รีวิวฉบับที่ 1690 สวัสดีค่ะ วันนี้เราพามาดูโครงการทาวน์โฮม Pruksa Ville รังสิต – ซอยเวิร์คพอยท์ ที่เน้นราคาหยิบจับง่ายใกล้มหาวิทยาลัยใหญ่ 2 มหาวิทยาลัยด้วยกันอย่าง ม.กรุงเทพ และม.ธรรมศาตร์ ศูนย์รังสิตนะคะ นอกจากนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากบริษัทบันเทิงใหญ่อย่าง Workpoint อีกด้วยค่ะ จะเป็นอย่างไรไปชมกัน

 

Fact @ 25 September 2018

  • Pruksa Ville Rangsit-Soi.Workpoint (พฤกษาวิลล์ รังสิต-ซอยเวิร์คพอยท์)
  • บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่บน ถนนเลียบคลองเปรมประชากร ตำบลบางพูด อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
  • เนื้อที่โครงการ 42-2-38.6 ไร่ จำนวน 441 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 18.1 ตร.วา
    • Glory พื้นที่ใช้สอย 95 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท (ราคาโปรโมชั่น)
    • Sapphire พื้นที่ใช้สอย 98 ตร.ม. 3+1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 1.949 ล้านบาท (ราคาโปรโมชั่น)
  • ที่ดินแปลงมาตรฐาน 18.1 ตร.วา
  • ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง มีนาคม 2561
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1739

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 14.038636, 100.588230

โครงการ Pruksa Ville รังสิต – ซอยเวิร์คพอยท์ ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นถนนสายรองขนานกับถนนพหลโยธิน-รังสิต ช่วงระหว่างจุดตัดถนนรังสิต-ปทุมธานี และถนนเชียงราก บรรยากาศโดยรอบนี้ส่วนใหญ่จะเงียบสงบและเป็นชุมชนขนาดย่อมๆ ตลอดริมถนนนะคะ มีความแตกต่างกับถนนพหลโยธินพอสมควรที่เป็นถนนสายหลักวิ่งเข้า-ออกเมือง มีความคึกคักและปริมาณรถค่อนข้างมากนะคะ

สำหรับการเดินทางจัดว่าค่อนข้างสะดวกทั้งการเดินทางเข้า-ออกเมือง แม้จะไม่ได้อยู่ถนนสายหลักแต่ได้เชื่อมต่อถนนสายหลักได้หลากหลายไม่เพียงแต่ถนนพหลโยธินอย่างเดียว ยังสามารถเชื่อมเข้าถนนเชียงราก-ถนนคลองหลวง และอีกฝั่งคือถนนรังสิต-นครนายก ซึ่งเป็นถนนที่มีความคึกคักสูงสุดในย่านรังสิตเลยก็ว่าได้ค่ะ รวมไปถึงอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนอุดรรัถยาให้เป็นอีกตัวเลือกในการวิ่งเข้า-ออกเมืองได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

ทำเลนี้หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นทำเลที่ต้องมีรถส่วนตัวใช้เท่านั้นจึงจะตอบโจทย์การเดินทางมากที่สุด ในปัจจุบันแน่นอนว่าการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวยังคงเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุดในการเข้าถึงโครงการนะคะ แต่ในอนาคตการเดินทางด้วยระบบสาธารณะนั้นจะสะดวกมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีแผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงมีจุดประสงค์เพื่อเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทางระหว่างย่านใจกลางเมืองและย่านชานเมืองทั้ง 4 ทิศ มีจุดเริ่มต้นโครงการที่สถานีบางซื่อ ไปตามแนวเขตทางรถไฟในเส้นทางรถไฟสายเหนือ  และไปสิ้นสุดที่สถานีรังสิต จังหวัดปทุมธานี ระยะทางรวมประมาณ 26.3 กม. โดยสถานะปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง มีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงประมาณปี 2562 ซึ่งถ้าแล้วเสร็จเมื่อไหร่จะยิ่งทำให้การจราจรเพื่อเดินทางเข้าสู่เมืองง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้แบ่งเป็น 2 โซนหลักๆ โซนแรกอยู่บริเวณจุดตัดระหว่างถนนพหลโยธินและถนนรังสิต-นครนายก ซึ่งมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่รวมกันอย่าง Future Park รังสิต และ Zpell เรียกว่าเป็นห้างใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนัก สามารถขับรถไปได้สะดวกอยู่ค่ะ ส่วนอีกโซนนึงที่มีความคึกคักคือบริเวณมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี้จะมีร้านค้าร้านอาหารมากมายตอบโจทย์นักศึกษา ทำให้เราสามารถขับไปหาของกินได้ในระยะไม่ไกลค่ะ

การเดินทางในวันนี้เริ่มต้นจากถนนพหลโยธินฝั่งขาออกบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิ่งตรงไปถึงจุดตัดกับถนนเชียงราก จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเชียงรากวิ่งไปจนเกือบสุดถนนปทุมธานี-บางปะหัน ให้กลับรถเพื่อเลี้ยวขวาเข้าถนนเลียบคลองเปรมประชากร วิ่งตรงเข้ามาประมาณ 3 กม.ก็จะเห็นโครงการอยู่ฝั่งขวามือค่ะ

เริ่มต้นกันที่บนถนนพหลโยธิน บริเวณมหาวิทยาลัยกรุงเทพนะคะ จากนั้นเราวิ่งตรงไปเรื่อยๆ กันก่อน

Dcondo

จากตรงนี้เราจะเห็นป้ายตรงไปจะเป็นถนนคลองหลวง และธรรมศาสตร์ ให้ตรงไปตามนี้ โดยเราจะเตรียมชิดซ้ายตามป้ายไปปทุมธานีและทางด่วนอุดรรัถยานะคะ

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอทางแยก โดยถ้าตรงไปจะเป็น ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต แต่เราจะเลี้ยวซ้ายตามป้ายปทุมธานีและทางด่วนอุดรรัถยา เพื่อเข้าถนนเชียงรากกันค่ะ

เข้ามาบนถนนเชียงรากกันแล้ว จะเห็นว่าสองข้างทางมีอพาร์ทเม้นท์และหอพักเยอะมากทีเดียวค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆบรรยากาศทั้งสองข้างทางจะมีทั้งอาคารแนวราบที่เป็นร้านค้า ร้านอาหาร อู่ซ่อมรถ ค่อนข้างเยอะ ทางขวามือเป็นอพาร์ทเม้นท์ U House ติดรั้ว ม.ธรรมศาสตร์

ถัดมาหน่อยมี Mall ขนาดย่อมๆ อย่าง TU Dome Plaza ที่นอกจากจะเป็นหอพักแล้วยังมีร้านค้าร้านอาหารไว้รองรับอีกด้วย

จากนั้นวิ่งไปตามทางป้ายปทุมธานี ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

วิ่งไปจนสุดถนนเชียงรากแล้วจะมีจุดกลับรถไปทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกที ให้เราเตรียมกลับรถเลยค่ะ

โดยตรงมาหน่อยก่อนจะขึ้นสะพานนั้นให้เบี่ยงซ้ายเพื่อเข้าถนนเลียบคลองเปรมประชากรนะคะ

เมื่อตรงมาแล้วเจอทางแยกให้เลี้ยวขวาค่ะ

บรรยากาศของถนนเลียบคลองเปรมประชากรนั้นจะเป็นถนน 2 เลนสวนทางกัน รอบข้างเป็นบ้านพักอาศัยสลับกับที่ดินว่างเป็นส่วนใหญ่

เมื่อเลี้ยวเข้าถนนเลียบคลองเปรมประชากรมาแล้วขับตรงมาอีกประมาณ 3 กม.ก็จะเห็นทางเข้าโครงการฝั่งขวามือแล้วค่ะ

ทั้งนี้ก็ยังไม่ถึงโครงการจริงนะคะ ยังต้องเข้าไปอีกหน่อย โดยถนนนี้ทางพฤกษาเป็นผู้พัฒนาและจะยกถนนนี้ให้เป็นถนนสาธารณะ บุคคลทั่วไปสามารถใช้งานได้ค่ะ และในอนาคตถนนเส้นนี้จะร่วมใช้กับอีกโครงการแนวราบของพฤกษาเช่นกัน

ตรงมาอีกหน่อยก็จะเห็นหน้าโครงการแล้วค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต
  • Zpell
  • โรงพยาบาลเปาโลรังสิต
  • โรงพยาบาลปทุมเวช
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

 


เจาะลึกตัวโครงการ

Master Plan โครงการ ทางเข้า-ออกโครงการหลักอยู่บนถนนสาธารณประโยชน์ที่ทางพฤกษาสร้างไว้เพื่อให้ลูกบ้านได้ใช้ และในอนาคตจะมีโครงการเพื่อนบ้านจากทางพฤกษาร่วมใช้ถนนเส้นนี้ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของร่วมกันนะคะ เพราะพฤกษายกให้เป็นทางสาธารณะแล้ว ดังนั้นบุคคลทั่วไปก็มีสิทธิที่จะใช้ถนนส่วนนี้ได้ค่ะ

บริเวณด้านหน้าก่อนเข้าสู่ทางเข้า-ออกของโครงการเป็นที่ตั้งอาคารพาณิชย์จำนวน 18 ยูนิต ซึ่งอาคารพาณิชย์นี้ถือเป็นหนึ่งในลูกบ้านของโครงการนะคะ ต้องจ่ายค่าส่วนกลางและสามารถเข้ามาใช้สาธารณูปโภคต่างๆ ภายในโครงการได้เช่นเดียวกัน แม้จะอยู่ก่อนซุ้มทางเข้า-ออกโครงการ ในส่วนภายในโครงการออกแบบผังด้วยการวางพื้นที่ส่วนกลางตรงกลางบริเวณด้านหน้าเพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้ทางโครงการ และสามารถใช้ต้อนรับแขกได้ รวมไปถึงทาวนโฮมที่อยู่โดยรอบได้รับวิวจากสวนอีกด้วยค่ะ แต่ข้อจำกัดของตำแหน่งพื้นที่ส่วนกลางที่วางไว้บริเวณด้านหน้าคือลูกบ้านฝั่งโซนด้านหลังโครงการจะเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางได้ยากกว่าลูกบ้านฝั่งหน้าโครงการค่ะ

บริเวณด้านหน้าซุ้มโครงการ ตกแต่งมาในสไตล์ Modern ชัดเจนนะคะ แต่เน้นวัสดุธรรมชาติเข้ามาเพิ่มเป็น Gimmick โครงการอย่างการตกแต่งด้วยไม้เทียม และจัดสวนสีเขียวดูร่มรื่นมากขึ้น มาดูที่ลักษณะการเข้า-ออกที่นี่แยกการเข้า-ออกชัดเจนเป็น 2 ฝั่ง ตรงกลางคั่นด้วยป้อมรปภ. เพื่อสามารถดูแลลูกบ้านทั้งฝั่งเข้า-ออกได้เต็มที่

ส่วนถนนของโครงการมีการยกระดับจากถนนสาธารณประโยชน์ขึ้นมาระดับนึง ข้อดีคือกันเรื่องน้ำท่วมมากขึ้นหรือการระบายน้ำในโครงการออกสู่ทางระบายน้ำนอกโครงการได้ดีมากขึ้นค่ะ และสำหรับวัสดุปูถนนบริเวณด้านหน้าใช้ Concrete Stamp ตกแต่งสวยงามมากขึ้น

ซูมมาที่ฝั่งขาเข้าและออกก็มีการแยกย่อยการเข้า-ออกเพิ่มมากขึ้น โดยแยกเป็นอีก 2 ช่องทาง เป็นช่องการจราจรสำหรับ Resident หรือลูกบ้าน และอีกช่องสำหรับผู้เข้ามาติดต่อ (Visitor) ซึ่งฝั่งลูกบ้านสามารถเข้า-ออกผ่าน Easy Card ที่ไม่จำเป็นต้องทาบบัตรอีกต่อไป ทำให้สะดวกในการใช้งานมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเข้า-ออกผ่าน Application บน Smart Phone ได้ด้วยค่ะ ส่วนผู้เข้ามาติดต่อจำเป็นต้องแลกบัตรกับรปภ.เท่านั้น

เข้ามาภายในโครงการกันแล้วนะคะ ตรงเข้ามาอีกหน่อยจะเจอพื้นที่ส่วนกลางและ Clubhouse ที่อยู่ฝั่งขวามือเลยค่ะ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางนี้มีขนาดที่ดินประมาณ 1 ไร่กว่าเลยนะคะ ซึ่งก็จัดว่าทางโครงการให้มาพอสมควร เมื่อเทียบกับราคาค่ะ ส่วนถนนหลักของโครงการนี้จะมีความกว้างประมาณ 9-18 ม. นะคะ

ส่วนถนนย่อยลงมานี้จะมีความกว้างประมาณ 8 ม. ค่ะ ซึ่งก็ถือเป็นความกว้างมาตรฐาน ขับรถสวนทางกันได้สะดวก

เรามาดูกันที่บริเวณ Facilities กันก่อนนะคะ โดยเข้ามาในบริเวณนี้ก็จะเจอกับส่วน Clubhouse 2 ชั้นก่อนเลยค่ะ Clubhouse ที่นี่เราว่าทำออกมาได้สวยทีเดียวนะคะ โดยเน้นการออกแบบสไตล์ Modern พร้อมใช้กระจกบานใหญ่สูง ดูโปร่งโล่งดี

เข้ามาส่วน Semi-Outdoor จัดพื้นที่นั่งเล่นไว้ให้เล็กๆ สำหรับนั่งเล่นชมวิวสระว่ายน้ำภายนอกได้ดีค่ะ

วิวจากส่วนพื้นที่นั่งเล่นหันไปทางสระว่ายน้ำ ได้บรรยากาศชิลดีค่ะ ถ้าจัดพื้นที่นั่งเล่นนี้เพิ่มอีกหน่อย ตามบริเวณสระว่ายน้ำจะดีทีเดียว เพราะลูกบ้านสามารถมาใช้ได้อย่างพอเพียงมากขึ้นนะคะ หลายครอบครัวอาจจะนั่งเล่นรอเด็กๆ ว่ายน้ำได้

สระว่ายน้ำที่นี่ออกแบบให้เป็นสระแบบ Out Door ระบบเกลือ ขนาด 8 x 20 ม. ซึ่งรวมทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่นะคะ โดยรวมแล้วมีขนาดกำลังดีให้สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้ค่ะ เพิ่มเติมอีกหน่อยนะคะเนื่องจากตัวสระอยู่ใกล้กับถนนใหญ่ทั้ง 2 ฝั่งถ้าทางโครงการเพิ่มต้นไม้ใหญ่หรือไม้พุ่มรอบสระได้จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านที่ว่ายน้ำอยู่ได้ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ

หันกลับมาที่ทาง Clubhouse กันต่อนะคะ เพื่อไปดูบรรยากาศภายในกัน

ในชั้นล่างของ Clubhouse ปัจจุบันจัดให้เป็นส่วน Sale Office ซึ่งในอนาคตเมื่อโครงการขายเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว จะปรับให้เป็นพื้นที่นิติบุคคลต่อไปค่ะ บรรยากาศด้านในโปร่งโล่งด้วยชุดกระจกขนาดใหญ่และสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน พร้อมทั้งวางชุดเก้าอี้โซฟาหลายชุดรองรับลูกบ้านได้ในอนาคต

ติดกันนั้นเป็นห้องน้ำแยกชาย-หญิงค่ะ

ภายในห้องน้ำมีรองรับเฉพาะห้องน้ำ 3 ห้องนะคะ ไม่ได้มีห้องอาบน้ำไว้ให้ สำหรับลูกบ้านที่มาว่ายน้ำ ก็จะมีพื้นที่ล้างตัวอยู่ข้างสระอย่างเดียวนะคะ ต้องกลับไปอาบน้ำที่บ้านแทน

ภายในห้องน้ำสะอาดเรียบร้อย ด้านบนติดตั้งชุดหน้าต่างบานกระทุ้งไว้สำหรับระบายอากาศได้ดี

ส่วนอ่างล้างมือมีให้ 1 อ่างด้วยกัน พร้อมกรุกระจกเงาขนาดใหญ่ให้เรียบร้อย

ขึ้นมาดูชั้น 2 ของอาคาร Clubhouse กันต่อค่ะ

เมื่อขึ้นมาชั้น 2 จะเป็นทางเดินเชื่อมเข้าสู่ห้อง Fitness ด้านหน้าค่ะ

ภายในห้อง Fitness เป็นห้องกระจกด้านหน้าและด้านข้างอีก 2 ด้านเปิดให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ดี และอีกด้านกรุด้วยกระจกเงาบานใหญ่เพื่อสามารถสำรวจร่างกายตัวเองและเช็คท่าออกกำลังกายได้ สำหรับเครื่องออกกำลังกายให้มาทั้งหมด 4 เครื่อง พร้อมโซนเวทเทรนนิ่ง รวมไปถึงชนิดเครื่องก็มีหลากหลายค่ะ

สำหรับโซนด้านหลัง Clubhouse ออกแบบให้เป็นพื้นที่สวนขนาดใหญ่ พร้อมกับ Glass house ที่จะจัดเป็น Play room สำหรับเด็กๆ และมีพื้นที่สำหรับทำ BBQ แบบ Outdoor อีกด้วยค่ะ

พื้นที่สนามหญ้านี้มีขนาดใหญ่พอสมควรเลยค่ะ เป็นพื้นที่ให้เด็กๆ ออกมาวิ่งเล่นได้ รวมไปถึงพาน้องหมามาเดินเล่นได้เช่นกัน

ด้านข้างสวนทำเป็นทางเดินเล่นพร้อมม้านั่งตามทางให้นั่งเล่นได้ สำหรับทางเดินนี้ทำได้กว้างขวางนะคะ เดินได้ง่ายและมีความยาวต่อเนื่องกันสามารถใช้เป็นทางสำหรับ Jogging Track ออกกำลังกายได้

และด้านข้างสนามหญ้ามีการจัดพื้นที่ทำ BBQ โดยมีเคาน์เตอร์เตรียมอาหารให้ พร้อมลานกิจกรรมให้มาตั้งโต๊ะอาหาร Outdoor ปาร์ตี้กันได้ค่ะ

ปิดท้ายด้วยส่วน Glass House เป็นอาคารที่มีกระจกล้อมรอบทั้ง 4 ด้านเปิดรับวิวสวนได้อย่างเต็มที่นะคะ ภายในทางโครงการยังจัดไม่เสร็จดีนัก แต่จะมีการจัดวางให้เป็น Play Room ค่ะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 8 x 20 เมตร แบ่งสระเด็ก และสระผู้ใหญ่
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 4 เครื่อง พร้อมเวทเทรนนิ่ง
  • สวนสาธารณะ
  • Glass House
  • BBQ Area
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 31 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2 เมตร
  • Key Card Access ระยะไกล (Easy Pass) + Application
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก และ เลื่อนไฟฟ้า
  • ถนนหลักกว้าง 9-18 ม. และถนนภายในกว้าง 8 ม.

 


Product Walkthrough

เริ่มต้นกันที่แบบบ้าน Glory ทาวน์โฮม 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 95 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ รูปแบบการออกแบบมาในแนว Modern ชัดเจนโดยเน้นความเรียบง่ายของโทนสีเทา-ขาว มีลูกเล่นหน้าบ้านด้วยระแนงเหล็กเพิ่มเติมซึ่งนอกจากจะใช้สำหรับตกแต่งเพื่อความสวยงามแล้วยังเป็นที่บังสายตาสำหรับการวางคอมเพรสเซอร์แอร์ต่างๆ ได้ด้วยค่ะ

ผังบ้านนี้หน้าบ้านมีความกว้างอยู่ที่ 5.7 ม. ซึ่งจริงๆ ความกว้างนี้สามารถจอดรถคันเล็กแบบจอดใกล้ชิดกันได้ถึง 2 คันได้ แต่ตัวทาวน์โฮมนี้ออกแบบมาให้สามารถจอดรถได้ 1 คัน และเหลือพื้นที่หน้าบ้านที่จะทำเป็นพื้นคอนกรีตไว้ให้เรียบร้อย สำหรับใช้เป็นพื้นที่ Outdoor เพิ่มเติมได้ เช่นใครอยากได้พื้นที่เฉลียงหน้าบ้านมากขึ้นก็สามารถต่อเติมเพิ่มได้ค่ะ

เข้ามาภายในบ้านเป็นพื้นที่ Common Area ยาว จัดให้เป็นฟังก์ชัน พื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่ครัวได้เป็นสัดส่วน พร้อมห้องน้ำชั้นล่างที่ออกแบบให้มีพื้นที่อาบน้ำชั้นล่างได้เลย รองรับการจัดบ้านสำหรับผู้สูงอายุได้ รวมไปถึงแบ่งการใช้งานได้ด้วยไม่จำเป็นต้องอาบน้ำเฉพาะชั้นบนอย่างเดียวค่ะ ส่วนด้านหลังบ้านเป็นลานซักล้างขนาดใหญ่ค่ะ

ชั้น 2 เป็นชั้นห้องนอน ซึ่งหน้าบ้านออกแบบให้เป็น Master Bedroom ยาวตามความยาวหน้าบ้าน สามารถจัดเป็นพื้นที่เตียงนอนและ Walk-in Closet ได้ พร้อมกับมีประตูทางเข้าห้องน้ำจากห้องนอนได้เลยค่ะ ส่วนโซนด้านหลังบ้านแบ่งเป็นห้องนอนเล็กขนาดเท่าๆ กัน ซึ่งเรามองว่าขนาดห้องนอนเล็กที่จัดให้เท่ากันถือว่าดีนะคะ เป็นการแบ่งห้องที่ยุติธรรมสำหรับเด็กๆ (ในกรณีอยู่กันเป็นครอบครัว) เพราะไม่มีใครได้ห้องใหญ่กว่าใคร

เริ่มจากหน้าบ้านรั้วบ้านที่ได้จะเป็นรั้วเหล็กโปร่งพ่นสีดำ ลักษณะการเปิด-ปิดประตูเป็นแบบบานพับ เพื่อให้สามารถเปิดประตูได้กว้างเต็มพื้นที่ ซึ่งประตูบานพับแบบนี้จะเหมาะกับทาวน์โฮมมากที่สุดแล้วเนื่องจากทาวน์โฮมจะไม่มีพื้นที่ดินด้านข้างในเราพอจะทำเป็นประตูบานเลื่อนได้ แต่ข้อจำกัดก็คือไม่สามารถทำเป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติได้และเปิด-ปิดไม่สะดวกนักเมื่อเทียบกับประตูบานเลื่อน

ในส่วนที่จอดรถทำเป็นช่องจอดรถไว้มีความกว้างประมาณ 2.65 ม. จอดรถคันเล็กได้กำลังดี ภายในส่วนที่จอดรถมีช่องเก็บของขนาดเล็กให้ ด้านบนมีฝ้าเพดานติดดวงโคมให้เรียบร้อยค่ะ ใครที่อยากจะได้ที่จอดรถและพื้นที่บริเวณเฉลียงอยู่ในร่ม ก็สามารถทำหลังคาเพิ่มเติมได้ เช่น ทำโครงเหล็กด้านบนติด Polycarbonate หรือใช้เป็นผ้าใบก็ได้ค่ะ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลังคาเบาทั้งหมด

หน้าบ้านใช้ประตูบานเลื่อนกระจก กรอบบานอลูมิเนียมสีธรรมชาติและกระจกเขียวตัดแสงทั้งหลัง

เข้ามาภายในบ้านจะเป็นพื้นที่โล่งเลยตามบ้านมาตรฐานที่ได้นะคะ ด้านหน้าถูกจัดให้เป็นฟังก์ชันในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหารด้านหลังบ้าน สำหรับพื้นที่ชั้นล่างนั้นใช้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ทั้งหมด ผนังด้านข้างและฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสีขาวมาตรฐาน

ส่วนที่ติดกับทางเข้าบ้านนั้นจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นนะคะ ซึ่งบริเวณพื้นที่นี้สามารถวางชุดโซฟาขนาดประมาณ 3 ที่นั่งได้ พร้อมกับเก้าอี้โซฟาเล็กๆด้านข้าง 1 ตัวได้ และบริเวณด้านหลังโซฟานั้นจะมีหน้าต่างแนวสูงให้ซึ่งจะมีเฉพาะทาวน์โฮมแปลงมุมเท่านั้นนะคะ

ระหว่างพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารนั้นมีความกว้างเล็กน้อยประมาณ 1.8 ม.ได้ ซึ่งสามารถ Built-in ชั้นวางของต่างๆ ด้านข้างผนังได้ หรือใครจะทำเป็นเคาน์เตอร์เล็กๆ กั้นพื้นที่ระหว่างพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร เพื่อให้เป็นสัดส่วนมากขึ้นก็ได้นะคะ

ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่รับประทานอาหารนะคะ สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้กำลังดีค่ะ แต่ถ้าวางโต๊ะใหญ่กว่านี้หน่อยก็ได้เช่นกันนะคะ ส่วนโซนฝั่งซ้ายมือเป็นห้องน้ำและพื้นที่ครัวค่ะ

ลักษณะห้องน้ำชั้นล่างนี้จะแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็น 2 โซน คือโซนอ่างล้างมือ และด้านในเป็นโถสุขภัณฑ์กับพื้นที่อาบน้ำ จริงๆ ในแง่การใช้งานจริงการแบ่งโซนแบบนี้จะไม่ค่อยสะดวกมากนะ เมื่อเทียบกับห้องน้ำปกติที่ไปแบ่งโซนพื้นที่ด้านในห้องน้ำเองเลย แต่ที่เหมาะกับการใช้งานสำหรับทาวน์โฮม Type นี้นะคะ เพราะทาวน์โฮมนี้เป็นไซส์เล็กที่ต้องออกแบบมาสำหรับสมาชิกในครอบครัว 4-5 คน แต่ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่จำกัดจึงสามารถจัดห้องน้ำได้เพียง 2 ห้อง ชั้นบนและล่างอย่างละ 1 ดังนั้นการแยกฟังก์ชันแบบนี้จะสามารถแบ่งกันใช้งานได้ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนจะดีมากเลยค่ะ

อ่างล้างมือเป็นทรงกลมขนาดกะทัดรัด ใช้ยี่ห้อ Cotto ด้านบนมีให้ชั้นวางของเล็กๆ ด้วยสำหรับวางครีมล้างมือและเครื่องใช้ต่างๆ ได้ พร้อมกรุกระจกติดผนังไว้ให้เรียบร้อย

มาที่ภายในห้องน้ำจะลดระดับพื้นลงมาเล็กน้อย ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิกแบบด้านกันลื่นได้ระดับนึง สำหรับขนาดห้องน้ำนี้อยู่ที่ประมาณ 1.45 x 1.5 ค่อนข้างเล็กพอสมควร ตามขนาดของทาวน์โฮม

ภายในแบ่งพื้นที่ใช้สอยระหว่างโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำคนละครึ่ง ขนาดก็จะแคบหน่อยอย่างที่เห็นในภาพ ซึ่งในการใช้งานจริงแม้จะแคบแต่ก็ยังใช้ได้นะคะ ไม่ได้ถึงขั้นใช้งานจริงไม่ได้

ส่วนพื้นที่อาบน้ำนี้ไม่ได้แยกส่วนกับโถสุขภัณฑ์เลยทีเดียวนะ อาบน้ำทีก็เปียกทั้งห้องเลย ตามขนาดห้องที่ค่อนข้างเล็ก โดยบริเวณอาบน้ำนี้จะได้ฝักบัวสายอ่อน และที่วางสบู่ให้เป็นมาตรฐาน

พื้นที่นี้ออกแบบให้เป็นพื้นที่ครัวเปิดนะคะ ซึ่งมีบานกระจกไว้สำหรับระบายอากาศและความชื้นต่างๆ ให้ ในบ้านมาตรฐานมีการเดินท่อน้ำทิ้งต่างๆ ไว้ให้เรียบร้อยค่ะ ในกรณีที่ลูกบ้านต้องการทำเป็นครัวปิด ก็สามารถทำได้นะคะ เพราะมีพื้นที่มากพอ แนะนำให้ใช้เป็นประตูบานเลื่อนกระจก เพราะจะได้ความโปร่งโล่งด้วยค่ะ

เพิ่มเติมในบ้านมาตรฐานทางโครงการมีติดตั้งถังดับเพลิงให้เป็นมาตรฐานด้วย เพื่อสามารถช่วยป้องกันเพลิงได้ระดับนึง ถือเป็น Gimmick พิเศษแตกต่างจากโครงการอื่นๆ นะคะ

ถัดมาที่หลังบ้านกันต่อนะคะ บริเวณหลังบ้านนั้นจะกั้นด้วยประตูบานเปิดมาตรฐาน และด้านข้างเป็นหน้าต่างบานเลื่อนกระจก

บริเวณหลังบ้านตัวอย่างจะทำเป็นส่วนครัวไทยให้ดูเป็นไอเดีย เพราะว่าภายในบ้านไม่ได้มีจัดพื้นที่ครัวให้เลย ดังนั้นส่วนลานซักล้างด้านหลังบ้านนั้นทางโครงการจึงมีการต่อเติมเพิ่มเติมมาจากบ้านมาตรฐานให้ดูเป็นตัวอย่างว่าสามารถจัดสรรพื้นที่แบบนี้ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งหากลูกบ้านจะต่อเติมในส่วนนี้ต้องอย่าลืมไปคุยกับทางนิติบุคคลและเพื่อนบ้านข้างเคียงด้วยนะคะ ว่ายินยอมไหม เพราะการก่อสร้างเพิ่มเติมด้านหลังแบบนี้อาจจะไปกระทบกับเพื่อนบ้านเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของรางน้ำและหลังคา
สำหรับในบ้านมาตรฐานทางโครงการจะให้เป็นพื้นคอนกรีตปกติทั่วไปเลย สำหรับเป็นลานซักล้าง ตากผ้าต่างๆ ได้

มาที่โถงบันไดเพื่อขึ้นไปชั้น 2 กันต่อนะคะ ความกว้างของบันไดอยู่ที่ประมาณ 1 ม. ในส่วนของโครงสร้างบันไดใช้เป็นโครงสร้างพรีคาส ใช้วัสดุปิดผิวเป็นไม้ยางพาราประสาน

ลักษณะบันไดเป็นรูปตัว U ไม่มีชานพักแต่จะซอยเป็นขั้นสามเหลี่ยมบางจุด เนื่องจากฝ้าเพดานชั้นล่างที่ยกสูงประกอบกับพื้นที่บ้านไม่ได้กว้างมากนัก ดังนั้นการออกแบบบันไดแบบนี้จึงลงตัวสุด แต่ในแง่ของการใช้งานนั้นก็จะลำบากและต้องระมัดระวังมากกว่าบันไดที่มีชานพักเป็นสัดส่วน

จุดพิเศษที่ชอบมากสำหรับโครงการทาวน์โฮมแบบนี้คือ Skylight ด้านบนค่ะ ซึ่งเรียกว่าลบข้อจำกัดของโครงการทาวน์โฮมแปลงกลางแบบนี้ได้เลย ด้วยความที่ทาวน์โฮมแปลงกลางนี้จะไม่มีช่องเปิดให้แสงเข้าหรือระบายอากาศได้จากด้านข้างเลย จะได้เฉพาะด้านหน้า-ด้านหลังเท่านั้น ซึ่งโซนโถงบันไดก็เป็นส่วนนึงของบ้านที่ค่อนข้างมืดๆ จากการไม่มีช่องเปิดด้านข้างบ้าน ซึ่งวิธีออกแบบเพื่อแก้ปัญหานี้ก็มาจบที่ Skylight เลยค่ะ ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลย เพราะทำให้ได้แสงสว่างจากภายนอกเข้ามาบริเวณโถงบันไดได้โดยไม่ต้องพึ่งแสงสว่างในกลางวันได้เลยค่ะ

ขึ้นมาที่โถงทางเดินชั้น 2 ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมไปยังห้องทั้ง 4 ห้อง โดยห้องนอนใหญ่จะอยู่บริเวณหน้าบ้าน ห้องน้ำอยู่ตรงกลางใช้ร่วมกันกับห้องนอนทั้ง 3 ห้องเลย และห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องขนาดใกล้เคียงกันอยู่บริเวณหลังบ้านค่ะ

มาดูที่ห้องน้ำกันก่อนนะคะ สำหรับห้องน้ำชั้นบนนี้จะเข้า-ออกได้ 2 ทางด้วยกัน คือจากโถงทางเดินและจากห้องนอนใหญ่ค่ะ ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนที่นอนในห้องนอนใหญ่ได้เข้า-ออกได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องเดินผ่านโถงทางเดินและเข้าห้องน้ำอีกที

ภายในห้องน้ำชั้นบนมีขนาดระดับนึง สามารถแบ่งโซนเป็น 3 โซนได้เป็นสัดส่วนดีค่ะ โดยพื้นที่อาบน้ำของห้องน้ำชั้นบนจะได้ Shower Box เป็นมาตรฐาน

ส่วนโซนอ่างล้างมือด้านหลังก็กรุกระจกให้เรียบร้อยค่ะ อ่างล้างมือจาก Cotto ขนาดปานกลางใช้งานได้ดี ด้านล่างมี Built-in เป็นลักษณะให้สามารถวางของขนาดเล็กได้

สำหรับ Shower Box ที่ได้จะใช้ฉากกั้นกระจกแบบนี้เป็นมาตรฐาน การเปิด-ปิดเป็นแบบบานเลื่อนเข้ามุม เนื่องจากพื้นที่อาบน้ำมีขนาดไม่มากนัก การออกแบบฉากกั้นกระจกแบบนี้มาถึงว่าตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ดีนะคะ

ถัดมาที่ส่วนโถสุขภัณฑ์ พื้นที่บริเวณนี้มีความกว้างพอสมควร ไม่แคบเหมือนห้องน้ำชั้นล่าง นั่งได้สบายๆ ค่ะ

ด้านบนฝ้าเพดานโถสุขภัณฑ์ติดตั้งพัดลมดูดอากาศให้ ถึงแม้ว่าจะมีหน้าต่างระบายอากาศแล้วแต่ทางโครงการก็เพิ่มพัดลมมาให้นะคะ ทำให้ห้องน้ำระบายอากาศได้ดีมากยิ่งขึ้น สะสมความชื้นน้อยลง

โดยจะส่งท่อไประบายอากาศออกทางด้านบนฝ้าหลังคานอกบ้านค่ะ

ภายในห้องนอนเล็กนั้นสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต หรือ Single Bed ได้กำลังดีเลยค่ะ

ด้านข้างเตียงสามารถวางโต๊ะทำงานและตู้เสื้อผ้าได้

มาที่ห้องนอนเล็กอีกห้องนึง ขนาดพื้นที่ใช้สอยมีขนาดพอๆ กับห้องที่แล้วเลยค่ะ ซึ่งก็เหมาะกับการวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต หรือ Single Bed เช่นกันค่ะ ตำแหน่งเองก็ใกล้เคียงกับห้องที่แล้วเลยคือวางชิดมุมด้านในของห้อง

มาดูที่ห้อง Master Bedroom กันก่อน ซึ่งเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของบ้านจะค่อนข้างสว่าง แสงธรรมชาติเข้าดี มีทั้งช่องแสงที่เป็นประตูและหน้าต่าง พื้นที่ห้องนี้มีขนาด 2.40 x 5.70 เมตร โดยโครงการสามารถจัดฟังก์ชันให้ทางขวามือเป็นพื้นที่วางเตียงนอน ส่วนทางซ้ายมือกั้นพื้นที่เป็น Walk-in Closet และโต๊ะเครื่องแป้ง

ซึ่งจากพื้นที่เตียงนอนนี้วางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูในบ้านตัวอย่าง จะเห็นว่าเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงทั้งสองฝั่งประมาณ 60 ซม. กว้างอยู่ สามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้งสองฝั่ง

พื้นที่ปลายเตียงฝั่งขวามือ  มีโต๊ะชั้นวางของ มีพื้นที่เป็น Walk-in Closet และโต๊ะเครื่องแป้งให้ดูเป็นไอเดีย ส่วนบ้านจริงจะเป็นพื้นที่โล่งเหมือนรูปด้านขวามือนะคะ

ภายในพื้นที่ส่วน Walk-in Closet เมื่อกั้นมาแล้วก็มีขนาดพอสมควรนะคะ สามารถวางหรือ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้นะ

บริเวณพื้นที่โต๊ะเครื่องแป้งได้หน้าต่างจากทั้ง 2 ฝั่งทำให้ได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้ดี สาวๆ น่าจะชอบทีเดียวค่ะ เพราะแต่งหน้ากับแสงจริงหน้าจะได้ไม่ลอยนั่นเอง

และสุดท้ายนะคะ หลังคาของทางโครงการก็มีการพัฒนาจากหลังคาทั่วไป เพราะมีระบบระบายอากาศใต้หลังคา ใชัฝ้าชายคา ระบายอากาศสำเร็จรูป ทำให้การระบายอากาศช่วงใต้หลังดีขึ้น และช่วยลดความร้อน ทำให้บ้านเย็นขึ้นได้ระดับนึง

หน้าบ้านแบบบ้าน Sapphire ออกแบบมาหน้าตาเดียวกันกับ Glory เลยค่ะ แต่โทนสีบ้านจะเข้มขึ้นมาหน่อยค่ะ

สำหรับสิ่งที่แตกต่างกันจาก Glory นั้นคือขนาดพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีก 3 ตร.ม. ซึ่งทำให้พื้นที่ส่วนครัวของ Glory สามารถปรับให้เป็นห้องอเนกประสงค์อย่างเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น จะทำเป็นครัวปิด หรือปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้ค่ะ ทางโครงการจะเคลมให้แบบบ้านนี้เป็น 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ ซึ่งก็จะเหมาะกับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกประมาณ 5 คนได้

ทั้งนี้หากปรับเป็นห้องอื่นที่ไม่ใช่ส่วนครัวนั้นบริเวณเคาน์เตอร์ครัวก็จะปรับมาที่ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารแทนค่ะ แต่จะเป็นแบบครัวเปิดนะคะ นอกจากจะทำเป็นครัวไทยอยู่ด้านนอก ส่วนชั้น 2 การจัดวางผังเหมือนกับแบบ Glory เลยค่ะ เพียงแต่มีขนาดห้องนอนที่ขยับกว้างขึ้นมาหน่อยค่ะ

สำหรับบริเวณหน้าจะมีความคล้ายคลึงกับแบบแรกเลยนะคะ เพราะด้านนึงแบ่งเป็นส่วนที่จอดรถ และอีกด้านเป็นประตูทางเข้า โดยใช้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกกรอบบานอลูมิเนียมเช่นกัน เพิ่มเติมอีกหน่อยคือด้านบนที่ทำกันสาดให้มากว้างมากขึ้นจากแบบแรกอยู่หน่อย ช่วยกันแดดกันฝนส่วนเฉลียง และกันแดดเข้าสู่ภายในบ้านได้ระดับนึงค่ะ

เข้ามาภายในบ้านจะเป็นส่วน Common Area โดยจัดพื้นที่เรียงยาวกันไป เริ่มจากหน้าบ้านเป็นพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหารและครัว บรรยากาศจะกว้างขึ้นมาหน่อยจากแบบบ้านแรก

ซูมที่ปลั๊กไฟก่อนนะคะ ที่น่าสนใจคือทางโครงการมีการปรับปลั๊กไฟที่สามารถรองรับ USB ได้เลย ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันดีค่ะ ไม่ต้องต่อ Adaptor อีกที

สำหรับพื้นที่นั่งเล่นนี้มีขนาดสามารถรองรับชุดโซฟาขนาดใหญ่ 3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางของย่อมๆ ได้โดยไม่กินพื้นที่ทางเดินมากนัก

ถัดมาพื้นที่ตรงกลางระหว่างส่วนนั่งเล่นและส่วนครัว ซึ่งบริเวณนี้จัดฟังก์ชันเพิ่มเติมได้นะคะ อย่างเป็นพื้นที่ทำงาน พื้นที่จัดตู้โชว์ของสะสมได้

หรือใครที่อยากได้พื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่มากขึ้นก็สามารถปรับมาใช้โต๊ะแบบ Long table ขนาด 6 ที่นั่งได้แต่เปลี่ยนเป็นการวางแบบแนวยาวขนานตามผนังแทน ติดๆ กันสามารถจัดเป็นเคาน์เตอร์ครัวขนาดเล็กได้

ถัดมาอีกฝั่งของบ้านไล่มาจากฝั่งหน้าบ้านเจอกับทางขึ้นบันไดก่อน ห้องน้ำ และห้องนอนชั้นล่าง (ห้องอเนกประสงค์)

สำหรับห้องน้ำจะเหมือนกับแบบแรกนะคะ คือแยกพื้นที่อ่างล้างมือออกมาด้านนอกห้องน้ำ เพื่อให้สามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 คน เช่นคนนึงแปรงฟันล้างหน้า อีกคนอาบน้ำได้ โดยไม่ต้องรอกัน ยิ่งช่วงเวลาเร่งด่วนจะช่วยได้ดีมาก

ส่วนพื้นที่ภายในห้องน้ำการจัดก็ไม่ได้เป็นสัดส่วนมากนัก หรือแยกส่วนเปียกแห้งชัดเจนเป็นไปตามขนาดของห้องน้ำนะคะ ส่วนการใช้งานก็สามารถใช้ได้โอเค

สำหรับส่วนห้องนอนนี้ในบ้านมาตรฐานจะมีการกั้นพื้นที่ห้องให้เรียบร้อย โดยกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกรอบบานอลูมิเนียมตามที่เห็นในรูปเลยค่ะ จริงๆ หากมองในแง่ของการทำเป็นห้องนอนจริงๆ นั้นก็ดูจะไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไหร่นัก เพราะกั้นด้วยกระจกก็มองเห็นหมดจริงๆ ทั้งนี้ก็เพราะว่าห้องนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ เวลาสมาชิกในบ้านผ่านไปมาจะได้สามารถมองเห็นได้ ดูแลได้ง่ายกว่าเป็นประตูทึบ รวมทั้งทำให้ภายในห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มากดูโปร่งโล่งมากขึ้น ส่วนใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็จัดการไม่ยากค่ะ จะติดฟิล์มฝ้าที่กระจกหรือติดม่านเพิ่มก็ได้เช่นกัน ไม่ต้องไปต่อเติมอะไรเพิ่ม แต่ใครจะปรับห้องนี้เป็นห้องอเนกประสงค์หรือห้องทำงานก็ได้เช่นกันค่ะ

ภายในห้องนอนมีขนาดประมาณ 2.7 x 2.15 ม. ใครจะทำเป็นห้องนอนก็สามารถวางเตียงขนาด Single Bed ได้แบบพอดีๆ หัว-ท้ายเตียงติดกับผนัง และด้านข้าง