รีวิวฉบับที่ 2022 … สวัสดีค่ะ วันนี้ขอพามาดูทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ดีไซน์สะดุดตา กับโครงการ Plume วัชรพล – เอกมัย จาก เอส เอสเตท พลัส ที่ออกแบบร่วมกับสถาปนิก ทำให้โปรดักส์มีความโดดเด่น น่าสนใจทั้งภายนอกและการจัด Space ภายใน รวมถึงวัสดุที่เลือกใช้ และคลับเฮาส์ที่บรรยากาศเหมือนมิวเซียม โดยมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 160-167 ตร.ม. ส่วนรายละเอียดเชิงลึกจะเป็นยังไง ไปดูกันค่ะ

ข้อมูลโครงการ

7 January 2020

  • Plume Watcharaphon – Ekkamai (พลูม วัชรพล – เอกมัย)
  • บริษัท เอส เอสเตท พลัส จำกัด (ในเครือบริษัทสินธานีกรุ๊ป)
  • MAIN – UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 10(ซอย รัตนโกสินทร์สมโภช) เขตบางเขน
  • เนื้อที่โครงการ 12-2-21.5 ไร่ จำนวน 130 ยูนิต
  • Home – ทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 20 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม.
    • จำนวน 96 ยูนิต / หน้ากว้าง 5 เมตร
    • ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • ราคาเริ่มต้น 4.72 ล้านบาท
  • Garden – ทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 20 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม.
    • จำนวน 28 ยูนิต / หน้ากว้าง 5 เมตร
    • ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • ราคาเริ่มต้น 5.28 ล้านบาท
  • Commercial – อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 22 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 167 ตร.ม.
    • จำนวน 6 ยูนิต / หน้ากว้าง 5 เมตร
    • ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • ราคาเริ่มต้น 7.40 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าแบบ Home&Garden ชั้น 1,2,3 – 2.5 เมตร
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าแบบ Commercial ชั้น 1 – 2.8 เมตร / ชั้น 2,3 – 2.6 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 90,000-100,000 บาท
  • ออกแบบ Exterior โดย WARchitect 
  • ออกแบบ Interioir โดย Main Course Architect
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : มีนาคม ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : กันยายน ปี 2564
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 062 963 9699

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.863078, 100.644044
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ Plume วัชรพล – เอกมัย ตั้งอยู่ช่วงต้นของสุขาภิบาล 5 ใกล้กลับถนนรามอินทรา บนถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 10 ซึ่งซอยนี้มีความพิเศษตรงที่หลายๆคนใช้เป็นทางเชื่อมลัดเลาะระหว่างถนนสุขาภิบาล 5 และถนนวัชรพล ทำให้เรามีตัวเลือกในการเดินทางมากขึ้นนะคะ สำหรับทำเลโซนรามอินทรา-วัชรพล จัดว่าเป็นทำเลที่ออกมาจากตัวเมืองพอสมควร แต่ก็เดินทางเข้าเมืองได้ไม่ยาก เพราะใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ที่วิ่งไปย่านลาดพร้าว,พระราม 9,เอกมัยได้

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจสำหรับโครงการนี้ คือเป็นบ้านแนวราบที่เดินทางไปรถไฟฟ้าได้ง่าย เนื่องจากตัวโครงการห่างถนนรามอินทราประมาณ 1.8 กม. ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างรถไฟฟ้าสีชมพู (แคราย-แจ้งวัฒนะ-มีนบุรี) โดยเราจะใกล้กับสถานีวัชรพล แต่ปัจจุบันยังไม่มีระยะทางที่ชัดเจนนะคะ ส่วนรถสาธารณะภายในซอยมีรถสองแถวขับผ่านอยู่ นอกนั้นแนะนำให้ใช้ Application เรียกรถแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์จะสะดวกกว่าค่ะ

โดยย่านนี้เป็นแหล่งรวมที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นจำนวนมากหลากหลายแบบ และมีความอุดมสมบูรณ์หลักๆหลายอย่างมารองรับทั้งตลาดสด ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต คอมมูนิตี้มอลล์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่มีสถานศึกษาเยอะมาเป็นพิเศษอีกด้วย โดยจากโครงการไปใกล้ๆก็จะมีทั้งตลาดถนอมมิตร และเพลินนารี่มอลล์ นี่แหละค่ะ ซึ่งคนในย่านนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน โดยห่างจากโครงการเพียง 500-550 ม. เองนะคะ

นอกจากนั้นความอุดมสมบูรณ์ส่วนใหญ่จะอิงเส้นถนนรามอินทรา ที่ไล่มาตั้งแต่เซ็นทรัลรามอินทรา, Food Land, Big C, Tesco Lotus ยาวจนถึง Fashion Island และ The Promenade เลย ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ของคนในย่านนี้ ยังไม่รวมมินิมาร์ทเล็กๆอย่าง 7-11 หรือ Family Mart อีกเพียบ เรียกว่าเป็นถนนที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน หลับตาจิ้มไปเรื่อยๆเปลี่ยนร้านได้ทุกวันแหละ

เส้นทาง : โดยถ้าเรามาจากตัวเมือง(พระราม 9, ลาดพร้าว) วิ่งบนเส้นทางด่วนฉลองรัช(หรือทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์) ให้ลงตามป้ายถนนรามอินทรา พอลงแล้วไปแล้ว ให้ขับขึ้นสะพานวนตามทางเข้าถนนวัชรพล หลังจากนั้นขับตามทางไป บริเวณตลาดถนอมมิตรมีแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 10 ขับมาเรื่อยๆโครงการอยู่ขวามือค่ะ โดยมีระยะทางประมาณ 2.8 กม.

เริ่มจากทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์(ฝั่งขาออก)

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการอย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่าอยู่ช่วงต้นถนนสุขาภิบาล 5 ใกล้ถนนรามอินทรา ทำให้ย่านนี้เป็นชุมชนหนาแน่น ส่วนใหญ่เป็นทาวน์โฮมเรียงติดๆกัน โดยถ้าดูจากแมพที่เราลองทำประกอบจะเห็นว่ารอบๆโครงการมีแต่ทาวน์โฮม 3-4 ชั้น ยกเว้นทางฝั่งทิศเหนือจะเป็นบ้านแนวราบสูง 1-2 ชั้น และทางทิศตะวันออกที่ติดกับทางด่วน ซึ่งบ้านฝั่งริมนี้มีระยะห่างถึง 6 ม. เพื่อช่วยลดเสียงดังจากรถที่วิ่งบนทางด่วนได้ค่ะ

เริ่มที่ทางทิศใต้ของโครงการ เป็นทาวน์โฮม 2-3 ชั้น ที่ติดกับที่ดินโครงการเลย ซึ่งโครงการเว้นระยะห่างหลังบ้านฝั่งนี้มากกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อลดระยะประชันหน้ากัน ทำให้มีระยะห่างมากขึ้น

ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ที่มีเจดีย์ใหญ่สวยงามดีทีเดียว ซึ่งบ้านบางตำแหน่งก็ได้วิวเจดีย์นี้ด้วยนะคะ

ซอยนี้เป็นทางเดินรถสวนทางกัน 2 เลน ที่ไม่มีทางเดินเท้าแยกชัดเจน เวลาเดินต้องระวังตัวกันด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังมีรถสองแถวขับผ่านอีกด้วยนะ

ฝั่งตรงข้ามทางเข้า-ออกโครงการเป็นพื้นที่โครงการอื่นค่ะ

ส่วนฝั่งทางทิศเหนือ เราจะติดกับบ้านแนวราบสูง 1-2 ชั้นค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดถนอมมิตร ~ 500 เมตร
  • เพลินนารี่มอลล์ ~ 550 เมตร
  • ห้าแยกวัชรพล ~ 600 เมตร
  • เสถียรธรรมสถาน ~ 900 เมตร
  • Tesco Lotus วัชรพล ~ 1.1 กม.
  • ปากซอยวัชรพล (ถนนรามอินทรา) ~ 1.8 กม.
  • Foodland รามอินทรา ~ 2.9 กม.
  • Big C Market สุขาภิบาล 5 ~ 3.2 กม.
  • Big C รามอินทรา ~ 4.7 กม.
  • The Walk เกษตรนวมินทร์ ~ 5.0 กม.
  • The Jas ลาดปลาเค้า ~ 5.5 กม.
  • Fashion Island ~ 6.0 กม.
  • The Promenade ~ 6.0 กม.
  • Central Festival Eastville ~ 8.0 กม.
  • CDC ~ 7.3 กม.
  • รพ. สินแพทย์ รามอินทรา ~ 5.2 กม.

รายละเอียดโครงการ

เริ่มต้นจาก Master Plan โครงการกันก่อนนะคะ ตัวโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 12 ไร่กว่า โดยมีจำนวนยูนิตทั้งหมดประมาณ 130 ยูนิต ภายในประกอบด้วยทาวน์โฮม 3 ชั้น 3 แบบทั้ง Home, Garden และ Commercial 3 ชั้น ซึ่งการแบ่ง Product จะค่อนข้างชัดเจน ฝั่งที่หันหน้าออกถนนเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น(เบอร์ 1) มีเพียง 6 ยูนิตเท่านั้น ส่วนหลังจากขับผ่านซุ้มประตูไปจะเป็นที่อยู่อาศัย โดยทาวน์โฮมที่อยู่ตรงกลางล้อม Club House เป็นแบบบ้าน Garden (เบอร์ 2) นอกนั้นเป็นแบบบ้าน Home ทั้งหมด นอกจากนี้ตัวอาคารยังวางในแนวทิศเหนือ-ใต้ ทำให้บ้านไม่ได้รับแสงแดดโดยตรงค่ะ

ความน่าสนใจของการจัดวางผังโครงการ คือ ฝั่งที่หันออกถนนนอกโครงการ(บริเวณเส้นสีแดง) เป็นฝั่งที่โครงการทำเป็น Facade สีขาว นอกนั้นทำเป็น Facade สีน้ำตาล หรือให้เข้าใจง่ายๆคือ ฝั่งด้านหลัง/ด้านข้างของอาคารเป็นสีขาว ส่วนฝั่งที่จอดรถเป็นสีน้ำตาล ไอเดียในการจัดแบบนี้คือต้องการให้โครงการดูสะอาดตา เห็นแสงและเงาชัดเจน สำหรับคนภายนอก แต่สำหรับคนอยู่อาศัย เน้นความ Hommy มากขึ้น โดยการปรับให้เป็นสีน้ำตาล ที่ทำให้ภายในโครงการดู Soft ลง

ก่อนเข้าโครงการขอพูดถึงหน้าตา facade ของอาคารกันก่อนนะคะ โดยมีการนำลักษณะของรูปทรงสามเหลี่ยมมาใช้ตกแต่ง แต่เพิ่มลูกเล่นให้องศาการเอียงแตกต่างกัน โดยจะวาง ทั้งด้านข้างและด้านบน เพื่อไม่ให้แสงส่องเข้าภายในบ้านโดยตรง แถมลักษณะเงาแต่ละช่วงเวลาก็จะไม่เหมือนกัน ทำให้คนอยู่อาศัยไม่รู้สึกเบื่อ โดยวัสดุที่นำมาใช้นั้นจะเป็น ไม้คอนวูด Con Wood ที่มีลักษณะคล้ายไม้จริง ทนทานทุกสภาพอากาศ และปลวกไม่กินด้วยนะ ^^

เริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการ เน้นออกแบบให้เป็นโทนขาว เรียบ ดู Minimal ตั้งแต่แรกเลย และถ้าใครสังเกตจากในรูปนี้จะเห็นว่า พื้นที่โครงการจะมีการยกระดับขึ้นมาประมาณ 1 ม. เพื่อไม่ให้ช่วงเวลาฝนตกหนักน้ำท่วมขังในโครงการ และสามารถระบายน้ำจากโครงการมายังทางระบายน้ำส่วนกลางได้สะดวกค่ะ

ถ้าดูแบบเต็มๆ จะเห็นว่าซุ้มทางเข้าโครงการดูเรียบ นิ่ง แต่ก็ยังดูโอ่อ่าและหรูหรานะคะ ซึ่งการเข้า-ออกของที่นี่จะแยกเป็น 2 ทางชัดเจน ตรงกลางเป็นพื้นที่ของรปภ.ที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยให้ตลอด 24 ชม. พร้อมพื้นคอนกรีตสแตมป์สวยงามดี

สำหรับรั้วทางเข้าโครงการของจริง จะมีการติดตั้งประตูบานเลื่อนไฟฟ้า และไม้กั้นกระดกแบบสแกนทะเบียน ซึ่งเป็นการรักษาความปลอดภัย 2 ชั้น ที่ค่อนข้างปลอดภัยทีเดียว ส่วน Visitor จำเป็นต้องแลกบัตรกับรปภ. ก่อนเข้าโครงการทุกครั้งค่ะ

อีกจุดที่ชอบคือดีไซน์ของซุ้มประตูภายใน ที่นำลักษณะรูปทรงสามเหลี่ยมมาใช้ เพื่อให้เกิดแสงและเงา (Light & Shadow) ซึ่งพอแสงแต่ละช่วงเวลาตกกระทบ จะทำให้ความรู้สึกในการมองแตกต่างกันออกไป เสมือนซุ้มประตูมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

สำหรับป้อมรปภ.ก็ออกแบบมาเก๋ไก๋ดีนะ เน้นรูปทรงเลขาคณิตพื้นฐาน ที่เห็นความคมของเส้นขอบชัดเจน ทำให้เกิดเงาคมดี

บรรยากาศภายในโครงการ Facade อาคารเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาล ทำให้ความรู้สึกแตกต่างจากตอนแรก ดูบรรยากาศอบอุ่นมากยิ่งขึ้น

ตรงกับซุ้มประตูเป็นพื้นที่คลับเฮ้าส์ โดยเริ่มที่พื้นที่สวนหย่อม พร้อมต้นไม้สูง ซึ่งถ้าโตเต็มวัยบรรยากาศน่าจะร่มรื่นดีเลย และพื้นปูด้วยหญ้า ที่พาเด็กๆมาวิ่งเล่นได้

สำหรับริมสวนปลูกรั้วต้นไทรสูง เพื่อช่วยบังบ้านที่อยู่ในบริเวณนี้ ให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนะคะ

นอกจากนี้ยังมีต้นดอกหญ้าบรรยากาศเหมือนสวนในยุโรปเลย

สำหรับคลับเฮ้าส์ที่นี่ก็คิดมาเยอะเหมือนกันนะ บรรยากาศเหมือน Museum (พิพิธภัณฑ์) ในต่างประเทศเลย Form อาคารเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมสมมาตร เส้นขอบคมชัดเจน ส่วนภายในใช้รูปทรงสามเหลี่ยมเหมือนซุ้มประตู ทำให้เกิดการหักเหของแสงที่แตกต่างกันไป ดูจากภาพมีการไล่แสงอ่อน-เข้ม เกิดมิติของอาคาร ดูน่าสนใจดีค่ะ

สำหรับคลับเฮ้าส์ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และห้องน้ำ

สระว่ายน้ำกึ่งกลางแจ้ง ขนาดไม่ใหญ่มาก 5.5×11.5 ม. ที่ว่ายน้ำเล่นสนุกๆ มีแบ่งสระเด็กมาให้ด้วย โดยลึกประมาณ 60 ซม. ที่เด็กสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

สำหรับผนังเป็นกระจกสูงเต็มพื้นที่ ทำให้บรรยากาศภายในดูกว้างขึ้นด้วย

แอบบอกนิดนึงทางโครงการเก็บรายละเอียดเล็กน้อยๆได้ดีนะ อย่างบริเวณกระจกของห้องออกกำลังกาย ก็ตัดมุมตามโครงสร้างของอาคารเลย สวยงามดีค่ะ > <

พอมองออกจากคลับเฮ้าส์ไป ได้วิวพื้นที่สีเขียวยาวไปเกือบสุดสายตาเลยนะคะ

ถัดมาดูบรรยากาศในห้องน้ำกันนะคะ โดยขนาดห้องน้ำไม่ได้ไซส์ใหญ่มาก หลักๆ จะประกอบด้วยห้องน้ำ 1-2 ห้อง และห้องอาบน้ำอีก 1 ห้องค่ะ

ส่วนตัวชอบดีไซน์ของอ่างล้างมือ ที่ดูเรียบง่าย สะอาดตาดี

ภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน โทนสีขาว ทำให้บรรยากาศภายในดู Luxury มากขึ้น

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 5.5 x 11.5 ม. ลึก 1.2 ม. แบ่งสระเด็กลึก 60 ซม.
  • ห้องออกกำลังกาย
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์
  • ระบบเข้า-ออก แบบบันทึกทะเบียน
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบเลื่อนไฟฟ้า

แบบบ้าน

สำหรับแบบบ้าน Garden และอาคารพาณิชย์ (Commercial) ได้หน้าบ้านบริเวณที่จอดรถเป็นสีน้ำตาล และหลังบ้านเป็นสีขาว หน้าตาแบบนี้เลยนะคะ ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ค่อยเห็นโครงการอื่นๆที่ให้ Facade มาทั้ง 2 ฝั่งแบบนี้ รวมถึงลักษณะการออกแบบ ดูผิวเผินเหมือนเป็นอาคารที่มีผนังต่อเนื่องเดียวกันทั้งหมด ไม่ได้แบ่งเป็นหลังๆชัดเจน เมื่อมองจากภายนอกความรู้สึกเหมือนว่าเราได้หน้าบ้านที่กว้างขึ้น ทำให้ตัวบ้านดูใหญ่ขึ้นด้วยนะ ส่วนแบบบ้าน Home หน้าบ้านจะเป็นสีน้ำตาล ส่วนหลังบ้านจะได้เป็นผนังฉาบเรียบสีขาวธรรมดาค่ะ

สำหรับทาวน์โฮมที่นี่เน้นวางในแนวทิศเหนือ-ใต้ ยกเว้นแบบ Commercial ทำให้ไม่ได้รับแสงแดดโดยตรงนะคะ ซึ่งทางโครงการได้จำลองแต่ละช่วงเวลาให้ดู ซึ่งพอมี Facade ด้านหน้าแบบนี้ จะช่วยลดแดดจัดๆที่จะเข้ามาในตัวบ้านได้ แถมเงาที่เกิดในแต่ละช่วงก็แตกต่างกัน ดูน่าสนใจดี เหมือนบ้านมีชีวิตมากขึ้น

โครงสร้างอาคารเป็นแบบก่ออิฐฉาบปูนทั้งหมด แต่แบบบ้าน Commercial จะเสริมอิฐมวลเบามาให้อีก 1 ชั้น ไว้กั้นเสียงดังจากเพื่อนบ้านได้ โดย Facade ด้านหน้า ก่ออิฐเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีช่องว่างด้านใน เพื่อลดความร้อนของแสงแดด ก่อนส่องเข้าที่ผนังของตัวบ้าน ทำให้คนที่อาศัยอยู่ภายใน ไม่รู้สึกร้อนในเวลากลางวัน และอีกจุดที่น่าสนใจคือหลังคาด้านใน ทำเป็น Slope เอียงเล็กน้อย เวลาฝนตกน้ำจะได้ไม่ไหลเข้าในตัวบ้าน แต่ที่เราไม่เห็นเพราะรอบๆโครงการก่ออิฐปิดทึบให้หน้าตาบ้านดู Modern มากขึ้น ซึ่งดูใส่ใจรายละเอียดดีนะ


แบบบ้าน Commercial

แบบบ้านหลังแรกคือ Commercial – อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 167 ตร.ม. หน้ากว้าง 5 เมตร โครงการจัดมาให้แบบ Fully Fitted ที่เป็นอาคารเปล่าๆ พื้นชั้นที่ 1 ปูด้วยกระเบื้องดินเผา ไม่อมความร้อนเหมือนกระเบื้องทั่วไป ส่วนชั้นที่ 2,3 เป็นกระเบื้องยางลายไม้ ที่ทนความชื้นได้ดีค่ะ

ชั้น 1 – บริเวณหน้าบ้านเป็นพื้นที่จอดรถกว้างประมาณ 5 ม. สามารถจอดรถได้ 2 คันเล็กแบบพอดี ต้องระวังเปิดประตูชนกันนะ ซึ่งที่จอดรถของตึก Commercial จะอยู่ภายในโครงการ ส่วนอีกฝั่งเป็นที่จอดรถของ Visitor ซึ่งจะอยู่ด้านนอกซุ้มประตูโครงการนะคะ / พื้นที่ขนาด 5×8.80 ม. ที่เหมาะทำเป็นพื้นที่ Reception + พื้นที่ทำงาน แถมมีห้องน้ำ Powder Room ให้แขกใช้งานได้นะ

ชั้น 2 – เป็นชั้นที่ทางโครงการออกแบบมาให้เป็นรูปแบบกึ่งพักอาศัย หรือจะใช้เป็นพื้นที่ทำงานก็ได้ โดยชั้นนี้มีส่วนที่ติดตั้งงานระบบมาให้ทำห้องครัวได้

ชั้น 3 – ส่วนห้องนอนจะยกขึ้นมาไว้ชั้นบน โดยแบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัว ที่วางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้กำลังดี ความพิเศษของชั้นที่ 3 คือมีพื้นที่ Garden Court ตรงกลางบ้าน ซึ่งหลายคนจะชอบมากเพราะรู้สึกโปร่งโล่ง แสงธรรมชาติเข้าถึงภายในบ้าน รวมไปถึงสามารถสร้างวิวสวนสวยด้วยตัวเองได้ด้วย

Credit – Wikipedia

ผนังของโครงการฉาบเรียบทาสีเหลืองอมน้ำตาล (Fawn)

เริ่มต้นจากบริเวณทางเข้าของตึก Commercial หรือ Home Office นะคะ ซึ่งความกว้างฝั่งนี้พอจอดรถ Visitor ได้ 1 คันเท่านั้น แต่ไม่ต้องห่วง เพราะโครงการมีพื้นที่สำรองสำหรับ Visitor มาให้เพิ่มอีกประมาณ 10-12 คัน เราสามารถจอดรวมกันได้ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่วางปั๊มน้ำ และงานระบบของบ้านมาให้ แยกกันในแต่ละหลัง เนื่องจากบ้านแบบ Commercial จะไม่มีพื้นที่หลังบ้านนะคะ

สำหรับฝั่งที่หันออกโครงการ จะได้ Facade สีขาวหน้าตาแบบนี้นะคะ

กลับมาที่บริเวณหน้าทางเข้าบ้านกันต่อนะคะ บริเวณหน้าบ้านนี้ตกแต่งด้วยกระจกสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 2.8 ม. ทำให้สามารถมองเข้ามาเห็นภายในได้ดี ให้ความรู้สึกต้อนรับและโปร่งโล่งได้ดี

เข้ามาภายในชั้นล่าง ของจริงได้เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่สามารถจัดพื้นที่เองได้ เหมาะทำเป็นส่วนต้อนรับ หรือ Reception พร้อมพื้นที่นั่งทำงานได้ด้วย ในส่วนของวัสดุปูพื้นด้วยกระเบื้องดินเผา ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ สบายตา แถมเวลาเดินยังรู้สึกเย็นกว่ากระเบื้องทั่วไป แต่จะทำความสะอาดยากหน่อยนะ ด้านบนใช้ดวงโคมแบบดาวน์ไลท์

ผนังของจริงเป็นฉาบเรียบทาสี แต่ถ้าใครชอบไอเดียแบบบ้านตัวอย่าง จะทำตามแบบนี้ก็ได้นะคะ ซึ่งทำให้บรรยากาศภายในดูมีมิติมากขึ้นด้วย สวยงามดี

ส่วนอีกฝั่งก็เว้าพื้นที่เข้าไปเล็กน้อย ซึ่งของจริงปรับเป็นเคาน์เตอร์ต้อนรับได้นะคะ

บริเวณใต้บันได มีประตูทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นประตู+วงกบไม้จริง สีแบบนี้เลย แถมด้านล่างมีช่องให้ระบายความชื้นภายในได้ด้วยค่ะ

ลักษณะห้องน้ำแบบ Powder Room (ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ) ภายในมีอ่างล้างมือแบบฝั่งลงในตู้ซึ่งด้านล่างมีลิ้นชักไว้เก็บของได้ ด้านบนแขวนกระจกทรงกลมมาให้ เก๋ไก๋ดี ฝั่งตรงข้ามมีโถสุขภัณฑ์ของ American Standard

บริเวณผนังด้านหลังอ่างล้างมือ ปูด้วยกระเบื้องดินเผามาให้ ซึ่งเป็นลักษณะงานฝีมือ Craft ที่ต้องนำกระเบื้องชิ้นเล็กมานั่งแปะทีละแผ่นเรียงกันไป พร้อมเลือกวัสดุและโทนสีมาค่อนข้างดีเลย / โถสุขภัณฑ์ มีพื้นที่ใช้งานได้สะดวก ด้านหลังมีสายฉีดชำระ และที่ใส่กระดาษทิชชู่มาให้เรียบร้อยค่ะ

กลับออกมาด้านนอกทำเป็นพื้นที่ทำงานเพิ่มเติมได้ บริเวณด้านหลังบ้านมีประตูเปิดออกไปที่จอดรถของลูกบ้านค่ะ

หน้าบ้านกว้าง 5 ม. จอดรถ 2 คันเล็กกำลังดี ของจริงนอกจากผนังสีดำแล้ว ยังมีประตูรั่วเหล็กโปร่งสีดำ พร้อมกันสาดผ้าใบเปิด-ปิด แบบ Manual (มือหมุน) พื้นคอนกรีตวางบนพื้นดิน (Slab on Ground) ที่ผ่านการทดสอบความหนาแน่นดินแล้ว

ภาพจำลองสำหรับรั้วบ้านของจริงค่ะ

สำหรับบริเวณหลังบ้าน จะได้ Facade สีน้ำตาลหน้าตาแบบนี้นะคะ

กลับมาภายในบ้าน บันไดทางขึ้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เวลาเดินจะไม่มีเสียงดัง รวมถึงยังปิดผิวด้วยไม้คอนวูดสีเดียวกับประตู สวยงามดี

บันไดกว้าง 95 ซม. เป็นระยะที่เดินสบาย พร้อมลูกตั้งสูง 20 ซม. เป็นระยะที่ก้าวสูงเล็กน้อย รวมถึงลูกนอนลึก 27 ซม. ที่เดินค่อนข้างสบายๆเลย / ส่วนผนังฝั่งราวจับเป็นผนังทึบ เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านค่ะ

ชั้นที่ 2 ออกแบบมาให้เป็นรูปแบบกึ่งพักอาศัย หรือจะใช้เป็นพื้นที่ทำงานก็ได้ โดยของจริงได้เป็นห้องโล่งๆ ปูด้วยพื้นกระเบื้องยาง + ผนังทาสีเรียบร้อย / ความสูงพื้นถึงฝ้า 2.60 ม.

ถ้าทำเป็นพื้นที่นั่งเล่น ตรงนี้จะได้ ระยะดูทีวีกว้างถึง 2.8 ม. ที่วางทีวีขนาดใหญ่ 50-60″ ได้สบายๆเลยนะคะ

ถัดมาเป็นพื้นที่รับประทานอาหารสามารถตั้งโต๊ะทานอาหารแบบ 4-6 ที่นั่ง ได้ และยังมีพื้นเหลือเดินรอบๆได้สบายๆ

พื้นที่ห้องครัวกว้างทำเป็นเคาน์เตอร์รูปตัว U ที่ใช้งานพร้อมกันหลายๆคนได้ โดยโครงการเตรียมท่อ และงานระบบต่างๆ มาให้เรียบร้อย ส่วนพื้นเป็นกระเบื้องยางลายไม้ ที่ทนความชื้นได้ดีค่ะ

บริเวณห้องครัวมีหน้าต่างบานกระทุ้งบานใหญ่ ไว้ระบายกลิ่นภายในได้ดี

ประตูที่นี่เป็นไม้จริงเช่นกัน โดยฝั่งซ้ายมือเป็นทางออกไปพื้นที่ระเบียง ส่วนฝั่งขวามือเป็นห้องน้ำ Powder Room ค่ะ

ห้องน้ำขนาดกระทัดรัด ที่ได้ผนังครึ่งบนเป็นฉาบเรียบทาสี ส่วนครึ่งล่างและพื้นเป็นกระเบื้องโมเสคสีครีม ขนาด 10×10 ซม. ดูเท่ดีนะ อ่างล้างมือเป็นแบบฝั่งลงไปในเคาน์เตอร์ ซึ่งได้วัสดุเป็นหิน Terrazzo ของแท้ เป็นงานฝีมือที่ต้องมาทำในที่เช่นกัน

ภายในห้องน้ำมีกระจกบานเลื่อนมาให้ ระบายความชื้นออกภายนอก ส่วนก๊อกน้ำเป็นแบบฝั่งเข้ากับผนัง ใช้งานง่าย แถมได้กระจกสูงเต็มฝ้าเลย

ระเบียงภายนอกขนาด 2.10×1.20 ม. ปูด้วยกระเบื้องเซรามิค 40×40 ซม. ที่วางเครื่องซ้กผ้าได้ พร้อมตากผ้าได้ด้วยนะ พร้อมกระจกฝ้า ที่ช่วยบังสายตาจากคนภายนอกได้

กลับมาที่บันไดทางขึ้นชั้น 3 ตรงนี้เราได้หน้าต่างสูงเต็มผนัง + หน้าต่างบริเวณโถงบันได เวลาใช้งานตอนกลางวัน จะได้ไม่ต้องเปิดไฟเยอะนะคะ

ขึ้นมาชั้น 3 เราเจอ Garden Courtyard อยู่ตรงกลางตัวบ้านของชั้น 3 คั่นกลางระหว่างห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้อง

พื้นที่ขนาด 1.60×1.50 ม. ที่พอจัดเป็นสวนเล็กได้ โดยพื้นที่ตรงนี้เป็นแบบ Outdoor ที่เปิดรับแสงแดดจากภายนอกได้

ติดกันก็เป็นห้องนอนแรกที่หันออกนอกโครงการ ภายในมีพื้นที่กว้าง สามารถวางเตียง King size ไว้กลาง แล้วยังมีพื้นที่เหลือโดยรอบให้ใช้งานได้ / ความสูงพื้นถึงฝ้า 2.6 ม.

ภายในมีประตูกระจกบานเลื่อน สามารถเปิดออกไปยังพื้นที่ Garden Courtyard ได้ ซึ่งเราจัดชุดเก้าอี้มานั่งอ่านหนังสือ มองวิวเพลินๆนะ

ส่วนอีกฝั่งมีพื้นที่เหลือ วางโต๊ะหัวเตียงได้สบายๆ โดยวางซ้อนกันแบบนี้ก็เก๋ไปอีกแบบ

สำหรับชั้นนี้หน้าต่างทุกบ้านสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า พร้อมบานกระทุ้งให้ระบายอากาศได้ รวมถึงโครงการให้ผ่าม่านสีแบบนี้ทุกหลังเลยนะคะ

พื้นที่ปลายเตียงก็สามารถติดทีวีแขวนผนังหรือจะวางบนชั้นวางทีวีแบบนี้ก็ได้ รวมถึงมี Walk in closet และห้องน้ำในตัวอีกด้วยนะ

โดยพื้นที่ Walk in closet นี้จะเป็นฟังก์ชันที่ใช้งานต่อเนื่องกันกับห้องน้ำ เราสามารถ Built เป็นตู้เสื้อผ้า เพื่อที่เวลาออกมาจากห้องน้ำจะได้แต่งตัวได้สะดวกค่ะ

ภายในห้องน้ำก็มีฟังก์ชันมาตรฐาน แต่ที่น่าสนใจคือผนังเป็นกระเบื้องดินเผาขนาด 24×6 ม. โดยพื้นฐานกระเบื้องชนิดนี้ เวลาเผาจะได้สีที่แตกต่างกัน โดยโครงการเลือกสีใกล้เคียงกัน แต่ยังคงผสมสีเข้ม-อ่อนสลับกันไป ให้ดูมีมิติมากขึ้น / ส่วนตำแหน่งอยู่ในตัวบ้าน ทางโครงการจึงติดพัดลมดูดอากาศมาให้ด้วย

อ่างล้างมือเป็นหิน Terrazzo เหมือนเดิม แต่มีการติดกระเบื้องดินเผาเพิ่ม ให้กลมกลืนไปกับผนังของห้องน้ำด้วยนะ

บริเวณโถสุขภัณฑ์ของ American Standard เพิ่ม Low Wall ด้านหลัง ให้ไว้วางของเพิ่มเติมได้ค่ะ

พื้นที่อาบน้ำลดระดับลงเล็กน้อย ป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกด้านนอก แต่จะไม่ดีเท่าติดฉากกั้นเราแนะนำให้ติดตั้งเพิ่มเองด้วยนะคะ พื้นที่อาบขนาด 0.9×1.20 ม. ที่ยืนอาบน้ำได้สบายๆ นอกจากนี้ยังเจาะช่องสำหรับวางขวดอาบน้ำต่างๆมาให้หยิบจับใช้งานง่ายค่ะ

ตำแหน่งประตูห้องนอนและหน้าต่างอยู่ตรงกัน เวลาเปิดพร้อมกันลมจะไหลเวียนได้ดี ไปดูห้องนอนที่ 2 ที่หันเข้าภายในโครงการกันค่ะ

ห้องนอนมีห้องน้ำในตัวเช่นกัน เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมจตุรัส ที่ใช้งานสะดวก สุขภัณฑ์และวัสดุภายในเหมือนกับห้องที่แล้วเลยนะคะ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำลดระดับลงเล็กน้อย ขนาดใช้งาน 90×90 ซม. ยืนใช้งานได้กำลังดี

ฝ้าเพดานโครงการติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้เรียบร้อย

ห้องนอน 2 จะเล็กกว่าห้องที่แล้ว แต่ก็พอวางเตียง 5 ฟุตได้กำลังดี มีพื้นที่เหลือใช้งานแบบพอดีๆ โดยห้องนี้ได้หน้าต่างสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าเช่นเดียวกัน

บริเวณปลายเตียงวางชุดทีวีได้สบายๆ พร้อม Built ตู้เสื้อผ้าหน้าห้องน้ำได้ด้วยนะคะ


แบบบ้าน Home & Garden

ถัดมาคือแบบบ้าน Home & Garden – ทาวน์โฮม 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. หน้ากว้าง 5 เมตร ซึ่งทั้ง 2 Type จะเหมือนกันที่ชั้น 1 และ 2 ส่วนชั้นที่ 3 จะแตกต่างกันเล็กน้อย วัสดุของจริง ชั้นที่ 1 ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ชั้นที่ 2,3 เป็นกระเบื้องยางลายไม้ ห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้เงาและด้าน ซึ่งข้อดีของโครงการนี้ คือบ้านยังสร้างครบไม่เสร็จทุกหลัง เราสามารถเปลี่ยนแปลงวัสดุภายในตามบ้านตัวอย่างได้ แต่เราต้องเสียเงินเพิ่มอีก 200,000 บาท อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบค่ะ

ชั้น 1 – บริเวณหน้าบ้านเป็นพื้นที่จอดรถกว้างประมาณ 5 ม. สามารถจอดรถได้ 2 คันเล็กแบบพอดีๆ ทางเข้าบ้านมี Foyer ไว้นั่งเปลี่ยนรองเท้าได้ เข้ามาเป็นพื้นที่โล่งยาวจนถึงหลังบ้าน โดยชั้นนี้มีห้องน้ำอยู่หน้าบ้าน และมีพื้นที่เก็บของใต้บันไดเพิ่มมาให้ด้วย เป็นการใช้พื้นที่ได้เป็นประโยชน์ดีค่ะ ส่วนห้องครัวปิด ที่สามารถทำอาหารที่มีกลิ่นแรงๆได้ หลังบ้านเทพื้นปูมาให้เรียบร้อย

ชั้น 2 – แบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ที่มีห้องน้ำคั้นตรงกลางใช้งานรวมกัน มาพร้อมพื้นที่ระเบียงหลังบ้าน ไว้ตากเสื้อผ้าได้นิดหน่อย

ชั้น 3 แบบ Home – เป็นห้อง Master Bedroom แบบเต็ม Floor ภายในมีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีฟังก์ชันที่ครบครัน ดูคล้ายกับห้อง Penthouse เลยทีเดียว โดยเอาห้องน้ำไปไว้ชิดด้านหลัง เนื่องจากบ้านแบบ Home จะติดกับเพื่อนบ้าน ทางโครงการจึงทำผนังทึบ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ โดยจัดพื้นที่ Garden Courtyard ที่มี Sky Light มาให้ทดแทน

ชั้น 3 แบบ Garden – เป็นห้องนอนใหญ่แบบเต็ม Floor เช่นกัน แต่ที่แตกต่างคือแบบบ้าน Garden ด้านหลังจะติดกับพื้นที่คลับเฮ้าส์ ทำให้โครงการทำหน้าต่างมาให้ชมวิวได้ โดยวางห้องน้ำและพื้นที่ Walk in Closet ไว้คู่กัน จะได้ทำหน้าต่างเพิ่มได้ค่ะ

สำหรับบ้านแบบ Home จะได้ Facade สีน้ำตาลนอกนั้นเป็นสีขาวฉาบเรียบนะคะ

หน้าบ้านกว้าง 5 ม. แต่สำหรับแปลงมุมได้พื้นที่เพิ่มด้วยนะคะ ของจริงได้ทั้งผนังสีดำ ประตูรั้วเหล็กสีดำ + ผ้ากันสาด / พื้นคอนกรีตวางบนพื้นดิน (Slab on Ground) ที่ผ่านการทดสอบความหนาแน่นดินแล้ว

ภาพบน – บ้านตัวอย่าง (เพิ่ม 200,000 บาท) / ภาพล่าง – บ้านจริง

บริเวณทางเข้าบ้านมี Foyer ไว้นั่งเปลี่ยนรองเท้า หรือวางตู้รองเท้าเพิ่มได้ โดยพื้นบ้านของจริงปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้นะคะ

ภาพบน – บ้านตัวอย่าง (เพิ่ม 200,000 บาท) / ภาพล่าง – บ้านจริง

เข้ามาภายในบ้านจะเจอกับส่วน Common Area ที่เชื่อมพื้นที่นั่งเล่น + พื้นที่รับประทานอาหาร ยาวจนถึงด้านหลังบ้าน พร้อมความสูงฝ้าเพดาน 2.5 ม.

มาดูบริเวณพื้นที่นั่งเล่นหรือพื้นที่รับแขกกันนะคะ เราสามารถวางชุดโซฟาขนาด 4- 5ได้กำลังดี และมีระยะวางทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.60 ม. สามารถวางทีวีขนาดใหญ่ได้ดีเลยค่ะ

หันมาที่ฝั่งตำแหน่งวางทีวีกันบ้างนะคะ จากบ้านตัวอย่างจะมีการ Built-in ตู้ยาวเต็มผนัง เหมาะกับคนที่ของเยอะๆ เพราะจะช่วยเก็บของได้เป็นสัดส่วนดี

ภาพบน – บ้านตัวอย่าง (เพิ่ม 200,000 บาท) / ภาพล่าง – บ้านจริง

สำหรับประตูบ้านของจริง เราจะได้เป็นประตูไม้เทียม พร้อมช่องระบายอากาศด้านล่างสีแบบนี้เลย หรือถ้าจ่ายเพิ่ม 200,000 เราจะได้เป็นบานไม้จริงแบบบ้านตัวอย่างค่ะ

ภาพบน – บ้านตัวอย่าง (เพิ่ม 200,000 บาท) / ภาพล่าง – บ้านจริง

สำหรับห้องน้ำ Powder Room สุขภัณฑ์ภายในเหมือนหลังที่แล้ว แตกต่างที่ผนังครึ่งล่าง และพื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ 60×60 ซม.

มาดูระยะใช้งานกัน ภายในไม่แคบมากใช้งานได้กำลังดีค่ะ

สำหรับห้องเก็บของกว้างยาวเก็บของได้เยอะ พร้อมติดไฟดาวน์ไลท์มาให้ 1 ตำแหน่งค่ะ

หลังบ้านมีทางเข้าห้องครัวปิด ที่เราสามารถทำอาหารจริงจังได้ ซึ่งของจริงได้เป็นประตูไม้เทียมหน้าตาแบบนี้เลย

ส่วนครัวปิดขนาดประมาณ 2×2 ม. เราสามารถ Built เคาน์เตอร์เป็นรูปตัว U ตามห้องตัวอย่างได้ พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ ระบายกลิ่นออกด้านนอกได้ค่ะ

ด้านหลังของตัวบ้าน เทปูนมาให้เรียบร้อย เราสามารถปรับเปลี่ยนเป็นที่นั่งเล่นแบบ Outdoor ได้นะคะ

รั้วกำแพงสีดำสูง 2.3 ม. ที่ลงเสาเข็มลึก 6 ม. มาให้ที่กำแพง ไม่ต้องกลัวทรุดนะคะ ของจริงจะมีเครื่องปั๊มน้ำและแทงค์น้ำเป็นมาตรฐานค่ะ

ส่วนตำแหน่งบันไดชั้นที่ 1 อยู่ตรงกลางบ้าน โดยเป็นโครงสร้างบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก เวลาเดินจะได้ไม่มีเสียง รวมถึงราวจับเป็นผนังทึบ เพื่อความปลอดภัยค่ะ

บริเวณโถงบันได โครงการติดโคมไฟแบบนี้มาให้เพิ่มค่ะ

มาต่อกันที่ชั้น 2 พื้นเปลี่ยนเป็นกระเบื้องยางลายไม้ โดยแบ่งเป็น 2 ห้องนอน และคั่นด้วยห้องน้ำตรงกลางนะคะ

ขอเริ่มที่ห้องนอนหน้าบ้านก่อนนะคะ ชั้นนี้ได้ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.5 ม. พร้อมหน้าต่างสูงเต็มผนัง และมีบานกระทุ้งที่เปิดระบายอากาศภายในได้

พื้นที่ตรงนี้กว้าง 2.4 วางเตียง 6 ฟุต หรือ King Size พร้อมทางเดินรอบเตียงได้สบายๆเลย

ฝั่งตรงข้ามมีพื้นที่เหลือ Built ตู้เสื้อผ้าได้นะคะ

ส่วนห้องน้ำจะอยู่ตรงกลางที่ต้องใช้งานร่วมกัน สังเกตบริเวณนี้ประตูกับหน้าต่างจะตรงกัน เวลาเปิดพร้อมกันลมจะไหลเวียนได้ดีค่ะ

ภาพบน – บ้านตัวอย่าง (เพิ่ม 200,000 บาท) / ภาพล่าง – บ้านจริง

ภายในห้องน้ำของจริงปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้เงาขนาด 60×60 ซม. และพื้นปูกระเบื้องแกรนิตโต้ด้านขนาด 60×60 ซม. แต่ถ้าใครชอบแบบบ้านตัวอย่างก็เพิ่มอีก 200,000 บาทนะคะ ซึ่งจะมีกระเบื้องดินเผามาให้ + กระเบื้องเป็นแบบด้านเหมือนในรูปเลยค่ะ

พื้นที่อาบน้ำลดระดับลงเล็กน้อย เราสามารถติดตั้งฉากกั้นเพิ่มได้ เวลาใช้งานจะได้ไม่เปียกทั้งห้องนะคะ ที่น่าสนใจคือจุดระบายน้ำแบบเรียบ สวยงามดีนะ

เคาน์เตอร์แบบลอยของจริงเป็นกระเบื้องลายหิน Terazzo แบบลอยตัว ซึ่งเราสามารถ Built ตู้เก็บของด้านล่างเพิ่มได้นะ

มาที่ห้องนอนหลังบ้านขนาด 2.7×3.7 ม. ที่เหมาะวางเตียง 3.5 ฟุตกำลังดี มีพื้นที่เหลือวางตู้เสื้อผ้า + โต๊ะทำงานได้ด้วย

กลับออกมาที่ทางเดินกว้างประมาณ 90 ซม. เป็นระยะที่เดินสวนกันได้พอดี ซึ่งตรงนี้มีช่องแสงจากระเบียงมาให้ด้วยนะ

เราเดินเข้ามาดูใกล้ๆ บริเวณมือจับเป็นแท่งสีดำกลืนไปกับกรอบบ้านเลย โดยระเบียงขนาดไม่ใหญ่มาก กว้างประมาณ 1×1.7 ม. ที่พอตากเสื้อผ้าได้นิดหน่อย

บันไดทางขึ้นชั้น 3 ตรงนี้ผนังจะไม่ได้ทึบหมดนะคะ ดังนั้น เราจะได้รับแสงจากโถงทางเดินและช่องแสงจากบริเวณระเบียงอยู่นะคะ

ภาพบน – แบบ Garden / ภาพล่าง – แบบ Home

สำหรับชั้น 3 เป็นห้องนอนใหญ่ที่กินพื้นที่ทั้ง Floor ซึ่งทั้ง 2 Type มีความแตกต่างกันเล็กน้อย อย่างภาพบนเป็นแบบบ้าน Garden ที่แบ่งสัดส่วนมาให้เรียบร้อย ส่วนแบบบ้าน Home เอาห้องน้ำเอาไปไว้ที่ด้านหลัง ส่วนพื้นที่ Walk in Closet เราสามารถกั้นผนังเพิ่มเองได้

หันกลับมาบริเวณหน้าบ้าน ได้หน้าตาสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้งไว้ระบายอากาศภายในได้ / ความสูงพื้นถึงฝ้า 2.5 ม. พร้อมติดไฟดาวไลท์มาให้ด้วย

อย่างที่บอกไปตอนแรก ตำแหน่งบ้านเราสามารถมองเห็นเจดีย์ได้ด้วยนะ

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เว้าเข้าไปกว้างประมาณ 1.2 ม. ที่ทำเป็นมุมทำงานเล็กๆได้

สำหรับห้องนอนที่ใหญ่ขนาดนี้ เราสามารถทำ Private Living ในตัวได้ด้วยนะ

รวมถึงวางเตียงขนาด King Size ได้สบายๆ พร้อมพื้นที่ปลายเตียงกว้างค่ะ


แบบบ้าน Garden

บ้านแบบ Garden แบ่งพื้นที่ออกมาเป็นสัดส่วนเลย อย่างบริเวณหน้าห้องน้ำก็จัดเป็น Walk in Closet ได้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะใช้งานค่ะ

เฉพาะกรณีเพิ่มเงิน 200,000 บาท

ห้องน้ำอยู่หลังบ้าน ที่มีหน้าต่างรับแสงธรรมชาติ และระบายความชื้นออกด้านนอกได้ สุขภัณฑ์ครบเป็นมาตรฐาน ส่วนวัสดุของจริงเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้เงา ส่วนอ่างเป็นกระเบื้องลายหิน Terrazo แบบชั้นที่ 2 นะคะ

ภายในมีอ่างล้างหน้า พื้นที่อาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ American Standard และอุปกรณ์อื่นๆ ภายในห้องน้ำให้ครบพร้อมใช้งาน เป็นมาตรฐานค่ะ


แบบบ้าน Home

แต่บ้านแบบ Home ตำแหน่งห้องน้ำจะอยู่ด้านหลังบ้าน เป็นแบบทึบ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวของคนอยู่อาศัย

ห้องน้ำเป็นมาตรฐาน แต่เคาน์เตอร์ของจริงได้เป็นกระเบื้องลายหิน Terrazzo แต่ถ้าอยากได้เป็นหิน Terrazo ของแท้ เหมือนแบบบ้านตัวอย่างก็เลือก Option ที่เพิ่มเงินนะคะ นอกจากนี้ยังได้กระจกยาวช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้น

สำหรับห้องน้ำมีพื้นที่ Garden Courtyard ให้เรานั่งมองพื้นที่สีเขียว ขณะทำธุระส่วนตัวได้ค่ะ

พื้นที่ขนาด 1.0×1.50 ม. ที่จัดสวนหย่อมเล็กๆได้ พร้อมช่องไว้รับแสงธรรมชาติ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

7 January 2020

  • Home – ทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 20 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม.
    • จำนวน 96 ยูนิต / หน้ากว้าง 5 เมตร
    • ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • บ้านเลขที่ 88/122 ราคา 4,724,000 บาท
  • Garden – ทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 20 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม.
    • จำนวน 28 ยูนิต / หน้ากว้าง 5 เมตร
    • ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • บ้านเลขที่ 88/188 ราคา 5,288,000 บาท
  • Commercial – อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 22 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 167 ตร.ม.
    • จำนวน 6 ยูนิต / หน้ากว้าง 5 เมตร
    • ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • บ้านเลขที่ 88/14 ราคา 7,408,000 บาท
  • จองและทำสัญญา  20,000+30,000 =  50,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ  90,000-100,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

โปรโมชันภายใน 31 มกราคม 2563 – ได้ส่วนลดเพิ่มอีก 30,000 บาท

**กรณีที่เราซื้อบ้าน Home & Garden แต่อยาก Upgrade วัสดุเป็นแบบบ้านตัวอย่าง จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 200,000 บาท รายการที่ได้มีดังนี้

  • พื้นชั้น 1 เปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินเผาขนาด 60×60 ซม. เคลือบด้วยวัสดุกันน้ำ
  • เปลี่ยนประตูและวงกบเป็นไม้จริง 9 บาน
  • เปลี่ยนวัสดุห้องน้ำชั้น 1,2 และ 3
  • เปลี่ยนอ่างล่างมือชั้น 3 เป็นหินขัด Terrazzo ของแท้

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการอยู่บนถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 10 ใกล้เพลินนารี่มอลล์เพียง 550 ม. ตั้งอยู่ในย่านรามอินทรา-วัชรพล ทำเลแถวนี้ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่ามันเหมาะกับคนใช้รถยนต์ส่วนตัว ที่อิงถนนรามอินทรา และเลียบทางด่วนรามอินทราเป็นหลัก มีทางด่วนให้ใช้ใกล้และเดินทางง่าย นอกจากนี้ยังเป็นทำเลยอดนิยมสำหรับโครงการแนวราบพวกบ้าน และทาวน์โฮม สำหรับกรุงเทพตอนเหนือ สิ่งที่เร่งปฏิกิริยาให้มีการมาทำโครงการแถวนี้กันมากคือ ทางด่วนและถนนที่ตัดใหม่ และในอนาคตไกลๆหน่อยจะมีรถไฟฟ้าสีชมพูวิ่งผ่านอีก ทำให้มีโครงการเกิดขึ้นมาก เมื่อมีโครงการมีคนมาอยู่กันคึกคักมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือสิ่งอำนวยความสะดวก เช่นห้าง คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ เริ่มมีความคึกคักและเปิดใหม่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้มันยิ่งอยู่สบายมากขึ้นไปอีกนะคะ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ความปลอดภัยของโครงการค่อนข้างสูง เริ่มจากซุ้มประตูมีทั้งประตูบานเลื่อนสูง 3 ม. และไม้กั้นกระดก ที่สแกนทะเบียนรถ รักษาความปลอดภัยถึง 2 ชั้น พร้อม รปภ.ดูแล 24 ชม. รั้วรอบโครงการสูง 3 ม. เพื่อป้องกันคนภายในแอบแฝงเข้ามาได้ ส่วนหลังบ้านมีรั้วกำแพงทึบสูง 2.3 ม. เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านค่ะ

การออกแบบโครงการ : ตัวโครงการเป็นโครงการขนาดกลาง จำนวน 130 ยูนิต บนพื้นที่ 12-2-21.5 ไร่ โดยแบ่งออกเป็น 2 เฟส ที่ชอบคือมีการใส่ใจรายละเอียดออกแบบ Facade ตัวบ้านออกเป็น 2 มุมมอง ถ้าเป็นคนภายในมองเข้ามาจะเป็น Facade สีขาว ดูสะอาดตา ส่วนภายในโครงการเป็น Facade สีน้ำตาล ที่ทำให้ลูกบ้านรู้สึก Hommy มากขึ้น โดยวางพื้นที่คลับเฮ้าส์ไว้ตรงกลาง เข้าถึงได้ง่ายจากซุ้มประตูทางเข้าเลย พร้อมวางบ้านส่วนใหญ่หันหน้าตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ทำให้บ้านไม่ร้อน รวมถึงทาวน์โฮมแต่ละช่วงไม่ได้ติดกันหลายหลัง ทำให้บรรยากาศไม่หนาแน่นจนเกินไป ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ภายในมีถนนหลักกว้าง 12 ม. ส่วนถนนรองกว้าง 9 ม. ซึ่งถ้าดูจากรูปแบบการจัดจะไม่มีถนนรองเยอะในโครงการ ทำให้ดูแลรักษาความปลอดภัยได้ง่ายค่ะ

การออกแบบบ้านพักอาศัย : มีดีไซน์ที่แตกต่างจากทาวน์เฮ้าส์ที่อื่นๆ มีเอกลักษณ์ชัดเจน โดยเฉพาะ Facade ที่ตั้งใจดีไซน์มา เพื่อให้คนอยู่อาศัยภายในบ้านไม่ร้อน โดยแบบบ้าน Garden & Commercial ได้ Facade สีต่างกันทั้งหน้า-หลัง ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นโครงการอื่นให้กันนะ นอกจากนี้ยังออกแบบมาเป็นอาคารเดียวกัน ทำให้รู้สึกว่าตัวบ้านหลังใหญ่ขึ้นนะ

  • แบบบ้าน Commercial – สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง พื้นที่ภายนอกเป็นที่จอดสำหรับ Visitor และผ่านซุ้มประตูมาจะเป็นที่จอดของลูกบ้าน โดยเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่ชั้น 1 และ 2 ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ที่ได้ Garden Courtyard เพิ่มขึ้นมา เพื่อดึงพื้นที่สีเขียวเข้ามาในบ้าน ให้ลูกบ้านใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้นค่ะ
  • แบบบ้าน Home & Garden ภายในมีพื้นที่ใช้สอยเท่ากัน ชั้นที่ 1,2 เหมือนกันทุกอย่าง โดยชั้นที่ 1 เป็น Common Area ชั้นที่ 2 เป็นห้องนอนเล็ก ส่วนที่แตกต่างกันคือห้อง Master Bedroom ที่ชั้น 3 เนื่องจากแบบบ้าน Garden มีหน้าต่างมาให้ เพราะติดกับพื้นที่คลับเฮ้าส์ ไว้มองดูพื้นที่สีเขียวภายนอกได้ ส่วนแบบบ้าน Home จะติดกับเพื่อนบ้าน ทางโครงการจึงทำเป็นผนังทึบ แล้วเพิ่มพื้นที่ Garden Courtyard มาให้ทดแทน

วัสดุ : โครงสร้างเป็นก่ออิฐฉาบปูน ที่ไม่อมความร้อนเหมือนแบบ Pre Cast ส่วนบ้านแบบ Commercial มีการเพิ่มอิฐมวลเบาให้อีกชั้น เนื่องจากเป็นอาคารพาณิชย์ ซึ่งอาจจะมีเสียงดังมากกว่าปกติ โครงสร้างบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำให้เวลาเดินไม่มีเสียงดัง หลังคาด้านใน ทำเป็น Slope ลาดเอียงเล็กน้อย เวลาฝนตกน้ำจะได้ไม่ไหลเข้าในตัวบ้าน แต่ที่เราไม่เห็นเพราะรอบๆหลังคาก่ออิฐปิดทึบให้หน้าตาบ้านดู Modern มากขึ้น

  • แบบบ้าน Commercial – ชั้นที่ 1 ปูกระเบื้องดินเผา ที่ไม่อมความร้อนเหมือนกระเบื้องทั่วไปพร้อมประตูทุกบานเป็นไม้ของจริงสวยงาม ส่วนชั้นที่ 2,3 ปูด้วยกระเบื้องยางลายไม้ ทนความชื้นได้ดี และภายในห้องน้ำผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องดินเผา + กระเบื้องแกรนิตโต้ พร้อมอ่างหิน Terrazzo ของแท้ สวยงามดี พร้อมผนังฉาบเรียบทาสีเหลืองอมน้ำตาล (Fawn) พร้อมติดตั้งดาวน์ไลท์ที่ฝ้าเพดานมาให้ทั้งหลัง
  • แบบบ้าน Home & Garden – ชั้นที่ 1 ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้เงา 60×60 ซม. ประตูเป็นบานไม้เทียม ส่วนชั้นที่ 2,3 ปูด้วยกระเบื้องยางลายไม้ ทนความชื้นได้ดี และภายในห้องน้ำผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้เงา และพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวด้าน 60×60 ซม. ส่วนเคาน์เตอร์อ่างแบบลอยที่ติดกระเบื้องหินลาย Terrazo มาให้ นอกนั้นได้เป็นมาตรฐานเหมือนแบบ Commercial ค่ะ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : พื้นที่สวนหย่อมขนาดใหญ่บริเวณคลับเฮ้าส์ ปูพื้นหญ้ามาให้ใช้งานได้ รวมถึงรอบๆโครงการเริ่มตั้งแต่ด้านหน้าโครงการ ด้านข้างซุ้มประตู และทางเดินย่อยภายในโครงการจะปลูกต้นไม้ + ปูพื้นหญ้ามาให้ช่วยเพิ่มทัศนียภาพภายในให้ร่มรื่นมากขึ้น

สาธารณูปโภค : พื้นที่ส่วนกลางจัดมาครบตามมาตรฐาน แต่ส่วนตัวชอบดีไซน์ของตัวอาคารคลับเฮ้าส์ ที่ทำออกมาได้ดีทีเดียว บรรยากาศเหมือนอยู่ในมิวเซียม มีการเล่นแสงและเงา ที่ช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายเวลาไปใช้งานจริง นอกจากนี้ยังจัดสวนมาให้ร่มรื่นดี มีทั้งต้นดอกหญ้า และปูพื้นหญ้ามาให้ เวลาเด็กๆวิ่งเล่นจะได้ไม่เกิดการบาดเจ็บค่ะ


Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 5 – 10 ล้านบาท, 7 January 2020

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8.75/10 – อยู่ในย่านชุมชน ใกล้ทางด่วนและแหล่งความอุดมสมบูรณ์หลักของคนในย่านนี้
  • ความปลอดภัย 7.75/10 – ประตูเลื่อนไฟฟ้า+รั้วกั้นกระดกแบบ Easy Pass (สแกนทะเบียน) พร้อมรปภ.ดูแล 24 ชม และ CCTV ที่ซุ้มประตูค่ะ
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 9/10 – ดีไซน์โดนเด่น ทั้งคลับเฮ้าส์ และตัวบ้านที่ให้ Facade มาถึง 2 ด้าน
  • วัสดุ – กันสาดบริเวณที่จอด + ผ้าม่านทุกจุด + กระจกสูงเต็มผนัง + ผ้าม่านทุกหลัง
    • Commercial 8/10 – โครงสร้างก่ออิฐฉาบปูน (อิฐมวลเบา + ก่ออิฐแดง), ใช้วัสดุดินเผา พร้อมเคาน์เตอร์อ่างล่างหน้าเป็นหิน Terrazzo ของแท้, ประตูไม้จริงทั้งหลัง
    • Home&Garden 8/10 – โครงการก่ออิฐ, กระเบื้องแกรนิตโต้ พร้อมเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเป็นกระเบื้องลายหิน Terrazzo
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – มีพื้นที่สีเขียว ตั้งแต่ด้านหน้า ด้านข้างซุ้มประตู คลับเฮ้าส์ จนถึงทางเดินที่คั่นระหว่างบ้าน
  • สาธารณูปโภค 8/10 –  ขนาดไม่ใหญ่มาก พอเพียงกับจำนวนยูนิต ได้ตามมาตรฐาน
  • 8.36 / 10.00

BOTTOM LINE

Plume วัชรพล – เอกมัย เป็นโครงการทาวน์โฮมที่เหมาะกับคนที่ชอบบ้านที่มีการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นพื้นที่ใช้สอย วัสดุหลากหลาย มองหาบ้านในย่านรามอินทรา-วัชรพล ทำเลใกล้แหล่งของกิน และเดินทางสะดวกใกล้ทางด่วน มีงบประมาณ 4.7 – 7.4 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนชำระประมาณ 35,000 – 56,000 บาท/เดือน


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving