รีวิวฉบับที่1595  สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาไปชมคอนโด Low Rise ในซอยลาดพร้าว 1 กันกับ The Elegant Ladprao1 จาก Triple Land Development บริษัท ทริพเพิล จำกัด (update 30 june 2020) จากหน้าปากซอยลาดพร้าว 1 หรือ Union Mall เข้าไปสู่โครงการมีระยะประมาณ 400 เมตร เดินทางสะดวก ใกล้ MRT สถานีพหลโยธิน ตัวโครงการมีห้องให้เลือก 3 แบบคือ 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom ขนาดประมาณ 30-40 ตร.ม. ขายแบบ Full-Furnished ( Update 8 August 2018 โครงการเปลี่ยนเป็นขายแบบ Full Fitted แล้วนะคะ) โครงการจะเป็นแบบไหน เราไปชมกันเลยดีกว่าค่ะ

Fact @ 23 May 2018

  • The Elegant Ladprao1 (ดิ อิลิแก้น ลาดพร้าว 1)
  • บริษัท ทริปเปิ้ล แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท ทริพเพิล จำกัด (update 30 june 2020)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซอยลาดพร้าว 1 แยก 4 ถนนลาดพร้าว เขต จตุจักร
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 147 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 21 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 71 คันคิดเป็น 48% รวมจอดซ้อนคันประมาณ 50% (update 30 june 2020)
  • ที่ดินประมาณ 0-3-80 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  ต้นปี 2562
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปลายปี 2562 กลางปี 2563 (update 30 june 2020)
  • 1 Bedroom 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท (ราคาโปรโมชัน)
  • 1 Bedroom Plus 37 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.78 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 39.41 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.13 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.50 เมตร ความสูงขึ้นอยู่กับตำแหน่งห้อง (update 30 june 2020)
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท (ราคาโปรโมชัน)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 110,000-140,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 084-888-8989

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.814225 , 100.5655110

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

ที่ตั้งของโครงการ The Elegant Ladprao1  นั้น ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 1 หรือซอยข้างยูเนียนมอลล์นั่นเองค่ะ ทำเลนี้จะตั้งอยู่ใกล้กับห้าแยกลาดพร้าวที่เป็นจุดตัดของถนนลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งทำให้สามารถเดินทางไปยังบางกะปิโดยใช้ถนนลาดพร้าว ไปดินแดงหรือรังสิตโดยใช้ถนนวิภาวดีรังสิต และไปอนุเสาวรีย์หรือหลักสี่ได้จากถนนพหลโยธินค่ะ นอกจากนี้จากทำเลนี้ยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังถนนรัชดาภิเษกเพื่อเดินทางไปยังย่านรัชดาฯหรือพระรามเก้า แหล่งรวมอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าได้ ซึ่งไม่ไกลเลยค่ะ

มาลองดูเส้นทางภายในซอยกันบ้าง การเดินทางมายังโครงการ The Elegant Ladprao1 นั้นสามารถเข้ามาได้จากทางถนนลาดพร้าวซอย 1 ตามทางเข้ามาจนถึงลาดพร้าว 1 แยก 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการเป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร หรือสามารถเข้ามาทางซอยพหลโยธิน 24 ได้เช่นกัน ระยะทางปากซอยพหลโยธิน 24 มายังโครงการระยะทางประมาณ 1.50 กม. นอกจากนี้ ซอยลาดพร้าว 1 นั้นเรียกได้ว่าเป็นซอยที่สามารถเชื่อมต่อไปยังซอยอื่นๆได้อีกมาก นอกจากซอยพหลโยธิน 24 แล้ว ยังสามารถใช้ไปออกยังซอยลาดพร้าว 15 หรือ ข้างศาลอาญาตรงถนนรัชดาภิเษกได้เช่นกัน(แต่ทางออกไปยังถนนรัชดาภิเษกข้างศาลอาญานั้นค่อนข้างเเคบ มีเพียงรถเล็กหรือมอเตอร์ไซค์ที่สามารถผ่านได้) ดังนั้นสำหรับคนที่ชอบการเดินทางในซอยลัด เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลารถติดของบริเวณห้าเเยกลาดพร้าวนั้น ทำเลนี้นับว่าเป็นทำเลที่มีทางเลือกค่อนข้างหลากหลายกันเลยทีเดียวค่ะ

นอกจากการเดินทางบนถนนใหญ่และซอยย่อยตามที่กล่าวมาเเล้วนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของทำเลบริเวณห้าแยกลาดพร้าวนี้ก็คือระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้าค่ะ ณ ปัจจุบัน สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการที่สุดจะเป็น MRT สถานีพหลโยธิน (จากทางออก 5 สามารถเดินเท้าเข้ามายังโครงการได้) และเราสามารถใช้ MRT เดินทางไปอีก 1 สถานไปยังสถานีจตุจักร เพื่อไปใช้บริการรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิตต่อได้ แต่สำหรับเเผนการสร้างรถไฟฟ้าในอนาคตนั้น จะมีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจาก BTS หมอชิตมายัง BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว ต่อไปยัง BTS สถานีพหลโยธิน 24 ซึ่งอยู่ในละเเวกเดียวกันเปิดให้บริการภายในปี 2563 นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีต้นสายคือสถานีรัชดา(ตรงบริเวณอาคารจอดรถใต้ดินลาดพร้าว) ซึ่งสามารถใช้เดินทางไปตามเส้นลาดพร้าว-ลำสาลี-ศรีนครินทร์-สำโรงได้ ซึ่งเมื่อสถานีต่างๆเปิดให้บริการเเล้ว ทำเลนี้คงสะดวกสบายมากขึ้นอีกเยอะเลยนะคะ แต่ระหว่างการก่อสร้างนี้คงต้องทนสภาพการจราจรที่ติดขัดกันอีกซักหน่อย

พักจากเรื่องการเดินทางต่างๆมายังสถานที่ที่น่าสนใจกันบ้าง ขึ้นชื่อว่าห้าแยกลาดพร้าวเเล้ว ต้องนับว่าเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์ทั้งสถานที่ทำงาน(ทั้งโซนพหลโยธินและวิภาวดีรังสิต) มีทั้งสำนักงานใหญ่ของไทยพาณิชย์ ปตท. ธนาคารทหารไทย การบินไทย เเละอาคารสำนักงานอีกหลายอาคารละเเวกนี้ ส่วนด้านสถานศึกษานั้นบริเวณลาดพร้าวตอนต้นนี้มีสถานศึกษาชื่อดังอย่างโรงเรียนหอวัง โรงเรียนเซนต์จอห์นและมหาลัยเซนต์จอห์น ราชภัฏจันทรเกษม หรือจะเดินทางไปยังมหาลัยเกษตรศาสตร์หรือมหาลัยหอการค้าก็ไม่ไกลมากค่ะ นอกจากนี้ตรงลาดพร้าวตอนต้นยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเเหล่งช็อปปิ้งที่มากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนียนมอลล์ บิ๊กซี โลตัส หรือจะเป็นตลาดอย่างส่วนจตุจักร ก็นับว่าสามารถเดินทางไปได้สะดวกมาก นอกเหนือไปจากนั้น บริเวณห้าเเยกลาดพร้าวยังเป็นที่ตั้งของสวนขนาดใหญ่ อย่างสวนจตุจักร สวนรถไฟที่สามารถมาออกกำลังกายหรือพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติก็ค่อนข้างสะดวกค่ะ

พูดถึงทำเลกันมาเยอะเเล้ว เราลองมาดูเส้นทางการเดินทางในครั้งนี้กันนะคะ เราจะลองเดินด้วยเท้าจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT พหลโยธินไปยังโครงการกันดู บรรยากาศเส้นทางเป็นอย่างไร ติดตามชมกันนะคะ

พอถึง MRT สถานีพหลโยธิน ให้เราหาป้ายประตูทางออก 5 เลยค่ะ

ตามทางออก 5 ออกไปเลย จะเจอซอยลาดพร้าว 1

พอเราขึ้นมาจากสถานีปุ๊ป จะเจอทางเข้าUnion Mall เลยค่ะ ตรงนี้มีตู้ Locker ให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

บรรยากาศภายนอก Union Mall ค่ะ

ข้างใน Union Mall ที่ขึ้นชื่อเลยคือเป็นแหล่งร้านค้าปลีกเสื้อผ้า มีร้านจำนวนมาก สินค้ามีทั้งขายวัยรุ่น วัยทำงาน และขายในราคาน่าคบหา นอกจากเสื้อผ้ายังมีรองเท้า กระเป๋า  รวมไปถึงโซนร้านอาหาร, โรงหนัง,  Supermarket และบริการอื่นๆอีกมากมาย อีกทั้งภายในยูเนียนมอลล์ยังมีสะพานลอยเชื่อมต่อไปยังฝั่งเซ็นทรัลลาดพร้าวได้ด้วยค่ะ

พอเดินเลย Union Mall มาจะเจอถนนลาดพร้าวซอย 1 ปากซอยมีห้างทองเยาวราช ให้เราเดินเข้าซอยไปเลย แต่สำหรับคนที่อยากทราบตำแหน่งของป้ายรถเมล์ ตรงไปประมาณ 30 เมตรก็จะมีป้ายรถเมล์ตั้งอยู่เเล้วค่ะ

เดินตรงจากปากซอยเข้ามาประมาณ 40 เมตร จะมีจุดรับ-ส่งวินมอเตอร์ไซค์อยู่ทางซ้ายมือ

ตรงมาอีกหน่อยจะเจอทางโค้งเลี้ยวขวา บริเวณทางโค้งจะเจอตึกแถวพาณิชย์หน้าตาแบบนี้

พอเลี้ยวขวาตามทางมาทั้งสองข้างทางจะคึกคักไปด้วยร้านอาหาร มีทั้งร้านอาหารเหนือ อาหารใต้ ร้านก๋วยเตี๋ยว ส้มตำและอื่นๆอีกเยอะมากตลอดถนนเลยค่ะ ถนนรถสามารถเข้า-ออกได้ทั้งสองทางสวนกัน มีมอเตอร์ไซด์วิ่งรับส่งผู้โดยสารตลอดเวลาแต่ไม่มีทางเท้านะคะ ควรระมัดระวังขณะเดินกันด้วยค่ะ

ตามทางไปจะเจอศาลเจ้าเเม่โพสพอยู่ทางขวามือ

ศาลเจ้าแม่โพสพนี้ได้รับความเคารพนับถือว่าเป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ของคนค้าขายด้วยค่ะ

ตรงมาจะเจอทางโค้งไปทางซ้าย ตรงนี้จะมี 7-eleven สองร้านตั้งอยู่ใกล้ๆกันค่ะ

ตามทางมาซ้ายมือจะเจอตลาดสวนไผ่ตรงซอยลาดพร้าว 1 แยก 3 ซึ่งมีแผงขายอาหารขายกับข้าว และมีร้านอาหารสวนไผ่ชื่อดังอยู่ด้านในนี้ค่ะ

เลยตลาดมาจะเจอ Daily Mart ตรงข้าม Daily Mart จะมีจุดให้บริการวินมอเตอร์ไซค์ตั้งอยู่ค่ะ

เลยมาจะเริ่มเป็นที่อยู่อาศัย แต่ยังมีแผงอาหารอยู่ข้างทางเรื่อยๆนะคะ ร้านอาหารเยอะมากเลย

ตรงมาเรื่อยๆเราจะเจอคอนโด Chapter One the Campus ลาดพร้าว 1 อยู่ทางขวามือค่ะ

โดยคอนโด Chapter One the Campus ลาดพร้าว 1  เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น ตั้งอยู่ข้างกับโครงการเราเลยค่ะ

แต่โครงการเราต้องเข้ามาจากซอยลาดพร้าว 1 แยก 4 นะคะ คือเมื่อเดินมาเราจะเจอ 3 แยก ให้เราเลี้ยวขวาค่ะ  สังเกตได้จากหัวมุมของ 3 แยกจะเป็นร้านอาหาร MAMA  Steak ตั้งอยู่ค่ะ

จากหน้าปากซอยลาดพร้าว 1 แยก 4 ก็ตรงเข้าไปเลยค่ะ

ร้านอาหาร Mama Steak มีขายทั้งสเต็กและสลัด ตั้งอยู่หน้าซอยเลย

ในซอยลาดพร้าว 1 แยก 4 เมื่อเข้ามาจะกลายเป็นที่พักอาศัยเป็นซะส่วนใหญ่ ทำให้ซอยนี้จะมีความเงียบสงบมากกว่าซอยลาดพร้าว 1 ที่เป็นทางหลักที่ผ่านมา ทางเข้าโครงการจะอยู่ทางขวามือ ติดกับโครงการ Chapter One the Campus ลาดพร้าว 1 เลยค่ะ

ด้านหน้าโครงการ ณ ปัจจุบันเป็น Sale Gellery สำหรับคนที่อยากมาดูห้องตัวอย่างมีที่จอดรถให้บริการข้าง Sale Gellery เลย ไม่ต้องเดิน

ที่ดินที่เห็นจาก Sale Gellery ลึกเข้าไปตรงที่จอดรถรวมไปถึงบ้านนั้น ทั้งหมดเป็นแปลงที่ดินของโครงการค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ต่อมาเรามาดูสภาพเเวดล้อมรอบๆโครงการกันบ้างนะคะ ตั้งแต่ปากซอยลาดพร้าว 1 เข้ามา ภายในซอยจะเป็นซอยที่ค่อนข้างหนาแน่นไปด้วยร้านค้า อาคารพาณิชย์ ที่พักอาศัย รวมไปถึงคอนโด Low Rise ก็มีให้เห็นอยู่กระจายๆภายในซอย โดยมีแต่ละด้านของที่ดินติดกับ

  • ทิศเหนือ – จะเป็นทางเข้าหลักของโครงการ ติดกับซอยลาดพร้าว 1 แยก 4 ตรงข้ามโครงการเป็นอาคารพักอาศัย 2-4 ชั้น
  • ทิศใต้ – ติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก – ติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ตรงทิศตะวันออกเฉียงเหนือห่างออกไปประมาณ 100 เมตร จะเป็นคอนโดมิเนียมที่มีความสูงเท่ากัน แต่ด้วยระยะทางเเละการวางอาคารเเล้ว ไม่มีผลต่อมุมมองค่ะ
  • ทิศตะวันตก – ห่างจากโครงการ Chapter One the Campus ลาดพร้าว 1 ซึ่งเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ประมาณ 12 เมตร วางแนวอาคาร เหนือ -ใต้เช่นเดียวกัน ทำให้ห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกจะมีข้อดีตรงที่ไม่ร้อน เพราะมีแนวอาคารของ Chapter One the Campus ลาดพร้าว 1 ช่วยบังแดด แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันในเรื่องวิวและความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัย

ทิศเหนือ หรือตรงข้ามทางเข้าโครงการเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น

ทิศตะวันออก ติดกับอาคารพักอาศัย 2  ชั้นและแนวตึกแถว

ทิศตะวันตก ห่างจากคอนโด Chapter One the Campus ลาดพร้าว 1 ซึ่งเป็นคอนโด Low rise สูง 8 ชั้น ประมาณ 12 เมตร โดยมีสวนหย่อมขนาดใหญ่คั่นอยู่ระหว่างอาคารทั้ง 2 ค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ยูเนียนมอลล์ ~ 450 m.
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว ~ 1.00 km.
  • บิ๊กซี  ~ 1.10 km.
  • โรงเรียนหอวัง ~ 1.30 km.
  • ศาลอาญา ~ 1.60 km.
  • ตึกซันทาวน์เวอร์ ~ 1.60 km.
  • ธนาคารทหารไทย ~ 1.70 km.
  • ตึกการบินไทย  ~ 1.80 km.
  • ตึกช้าง ~ 2.00 km.
  • เทสโก้ โลตัส ~ 2.20 km.
  • สวนจตุจักร ~ 2.30 km.
  • สวนรถไฟ ~ 2.90 km.
  • ปตท. สำนักงานใหญ่ ~ 3.10 km.
  • เมเจอร์ รัชโยธิน  ~ 3.10 km.
  • ราชภัฏจันทรเกษม ~ 3.80 km.
  • SCB Park ~ 4.20 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ The Elegant Ladprao 1 เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร มีจำนวนทั้งสิ้น 147 ยูนิต บริเวณชั้น 1 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนชั้น 2-8 เป็นห้องพักอาศัย มีชั้นดาดฟ้าเป็นที่ตั้งของสระว่ายน้ำและส่วนกลางอื่นๆ ภายในโครงการสามารถจอดรถได้ทั้งสิ้น 116 คัน โดยเเบ่งเป็นที่จอดรถ 31 คันที่ Ground Floor และ Automatic Parking อีก 85 คันจอดลงไปชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น (Update 8 August 2018 โครงการแก้ไขที่จอดรถเป็นทั้งหมด 71 คัน โดยเหลือที่จอดรถชั้นใต้ดินอยู่ 1 ชั้นค่ะ)

ที่จอดรถมีการ Update ข้อมูลใหม่หลังสร้างเสร็จเป็นรวมจอดซ้อนคันประมาณ 50% (update 30 june 2020)

ภายนอกอาคารจะถูกออกเเบบให้ดูทันสมัย โดยเน้นโทนสีขาว-เทา มีการลดทอนความเเข็งกระด้างของรูปทรงสี่เหลี่ยมด้วยลายฉลุบริเวณ Facade ที่ดูเป็นเอกลักษณ์ของโครงการ และมีออกแบบการยุบยื่นของผนังภายนอกอาคารให้อาคารมีมิติมากขึ้นค่ะ พื้นที่ส่วนกลางชั้น 1 ของโครงการจะตั้งอยู่ตรงทิศตะวันตก จะเห็นได้ว่าส่วนของ Main Lobby จะถูกออกแบบให้มีความสูงกว่าพื้นที่ส่วนอื่นๆ (Double Space) สร้างความโอ่โถงบริเวณทางเข้าของโครงการ

จากโมเดลจะเห็นว่าตัวอาคารจะถูกวางไปตามแนวลึกไปตามแนวที่ดิน ทำให้ห้องที่อยู่ทิศตะวันตกจะเป็นห้องที่ได้รับเเสงตอนบ่ายอย่างเต็มที่ แต่สำหรับที่ตั้งของโครงการเราจะมีอาคารข้างเคียงซึ่งเป็นอาคารสูง 8 ชั้นเช่นกันอยู่ข้างๆ ทำให้ช่วยบังเเดดในช่วงบ่ายๆเย็นๆได้

ทางเข้า-ออกอาคารจะถูกแบ่งออกเป็นทางเข้าออกรถยนต์และทางเข้า-ออกคนเดินเท้า โดยทางเข้าคนเดินเท้าจะอยู่ทางขวามือของภาพเเละจะถูกเข้าถึงได้ก่อน ส่วนทางเข้าที่จอดรถจะอยู่ทางซ้ายมือของภาพค่ะ โดยในส่วนของระบบรักษาความปลอดภัย ทางโครงการจะมีรปภ.คอยดูเเล 24 ชม. และกล้อง CCTV การเข้าออกที่จอดรถจะใช้เป็น Sticker ติดหน้ารถค่ะ

ส่วนกลางที่ชั้น 1 จะถูกออกแบบให้วางเรียงลึกเข้าไปค่ะ การวางผังเเบบนี้มีข้อดีตรงการเข้าถึงที่ลึกเข้าไปทำให้ส่วน Fitnessและสวนจะไม่ถูกคนภายนอกมองเข้ามาเห็นขณะใช้งานได้ค่ะ

ด้านข้างอาคารจัดเป็นสวนหย่อม มี Jogging Track สำหรับวิ่งหรือเดินออกกำลังกายรอบๆสวน

สระว่ายน้ำจะตั้งอยู่ชั้นดาดฟ้า ซึ่งเราจะไม่ค่อยเห็นคอนโด Low Rise วางผังแบบนี้เท่าไหร่นัก ซึ่งนอกจากจะได้ความเป็นส่วนตัวเวลาใช้งานแล้วยังได้วิวที่ดีกว่าการวางสระไว้ชั้นล่างอีกด้วย ตัวสระว่ายน้ำใช้เป็นระบบน้ำล้นค่ะ

ส่วนรูปแบบการวางผังที่ห้อง สำหรับห้อง 1 Bedroom จะถูกวางอยู่ทางทิศใต้เป็นส่วนมาก และเป็นห้องที่ใกล้กับตำเเหน่งลิฟท์ ส่วนห้องแบบ 1 Bedroom Plus จะมีห้องมุมทางทิศเหนือ 1 ตำแหน่ง และจะเป็นตำแหน่งกลางๆทางเดิน ส่วนแบบ 2 Bedroom นั้นจะอยู่ทางทิศเหนือของอาคารซึ่งเป็นห้องมุมมีอยู่เพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้นค่ะ

ทางทิศใต้ซึ่งเป็นทิศที่ค่อนข้างร้อน การออกแบบอาคารจึงถูกออกแบบมาค่อนข้างทึบ ทางขวามือของภาพจะเป็นตำแหน่งของทางหนีไฟ ตรงกลางเป็นตำแหน่งของทางเดิน มีหน้าต่างเพื่อเอาไว้ระบายอากาศเเละให้เเสงเข้าไปยังทางเดินค่ะ

ภาพบรรยากาศภายในส่วน Main Lobby จะถูกออกแบบมาให้มีความสูงแบบ Double Space มีความโปร่ง โล่ง เน้นใช้โทนสีขาวและ Earth Tone

ภาพบรรยากาศภายในห้อง Fitness จะเป็นห้องที่มีกระจกสองด้าน ทำให้สามารถออกกำลังกายไปด้วย ชมวิวสวนภายนอกได้ด้วยได้ค่ะ

ภาพบรรยากาศสวนของโครงการ เห็นจากภาพว่ามี Jogging track รอบสวนมาให้ด้วย สามารถใช้เดินออกกำลังกายได้ค่ะ ส่วนทางขวามือของภาพเราจะเห็นเป็นระแนงติดตั้งอยู่เป็นแนว ตรงนี้เอาไว้สำหรับกั้นที่จอดรถออกจากพื้นที่ส่วนกลางค่ะ

ภาพบรรยากาศโถงลิฟท์ของโครงการ พื้นที่ลิฟท์นี้สามารถเข้าได้จากทั้งส่วนจอดรถเเละ Lobby ค่ะ ส่วนบันไดที่เห็นนี้จะสามารถใช้เดินขึ้นไปยังส่วนWorking Space ตรงชั้น 2 ได้นะคะ

ภาพบรรยากาศสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าของอาคารค่ะ รอบๆอาคารส่วนมากเป็นอาคารสูงไม่เกิน 8 ชั้น ทำให้ชั้นดาดฟ้าสามารถเปิดมุมมองเเบบ Panorama view ได้ค่ะ

มาดูผังอาคารชั้น 1 กันบ้าง ตัวอาคารจะถูกแบ่งเป็นฝั่งพื้นที่จอดรถและพื้นที่ส่วนกลาง โดยจำนวนที่จอดรถทั้งหมดของโครงการนี้จะมี 116 คัน เป็นการจอดบนชั้น 1 ทั้งสิ้น 31 คัน และมี Automatic Parking ที่ชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้นอีกจำนวน 85 คัน พอคิดออกมาเเล้วโครงการนี้ให้ที่จอดรถประมาณ 80% ซึ่งนับว่าเป็นเปอร์เซ็นที่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว (ถ้าเทียบกับคอนโด Low Rise ในย่านนี้) (Update 8 August 2018 โครงการแก้ไขที่จอดรถเป็นทั้งหมด 71 คัน โดยเหลือที่จอดรถชั้นใต้ดินอยู่ 1 ชั้นค่ะ) ที่จอดรถมีการ Update ข้อมูลใหม่หลังสร้างเสร็จเป็นรวมจอดซ้อนคันประมาณ 50% (update 30 june 2020)
นอกจากพื้นที่จอดรถเเล้ว บนชั้น 1 ยังเป็นตำแหน่งของพื้นที่ส่วนกลาง มีLobby ,Fitness ,Locker room และสวน ตั้งอยู่เเนวลึกไปตามที่ดินของโครงการทางทิศตะวันตก การวางเเบบนี้มีข้อดีตรงที่ช่วยสร้างระยะห่างระหว่างคอนโดของ The Elegant Ladprao1 เองและคอนโด Chapter One the Campus ลาดพร้าว 1 ข้างๆซึ่งสูง 8 ชั้น ให้ห่างเพิ่มออกมาเล็กน้อย เเละพื้นที่สวนตรงนี้ยังได้ร่มเงาจากทั้งสองอาคาร ทำให้เพิ่มระยะเวลาการใช้งานในช่วงกลางวันได้ยาวนานมากขึ้นค่ะ

พื้นที่ชั้น 2-8 ของโครงการจะเป็นพื้นที่ห้องพักอาศัยทั้งหมด เนื่องจากอาคารวางเป็นเเนวลึก การวางผังห้องจึงเป็นการวางที่มีห้องทั้ง 2 ฝั่งประกบกับแนวทางเดิน บริเวณปลายสุดของทางเดินทั้งสองฝั่งมีหน้าต่าง ทำให้ทางเดินไม่มืดมากนักในช่วงกลางวัน ข้อดีของการวางผังอีกข้อคือในชั้น 2 จะมี Meeting Room อยู่บริเวณหน้าลิฟท์ และในชั้น 2-7 จะมีพื้นที่ Working Space ซึ่งในชั้น 2 จะมีผนังเป็นกระจกทำให้เห็น Lobby ชั้นล่างด้วย ส่วนชั้น 8 ที่พื้นที่ Working Space นี้จะถูกเปลี่ยนไปเป็นห้องน้ำและห้องแต่งตัวสำหรับคนใช้สระน้ำบนชั้นดาดฟ้าเเทน Working space นั้นถือว่าเป็น Function ที่เพิ่มมาให้ได้น่าสนใจนะคะ คงต้องรอดูว่าทางโครงการจะทำออกมาเป็นแบบไหน

 

มาดูชั้นดาดฟ้ากันบ้าง ทางโครงการได้ออกแบบให้บนชั้นดาดฟ้าเป็นพื้นที่ของสระว่ายน้ำ ทางขึ้นดาดฟ้านี้ต้องใช้บันไดเดินขึ้นมาจากชั้น 8 เท่านั้นนะคะ ส่วนห้องน้ำและห้องแต่งตัวจะอยู่ที่ชั้น 8 เช่นกันค่ะ โดยสระว่ายน้ำที่ดาดฟ้านั้นจะมีความกว้าง 6 เมตร ยาว 23 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร และมีระบบ Jet ให้มาด้วย  มีที่นั่งพักผ่อนอยู่ริมสระและจัดสวนบนชั้นดาดฟ้า นอกจากขึ้นมาว่ายน้ำยังสามารถออกไปนั่งพักผ่อนได้ชมวิวได้ค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Main Lobby with double space
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ขนาด 6×23 เมตร ลึก 1 เมตร
  • Sky terrace
  • ห้องออกกำลังกาย
  • สวนหย่อม
  • Jogging Track
  • Mail room
  • ห้อง Meeting Room (ห้องประชุมชั้น2)
  • Working Space
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 116 คันคิดเป็น 80% (ระบบ Auto Parking) (Update 8 August 2018 โครงการแก้ไขที่จอดรถเป็นทั้งหมด 71 คัน โดยเหลือที่จอดรถชั้นใต้ดินอยู่ 1 ชั้น หรือประมาณ 48% ค่ะ) ที่จอดรถมีการ Update ข้อมูลใหม่หลังสร้างเสร็จเป็นรวมจอดซ้อนคันประมาณ 50% (update 30 june 2020)
  • ระบบ Access Card
  • พนักงานรักษาความปลอดภัย 24 ชม. และ CCTV
  • Wifi


Product Walkthrough

ตัวโครงการมีแบบห้องให้เลือกทั้งหมด 3 แบบคือ

  • 1 Bedroom 30 ตร.ม. จำนวน 63 units ราคาเริ่มที่ 3.39 ล้านบาท(ราคาโปรโมชัน)
  • 1 Bedroom Plus 37 ตร.ม. จำนวน 77 units ราคาเริ่มที่ 4.78 ล้านบาท
  • 2 Bedroom 39.4 ตารางเมตร จำนวน 7 units ราคาเริ่มที่ 5.13 ล้านบาท

ภายในห้องจะได้ได้เฟอร์นิเจอร์มาทั้งแบบ Built-in และแบบลอยตัวของ RCD (ที่มี Shop อยู่ตรงทองหล่อ) เราไปชมกันดีกว่าค่ะว่าพื้นที่การใช้สอยของห้องแบบต่างๆเป็นอย่างไร และเราจะได้เฟอร์นิเจอร์อะไรมาพร้อมกับตัวห้องกันบ้าง

แบบเเรกที่เราจะพาไปชมกันคือแบบ 1 Bedroom 30 ตารางเมตร นะคะ สำหรับแบบนี้ ผังห้องเป็นเเนวลึก  คือเมื่อเข้ามาจะเจอพื้นที่ครัวและพื้นที่นั่งเล่นดูทีวีก่อนเลย ถัดเข้าไปจะเป็นห้องนอนที่มีขนาดห้องค่อนข้างกว้าง มี walk-in closet และห้องน้ำทางซ้ายมือตรงข้ามพื้นที่ครัวและพื้นที่ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำสามารถเข้าได้ 2 ทางทั้งจากทางห้องนอนผ่าน walk-in closet เข้ามา และอีกประตูทางเข้าห้องน้ำจะอยู่ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวเลย ซึ่งมีข้อดีคือถ้ามีแขกมาสามารถเข้าห้องน้ำได้โดยไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนของเราให้เสียความเป็นส่วนตัวค่ะ  สำหรับพื้นที่รับประทานอาหาร ไม่ได้มีพื้นที่ตายตัวแต่จะมีโต๊ะซ่อนสามารถพับออกมาจากเคาน์เตอร์ครัวขนาดประมาณ 60 x 80 cm. สามารถใช้ทานข้าวได้หรือเราจะเลือกมานั่งทานอาหารที่โซฟาได้ ทานข้าวไป ดูทีวีไปได้

ประตูทางเข้าห้องจะได้เป็นแบบ Digital Door Lock ใช้ Key Card Access เข้ามา พอเข้ามาภายในห้องสิ่งเเรกที่เจอจะเป็นพื้นที่ส่วนครัวและพื้นที่ส่วนนั่งเล่นก่อนเลย ทางโครงการจะมีตู้เก็บรองเท้าไว้ให้ตรงซ้ายมือทางเข้า ติดกับประตูเข้าห้องน้ำ ส่วนทางขวาเป็นเคาน์เตอร์ครัว และโซฟาค่ะ ภายในห้องระดับฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.50 เมตร ทุกห้องได้เป็นฝ้าเรียบ ไฟได้แบบ Downlight ส่วนตัวพื้นจะได้วัสดุเป็นพื้นกระเบื้องยางลายไม้

ตู้รองเท้าที่ให้มาพร้อมกับตัวห้องเป็นตู้ Built-in กว้าง 60 ซม. ลึก 30 ซม. ข้างในสามารถเก็บรองเท้า และเก็บของเล็กๆน้อยๆด้านบนได้ หน้าบานเป็นกระจก สามารถตรวจเช็คตัวเองอีกครั้งก่อนออกจากห้องได้ ขอบกระจกและมือจับ ใช้วัสดุเป็น Stainless  Hi-gross สี Rose Gold ที่ดูสวยแปลกตาไปจาก Stainless โดยทั่วๆไปค่ะ

หันกลับมาอีกฝั่งจะเป็นพื้นที่ครัว ตรงนี้จะเป็นครัวเปิดนะคะ สามารถวางตู้เย็น อ่างล้างจาน เตา และเครื่องซักผ้าได้

ชุดนี้ Built-in มาให้ทั้งชุด ด้านในมีช่องเก็บของให้แบบนี้ ตัววัสดุที่ให้มาปิดผิวด้วยเมลามีนลายไม้ top และผนังส่วนเคาน์เตอร์ให้เป็นหินสังเคราะห์สีขาว

ชุดบนเก็บขอบด้วย Stainless สี Rose Gold ค่ะสามารถวางไมโครเวฟและเก็บอุปกรณ์ครัวได้

ชุดล่างกว้างประมาณ 1.50 เมตร มีพื้นที่เตรียมอาหารเเละวางเตาประมาณ 1.00 เมตร

ตัวอ่างล้างจานได้แบบนี้ ขนาดอ่างประมาณ 40×40 ซม. ของ Teka

เตาที่ให้เป็นเตาไฟฟ้าลอยตัวนะคะ เผื่อคนที่ต้องการพื้นที่เคาน์เตอร์สำหรับเตรียมอาหาร ก็สามารถยกเตาเข้า-ออกเพื่อเพิ่มลดพื้นที่ได้ค่ะ และเจ้าของห้องสามารถใช้ทำสุกี้หรือปิ้งย่างได้ด้วย

ด้านบนมีเครื่องดูดควันของ Teka มาให้ค่ะ

มือจับและขอบของบานเปิดเป็นStainless สี Rose Gold

ถัดจากส่วนครัวมาจะเป็นพื้นที่ส่วนนั่งเล่นนะคะ  ตรงส่วนนี้ทางเดินระหว่างโซฟากับชั้นวางทีวีกว้างประมาณ 1.40 ม. ระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2 เมตรสำหรับพื้นที่ตรงนี้เราอาจมีโต๊ะพับเก็บเล็กๆมาวางไว้หน้าโซฟาเพื่อใช้เป็นที่นั่งกินข้าว ดูทีวีไปพร้อมๆกันได้ พื้นที่ตรงนี้ไม่ติดกับหน้าต่างภายนอกอาคารเลย ทำให้เราต้องเปิดไฟใช้ในเวลากลางวันหรือเราสามารถประตูห้องนอนเพื่อให้เเสงเข้ามายังพื้นที่ส่วนนี้ของห้องได้เช่นกันค่ะ

พื้นที่จากขอบเคาน์เตอร์ไปยังผนังหน้าห้องนอนกว้างประมาณ 1.55 เมตร สามารถวางโซฟาเเบบ 2 ที่นั่งได้ค่ะ

ตรงข้างโซฟาจะมี Built-in ชั้นวางทีวีให้ ส่วนที่ยาวสุดขนาดจะอยู่ที่ประมาณ 1.85 เมตร ชั้นลึก 30 ซม. ข้างๆชั้นวางนี้จะเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ

ด้านล่างสามารถใช้เก็บของหรือเก็บรองเท้าเพิ่มได้นะคะ ตัววัสดุเหมือนเดิมค่ะ

มาดูห้องน้ำกันบ้างค่ะ ห้องน้ำจะสามารถเข้าได้ 2 ทาง ทั้งจากส่วนครัวและเข้าจากทางห้องนอนผ่านทางห้องแต่งตัวค่ะ ตัวสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะถูกวางชิดผนังฝั่งในหมดเลย ภายในห้องน้ำมีพัดลมดูดอากาศให้มาด้วยนะคะ

ภายในห้องน้ำมีการลดระดับลงไปกันน้ำไหลย้อนออกนอกห้องน้ำ วัสดุภายในห้องน้ำทั้งพื้นและผนังจะเป็นกระเบื้องเเกรนิตโต้

ตัวอ่างล้างหน้าจะได้แบบนี้เลย ทั้งกระจกส่องหน้าและเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า

ขอบกระจกโค้ง ทำให้เวลาใช้งานเปิด-ปิดบานไม่เกิดอันตราย และสะดวกต่อการจับบานเปิด-ปิดค่ะ

มีพื้นที่เก็บของทั้งหลังกระจกและใต้อ่างล้างมือค่ะ พื้นที่หลังกระจกเงาเป็นชั้นวางกระจก ทำให้สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

อ่างล้างมือได้ของ Cristina รูปแบบอ่างมีพื้นที่สำหรับวางของตรงขอบอ่างได้เล็กน้อยค่ะ ขนาดอ่างอยู่ที่ประมาณ 46×60 ซม.

ตัวโถสุขภัณฑ์ได้ของ Cristina เช่นกันค่ะ จะเห็นว่าพื้นที่ข้างๆโถค่อนข้างแคบทำให้เวลานั่งเเล้วเอื้อมมือไปหยิบสายชำระอาจจะลำบากนิดนึง แต่ในห้องจริงขนาดจะกว้างกว่านี้อีกประมาณ 10 cm.ค่ะ

พื้นที่อาบน้ำมีฉากกั้นให้ เป็นฉากกันอาบน้ำกระจกของ Cristina เวลาใช้งานจึงเป็นสัดส่วนไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะไหลไปโดนส่วนแห้งค่ะ

มือจับฉากกั้นอาบน้ำได้เเบบนี้ ใช้แขวนผ้าเช็ดตัวได้

พื้นที่ส่วนอาบน้ำมีขนาด 85 x 120 ซม. ใหญ่กว่ามาตรฐานเวลาใช้งานสามารถหมุนตัวหยิบจับอะไรได้สะดวกค่ะ

ชุดฝักบัวอาบน้ำได้แบบนี้ มี Rain Shower มาให้ด้วย ตัวฝักบัวอาบน้ำและอ่างล้างมือทางโครงการมีระบบน้ำร้อนเตรียมไว้ให้ใช้ด้วยค่ะ สำหรับที่วางสบู่และอุปกรณ์อาบน้ำภายใน ทางโครงการไม่ได้มีมาให้ เราสามารถก่อชั้นวางเล็กๆเข้ามุมหรือเลือกซื้อมาติดตั้งได้ค่ะ

ต่อจากห้องน้ำเรามาดูห้องนอนกันบ้าง ประตูทางเข้าห้องนอนจะอยู่ติดกับส่วนนั่งเล่นค่ะ

พอเข้ามาถึงเราจะเจอกับชั้นวางหนังสือและชั้นวาง TV ทางขวามือ เเละพื้นที่เตียงนอนอยู่ทางซ้ายมือ มีประตูบานเลื่อนกระจก 2 ตอนเปิดออกไปสู่ระเบียง ภายในห้องได้ประตูที่สูง 2.40 เมตรเลย ทำให้ห้องสว่างมากค่ะ

การออกแบบผังของโครงการจะเน้นพื้นที่ภายในห้องนอน จึงทำให้ห้องนอนมีขนาดกว้างมาก มุมห้องฝั่งหัวเตียงมีพื้นที่ Work station ไว้ให้สำหรับนั่งทำงานเพิ่มเข้ามาด้วยค่ะ

ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงนอนเเบบ King Size ได้ ตัวเตียงเป็นBuilt-inและมีฟูกมาให้ มีพื้นที่สำหรับเก็บของอยู่ใต้เตียง เปิดเข้าออกได้จากทางปลายเตียง หัวเตียงออกแบบให้ตามภาพที่เห็น สามารถซ่อนไฟ LED ไว้ได้ด้านหลัง เกิด indirect light สร้างบรรยากาศผ่อนคลายภายในห้องนอนมากขึ้น

หัวเตียงทั้งสองฝั่งมีโต๊ะหัวเตียงขนาดประมาณ 35 x 50 ซม.มาให้ มีลิ้นชักไว้เก็บของด้วยค่ะ พื้นที่ข้างเตียงฝั่งนี้จะติดกับทางเข้า Walk-in closet เหลือทางเดินข้างเตียงประมาณ 60 ซม.

พื้นที่ข้างเตียงอีกฝั่งกว้างประมาณ 80 ซม.มีพื้นที่สำหรับ Work Station อยู่ค่ะ

ตัว Work Station จะเป็น Built-in โต๊ะทำงาน หันหน้าเข้าหน้าต่าง หน้าต่างเป็นบานเลื่อน 2 ตอนค่ะ

Work Station มีขนาดประมาณ 1.60×0.40 เมตร

มีลิ้นชักและช่องเก็บของให้มากับชุดนี้ด้วยค่ะ

ทางเดินระหว่างปลายเตียงไปถึงชั้นวางทีวีมีขนาดกว้างประมาณ 1.40 เมตร สำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพื้นที่ทานข้าว เราก็สามารถเลือกโซฟาชุดเล็กมาวางไว้ปลายเตียงนี้ได้ ส่วนพื้นที่สำหรับวางโซฟาหน้าห้องนอนนั้นเราก็ปรับเอาโต๊ะทานข้าว 2 ที่นั่งมาตั้งแทน

ทางออกไประเบียงนั้นเป็นประตูบานเลื่อน 2 ตอน กรอบบานสีขาวค่ะ

มือจับได้แบบนี้ ส่วนตัวล็อกจะอยู่ด้านในค่ะ

พื้นที่ระเบียงมีขนาด 0.50 x 2.20เมตร พื้นเป็นกระเบื้องลายไม้ ราวกันตกตรงระเบียงถูกออกแบบเป็นลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการ สูงประมาณ 1 เมตร

พื้นระเบียงลดระดับลงมาจากตัวห้องประมาณ 10 ซม.

 

เฟอร์นิเจอร์ปลายเตียงที่ให้มาจะมีชั้นวางทีวี ชั้นวางหนังสือ และเเอร์

แอร์จะได้ของ Samsung หรือเทียบเท่า

ชั้นวางทีวีสามารถใช้เป็นโต๊ะเครื่องเเป้งก็ได้เช่นกัน ตัว Built-in มีทั้งลิ้นชักเปิดปิด และบานเปิดคู่ ขนาดชั้นกว้างประมาณ 2.20 เมตร ลึกประมาณ 46 ซม.

นอกจากนี้ยังมีชั้นวางหนังสือมาให้ด้วย เป็นชั้นกว้างประมาณ 90 ซม.  ลึกประมาณ 25 ซม.

มองกลับมายังข้างเตียงจะมีทางไปส่วน Walk-in closet ประตูทางเข้า Walk-in closet ทั้งจากห้องนอนและห้องน้ำจะเป็นประตูบานเลื่อนฝากไปหลังผนังประตูกว้างประมาณ 70 ซม.

ตู้เสื้อผ้าที่ให้มาจะชิดฝั่งขวาฝั่งเดียว ตู้กว้าง 1.40 เมตรไม่มีหน้าบาน เปิดโล่งแบบนี้ค่ะ

ด้านบนออกแบบมาให้สามารถวางกระเป๋าเดินทางและเก็บของชิ้นใหญ่ได้

ด้านล่างมีชั้นและลิ้นชักเก็บของไว้ให้ และมีชั้นรองพื้นกันฝุ่นจากห้องเปื้อนเข้าไปยังของที่วางไว้ด้านใน

ลองมองย้อนกลับไปยังห้องนอนดูนะคะ ทางเดินภายในห้องแต่งตัวกว้างประมาณ 70 ซม.เท่ากับความกว้างของประตูบานเลื่อน ตรงข้ามตู้เป็นผนังธรรมดาไม่ได้มีกระจกให้มาตามห้องตัวอย่างนะคะ

ต่อมาห้องแบบที่ 2 ที่เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันคือห้องแบบ One Bedroom Plus 37 ตารางเมตร ห้องนี้จะมีหน้ากว้างที่กว้างขึ้นจากห้องแบบ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยจะมี Function คล้ายๆเดิมคือเมื่อเข้ามาจะเจอส่วนครัวและพื้นที่นั่งเล่นรับแขก ถัดเข้าไปจะมีห้องด้านในอีก 2 ห้อง เป็นห้องนอน 1 ห้องและห้องอเนกประสงค์ 1 ห้อง (โครงการให้เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนี้เป็นโต๊ะทำงาน) ในตัวของห้องนอนจะมีขนาดเล็กลงแต่ยังคงมีระเบียงส่วนตัวภายในห้อง ส่วน walk-in closet ที่ได้จะมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนห้องน้ำจะอยู่ที่ตำแหน่งเดิม คือสามารถเข้าได้ทั้งจากทางห้องนอนใหญ่ผ่าน walk-in closet หรือเข้ามาจากส่วนครัวก็ได้ค่ะ

ประตูห้องให้มาเป็นแบบ Digital Door Lock ใช้ Key Card Access ทั้งหมด เข้ามาจะมีการจัดวางFunction และการ Design คล้ายๆเดิมนะคะ คือทางขวามือจะเป็นเคาน์เตอร์ครัว โซฟานั่งเล่น ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นตู้วางรองเท้า ประตูห้องน้ำ และชั้นวางทีวี ฝ้าเพดานได้เป็นฝ้าเรียบนะคะ ส่วนไฟได้เป็น Downlight ส่วนทางขวามือจะเป็นเคาน์เตอร์ครัวและโซฟาค่ะ

หน้าตาของชั้นวางรองเท้าก็จะเหมือนกันมีกระจกให้ตรงหน้าบาน

ส่วนเคาน์เตอร์ครัวจะมีขนาดยาวขึ้นกว้างอยู่ที่ประมาณ 1.70 เมตร สามารถวางตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตาประกอบอาหาร อ่างล้างมือ และไมโครเวฟได้

ด้านบนเคาน์เตอร์มีทั้งบานปิดและบานเปิดโล่ง สามารถวางไมโคเวฟไว้ด้านบนได้ วัสดุ Hi-gloss เก็บขอบด้วย Stainless สี Rose Gold

ชิ้นล่างสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ มีเตาไฟฟ้าลอยตัวให้และอ่างล้างหน้าทั้งหมดได้เหมือนกับห้อง 1 Bedroom

ชุดครัวBuilt-in ข้างในเป็นแบบนี้นะคะ มีทั้งแบบลิ้นชักและบานเปิด

ถัดจากครัวมาเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน การจัดวางก็จะคล้ายๆเดิม แต่มีระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟากว้างขึ้น คือทางเดินจะกว้างประมาณ 1.80 เมตร

ชั้นวาง TV เป็น Built-in มาให้ เหมือนกันเลยค่ะ

ชั้นบนทีวีเป็นชั้นวางเปิดโล่งกว้างประมาณ 1.40 เมตร ใช้วางของเล็กๆน้อยๆได้ค่ะ

ชั้นล่างเป็นช่องเก็บของและตู้บานเปิดเก็บรองเท้าหรือของอื่นๆได้ค่ะ

ตัวโซฟาสามารถวางโซฟาแบบ 3 ที่นั่งได้ หรือเราจะเปลี่ยนเป็นโซฟา 2 ที่นั่งเเล้วนำเอาโต๊ะกินข้าวเเบบ 2 ที่นั่งมาวางไว้ข้างๆโซฟาก็ได้นะคะ เพิ่มพื้นที่ส่วนรับประทานอาหารขึ้นมาใช้งาน

ห้องนี้จะมีทางเดินตรงกลางที่ค่อนข้างกว้างเลยค่ะ สามารถหาโต๊ะกลางมาวางเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นที่รับประทานอาหารไปด้วยได้

จากพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน จะมีประตูแยกไปห้องนอน(ประตูซ้าย)และห้องอเนกประสงค์ (ประตูขวา)

มาดูที่ห้องอเนกประสงค์กันก่อน ภายในห้องนี้มีเฟอร์นิเจอร์ชุดโต๊ะทำงานเตรียมไว้ให้

ทั้งชิ้นบนและล่างมีที่เก็บหนังสือเเละเก็บอุปกรณ์ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ

ชั้นเก็บของด้านบนเป็นบานเปิด หน้าตาช่องเก็บของได้เป็นแบบนี้ กระจกด้านหลังไม่ได้ให้มานะคะ

ส่วนชิ้นล่างจะเป็นลิ้นชักเป็นส่วนใหญ่ ก็เหมาะสมกับการเก็บเอกสารและอุปกรณ์สำนักงาน

ทางเดินภายในห้องอยู่ที่ประมาณ 1.30 เมตร เดินผ่านได้สะดวก ถ้าวางเก้าอี้ก็มีระยะใช้งานที่สบายๆไม่แออัดจนเกินไปค่ะ

ห้องต่อมาเป็นห้องนอนค่ะ ภายในห้องนอนจะมีเตียงนอน ชั้นวางทีวี โต๊ะทำงานตรงหัวเตียง และระเบียง ฝ้าเพดานได้เป็นฝ้าเรียบนะคะ ห้องนี้สามารถวางเตียงขนาด King Size ได้ ในห้องติดระเบียงซึ่งมีประตูบานเปิดกระจกขนาดใหญ่ ทำให้ห้องดูสว่างเเละกว้างมากขึ้นค่ะ

สามารถวางเตียงขนาด King Size ได้ ปลายเตียงมีลิ้นชักไว้เก็บของเช่นเดิม

ข้างเตียงมีพื้นที่ทางเดินเหลือประมาณ 60 ซม.

พื้นที่ข้างเตียงฝั่งนี้กว้างประมาณ 80 ซม.

ฝั่งนี้จะไม่มีโต๊ะหัวเตียงให้ แต่จะมีพื้นที่โต๊ะทำงานให้นะคะ ตรงนี้ตัวกระจกติดผนังจะไม่มีให้

ด้านบนเป็น Built-in ชั้นวางของบานเปิดกระจก ขอบและมือจับเป็น Stainless สี Rose Gold ค่ะ

ด้านล่างเป็นลิ้นชักเลื่อนเปิดปิด เราสามารถดัดแปลงพื้นที่ตรงนี้เป็นโต๊ะเครื่องเเป้งก็ได้ค่ะ

เนื่องจากไม่มีโต๊ะหัวเตียงวาง จึงทำให้สามารถเลื่อนเก้าอี้เข้า-ออกได้ ไม่ชนกับอะไรค่ะ

ส่วนปลายเตียงจะเป็นชั้นวางของเล็กๆใต้ทีวี เราสามารถเลือกทีวีเป็นแบบเเขวนผนังได้ค่ะ

ชั้นวางของปลายเตียงได้แบบนี้ค่ะ 

ประตูระเบียงเป็นบานเลื่อน 2 ตอน เปิดได้ 2 ฝั่งกรอบบานสีขาว กระจกทั้งชิ้น สามารถรับแสงและรับวิวได้อย่างเต็มที่ค่ะ

ในห้องมีแอร์ให้เช่นกัน ยี่ห้อ Samsung หรือเทียบเท่า

ระเบียงห้องนี้มีขนาดประมาณ 0.60 x 2.20 เมตร กว้างพอสมควร ออกไปยืนสูดอากาศได้

ราวกันตกสูงประมาณ 1 เมตร ดีไซน์เป็นลายฉลุเอกลักษณ์โครงการ พื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายไม้  ส่วน Condensing Unit จะถูกแขวนไว้นอกห้องตรงบริเวณระเบียงนี้ค่ะ

 

มองจากระเบียงเข้าไปในห้องนอนจะเจอกับประตูทางขวาที่ไปยังส่วน Walk-in Closet

ห้องนี้ตัว Walk-in Closet จะได้ทั้งสองฝั่งเลยค่ะ ทางเข้าออกทั้งจากห้องนอนและห้องน้ำประตูจะเป็นประตูบานเลื่อนฝากผนัง กว้างประมาณ 70 ซม.เท่ากับความกว้างของทางเดิน

ตัวตู้เป็นแบบเปิดโล่งไม่มีหน้าบาน มีราวเเขวนทั้งบนและล่าง

ทางฝั่งขวามีพื้นที่มุมหน้าห้องน้ำสำหรับเป็นโต๊ะเครื่องเเป้ง

ตัว Built-in มีพื้นด้านล่างให้มา เพื่อกันฝุ่นจากพื้นมาเปื้อนของที่เราวางไว้ค่ะ

ด้านบนสามารถวางกระเป๋าเดินทางหรือเก็บของชิ้นใหญ่ๆได้

มุมโต๊ะเครื่องแป้ง วางอยู่หน้าห้องน้ำเลย พออาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัว-แต่งหน้าได้สะดวก

มายังส่วนห้องน้ำ พื้นเเละผนังห้องน้ำใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ค่ะ

ผังห้องน้ำเป็นแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส วางส่วนอาบน้ำเข้ามุมหนึ่ง และมีอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์อยู่ทั้งสองฝั่งของที่อาบน้ำค่ะ พื้นห้องน้ำลดระดับลงไปจากตัวห้องนอนและส่วนครัว

ตัวอ่างล้างมือเเละกระจกเงาได้เหมือนกันค่ะ

มีที่เก็บของให้ทั้งด้านหลังกระจกและด้านล่างใต้อ่างล้างมือ

อ่างล้างมือของ  Cristina ใต้เคาน์เตอร์สามารถเปิด-ปิดใช้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆได้

โถสุขภัณฑ์ของยี่ห้อ Cristina เช่นกัน ความกว้างตรงนี้จะอยู่ที่ 80 ซม. พอใช้งานได้อยู่ค่ะ

ชุดฉากกั้นอาบน้ำได้ของ  Cristina เป็นบานเปิดเข้านะคะ กั้นแยกเป็นสัดส่วนดี

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 90 x 95 ซม. ซึ่งเป็นขนาดที่ใช้งานหมุนตัวหยิบจับสิ่งของได้สะดวก

ชุดฝักบัวอาบน้ำได้แบบนี้ มี Rain Shower ให้มาด้วย แต่เราต้องติดตั้งชั้นวางสบู่หรืออุปกรณ์สำหรับอาบน้ำเพิ่มเองนะคะ

ห้องน้ำห้องนี้สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทางนะคะ ทั้งจากห้องครัวและในห้องนอน

ส่วนห้องแบบสุดท้ายของโครงการคือห้องแบบ 2 Bedroom เป็นห้องขนาด 39.41 ตร.ม. ตัวผังจะมีความคล้ายคลึงกับห้องแบบ 1 Bedroom Plus แต่ในส่วนของห้องที่ Plus มานั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นห้องนอนค่ะ นอกนั้นตัวเฟอร์นิเจอร์จะได้คล้ายๆกัน สำหรับห้องตัวอย่างของแบบ2 Bedroom นี้นั้น ทางโครงการไม่ได้มีให้ดู เนื่องจากมีเพียง 7 units เท่านั้นค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @23 May 2018

  • 1 Bedroom ชั้น 2 ห้อง 211 เนื้อที่ 29.94 ตร.ม. ราคา 3.84 ล้านบาท หรือ 128,256 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 8 ห้อง 811 เนื้อที่ 29.94 ตร.ม. ราคา 4.38 ล้านบาท หรือ 146,292 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ชั้น 2 ห้อง 204 เนื้อที่ 36.95 ตร.ม. ราคา 4.78 ล้านบาท หรือ 129,364 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ชั้น 2 ห้อง 804 เนื้อที่ 36.95 ตร.ม. ราคา 5.45 ล้านบาท หรือ 147,496 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 2 ห้อง 201 เนื้อที่ 39.41 ตร.ม. ราคา 5.13 ล้านบาท หรือ 130,170 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 2 ห้อง 801 เนื้อที่ 39.41 ตร.ม. ราคา 5.84 ล้านบาท หรือ 148,185 บาท/ตร.ม.

 

  • Fully Furnished (Update 8 August 2018 โครงการเปลี่ยนเป็นขายแบบ Full Fitted ค่ะ)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.50 เมตร ความสูงขึ้นอยู่กับตำแหน่งห้อง (update 30 June 2020)
  • จองและทำสัญญา  35,000 บาท
  • ดาวน์ 10% ผ่อนดาวน์ 8,000 บาท 18 งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของโครงการ The Elegant ลาดพร้าว 1 อยู่ในซอยลาดพร้าว 1 ซึ่งเป็นซอยที่ใกล้กับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีพหลโยธินสามารถเดินเข้าออกได้ ตัวลาดพร้าว 1 นั้นตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งเป็นจุดตัดของถนนลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้สามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆได้สะดวก นอกจากนี้ยังเป็นเเหล่งงาน แหล่งสถานศึกษา และแหล่งห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแหล่งอีกด้วย นับว่าเป็นทำเลที่คึกคัก สะดวกสบายสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถสามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง เนื่องจากภายในซอยลาดพร้าว1เองเป็นซอยลัดที่สามารถเชื่อมต่อไปยังลาดพร้าวซอย 15 ถนนพหลโยธิน24 ได้ และใกล้กับถนนหลักหลายๆสาย ที่ใช้เดินทางไปที่ต่างๆได้มากเส้นทาง แต่ขึ้นชื่อว่าลาดพร้าวแล้ว ข้อเสียหลักๆของย่านนี้เลยจริงๆคือการจราจรที่ติดขัดหนักมากทั้งเช้าเเละเย็น ยิ่งในช่วงปีสองปีที่จะถึงนี้มีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าอีกหลายสายรอบๆทำเลนี้ ยิ่งทำให้การเดินทางโดยรถยนต์ค่อนข้างลำบากค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ที่ทำเลนี้ถือว่าสะดวกมากเลย ตัวโครงการแม้อยู่ในซอยเเต่ก็เป็นระยะที่สามารถเดินถึงได้ มีวินมอเตอร์ไซด์ให้เรียกใช้บริการได้ตลอดเเละพลุกพล่าน อีกทั้งในซอยยังเป็นซอยที่คึกคักในช่วงดึก จึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความเปลี่ยวภายในซอยเท่าไหร่นักค่ะ นอกจากนี้ยังมีป้ายรถเมล์ใกล้ปากซอยลาดพร้าว 1 และฝั่งตรงข้าม (มีสะพานลอยตรงปากซอยเลย) สำหรับคนใช้รถเมล์ก็ถือว่าสะดวกทีเดียว แต่สิ่งที่สำคัญของทำเลนี้คือรถไฟฟ้า ในปัจจุบันมีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีพหลโยธินให้บริการอยู่ แต่ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีเหลืองที่กำลังก่อสร้างอยู่ ตั้งอยู่ใกล้โครงการค่ะ

วัสดุที่ให้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีเอกลักษณ์เช่นการใช้ Stainless สี Rose Gold มาประกอบ ทำให้การตกแต่งภายในห้องดูสวยแปลกตามากยิ่งขึ้น ตัวสุขภัณฑ์ก็ให้มาในเกณฑ์ดีสมราคาของ Cristina ค่ะ พื้นเป็นกระเบื้องยางลายไม้ เคาน์เตอร์ครัวปิดผิวด้วยเมลามีนลายไม้ ส่วน Top และผนังส่วนเคาน์เตอร์ให้เป็นหินสังเคราะห์สีขาว

การออกแบบ โดยรวมทำออกมาค่อนข้างลงตัว ผังพื้นทุกชั้นเหมือนๆกัน ส่วนกลางจัดให้ตามพื้นที่ที่มีให้ ภายในห้องเน้นส่วนห้องนอนที่ใหญ่และสบาย แต่ส่วนอื่นกลับค่อนข้างเล็กและบาง function เช่นโต๊ะทานอาหารกลับหายไป ในแง่การออกแบบมีการเล่นตัว facade ที่เป็นเหมือนลายฉลุดูมีเอกลักษณ์และมีการเลือกใช้วัสดุและโทนสีตกแต่งภายในค่อนข้างดีค่ะ

สาธารณูปโภค มีให้ค่อนข้างครบ ทั้งสระว่ายน้ำที่อยู่บนชั้นดาดฟ้า ฟิตเนส สวน ลู่วิ่ง พื้นที่ทำงานตามจุดต่างๆ ติดอยู่ที่ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นระบบ Keycard Access ในการเข้าโครงการและ Auto Parking รวมถึงเวลาเข้าอาคารด้วย อดีของการวางผังอีกข้อดีคือในชั้น 2 จะมี Meeting Room อยู่บริเวณหน้าลิฟท์ และในชั้น 2-7 จะมีพื้นที่ Working Space ซึ่งในชั้น 2 จะมีผนังเป็นกระจกทำให้เห็น Lobby ชั้นล่างด้วย ส่วนชั้น 8 ที่พื้นที่ Working Space นี้จะถูกเปลี่ยนไปเป็นห้องน้ำและห้องแต่งตัวสำหรับคนใช้สระน้ำบนชั้นดาดฟ้าเเทน Working space นั้นถือว่าเป็น Function ที่เพิ่มมาให้ในแต่ละชั้นค่ะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคาประมาณช่วง 110,000-140,000 บาท/ตร.ม., 23 May 2018

  • ทำเล 8/10 – โครงการตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 1 ซึ่งใกล้กับห้างสรรพสินค้าอย่างยูเนียนมอลล์และเซ็นทรัลลาดพร้าว และมีอาหารของกินภายในซอยคับคั่ง
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – มีทางเข้า-ออกหลายเส้นทาง และมีจำนวนที่จอดรถให้ค่อนข้างเยอะ
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – ใกล้รถไฟฟ้า MRT พหลโยธินในระยะเดินถึง อีกทั้งรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสถานีห้าแยกลาดพร้าวในอนาคต มีป้ายรถเมล์และรถเมล์หลายสาย และมีวินมอเตอร์ไซค์ให้ใช้บริการเข้า-ออกภายในซอย
  • วัสดุ 7.5/10 – ตัววัสดุและสุขภัณฑ์ให้มาค่อนข้างดี Full Furnished  (Update 8 August 2018 โครงการเปลี่ยนเป็นขายแบบ Full Fitted)
  • แบบ 7.5/10 – ออกแบบได้ดี ลงตัวแต่มีแบบให้เลือกไม่มาก
  • สาธารณูปโภค 7.25/10 – พื้นที่ส่วนกลางจัดมาให้ครบครัน มีสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้า
  • High Class
  • 7.76 / 10.00

*คะแนนที่ให้เป็นคะแนน ณ วันที่เข้าไปรีวิว เนื่องจากมี update ข้อมูลบางอย่างคุณผู้อ่านสามารถปรับคะแนนได้เองนะคะ

BOTTOM LINE

The Elegant Ladprao1  เหมาะสำหรับคนที่มองหาคอนโดพร้อมอยู่บนทำเลลาดพร้าวซอย 1 อยู่กัน 1-2 คน สามารถใช้ทั้งรถส่วนตัวเเละรถสาธารณะได้สะดวก และมีที่จอดรถภายในโครงการ  จำนวนยูนิตในโครงการน้อยใกล้เเหล่งช็อปปิ้งและแหล่งของกินราคาถูกในระยะเดินถึง มีงบประมาณระดับ 3 ล้านปลายๆถึง 6 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 26,000 – 40,000 บาท/เดือน