รีวิวฉบับที่..1793 สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาไปชมโครงการใหม่จากชวนชื่น ซิตี้ กับโครงการ ชวนชื่น ซิตี้ วัชรพล-รามอินทรา ซึ่งหากใครที่รู้จักชื่อ “ชวนชื่น ซิตี้” จะทราบดีว่าเป็นเจ้าประจำในทำเลนี้ สำหรับโครงการนี้จะอยู่แถวๆรามอินทรา 65 ใกล้ถนนวัชรพล เป็นย่านชุมชน เดินทางสะดวก ที่นี้เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์ American Country จำนวนยูนิตน้อย ฟังก์ชั่นดูดีทีเดียว เริ่มต้นที่  6.29 ล้านบาท ไปชมกันครับ

Fact @ 24 January 2019

  • Chuan Chuen City Watcharapol-Ramindra (ชวนชื่น ซิตี้ วัชรพล-รามอินทรา)
  • บมจ.มั่นคงเคหะการ
  • ที่ตั้ง : เขตบางเขน
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • เนื้อที่โครงการ 25 ไร่ จำนวน 113 ยูนิต
  • บ้าน IRIS พื้นที่ 50 ตร.วา 143 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 6.29 ล้านบาท
  • บ้าน MARISA พื้นที่ 55 ตร.วา 162 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท
  • บ้าน VANDA พื้นที่ 55 ตร.วา 163.0 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 7.19 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 6.29 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : มกราคม 2561
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ประมาณ ธันวาคม 2563
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • สำนักงานขาย : 1622

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 3.859256, 100.653269

แผนที่จากทางโครงการครับ

สำหรับทำเลที่ตั้งต้องบอกก่อนว่าโครงการ ชวนชื่น ซิตี้ วัชรพล-รามอินทรา เรียกได้ว่าอยู่ในอาณาจักรของหมู่บ้านชวนชื่น ซิตี้เลยก็ว่าได้ เพราะรอบๆโครงการรายล้อมด้วยหมู่บ้านชวนชื่น ซิตี้ โครงการอื่นๆ เต็มไปหมด ดังนั้นจึงมีทางเข้าออก และการจัดการภายในที่เป็นสัดส่วนชัดเจน มีความปลอดภัย พื้นที่โดยรอบโครงการจึงมีบริบทของความเป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด ค่อนข้างจะเงียบสงบ

ทำเลที่ตั้งอยู่ภายในซอยรามอินทรา 65 ซึ่งเป็นซอยที่สามารถเชื่อมต่อได้กับถนนใหญ่หลายสาย เช่น ถนนวัชรพล, ถนนรามอินทรา, ถนนสุขาภิบาล 5 และอีกฝั่งของโครงการก็สามารถเชื่อมต่อกับถนนคู้บอน ได้ นอกจากนั้นยังใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าในอนาคตอีกด้วย

ถ้าพูดถึงการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นการเดินทางหลักสำหรับโครงการแนวราบอยู่แล้ว โดยโครงการนี้สามารถเข้าถึงได้หลายเส้นทาง มีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย อาทิ ทางถนนวัชรพล ทางซอยรามอินทรา 65 ทางถนนคู้บอนซอย 27 ถนนแต่ละเส้นที่เข้าถึงโครงการได้ก็มีความเจริญสูง คึกคัก หาของกิน ของใช้ได้ง่าย นอกจากนั้นยังไม่ไกลกับทางด่วนอีกด้วยนะ

ส่วนการเดินทางสาธารณะ ในปัจจุบันยังถือว่าไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก เพราะต้องออกมาเรียกที่ถนนใหญ่ ซึ่งมีระยะเข้าไปจากหน้าโครงการชวนชื่น ซิตี้ประมาณ 1 กิโล ภายในโครงการนานๆจะมีแท็กซี่หรือพี่วินมาผ่านสักคัน แต่สามารถให้ รปภ. หน้าหมู่บ้านช่วยเรียกให้ได้นะ

ส่วนในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) สถานีที่ใกล้โครงการโดยออกมาทางซอยรามอินทรา 65 คือสถานีวัชรพล และ สถานีรามอินทรา 40 ซึ่งเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเทาด้วยนะ ซึ่งจะมีกำหนดเปิดใช้งานในปี 2564 ครับ

สำหรับความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้ เรียกได้ว่าเป็นทำเลยอดฮิตของโครงการแนวราบ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ตอนบนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร โครงการส่วนใหญ่จะเป็นหมู่บ้านเดี่ยวจัดสรร, ไม่จัดสรร และทาวน์โฮม ตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้ถนนวัชรพลจึงจะอิงความเจริญจากถนนเส้นนี้เป็นหลัก ถนนวัชรพลเป็นถนนที่มีความเจริญสูง สะดวกสบาย และมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมาก ทั้งตลาดและร้านค้าต่างๆมากมาย เช่น ตลาดถนอมมิตร,  เพลินนารี่มอลล์ ห้างสรรพสินค้าให้เดินเล่นกันได้ไม่ไกลโครงการ ภายในถนนยังมี 7-11, Family Mart ตลอดทาง ยิ่งไปกว่านั้นถ้าออกสู่ถนนหลักอย่างถนนรามอินทรา จะมีคอมมูนิตี้ มอลล์อย่าง The Walk และศูนย์การค้าอย่าง Fashion Island, The Promenade และเซ็นทรัล รามอินทรา ให้คนย่านนี้ได้เดินเล่นช้อปปิ้งกัน และยังมีโรงพยาบาลสินแพทย์, โรงพยาบาลพญาไทนวมินทร์, โรงเรียนบดินเดชา2 อยู่ในละแวกนี้ด้วยครับ

วันนี้จะพาทุกคนเดินทางไปโครงการโดยเส้นทางหลักนะครับ เข้าทางถนนวัชรพล และเชื่อมต่อกับถนนรามอินทรา 65 เข้าภายในโครงการกัน ซึ่งผมจะมาจากทางถนนประดิษฐ์มนูธรรม แล้วเชื่อมต่อเข้าสู่ถนนวัชรพล ขับเข้าไปอีกประมาณ 1.7 กิโลเมตร เข้าไปภายในโครงการชวนชื่น ซิตี้ วิ่งภายในหมู่บ้านไปตามทางก็จะพบตัวโครงการ ชวนชื่น ซิตี้ วัชรพล-รามอินทรา อยู่ทางขวามือครับ

เริ่มต้นบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา นั่นเอง ซึ่งจะวิ่งตรงมาอยู่แล้ว หรือพึ่งลงมาจากทางด่วน ก็สามารถไปทางนี้ได้เช่นกันครับ ให้มุ่งหน้าไปทางรามอินทรา ดูป้ายว่าถนนวัชรพลไว้ เราจะไปเส้นทางนั้นกันครับ

ลอดใต้ป้ายเมื่อสักครู่มา จะมีทางยกระดับเพื่อเข้าสู่ถนนวัชรพล ให้ขึ้นไปเลยครับ

เมื่อขึ้นสะพานมาแล้วก็ชิดซ้ายไว้นะ ทางจะพาวนลงไปยังถนนวัชรพล

เมื่อลงทางยกระดับมา ก็ชิดซ้ายต่ออีกเช่นเดิมครับ เลี้ยวเข้าถนนวัชรพลเลย

ตรงต่อไปบนถนนวัชรพลครับ

วิ่งมาบนถนนวัชรพล จะสังเกตุได้ว่าถนนเส้นนี้เป็นอีกเส้นหนึ่งที่คึกคัก มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง ภายในถนนมีร้านอาหาร ร้านค้าเรียงรายทั้งสองข้างทาง พร้อมทั้งมีแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์วิ่งตลอดเวลาครับ

ทางฝั่งซ้ายมือคือเสถียรธรรมสถาน เป็นสถานปฏิบัติธรรมรองรับชาวพุทธศาสนิกชน บรรยากาศภายในร่มรื่น และเงียบสงบ ตอบโจทย์สายบุญได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ตรงมาตามทางเลี้ยวขวาตามทางไปบนถนนวัชรพลนะ

ตรงต่อมาจะพบตลาดถนอมมิตร อยู่ทางขวามือครับ เป็นตลาดสดขนาดใหญ่ที่มีสินค้าหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าหลายประเภท พื้นที่บริเวณนี้แรกๆ เป็นที่โล่ง รูปแบบการค้าเป็นแบบ ไม่จำกัดประเภทสินค้า ทำให้ผู้ขายจะนำข้าวของไปวางขายท้ายรถกระบะของตัวเอง รวมถึงเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาขายได้ จึงทำให้มีประเภทสินค้าที่หลากหลาย อาทิ ของสด ของแห้ง ของใช้ เสื้อผ้า ของเล่น โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ

ตรงต่อมาจะมีเพลินนารี่มอลล์อยู่ทางขวามือ เป็นช้อปปิ้งมอลล์ ที่ได้แนวคิดจากสวนสนุกแห่งแรกในเมืองไทย ภายในมีทั้งร้านอาหาร สินค้าแฟชั่น ความสวยความงาม ไอที สวนสนุก ที่เรียนพิเศษ และธุรกรรมการเงิน

เลยต่อมาอีกนิดหน่อย จะเจอทาง 3 แยก ให้เราตรงเข้าไปเลยครับ จะไปเชื่อมกันกับซอยรามอินทรา 65

ตรงต่อมาเข้าสู่หมู่บ้านชวนชื่นซิตี้ เรียกได้ว่าภายในเป็นดินแดนของ ชวนชื่นซิตี้เลยก็ว่าได้ครับ เพราะภายในมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยโครงการหมู่บ้านชวนชื่นต่างๆ เกือบ 20 โครงการได้

เมื่อเข้ามาภายในหมู่บ้าน ให้เราตรงไปตามทางเรื่อยๆเลยครับ เส้นทางอาจจะดูซับซ้อนหน่อย แต่ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะมีป้ายบอกทางติดอยู่ตามเสาไฟเรื่อยๆเป็นจุดๆ

เมื่อตรงเข้ามาจะมีทางให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายไปเลยครับผม

เมื่อเลี้ยวมาจะมีสะพานข้ามคลอง ให้ตรงต่อไปเรื่อยๆเลยครับ

เมื่อตรงต่อมาจะมีจุดรักษาความปลอดภัยจุดแรก ต้องแลกบัตรเข้าไปนะครับ สำหรับมาที่สำนักงานขาย

ผ่านจุดรักษาความปลอดภัยเข้ามาก็พบ สำนักงานขายของโครงการ ชวนชื่นซิตี้ วัชรพล-รามอินทรา ครับ แต่ถ้าจะเข้าโครงการของเรา ต้องเลยไปอีกนะครับ

เลยมาแล้วก็เลี้ยวซ้ายไปตามทางเลยครับ แล้วตรงต่อไป

จากนั้นเลี้ยวขวาตามทางต่อครับ ด้านหน้าเป็นทางเข้าหมู่บ้านอื่นในระแวกนี้ครับ

เลี้ยวขวาอีกรอบครับ พูดง่ายๆก็คือ ขับเป็นลักษณะ U-tern ครับ

เลี้ยวซ้ายต่อนะครับ ตามทางเลย ด้านหน้าเป็นทางเข้าอีกหมู่บ้านในระแวกเดียวกัน

ต่อมาเลี้ยวซ้ายครับ อาจจะดูซับซ้อน แต่ทางจริงไม่มีอะไรเลยครับ คือขับตามทาง เพราะส่วนช่องอื่นๆเป็นทางเข้าหมู่บ้านต่างๆครับผม

ตรงมาเรื่อยๆ จะเจอสะพานข้ามคลองให้ตรงข้ามไปเลยครับ

ลงสะพานมาจะพบกับหมู่บ้านชวนชื่น ซิตี้ วัชรพล-รามอินทรา อยู่ทางฝั่งขวามือครับ

ตัวหมู่บ้านมีเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ จำนวน 113 ยูนิต ซึ่งถือว่ามีจำนวนไม่มาก ได้ความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างดี โดยตำแหน่งของหมู่บ้านจะอยู่ภายในพื้นที่ที่เป็นหมู่บ้านชวนชื่นซิตี้อยู่แล้ว ทำให้ถูกรายล้อมด้วยชุมชนที่มีการอยู่อาศัยมาก่อนหน้านี้แล้วแทบจะทุกด้าน ซึ่งจากเท่าที่มองเห็นภาพรวม มีการจัดการได้พอใช้  ข้อดีคือได้ความสงบเงียบในบรรยากาศของพื้นที่พักอาศัย ไม่มีสถานที่ที่มีความวุ่นวายใกล้ๆ แต่ก็จะมีเพื่อนบ้านที่ใช้ถนน และพื้นที่ส่วนกลางร่วมกับเรา มีบ้านรายล้อม ทำให้อาจจะไม่ได้ความเป็นส่วนตัวเท่าไรนัก

ทิศเหนือ – ติดกับทางเข้าหลักของโครงการ สำหรับบ้านที่อยู่ในส่วนทิศนี้ก็จะมีข้อดีที่เข้าออกง่าย รวดเร็ว แต่จะเสียในเรื่องของความเป็นส่วนตัว เพราะมีคนเข้าออกผ่านใกล้บ้านตลอด

ทิศตะวันออก – มีถนนด้านข้าง ภายในหมู่บ้านช่วยกั้นระหว่างหมู่บ้าน ชวนชื่น ไพรเวท พาร์ค ข้อดีคือจะมีฝั่งหนึ่งที่ไม่ต้องติดกับเพื่อนบ้าน แต่อาจจะมีเสียงของรถรบกวนบ้าง แต่เป็นถนนภายในหมู่บ้าน ทำให้รถไม่ได้วิ่งด้วยความเร็วมากนัก และจำนวนอาจจะไม่ได้เยอะทำให้ส่งผลกระทบไม่มากนัก

ทิศใต้ – ติดกับหมู่บ้านไปรษณีย์ ซึ่งไม่ใช่โครงการของชวนชื่นนะ สำหรับบ้านที่อยู่ทางนี้ จะได้เรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะอยู่ด้านใน ไม่มีรถผ่านไปมามากนัก แต่จะเข้าออกหมู่บ้านก็อาจจะไกลสักนิดหน่อยนะครับ

ทิศตะวันตก – ทางฝั่งทิศตะวันตกจะติดกับหมู่บ้านชวนชื่น วัชรพล เป็นหมู่บ้านที่สร้างเสร็จมาค่อนข้างจะนานแล้ว ทางฝั่งด้านนี้ส่วนช่วยต้นทางเข้าโครงการ จะมีคลองด้านข้าง ส่งกลิ่นพอสมควร ซึ่งน่าจะกระทบต่อการอยู่อาศัยไม่มากก็น้อย แต่ก็แลกกับการได้เรื่องความเป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะไม่ต้องติดกับเพื่อนบ้านมาทดแทน

หน้าหมู่บ้านมีซุ้มประตูทางเข้าออก ตกแต่งในสไตล์ American Country เป็นแนวคิดของโครงการ แยกทางเข้าออกชัด เข้าออกด้วยระบบ Keycard Access ระยะไกล มีรั้วกั้นไม้กระดกอัตโนมัติ พี่ๆรปภ. มีชุดยูนิฟอร์มประจำด้วยนะ สีเขียวน่ารักเชียวล่ะ

ไปดูทางฝั่งที่เรามากันก่อนนะครับ ด้านนี้จะมีสะพานข้ามคลองอย่างที่บอกตอนมา ไปดูบรรยากาศกัน

ถนนหน้าโครงการค่อนข้างกว้าง มีเกาะกลางให้เป็นจุด เพื่อความปลอดภัย ด้านข้างมีทางเท้ายกระดับให้ อีกทั้งยังมีแนวต้นไม้ทั้งสองฝั่ง บรรยากาศร่มรื่น น่าเดิน

เดินเลยมานิดนึงจะมีแนวสวนฝั่งหมู่บ้านเราด้วยนะ เป็นพื้นที่สร้างบรรยากาศก่อนเข้าโครงการ

เดินเลยมาอีกหน่อยจะมีสะพานข้ามคลอง มีทางเดินสองข้างแยกชัดเจน มีบันไดแยกส่วนจากตัวถนน เพื่อความปลอดภัยครับ

ทางโครงการวางแนวกรวยไว้ให้ เพื่อแบ่งแยกเลนเดินรถ ปลอดภัยมากขึ้นนะ

ฝั่งด้านทิศตะวันตก มีคลองจระเข้ เป็นชื่อคลองน่ะครับ ไม่น่าจะมีจระเข้นะ มีภาพลักษณ์ดูไม่สวยงาม เนื่องจากไม่ค่อยได้รับการดูแลและการจัดการที่ดี ทำให้ส่งกลิ่นที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก สำหรับบ้านที่อยู่ติดทางฝั่งนี้ มีรั้วโครงการสูง 3 เมตรช่วยอยู่บ้าง มีตำแหน่งไม่ต้องติดกับเพื่อนบ้าน แต่อาจจะได้รับผลกระทบเรื่องกลิ่นบ้างนิดหน่อยนะครับ

ผั่งตรงข้ามโครงการ เป็นหมู่บ้าน ชวนชื่นไพร์ม พาร์ค วัชรพล ครับ

มาดูอีกฝั่งกัน เป็นซอยถนนด้านในหมู่บ้าน ซึ่งจะสามารถไปทะลุออกทางซอย คู้บอน 27 ได้นะครับ ซึ่งสามารถเข้าออกโครงการได้ เป็นตัวเลือกในการเดินทางเลี่ยงปัญหารถติดได้ดีเลย

ภายในซอยเป็นบ้านพักอาศัยเรียงยาวๆ ตลอดแนวเลยครับผม

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดถนอมมิตร ~ 1.5 กิโลเมตร
  • เพลินนารี่มอลล์ ~ 1.5 กิโลเมตร
  • เสถียรธรรมสถาน ~ 2 กิโลเมตร
  • โลตัส ~ 2.3 กิโลเมตร
  • วัดคู้บอน ~ 3.8 กิโลเมตร
  • Big C คู้บอน ~ 3.9 กิโลเมตร
  • Foodland ~ 4.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลสินแพทย์ ~  4.9 กิโลเมตร
  • ตลาดนัดเลียบด่วน ~  5.6 กิโลเมตร
  • โรงเรียนนวมินทราชูทิศ ~ 6.2 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ~ 6.5 กิโลเมตร
  • Fashion Island ~ 7.4 กิโลเมตร
  • The Promenade ~ 8.2 กิโลเมตร

เจาะลึกตัวโครงการ

มาดูผังภายในโครงกันบ้างครับ หมู่บ้านปัจจุบันเปิดแค่ส่วนแรกนะ เป็นส่วนของเฟส 1 ส่วน เฟส 2 กำลังก่อสร้าง คาดว่าจะเสร็จทั้งโครงการประมาณ ธันวาคม ปี 2563 ภายในโครงการมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 25 ไร่ มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวเข้าไป โดยส่วนแรกนี้จะมีแบบบ้านทั้งหมด 3 แบบครับ
  • บ้าน IRIS พื้นที่ 50 ตร.วา 143 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • บ้าน MARISA พื้นที่ 55 ตร.วา 162 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • บ้าน VANDA พื้นที่ 55 ตร.วา 163.0 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

ภายในโครงการมีทางเข้าออกทางเดียว ทางฝั่งทิศเหนือ มีป้อม รปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ที่ด้านหน้าทางเข้าโครงการชวนชื่นที่เราผ่านมา ก็มีป้อม รปภ. อีกจุด เป็น Double Gates ได้เรื่องความปลอดภัยสูงทีเดียว จุดของเราที่หน้าหมู่บ้านมีการแยกทางเข้าและทางออกชัดเจน รวมถึงทางเดินเท้าด้วยเช่นกัน เป็นระบบ Keycard Access ระยะไกล พร้อมรั้วกั้นไม้กระดกอัตโนมัติ และ CCTV ทั้งทางเข้าและทางออก เข้ามาภายในโครงการมีถนนหลักที่มีความกว้าง 12 เมตร ภายในมีถนนรองขนาด 9 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ทีเดียว จุดเด่นของโครงการนี้หลักๆเลยคือจำนวนยูนิตที่ไม่มากนัก ภายในซอยมีเพียงซอยละ 4 ยูนิต ซึ่งได้ความเป็นส่วนตัวสูงทีเดียว แต่ข้อเสียคือพื้นที่ส่วนกลางที่ให้มาไม่มากนักเช่นกัน มีพื้นที่สวนตรงกลาง ที่มีมุมนั่งเล่นพักผ่อนที่หลากหลาย ใช้งานได้หลายช่วงวัย แต่จะไม่มีส่วนของสระว่ายน้ำและฟิตเนตเหมือนทั่วๆไป ต้องไปใช้งานด้านนอกหมู่บ้าน ซึ่งเป็นส่วนของหมู่บ้านชวนชื่นซิตี้ ต้องเสียค่าบริการแยกครับ

หน้าหมู่บ้านมีป้อมรปภ. ตกแต่งด้วยสไตล์ American Country โดดเด่นชัดเจน พร้อมพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย มีรปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สามารถมองเห็นได้ชัดเจนทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกโครงการ พร้อมไฟส่องสว่างเป็นจุดๆ ปลอดภัยครับ

 ทางเข้าเป็นระบบ Keycard Access ระยะไกล รั้วกั้นไม้กระดกอัตโนมัติ

ด้านข้างแยกทางเดินชัดเจนครับ ส่วนนี้จะช่วยในเรื่องความปลอดภัยของคนเดินได้ดีทีเดียว

 เข้ามาภายใน ถนนช่วงแรกค่อนข้างกว้าง ขนาด 12 เมตร ทำให้บ้านในโซนนี้จะได้ถนนหน้าบ้านกว้าง โล่ง ไกลจากบ้านฝั่งตรงข้าม และเข้าออกโครงการง่าย แต่ต้องแลกกับการมีรถเข้าออกโครงการผ่านหน้าบ้านบ่อยๆ

ส่วนของบ้านที่อยู่ภายในซอย ก็ได้เรื่องความเป็นส่วนตัวอย่างดี เพราะมีบ้านเพียงแค่ 4 ยูนิต ต่อซอยเท่านั้น โดยจะมีถนนภายในกว้าง 9 เมตร  เข้าออกสบายๆเลยครับ

ส่วนบ้านที่อยู่ช่วงตรงกลาง จะได้เรื่องที่ใกล้พื้นที่ส่วนกลาง ใช้งานง่าย มีถนนด้านข้าง ไม่ต้องติดกับบ้านเพื่อนบ้าน และทางโครงการมีการทำแนวต้นไม้ให้ด้วยนะ

 พื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้จะเป็นสวน แต่ไม่ใช่สวนโล่งๆธรรมดานะ เป็นสวนขนาดใหญ่ มีหลายมุมให้เลือกใช้งานกัน จุดแรกคือพื้นที่สนามหญ้า สามารถให้เด็กๆมาวิ่งเล่นออกกำลังกายกันได้นะ ด้านข้างมีมุมนั่งพักผ่อนตามจุดต่างๆ

 ต่อมามีวงกลมเป็นซุ้มสำหรับนั่งเล่น เดินได้รอบ พร้อมปลูกต้นไม้สวยงาม มีคนดูแลอย่างดีทีเดียว

เดินต่อมาจะมีทางแยกให้เลือกเดินเพิ่มความหลากหลาย หรือสามารถใช้เป็น Jocking Track วิ่งออกกำลังกายก็ได้นะ

ต่อมาจะมีสนามเด็กเล่น พื้นที่บริเวณนี้จัดมาให้สำหรับเด็กๆ มีมุมนั่งเล่นที่สามารถให้ผู้ปกครองมานั่งดูแลได้ด้วย

 ข้างๆมีเครื่องเล่น สำหรับออกกำลังกายแบบเบาๆ ผู้สูงอายุก็สามารถเล่นได้

 ด้านหลังสุดเป็นพื้นที่สนามเด็กเล่นอีกจุด ที่จะปูพื้นยางไว้ให้ เล่นสนุกกันได้เต็มที่เลย

พื้นที่โดยรวมจัดมาดีนะครับ ดูน่าสนใจ แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดโล่งทั้งหมด ทำให้อาจจะใช้งานได้แค่บางเวลา ฝนตก หรือแดดแรงๆ ก็อาจจะใช้งานยากสักหน่อย และนอกจากพื้นที่นี้ ยังมีสวนหย่อมเล็กๆ รอบๆโครงการอีก 3 จุดนะครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สวนสาธารณะด้านในโครงการ
  • สวนหยอมรอบโครงการ 3 จุด
  • ระบบ CCTV ที่ซุ้มประตูทางเข้า
  • รั้วรอบโครงการสูง 3.00 เมตร
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบรั้วกั้นไม้กระดก
  • Keycard Access ระยะไกล
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.

Product Walkthrough

มาเริ่มกันที่บ้านหลังเล็กที่สุดที่เปิดขายในปัจจุบันของโครงการกันก่อนละกันนะครับ บ้านหลังนี้มีชื่อว่า IRIS พื้นที่ 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 143 ตร.ม.  ภายในมี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ โดยจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6.29 ล้านบาท

ภายนอกอาคารส่วนของพื้นที่จอดรถมีการลงเสาเข็มให้ แต่ส่วนหลังบ้านไม่ได้ลงให้นะครับ ภายในตัวบ้านจัดสัดส่วนพื้นที่ดีทีเดียว มีประตูทางเข้าหน้าบ้าน 1 จุด เป็นบานสไลด์เปิดได้ทั้งซ้ายและขวา สามารถเปิดโล่งได้ เข้ามาจะพบกับพื้นที่นั่งเล่นด้านหน้า ขนาดไม่ใหญ่นัก กำลังพอดี วางโซฟาตัว L ได้ พื้นที่ภายในมีแนวลึกเข้าไปด้านในเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร มีช่องเปิดด้านข้างและด้านหลัง ทำให้พื้นที่ภายในบ้านจะได้รับแสงธรรมชาติจากหลายด้าน ส่วนของห้องน้ำของชั้นหนึ่ง มีตำแหน่งอยู่ใต้บันได ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า อยู่ติดริมผนังบ้าน ช่วยให้มีช่องระบายอากาศได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่วนด้านหลังสุดเป็นพื้นที่ครัว ซึ่งทางโครงการทำเป็นครัวปิดมาให้ เวลาประกอบอาหารจะได้ไม่ส่งกลิ่นและควันรบกวนส่วนอื่นภายในบ้าน และยังสามารถเปิดประตูด้านหลังออกไปที่ลานซักล้างได้ด้วย ช่องเปิดทั้งหมดของบ้านหลังนี้มี Shock Sensor ติดตั้งไว้ให้ ป้องกันความปลอดภัยได้ดีทีเดียว ส่วนหน้าต่างก็มี Air Flow ช่วยในเรื่องของการถ่ายเทอากาศภายในตัวบ้านได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนชั้นสองขึ้นมาจะมีห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำ 2 ห้อง แบ่งเป็นส่วนทางฝั่งหน้าบ้าน ประกอบไปด้วยห้องนอนหลัก มีระเบียงหน้าบ้าน และห้องน้ำภายในตัว พร้อมพื้นที่ walk-in closet ภายในให้ด้วยนะ อีกห้องข้างๆ เป็นห้องนอนหรือจะสามารถทำเป็นห้องทำงานก็ได้ จุดเด่นคือมี bay window มาให้ ได้ความรู้สึกเข้าถึงความเป็น American Country มากยิ่งขึ้น ส่วนฝั่งทางหลังบ้าน จะมีห้องนอนอีกห้องหนึ่ง เปิดรับช่องแสง 2 ฝั่ง พร้อมห้องน้ำของชั้นนี้ครับ มีตำแหน่งติดกันกับห้องน้ำภายในห้องนอนหลัก ง่ายแก่การเดินระบบและซ่อมแซม

เป็นบ้านสองชั้นที่ออกแบบมาในสไตล์ American Country ตัวบ้านใช้สีขาวเป็นหลัก ผสมผสานกับสีเทาอมฟ้า ดูอบอุ่น ส่วนระเบียงและ bay window ที่ชั้นสอง เป็นจุดที่ทำให้บ้านดูเป็นสไตล์ American Country มากยิ่งขึ้น เข้าไปดูภายในตัวบ้านกันครับ

พื้นที่จอดรถเป็นคอนกรีตขัดหยาบนะครับ สามารถจอดรถได้ 2 คัน ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับขนาดบ้านนะครับ

ภายในมีตู้สำหรับเก็บของให้ พร้อมปลั๊กไฟและกระจกที่สามารถสอดส่องและเป็นช่องแสงให้กับตัวบ้าน แต่ติดตรงที่ไม่สามารถเข้าบ้านได้จากทางนี้ ต้องเข้าจากทางหน้าบ้านเท่านั้น

มาดูฝั่งหน้าบ้านกันบ้าง มีไฟกิ่งประดับให้ทั้งซ้ายและขวา และมีชานหน้าบ้านยื่นออกมารับประมาณเมตรกว่าๆ ปิดผิวด้วยกระเบื้องเซรามิค สำหรับใส่และถอดรองเท้า บริเวณนี้หากจะวางตู้รองเท้าควรใช้ตู้แบบที่ทนแดดและความชื้นนะครับ เพราะต้องระวังแดดและฝนด้วย

ข้างบ้านมีพื้นที่สำหรับทำสวนและเป็นชานข้างบ้าน แต่ของจริงจะเป็นพื้นที่โล่ง ได้แต่ชานด้านในนะ ดูไว้เป็นไอเดียในการตกแต่งนะครับ

เดินเข้ามาอีก ด้านข้างมีชานที่สามารถเข้าออกบ้านได้ แต่พื้นที่ไม่มากนัก วางเก้าอี้สนามไว้นั่งจิบกาแฟเบาๆพอไหวครับ

ด้านหลังบ้านมีพื้นที่พอๆกันกับด้านข้าง มีพื้นที่สำหรับซักล้าง ตั้งราวตากผ้าได้

พื้นลานซักล้างไม่ได้ลงเสาเข็มให้ เป็นกระเบื้องเซรามิค พื้นที่ไม่มากนัก ทำระดับแยกส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ให้ ล้างน้ำจะได้ไม่เลอะทั้งลาน

หลังจากไปวนรอบบ้านกันมาแล้วหนึ่งรอบ มาดูหน้าบ้านกันอีกรอบครับ ที่เสาด้านหน้ามีไฟกิ่งให้ซ้ายขวา ตัวเสามีย่อมุมให้ด้วย ทำให้ดูมีมิติ ไม่ทึบตัน ส่วนประตูหน้าบ้านเป็นแบบเปิดออกซ้ายขวา กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว กระจกเขียวตัดแสง

ตัวประตูมีตัวล็อคสองชั้น ทั้งที่ตัวจับประตู และด้านหลังบานเลื่อน ช่วยในเรื่องความปลอดภัยได้ดีทีเดียวครับ ส่วนที่ด้านในมี shock sensor ของ lifesmart ช่วยรักษาความปลอดภัยอีกชั้นนึงครับ

เปิดประตูเข้ามา ภายในจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่นก่อนเลยครับ พื้นภายในเป็นกระเบื้อง Porcelain ขนาด 60×60 ซม. ส่วนผนังเป็นฉาบเรียบติด wallpaper พร้อมบัวเชิงผนังสีขาวให้มาด้วยครับ โดยมีระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.6 เมตร

ฝั่งวางทีวีเป็นผนังฉาบเรียบทาสีปกตินะครับ แต่จะตกแต่ง built-in เพิ่มแบบในบ้านตัวอย่างก็ได้ เป็นไอเดีย

ส่วนอีกฝั่งจะมีช่องเปิดให้ เป็นกรอบบานอลูมิเนียมอบขาวพร้อมกระจกเขียวตัดแสงเช่นเดิมครับ

มาดูใกล้ๆกันหน่อยครับ เพราะไม่ใช่หน้าต่างธรรมดา ที่ด้านบนมี shock sensor ติดตั้งให้ เช่นเดียวกันกับประตูทางเข้า ส่วนด้านล่างมี air flow ไว้สำหรับระบายอากาศภายในบ้าน สามารถเปิดปิดได้นะ

ระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 3.5 เมตร ถือว่าค่อนข้างกว้าง วางโซฟาขนาดใหญ่ และทีวี ขนาด 50-60 นิ้ว ได้ครับ

มีระบบ smart home ที่สามารถเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านโทรศัพท์มือถือ ไม่ต้องลุกไปเปิดปิดเลยครับ

ฝ้าเพดานทั้งบ้านหลังนี้เป็นแบบฉาบเรียบทาสี มาพร้อมไฟ Downlight นะครับ สำหรับส่วนพื้นที่นั่งเล่นด้านหน้ามีไฟมาให้ 4 ดวง

มาดูภายในบ้านกันต่อ ด้านหลังเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร และห้องครัว ส่วนด้านข้างคือห้องน้ำ และบันไดขึ้นชั้นสองครับ มาดูส่วนพื้นที่รับประทานอาหารกันก่อน

พื้นที่บริเวณนี้ผมชอบครับ มีช่องแสงให้ 2 จุดใหญ่ๆ ส่วนครัวก็มีแนวกระจกปิดมาให้ด้วย ป้องกันกลิ่นและควันออกมารับกวน แต่ยังได้แสงธรรมชาติจากช่องแสงบริเวณนี้อยู่ ถือว่าทำมาให้ดีทีเดียว บ้านดูโปร่ง โล่ง

ประตูออกไปยังชานด้านข้างเป็นบาน slide นะครับ กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว กระจกเขียวตัดแสงเช่นเดิม ที่ด้านบนมุมมี shock sensor ให้เช่นเคย

ประตูเป็นแบบล็อค 2 ชั้น แบบประตูทางเข้า ปลอดภัยดีครับ

ชานด้านข้างอย่างที่พามาดูแล้วตอนแรก ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่มายืนสูดอากาศรับลมได้นะครับ พื้นที่บริเวณนี้สามารถวางโต๊ะและเก้าอี้เล็กๆได้นะครับ

กระจกหลังบ้าน ก็มี shock sensor และ air flow ให้ที่ด้านบน ช่วยระบายอากาศได้ดีทีเดียว

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ downlight ให้ 6 ดวง

ส่วนครัวเป็นประตูบานกระจกเขียวตัดแสง กรอบบานอลูมิเนียมอบขาวเช่นเดิม ช่วยป้องกันกลิ่นและควัน แต่ยังทำให้บ้านดูโปร่งโล่งอยู่ ไม่ทึบ แถมยังได้รับแสงธรรมชาติจากตรงกลางบ้านด้วยนะ

เป็นตัวล็อคสองชั้นเช่นเดิม มีรางที่พื้น จะถืออาหารเดินต้องระวังสะดุดกันหน่อยนะครับ

ภายในห้องครัวมีขนาดค่อนข้างกว้างทีเดียว สามารถยืนทำครัวพร้อมกันได้หลายคน ด้านข้างมีประตูสำหรับเปิดออกไปลานซักล้างหลังบ้านได้ บ้านจริงจะไม่ได้ให้เคาน์เตอร์ครัวมาให้นะครับ ดูเป็นไอเดียในการตกแต่งได้ พื้นที่เหมาะจะทำเป็นเคาน์เตอร์ตัว L ใช้งานได้คุ้มค่าดี

ด้านข้างมีหน้าต่างบานเลื่อนให้ทั้งสองฝั่ง สำหรับช่วยระบายอากาศและรับแสง มี shock sensor ให้ทั้งสองตำแหน่งเลยครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ downlight ให้ 2 ดวงครับ

มาดูที่ส่วนประตูออกหลังบ้านกันต่อ จุดนี้ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว เป็นแบบล็อค 3 ชั้น นอกจากตัวกลอนประตูแล้วยังมีตัวล็อคให้ทั้งด้านบนและด้านล่างมาอีก แถมยังมี shock sensor เช่นเดิมด้วยครับ ได้ความปลอดภัยแบบหายห่วง

เปิดออกมาจะมีลานซักล้างด้านหลัง แบบที่พามาดูกันไปแล้วนะ

ด้านหลังไม่ได้ทำพื้นที่สำหรับวาง condensing unit มาให้ จึงต้องแขวนไว้ด้านบนครับ

มาดูส่วนต่อไปของบ้านกันต่อ เป็นบริเวณบันได ก่อนที่จะขึ้นไปด้านบน แวะไปดูพื้นที่ใต้บันไดกันก่อนละกันนะครับ

ใต้บันไดคือห้องน้ำของชั้นนี้นั่นเอง ขนาดถือว่ากว้างเลยทีเดียว แถมยังมีพื้นที่อาบน้ำมาให้ พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิค ส่วนผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้จากพื้นถึงฝ้าเลยครับ

ด้านหลังประตูคือพื้นที่อ่างล้างหน้า เป็นแบบแขวนลอย พร้อมกระจกเงา ที่ใต้กระจกมีกระเบื้องโมเสคให้ด้วย

อ่างล้างมือเป็นของ American standard วางของได้เล็กน้อย

โถสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้น ยี่ห้อ American standard มาพร้อมสายชำระและทีใส่กระดาษชำระ ติดตั้งให้พร้อมใช้งานครับ

สายชำระและที่ใส่กระดาษชำระแสตนเลสเป็นของ American standard เช่นกัน

ส่วนอาบน้ำเป็นแบบ hand shower อยู่ที่มุมด้านในมีช่องเปิดระบายอากาศพร้อมชั้นวางของด้านบน ส่วนด้านล่างมีก็อกน้ำให้ด้วยนะครับ

พื้นลดระดับลงประมาณ 2 เซนติเมตร มีพื้นที่ประมาณ 80 x 80 เซนติเมตร ยืนอาบน้ำได้พอดี

hand shower ของ American standard เช่นกัน ขนาดใหญ่ ปรับรูปแบบการไหลของน้ำได้หลายแบบ

ด้านข้างมีช่องเปิดพร้อมที่วางเครื่องอาบน้ำให้ด้วยครับ

และเช่นเคย ยังให้ shock sensor มาด้วยสำหรับกระจกระบายอากาศในห้องน้ำ ปลอดภัยดีครับ

ภายในห้องน้ำให้ไฟ downlight มาเยอะเหมือนกันนะ ให้มา 3 ดวงเลย ในแต่ละส่วนพื้นที่การใช้งาน

บันไดของบ้านหลังนี้เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้สำเร็จรูป กว้างประมาณ 1 เมตร ลูกตั้งประมาณ 18 เซนติเมตร และลูกนอนประมาณ 30 เซนติเมตร เดินสบายครับ

บันไดมีลักษณะเป็นตัว U ซึ่งบริเวณชานพักมีการซอยย่อย เดินต้องระวังหน่อยนะครับ

ด้านบนนี้มีช่องแสงมาให้ พร้อมไฟกิ่ง 1 ดวง ทำให้ในเวลากลางวันแทบจะไม่ต้องเปิดไฟเลยครับ

ที่ช่องแสงเป็นบานกระทุ้ง 2 บาน ด้านล่างมี Air Flow มาให้ด้วยครับ สามารถปิดเปิดได้ทั้งสองฝั่ง

ด้านบนพื้นเปลี่ยนเป็นไม้ลามิเนต แบ่งพื้นที่ออกเป็นด้านหน้าบ้านและหลังบ้าน ฝั่งละ 2 ห้อง มีห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้องนะ การแยกสัดส่วนแบบนี้ทำให้พื้นที่จัดการง่าย ตัวห้องมีรูปทรงเป็น 4 เหลี่ยม ได้เข้ามุมทุกห้องทำให้ได้รับช่องแสงและวิว 2 ฝั่งในทุกๆห้อง ตกแต่งภายในง่าย ได้หลายรูปแบบ ไปดูกันครับ

มาดูฝั่งหลังบ้านกันก่อนนะ มีห้องนอนหนึ่งห้อง กับห้องน้ำประจำชั้นนี้ ซึ่งจะใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอนทั้งสองห้อง

ภายในห้องน้ำลดระดับลงประมาณ 5 เซนติเมตร มีลักษณะคล้ายกับห้องน้ำด้านล่าง จะมีกระเบื้องเซรามิคปิดผิวพื้น ส่วนผนังปิดผิวด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ สุขภัณฑ์ต่างๆเป็นของ American Standard ทั้งหมด

พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้าง แบ่งสัดส่วนแห้งเปียกชัดเจน

อ่างล้างมือแบบแขวนลอย ของ American Standard

โถสุขภัณฑ์ สายชำระ และที่ใส่กระดาษชำระเหมือนกันกับของห้องน้ำข้างล่างเลยครับ

ส่วนอาบน้ำติดกับหน้าต่างระบายอากาศ เป็นประโยชน์ต่อการระบายอากาศ อีกทั้งยังได้รับแสงธรรมอีกด้วย และที่ผนังฝั่ง Hand Shower มีชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำ 2 ชั้น ทำไว้ให้เรียบร้อย แต่ไม่ได้ให้กระจกกั้นแบ่งส่วนอาบน้ำมา อาจจะทำให้น้ำกระเด็นมาเลอะส่วนอื่นได้

พื้นที่อาบน้ำลดระดับลงอีกประมาณ 3 เซนติเมตร มีขนาดประมาณ 1 x 0.8 เมตร มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุม สามารถติดฉากกั้นอาบน้ำเองได้นะ เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นออกมาเลอะส่วนอื่นๆ

ฝ้าเพดานเป็นฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวงครับ

มาดูอีกห้องฝั่งหลังบ้านกันต่อ เป็นห้องที่มีช่องเปิด 2 ฝั่ง เป็นกรอบบานอลูมิเนียม กระจกเขียวตัดแสง ในส่วนของบ้านตัวอย่างจัดเป็นห้องนอน สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้สบายๆ หรือจะจัดเป็นห้องทำงาน หรือห้องดูหนังฟังเพลง ก็สามารถทำได้

ที่ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับเดินได้สบายๆ

ด้านข้างก็เหลือพื้นที่ไว้สำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้นะ

ผนังฝั่งปลายเตียงสามารถติดทีวีแขวนผนังได้ มีส่วนของปลั๊กไฟติดตั้งไว้ให้

อีกฝั่งมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ พร้อมพื้นที่ยืนหน้าตู้สบายๆ

ภายในห้องให้ฝ้าแบบฉาบเรียบและไฟ Downlight มา 2 ดวงครับ

มาดูอีกฝั่งกันบ้าง จะเป็นฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งจะมีห้องนอนรอง และห้องนอนหลักของบ้าน ไปดูห้องนอนรองกันก่อนนะ

ห้องนี้ได้รับวิวฝั่งหน้าบ้าน มีความโดดเด่นที่กระจก bay window สามารถจัดและตกแต่งห้องได้หลากหลาย ภายในบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องนอนเด็ก วางเตียง 3.5 ฟุต ไว้ตรงกลางห้อง แต่จัดแบบนี้จะไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จาก bay window มากนัก

Bay window ช่วยให้สามารถรับมุมมองที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เป็นชั้นวางของ หรือจะมานั่งดูวิวก็ได้ ลักษณะของการออกแบบมักจะเห็นในสถาปัตยกรรมฝั่งตะวันตก หรืออเมริกัน สมัยก่อน ทำให้ตัวบ้านดูมีความเป็น American Country มากยิ่งขึ้น บริเวณนี้เป็นกระจกเขียวตัดแสง กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆของบ้าน

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบให้ไฟ downlight 2 ดวงครับ

มาดูกันต่อที่ห้องสุดท้ายของบ้านหลังนี้ ห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom นั่นเอง ภายในห้องจะมีขนาดกว้างกว่าห้องอื่นๆ ความพิเศษคือมีห้องน้ำภายในตัว ส่วนพื้นที่พักผ่อนก็มีช่องเปิด 2 ฝั่ง เช่นเดียวกับห้องนอนอื่นๆ แต่จะได้บานใหญ่กว่าเพราะมีระเบียงหน้าบ้าน ยาวตลอดแนว ไปดูแต่ละส่วนกันครับ

พื้นที่นอนสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ มีพื้นที่ด้านข้างเหลือสำหรับวางโต๊ะหัวเตียง พื้นที่ปลายเตียงก็เหลือสำหรับวางที่นั่งปลายเตียงได้เลย

ส่วนฝั่งปลายเตียงมีช่องเปิด ทำให้ไม่สามารถติดตั้งทีวีแบบแขวนได้ แต่มีพื้นที่เหลือค่อนข้างเยอะ สำหรับวางชั้นวางทีวี แนะนำให้ติดม่านในส่วนฝั่งนี้ให้ทึบ สามารถปิดเปิดได้ในกรณีจะดูทีวีในเวลากลางวัน เพราะถ้าจะดูทีวีกระจกด้านหลังจะมีแสงธรรมชาติมาย้อนกับแสงจอทีวีครับ

ส่วนห้องนอนนี้มีฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบทาสี ให้ไฟ downlight มา 4 ดวง

ประตูกระจกออกระเบียงเป็นกรอบบานอลูมิเนียมอบขาว มีตัวล็อค 2 ชั้น พื้นลดระดับลงประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำและสิ่งสกปรกไหลย้อนกลับเข้ามาในห้อง

พื้นระเบียงปิดผิวด้วยกระเบื้องเซรามิค พื้นที่มีความยาวตลอดแนวห้อง ประมาณ 4 เมตร ขนาดความกว้างก็มีระยะพอสมควร ประมาณ 1.2 เมตร ออกมายืนสูดอากาศได้ ราวระเบียงสูง 0.9 เมตร จากพื้น ตกแต่งในสไตล์ american country

ความพิเศษของระเบียงคือมีแนวระแนงด้านบนให้ด้วย อาจจะช่วยกันแดดและฝนไม่ได้มากนัก แต่ออกแบบมากลมกลืนกับสไตล์ของบ้าน ทำให้ดูมีความเป็น American country มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นที่ริมผนังตัวบ้านทั้งสองฝั่ง มีไฟกิ่งทรงสี่เหลี่ยมให้แสงสว่างภายนอกนี้ด้วย

กลับเข้ามาดูในห้องกันต่อ สำหรับส่วนต่อไปภายในห้อง ห้องตัวอย่างทำแนวประตูกั้นมาให้ สำหรับส่วน walk-in closet ที่เชื่อมต่อไปยังห้องน้ำ ปิดแบ่งส่วนชัดเจนดี แต่ของจริงจะไม่ได้มานะครับ ต้องต่อเติมเอง

ภายในเปิดทะลุเข้าไปยังห้องน้ำได้ มีเป็นพื้นที่สำหรับทำตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งซ้ายขวา

สำหรับพื้นที่ค่อนข้างกว้างนะครับ ยืนได้สองคนพร้อมกันเลย

ภายในห้องตัวอย่างตกแต่งเป็นโต๊ะเครื่องแป้งฝั่งซ้าย ตู้เสื้อผ้าฝั่งขวา สามารถใช้งานพร้อมกันได้ หรือนั่งแต่งหน้าก็สามารถเดินเข้าออกห้องน้ำได้สะดวก

ในส่วนนี้ให้ไฟ downlight มา 1 ดวงครับ

มาดูห้องน้ำของห้องนอนนี้กัน มีขนาดใกล้เคียงกันกับอีกห้องของชั้น 2 ตำแหน่งติดกันนะ เดินระบบ จัดการซ่อมแซมง่าย แต่ห้องนี้จะอยู่ที่มุมบ้าน ทำให้ได้แสงและระบายอากาศได้ 2 จุด พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิค ผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้เช่นเคย

ที่ทางเข้าออกห้องน้ำลดระดับลงประมาณ 5 เซนติเมตร ภายในห้องมีลักษณะเป็นตอนยาว เรียงจากแห้งไปเปียกชัดเจน

อ่างล้างหน้ามีแนวกระจกมาให้ พร้อมอ่างแบบฝังบนเคาน์เตอร์ สามารถวางของรอบๆได้ และมีพื้นที่ใต้อ่างด้วย เป็นของ American Standard

โถสุขภัณฑ์ สายชำระ และที่ใส่กระดาษชำระของ American Standard ทั้งหมด ติดตั้งไว้ให้ พร้อมใช้งาน

มีช่องเปิด 2 จุด เป็นบานกระทุ้ง กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว กระจกขุ่น ช่วยระบายอากาศภายในห้องน้ำได้ดีทีเดียว

ส่วนพื้นที่อาบนำ้จะอยู่ด้านในสุด มีพื้นที่นั่งและวางของด้านในด้วย ขนาดจะกว้างกว่าห้องน้ำก่อนหน้านี้

พื้นที่ภายในลดระดับลงประมาณ 3 เซนติเมตร ไม่นับที่นั่งด้านหลัง มีขนาดประมาณ 1 x 1.4 เมตร ที่นั่งด้านหลังขนาดประมาณ 0.4 x 1 เมตร

ผนังมีแนวกระเบื้องโมเสคตกแต่งให้ที่บริเวณ Hand Shower ของ American Standard เช่นเดิม มีชั้นวางของด้านข้างมาให้ 2 ชั้น และที่ด้านล่างมีก็อกน้ำสำหรับชำระล้าง ให้เหมือนกับห้องอื่นๆ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง มีช่องเปิด 2 ช่อง ช่วยให้เวลากลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยครับ

สวิทช์ไฟใช้เป็นของ Schneider ครับ

มาต่อกันที่บ้านแบบที่มีเยอะที่สุดในโครงการ ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อสักครู่ บ้านหลังนี้มีชื่อว่า MARISA พื้นที่ 55 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 162 ตร.ม.  ภายในมี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ โดยจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6.99 ล้านบาท

ภายนอกอาคารส่วนของพื้นที่จอดรถมีการลงเสาเข็มให้เช่นเดิม แต่ส่วนลานซักล้างหลังบ้านไม่ได้ลงให้นะครับ ภายในตัวบ้านจัดสัดส่วนพื้นที่ดีทีเดียว มีประตูทางเข้าหน้าบ้าน 2 จุด เป็นบานสไลด์เปิดได้ทั้งซ้ายและขวา และทางเข้าบ้านจากที่จอดรถ หากเข้ามาจากทางเข้าหลักด้านหน้าจะพบกับพื้นที่นั่งเล่น ขนาดกำลังพอดี วางโซฟาขนาดใหญ่ ชุดตัว L ได้ พื้นที่เป็นแนวลึกเข้าไป ด้านในเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร พร้อมช่องเปิดด้านข้างและด้านหลัง สามารถออกไปสูดอากาศที่ชานด้านข้างได้ ทำให้พื้นที่ภายในบ้านจะได้รับแสงธรรมชาติจากหลายด้าน อีกฝั่งตรงข้ามกับทางออกข้างบ้านคือห้องครัว ซึ่งทางโครงการทำเป็นครัวปิดมาให้ เวลาประกอบอาหารจะได้ไม่ส่งกลิ่นและควันรบกวนส่วนอื่นภายในบ้าน และยังสามารถเปิดประตูด้านหลังออกไปที่ลานซักล้างได้ด้วย ตรงข้ามห้องครัวฝั่งหน้าบ้านคือบันไดขึ้นชั้นสอง ซึ่งจะเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวฝั่งหน้าบ้าน ส่วนของห้องน้ำของชั้นหนึ่ง มีตำแหน่งอยู่ในโซนช่วงกลางของตัวบ้าน เข้าถึงได้ง่ายจากทุกพื้นที่ภายในชั้น 1 ทั้งจากส่วนด้านหน้า และพื้นที่พักอาศัย ตรงข้ามห้องน้ำคือประตูที่เข้าจากที่จอดรถ ส่วนนี้สามารถจอดรถแล้วถือของเข้าห้องครัวได้เลยไม่ต้องส่งกลิ่นรบกวนพื้นที่ห้องนั่งเล่น ถัดเข้าไปด้านในมีห้องนอนที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ไม่ต้องขึ้นลงบันไดบ่อยๆ ใกล้ห้องน้ำ และเข้าออกบ้านสะดวก ช่องเปิดทั้งหมดของบ้านหลังนี้มี Shock Sensor ติดตั้งไว้ให้เช่นเดิม ป้องกันความปลอดภัย ส่วนหน้าต่างก็มี Air Flow ช่วยในเรื่องของการถ่ายเทอากาศภายในตัวบ้านได้ดียิ่งขึ้น เช่นเดียวกันกับบ้าน IRIS

ส่วนชั้นสองขึ้นมาจะมีห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำ 2 ห้อง เมื่อเดินขึ้นมาจะพบห้องน้ำของชั้นนี้อยู่ตรงหน้าเลยครับ ส่วนห้องนอนจะแบ่งเป็นส่วนทางฝั่งหน้าบ้าน ประกอบไปด้วยห้องนอนหลัก มีระเบียงหน้าบ้าน และห้องน้ำภายในตัว พร้อมพื้นที่ walk-in closet ภายใน ส่วนอีกห้องข้างๆ เป็นห้องนอนเช่นกัน เปิดรับช่องแสง 2 ฝั่ง หรือจะสามารถทำเป็นห้องทำงานก็ได้  ส่วนฝั่งทางหลังบ้าน จะมีห้องนอนอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเปิดรับช่องแสง 2 ฝั่งเช่นกัน

ภายนอกของหลังนี้ ก็ยังคงเป็นบ้านสองชั้นที่ออกแบบมาในสไตล์ American Country เช่นกัน ตัวบ้านใช้เป็นสีขาว ผสมผสานกับสีเทาอมฟ้าเหมือนเดิม จุดเด่นคือส่วนระเบียงที่ชั้นสอง มีราวระแนงต่างๆ ทำให้บ้านดูเข้ากับแนวคิดในการออกแบบ หลังนี้จะมีหน้ากว้างมากยิ่งขึ้น ส่วนเสาที่ย่อมุมต่างๆ ทำให้บ้านโดยรวมดูมีมิติ ไม่ทึบตัน

พื้นที่จอดรถเป็นคอนกรีตขัดหยาบ สามารถจอดรถได้ 2 คัน มีช่วงเสาที่กว้างกว่าเดิม จอดรถได้คันใหญ่ยิ่งขึ้น

ภายในมีทางเข้าออกบ้านอีกทาง ส่วนตัวผมชอบทางเข้าออกจากโรงจอดรถ เพื่อที่จะไม่ต้องเดินอ้อมไปเข้า-ออก หน้าบ้านเพื่อนขึ้นรถ หรือเมื่อมีอาหารที่ส่งกลิ่นรบกวนภายในบ้านก็เข้าทางนี้แล้วมุ่งตรงเข้าครัวได้เลย เป็นตัวเลือกที่ช่วยอำนวยความสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีแนวชานรับหน้าบ้าน สำหรับขึ้นลง อาจจะมีความกว้างน้อยไปสักหน่อย แต่ในด้านยาวก็สามารถวางรองเท้า วางชั้นวางของได้นะ

ฝ้าเพดานส่วนนี้ให้เป็นแบบฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟ Downlight 2 ดวงครับ

มาดูรอบๆบ้านกันก่อน ทางเดินด้านข้างสามารถปลูกต้นไม้เป็นแนวได้ เหลือทางเดินค่อนข้างเดินสบายเลยครับ

ส่วนด้านหลังก็มีขนาดพื้นที่โดยรอบกว้างนะ สามารถปลูกต้นไม้ ทำสวนเล็กๆได้เลย

มีพื้นที่วาง condensing unit มาให้แล้ว

ตัวพื้นที่ลานซักล้างขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็แยกส่วนเปียกแห้งมาให้ชัดเจน และยังสามารถต่อเติมด้านข้างเพิ่มได้ มีพื้นที่เหลืออยู่นะ

ส่วนอีกฝั่งเป็นสวนด้านข้างบ้าน ด้านนี้มีทางเข้าออกตัวบ้านด้วย ส่วนตัวผมชอบมุมนี้นะครับ จัดเป็นสวน หรือพื้นที่นั่งเล่นได้ รับบรรยากาศ ขนาดกว้างพอจะวางโต๊ะสำหรับนั่งทำงานอ่านหนังสือได้เลย

มาดูฝั่งหน้าบ้านกัน ที่เสาด้านหน้ามีไฟกิ่งให้ซ้ายขวา ตัวเสามีย่อมุมให้ด้วย ทำให้ดูมีมิติ ไม่ทึบตัน ส่วนประตูหน้าบ้านเป็นแบบเปิดออกซ้ายขวา ต้องเลือกเปิดทีละฝั่ง ไม่สามารถเปิดกว้างตรงกลางได้แบบบ้านหลังที่แล้ว กรอบบานเป็นอลูมิเนียมอบขาวกระจกเขียวตัดแสง

ประตูเข้าบ้านเป็นแบบเปิดได้สองทาง เป็นแบบ double lock มีตัวล็อคที่ท้ายบานเปิด เช่นเดียวกับบ้านก่อนหน้านี้ มี shock sensor มาให้เช่นกันนะ

พื้นมีรางสำหรับบานสไลด์ มีระยะเปิดประมาณ 80 เซนติเมตร สำหรับเข้าออกก็ถือว่าสะดวกครับ

เปิดประตูเข้ามาภายในจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่นก่อน พื้นภายในเป็นกระเบื้อง Porcelain ขนาด 60×60 ซม. ส่วนผนังเป็นฉาบเรียบติด wallpaper พร้อมบัวเชิงผนังสีขาวให้มาด้วยครับ โดยมีระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.6 เมตรเช่นเดิม ระยะดูทีวีของส่วนพื้นที่นั่งเล่นนี้อยู่ที่ประมาณ 3.5 เมตร ระยะกว้างเหมาะจะใช้ทีวีขนาดใหญ่ 50-60 นิ้ว

ฝั่งที่วางโซฟา มีช่องเปิดมาให้เป็นกรอบบานอลูมิเนียมอบขาว กระจกเขียวตัดแสง พร้อม shock sensor และ air flow เช่นเดิม

ส่วนผนังอีกฝั่งก็ฉาบเรียบติด wallpaper มาให้ มีแนวผนังที่กว้างพอสมควร สามารถ built-in เป็นชั้นวางทีวีแบบในบ้านตัวอย่างก็ได้ครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight ให้มา 4 ดวงครับ

ส่วนต่อไปภายในบ้านเป็นส่วนของพื้นที่ภายในบ้าน จัดเป็นส่วนรับประทานอาหาร มีช่องเปิด 2 ส่วน ที่หลังบ้านกับข้างบ้าน เป็นช่องแสงขนาดใหญ่ให้พื้นที่ภายในบ้าน

พื้นที่นี้มีช่องแสงให้ 2 จุดใหญ่ๆ ด้านข้างเป็นส่วนครัวที่ห้องตัวอย่างทำเคาน์เตอร์ครัวขึ้นมา แต่จริงๆ จะเป็นพื้นที่โล่ง มีขนาดกว้างทีเดียว บ้านดูโปร่ง โล่ง

ประตูออกด้านข้างเป็นแบบมาตรฐานของโครงการอย่างที่เห็นกันมา Double Lock สองชั้น กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว กระจกเขียวตัดแสง ที่พื้นลดระดับลงประมาณ 10 เซนติเมตร

พื้นที่ภายนอกมีขนาดค่อนข้างกว้างนะ ตั้งโต๊ะเก้าอี้ชุดเล็กๆได้ หรือจะวางม้านั่งสนามแบบในบ้านตัวอย่างก็ได้

ส่วนต่อไปเป็นส่วนของครัว และทางเดินเข้าไปภายในตัวบ้าน มาดูครัวกันก่อนนะครับ พื้นที่ตรงนี้บ้านตัวอย่างทำเป็นส่วนของเคาน์เตอร์ครัว ตกแต่งสวยและดูจะใช้ประโยชน์ได้ดีทีเดียว แต่บ้านจริงจะไม่มีมาให้นะครับ ถ้าไม่มีบ้านก็จะดูโล่งยิ่งขึ้น แล้วแต่ความชอบ ส่วนตัวห้องครัวเป็นครัวปิดเช่นเดิน ไม่ต้องกังวลเรื่องควันออกมารบกวนพื้นที่ส่วนอื่นของบ้านครับ

ภายในมีหน้าต่าง ซึ่งเป็นช่องแสงอีกจุดให้กับส่วนนี้ เป็นบาน fixed ใหญ่ 1 บาน และบานกระทุ้ง 2 บาน และทางโครงการก็ไม่ลืมติดตั้ง shock sensor มีมาให้เช่นเคยครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี และส่วนนี้มีไฟ Downlight ให้มา 5 ดวงเลยนะ

ส่วนครัวกั้นด้วยกระจกเขียวตัดแสง กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว ส่วนนี้นอกจากจะกันควันออกมาได้แล้ว ด้วยความเป็นกระจกยังทำให้สามารถรับแสงธรรมชาติจากภายนอก และทำให้บ้านดูโปร่ง ไม่ทับตัน ต้องระวังก็เพียงสะดุดรางที่พื้นสำหรับการเดินเข้าออกครับ

พื้นภายในครัวเป็นกระเบื้อง Porcelain เหมือนตัวบ้าน มีรางบานเลื่อนที่พื้น ประตูเป็นแบบ double lock นะครับ

ภายในครัวมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ตัว เคาเตอร์ไม่ได้มีมาให้นะครับ แต่เป็นไอเดีย สามารถทำเคาน์เตอร์ตัว L เข้ามุมได้ มีช่องแสง และประตูเชื่อมต่อกับระเบียงซักล้าง

ช่องแสงเป็นบานกระทุ้ง กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว กระจกขุ่น พร้อม Shock Sensor ติดตั้งมาให้

ส่วนภายในครัวให้ไฟ downlight มาแค่ 1 ดวง แต่ด้วยความที่เป็นประตูกระจก ในเวลากลางวันก็แทบไม่ต้องเปิดไฟเลย ส่วนกลางคืน ก็ยังได้แสงสว่างจากพื้นที่รับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น เข้ามาได้อยู่

ประตูเชื่อมต่อออกหลังบ้านเป็นแบบล็อค 3 ชั้น เหมือนบ้านหลังที่แล้ว ให้มาแน่นหนาทีเดียว มี shock sensor ที่มุมด้านบนด้วย

พื้นที่ด้านหลังมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่แยกส่วนแห้งส่วนเปียกมาให้ชัดเจน

พื้นที่ภายในบ้านส่วนต่อไป เป็นพื้นที่พักผ่อน มีห้องน้ำ ห้องนอน และบันได ก่อนจะขึ้นไปชั้นสอง เราเลยไปดูส่วนภายในบ้านกันก่อนนะครับ

พื้นที่ด้านในนี้กว้างทีเดียว มีมุมที่สามารถตกแต่งได้ เป็นชั้นวางของ หรือโต๊ะ สำหรับวางของตอนเข้าออกจากบ้าน

ประตูหน้าบ้านฝั่งออกไปโรงจอดรถมีช่องแสงให้มาด้วย เป็นบานไม้สำเร็จรูป มากับมือจับก้านโยกและตัวล็อค มี shock sensor ติดที่ด้านบน

พื้นที่ภายนอกมีพื้นยกระดับมาให้ เพื่อแยกส่วนภายนอกและภายในให้ออกจากกันชัดเจน เป็นพื้นที่สำหรับวางรองเท้า นั่งใส่รองเท้าได้ มีปลั๊กไฟมาให้ด้วยนะ

ส่วนตรงข้ามประตูทางเข้าบ้านจากโรงจอดรถคือห้องน้ำของชั้นหนึ่ง เป็นห้องน้ำที่เข้าถึงได้ง่ายจากพื้นที่ต่างๆในชั้น ภายในมีมาให้ครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำ พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิค ส่วนผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ เช่นเดียวกันกับบ้านหลังที่แล้ว

สุขภัณฑ์ และอ่างล้างหน้า รวมถึงสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระ เป็นของ American Standard ทั้งหมดครับ ด้านหลังมีผนัง low wall ความกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ให้สำหรับวางของ

พื้นที่ภายในห้องน้ำถึงว่ากว้างทีเดียว พื้นทางเข้าลดระดับลงประมาณ 5 เซนติเมตร

ส่วนอาบน้ำมีช่องแสง 1 จุด เป็นจุดระบายอากาศ เป็นระบบอาบน้ำแบบ Hand Shower ที่ผนังมีกระเบื้องโมเสคทำเป็นแนว และพื้นที่วางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ ด้านบนมี Junction box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ส่วนด้านล่างมีก็อกน้ำสำหรับชำระล้างพร้อมจุดระบายน้ำให้ครับ

พื้นที่อาบน้ำลดระดับลงประมาณ 3 เซนติเมตร มีขนาดกว้าง ยืนอาบน้ำสบายๆ มีผนังก่อเปนแนวกั้นน้ำมาให้ครึ่งนึงครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ downlight มาให้ 2 ดวง

ที่กระจกนอกจากจะเป็นตัวระบายอากาศและช่องแสง และ ก็ไม่ลืมที่จะติด shock sensor มาให้ด้วยนะ

ส่วนสุดท้ายของชั้น 1 คือพื้นที่ห้องนอน ได้ช่องแสงถึง 3 ฝั่ง วางเตียง 3.5 ฟุตได้สบายๆ เหมาะกับการเป็นห้องของผู้สูงอายุ เพราะไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได เข้าห้องน้ำก็ง่าย

หน้าต่างทั้งสองฝั่งเป็นบานสไลด์ พร้อมตังล็อค 2 ชั้น มี shock sensor มาให้ครบ

อีกฝั่งเป็นมุมที่มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า และทำโต๊ะเครื่องแป้งได้ บ้านจริงจะได้เป็นพื้นที่โล่งนะครับ เป็นไอเดียในการตกแต่ง

ส่วนปลายเตียงก็มีช่องแสงอีก 1 จุด เล็กๆทางฝั่งหน้าบ้านที่โรงจอดรถ นอกจากนั้นยังมีผนังทึบให้แขวนทีวีได้ด้วย หรือจะวางชั้นวางทีวีก็มีพื้นที่เหลือเฟือ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ downlight 2 ดวงครับ

เรามีบันไดอยู่ที่กลางบ้าน ฝั่งรับแสงจากหน้าบ้าน ซึ่งข้อดีคือได้บรรยากาศหน้าบานเป็นช่องแสง เวลาเดินขึ้นลงก็จะได้เห็นบริบทหน้าบ้าน มีตำแหน่งอยู่กลางบ้าน ทำให้เข้าถึงได้ง่าย และใกล้ประตูหน้าบ้านทางโรงจอดรถ สามารถเข้าออกบ้านและขึ้นลงได้สะดวก ด้านข้างมีห้องเก็บของใต้บันไดด้วยนะ

ขนาดห้องเก็บของก็ลึกอยู่เหมือนกัน สามารถเก็บของได้เยอะ ภายในมีไฟให้ 1 จุดครับ

บันไดของบ้านหลังนี้เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้สำเร็จรูป กว้างประมาณ 1 เมตร ลูกตั้งประมาณ 18 เซนติเมตร และลูกนอนประมาณ 30 เซนติเมตร

บันไดมีลักษณะเป็นตัว U บริเวณชานพักเป็นแบบเต็มชาน ไม่อันตรายครับ

ช่องแสงส่วนนี้เป็นวิวฝั่งหน้าบ้านสูง 3-4 เมตรได้เลย ช่วยทำให้โถงบันได รวมถึงพื้นบริเวณหน้าบันไดทั้งชั้น 1 และชั้น 2 สว่างไปด้วยทั้งวัน เป็นอีกจุดเด่นของบ้านหลังนี้เลยครับ นอกจากนั้นยังมีไฟกิ่งให้ 1 ดวงสำหรับตอนกลางคืน

ชั้นสองพื้นเปลี่ยนเป็นไม้ลามิเนต เมื่อขึ้นมาด้านหน้าคือห้องน้ำของชั้นนี้ เข้าถึงได้ง่ายจากพื้นที่ทุกส่วนพื้นที่พักผ่อนแบ่งออกเป็นด้านฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของบ้าน โดยจะเป็นห้อง Master Bedroom 1 ห้อง มีระเบียงและห้องน้ำในตัว ส่วนอีกฝั่งจะมีห้องนอน 2 ห้องครับ ทุกห้องจะได้รับวิว 2 ฝั่ง

มาดูฝั่งห้องนอนทั้งสองกันก่อนนะครับ ทั้งสองห้องมีลักษณะคล้ายกัน ขนาดก็ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่นัก ห้องฝั่งหลังบ้านจะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่จะได้รับวิวที่แตกต่างกันครับ เข้าไปดูกันเลย

ห้องแรกเป็นฝั่งรับวิวหน้าบ้าน ช่องแสงมีทั้งสองฝั่ง ภายในตั้งเตียงขนาด 3.5 เมตรได้ มีพื้นที่รอบเตียง ด้านข้างก็สามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ครับ

ส่วนที่เป็นฝั่งหน้าบ้านจะมีกระจกบาน fixed ด้านล่างให้มาด้วย เปิดรับมุมมองที่กว้างมากขึ้น

ที่ด้านข้างสามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเปิดใช้งาน

ที่ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับติดทีวีแขวนผนัง หรือถ้าจะวางโต๊ะวางทีวี ก็อาจจะต้องเป็นโต๊ะขนาดไม่ใหญ่มากนัก ห้องนี้เหมาะสำหรับลูกๆ วัยรุ่น หรืออยู่อาศัยคนเดียว

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ให้ไฟ downlight มา 2 ดวง

อีกห้องจะอยู่ทางด้านหลังได้รับวิวด้านข้างบ้านและหลังบ้าน ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าห้องก่อนหน้านี้เล็กน้อย แต่ช่องเปิดจะไม่มีบาน fixed ด้านล่างเหมือนฝั่งหน้าบ้านของห้องนั้น แต่ก็ถือว่าได้แสงเยอะพอสมควรเลยนะ ภายในสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ มีพื้นที่ข้างเตียงให้วางโต๊ะข้างเตียงด้วย

ฝั่งด้านประตูเข้าห้อง ก็มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าเช่นเดียวกันครับ มีพื้นที่ยืนหน้าตู้ได้ด้วย

ที่ปลายเตียงทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ หรือจะแขวนทีวี ก็ได้ครับ

ฝ้าเพดานให้มาเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ downlight 2 ดวง

มาดูที่ห้องน้ำกลางของชั้นนี้กันครับ มีลักษณะเป็นตอนยาวเข้าไป คล้ายกับห้องน้ำของชั้น 1  ไล่ลำดับแห้งไปเปียกได้ดีครับ

พื้นที่ภายในห้องน้ำถือว่ากว้าง นั่งโถแล้วมีระยะเหลือสบายๆ ไม่ชิดผนังจนเกินไป พื้นทางเข้าลดระดับลงประมาณ 5 เซนติเมตร

มีแนวกระจกเงาแผ่นใหญ่ให้มาตลอดแนวเลยครับ ด้านล่างเป็นกระเบื้องโมเสคลายเดิม ให้มาตามแนวกระจก

สุขภัณฑ์ และอ่างล้างหน้า รวมถึงสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระ เป็นของ American Standard ทั้งหมดครับ ด้านหลังมีผนัง low wall ความกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ให้สำหรับวางของ

ส่วนอาบน้ำมีช่องแสง 1 จุด เป็นจุดระบายอากาศและรับแสง ไม่ได้มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ แต่สามารถติดตั้งเองได้นะครับ

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 0.8 x 1.20 เมตร ยืนอาบได้สบายๆ ส่วนด้านล่างมีก็อกน้ำสำหรับชำระล้างทั่วไป พร้อมจุดระบายน้ำครับ

เป็นระบบอาบน้ำแบบ Hand Shower ที่ผนังมีกระเบื้องโมเสควิ่งเป็นแนวคู่ 2 เส้น และพื้นที่วางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ ด้านบนมี Junction box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น และพื้นที่นั่ง หรือวางของด้านข้างอีก ขนาดประมาณ 0.8 x 0.4 เมตร

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ downlight 2 ดวง

มาต่อกันที่ห้องนอนหลัก หรือ Master Bedroom นั่นเอง ขนาดภายในห้องถือว่าใหญ่สมชื่อ วางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ มีพื้นที่ข้างเตียงเดินได้โดยรอบ พร้อมทั้งยังสามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้อีกด้วย มีห้องน้ำภายในตัว มีช่องเปิด 2 ฝั่ง เช่นเดียวกับห้องนอนอื่นๆ แต่จะได้บานใหญ่กว่าเพราะมีระเบียงหน้าบ้านยาวตลอดแนว

ส่วนฝั่งปลายเตียงมีช่องเปิด แต่ยังสามารถติดตั้งทีวีแบบแขวนผนังได้ มีพื้นที่เหลือค่อนข้างเยอะ จะเป็นวางชั้นวางทีวีก็สามารถ

ส่วนพื้นที่ด้านในเป็นส่วนของหน้าบ้าน มีช่องเปิดขนาดใหญ่เป็นแนวกระจกเปิดออกไปเป็นแนวระเบียงหน้าบ้าน

ภายในมีไฟ downlight ให้ 4 ดวงครับ ฝ้าเพดานฉาบเรียบเช่นเคย

ประตูกระจกออกระเบียงเป็นกรอบบานอลูมิเนียมอบขาว มีตัวล็อค 2 ชั้น พื้นลดระดับลงประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำและสิ่งสกปรกไหลย้อนกลับเข้ามาในห้อง

พื้นระเบียงปิดผิวด้วยกระเบื้องเซรามิคเหมือนเดิม พื้นที่มีความยาวตลอดแนวห้อง ความ กว้างพอสมควร ประมาณ 1.2 เมตร ออกมายืนสูดอากาศได้ ราวระเบียงสูง 0.9 เมตร จากพื้น ตกแต่งด้วยสีขาว

มีแนวระแนงด้านบนให้เช่นเดียวกันกับบ้านแบบที่แล้ว ทำให้ดูมีความเป็น american country มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นที่ริมผนังตัวบ้านทั้งสองฝั่ง มีไฟกิ่งทรงสี่เหลี่ยมให้แสงสว่างภายนอกนี้ด้วย

กลับเข้ามาดูในห้องกันต่อ สำหรับส่วนต่อไปภายในห้อง ห้องตัวอย่างทำแนวประตูกั้นมาให้ สำหรับส่วน walk-in closet ที่เชื่อมต่อไปยังห้องน้ำ แต่ของจริงจะไม่ได้มานะครับ ต้องต่อเติมเอง

ภายในเปิดทะลุเข้าไปยังห้องน้ำได้ ช่วยทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น มีเป็นพื้นที่สำหรับทำตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งซ้ายขวา

ในส่วนนี้ให้ไฟ downlight มา 1 ดวงครับ

มาดูห้องน้ำของห้องนอนนี้กัน มีลักษณะพื้นที่ภายในเป็นตัว L ข้อดีคือแยกส่วนแห้งเปียกกันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เปิดเข้ามาจะพบส่วนของโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าก่อน พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิค ผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้เช่นเคย

อ่างล้างหน้าแบบฝังบนเคาน์เตอร์ Top เป็นหินสังเคราะห์ มีพื้นที่วางของเยอะทีเดียว ผนังเป็นกระจกเงายาวตลอดแนว มีกระเบื้องโมเสคสีอ่อนอยู่ใต้กระจกครับ

ส่วนโถสุขภัณฑ์ สายชำระ และที่ใส่กระดาษชำระเป็นของ american standard ทั้งหมด แบบเดิมครับ

ส่วนอาบน้ำเป็นแบบ hand shower ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ แต่แบ่งพื้นที่ออกไปจากส่วนอื่นชัดเจน ผนังมีกระเบื้องโมเสค ตามแนวฝักบัว ด้านบนมี junction box สำหรับให้ติดเครื่องทำน้ำอุ่น ส่วนด้านล่างมีก็อกน้ำสำหรับชำระล้าง และจุดระบายน้ำ ที่ผนังมีช่องแสงบานกระทุ้งช่วยระบายความชื้นได้

พื้นที่ภายในมีขนาด 80 x 80 เซนติเมตร พื้นที่นั่งด้านหลังอีก 40 x 80 เซนติเมตร

ฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ downlight 1 ดวง

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 January 2019 

  • บ้าน IRIS แปลง A16 พื้นที่ 55.7 ตร.วา 143 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 6.63 ล้านบาท
  • บ้าน MARISA แปลงที่ A107 พื้นที่ 58.6 ตร.วา 162 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 9.30 ล้านบาท
  • บ้าน VANDA แปลง A88 พื้นที่ 59.8 ตร.วา 163.0 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 7.74 ล้านบาท
  • จอง 50,000 บาท
  • ทำสัญญา 724,000/880,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 30 บาท/ตร.วา/เดือน
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล –  อยู่ภายในซอยรามอินทรา 65 เข้าได้ทั้งจากซอยรามอินทรา 65,  ถนนวัชรพล, คู้บอน 27 ทำเลถือว่าเดินทางสะดวก ไม่ไกลทางด่วน เรื่องความเจริญจะอิงถนนวัชรพล และถนนรามอินทราเป็นหลัก ซึ่งมีความเจริญ และคึกคักอยู่แล้ว มีทั้งส่วนของตลาดสด ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด ถือว่าอยู่ในทำเลที่มีความครบครันในหลายๆด้าน ถ้าจะติดก็คงจะมีเพียงแต่ในระยะเดินอาจจะหาของกินของใช้ยากไปสักหน่อยครับ เพราะทางเข้าหมู่บ้านค่อนข้างลึก ถ้าไม่มีรถจะเดินทางออกมาลำบาก ป็นทำเลประจำของโครงการชวนชื่น เพราะอยู่กันโดยรอบเกือบ 20 โครงการ ได้บริบทของความเป็นชุมชนพักอาศัย

การเดินทางโดยใช้รถ – สำหรับผู้ที่เดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกมาก เข้าออกได้หลายเส้นทาง อยู่ใกล้จุดขึ้นลง ทางด่วนอย่างรามอินทรา – อาจณรงค์ ซึ่งสามารถเชื่อมเพื่อเข้าตัวเมืองได้ หรือจะใช้เส้นด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษกรอบนอก เพื่อออกไปนอกเมือง อย่างประเวศ,ลาดกระบัง,สนามบินสุวรรณภูมิ, บางนา นอกจากนี้ยังไม่ไกลจากถนนรามอินทรา ที่เป็นถนนหลักที่เชื่อมกับถนนสำคัญๆได้หลายสาย เช่น ถนนวิภาวดี – รังสิต, ถนนพหลโยธิน, ถนนลาดปลาเค้า, ถนนวัชรพล, ถนนนวมินทร์

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวนั้นจะลำบากสักหน่อย เนื่องจากภายในหมู่บ้านออกไปยังจุดที่มีรถสาธารณะค่อนข้างไกล จะเดินก็ยาก ต้องให้พี่รปภ.เรียกให้และรอ แต่เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ไม่ไกลถนนรามอินทรา ซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีรามอินทรา 40 ซึ่งเป็น interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเทาด้วย ซึ่งถ้ารถไฟฟ้าสร้างเสร็จ ก็จะมีตัวเลือกในการเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากรถไฟฟ้าเส้นนี้ไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีต่างๆมากมาย สามารถเข้าตัวเมืองได้ง่าย

การออกแบบโครงการ – โครงการวางผังให้มีจำนวนยูนิตเพียง 113 ยูนิต ในซอยก็มีเพียงแค่ซอยละ 4 หลัง ได้เรื่องความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นจุดเด่นของโครงการเลยก็ว่าได้ ตัวโครงการออกแบบมาในแนวคิด American Country ซึ่งทำได้ค่อนข้างชัดเจน ตั้งแต่ซุ้มหน้าโครงการ ชุดยูนิฟอร์มของพี่รปภ. พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงบรรยากาศภายนอกของบ้านประเภทต่างๆ ภายในโครงการ ภายในถนนหลักกว้าง 12 เมตร ถนนรองกว้าง 9 เมตร ก็ถือว่าสะดวกสบาย รูปแบบของถนนก็ไม่ซับซ้อน ดูแลรักษาความปลอดภัยง่าย พื้นที่ส่วนกลางจัดอยู่กลางโครงการ เข้าถึงได้ง่ายจากทุกพื้นที่

การออกแบบตัวบ้าน – ตัวบ้านมีการออกแบบดีในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ตัวบ้านโครงสร้างเป็นระบบ conventional ใช้อิฐมวลเบา ฝ้าเพดานมาตราฐานสูง 2.6 ม. มีบ้านให้เลือก 4 แบบ แต่ปัจจุบันเปิดขายแค่ 3 แบบ ขนาดพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างใหญ่ ตัวบ้านออกแบบในสไตล์ American country ส่วนที่เด่นๆเลยคือเน้นความปลอดภัย ประตูและหน้าต่างทุกบานที่ชั้น 1 มี shock sensor ติดตั้งให้ ทั้งบ้านเป็นแบบล็อค 2 ชั้นเป็นอย่างน้อย ทั้งหมด เน้นการรับแสงธรรมชาติ และการระบายอากาศภายในบ้าน สังเกตุได้จากช่องเปิดที่มีขนาดใหญ่ และจัดมาให้เยอะพอสมควร เป็นกระจกเขียวตัดแสง ช่วยลดความร้อนให้กับตัวบ้าน แถมยังมี Air Flow คอยระบายอากาศภายในบ้านตามช่องเปิดต่างๆ นอกจากนั้นยังมี Smart Home คอยเปิดปิดไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ อีกส่วนที่ผมชอบคือ ได้ครัวเป็นครัวปิด ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควันจะไปรบกวนส่วนต่างๆภายในบ้านสำหรับการประกอบอาหาร มีกระจกกั้นมาให้ ซึ่งยังทำให้บ้านดูโปร่ง และได้รับแสงธรรมชาติในแต่ละพื้นที่อยู่

วัสดุ – โครงการถือว่าจัดมาให้ค่อนข้างดี มีอุปกรณ์ Homeautomation จาก Life Smart คือ Shock Sensor, ตัวสั่งการเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านผ่าน application บนมือถือ และ ระบบ Air Flow ช่วยระบายอากาศภายในบ้าน วัสดุภายในบ้าน ชั้นล่างปูพื้นด้วย กระเบื้อง Porcelain 60 x 60 ซม.ทั้งหมด ส่วนชั้นบนปูพื้นลามิเนตหนา 12 มม. ผนังฉาบเรียบติด wallpaper พร้อมบัวเชิงผนัง ระเบียง, ห้องน้ำ และลานซักล้างเป็นกระเบื้องเซรามิค ได้ไฟ downlight ทั้งบ้าน ให้ชุดสุขภัณฑ์อุปกรณ์ภายในห้องน้ำครบที่ต้องใช้งานจาก American Standard หรือเทียบเท่า แต่ไม่ได้มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ กระจกและประตูต่างๆเป็นกรอบบานอลูมิเนียมอบขาว กระจกเขียวตัดแสง พร้อมตัวล็อค 2 ชั้น บ้านมาตรฐานจะได้เป็นบ้านเปล่า ต้องเผื่องบประมาณในส่วนของการตกแต่งไว้ด้วย แต่ข้อดีคือเราสามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์เองตามความเหมาะสมในการใช้งานได้

สาธารณูปโภค – ถือว่าค่อนข้างน้อย ไม่ได้เป็นจุดที่ตัวโครงการต้องการจะเน้น มีเป็นพื้นที่สวนที่จัดแบ่งส่วนพื้นที่การใช้งานที่หลากหลายมาให้อยู่กลางโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านมาใช้งานได้สะดวก ถนนหลักกว้าง 12 เมตร ส่วนถนนย่อยกว้าง 9 เมตร บริเวณหน้าโครงการจะมีระบบรักษาความปลอดภัยตามระดับโครงการ คือมีไม้กระดกอัตโนมัติกั้น, ผ่านเข้า-ออกด้วย Keycard Access ระยะไกล มี รปภ. และ CCTV ให้ครับ

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 6.29 – 10 ล้านบาท, 24 January 2019

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 –อยู่ในซอย  มีความอุดมสมบูรณ์โดยรอบ ไม่ไกลทางด่วน
  • ความปลอดภัย 8.5/10 – Shock sensor ช่องเปิดที่ชั้นหนึ่งทั้งหมด และ Double lock ทุกบาน , ไม้กระดกอัตโนมัติ, Keycard Access ระยะไกล, รปภ. 24 ชั่วโมง, CCTV, รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 7.75/10 – ออกแบบแนวคิดชัดเจน การใช้งานเป็นสัดส่วน จัดฟังก์ชันลงตัว เน้นความเป็นส่วนตัว รับแสงและระบายอากาศภายในบ้านได้ดี
  • วัสดุ 7.75/10 – ถือว่าดี Home Automation และระบบ air flow พื้นกระเบื้อง Porcelain และลามิเนต ผนัง wallpaper สุขภัณฑ์ของ American Standard กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว กระจกเขียวตัดแสง
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 – มีสวน 4 ตำแหน่ง กระจายรอบโครงการ จัด Landscape สไตล์ตะวันตก บรรยากาศโดยรวมดีน่าอยู่อาศัย เทียบกับจำนวนยูนิต ถือว่าได้เยอะครับ
  • สาธารณูปโภค 6.5/10 – ค่อนข้างน้อย ไม่มี Clubhouse ไม่มีสระว่ายน้ำ ไม่มี Fitness ภายใน จะใช้ต้องไปเสียงเงินเพิ่มที่ส่วนกลางหลักของหมู่บ้านชวนชื่น แต่มีสวนที่เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เข้าถึงง่าย
  •  7.66/ 10.00

BOTTOM LINE

ชวนชื่น ซิตี้ วัชรพล-รามอินทรา เหมาะกับคนที่กำลังหาบ้านในย่านวัชรพล-รามอินทรา รวมไปถึงคู้บอน เดินทางสะดวก เน้นใช้รถยนต์เป็นหลัก ขึ้นลงทางด่วนง่าย จำนวนยูนิตน้อย เน้นความเป็นส่วนตัว ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 3-4 ห้องนอน เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง -ใหญ่ มีการจัดการฟังก์ชั่นที่ลงตัวและได้วัสดุภายในดี ไม่เน้นพื้นที่ส่วนกลาง มีงบประมาณ 6.5-10 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 45,000 – 70,000 ต่อเดือน

เกี่ยวกับผู้เขียน

Thawit.K

จบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีโอกาสทำงานในสายงานสถาปัตยกรรมทั้งส่วนของการออกแบบและการก่อสร้าง ก่อนจะมาทำงานสายอีเว้นท์และออกแบบคอนเสิร์ตในภายหลัง ชื่นชอบการท่องเที่ยว ดนตรี กีฬา และงานสถาปัตยกรรม ยินดีรับฟังคำติชมเพื่อพัฒนาผลงานครับ :)

แสดงความคิดเห็น (0)