รีวิวฉบับที่ 1801 ….. สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชม Galeria 64 โครงการทาวน์โฮมหรู 3 ชั้นครึ่ง พร้อมลิฟต์ส่วนตัว ที่มีจำนวนยูนิตเพียง 5 ยูนิต ตัวบ้านออกแบบมาให้มีพื้นที่ Double Space ทั้งในห้องนั่งเล่นและห้องนอนใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 305-373 ตารางเมตร ทำเลตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 64 ห่างจาก  BTS ปุณณวิถี 650 เมตร สามารถเดินทางขึ้นทางด่วนได้ง่าย เราไปชมกันค่ะ 

Fact @ 5 February 2019

  • Galeria 64 (แกลอเรีย 64)
  • บริษัท บัลโคนี่เอสเตท จำกัด
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : พระโขนง
  • เนื้อที่โครงการ 0-1-99 ไร่ จำนวน 5 ยูนิต
  • TYPE A ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง หน้ากว้าง 7 เมตร 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2+1 คัน พร้อมลิฟต์ส่วนตัว ที่ดิน 22.4-28.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 305 ตร.ม.
  • TYPE B ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง หน้ากว้าง 8 เมตร 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 4 คัน พร้อมลิฟต์ส่วนตัว ที่ดิน 47.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 373 ตร.ม.
  • ที่ดินแปลงมาตรฐาน 22.4 ตร.วาขึ้นไป
  • ราคาเริ่มต้น  20.9 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง เมษายน ปี 2561
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ มีนาคม ปี 2562
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่  
  • โทร  : 090-984-5495
  • line id: @sales_balcony

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะคะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.689227, 100.604830

แผนที่จากทางโครงการค่ะ ตัวโครงการอยู่ในซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ แยกย่อยมาจากซอยสุขุมวิท 64 ที่สามารถเชื่อมต่อไปทางพิเศษเฉลิมมหานครได้ โดยทางขึ้นทางด่วนมีระยะห่างจากโครงการ 1.25 กม. ส่วนหน้าปากซอยสุขุมวิท 64 เป็นที่ตั้งของสถานี BTS ปุณณวิถีซึ่งมีระยะห่างจากโครงการ  650 ม. ซอยนี้เป็นซอยที่เริ่มคึกคักแล้วนะคะ มีคอนโดมาขึ้นกันหลายตึกแต่ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการค่อนข้างน้อย ต้องอาศัย 7-11 และ ร้านค้า ร้านอาหารบริเวณปากซอย ถ้าออกมาถนนใหญ่สุขุมวิทมีศูนย์การค้า อย่าง Gateway เอกมัย Hypermarket อย่าง Tesco Lotus รวมไปถึงโรงพยาบาลและโรงเรียนที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 5 กม.ด้วยค่ะ

ทำเลของโครงการ Galeria 64 ตั้งอยู่ในในซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ แยกย่อยมาจากซอยสุขุมวิท 64 ซึ่งซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์เป็นซอยตัน แวดล้อมไปด้วยบ้านพักอาศัย เป็นย่านชุมชนอยุ่อาศัย แต่ก็สามารถไปเชื่อมออกเส้นทางลัดระหว่างถนนสุขุมวิทช่วงซอยสุขุมวิท 64 กับทางไปขึ้นทางด่วนซึ่งอยู่ท้ายซอยสุขุมวิท 62 ได้ เส้นทางลัดนี้เป็นที่นิยมในช่วงเวลาเร่งด่วน เนื่องจากถนนสุขุมวิทเป็นถนนที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่นสม่ำเสมอเพราะเป็นถนนเส้นหลักเส้นหนึ่งของกรุงเทพมหนครซึ่งมีอาคารสำคัญทั้งอาคารศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม รวมถึงวัดสำคัญๆ ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้จำนวนมาก แต่ถ้าใครไม่อยากเจอรถติด ก็ได้มีตัวช่วยในการเดินทางอย่างรถไฟฟ้าค่ะ โครงการนี้จึงมีทางเลือกในการเดินทางทั้งแบบใช้รถยนต์และแบบไม่ใช้รถยนต์ที่สะดวกพอใช้ได้

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถี ซึ่งสถานีกับตัวโครงการมีระยะห่าง 650 ม. ถ้าขยันเดินหน่อยก็สามารถเดินได้มีทางเท้าตลอดหรือจะใช้ตัวช่วยอย่างพี่วินมอเตอร์ไซค์ก็ได้ แต่อาจจะต้องเดินออกมาหน่อยเพื่อเรียก แต่ถ้าจะเข้าโครงการบริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 64 มีวินมอเตอร์ไซค์จอดรอรับ-ส่งอยู่ หรือใช้วิธีการเรียกรถแท็กซี่เข้าไปรับก็สะดวกดีค่ะ เพราะซอยไม่ได้ลึกหรือซับซ้อนมาก

การเดินทางโดยใช้รถยนต์สวนตัวสามารถเดินทางได้โดยผ่านถนนสุขุมวิท ถ้าต้องการเข้าเมืองไปยังถนนอโศกมนตรี สามารถออกปากซอยเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นสุขุมวิทแล้ววิ่งตรงไปได้เลย ส่วนถ้าจะออกนอกเมืองเพื่อมุ่งหน้าสู่ถนนบางนา สมุทรปราการ ก็ทำได้ไม่ยากโดยไปกลับรถบนเส้นสุขุมวิทซึ่งมีระยะห่างจากปากซอยสุขุมวิท 64 ประมาณ 200 ม. หรือถ้าต้องการเดินทางไปแหล่งงานย่านสาทร สีลม พระราม 4 ก็สามารถใช้ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยทะลุจากถนนพงษ์เวชอนุสรณ์ออกไปทางด้านหลังซอย เส้นนี้จะเชื่อมไปทางไปขึ้นทางด่วนที่ซอยสุขุมวิท 62 ค่ะแต่อย่าลืมเผื่อเวลารถติดในการเดินทางนะคะ

เนื่องจากถนนหน้าโครงการเป็นทางลัดไปขึ้นทางด่วน จึงอธิบายเส้นทางด่วนให้สักนิดค่ะ ทางด่วนด้านหลังโครงการเป็นทางด่วนเส้นเฉลิมมหานคร ซึ่งทางด่วนนี้สามารถเข้าเมืองไปได้ 2 เส้นทางได้แก่ เส้นทางทิศตะวันตก เพื่อไปย่านพระราม 3 พระราม 4 สีลม สาทร และอีกเส้นทางหนึ่งคือทางทิศเหนือ เพื่อไปย่านรามอินทรา ลาดพร้าว เกษตรนวมินทร์ ส่วนการจราจรบนทางด่วนเส้นนี้จะติดขัดมากในช่วงเวลาเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็นนะคะ เพราะเป็นทางด่วนเส้นเดียวที่เชื่อมแหล่งงานในเมืองกับย่านที่อยู่อาศัยบริเวณชานเมืองฝั่งตะวันออกเอาไว้ค่ะ การเข้าถึงโครงการโดยทางด่วนให้ลงทางด่วนสุขุมวิท 62 แล้วเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 62 แยก 1 ตรงมาเรื่อยๆ แล้วมาเลี้ยวขวาเข้าซอยสุขุมวิท 64 แยก 4แล้วเลี้ยวขวาอีกทีเข้าซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ ก็ถึงโครงการแล้วค่ะ ไม่ต้องไปผ่านเส้นสุขุมวิทหน้าเลย

เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในซอยซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ ที่แยกย่อยมาจากซอยสุขุมวิท 64 แยก 4 ซึ่งแยกนี้เป็นแยกที่ค่อนข้างเงียบสงบ โดยรอบยังคงเป็นบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่ จึงเป็นซอยที่มีความคึกคักสู้ซอยหลักอย่างซอยสุขุมวิท 64 ไม่ได้ เพราะแยกนี้เพิ่งเริ่มมีอาคารใหม่ๆที่กำลังก่อสร้าง ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพักอาศัยไม่เกิน 8 ชั้น ซึ่งต่างจากซอยหลักที่มีโครงการมาก่อสร้างตั้งแต่ 2 ปีก่อนทำให้หลายๆโครงการสร้างเสร็จและโอนกันแล้ว ความอุดมสมบูรณ์ในซอยแยกนี้จึงค่อนข้างน้อยต้องพึ่งพา 7-11 ร้านค้า ร้านอาหารในซอยเป็นหลัก แม้ว่าพื้นที่ในซอยค่อนข้างเงียบแต่เมื่อออกจากซอยมายังถนนสุขุมวิทจะพบร้านค้า อาคารตึกแถว อาคารพาณิชย์ตามเส้นทางรถไฟฟ้า รวมถึงอีกถนนหนึ่งซึ่งเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทก็มีความเจริญไม่แพ้กัน คือ ถนนบางนา-ตราด เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเล็กใหญ่ โรงพยาบาล มีโรงเรียนอยู่รอบๆในบริเวณ แต่ไม่ได้อยู่ในระยะเดิน ต้องนั่งรถยนต์ไปนะคะ

เราลองมาดูเพื่อนบ้านใกล้เคียงใกล้กับที่ตั้งโครงการในซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์กันก่อน โดยรวมเป็นบ้านพักอาศัย โฮมออฟฟิศ ค่อนข้างเงียบสงบไม่พลุกพล่าน ไม่มีอาคารสูงหรือโรงงานที่จะสร้างมลภาวะในการอยู่อาศัย อีกทั้งเป็นซอยตันจึงไม่มีรถยนต์ผ่านไปมามากนักเฉพาะคนที่อยู่ในซอยนี้เท่านั้น

แต่ถ้ามองภาพกว้างออกมาหน่อยในซอยสุขุมวิท 64 ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ที่พบล้วนแต่เป็นโครงการ Low Rise สูงประมาณ 8 ชั้น มีทั้งโครงการคอนโด เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ โครงการส่วนใหญ่จะขายไปเกือบหมด และโอนกันไปแล้ว ได้แก่ Olive Service Apartment, Sari condo ของแสนสิริ, The Link VANO ของธารารมณ์ ถัดมาช่วงกลางๆซอยเป็นโครงการ The Link condo ซึ่งตัวนี้ขายหมดไปนานแล้ว ค่อนไปทางท้ายซอยจะมีโครงการ The Room ที่ขายหมดแล้วเช่นกัน ส่วนโครงการที่อยู่สุดซอยก็เป็น Elio Del Ray ของ Ananda ท้ายซอยนี้ยังมีปั๊ม ปตท. ซึ่งมีของกินอย่างพวกร้านอาหาร ร้านกาแฟ เช่น S&P, Chester Grill, Amezon

การเดินทางมาโครงการในวันนี้จะเริ่มต้นที่ถนนสุขุมวิท ฝั่งมุ่งหน้าอ่อนนุช วิ่งตรงมาถึงสถานี BTS ปุณณวิถี แล้วมาเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 64 ตรงตามเส้นทางมาประมาณ 200 เมตร จะเจอทางสามแยก ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยสุขุมวิท 64 แยก 4 ตรงตามทางมาอีกประมาณ 270 เมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ แล้ววิ่งตรงต่อมาประมาณ 200 เมตร ที่ตั้งโครงการจะอยู่ทางขวามือ ติดริมถนนซอยสังเกตเห็นได้ชัดเจนค่ะ

การเดินทางมาโครงการในวันนี้จะเริ่มต้นที่ถนนสุขุมวิท ฝั่งมุ่งหน้าอ่อนนุช วิ่งตรงมาถึงสถานี BTS ปุณณวิถี

ตรงมาถึงสถานี BTS ปุณณวิถี ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 64 แต่ถ้าใครใช้รถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี ก็ให้เลือกลงทางลงทางออก 4 ฝั่งขวามือจะเป็นฝั่งซอยเลขคู่ ลงปากซอยสุขุมวิท 64 พอดีค่ะ

ซอยสุขุมวิท 64 อยู่ติดทางลง BTS เลยค่ะ ซอยนี้มีจุดสังเกตง่ายๆนะคะคือหน้าปากซอยจะมี Anglo Singapore International School ค่ะ

หน้าปากซอยจะมีพี่วินอยู่ทางซ้ายมือติดรั้ว Anglo Singapore International Schoolทำให้แถวนี้มีเด็กนักเรียนและพ่อแม่ชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ  ส่วนขวามือจะเป็นร้านค้าต่างๆ ทั้งร้านขายยา ร้านอาหาร เป็นจุดที่สามารถแวะซื้อของใช้ของกินก่อนเข้าไปในโครงการได้นะคะ

ถัดจากโรงเรียนนานาชาติมาจะพบรั้วโรงเรียนสีชมพูเป็นรั้วโรงเรียนพิพัฒนาซึ่งเป็นโรงเรียนประถมค่ะ ดังนั้นช่วงเวลาเช้าเย็นคงจะมีผู้ปกครองมารับ-ส่งนักเรียนจำนวนมาก ก็จะทำให้การจราจรหนาแน่นในช่วงโรงเรียนเข้าและโรงเรียนเลิกได้เหมือนกันค่ะ

ถัดจากโรงเรียนพิพัฒนาเข้ามาจะเจอ 7-11 ที่หัวมุมถนนด้านขวา อยู่ห่างจากปากซอย 200 เมตร และจากเซเว่นไปโครงการห่าง 800 เมตร ซึ่งเป็นจุดสังเกตว่าเป็นทางแยกเข้าซอยสุขุมวิท 64 แยก 4 หากเลี้ยวขวาเข้าไปในซอยนี้จะไปยังที่ตั้งโครงการ Galeria 64 แต่เราจะยังไม่เลี้ยวเข้าไปนะคะ จะพาตรงไปดูบรรยากาศในซอยหลักให้สุดก่อนนะคะ ซึ่งทางที่จะตรงไปนี้เป็นทางที่สามารถไปเชื่อมต่อซอยสุขุมวิท 66/1 และทะลุไปยังสถานี BTS อุดมสุขได้ค่ะ

ตรงเข้ามาอีกหน่อยเป็นโครงการ SARI คอนโด 8 ชั้นจากแสนสิริ จะเห็นว่าซอยนี้ส่วนมากจะเป็นโครงหาพักอาศัยตลอดสองฝั่งโดยจะเป็นคอนโด 8 ชั้นเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีรถวิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอดเวลา

ท้ายซอยเป็นสามแยกนะคะ หากเลี้ยวซ้ายจะไปซอยสุขุมวิท 66/1 ซึ่งสามารถไปออกสุขุมวิทบริเวณสถานีอุดมสุขได้ ซึ่งทางซ้ายมือนั่นเองเป็นที่ตั้งโครงการ Elioหากเลี้ยวขวาขึ้นสะพานไปทางป้ายบางจาก จะเป็นเส้นทางไปโรงกลั่นน้ำมันบางจากที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของทางด่วนค่ะ เดินมาถึงเกือบจะสุดซอยนับจำนวนคอนโดได้เยอะอยู่นะคะ ซอยนี้ช่วงเช้าและเย็นคงจะมีปริมาณรถเข้าออกไม่น้อยเลยคะ การจราจรคงค่อนข้างหนาแน่นพอสมควร

มองจากสะพานนะคะ หากตรงไปตามทางจะเป็นทางข้ามไปอีกฟากหนึ่งของทางด่วนเพื่อไปยังโรงกลั่นน้ำมันบางจาก หากเลี้ยวขวาเข้าปั๊มน้ำมันปตท.ได้เช่นกัน ซึ่งปั๊มนี้เป็นปั๊มเล็กภายในจะมีทางเดินไปเข้าปั๊มใหญ่ที่เป็นจุดพักรถของคนใช้ทางด่วน ก็สามารถหาของกิน หากาแฟทานที่ปั๊มใหญ่ได้ค่ะ

หลังจากพาไปดูบรรยากาศในซอยหลักอย่างสุขุมวิท 64 กันแล้ว เดี๋ยวเรากลับมายังเส้นทางที่จะไปที่โครงการ Galeria 64 กันต่อคะโดยเลี้ยวขวาเข้าแยก 4 ตรงสามแยกกลางซอยสุขุมวิท 64 ที่มี 7-11 เมื่อเลี้ยวเข้ามาแล้ว ฝั่งขวาจะเป็นโรงเรียนพิพัฒนา ถนนในซอยมีเส้นเหลืองตีไว้ตลอดแนวถนน ซึ่งมีความหมายว่าเป็นเส้นที่ไปทะลุอีกถนนหนึ่งได้ ไม่ใช่ซอยตัน

เข้ามาที่ถนนในซอยแยก 4 แล้ว สังเกตว่าถนนจะแคบลงกว่าซอยหลักนะคะ สำหรับการเดินเท้าในซอยจะต้องระมัดระวังรถที่วิ่งสวนไปมาหน่อยค่ะ เพราะถนนแคบและมีทางเท้าให้เดินแคบไปด้วย

ขวามือจะมีคอนโด Low Rise พี่น้องตระกูล Whizdom จาก Magnoliaค่ะ ซ้ายมือจะเป็นบ้านอยู่อาศัยซะส่วนใหญ่นะคะ ซึ่งก็มีบางหลังเปิดบ้านเป็นร้านค้าค่ะ

ตรงจากปากซอยที่มี 7-11 เข้ามาประมาณ 270 เมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์

ตรงเข้าซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ ถนนซอยจะเป็นถนนสองเลนวิ่งสวนทางกัน ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงถนนอยู่นะคะ บรรยากาศโดยรอบส่วนมากก็จะเป็นบ้านพักอาศัย และอาคารหอพัก

วิ่งตรงต่อมาจากปากซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ ประมาณ 200 เมตร ที่ตั้งโครงการจะอยู่ทางขวามือ ติดริมถนนซอยสังเกตเห็นได้ชัดเจน ตอนนี้โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จไปเยอะแล้วค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการที่ตั้งโครงการในซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ โดยภาพรวมส่วนมากเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบสูง 2-3 ชั้น และโฮมออฟฟิศ ซึ่งจะมีพื้นที่จอดรถเป็นของตนเอง บรรยากาศภาพรวมค่อนข้างเงียบสงบไม่พลุกพล่าน ไม่มีอาคารสูงหรือโรงงานที่จะสร้างมลภาวะในการอยู่อาศัย ซอยนี้จะเป็นซอยตันจึงไม่มีรถยนต์ผ่านไปมามากนักเฉพาะคนที่อยู่ในซอยนี้เท่านั้น สำหรับพื้นที่โดยรอบโครงการสรุปได้ดังนี้ค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ บ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ ถนนซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ ฝั่งตรงข้ามเป็นลานจอดรถ
  • ทิศตะวันออก ติดกับ บ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น

ทางฝั่งด้านหน้าโครงการหรือทางทิศใต้จะเป็นที่ดินเปล่าที่มีการล้อมรั้วเอาไว้ และมีกรวยพร้อมป้ายห้ามจอดรถบริเวณหน้าที่ดินนี้ทั้งแนวเนื่องจากเป็นถนนส่วนบุคคล

ติดกับที่ดินเปล่าเป็นพื้นที่จอดรถให้เช่า ถัดไปจะเป็นโฮมออฟฟิศ

ถ้ามองจากมุมสูงก็จะเห็นเป็นที่ดินเปล่าผืนใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการเราค่ะ

ทิศตะวันออกเป็นที่พักอาศัย ในซอยนี้ส่วนใหญ่เป็นบ้านดังนั้นบรรยากาศจึงเงียบสงบ

ส่วนทางทิศตะวันตกก็เป็นบ้านพักอาศัยเช่นเดียวกันค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ 

  • ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ~ 470 เมตร
  • BTS ปุณณวิถี ~ 650 เมตร
  • Anglo Singapore International School ~ 650 เมตร
  • ปิยะรมย์ สปอร์ตคลับ ~1.1 กิโลเมตร
  • Bangkok Mall ~2  กิโลเมตร
  • BITEC บางนา ~2.4  กิโลเมตร
  • Tesco Lotus อ่อนนุช ~2.6  กิโลเมตร
  • Central บางนา ~ 4.3 กิโลเมตร
  • Gateway เอกมัย ~ 4.8 กิโลเมตร
  • พาราไดซ์พาร์ค ~ 4.8 กิโลเมตร
  • ซีคอนสแควร์ ~ 5.1 กิโลเมตร
  • MEGA บางนา ~ 11.4 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Galeria 64 เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง จำนวน 5 ยูนิตดังนั้นจึงถือเป็นโครงการขนาดเล็กที่ไม่ได้เข้าจัดสรรที่ดิน (ตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไปจึงจัดสรรที่ดินได้) โครงการในลักษณะนี้จึงไม่มีพื้นที่ส่วนกลางและไม่ต้องจัดตั้งนิติบุคคล เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านทำเลใจกลางเมืองที่หาที่ดินมาทำโครงการใหญ่ๆได้ยาก ชอบโครงการที่จำนวนยูนิตไม่เยอะ และไม่เน้นการใช้พื้นที่ส่วนกลาง จากซอยสุขุมวิท 64 แยก 4 (ซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์) เข้าโครงการมาจะเป็นถนนที่ทางโครงการตัดให้บ้านทุกหลังใช้ด้วยกัน บ้านจะเรียงกันทุกหลังโดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออก แบ่งออกเป็นแปลงที่ 1-4 คือ Type A พื้นที่ใช้สอย 305 ตร.ม. ที่ดิน 22.4-28.8 ตร.วา และแปลงที่ 5 คือ Type B พื้นที่ใช้สอย 373 ตร.ม. อยู่ด้านในสุดมีที่ดิน 47.3 ตร.วา โดยจะสามารถจอดรถได้ 4 คัน

จากภาพจำลองบรรยากาศโครงการตัวบ้านจะเรียงกันเป็นแถวแบบนี้เลย โดยจะมีแปลงที่ 1 เป็น Type A แบบแปลงมุม และ แปลงสุดท้ายเป็น Type B ซึ่งจะมีพื้นที่ใช้สอยและที่ดินมากกว่าใครเพื่อน โครงสร้างของบ้านจะเป็นแบบก่ออิฐฉาบปูน ดังนั้นจึงสามารถทุบ เจาะ ต่อเติมหรือติดตั้งงาน Built-in ได้ และระหว่างบ้านแต่ละหลังทางโครงการได้ใช้ผนัง 2 ชั้นมี Air gap หรือช่องว่าง 5 ซม. ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการกันเสียง ทำให้ภายในบ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

จากซอยสุขุมวิท 64 แยก 4 เลี้ยวเข้าโครงการจะเจอกับถนนที่ทางโครงการตัดเอาไว้ให้ใช้ร่วมกัน ด้านในสุดจะเป็นบ้าน Type B

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor และ CCTV ทุกหลัง
  • ถนนหลักกว้าง  6 เมตร


Product Walkthrough

บ้านตัวอย่างในโครงการนี้มีให้ดูแบบเดียวคือ Type A พื้นที่ใช้สอย 305 ตร.ม. ที่ดิน 22.4-28.8 ตร.วา ซึ่งมีการออกแบบให้มีหน้ากว้างของตัวบ้านกว้างกว่าทาวน์โฮมทั่วๆไปคือกว้าง 7 เมตร ทำให้สามารถจอดรถได้ 2 คัน + รถเล็กๆอีก 1 คัน เอาไว้สำหรับครอบครัวที่เน้นการใช้รถยนต์เป็นหลักหรือคนที่ซื้อเพื่อปรับเป็นโฮมออฟฟิศ โดยโครงการจะติดตั้ง  Magnetic & Shock Sensor และ CCTV มาให้ทุกหลัง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง เข้ามาในบ้าน ชั้น 1 จัดฟังก์ชั่นเป็นครัวและห้องอาหาร บริเวณนี้เป็น Double Space เชื่อมต่อไปถึงชั้นลอย บรรยากาศจึงโปร่ง โล่ง มีห้องน้ำแบบ Powder room (ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ)มาให้ 1 ห้อง ตัวบ้านไม่ได้ลึกมากข้อดีคือแสงธรรมชาติจากบานหน้าต่างส่องเข้ามาได้ทั่วถึง แต่เนื่องจากพื้นที่จำกัดและทางโครงการอยากเน้นพื้นที่ใช้สอยในบ้านมากกว่า จึงไม่ได้มีห้องแม่บ้านมาให้ต้องจ้างแบบไปเช้าเย็นกลับเอาค่ะ เดี๋ยวเราจะพาขึ้นไปดูชั้นลอย โดยนอกจากบันไดแล้วทางโครงการจะมีลิฟต์มาให้บ้านทุกๆหลังด้วย

ชั้นลอยเป็นพื้นที่นั่งเล่นค่ะ ซึ่งพอยกขึ้นมาไว้ชั้นบนทำให้เราใช้งานได้อย่างเป็นส่วนตัวมากขึ้น สามารถมองวิวจากบานหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านได้ด้วย ส่วนชั้น 2 จะเป็นห้องนอน 2 ห้องที่มีห้องน้ำและพื้นที่ Walk-in Closet ในตัวแยกการใช้งานเป็นสัดส่วนไปเลย ขนาดห้องพอๆกัน ห้องที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านจะกว้างกว่าหน่อยเหมาะกับคนที่ชอบช่องแสงเยอะๆ และอยากได้พื้นที่วางโต๊ะทำงาน ส่วนห้องที่อยู่ฝั่งหลังบ้านจะเป็นส่วนตัวกว่า แต่จะมีช่องแสงแค่ 2 จุดบริเวณข้างเตียงและหน้าห้องน้ำค่ะ ชั้น 3 จัดเป็นห้องนอนใหญ่ทั้งชั้น ถึงแม้ว่าคนที่อยู่ชั้นนี้จะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเดินขึ้นบันไดเหนื่อย เพราะทางโครงการมีลิฟต์มาให้นั่นเองค่ะ ห้องนี้มีความน่าสนใจคือเป็นอีกห้องที่เป็น Double Space มีชั้นลอยด้านบน สามารถจัดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ได้เช่น ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น มี Walk-in Closet และ ห้องน้ำในตัวเช่นกัน โดยอ่างล้างหน้าจะได้แบบ His&Her และ มีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย

Facade หรือ ด้านหน้าบ้านมีการเลือกใช้วัสดุที่ทนแดด ทนฝน ใช้โทนสีที่มีความเป็นธรรมชาติ และมีการออกแบบให้มีระแนงป้องกันแสงแดด ลดการสะท้อนความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร และช่วยพรางสายตาให้คนที่อยู่ในบ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ที่จอดรถสามารถจอดได้ 2 แบบสบายๆ จริงๆสามารถจอดรถเล็กๆแบบ Mini ได้อีกคันค่ะ พื้นทางโครงการปูคอนกรีตแสตมป์มาให้ (ไม่ได้ลงเสาเข็ม) พร้อมติดตั้ง CCTV อยู่ด้านหน้าทางเข้าเลย ใครเข้า-ใครออกเห็นหมดค่ะ ทางฝั่งขวาสุดมีตู้เอาไว้เก็บรองเท้าหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ

ประตูหน้าบ้านเป็นประตูไม้วีเนียร์โอ๊ค แบบบานเปิด 2 บาน ซึ่งพอเปิดเต็มที่ทุกบานแล้วจะทำให้มีช่องเปิดขนาดใหญ่ สามารถขนของชิ้นใหญ่ๆผ่านได้ พร้อมติดตั้งตัวล็อคและอุปกรณ์ต่างๆของ Hafele

พอเข้ามาชั้นนี้จะเป็นครัวและพื้นที่รับประทานอาหาร นั่งได้ประมาณ 8 ที่นั่ง รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ได้สบายๆ ห้องน้ำ บันได และลิฟต์อยู่ทางฝั่งขวา ผนังฉาบเรียบพร้อมติด Wallpaper มาให้ พื้นเป็นแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. สำหรับแอร์ทั้งหมดทุกชั้นทางโครงการไม่ได้ให้นะคะ

ครัวทางโครงการเดินงานระบบมาให้ ของจริงจะเป็นห้องโล่งๆให้เราออกแบบได้ตามความต้องการนะคะ โดยฟังก์ชั่นการใช้งานในบ้านตัวอย่างถูกออกแบบมาเป็นครัวเปิดดังนั้นการใช้งานจะเหมาะกับการทำอาหารแบบง่ายๆ หรือซื้อเข้ามาทาน  หรือถ้าต้องการทำครัวหนักก็สามารถทำที่บริเวณหลังบ้านซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งได้ บริเวณชั้นล่างนี้เป็นพื้นที่ Double Space เชื่อมต่อกับชั้นลอยด้านบน บรรยากาศจึงดูโปร่ง โล่งและได้แสงธรรมชาติจากบานหน้าต่างเต็มที่

ฝ้าเพดานของ Double Space นี้สูงประมาณ 5.35 เมตร มองขึ้นไปด้านบนจะเป็นส่วนของชั้นลอย บ้านมาตรฐานที่เราได้จริงๆจะมีผนังกระจกแค่ครึ่งเดียวนะคะ เราสามารถหาโคมไฟสวยๆมาติดตกแต่งเพิ่มเติมได้แบบในบ้านตัวอย่าง โดยไฟที่ทางโครงการติดตั้งมาให้ทั้งหมดเป็นหลอด LED ซึ่งมีข้อดีคือประหยัดพลังงานและมีอายุการใช้งานที่มากกว่า

เนื่องจากบ้านหลังนี้เป็นแปลงมุมจึงมีประตูบานเลื่อนเพิ่มขึ้นมา สามารถออกไปข้างบ้านได้ จากมุมนี้จะเห็นว่าทางโครงการติด CCTV มาให้อีก 1 จุดบริเวณหน้าลิฟต์

ประตูบานนี้เป็นบานเลื่อนกระจก กรอบบานอลูมิเนียมสีเทาพ่นทราย ถ้าข้างบ้างจัดเป็นสวนสวยๆมองจากมุมนี้ก็จะเห็นด้วยค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้านเป็นลิฟต์ บันได และห้องน้ำเรียงกันเลย เดี๋ยวเราพาเข้าไปดูห้องน้ำก่อนนะ

ห้องน้ำชั้นนี้เป็นแบบ Powder room หรือ ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ เหมาะกับการใช้เป็นห้องน้ำส่วนกลางหรือห้องน้ำที่ใช้รับรองแขก วัสดุปูพื้นและผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้

มีอ่างล้างหน้าของ Kohler ติดตั้งวางบนเคาน์เตอร์หินอ่อน white carrara ด้านข้างมีพื้นที่เหลือสำหรับวางของใช้ได้สบายๆ

โถสุขภัณฑ์ได้ของ Kohler เช่นกัน มีระยะการใช้งานที่เหมาะสม พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆมาให้ครบ

ภายในห้องน้ำจะมีห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ พอเปิดประตูนี้ออกมาจะมีพื้นที่ประมาณในรูปด้านขวา สามารถเก็บของใช้เล็กๆน้อยๆได้ จะทำชั้นแบบในบ้านตัวอย่างก็ได้เพื่อให้การเก็บของของเราเป็นระเบียบมากขึ้น

มาต่อกันที่ลิฟต์ ผนังด้านหน้าในบ้านมาตรฐานจะไม่ได้ปูหินอ่อนมาให้นะคะ โดยลิฟต์ที่ได้เป็นของ Mitsubishi จุได้ 6 คน

ระหว่างลิฟต์กับห้องน้ำจะเป็นบันได โครงสร้างเป็นคอนกรีตฉาบเรียบทาสี ลูกนอนเป็นไม้สักพร้อมติดตั้งราวจับมาให้ด้วย โถงบันไดมีความกว้าง 95 ซม.

บันไดจะวนขึ้นมาที่ชั้นบนโดยมีชานพักเป็นระยะ โดยชานพักเป็นสี่เหลี่ยมทำให้เดินง่าย

ขึ้นมาที่โถงของชั้นลอยพื้นจะเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้

บรรยากาศโถงบันไดของชั้นลอยจะเป็นประมาณนี้ค่ะ ดูโปร่ง โล่งเพราะได้รับแสงสว่างจากชั้นล่าง กลางวันไม่ต้องเปิดไฟยังได้

จากนั้นเรากลับหลังหันมาก็จะเจอกับห้องนั่งเล่น ซึ่งพอยกขึ้นมาชั้นบนก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ห้องนี้ผนังรอบด้านเป็นกระจกจึงให้ความรู้สึกที่โปร่งเช่นเดียวกัน ห้องมีขนาดกว้างพอสมควรวางโซฟา 3 ที่นั่งแบบ L-Shape ได้ มีระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.80 เมตร

พอเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นพื้นจะเป็น Engineering Wood หนา 12 มม. Top ไม้โอ๊ค เก็บงานรอบต่อด้วยเส้นสแตนเลสดูเรียบร้อย

มองมุมนี้ก็จะเห็นว่ามีบานกระจกล้อมรอบอยู่ 3 ด้าน เราสามารถมองออกไปด้านนอกได้ และ มองลงไปที่ชั้นล่างได้ เป็นการออกแบบที่ทำให้ทุกคนในบ้านมีความเชื่อมต่อและปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

มาดูที่ช่องแสงทางฝั่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นบาน Fix แต่จะมีบานสุดท้ายเป็นบานเปิดเอาไว้เปิดระบายอากาศ

ซึ่งระบบล็อคของโครงการนี้เป็นแบบ Multipoint Lock (ล็อคหลายจุด) คือนอกจากจะล็อคตรงตัวล็อคแล้ว ยังมีด้านบนด้านล่างอีกด้วยตามที่วงไว้ในภาพ ทำให้ยากต่อการงัดแงะจากภายนอกมากขึ้น และยังมีรูเล็กๆที่กรอบบานด้านล่างสำหรับระบายน้ำ ช่วยให้ไม่มีน้ำขังเวลาฝนตกอีกด้วย

บานนี้จะเปิดออกได้ประมาณนี้ค่ะ

ถัดไปด้านหลังจะมีมุมที่สามารถทำเป็น Pantry เล็กๆได้ เอาไว้วางเครื่องชงกาแฟ เครื่องดื่ม ขนมหรือ ตู้เย็น ถ้าเรานั่งเล่นดูหนังกันอยู่อยากหาอะไรทานเบาๆก็เดินมาหยิบด้านหลังได้เลยโดยไม่ต้องลงไปที่ชั้นล่าง

ทางโครงการไม่ได้ Built-in ชุดนี้มาให้นะคะ ในบ้านตัวอย่างทำมาให้ดูว่าสามารถทำเคาน์เตอร์แบบนี้ได้

ด้านข้างจะเป็นทางออกไปที่ระเบียง ซึ่งเราสามารถออกไปยืนรับลมสูดอากาศได้

พื้นที่ระเบียงมีขนาด 2.25 x 2.00 เมตร กว้างพอสมควรเอาเก้าอี้ออกมาวางเพื่อนั่งเล่นได้ พื้นมีการลดระดับลงเพื่อกันน้ำไหลเข้ามายังตัวบ้าน หรือจะจัดมุมนี้เป็นสวนเล็กๆก็ได้ค่ะ

กลับมาที่โถงบันได ทางฝั่งขวาสุดทางโครงการจัดเป็นพื้นที่สำหรับเอาไว้ให้เป็นส่วน Service ต่างๆของตัวบ้าน มีมาให้แบบนี้ทุกชั้นค่ะ

ขึ้นไปดูต่อกันที่ชั้น 2 ค่ะ วัสดุและโครงการของบันไดเหมือนกับชั้นล่าง เราสามารถตกแต่งโถงบันไดให้มีลูกเล่นมากขึ้นได้โดยการติดรูปภาพนะคะ

บันไดเป็นรูปแบบเดียวกับชั้นล่าง แต่ชานพักมีแบ่งเป็นแบบสามเหลี่ยม เวลาเดินเร็วๆต้องระมัดระวังสะดุดนิดนึงค่ะ

พอขึ้นมาชั้น 2 จะเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง บ้านมาตรฐานจะมีประตูไม้สังเคราะห์มาให้ด้วยนะคะ

อย่างที่บอกไปว่าระหว่างบันไดในทุกๆชั้นจะมีพื้นที่ที่ทางโครงการออกแบบมาให้เป็นส่วน Service ของบ้านอย่างชั้นนี้ทำเป็นพื้นที่ซักผ้า อบผ้า ของจริงจะมีบานเลื่อนมาให้ด้วยค่ะ

เรามาดูห้องนอนกันต่อห้องนี้เป็นฝั่งหน้าบ้านซึ่งจะได้รับช่องแสงเต็มๆจากประตูและหน้าต่าง เหมาะกับคนที่ชอบชมวิวและชอบห้องนอนโปร่งๆ พื้นห้องนอนทั้งหมดเป็น Engineering Wood หนา 12 มม. Top ไม้โอ๊ค แบบเดียวกับห้องนั่งเล่น

ห้องนี้จะสามารถเปิดประตูออกไปที่ระเบียงฝั่งหน้าบ้านได้ โดยระเบียงจะกว้างประมาณ 50 ซม. พอออกไปยืนได้แต่เอาเก้าอี้ออกไปนั่งไม่ได้ ราวกันตกออกแบบมาให้เป็นกระจกทำให้ดูโปร่ง ไม่มีอะไรมาบดบังสายตา

ในบ้านตัวอย่างจัดวางเตียงเอาไว้ตรงกลาง ด้านหลังจัดเป็นพื้นที่วางโต๊ะทำงาน

ด้านหลังเตียงพอวางโต๊ะทำงานลงไปแล้วจะมีระยะห่างจากผนังพอสมควรเลยค่ะ

อีกฝั่งของห้องเป็น Walk-in Closet และห้องน้ำ พื้นที่ปลายเตียงติดตั้งชั้นวางทีวีได้ แต่ถ้าใครไม่ชอบดูทีวีสามารถจัดผนังตรงนี้เป็นโต๊ะทำงานแทนได้นะ แล้วดันเตียงไปติดผนัง ปลายเตียงก็วางโซฟาเพิ่มเติมได้

ห้องน้ำมีขนาดกว้างพอสมควร แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนแต่เราต้องไปหาฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยติดตั้งเพิ่มเองค่ะ โดยพื้นและผนังทางโครงการกรุกระเบื้องแกรนิตโต้มาให้แบบนี้เลย

อ่างล้างหน้าของ Kohler ติดตั้งวางบนเคาน์เตอร์หินอ่อน white carrara เช่นเดียวกับห้องน้ำชั้นล่าง

โถสุขภัณฑ์ได้เป็นของ Kohler วางอยู่ข้างๆพื้นที่อาบน้ำเลย ด้านหลังมี Low wall หรือผนังเตี้ยๆที่ก่อออกมา สามารถใช้วางของเล็กๆน้อยๆได้

พื้นที่อาบน้ำถ้ากั้นด้วยฉากกั้นก็จะเป็นสัดส่วนดี ระบบน้ำของที่นี่ทางโครงการเดินมาให้เป็นระบบน้ำร้อนค่ะ ผนังมีเจาะช่องเอาไว้วางสบู่ แชมพูด้วย เวลาอาบน้ำอยู่จะได้เอื้อมมาจับได้สะดวก ไม่ต้องก้มหยิบ

ห้องน้ำทุกห้องของตัวบ้านมีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน และมีการลดระดับของพื้นทั้งจากด้านนอกเข้ามายังห้องน้ำ และจากส่วนแห้งไปยังส่วนเปียก ช่วยให้เวลาใช้งานน้ำจะไม่ไหลไปโดนส่วนอื่นๆค่ะ

ข้อดีของห้องน้ำในห้องนอนทุกห้องของโครงการนี้คือมีหน้าต่างเอาไว้เปิดระบายอากาศและมีพัดลมดูดอากาศมาให้ด้วย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นและความอับชื้นของห้องน้ำได้ดี เนื่องจากทางโครงการมีแนวคิดในการออกแบบโดยใส่ใจเรื่องการใช้งานของผู้อยู่อาศัยจริง

ก๊อกจะได้เป็นของ Grohe ค่ะ

ปลั๊กไฟและสวิตซ์ไฟทั้งโครงการเป็นของ Panasonic หน้าตาแบบนี้เลย

มาดูห้องนอนอีกห้องนึง ห้องนี้จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเพราะอยู่ฝั่งหลังบ้าน วางเตียงได้แบบ King Size เช่นเดียวกัน แล้วยังมีระยะรอบเตียงให้เดินได้สบายๆโดยเฉพาะปลายเตียงจะกว้างหน่อย

มองจากมุมนี้จะเห็นช่องแสง 2 จุดของห้องนี้ อีกฝั่งหนึ่งของห้องเป็น Walk-in Closet และ ห้องน้ำ

ห้องที่จัด Walk-in Closet อยู่หน้าห้องน้ำ พอเราอาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้เลยสะดวกดี โดยตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้งทางโครงการเค้าจัดวางให้ใกล้กับหน้าต่างจะได้สะดวกต่อการใช้งาน

ห้องน้ำขนาดพอๆกันกับห้องก่อนหน้า มีหน้าต่างและพัดลมดูดอากาศ การใช้วัสดุและสุขภัณฑ์ต่างๆเหมือนกัน ห้องนี้ก็ต้องติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน

ขึ้นไปที่ชั้น 3 จะเป็นส่วนของห้องนอนใหญ่ยกชั้นเลยค่ะ พอขึ้นมาจะเจอกับโถงแบบภาพทางด้านขวาก่อน

ใครอยู่ชั้นนี้ถ้าขี้เกียจเดินก็สามารถใช้ลิฟต์ขึ้นมาได้

บริเวณหน้าลิฟต์ของทุกชั้นจะมีหน้าต่าง ซึ่งสามารถให้ความสว่างได้ในตอนกลางวัน เราแทบจะไม่ต้องเปิดไฟเลยค่ะ

ส่วนช่อง Service ของชั้นนี้ทำเป็นชั้นวางรองเท้า+กระเป๋า น่าจะถูกใจสาวๆนะคะ โครงการทำบานปิดเอาไว้ให้ด้วย ในบ้านตัวอย่างเป็นบานเฟี้ยมแต่บ้านมาตรฐานเราจะได้เป็นบานเลื่อนปิดผิวด้วยลามิเนตค่ะ

เข้ามาดูกันในห้องนอนใหญ่ซึ่งจะเจอกับ Walk-in Closet ก่อน ทางฝั่งขวาเป็นห้องน้ำ ส่วนทางฝั่งซ้ายเป็นห้องนอน พื้นบริเวณนี้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ซึ่งเหมาะสมต่อการใช้งาน เนื่องจากพอเราอาบน้ำเสร็จเดินออกมาอาจจะมีเปียกบ้าง

พอเข้ามาในห้องนอนจะเป็นพื้นที่ Double space สูง 4.35 เมตร ซึ่งเราจะได้ความโปร่งโล่งทั้งจากความสูงของฝ้าเพดานและช่องแสงด้านข้างเตียง

อีกฝั่งนึงจะเป็นทางขึ้นไปยังชั้นลอยค่ะ ห้องนี้มีระเบียงด้วยนะเดี๋ยวเราค่อยพาไปชมกัน

ห้องนี้ได้แสงสว่างทั้งจากบานหน้าต่างและประตูทางออกไประเบียงที่เป็นกระจกทั้งคู่

ระเบียงมีขนาด 3.10 x 1.70 เมตร วางเก้าอี้หรือม้านั่งตัวใหญ่ๆแบบนี้ได้สบายๆเลย พื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้นะคะ เช็ดล้างทำความสะอาดง่าย

ระเบียงตรงนี้ฝ้าจะค่อนข้างสูง ช่องแสงด้านบนคือส่วนของชั้นลอยด้านบนค่ะ

บริเวณระเบียงพอมองวิวออกไปจะเห็นวิวทางฝั่งสุขุมวิทแบบนี้ ในซอยนี้ส่วนใหญ่จะเป็นที่พักอาศัยดังนั้นจึงไม่มีอาคารสูงๆในระยะประชิด มองออกไปไม่อึดอัด

ฝ้าเพดานตรงนี้มีบางส่วนที่โปร่งนะคะ ดังนั้นถ้าฝนตกก็เปียกค่ะ สำหรับหลังคาจะมีฉนวนมาให้ด้วยจึงสามารถกันความร้อนได้ถึงแม้ว่าจะอยู่ชั้นบนสุดก็ตาม

เตียงวาง King Size ได้แบบสบายๆมีระยะเดินได้รอบเตียง

เดี๋ยวเราขึ้นไปดูที่ชั้นลอยกัน พื้นที่บริเวณนี้เราสามารถทำได้ทั้งห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่น เป็นเหมือนห้องอเนกประสงค์ที่เพิ่มเติมเข้ามา และค่อนข้างเป็นส่วนตัวเนื่องจากหลบมุมอยู่ด้านใน

บันไดทางขึ้นตรงส่วนนี้เป็นโครงเหล็ก ลูกนอนเป็นไม้สัก ซึ่งบ้านมาตรฐานจะมีราวกันตกมาให้ด้วยนะคะ

ขึ้นมาที่ชั้นบนบ้านตัวอย่างจัดเป็นห้องนั่งเล่น ดูหนัง เป็นส่วนตัวทีเดียว ฝ้าเพดานห้องนี้จะเตี้ยกว่าห้องอื่นๆหน่อยแต่เราจะได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างด้วย ดังนั้นจึงไม่มืดทึบค่ะ

บริเวณด้านหลังเราจะเห็นว่ามีช่องแสงอยู่อีก 1 จุด ช่วยให้บรรยากาศมีความโปร่งมากขึ้น

ห้องนี้วางโซฟา L-Shape ได้สบายๆค่ะ มีพื้นที่เหลือโดยรอบรวมถึงบริเวณด้านหลังด้วย

ดูชั้นบนครบแล้ว เราขอย้อนกลับมาดูที่ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่กันหน่อยค่ะ

ห้องน้ำห้องนี้ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวดูสวย สะอาดตา มีหน้าต่างเอาไว้เปิดระบายอากาศ สุขภัณฑ์ต่างๆจะอัพเกรดขึ้นนะคะ รวมถึงมีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย

อ่างล้างหน้าห้องนี้ได้แบบ His & Her สามารถใช้งานได้พร้อมกันสองคน

อ่างได้เป็นของ Kohler วางบนเคาน์เตอร์ที่กรุด้วยหิน White Carrara ด้านล่างของเคาน์เตอร์เราสามารถหาตะกร้ามาวางแบบในภาพได้นะคะ เอาไว้ใส่ผ้าเช็ดตัวหรือของใช้เล็กๆน้อยๆ เป็นการเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีก

อีกฝั่งเป็นโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำที่กั้นเป็นสัดส่วน

โถสุขภัณฑ์ห้องนี้เป็นแบบอัตโนมัติของ Kohler พร้อมด้วยอุปกรณ์ต่างๆครบครัน

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดค่อนข้างกว้างนะคะ เราสามารถเอาเก้าอี้มาวางแล้วนั่งอาบได้สบายๆเลย กระเบื้องที่ทางโครงการเลือกใช้ถ้าเป็นพื้นจะเป็นผิวด้านนะคะ ดังนั้นไม่ต้องกลัวลื่น

ฝักบัวเราได้ทั้ง Rain Shower และแบบมือจับให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ

ห้องนี้มีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วยนะคะ ของ Cristina นอนแช่ได้สวยๆ แต่เวลาขึ้นต้องก้าวขากันนิดนึงค่ะ

ฝักบัวและก๊อกเราได้หน้าตาแบบนี้ เป็นระบบน้ำร้อนค่ะ

บ้านอีกแบบหนึ่งคือ Type B เป็นบ้านหน้ากว้าง 8 เมตร 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่ดิน 47.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 373 ตร.ม. Type นี้จอดรถได้ 4 คัน ซึ่งการจัดพื้นที่ใช้สอยต่างๆจะมีความแตกต่างจาก Type A นะคะ โดยชั้น 1 จะมีทั้งพื้นที่นั่งเล่นและทานข้าวเลยค่ะ บริเวณนี้เป็น Double Space เช่นเดียวกัน ครัวเป็นครัวปิดดังนั้นจึงสามารถทำอาหารหนักๆได้ รวมถึงจะมีห้องแม่บ้านมาให้ด้วย มีห้องน้ำ 1 ห้องแบบ Powder room และ ลิฟต์ส่วนตัวเช่นเดียวกัน พอขึ้นมาที่ชั้นลอยจะกั้นเป็นห้องได้ 2 ห้องในแปลนจัดเป็นห้องออกกำลังกายและห้องนั่งเล่น เราสามารถจัดเป็นห้องทำงานได้ จริงๆทำเป็นห้องนอนก็ได้แต่อาจจะไม่ค่อยสะดวกเนื่องจากจะต้องลงไปเข้าห้องน้ำชั้นล่าง

ส่วนชั้น 2 จะแบ่งออกเป็นห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องที่มี Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว ตำแหน่งอยู่ฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้านเช่นเดียวกับ Type A ส่วนชั้น3 เป็นห้องนอนใหญ่ยกชั้น ฟังก์ชั่นคล้ายๆกับบ้านแบบก่อนหน้าคือ เป็น Double Space มีชั้นลอย มี Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว แต่พื้นที่ต่างๆจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 5 February 2019

  • TYPE A แปลงที่ 1 (แปลงมุม พร้อมตกแต่ง) พื้นที่ใช้สอย 305 ตร.ม. ที่ดิน 28.8 ตร.วา ราคา 27.9 ล้านบาท
  • TYPE A แปลงที่ 2-3 พื้นที่ใช้สอย 305 ตร.ม. ที่ดิน 22.4 ตร.วา ราคา 21.9 ล้านบาท
  • TYPE A แปลงที่ 4 พื้นที่ใช้สอย 305 ตร.ม. ที่ดิน 22.4 ตร.วา ราคา 20.9 ล้านบาท (ราคาเปิดตัว VVIP Price)
  • TYPE B แปลงที่ 5 พื้นที่ใช้สอย 373 ตร.ม. ที่ดิน 47.3 ตร.วา ราคา 30.9 ล้านบาท
  • เงินจอง 50,000 บาท
  • เงินทำสัญญา 5%
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 240,000 บาท
  • ไม่มีส่วนกลางเนื่องจากเป็นโครงการไม่ได้จัดสรร
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

Galeria 64 เป็นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่งที่มีพื้นที่ 305-373 ตารางเมตรตั้งอยู่ทำเลในเมืองย่านสุขุมวิท ใกล้รถไฟฟ้าเดินทางสะดวก ซึ่งในปัจจุบันหาที่พักอาศัยในรูปแบบของแนวราบได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากทำเลนี้มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ถ้าต้องการที่อยู่อาศัยพื้นที่เยอะๆจะเป็นลักษณะของคอนโด 3 Bedroom หรือ Penthouse มากกว่า

ทำเล – ตั้งอยู่ในซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ แยกย่อยมาจากซอยสุขุมวิท 64 มีระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี 650 ม. ซึ่งที่ตั้งโครงการจะเป็นซอยตัน แวดล้อมไปด้วยบ้านพักอาศัย เป็นย่านชุมชนอยู่อาศัย จึงเป็นทำเลที่ค่อนข้างสงบเงียบ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเป็นส่วนตัวไม่วุ่นวาย ส่วนความอุดมสมบูรณ์ในระยะใกล้ไม่ค่อยมากนัก ในช่วงกลางวันจะมีร้านอาหารบริเวณหน้าซอยสุขุมวิท 64 ติดกับโรงเรียนนานาชาติ Anglo Singapore มีเลือกหลายร้าน ส่วนบริเวณใกล้เคียงก็มีโอเอซิสอย่างปั๊ม ปตท. ที่มีร้านอาหารให้เลือกหลายร้านอยู่ท้ายซอยสุขุมวิท 64 ที่เปิดจนถึงประมาณ 3-4 ทุ่ม มี 7-11 ในระยะที่เดินมาได้ไม่ไกลมาก แต่ถ้าในระยะ 3-5 กม. โดยรอบจะมีห้างให้เลือกหลากหลายที่ถนนบางนา-ตราด มีศูนย์การค้าเล็กใหญ่ โรงพยาบาล มีโรงเรียนอยู่รอบๆในบริเวณ แต่ไม่ได้อยู่ในระยะเดิน ต้องนั่งรถยนต์ไป

การเดินทางโดยใช้รถ – จัดว่าสะดวกและมีตัวเลือกในการใช้เส้นทางสำหรับคนที่ใช้รถยนต์ เพราะมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ไม่ไกล และสามารถใช้ซอยเส้นทางลัดไปขึ้นทางด่วนโดยไม่ต้องผ่านถนนหลักเลยเลี่ยงรถติดได้ ทำให้สะดวกสำหรับผู้เดินทางด้วยทางด่วนเป็นประจำ แต่ทำเลตรงนี้ก็เป็นซอยสุขุมวิทที่ไกลจากเมืองพอสมควร การเข้าเมืองจึงมีช่วงเวลารถติดประจำต้องดูและคำนวณเวลาเดินทางดีๆด้วยนะคะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – สามารถเดินทางได้ด้วย BTS ปุณณวิถี ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 650 ม. แต่เนื่องจากโครงการอยู่ในซอยย่อยจะไม่มีรถสาธารณะผ่านเข้ามา  ถ้าขยันเดินหน่อยก็สามารถเดินออกมาได้มีทางเท้าตลอดหรือจะใช้ตัวช่วยอย่างพี่วินมอเตอร์ไซค์ก็ได้มีผ่านไปมาตรงปากซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์อยู่ตลอด แต่ถ้าจะเข้าโครงการบริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 64 มีวินมอเตอร์ไซค์จอดรอรับ-ส่งอยู่ หรือใช้วิธีการเรียกรถแท็กซี่เข้าไปรับก็สะดวกดีค่ะ เพราะซอยไม่ได้ลึกหรือซับซ้อนมาก

วัสดุ – โครงสร้างบ้านเป็นแบบก่ออิฐฉาบปูนดังนั้นจึงสามารถทุบและต่อเติมได้ โครงการได้ใช้ผนัง 2 ชั้นมี Air gap หรือช่องว่าง 5 ซม. ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการกันเสียง ส่วนหลังคามีติดตั้งฉนวนมาให้ พื้นให้กระเบื้องแกรนิตโต้และ Engineering Wood ในห้องน้ำอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ Kohler อ่างอาบน้ำ Cristina ก๊อกน้ำของ Grohe 

การออกแบบ – เป็นโครงการไม่จัดสรรที่ทำออกมาได้ดีเรื่องความเป็นส่วนตัว ทั้งการวางผังที่ไม่หันตัวบ้านออกถนนใหญ่ แต่มีการตัดถนนเข้ามาทำให้มีระยะหน้าบ้าน Facade ตัวบ้านกว้าง 7-8 เมตร สามารถจอดรถได้ 2-4 คัน อาคารมีการออกแบบให้มีระแนงป้องกันแสงแดด ลดการสะท้อนความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร และช่วยพรางสายตาให้คนที่อยู่ในบ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ภายในบ้านจัดพื้นที่แยกเป็นสัดส่วน มี Double Space ที่ชั้นล่างและห้องนอนใหญ่ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านโปร่ง แต่บ้าน Type A จะไม่มีห้องแม่บ้านเหมาะกับครอบครัวที่จ้างแม่บ้านแบบไป-กลับ ส่วน Type B จะมีพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นและมีห้องแม่บ้านเพิ่มมาด้วย

สาธารณูปโภค – เนื่องจากเป็นโครงการขนาดเล็กที่ไม่ได้จัดสรรที่ดิน จึงไม่มีสาธารณูปโภคและระบบรักษาความปลอดภัยเหมือนกับโครงการใหญ่ๆ โครงการลักษณะนี้จะได้ในเรื่องของความเป็นส่วนตัว และ ความสงบมากกว่า ส่วนสภาพโครงการโดยรวมจะขึ้นอยู่กับผู้อยู่อาศัยทั้ง 5 หลังว่าจะจัดการดูแลบ้านตัวเองอย่างไร เป็นลักษณะของลูกบ้านมาคุยกันและช่วยกันดูแลค่ะ

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 15-30 ล้านบาท, 5 February 2019

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – อยู่ในซอยสุขุมวิท64 เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าและทางด่วน
  • ความปลอดภัย 7/10 – เป็นโครงการไม่จัดสรร มีติดตั้ง Magnetic & Shock Sensor และ CCTV มาให้ 
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.75/10 – ทำออกมาได้ดีทั้ง Facade ด้านหน้า และ พื้นที่ Double Space ชั้นล่าง และ ห้องนอนใหญ่ จัดฟังก์ชั่นออกมาเป็นสัดส่วน 
  • วัสดุ 7.5/10 – เหมาะสมตามระดับของบ้าน โครงสร้างก่ออิฐฉาบปูน ผนังมี Air gap กันเสียง พื้น Engineering Wood
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ  ไม่นำมาพิจารณา เนื่องจากไม่มีส่วนกลางและสภาพโครงการขึ้นอยู่กับการดูแลของผู้อยู่อาศัยเอง
  • สาธารณูปโภค 10/10  ไม่มี ไม่นำมาพิจารณา เนื่องจากไม่มีส่วนกลางและสาธารณูปโภคใดๆ
  • 7.78 / 10.00 

BOTTOM LINE

Galeria 64 เหมาะกับคนที่มองหาบ้านใจกลางเมือง เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าและทางด่วน  ชอบโครงการที่มีจำนวนยูนิตน้อยไม่เน้นพื้นที่ส่วนกลาง อยากได้บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอย  305-373 ตร.ม. ชอบบ้านที่มีความโปร่ง Double Space มีงบประมาณ  20.9-30.9 ล้านบาท