เล่นกับไฟ ตอน เลือกใช้หลอดไฟให้คุ้มค่า

August 19, 2014 12:3012 comments

cover

สวัสดีค่ะ ในหัวข้อ “เล่นกับไฟ” ครั้งนี้ ฝนจะมาพูดถึงเรื่องการใช้หลอดไฟให้เหมาะกับบริเวณไหนของบ้าน/คอนโด และเลือกใช้อย่างไรให้คุ้มค่า โดยในตอนก่อนหน้านั้น ฝนก็ได้เกริ่นกันไปแล้วเกี่ยวกับหลอดไฟชนิดต่างๆ ใครลืมไปตามอ่านได้ที่นี่นะคะ( คลิก ) พอเรารู้จักประเภทของหลอดต่างๆแล้วทีนี้จะเอาไปใช้ยังไง ใช้ที่ไหนดีละ

b f

เพื่อนๆรู้ใช่ไหมค่ะ แสงนอกจากทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆแล้ว ยังสามารถสร้างบรรยากาศให้พื้นที่เดิมดูแตกต่างออกไป

2

นอกจากการตกแต่งด้วยห้องด้วยวัสดุ สิ่งของ เราสามารถเปลี่ยนวิธีการให้แสง หรือ สีของแสงที่ต่างไป ทำให้บรรยากาศดูแตกต่างได้อีกด้วย ยิ่งในร้านค้าต่างๆการจัดไฟให้ตัวสินค้าดูโดดเด่นหรือสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์นั้นสุดแสนเป็นเรื่องสำคัญเลย ที่จะทำให้บรรดาลูกค้าอย่างเราๆมองเห็นสินค้าว่าสวยงามน่าสนใจหรือจะเป็นสปาตามรีสอทต่างๆ ที่มีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย อยากให้เรากลับไปใช้บริการอีกครั้ง

3

ก่อนอื่นเลยนั้น อุณหภูมิสีของแสง หรือ สีของแสงจากหลอดไฟ มีหน่วยเป็นเคลวิน (Kelvin) ในท้องตลาดมีให้เลือกอยู่ 3 สีหลักๆค่ะ โดยจะระบุไว้ที่ข้างกล่องอย่างชัดเจน แต่ละสีก็จะให้บรรยากาศห้องที่แตกต่างกันไปนะคะ ประเภทของหลอดไฟจะให้อุณหภูมิสีของแสงต่างกันนะ ไม่ว่าจะเป็น หลอดไส้ ฮาโลเจน LED และ Fluorescent แต่จะใช้หน่วยหรือชื่อในการเรียกแบบเดียวกัน คือ เคลวิน โดย LED นั้นจะมีอุณหภูมิสีของแสงให้เลือกเยอะที่สุดค่ะ ส่วนใครสนใจว่าทำไมเค้าถึงเรียกกันว่าเคลวินนั้นตามไปอ่านได้นะคะ คลิก

  • 3000 เคลวิน = วอร์มไวท์ Warm white : สีออกโทนส้มๆ บรรยากาศดูอบอุ่น ผ่อนคลาย ชวนสบายตา โรแมนติก
  • 4000 เคลวิน = คูลไวท์ Cool white : โทนสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว จะดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับ Warmwhite แต่ดูสิ่งรอบตัวชัดเจนกว่า
  • 6500 เคลวิน = เดย์ไลท์ Day light : โทนสีออกขาวอมฟ้า ให้ความรู้สึกสะอาด มองเห็นชัดเจน

Untitled-1

จากภาพด้านบนจะเห็นว่าแค่เปลี่ยนอุณหภูมิสีของแสงออกไปจาก Warm white >  Cool white > Day light ก็ทำให้ห้องเราดูเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนมาก Day Light เราจะไม่นิยมใช้ในบ้านหรือคอนโดเท่าไหร่ นิยมใช้ในออฟฟิศ โรงพยาบาล หรือสถานที่ที่ต้องการความสะอาด ขาว ดูชัดเจน ใช้สายตามากๆ ส่วนโทนสียอดฮิตในครัวเรือนก็เห็นจะไม่พ้น Warm white ค่ะ แต่ก็ไม่เหมาะกับการอ่านหนังสือหรือใช้สายตานานๆจะทำให้ตาล้าได้ การเลือกใช้ควรคำนึงถึงการใช้งานนอกจากความสวยงามด้วยนะคะ อีกเรื่องก็คือโทนสีของห้องเรา มีสีออกไปทางไหน ควรเลือกอุณหภูมิสีของแสงที่สอดคล้องกันด้วยค่ะ

ในส่วนของแสงไฟที่ใช้ในบ้านเองนั้น ประโยชน์หลักเพื่อการใช้งานค่ะ แต่จะแถมมาด้วยบรรยากาศ ความสวยงามก็ได้ ไม่ว่ากัน รูปแบบของแสงประเภทต่างๆเหล่านี้ อยู่ในชีวิตประจำวันทั่วไปของเรานี่แหละ เพียงแต่เราอาจจะไม่ได้สังเกตมันเท่าไหร่ โดยแสงไฟที่ใช้ในบ้านและคอนโดนั้นหลักๆฝนขอหยิบออกมา 5 ประเภทนะคะ

Katherine-Lu_anghouse-skylighthouse_chenchowlittle_yellowtrace

1. Daylight = แสงธรรมชาติ : เป็นแสงที่ได้มาโดยที่เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งถ้าบ้านหรือห้องภายในคอนโดมิเนียมเรานั้นหันไปทิศทางที่เหมาะสมนั้น แสงที่เข้าสู่ตัวอาคารทำให้บรรยากาศภายในน่าอยู่อาศัย ที่ประโยชน์จากวิวด้านนอก ทำให้บ้านดูโปร่ง เชื่อมต่อพื้นที่ภายใน จากช่องเปิดต่างๆ นอกจากนั้นแล้ว แสงธรรมชาติยังเป็นยารักษาโรคซึมเศร้าในประเทศที่แทบจะไม่ได้สัมผัสแสงอาทิตย์  แต่ก็มีข้อเสียตรงที่จะมาพร้อมกับความร้อน ควบคุมปริมาณแสงได้ยาก และควรใช้ร่วมกับแสงประดิษฐ์

DP_charalambous-contemporary-living-room-2_s4x3_lg

2. General Lighting = ไฟส่องสว่างทั่วไป : เป็นการให้แสงสว่างทั่วไป ทั้งการให้แสงสว่างภายในอาคารสำหรับการประกอบกิจกรรมในเวลากลางวัน และภายนอกอาคารเพื่อความปลอดภัยในเวลากลางคืน ไม่เน้นความสวยงาม มักเป็นโคมไฟดาวน์ไลท์ โคมซาลาเปา ธรรมดาที่ตามโครงการให้มา จัดเป็นแสงเน้นการใช้งาน

task-lighting

3. Task Lighting : ไฟส่องเฉพาะที่ =  เป็นการให้แสงสว่างในบริเวณที่เราต้องใช้งาน หรือการมองเห็นโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณพื้นที่ทำงาน ครัว มักใช้โคมไฟตั้งโต๊ะหรือส่องเฉพาะเพื่อให้เราทำกิจกรรมได้สะดวก จัดเป็นแสงเน้นการใช้งาน

1

4. Accent Lighting : ไฟส่องเน้น = เป็นการให้แสงแบบส่องเน้นที่วัตถุใดวัตถุหนึ่งเพื่อให้เกิดความสนใจ โดยส่วนใหญ่เราจะเห็นการใช้ส่องเน้นประเภทรูปภาพ หรือวัตถุที่เราอยากให้โดดเด่น หรือเน้นผิวของวัสดุที่เรานำมาตกแต่งภายในให้โดดเด่น จัดเป็นแสงเน้นการตกแต่ง

993458_696878346990128_852934577_n
5. Decorative Lighting : ไฟตกแต่ง = เป็นแสงที่ได้จากโคมหรือหลอดที่สวยงามเพื่อสร้างจุดสนใจในห้อง ส่วนมากจะเป็นการตกแต่งเพื่อความสวยงาม ดูรูปลักษณ์ภายนอกของโคมไฟให้สอดคล้องกับการตกแต่งภายใน จัดเป็นแสงเน้นการตกแต่ง แต่โคมตกแต่งบางประเภทสามารถใช้งานได้คล้ายกับ Task Lighting เช่นกันค่ะ

4

เห็นแนวทางการใช้งานหลอดไฟ พอจะให้เพื่อนๆมีความคิดที่จะตกแต่งบ้านหรือห้องของเรากันบ้างแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่า ควรลงทุนกับหลอดไฟประเภทไหนดี จะเห็นว่าเมื่อเทียบกันแล้ว หลอด LED นั้นจะมีชั่วโมงอายุการใช้งานที่มากกว่า แต่การจ่ายเงินครั้งแรกจะสูงกว่า แต่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าค่ะ เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างหลอดไฟ 3 ประเภท จะเห็นว่าสามารถ LED ประหยัดไปมากกว่า 80%

NewsletterTRInside copy

 

LED มีข้อเด่นที่ต่างกับหลอดประเภทอื่นๆเรื่องมีความร้อนต่ำหรือน้อยมาก และไม่มีรังสี UV ค่ะ

517 copy

เมื่อก่อนนั้นประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วเราจะได้ยินใครๆก็พูดถึงหลอดผอม หลอดตะเกียบ แต่ตอนนี้เราจะได้ยินคำว่า LED กันซะมากกว่า ด้วยการพัฒนาที่ไปไกลแล้ว ทำให้เราสามารถใส่แทนกับหลอดเดิมที่ขั้วเหมือนกันได้เลยค่ะ ทำให้ง่ายมากต่อการเปลี่ยนหลอด

10001261_759755707369058_954759344_o

 

โดยเฉพาะหลอดประเภทหลอดผอม หรือ ฟลูออเรสเซนต์แบบ T5 หรือ T8 นิยมใช้กันมากในบ้านและอาคารสำนักงาน การที่มีการผลิตให้หลอดสามารถใส่ทดแทนโดยไม่ต้องเดินสายไฟนั้นถือว่าเป็นเรื่องง่ายค่ะ แต่ราคาสำหรับตัวหลอดอาจจะยังค่อนข้างสูง ตกอยู่ประมาณ 1,000 กว่าบาท ซึ่งแนวโน้มจะราคาจะมีการลดลงอย่างแน่นอน เทียบกับการประหยัดไฟและการปีนขึ้นไปเปลี่ยนหลอดบ่อยๆแล้ว นับเป็นตัวเลือกที่น่าลงทุนทีเดียว ปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายค่ะ แค่ยังไม่มีใน 7-11 แต่ในร้านค้าอุปกรณ์ก่อสร้าง จะเห็น LED วางขายกันเยอะแล้ว

philips-hue-640x640

 

ยิ่งสมัยนี้แล้ว ยังมีลูกเล่นต่างๆที่เพิ่มสีสันให้กับห้องได้โดยการควบคุมผ่าน Application ตั้งแต่ระบบเล็กๆ จนระบบใหญ่ๆ ทำให้เราง่ายต่อการเปิดปิด ประหยัดไฟ สร้างบรรยากาศได้ หรือจะเป็นการเลือกใช้เซนเซอร์เป็นอีกตัวเสริมก็ได้เช่นกัน

รู้แบบนี้แล้วอยากเปลี่ยนมาใช้หลอด LED กันหรือยังค่ะ มีคำถามสามารถคอมเม้นไว้ได้นะ พบกับฝนใหม่คราวหน้าค่ะ

 

Share

12 Comments

  • สวัสดีค่ะ คุณฝนคะ ติดตามบทความคุณฝนได้สักพักแล้วค่ะ พอดีว่ามีข้อสงสัยอยากจะขอคำแนะนำค่ะ คือว่า มีงานของลูกค้าที่เค้าทำโชว์รูมหน้าร้านที่เป็นโฮมอินทีเรียอ่ะค่ะ จัดดิสเพลย์เป็นห้องเสมือนจริง แต่ตอนกลางวันแสงที่ใช้ส่องในโชว์รูมสู้แสงธรรมชาติไม่ได้เลยค่ะ รบกวนคุณฝนชี้แนะ ควรเลือกหลอดไฟประเภทไหนดีคะ

    • โดยทั่วไปแล้วการจัดไฟสำหรับ Retail แต่กต่างอย่างมากกับที่ใช้ในบ้านค่ะ บริเวณที่มีปัญหาคือ Display ที่มีแดดส่องถึงหรือเปล่าค่ะ หรือเป็นร้านในอาคาร

      • เป็นลักษณะกึ่งoutdoorค่ะอยู่ไม่โดนแดดโดยตรง แต่มีพื้นที่ๆโดนแดดอยู่โดยรอบเลยคล้ายๆกับว่าตู้ปลามีฝาครอบค่ะ ไม่โดนแสงโดยตรงแต่ก็ได้รับเอฟเฟคค่อนข้างมาก….ควรแก้ไขแบบไหนดีคะคุณฝน ทั้งๆที่เปิดไฟส่องเฉพาะจุดและไฟฝังก็แล้วค่ะ…ได้ค่าที่ต่างกันไม่มากเลย

      • จริงๆจะให้ตอบแบบกว้างๆ (ซึ่งกว้างมากจริงๆ) คือเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟที่มีกำลังส่องสว่างที่สูงขึ้นค่ะ เช่น LED หรือ เมทัลฮาไลด์ อย่างหลังนี่ความร้อนจากหลอดไฟอาจจะมีผลต่อสินค้า ถ้าเลือกใช้ที่วัตต์สูงมากนะคะ โดยความเป็นจริงแล้ว ฝนไม่สามารถตอบได้แบบเฉพาะเจาะจงค่ะ เพราะปัญหาหน้างานแต่ละที่ไม่เหมือนกัน วิธีแก้ปัญหาก็ต่างกันไปด้วย เหมือนหมอวินิฉัยโรคเลยแหะ = =’มันมีเทคนิคและวิธีที่ปรับปรุงคุณภาพแสงสว่างได้อยู่นะคะ

      • ขอบคุณมากค่ะคุณฝน ได้ข้อมูลดีๆใหม่ๆเสมอเลยค่ะ จะลองนำคำแนะนำไปใช้ดูนะคะ
        นับว่าเป็นการทำบุญอย่างนึงเลยค่ะที่ให้ความรู้กับคนทั่วๆไปแบบนี้ ทำต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจและจะติดตามผลงานคุณฝนเสมอค่ะ ^^

      • โอววว หวังว่าจะแก้ปัญหาได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ฝนอยากแบ่งปันความรู้อยู่แล้ว ตรงไหนฝนสามารถช่วยเหลือได้ก็จะยินดีตอบให้ค่ะ ผิดพลาด ติชม ตรงไหนฝนก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ สามารถแนะนำฝนได้เสมอค่ะ ^ ^

  • ข้อมูลครบถ้วนดีจังครับ ขอบคุณครับ ^^

  • คุณพ่อลูกสอง

    ขอเพิ่มเติมเรื่องหลอดLEDนิดหน่อยครับ
    1) หลอดLEDไม่มีUVซึ่ง……ผลเสียของUVคือล่อเเมลงเข้ามาเเละทำให้ผิวหนังของคนเราเหี่ยวย่นครับ
    2) เเสงจากหลอดLEDไม่มีความร้อนซึ่งถ้าเรานำไปส่องรูปภาพก็จะทำให้รูปนั้นๆไม่เสียหายเมื่อส่องไปนานๆ
    3) switching time ของหลอดLEDเปิดปิดได้เป็นหมื่นๆครั้งซึ่งมากกว่าหลอดฟลูออเรสเส้นที่มีswitching time ไม่กี่พันครั้งเท่านั้น(เราจึงเห็นว่าหลอดไฟในห้องน้ำมักเสียบ่อยๆ)
    4) อายุของหลอดLEDยาวนานมากจึงเหมาะจะใช้กับจุดที่เปลี่ยนหลอดลำบากเช่นล้อบบี้คอนโดเพดานสูงๆเป็นต้น

Leave a Reply