รีวิวฉบับที่ 2131 …  วันนี้พามารีวิวโครงการน้องเล็กสุดของ AP บนถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาฝั่งตะวันออก อย่าง Pleno บางนา – วงแหวน เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น จอดรถได้ 2 คัน ฟังก์ชันเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก 2 – 3 คน และยังมีส่วนกลางที่ค่อนข้างสวยเลยทีเดียว ในราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท รายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันเลย

ข้อมูลโครงการ

25 September 2020

  • Pleno Bangna – Wongwan (พลีโน่ บางนา – วงแหวน)
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
  • เนื้อที่โครงการ 25-0-76.4 ไร่ จำนวน 217 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 17.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 107 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 – 2.75 เมตร , ชั้น 2 – 2.6 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 90,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ n/a
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-180-0699

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.667206, 100.703917
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

ที่ตั้งโครงการจะอยู่บนถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก โดยถนนเส้นนี้จะเป็น Two Way หรือก็คือจะมีถนน 2 เลนที่ขับรถสวนทางกันได้ ทำให้เราเลือกเลี้ยวซ้ายเพื่อไปบางนา หรือจะเลี้ยวขวาเพื่อไปลาดกระบังก็ได้จากปากซอยโครงการเลยครับ ซึ่งแหล่งทำงานในย่านนี้ก็มีอยู่หลากหลายเลยล่ะ

ไม่ว่าจะเป็น Gemopolis ที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมอัญมณีขนาดใหญ่ แถมยังใกล้สนามบินสุวรรณภูมิก็เหมาะสำหรับคนที่ขึ้นบินบ่อยๆ หรือนักบินและแอร์โฮสเตส เป็นต้น  และยังมีอาคารสำนักงานอีกมากมายแถวๆห้าง Central บางนา รวมถึงในอนาคตก็จะมี Mega Project ของ Megabangna ที่จะมีทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม และอาคารสำนักงานเกิดขึ้นอีกมากด้วยนะครับ

นอกจากนี้ยังมีซอยลัดเชื่อมต่อไปยังถนนอื่นๆได้ โดยไม่ต้องออกไปรถติดบนถนนใหญ่ ประกอบด้วย ซอยกาญจนาภิเษก 39 ที่ไปเชื่อมต่อถนนกิ่งแก้วได้ ซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐีสามารถไปออกถนนเฉลิมพระเกียรติร.9  ไปยังสวนหลวงร.9 และถนนศรีนครินทร์ได้ รวมถึงยังสามารถใช้ซอยรามคำแหง 2 ไปยังตลาดนัมเบอร์วันราม 2 แล้วยังไปลัดออกซอยจรรยวรรธข้างๆโลตัส เพื่อไปขึ้นสะพานข้ามไปยัง Megabangna ได้อีกด้วยครับ

โดยความอุดมสมบูรณ์ที่ใกล้และสะดวกที่สุด ผมขอยกให้กับ “ตลาดเจโม” ซึ่งอยู่ในซอยกาญจนาภิเษก 39 ตรงทางเข้า Gemopolis ซึ่งมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตลาดสด ตลาดนัด และ Food Court เรียกได้ว่ามีครบเลยทีเดียว เพราะซอยนี้มีพนักงานทำงานกันอยู่เยอะมาก (เป็นหลักพันๆคน) และยังมีหมู่บ้านอื่นๆอยู่อีกด้วยครับ ยิ่งช่วงเย็นๆนะคึกคักสุดๆ

อีกเรื่องนึงที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับทำเลนี้คือ “จุดกลับรถ” เพราะการจะข้ามถนนกาญจนาฯเพื่อไปฝั่งตรงข้ามได้นั้น จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีกลับรถใต้สะพานครับ และสำหรับใครที่เคยกลับรถในย่านนี้คงจะทราบดีว่า เราต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษหน่อย (หรือดูรูปในช่วงพาร์ทการเดินทางต่อไปก็ได้นะ) โดยโครงการ Pleno บางนา – วงแหวน ก็ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างจุดกลับรถทั้ง 2 พอดี มีระยะห่างอยู่ที่ประมาณ 1.3 – 1.5 km. ครับ

ทางพิเศษและด่วน :

Image 1/2
สำหรับทางขึ้นถนนกาญจนาที่ใกล้ที่สุด หากเราต้องการไปทางพระราม 2 ก็สามารถมาขึ้นตรงเมกะบางนาได้ครับ โดยใช้ทางลัดในซอยรามคำแหง 2 ย้อนกลับมายังถนนบางนา-ตราด แล้ววนรถขึ้นทางยกระดับได้ในระยะทาง 9.3 km.

สำหรับทางขึ้นถนนกาญจนาที่ใกล้ที่สุด หากเราต้องการไปทางพระราม 2 ก็สามารถมาขึ้นตรงเมกะบางนาได้ครับ โดยใช้ทางลัดในซอยรามคำแหง 2 ย้อนกลับมายังถนนบางนา-ตราด แล้ววนรถขึ้นทางยกระดับได้ในระยะทาง 9.3 km.

การเดินทาง :

Image 1/12
ส่วนการเดินทางในวันนี้ผมก็ขับตรงมาทางถนนบางนา-ตราดเรื่อยๆ ก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางคู่ขนานถนนกาญจนาภิเษก จากนั้นจึงไปกลับรถใต้สะพานเพื่อข้ามมาฝั่งด้านขวาของถนนกาญจนา แล้วขับย้อนกลับมาประมาณ 1.3 km. ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการครับ

ส่วนการเดินทางในวันนี้ผมก็ขับตรงมาทางถนนบางนา-ตราดเรื่อยๆ ก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางคู่ขนานถนนกาญจนาภิเษก จากนั้นจึงไปกลับรถใต้สะพานเพื่อข้ามมาฝั่งด้านขวาของถนนกาญจนา แล้วขับย้อนกลับมาประมาณ 1.3 km. ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

โครงการตั้งอยู่ภายในซอยที่เป็นซอยตัน และภายในก็จะมีแต่เฉพาะโครงการบ้านของทาง AP เท่านั้น จึงค่อนข้างได้ความเป็นส่วนตัวไม่วุ่นวาย แถมถนนก็ยังดูสวยงามและร่มรื่นดีอีกด้วยครับ ซึ่ง Pleno บางนา – วงแหวน จะเข้าไปในซอยลึกประมาณ 600 m. และรอบข้างจะเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบทั้งหมด สามารถสรุปได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ : เป็นทางเข้าโครงการ ติดกับ ถนนภาระจำยอมและโครงการบ้านกลางเมือง บางนา – วงแหวน (ทาวน์โฮม 3 ชั้น)
  • ทิศใต้ : ติดกับ หมู่บ้าน Windmill Park
  • ทิศตะวันออก : ติดกับ หมู่บ้าน Windmill Park
  • ทิศตะวันตก : ติดกับ ที่ว่างและโครงการ Atoll Lanta  Resort Life (บ้านเดี่ยว 2 ชั้น)

เรามาดูบรรยากาศทำเลรอบๆโครงการกันสักนิด และนี่เป็นภาพจากวิวบนสะพานลอย ซึ่งอยู่ห่างจากซุ้มประตูโครงการประมาณ 100 m. และมีโฮมออฟฟิศอยู่ทางด้านหน้า โดยถนนกาญจนาภิเษกจะมีทางคู่ขนานอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง และสามารถขับรถสวนทางกันได้ จึงไม่ต้องเสียเวลากลับรถ เหมาะกับคนที่ต้องการไป บางนา-ลาดกระบัง-กิ่งแก้ว โดยตรงเลยจะง่ายมากๆ แต่ถ้าจะขึ้นทางด่วนหรือข้ามไปฝั่งตรงข้าม ก็จะต้องขับย้อนไป-มาไกลอยู่พอสมควร

ซึ่งโฮมออฟฟิศด้านหน้าปัจจุบันก็กำลังก่อสร้าง และตกแต่งกันอยู่เลยครับ แต่ก็แอบเห็นมีป้าย White Moose The Cafe มาติดแล้วนะ ส่วนร้านอื่นๆจะมีอะไรมาเปิดเพื่ออำนวยความสะดวกบ้างนั้น ต้องรอติดตามกันต่อไป และที่ชอบก็คือ ถนนภาระจำยอมด้านในมีการปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ทั้ง 2 ข้างทาง จึงดูค่อนข้างร่มรื่นดีทีเดียวครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดเจโม ~ 2.6 km.
  • นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี เจโมโปลิส ~ 2.7 km.
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง2 ~ 6 km.
  • ตลาดนัมเบอร์วัน ราม 2 ~ 6 km.
  • เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า บางนา ~ 7.7 km.
  • Market Village ~ 8.3 km.
  • Megabangna ~ 9.2 km.
  • รร.ราชวินิตบางแก้ว ~ 9.9 km.
  • Concordian International School ~ 10.2 km.
  • Paradise Park ~ 10.5 km.
  • Central Bangna ~ 11 km.
  • รพ. ไทยนครินทร์ บางนา ~ 11.8 km.
  • Seacon Square ~ 13.5 km.
  • ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ ~ 14.5 km.
  • สนามบินสุวรรณภูมิ ~ 14.1 km.
  • ไบเทค บางนา ~ 20.1 km.
  • Berkeley International School ~ 21.1 km

รายละเอียดโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

โครงการ Pleno บางนา – วงแหวน มีขนาด 25-0-76.4 ไร่ 271 ยูนิต ซึ่งทั้งหมดจะเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้นเพียงแค่แบบเดียวเท่านั้นครับ โดยเค้าจะแบ่งเฟสการขายออกเป็น 3 เฟสด้วยกัน และปัจจุบันก็เปิดมาถึงเฟสที่  2 ด้านในแล้ว ซึ่งเฟสที่ 1 ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนนี้จะเหลือแค่ยูนิตเดียวเท่านั้นแล้วครับ (ถ้าสนใจก็ลองไปสอบถามที่สำนักงานขายกันดูได้) ส่วนเฟสที่ 3 ที่อยู่ด้านหน้าสุดจะเปิดในอนาคต (ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นปีหน้านะ รอติดตามได้เลย)

สำหรับบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่จะอยู่ในซอยย่อย จึงมีเพื่อนบ้านร่วมซอยประมาณ 8 – 14 หลัง อีกทั้งยังหันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่รับลมได้ดี แถมแดดก็ไม่ร้อนอีกด้วย ค่อนข้างเหมาะกับลักษณะบ้านทาวน์โฮม ที่มีช่องเปิดแค่ด้านหน้ากับด้านหลังบ้านแบบนี้ครับ ส่วนบ้านอีกกลุ่มนึงที่อยู่ติดกับถนน Main ส่วนใหญ่เค้าจะหันไปทางทิศตะวันออก ซึ่งก็แดดไม่ร้อนมากอีกเช่นกัน แถมยังไม่ต้องหันหน้าชนกับเพื่อนบ้านตรงๆ และยังมีถนนหน้าบ้านที่กว้างถึง 12 m. อีกด้วย แต่ก็แลกกับจะต้องมีรถผ่านไป-มาหน้าบ้านบ่อยๆอยู่สักหน่อยครับ

อีกจุดหนึ่งที่อยากพูดถึงคือ “พื้นที่ส่วนกลาง” โดยเค้าจะวางไว้ในตำแหน่งช่วงกลางๆของโครงการ จึงทำให้บ้านในแต่ละเฟสสามารถมาใช้งานได้ไม่ยากนัก (ประมาณ 200 – 300 m.) ประกอบด้วยอาคาร Clubhouse และสวนขนาดใหญ่ ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยครับ

เริ่มที่ซุ้มประตูทางเข้าโครงการจะมีขนาดใหญ่ มีลักษณะสไตล์โมเดิร์นเรียบๆ แต่ตกแต่งด้วยแผ่นกระเบื้องโมเสคกระจกสีเงิน ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและหรูหราได้ดีทีเดียว

ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยเข้า-ออก จะใช้การสแกนป้ายทะเบียนรถ ซึ่งถ้าเป็นรถลูกบ้านเอง ประตูเหล็กเลื่อนก็จะเปิดออกให้อัตโนมัติ (เปิดช้ากว่าไม้กั้นกระดกหน่อย แต่สวยงามและแข็งแรงปลอดภัยครับ)

ส่วนถ้าเป็น Visitor ก็จะต้องแลกบัตรก่อน และพี่ยามก็จะแจ้งลูกบ้านหลังนั้นๆผ่าน Application ที่ชื่อว่าระบบ KATSAN ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานของ AP ทุกๆโครงการ นอกจากนี้ยังมีบริการด้านอื่นๆอีกดังนี้

เข้ามาด้านในเราจะเจอกับถนน Main ที่กว้าง 12 m. โดยโซนด้านหน้าที่เราเห็นเป็นพื้นที่สีเขียวอยู่นี้จะเป็นเฟสที่ 3 ซึ่งอนาคตจะมียูนิตทาวน์โฮมมาลงภายหลังครับ แต่ต้นไม้ทางซ้ายมือนี้จะยังคงอยู่เหมือนเดิมนะ

ขับรถเข้ามาจนถึงช่วงกลางของโครงการ ก็จะเจอกับพื้นที่ส่วนกลางและสำนักงานขาย โดยเราสามารถจอดรถตรงที่จอดของบ้านหลังซ้ายมือได้เลยครับ

ในส่วนของอาคาร Clubhouse  จะเป็นอาคาร 2 ชั้นสไตล์ Modern ซึ่งเราจะเห็นผนังกระเบื้องโมเสคสีเงินเหมือนกับตรงส่วนของซุ้มประตูทางเข้าเลยครับ

ซึ่งถ้าใครที่ขับรถมาใช้งาน ก็สามารถมาจอดที่ด้านหลังได้เลย จะมีอยู่ 2 ช่องจอด (อาจจะดูน้อยนะครับ แต่บ้านส่วนใหญ่ก็อยู่ในระยะที่เดินมาใช้งานได้นะ 200 – 300 m.) พร้อมกับมีทางลาดสำหรับรถเข็นอยู่ด้วย

ส่วนทางเข้าหลักจะอยู่ทางด้านข้างแบบนี้ โดยส่วนแรกที่เราจะเจอก็คือ ห้องนิติบุคคล ซึ่งอยู่ขวามือนี่เอง เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างสะดวกสำหรับการมาติดต่อธุระต่างๆครับ

เข้ามาภายในเราจะเจอกับ Highlight ของโครงการ ซึ่งก็คือช่องแสง Glass House ขนาดใหญ่ ที่ใครเห็นเป็นต้องยกมือถือมาถ่ายรูปแน่ๆเลย ส่วนด้านล่างก็จะมีพื้นที่นั่งเล่นรับลมเย็นๆได้ครับ

ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว ยังช่วยทำให้ตรงกลางอาคารสว่าง ดูโปร่งโล่งและเป็นธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย

ขวามือจะมีทางเดินแยกออกมาเป็นทางไปสระว่ายน้ำ สวน และห้องน้ำ ซึ่งโดยส่วนตัวผมคิดว่าเค้าจัดฟังก์ชันและทางสัญจรใช้งานได้ง่ายดีทีเดียว เพราะเวลาว่ายน้ำหรือเดินเล่นในสวนเสร็จ ก็สามารถมาใช้ห้องน้ำตรงนี้ได้เลย โดยไม่ต้องเดินตัดผ่านหรือรบกวนฟังก์ชันอื่น

เริ่มกันที่ห้องน้ำจะมีแยกชาย-หญิงเอาไว้ และภายในจะมีทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และห้องอาบน้ำครบ แต่จะไม่มีตู้ล็อคเกอร์มาให้เก็บของนะครับ (ต้องพกติดตัวไปเอง)

ส่วนสระว่ายน้ำจะมีพื้นที่นั่งเล่นริมสระที่อยู่ในร่มแบบนี้ ซึ่งสามารถนั่งเล่นได้เกือบตลอดทั้งวัน (เพราะอาคารหันไปทางทิศเหนือ แดดไม่ส่องเข้ามาตรงๆครับ)

ซ้ายมือเป็นสระเด็กและอ่าง Jacuzzi สามารถมานั่งแช่น้ำเล่นได้นะครับ

ส่วนขวามือจะเป็นสระใหญ่ ขนาดประมาณ 5 x 13.9 m. ซึ่งจะมีส่วนที่เป็นขั้นบันไดยาวตลอดแนวทางฝั่งขวา เอาไว้ให้นั่งเล่นพักชมวิวกันได้ด้วยนะครับ

โดยวิวที่จะได้มองออกไปก็คือสวนขนาดใหญ่นี่เอง ซึ่งปกติแล้วโครงการของ AP หลายๆแห่ง ผมมักจะเจอสระว่ายน้ำที่หันหน้าออกไปหาถนน Main ตรงๆ แต่สำหรับโครงการนี้จะเป็นสวนเต็มๆ และมีถนนผ่านแค่ด้านข้างเท่านั้น จึงทำให้เวลามาใช้งานจะรู้สึกเป็นส่วนตัวและได้วิวที่ดีมากขึ้นครับ (ปรบมือๆๆ แปะๆๆ)

ก่อนจะออกไปชมสวนด้านนอก เราขึ้นมาดูชั้น 2 ต่อกันอีกสักหน่อยนะครับ ซึ่งเค้าจะใช้เป็นบันไดวนและมีขั้นบันไดสามเหลี่ยมเยอะ ดังนั้นจึงต้องเดินระมัดระวังกันสักนิด

ชั้นบนจะเป็นห้อง Fitness ที่ตอนแรกผมเองก็สงสัยว่า…พื้นที่โล่งๆนี่คืออะไรกันนะ? ถ้าสังเกตดูดีๆที่พื้นจะมีเส้นทางเดินหรือลู่วิ่งอยู่ด้วย ซึ่งทางโครงการเค้าเรียกว่าเป็น Jogging track ก็จริงนะ แต่ในมุมมองของผมอาจไม่ถึงกับวิ่งจริงๆหรอก แต่อาจจะเหมาะกับผู้สูงอายุไว้เดินออกกำลังกายก็ได้ เพราะเป็นการเดินในอาคารที่แดดไม่ร้อนจนเกินไป

ช่องกระจกตรงกลางก็คือ Glass House ที่เราเห็นในตอนแรก ซึ่งผมคิดว่าเป็นการดีไซน์ที่สวยดี ทำให้ห้อง Fitness ชั้นบนได้แสงธรรมชาติตรงกลาง แล้วยังได้มองเห็นยอดต้นไม้เป็นธรรมชาติแบบใกล้ชิดอีกด้วย

ส่วนอีกมุมหนึ่งของห้องก็มีโซฟาไว้นั่งเล่นพักผ่อนได้ด้วยนะ

อีกด้านหนึ่งของห้องจะมีเครื่องออกกำลังกายตั้งอยู่ครับ แต่จำนวนเครื่องอาจจะไม่มากนัก มีแค่ 4 – 5  ชิ้นเท่านั้น ซึ่งถ้ามีลูกบ้านหลายๆคน เป็นคนชอบออกกำลังกายเหมือนกันล่ะก็…อาจจะไม่พอได้นะ (คงต้องกระจายไปใช้ฟังก์ชันอื่นกันบ้าง) แต่บรรยากาศดีเลยล่ะยอมรับ เพราะรอบด้านเป็นกระจกมองเห็นวิวได้รอบเลย

และนอกจากนี้อีกด้านหนึ่งตรงทางเข้าห้อง จะมีประตูกระจกเล็กๆที่สามารถออกไประเบียงภายนอกได้ด้วยครับ

ระเบียงขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ซึ่งเค้าจะวางชุดโต๊ะเก้าอี้กลางแจ้งเอาไว้ให้นั่งพักผ่อนกันได้ นอกจากนี้เรายังสามารถยืนชมวิวส่วนกลางโดยรอบได้จากตรงนี้อีกด้วยนะ

เริ่มที่ทางขวามือจะมองเห็นสระว่ายน้ำที่เราไปชมกันก่อนหน้านี้ได้หมดเลยครับ

ส่วนซ้ายมือจะเป็นสวนขนาดใหญ่ ซึ่งเดี๋ยวเราลงไปดูกันใกล้ๆดีกว่าครับ ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

ทางเดินในสวนจะมีหลายๆจุดที่เค้าใช้เป็นทางลาด ทำให้สะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นด้วยครับ

ขวามือเป็นจุดนั่งเล่นที่ลดระดับลงไป จึงไม่บังวิวของสระว่ายน้ำที่อยู่ใกล้ๆกัน แถมยังได้นั่งเล่นใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วยครับ

ถัดมาเราจะเจอกับสนามเด็กเล่น ปูด้วยพื้น Absorption ช่วยลดอาการบาดเจ็บเมื่อน้องๆหกล้ม ใกล้ๆกันจะมีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งสำหรับผู้ใหญ่ รวมถึงมีสนามบาสเก็ตบอลแบบ 3 on 3 Basketball ให้เล่นอีกด้วยครับ

นอกจากทางเดินเล่นในสวนรอบๆแล้ว ยังมีน้ำพุ จุดนั่งพัก และที่ไม่ค่อยเห็นโครงการอื่นๆมีกันเท่าไหร่ก็คือ อ่างและก๊อกน้ำแบบกลางแจ้ง ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าก็ดีนะ เพราะบางทีเราแค่จะล้างหน้าล้างมือนิดๆหน่อยๆ แต่ก็ไม่อยากที่จะต้องเดินกลับไปถึงห้องน้ำในอาคารนั่นเอง

สุดท้ายคือบรรยากาศภายในซอยที่อยู่อาศัย ก็จะมีลักษณะเป็นซอยตันแบบนี้ และมีถนนกว้าง 9 m.

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 5 x 13.9 เมตร
  • แบ่งสระเด็กพร้อมโซน Jacuzzi
  • Fitness ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 4 – 5 เครื่อง
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมประมาณ 287.5 ตร.วา
  • สนามเด็กเล่น
  • สนามบาสเก็ตบอลแบบ 3 on 3 Basketball
  • Jogging  track (หรือทางเดินออกกำลังกายบนอาคาร)
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 26 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • Access ด้วยระบบสแกนป้ายทะเบียนรถ
  • ประตูรั้วโครงการแบบ เลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
  • ระบบรักษาความปลอดภัย KATSAN มาตรฐาน AP

แบบบ้าน

สำหรับแบบบ้านโครงการนี้จะมีแค่แบบเดียวเท่านั้น คือ

  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 17.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 107 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ

จากแปลนชั้น 1 มีจุดที่น่าสนใจหลักๆคือ ด้านหน้ามีที่จอดรถ 2 คัน ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับทำเลที่ต้องใช้รถเดินทางเป็นหลักแบบนี้ ส่วนภายในก็จะมี Common area เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่เลยครับ ซึ่งให้ความรู้สึกกว้างขวางและเชื่อมต่อถึงกันดีทีเดียว แต่เราจะได้เป็นครัวเปิดนะ ทำให้เวลาประกอบอาหารจริงจัง อาจมีกลิ่นหรือควันฟุ้งอยู่ภายในบ้านได้ จึงอาจต้องไปทำครัวไทยเสริมที่หลังบ้านจะดีกว่าครับ

ส่วนชั้น 2 จะมีห้องอยู่ 3 ห้องด้วยกัน ประกอบด้วยห้อง Master Bedroom ที่อยู่ด้านหน้าบ้าน มีขนาดค่อนข้างใหญ่และไม่มีระเบียง (ที่เห็นในแปลนเป็นแค่ที่วาง Condensing Unit ของแอร์ ออกไปใช้งานไม่ได้ครับ) เพราะเค้าต้องการเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในให้เยอะที่สุด ส่วนห้องนอนอีกห้องที่อยู่หลังบ้าน และมีห้องที่เล็กที่สุด(ที่อยู่ติดกับห้องน้ำ) จะเรียกว่าเป็นห้องอเนกประสงค์นะครับ เพราะมีขนาดพื้นที่ห้องไม่ถึง 8 ตร.ม. ตามที่กฏหมายกำหนด แต่ก็สามารถใช้เป็นห้องนอนเล็กอีกห้องได้เหมือนกัน

แต่ถ้าใครมีลูกแค่คนเดียว ก็อาจนำผนังตรงกลางที่กั้นระหว่างห้องออก เพื่อเชื่อมกันเป็นห้องนอนใหญ่อีกห้องเลยก็ได้ครับ เพราะโครงการนี้จะกั้นด้วยผนังเบา ลูกสามารถอยู่ได้ตั้งแต่เด็กยันโตเลยล่ะ โดยห้องนอนทุกห้องจะต้องใช้งานห้องน้ำร่วมกันที่ด้านนอกครับ ซึ่งถ้าอยู่กัน 3 คนพ่อแม่ลูก ผมคิดว่าห้องน้ำห้องเดียวก็น่าจะเพียงพออยู่ แต่ถ้าอยู่ด้วยกัน 4 คน อาจต้องแบ่งกันลงไปใช้ห้องน้ำด้านล่างบ้าง ซึ่งเค้าก็เตรียมพื้นที่อาบน้ำไว้รองรับแล้วล่ะครับ ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันเลยดีกว่า

หน้าตาภายนอกอาคารจะเป็นสไตล์ Modern เรียบๆ และโดดเด่นที่ช่องหน้าต่างชั้น 2 จะค่อนข้างกว้างดีทีเดียวครับ ส่วนประตูรั้วก็จะเป็นบานเฟี้ยม 2 ตอน เวลาเปิดใช้งานก็ค่อนข้างประหยัดพื้นที่ดีทีเดียว แต่ก็จะมีกลอนเยอะสักหน่อย อาจใช้เวลาเปิด-ปิดมากกว่าพวกประตูบานเลื่อนครับ

หน้าบ้านกว้าง 5.5 m. ซึ่งสามารถจอดรถ 2 คันได้สบายๆ โดยพื้นจะเป็นโครงสร้างแบบ Slab on Ground คือจะวางคานกับพื้นเลย ไม่ได้ลงเสาเข็มมาให้ครับ แน่นอนว่าพื้นที่จอดรถจะทรุดตัวไวกว่าตัวบ้านอยู่สักหน่อย (แต่ก็ขึ้นอยู่กับการทรุดตัวของดินแต่ละทำเลและน้ำหนักที่บรรทุกด้วย)

ส่วนถ้าใครที่ไม่อยากจอดรถตากแดดตากฝน ก็สามารถทำหลังคากันสาดเพิ่มเติมได้ครับ โดยทางโครงการจะมีแบบก่อสร้าง ที่กำหนดวัสดุและสีเอาไว้แล้ว แต่เราจะต้องหาช่างมาทำเองนะ ทั้งนี้ก็เพื่อคุมให้รูปแบบและหน้าตาบ้านทั้งหมดในโครงการ ดูเป็นไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง

กลับมาที่บ้านตัวอย่างกันครับ ก่อนเข้าบ้านจะมี Step บันไดก่อน 1 ขั้น เอาไว้ถอด/ใส่รองเท้า และช่วยป้องกันสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปในบ้าน ส่วนประตูจะได้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่แบบ 2 ตอน อีกทั้งยังมีช่องกระจกบาน Fixed ด้านขวาแถมมาให้อีก 1 ช่อง จึงทำให้ประตูดูกว้างและโปร่งโล่งมากขึ้นครับ

กรอบบานเป็นอลูมิเนียม Powder Coat สีดำ พร้อมกระจกเขียวตัดแสง และที่เปิดประตูขนาดใหญ่ใช้งานง่าย กับมีที่ล็อค 2 จุดเพื่อความปลอดภัย

เข้ามาภายในจะเจอ Common area ขนาดใหญ่ ซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ทุกฟังก์ชันของชั้น 1 เลยครับ ทำให้รู้สึกว่าห้องนี้ดูกว้างและโปร่งโล่งดี มีความสูงฝ้าอยู่ที่ 2.75 m. ไฟของจริงจะเป็นโคมซาลาเปา ปูด้วยพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ และมีระยะดูทีวีของโซฟานั่งเล่นอยู่ที่ประมาณ 4 m. ซึ่งถ้าใครที่ชอบดูทีวีจอใหญ่ๆ 50 – 60 นิ้วนี่คงจุใจแน่นอน

ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารและครัว โดยของจริงเราจะได้เป็นพื้นที่โล่งๆเลย ซึ่งทางโครงการจะทิ้งพวกท่องานระบบเอาไว้ให้ที่ผนัง และเราต้อง Built in เคาน์เตอร์ครัวเองครับ

แต่ก็อย่างที่บอกว่าครัวเปิดแบบนี้  อาจไม่เหมาะจะทำอาหารจริงจังเท่าไหร่ ถ้ากั้นผนังเพิ่มก็จะทำให้ดูอึดอัดลงไปพอสมควร จึงอาจต้องไปทำครัวเพิ่มที่หลังบ้านแทน ส่วนถ้าใครที่ซื้อบ้านแปลงมุมล่ะก็ จะมีประตูกระจกที่เปิดออกด้านข้างบ้านได้แบบนี้ด้วยครับ ซึ่งทำให้กลางบ้านดูสว่างดีทีเดียว

และอีกด้านหนึ่งก็จะมีทั้งห้องเก็บของที่อยู่ใต้บันได ห้องน้ำ และประตูทางออกไปหลังบ้านตามลำดับ

ภายในห้องน้ำจะมีขนาดพื้นที่ใช้งานกำลังพอดี แถมยังแบ่งพื้นที่โซนอาบน้ำไว้อีกด้วย ซึ่งเราอาจต้องทำฉากกั้นอาบน้ำหรือติดผ้าม่านเพิ่มเองนะครับ ส่วนด้านหลังบานประตูก็จะมีช่องหน้าต่างเอาไว้ระบายอากาศออกไปยังหลังบ้านได้อีกด้วย

สุขภัณฑ์ภายในได้จะเป็นของ American Standard พร้อมกับฝักบัวอาบน้ำครบเลย

ส่วนหลังบ้านของจริงจะได้เป็นพื้นที่โล่งๆ พร้อมกับเทพื้นคอนกรีตมาให้นะครับ และเป็นโครงสร้างพื้นแบบ Slab on Ground เช่นเดียวกับที่จอดรถด้านหน้า ซึ่งบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งเป็น Laundry และยังแบ่งพื้นที่ครึ่งนึงทำเป็นโซนออกกำลังกายเล็กๆมาให้ดูเป็นไอเดีย

ว่าจริงๆแล้ว พื้นที่หลังบ้านเราสามารถทำได้มากกว่า 1  ฟังก์ชันนะ แต่ที่ชอบเป็นการส่วนตัวของผมก็คือ การออกแบบหลังคาครึ่งนึงให้เป็นกระจกที่มีม่านปิดแบบนี้ ซึ่งยังคงได้แสงสว่างแต่ไม่ต้องกลัวฝนนั่นเองครับ

ซึ่งบ้านของจริงเค้าจะก่อผนังรั้วระหว่างบ้านทุกๆยูนิต ให้มีความสูงและเป็นทรงจั่วแบบนี้ พร้อมกับลงเสาเข็มลึกเท่ากับตัวบ้านมาให้ด้วย สามารถรองรับน้ำหนักของหลังคาที่อาจต่อเติมครัวหลังบ้านในอนาคตได้นั่นเอง

แต่อย่างที่บอกไปครับว่า พื้นคอนกรีตหลังบ้านจะเป็น Slab on Ground ไม่ได้ลงเสาเข็มมาให้ ซึ่งอนาคตก็จะเกิดการทรุดตัวได้ง่ายกว่าตัวบ้านและรั้ว ผมแนะนำว่าพื้นหลังบ้านควรจะแยก Joint (จุดเชื่อมต่อโครงสร้าง) ออกจากตัวบ้านและรั้วครับ เพื่อที่เวลาทรุดตัวน้ำหนักพื้นจะได้ไม่ดึงโครงสร้างที่ลงเสาเข็มไปด้วยนั่นเอง

ส่วนถ้าเป็นบ้านแปลงมุมก็จะมีช่องประตู ที่สามารถเดินออกไปยังสวนข้างบ้านได้แบบนี้ครับ

โดยพื้นที่ข้างบ้านของแปลงมุมตามปกติจะกว้างอยู่ที่ 2 m. พอที่จะปลูกต้นไม้จัดสวนได้นะ แถมยังเชื่อมต่อกับประตูกระจกบริเวณโต๊ะทานอาหารก่อนหน้านี้อีกด้วย

ขึ้นบันไดมาชั้น 2 กันครับ โดยโครงสร้างบันไดจะเป็นโครงเหล็ก เวลาเดินขึ้น-ลงแรงๆ ก็จะมีเสียงและรู้สึกพื้นโปร่งๆนิดนึง แต่ก็แข็งแรงใช้งานได้ดี ปิดผิวด้านบนด้วยไม้ยางพารา แต่มีจุดที่ต้องระวังอยู่ 3 เรื่องด้วยกันคือ

  1. โถงบันไดนี้ไม่มีช่องแสงเป็นของตัวเอง เลยอาจทำให้มืดและต้องเปิดไฟทุกครั้งที่ใช้งาน
  2. ไม่มีชานพัก ตรงหัวมุมจะเป็นขั้นบันไดสามเหลี่ยม บางจังหวะอาจเหยียบได้ไม่เต็มฝ่าเท้า พยายามอย่าเดินชิดมุมด้านในนัก
  3. ไม่มีราวจับระหว่างทาง แต่จะมีให้เฉพาะชั้นบนเท่านั้น

เรามาเริ่มกันที่ห้อง Master Bedroom ที่อยู่ทางหน้าบ้านกันก่อนครับ ซึ่งภายในมีพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่มาก และกว้างเท่ากับตัวบ้าน 5.5 m. สามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานให้ครึ่งนึงเป็นเตียงนอน ส่วนอีกครึ่งนึงเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ได้นะครับ

จุดที่ผมชอบมากที่สุดของบ้านหลังนี้ก็คือ หน้าต่างบานนี้ ซึ่งปกติแล้ว Pleno สมัยก่อนเค้าจะใช้ช่องหน้าต่างบานใหญ่ๆช่องนึง และมีบาน Fixed เล็กๆอีกช่องนึงแยกมาอยู่ข้างๆใช่มั๊ยครับ แต่สำหรับโมเดลนี้เค้าเปลี่ยนหน้าต่างใหม่ ให้เป็นบานเดียวกันยาวตลอดผนังเลย จึงทำให้ดูโปร่งโล่งและยังสามารถชมวิวภายนอกได้กว้างแบบไม่มีอะไรมากั้นได้อีกด้วย

ส่วนพื้นที่ปลายเตียงก็จะมีส่วนที่ทำเป็นพื้นที่อเนกประสงค์เพิ่มเติมได้นะ ซึ่งก็แล้วแต่ Lifestyle ของแต่ละคนเลยครับ

อย่างบ้านตัวอย่างนี้เค้าจัดเป็นพื้นที่ Walk in closet สำหรับคุณผู้หญิง โดยที่ด้านหลังโต๊ะเครื่องแป้งจะมีช่องหน้าต่างอีกจุดหนึ่ง และด้านนอกก็สามารถวาง Condensing Unit ได้นะ

ถัดมาตรงกลางบ้านจะเป็นห้องน้ำครับ ซึ่งห้องนอนทุกห้องจะต้องออกมาใช้งานร่วมกัน ภายในได้สุขภัณฑ์ของ American Standard เหมือนเดิม เพิ่มเติมมาคือ Junction box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น และพัดลมดูดอากาศบนฝ้าเพดาน เพราะถ้าไม่ใช่หลังแปลงมุม ห้องน้ำห้องนี้จะไม่มีช่องหน้าต่างครับ

ติดกับห้องน้ำจะเป็นห้องอเนกประสงค์ (ไม่ใช่ห้องนอนนะครับ) เพราะเนื่องจากพื้นที่ของห้องนี้มีขนาดไม่ถึง 8 ตร.ม. ตามที่กฎหมายกำหนด แต่ก็กว้างมากพอที่จะวางเตียง 3.5 ฟุตและทำเป็นห้องนอนเล็กได้ถ้ามีลูก 2 คน หรือใครจะทำเป็นห้องอื่นๆเช่น ห้องพระ ก็ได้เหมือนกัน

ส่วนถัดมาจะเป็นห้องนอนเล็ก ที่มีขนาดใหญ่กว่าห้องเมื่อสักครู่หน่อยครับ แต่ถ้าใครที่มีลูกแค่คนเดียว และต้องการห้องที่ใหญ่กว่านี้ ก็สามารถรื้อผนังด้านข้างที่กั้นระหว่าง 2 ห้องออกได้ เพราะอย่างที่บอกว่าตรงส่วนนี้เค้าจะใช้เป็นโครงสร้างผนังเบา ทำให้ฟังก์ชันมีความยืดหยุ่น กลายเป็นว่ามีห้องนอนใหญ่ 2 ห้องเลยก็ได้ ลูกสามารถอยู่ได้ตั้งแต่เด็กยันโตเลยล่ะ

และสำหรับภาพมุมสวยๆอื่นๆของโครงการ ที่ผมถ่ายมาฝากกัน สามารถคลิกชมได้ที่ Gallery ด้านล่างนี้เลยครับ >>>

Image 1/13

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

25 September 2020

  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 17.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 107 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท
  • จองและทำสัญญา 5,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 90,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 60 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการตั้งอยู่ในตันประมาณ 600 m. บนถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก (โซนบางนา-กิ่งแก้ว) ซึ่งด้านในซอยมีแต่เฉพาะโครงการของ AP เท่านั้น จึงค่อนข้างเป็นส่วนตัว ถนนด้านหน้าจะเป็นถนน Tow Way ที่เราเลือกเลี้ยวซ้ายไปบางนา หรือเลี้ยวขวาไปลาดกระบังได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลากลับรถ แต่ถ้าต้องการข้ามถนนกาญจนาฯไปฝั่งตรงข้ามจริงๆ สำหรับทำเลนี้จะต้องใช้ความระมัดระวังกันสักหน่อยครับ (เพราะทางกลับรถค่อนข้างแคบมากๆ) และจะมีทางด่วนให้ใช้ในระยะ 7 – 10 km.

ความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการอาจมีไม่มากนัก แต่ถ้าในระยะขับรถไม่เกิน 10 นาที ถือว่ามีเยอะเลยล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นตลาดเจโม, ตลาดนัมเบอร์วันราม2, เมกาบางนา และเซ็นทรัลบางนา เป็นต้น ซึ่งคนที่เหมาะกับโครงการนี้ ก็คือคนที่ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในย่านนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ตึกสำนักงานแถวเซ็นทรัล คนที่ทำงานในห้างเมกาบางนา พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดใกล้ๆ หนุ่มสาวโรงงานเจมโมโพลิส นักบินกับแอร์โฮสเตสที่สนามบินสุวรรณภูมิ หรือแม้แต่คนที่เคยเช่าหอพักอยู่แถวๆราม 2 ก็สามารถมาซื้อบ้านเป็นของตัวเองที่ฝั่งนี้ได้เช่นกัน

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : โครงการมีทางเข้า-ออกแค่ทางเดียว ทำให้รักษาความปลอดภัยได้ง่าย มีรั้วสูง 2.5 m. และป้อม รปภ. กับกล้อง CCTV โดยการเข้า-ออกจะใช้การสแกนป้ายทะเบียนรถ และยังใช้ระบบรักษาความปลอดภัย KATSAN มาตรฐาน AP ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ Application ในมือถือ สามารถประทับตรา ให้รถ Visitor ที่อนุญาตเข้ามา หรือจะปฏิเสธผ่านมือถือก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเรียกแท็กซี่ และแจ้งให้มาช่วยเลื่อนรถที่จอดขวางหน้าบ้านก็ได้อีกด้วยครับ

การออกแบบโครงการ : จุดเด่นหลักๆของผังโครงการมีอยู่ 2 จุดด้วยกัน อย่างแรกคือตำแหน่งของ “พื้นที่ส่วนกลาง” ที่อยู่ช่วงกลางของโครงการ ทำให้บ้านในแต่ละโซนสามารถมาใช้งานได้ไม่ยากนัก (200 – 300 m.) ส่วนอีกอย่างนึงคือ “ทิศของบ้าน” ที่ส่วนใหญ่จะหันไปทางเหนือ-ใต้ สามารถรับลมได้ดี และแดดก็ไม่ส่องเข้ามาให้ร้อนจนเกินไป ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับบ้านทาวน์โฮมที่มีช่องเปิดแค่ด้านหน้ากับด้านหลังบ้านแบบนี้ครับ

การออกแบบบ้านและพื้นที่ใช้สอย : โครงการนี้มีแบบบ้านแค่แบบเดียวเท่านั้น เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้นที่จอดรถได้ 2 คัน ซึ่งก็เหมาะสมกับทำเลที่ต้องใช้รถเป็นหลักแบบนี้ ส่วนฟังก์ชันด้านล่างจะเป็น Common area ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อถึงกันหมดเลย เหมาะกับคนชอบความโปร่งโล่ง แต่ก็ไม่เหมาะที่จะทำครัวจริงจัง อาจต้องทำครัวหลังบ้านเพิ่มเติม

ส่วนห้องชั้นบนจะมี 2 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ ซึ่งถ้าเป็นครอบครัวที่มีลูก 2 คนก็อาจจะทำเป็น 3 ห้องนอนได้ครับ แต่ถ้าหากใครมีลูกแค่คนเดียวก็สามารถเอาผนังเบาตรงกลางออก เพื่อเชื่อมกันเป็นห้องนอนใหญ่อีกห้องได้เลย โดยทุกห้องนอนจะต้องออกมาแชร์ห้องน้ำร่วมกันที่ด้านนอกนะ  สรุปแล้วทาวน์โฮมนี้ก็เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก 2 – 3 คนกำลังดี และมีรถใช้ 2 คันครับ

วัสดุ : ให้มาเป็นมาตรฐานเหมาะสมกับราคา โครงสร้างบ้านเป็นระบบหล่อในที่ ซึ่งแข็งแรงทนทานแต่ยืดหยุ่น สามารถทุบและต่อเติมได้ง่าย ซึ่งถึงแม้พื้นที่จอดรถหน้าบ้านและลานซักล้างด้านหลังจะเป็นแบบ  Slab on Ground ไม่ได้ลงเสาเข็มมาให้ แต่กำแพงด้านหลังบ้านเค้าจะลงเสาเข็มมาให้ลึกเท่ากับตัวบ้านเลยครับ สามารถรองรับน้ำหนักหลังคาในอนาคตได้ สุขภัณฑ์ห้องน้ำเป็นของ American Standard พื้นชั้น 1 เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ชั้น 2 เป็นพื้นไม้ลามิเนต โครงสร้างบันไดเป็นโครงเหล็ก แต่ที่ชอบก็คือช่องหน้าต่างที่ค่อนข้างกว้างและโปร่งโล่งดีครับ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : โครงการนี้ได้ผลพลอยได้จากถนนร่วมด้านหน้า  ซึ่งมีโครงการบ้านกลางเมืองเกิดขึ้นมาแล้ว 2 – 3 ปี ทำให้มีต้นไม้ใหญ่ระหว่างทางที่ค่อนข้างร่มรื่นมากๆ ส่วนภายในโครงการถนน Main ด้านหน้าปัจจุบันยังเป็นพื้นที่สีเขียวอยู่ แต่ในอนาคตก็จะมียูนิตมาลง ซึ่งจากผังจะเห็นว่าฝั่งนึงจะปลูกต้นไม้เอาไว้เป็นส่วนต้อนรับ ทำให้ไม่แห้งแล้งจนเกินไป และพอขับมาจนถึงส่วนกลางก็จะเจอสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งดูจากพันธุ์ไม้ที่ใช้ก็จะเป็นพุ่มไม้ขนาดกลางขึ้นไป โดยในอนาคตจะโตขึ้นและน่าจะร่มรื่นมากกว่านี้ครับ

สาธารณูปโภค : ส่วนตัวคิดว่า Clubhouse ของพลีโน่ที่นี่สวยดี โดยเฉพาะ Glass House ที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งนอกจากจะได้แสงสว่างและเป็นธรรมชาติแล้ว ยังทำให้เกิดฟังก์ชันที่ไม่ค่อยได้เห็นที่ไหนอย่าง Jogging track บนชั้น 2 ที่สามารถให้ผู้สูงอายุมาเดินออกกำลังกายในร่มเย็นๆได้อีกด้วย ส่วนเครื่องออกกำลังกายอาจจะน้อยอยู่สักนิด แต่ที่ชอบอีกอย่างคือ สระว่ายน้ำที่หันหน้าเข้าหาสวน และมีถนน Main ผ่านแค่ด้านข้างเท่านั้น จึงทำให้ได้วิวที่ดีและเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสวนก็จัดออกมาได้สวยดีครับ มีทั้งสนามเด็กเล่น เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง และยังมีสนามบาสให้เล่นอีกด้วยนะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 2 – 4 ล้านบาท, 25 September 2020

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 –  ซอยตันเป็นส่วนตัว อยู่บนถนนคู่ขนานกาญจนาฯ ไม่ไกลจากตลาดและห้าง มีทางลัดให้ใช้
  • ความปลอดภัย 7.75/10 –  ประตูรั้วเลื่อน รปภ.หน้าหมู่บ้าน พร้อมกล้อง CCTV และระบบรักษาความปลอดภัย KATSAN
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 7.5/10 – มีบ้านให้เลือกแบบเดียว ฟังก์ชันยืดหยุ่น เอาผนังห้องออกเชื่อมกันได้
  • วัสดุ 7.5/10 –  เหมาะสมกับการใช้งาน โครงสร้างระบบหล่อในที่ กำแพงหลังบ้านลงเสาเข็มยาวให้
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.75/10 – ปลูกต้นไม้ที่ถนนหลักตรงทางเข้า และมีสวนอยู่กลางโครงการ
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – Clubhouse สวย ฟังก์ชันหลากหลาย ใช้งานได้ดี
  • 7.76/ 10.00

BOTTOM LINE

Pleno บางนา – วงแหวน เหมาะกับคนที่หาทาวน์โฮมบนทางคู่ขนานกาญจนาฯ และใช้ชีวิตอยู่ในย่านบางนา มีตลาดและห้างในระยะขับรถไม่ไกลนัก ชอบใช้ส่วนกลางสวยๆ มีฟังก์ชันที่หลากหลาย และต้องการทาวน์โฮมแบบ 2 ที่จอดรถ ฟังก์ชันยืดหยุ่นเอาผนังออกเพื่อเชื่อมเป็นห้องนอนใหญ่ 2 ห้องได้ โดยมีงบประมาณ 2.89 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving