L Loft รัชดา 19 คอนโด Low Rise ในซอยรัชดา 19 มาพร้อมห้องแบบ Duplex ใกล้ MRT รัชดาภิเษก จาก Lert Development [รีวิวฉบับที่ 695]

October 21, 2014 08:007 comments

รีวิวฉบับที่ 695 … สวัสดีครับวันนี้ผมจะพาไปดูโครงการคอนโด Low Rise ที่ชื่อว่า “L Loft รัชดา 19” ห่างจาก MRT รัชดาภิเษก ประมาณ 290 เมตร อยู่ในซอยรัชดา 19 ที่ทะลุไปออกซอยวิภาวดี16 (โชคชัยร่วมมิตร) และลาดพร้าว 26 ได้ ตัวโครงการออกแบบหน้าตาอาคารได้ตาม Concept Loft และดูทันสมัยดีรวมถึงการออกแบบห้องที่ทำห้อง Duplex มาให้เกือบครึ่งตึกเลย ถ้าใครสนใจก็ตามไปดูพร้อมกันเลยครับ ヾ(^-^)ノ~♪

Fact @ 26 September 2014

  • L Loft Ratchada 19 (แอล ลอฟท์ รัชดา 19)
  • Lert Development Co.,Ltd.
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : จตุจักร
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 70 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 13 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ  28 คันคิดเป็น 40% รวมจอดซ้อนคัน 32 คันคิดเป็น 45%
  • ที่ดินประมาณ 0-2-73 ไร่
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : สร้างเสร็จพร้อมอยู่
  • Studio 25.06 – 30.83 ตร.ม.
  • 1 Bedroom 26.37 – 35.94 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 35.52 – 39.19 ตร.ม.
  • Duplex 39.40 – 51.69 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.49 ล้านบาทหรือประมาณ 98,341 บาท/ตร.ม.
  • www.lloft19.com
  • สำนักงานขาย : 090-917-6900

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.800598,100.573809

LLoftรัขดา19_official_map

แผนที่ของโครงการก็มาแบบง่ายๆครับ เพราะตำแหน่งที่ตั้งของโครงการไม่มีอะไรที่ซับซ้อนมากนักอยู่ใกล้ๆกับปากซอยรัชดาภิเษก 19 จุดเด่นของโครงการนี้คือสามารถเดินไปใช้รถไฟฟ้า MRT รัชดาภิเษกได้ไม่ไกลโดยมีระยะเดินอยู่ที่ประมาณ 290 เมตร เดี๋ยวเราไปดูแผนที่แบบวงกว้างกันหน่อยดีกว่าครับ

L_Loft19_Map_Area2

จากแผนที่จะเห็นว่าตำแหน่งที่ตั้งของโครงการอยู่ในซอยวิภาวดี 16 หรือที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยก็คือ ซอยโชคชัยร่วมมิตรครับ ซอยนี้เป็นซอยที่เชื่อมต่อกับถนนใหญ่ๆไว้หลายเส้นอย่าง วิภาวดีรังสิต และรัชดา เนื่องจากตัวซอยมีความซับซ้อนไม่มากคนจึงนิยมใช้เป็นทางลัดในการเดินทาง และนอกจากสองเส้นนี้ยังมีทางลัดไปออกเส้นลาดพร้าวได้อีกซึ่งซอยแถวๆนี้จะเป็นเหมือนรังมดเลยครับสามารถทะลุไปทะลุมาได้เยอะมาก การเดินทางหลักคงเป็นเส้นรัชดาภิเษกเป็นหลัก แต่ถ้าจะใช้ทางด่วนก็ทะลุไปเส้นวิภาวดีจะสะดวกกว่า

ตัวโครงการจะตั้งอยู่ใกล้ๆกับฝั่งรัชดาภิเษกแล้วสามารถเดินจาก MRT ได้ไม่ไกลประมาณ 290 เมตรเท่านั้นเอง ส่วนสภาพการแวดล้อมเป็นอย่างไรเดี๋ยวผมค่อยพาไปดูครับ มาดูเรื่องความอุดมสมบูรณ์รอบๆกันก่อนดีกว่า ในซอยโชคชัยร่วมมิตรนั้นเป็นแหล่งชุมชนที่อาศัยกันอยู่ค่อนข้างเยอะแต่ก็มีสำนักงานปนอยู่ด้วย สังเกตได้จากร้านค้าต่างๆที่ตั้งอยู่ตลอดทางตั้งแต่ช่วงต้นซอยไปจนถึงกลางๆซอยก่อนข้ามคลองน้ำแก้วไป ร้านอาหารแถวนี้มีให้เลือกเยอะครับเท่าที่ลองเดินดูมีอาหารเกือบครบทุกประเภท มีร้านขายขนมก็เยอะทั้งขนมไทยและร้านขนมเค้กน่ารักๆ นอกจากร้านอาหารแล้วร้านอาหารต่างๆแล้วยังมีร้านทำ, ร้านหมอฟัน, ร้านถ่ายรูป และอื่นๆที่ตอบรับต่อการอยู่อาศัยครับ ถ้าออกจากซอยจะไปเดินห้างก็มีให้เลือก 2 จุด จุดแรกคือบนเส้นพระราม 9 นั่งรถไฟฟ้า MRT ไป 2 สถานีก็ถึง เซ็นทรัล พระราม 9 แล้ว ส่วนอีกจุดคือไป 5 แยกลาดพร้าวมี Union Mall กับ เซ็นทรัลลาดพร้าวครับ

L_Loft19_Map_Site

มาดูรอบๆโครงการในระยะใกล้บ้าง รายรอบของโครงการ….. ที่ตั้งโครงการนั้นจะมีฝั่งนึงที่อยู่ติดคลอง และฝั่งตรงข้ามที่เป็นทิศใต้ยังเป็นที่ดินว่างเปล่าอยู่ ห้องที่หันด้านนี้ก็จะได้วิวโล่งๆกับต้นไม้เขียวที่อยู่บนที่ดิน-ข้างๆ ส่วนด้านหน้าโครงการที่เป็นทิศตะวันตกจะหันทางถนนฝั่งตรงข้ามจะเป็นบ้านพักอาศัยและกำลังมีคอนโดมาขึ้นอีกแห่งอยู่เยื้องๆกัน สังเกตว่าช่วงต้นซอยที่ใกล้ๆกับ MRT จะมีคอนโดขึ้นกับจนจะไม่มีเหลือแล้ว ถ้าจะพอมีขึ้นมาอีกก็จะต้องลึกเข้าไปในซอยแล้วครับ

สำหรับคนที่ไม่ใช้รถสามารถอยู่โครงการนี้ได้ไม่ลำบากครับ เพราะสามารถเดินไปใช้รถไฟฟ้า MRT สถานี รัชดาได้ง่ายๆ แล้วถ้าจะเดินทางไปหาของกินช่วงปากซอยวิภาวดีหละ ในซอยนี้จะมีรถประป๊อ (Subaru เล็ก) ให้บริการอยู่ในซอยครับ โดยจะคิดค่าบริการ 7 บาทตลอดสาย จะลงจะขึ้นตรงไหนก็โบกได้ตลอดซอย สุดสายจะมาลงที่ปากซอยรัชดา 19 ทำให้มีระยะที่ต้องเดินหน่อยแต่ก็ไม่ไกลนัก นอกจากนี้บริเวณปากซอยวิภาวดียังมีป้ายรถเมล์อยู่ปากซอยพอดีเลย สำหรับฝั่งรัชดาภิเษกต้องเดินย้อนมาหน่อยถึงจะเจอครับ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

 

การเดินทางในวันนี้จะเริ่มจากปากซอยวิภาวดี 16 ตรงเข้าถึงโครงการเลยจะได้เห็นสภาพของซอยนี้ไปด้วยในตัวครับ

จุดสังเกตทางเข้าซอยนี้จะมีป้ายบอกเส้นทางลัดไป ซอยลาดพร้าว 26 ครับ

ช่วงปากซอยตรงนี้ด้านซ้ายมือจะเป็นวินรถกระป๊อ เดินจากป้ายรถเมล์มาได้ไม่กี่ก้าวเอง

ภายในซอยช่วงต้นๆจะเต็มไปด้วยร้านอาหารมากมายครับ แผงขายผักและผลไม้สดๆก็มีถ้าใครชอบกินข้างนอกบ้านก็หาของกินแถวนี้ก่อนกลับบ้านก็ได้

ภายในซอยนี้มีร้านสะดวกซื้อตั้งอยู่มาครบทั้ง 3 แบรนด์เลย 7Eleven, Tesco Lotus Express และ Family Mart ถัดจากตรงนี้ไปจะไม่คึกคักเท่าไหร่แล้วครับ

ตรงเข้ามาจนสุดซอยจะมีทางบังคับเลี้ยวซ้ายเพื่อไปออกเส้นรัชดาภิเษก ส่วนซอยขวามือจะเป็นทางเข้าโรงเรียนปัญจทรัพย์

7Eleven สาขานี้คือสาขาที่ใกล้กับโครงการที่สุดมีระยะเดินประมาณ 160 เมตร ส่วนร้านอาหารแถวนี้จะไม่ค่อยมียกเว้นบริเวณโรงเรียบปัญจทรัพย์ หรือแถวค่ายมวยจิตติยิม ถ้าเลี้ยวขวาไปนิดเดียวก็ออกถนนรัชดาแล้วครับ

ตรงเข้ามาอีกหน่อยจะเห็นว่าทางเท้าบางช่วงจะมีเสาไฟฟ้าตั้งขวางอยู่เวลาเดินก็ต้องระมัดระวังหน่อยนะครับ

ตัวโครงการจะอยู่ติดกับคลองน้ำแก้ว ซึ่งจากการเดินเข้าออกและถ่ายรูปอยู่ประมาณ 10 นาทียังไม่ได้กลิ่นจากคลองนะ ถ้ามีเพื่อนๆคนไหนพักอยู่แถวนี้ก็มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้นะครับ

แผนที่เส้นทางการเดินจากโครงการไปยังสถานีครับ เดินเรื่องก็ประมาณ 4 นาทีตามการคำนวณของ Google นะ

รูปนี้ถ่ายจากปากซอยรัชดา 19 เข้าไปยัง 7-11 วินรถกระป๊อจะอยู่ด้านซ้ายมือที่เห็นเป็นสีแดงๆนะครับ

หันมาดูทางถนนใหญ่บ้าง ทางเท้าบนถนนใหญ่สามารถเดินได้สะดวก แต่กลางคือจะเปลี่ยวหน่อย

ช่วงหน้าสถานีคนแถวนี้เค้านำรถจักรยานกับมอเตอร์ไซด์มาจอดกันด้วย จริงๆเรื่องการจัดวางระบบการขนส่งในบ้านเราน่าจะคิดให้ละเอียดหน่อยนะ อย่างตรงนี้เป็นแหล่งชุมชนที่มีระยะกับสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการขี่จักรยานก็น่าจะทำที่จอดแบบปลอดภัยมาให้นะ จะได้ดึงดูให้คนใช้รถน้อยลงไปด้วย

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Esplanard – 4 กม.
  • Big C ลาดพร้าว – 2.3 กม.
  • Union Mall – 2.9 กม.
  • Central ลาดพร้าว – 3.8 กม.
  • Central พระราม 9 -6.1 กม.
  • MRT รัชดา – 290 เมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

ชั้นล่างสุดของโครงการจะเป็นพื้นที่จอดรถซะเป็นส่วนใหญ่ซึ่งถ้านับรวมซ้อนคันจะจอดได้ประมาณ 45% การเดินรถไม่ได้เป็นแบบวนได้รอบโครงการ ดังนั้นที่จอดรถที่ติดอยู่ติดกำแพงการเข้าและออกจะทำได้ลำบากหน่อย ส่วนตัว Lobby จะติดอยู่ตรงกลางอาคารและอยู่ติดกับ Facility ที่มีสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 4 x 12 ม. และ Fitness อยู่ติดกับคลองข้างๆโครงการ แต่บริเวณนั้นเค้ามีกำแพงกั้นและปลูกต้นไม้ไว้ทึบพอสมควรดูแล้วก็ใช้งานได้ปรกติไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่ติดอยู่นิดหน่อยตรงที่ถ้าลูกบ้านจะมาใช้งาน Facility ต้องเดินผ่าน Lobby บริเวณส่วนรับแขกก่อนถึงจะเข้าไปใช้งานได้

มาดูผังชั้น 1 กันต่อ Concept หลักๆของที่นี่คือการนำเสนอห้องแบบ Duplex ซึ่งถ้าใครไม่เคยอยู่ห้องลักษณะนี้แนะนำให้ลองเข้าไปดูที่โครงการเลยเพราะเค้าสร้างเสร็จแล้ว จะได้ซึมซับบรรยากาศดูว่าชอบรึเปล่า ตัวอาคารมีเหลี่ยมมุมที่เปลี่ยนตามรูปร่างของที่ดินทำให้โครงการนี้มีรูปแบบของห้องให้เลือกเยอะมาก แต่ละชั้นจะมีทั้งห้องที่เป็นแบบธรรมดากับห้องที่เป็น Duplex โดยห้องสีส้มและเขียวด้านซ้ายมือจะเป็นแบบ 1 Bedroom  ส่วนด้านขวามือจะเป็นห้องแบบ 2 Bedroom และ Duplex ส่วนที่เห็นเป็นสวนสีเขียวๆตรงนั้นเค้าทำเป็นช่องแสงทะลุตั้งแต่ชั้น 8 ลงมาจนชั้น 2 เลยเดี๋ยวจะพาไปดูครับ

ผังชั้น 3 ตัวห้องด้านซ้ายมือจะเริ่มเป็นแบบ Duplex แล้ว ส่วนที่เหลือยังคงเป็นเหมือนเดิม ส่วนผังชั้น 4 จะคล้ายๆชั้น 3 นี่แหละครับ หากลองสังเกตดูจะเห็นว่าตัวอาคารที่หันทางทิศใต้เค้าออกแบบให้ตัวยูนิตมีตำแหน่งที่เหลื่อมกันแทนที่จะทำเป็นแนวเฉียงเต็มพื้นที่ การทำแบบนี้จะได้แนวกำแพงของแต่ละยูนิตช่วยบังแสงแดดให้กันและกันได้

พอมาถึงชั้น 5 – 7 จะมีระยะร่นของอาคารมากระทบกับห้องที่อยู่ด้านตะวันตก ทำให้ตัวห้องจะกดเข้ามาหน่อย แต่จะได้เป็นระเบียงเพิ่มขึ้นมาแทน เรียกว่าเป็นยูนิตพิเศษที่มีบรรยากาศไม่ค่อยเหมือนใครเค้า

ผังชั้น 8 ยูนิตส่วนที่เป็นสีน้ำตาลจะเป็นห้อง Studio ธรรมดาไม่ได้เป็นห้องแบบ Duplex แล้ว เดี๋ยวเราไปดูของจริงพร้อมๆกันเลยครับ

ตัวอาคารออกแบบมาแนว Modern เรียบๆแต่เน้นในเรื่องของระแนงบังแดดมาตกแต่งซึ่งไม่ได้เน้นแค่ความสวยงามอย่างเดียวนะครับ ระแนงบังแดดเหล่านี้ยังใช้งานได้จริงด้วย

ถ่ายรูปด้านทิศใต้มาให้ดูว่าถึงแม้ด้านนี้จะโดนแดดเยอะ แต่ริมคลองจะมีต้นไม้ใหญ่เรียงรายกันอยู่ยูนิตที่เป็น Duplex จะได้วิวเขียวๆจากส่วนนี้ไปด้วย

ซูมตัวระแนงมาให้ดูกันชัดๆ ที่เห็นเป็นสีเหมือนไม้จริงๆแล้วไม่ใช้ไม้นะครับแต่เป็นวัสดุ Plastic Wood Composite มาทำสีลายไม้แทน การบำรุงรักษาก็จะง่ายหน่อยพอใช้ไปนานๆสีซีดก็มาทำสีใหม่

ด้านหน้าของอาคารจะอยู่ติดซอยรัชดา 19

การเข้าออกโครงการจะมีรั้วกั้นไม้กระดกมาให้พร้อมระบบ Key Card Access แบบ Bluetooth ทำให้เวลาเข้าออกตอนฝนตกไม่ต้องเปียกเอาบัตรมาแตะ

ทางเข้า Lobby จะถูกตกแต่งด้วยโทนสีเดียวกับสีภายนอกของอาคารยังคงเน้นโทนสีเทาดำตัดกับสีไม้อยู่

พื้นที่รอบๆที่จอดรถจะลงต้นไม้และหญ้ามาให้หน่อย

รั้วรอบๆโครงการจะเป็นรั้วปูน 2.5 เมตรและต่อรั้วโปร่งเพิ่มอีก 1 เมตร

ภายใน Lobby พื้นที่จะไม่ใหญ่มากตามขนาดของโครงการ การตกแต่งเป็นแนว Modern Loft นะ

สิ่งที่ชอบอีกอย่างของโครงการนี้คือให้รายละเอียดในการออกแบบตามจุดต่างๆดี อย่างป้ายบอกว่าทางก็มีการออกแบบให้ดูมี Style เข้ากับ Concept ของโครงการ ดูมีความแตกต่างจากคนอื่นๆ เรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้อาจจะดูไม่สำคัญนัก แต่ถ้ามีความเอาใจใส่จะให้บรรยากาศโดยรวมของโครงการดูดีขึ้นมากเลยครับ

ไปดูส่งของ Facility กันต่อครับ ตัวสระว่ายน้ำจะถูกยกสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร

Deck รอบๆสระจะมีไม่มากเพราะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด

ด้านข้างของสระจะเป็นทางเดินไปห้องน้ำและที่ล้างตัว

ห้องน้ำมีแยกชาย – หญิงมาให้อย่างละห้อง

ที่อาบน้ำให้มาเล็กไปหน่อยนะ

ส่วนห้อง Fitness ที่อยู่ปลายทางของสระว่ายน้ำจะมีเครื่องเล่นให้มา 3 ตัว

ถัดไปหน่อยก็เป็นพื้นที่ไว้นั่งพักผ่อน

หันกลับไปดูสระว่ายน้ำอีกที รูปนี้ผมถ่ายมาให้เห็นว่าต้นไม้ด้านข้างนี่ให้ร่มเงาได้พอสมควรเลยนะ การที่ติดคลองแล้วมีต้นไม้อย่างนี้ถือว่าบรรยากาศดีกว่าติดกับคอนโดหรืออพาร์ทเม้นท์ข้างๆอีกนะ แต่…ถ้าน้ำในคลองระบายไม่ดีอาจจะส่งกลิ่นรบกวนได้ง่ายๆเลยครับ

ก่อนเข้าไปดูโครงการถ่ายรูปนี้มาให้ดูว่าระแนงบังแดดที่เค้าให้มานี่บังได้เกือบพอดีๆเลย แดดตอนที่ถ่ายนี่ประมาณ 10:00 ครับ

เข้ามาดูข้างในกันต่อจากตัว Lobby จะเข้ามาโถงลิฟท์ชั้นล่างจะมีประตูกั้นอีกทีต้องใช้ Key Card แตะถึงจะเข้ามาได้

ถึงแม้โครงการนี้จะเป็น Low Rise แต่ลิฟท์ที่นี่ใช้ของ Schneider แล้วก็ให้เป็นระบบลิฟท์ล็อคชั้น ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยนี่ถือว่าใช้ได้เลยครับ

ขึ้นมาดูห้องตัวอย่าง (ห้องจริง) ที่ชั้น 2 ต้องเดินผ่านห้อง Service Room

ถัดมาจะเป็นสวนที่มีช่องแสงเปิดโล่งมาจากชั้น 8 ตรงส่วนนี้จะมีการตกแต่งด้วยนิดหน่อย (แต่ตอนที่เข้าไปเก็บข้อมูลของที่ตกแต่งยังไม่มานะ)

รูปนี้ถ่ายช่องแสงมาให้ดูครับ พอมีช่องแสงตรงกลางแบบนี้นอกจากจะช่วยให้พื้นที่โถงกลางดูสว่างขึ้นแล้วยังทำให้บรรยากาศภายในอาคารดูโปร่งและไม่อึดอัดด้วย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 4 x 12 ม. ไม่มีแบ่งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ ตัวสระลึก 1.2 ม.
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 3 เครื่อง
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อ/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 35 : 1
  • Service Lift – ไม่มี
  • ที่จอดรถประมาณรวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 45%
  • ลิฟท์ล็อคชั้น
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

ห้องแรกที่จะพาไปดูเป็นห้องแบบ 2 Bedroom 1 Bath Room ขนาด 39.19 ตร.ม. ห้องนี้มีรูปทรงเป็นตัว L เพราะส่วนด้านบนซ้ายมือจะติดกับบันไดหนีไฟทำให้ห้องที่อยู่ตำแหน่งนี้จะใช้กำแพงร่วมกับเพื่อนบ้านแค่ด้านเดียวคือฝั่งห้องนั่งเล่นและห้องน้ำ ถือว่าได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่ายูนิตอื่นๆ การวางผังโดยรวมถือว่ายังลงตัวอยู่แต่แนวคิดการใช้งานพื้นที่จะแตกต่างจากห้องขนาดเดียวกันแต่เป็นแบบ 1 Bedroom เพราะห้องน้ำของแบบนี้จะได้แค่ห้องเดียวแถมดันไปอยู่หน้าห้องติดกับครัว เวลาใช้งานจะไม่ค่อยสะดวกและเป็นส่วนตัวสักเท่าไหร่ ห้องนอนใหญ่จะมีขนาดไม่ใหญ่ทำให้ใส่ตู้เสื้อผ้าได้แค่ชุดเดียว และห้องนอนอีกห้องมีขนาดค่อนข้างเล็กเหมาะกับการทำเป็นห้องทำงานมากกว่า หรือถ้าใครไม่มีลูกอยู่กัน 2 คนก็ดัดแปลงเป็น Walk-in Closet ทั้งห้องไปเลยก็ได้จะได้มีพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนพื้นที่ทานอาหารถือว่ายังอยู่ในตำแหน่งที่ดีเพราะอยู่ไม่ไกลจากส่วนครัว

เข้ามาส่วนแรกของห้องจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัวก่อนเลย พื้นของส่วนห้องครัวกับห้องนั่งเล่นจะเป็นหินแกรนิตโต้ทั้งหมด ซึ่งก็เหมาะกับฟังก์ชั่นการใช้งานจะได้ทำความสะอาดหน่อย

เทียบกับห้องเปล่าจะเห็นพื้นทางเข้าห้องมีเนื้อที่ไม่มากถ้าจะวางตู้รองเท้าแนะนำวางเป็นชั้นรองเท้าที่ไม่ลึกมากนักนะครับ จะได้ไม่เกะกะทางเดิน

เคาน์เตอร์ครัวของ Starmark Top เคาน์เตอร์จะได้เป็นหินแกรนิตแท้ และหน้าบานทุกอันจะมี Soft Close ติดตั้งมาให้ สิ่งที่แปลกตาหน่อยก็คืออ่างที่เลือกมาให้เป็นแบบทรงกลมครับ ซึ่งแบบนี้ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่นะ ส่วนหัวก๊อกจะมาเป็นเหลี่ยมๆหน่อยดูสวยดี ส่วนเตาได้เป็นเตาไฟฟ้าแบบ Hot Plate 2 หัวแนวตั้งของ Teka พร้อมเครื่องดูดควัน

ผนังครัวด้านหลังจะมีกระจกติดตั้งมาให้ด้วย ช่วยการทำครัวสะดวกขึ้นเยอะเวลาเลอะเทอะก็เช็ดทำความสะอาดง่าย

ช่องว่างข้างๆเอาไว้วางตู้เย็นซึ่งตู้เย็นที่เห็นจะเป็นขนาด 8.4 คิวบิกฟุต ถ้าอยากได้ใหญ่กว่านี้ก็ยังพอมีที่เหลือให้ขยายขนาดได้อีกนิดหน่อย

ฝั่งตรงข้ามครัวจะเป็นห้องน้ำซึ่งเป็น Type นี้จะมีห้องน้ำให้แค่ห้องเดียวครับ ภายในแบ่งโซนเปียกแห้งให้ชัดเจนโดยมีฉากกระจกกั้นติดตั้งมาให้ด้วย

อ่างล้างมือจะเป็นของ American Standard และมีตู้ด้านล่างมาให้ด้วย ส่วนกระจกกับชั้นวางของก็มีมาให้ด้วยนะถือว่าให้มาครบดี ไม่ต้องไปหาที่วางของมาติดตั้งเพิ่มเติม

ส่วนฝักบัวอาบน้ำจะให้มาทั้ง 2 แบบ

จ๊ะเอ๋!!…..ลืมบอกไปว่าห้องน้ำนี้เป็น Sexy Bathroom นะครับ มีกระจกใสไว้รับแสงจากห้องนั่งเล่นด้วย ^___^ ถ้าใครไม่อยากให้ Sexy เกินไปแนะนำให้ติดฟิลม์ขุ่นหรือจะมีม่านเพิ่มก็ได้ครับ

ถัดมาในส่วนของห้องนั่งเล่นจะมีพื้นที่พอให้วางโซฟาขนาด และโต๊ะทานอาหาร ขนาด 2 ที่นั่งกำลังดี แนะนำให้หาโต๊ะทานอาหารแบบปรับขยายได้มาใช้งานเผื่อมี่เพื่อนหรือญาติพี่น้องมาเยี่ยมเยียน เฮฮาปาร์ตี้จะได้สะดวกหน่อย ส่วนตู้ Built-in ที่เห็นต้องซื้อแบบ Fully Furnished นะถึงจะได้

ระยะดูทีวีมีประมาณ 2 เมตรใส่ทีวีขนาด 46″ ได้สบายๆ หน้าต่างที่เห็นข้างๆชั้นวางทีวีทั้ง 2 ด้านเป็นของห้องนอนเล็กนะ

ประตูทางออกไปยังระเบียงจะเป็นบานกระจกเลื่อนสีดำอลูมิเนียม

ออกมาด้านนอกบ้าง ตัวระเบียงมีขนาดค่อนข้างแคบหน่อยโดยมีความกว้างประมาณ 80 ซม. แต่ตำแหน่งการแขวนแอร์เค้าก็เว้นระยะไว้ให้พอดีกับตำแหน่งหน้ากว้างระเบียงเลย

หันกลับมาดูบรรยากาศในห้องกันต่อ  จากตรงระเบียงนี่เห็นทะลุไปถึงห้องน้ำเลยนะ (>__<) แต่ตำแหน่งที่เห็นจะเป็นอ่างล้างมือไม่ได้ตรงกับส่วนอาบน้ำซะทีเดียว

เดี๋ยวเราไปดูห้องนอนเล็กด้านขวามือกันก่อน แล้วค่อยไปดูห้องนอนใหญ่ที่อยู่ด้านในสุดกัน

วัสดุพื้นของห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะเป็นพื้นไม้ลามิเนตหนา 8 มม. ทั้งคู่

ในห้องตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องนอนสำหรับเด็ก ซึ่งถ้าใครยังไม่มีลูกและอยู่กันแค่ 1 – 2 คนจะทำห้องนี้เป็นห้องทำงานหรือทำเป็นตู้เสื้อผ้าเต็มพื้นที่เลยก็ได้ จะได้มีพื้นที่เก็บของเยอะเลย

ถ้าจะทำตู้เสื้อผ้าก็อย่าลืมเว้นช่องแสงเอาไว้ด้วย หรือถ้าไม่ได้ใช้จะปิดไปเลยก็ได้

ถ่ายระยะกับขนาดตู้เสื้อผ้าในห้องตัวอย่างมาให้ดู เดี๋ยวเราไปดูห้องนอนใหญ่กันต่อ

เนื่องจากห้องนี้ไม่มีห้องน้ำในตัว การใช้งานจึงมีแค่วางเตียงกับตู้เสื้อผ้าเท่านั้น ซึ่งช่องตู้เสื้อผ้าเค้าจะเว้นช่องมาให้พอทำ Built-in เข้าไปก็จะดูเรียบร้อยอย่างที่เห็นครับ

การแบ่งพื้นที่วางภายในตู้เสื้อผ้า

พื้นที่เหลือด้านข้างจากการวางเตียงขนาด 5′

ส่วนปลายเตียงมีพื้นที่เหลือให้พอวางตู้หรือโต๊ะทำงานได้แต่ต้องไม่ยาวจนเกินไปนะ ไม่อย่างนั้นจะเปิดตู้เสื้อผ้าไม่ได้

หน้าต่างส่วนปลายเตียงก็ให้มา 2 ชุด โดยชุดล่างเป็นแบบ Fix ทั้งหมด ส่วนชุดเป็นบานเลื่อนเปิดคู่

ห้องที่ 2 เป็นแบบ Duplex ขนาด 41.87 ตร.ม.ซึ่งสำหรับห้องแบบ Duplex แล้วถือว่ามีขนาดไม่ใหญ่นะ แต่ก็ต้องดูว่าเค้าวางผังมาแบบไหน ถ้าออกแบบมาดีก็จะได้การใช้งานที่ดีพร้อมบรรยากาศแบบโปร่งโล่งสบายตาม Style ห้องแบบ Duplex ผังห้องจะเริ่มจากชั้นล่าง (Level 1) ก่อนนะครับ ทางเข้าห้องจะอยู่ติดกับส่วนครัวและโซนห้องอาหาร ส่วนที่ได้ Double Space คือส่วนของห้องนั่งเล่น ซึ่งมีบานกระจกขนาดใหญ่เต็มพื้นที่กำแพงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าเพดาน ทำให้ตัวห้องได้รับแสงธรรมชาติเยอะ สำหรับชั้นบนจะเป็นฟังก์ชั่นแค่ห้องนอนอย่างเดียว ดังนั้นการใช้ห้องน้ำจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่เพราะต้องเดินลงมาชั้นล่างหน้าห้อง แต่ถ้าเป็น C-1 จะได้ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวบนชั้น 2 ด้วย ถ้าใครมีงบประมาณถึงแนะนำให้เลือกแบบ C-1 จะดีกว่าเพราะได้การใช้งานที่ลงตัวกว่า

หน้าห้องจะเป็นโซนครัวกับห้องน้ำก่อนตรงนี้ทางโครงการจะทำฉากกั้นมาให้ เวลาทำอาหารกลิ่นจะได้ไม่ฟุ้งไปส่วนอื่นๆ

ครัวที่ให้จะได้ตามหน้าตาแบบนี้เลยยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้ากับของตกแต่งครับ

การแบ่งช่องเปิดต่างๆของชุดบนและล่างก็เป็นตามนี้เลยครับ หน้าบานจะปาดมุมตรงมือจับและติดตั้ง Soft Close มาให้ทุกบาน ตู้เมนไฟก็ซ่อนอยู่ในตู้ชุดบนครับ

เมื่อกี้ไม่ได้ถ่ายตัวอ่างมาให้ดูใกล้ๆ เลยเอามาให้ดูกัน ใครที่ไม่เคยใช้อ่างล้างจานแบบนี้อาจจะไม่ค่อยชินนะครับ

ส่วนเตาก็หน้าตาแบบนี้ครับ น่าเสียดายที่ผนังกระจกติดมาให้แค่ด้านหลังไม่ได้ให้ด้านข้างมาด้วย

มาดูในห้องน้ำกันบ้าง สุขภัณฑ์จะใช้ของ American Standard ส่วนอุปกรณ์จะใช้ของ VRH ห้องนี้จะได้กระจกและชั้นวางของแบบเต็มผนังเลย ตำแหน่งที่แขวนทิชชู่ติดด้านข้างใช้งานได้สะดวกดี

ส่วนอาบน้ำจะแยกไปอยู่อีกฝั่ง มีการแบ่งโซนเปียกและแห้งด้วยกระจกกั้นครึ่งนึง ขนาดของโซนอาบน้ำถือว่าให้มาใหญ่กำลังดี ยืดแขนขาได้สบายๆ

ถอยออกมาจากห้องครัวจะเป็นส่วนโต๊ะทานอาหาร ถ้าจะวางเป็นโต๊ะแบบ 4 ที่นั่งก็ยังพอทำได้ แต่แนะนำให้ใช้โต๊ะแบบปรับขยายได้จะดีกว่าเผื่อมีเพื่อนฝูงมานั่งเล่นจะได้นั่งพร้อมกันได้หมด

LLoft19_UNDplex_10_resize

ส่วนฝั่งตรงข้ามจะทางโครงการเค้าทำ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้า ถ้าใครอยากได้แบบนี้ก็สามารถคุยกับทางโครงการให้ทำตามห้องตัวอย่างได้ครับ

ส่วนที่ติดกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นชั้นวางทีวี ซึ่งทางโครงการเค้าทำเป็นผนังปิดทึบแล้วซ่อนห้องเก็บของใต้บันไดไว้ ของจริงหน้าตาจะไม่ใช้แบบนี้นะเป็นแค่ราวบันไดโล่งๆเท่านั้น

ส่วนห้องนั่งเล่นที่อยู่ถัดไปจะเป็นโซนนั่งเล่น มีระยะดูทีวีประมาณ 2.4 เมตรวางทีวี 52″ ได้อยู่

มาดูบรรยากาศที่เป็นแบบ Double Space บ้าง พื้นที่แบบนี้จะให้ความโปร่งสบายๆ ดังนั้นยูนิตแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสพบรรยากาศที่แตกต่างจากห้องทั่วๆไป ช่องแสงที่ให้มาจะแบ่งเป็น 2 ชุดโดยชุดล่างจะเป็นประตูบานเลื่อนและชุดบนเป็นบาน Fix ทั้งหมด  สำหรับคนที่คิดจะซื้อห้องแบบ Duplex อย่าลืมเตรียมงบไว้ตกแต่งผนังด้านข้างด้วย  ถ้าปล่อยโล่งๆเป็นผนังปูนทาสีขาวธรรมดาเสียดายพื้นที่สวยๆ

ออกมาดูที่ระเบียงบ้าง ตัวระเบียงห้องนี้มีมาให้จุดเดียว ซึ่งมีพื้นที่เพียงพอต่อการวางคอมเพรสเซอร์แอร์และเครื่องซักผ้า ตำแหน่งกำแพงส่วนทึบคือส่วนที่ติดกับบันไดและไม่มีช่องแสงเลยวางได้สบายๆ

รูปนี้ถ่ายมาให้ดูการทำงานของระแนงบังแดด ซึ่งช่วยได้พอสมควรเลย ระเบียงห้องนี้กันไปทางทิศใต้ที่เป็นคลองเลยโดนแดดเยอะหน่อยในช่วงหน้าหนาว เพราะพระอาทิตย์วิ่งอ้อมใต้เยอะ แต่ก็ได้ลมจากตะวันตกเฉียงใต้แทน

ตัวบันไดจะไม่มีชานพักแต่เป็นบันไดสามเหลี่ยมแทน สีที่ได้จะเป็นสีตามรูปด้านล่างครับ

วิวจากโถงบันไดไปยังชั้นล่าง

สำหรับชั้นบนนั้นจะใส่ฟังก์ชั่นแค่อย่างเดียวคือห้องนอนครับ ยกเว้นแบบ C-1 ที่มีห้องน้ำมาให้ทั้ง 2 ชั้นเดี๋ยวผมค่อยพาไปดูนะครับอดใจรออีกนิด

มุมทางเข้าห้องมีพื้นที่เหลือให้พอทำมุมพักผ่อนอ่านหนังสือหรือทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ หรือถ้าอยากได้ตู้เสื้อผ้าไว้ตรงนี้ก็ยังทำได้อยู่ แต่บรรยากาศในห้องจะเริ่มแน่นหละ

สำหรับพื้นที่วางเตียงนั้นพอวางเตียงแบบ 5 ฟุตแล้วจะเหลือพื้นที่รอบๆอย่างที่เห็นครับ ด้านข้างที่เป็นฝั่งทางเข้ายังพอเดินได้โล่งๆอยู่ แต่ด้านที่ติดกับประตูทางออกชั้น 2 จะเหลือไม่มากนะ

ส่วนปลายเตียงยังมีพื้นที่พอให้วางโต๊ะเตี้ยๆได้อยู่เหมือนกัน  ทางโครงการก็ช่างสรรหาขนาดโต๊ะที่มันสูงพอดีมาวางไว้ให้ดูด้วยนะ สำหรับหน้าต่างตรงนี้เค้าทำไว้รับแสงและวิวจากด้านนอก อย่างยูนิตนี้อยู่ที่ชั้น 2 หันไปทางสระว่ายน้ำเลยได้เห็นวิวเขียวๆจากต้นไม้ใหญ่ไปด้วย

พื้นที่ตรงทางออกจะเหลือประมาณนี้ครับ

ฝากมุมสวยๆในห้องนอนไว้อีกซักมุม เดี๋ยวเราไปดูห้องแบบ C-1 กันต่อนะครับแต่มีให้ดูแค่ห้องเปล่านะ เลยถ่ายแต่ส่วนที่ต่างกันมาให้ดู

LLoftรัชดา19_UNDuplexC1_01_WM

 

สำหรับห้อง Duplex แบบ C-1 หน้ากว้างห้องเท่ากันแต่ความลึกของห้องจะมีมากกว่านิดหน่อย ตำแหน่งของห้องน้ำจะย้ายมาอยู่กับห้องนั่งเล่นแล้ว

LLoftรัชดา19_UNDuplexC1_02_WM

พื้นที่วางเตียงนอนจะถูกย้ายไปอยู่ติดกับหน้าต่างแล้ว

LLoftรัชดา19_UNDuplexC1_03_WM

เพราะอีกด้านจะเป็นห้องน้ำและทางออกไปนอกห้อง

LLoftรัชดา19_UNDuplexC1_04_WM

ห้องน้ำยังคงมีแอบ Sexy นิดๆเช่นเคย ส่วนประตูจะเป็นแบบบานเลื่อนเพื่อประหยัดพื้นที่

LLoftรัชดา19_UNDuplexC1_05_WM

สิ่งที่ได้เพิ่มมาอีกอย่างคืออ่างอาบน้ำครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 26 September 2014

การของโครงการนี้มีให้เลือกทั้งแบบ Fully Fitted และ Fully Furnished เลยถ้าใครสนใจแบบในห้องตัวอย่างก็คุยกับทางโครงการได้เลยครับ

  • Studio ชั้น 2 ห้อง 203 เนื้อที่ 25.32 ตร.ม. Fully Fitted ราคา 2.35 ล้านบาท หรือ 93,076 บาท/ตร.ม. (Fully Furnished ราคา 2.49 ล้าน)
  • 1 Bedroom ชั้น 7 ห้อง 713 เนื้อที่ 30 ตร.ม. Fully Fitted ราคา 2.92 ล้านบาท หรือ 97,333 บาท/ตร.ม. (Fully Furnished ราคา 3.12 ล้าน)
  • 1 Bedroom ชั้น 4 ห้อง 412 เนื้อที่ 38.42 ตร.ม. Fully Fitted ราคา 3.58 ล้านบาท หรือ 93,192 บาท/ตร.ม. (Fully Furnished ราคา 3.88 ล้าน)
  • Duplex ชั้น 5 ห้อง 504 เนื้อที่ 39.40 ตร.ม. Fully Fitted ราคา 4.03 ล้านบาท หรือ 102,386 บาท/ตร.ม. (Fully Furnished ราคา 4.33 ล้าน)
  • Fully Fitted (Promotion Fully Furnished)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 10,000 บาท
  • ทำสัญญา 90,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของโครงการ L Loft รัชดา 19 อยู่ในซอยโชคชัยร่วมมิตร ซึ่งภายในซอยนี้เป็นแหล่งที่ชุมชนอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ มีทั้งแนวราบ, อพาร์ทเม้นท์ และคอนโดประเภท Low Rise ดังนั้นแหล่งอาหารการกินในซอยนี้ก็ไม่ต้องห่วงครับมีให้เลือกเยอะเลย แต่ส่วนใหญ่จะไปอยู่ในช่วงต้นซอยฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตไปจนถึงช่วงกลางๆซอย มีทั้งร้านอาหารตึกแถวและร้านแผงลอยตั้งเรียงรายอยู่กันเพียบ เท่าที่เดินดูก็มีอาหารให้เลือกหลายประเภทครบทั้งแบบกินจริงจัง หรือขนมกินเล่น ส่วนแถวๆโครงการจะไม่ค่อยมีให้เลือกเท่าไหร่ใกล้ๆสุดจะเป็นบริเวณ 7Eleven และร้านอาหารในค่ายมวยเยื้องกับ 7Eleven

เนื่องจากซอยนี้เป็นซอยที่สามารถทะลุออกไปยังถนนหลักได้หลายสายตั้งแต่ ถนนวิภาวดีรังสิต, ถนนรัชดาภิเษก, ถนนลาดพร้าว ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าสะดวกมาก แถมภายในพื้นที่นี้แต่ละซอยยังลัดเลาะไปเชื่อมต่อถึงกันได้อีก เช่นจากถ้าอยากจะไปเดินเที่ยวตลาดนัดหลังการบินไทย(ตลาดลุงเพิ่ม) ก็วิ่งทะลุซอยลาดพร้าว 26 เลาะไปด้านหลังตึการบินไทยได้เลย ถ้าจะขึ้นทางด่วนให้ไปใช้ด่านดินแดงจะใกล้สุดครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้ถือเป็นจุดเด่นอีกจุดของโครงการ เพราะอยู่ใกล้รถไฟฟ้า MRT รัชดาภิเษก และโดยมีระยะเดินประมาณ 290 เมตรซึ่งถือว่าเดินได้สบายๆอยู่แต่ทางเท้าช่วงใกล้ๆจะเดินยากหน่อยเพราะมีเสาไฟฟ้ามากั้นอยู่ แต่พอมาถึงช่วง 7Eleven แล้วก็เดินได้สบายๆ หรือถ้าจะเดินทางไปเส้นวิภาวดีก็เดินไปแถว 7Eleven นั่งรถกระป๊อได้ ค่าบริการก็ 7 บาทตลอดสาย และถ้าจะแวะกินอะไรหรือซื้ออะไรกลับบ้านก็ให้เค้าจอดได้ตลอดทาง และจะขึ้นตรงไหนก็โบกตามทางได้เลยครับ

วัสดุของโครงการถือว่าให้คุณภาพมาดีแต่ถ้าเทียบกับราคาขายแล้วก็ตามมาตรฐานเรทนี้อยู่แล้ว พื้นห้องได้หินแกรนิตในส่วนของครัวช่วยให้การดูแลรักษาทำได้ง่ายขึ้นส่วนห้องนั่งเล่นกับห้องนอนเป็นพื้นไม้ลามิเนตหนา 8 มม. เนื่องจากการขายเป็นแบบ Fully Fitted ดังนั้นจะแถมมาให้แค่เคาน์เตอร์ครัวเท่านั้น แต่ยังดีที่เค้าให้ Top เป็นหินแกรนิตและผนังติดกระจกมาให้การทำครัวก็ไม่ต้องว่าจะเช็ดล้างลำบาก ส่วนตัวตู้ก็ใส่ Soft Close ให้ทุกบาน ในห้องน้ำได้ฉากกระจกกั้นมาให้ อ่างล้างหน้าเป็นของ American Standard และมีตู้ Built-in ด้านล่างมาให้ด้วย

การออกแบบของโครงการนี้ถือว่าให้ความแตกต่างจากเพื่อนๆรอบข้างเยอะเลย เพราะการออกแบบดูมีความใส่ใจทั้งในภาพรวมและรายละเอียดต่างๆได้เป็นอย่างดี สังเกตได้ตั้งแต่รูปร่างหน้าตาของตัวอาคาร ที่ไม่ได้ออกแบบให้ดูสวยงามแค่อย่างเดียวแต่มีประโยชน์ในการใช้งานด้วย อย่างกล่องไม้ที่เห็นติดอยู่ด้านข้างอาคารก็เป็นระแนงบังแดดที่คำนวณมาได้พอดีๆกับแสงที่ส่องมายังหน้าตาของห้องพัก นอกจากนี้วัสดุของส่วนกลางยังเลือกเชดสีที่ดูมีความกลมกลืนกันได้ค่อนข้างดี

สำหรับการออกแบบห้องพักอาศัยก็ถือว่ามีความแตกต่างและโดดเด่นอยู่ เพราะมีการทำห้องแบบ Duplex มาให้ถึง 20 ยูนิต ห้องแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ยอมเสียพื้นที่การใช้งานเพื่อให้บรรยากาศของห้องดูกว้างและโปร่งมากขึ้น ถ้าใครไม่เคยอยู่ห้องแบบนี้ลองเข้าไปดูของจริงเลยครับ เข้าไปนั่งๆเดินๆจะได้จินตนาการได้ถูกว่าถ้าอยู่จริงๆจะชอบแบบนี้รึเปล่า สำหรับคนที่อยากได้ห้องนั่งเล่นแบบ Double Space ก็คงถูกใจแน่นอนเพราะได้ฝ้าเพดานสูงที่ประมาณ 5 เมตรนิดๆ พร้อมหน้าต่างเต็มความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานเลย สำหรับแบบอื่นๆก็มีบางห้องที่ไม่ลงตัวมากนัก

สาธารณูปโภคของที่นี่มีมาให้ครบถึงแม้ขนาดจะเล็กไปบ้างถ้าจะเอาไปเทียบกับโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งก็เป็นเรื่องปรกติเพราะโครงการมีขนาดเล็กจำนวนยูนิตไม่เยอะถ้าทำใหญ่มากๆ ภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาก็จะตกอยู่กับลูกบ้านซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ในระยะยาว ทำมาให้ประมาณนี้ก็ถือว่ากำลังดีครับ ได้ครบทั้งสระว่ายน้ำและ Fitness จะขาดก็แค่สวนหย่อมเท่านั้น สำหรับความปลอดภัยให้มาครบทั้ง Keycard Access แบบ Bluetooth ไม่ต้องเปียกฝนยื่นมือออกมาแตะบัตร และยังมีลิฟท์ล็อคมาให้ชั้นด้วย

มีการอัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ

เมื่อเทียบกับโครงการช่วงเรทราคาใกล้เคียงกันในย่านนี้แล้ว ราคาของโครงการยังสูงไปนิด ดังนั้นจึงมีการปรับคะแนนในส่วนต่างๆครับ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 94,800 บาท/ตร.ม., 26 September 2014

  • ทำเล 7.75/10 – ทำเลใกล้รถไฟฟ้าเดินได้ในระยะ 290 เมตร อาหารการกินระยะใกล้มีน้อยแลกกับความไม่พลุกพล่านมากนัก
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – สะดวกเพราะสามารถลัดเลาะออกได้หลายทาง
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – เดินทางสะดวกแต่กลางคืนจะเปลี่ยวหน่อย
  • วัสดุ 7.25/10 – ให้ของมาดีแต่มาน้อยไปหน่อยได้แค่ Fully Fitted
  • แบบ 9.0/10 – ออกแบบมาสวยและมีประโยชน์ในการใช้งาน
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – ให้มาเยอะได้ Facility หลักๆ, ได้ลิฟท์ล็อคชั้น และ Keycard Access แบบ Bluetooth ทางเข้าออกที่จอดรถ
  • UPPER CLASS
  • 7.77 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าแบบเดินได้ และไม่ชอบอยู่โครงการใหญ่ๆ คนเยอะๆ ชอบความสงบไม่พลุกพล่านชอบจำนวนยูนิตน้อยๆ ยอมรับได้กับส่วนกลางที่เล็กหน่อย เน้นการอยู่ในห้องไม่เน้นวิว และเหมาะสำหรับคนที่อยากได้บรรยากาศห้องแบบ Duplex มองหาสิ่งที่ตัวเองต้องการไม่ได้เน้นเรื่องราคาที่ต้องถูกที่สุด มีงบประมาณ 2.4 – 4 ล้านบาท และมีกำลังผ่อนประมาณ 16,000 – 32,000 บาท/เดือน

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ

(ノ´ヮ´)ノ*:・゚✧

Share

7 Comments

  • ไปดูมาแล้วครับ เทียบกับโครงการแถวๆนั้นรูปแบบตึกและห้องค่อนข้างโดดเด่นมากครับ เท่าที่ถามดูตอนนี้เหมือนจะมีห้องduplex ที่ยังพอมีเหลือ เสียดายงบผมเอื้อมไม่ถึง ถ้าใครงบถึงผมว่าห้องสไตล์นี้น่าสนใจมากครับ สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์คนพักได้เลยครับ

  • “ชั้นล่างสุดของโครงการจะเป็นพื้นที่จอดรถ การเดินรถไม่ได้เป็นแบบวนได้รอบโครงการ ดังนั้นที่จอดรถที่ติดอยู่ติดกำแพงการเข้าและออกจะทำได้ลำบากหน่อย” ข้อความนี้วิเคราะห์ได้ละเอียดดีครับ
    แปลนห้อง1+1 39ตรม. ทำออกมาได้ลงตัวดีครับ
    แต่ไม่ชอบกระเบื้องหน้าลิฟต์ชั้นพักอาศัยกับกระเบื้องโถงทางเดินเลย ราคาขนาดนี้น่าจะใช้แกรนิตโต้ได้แล้วนะ

    • เข้าไปชมโครงการมา เลยลองสังเกตุพื้นแล้ว เท่าที่สอบถามจากทางโครงการ เห็นเขาแจ้งว่ากระเบื้องที่ใช้ปูทางเดินราคาแพงกว่าแกรนนิตโต้อีกครับ จำไม่ได้เรียกว่าอะไรซักอย่าง แต่ชอบที่สุดคือกระเบื้องปูสระว่ายน้ำ ดูเหมือนที่โครงการราคาแพงเขาใช้กัน

  • ห้องตัวอย่างสวยมากเลยครับ

    เข้าไปดูห้องจริงแล้ว ตกแต่งได้ถูกใจมากโดยเฉพาะห้อง Duplex

    ก็เลยจองไป 1 ห้อง อิอิ

    เพื่อนๆลองเข้าไปดูห้องตัวอย่างดูครับแล้วจะถูกใจแน่นอน ^^

  • ตกลงกลิ่นจากคลองเป็นไงบ้างครับผม สระว่าน้ำติดกลับคลองเลยได้กลิ่นไหมครับ

    • ตอนเข้าไปเก็บข้อมูลประมาณ 4 ชม.ยังไม่ได้กลิ่นอะไระครับ ถึงแม้สีน้ำจะดูดำๆ แต่ในระยะยาวไม่แน่ใจว่าการระบายน้ำของคลองนี้เป็นอย่างไร คงต้องรอเพื่อนๆที่เป็นคนพื้นที่มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ

  • เห็นห้อง Fitness แล้วถึงกับกุมขมับเลยผม =__=”

Leave a Reply