พาชมตึกเสร็จ Wyne Sukhumvit คอนโด High Rise บนถนนสุขุมวิท ใกล้ BTS พระโขนง 350 ม. จากแสนสิริ [รีวิวฉบับที่ 1243]

December 19, 2016 08:003 comments

รีวิวฉบับที่ 1243 … สวัสดีค่ะ วันนี้ขอพาทุกคนไปชมโครงการของแสนสิริตัวแรกที่มาเปิดทำเลอิงรถไฟฟ้าพระโขนง กับโครงการ Wyne Sukhumvit คอนโด High Rise บนถนนสุขุมวิท ใกล้แยกตัดกับถนนสุขุมวิท 71 โครงการนี้มีทำเลที่ค่อนข้างเป็นที่ฮือฮาพอสมควร เพราะอยู่เยื้องกับแยกตัดกับถนนสุขุมวิท 71 พอดี หรือที่หลายคนเรียกกันว่า สามแพร่ง เดี๋ยวเราจะพาไปดูว่าโครงการนี้มีการออกแบบเพื่อตอบโจทย์กับทางสามแพร่งอย่างไร การออกแบบทั้งภายในและภายนอกที่ถือเป็นจุดเด่นของโครงการ รวมทั้งบรรยากาศโครงการมือ 2 ที่สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 3 ปีกว่า จะเป็นอย่างไรค่ะ

 

Fact @ 13 December 2016

  • Wyne Sukhumvit (วายน์ สุขุมวิท )
  • บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : วัฒนา
  • คอนโด High Rise 31 ชั้น 460 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 18 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 180 คันคิดเป็น 39 % รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 47 %
  • ที่ดินประมาณ 2-2-75 ไร่
  • แล้วเสร็จ : กุมภาพันธ์ 2556
  • 1 Bedroom 29 – 48.50 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 61.50 – 65.50 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง n/a เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ (ปัจจุบัน 13/12/16) 120,000 – 146,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS พระโขนง ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS พระโขนง
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1685

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.712866, 100.594320

ที่ตั้งโครงการ Wyne Sukhumvit ตั้งอยู่ในย่านพระโขนงก่อนข้ามคลองพระโขนงไปฝั่งอ่อนนุช บรรยากาศบริเวณนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยที่มีความน่าสนใจเพราะผสมผสานระหว่างชุมชนที่อาศัยมานานและคนรุ่นใหม่ที่ยังต้องการไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ซึ่งจะเห็นได้ว่ารูปแบบของที่อยู่อาศัยจะหลากหลายทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบแบบจัดสรร ไม่จัดสรรอยู่ในซอยเล็กซอยย่อย ส่วนพื้นที่ที่ติดถนนใหญ่อย่างสุขุมวิทก็จะเป็นคอนโด High Rise ตั้งอยู่เพียบเลยค่ะ

สำหรับในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของย่านพระโขนงนี้จะอยู่ระหว่างย่านทองหล่อ – เอกมัย ที่จัดเป็นแหล่ง Hangout ชื่อดังมีร้านอาหาร Community Mall มากมายให้เลือก ซึ่งจัดอยู่ในเรทราคาค่อนไปทางสูงถึงสูงมาก และอีกย่านคือย่านอ่อนนุชนี้จะมีความคึกคักมากกว่าในแง่ของการซื้อของกินของใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งเมื่อเทียบเคียงกับย่านใกล้เคียงแล้วย่านพระโขนงยังถือว่าเป็นรองในแง่ความอุดมสมบูรณ์อยู่แต่…

ในอนาคตความอุดมสมบูรณ์ในทำเลจะเริ่มพัฒนาไปเรื่อยๆ ในปัจจุบันสถานที่เด่นๆ ใกล้ BTS พระโขนงก็จะเป็น W District ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนในย่านนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เลือกซื้อคอนโดเข้ามาอยู่ในย่านพระโขนงนี้ นอกเหนือจากร้านค้าร้านอาหารริมถนนสุขุมวิท และภายในถนนสุขุมวิท 71 สำหรับ W District นี้จัดเป็น Community Mall ขนาดกลางๆ ภายในมีร้านอาหาร ร้านค้า Street Market และสถานที่ Hangout ในตอนกลางคืนด้วย ค่อนข้างตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และไม่ต้องขับรถเข้าเมืองหรือขึ้น BTS ไปทองหล่อ – เอกมัย แค่เดินข้ามฝั่งมาก็เจอแล้วค่ะ รวมไปถึงพื้นที่ทำงานในสวนขนาดย่อมๆ อย่าง Naiipa Art Complex (อ่านว่า ในป่า) ก็เป็นอีกพื้นที่นึงสำหรับนั่งจิบกาแฟทำงานชิลๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้นั้นก็จะมี Summer Hill มาเปิดอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กับ W District ติดกับ BTS พระโขนงเลย รูปแบบก็จะเป็น Community Mall รวมร้านอาหารแฟนไชส์ต่างๆ ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับ Rain Hill ตรงสุขุมวิท 47 นั่นเองค่ะ การมาของ Summer Hill นั้นก็จะช่วยยกระดับความอุดมสมบูรณ์ ภาพลักษณ์และไลฟ์สไตล์ของย่านพระโขนงขึ้นมาจากเดิมมากขึ้นด้วย

ทำเลในเรื่องการเดินทางของ Wyne Sukhumvit นี้ เป็นทำเลที่เข้าเมืองสะดวก มีตัวเลือกให้เดินทางทั้งถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นถนนสายหลักในการเข้าเมือง และยังมีอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ทำงานในย่านพระราม 4 อีกด้วย รวมทั้งใครที่ทำงานแถบอโศกเลยไปจนถึงสยาม จะหนีรถติดบนถนนสุขุมวิทก็ใช้เส้นพระราม 4 ไปตัดเข้าถนนรัชดาภิเษกได้ และในขณะเดียวกันฝั่งขากลับบ้านหรือใครไปช็อปปิ้ง ทานอาหารแถวทองหล่อก็มีซอยลัดตัดผ่านตั้งแต่ทองหล่อ เอกมัยมาจนถึงสุขุมวิท 71 (ปรีดีพนมยงค์) ได้ ไม่ต้องเสียเวลารถติดบนถนนสุขุมวิท โดยรวมแล้วค่อนข้างตอบโจทย์คนทำงานในเมืองทั้งบนถนนสุขุมวิทและบนถนนพระราม 4 นอกจากนี้การเดินทางด้วย BTS พระโขนงก็ง่ายมีระยะเดินประมาณ 350 ม. จากหน้าทางเข้า-ออกโครงการ ถึงขาสถานี จัดเป็นระยะที่เดินได้สบาย แต่ก็จะมีลำบากหน่อยตรงที่ต้องข้ามถนนพระราม 4 บริเวณแยกพระโขนงไปขึ้นรถไฟฟ้านี่แหละ เนื่องจากบริเวณแยกนี้มีปริมาณรถค่อนข้างเยอะและเป็นเลนที่รถผ่านได้ตลอดหาจังหวะค่อนข้างยาก ซึ่งมีอีกทางเลือกนึงคือไปขึ้นสะพานลอยก่อนแยกพระโขนงข้ามไปยังฝั่ง W District และเดินตรงไปขึ้นขาสถานีอีกฝั่งแทนจะสะดวกและปลอดภัยมากกว่า

นอกจากนี้โครงการนี้ก็ยังมีตัวเลือกในการเดินทางสำหรับคนที่เดินทางโดยใช้ทางด่วนเป็นประจำทั้ง 2 เส้นทาง

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร : มุ่งหน้าไปทางจตุจัตร หรือพระราม 3 จากโครงการห่างจากจุดขึ้น-ลงประมาณ 2.9 กม.
  • ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ : สำหรับคนที่ทำงานหรือมักเดินทางไปฝั่งพระราม 9 ลาดพร้าว โดยต้องไปกลับรถบริเวณช่วงซอยสุขุมวิท 67 แล้วก็ตรงขึ้นทางด่วนได้เลย ระยะทางประมาณ 2.8 กม.

เราลองมา List โครงการอิงสถานีรถไฟฟ้า BTS พระโขนง ในระยะเดินประมาณไม่เกิน 600 ม. ทั้งติดถนนใหญ่และในซอย ก็จะมีตัวเลือกให้เห็นเยอะพอสมควรนะคะ ทั้งแบบมือ 1 และ มือ 2 ซึ่งเมื่อ Scope ลึกเข้ามาดูโครงการที่ติดถนนใหญ่สุขุมวิทเช่นเดียวกับโครงการแล้ว (ไฮไลท์สีฟ้า) ก็มีทั้งหมดประมาณ 5 โครงการนะคะ ซึ่งมองในแง่ทำเลสำหรับการเดินทางนั้น อย่างการเดินทางโดยพึ่งพิงรถไฟฟ้า Wyne Sukhumvit ดูจะอยู่ในระยะที่ไกลมากที่สุดเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ แต่จุดพิเศษของทำเลโครงการนี้คือมีตัวเลือกในการเดินทางเข้าเมืองนอกเหนือจากถนนสุขุมวิทเป็นหลักแล้วก็คือถนนพระราม 4 โดยไม่ต้องไปกลับรถ ซึ่งหากมองในแง่ของคนที่ทำงานบนถนนพระราม 4 และต้องการคอนโดที่อิงรถไฟฟ้าด้วยแล้ว โครงการนี้ง่ายในการเดินทางดีค่ะ

สำหรับวันนี้เราจะพาไปโครงการโดยเริ่มต้นจาก BTS พระโขนงกันและเดินตรงไปผ่านแยกพระโขนงที่ตัดกับถนนพระราม 4 จนถึงโครงการโดยใช้ระยะเดินจาก BTS ไปประมาณ 350 ม. ค่ะ

ลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าพระโขนงกันแล้ว จากขาสถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็นบันไดธรรมดานะคะ ตอนเดินขึ้นก็ไม่ได้สบายเท่ากับได้ขาสถานีเป็นบันไดเลื่อน

กลับหลังแล้วเดินตรงไปยังทางม้าลายข้ามถนนพระราม 4 บริเวณแยกพระโขนงกันต่อค่ะ สังเกตฟุตบาทค่อนข้างกว้างเดินได้สบายๆ

ตรงมาใกล้จะถึงแยกพระโขนงฝั่งจรงข้ามเป็นคอนโด High Rise The Room และถัดไปเป็น Community Mall ที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพระโขนงและโครงการมากที่สุดอย่าง W District ค่ะ ส่วนฝั่งขวามือนี้ในอนาคตจะเป็นที่ตั้งของ Summer Hill Community Mall ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

เดินข้ามทางม้าลายบริเวณแยกพระโขนงกันค่ะ ในเลนจากถนนพระราม 4 เลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิทนั้นยังเดินได้ไม่ยากแค่รอไฟจราจร แต่จากถนนสุขุมวิทที่เลี้ยวเข้าถนนพระราม 4 นั้น เดินข้ามค่อนข้างลำบากอยู่พอสมควรนะคะ ต้องรอจังหวะรถให้ดีนะคะเนื่องจากเลนรถที่วิ่งจากถนนสุขุมวิทเข้ามาถนนพระราม 4 นั้นเป็นเลนที่รถผ่านได้ตลอด หรือใครไม่อยากเสียเวลาคอยก็ลงฝั่งตรงข้ามแล้วเดินตรงไปอีกหน่อยก็จะเห็นสะพานลอยแล้วค่อยข้ามฝั่งมาก็ได้นะ

เมื่อข้ามมาแล้ว จะสังเกตว่าความกว้างฟุตบาทจะเล็กลงมาหน่อยแต่ก็ยังเดินได้สบายๆ ข้างทางเป็นร้านด้านล่างของตึกแถวที่แยวเรียงตัวกันไปตามทางถนน ซึ่งก็มีทั้งร้างบ้างและยังประกอบธุรกิจกันอยู่ ส่วนใหญ่ที่เห็นก็จะเป็นร้านอาหารบ้าง ร้านนวดและธนาคารค่ะ

เดินต่อมาถึงจุดตัดที่ตัดกับถนนสุขุมวิท 71 ซึ่งเป็นซอยใหญ่ตรงไปจนถึงสี่แยกคลองตันที่ตัดกับถนนใหญ่ 3 สาย อย่างถนนเพชรบุรี, ถนนพัฒนาการ และถนนรามคำแหงค่ะ ภายในซอยนี้ค่อนข้างคึกคักเนื่องจากเป็นทำเลชุมชนเก่าแก่มีคนอยู่อาศัยหนาแน่น และมีความอุดมสมบูรณ์สูง ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดและโรงเรียน

ส่วนเยื้องๆ ฝั่งตรงข้ามของถนนสุขุมวิท 71 นั้นก็จะเป็นทางเข้าโครงการ Wyne Sukhumvit แล้วค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการทั้ง 3 ทิศ อย่างทิศเหนือ ตะวันตกและทิศใต้ ติดกับอาคาร Low Rise สูงไม่เกิน 8 ชั้น รวมทั้งอาคารพาณิชย์ ซึ่งไม่ได้ถูกบล็อกวิวจากห้องพักอาศัยแต่อย่างใด มีเพียงทิศตะวันออกนะคะที่ติดกับโรงแรม Ibis Style Bangkok สูง 25 ชั้น ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งทำให้ห้องในทิศตะวันออกซึ่งหันหน้าไปทางอ่อนนุชนั้นโดนบล็อกวิวระยะไกลไปพอสมควร

  • ทิศเหนือ : ถนนสุขุมวิท
  • ทิศตะวันออก : โรงแรม Ibis Style Bangkok สูง 25 ชั้น
  • ทิศใต้ : อาคารพาณิชย์สูง 3-6 ชั้น
  • ทิศตะวันตก : Hope Land Hotel & Executive Residence

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • W District ~ 220 ม.
  • Summer Hill ~ 260 ม.
  • สถานีรถไฟฟ้าพระโขนง ~ 350 ม.
  • Naiipa Art Complex ~ 450 ม.
  • ตลาดสดอ่อนนุช ~ 1 ม.
  • Big C Extra ~ 1 กม.
  • Tesco Lotus ~ 1.2 กม.
  • โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ~ 1.6 กม.
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 1.7 กม.
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ~ 1.8 กม.
  • Wells International School ~ 1.9 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Wyne Sukhumvit คอนโด High Rise สูง 31 ชั้น มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 460 ยูนิต ตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิท มีรูปลักษณ์โครงการโดดเด่นด้วยโทนสีแดงอิฐ ประกอบกับ Facade (ผนังตกแต่งอาคารภายนอก) กระจกที่ยาวตั้งแต่พื้นชั้นล่างไปถึงยอดบนสุด และมีลักษณะเป็นมุมแหลมจัดเป็นรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างหวือหวา น่าสนใจ ซึ่งหน้าตาโครงการที่ออกมาเป็นแบบนี้นั้นก็มีเหตุผลประกอบกันอยู่ในเรื่องของความเชื่อเหมือนกัน

สำหรับโครงการนี้ทำเลโครงการส่งผลกับรูปลักษณ์และการออกแบบโครงการมากพอสมควรเลย ด้วยที่ตั้งที่อยู่เยื้องๆ กับจุดตัดถนนสุขุมวิท 71 ซึ่งหลายๆ คนก็เรียกกันว่า ทางสามแพร่ง โดยตามความเชื่อมาแต่เดิมนั้นทางสามแพร่งมักจะเป็นสิ่งที่หลายคนเชื่อว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี และตามที่เราได้พยายามหาข้อมูลมา (อาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้นะคะ เป็นไปตามความเชื่อส่วนบุคคล ทั้งนี้เป็นข้อมูลที่หามาไม่ใช่ความคิดเห็นของผู้เขียนนะ)

“สามแพร่งนั้นเปรียบเสมือนช่องลมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นช่องบีบให้อากาศหรือลมนั้นเข้ามาสะสมได้มากเป็นพิเศษ และส่วนถนนด้านที่มีรถยนต์วิ่งเข้าหาบ้านหรืออาคารตรงทางสามแพร่งก็จะรับพลังงานรุนแรงเป็นพิเศษอีกด้วยเนื่องจากรถยนต์เวลาวิ่งเข้ามาก็จะลากกระแสพลังงานมาด้วย สังเกตได้เมื่อรถยนต์วิ่งผ่านเราใกล้ๆนั้นเราจะรู้สึกถึงแรงลมที่รถวิ่งผ่านไปโดยลมเหล่านี้ก็เป็นพลังงาน ดังนั้นบริเวณทางสามแพร่งจะได้กระแสพลังงานสะสมจากที่รถยนต์วิ่งแล้วลากเข้ามาหาตัวบ้านหรืออาคารบริเวณนั้นเป็นพิเศษ จึงสรุปได้ว่าบ้านและอาคารที่อยู่ตรงทางสามแพร่งมีโอกาสได้รับพลังงานมากและรุนแรงเป็นพิเศษ แต่ว่าการรับพลังที่มากนั้นไม่ได้แปลว่าต้องร้ายเสมอไป” Credit : http://www.baannatura.com/

โดยทางโครงการเองก็ได้มีการออกแบบอาคารเพื่อแก้ปัญหาความเชื่อทางสามแพร่งนี้อยู่เหมือนกัน อย่างเช่นการออกแบบอาคารให้มีมุมแหลมไปทางถนนสุขุมวิท 7 71 และใช้ผนังกระจกและ Aluminium Composite ตกแต่งเปรียบเหมือนกับการสะท้อนสิ่งที่ไม่ดีออกไป เหมือนที่เราคงเคยเห็นบ้านที่ติดกระจกหลายเหลี่ยมรูปลักษณ์แบบจีนโบราญไว้หน้าบ้านที่อยู่ติดสามแพร่งพอดีเพื่อสะท้อนสิ่งไม่ดีออกไปประมาณนั้นนะคะ รวมทั้งทางเข้า-ออกหลักของโครงการก็อยู่เยื้องมาทางด้านด้านขวา ไม่ได้ตรงกับถนนสุขุมวิท 71 โดยตรงเช่นกันนะคะ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพื่อแก้ปัญหาทางความเชื่อนี้ได้ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่กับทุกคน จากที่คุยกับลูกบ้านมาบ้างทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่มาเช่าและมาซื้อหลายคนก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรนะ

ซูมเข้ามาดู Master Plan กันก่อนจะเข้าไปดูโครงการของจริงกันนะคะ ที่ดินโครงการมีลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีส่วนยื่นเพิ่มออกมาเล็กน้อย มีขนาดที่ดินทั้งหมดประมาณ 2 ไร่เศษ เริ่มจากทางเข้า-ออกโครงการมีเพียงทางออกเดียว มีพื้นที่จอดรถรอบตัวอาคาร แต่ที่ค่อนข้างแปลกจากโครงการอื่นๆ คือตำแหน่งของ Lobby ของโครงการที่ปกติทั่วไปเรามักจะเห็น Lobby อยู่หน้าโครงการเพราะจะมีความโดดเด่นและน่าสนใจ แต่สำหรับโครงการนี้นั้นที่จัดวาง Lobby อยู่ตรงกลางภายในอาคารด้านในที่ถูกโอบล้อมด้วยที่จอดรถแทน ซึ่งก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งงานออกแบบเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องทางสามแพร่งเช่นกัน

และสำหรับ Facilities ในชั้นนี้นั้นจะเป็นพื้นที่สวนด้านข้างหรือที่เรียกว่า Sculpture Garden ซึ่งทางโครงการได้ออกแบบมาให้เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนมุมสงบของลูกบ้านในโครงการ รวมทั้งสวนนี้ยังเชื่อมต่อกับพื้นที่ Semi Outdoor ที่ติดกับ Lobby ซึ่งจัดเป็นชุดโซฟามาให้ได้นั่งเล่น ชมวิวสวนเงียบๆ เพลินๆ พูดแล้วอาจจะยังนึกภาพไม่ออกเดี๋ยวเราพาไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

เริ่มต้นจากทางเข้าโครงการกันเลยค่ะ จากทางเข้า-ออกโครงการจะมีประตูบานเลื่อนและไม้กั้นกระดกอัติโนมัติ ใช้ระบบ Key Card Access ระยะใกล้ ด้านซ้ายสุดเป็นป้อมพี่รปภ.

มาดูพื้นที่ด้านข้างกันนิดนึง บริเวณนี้ทำเป็นสนามหญ้าและทางเดินเรียบๆ ตามระยะ Set Back ของอาคาร ส่วนบริเวณด้านหน้าของตัวอาคาร บริเวณนี้ด้านในทำเป็นที่จอดรถในร่ม ส่วนด้านหน้าตกแต่ง Facade ด้วย Aluminium Composite แทรกไปกับ Verticle Garden บริเวณช่วงที่แทรกเป็นระแนงเหล็ก ข้อดีคือบรรยากาศภายในมีช่องแสงลอดผ่านและได้ความร่มรื่นจากไม้เลื้อยด้วย พูดอย่างงี้อาจจะยังไม่เห็นภาพเท่าไหร่เดี๋ยวเรามีพาเดินเข้าไปด้านในให้เห็นอีกค่ะ

มาดูจุดนี้กันชัดๆ อีกหน่อย ที่เป็นมุมแหลมหันไปทางสามแพร่ง

จากนั้นเราจะเดินกลับมาตรงไม้กั้นกระดกนะคะ แล้วเดินตรงไปกัน สำหรับพื้นถนนตรงบริเวณด้านหน้าโครงการทั้งหมดใช้ Concrete Stamp ดูสวยงามดีค่ะ

บริเวณด้านข้างจัดให้เป็นพื้นที่จอดรถกลางแจ้งแบบนี้ ส่วนรั้วโครงการนั้นกั้นด้วยไม้พุ่มสูงประมาณ 3 ม.

เลี้ยวขวามาจะเป็นทางเข้าที่จอดรถ และ Lobby

บริเวณที่จอดรถตรงนี้ตกแต่งสวยงามมี Chandelier และผนังเสาก็กรุกระเบื้องลายหินอ่อนดูสวยงาม เนื่องจากที่จอดรถบริเวณนี้นั้นก็เป็นทางเข้าส่วน Lobby เช่นกันค่ะ ที่เห็นด้านหน้านั้นจะเป็นจุด Drop-Off ส่งลูกบ้านเข้า Lobby ฝั่งซ้าย และวนรถออกอาคาร

บริเวณที่จอดรถชั้นนี้ ดูดีมาก ด้วยความที่อยู่ใกล้กับส่วน Lobby ทำให้ได้ฝ้าเพดานยกสูง และล้อมรอบด้วยผนังโปร่งด้านนอกเห็นสวนไม้เลื่อยดูร่มรื่นและมีแสงธรรมชาติส่งเข้ามาได้ดี จากที่บอกไปตอนถ่ายให้ดูบริเวณด้านนอกนี่แหละค่ะ

เข้าไปดูในส่วน Lobby กันต่อนะคะ บริเวณนี้จะตกแต่งในโทนสีขาว กรุกระเบื้องลายหินอ่อนดูสะอาดตาและหรูหรา ด้านหน้ามีสระน้ำเล็กๆ

เข้ามาด้านใน Lobby ตรงไปสุดทางจะเป็นทางเข้าโถงลิฟต์โดยสาร ส่วนด้านข้างทั้ง 2 ด้านนั้นเป็นพื้นที่นั่งเล่นสำหรับต้อนรับแขก หรือใครเบื่อห้องก็มานั่งเล่นบริเวณนี้ได้นะ ชิวดีค่ะ บรรยากาศส่วน Lobby นี้ค่อนข้างโปร่งโล่งทีเดียวด้วยความที่ฝั่งขวาเป็นประตูกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้า

ด้านข้างที่เป็นพื้นที่นั่งเล่นนี้ ลักษณะจะไม่ได้เป็นเพียง Furniture ไว้นั่งเล่นแต่ยังให้ความรู้สึกเป็นของตกแต่งที่ดูหรูหราสวยงามด้วยนะ

ส่วนอีกฝั่งนึงเชื่อมต่อกับพื้นที่ Semi-Outdoor ด้านนอก โดยใช้ประตูกระจกขนาดใหญ่แบบนี้ ชอบที่เป็นประตูแบบบานหมุนแบบนี้สวยดีค่ะ และอีกอย่างข้อดีเลยคือสามารถเปิดประตูได้ทุกบาน ไม่เหมือนประตูบานเลื่อน ทำให้สามารถเป็นช่องลม ถ่ายเทอากาศภายในส่วน Lobby ได้ดี ไม่ต้องเปิดแอร์ก็เย็นสบายนะ ประหยัดค่าไฟส่วนกลางไปอีก

ด้านนอกที่เป็นส่วน Semi-Outdoor นี้ทางโครงการก็ให้ชุดโซฟาขนาดใหญ่มา 2 ชุด สำหรับนั่งเล่น ชมสวนด้านข้างแบบไม่ร้อนและไม่โดนแดดโดนฝน

จากที่นั่งเล่นก็จะมีทางเดินเชื่อมไปยังสวนของโครงการที่ทางโครงการเรียกว่า Sculpture Garden ค่ะ ขนาดของสวนนี้ประมาณ 600 ตร.ม. เดี๋ยวเราเดินไปดูใกล้ๆ กัน

บริเวณนี้จะเป็นสนามหญ้าโล่ง มีบ่อน้ำและสะพานเดินข้ามไปยังส่วน Pavillion ด้านหลัง

ถัดมาหน่อยมีลานให้นั่งเล่น หรือใครอยากมาจัดปาร์ตี้เล็กๆ กับเพื่อนๆ บริเวณนี้ก็ได้นะ เลยจากลานนี้เข้าไปด้านในเป็น Pavillion ขนาดย่อมๆ จัดชุดโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งเล่นในร่มประมาณ 1-2 ชุดค่ะ

ถัดมาด้านข้างของสวนจะเป็นสนามหญ้าและทางเดินยาวไปถึงด้านหน้าโครงการค่ะ ส่วนที่ติดกับที่ดินข้างเคียงก็ปลูกต้อนไม้ใหญ่และไม้พุ่มให้ดูเรียบร้อยดี

หันกลับมาทางส่วน Lobby อีกครั้งกัน เดี๋ยวเราจะพาเดินเข้าไปส่วนโถงลิฟต์ ขึ้นไปยังชั้น Facilities กัน

ก่อนจะเข้าสู่โถงลิฟต์จะต้องสแกนบัตรกันก่อน

เข้ามาจะเจอส่วน Mail Box ก่อนนะคะ

ส่วนลิฟต์โดยสารจะอยู่ทางฝั่งขวาของ Mail Box โดยที่นี่ให้ลิฟต์โดยสารทั้งหมด 3 ตัว และลิฟต์ Service อีก 1 ตัวค่ะ เมื่อนับอัตราส่วนลิฟต์ต่อจำนวนยูนิตแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 153.3 : 1 จัดว่ามีความหนาแน่นเกินปกติมาระดับนึงนะคะ ในส่วนของลิฟต์ที่นี่จะได้เป็นลิฟต์ล็อกชั้น (Proxy Lift) ซึ่งสามารถขึ้น-ลงได้เฉพาะชั้น Lobby ชั้น Facilities และชั้นห้องพักอาศัยของตัวเองเท่านั้น ข้อดีคือเรื่องของความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านในแต่ละชั้นที่มีมากขึ้น

ชั้น 2-4 เป็นชั้นที่จอดรถทั้งหมด โดยจำนวนที่จอดรถของที่นี่ (นับจากช่องจอดในแปลน) มีทั้งหมดประมาณ 180 คัน หรือคิดเป็น 39% และเมื่อคิดรวมซ้อนคันคร่าวๆ จะอยู่ที่ประมาณ 47% ซึ่งหากมองในแง่ของโครงการที่อิงทำเลรถไฟฟ้า และเดินทางโดยใช้รถสาธารณะสะดวกก็พอจะหักลบกับการใช้รถยนต์ไปได้พอสมควรค่ะ แต่เมื่อเทียบกับโครงการข้างเคียงที่อยู่ติดถนนใหญ่และอยู่ในรัศมีเดินไปรถไฟฟ้าได้สะดวกนั้น โครงการนี้ถือว่าให้ที่จอดรถน้อยกว่าที่อื่นๆ อยู่เหมือนกันนะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 5  ซึ่งเป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ และเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยด้วย มาพูดถึงส่วน Facilities กันก่อนนะ โครงการนี้จะให้สระว่ายน้ำแบ่งเป็นสระผู้ใหญ่ สระเด็ก และ Jacuzzi มี Fitness ด้านข้างสระ พร้อมทั้งส่วน Library สำหรับเป็นพื้นที่นั่งทำงานและห้อง Laundry ไว้ให้ลูกบ้านซักผ้า อบผ้ากันได้ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องซักผ้าส่วนตัวในห้อง ถือว่าให้มาครบครันทีเดียวค่ะ แต่เมื่อเทียบกับโครงการข้างเคียงก็ไม่ได้ถือว่าให้มากกว่าโครงการอื่นๆ นะ

มาที่ส่วนห้องพักอาศัยในชั้นนี้นั้นมีจำนวนยูนิตทั้งหมด 12 ยูนิต ถือว่ามีจำนวนยูนิตต่อชั้นไม่มาก และมีการกั้น Double Access แยกส่วนจาก Facilities หลักเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านในชั้นนี้ได้ดีเลยค่ะ สำหรับใครที่ชอบความสะดวกในการใช้ Facilities ไม่ได้ซีเรียสในเรื่องเสียงดัง หรือความวุ่นวายด้วยความที่เป็นชั้น Facilities ด้วย รวมทั้งเรื่องของวิวมุมสูง ชั้นนี้ก็ตอบโจทย์นะ

ไปดูในอาคารจริงกัน จากโถงลิฟต์ชั้น 5 การตกแต่งในชั้นบนบริเวณโถงลิฟต์จะถูกลดทอนลงมาหน่อย ดูเรียบง่ายมากขึ้น

มีกั้น Double Access ให้ลูกบ้านในชั้นนี้ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ

ภายในส่วนโถงทางเดินมีความกว้างประมาณ 1.5 ม. เดินได้สบายๆ สุดทางโถงทางเดินมีช่องเปิดขนาดใหญ่ทำให้ส่วนโถงทางเดินได้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาพอสมควร ไม่มืดทึบมากค่ะ ที่ชอบคือส่วนฝ้าเพดานที่มี Drop ฝ้าตกแต่งให้ด้วย

ออกมายังส่วน Facilities แล้ว ด้านหน้าจะเป็นส่วนสระว่ายน้ำค่ะ ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการปรับปรุงก่อสร้างสระอยู่นะ อาจจะมีความไม่เรียบร้อยอยู่บ้าง อ้อลืมบอกว่านิติบุคคลที่นี่ใช้บริษัท Plus Property เป็นผู้ดูแลจัดการค่ะ ภาพรวมก็ถือว่าดูแลได้เรียบร้อยดี แต่ในเชิงลึกไม่ทราบนะ ใครอยู่ที่นี่มาแชร์ประสบการณ์กันเพิ่มเติมได้นะคะ เผื่อเป็นข้อมูลเชิงลึกสำหรับคนที่สนใจโครงการ ^^

หันกลับมาจะเป็นส่วน Laundry ด้านขวาเป็นห้องน้ำแยกชาย/หญิง

ภายในส่วน Laundry มีเครื่องซักผ้าให้ 3 เครื่องและเครื่องอบผ้า 2 เครื่อง รวมทั้งตู้กดน้ำด้วย

มาดูที่ห้องน้ำกันต่อนะคะ เข้ามาจะเป็นส่วน Locker ไว้สำหรับเก็บของเก็บเสื้อผ้า

ลึกเข้ามาก็จะเป็นส่วนอาบน้ำและห้องน้ำค่ะ การตกแต่งก็จะเรียบๆ เน้นสีดำ สไตล์ Modern

จากห้องน้ำเดินออกมาส่วนด้านนอกแล้ว เดี๋ยวเราไปดูส่วน Fitness ที่อยู่ด้านข้างสระว่ายน้ำกันก่อนนะคะ

ภายใน Fitness ได้ขนาดใหญ่ทีเดียวนะ มีเครื่องเล่นเยอะ แบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนเวท และโซนเครื่องเล่นออกกำลังกาย

เครื่องเล่นทั้งหมดประมาณ 12 เครื่อง ถือว่าให้พอสมควรนะคะ บรรยากาศภายในน่าใช้งานดีนะ ดูโปร่งโล่ง ได้บรรยากาศสระว่ายน้ำและสวนรอบข้าง

มาดูที่สระว่ายน้ำกันต่อนะคะ สำหรับที่นี่เค้าจะแบ่งสระผู้ใหญ่และสระเด็กแยกจากกันชัดเจน ขนาดของสระมีความยาวพอสมควรสามารถใช้ออกกำลังกายได้ค่ะ ด้านข้างปลูกต้นไม้และจัดสวนออกมาได้สวยงามดีทีเดียวค่ะ

พื้นที่วาง Day Bed ได้ประมาณ 4-5 ตัว ข้างสระ อยู่ใต้เงาต้นไม้

สุดทางของสระผู้ใหญ่ตกแต่งเป็นซุ้มเล็กๆ แบบนี้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นบริเวณ Jacuzzi ค่ะ มีที่นั่งให้เรียบร้อย

ถัดมาทางซ้ายเป็นทางเข้าส่วน Library ของโครงการ

ภายใน Library ได้บรรยากาศน่านั่งทีเดียวค่ะ จะมานั่งเล่นหรือมานั่งทำงานก็ได้นะ

ด้านข้างเค้ามีตู้บริการเครื่องดื่มด้วย แต่ต้องหยอดเหรียญนะ ราคาก็แพงกว่าซื้อในร้านสะดวกซื้อมาหน่อย

ส่วน Library นี้จะเป็นห้องฝ้าเพดานสูง ได้กระจกรอบทิศ เห็นวิวสวยและดูโปร่งโล่ง ภายในให้ชุดเก้าอี้โซฟา และโต๊ะทำงานมาพอสมควร รองรับลูกบ้านถึง 18-20 คน ส่วนด้านข้าง Built-in ชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่มาให้และมีหนังสือส่วนกลางสำหรับลูกบ้านมาหยิบยืมอ่านกันได้ค่ะ

ชั้น 6-26 เป็นชั้น Typical Floor Plan นะคะ ลักษณะการวางผังจะเป็นรูปตัว L และวางตำแหน่งโถงลิฟต์อยู่ตรงกลางง่ายต่อการเดินดีค่ะ ส่วนใหญ่ห้องที่นี่จะเน้นเป็นห้อง 1 Bedroom เกือบทั้งหมด มีห้อง 2 Bedroom อยู่ 2 ห้องต่อชั้นเท่านั้น ส่วนจำนวนยูนิตต่อชั้นนี้จะอยู่ที่ 18 ยูนิตต่อชั้นถือว่าไม่หนาแน่นค่ะ

ชั้น 27 จะเป็นชั้นที่มีจำนวนยูนิตลดลงมาจาก 18 ยูนิตต่อชั้นเป็น 14 ยูนิต ห้อง 1K และ ห้อง 1J ในชั้นนี้จะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นกว่าชั้นล่างๆ เพราะได้พื้นที่โถงทางเดินเป็นส่วนตัวไม่มีใครเดินผ่านเหมือนในชั้นล่างๆ

และชั้น 28-31 ก็เป็นแปลนแบบเดียวกับชั้น 27 เลยค่ะ แค่ไม่มีหลังคาปิดด้านบนเท่านั้นเอง

ปิดท้ายด้วยวิวมุมสูงของโครงการกันบ้างนะคะ วิวที่ถ่ายมานั้นจะไม่ใช่ชั้นบนสุดนะ แต่จะเป็นวิวประมาณชั้นที่ 20 ซึ่งเราไปเก็บมาจากห้องพักอาศัยเลยค่ะ ที่นำมาให้ดูจะมี 2 ทิศ คือทิศตะวันตกหันไปทางเอกมัย-ทองหล่อ และทิศตะวันออกหันไปทางอ่อนนุชไปดูกันค่ะ

ทิศตะวันตกจะได้วิวแบบ City View มองเห็นตึกราบ้านช่องได้ในระยะไกลๆ เลย โปร่งโล่งและไม่มีอาคารสูงมาบังวิว

ส่วนใครได้ห้องทิศตะวันตกด้านหน้าๆ ตึกหน่อยวิวก็จะเห็นวิวมาถึงย่านพระโขนง (สุขุมวิท 71) ด้วยที่ส่วนใหญ่ยังคงบรรยากาศเก่าแก่ เป็นอาคารแนวราบโดยมาก แต่ที่เด่นๆ จากห้องที่ไปถ่ายมาคือตึก Sky Walk นี่แหละค่ะ เรียกว่าเป็นห้องที่ได้วิวตึก Sky Walk ไปเลย

หันมาทางทิศตะวันออกที่หันหน้าไปทางอ่อนนุชกันบ้าง ใครที่อยู่มุมด้านในหน่อยก็จะโดนโรงแรม Ibis Style Bangkok บังวิวระยะไกลไปพอสมควรเลย แต่ก็ไม่ถึงกับอยู่ในระยะประชิดนะคะ ยังพอมีระยะร่นบ้างจากความกว้างของสระและ Set Back ระหว่างอาคาร ซึ่งแน่นอนว่าทิศตะวันตกวิวดีกว่าแน่ๆ แลกกับเป็นทิศที่โดนแดดมากกว่า

ระยะห่างระหว่างอาคารก็จะประมาณ 41 ม. ค่ะ (วัดจาก Google Earth)

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 2 สระ ระบบเกลือ แบ่งสระเด็กลึก 0.6 เมตร สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 12 เครื่อง
  • Sculpture Garden 600 ตร.ม.
  • Library
  • Laundry
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์ 153.3 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 180 คันคิดเป็น 39 % รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 47 %
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวฉบับนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการนะคะ แต่ไม่ได้พาไปชมห้องตัวอย่างนะ เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 แล้วรายละเอียดต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้องไปแล้ว หากใครสนใจห้องในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องกันเองเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะจริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งห้องนะคะ เช่น การดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรมไป มีอะไรชำรุดไหม หรือเจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายรึเปล่า และแน่นอนว่าหากเราไม่ได้ชอบการตกแต่งของเจ้าของเดิมเสียเท่าไหร่ หรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมมาขึ้นด้วยนะคะ

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ (ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยนะคะ)

  • พื้นลามิเนต 12 มม.
  • พื้นกระเบื้อง (ครัว,ห้องน้ำ,ระเบียง)
  • แอร์แบบฝังฝ้า
  • Pantry ครัว พร้อมเตาเซรามิกและ Hood

ห้องแบบ 1A หรือห้อง 1 Bedroom ขนาด 29 – 29.50 ตร.ม. จัดเป็นห้องที่มีจำนวนมากที่สุดในโครงการ ลักษณะห้องเป็นแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสแบ่งส่วน Common Area อย่างครัว โต๊ะรับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นไว้ด้านนึง และแบ่งอีกด้านนึงเป็นห้องนอนและห้องน้ำภายในตัว จุดพิเศษของห้องนี้คือผนังระหว่างเตียงนอนและพื้นที่นั่งเล่นสามารถเชื่อมกันได้ เพราะออกแบบให้มีหน้าต่างบานเฟี้ยมเพื่อเชื่อมพื้นที่เข้าด้วยกัน ทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้น รวมทั้งสามารถนอนดูทีวีจากเตียงนอนได้เลยเช่นกัน ส่วนพื้นที่ครัวและโต๊ะรับประทานอาหารนั้นจะใช้พื้นที่ร่วมกันเลยนะคะ ในส่วนพื้นที่ครัวได้ขนาดพอสมควรเลยนะประมาณ 1/4 ของห้องเลย ทำให้มีพื้นที่เตรียมอาหารพอสมควร ไม่เล็กจนเกินไป แต่เป็นครัวที่เหมาะกับการทำอาหารเบาๆ หรือแค่อุ่นอาหารมากกว่าการทำอาหารหนักๆ นะคะ เพราะถึงจะแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนก็จริงแต่การไม่ได้กั้นห้องนั้นจะทำให้กลิ่นอาหารลอยไปทั่วห้องได้เช่นกัน ส่วนพื้นที่ระเบียงนั้นได้ขนาดกะทัดรัดตามขนาดห้อง แต่มีข้อดีที่ทำพื้นที่สำหรับวาง CDU แอร์ให้เรียบร้อย

ห้อง 1B ห้อง 1 Bedroom ขนาด 48.50 ตร.ม. ห้องนี้จะเป็นห้องที่น่าจะแปลกตาที่สุดในโครงการนะคะ จากที่เห็นมุมแหลมเฟี้ยวตรงส่วนพื้นที่นั่งเล่นนี้ ซึ่งมุมนี้นั้นเป็นมุมแหลมที่ทางทีมออกแบบดีไซน์ไว้เป็น Trick สู้กับทางสามแพร่ง ที่ตัดกับถนนสุขุมวิท 71 นั่นเอง และด้วยโจทย์ที่เกี่ยวเนื่องกับศาสตร์ความเชื่อก็ทำให้เกิดแปลนห้องหน้าตานี้ขึ้น จะเห็นว่าในส่วนพื้นที่นั่งเล่นนี้ค่อนข้างโดดเด่นทีเดียวนะคะ เพราะมีสเต็ปพื้นให้มีระดับพื้นแตกต่างจากห้องอื่นๆ รวมทั้งมีขนาดพื้นที่นั่งเล่นขนาดใหญ่และผนังทั้ง 2 ด้านก็เป็นกระจกแบบ Ceiling Height (จากพื้นถึงฝ้าเพดาน) ด้วย เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบพื้นที่นั่งเล่นขนาดใหญ่ไว้ต้อนรับแขก หรือใครที่ทำงานที่บ้าน ใช้พื้นที่นั่งเล่นที่บ้านเป็นออฟฟิศเล็กๆ ของตัวเอง ตรงนี้จะได้บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ

ห้อง 1C และ ห้อง 1D เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาดเท่ากันอยู่ที่ 34.50 ตร.ม. เป็นขนาดขยับขึ้นมาจากห้อง 1A อยู่พอประมาณ แปลนภายในของทั้ง 2 Type นี้จะเหมือนกันนะคะ แค่มีการกลับด้านกันเท่านั้น ส่วนการจัดวางฟังก์ชันภายในจะค่อนข้างคล้ายคลึงกับห้อง 1A เลย แต่ได้ขนาดใหญ่ขึ้นมา ทำให้ได้พื้นที่นั่งเล่นใหญ่ขึ้นมาและได้ Bay Window บริเวณพื้นที่นั่งเล่นด้วย ซึ่งบริเวณนั้นสามารถจัดวางโต๊ะทำงานเล็กๆ เพิ่มเติมได้นะคะ ในส่วนของห้องนอนก็เป็นห้องนอนที่มีสัดส่วนและมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ผนังห้องไม่ได้มีหน้าต่างบานเฟี้ยมเหมือน ห้อง 1A แล้วแต่เป็นผนังทึบปกติ มีพื้นที่ Walk in Closet เป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วยค่ะ ซึ่งสำหรับใครที่มีงบประมาณเพิ่มขึ้นมาประมาณ 680,000 – 870,000 บาท หรืออยู่ด้วยกัน 2 คน ห้องนี้ค่อนข้างลงตัว และอยู่สบายสำหรับ 2 คนค่ะ

ห้อง 1F เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 31 ตร.ม. เป็นห้องที่ได้ตำแหน่งติดกับบันไดหนีไฟ ติดกับเพื่อนข้างห้องเพียงห้องเดียวนะคะ ภายในห้องนี้จะคล้ายคลึงกับห้อง Type 1A แต่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาประมาณ 2 – 2.5 ตร.ม. สิ่งที่แตกต่างคือตำแหน่งของระเบียง จากที่ติดกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นก็ย้ายมาอยู่ติดกับส่วนห้องนอนแทน แต่การเข้า-ออกส่วนระเบียงก็ยังจะเข้าออกจากพื้นที่นั่งเล่นเช่นเดิมนะคะ นอกจากนี้ CDU แอร์ของห้องนี้จะยกขึ้นไปซ่อนใต้ฝ้าเพดานของระเบียง ทำให้สามารถใช้ระเบียงได้เต็มที่ ภายในห้องนอนเมื่อเทียบกับห้อง 1A จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย ได้พื้นที่ของตู้เสื้อผ้าเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยและแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ตรงกลางเป็นทางเข้าห้องน้ำภายในห้องนอน

ห้อง 1G ขนาด 37.50 ตร.ม. ค่อนข้างให้ความสำคัญกับพื้นที่ครัวมาก จะเห็นพื้นที่ครัวมีเกือบ 1/3 ของห้องเลยนะคะ เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารนะ แต่เสียดายตรงที่น่าจะได้เป็นครัวปิดเป็นสัดส่วนไปเลย เวลาจะทำอาหารหนักๆ แล้วก็จะได้ไม่มีกลิ่นมารบกวนใจด้วย นอกนั้นการจัดวางพื้นที่นั่งเล่นและภายในห้องนอนก็จะคล้ายคลึงกับห้องที่แล้วมานะคะ

ห้อง 1I และ 1K มีหน้าตาแปลนใกล้เคียงกันมาก สรุปโดยรวมจัดเป็นห้องที่ค่อนข้างลงตัวให้ความสำคัญกับพื้นที่ห้องนอน ได้ขนาดใหญ่และวางตำแหน่งห้องน้ำอยู่ในห้องนอน ด้วยขนาด 40.50 – 41 ตร.ม. นั้นอยู่สบายสำหรับ 2 คน มีจุดที่แตกต่างกันระหว่าง 2 Type นี้ก็คือ

  • ขนาดของพื้นที่เตียงนอนและห้องน้ำภายในห้องนอน : 1I ได้พื้นที่บริเวณเตียงนอนมากกว่า ซึ่งใครอยากวางเตียงขนาดใหญ่ 6 ฟุต และมีพื้นที่ทำงานด้านข้างขนาดใหญ่หน่อยก็เลือกห้อง 1I ได้เลย ส่วนห้อง 1K ให้ความสำคัญกับห้องน้ำที่ได้ขนาดใหญ่กว่า แต่ก็แลกกับขนาดพื้นที่เตียงที่เล็กลงมานะคะ
  • ตำแหน่งชั้น : ห้อง 1I จะอยู่ชั้น 6 – 26 ส่วนห้อง 1K นั้นอยู่ชั้นสูง 27 ขึ้นไปและเป็นห้องมุมที่ไม่ติดกับห้องไหนเลย เพราะเป็นห้องมุมและอีกด้านก็อยู่ติดกับบันไดหนีไฟ ดังนั้นเหมาะมากกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว หรือเป็นคนที่ชอบฟังเพลงดังๆ ก็เหมาะนะ 55 แต่แอบเสียดายหน่อยว่าเป็นห้องมุมที่ได้วิวภายนอกจากทิศเดียว น่าจะสามารถเห็นวิวได้ทั้ง 2 ทิศให้เหมาะกับการเป็นห้องวิวมากขึ้นหน่อย

ห้อง 1J ห้อง 1 Bedroom ขนาด 40 ตร.ม. เป็นห้องหน้าแคบลึก มีโถงทางเดินเล็กๆ เข้าสู่ห้องก่อนจะเชื่อมกับพื้นที่ครัวและพื้นที่นั่งเล่นก็ดูเป็นสัดส่วนดี แต่ก็จะเสียพื้นที่ทางเดินค่อนข้างมากกว่าห้องอื่นๆ หน่อย ส่วนข้อดีของห้องนี้ที่พิเศษกว่าห้องขนาดประมาณ 40 ตร.ม. ด้วยกันน่าจะเป็นตำแหน่งของห้องคือได้ห้องมุมที่ 3 ฝั่งไม่ติดกับเพื่อนบ้านเลย แต่เสียดายคือได้วิวฝั่งเดียวนี้แหละค่ะ

ห้อง 2A หรือห้อง 2 Bedroom ขนาด 61.50 ตร.ม. เป็นห้องหน้ากว้าง ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน คร่าวๆ ตรงกลางเป็นส่วน Common Area มีครัวอยู่ติดกับประตูทางเข้า ได้พื้นที่รับประทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่ง และพื้นที่นั่งเล่นอยู่ด้านในสุดวางโซฟาขนาดใหญ่ได้ มีทางเข้าไปยังระเบียงด้านข้างเช่นเดียวกับห้องอื่นๆ ส่วนห้องนอนเล็กนั้นจะอยู่ทางฝั่งขวาเหมาะกับการวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต เป็นขนาดกำลังดีสพหรับห้องนี้นะคะ ที่ติดกับห้องนอนเล็กก็จะเป็นห้องน้ำซึ่งใช้ร่วมกันกับส่วน Common Area และห้องนอนเล็ก อีกฝั่งนึงจะเป็นห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) ได้ขนาดใหญ่ มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานเล็กๆ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวค่ะ

และห้องสุดท้ายคือห้อง 2 Bedroom ขนาด 65.50 ตร.ม. มีหน้าตาแปลนแตกต่างจากแปลน 2A สิ้นเชิง ข้อดีของห้องนี้เลยคือเป็นห้องมุม ได้วิวจากทั้ง 2 ทิศ ให้ความสำคัญกับห้องนอนใหญ่มาก ได้ Bay Window ขนาดใหญ่ รับวิวและแสงธรรมชาติเต็มที่ ส่วนครัวนั้นจะมีขนาดเล็กกว่าห้อง 2A นะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 13 December 2016

  • เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2016 จะอยู่ที่ประมาณ 120,000 – 146,000 บาท/ตร.ม.
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Wyne Sukhumvit เป็นหนึ่งในคอนโด High Rise ในย่านพระโขนง ที่ติดถนนสุขุมวิท ใกล้ BTS พระโขนงในระยะเดินได้ง่าย สภาพแวดล้อมโดยรอบจัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ระดับนึง ถึงไม่มากเมื่อเทียบกับทำเลข้างเคียงทั้งย่านเอกมัย-ทองหล่อ หรือเลยไปหน่อยอย่างย่านอ่อนนุช แต่ปัจจุบันก็มี W District และร้านคาเฟ่อย่าง Naiipa Art Complex มาส่งเสริมย่านพระโขนงนี้ให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นจากแต่ก่อนที่เป็นย่านชุมชนเก่าแก่มานาน รวมทั้งในอนาคตก็จะมี Summer Hill Community Mall ขนาดย่อมๆ เจ้าของเดียวกับ Rain Hill ที่สุขุมวิท 47 ก็ช่วยทำให้ย่านนี้มีสีสันมากขึ้นไปด้วย สำหรับทำเลนี้นั้นเหมาะกับคนที่มองหาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ใกล้เมือง ไม่เลยไปไกลถึงย่านอ่อนนุช และอยู่ในราคาที่พอหยิบจับได้ง่ายกว่าคอนโดในเมืองเลยอย่างเอกมัย-ทองหล่อ

ส่วนเรื่องที่ตั้งโครงการที่อยู่เยื้องกับจุดตัดถนนสุขุมวิท 71 นั้นก็จัดว่าเป็นที่ฮือฮาพอสมควรในช่วงระหว่างการขายของโครงการนี้ เพราะตามความเชื่อในเรื่องทางสามแร่ง นั้นจะเป็นความเชื่อที่ค่อนข้างติดลบพอสมควร ทั้งนี้ทางโครงการเองก็มีการออกแบบเพื่อลดทอนทางสามแพร่งนี้ตามศาสตร์ความเชื่ออยู่เช่นเดียวกันนะคะ ทั้งการทำ Facade เป็นทรงแหลมหันไปทางสามแพร่ง ใช้กระจกและอลูมิเนียมสะท้อนสิ่งไม่ดีออก เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ที่เราจะอยู่แบบ Long Term นั้นความสบายใจของผู้อยู่ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกันนะ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลแล้วค่ะ ว่าให้ซีเรียสกับทางสามแพร่งไหม

สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ของโครงการนี้ถือว่าสะดวกทั้งคนที่ทำงานบนถนนสุขุมวิท และถนนพระราม 4 เพราะถึงแม้โครงการจะติดถนนสุขุมวิท แต่ก็อยู่ไม่ไกลจากแยกพระโขนงที่ตัดกับถนนพระราม 4 ซึ่งเมื่อเทียบกับโครงการข้างเคียงที่ติดถนนสุขุมวิทเช่นเดียวกัน Wyne Sukhumvit จะเข้าพระราม 4 ได้ง่ายสุดไม่ต้องไปกลับรถ แต่เสียดายตรงที่จำนวนที่จอดรถโครงการค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับโครงการข้างเคียง โดยมีที่จอดรถให้ประมาณ 39% (นับช่องจอด)

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช่รถ จัดว่าสะดวกเพราะอยู่ติดถนนใหญ่เรียกรถง่าย และอยู่ในรัศมีการเดินไป BTS พระโขนงเพียง 350 ม. จัดว่าไม่ไกลสำหรับการเดิน แต่อาจจะลำบากหน่อยตรงที่ต้องเดินข้ามแยกพระโขนงที่รถฝั่งสุขุมวิทสามารถเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดได้ และปริมาณรถก็ไหลตลอด หาจังหวะข้ามค่อนข้างยากพอสมควร ใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัยหน่อยก็สามารถขึ้นสะพานลอยก่อนแยกพระโขนงข้ามไปอีกฝั่งแทนได้ ทั้งนี้หากใครที่มองหาคอนโดใกล้ BTS พระโขนงก็ยังมีตัวเลือกอีกหลายที่ ทั้งที่ติด BTS เลย หรือเดินในระยะใกล้กว่าโครงการก็มีเช่นเดียวกัน สำหรับใครที่มองหาคอนโดใกล้ BTS โดยเฉพาะก็ยังมีอีกหลายโครงการให้พิจารณา (Life @ Sukhumvit 65 , Rhythm Sukhumvit 44/1 , Sky Walk , Le Luk , The Room Sukhumvit 69)

การออกแบบโครงการทำออกมาได้น่าสนใจ และมีบรรยากาศน่าอยู่ตามสไตล์ของพี่แสนที่เน้นในเรื่องบรรยากาศและภาพลักษณ์เป็นสำคัญ ที่แปลกและเพิ่มเติมขึ้นมาก็คงจะเป็นการออกแบบเพื่อลดทอนทำเลที่อยู่ตรงทางสามแพร่งพอดี ก็ทำให้หน้าตาอาคาร รวมไปถึงห้อง Type 1B มีแปลนที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยค่ะ ส่วนนิติบุคคลที่นี่ให้บริษัท Plus Property เป็นผู้ดูแล ก็จัดว่าภาพรวมโครงการผ่านมา 3 ปีกว่าก็ดูเรียบร้อยดีค่ะ ส่วนห้องพักอาศัยโครงการนี้เน้นไปที่ห้อง 1 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 29 – 48.50 ตร.ม. มีหลายแบบหลาย Type ให้เลือก โดยส่วนใหญ่เน้นความเชื่อมต่อของฟังก์ชันครัวและพื้นที่นั่งเล่น เพื่อให้ได้แสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้ทั่วถึง แต่เสียตรงที่ครัวเหมาะกับการทำครัวเบามากกว่าทำครัวหนัก ไม่มี Type ไหนจัดให้เป็นครัวปิดเลย ส่วนห้องนอนจะได้เป็น Master Bedroom ทั้งหมด คือมีห้องน้ำภายในห้องนอน

วัสดุโครงการนั้นอาจจะวิเคราะห์ได้ยากเพราะสถานะโครงการปัจจุบันเป็นมือ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นความคุ้มค่าที่ได้ในแต่ละห้องก็จะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งงานตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ ที่เจ้าของมือ 1 ได้ซื้อไว้ รวมไปถึงสภาพของเฟอร์นิเจอร์และห้องด้วยว่ามีทรุดโทรมหรือชำรุดมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้สำหรับใครที่สนใจโครงการนี้ก็ควรจะต้องดูเปรียบเทียบกับหลายๆ ห้องกับราคาขายที่ขึ้นอยู่กับเจ้าของมือ 1 ควบคู่ไปด้วย

สาธารณูปโภคจัดว่าครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสมุด และ Sculpture Garden ต่างตกแต่งและดูแลอยู่ในสภาพดีน่าใช้งานทั้งหมด และเพียงพอกับการใช้งาน ซึ่งเทียบกับโครงการข้างเคียงก็ถือว่าให้มามาตรฐานไม่ได้มากหรือน้อยไปค่ะ

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

  • UPPER CLASS

 

BOTTOM LINE

Wyne Sukhumvit เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดติดถนนสุขุมวิทในย่านพระโขนง เดินทางไปถนนสุขุมวิทหรือพระราม 4 ก็สะดวก และใกล้ BTS พระโขนงในระยะที่เดินได้ ไม่ซีเรียสเรื่องทางสามแพร่ง ชอบบรรยากาศและภาพลักษณ์ของแสนสิริ มีงบประมาณระดับ 3.5 – 9.5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 25,000 – 76,000 บาท/เดือน

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้เราหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

3 Comments

  • ลูกบ้าน

    ชั้นสามสิบห้องมุมเหลี่ยม มีคนเลี้ยงหมาไว้ จะได้ยินเสียงเห่ากลางคืน รำคาญมาก

  • ท่อตันเหมือน KEYNE ไหม

  • ลูกบ้าน

    ที่สุดแห่งคอนโด ส่วนกลาง ดี สะดวกกานเดินทาง แวดล้อมด้วยของกินราคาถูกอร่อย จะมีsummer hill ให้เดินกิน เร็วนี้ อีกด้วย

Leave a Reply