พาชมตึกเสร็จ Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าว คอนโด High Rise ติด MRT ลาดพร้าว จาก MQDC [รีวิวฉบับที่ 1403]

August 14, 2017 08:504 comments

รีวิวฉบับที่ 1403 … สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปชมคอนโดสร้างเสร็จบนถนนลาดพร้าวอีกโครงการ Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าว จาก MQDC

ซึ่งเป็นโครงการที่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน เพราะให้สเป็คห้องและส่วนกลางที่สูงกว่าเพื่อนบ้านในย่านนี้ อีกทั้งยังเรียกได้ว่าอยู่ “ติด” MRT ลาดพร้าวเลยทำให้เหมาะสำหรับคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้ามาก ไปดูกันดีกว่า

Facts @ 20 March 2015

  • Whizdom Avenue Ratchada-Ladprao (วิสดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว)
  • Magnolia Quality Development Corporation Limited | MQDC
  • HIGH – LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : จตุจักร
  • คอนโด High Rise 27 ชั้น 1 อาคาร 497 ยูนิต
  • ชั้นจอดรถชั้น 1 – 4
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 24 ยูนิต ที่ชั้น 7 – 25
  • ที่จอดรถประมาณ  244 คันคิดเป็น 49% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 60%
  • ที่ดินประมาณ 3-0-44.6 ไร่
  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 125 : 1 และ Service Lift 1 ตัว
  • เริ่มก่อสร้าง : Q2 ปี 2558 | ปัจจุบันสร้างแล้วเสร็จ Q3 ปี 2560
  • Studio                     ขนาด 27 ตารางเมตร                   เริ่มต้น 4.00 ล้านบาท
  • 1 Bedroom             ขนาด 30 – 38 ตารางเมตร            เริ่มต้น 4.26 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms           ขนาด 47 – 56 ตารางเมตร            เริ่มต้น 7.42 ล้านบาท
  • Duplex                    ขนาด 76 – 77 ตารางเมตร           Sold Out
  • Duplex Penhouse ขนาด  81.35 – 82.39 ตารางเมตร  Sold Out
  • Penhouse               ขนาด 105 – 141 ตารางเมตร       เริ่มต้น 17.38 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVG ประมาณ 150,000 บาทต่อตารางเมตร
  • ฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ : มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: MRT ลาดพร้าว
  • Official Website : คลิกที่นี่
  • โทร 02-789-9999

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะครับ

NEW! เพื่อนๆสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อได้โดยกดปุ่มไปยังหัวข้อที่สนใจได้นะครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.805222, 100.574212

ที่ตั้งของโครงการ Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าว ตั้งอยู่ใกล้กับสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ติดกับถนนหลักฝั่งลาดพร้าวเลขคู่ (มุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว) ใกล้ซอยลาดพร้าว 26 โครงการอยู่ด้านซ้ายมือ ติดสถานี MRT ลาดพร้าวทางออกที่ 1 เลย นับว่าเป็นโครงการที่เดิน 0 เมตรก็ว่าได้

1 whizdom map 3 km

บริเวณรอบๆที่ตั้งของโครงการ Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าว มีความเจริญสูง โดยเฉพาะบนถนนลาดพร้าวตอนต้น ตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าวที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งในส่วนอาคารออฟฟิศสูง โรงเรียน และสิ่งปลูกสร้างในชีวิตประจำวัน สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ที่ใกล้ที่สุดคือสถานีลาดพร้าวซึ่งจะเรียกว่า”ติด”เลยก็ว่าได้ ถนนอีกเส้นหนึ่งที่มีความเจริญไม่แพ้กันคือเส้นรัชดาภิเษก ตั้งแต่สี่แยกรัชโยธินที่เป็นที่ตั้งของตึกออฟฟิศ ไล่มาตามถนนเป็นสถานที่ราชการ มายังแยกรัชดา-ลาดพร้าว สวนลุมไนท์บาซาร์รัชดา ถ้าตรงไปเรื่อยก็จะเกาะไปตามแนวรถไฟฟ้าใต้ดินมุ่งหน้าแยกอโศก

ซึ่งถ้าเรามองในแง่คนทำงานประจำอยู่แถบวิภาวดี-ลาดพร้าว-รัชดาภิเษก จะถือว่าเป็นทำเลที่มีความสะดวกมาก เพราะอยู่ตรงหัวมุมแยกรัชดา-ลาดพร้าวพอดี แต่ทางเข้า-ออกของโครงการจะได้เฉพาะถนนลาดพร้าวเท่านั้น ซึ่งถ้าจะไปถนนรัชดาภิเษกหรือลาดพร้าวช่วงปลายจะต้องออกจากโครงการแล้วไปกลับรถที่หน้าซอยลาดพร้าว 15  แต่ก็มีข้อเสียในข้อดีคือเป็นเส้นทางที่ขึ้นชื่อเรื่องปริมาณรถมากตลอดวัน และการที่ใช้แค่ถนนใหญ่อย่างเดียวจะทำให้หลีกเลี่ยงรถติดได้ยาก ถนนลาดพร้าวที่เป็นถนนตรงยาวมาตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าวไปจนถึงแยกลำสาลี โดยเฉพาะทุกแยกไฟเขียวไฟแดงและทางกลับรถที่มีอยู่เป็นระยะๆ

สำหรับคนไม่ใช้รถ เส้นทางที่จะมาจากขนส่งมวลชน สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี MRT ลาดพร้าวที่อยู่ในระยะเดินแค่ออกมาจากทางเข้าโครงการเลี้ยวซ้ายเดินมาไม่กี่ก้าวก็ถึงทางออกที่ 1 ของตัวสถานีแล้วครับ โดยปัจจุบันมีสถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักรเป็นสถานี Interchange ระหว่าง BTS และ MRT อยู่ไม่ไกล | แต่อนาคตจะมี Interchange ใหม่ทั้งสองแห่งคือที่ “BTS สายสีเขียวต่อขยาย หมอชิต-คูคต” ที่ห้าแยกลาดพร้าว และ “สายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง” น่าจะเตรียมตัวเริ่มก่อสร้างประมาณปีหน้า ทำให้พื้นที่รอบๆโครงการ กลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ใช้รถไฟฟ้าได้หลากหลายมาก

อันนี้เป็นมุมสูงจากที่ผมถ่ายจากในห้องอ่านหนังสือในโครงการลงมายังพื้นที่ติดกับอาคารจอดแล้วจร ของ MRT ลาดพร้าว ให้เห็นถึงภาพพื้นที่จริงของ โมโนเรียลสายสีเหลืองในอนาคต ว่าจะอยู่ประมาณบริเวณนี้

credit picture : mrta-yellowline (ภาพจำลองตัวชานชาลา สถานี รัชดา)

รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน สายเฉลิมรัชมงคล ที่แยกรัชดา – ลาดพร้าว ไปตามแนวถนนลาดพร้าวจนถึงทางแยกบางกะปิ จากนั้นแนวเส้นทางจะเลี้ยวไปทางทิศใต้ตามถนนศรีนครินทร์ เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ที่ทางแยกลำสาลี ผ่านแยกพัฒนาการ แยกศรีนุช แยกศรีอุดมสุข แยกศรีเอี่ยม จนถึงแยกศรีเทพา จากนั้นแนวเส้นทางจะเลี้ยวไปทางทิศตะวันตกตามแนวถนนเทพารักษ์ ผ่านจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ ที่สถานีสำโรง และสิ้นสุดเส้นทางบริเวณแนวถนนปู่เจ้าสมิงพราย

ระยะทางรวม 30.4 กิโลเมตร และมีสถานีจำนวน 23 สถานี / โครงสร้างยกระดับและเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ที่มีสมรรถนะสูง

  • สามารถขนส่งผู้โดยสารได้ 10,000– 40,000 คน/ชม./ทิศทาง ด้วยความเร็ว 80 กม./ชั่วโมง
  • ตัวรถมีน้ำหนักเบาและใช้ล้อยาง ทำให้ลดผลกระทบทางด้านเสียงและความสั่นสะเทือน
  • โครงสร้างทางวิ่งโปร่ง ทำให้ลดผลกระทบเรื่องแสงและทัศนียภาพ รวมทั้งใช้พื้นที่ก่อสร้างน้อย
  • สามารถเลี้ยวด้วยรัศมีโค้งราบน้อยที่สุด 70 เมตร (Sharp Curve)ไต่ทางลาดชั่นได้สูงถึง 6 เปอร์เซ็นต์ (Steep Grade) ทำให้แนวเส้นทางมีความยืดหยุ่นและลดผลกระทบการเวนคืนที่ดิน

**อนาคตถ้ามีการสร้างเสร็จเมื่อไร ที่แยกรัชดา-ลาดพร้าวนี้ จะเป็นอีก 1 Interchange ที่มีความสำคัญในการคมนาคมด้วยระบบสาธารณะแน่นอน

whizdom map boundary

มาดูรอบๆโครงการกันหน่อย ทิศเหนือของโครงการ Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าวเป็นถนนลาดพร้าวที่ใกล้แยกและรถติด หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีมลภาวะจากรถติดแถมมาด้วย โดยฝั่งตรงข้ามของถนนเป็นอาคารจอดรถ Park and Ride ของ MRT สูง 8 ชั้น และสิ่งปลูกสร้างริมถนนใหญ่ลาดพร้าวทั้งสองด้านส่วนใหญ่ คืออาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้น ทางเข้าของโครงการด้านตะวันตกริมถนนใหญ่ติดสถานี MRT ลาดพร้าว ทางออกที่ 1 และเลยไปที่ปากซอยลาดพร้าว 24/1 คือคอนโด Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 ส่วนตะวันออกเป็นทางเข้า-ออกของสวนลุมไนท์บาซาร์รัชดา โดยแปลงที่ดินของสวนลุมแห่งใหม่เป็นแปลงยาวตามถนนรัชดาภิเษก เปิดยาวตั้งแต่ช่วงกลางวันถึงกลางคืน ทำให้จะมีเสียงดังรบกวนการนอนอยู่บ้างแต่ยังดีที่อาคารที่ใกล้โครงการที่สุดเป็นพักอาศัยโรงแรม 4 ดาว สูง 18 ชั้นเป็นอาคารที่อยู่ใกล้กับโครงการที่สุด อยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโครงการ ส่วนทิศใต้ของโครงการเป็นที่พักอาศัยธรรมดาขนาดไม่สูงและพื้นที่ว่างที่สามารถเข้าได้จากซอยลาดพร้าว 26

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สวนลุมไนท์บาซาร์ ที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว 150 เมตร
  • อาคารจอดแล้วจร ที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว 280 เมตร
  • Homepro รัชดา 850 เมตร
  • BigC Extra 1.0 กิโลเมตร
  • ศาลอาญา 1.2 กิโลเมตร
  • กรมส่งเสริมการส่งออก 1.4 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 1.5 เมตร
  • Union Mall 1.8 กิโลเมตร
  • สวนจตุจักร 2.5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเซนต์จอห์น 2.6 กิโลเมตร
  • ตึกช้าง 2.6 กิโลเมตร
  • เซนทรัลลาดพร้าว 2.7 กิโลเมตร
  • โรงเรียนหอวัง 2.9 กิโลเมตร
  • Major รัชโยธิน 3.0 กิโลเมตร
  • ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ SCB Park 3.0 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเมโย 3.9 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 5.0 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

MRT ลาดพร้าว ทางออกที่ 1 ส่วนที่ติดกับรั้วทางเข้าออกของโครงการ ณ วันนี้เห็นตัวอาคารที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ดูเด่นสะดุดตามากพอออกมา

บรรยากาศรอบๆทางออกที่ 1 ของสถานี MRT ลาดพร้าว มีร้านขายของและอาหารตามทางเดินเท้าด้านหน้าในช่วงเย็นๆเลิกงาน และแน่นอนว่าต้องมีพี่วินอยู่ด้วย

ราคาพี่วินรัชดา-ลาดพร้าวฝั่งซอยเลขคู่ การนั่งวินจากซอยลาดพร้าวเลขคู่ จะได้เปรียบฝั่งเลขคี่อยู่ เพราะสามารถลัดเลาะไปออกรัชดาสุทธิสาร หรือวิภาวดี หรือตลาดลุงเพิ่มหลังการบินไทยได้ง่ายและสะดวก

Signage ของโครงการตั้งอยู่ติดถนนด้านหน้า เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษสีทองดูเด่น

Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าว คอนโด High Rise สูง 27 ชั้น 497 ห้อง ตัวอาคารเป็นรูปตัว L หันหน้าโครงการออกถนนลาดพร้าว ตัวอาคารใช้โทนสีเข้มตกแต่ง ตัดกับเส้นตรงสีสว่างที่วิ่งรอบตัวตึก ชั้น 1-4 เป็นชั้นจอดรถ เร่ิมมีส่วนของห้องพักที่ชั้น 5 มีสวนหย่อมขนาดพอพักผ่อนหย่อนใจได้และห้องสมุด ตั้งแต่ชั้น 6 ไปจนถึงชั้น 25 จะมีห้องพักล้วน และชั้น 26-27 เป็นชั้นที่มีห้องขนาดใหญ่ขึ้นคือ Penhouse และ Duplex ส่วนดาดฟ้าชั้น 28 เป็นชั้นที่มี Facilities ส่วนกลาง อาทิ Sky Infinity Edged Swimming Pool, Fitness, Sky Lounge และ Sky Garden รอบสระว่ายน้ำ รอบๆตัวอาคารเป็นที่จอดรถกลางแจ้ง ส่วน Landscape หน้าโครงการและต้นไม้ใหญ่เป็นจุดๆ

 

ก่อนจะเข้าไปดูด้านในโครงการอยากให้ดู Video นี้เสริมก่อนเป็นการรวมเอาที่มาที่ไปของการออกแบบส่วนต่างๆของโครงการ ที่เรียกว่า Research and Development แบ่งการเล่าเรื่องออกได้เป็นหัวข้อใหญ่ดังนี้

  • Energy and Environment การอนุรักษ์พลังงานตามมาตรฐานสถาบันอาคารเขียวไทย ระดับ GOLD คือมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 46-60% รวมถึงการประหยัดพลังงานและน้ำ
  • Building Orientation รูปทรงอาคารและการวางอาคารตามตะวัน โดยการเอาฝั่งอาคารที่ยาวกว่าไว้ทิศเหนือ-ใต้
  • Detail Design for Health การออกแบบภายในห้องพักอาศัย เรื่องตำแหน่งแสง เครื่องปรับอากาศ ขนาดการวางเฟอร์นิเจอร์ การและออกแบบช่องเปิดให้ตรงกับประตูช่วยในการถ่ายเทอากาศ
  • Universal Design คือการออกแบบให้ทุกคนใช้งานได้เท่าเทียมกัน เช่น การออกแบบทางลาด บันได พื้นกันลื่น ปุ่มลิฟท์มีอักษรเบลล์ เป็นต้น

Print

เร่ิมกันที่ชั้น 1 กันครับ โครงการ Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าว เข้าได้จากถนนลาดพร้าวระหว่างซอยลาดพร้าว 26 และแยกรัชดา-ลาดพร้าว พื้นที่เป็นรูปตัว L มีพื้นที่ยื่นในส่วนทางเข้าหน้าโครงการ รูปทรงอาคารสร้างตามรูปร่างแปลงที่ดินเช่นกันคือรูปตัว L เข้ามาจะเจอ Drop-off หน้า Grand Lobby สูง 7 เมตร ที่จอดรถส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคาร ตั้งแต่ชั้น 1-4 และบางส่วนอยู่กลางแจ้งรอบๆโครงการ รวมที่จอดรถทั้งหมด 244 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 49% รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 60%  ตรงกลางชั้น Ground คือ Lobby และนิติบุคคล ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว ลิฟท์ Service 1 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 125 : 1 และบันไดหนีไฟ 2 จุด คือภายในพื้นที่ Lobby 1 จุด และที่จอดรถกลางแจ้งอีก 1 จุด สภาพรอบตัวตึกทำเป็นพื้นที่สีเขียวอยู่เป็นหย่อมๆ

ส่วนของทางเข้าออกรถยนต์เป็นระบบรั้วไม้กั้นกระดกทั้งสองฝั่ง

โดยลูกบ้านจะต้องแตะ Main Keycard Access เพื่อเข้าออก และมี CCTV ส่องป้ายทะเบียนรถด้วย

ซุ้มรปภ.ที่อยู่บริเวณทางเข้า คอยสกรีนเพิ่มสำหรับ Visitor ที่ต้องแลกบัตร

พื้นที่ทางเข้าออกปูด้วยสแตมป์คอนกรีตทั้งหมด รอบข้างทั้งสองฝั่งมีการจัด Landscape เป็นพื้นที่สีเขียว

หันมาทางขวามือ จะเป็นสวนหย่อมเล็กๆที่แน่นไปด้วยต้นไม้ไล่ระดับขั้นขึ้นไป สามารถมานั่งเล่นตามขอบคอนกรีตได้นะ

ส่วนทางซ้ายมือ จะเป็นการจัดแบบตกแต่งมากกว่ามีทั้งน้ำพุ กลางคืนจะมีไฟส่องสว่างยิงขึ้นไปยังต้นไม้

ส่วนของทางเดินรถรอบโครงการจะเป็นแบบวันเวย์ โดยที่พื้นโครงการจะมีลูกศรบอกเอาไว้ให้ เท่ากับวนไปทางซ้ายแล้วอ้อมรอบอาคารกลับมาออกตรงนี้อีกที

Facade ส่วนด้านหน้าโครงการ ที่ครอบคลุมพื้นที่ชั้น 1-4 โดยจะมีการเว้นช่องเอาไว้ด้วยให้แสงและลมสามารถลอดผ่านเข้าไปยังที่จอดรถได้ด้วย ส่วนของสีจะเป็นสีโทนร้อนอย่าง ส้มแดงไล่เฉดไป

เดินมามองที่ฐานของ Facade จะเห็นว่ามีส่วนของไฟ ที่จะเปิดตอนกลางคืนยิงขึ้นไปสะท้อนผิววัสดุให้ดูเด่นตา

ทางขวามือเป็นพื้นที่ทางเข้าของ Grand Lobby ที่สูงถึง 7 เมตร จะเห็นว่ากระจกจะมีสีเขียวตัดแสงเพื่อลดความร้อนเข้าสู่ภายใน

พื้นที่สวนหย่อมยาวมาจนถึงบริเวณหัวมุมตรงนี้

พื้นที่จอดรถรอบอาคารที่ชั้น 1 มีส่วนของทางใช้รถเข็นที่เชื่อมมายังทางเข้า Lobby ด้วย

ปกติรั้วรอบโครงการจะเป็นคอนกรีตทึบสูงราวๆ 2.5 เมตร แต่ฝั่งทิศตะวันออก (ติดกับทางเข้าสวนลุมไนท์) จะมีการต่อรั้วเหล็กโปร่งสูงขึ้นมาอีก 2.5 เมตร พร้อมขนานไปกับแนวต้นไม้เล็กใหญ่

มองขึ้นไปที่ตัวอาคาร ส่วนของที่จอดรถจะเป็นระแนงเหล็กมาสลับพร้อมทั้ง มีการปลูกไม้เลื้อยไว้บ้าง ถ้าอนาคตออกใบมากกว่านี้จะมีพื้นที่สีเขียวแนวตั้งเพิ่มขึ้นมา

ฝั่งด้านหลังอาคาร ยังมีส่วนที่มีการเก็บงานอยู่บ้างอยู่ในช่วงเก็บรายละเอียดในโครงการนิดหน่อย เลยมีการวางของเตรียมเก็บออกไป หลังจากถ้าเก็บออกไปแล้ว พื้นที่ตรงนี้จะเป็นที่จอดรถรอบอาคาร ฝั่งซ้ายมือพื้นที่ติดกันจะเป็นโกดังชั้นเดียว

และฝั่งด้านหลังจะมีส่วนประตูทางเข้าไปยังโถง Lobby ในอาคารบริเวณนี้ แต่ว่าก็ต้องใช้คีย์การ์ดนะ

ส่วนของทางขึ้น-ลง ที่จอดรถในอาคาร จะอยู่ฝั่งทางทิศตะวันตก ระยะทางค่อนข้างกว้างมาตรฐาน สวนทางกันได้ปกติ

พื้นที่จอดรถรอบๆอาคารฝั่งทิศด้านหน้าฝั่งทิศเหนือ จะเห็นว่ามีการลงต้นไม้สูงไว้ขนานกับรั้วกำแพงโครงการ

สิ้นสุดบริเวณนี้จะกลับออกไปที่ทางเข้าด้านหน้าอีกครั้ง เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูใน Lobby กัน

ประตูทางเข้า Lobby เป็นแบบ Automatic Double Gate

เข้ามาด้านในแล้ว พื้นที่ล็อบบี้ เป็นแบบ Double Ceiling Height

ทางซ้ายมือมีการวางโซฟาตัวใหญ่อยู่กลางห้อง ด้านบนเป็นโคมไฟขนาดใหญ่หน้าตาดูดีสวยงาม ผนังรอบๆใช้โทนสีดำสลับกับกระจกเงาพ่นสีดำ

ส่วนทางขวามือมีการตกแต่งกั้นฉากแบฐโปร่งแยกพื้นที่การใช้งาน แต่ว่าสามารถมีแสงลอดส่องผ่านถึงกันได้

ด้วยพื้นที่ล็อบบี้มีขนาดกว้างพอสมควรเลยทำให้มีมุมรับแขกแยกนั่งได้หลายจุด ถ้าใครนัดเพื่อนหรือแขกมาแต่ห้องไม่สะดวกก็นัดมาเจอที่ล็อบบี้ก็ได้

ด้านหลังทาง Reception ส่วนขวามือจะมีห้องของนิติบุคคลตั้งอยู่ และมีส่วนทางเดินต่อไปด้านหลังอาคาร

ประตูทางเข้าออกส่วนด้านหลังอาคารที่เราเดินผ่านด้านนอกไปแล้ว ส่วนถ้าเราเลี้ยวขวาจะเป็นห้องน้ำสำหรับลูกบ้านหรือ Visitor แยกชายหญิง

เข้ามาดูห้องน้ำสำหรับลูกบ้านหรือ Visitor ส่วนห้องน้ำชายกันหน่อย โทนภายในจะเป็นสีดำเหมือนกับล็อบบี้

ทีนี้ส่วนของทางเข้าสู่ Lift Lobby จะดูพิเศษหน่อย เพราะเห็นเส้นไฟ Led นำสายตามาแต่ไกล

ด้านในพื้นที่ Lift Lobby สิ่งที่สะดุดตาก็คือมีการฝังเส้นไฟ LED ลงที่พื้นกับผนัง ตัดกับผนังสีดำรอบๆ

Mail Box Area ถูกหั่นออกเป็นห้องเล็กๆแบบนี้ทั้งสองฝั่ง

ลิฟท์โดยสารที่นี่จะมีทั้งหมด 4 ตัว เป็นของ Schindler อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 125 : 1 และ Service Lift 1 ตัว

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ก่อน เดี๋ยวจะพาไปดูส่วนพื้นที่จอดรถกันก่อน

พื้นที่ทางเข้าออกโถงลิฟท์ส่วนที่จอดรถชั้น 2-4 ก็ต้องแตะ Keycard Access สำหรับลูกบ้านเพื่อนผ่านนะ

ภายในพื้นที่จอดรถจะมีทางเดินออกไปด้านนอกมีทางเข้า Service Lift อยู่ ลูกศรบอกทางเดินรถเอาไว้ชัดเจน

พื้นที่จอดรถช่องแสงจาก Facade ด้านนอกที่แสงยังลอดส่องผ่านเข้ามาได้

ให้ดูช่องจอดเต็มๆ ด้านหลังมีคอนกรีตก่อกันกระแทกกั้นระยะกับกำแพงเอาไว้

Print

ที่ชั้น 5 เริ่มเป็นชั้นที่มีส่วนของห้องพัก สวนและห้องสมุดส่วนหน้าโครงการที่เข้าได้จากประตูข้างลิฟท์โดยสาร บนชั้นนี้มีห้องพักทั้งหมด 22 ห้อง การจัดเรียงห้องพักเป็นแบบ Double Corridor ตามแนวตึกรูปตัว L ห้องพักมี 3 แบบ คือ Studio จำนวน 2 ห้องอยู่ที่ทิศเหนือตรงกลางข้างลิฟท์, แบบ 1 ห้องนอนที่เป็นห้องพักส่วนใหญ่ จำนวน 15 ห้อง อยู่ทั้งฝั่งเหนือและฝั่งใต้ และ 2 ห้องนอน จำนวน 3 ห้อง เป็นห้องมุมฝั่งตะวันตกสองห้อง และอีกห้องหนึ่งที่มุมตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนของผู้พักอาศัยจะมีระบบ Keycard Access อีกขั้นเพื่อป้องกันคนจากชั้นอื่นเข้ามารบกวน

พื้นที่ส่วนกลางจะอยู่ทางออกไป Outdoor ด้านนอกฝั่งนี้ครับ

ออกมาที่พื้นที่กลางแจ้งด้านนอกแล้ว ที่เราเห็นโครงเหล็กจริงๆแล้วเดี๋ยวจะมีส่วนของหลังคาคลุมเอาไว้ให้นะ ยังไม่ได้มาประกอบ ซึ่งเวลาเราจะเดินไปส่วน Library ก็ไม่โดนแดดโดนฝน

ทางซ้ายมือมีการจัด Landscape และสวนหย่อมเอาไว้ โดยมี Sculpture โครงเหล็กสีส้มดำเป็นศาลาตกแต่งนำสายตา

เจ้าซุ้มทางเดินตรงนี้กันฝนไม่ได้นะครับแต่ว่า เน้นเป็นส่วนตกแต่งให้ดูสวยงามเข้ากับสีของอาคารด้านหลัง และดูตัดกับพื้นที่สีเขียว

พื้นที่ส่วนหย่อมเล็กๆที่ชั้น 5 ก็พอมาเดินเล่นชมวิวได้นะ มีกระจกนิรภัยเป็นเซฟตี้อีกชั้น

อีกมุมนึงครับ มองไปจะเห็นแยกรัชดาลาดพร้าว

ทีนี้เดี๋ยวเราจะเดินไปดูทางห้อง Library กันบ้าง

ห้องสมุดมีชั้นหนังสือกั้นชุดเก้าอี้และเคาท์เตอร์ทำงาน พื้นเป็นลาดมิเนตลายไม้ใกล้เคียงกับของจริง

พื้นที่ห้องอ่านหนังสือก็ยังเป็นแบบ high ceiling เหมือนกัน โดยจะเน้นช่องแสงรอบด้านและเพดานที่สูงโปร่ง

ให้ดูภาพรวมของห้องนี้กว้างๆทั้งหมดครับ แบ่งการใช้งานได้เป็นหลายๆมุมย่อยๆเพื่อความเป็นส่วนตัว

ออกมาจากห้องอ่านหนังสือจะมีทางเดินต่อเราจะเจอกับห้องต่างๆเหล่านี้

Print

ห้องพักในชั้น 7–25 เป็นห้องที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดคือ 24 ยูนิต ห้องพักชั้นที่ 7-24 มีห้องพัก 4 แบบ ทั้ง Studio, 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน และ Duplex เพิ่มขึ้นมาที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ห้อง โดยจะเป็นมุมที่ได้วิวแยกรัชดา-ลาดพร้าวเต็มๆ มีลิฟท์โดยสารอยู่ที่มุมรูปตัว L ห้องที่อยู่ใกล้มุมรูปตัว L ทางฝั่งตะวันออกจะได้รับความสะดวกเนื่องจากใกล้โถงลิฟท์ขึ้น-ลงสะดวก แต่ในทางกลับกัน ความเป็นส่วนตัวที่ได้จะน้อยกว่าห้องทางตะวันตกที่เป็นทางตัน ไม่มีการเดินไปเดินมาของเพื่อนร่วมชั้นมากนัก แต่จะอยู่ไกลจากลิฟท์ไปหน่อย

โถงลิฟท์ส่วนของห้องพักอาศัยตัวพินจะเป็นกระเบื้องสีขาว ผนังจะเป็นสีดำให้โทน Black & White ช่องแสงจะอยู่ที่บริเวณนี้กับปลายทางเดินอีก 2 จุด

ที่ทุกชั้นจะมีเลขชั้นแสดง พร้อมเพลทเงินกับลูกศรบอกตำแหน่งซ้ายขวา คล้ายๆโรงแรม

โถงทางเดินช่วงที่มีทางเดินยาวหน่อยก็จะมีไฟ LED เปิดช่วยระหว่างทางเดินถือว่าสว่างอยู่

ที่ปลายโถงทางเดินเป็นช่องแสงหน้าต่างบานกระทุ้งที่สามารถเปิดออกเพื่อระบายอากาศได้

 

Print

ห้องพักชั้นเลขคู่ระหว่างชั้น 7-24 มีแบบห้องเหมือนกับชั้นเลขคี่ของชั้น 7-24 แต่ห้อง Duplex ที่อยู่ตรงทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็นส่วนชั้น 2 หรือส่วนห้องนอน ซึ่งปกติแล้วจะมีการเข้า-ออกห้องพักที่ส่วนห้องนั่งเล่นมากกว่า แต่ก็จะมีประตูเข้า-ออกห้องนอนไปยังส่วนทางเดินกลางเช่นกันตามกฏหมาย

ส่วนการจัดวางรูปทรงอาคารแบบตามตะวันคือส่วนที่กว้างกว่าอยู่ทางทิศเหนือ-ใต้ ทำให้ห้องทางทิศเหนือได้รับแสงธรรมชาติที่ไม่แรงเหมาะกับการอยู่อาศัยตลอดวัน ส่วนห้องทางทิศใต้จะได้รับแสงแดดที่แรงกว่า อุณหภูมิสูงจะเก็บอยู่ในห้องตลอดช่วงบ่าย แต่ทิศทางลมที่ดีกว่า

Print

ส่วนของชั้น 25 รูปแบบการจัดวางห้องก็คล้ายกับชั้น 7-24 แต่ไม่มีห้อง Duplex ที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่มีแบบ 2 ห้องนอนมาแทน จำนวนยูนิตที่ชั้นนี้ยังสูงสุดอยู่ที่ 24 ยูนิต

Print

ชั้น 26-27 เปลี่ยนแบบห้องเป็นขนาดที่ใหญ่ขึ้น จำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยลง แบ่งออกเป็นห้อง Duplex 3 ห้อง ที่มุมตึกทิศตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ และห้อง Penhouse 6 ห้อง โดยเฉพาะชั้น 27 จะเป็นชั้นที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดในโครงการคือมีจำนวน 9 ยูนิตเหมือนกันแต่ 3 ห้องจะเป็นชั้นห้องนอนของ Duplex  มี Pocket Garden อยู่ที่มุมตึกทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

Print

ชั้นดาดฟ้าชั้นบนสุดเป็นพื้นที่ของ Facilities ตั้งแต่ Sky Infinity Edged Swimming Pool ระบบน้ำเกลือ ขนาด 7 x 31 เมตร แบ่งสระเด็กลึก 0.6 เมตร สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 เมตร พร้อม Jacuzzi ได้วิวฝั่งถนนลาดพร้าว รอบสระเป็น Sky Garden พื้นที่สีเขียวและต้นไม้ใหญ่ ในอาคารเป็นพื้นที่ของ Fully Equipment Fitness ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และ Sky Lounge ได้วิวแยกรัชดา-ลาดพร้าว

ขึ้นมาที่โถงลิฟท์ส่วนของชั้นดาดฟ้ากันแล้ว ความดูหรูหราเหมือนกับชั้นแรกกลับมาอีกครั้ง

ส่วนของประตูทางออก

พอออกมาแล้วเราจะไปดูทางฝั่งซ้ายมือกันก่อนนะ ที่เราเห็นบันไดเป็นชั้นๆที่ขึ้นไปจะเป็นส่วนของที่จอดเฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉินครับ

เดินต่อมาหน่อยจะเจอกับห้อง Fitness และทางไป Sky Lounge

Fully Equipment Fitness ตำแหน่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ชมวิวได้สองฝั่ง พอเข้ามาแล้วได้ความรู้สึกที่ดูโปร่งกว้างมาก

เพราะช่องแสงที่เยอะมากคล้ายแบบเดียวกับห้อง Library ที่สูงโปร่งช่องแสงรอบด้านนั้นเอง

ผนังด้านขวามีการติดกระจกเงาขนาดใหญ่เอาไว้

ส่วนของแอร์ห้องนี้จะไม่ได้ติดที่เพดานนะครับ จะเป็นแอร์ตู้แบบนี้ตำแหน่งนี้จะสามารถบำรุงดูแลรักษาได้ง่ายกว่าเพราะเพดานสูงมาก

ตำแหน่งเครื่องเล่นคาร์ดิโอจะได้รับวิวเวลาออกกำลังกายดีหน่อย เป็นวิวฝั่งทิศใต้

ให้ชมวิวคร่าวๆครับ มุมนี้พิเศาหน่อยจะเห็นฝั่งตะวันออก(ไปทางบางกะปิ) และทางฝั่งทิศใต้(ไปทางรัชดา-พระราม 9)

ออกมาจากห้อง Fitness จะมีส่วนทางเดินแยกสองฝั่งแบบนี้

ส่วนของห้องน้ำที่เป็นทั้งห้อง Locker ห้องอาบน้ำ สำหรับใครมาใช้งานส่วนสระว่ายน้ำคครับ

พวกสุขภัณฑ์ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำมีมาให้อย่างละหน่อย ไม่ได้เยอะมาก

ทางเดินไปส่วนของ Sky Lounge ให้อารมณ์แบบดูหรูๆมีไฟเส้น LED ตั้งแต่พื้นลากยาวไปถึงผนังแบบนี้ สวยดี

เข้ามาในห้อง Sly Lounge แล้ว เป็นห้องพื้นที่นั่งเล่นรับรองขนาดใหญ่ที่ดูกว้างมาก

อันนี้หันไปทางขวามือก็มีมุมนั่งเล่นแยกการใช้งานอีกจุดนึง

Sky Lounge ที่ตำแหน่งอยู่ (เหนือ-ตะวันออก) เราจะเห็นว่าถึงแม้ห้องนี้จะเป็น Double Volume เพดานสูงเหมือนกับห้องส่วนกลางต่างๆที่ผ่านมา แต่ห้องนี้มีการเลือกเฟรมอลูมิเนียมเรียงกันเป็นระเบียบและเป็นขนาดแบบเท่าๆกันทำให้เวลามองออกไปจะสบายตาชมวิวท้องฟ้าได้เต็มตาแบบนี้

มุมนั่งเล่นแบบซูมใกล้ๆชัดๆ จัดได้น่านั่งดี สามารถมาชมวิวได้

ที่ห้องนี้เราสามารถออกไประเบียงด้านนอกเพิ่มเดินชมวิวรอบๆได้ 3 ฝั่ง 270 องศาเลยนะ

ทางเดินก็ปูบล็อคเอาไว้ให้ มีสวนดอกไม้ข้างๆขนานกับกระจกนิรภัย

มองไปทางฝั่งทิศเหนือวิวอาคารจอดแล้วจร MRT ทอดสายตายาวๆไปเป็นถนนรัชดาทางฝั่งรัชโยธิน

เอ้อ.. ก่อนออกจากห้องมองไปที่ผนังหันกลับมาทางเข้า มองเผินจะเห็นเหมือนกระจกเงาขนาดใหญ่ธรรมดา แต่จริงๆมันจะเป็นเส้นเหมือนกับเส้นเอ็นใสเล็กๆขึงเป็นแนวตั้งอยู่แล้วที่ฐานจะมีการเปิดไฟ LED ยิงขึ้น ถ้ากลางคืนคงจะสวยไปอีกแบบขึ้นมาชม City View

 

ทีนี้เดี๋ยวเราไปเดินดูอีกฝั่งนึงกัน

ฝั่งนี้จะเป็นส่วนของ Sky Pool เดี๋ยวเราค่อยๆไปเจาะทีละส่วนนะ

ทางลงสระว่ายน้ำอยู่ทางนี้ ส่วนที่แยกเป็นสระเล็กๆที่เราเห็นเป็นสระเด็กความลึกประมาณ 60 ซม.

บริเวณสระมี Sculpture ของศาลาที่ทำให้สระนี้มีส่วนที่เป็นทั้ง Indoor & Outdoor แบบนี้จะดีมากเวลากลางวันใครอยากมาใช้งานก็เลี่ยงรับแดดจัดๆได้ อีกทั้งที่เพดานของศาลานี้เป็นส่วนรับสะท้อนแสงได้เวลากลางคืนจะมีการเปิดไฟที่รอบสระและสะท้อนแสงไฟดูระยิบระยับ

 

 

Sky Infinity Edged Pool ขนาด 7 x 31 เมตร สระเป็นระบบเกลือ โดยมีความลึก 1.20 – 1.50 เมตรไล่ระดับลงไป

มุมมอง Infinity Edged ชม City View ฝั่งทิศเหนือแบบกว้างๆโล่งๆ

ที่ปลายสระฝั่งนี้เป็นพื้นที่ในร่มหลบแดด อีกทั้งยังเป็นมุมนั่ง Jacuzzi ได้อีกด้วย

สวนรอบสระที่ยกเอาต้นไม้ใหญ่ขึ้นมาไว้ข้างบนด้วย ได้สีเขียวจากต้นไม้เล็กใหญ่เต็มสายตา

สุดทางเดินพื้นที่สวนนี่เค้าลงต้นไม้หนาแน่นมากเลยนะครับ

ทีนี้ขึ้นบันไดเล็ก(ตำแหน่งอยู่เหนือ Jacuzzi) มาแล้วจะเป็นพื้นระแนงไม้เทียมที่จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นชมวิว

พื้นที่นั่งเล่นชมวิวสระและวิวเมืองอยู่ตรงนี้พอดี

ทีนี้ผมได้ลองเก็บภาพวิวฝั่งต่างๆ ที่บนชั้นดาดฟ้านี้ให้ลองเห็นภาพจริงดูประกอบตามกันไปนะครับ ถ้าใครเลือกชั้นต่ำกว่านี้ก็คิดภาพตามดูว่าเราอยู่ฝั่งทางไหน จะเห็นอะไรบ้าง ชอบไหม

1. ทิศเหนือ : วิวถนนลาดพร้าวมองไปทางตึกช้างมีอาคารจอดรถ Park and Ride ของ MRT บังวิวช่วงล่าง 8 ชั้น ซ้ายมือสุดใกล้กับ Chapter One แต่ตำแห่งอาคารจะหันขวางไม่ได้จ๊ะเอ๋กัน

2. ทิศตะวันออก : วิวแยกรัชดา-ลาดพร้าว มีคอนโด HAUS 23 สูง 27 ชั้น ที่อยู่หน้าซอยลาดพร้าว 23 ยืนเด่นเป็น prop มองไกลๆจะเป็นถนนลาดพร้าวมุ่งหน้าไปบางกะปิ

3. ทิศใต้ : เกือบทั้งหมด เป็นวิวโล่งๆเป็นบ้านพักอาศัย แต่จะติดส่วนหลังของหมู่ตึกโรงแรมและสวนลุมไนท์บาซาร์มาด้วย

4. ทิศตะวันตก : วิวระยะใกล้เป็นอพาร์ตเมนต์ Low Rise สูงไม่เกิน 8 ชั้น เลยไปที่ปากซอยลาดพร้าว 24 คือคอนโด Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 สูง 37 ชั้น นอกนั้นเป็นวิวระยะไกลเป็นวิวบ้านพักอาศัยโล่งๆ (มุมนี้ถ่ายจาก Sky Lounge นะครับ)

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • Grand Lobby สูง 7 เมตร
  • [ชั้น 5] Library Double Volume บน
  • [ชั้น 5] สวนหย่อมและพื้นที่สีเขียว Outdoor
  • [ชั้น 28 Rooftop] Sky Infinity Edged Swimming Pool 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 7 x 31 เมตร ลึก 1.2 ม.
  • แบ่งสระเด็กลึก 0.6 เมตร พร้อม Jacuzzi
  • [ชั้น 28 Rooftop] Fully Equipment Fitness
  • [ชั้น 28 Rooftop] Sky Lounge ชมวิวเมือง 270 องศา
  • [ชั้น 28 Rooftop] Sky Garden รอบสระน้ำ
  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 125 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถ 224 คัน คิดเป็น 49% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 60%
  • ระบบ CCTV / Access Card

 

โครงสร้าง


Product Walkthrough

ห้องตัวอย่างห้องแรกที่จะพาไปดูคือ Type C3 แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากว้าง แบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วน Living อยู่ตรงกลาง มีส่วนครัว โต๊ะทานข้าวอยู่ตรงกลาง ชุดโซฟา และระเบียง ห้องนอนเล็กอยู่หน้าทางเข้า มีห้องน้ำแยกออกมาอยู่หลังบานประตู คือเข้าได้ทั้งแขก เพื่อน และเจ้าของห้องนอนเล็ก ส่วนห้องนอนใหญ่อยู่ด้านขวามือกินพื้นที่ 1ใน 3 ของห้อง มีห้องน้ำแบบ Sexy Bath ในตัว ห้องนอนทั้งสองห้องไม่มีระเบียง

ก่อนเข้าห้องเราจะเห็นว่าที่ผนังจะมีการหลุบเว้าเข้าไปเสมือนเป็น Foyer ส่วนตัวของแต่ละห้อง แบบนี้ดีเวลาใครออกหรือกลับเข้าห้อง เพื่อนบ้านจะไม่เห็นกันเองเวลายืนเปิดห้อง เพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกขั้นนึง

ที่ผนังเราจะเห็นตัวระบายอากาศที่ติดให้ทุกห้องเป็นมาตรฐาน ส่วนนี้เป็นส่วนในการช่วย Ventulation ทางเดินของลมให้มีการวิ่งผ่านออกมายังโถงทางเดินได้ ทำให้ห้องมีการถ่ายเทอากาศได้ดี

พื้นด้านด้านทางเข้าเป็นกระเบื้องลายหินสีดำ พอตัดเข้าไปในห้องจะกลายเป็นลามิเนต 12 mm.ลายไม้สีอ่อนธรรมชาติ

Digital Door Lock ของ YALE ที่หน้าตาดูดีได้เป็นมาตรฐานเช่นกัน

เข้ามาแล้วจะเจอกับ Living Area เชื่อมกับครัวเปิดและพื้นที่รับประทานอาหาร ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.80 เมตร

มองย้อนกลับไปทางเข้าเราจะอยู่ติดกับโซนครัว

มุมโต๊ะรับประทานอาหารที่เลือกจัดมาอยู่ที่กลางห้อง คาดว่าคงสามารถจัดได้แบบ 4 ที่นั่งจะมากสุด

แอร์ที่นี่จะเป็นแบบฝังฝ้าเพดานให้นะครับ จะได้ที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอนใหญ่ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.80 เมตร ส่วนที่มีงานระบบแอร์ลดลงไป 20 ซม.

มาดูโซนครัวกันเราจะได้ชุดครัว Built-In แบบนี้เป็นมาตรฐานยกเว้นตู้เย็นนะ พวกหน้าบานเป็นเมลามีน มีช่องเก็บเครื่องครัวอยู่พอสมควร

ลองเปิดหน้าบานตู้ด้านบนให้ดูครับว่าสามารถเก็บของได้ปรมาณขนาดไหน

ส่วน Top เคาท์เตอร์เป็นแผ่นหินสังเคราะห์วางทั้งแผ่น  Hob and Hood และอ่างล้างจานได้เป็นของ MEX ทั้งหมด รอบๆมีพื้นที่เตรียมอาหารได้พอสมควร

ที่ผนังมีการติดกระเบื้องแผ่นใหญ่เอาไว้ให้แล้ว เผื่อเวลาทำครัวแล้วกระเด็นไปโดนจะได้ทำความสะอาดง่ายและดูสวยงาม

ส่วนของพื้นที่นั่งเล่นที่สามารถวางโซฟาแบบ 2-3 ที่นั่งได้ มีพื้นที่เดินตรงกลางไปมาสะดวก อยู่ใกล้ช่องแสงทางระเบียง ระยะดูทีวีประมาณ 2.5 เมตร ส่วนของระเบียงมีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางเครื่องซักผ้าที่ระเบียงได้เพราะตำแหน่งคอมแอร์จะแขวนไว้ด้านบน

ลองนั่งให้ดูเวลาดูทีวีจะได้อารมณ์ประมาณนี้ครับ ด้านข้างๆประตูเป็นห้องนอน Master (ผนังห้องของจริงเป็นฉาบเรียบทาสีขาวนะ)

นี่ครับเงยหน้าให้ดูส่วนที่วางคอมแอร์จะมีพื้นที่ชั้นวางให้เรียบร้อยเลย และดูเป็นสัดส่วนสบายตา

หน้าบานประตูของห้องนอน Master เป็นบานไม้สีขาว มือจับก้านโยก

ภายในห้องนอนที่กว้างมากทำให้มี Space วางมุมต่างได้ดีและเดินไปมาได้อึดอัด

ระยะทางเดินปลายเตียงเหลือประมาณ 40 ซม. เดินไปเปิดปิดผ้าม่านได้อยู่

พื้นที่ข้างหัวเตียงทั้งสองฝั่งเลือกวางเป็นโต๊ะข้างหัวเตียงได้

ทีนี้ผมลองเปิดผ้าม่านทั้งหมดในห้อง ให้เห็นถึงหน้าต่างช่องแสงภายในห้องนอนนี้ ก็จะมีสองฝั่งที่หัวเตียงและข้างเตียงครับ

รูปแบบหน้าต่างในห้องได้ขนาดใหญ่แต่สามารถเปิดออกได้สองจุดเท่านั้นเป็นแบบบานกระทุ้ง

มองย้อนกลับไปอีกฝั่งเราจะเห็นทางเดินก่อนเข้าห้องน้ำมีตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง SexyBath ที่ดูเด่นสะดุดตา

ตู้เสื้อผ้า Built-In เป็นอีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่โครงการให้เราเป็นมาตรฐานเช่นกัน ผมลองเปิดออกให้ดูฟังก์ชั่นการเก็บของภายใน (หน้าบานการเปิดปิดเป็น Softing Close ทั้งหมด)

มุมโค๊ะเครื่องแป้งที่ถูกจัดไว้สุดทาง ได้พอดิบพอดีลงตัว แต่อาจจะเล็กเสียหน่อย

ประตูห้องน้ำเป็นแบบบานเลื่อนอย่างนี้นะครับ ลองเปิดปิดให้ดู

ห้องน้ำมีฟังก์ชั่นหลักครบสามส่วน ไล่จากซ้าย พื้นที่อาบน้ำ อ่างล้างมือ และสุขภัณฑ์

หน้าตาของอ่างล้างมือเป็น Top หินสีดำ พวกหัวก๊อกและสุขภัณฑ์ต่างได้ของ COTTO ทั้งหมด

มองไปทางซ้ายเป็นส่วนของพื้นที่อาบน้ำ มีธรณีก่อขึ้นมากั้นด้วยกระจก Shower Box แยกส่วนเปียก

พอผนังเป็นกระจก Sexy Bath แล้วทำให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาได้ในห้องน้ำด้วยดูสบายตา

หน้าตาชุดฝักบัว ได้หัวฝักัวขนาดใหญ่ปรับรูปแบบน้ำได้ แต่ไม่มี Rain Shower ให้นะ

ทีนี้พื้นที่ที่ติดกับครัว เราจะเห็นประตู 2 บานใกล้กัน อันซ้ายมือคือห้องน้ำ และขวามือคือห้องนอนเล็ก

ห้องน้ำฟังก์ชั่น และวัสดุจะเหมือนกับห้องน้ำก่อนหน้า ต่างกันที่พื้นที่อาบน้ำไปอยู่ด้านใน

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 0.80 x 1.20 เมตร

สิ่งที่เพิ่มมาในห้องนี้คือที่ผนังมีการเซาะร่องเอาไว้ให้เก็บของใช้สำหรับเวลาอาบน้ำได้เป็นสัดส่วน

ถัดไปสุดท้ายเป็นห้องนอนเล็ก

ขออนุญาตปิดผ้าม่านก่อนนะครับ แสงมันจ้ามากๆ ห้องนอนเล็กที่ห้องตัวอย่างจัดเอาเตียงไซส์ 3 ฟุตคึ่งมาวางให้ดู ทำให้เหลือพื้นที่ข้างเตียงกับปลายเตียงเดินได้สบายหน่อย

อีกฝั่งเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า Built-In 3 หน้าบานเหมือนกัน ตำแหน่งของแอร์ห้องน้ำจะอยู่เหนือประตูทางเข้า

ถ้าใครจะนอนดูทีวีก็สามารถทำไดโดยการเอาติดผนังไว้แบบนี้

รูปแบบหน้าต่างช่องแสงก็จะเหมือนกับห้องนอน Master เลยครับ

ถัดไปเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน Type B1 ขนาด 30.90 ตร.ม. รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมเกือบจะจตุรัส เข้ามาจะเจอชุดโซฟารวมทั้งโต๊ะทำงานอยู่ด้านซ้าย มีทีวีอยู่หลังประตู เข้าไปด้านในเป็นครัวและโต๊ะทานข้าวแบบนั่งหันตรงข้ามกันใกล้กับระเบียง ทำให้กลิ่นอาหารระบายออกไปได้ดีกว่า ส่วนห้องน้ำแยกออกมาอยู่ด้านหลังชั้นวางทีวี และห้องนอนอยู่ด้านใน

แบบห้องนี้เหมาะกับคนที่มีเพื่อนหรือแขกแวะเวียนเข้ามาเยอะกว่า คือห้องน้ำสามารถเข้าได้จากห้องนั่งเล่น ทำให้ไม่ไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของห้องนอน และเป็นคนที่ไม่ได้ใช้เวลาชมวิวมากนัก คือจัดชุดครัวไปอยู่ริมระเบียงไม่เหมือนห้องตัวอย่างที่จัดชุดโซฟาอยู่ริมประตูบานเลื่อนออกระเบียง

เข้ามาในห้องแล้วจะเป็นส่วน Living Area ก่อนอันดับแรก แต่เราจะเห็นแสงที่ส่องผ่านทะลุมาถึงโดยผ่านห้องครัวและห้องนอน

มองไปที่ประตูทางเข้าเราจะเห็นพื้นที่ชั้นวางทีวีตำแหน่งอยู่ด้านหลังประตูพอดี และติดกันเป็นประตูห้องน้ำ แบบห้องนี้เหมาะกับคนที่มีเพื่อนหรือแขกแวะเวียนเข้ามาเยอะกว่า คือห้องน้ำสามารถเข้าได้จากห้องนั่งเล่น ทำให้ไม่ไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของห้องนอน

ฝั่งนี้เป็นมุมนั่งเล่นโดยจะวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนกับแปลนห้องนิดหน่อย ถ้าใครมีแขกมาบ่อยเราสามารถเลือกขยายโซฟาก็ได้นะครับ อ้อ..ระยะดูทีวีห้องนี้จะกว้างซะหน่อยนะเกือบ 3 เมตรทีเดียวควรเลือกไซส์ทีวีดีๆ 50 นิ้วขึ้นไป

ส่วนของทางเข้าห้องครัว ที่จัดทำเป็นครัวปิด แต่มีการใช้เฟรมอลูมิเนียมขนาดใหญ่โอบล้อมเอาไว้ เพื่อได้ติดกระจกเต็มพื้นที่

ตัวประตูจะเป็นแบบกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ที่ถ้าเปิดออกแล้วจะได้ความกว้างที่มากกว่า

ข้าไปด้านในเป็นครัวและโต๊ะทานข้าวแบบนั่งหันตรงข้ามกันใกล้กับระเบียง ทำให้กลิ่นอาหารระบายออกไปได้ดีกว่า

โต๊ะรับประทานอาหารแบบ 2 ที่นั่งที่จัดอยู่ตรงข้ามครัว

ชุดครัวถึงแม้ขนาดจะเล็กกว่าแบบ 2 Bed แต่วัสดุอุปกรณ์เหมือนกันทุกประการ

ชุดอ่างล้านจานจะไปอยู่ใกล้กับตู้เย็น ตรงกลางเป็นพื้นที่เตรียมอาหาร และขวามือสุดใกล้กับระเบียงจะเป็น Hob&Hood

พื้นที่ระเบียงห้องนี้ก็สามารถวางเครื่องซักผ้าได้นะมีเดินท่อน้ำดีเอาไว้ให้แล้ว

ออกมาจากครัวเดี๋ยวเราไปดูห้องน้ำ(ขวามือ) กันก่อนและปิดด้วยห้องนอน

ภายในห้องน้ำครับ เหมือนกันกับห้องก่อนหน้า

มุมอ่างล้างมือและสุขภัณฑ์

พื้นที่อาบน้ำ

ไฟในห้องน้ำเป็นโคมดาวน์ไลท์ 2 ดวง พร้อมพัดลมดูดอากาศของ Panasonic

สุดท้ายภายในห้องนอน ที่จัดวางเตียง เอาไว้ชิดกับผนังใกล้ช่องแสง ระยะทางเดินรอบเตียงตัว L เดินได้สะดวก

มุมของหัวเตียงจริงๆผมว่าไม่ต้องวางโต๊ะหัวเตียงจะเปิดตู้เสื้อผ้า(บานในสุด)ได้ดีกว่านี้

อ้อ ลืมบอกไป ห้องตัวอย่าง Type นี้ที่พามาดู เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวทั้งหมดตกแต่งด้วยของแบรนด์ชั้นดีอย่าง Calvin Klein นะครับ

มุมมองย้อนกลับไปทางเข้าห้องนอน

แถมท้ายให้ดูแบบคร่าวๆอีกห้องนึงนะ ห้องนี้เป็น Type B5 พื้นที่ห้องขนาด 34.47 ตารางเมตร รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบ แบ่งพื้นที่ Living และห้องนอนประมาณอย่างละครึ่ง เมื่อเข้าสู่ตัวห้องจะเจอส่วนครัวอยู่ทางขวามือก่อน ด้านในเป็นโต๊ะทานเข้าแบบ 2 ที่นั่ง ลึกเข้าไปอีกคือส่วนนั่งเล่น ด้านหนึ่งจะเป็นโซฟาและโต๊ะเข้าชุดกัน ฝั่งตรงข้ามของห้องจะเป็นชั้นวางทีวี ลึกสุดคือบานประตูเลื่อนสูง 2.8 เมตรออกไปยังระเบียงด้านนอก ระหว่างส่วนครัวและส่วนนั่งเล่น ตรงกลางจะเป็นประตูห้องนอน มีตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานจัดอยู่ด้านหน้า  ห้องน้ำแยกออกมาทางด้านซ้าย การจัดผังห้องให้ห้องน้ำและส่วนครัวอยู่ส่วนด้านในของอาคาร คือไม่มีช่องระบายอากาศ ทำให้ต้องพึ่งพาระบบของอาคารล้วนๆ

เมื่อเข้าสู่ตัวห้องจะเจอส่วนครัวอยู่ทางขวามือก่อน ด้านในเป็นโต๊ะทานเข้าแบบ 2 ที่นั่ง ลึกเข้าไปอีกคือส่วนนั่งเล่น

พื้นที่ของครัวห้องนี้จะได้ Pantry รูปตัว L สามารถเตรียมอาหารได้กว้างกว่า

มุมตู้จัดเก็บของด้านบนยังแบ่งช่องและชั้นให้เยอะเหมือนเคย

ตรงกลางห้องจัดวางด้วยโต๊ะทานเข้าแบบ 2 ที่นั่ง ที่หันออกไปมองวิวที่ระเบียง (ถ้าไม่ใช้ทานอาหารก็เป็นโต๊ะทำงานได้นะ)

ส่วนนั่งเล่น ด้านหนึ่งจะเป็นโซฟาและโต๊ะเข้าชุดกัน ฝั่งตรงข้ามของห้องจะเป็นชั้นวางทีวี ลึกสุดคือบานประตูเลื่อนสูง 2.8 เมตรออกไปยังระเบียงด้านนอก

พื้นที่ระเบียงกว้างสามารถใช้หนักจริงจังอย่างซักผ้าตากผ้า หรือปลูกเป็นสวนกระถางเล็กๆก็ได้

ห้องนอน มีตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานจัดอยู่ด้านหน้า  ห้องน้ำแยกออกมาทางด้านซ้าย

มุมวางเตียงจะวางไว้ใกล้ๆกับหน้าต่างช่องแสงเช่นเคย

จะเห็นว่า Space บริเวณหน้าตู้เสื้อผ้าจะค่อนข้างเหลือๆสักหน่อย สามารถขยายตู้เสื้อผ้าเพิ่มให้เป็นรูปตัว L ได้นะ

ฟังก์ชั่นพื้นฐานและวัสดุในห้องน้ำเหมือนกัน

ส่วนที่พิเศษกว่าของห้องน้ำห้องนี้คือมีพื้นที่นั่งอาบน้ำได้ด้วย


มาดูแปลนห้องแบบอื่นๆกันอีกสักหน่อย จะเลือกมาให้ดูที่ต่างๆกันนะครับ

แบบ 1 ห้องนอน Type B8 คล้ายกับแบบ B1 ขนาดและตำแหน่งห้องนอนและห้องน้ำเหมือนกัน ยกเว้นแต่ส่วน Living ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และการวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ คือเมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอโต๊ะทานข้าวอยู่ด้านซ้ายแบบ 4 ที่นั่ง และชุดโซฟาอยู่ด้านในใกล้กับระเบียง ย้ายพื้นที่ครัวมาอยู่หลังประตู ใกล้กับห้องน้ำ แต่พื้นที่หลังประตูก็ยังไม่กว้างพอที่จะใส่ตู้เย็นเข้าไปให้เป็นแถบเดียวกันรูปตัว I ทำให้ตู้เย็นต้องโดดออกมาอยู่ข้างประตูห้องน้ำ

 

แบบ 2 ห้องนอนอีกแบบหนึ่งคือ Type C5 แบบหน้ากว้าง เมื่อเข้าไปจะเจอประตูหลายบานก่อนจะถึงส่วน Living คือห้องนอนทั้งสองห้องขนาดเท่าๆกันอยู่ทางด้านขวาและด้านซ้าย โดยมีห้องน้ำเพียงห้องเดียวอยู่ที่ประตูแรกซ้ายมือ ใช้ด้วยกันหมด และลึกเข้าไปด้านขวาถึงจะเป็นส่วน Living ที่มีขนาดเล็กกว่า Type C4 แต่ตัวระเบียงยื่นออกไปจากตัวอาคารเป็นมุมเปิดที่กว้างกว่า คือ 180 องศาเลย

ขยับมาที่ห้องไซส์ให้อย่าง Penhouse Type PH1 ขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการคือ 141.72 ตารางเมตร มีเพียง 2 ห้อง ที่ชั้น 26-27 เป็นห้องตรงกลางตึก ได้วิวทิศเหนือ แบ่งออกเป็น3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากว้างมาก แบ่งพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างชัดเจนคือ เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเจอส่วนครัวรูปตัว U อยู่ทางซ้าย มีประตูบานเลื่อนออกไปยังส่วนระเบียง เดินมาทางซ้ายเรื่อยๆจะเป็นส่วน Living ที่มีโต๊ะทานอาหารขนาด 10 ที่นั่ง และชุดโซฟาขนาดใหญ่อยู่ข้างบานประตูเลื่อนออกไปยังระเบียงรูปตัว L ที่ตรงหัวมุมมีอ่างจากุชชี่ตั้งอยู่ ได้รับวิวไปเต็มๆ

ส่วนห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ห้องนอนใหญ่อยู่ทางซ้ายสุด มีส่วนเตียงนอน Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวขนาดใหญ่ ห้องนอนเล็กอยู่ทางด้านซ้าย มีตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงานและเตียงนอน ส่วนห้องน้ำต้องออกมาใช้ห้องน้ำด้านนอก และห้องสุดท้ายห้องนอนขนาดกลางอยู่ทางขวาสุด มีห้องน้ำในตัว

แม้โดยภาพรวมห้องจะเป็นห้องที่หน้ากว้างมาก ห้องนอนทุกห้องได้วิวที่ดีทุกห้อง และมีระเบียงตัว L ขนาดใหญ่ที่ห้องนั่งเล่น แต่น่าเสียดายที่ไม่มีระเบียงห้องภายในห้องนอนเป็นของตัวเอง

แบบห้อง Penhouse อีกห้องหนึ่งคือ Type PH2 แบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ โดยส่วน Living จะเหมือน Type PH1 คือเข้าไปจะเจอประตูบานเลื่อนออกไปยังส่วนระเบียงรูปตัว L เดินมาทางด้านขวาจะเป็นส่วนครัวรูปตัว I โต๊ะทานข้าวแบบ 8 ที่นั่งและชุดโซฟาที่ใกล้บานเลื่อนออกไปยังระเบียง โดยมีห้องน้ำสำหรับแขกแอบอยู่ทางขวามือของประตูทางเข้าห้องชุด เป็นแบบส่วนแห้งเท่านั้น ขนาดเล็กๆ

ส่วนห้องนอนใหญ่อยู่ทางขวามือ มีเตียงวางอยู่กลางห้อง โต๊ะทำงานหลังหัวเตียง และ Walk-in Closet จัดเป็นสัดส่วนก่อนถึงห้องน้ำขนาดใหญ่ ส่วนห้องนอนขนาดที่เล็กกว่าอยู่ทางซ้ายมือ เน้นเป็นห้องแบบผืนผ้ายาวๆ แต่ห้องน้ำเป็นห้องน้ำมาตรฐาน 3 ตอนปกติทั้งที่สามารถจัดแบบหันขวางและวางตู้เสื้อผ้าเป็นสัดส่วนคล้ายกับห้องนอนใหญ่ได้

ห้อง Type สุดท้ายแล้วกับห้อง Penhouse Type PH3 ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับห้องแบบ PH2 แต่เป็นห้องที่หน้ากว้างกว่ามาก แบ่งการใช้งานออกเป็น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จากประตูห้องชุดเข้ามาเป็นส่วน Living ชุดโซฟา ใกล้บานประตูเลื่อนออกไปยังระเบียงรูปตัว I ปกติ และด้านซ้ายเป็นโต๊ะทานข้าวแบบ 8 ที่นั่ง มีส่วนครัวรูปตัว I และ Island ครัวอยู่ตรงกลาง สามารถวางเก้าอี้สูงทานข้าวตอนเช้าๆได้

ส่วนห้องนอนแบ่งออกเป็น ห้องนอนใหญ่อยู่ทางซ้ายมือ มี Walk-in Closet และห้องน้ำขนาดใหญ่ มีห้องนอนขนาดเล็กอยู่ทางขวา ต้องออกมาใช้ห้องน้ำกลาง และห้องนอนขนาดกลางอยู่ขวามือสุดพร้อมห้องน้ำในตัว อีกเช่นกันที่ห้องนอนทุกห้องได้วิวดี แต่ไม่มีระเบียง และส่วน Living จัดได้ดีทีเดียว

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 8 August 2017

  • Studio ขนาด 27 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 4.00 ล้านบาท หรือ 148,148 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 30 – 38 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 4.26 ล้านบาท หรือ 142,000 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 47 – 56 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 7.42 ล้านบาท หรือ 157,872 บาท/ตร.ม.
  • Duplex ขนาด 76 – 77 ตารางเมตร ปัจจุบัน Sold Out
  • Duplex Penhouse ขนาด 81.35 – 82.39 ตารางเมตร ปัจจุบัน Sold Out
  • Penhouse ขนาด 105 – 141 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 17.38 ล้านบาท หรือ 165,523 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVG ประมาณ 150,000 บาทต่อตารางเมตร
  • Fully Fitted (ตู้เสื้อผ้า Built-In, แอร์ทุกห้อง,Digital Door Lock ของ YALE )
  • เพดานสูง 2.8 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง, ทำสัญญา, ผ่อนดาวน์ (สอบถามเซลล์ที่โครงการ)
  • ค่ากองทุน 600 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 60 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าว เป็นโครงการติดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน MRT ลาดพร้าว มีซอยที่ใกล้ที่สุดคือซอยลาดพร้าว 26 มี 7-11 อยู่หน้าซอย และลึกเข้าไปมีอพาร์ตเมนต์และห้องพักให้เช่าอยู่ช่วงต้นซอยหลายตึก และร้านอาหารนิดหน่อยในซอยและบ้านพักอาศัยเดี่ยวๆ นอกนั้นก็แทบจะไม่มีความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินเท่าไรนัก ทำให้สู้ช่วงลาดพร้าวต้นไม่ได้ ที่มีศูนย์การค้า Union Mall ร้านกาแฟ ร้านอาหาร BigC Extra อยู่สองข้างของถนนลาดพร้าว ยังดีทีมีสวนลุมไนท์บาซาร์รัชดามาเปิดทำให้เพิ่มแหล่งของกินดื่มเพิ่มขึ้นมาอีกนิดนึง(ถึงจะไม่ได้มากนัก)

การเดินทางโดยใช้รถ โครงการตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เข้า-ออกที่ถนนลาดพร้าวมุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว ระหว่างสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าวและซอยลาดพร้าว 26 ถ้ามาจากลาดพร้าวช่วงต้นๆ ระยะกลับรถค่อนข้างกระชั้นมาก ประกอบกับปริมาณรถที่ติดตลอดวัน ถ้ามาจากทางอื่นของสี่แยกก็ต้องรอไฟแดงนาน ท้ายแถวยาว ทำให้มีมลภาวะของกลิ่นควันรถด้วยจางๆ แต่ถือเป็นทำเลที่สามารถเข้าถึงได้จากหลายๆทางไม่ว่าจะเป็นรัชดา รัชโยธิน พหลโยธิน หรือไกลหน่อยก็จากอโศกหรืออารีย์-สุทธิสาร ทำให้สะดวกในเรื่องของเส้นทาง แต่เสียเวลาในการนั่งรถนานๆรอรถติด ส่วนทางด่วนมีด่านทางขึ้นโทลล์เวย์ที่หน้าเซ็นทรัลลาดพร้าวเข้าเมืองเส้นสุขุมวิท หรือจะขึ้นด่านหน้าปตท.สำนักงานใหญ่ออกจากเมืองมุ่งหน้ารังสิต

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ สะดวกสุดติดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน MRT ลาดพร้าว ทางออกที่ 1 ที่ต้นสายอยู่ที่สถานีบางซี่อ มุ่งหน้าเข้าเมืองไปยังอโศกและจบที่สถานีหัวลำโพง และที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานี Interchange อย่าง MRT สวนจตุจักร และ BTS หมอชิต ในอนาคตสถานีลาดพร้าวยังจะเป็นสาย Interchange ต้นสายของสายสีเหลือง สถานีแยกรัชดา-ลาดพร้าว มุ่งหน้าผ่านโชคชัยสี่ไปยังบางกะปิ ส่วนการให้บริการของพี่วินมีอยู่ที่หน้าสถานี MRT ลาดพร้าว และเรียกแท๊กซี่ได้เลยจากหน้าสถานี ส่วนรถเมล์มีเรื่อยๆทั้งสองฝั่งของถนนลาดพร้าวและรัชดา มีสะพานลอยคนข้ามไปมาทั้ง 4 จุดของแยกรัชดา-ลาดพร้าว

วัสดุของโครงการตามราคาและรายการโปรโมชั่นวันที่เข้าไปรีวิว ถือว่าพอใช้เมื่อเทียบกับในระดับราคาเดียวกัน แต่งแบบ Fully Fitted คือมีเฟอร์นิเจอร์ให้บางส่วนพร้อมแอร์ ไม่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ในขณะที่ระดับราคาเดียวกับรอบข้างตกแต่งให้เป็นแบบ Fully Furnished พื้นห้องนั่งเล่นและห้องนอนเป็นพื้นลามิเนตลายไม้หนา 12 มิลลิเมตร พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้อง 30 x 60 เซนติเมตร ฝ้าสูง 2.8 เมตร ผนังเป็นฉาบปูนเรียบทาสีขาว ไม่มี Wallpaper ห้องครัวเคาท์เตอร์และตู้เก็บของบน-ล่างให้มาค่อนข้างครบ อุปกรณ์สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก Cotto ฉากกั้นอาบน้ำสูง 2 เมตร กระจก Temperred ตู้เสื้อผ้าสั่งทำจากโรงงาน แต่ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก หน้าบานปิดทึบเป็นแบบดึงออก ไม่มีกระจกเต็มตัว

การออกแบบคือแปลงพื้นที่เป็นรูปตัว L อาคารสร้างตามรูปร่างแปลง จัดห้องพักเป็นแบบ Double Corridor มีห้องทางทิศเหนือและทิศใต้ เลือกได้ตามความชอบว่าชอบแสงธรรมชาติแต่ได้ลมน้อยกว่าทางทิศเหนือ หรือชอบแสงแดดแรงๆเข้าห้องตลอดวัน แต่ได้ลมระบายอากาศที่ดีกว่าทางทิศใต้ มี Facilities หลักๆอยู่บนชั้นดาดฟ้า และยิบย่อยที่ชั้น 1 และชั้น 5 แปลนห้องมีให้เลือกเยอะ หลากหลายมาก เลือกได้ตามความเหมาะสมและการใช้งานของผู้อยู่อาศัย แต่จำนวนห้องส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนมากกว่า 65% ทำให้จำนวนยูนิตรวมค่อนข้างเยอะ ห้องนอนให้พื้นที่ข้างเตียงมาค่อนข้างกว้าง แต่ทำให้ห้องนั่งเล่นเหลือพื้นที่น้อยลง โดยที่ฟังก์ชั่นการใช้งานยังเท่าเดิม คือครัว ทานข้าว นั่งเล่น และส่วนระเบียง พื้นที่เบียดๆเร่ิมจะเกยกัน ห้องนอนส่วนใหญ่เแทบจะไม่มีระเบียงเป็นของตัวเองแม้จะเป็นห้องขนาดใหญ่ แบบห้องที่หรูหราสุดต้องยกให้ Penhouse PH1 โครงการมี Value added ให้โดยการลงรายละเอียดการออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน และมีการคิดเผื่อเรื่องสุขอนามัยของการอยู่อาศัย พร้อมใส่ Universal Design ลงไปด้วย ซึ่งของพวกนี้ เราอาจจะไม่ได้เห็นเป็นจริงจังในตอนนี้ แต่มีผลอย่างมากสำหรับการอยู่อาศัยจริงค่ะ

สาธารณูปโภคส่วนกลางทำมาได้เหมาะสมกับระดับราคา คือ Grand Lobby สูง 7 เมตรที่ชั้น 1 พื้นที่สีเขียวรอบโครงการเป็นจุดๆ มี Landscape หน้าโครงการส่วน Drop-off ส่วนชั้นจอดรถคือชั้น 1-4 มีจอดกลางแจ้งรอบโครงการที่ชั้น 1 บ้าง จอดได้ทั้งหมด 244 คัน ประมาณ 49% ไม่รวมจอดซ้อนคัน และอยู่ที่ราวๆ 60% รวมจอดซ้อนคัน ด้วยทำเลที่ติดทางลง MRT ถือว่าโอเค แต่มองในแง่ความเป็นจริงที่เกือบทุกยูนิตก็แทบจะมีรถเป็นของตัวเองกันหมด ทำให้อาจจะมีปัญหาได้ในภายหลัง ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 125 : 1 และ Service Lift อีก 1 ตัว ส่วนกลางมีสวนหย่อมกลางแจ้งและห้องสมุดในอาคารที่ชั้น 5 Facilities ส่วนใหญ่อยู่ที่ชั้นดาดฟ้า คือ Sky Infinity Edged Pool ขนาด 7 x 31 เมตร ระบบเกลือ พร้อม Jacuzzi ใช้ออกกำลังกายได้ Sky Garden รอบสระว่ายน้ำ และฟิตเนสในอาคารด้านตะวันออกเฉียงใต้ และ Sky Lounge ที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVG 150,000 บาทต่อตารางเมตร, 8 August 2017

  • ทำเล 8.0/10 – แน่นอนว่าอยู่บนทำเลที่ถือว่าดีบนถนนลาดพร้าว แต่ด้วยราคาระดับนี้ ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านใกล้ๆกัน
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – แม้การเดินทางจะสะดวกมาก แต่ความที่อยู่ตรงสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว เข้าได้จากถนนลาดพร้าวทางเดียว ระยะกลับรถเข้าโครงการกระชั้นมาก บวกกับรถค่อนข้างติด จึงถูกลดคะแนนลง
  • ไม่ใช้รถ 9/10 – สะดวกมากเพราะแทบจะติดทางขึ้นลงรถไฟใต้ดิน และอยู่ติดถนนใหญ่ที่เรียกรถ Taxi ได้ 24 ชั่วโมง ปลอดภัยไม่เข้าซอย แต่ราคานี้สามารถซื้อโครงการติดถนนใหญ่ใกล้รถไฟใต้ดินในโซนนี้ได้แทบทั้งหมดอยู่แล้ว
  • วัสดุ 7.5/10 – Fully Fitted ผนังปูนฉากเรียบทาสีขาว ห้องน้ำโอเค ตู้เสื้อผ้าเล็ก ครัวครบ แต่ให้ของน้อยไปนะ
  • แบบ 8.5/10 – แบบห้องหลากหลายดี แต่มีห้องขนาดเล็กเยอะ ทำให้จำนวนยูนิตรวมเยอะ ขนาดห้องนอนใหญ่ แบ่งส่วน Living เล็กไป ให้คะแนนพิเศษเพิ่มตรงรายละเอียดการออกแบบที่คิดเผื่อลูกบ้านเยอะ
  • สาธารณูปโภค 8.0/10 – Sky Facility บน Top Floor ถือว่าสวยน่าใช้ สมราคา แต่ความหลากหลายยังน้อยไปหน่อย
  • HIGH – LUXURY CLASS 
  • 8.08 / 10.00

BOTTOM LINE

Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าว เป็นโครงการที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคอนโดติดรถไฟใต้ดินแบบติดจริงๆ ชอบพื้นที่ส่วนกลางที่ดูหรูโออ่า มี Sky Facility ไว้ชมวิว และมีนิสัยพิถีพิถันเลือกของที่ชอบซื้อของที่ใช่มากกว่าสนใจดูแต่ราคา มีงบประมาณตั้งแต่ 4 – 25 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 28,000 – 170,000 บาท

Share

4 Comments

Leave a Reply