รีวิวฉบับที่ 1031 สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาไปชมโครงการโฮมออฟฟิศ Wayra Biznet ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ ที่ตั้งอยู่บนถนนร่มเกล้า ใกล้แยกที่ตัดกับถนนเคหะร่มเกล้า จากตัวโครงการสามารถเดินทางได้สะดวกทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง เพราะอยู่ไม่ไกลจากจุดขึ้น-ลงทั้งวงแหวนรอบนอก และมอเตอร์เวย์ และสะดวกในการเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิและนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ตัวโครงการเป็นโฮมออฟฟิศมีทั้ง 3 และ 3 ชั้นครึ่ง มีแบบทั้งหมด 4 แบบ บนที่ดินเริ่มต้น 21.1 ตร.วา ในราคาเริ่มต้น 3.65 ล้านบาทค่ะ โครงการจะเป็นอย่างไรนั้นตามไปชมพร้อมๆ กันเลยค่ะ ^^

 

Fact @ 23 February 2016

  • Wayra Biznet Romkao – Suvarnaphumi (เวร่า บิสเน็ท ร่มเกล้า – สุวรรณภูมิ)
  • บริษัท วิน แอสเสท จำกัด
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ลาดกระบัง
  • เนื้อที่โครงการ 20-0-86.8 ไร่ จำนวน 180 ยูนิต
  • แบบ A โฮมออฟฟิศ 3 ชั้นครึ่ง พื้นที่ใช้สอย 437 ตร.ม. 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 11.2 ล้านบาท
  • แบบ B โฮมออฟฟิศ 3 ชั้นครึ่ง พื้นที่ใช้สอย 323 ตร.ม. 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 8.4 ล้านบาท
  • แบบ C โฮมออฟฟิศ 3 ชั้นครึ่ง พื้นที่ใช้สอย 215 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 4.7 ล้านบาท
  • แบบ D1 โฮมออฟฟิศ 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 169 ตร.ม. 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 3.65 ล้านบาท
  • ที่ดินแปลงมาตรฐาน
    • แบบ A  46.5 ตร.วา
    • แบบ B 34.7 ตร.วา
    • แบบ C 22.9 ตร.วา
    • แบบ D1 21.1 ตร.วา
  • ราคาเริ่มต้น 3.65 ล้านบาทหรือประมาณ 172,900 บาท/ตร.วา
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปลายปี 2557
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ กลางปี 2559
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-915-0049

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.766458, 100.746056

แผนที่โครงการ Wayra Biznet ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ ตั้งอยู่บนถนนร่มเกล้าฝั่งขาเข้าไปทางแยกรามคำแหง-ร่มเกล้า ซึ่งตัวโครงการอยู่ห่างจากแยกเคหะร่มเกล้าประมาณ 850 ม.

ที่ตั้งโครงการตั้งอยู่บนถนนร่มเกล้าในโซนที่ใกล้กับย่านอุตสาหกรรมใหญ่อย่างนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังที่อยู่บนถนนฉลองกรุง สภาพบรรยากาศบนถนนร่มเกล้านี้จะไม่ค่อยมีอะไรมากนักเนื่องจากอยู่ในย่านชานเมือง ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการพักอาศัยแนวราบทั้งบ้าน, ทาวน์โฮม, อาคารพาณิชย์บ้าง ร้านอาหารบ้างประปรายบริเวณริมถนน และจะคึกคักหน่อยบริเวณแยกรามคำแหง-ร่มเกล้า ซึ่งจะมี Big C  เป็น Hyper Market ที่ใกล้และใหญ่ในละแวกนี้ ในส่วนของ ถนนร่มเกล้า เป็นถนนที่เริ่มต้นจากถนนเสรีไทยยาวลงมาจนตัดกับถนน เจ้าคุณทหารซึ่งเป็นเส้นทางไปนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถัดมาจะตัดถนนมอเตอร์เวย์และลาดกระบัง สุดทางจะเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิและไปถนนกิ่งแก้วได้ ซึ่งในอนาคตจะมีการตัดถนนกรุงเทพกรีฑาใหม่ โดยเริ่มจากบริเวณกรุงเทพกรีฑาสปอร์ตคลับ ยาวมาจนถึงการเคหะร่มเกล้าเลยค่ะ สามารถตัดไปออกถนนศรีนครินทร์ได้ ทำให้มีทางลัดเลาะเข้าเมืองชั้นในมากขึ้น

การเดินทางโดยใช้รถยนต์ถือเป็นการเดินทางหลักๆ ของโครงการนี้ สามารถเดินทางเข้า – ออกเมืองได้ค่อนข้างสะดวกพอสมควรค่ะ สำหรับการเข้าเมืองสามารถขึ้นมอเตอร์เวย์ไปพระราม 9 หรือจะเข้าถนนลาดกระบังไปทะลุออกถนนอ่อนนุชเพื่อเข้าไปยังถนนสุขุมวิทชั้นใน รวมทั้งลัดไปออกถนนรามคำแหงโดยเข้าถนนเคหะร่มเกล้าไปทะลุออกถนนราษฎร์พัฒนาหรือที่รู้จักกันในชื่อ ซอยมิสทีน ส่วนออกนอกเมืองก็สามารถขึ้นมอเตอร์เวย์ออกไปทางฉะเชิงเทรา บางประกงได้เช่นกันค่ะ

ส่วนการเดินทางโดยพึ่งพิงระบบสาธารณะนั้นบนถนนเส้นนี้ก็ถือว่าสะดวกระดับนึง เพราะด้วยตัวโครงการที่อยู่ติดถนนใหญ่ไม่เปลี่ยว มีป้ายรถเมล์ให้ยืนคอยได้บริเวณหน้าโครงการ และนอกจากจะมีรถเมล์แล้วยังมีรถสองแถว รถตู้คอยบริการอยู่ตลอด ส่วนเรื่องของระบบรางที่ใกล้ที่สุดคือ Airport Rail Link ลาดกระบัง โดยมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 5 กม.ค่ะ แต่ในอนาคตก็จะมีทางเลือกให้มากขึ้นหน่อยสำหรับระบบรางโดยจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยสถานีที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีมีนบุรี บริเวณซอยรามคำแหง 192 ห่างจากโครงการประมาณ 5.7 ม. โดยสถานีนี้มีจุดจอดแล้วจร (Park and Ride) ซึ่งสามารถจอดรถได้ประมาณ 2,000 คัน รวมไปถึง Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีส้มอีกด้วยค่ะ ซึ่งใครที่จะเดินทางเข้าเมืองก็สามารถขับรถออกจากโครงการไปจอดแล้วขึ้นรถไฟฟ้าไปได้เลย ซึ่งกำหนดการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จจะอยู่ในปี 2563

จุดขึ้น-ลงวงแหวนรอบนอกนั้นจะอยู่บริเวณจุดตัดกับมอเตอร์เวย์ ซึ่งห่างจากโครงการไปประมาณ 7-8 กม. สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทางคือจากถนนพัฒนาชนบทที่มีระยะทางสั้นหน่อยประมาณ 7.6 ม. และจากถนนหลักคือถนนร่มเกล้าไปตัดเข้าเลียบมอเตอร์เวย์ระยะทางประมาณ 8 กม. ค่ะ

ส่วนจุดขึ้น-ลงมอเตอร์เวย์อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 5 กม. ตรงบริเวณจุดตัดกับถนนร่มเกล้าเลยค่ะ

สำหรับใครที่ทำการค้าอย่าง Import & Export หรือต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ก็ถือว่าสะดวกในการเดินทางระดับนึงเลยนะคะ เพราะตัวโครงการอยู่ไม่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิมากนักประมาณ 7 กม. ค่ะ

สำหรับการเข้าถึงโครงการ หากใครที่มาจากทางถนนรามคำแหงทะลุมาทางถนนเคหะร่มเกล้า หรือตรงมาจากมีนบุรีจะต้องกลับรถไกลหน่อยนะคะ โดยจุดกลับรถจะอยู่บริเวณโรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ร่มเกล้าห่างจากโครงการประมาณ 2 กม.ค่ะ ส่วนจุดกลับรถอีกจุดเพื่อมุ่งหน้าไปทางสุวรรณภูมิจะอยู่ไม่ไกลจากโครงการประมาณ 300 ม. บริเวณซอยร่มเกล้า 19 (ซอยเทพนิมิตร)

ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์บนถนนร่มเกล้า ในเรื่องของอาหารการกินถือว่ามีไม่ค่อยมากนักในระยะเดิน จำเป็นต้องอาศัยขับรถออกไปกินในช่วงกลางวัน ซึ่งส่วนใหญ่ร้านอาหารบนถนนเส้นนี้จะเป็นเต้นท์ หรือตึกแถวที่เปิดบ้างเป็นจุดๆ ไม่ได้กระจุกตัวหรืออยู่ตลอดฝั่งแนวถนน ซึ่งจะพอมีร้านอาหารให้เห็นคึกคักหน่อยบริเวณโรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ร่มเกล้า และจุดตัดกับถนนเจ้าคุณทหารค่ะ หรือจะเข้าไปบนถนนเคหะร่มเกล้าเลยไปจนถึงซอยมิสทีนซึ่งเป็นชุมชนในซอยขนาดใหญ่ก็จะมีร้านอาหาร คอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ และตลาดให้เลือกกินเลือกซื้อหลากหลายดีค่ะ สำหรับห้างบนถนนเส้นนี้ก็จะอยู่บริเวณจุดตัดกับถนนรามคำแหง อย่าง Big C ร่มเกล้าค่ะ ถือเป็นแหล่งจับจ่ายซื้อของหลักของคนในย่านนี้เลย หรือจะเข้ามาทางรามคำแหงอีกหน่อยก็จะมี HomePro และ Tesco Lotus ที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ส่วนสถานศึกษาบนถนนเส้นนี้ก็มีโรงเรียนดังๆ ในย่านนี้อย่าง โรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ร่มเกล้า, โรงเรียนเทพศิรินทร์ ร่มเกล้า และมหาวิทยาลัยอย่างมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่มเกล้าค่ะ

การเดินทางในวันนี้ของเราจะเริ่มต้นจากถนนรามคำแหงบริเวณซอยมิสทีน มุ่งหน้าไปยังแยกรามคำแหง-ร่มเกล้า จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนร่มเกล้าผ่านแยกเคหะร่มเกล้าแล้วตรงมาอีกประมาณ 2.8 กม. จะเจอจุดกลับรถบริเวณใกล้โครงการเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ร่มเกล้าจากนั้นตรงขึ้นมาอีกประมาณ 2 กม. จะเห็นโครงการอยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ

เริ่มต้นกันบนถนนรามคำแหงมุ่งหน้าไปทางมีนบุรี บริเวณหน้าปากซอยมิสทีนซึ่งเป็นซอยลัดที่สามารถทะลุออกถนนเคหะร่มเกล้าแล้วออกไปยังถนนร่มเกล้าได้ค่ะ หากใครมาทางถนนรามคำแหงก็สามารถลัดเลาะเข้าซอยนี้ได้นะคะเพื่อร่นระยะทางไม่ต้องอ้อมไปถึงแยกรามคำแหง-ร่มเกล้าด้วยค่ะ แต่วันนี้เราจะพาไปดูเส้นทางหลักกันก่อนนะคะ

ขับตรงขึ้นสะพานลอยไปทางสุวินทวงศ์ค่ะ

ขึ้นสะพานข้ามแยกลาดบัวขาว ลดปัญหารถติดบริเวณแยกที่ตัดกับถนนมีนพัฒนาที่เป็นถนนเชื่อมเข้าถนนเสรีไทย

ขับตรงมาเรื่อยๆ ก่อนจะถึงแยกรามคำแหง-ร่มเกล้าจะเจอกับ HomePro และ Big C

จากนั้นเราจะเริ่มเบี่ยงซ้ายไปทางมีนบุรี-ลาดกระบัง เพื่อที่จะเลี้ยวเข้าสู่ถนนร่มเกล้าค่ะ

ขับตรงมาจนถึงแยกรามคำแหง-ร่มเกล้า แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนร่มเกล้าค่ะ

บนถนนร่มเกล้าตอนต้นจะมีห้างอย่าง Big C ร่มเกล้าเป็นห้างขนาดใหญ่ในละแวกนี้ ซึ่งลูกบ้านสามารถมาจับจ่ายซื้อของได้ในระยะไม่ไกลมากค่ะ ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็น SCG Home Solution ค่ะ

ตรงมาอีกหน่อยจะเห็นมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตร่มเกล้า

บรรยากาศรอบข้างถนนจะเป็นอาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน โรงงานเป็นส่วนใหญ่ และจะมีร้านอาหารบ้างตามข้างทางเป็นจุดๆ ไม่ได้อยู่รวมกันเป็นแหล่งขนาดใหญ่หรือมีร้านอาหารให้เห็นตลอดฝั่งถนน

ขับเลยแยกเคหะร่มเกล้ามาซักพักจะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ ซึ่งเราจะต้องไปกลับเรามากัน

ระยะทางกลับรถจะค่อนข้างไกลหน่อย ต้องผ่านแยกที่ตัดกับถนนเจ้าคุณทหารและถนนพัฒนาชนบท

เลยแยกมาหน่อยจะเห็น SCG Home Solution อีกสาขา

เมื่อตรงมาอีกจนถึงบริเวณโรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ร่มเกล้าจะเห็นจุดกลับรถค่ะ

เมื่อกลับรถมาซักพักจะเห็นปั๊มน้ำมันปตท.ด้านซ้ายมือ

จากนั้นขับตรงมาอีกซักพักจะเห็นโครงการฝั่งซ้ายมือแล้วค่ะ ^^

บริบทรอบๆ โครงการส่วนใหญ่จะเป็นโครงการแนวราบ และมีพื้นที่พาณิชย์อย่างอาคารพาณิชย์ โชว์รูมรถ ร้านขายวัสดุ อู่รถยนต์ และปั๊มน้ำมัน ส่วนใหญ่พื้นที่ที่ติดกับโครงการจะยังเป็นที่ดินว่างเปล่าอยู่ค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับที่ดินว่างเปล่า ร้านขายวัสดุก่อสร้าง
  • ทิศตะวันออก ติดกับถนนร่มเกล้า
  • ทิศใต้ ติดกับที่ดินว่างเปล่า
  • ทิศตะวันตก ติดกับคลองเล็กๆ (คลองสองต้นนุ่น)

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ร่มเกล้า ~ 2 กม.
  • ตลาดสดเกรียงไกร ~ 3.8 กม.
  • โรงเรียนเทพศิรินทร์ ร่มเกล้า ~ 4.1 กม.
  • Big C Market เคหะร่มเกล้า ~ 4.5 กม.
  • วัดลาดกระบัง ~ 5.7 กม.
  • นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ~ 7 กม.
  • มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตร่มเกล้า ~ 8.6 กม.
  • Big C ร่มเกล้า ~ 9.4 กม.
  • สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ~ 10 กม.
  • HomePro ~ 10.9 กม.
  • Tesco Lotus ~ 11 กม.
  • ตลาดมีนบุรี ~13.5 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

มาดูที่ผังโครงการกันต่อนะคะ ที่ดินทั้งหมดของโครงการมีขนาดประมาณ 20 ไร่เศษ ลักษณะโครงการเป็นแบบหน้าแคบลึกไปตามแนวซอย โดยมีทางเข้า-ออกหลักเพียงทางเดียวคือ ด้านที่ติดกับถนนร่มเกล้า จากนั้นเป็นถนนหลักตรงยาวไปจนสุดที่ดิน ความกว้างของถนนกว้างประมาณ 14 ม. พร้อมมีที่จอดรถตรงกลาง ทำให้แบ่งเลนถนนออกเป็น2 เลนเข้า-ออกชัดเจน และการมีพื้นที่จอดรถตรงกลางให้เป็นวิธีการแก้ปัญหารถที่จอดขวางหน้าบ้านทำให้การเข้า-ออกจากบ้านไม่สะดวก รวมทั้งเป็นการรองรับรถยนต์ของพนักงานออฟฟิศและผู้ที่เข้ามาติดต่อให้มีที่จอดเพียงพอ ส่วนบริเวณตรงกลางโครงการจะมีพื้นที่สวนหย่อมขนาดประมาณ 2 ตร.วากว่า สามารถใช้เป็นพื้นที่เดินเล่นพักผ่อนได้บ้างในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ส่วนบ้าน type c ที่อยู่ในซอยติดสวนจะร่มรื่นตามากกว่าหลังอื่นๆหน่อยเพราะได้วิวสวนมาด้วยค่ะ

สำหรับการหันทิศทางของอาคารส่วนใหญ่จะหันไปในฝั่งทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่เหมาะสมกับการวางหันหน้าอาคารค่ะ ข้อดีของทิศเหนือคือเรื่องของแดดที่จะได้แดดอ่อนๆ ในตอนเช้าทางหน้าบ้าน ส่วนทิศใต้จะเด่นในเรื่องของทิศทางลมที่พัดผ่านเข้าบริเวณหน้าบ้านได้ดี จะมีบ้าน Type C ที่ติดกับสวนอยู่ไม่กี่ยูนิตที่หันหน้าไปในทิศตะวันออกซึ่งอาจจะได้เสียเปรียบในเรื่องของทิศทางแดดและลมบ้างแต่ก็ได้พื้นที่สวนและความร่มรื่นของต้นไม้ที่มีมากกว่ายูนิตอื่นๆ มาช่วยได้ค่ะ

เริ่มกันที่หน้าโครงการเลยค่ะ จากทางหน้าโครงการจะแบ่งอาคารเป็น 2 ฝั่งยาวไปจนสุดขอบเขตที่ดิน มีจุดเข้า-ออกโครงการตรงกลางและป้อมยามแบ่งทางเข้า-ออกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน

พื้นที่ด้านข้างก่อนจะเป็นอาคาร ทำเป็นพื้นที่จอดรถสำหรับผู้เข้ามาติดต่อ

สามารถจอดรถได้ทั้ง 2 ฝั่งค่ะ

ปัจจุบันโครงหลังคาทางเข้า-ออกยังไม่เสร็จดี ซึ่งหลังคาเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจะสามารถกันแดดกันฝนได้นะคะ เวลายื่น Access Card ระยะใกล้มาทาบจะได้ไม่เปียกค่ะ ระบบการเข้าออกเป็นไม้กระดกอัตโนมัติ และมีรปภ.รักษาความปลอยให้ 24 ชม.ค่ะ

พร้อมกล้องวงจรปิด 2 จุด ส่องหน้ารถและป้ายทะเบียนทั้งขาเข้าและขาออก

ถนนภายในโครงการกว้าง 14 ม. แบ่งออกเป็นถนน 2 เลน เข้า-ออกโดยมีที่จอดรถคั่นกลาง ซึ่งการมีที่จอดรถคั่นกลางแบบนี้ก็ช่วยลดปัญหาของการจอดรถขวางหน้าบ้านได้ดีค่ะ

ความกว้างของถนนเมื่อหักลบกับพื้นที่จอดรถแล้วจะเหลือความกว้างประมาณ 4.9 ม. ซึ่งก็อยู่ในระยะที่ขับได้สะดวกค่ะ

ด้านข้างถนนบริเวณเสาไฟฟ้าจะติดตั้ง CCTV ให้ซึ่งมีให้บริเวณป้อมยามและถนนหลักจำนวน 39 จุด

ขนาดช่องจอดรถมาตรฐาน มีช่องจอดรถส่วนกลางทั้งหมดประมาณ 144 ช่องจอด ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอนะคะเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตที่มีทั้งหมด 180 ยูนิตและที่จอดรถภายในบ้านอีกด้วย

ถัดมาบริเวณกลางๆ ที่ดิน จะมีพื้นที่สวนหย่อมปลูกต้นไม้และปูหญ้าให้เรียบร้อย ซึ่งขนาดจะไม่ได้มีเท่าที่เห็นนี้นะคะ ต่อไปจะมีพื้นที่สวนเพิ่มมาอีกบริเวณฉากกั้นป้ายชื่อโครงการค่ะ โดยจะมีพื้นที่สวนหย่อมทั้งหมดประมาณ 244 ตร.วา

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สวนสาธารณะ 0-2-44.01 ไร่
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการประมาณ 39 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2 เมตร
  • Key Card Access ระยะใกล้
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • ถนนหลักกว้าง 14 ม.


Product Walkthrough

ทางโครงการมีโฮมออฟฟิศทั้งหมด 5 แบบ ด้วยกันนะคะ เริ่มตั้งแต่ขนาดพื้นที่ใช้สอย 169-437 ตร.ม. โดยมีที่ดินเริ่มต้นที่ 21.2 ตร.วา ค่ะ สำหรับบ้านตัวอย่างที่จะพาไปดูกันคือโฮมออฟฟิศ Type C สูง 3 ชั้นครึ่ง บนที่ดินมาตรฐาน 22.9 ตร.วา มีพื้นที่ใช้สอย 206 ตร.ม. จำนวน 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ และมีหน้ากว้าง 6.5 ม. ค่ะ โดยตำแหน่งของ Type C บนโครงการจะอยู่ในโซนกลาง-หลังโครงการ ซึ่งปัจจุบันมีที่แล้วเสร็จพร้อมโอนและอยู่ในระหว่างการก่อสร้างค่ะ

การออกแบบภายในตัวบ้านจะแบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ๆ คือโซนสำนักงานที่อยู่ในชั้น 1-2 และโซนที่พักอาศัยในชั้น 3 และอีกครึ่งชั้นค่ะ สำหรับลูกบ้านที่เปิดสำนักงานเล็กๆ ด้านล่างและเป็นที่พักอาศัยได้ด้วยในชั้นบนได้ด้วย

ในชั้น 1 จากที่จอดรถที่มีความกว้าง 6.5 ม. สามารถจอดรถ 2 คันได้สบายๆ ถัดมาก่อนเข้าไปในตัวบ้านจะมีห้องเก็บของด้านข้างให้เรียบร้อยสำหรับเก็บอุปกรณ์ทำสวน หรืออุปกรณ์ล้างรถได้ จากนั้นเข้ามาภายในตัวบ้านในชั้นนี้จัดให้เป็นพื้นที่สำนักงานทั้งหมด สามารถวางโต๊ะทำงานได้ประมาณ 3 ชุด ด้านซ้ายมีมุมสำหรับเป็น Reception เล็กๆ ได้หรือจะจัดให้เป็นพื้นที่รับรองเเขกก็ได้เช่นกันค่ะ ในชั้นนี้มีห้องน้ำให้ 1 ห้องติดอยู่กับโถงบันได ซึ่งห้องน้ำทุกห้องจัดให้มีพื้นที่อาบน้ำทั้งหมดค่ะ ออกมานอกบ้านบริเวณลานซักล้างจะเป็นลานคอนกรีตโล่งกว้างประมาณ 2 ม.

ชั้น 2 จัดให้ฟังก์ชันเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งสามารถทำเป็นพื้นที่สำนักงาน หรือจะเป็นโซนนั่งเล่นรับประทานอาหารได้เช่นกันค่ะ จากแปลนโครงการจัดให้เป็นโซนพื้นที่นั่งเล่นของคนในออฟฟิศและครอบครัวลูกบ้านสามารถใช้พื้นที่นี้ร่วมกันได้ สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ และโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 6-10 ที่นั่งได้ พร้อม Pantry เตรียมอาหารด้านข้าง หากใครที่ต้องการจัดให้เป็นพื้นที่สำนักงานมากขึ้นก็อาจจะกั้นเป็นห้องประชุมหรือห้องผู้จัดการได้ (บริเวณพื้นที่รับประทานอาหาร) และภายในชั้นนี้มีห้องน้ำอยู่ด้านหลังเหมือนกันกับชั้นแรก หากใครที่จะกั้นห้องอย่าลืมกั้นเพื่อทางเดินเข้าห้องน้ำไว้ด้วยนะคะ

ชั้น 3 จะเริ่มเป็นชั้นสำหรับอยู่อาศัย พื้นห้องที่ได้จะเป็นพื้นลามิเนตแตกต่างกับพื้นที่ชั้น 1-2 ที่เป็นพื้นแกรนิตโต้นะคะ ภายในชั้นนี้เเบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้อง ใช้ห้องน้ำร่วมกัน ห้องที่ติดกับหน้าบ้าน เป็นห้องนอน Master Bedroom ลักษณะของห้องเป็นแนวยาวตามความกว้างของบ้าน ข้อพิเศษของห้องนี้คือความสูงของฝ้าที่ได้สูงถึง 6 ม. ในสไตล์ Duplex ด้วยความยาวของห้องที่ยาวถึง 6.5 ม. นอกจากจะจัดวางให้เป็นห้องนอนแล้วยังสามารถกั้นมุมเป็น Walk in Closet หรือเป็นพื้นที่ทำงานเล็กๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ ส่วนอีกห้องนอนที่ใช้ห้องน้ำร่วมกันกับ Master Bedroom เป็นห้องนอนกลางสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ค่ะ ด้านหลังมีระเบียงยื่นสำหรับตากผ้า/ซักล้างได้เล็กน้อย

ขึ้นมาอีกชั้น จะเป็นชั้นไม่เต็ม Floor ในชั้นนี้มีห้องอเนกประสงค์อีกห้องพร้อมห้องน้ำในตัว สำหรับใช้เป็นห้องนอนห้องที่ 3 ได้ หากใครที่มีครอบครัวใหญ่หน่อย หรือใช้เป็นห้องนอนรับรองแขกก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ในชั้นนี้ยังมีพื้นที่ซักล้างที่ถูกออกแบบไว้ให้เป็นสัดส่วนไม่ต้องไปวางเครื่องซักผ้าบริเวณโรงจอดรถหรือลานซักล้างหลังบ้าน โดยพื้นที่ซักล้างนี้จะอยู่ในร่มไม่โดดฝน และมีระเบียงด้านนอกใช้ตากผ้า/ซักล้างให้เรียบร้อยค่ะ

มาดูบ้านตัวอย่างพร้อมเปรียบเทียบกับบ้านมาตรฐานกันเลยค่ะ ลักษณะอาคารสูง 3 ชั้นครึ่ง ตกแต่งในสไตล์ Modern ใช้โทนสีเรียบง่ายด้วยสี เทา-ครีม เน้นกระจกทรงสูง ใช้ระแนงตกแต่งบังสายตาบริเวณที่วางคอยด์แอร์ มีการทำกันสาดยื่นออกมาให้ทั้งด้านข้างและเป็นหลังคา ช่วยบังแดดและหักเหแสงแดดไม่ให้เข้าไปในตัวบ้านได้ ในเรื่องของระบบการก่อสร้างใช้ระบบการก่อสร้างแบบ Conventional คือระบบเสา-คาน ซึ่งมีความคงทนและมีอายุการใช้งานมากกว่าระบบสำเร็จรูปทั่วไปที่นิยมใช้ในการก่อสร้างอาคารในปัจจุบันที่เน้นงานก่อสร้างที่รวดเร็วและลดปัญหาเรื่องคุณภาพในการก่อสร้างค่ะ

รั้วหน้าบ้านเป็นรั้วเหล็กแบบบานพับ 3 ตอน มีความแข็งแรงพอสมควรค่ะ

ด้านข้างติดตั้งกริ่ง และดวงโคมติดผนังไว้ให้เรียบร้อยค่ะ

พร้อมติดตั้งถังขยะภายในบ้านให้ด้วยค่ะ ไม่ต้องเดินออกไปนอกบ้าน หน้าบ้านจะมีช่องเปิดรับขยะ

รั้วด้านข้างที่ติดกับเพื่อนบ้านเป็นรั้วทึบต่อด้วยรั้วโปร่งเหล็ก มีความสูงทั้งหมดประมาณ 1 ม.

หากเป็นบ้านที่ติดมุมจะได้พื้นที่ด้านข้างด้วย ซึ่งทางโครงการจะปลูกหญ้าให้ด้วยค่ะ

ด้านหลังบริเวณซักล้างปูพื้นคอนกรีต พร้อมเซาะร่องระบายน้ำให้รอบๆ

ประตูบริเวณซักล้างด้านบนติดไฟฟลูออเรสเซนต์ให้เป็นเพื่อส่องสว่างบริเวณหลังบ้าน

กลับมาที่หน้าบ้านกันต่อค่ะ พื้นบริเวณที่จอดรถเป็นพื้นกระเบื้องขนาด 30 x 30 เซนติเมตร ด้านข้างโรยหินกรวดตกแต่งบริเวณทางระบายน้ำ ส่วนหลังคาโรงจอดรถนี้ปกติไม่ได้ทำไว้ให้นะคะ หากใครที่ต้องการพื้นที่บังแดดให้กับรถแนะนำให้ติดตั้งผ้าใบ ที่สามารถกางหรือรูดเก็บได้ ง่ายต่อการทำความสะอาดและการบำรุงรักษา รวมไปถึงราคาไม่แพงมากนักด้วยค่ะ ส่วนขนาดความกว้างของที่จอดรถจะอยู่ที่ 6.5 สามารถจอดรถได้ 2 คันสบายๆ ถัดมาก่อนจะเข้าไปในตัวบ้าน ฝั่งซ้ายเป็นประตูส่วนห้องเก็บของและด้านขวาเป็นประตูทางเข้าหลักค่ะ

มุมด้านข้างมีท่อสำหรับเดินน้ำยาปลวกได้

ภายในห้องเก็บของใช้จะพื้นที่ใต้บันได ซึ่งถือว่ามีขนาดพอสมควรนะคะ ประมาณ 0.9 x 3 ม. สามารถเก็บอุปกรณ์ทำสวน อุปกรณ์ล้างรถได้สบายเลยค่ะ

ประตูหน้าบ้านเป็นประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ ใช้กระจกสีเขียวตัดแสงพอหักเหและสะท้อนความร้อนออกไปได้บ้าง กรอบบานเป็นอลูมิเนียมพ่นสีดำค่ะ

มือจับขนาดพอดีมือ แข็งแรง ด้านข้างบุด้วยผ้าสักหลาดเพื่อให้ปิดประตูได้แนบสนิทและสามารถกันฝุ่นได้พอสมควรค่ะ

เข้ามาภายในบ้าน สำหรับชั้นแรกนี้จะเป็นพื้นที่โล่งสำหรับจัดเป็นพื้นที่สำนักงาน สามารถวางโต๊ะทำงานได้ประมาณ 3 ชุด ติดริมหน้าต่าง ลักษณะของบ้านจะค่อนข้างโปร่งโล่ง ด้วยความสูงฝ้า 2.75 ม. และสำหรับแปลงมุมจะได้หน้าต่างบานใหญ่ 2 บานทั้งด้านหลังและด้านข้าง สามารถระบายอากาศได้ดี ในส่วนของวัสดุมาตรฐานที่ได้อย่างพื้นจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังจะได้เป็นแบบฉาบเรียบสีขาวค่ะ

ด้านข้างที่ติดกับทางขึ้นบันไดมีพื้นที่เล็กๆ เป็นมุมไว้สำหรับวางที่นั่งรับแขก หรือจะทำเป็น Reception เล็กๆ รองรับผู้เข้ามาติดต่อได้ค่ะ

สำหรับหน้าต่างนั้นจะเป็นหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่ ทำให้แสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาภายในห้องให้ห้องดูโปร่งโล่งและหากวันไหนอากาศดีๆ ก็สามารถเปิดหน้าต่างแทนการเปิดแอร์ได้ โดยลมจะพัดเข้า-ออกจากหลังบ้านไปหน้าบ้านหรือหน้าบ้านไปหลังบ้านได้ เนื่องจากทิศทางของอาคารที่ส่วนใหญ่หันไปยังทิศเหนือ-ใต้ ส่วนแปลงมุมก็จะได้เปรียบหน่อยค่ะเนื่องจากบานหน้าต่างที่มีทั้งด้านข้างและด้านหลังบ้านทำให้อากาศสามารถพัดผ่านเข้ามาได้ดีขึ้นไปอีกค่ะ

ถัดมาที่สุดมุมห้องด้านหลัง ฝั่งซ้ายเป็นห้องน้ำและฝั่งขวาเป็นประตูออกไปยังส่วนลานซักล้างค่ะ

พื้นห้องน้ำลดระดับลงมานิดหน่อยกันน้ำไหลย้อน ส่วนพื้นของโครงการได้เป็นกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 60 ซม. สีดำ

ภายในห้องน้ำแบ่งเป็น 2 โซน คือโซนเปียกและโซนแห้ง

ชุดอ่างล่างมือเเบบฝั่งเคาน์เตอร์ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ อ่างล่างมือจากยี่ห้อ Cotto มีพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางของได้เล็กน้อย

ถัดจากอ่างล้างมือเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์ที่ด้านหลังมีการทำ Low Wall ให้ด้วยสำหรับวางข้าวของได้เล็กๆ น้อยๆ ความกว้างบริเวณพื้นที่โถสุขภัณฑ์กว้างประมาณ 90 ซม. สามารถนั่งได้สบายๆ ไม่อึดอัดค่ะ ส่วนโถสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำทั้งหมดจาก Cotto เช่นเดียวกันกับอ่างล้างมือค่ะ ^^

ด้วยขนาดพื้นที่ห้องน้ำที่ค่อนข้างเล็กทำให้พื้นที่อาบน้ำมีขนาดเล็ก และด้านหลังมีโถชายติดตั้งอยู่ด้วย อาจจะไม่สะดวกสำหรับการอาบน้ำเท่าไหร่นัก หากบ้านไหนที่จำเป็นต้องอาบน้ำในห้องน้ำชั้นนี้บ่อยๆ แนะนำให้ติดตั้งม่านพลาสติกด้วยนะคะ เพื่อกั้นพื้นที่อาบน้ำหรือโซนเปียกให้เป็นสัดส่วนมากขึ้นและสามารถติดตั้งได้ง่ายในพื้นที่ที่จำกัดและราคาไม่แพง

พื้นที่อาบน้ำมีระดับพื้นเท่ากับพื้นโซนแห้งนะคะ อาจจะมีน้ำไหลย้อนออกมาบ้าง อย่าลืมเช็ค Slope ของกระเบื้องว่ามีความลาดเอียงสำหรับระบายน้ำได้ดีหรือไม่ด้วยนะคะ หรือใครจะก่อธรณีเล็กๆ ขึ้นมากันน้ำไหลย้อนก็ได้เช่นกันค่ะ

ขนาดฝักบัวสายอ่อนที่ได้มีขนาดพอดีมือ แข็งแรง ด้านข้างติดที่วางของขนาดเล็กๆ ไว้ให้สำหรับวางสบู่หรือขวดแชมพูได้

ถัดมาที่โถงบันไดกันต่อค่ะ ลักษณะบันไดเป็นแบบหักศอก หรือรูปตัว L โครงสร้างคือคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนราวบันไดของบ้านมาตรฐานที่ได้จะเป็นราวเหล็กพ่นสีดำ ด้านบนบริเวณมือจับเป็นไม้สำเร็จรูป

พื้นลูกนอนปูด้วยกระเบื้องสีเทา มีขอบบันไดให้กันลื่นและเห็นขั้นบันไดได้ชัดเจน

มีชานพักเล็กๆ บริเวณจุดหักศอก

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ซึ่งเป็นชั้นอเนกประสงค์ สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเป็นส่วนออฟฟิศ หรือพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนในครอบครัวก็ได้เช่นกันค่ะ สำหรับชั้น 2 นี้ ฝ้าเพดานจะสูงที่ 2.55 ม. พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ด้านข้างมีกระจกและประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ ช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นเมื่อได้รับแสงธรรมชาติส่องเข้ามา สำหรับโซนนี้ในห้องตัวอย่างตกแต่งให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือจะสามารถใช้รับรองแขกได้ของส่วนสำนักงาน

อีกมุมสามารถจัดชั้นวางหนังสือ เป็นโซนห้องสมุด หรือเก็บเอกสารต่างๆ ได้ หรือหากใครที่มีจำนวนพนักงานมากขึ้นอีกหน่อย ก็ใช้พื้นที่เป็นพื้นที่ทำงานได้ค่ะ

ส่วนของช่องเปิดที่ได้เป็นกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้า โดยมีประตูบานเลื่อนแบบ 4 ตอนอยู่ตรงกลาง และหน้าต่างบานเลื่อนอยู่ด้านข้าง ด้วยขนาดหน้าต่างบานเลื่อนที่ค่อนข้างใหญ่ก็จะช่วยในเรื่องของการระบายอากาศได้ดีมากขึ้นค่ะ

ลักษณะมือจับมาตราฐาน มีตัวล็อกแบบก้นหอยเพิ่มมาด้วย เป็นการล็อก 2 ชั้น

ระเบียงหน้าบ้านลักษณะเป็ยระเบียงยาว แต่ค่อนข้าง