงการของคอนโดตัวรุ่นพี่ปุ๊บ ติดกันก็เป็นทีของรุ่นน้องอย่าง WISH Signature II Midtown ได้ออกโรงกันบ้าง แปลงที่ดินจะมีส่วนหนึ่งที่ติดกับถนนเพชรบุรีแบบนี้ แต่ที่ดินส่วนใหญ่ของโครงการจริงๆ จะอยู่ด้านในซอยค่ะ

ที่เห็นเป็นตึกอยู่นี่คือสำนักงานขายชั่วคราว ตัวที่ดินยาวเข้าไปด้านในซอยเพชรบุรี 20 ซึ่งซอยนี้เป็นซอยแบบ 2 เลนไปกลับ ไม่กว้างมาก พอให้รถสวนกันได้แค่นั้นค่ะ

ด้านหน้าโครงการเลยจะมีป้ายรถเมล์

มีที่ประจำการของพี่วินมอเตอร์ไซค์อีกด้วย

จากหน้าโครงการนี้ถ้าจะเรียกไป BTS ราชเทวีก็สนน.ราคาอยู่ที่ 20 บาท หากวันไหนรีบๆ เรียกไปสยามก็อยู่ที่ 40 บาทเท่านั้นเองค่ะ

เดินตามทางเท้าริมถนนเพชรบุรีมาอีกหน่อยจะผ่านหน้าร้านเล้งนาฬิกา ซึ่งบริเวณนี้เองที่ทางโครงการแจ้งว่าเป็นตำแหน่งของสถานีรถไฟฟ้าประตูน้ำ (สายสีส้ม) ที่จะมาลงในอนาคต ก็คงต้องรอดูกันต่อไปนะคะ ว่าของจริงจะใกล้กับโครงการแค่ไหน..

ใกล้ๆกันกับซอย20 จะมี 7-11 ซึ่งอยู่ปากซอยกรุงเทพการบัญชี ซอยนี้ เป็นจุดแข็งหลักในแง่ทำเล 

ซอยกรุงเทพการบัญชี เป็นซอยที่เดินเข้ามาสยามพารากอนได้ ซึ่งทางโครงการจะมีประตูเล็กให้สำหรับลูกบ้านสามารถเดินออกทางซอยพาณิชย์บัญชีได้เลย ระยะทางตามแนวเส้นแดงนี้คือ 400 เมตร เป็นเส้นทางสงบๆที่ปลอดภัย มี รปภ ตลอดทาง ตั้งแต่หน้า ปากซอยมาจนถึงพารากอนเลยแถมสามารถขับรถจากพารากอน ออกตามเส้นทางนี้ วนเข้าโครงการได้ด้วย ดังนั้น เราใช้เป็นทางลัดได้นะคะซอยนี้ เป็นของดี สำหรับ Wish ทั้ง 2 โครงการ, The Adrress, The Line เพราะเดินได้ไม่ไกลเกิน และใช้รถสะดวกด้วย ส่วนโครงการอื่นๆ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนใช้ซอยนี้ได้เหมือนกันนะ เพียงแต่เดินไกลขึ้น และต้องขับรถไป ยูเทิร์นที่แยกราชเทวี จึงไม่สะดวกเท่า

จาก 7-11 ก็เดินเข้าซอยมาค่ะ ฝั่งขวาเป็นที่จอดรถของร้านเล้งนาฬิกา เห็นมี รปภ. คอยดูแลอยู่ด้วย ซอยนี้ส่วนใหญ่เป็นอาคารทั้ง 2 ฝั่งซ้ายขวา ก็จะเห็นมี รปภ.  คุมอยู่ตลอดซอย

ติดกับเล้งนาฬิกาเป็นที่ดินของโครงการ ซึ่งตรงนี้ก็คืออาคารเรียนเดิมของกรุงเทพการบัญชีค่ะ

สุดเขตที่ดินก็จะไปชนกับอาคารด้านใน เป็นอาคารสูง 5-6 ชั้น ก็ไม่ได้มีผลกระทบกับตัวโครงการนะคะ เพราะกว่าโครงการจะเริ่มเป็นห้องพักอาศัยก็ชั้น 9 แล้วค่ะ ตำแหน่งที่ลูกศรชี้คือตำแหน่งที่คิดว่าจะเป็นประตูเล็กสำหรับคนเดินเข้าออกโครงการได้ ประตูตรงนี้นี่แหละค่ะที่ทำให้สามารถเดินไปสยามพารากอนในระยะ 400 .

มองเข้าไปด้านในซอยกรุงเทพการบัญชีจะเห็นโรงแรมสยามเคมปินสกี้และพารากอนอยู่ด้านใน ส่วนอาคารที่ถูกล้อมไว้ด้วยผ้าใบสีฟ้าก็คือโรงแรมชาเทรียมกำลังก่อสร้างอยู่นะคะ ทางโครงการแจ้งว่าต่อไปน่าจะขึ้นสูงมาบังวิวของสยามไปส่วนหนึ่งค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการนี้ ชั้นพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 9 นะคะ ตัวโครงการมีด้านทิศใต้ที่ เป็น Unique วิวค่ะ เป็นวิวที่มีความพิเศษ และน่าสนใจ คือเป็นด้านที่สามารถมองเห็น วังสระปทุม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ และห้างสยามพารากอนได้แบบ เต็มๆ  แต่ความสูงของชั้นและทำเลห้อง จะทำให้ได้ มุมมองที่แตกต่างกันนะคะ ระยะห่างระหว่างตัวตึกกับวังสระปทุมอยู่ที่ราวๆ 250 เมตร ถ้าต้องการเห็นภาพกว้างๆ ก็ต้องเลือกชั้นสูงเลยชั้น 18 ขึ้นไปค่ะ แต่ถ้าต้องการมุมที่ไม่ก้มดู ส่วนตัวคิดว่า ชั้นที่ 12 – 18 ก็อยู่ในระดับที่กำลังพอดีค่ะ ที่คิดว่าวิวเริ่มดีตั้งแต่ชั้น 12 ซึ่งเป็นชั้นที่ไม่สูงมาก ก็เพราะแต่ละชั้นของโครงการนี้จะสูง 3 ม. เป็นความสูงที่มากกว่าอาคารทั่วไปและมากกว่าคอนโดในทำเลเดียวกัน ทำให้ในชั้นไม่สูงมากก็ได้วิวที่ดีแล้ว สรุปวิวในแต่ละทิศ ดังนี้นะคะ

ทิศเหนือ : มีตึกสูงในระยะไกล เป็นพวกกลุ่มคอนโดที่อยู่ทางพญาไทค่ะ

ทิศใต้ : เปิดโล่งได้วิววังสระปทุม ซึ่งจัดเป็นทิศที่ได้วิวดีที่สุดและเป็น Unique View ด้วย แต่ทางมองเฉียงๆมาทางทิศตะวันออกหน่อย จะมีโรงแรมชาเทรียมที่กำลังก่อสร้างอยู่ ก็จะขึ้นมาบังวิวสยามบางส่วนค่ะ

ทิศตะวันออก : ได้วิวทางฝั่งประตูน้ำ และถ้าเฉียงไปทางเหนือหน่อยๆ จะได้วิวของตึกใบหยกด้วยค่ะ

ทิศตะวันตก : โดนบล๊อกวิวระยะไกลด้วยคอนโดบนถนนเพชรบุรี

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • พันธุ์ทิพย์พลาซ่า ~400 ม.
  • แพลตตินั่ม ~550 ม.
  • Siam Paragon ~400 ม.
  • The Palladium ~950 ม.
  • Siam Discovery ~900 ม.
  • Siam, Siam Center ~1.2 กม.
  • มาบุญครอง ~1.2 กม.
  • ตึกใบหยก, Indra Square ~1.3 กม.
  • Central World ~1.3 กม.
  • Gaysorn Plaza ~1.4 กม.
  • เซ็นทรัลชิดลม ~1.7 กม.
  • Central Embassy ~2 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

ภาพจำลองโครงการ Wish Signature II Midtown Siam เป็นโครงการที่ 2 ต่อจาก Wish Signature Siam ตัวโครงการเป็นคอนโด High Rise สูง 41 ชั้น ในสไตล์ Ultra Modern บนทำเลใจกลางเมือง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการต่างๆ ของผู้อยู่อาศัย ซึ่งจุดเด่นที่สุดของโครงการก็อยู่ที่ Facility ส่วนกลางที่จัดเต็มมาถึง 4  ชั้นบนสุดของโครงการ

รูปร่างที่ดินของโครงการเป็นรูปตัว L จะมีส่วนที่ติดกับถนนเพชรบุรีอยู่ประมาณ 8 ม. ทำให้ที่ดินแปลงนี้สามารถขึ้นอาคารสูงได้ แต่ตัวอาคารจริงๆ จะอยู่ด้านในซอยเข้าไป ก็มีข้อดีที่ช่วยลดความพลุกพล่านและมลภาวะบริเวณริมถนนใหญ่ได้นะคะ แปลงที่ดินที่ติดกันโดยรอบส่วนใหญ่เป็นอาคารสูงไม่เกิน 6 ชั้นแต่จะมีทางทิศตะวันตกที่เยื้องๆกับคอนโดสูง 45 ชั้นซึ่งก็คือ Wish ตัวแรกที่อยู่ติดกันค่ะ ที่ดินของโครงการมีจุดเด่นคืออยู่ติดซอยพาณิชย์การบัญชี ซึ่งเป็ซอยที่ใช้เป็นทางลัดออกมาจากสยามพารากอนได้ ถือเป็นข้อได้เปรียบกว่าหลายๆ โครงการบนทำเลเดียวกัน

มาดูภาพรวมของโครงการ WISH Signature II Midtown Siam กันก่อนนะคะ เนื่องจากที่ตั้งของทำเลใจกลางเมืองทำให้โครงการนี้ทำออกมาจับกลุ่มตลาดบนอีกเช่นกัน ซึ่งข้อจำกัดของโครงการในทำเลใจกลางเมืองแบบนี้ ก็คือเรื่องวิวที่มักจะโดนตึกสูงบังซ้ายขวา แต่ทางโครงการก็แก้ด้วยการยกชั้น Facility ทั้งหมด เอาไปไว้เป็น 4 ชั้นบนสุดของอาคาร ทำให้ลูกบ้านมีพื้นที่ส่วนกลางให้ได้มานั่งเล่นเปลี่ยนบรรยากาศ ทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมชมวิวเมืองในมุมสูงไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวตึกบัง เพราะอาคารนี้ถ้านับความสูงก็ถือว่าสูงกว่าโครงการ Wish Signature รุ่นพี่ และ IDeo Q สยาม-ราชเทวีที่อยู่เยื้องๆ กันด้วยนะคะ

ทางโครงการออกแบบห้องพักมาโดยเน้นใช้ช่องเปิดของอาคารอย่างเต็มที่ ทำให้พื้นที่ช่องแสงของอาคารส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ภายในห้องอยู่อาศัยไป สำหรับส่วนกลางของชั้นพักอาศัยจะมีช่องแสงเพียงตำแหน่งเดียวคือบริเวณเส้นประสีเหลือง ที่จะได้แสงธรรมชาติผ่าน Lift Lobby ซึ่งทำให้โถงทางเดินในแต่ละชั้นคงจะต้องพึ่งแสงไฟเป็นหลักค่ะ

ทางเข้าออกของโครงการจะแบ่งทางเข้าออกแยกกันชัดเจนระหว่าง ประตูทางเข้าออกของคนเดิน และประตูทางเข้าออกของรถยนต์ ซึ่งคนเดินสามารถเข้าพื้นที่โครงการได้ตั้งแต่ประตูที่ติดกับถนนเพชรบุรีเลย ส่วนรถยนต์จะต้องเข้ามาในซอยเพชรบุรี 20 อีกหน่อยประมาณ 60 ม. ค่ะ นอกจากนี้ยังมีประตูด้านหลังโครงการ เป็นประตูเล็กสำหรับคนเดินเข้าออกเท่านั้น จะเชื่อมกับซอยพาณิชย์บัญชี ทำให้สามารถเดินไปสยามพารากอนได้สะดวกแค่ 400 ม. ถือเป็นทีเด็ดของโครงการเลยค่ะ ซึ่งทั้ง 3 ประตูก็จะมีการรักษาความปลอดภัยด้วยระบบ Key Card นะคะ

เมื่อเข้ามาในซอยเพชรบุรี 20 แล้ว ก็จะมีพี่รปภ.คอยดูแลบริเวณทางเข้า ซึ่งเส้นทางการเดินรถยนต์ในโครงการเข้าใจง่ายคือเข้าไปแล้วจะเป็นทางตรง หากต้องการวนส่งลูกบ้านบริเวณ Drop-Off ก็เลี้ยวขวาที่ทางแยกแรก (ลูกศรสีเหลือง) หรือถ้าต้องการขึ้นที่จอดรถในอาคารก็ตรงไปก่อนแล้วค่อยเลี้ยวตรงทางแยกที่ 2 (ลูกศรสีชมพู) ซึ่งการขึ้นอาคารจะต้องใช้ Key Card จึงเป็นการ Fix สิทธิ์ให้เฉพาะลูกบ้านนะคะ ส่วนแขกของลูกบ้านก็ตรงไปจนสุดจะมีทางบังคับเลี้ยวขวาให้วนเข้าไปจอดรถหลังอาคารได้ค่ะ

ด้านหลังโครงการก็จะมีที่จอดรถใต้อาคารให้อีกนิดหน่อย ซึ่งส่วนนี้จะสะดวกกับแขกของลูกบ้าน เพราะไม่ต้องใช้ Key Card นะคะ ติดกันจะมีสวนด้านหลังที่ทางโครงการจัดไว้ให้มีทางเดินเล่นในสวนด้วยค่ะ

ขึ้นมาดูส่วนกลางบนอาคารกันบ้างที่ชั้น 9 ของโครงการ ซึ่งเป็นชั้นแรกที่เริ่มมีห้องพักอาศัย จะมีพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Roof Garden ทั้ง 2 ฝั่งของอาคาร

ขึ้นมาที่ชั้น 38-39-40-Rooftop เป็น Facility หลักของโครงการแบบจัดมาเต็มๆ ในแต่ละชั้น ก็จะมีฟังก์ชันส่วนกลางที่ต่างๆ กันออกไปอย่างหลากหลาย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยให้ได้มากสุด ในส่วนของสระว่ายน้ำที่ชั้น 38 จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นสระแบบยาวในส่วน Outdoor ให้ชมวิวเมืองและท้องฟ้าได้อย่างเปิดโล่ง และจะมีบางส่วนที่เป็น Semi – Outdoor อยู่ใต้ชายคาของอาคาร ก็จะไว้สำหรับนั่งเล่น แช่น้ำ สบายๆ ได้ในช่วงกลางวันหรือในตอนที่มีฝนปรอยๆ ส่วนอีก 3 ชั้นที่เหลือจะแบ่งออกเป็นโซนๆ อย่างชั้น 39 เป็นฟังก์ชันของ Wellness ก็จะมี Gym มีห้อง Steam และ Sauna ส่วนชั้น 40 ก็จะเป็นฟังก์ชัน Work&Chill จัดพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น Skylounge, Co-Working Space เป็นต้น และที่ชั้น Rooftop ก็จัดพื้นที่ออกมาให้สามารถขึ้นไปชมวิวได้ เป็นลักษณะของสวน ที่มีพื้นที่ให้จัดปาร์ตี้ และมีสนามสตรีทบาสให้เล่นด้วยค่ะ

สรุป Main Facilities หรือที่ทางโครงการเรียกว่า Lifestyle Pods จะอยู่ใน 4 ชั้นบนสุด เพื่อให้สามารถใช้ Facilities ไปพร้อมกับชมวิวเมืองในมุมสูงได้อย่างจุใจ โดยจะประกอบไปด้วย

  • ชั้น 38 Pool Pod  – สระว่ายน้ำ 360 องศา, อ่างจากุชชี่, สระว่ายน้ำเด็ก
  • ชั้น 39 Body and Mind Pods – ฟิตเนส, สนามมวย, ห้องโยคะ
  • ชั้น 40 Chill and Work Pods – Lounge, Co-Working Space, Mini Theater,Golf Simulator
  • ชั้น41 (Rooftop) Sky pod – พื้นที่ปาร์ตี้บาร์บีคิว, สนามบาสเก็ตบอล

ชั้นบนก่อนเป็นชั้น Sky Pods นั้นทั้งชั้นจะเป็นชั้น Work and Chill Pods ทั้งหมด ภายในมีส่วน Lounge, Co-Working Space, Amphitheater, Mini Theater และ Golf Simulator ซึ่งในชั้นนี้จะได้ฝ้าเพดานแบบ Double Volume หรือฝ้าเพดานสูง รายล้อมด้วยกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานเปิดมุมมองให้สามารถวิวภายนอกได้เต็มที่

Master Plan ของโครงการ WISH Signature II Midtown Siam บนชั้น Ground Floor ซึ่งจะเป็นพื้นที่ต้อนรับส่วนแรก ภายในอาคารหลักๆ จะเป็นส่วนของ Lobby ที่อยู่บริเวณด้านหน้า จัดพื้นที่ออกมาให้มีขนาดใหญ่ รองรับลูกบ้านหรือแขกของลูกบ้านได้เต็มที่ ในชั้นนี้พื้นที่นอกอาคารส่วนใหญ่จะเป็นทางเดินรถ โดยมีทางเข้าออกรถโครงการทางเดียวคือทางซอยเพชรบุรี 20 ส่วนทางเข้าออกคนเดินมี 2 ประตูคือด้านหน้าที่ติดกับถนนเพชรบุรี และด้านหลังที่ออกทางซอยพาณิชย์บัญชีได้ สำหรับที่จอดรถทางโครงการจัดพื้นที่จอดสำหรับลูกบ้านไว้เป็นที่จอดรถในอาคารตั้งแต่ชั้น 2-8 รวมที่จอดรถคิดเป็น 59.2% จัดว่าให้มาเยอะพอสมควรเมื่อเทียบกับคอนโดระดับเดียวกันในละแวกนี้ ส่วนแขกของลูกบ้านจะมีที่จอดรถที่ด้านหลังอาคาร นอกจากที่จอดรถภายนอกอาคารยังมีสวนหย่อมพร้อมทางเดินในสวนให้สามารถมาเดินเล่น เปลี่ยนบรรยากาศได้อีกด้วย ส่วน Lift ของโครงการจะมีทั้งหมด 3 ตัวและ Service Lift อีก 1 ตัว มีอัตราส่วนลิฟท์เฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 111 : 1 ถือว่าไม่มากนะเมื่อเทียบกับคอนโดในเมืองในยุคนี้ แต่ถ้าเทียบกับคอนโดระดับนี้ก็ถือว่ายังให้มาน้อยไปนิดนะคะ

บรรยากาศบริเวณ Drop-Off ทางเข้าโครงการ

ภายใน Lobby โครงการ ออกแบบเป็นฝ้าเพดานสูง ให้บรรยากาศดูโปร่งโล่ง เน้นโทนสีขาว-เทาสว่าง เล่น Material สีทอง มีความเรียบง่ายและหรูหรา

ห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 9 จัดเป็นห้องพักอาศัยทั้งชั้น โดยห้องพักในชั้นนี้จะได้เป็นห้องติดสวนเป็นส่วนใหญ่ มีจำนวนยูนิตต่อชั้นไม่มากเพียง 10 ยูนิต ส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom มีทั้งหมด 6 ห้อง และห้อง 2 Bedroom จะเป็นห้องมุมของอาคารอีก 4 ห้อง การแบ่งโซนพื้นที่ส่วนกลางกับพื้นที่อยู่อาศัยในชั้นนี้ดีตรงที่ เมื่อออกจากโถงลิฟต์มาแล้วจะมีประตูกั้นในส่วนของห้องพักอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ผู้อยู่อาศัยในชั้นนี้ยังได้ความ Paivacy ในขณะเดียวกันก็ใกล้กับพื้นทีส่วนกลางด้วยค่ะ

สำหรับห้องพักของโครงการนี้ ออกแบบมาให้มีห้องพักทั้ง 4 ทิศเลย ก็จะได้วิวที่ต่างกัน ห้องพักในชั้นนี้ก็จะพ้นอาคารโดยรอบที่ส่วนใหญ่สูง 5-6 ชั้นขึ้นมาแล้ว แต่จะมีห้องทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่จะโดนบล๊อกวิวจากโครงการ Wish Signature ตัวแรกอยู่บ้างนะคะ โดยทิศที่แนะนำในชั้นนี้จะเป็นห้องทิศเหนือใต้สำหรับคนชอบสวนไม่ได้เน้นวิวเมืองมุมสูงมากนัก ซึ่งทั้ง 2 ทิศเป็นทิศยอดนิยมที่คนมักจะมองหากัน เพราะห้องทางทิศเหนือจะได้แดดเช้าและร่มในตอนบ่าย ส่วนห้องทางทิศใต้แม้จะโดนแดดบ้างในช่วงบ่ายแต่ก็เป็นทิศที่ได้ลมดีที่สุด ทิศที่ได้วิวดีสุดคือทางทิศใต้ที่หันไปทางวังสระปทุม จัดเป็น Unique View ที่ไม่ใช้ว่าคอนโดในเมืองจะได้วิวนี้กันได้ง่ายๆ นะคะ

ขึ้นมาบนชั้น 10-12A จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งชั้น ผังของห้องพักอาศัยคล้ายกับผังชั้น 9 เลยนะคะ แต่จะมีจำนวนยูนิตเพิ่มขึ้นเป็น 12 ยูนิตต่อชั้น โดยจะเพิ่มในยูนิตของห้องแบบ 1 Bedroom เพิ่มเข้ามาอีก 2 ห้อง

วิวโดยรวมของห้องพักก็ได้มุมมองที่กว้างขึ้น ทำให้ห้องพักที่หันทางทิศตะวันตกจะถูกบล๊อกวิวในระยะไกลจากกลุ่มคอนโดบนถนนเพชรบุรีนี้ ส่วนทิศที่แนะนำในชั้นนี้เป็นห้องวิวทางฝั่งทิศใต้ที่จัดเป็น Unique View และห้องวิวทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่มองไปทางอาคารใบหยกค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 14-31 ผังอาคารจะเหมือนกับที่ชั้น 10-12 A เลยแต่ในบางชั้นจะมีความพิเศษคือมีระเบียงเล็กๆ ตรงช่องแสงของ Lift Lobby ซึ่งโครงการจะจัดต้นไม้ไว้สร้างความร่มรื่นเพิ่มอีกนิดหน่อยค่ะ

สำหรับวิวที่แนะนำในชั้นนี้ก็จะไม่ต่างกับชั้น 10-12A นะคะ แต่วิวที่ได้จะต่างกันขึ้นอยู่กับความสูงของชั้น ยิ่งชั้นสูงขึ้นก็ยิ่งได้วิวเมืองที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ สำหรับห้องทางทิศใต้ที่ได้ Unique View ของวังสระปทุมนั้นถือเป็นห้องที่ได้วิวดีสุดมุมหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วยนะคะ บางคนชอบมุมกว้างๆ ก็ต้องไปอยู่นู่นประมาณชั้น 18 ขึ้นไป หรือบางคนชอบแบบระยะที่ไม่ต้องก้มดูก็อยู่ชั้น 12-18 ก็น่าจะพอแล้วค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 32 -36 ผังและวิวจะคล้ายๆ ชั้นที่ผ่านมานะคะ แต่ในชั้นนี้ห้องทางทิศใต้จะเปลี่ยนเป็นห้องใหญ่แบบ 3 Bedroom ที่ได้ Unique View ด้วยนะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 37 จะมีห้อง Penthouse ในชั้นนี้ ซึ่งจะเป็นห้องทางทิศใต้ที่ได้ Unique View อีกเช่นกันค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 38 เป็นชั้นแรกของ 4 ชั้น Facility ของโครงการ เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการระดับเดียวกันในทำเลนี้ถือว่าโครงการนี้ให้มาเยอะทีเดียว และยังแชร์กับลูกบ้านเพียง 333 ยูนิตด้วย ส่วนกลางที่จัดไว้ให้ในชั้นนี้ ได้แก่ Swimming Pool ขนาดประมาณ 30 x 5 ม. ลึก 1.2 ม. ภายในแบ่งเป็นสระเด็กลึก 60 ซม. ค่ะ สำหรับใครที่อาจไม่ได้ชอบว่ายน้ำหนักๆ จะมี Jacuzzi ให้นั่งแช่น้ำ นวดตัว ชมวิวได้สบายๆ

บริเวณ Pool Pods เป็นสระว่ายน้ำโอบล้อมอาคาร ส่วนพื้นที่วาง Day Bed จะอยู่ในร่ม เป็นพื้นที่ Semi – Outdoor ให้สัมผัสบรรยากาศจากมุมสูงขณะว่ายน้ำหรือนั่งพักผ่อนบริเวณสระได้ นอกจาก Swimming Pool แล้วยังมีส่วน Kid Pool และ Jacuzzi อีกด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 39 เป็นส่วนกลางแบบ Indoor ซึ่งมาในฟังก์ชันสำหรับคนรักการออกกำลังกาย จัดไว้ทั้ง Gym, Yoga Room, Boxing, Steam Room และ Sauna Room ค่ะ

บรรยากาศภายในพื้นที่ส่วน Body and Mind Pods ซึ่งจัดให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย วางเครื่องเล่นติดกับกระจกให้ได้เห็นวิวมุมสูงภายนอก และด้านในมีโซนสนามมวยอีกด้วย

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 40 จัดมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของการพักผ่อนอย่าง Lounge & Library, Mini Theater และ Golf Simulator Room

บรรยากาศภายใน Lounge เป็นฝ้าเพดานแบบ Double Volume ให้สัมผัสถึงพื้นที่โปร่งโล่งและมองเห็นวิวในมุมมองที่กว้างมากขึ้น ด้านในจัดชุดโซฟาขนาดใหญ่ให้นั่งเล่น เสพบรรยากาศมุมสูงสบายๆ

บรรยากาศภายในของ Golf Simulator Room

บรรยากาศภายในห้อง Mini Theater ตกแต่งด้วยชุดโซฟาขนาดใหญ่ สามารถจุคนได้หลายคน หรือจะจัดเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ส่วนตัวขนาดเล็กก็ได้เช่นกัน

สำหรับชั้นบนสุดของอาคารจะเป็น Roof Floor ซึ่งสามารถขึ้นมาถึงจากทางบันไดหนีไฟ ส่วนกลางบนชั้นนี้จัดเป็นพื้นที่สวนที่สามารถมาจัดปาร์ตี้ได้ มีมุมต่างๆ ให้นั่งชมวิว นั่งพักผ่อน และยังมีสนามสตรีทบาสให้มาเล่นบาสกับเพื่อนฝูงบนชั้นนี้ได้อีกด้วย นอกจากพื้นที่บนนี้จะใช้เป็น Facilities ที่ชั้นบนสุดแล้ว Roof Floor ยังมีข้อดีที่ช่วยป้องกันความร้อนจากบนหลังคาให้แก่พื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 40 ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

ในชั้นดาดฟ้าจัดเป็น 2 ฟังก์ชันใหญ่คือพื้นที่สนามบาสเก็ตบอล และพื้นที่ปาร์ตี้บาร์บีคิว โดยรอบข้างจัด Facade ยกขึ้นสูงเพื่อความปลอดภัย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Life Style Pods 4 ชั้นบนสุดของตัวอาคาร
  • ชั้น 38 Pool Pod  – สระว่ายน้ำ 360 องศา, อ่างจากุชชี่, สระว่ายน้ำเด็ก
  • ชั้น 39 Body and Mind Pods – ฟิตเนส, สนามมวย, ห้องโยคะ
  • ชั้น 40 Chill and Work Pods – Lounge, Co-Working Space, Mini Theater,Golf Simulator
  • ชั้น41 (Rooftop) Sky pod – พื้นที่ปาร์ตี้บาร์บีคิว, สนามบาสเก็ตบอล
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 111 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 197 คันคิดเป็น 59.2 % ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้องพักอาศัยมีให้เลือกหลายขนาดเลยนะคะ ตั้งแต่ 1-3 Bedroom 30-96.75 ตร.ม. วันนี้มีห้องตัวอย่างมาให้ชมกัน 2 แบบ คือ แบบ 1 Bedroom ขนาด 34.62 ตร.ม. และอีกแบบคือ แบบ 2 Bedroom ขนาด 58.52 ตร.ม. โครงการขายแบบ Fully Fitted ให้ให้เฟอร์มาบางส่วน เช่น เคาน์เตอร์ครัว Hob&Hood, ตู้เก็บรองเท้าแบบBuilt-in ,วัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำและติดตั้งแอร์แบบ Ceiling Concealed Type (ฝังฝ้า) ในห้องนั่งเล่นส่วนในห้องนอนจะได้แบบ Wall-Type (ติดผนัง) ค่ะ

ห้อง 1 Bedroom Type 1 B5-R ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 34 ตร.ม. กว่าๆ จัดว่าเป็นขนาดห้องที่ไม่ได้เล็กมากสำหรับห้อง 1 Bedroom สามารถอยู่อาศัยได้ 1-2 คนแบบไม่อึดอัด ตัวแปลนแบ่งโซน Common Area ที่ประกอบไปด้วยพื้นที่นั่งเล่นและครัวที่แยกออกจากส่วนห้องนอนแบบชัดเจน ทำให้การอยู่อาศัยเป็นสัดส่วนดี จุดเด่นของแปลนนี้อยู่ตรงห้องน้ำที่ออกแบบให้เข้าได้ 2 ทาง ทั้งจากทางห้องนอน และทางห้องครัว เวลาที่ผู้อยู่อาศัยอยู่ห้องก็สะดวกสบาย ส่วนเวลามีแขกมาก็สามารถเข้าห้องน้ำจากทางครัวได้ ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนค่ะ ส่วนครัวจะได้ครัวแบบครัวเปิด ตำแหน่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องเลย เหมาะกับเตรียมอาหารเบาๆ ไม่เน้นผัด หรืออาหารที่มีกลิ่นแรงๆ การวางตำแหน่งครัวอยู่ด้านหน้าดีตรงที่ ถ้าวันไหนไปช้อปปิ้งของกินของใช้เข้าบ้านมาหนักๆ พอมาถึงห้องปุ๊บก็เอามาวางพักไว้ตรงนี้ได้ หรือเก็บของสดเข้าตู้เย็นได้เลย ถัดจากครัวจะเป็นห้องนั่งเล่นที่ให้โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ด้านในสุดติดกับหน้าต่างมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหาร

ส่วนที่มีความต่างจากแปลนโครงการอื่นๆ คือไม่มีพื้นที่ระเบียงให้ยืนชมวิวแบบ Outdoor นะคะ ถ้าจะชมวิวก็ชมแบบ Indoor ผ่านหน้าต่างบานใหญ่ภายในห้องนั่งเล่นแทน ส่วนระเบียงทางโครงการทำเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า มีพื้นที่ให้ตากผ้าได้นิดหน่อย และเป็นตำแหน่งสำหรับวาง Condensing Unit โดยทางโครงการจะทำระแนงปิดพื้นที่ซักล้างตรงนี้ไว้เรียบร้อย ข้อดีคือทำให้ภาพลักษณ์ของโครงการดูเรียบร้อยสวยงามค่ะ

ประตูหน้าห้องได้บานไม้อัดปิดผิวด้วยลามิเนต สูงเกือบถึง 3 ม. ติดตั้ง Digital Door Lock ของ Yale มาให้ เป็นรุ่น 4 ระบบ คือใช้ได้ทั้งรหัส, Keycard, Finger Scanและกุญแจ พร้อมมือจับแบบก้านโยกค่ะ

เข้ามาในห้องจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัวทางฝั่งขวา ฝั่งซ้ายเป็นห้องน้ำ ถัดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับหน้าต่าง รับแสงธรรมชาติจากด้านนอกเข้ามาในห้อง ห้องมีความสูงของฝ้าเพดานที่ 3 ม. ซึ่งเป็นระยะที่สูงกว่าห้องพักของคอนโด High Rise ในย่านนี้ ส่วนพื้นห้องของ Type นี้ส่วนใหญ่จะปูด้วยพื้นไม้ Engineering Wood หนา 14 ม. ส่วนในพื้นที่ครัว ระเบียงและห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน ขนาด 60x 60 ซม. ก็เหมาะสมเพราะสามารถทำความสะอาดได้ง่าย

มาดูพื้นที่ใช้สอยด้านหน้าห้องที่เป็นส่วนครัวกันก่อน โครงการ Built-in ตู้ต่างๆ มาให้เรียบร้อย ห้องจริงก็จะได้แบบนี้เลย แต่จะไม่ได้ให้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็นและไมโครเวฟค่ะ

ตู้ที่ Built-in มาให้ก็จะมีตู้ที่ติดกับประตูห้อง เป็นตู้ไม้ปิดผิวด้วย High-Gloss ภายใแบ่งเป็นตู้เก็บของใช้หรือของตั้งโชว์ก็ได้ และเว้นพื้นที่ไว้ให้วางตู้เย็นด้วย เวลาเลือกซื้อตู้เย็นเข้าห้องอย่าลืมคำนึงเรื่องขนาดพื้นที่วางด้วยนะคะ

มือจับตู้ถูกออกแบบให้ขอบด้านบนถูกเฉือนเป็นสามเหลี่ยม เพื่อให้เกิดช่องสำหรับสอดมือไปดึงลิ้นชักออกได้ ซึ่งแบบนี้มีข้อดีที่ไม่ต้องกลัวมือจับตู้หลุดอีกต่อไปค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของประตูจะเป็นส่วนของ Pantry ครัว ซึ่งเป็นครัวแบบเปิดจึงไม่เหมาะกับการทำอาหารที่มีกลิ่นแรงซักเท่าไร ส่วนนี้จะ Built-in เคาน์เตอร์ครัวตัว I พอเหมาะกับการใช้งานในคอนโดแบบ 1 ห้องนอน พร้อม Built-in ตู้สำหรับเก็บรองเท้าไว้แบบนี้เลย ด้านข้างตู้จะติดตั้ง Vedio Door Phone ของ ABB ไว้ให้ ซึ่งจอนี้จะเชื่อมต่อกับ Lobby ส่วนกลาง เผื่อเวลาที่มีแขกมาเยี่ยมก็สามารถโทรเรียกได้ค่ะ

ภายในตู้ใส่รองเท้าแบ่งเป็นชั้นๆ ทั้งแบบชั้นย่อยๆ สำหรับวางรองเท้า และมีชั้นกว้างสำหรับวางของใช้ชิ้นใหญ่ๆ พอเป็นตู้ที่มีหน้าบานปิดแบบนี้ก็จะทำให้ห้องดูเรียบร้อยเป็นระเบียบ

ส่วนเคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมีตู้เก็บของเป็นตู้บานเปิดปิดและลิ้นชัก หน้าบานปิดผิวไฮกลอส ซึ่งบานพับจะเป็นแบบ Soft Close ตู้หนึ่งเป็นลิ้นชัก 2 ตอน ไว้เก็บช้อนส้อม เก็บจาน พร้อมตู้โล่ง 1 ช่อง เป็นตำแหน่งสำหรับวางไมโครเวฟของ อีกตู้หนึ่งไว้ใช้เก็บของเล็กๆน้อยๆได้แต่ใส่ของเต็มไม่ได้นะคะเพราะต้องเว้นพื้นที่เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างจานค่ะ

มาดูส่วนบนของเคาน์เตอร์ครัวกันบ้าง ให้ช่องเคาน์เตอร์มา 3 ช่องนะคะ ช่องหนึ่งเป็นเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน อีกช่องเป็นซิงค์ล้างจาน อีกช่องเป็นเคาน์เตอร์โล่งไว้ให้เป็นพื้นที่เตรียมอาหาร Top Counter ได้วัสดุเป็นหินสังเคราะห์ ส่วน Backsplash จะได้เป็นกระเบื้องลายหินอ่อน เวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

ถัดไปเป็นซิงค์ล้างจานของ Franke มีความลึกพอสมควรที่จะล้างแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมา

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวของ Electrolux หรือเทียบเท่า จะใช้อุ่นอาหารเล็กๆน้อยๆ หรือ ทำอาหารทานกันในห้องก็ได้ มาพร้อมเครื่องดูดควัน โดยจะต่อท่อดูดควันออกไปข้างนอกให้เรียบร้อย

ตู้ลอยสำหรับเก็บของด้านบนเป็นตู้บานเปิด 2 ตู้ ภายในแบ่งเป็นช่องเก็บของ ตัวบานพับเปิดปิดเป็นแบบ Soft Close เช่นเดียวกับตู้ใต้เคาน์เตอร์ครัวนะคะ

พื้นที่สำหรับเดินทำครัวมีความกว้างประมาณ 1.4 ม. ก็กว้างพอสมควร หากมีคนนึงยืนทำครัวอยู่ ก็ยังพอมีพื้นที่เหลือให้เดินผ่านเข้าออกห้อง หรือเดินเข้าห้องน้ำได้สะดวกอยู่ค่ะ ต่อไปจะพาไปดูห้องน้ำทางขวากันต่อนะคะ

ห้องน้ำของแปลนนี้มีข้อดีที่มีทางเข้า 2 ทางคือสามารถเข้าได้จากทางห้องนอนและห้องครัว ภายในแบ่งส่วนเปียกแห้งไว้ด้วยฉากกั้นอาบน้ำและขอบธรณีทำให้การใช้งานเป็นสัดส่วน

พื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำไม่กว้างมาก แต่ก็พอให้ใช้งานได้ไม่อึดอัด ผนังและพื้นโดยรอบเป็นกระเบื้องทั้งหมดค่ะ ที่แตกต่างกันคือกระเบื้องพื้นจะเป็นแบบด้าน เพื่อช่วยกันลื่นภายในห้องน้ำ ส่วนผนังจะเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนค่ะ

ในส่วนของอ่างล้างหน้าจะได้ตามห้องตัวอย่างเกือบทั้งหมด ต่างกันคือกระจกติดผนังที่ได้จริงจะไม่ได้มีซ่อนไฟเหมือนห้องตัวอย่าง และตัวกระจกจะเป็นแบบติดผนังไปเลย

อ่างล้างหน้าของ Villeroy & Boch มีขนาดใหญ่ทีเดียว ด้านข้างอ่างมีพื้นที่สำหรับวางของได้อีกนิดหน่อยค่ะ

ก๊อกที่ติดตั้งมาให้ของ Grohe หัวผสม สามารถเลือกเปิดน้ำร้อน/เย็น ได้ แต่ผู้อยู่อาศัยจะต้องติดเครื่องทำน้ำร้อนเพิ่มเอง ส่วนที่ผนังจะติดตั้งปลั๊กไฟมาให้ด้วยค่ะ

ด้านล่างอ่างล้างหน้ามีตู้บานเปิดปิดผสมตู้ช่องโล่ง ไว้สำหรับวางของ อย่างผ้าเช็ดมือผืนเล็กๆ ได้นิดน่อย อย่าลืมเว้นที่ไว้เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างมือนะคะ

โถสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้นของยี่ห้อ Villeroy & Boch หรือเทียบเท่า  มาพร้อมสายชำระและที่แขวนกระดาษชำระของ Grohe

ต่อไปมาดูพื้นที่อาบน้ำจะถูกกั้นด้วยฉากกั้นเป็นกระจกนิรภัย (Tempered Glass) ซึ่งเป็นแบบบานเปิดปิด มีมือจับสามารถจับให้สามารถเปิดได้สะดวก ช่วยกันไม่ให้น้ำจากพื้นที่ส่วนเปียกกระเด็นออกมาในพื้นที่ส่วนแห้ง ในส่วนของกระจกบาน Fix ให้มาแบบเต็มบานสูงจากพื้นถึงฝ้าเลย ซึ่งความสูงฝ้าเพดานก็ถือว่าสูงกว่าโครงการทั่วไปอยู่แล้ว ทำให้ห้องน้ำนี้ดูดีขึ้นอีกนะคะ

ภายในติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำมาให้เรียบร้อยทั้งแบบมือจับและแบบ Rain Shower

หน้าตาของฝักบัวและก๊อกฝักบัวชนิดผสมของ Grohe นะคะ มีขนาดจับได้ถนัดมือดี

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 1.2 x 0.86 ซม. ใช้งานได้สะดวกพอสมควร

พื้นในห้องน้ำมีการทำขอบธรณีกั้นระหว่างพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้ง และขอบธรณีระหว่างห้องน้ำกับที่อยู่อาศัยในส่วนอื่นๆ ด้วยค่ะ

ถัดมาในส่วน Living มีจุดเด่นอยู่ที่ความสูงของฝ้าเพดานที่สูงถึง 3 ม. ถือเป็นระดับที่สูงกว่าโครงการระดับเดียวกันในทำเลนี้ พื้นห้องในส่วนนี้จะปูด้วยพื้นไม้ Engineering Wood หนา 14 มม.

ภายในมีการจัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ซึ่งห้องนี้ขายแบบ Fully Fitted จึงไม่ได้มีเฟอร์นิเจอร์ให้นะคะ ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกเฟอร์ฯ ในแบบที่ตัวเองชอบได้เลย ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่น มีระยะห่างประมาณ 2.3 เมตร มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ 49 นิ้ว ปกติแปลนห้องแบบนี้จะมีระเบียงอยู่ติดกับพื้นที่ Living แต่แปลนห้องนี้ไม่ได้มีระเบียงมาให้แลกกับผนังกระจกบานใหญ่ด้านในแทนค่ะ

ถัดมาด้านในที่ชุดโต๊ะทานอาหารจะวางชิดหน้าต่างห้องไว้ เวลานั่งทานก็ชมวิวไปด้วยได้ เป็นโต๊ะแบบ 2 ที่นั่ง วางจานข้าวและกับข้าวได้สัก 2 อย่าง ถ้าครอบครัวไหนชอบทานกับข้าวหลายๆ อย่าง โต๊ะก็จะแน่นๆ หน่อย ลองหาโต๊ะแบบที่สามารถพับเก็บและขยายได้ก็จะมีพื้นที่ให้วางจานอาหารเพิ่มขึ้น ส่วนทางซ้ายมีประตูเชื่อมไปยังส่วนซักล้างค่ะ

เนื่องจากบานกระจกที่ให้มาเป็นบานใหญ่สูงเกือบเท่าฝ้าเพดาน ทำให้ตัว Fitting ที่ให้มามีความหนาเป็นพิเศษเลยนะคะ

ภายในพื้นที่ซักล้างจะมีลักษณะเป็นพื้นที่ระเบียงแต่จะมีฉากระแนงมากั้น ทำให้ยังสามารถรับแสงธรรมชาติและลมที่เข้ามาได้ แต่ไม่ใช่พื้นที่ระเบียงแบบที่ใช้ยืนชมวิวได้นะคะ

พื้นที่ส่วนนี้จะมีขอบธรณีกั้นเพื่อไม่ให้น้ำจากส่วนซักล้างไหลเข้าไปในพื้นที่พักอาศัย โดยพื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 1 x 1.5 ม. เป็นพื้นที่ไว้สำหรับวางเครื่องซักผ้าและราวตากผ้าขนาดเล็ก รวมถึงเป็นตำแหน่งสำหรับวาง Condensing Unit ด้วยค่ะ

ด้านในห้องนอนมีพื้นที่พอให้วางเตียงขนาด 5 ฟุตวางไว้ตรงกลางแล้วยังเหลือพื้นที่สำหรับเดินขึ้นเตียงได้โดยรอบ และเนื่องจากโครงการขายห้องแบบ Fully Fitted ผู้อยู่อาศัยจึงสามารถเลือกซื้อเฟอร์ฯ ในแบบที่ชอบได้อีกเช่นกัน ฝ้าเพดานของห้องนี้สูง 3 ม. ส่วนพื้นปูด้วย Engineering Wood หนา 14 มม. เช่นเดียวกับพื้นที่ Living ค่ะ

ภายในห้องนอนมีช่องแสงธรรมชาติอีกเช่นกัน ได้มาเป็นหน้าต่างบานสูงจากพื้นจนเกือบถึงฝ้า

มีพื้นที่ใช้สอยฝั่งที่ติดกับกระจกอีกเล็กน้อยให้สามารถวางโต๊ะทำงาน หรือจะวางโซฟานั่งเล่น ก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยเลยค่ะ

หากต้องการติดทีวีปลายเตียง แนะนำให้ติดแบบแขวนผนัง เพราะจะได้เหลือพื้นที่สำหรับเดินผ่านเข้าออกได้สะดวก

ข้างเตียงอีกฝั่งหนึ่งเป็นตำแหน่งของตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งจะอยู่ติดกับทางเข้าห้องน้ำเลย ก็ดูลงตัว เป็นสัดส่วนดีค่ะ

ซึ่งพื้นที่ตรงนี้สามารถ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าได้ใหญ่พอสมควรเลย และด้านในสุดก็สามารถทำโต๊ะเครื่องแป้ง ในส่วนนี้ทางโครงการจะไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์มานะคะ แต่ก็สามารถเก็บไว้เป็นไอเดียในการตกแต่งได้ค่ะ

อีกห้องหนึ่งคือแบบ 2 Bedroom Type 2C3-L เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเกือบเป็นอีกเท่าของห้องแรกเลยนะคะ จึงได้พื้นที่ใช้สอยในแต่ละส่วนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ห้องแปลนแบบนี้จะเป็นห้องมุมทำให้มีช่องเปิดอยู่หลายตำแหน่ง จัดพื้นที่มาโดยเน้นให้พื้นที่ Living และห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ได้ช่องแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ พื้นที่ภายในห้องจึงดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด แต่ก็ยังคงไม่มีระเบียงอยู่เหมือนเดิมนะคะ จะมีแค่พื้นที่ซักล้างที่มีระแนงปิด เอาไว้ตากผ้าและวาง Condensing Unit ได้เท่านั้น

จุดอ่อนของห้องคือการวางห้องน้ำส่วนกลางและห้องครัวไว้ทางฝั่งด้านในอาคาร ทำให้ต้องอาศัยงานระบบของอาคารล้วนๆ แต่ก็มีข้อดีคือห้องน้ำส่วนกลางสามารถเข้าได้ 2 ทาง คือทางฝั่งห้องนั่งเล่นและจากทางห้องนอนเล็ก เป็นดีไซน์ที่ดีกับการใช้งานนะคะ เพราะเวลาที่มีแขกมาหา ก็สามารถเข้าห้องน้ำจากทางห้องนั่งเล่นได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนค่ะ ส่วนครัวจะได้ครัวแบบครัวเปิด ตำแหน่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องเหมือนห้องแบบแรก เหมาะกับเตรียมอาหารที่ไม่ที่มีกลิ่นแรงๆ การวางตำแหน่งครัวอยู่ด้านหน้าดีตรงที่ ถ้าวันไหนไปช้อปปิ้งของกินของใช้เข้าบ้านมาหนักๆ พอมาถึงห้องปุ๊บก็เอามาวางพักไว้ตรงนี้ได้ หรือเก็บของสดเข้าตู้เย็นได้เลย ติดกันเป็นโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่ง เชื่อมเป็นพื้นที่เดียวกับห้องนั่งเล่น บริเวณนี้จึงเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งดูทีวี ทานข้าว พูดคุยกันได้สะดวก

เปิดประตูเข้ามาส่วนแรกเป็นพื้นที่ส่วนครัวเช่นเดียวกับห้องแบบแรก ส่วนพื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ถัดเข้าไปด้านใน

เข้ามาในห้องแล้วมองกลับมายังพื้นที่หน้าห้อง ทางโครงการจะ Built-in เคาน์เตอร์ครัวไว้ให้ ซึ่งก็จะได้เป็นครัวตัว L ตามแบบในห้องตัวอย่างเลย แต่ว่าโต๊ะทานอาหารจะไม่ได้มีให้มานะคะ

ส่วนของตู้ที่ Built-in ติดกับประตูจะทำไว้ให้เป็นตู้รองเท้าใส่ของได้นิดหน่อย และเว้นช่องไว้ให้วางตู้เย็น ซึ่งงานดีไซน์และวัสดุของตู้จะเหมือนกับในห้องแรกที่พาไปชมเลยนะคะ

ชุดครัวจะได้พื้นที่มากกว่าแบบแรกโดยได้เคาน์เตอร์ใหญ่ขึ้นเป็นตัว L เลย ทำให้มีพื้นที่สำหรับวางส่วนผสมและวางของมากขึ้น

เคาน์เตอร์ที่ใหญ่ขึ้นจะทำช่องโล่งไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้าด้วย

Induction Hob ของห้อง Type นี้จะได้เป็นแบบ 4 หัว ของ Electrolux หรือเทียบเท่า

ถัดมาเป็นตำแหน่งของโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง ซึ่งการจัดวางโต๊ะทานอาหารแบบนี้ก็ถือว่าทำได้ดี เพราะนอกจากจะไว้ใช้ทานอาหารได้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่เตรียมอาหารได้อีกด้วย

นอกจากนี้ตำแหน่งของโต๊ะทานอาหารจะเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นดูทีวีด้านใน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนหลักๆ ที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งเล่นดูทีวี ทานข้าว ทำอาหารกันในบริเวณนี้ เวลานั่งทานอาหารก็สามารถมองเห็นและพูดคุยกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่นั่งดูทีวี หรือยืนทำอาหารอยู่ในครัวได้

ในส่วนของพื้นที่ Living มีจุดไฮท์ไท์อยู่ที่หน้าต่างบานใหญ่ด้านใน ทำให้สามารถดูทีวีและนั่งชมวิวภายนอกไปได้พร้อมๆ กัน พื้นที่ตรงนี้สามารถจัดวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง มีระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่นประมาณ 2.6 เมตร มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ 55 นิ้ว ซึ่งโครงการขายห้องแบบ Fully Fitted จึงไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์มาด้วย ผู้อยู่อาศัยก็สามารถเลือกตามแบบที่ชอบได้เลยค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของห้องเป็นตำแหน่งของห้องน้ำและห้องนอน ซึ่งห้องน้ำนี้เป็นห้องน้ำส่วนกลางที่เข้าได้จากทั้งทางห้องนั่งเล่น และจากทางห้องนอนที่อยู่ติดกันค่ะ

มาดูภายในห้องน้ำกันต่อ ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนเปียก-แห้งไว้เรียบร้อย ด้านในติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเหมือนกับห้องน้ำในห้องแบบแรกเลยนะคะ

ห้องน้ำส่วนกลางนี้มีประตูเปิดเข้าออกได้ 2 ทางนะคะ คือจากทางห้องนั่งเล่นและจากทางห้องนอนค่ะ

ส่วนภายในพื้นที่อาบน้ำจะได้ฉากกั้นอาบน้ำนิรภัย พร้อมวัสดุอุปกรณ์ครบถ้วนเหมือนในห้องตัวอย่างห้องแรกเลย

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 1.4 x 0.9 ม. ก็ถือว่าเป็นขนาดที่สามารถใช้งานได้สะดวก

ต่อมาดูห้องนอนที่อยู่ติดกันกับห้องน้ำมีขนาดที่อยู่ได้สบาย สามารถตั้งเตียงขนาด 5 ฟุตได้แต่ถ้าอยากวางโต๊ะเขียนหนังสือด้วย ก็ต้องวางเตียงขนาด 3 ฟุตแบบห้องตัวอย่างแทนนะคะ ส่วนช่องแสงในห้องจะได้แสงธรรมชาติผ่านหน้าต่างบานใหญ่เกือบเต็มผนัง ทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้เลย

พื้นที่ภายในห้องมีพื้นที่พอให้วางตู้เสื้อผ้าบานเปิดปิดแบบ 2 บานและชั้นวางของแบบช่องโล่ง ส่วนพื้นที่ปลายเตียงสามารถติดทีวีแบบแขวนผนังได้

ส่วนห้องนอนใหญ่จะอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งห้องนอนนี้จัดพื้นที่มาค่อนข้างใหญ่และมีฟังก์ชันครบทั้งห้องน้ำในตัวและพื้นที่สำหรับทำ Walk-in Closet ค่ะ

เข้ามาในห้องนอนใหญ่ ติดกับประตูห้องจะมีทางเข้าห้องน้ำในตัว

พื้นที่ภายในห้องน้ำมีขนาดใหญ่จัดฟังก์ชันไว้ครบถ้วน แบ่งพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน ด้านหน้าสุดของห้องทางขวามือเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง ได้แก่ อ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ โดยจะได้วัสดุอุปกรณ์สเปคเดียวกับห้องน้ำแบบแรกเลย ถัดเข้าไปด้านในเป็นพื้นที่อาบน้ำจะถูกแบ่งพื้นที่ด้วยฉากกั้นกระจกนิรภัย

ในส่วนของ Shower Area จะติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำไว้เช่นเดียวกับห้องน้ำอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามาคืออ่างอาบน้ำค่ะ

อาบน้ำของ Kaldewei มีขนาดประมาณ 1.47 x 0.57 ม. ก็ถือว่าเป็นขนาดมาตรฐานนะคะ พร้อมติดตั้งฝักบัวไว้เรียบร้อย ได้ของ Grohe หรือเทียบเท่า

พื้นที่ด้านหน้าห้องน้ำเป็นตำแหน่งที่สามารถทำ Walk-in Closet ได้

ถ้าดูจากห้องตัวอย่างก็สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่งแบบมีทางเดินอยู่ตรงกลาง ด้านในสุดเป็นทางเข้าระเบียงซักล้าง

พื้นที่ระเบียงซักล้างของห้องนี้จะไม่ได้เอาไว้วางเครื่องซักผ้านะคะ จะเอาไว้ใช้วางราวตากผ้าและวาง Condensing Unit มีขนาดประมาณ 1.1 x 1.5 ม.

อีกฝั่งหนึ่งของห้องเป็นพื้นที่พักผ่อน ห้องตัวอย่างตกแต่งไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยจะวางเตียงนอน ติดชั้นวางทีวีที่ปลายเตียง

พื้นที่ในห้องนี้จะมีช่องหน้าต่างไว้รับแสงธรรมชาติอีกเช่นกัน ถ้าจัดแบบห้องตัวอย่างก็จะสามารถวางเตียงขนาดใหญ่และมีพื้นที่สำหรับชั้นวางทีวี ซึ่งจะสามารถนอนชมวิวภายนอกได้จากบนเตียงเลยเช่นกัน

ถ้าจัดห้องตามแบบในห้องตัวอย่างจะมีพื้นที่ด้านข้างเตียงเหลือให้สามารถเดินขึ้นเตียงได้สบาย และยังวางโต๊ะเขียนหนังสือได้ด้วย

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของเตียงจะมีช่องเล็กๆ ด้านข้างไว้เป็นช่องเก็บม่าน ทำให้สามารถเปิดหน้าต่างชมวิวได้เต็มๆ

หน้าตาของปลั๊กและสวิตซ์ไฟที่ได้ของ ABB ค่ะ

Mood & Tone ของวัสดุที่ใช้ตกแต่งในห้องก็จะออกมาเป็นโทนเทา ขาว น้ำตาล ดำ เรียบๆ แต่ดูดี สามารถแต่งเฟอร์ฯ ต่อได้ง่าย

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 4 October 2017

  • 1 Bedroom เนื้อที่ 34.62 ตร.ม. ราคา 6,634,800 บาท หรือ 190,000 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom เนื้อที่ 58.52 ตร.ม. ราคา 12,000,000 บาท หรือ 205,058 บาท/ตร.ม.
  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 50,000 – 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 5 % บาท
  • ดาวน์ 15% ผ่อนดาวน์ 29 งวด
  • ค่ากองทุน 750 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 80 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

Wish Signature II Midtown Siam เป็นโครงการที่ได้ทำเลดีอีกโครงการหนึ่งของสยามนุวัตร จุดเด่นของโครงการคือตัวทำเลที่อยู่ด้านหลังสยามพารากอน ในแบบที่สามารถเดินไปได้เลย และยังได้ประโยชน์จากซอยพาณิชย์บัญชีที่สามารถใช้เป็นทางลัดจากสยามพารากอนกลับเข้าโครงการได้โดยไม่ต้องไปฝ่ารถติดบนถนนเพชรบุรีอีกด้วย จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของโครงการคือการได้  Unique View ของวังสระปทุม ซึ่งไม่ใช้ว่าคอนโดบนเส้นนี้จะได้วิวแบบนี้กันหมดนะคะ ทำให้ห้องทางทิศใต้จะได้ค่า Value พิเศษตรงนี้ แต่สำหรับห้องพักในทิศอื่นๆ ที่ไม่ได้วิวแบบนี้ ก็สามารถขึ้นไปชมวิวนี้ได้บนชั้นส่วนกลางบนสุดทั้ง 4 ชั้น ที่ทางโครงการจัดไว้ให้ลูกบ้านทุกยูนิตได้มีพื้นที่ให้ขึ้นมาเปลี่ยนบรรยากาศ ทำกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง พร้อมชมวิวเมืองมุมสูงได้ ส่วนในห้องพักก็ได้ฝ้าเพดานมาสูงถึง 3 ม. ทั้งหมดนี้ถือเป็นจุดเด่นของโครงการที่ยังไม่เห็นว่าโครงการระดับนี้ บนทำเลแถบนี้จะมีให้นะคะ เพราะมันเป็นการเสียพื้นที่ขายห้องในชั้นบนสุดไปเลย

เทียบกับคู่แข่งแล้วตัวทำเลที่มีข้อดีเรื่องทางลัด, การได้ Unique View, Facility แบบจัดเต็ม 4 ชั้นบนสุดของโครงการ และฝ้าเพดานห้องที่สูง 3 ม.ถือเป็นจุดแข็งของโครงการ ในราคาที่เปิดตัวมาไม่ต่างจากโครงการคู่แข่งละแวกนี้ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครที่มองหาโครงการในทำเลที่เดินไปพารากอนได้แบบนี้ อย่างไรก็ตามโครงการอื่นๆ บนทำเลนี้แม้จะมีราคาไม่ต่างกันมากแต่ก็มักจะให้ Private Lift ซึ่งทางโครงการไม่มีให้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าให้ความสำคัญกับเรื่องไหน ชั่งใจดูเมื่อเทียบกับทำเล และพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้ที่จะได้รับค่ะ

ทำเล – Wish Signature II Midtown Siam เป็นโครงการที่อยู่ในทำเลที่มีความเฉพาะตัวสูงพอสมควร อันเนื่องมาจากซอยข้างๆที่ลัดเลาะเชื่อมต่อกับ สยามพารากอนได้นี่แหละ ทำให้ความอุดมสมบูรณ์และสาธารณูปโภครายรอบโครงการในระยะเดินได้แบบคนขยันเดิน มีครบเครื่องมาก ตั้งแต่มินิมาร์ท ร้านค้าร้านอาหารตลอดแนวถนนหน้าโครงการ ไปจนถึงห้างใกล้เคียงซึ่ง มีตั้งแต่ พันธ์ทิพย์ Platinum ไปจนถึงแหล่งอารยธรรมขั้นสูงสุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพ นั่นคือ “สยาม” ซึ่งไม่ใช่จะมีโครงการในทำเลแบบนี้โผล่มาง่ายๆ… ความพิเศษของโครงการอีกอย่างคือ ด้านทิศใต้ จะได้วิวที่ค่อนข้างมีคุณค่า และหาได้ยากด้วยนะคะ

การเดินทางโดยใช้รถ – ค่อนข้างหลากหลายมาก จะใช้เส้นทางถนนเพชรบุรีปกติก็ได้ หรือจะมาจากทางสยามพารากอน ทะลุออกซอยข้างโครงการก็ได้ แต่ต้องทำใจหน่อยนะครับว่านี่มันย่านกลางเมือง รถมันจะค่อนข้างติดเรียกว่าทุกวันในชั่วโมงเร่งด่วนก็ว่าได้ สัดส่วนที่จอดรถในช่องจอด 59% ถือว่ามากกว่าโครงการระดับเดียวกันบนทำเลนี้ และเมื่อพิจารณาจากความสะดวกในการไม่ใช้รถแล้ว ก็น่าจะเพียงพอหากบริหารจัดการกันดีๆ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – ถือว่า สะดวกมาก ติดถนนใหญ่ ในทำเลที่เรียกรถได้ 24 ชั่วโมง มีป้ายรถเมล์ทั้งหน้าโครงการและตรงข้ามโครงการ แถมมีสะพานลอยอยู่หน้าโครงการด้วย แถวนี้ Taxi และพี่วิน ชุกชุมมากมาย … ส่วนถ้าอยากใช้รถไฟฟ้า ที่ใกล้ที่สุดคือ BTS ราชเทวี ที่ระยะเดิน 400 เมตร .. สำหรับคนที่ไม่ต้องการใช้รถ ก็อยู่ได้สบายแบบมีทางเลือกในการเดินทางครบเครื่อง และมีห้างดีๆ อยู่ในระยะเดินด้วย

การออกแบบ – โครงการนี้ทำออกมาจับกลุ่มตลาดบน ซึ่งข้อจำกัดของโครงการในทำเลใจกลางเมืองแบบนี้ ก็คือเรื่องวิวที่มักจะโดนตึกสูงบังซ้ายขวา แต่ทางโครงการก็แก้ด้วยการยกชั้น Facility ทั้งหมด เอาไปไว้เป็น 4 ชั้นบนสุดของอาคาร ทำให้ลูกบ้านมีพื้นที่ส่วนกลางให้ได้มานั่งเล่นเปลี่ยนบรรยากาศ ทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมชมวิวเมืองในมุมสูงไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวตึกบัง … ห้องของที่นี่ เน้นพื้นที่ภายใน ไม่มีระเบียง มีแต่ Yard หรือพื้นที่ซักล้างให้ … ระยะภายในห้องดูลงตัว ฟังก์ชันครบ ตกแต่งต่อเองได้ไม่ยาก แต่ถ้าอยากให้ลงตัวพอดีแนะนำให้เตรียมงบเผื่อการออกแบบและ Built in เพิ่มเติมค่ะ ซึ่งจะได้ห้องที่สวย ลงตัว และฟังค์ชั่นอยู่สบายกว่าวางเฟอร์ลอยตัวมาก

วัสดุ – อุปกรณ์ของที่ให้มา เป็นแบบ Fully Fitted เมื่อเทียบกับระดับราคาและเทียบกับโครงการโดยรอบแล้ว ก็ถือว่าให้มาตามมาตรฐาน ต้องแต่งห้องใหม่เองเพิ่มเยอะอยู่นะ ภายในห้องจะได้ Pantry ครัว มี Hob & Hood ของ Electrolux และอ่างล้างจานของ Franke วัสดุผิวปิดท็อปครัวเป็นหินสังเคราะห์ ห้องน้ำ ชุดหัวก๊อกของ GROHE สุขภัณฑ์ Villeroy&Boch พื้นห้องโถง Engineering Wood หนา 14 มม. ส่วนพื้นครัว,ระเบียง,ห้องน้ำ เป็นกระเบื้องแรนิตโต้ มี Digital Doorlock ของ YALE ระยะพื้นถึงฝ้า 3 เมตร

สาธารณูปโภค – ถือเป็นจุดเด่นของโครงการ เพราะจัดมาให้แบบเต็มๆ ใน 4 ชั้นบนสุดของอาคาร ใครที่มีห้องได้วิวไม่ค่อยสวย ก็ขึ้นมานั่งดูวิวที่ชั้นนี้ได้ จึงถือว่าให้มาดีกว่าโครงการระดับเดียวกันในทำเลนี้ ส่วนกลางแบ่งออกเป็น 4 ชั้นทำให้มีตัวเลือกของกิจกรรมที่หลากหลาย แต่ละฟังก์ชันค่อนข้างครบและสมบูรณ์ ส่วนที่ให้มาน้อยไปหน่อยคือลิฟต์ โดยมีอัตราส่วนอยู่ที่ 111 : 1 ซึ่งถือว่ามากกว่าโครงการอื่นๆ ในทำเลนี้ แต่อัตราส่วนที่จอดรถที่ให้มา 59.2 % ถือว่าให้มาเยอะกว่าโครงการอื่นๆ ในระดับราคานี้บนทำเลเดียวกัน

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 200,000 บาท/ตร.ม., 04 October 2017

  • ทำเล 8.5/10 – ทำเลใกล้สยามพารากอนแบบเดินไปได้ มีความอุดมสมบูรณ์ ติดถนนเพชรบุรี ทิศใต้ได้ Unique View
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – สะดวกเพราะติดกับซอยที่เชื่อมออกจากสยามพารากอนได้ด้วย แต่ทำเลนี้รถติด ที่จอดรถให้มาพอเยอะสมควรถ้าเทียบกับคู่แข่ง
  • ไม่ใช้รถ 8.5/10 – สะดวก ห่างรถไฟฟ้าราชเทวี 400 ม. ติดถนนใหญ่ หารถสาธารณะง่าย เหมาะกับคนที่ไม่คิดจะใช้รถเลย
  • วัสดุ 7/10 – ได้ของมาตรฐานตามระดับราคา ขายแบบ Fully Fitted ได้เฟอร์นิเจอร์บางส่วน
  • แบบ 7/10 – ออกแบบลงตัว จัดพื้นที่ดีน่าอยู่อาศัย ฝ้าเพดานสูงถึง 3 ม. แต่ไม่มีระเบียงจะเน้นชมวิวผ่านกระจกจากภายในห้อง
  • สาธารณูปโภค 9.5/10 – เป็นจุดเด่นของโครงการ จัดส่วนกลางมาแบบเต็มๆ และไว้ที่ 4 ชั้นบนสุดของโครงการ
  • LUXURY CLASS
  • 8.15 / 10.00

BOTTOM LINE

Wish Signature II Midtown Siam เหมาะกับคนมองหาบ้านในเมืองที่ใกล้ห้างสยามพารากอนและย่านสยาม แบบเดินไปได้ มีรถไฟฟ้าให้ใช้ในระยะเดินไม่ไกล มีความอุดมสมบูรณ์ครบเครื่องรายรอบโครงการ มีความต้องการคอนโดสไตล์หรูหรา Facilities หวือหวาจัดเต็ม เป็นคนชอบแต่งบ้านและเลือกของที่ความพอใจของตัวมากกว่า พลิกป้ายมองหายี่ห้อดัง มีงบประมาณระดับ 6- 15 ล้าน มีเงินสดในมือ 1-5 ล้านบาท และมีกำลังผ่อนต่อเดือนราว 42,000 – 105,000 บาท

Share

7 Comments

  • ค่าส่วนกลาง 80 บาทกับ facilities ประมานนี้ และ โถงสูง 7m ถ้าทำได้จริง คิดว่าไม่แพงนะ

  • ทิศใต้วิวบลอคเต็มๆครับ โรงแรมชาเทรียม2ตึก
    ค่าส่วนกลางโหดมาก

  • ลองไปเดินดูแล้วผมว่ามันไม่ใช่ 590m นะครับ น่าจะ 400m เหมือนอย่างคห.บนว่า

    • คุณ Alex ถูกค่ะ ถ้าวัดระยะจากประตูทางด้านหลังโครงการจะสามารถเดินไปพารากอนได้ในระยะประมาณ 400 ม. ขอบคุณนะคะ

  • จากที่เคยคุยกับโครงการและดูจากรูป 1st Floor Plan น่าจะมีทางเข้าออกคนเดินด้านหลังโครงการเชื่อมกับซอยย่อย ซึ่งจะทำให้ระยะเดินไปพารากอนได้ประมาณ 450 ม. ซึ่ง 590 ม. ด้านหน้า กับ 450 ม. ด้านหลังถือว่าต่างกันค่อนข้างมีนัยสำคัญ อยากให้ confirm ข้อมูลตรงนี้กับทางโครงการอีกทีครับ จะได้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำกับคนที่ต้องการซื้อคอนโดระดับนี้ครับ

    • เป็นประโยชน์มากค่ะ หากมีการเปิดทางเข้าออกซอยย่อย จะคอนเฟิมกับทางโครงการให้นะคะ

      • Confirm ข้อมูลมาแล้วนะคะ มีประตูทางด้านหลังอีกทางหนึ่ง ทำให้สามารถเดินไปพารากอนได้ในระยะประมาณ 400 ม. ค่ะ ขอบคุณคอมเมนต์ที่มีประโยชน์นะคะ คุณ PropertyVI

Leave a Reply