Circle S สุขุมวิท 12 คอนโด Low Rise พร้อมอยู่ ในซอยสุขุมวิท 12 ห่างจาก BTS อโศก 600 เมตร [รีวิวฉบับที่ 865]

July 3, 2015 16:030 comments

Circle S FB Cover2 3-4

รีวิวฉบับที่ 865  สวัสดีค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยย่าน อโศก – นานา วันนี้จะพาไปดูคอนโด Low Rise สูง 8  ชั้น สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ในซอย สุขุมวิท 12 หรือ ซอยข้างๆ Korean Town นั่นเอง เดินทางสะดวกสบาย ตั้งอยู่ใจกลางเมือง อยู่ระหว่างรถไฟฟ้า 2 สถานี ห่างสถานีอโศก 600 เมตร และ ห่างสถานีนานา 700 เมตร นั่นก็คือโครงการ  Circle S สุขุมวิท 12 ของบริษัท เฟรเกรนท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่มาพร้อมกับแนวคิด ” Smart Boutique Condominium” ไปชมรายละเอียดกันเลยค่ะ

Fact @ 29 June 2015

  • Circle S Sukumvit 12 (เซอร์เคิล เอส สุขุมวิท 12)
  • บริษัท เฟรเกรนท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : คลองเตยเหนือ
  • คอนโด  Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 108 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 16 ยูนิตที่ชั้น 3-7
  • ที่จอดรถประมาณ  66 ช่องจอด ไม่รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น  61% รวมจอดซ้อนคัน จอดได้ 78 คัน คิดเป็น 72%
  • ที่ดินประมาณ 1-0-4 ไร่
  • Studio 33 ตารางเมตร  ราคาเริ่มต้น 4.8 – 5.1 ล้านบาท หรือ  143,000 – 155,000 บาทต่อตารางเมตร
  • 1 Bedroom 42 – 46 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 5.4 – 6.5 ล้านบาท หรือ  127,000 – 150,000 บาทต่อตารางเมตร
  • 2 Bedrooms 68 – 83 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 9.5 – 10.2  ล้านบาท หรือ 137,000 – 143,000 บาทต่อตารางเมตร
  • Penthouse 179 – 186 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น  32  ล้านบาท หรือ 179,000 บาทต่อตารางเมตร
  • ฝ้าเพดานสูง  2.60 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 4.8 ล้านบาทหรือประมาณ 143,000 บาทต่อตารางเมตร
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS นานา ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS นานา (E3)
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS อโศก ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไไฟ้า: BTS อโศก (E4)
  • http://www.circlesukhumvit12.com
  • โทร 02-652-9919

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.735264, 100.557885

Circle S Project

จากแผนที่โครงการ  ที่ตั้งของ Circle S สุขุมวิท 12 ตั้งอยู่ในซอย สุขุมวิท 12 โดยอยู่ห่างจากหน้าปากซอยประมาณ 300 เมตร จุดสังเกตง่ายๆคือหน้าปากซอยจะมี Korean Town พลาซ่าแหล่งรวมร้านค้าและร้านอาหารสไตล์เกาหลี ที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อย่างเกาหลีอยู่หน้าซอย ฝั่งตรงข้าม เยื้องๆไปหน่อยจะเป็น  Robinson และ โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit คงจะพอนึกออกกันแล้วใช่มั้ยคะ ตัวโครงการอยู่ระหว่างรถไฟฟ้า 2 สถานีคือ สถานีอโศก และ สถานีนานา โดยห่างจากสถานีอโศกประมาณ 600 เมตร และห่างจากสถานีนานาประมาณ 700 เมตร ถ้าจะเดินกันจริงๆ เดินมาจากสถานีอโศกจะรู้สึกว่าสะดวกและใกล้กว่าเนื่องจากมี Skywalk เดินมาลงได้บริเวณตึก Times  Square เดินต่อมาอีกซักพักก็จะถึงโครงการแล้วค่ะ

Circle S Overall map

ทำเลที่ตั้งโครงการมองรวมๆแล้วถือว่า ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมีความเจริญและอุดมสมบูรณ์สูง คือไม่ว่าจะอยากได้ อยากกินอะไรก็มีให้ ตัวโครงการหลบเข้ามาอยู่ในซอยสุขุมวิท 12 ประมาณ 300 เมตร ถึงแม้ว่าเวลาจะออกไปไหนจะต้องเดินไกลหน่อยแต่ก็ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าคอนโดที่ติดถนนใหญ่  บนถนนสุขุมวิทในช่วงอโศก-นานาถือได้ว่าเป็นโซนที่มีชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ โดยในย่านนานาตั้งแต่ซอยสุขุมวิท 3-23 ชาวต่างชาติส่วนใหญ่มักจะเป็นชาวตะวันออกกลาง ซึ่งมาตั้งรกรากค้าขายกันในย่านนี้กันมานานแล้ว สังเกตบริเวณข้างทางจะมีร้านขายผ้า ตัดเสื้อสูท ร้านอาหาร และร้านค้าของชาวตะวันออกกลางอยู่พอสมควร และในช่วงซอย สุขุมวิท 12 ซอยที่ตั้งโครงการจะเป็นย่านชุมชนของชาวเกาหลี หน้าปากซอยมี Korean Town พลาซ่าที่รวมร้านอาหาร และ ร้านค้าของชาวเกาหลีโดยเฉพาะ ด้วยเหตุที่ย่านนี้มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากทั้งมาเที่ยวและมาพักอาศัยอยู่ สถานที่สำคัญรอบๆส่วนใหญ่จึงเป็น โรงแรม อพาร์เมนท์ และ แมนชั่น  โดยโรงแรมใหญ่ที่ใกล้โครงการได้แก่ โรงแรม เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท , โรมแรม Sofitel Bangkok Sukumvit เป็นต้น

นอกจากนั้นโครงการยังตั้งอยู่ระหว่างย่านธุรกิจศูนย์รวมอาคารสำนักงาน อย่างอโศกและเพลินจิต อาคารสำนักงานที่ใกล้ๆโครงการได้แก่ อาคาร Times  Square , Exchange Tower และ Ploenchit Center   หรือถ้าอยากจะไปเดินเล่นช้อปปิ้ง กิน เที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง ศูนย์การค้าที่ใกล้ที่สุดที่อยู่ในระยะที่เดินไปได้ก็คือ Terminal 21 ศูนย์การค้าใหญ่ใจกลางอโศกที่เปิดมาได้ซักพัก ถัดมาอีกหน่อยทางชิดลม-เพลินจิต ก็จะมี Central Embassy และ Central ชิดลม หรือจะนั่งรถไฟฟ้าไปสยามเลยก็ใช้เวลาไม่นาน

การเข้าถึงโครงการ สามารถเข้าถึงโครงการได้เส้นทางเดียวคือ ใช้ถนนสุขุมวิท ถนนเส้นนี้รถค่อนข้างติดโดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนและวันเสาร์ -อาทิตย์ที่คนออกมาเที่ยวกัน บางเวลาติดหนักแทบไม่ขยับก็มี  และภายในซอยสุขุมวิท 12 เป็นซอยตันไม่มีทางเอาไว้ลัดเลาะหนีรถติด  สำหรับทางด่วนที่ใกล้ที่สุดจะเป็นทางด่วน ดินแดง-พระราม 9 – แจ้งวัฒนะ อยู่บริเวณเพลินจิต ตรงช่วงสุขุมวิทซอย 1 ใกล้ๆกับอาคาร Q  House ห่างจากโครงการประมาณ 1.3 กิโลเมตร  สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถสำหรับถือว่าค่อนข้างสะดวกเพราะใกล้รถไฟฟ้าทั้งสถานี นานา และ สถานี อโศก โดยสถานีอโศกยังเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี สุขุมวิท หรือถ้าใครมีธุระต้องใช้ Airport link ก็สามารถต่อรถไฟฟ้าใต้ดินมาขึ้นที่สถานีมักกะสันได้ไม่ไกลจากโครงการมากนัก

Circle S zoom map

มาดูภายในซอยสุขุม 12 กันค่ะ ตัวโครงการจะต้องเดินเข้าไปในซอยสุขุมวิท 12 ไปประมาณ 300 เมตร สภาพโดยรวมของซอยนี้เป็นซอยค่อนข้างเล็ก ถนนซอยกว้างประมาณ 6 เมตร รถสวนกันค่อนข้างลำบาก ไม่มีทางเท้าเวลาเดินต้องคอยระวังรถหน่อยนะคะ ช่วงต้นๆซอยจะมีรถเข้า-ออกค่อนข้างเยอะ เนื่องจากทางเข้า Korean Town อยู่ด้านข้างถัดจากหน้าปากซอยมาเล็กน้อย และยังมีร้านอาหาร , Night club ตั้งอยู่  ส่วนสภาพแวดล้อมตั้งแต่กลางซอยไปจนถึงท้ายซอยจะเป็นอพาร์ทเมนท์ และ แมนชั่นเกือบทั้งหมด มีบ้านพักอาศัยแทรกอยู่บ้าง สุดซอยเป็นซอยตัน บรรยากาศจึงค่อนข้างเงียบ แต่ไม่เปลี่ยวนะคะ

การเดินทางในวันนี้ ขอเริ่มจากรถไฟฟ้าสถานีอโศก ลงทางออกที่ 2 ค่ะ

มุมมองจากสถานีรถไฟฟ้าอโศกมุ่งหน้าไปทาง นานา ทางด้านซ้ายที่เห็นมีทางเชื่อมรถไฟฟ้าเชื่อมเข้าไปจุดแรกคือ โรงแรม เชอราตัน จุดที่ 2 คือ อาคาร Times  Square  ทางด้านขวาเป็น โรงแรม  The Westin Grande Sukhumvit และตึกสูงๆทางฝั่งขวาคือ โรงแรม Sofitel  Bangkok Sukhumvit

เดินตรงมาตามทาง ดูป้ายทางออก 2 เอาไว้

เราจะลงตรงทางออกที่ 2 แต่ถ้าเดินต่อไปจะเป็น Sky walk โดย Sky walk จะไปสุดที่อาคาร Times  Square

ถ้าลงไปฝั่งด้านขวาของถนนจะเป็น โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit ข้างๆโรงแรม เป็น Terminal 21 โดยซอยตรงกลางที่รถวิ่งเข้า ออกคือซอยวัฒนา ซอยนี้ใช้ลัดไปออกถนน อโศก มนตรี ตรงอาคารชิโนไทยได้

ติดกับ โรงแรม The Westin เป็น Terminal 21 ห้างใหญ่ศูนย์รวมแฟชั่นและอาหาร ค่อนข้างคึกคักตลอดทั้งวัน

กลับมาที่ทางลงรถไฟฟ้านะคะ พอลงมาแล้ว บรรยากาศข้างทางจะเป็นตึกแถวมีร้านค้าและร้านขายผ้าเรียงตลอดแนว

เดินตรงมาอีกหน่อย จะเป็นโรงแรม เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท สามารถใช้ Sky walk เดินเชื่อมเข้าไปได้

ข้างๆกันเลยคือ อาคารสำนักงาน Times  Square  ฝั่งตรงข้ามจะเป็น Robinson สามารถใช้ Sky walk เดินเชื่อมเข้าอาคารได้เช่นกัน

ข้างล่างมีร้านค้า และ ร้านอาหารอยู่เยอะพอสมควร

เดินถัดมา เริ่มเห็นร้านอาหารตามสั่งข้างทาง

ข้างๆกันเป็นร้านอาหาร และ ร้านHang out  ฟังเพลงชิวๆ

เดินถัดมาอีกหน่อย จะมีป้ายรถเมล์ และ สะพานลอย พอพ้นสะพานลอยไปแล้วก็จะเป็นซอยสุขุมวิท 12 แล้วค่ะ

ฝั่งตรงข้ามสะพานลอยจะเป็นร้านกาแฟ  Holly Coffee  2 ชั้น บรรยากาศดี มีกาแฟอร่อยๆและน้ำแข็งใสสไตล์เกาหลี  ร้านนี้ชาวต่างชาตินั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์กันค่อนข้างเยอะ

ข้างๆร้านกาแฟ อาคารกระจกที่ติดสติกเกอร์สีเหลือง ส้ม คือ โรงแรม S15 Sukhumvit

พอเดินผ่านสะพานลอย ก็จะเจอซอย สุขุมวิท 12

หน้าปากซอย สุขุมวิท 12 จะมี 7-11 ตั้งอยู่เพราะฉะนั้นเวลาหิวตอนดึกๆก็เดินออกมาหาอะไรกินได้

ถัดจาก 7-11 ไปเป็น Korean Town พลาซ่ารวมร้านค้า ร้านอาหารสไตล์เกาหลี ก่อนเข้าไปภายในซอยสุขุมวิท 12 ขอเดินเลยไปดูบรรยากาศรอบๆโครงการอีกนิดนึงนะคะ

Korean Town ตอนกลางวันจะเงียบๆหน่อย แต่พอช่วงเย็นๆ ค่ำๆ คนก็จะเยอะขึ้น ส่วนมากมักจะมาทานอาหารเกาหลีกัน

ของขึ้นชื่อของที่นี่ก็จะเป็นอาหารเกาหลี โดยเฉพาะ ร้านเนื้อย่าง ซึ่งเป็นต้นตำรับมาจากเกาหลีจริงๆ บางร้านก็มีบริการย่างเนื้อให้ บรรยากาศตอนกลางคืนจะคึกคักกว่านี้ค่ะ

อีกฝั่งเป็นร้านขายของใช้สไตล์เกาหลี

จาก   Korean Town เดินถัดมาอีกหน่อยหน้าซอย สุขุมวิท ซอย 10 จะมีสวนชูวิทย์ สวนสาธารณะขนาดย่อมๆบน พื้นที่ 6 ไร่

ถึงสวนจะขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็ร่มรื่นพอมาเดินเล่นอ่านหนังสือได้

กลับเข้ามาดูในซอยสุขุมวิท 12 กันดีกว่า  จากหน้าปากซอยเข้ามาตรงช่วงนี้จะมีรถเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ซอยค่อนข้างแคบไม่มีทางเท้า เวลาเดินต้องระวังรถกันด้วยนะคะ

ฝั่งขวาช่วงต้นซอยเป็นทางเข้าที่จอดรถของ  Korean Town ตรงช่วงนี้ตอนเย็นๆรถจะเยอะหน่อย

ถัดมาจะเป็น Night Club และร้านอาหาร

ในซอยมีร้านขายของเล็กๆน้อยๆ ประปราย มีร้านกาแฟดอยช้างด้วยนะ

ถัดมาทางฝั่งขวาเป็น Lavana สปา มีนวดแผนไทย นวดเท้า นวดหน้า

ถัดจากนี้ไปเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ของเราจะเป็น อพาร์ทเมนท์ และ แมนชั่น บรรยากาศในซอยจะค่อนข้างเงียบต่างกับหน้าปากซอย เริ่มด้วยทางด้านซ้ายคือ ศรีรัตนะ แมนชั่น

ตรงข้าม ศรีรัตนะ แมนชั่น คือร้านอาหาร Cabbages & Condoms Bangkok อาหารอร่อยใช้ได้ ร้านนี้มีสาขาย่อยหลายสาขา แต่สาขาใหญ่ก็คือที่นี่ค่ะ

ถัดมาทางฝั่งซ้ายเป็นร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ อยู่ติดกับ อพาร์ทเมนท์ Cosmo Villa

Circle S_L (41)

ตามมาด้วย ราม่า แมนชั่น

ถัดจาก ราม่า แมนชั่น มาทางฝั่งซ้ายเป็นตึกแถวสูงประมาณ 3 ชั้น อีกฝั่งเป็น ร้านอาหารซึ่งปิดบริการไปแล้ว

เดินต่อมาอีกนิดฝั่งซ้ายคือ กฤษณะ แมนชั่น และทางฝั่งขวาที่กั้นแผงสีเขียวๆ จะเป็นโครงการ Circle Rein ของ Developer เจ้าเดียวกัน กำลังเคลียร์พื้นที่เตรียมก่อสร้าง

ถึงโครงการแล้วค่ะ  ฝั่งตรงข้ามกำลังก่อสร้างโรงแรม Galleria อยู่

ฝั่งตรงข้ามโครงการ เป็น แมนชั่น และ โรงแรม Galleria ซอยย่อยในซอยสุขุมวิท 12 นี้เป็นซอยตันทั้งหมดค่ะ

เดินเข้าซอยต่อมาอีกนิด ฝั่งซ้าย คือ สยามแมนชั่น ส่วนฝั่งขวาที่ติดกับโครงการเป็นโรงแรม Ramada

สยาม แมนชั่นค่ะ

ถัดมาเป็น บางกะปิ แมนชั่น หน้าแมนชั่นมีวินมอเตอร์ไซค์อยู่ ถ้าเราเดินออกจากโครงการมาเรียกพี่เค้าตรงนี้ได้ ไม่ต้องเดินไปถึงหน้าปากซอย

มีบริการ รถ Taxi  Service ตามป้ายด้วย น่าจะให้บริการลูกค้าต่างชาติมากกว่า ค่าบริการตามภาพค่ะ

ตบท้ายด้วย เปรมแมนชั่น ที่เห็นรถ Taxi เขียว – เหลือง จอดอยู่ นี่คือสุดซอยแล้วค่ะ ซอยนี้ไม่ลึกมาก

Circle S EN map

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สำหรับเพื่อนบ้านรอบๆโครงการ ส่วนใหญ่จะเป็นแมนชั่นหรืออพาร์ทเมนท์ และ โรงแรมบล็อกวิวอยู่เกือบทั้งหมด ทางทิศเหนือซึ่งตอนนี้เป็นที่ดินเปล่าในอนาคตจะมีโครงการ Circle Rein สุขุมวิท 12 เป็น Low Rise 8 ชั้น ของ Developer เจ้าเดียวกันมาขึ้น  ทางด้านทิศใต้ ติดกับโรงแรม Ramada ฝั่งนี้มีระยะระหว่างตัวอาคารห่างกันพอประมาณ  จึงไม่รู้สึกว่าโดนบังวิวมากนัก  ทิศตะวันออกติดกับถนนซอยสุขุมวิท 12  และโรงแรม    Galleria สูงประมาณ 8 ชั้น จะเหลือก็เพียงแต่ด้านหลังทางทิศตะวันตกที่ติดกับที่ดินเปล่า ซึ่งก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าในอนาคตจะมีโครงการอะไรมาขึ้นหรือไม่นะคะ

ทางฝั่งทิศเหนือจะติดกับที่ดินเปล่า (เตรียมขึ้นโครงการ Circle Rein) ถ้าขึ้นโครงการแล้วด้านนี้ก็จะถูกบล็อกวิวทันทีค่ะ

ทางฝั่งทิศใต้ติดกับโรงแรม Ramada

หน้าโครงการฝ่งทิศตะวันออก ติดกับถนนซอยสุขุมวิท 12 และ โรงแรม  Galleria

ด้านหลังโครงการฝั่งทิศตะวันตกติดกับที่ดินเปล่า แต่ที่ดินมีการล้อมรั้วไว้แล้ว ซึ่งไม่สามารถการันตีได้ว่าในอนาคตจะมีโครงการมาขึ้นหรือไม่

มาดูวิวกันค่ะ มุมมองฝั่งทิศเหนือ มุ่งหน้าออกถนนสุขุมวิท ตอนนี้ยังโล่งๆอยู่แต่ถ้ามีโครงการ Circle Rein มาขึ้นก็จะบังวิวเต็มๆประมาณ 8 ชั้น

ซูมให้ดู เค้ากำลังเคลียร์พื้นที่กันอยู่

ฝั่งหน้าโครงการ ทางทิศตะวันออก จะเป็นแมนชั่นและโรงแรมทั้งแถบ ดังนั้นจึงโดนบล็อกวิวเกือบทั้งหมด ยกเว้นฝั่งที่ติดกับซอยข้างๆ โรงแรม Galleria มองออกไปเห็น City view

ถัดจากโรงแรม Galleria ก็จะเป็น แมนชั่น เรียงๆกันไปจนสุดซอย

ฝั่งทิศใต้ ติดกับโรงแรม Ramada  ดีที่ระยะห่างระหว่างตัวอาคารทั้ง 2 อาคารห่างกันค่อนข้างมาก จึงไม่รู้สึกว่าโดนบดบังมากนักและยังได้วิวสวนของทางโรงแรมอีกด้วย

Circle S_E (7)

มองลงมาเห็นวิวสวนประมาณนี้

ด้านหลังติดกับที่ดินเปล่า ทางฝั่งซ้ายเยื้องๆกับโครงการเป็นโรงแรม Centre Point แต่ไม่บังวิวโครงการค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Korean Town – 360 เมตร
  • อาคารสำนักงาน Times Square – 430 เมตร
  • สวนชูวิทย์ – 450 เมตร
  • โรงแรม Sofitel Sukhumvit – 450 เมตร
  • Robinson Sukhumvit – 460 เมตร
  • โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit Bangkok – 490 เมตร
  • โรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit – 500 เมตร
  • ศูนย์การค้า Terminal 21 – 600 เมตร
  • อาคาร interchange 21 – 800 เมตร
  • อาคาร Exchange Tower – 800 เมตร
  • Pacific Place – 830 เมตร
  • โรงแรม Landmark – 915 เมตร
  • อาคาร NaNa Square – 1 กิโลเมตร
  • โรงแรม Jw marriott – 1.1 กิโลเมตร
  • อาคาร Pleonchit Center – 1.3  กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Circle S สุขุมวิท 12 เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น  1 อาคาร มีทั้งหมด 110 ยูนิตแบ่งออกเป็น ยูนิตพักอาศัย 108 ยูนิต ส่วนอีก 2 ยูนิตเป็นร้านค้าอยู่ที่ชั้นล่าง ซึ่งตอนนี้ทางนิติบุคคลของโครงการ นำมาทำเป็นร้านอาหารและร้านค้าเล็กๆอยู่ข้างล่าง โดยจะขายเป็นสัญญาเช่า 3 ปี การตกแต่งอาคาร ตกแต่งด้วยโทนสีเทาอ่อนสลับเทาเข้ม ตัดกับสีน้ำตาลของระแนงไม้ ข้างในอาคารเน้นการออกแบบให้มีการนำเอาแสงจากธรรมชาติเข้ามาใช้ในอาคาร และ มีระบบการระบายและหมุนเวียนอากาศออกสู่ภายนอก  เดี๋ยวเราจะพาไปดูกันค่ะ

Circle S G Plan

ก่อนที่จะพาเข้าไปดูข้างในโครงการขออธิบายผังโครงการคร่าวๆ ก่อนนะคะ จากผังโครงการชั้น 1 จะแบ่งออกเป็นส่วน Lobby ร้านค้า และ ห้องพักอาศัย  โดย Lobby อยู่ทางด้านหน้ามีลักษณะเป็น Semi Outdoor ส่วนทางด้านซ้ายเป็น Shop มีทั้งหมด 2 Shop ถัดจาก Lobby ไปจะเป็นโถงลิฟต์ การเข้าถึงส่วนนี้ต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าไป ลิฟต์โดยสารโครงการนี้มี 2 ตัว เป็นลิฟต์ไม่ล็อคชั้น ไม่มี Service และ Fireman ลิฟต์ อัตราส่วนลิฟต์เท่ากับ 54 ห้องต่อลิฟต์ 1 ตัว  มีบันไดหนีไฟให้ 2 จุด และ ด้านหลังสุดเป็นพื้นที่ของห้องพัก แยกออกมาชัดเจนกั้นด้วยประตูอีกชั้นหนึ่ง ถ้าจะผ่านเข้าไปต้องทาบบัตรเข้าไปอีกทีหนึ่ง ดังนั้นห้องพักที่อยู่ในชั้นนี้จึงไม่สูญเสียความเป็นส่วนตัวมากนัก แต่ก็จะไม่ได้วิวที่โล่งเหมือนชั้นบนๆ โดยมีจำนวนยูนิตเท่ากับ 8 ห้องต่อชั้น ส่วนพื้นที่จอดรถจะอยู่ชั้นใต้ดินลงไป 2 ชั้น จอดรถได้ประมาณ 66 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 61% ถ้าจอดซ้อนคันคิดเป็น 72 % ถือว่าค่อนข้างเยอะสำหรับ คอนโด Low Rise ไม่ fix ช่องจอดและให้สิทธิ์จอด 1 ห้องต่อ  1 คัน

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จากผัง ตัดส่วนที่เป็น Double Space ของ Lobby ออกไป  ห้องพักของชั้นนี้จึงมีจำนวนเท่ากับ 14 ห้องต่อชั้น ตรงโถงลิฟต์จะมีช่องแสงยาวจากชั้นล่างต่อเนื่องขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด เพื่อระบายอากาศและนำเอาแสงธรรมชาติลงมา การวางห้องพักจะวางห้อง Studio และ ห้อง 1 ห้องนอนอยู่ด้านใน โดยห้อง Studio จะอยู่ทิศตะวันตกซึ่งอาจจะร้อนในเวลากลางวัน แต่จะได้วิวที่โล่ง ไม่มีตึกสูงๆมาบัง ส่วนบริเวณมุมอาคารทั้งหมดจะเป็นห้อง 2 ห้องนอน

ขึ้นมาในชั้นบนๆ ตั้งแต่ชั้น 3-5 การวางห้องพักใช้ Concept คล้ายๆกับชั้น 2  แต่จำนวนยูนิตจะมากขึ้นเป็น 17 ห้องต่อชั้น เพราะไม่ต้องตัดส่วนที่เป็น Double Space แล้ว

ส่วนชั้น 6 -7 จะต่างกับชั้นอื่นๆ เล็กน้อยคือจะมี  สวนเล็กๆให้ออกไปสูดอากาศได้  และสามารถใช้บันไดบริเวณสวนเดินขึ้นไปชั้น Facility ที่อยู่ชั้น 8 ได้ จำนวนห้องพักจึงหายไป 1 ห้องเหลือ 16 ห้องต่อชั้น

ชั้น 8 จะเป็นส่วนของห้องพักและ Facility โดยห้องพักจะมีแค่ห้อง Penthouse 2 ห้องเท่านั้น ส่วนของ Facility จะมีแค่ สวนหย่อม ฟิตเนส และสระว่ายน้ำ อยู่คนละฝั่งกับห้องพักแยกออกมาชัดเจน คนที่จะเข้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลางพอออกจากลิฟต์ก็สามารถเดินไปใช้ได้เลยไม่ต้องเดินผ่านห้องพัก สำหรับในเรื่องความเป็นส่วนตัวของชั้นนี้  ถึงแม้ว่าอาจจะมีคนขึ้นมาใช้พื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างบ่อย แต่อาคารก็ออกแบบมาให้สามารถเดินเข้าพื้นที่ส่วนกลางได้ตั้งแต่ชั้น 6 จึงทำให้ Traffic บริเวณโถงลิฟต์ลดลง

เรามาดูโครงการกันค่ะ ทางเข้าโครงการมีอยู่ทางเดียว ติดถนนซอยสุขุมวิท 12  มีป้อมยามอยู่ทางด้านหน้าซึ่งมีพี่ยามดูแลความปลอดภัยให้ รถที่จะเข้ามาจอดจะต้องผ่านเครื่องสแกนบัตรระยะใกล้โดยใช้คีย์การ์ดทาบและผ่านไม้กระดกเข้าไป

ทางลงที่จอดรถ เป็นที่จอดใต้ดิน ลึกลงไป 2 ชั้น

ที่จอดรถ จอดได้  66 คันคิดเป็น 61% ไม่รวมจอดซ้อนคัน แต่ถ้าจอดซ้อนคัน จอดได้ถึง 72% ซึ่งถือว่าค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับคอนโด Low Rise ทั่วๆไป ทางด้านซ้ายจะเป็นโถงลิฟต์

ลงไปที่จอดรถชั้นถัดไป ทางขึ้นลงรถ จะต้องสวนคันกันโดย ทางเดินรถมีระยะห่างพอประมาณ

ขึ้นมาจากที่จอดรถ จะเจอกับ Lobby ซึ่งเป็น Double Space แบบ Semi Outdoor คือเป็นพื้นที่ที่มีหลังคาคลุมแต่ ไม่ได้กั้นผนังปิดทึบ ไม่มีระบบปรับอากาศ ซึ่งทำให้บรรยากาศโล่ง และ โปร่งดี มีลมพัดผ่าน แต่เวลาฝนตกหนักๆก็อาจจะมีน้ำฝนพัดเข้ามาได้ บริเวณโถงมีจัดชุดที่นั่งให้ 2-3 ชุด ที่เห็นเป็นกระจกด้านหลังสุดคือส่วนของ Shop ที่ทางนิติบุคคลของโครงการไม่ได้ขายแต่เอาไว้ปล่อยเช่า สัญญาเช่า 3 ปี ทางด้านซ้ายมีจัดเป็นสวนและบ่อน้ำเล็กๆ  ทางด้านขวาเป็นทางไปห้องน้ำ และ โถงลิฟต์

บ่อน้ำเล็กๆและสวนหย่อมหน้าโครงการ

เดินถัดมาจะเป็นร้านค้า ด้านหน้ามีจัดสวน เล่นระดับเล็กน้อย

Lobby เป็นแบบ Double Space คือฝ้าเพดานสูง ทำให้พื้นที่ดูโปร่ง โล่ง  มีลมพัดผ่าน

บริเวณเคาน์เตอร์ Reception ด้านหลังตกแต่งด้วยระแนงไม้สูงยาวขึ้นไปถึงฝ้าเพดาน

ด้านหลังเคาน์เตอร์จะเป็นตู้จดหมาย

หน้าตาของตู้จดหมาย หน้าบานเป็นไม้ลามิเนต

ฝั่งตรงข้าม Reception จะเป็นในส่วนของห้องน้ำส่วนกลาง มีอยู่ 1 ห้อง ชายหญิงใช้ด้วยกัน

บรรยากาศภายในห้องน้ำส่วนกลาง

มาถึงทางเข้าโถงลิฟต์ จาก Lobby จะต้องผ่านประตูโดยการทาบคีย์การ์ดผ่านเข้าไป

หน้าตาของเครื่องทาบคีย์การ์ด

ผ่านเข้ามาถึง ส่วนของโถงลิฟต์ มีการจัด Space เป็นโถงตรงกลางดึงเอาแสงธรรมชาติลงมาจาก Roof Top ด้านบน ด้านข้างมีบ่อน้ำที่ตรงกลางมีแท่นหินอ่อนสีขาววางตกแต่งอยู่ ผนังทางฝั่งขวาเป็นผนัง Paint งานศิลปะยาวขึ้นไปจนสุดถึงฝ้าเพดาน บรรยากาศโดยรวมดูเรียบ และ เท่ ให้ความรู้สึกเหมือนโถงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะนิดๆนะ ส่วนนี้ก็ไม่มีระบบปรับอากาศ แต่จะหมุนเวียนอากาศผ่านทางโถงกลางอาคาร และช่องลมระหว่างอาคาร

มีโถงตรงกลาง สูงขึ้นไป 8 ชั้น ช่องที่มีระแนงไม้ปิดอยู่ตรงบนสุดติดกับช่องแสงจะเป็นช่องระบายอากาศ ไปออกบริเวณดาดฟ้าโครงการ

ลิฟต์โดยสาร มี 2 ตัว ไม่ล็อคชั้น ไม่มี Service ลิฟต์ อัตราส่วนลิฟต์เท่ากับ 54 ห้องต่อลิฟต์ 1 ตัว

หน้าตาปุ่มกดลิฟต์

ภายในลิฟต์ผนังกรุลามิเนต พื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้

หน้าตาปุ่มกดภายในลิฟต์  เป็นแผงสแตนเลส ลิฟต์เป็นของยี่ห้อ Hitachi รับผู้โดยสารได้ 11 คน 750 กิโลกรัม

ขึ้นมาบริเวณโถงทางเดิน ทุกๆชั้นจะคล้ายๆกันคือมี Court อยู่ตรงกลาง เนื่องจากด้านบนเป็นช่องแสงจึงมีแสงเข้ามาในอาคารพอสมควร ทำให้ไม่มืดทืบ และช่วยประหยัดค่าไฟของโครงการได้

มุมมองลงไปที่บ่อน้ำชั้นล่าง

ขึ้นมาที่ชั้น 6 จะมีพื้นที่เล็กๆให้เดินออกไปสูดอากาศได้

เดินออกมาจะมีลานเล็กๆ ให้พอนั่งเล่น สูดอากาศได้ บันไดทางด้านข้างสามารถใช้เดินขึ้นไปใช้ Facility ที่ชั้น 8 ได้

บันไดทางขึ้นไปใช้ Facility เป็นบันไดเหล็ก ลูกนอนวัสดุเป็นทรายล้างซึ่งเวลาพื้นเปียกจะไม่ลื่น ราวบันไดเป็นกระจก

มุมมองไปที่ลานสูดอากาศ จากชั้น Facility

พอขึ้นมาชั้น 8 จะเป็นส่วนของฟิตเนส  ถ้าขึ้นไปอีกชั้นจะเป็นสระว่ายน้ำ

เข้ามาดูที่ฟิตเนสกันก่อน เข้ามาทางด้านขวาจะเป็นห้องน้ำชาย ส่วนห้องน้ำผู้หญิงจะอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

ภายในห้องน้ำชาย

มีอ่างล้างหน้า  ตู้ล็อคเกอร์  โถปัสสาวะ และห้องน้ำ

มีห้องน้ำให้ 2 ห้อง วัสดุในห้องน้ำพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวด้านสีเทา ผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาว

ภายในฟิตเนส มีขนาด 10 x 12 เมตร ค่อนข้างกว้างน่าจะเพียงพอต่อลูกบ้านจำนวน 108 ยูนิต วางเครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 7 ตัว พื้นเป็นกระเบื้องยางลายไม้

ผนังห้องเป็นกระจกถึง 3 ด้าน เวลาออกกำลังกายไปก็ดูวิวไป ด้านนอกตกแต่งด้วยหินปูหญ้าเทียมเล็กๆ

มุมมองฟิตเนสจากอีกฝั่ง ผนังด้านหลังกรุกระจกเงาเอาไว้ให้

ขึ้นมาอีกชั้นเป็นสระว่ายน้ำ ขนาดกว้าง 5.7 เมตร ยาว 16.5 เมตร ลึก 1.5 เมตร เป็นสระระบบโอโซนคือเป็นระบบที่จะไม่มีสารพิษตกค้าง

พอขึ้นบันไดมาก่อนถึงสระว่ายน้ำ จะมีการยกระดับขึ้นมาประมาณ 12 เซนติเมตร  ชานพักตรงกลางมีระยะค่อนข้างสั้นต้องระวังสะดุดนิดนึงค่ะ

ทางด้านซ้ายมีมุมให้อาบน้ำล้างตัว ทางเดินเป็นพื้นไม้ปูเว้นร่อง บันไดที่เห็นทางฝั่งซ้ายเป็นบันได้ขึ้นมาจากชั้น 8

วัสดุในสระว่ายน้ำเป็นกระเบื้องคละสี  ขอบสระว่ายน้ำเป็นทรายล้าง ทางลงสระว่ายน้ำเป็นขั้นบันได้มีราวจับเป็นสแตนเลสดีไซน์เป็นทรงโค้ง

ตรงสุดทางเดิน มีสระเล็กๆไว้แช่ตัว ด้านบนมีน้ำตกเล็กๆลงมา

มุมมองกลับไปอีกฝั่ง

ถัดจากสระว่ายน้ำเดินขึ้นบันไดไปทางซ้าย จะเป็นส่วนของส่วนหย่อม

เดินขึ้นบันได้ตรงไปจะเป็นสวนหย่อม พื้นตรงส่วนที่ไม่ใช่หญ้าเทียมจะเป็นพื้นทรายล้างทั้งหมด

FacilityCircle S

สวนของโครงการนี้จะมีอยู่ 3 จุด มีพื้นที่รวมๆแล้วประมาณ 550 ตารางเมตร ถือว่าให้มากกว่าโครงการ Low Rise ทั่วๆไปเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ การแบ่งสวนออกเป็นหลายๆจุดมีข้อดีคือสามารถรองรับการใช้งานของลูกบ้านได้เยอะขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยากขึ้นมาชมวิว ซึ่งการให้พื้นที่ส่วนเยอะก็สามารถแก้ข้อเสียของโครงการในส่วนที่โดนบล็อกวิวเกือบทุกด้านได้บ้าง  (ภาพที่นำมาเป็นส่วนหนึ่งของวีดีโอโครงการ สามารถชมได้ที่นี่คะ “คลิ๊กที่นี่” )

เดินมาสุดทางจะเจอสวนส่วนแรก

พื้นที่สวน ส่วนใหญ่จะเป็นไม้พุ่มและหญ้าเทียม วิวทางฝั่งนี้เป็นวิวฝั่งถนนสุขุมวิทเห็นวิวตึก Exchange Tower 

มีพื้นที่ให้นั่งเล่น ที่เห็นหญ้าเขียวๆนี่คือหญ้าเทียมนะคะ ถึงแม้จะไม่เหมือนของจริง 100% แต่การดูแลรักษาง่ายกว่ากันมาก

หันหลังกลับมาอีกทางจะเป็นสวนในส่วนที่ 2

มีศาลาเล็กๆ ให้นั่งเล่นพักผ่อนเช่นกัน

ส่วนนี้เป็นบันไดหนีไฟและช่องระบายอากาศ

ภายในบันไดหนีไฟ

ถัดมาเดินไปตามทาง จะมีสวนอีกจุดหนึ่ง

ส่วนนี้จะเป็นลานโล่งๆ เน้นให้ขึ้นมาใช้พื้นที่จัดกิจกรรมหรือขึ้นมาชมวิวมากกว่า พื้นปูด้วยไม้ชนิดเดียวกับสระว่ายน้ำ

มุมมองอีกด้านหนึ่ง

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • ร้านค้า
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบโอโซน ขนาด 5.7  x 16.5 เมตร ลึก 1.5 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้องขนาด 10 x 12 ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ 3 จุด พื้นที่ประมาณ 550 ตารางเมตร 
  • สวนระหว่างชั้น
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 54 : 1
  • ที่จอดรถ 66 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 61% รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 72%
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • Shuttle Service


Product Walkthrough

 

ห้องที่จะพาไปดูวันนี้เป็นห้องจริงที่ทางโครงการจัดไว้ให้เป็นห้องตัวอย่าง เป็นห้อง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดประมาณ 70 ตารางเมตร เข้ามาในห้องจะเจอกับส่วนครัวก่อน ซึ่งจัดพื้นที่เป็นเคาน์เตอร์ค่อนข้างยาวสามารถใช้งานได้จริง เก็บของได้ค่อนข้างเยอะ ถัดมาเป็นส่วนที่นั่งรับประทานอาหาร วางโต๊ะทานข้าวได้ 4 ที่นั่ง ผนังด้านข้างมีประตูเลื่อนมากั้นระหว่างห้องอาหารและห้องรับแขกแบ่งพื้นที่เป็นครัวปิดได้ ถัดจากส่วนรับประทานอาหารจะเป็นห้องรับแขก ซึ่งมีขนาดค่อนข้างกว้างมีระยะดูทีวีเยอะพอสมควร ด้านข้างเป็นระเบียงขนาดใหญ่ โดยระเบียงจะไม่มี Condensing Units ของแอร์ห้อยลงมาบังสายตา แต่จะไปซ่อนอยู่ที่ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่แทน ถัดมาเป็นส่วนของห้องนอน มีห้องน้ำเล็ก 1 ห้อง มีห้องน้ำอยู่ด้านข้างห้องนอนเล็กเป็นห้องน้ำที่ต้องใช้แชร์กับห้องอื่นๆ และห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัว

โดยโครงการให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished คือให้เฟอร์นิเจอร์ที่โชว์อยู่ในห้องตัวอย่างเกือบทั้งหมด เครื่องดูดควัน เตาไฟฟ้า แอร์ สุขภัณฑ์ ฉากกั้นอาบน้ำ ไม่รวม ของตกแต่ง และเครื่องใช้ไฟฟ้า

จากโถงทางเดินไปห้องตัวอย่าง สังเกตด้านข้างจะมีช่องระบายอากาศอยู่

ช่องนี้เอาไว้ระบายอากาศยาวต่อเนื่องไปถึงชั้นบน  ทำให้อากาศภายในอากาศได้หมุนเวียน

ประตูทางเข้าห้องเป็นประตู โครงไม้กรุลามิเนต ขนาด กว้างประมาณ 1.00 เมตร สูง 2.60 เมตร ติดฝ้าเพดาน ส่วนมือจับประตูให้มาเป็นมือจับแบบก้านโยก

บานประตูภายในห้องเป็นลักษณะเดียวกัน

Circle S_UN (57)

ระหว่างพื้นส่วนโถงทางเดินกับพื้นในห้อง วัสดุเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้เหมือนกันแต่คนละสี ระดับพื้นเท่าๆกัน ไม่มีตัวจบรอยต่อ ซึ่งเวลาแม่บ้านกวาดถูทำความสะอาด อาจจะมีเศษผงเข้ามาในห้องได้

ที่พื้นมีตัวหยุดประตูกันประตูกระแทกผนัง

มือจับให้มาแบบก้านโยก

เข้ามาจะเจอกับพื้นที่ครัว ซึ่งเป็นเคาน์เตอร์ยาว สามารถใช้พื้นที่ประกอบอาหารและเก็บของได้เยอะพอสมควร แต่มุมมองที่เปิดประตูเข้ามาตรงส่วนนี้จะค่อนข้างแคบ มีระยะระหว่างผนังและเคาน์เตอร์ประมาณ 1.10 เมตร วัสดุพื้นจะเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 เซนติเมตรยาวไปทั้งห้องทานข้าว และ ห้องนั่งเล่น

เคาน์เตอร์ครัว ค่อนข้างยาว มีพื้นที่สำหรับใส่ เครื่องซักผ้า เตาอบ เตาไมโครเวฟ (เครื่องใช้ไฟฟ้าพวกนี้ไม่ได้แถมนะคะ) และยังมีพื้นที่ไว้เก็บของด้านบน ตู้เป็นโครงไม้ปาติเกิ้ลกรุลามิเนต  Top เป็นหินเทียมสีขาว

อ่างล้างจานยี่ห้อ MEX เป็นแบบไม่มีขอบ  ที่เห็นก๊อก 2 ก๊อก คือ ก๊อกแรกคือ น้ำใช้โดยค่าใช้จ่ายจะจ่ายแบบค่าน้ำปกติ และอีกก๊อกคือน้ำกิน จ่ายค่าน้ำให้กับทางนิติบุคคล เพราะทางนิติเป็นผู้ดูแลในการกรองน้ำ เปลี่ยนไส้กรองทั้งหมด

ทั้งชุดนี้ที่แถมคือเครื่องดูดควัน และ เตาไฟฟ้า

ด้านข้างเคาน์เตอร์ครัวมีช่องสำหรับใส่ตู้เย็น มีพื้นที่เก็บของด้านบน ด้านข้างตู้เย็นเป็นตู้เก็บของ Built – in เปิดมาเก็บของได้พอสมควร

ถัดจากครัวเป็นพื้นที่นั่งทานข้าว 4 ที่นั่ง โดยพื้นที่ตรงส่วนนี้หากไม่ใช้เป็นที่นั่งทานข้าว ก็อาจจะปรับใช้เป็นที่นั่งทำงานก็ได้ โดยพื้นที่ส่วนนี้สามารถเลื่อนบานเลื่อนที่ซ่อนอยู่ด้านข้างมาปิดได้

พอปิดแล้วจะเป็นแบบในรูป โดยบานเลื่อนของที่นี่พิเศษตรงที่กึ่งทึบกึ่งโปร่ง พอกั้นแล้วพื้นที่จะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นแต่ก็ไม่ทึบเกินไปจนอึดอัด อีกประโยชน์คือเวลาทำอาหาร ต้ม ผัด แกง ทอด สามารถเลื่อนประตูมาทำให้โซนนี้เป็นพื้นที่ของครัวปิดกันกลิ่นลอยไปถึงห้องนอนได้

หน้าตาชุดโต๊ะทานข้าว และ เก้าอี้

แอร์เป็นระบบ Split type ฝังบนฝ้าเพดาน

รูปแบบปลี๊ก และ สวิทช์ ตามแบบมาตรฐาน

ห้องรับนั่งเล่น จัดพื้นที่ได้ค่อนข้างกว้าง มีระยะดูทีวีประมาณ 2 เมตรกว่าๆ ด้านข้างเป็นพื้นที่ระเบียงยาว

บานประตูทางออกไประเบียง เป็นประตูบานเลื่อนสูงถึงฝ้าเพดาน พอเปิดม่านแล้วทำให้แสงเข้าห้อง ทำให้ห้องดูโปร่ง ไม่อับ

มือจับประตูบานเลื่อน

จากพื้นห้องรับแขกมาพื้นระเบียงลดระดับลงมาประมาณ 10 เซนติเมตร ซึ่งพอจะกันน้ำเวลาฝนตกหรือทำความสะอาด ซักล้างบริเวณระเบียงได้

ระเบียงมีพื้นที่กว้าง 0.80 เมตร ยาว 3.5 เมตร ราวกันตกเป็นเหล็กสีดำสูง ประมาณ 1.10 เมตร ยิ่งไม่มี Condensing Units  แอร์ และ เครื่องซักผ้าด้วยแล้ว จึงสามารถใช้พื้นที่ระเบียงได้เต็มที่ ในห้องตัวอย่างนี้จัดเป็นพื้นที่สำหรับนั่งเล่นวาดรูปชิวๆค่ะ

ที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆ คือ ตรงระเบียงมี Fin ระแนงไม้เอาไว้ใช้บังแดด กันฝน และเพิ่มความเป็นส่วนตัว

Fin  ระแนงไม้ถ้าไม่ใช้ และอยากเปิดรับลมชมวิว ก็สามารถเปิดออกแบบนี้ค่ะ

ฝ้าเพดานของระเบียงเป็นแบบฉาบเรียนทาสี ติดไฟดาวน์ไลท์ทรงกล่อง

ถัดจากโซนทานข้าวรับแขกก็จะเป็นทางเดินไป ห้องนอน

พื้นห้องนอนจะเป็นพื้นไม้ลามิเนต  ระหว่างพื้นห้องนอนกับโถงจบรอยต่อวัสดุด้วยคิ้วไม้ตามในรูป

ในห้องนอนก็มีตัวหยุดประตูมาให้

ภายในห้องนอนเล็กวางเตียง 5 ฟุตได้ ปลายเตียงมีระยะห่างประมาณ 80 เซนติเมตร

ระยะปลายเตียงทั้ง 2 ข้างเหลือพอสมควร มีพื้นที่วางโต๊ะข้างเตียงและโคมไฟได้

ปลายเตียงมีตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนมาให้ ซึ่งพอเป็นบานเลื่อนข้อดีคือประหยัดพื้นที่ไม่ต้องกังวลว่าจะเปิดตู้มาชนกับปลายเตียง

ปลายเตียงอีกฝั่งวางชุดโต๊ะทำงาน เลื่อนเก้าอี้ออกมาแล้วยังมีระยะเหลือเล็กน้อยไม่ชนกับปลายเตียง

แอร์ในห้องนอนก็เป็นรูปแบบเดียวกับห้องรับแขก คือเป็นแบบฝังในฝ้าเพดาน

ฝั่งตรงข้ามห้องนอนเล็กเป็นห้องน้ำ บานประตูห้องนอนห้องนี้เป็นบานเลื่อน ซึ่งข้อดีคือทำให้ประหยัดพื้นที่แต่ข้อเสียคือถ้าใช้ไปนานๆอาจมีการตกร่อง หรือ ชำรุดได้ง่าย

ระหว่างพื้นห้องโถงกับห้องน้ำเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้เหมือนกัน

เข้ามาดูในห้องน้ำ แบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนเปียกและส่วนปห้ง ฝั่งซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ ฝั่งขวาเป็นอ่างล้างหน้า ในสุดเป็นพื้นที่อาบน้ำมีขนาดค่อนข้างใหญ่  วัสดุพื้นและผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ สีเทา ขนาด 30 x 60 เซนติเมตร

อ่างล้างหน้าด้านล่างเปิดมา เป็นพื้นที่เก็บของ

โถสุขภัณฑ์ของ Kohler

พื้นที่อาบน้ำค่อนข้างกว้าง มีขนาดประมาณ 1.20 x 1.60 เมตร

ระหว่างพื้นส่วนเปียกและส่วนแห้งลดระดับลงมาประมาณ 3 เซนติเมตร พอกันน้ำได้บ้าง

หน้าตาฝักบัวของ Kohler

ถัดมาเป็นห้องนอนเปิดประตูมาทางด้านซ้าย จะเป็น Walk in Closet และ ห้องน้ำ ด้านขวาเป็นส่วนห้องนอน พื้นในห้องนอนเป็นพื้นไม้ลามิเนตลายเดียวกับห้องนอนเล็ก

เข้ามาบริเวณหน้าห้องจะเป็น Walk in closet เล็กๆ ซึ่งสำหรับการใช้งาน 2 คน ถือว่าน้อยไปหน่อยนะ อีกฝั่งเป็น ห้องน้ำ

ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ ก็เป็นอีกจุดที่โครงการนี้แตกต่างกับโครงการอื่นๆ เนื่องจากมันเป็น Sexy Bathroom  เพราะผนังโดยรอบของห้องน้ำเป็นกระจก ซึ่งเวลาทำภารกิจก็จะเห็นชัดแจ๋ว สามารถหาสติกเกอร์ฝ้าหรือม่านมาปิดเพื่อบังสายตาได้ค่ะ

บานประตูทางเข้าห้องน้ำเป็นแบบบานเลื่อนกระจกใส เลื่อนเปิดปิดระหว่างห้องน้ำและ Walk in Closet

บานเลื่อนของห้องน้ำมีบังรางลงมาประมาณ 10 เซนติเมตร

ภายในห้องน้ำห้องให้มาค่อนข้างใหญ่ วัสดุพื้นและผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 30 x 60 เซนติเมตรเช่นเดียวกับห้องน้ำห้องแรก แต่ในห้องนี้จะมีอ่างอาบน้ำด้วยค่ะ ซึ่งคาดเดาว่าคงออกแบบมาเพื่อกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ

อ่างล้างหน้าและสุขภัณฑ์ของ Kohler เช่นเดียวกับห้องแรก ห้องนี้ระยะระหว่างโถสุขภัณฑ์กับอ่างล้างหน้าค่อนข้างแคบ และ ที่วางทิชชู่ด้านหลังเวลาใช้งานต้องเอื้อมมือไปหยิบซึ่งใช้งานลำบากหน่อย

อ่างอาบน้ำ กั้นด้วยกระจกเทมเปอร์ใส ถ้ากันน้ำกระเด็นก็หาม่านพลาสติกมาติดทับอีกชั้นหนึ่งได้นะ

สำหรับใครมี่ไม่อยากลงอ่าง ก็สามารถยืนอาบน้ำบริเวณนี้ได้

ด้านข้างส่วนอาบน้ำมีบานกระจกบานเลื่อน ซึ่ง  Condensing units ของแอร์และหม้อต้มน้ำร้อนซ่อนอยู่บริเวณนี้นี่เอง ซึ่งข้อดีคือเป็นระเบียบ และทำให้ระเบียงห้องับแขกกว้าง แต่ในแง่ของการซ่อมบำรุงจะค่อนข้างลำบากเพราะเวลาช่างซ่อมจะต้องเดินผ่านห้องนอนและห้องน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวเข้ามาซ่อม

Condensing units วางเรียงกันเป่าลมออกด้านนอก

มีหม้อต้มน้ำร้อน  และ ก๊อก อยู่อีกมุมหนึ่ง

ทางด้านของห้องนอน วางเตียง 5 ฟุตได้

ระยะปลายเตียงมีระยะเหลือประมาณ 70 เซนติเมตร

ด้านข้างเตียงก็มีพื้นที่วางโต๊ะข้างเตียงได้

อีกมุมหนึ่งของเตียงมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ปลายเตียงทางฝั่งขวาวางโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ 1 ชุด

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 29 June 2015

  • Studio ชั้น 4  ห้อง 4-503 เนื้อที่ 33 ตร.ม. ราคา 4.72 ล้านบาท หรือ 143,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 2 ห้อง 2-106 เนื้อที่ 43.5 ตร.ม. ราคา 5.57 ล้านบาท หรือ 128,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 5 ห้อง 5-111 เนื้อที่  44  ตร.ม. ราคา 6.25 ล้านบาท หรือ 142,000 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 1 ห้อง 1-207 เนื้อที่ 68.97 ตร.ม. ราคา 11.75 ล้านบาท หรือ 170,471 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 6 ห้อ6-207 เนื้อที่ 75.58 ตร.ม. ราคา 13.82 ล้านบาท หรือ 182,907 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished
  • เพดานสูง 2.60 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • Shuttle Bus ไปกลับ BTS อโศก
  • จอง 50,000 บาท
  • ทำสัญญา 200,000 บาท
  • ค่ากองทุน 650 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 60 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Circle S สุขุมวิท 12 ตั้งอยู่ในซอย สุขุมวิท 12 ห่างจากหน้าปากซอยประมาณ 300 เมตรโดยหน้าปากซอยจะมีจุดสังเกตคือมี Korean Town  พลาซ่าสไตล์เกาหลี ตั้งอยู่ ซึ่งทำเลในย่านอโศก – นานา นี้นับได้ว่าเป็นโซนที่มีชาวต่างชาติอยู่ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลาง จึงทำให้บริเวณรอบๆโครงการมีโรงแรมอยู่ค่อนข้างเยอะ เช่น  The Westin Grande Sukumvit , โรงแรม Sofitel Bangkok Sukhumvit หรือ โรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit เป็นต้น และ ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารอินเดีย ร้านตัดเสื้อผ้าตัดสูท และอาหารพื้นเมืองของอินเดีย ซึ่งจะอยู่บริเวณข้างทาง  และในซอยสุขุมวิท 12 จะเป็นซอยที่มีชาวเกาหลีอยู่ค่อนข้างเยอะ ทำเลตั้งอยู่ใจกลางเมืองขนาบด้วยย่านธุรกิจ ศูนย์รวมอาคารสำนักงาน อย่างเพลินจิต และ อโศก พื้นที่มีความเจริญและความอุดมสมบูรณ์สูง มีร้านค้า ร้านอาหาร หรือ ถ้าอยากจะช้อปปิ้งก็มี ศูนย์การค้า Terminal 21 อยู่ในระยะที่เดินถึง ถ้าอยากจะไปเดินเล่นออกกำลังกายก็จะมี สวนชูวิทย์ หรือ สวนเบญจกิติ เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้า สถานีนานา และ สถานีอโศก

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการ  ในซอยสุขุมวิท 12 ช่วงต้นซอยจะค่อนข้างคึกคักเพราะ หน้าซอยติดกับ ทางเข้า- ออกที่จอดรถของ Korean Town มีรถเข้าออกตลอดทั้งวัน เวลาเดินเข้าซอยต้องระวังหน่อยเพราะซอยค่อนข้างแคบและไม่มีทางเท้า ถ้าเผลอๆใจลอยเดินมากลางถนนอาจจะโดนรถสอยเข้าได้  ถัดจากต้นซอยมาหน่อยจะมีร้านค้า ร้านอาหารและ สปาตั้งอยู่  พอเลยมาถึงช่วงกลางถึงท้ายซอย เพื่อนบ้านของเราจะเปลี่ยนเป็น แมนชั่น อพาร์ทเมนท์ และโรงแรม เรียงกันเป็นตับจนถึงท้ายซอย บรรยากาศค่อนข้างเงียบๆ ส่วนวิวโครงการถูกบล็อกวิวเกือบทุกด้านยกเว้นทางด้านหลังอาคารที่เป็นที่ดินเปล่าซึ่งไม่ทราบว่าอนาคตจะมีแผนพัฒนาเป็นโครงการอะไรหรือไม่ ส่วนพื้นที่ทางฝั่งทิศเหนือตอนนี้กำลังเคลียร์ที่ดินเพื่อทำเป็นโครงการ Circle Rein คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้นของ Developer เจ้าเดียวกัน

การเดินทางโดยใช้รถ เข้าถึงโครงการได้โดยใช้สุขุมวิท ซึ่งในช่วงเวลาเร่งรีบการจราจรจะค่อนข้างติดขัดมาก ประกอบกับภายในซอยไม่มีซอยลัดหรือทางเชื่อมไปออกถนนเส้นอื่นๆ จึงเดินทางค่อนข้างลำบากถึงแม้ว่าที่ตั้งโครงการจะอยู่ใจกลางเมืองไม่ไกลจากย่านสำคัญ อย่าง  อโศก ชิดลม เพลินจิต และ  สยาม มากนัก ข้อเสียที่เป็นอุปสรรคในการเดินทางบนถนนสุขุมวิทบริเวณนี้ก็คือ จากถนนเพลินจิตมาทางสุขุมวิท รถยนต์จะไม่สามารถวิ่งผ่านใต้ทางด่วนได้  ต้องวิ่งเข้าถนนวิทยุ เข้าถนนเพชรบุรี แล้วอ้อมกลับมาออกที่สุขุมวิทซอย 3 หรือซอยนานานั่นเอง

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถ กลับสะดวกมากเนื่องจากโครงการตั้งอยู่ระหว่าง สถานีรถไฟฟ้าถึง 2 สาย คือ สถานี อโศกอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 600 เมตร และ สถานีนานาอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 700 เมตร ซึ่งถ้าเดินเข้าถึงโครงการมาจากอโศกจะสะดวกกว่า โดยสถานีอโศกยังเป็น สถานี Interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสุขุมวิท หรือถ้าจำเป็นต้องใช้ Airport link ก็จะมี Airport link สถานีมักกะสันอยู่ไม่ไกล นอกเหนือจากรถไฟฟ้าแล้วยังมี รถมอเตอร์ไซค์ รถ Taxi รถเมล์ ซึ่งเรียกได้ไม่ยากเพราะโครงการอยู่ไม่ไกลจากถนนใหญ่ เดินออกมาจากซอยประมาณ 300 เมตรก็ถึงแล้ว

วัสดุที่โครงการให้ อยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างไปทางดี ให้คล้ายๆกับโครงการอื่นๆ ดีตรงที่แถมเฟอร์นิเจอร์ให้แบบ Fully – Furnished และบานประตูที่สูงจนสุดฝ้า มี Sexy Bathroom ที่ผนังเป็นกระจกรอบด้าน มีฟินบังแดด และ ฝน แต่บางจุดที่ให้แย่กว่าคือ มือจับประตูควรให้ Digital Door Lock  เป็นต้น

การออกแบบถือว่าออกแบบได้ดี การออกแบบอาคารออกแบบให้ภายในอาคารมีการถึงแสงธรรมชาติมาใช้ มีระบบการระบายและหมุนเวียนอากาศ ทำให้ภายในอาคารไม่ต้องมีระบบปรับอากาศ และตอนกลางวันไม่ต้องเปิดไฟทุกดวง ช่วยให้ประหยัดไฟ การวางผังวางให้ห้องเล็กๆอยู่ด้านใน ส่วนบริเวณมุมของอาคารเป็นห้องใหญ่ ห้อง penthouse อยู่ด้านบนสุดและเนื่องจาก ชั้น Facility ก็อยู่ชั้นบนเช่นกัน เพื่อเป็นการลด Traffic ของคนที่จะขึ้นลงไปใช้ Facility จนทำให้ห้องพักชั้นบนขาดความเป็นส่วนตัว จึงออกแบบให้ตั้งแต่ชั้น 6 มีพื้นที่ให้ออกไปสูดอากาศและมีบันไดเดินขึ้นไปถึงชั้น Facility ได้เลย

สาธารณูปโภค ให้มาพอสมควรซึ่งบางโครงการในระดับเดียวกันก็มีให้มากกว่านี้ ซึ่ง Facility ที่มีคือ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และสวนหย่อม แต่ที่ให้ ให้มาแบบจัดเต็มคือ ฟิตเนสก็เป็นห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ กว้าง 10 เมตร ยาว 12 เมตร , สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ เป็นระบบโอโซน ซึ่งไม่ค่อยเห็นโครงการทั่วไปให้กัน และ มีสวนหย่อมถึง 3 จุด มี Shutter bus รับส่งระหว่างโครงการกับสถานีรถไฟฟ้า และมี ก๊อกน้ำดื่มให้ถึงในห้อง รวมๆแล้วจึงยังพอถูไถอยู่ในเกณฑ์ ค่อนข้างดี

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับคอนโด Low Rise ในย่านอโศก – นานา ราคา 143,000  บาทต่อตารางเมตร, 29 June 2015 

  • ทำเล 8/10 – อยู่ใจกลางเมือง หาของกินง่าย ใกล้รถไฟฟ้าถึงแม้ว่าจะอยู่ในซอยลึกเข้าไป 300 เมตร
  • เดินทางด้วยรถ 7/10 – รถค่อนข้างติด เดินทางใช้เวลานาน
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – สะดวกใกล้รถไฟฟ้าสถานีนานา และ อโศก
  • วัสดุ 8.5/10 – ให้ค่อนข้างดีติดอยู่บางรายการที่ควรจะให้กลับไม่ให้เช่น Digital Door Lock
  • แบบ 8/10 – ออกดีมีการใช้แสงธรรมชาติ และ ระบบหมุนเวียนอากาศในอาคาร
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – ถึงแม้ว่าจะมีไม่มาก แต่ทุกอย่างที่ให้ ให้พื้นที่ขนาดใหญ่
  • HIGH CLASS 
  • 7.88 / 10.00

BOTTOM LINE

Circle S สุขุมวิท 12  เป็นโครงการที่เหมาะสำหรับคนที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่อโศก-นานา หรือคนที่อยากได้ที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง เดินทางโดยรถไฟฟ้า มีรถใช้ส่วนตัวบ้าง  ชอบสินค้าโดยดูที่ดีไซน์และความพึงพอใจ  ชอบความสงบไม่ชอบโครงการขนาดใหญ่ มีงบประมาณประมาณ 4,800,000 – 30,000,000 บาท หรือมีกำลังผ่อนขั้นต่ำ 34,000 บาทต่อเดือน 

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

สมัครสมาชิก www.thinkofliving.com พร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี่ https://thinkofliving.com/register/

Share

Leave a Reply