Regal สุขุมวิท 76

รีวิวฉบับที่ 1999 …วันนี้จะพาไปชมโครงการ Mixed-Use ขนาดใหญ่ Regal สุขุมวิท 76 ติดถนนสุขุมวิท ช่วงระหว่าง BTS แบริ่ง-สำโรง ตัวโครงการจะผสมระหว่างคอนโด High Rise 8 อาคาร และห้างสรรพสินค้าขนาด 15,000 ตร.ม.  มีห้องให้เลือกตั้งแต่ 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. ไปจนถึงห้องแบบ Duplex 110 ตร.ม. จัดเป็นคอนโดติดถนนสุขุมวิทที่มีราคาหยิบจับง่าย เริ่มต้น 1.79 ล้านบาท จะเป็นอย่างไรไปชมกันเลย

Fact @ 30 November 2019

  • Regal Sukhumvit 76 (รีเกิล สุขุมวิท 76)
  • บริษัท ไฮไชน์ ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด
  • ECONOMY-MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : จังหวัดสมุทรปราการ
  • คอนโด High Rise 8 อาคาร รวม 5,016 ยูนิต
    • อาคาร A สูง 31 ชั้น 816 ยูนิต
    • อาคาร B สูง 19 ชั้น 391 ยูนิต
    • อาคาร C สูง 18 ชั้น 264 ยูนิต
    • อาคาร D สูง 37 ชั้น 520 ยูนิต
    • อาคาร E สูง 50 ชั้น 1,189 ยูนิต
    • อาคาร F สูง 30 ชั้น 540 ยูนิต
    • อาคาร G สูง 31 ชั้น 663 ยูนิต
    • อาคาร H สูง 42 ชั้น 663 ยูนิต
  • ที่จอดรถคิดเป็น 31% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ที่ดินประมาณ 18 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  Q2 ปี 2563
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q1 ปี 2566
  • 1 Bedroom 28 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท (ราคาเฉพาะอาคาร C และ G)
  • 2 Bedrooms 38-56 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.7 ล้านบาท (ราคาเฉพาะอาคาร C และ G)
  • Duplex 58-110 ตร.ม. (Sold Out)
  • ฝ้าเพดานแบบ 1-2 Bedroom สูง 2.7 เมตร/ แบบ Duplex สูง 5.6 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 73,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 67,000-85,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-170-7666

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.653288, 100.598235
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ โดยที่ตั้งของโครงการจะอยู่บนถนนสุขุมวิท ติดกับซอยสุขุมวิท 76 ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่าง BTS แบริ่งกับสำโรงมีระยะถึงสถานีสำโรงประมาณ 850 ม. และมีระยะถึงสถานีแบริ่งประมาณ 950 ม.

Regal สุขุมวิท 76 เป็นโครงการติดถนนสุขุมวิท ที่อยู่ในช่วงระหว่าง BTS แบริ่ง-สำโรง โดยจะอิงมาทาง BTS สถานีสำโรงหน่อย เพราะเป็นสถานีที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดในระยะ 850 ม. ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของโครงการก็ต้องมาพึ่งพิงพวกห้างและตลาดที่อยู่ใกล้ๆ สถานี BTS สำโรงนี่แหละ เพราะเป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดแล้ว ในระยะประมาณ 450 ม.

จากสถานีสำโรงจะมี Sky Walk ให้เดินเชื่อมจากสถานีเข้าสู่ตัวห้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ได้โดยตรง ในระยะทางประมาณ 300 – 400 m. ก็แอบเหนื่อยอยู่เหมือนกันนะ ยังดีที่มีหลังคาคลุมให้ตลอดเส้นทาง ส่วนด้านหลังห้างก็มีตลาดสดขนาดใหญ่และตลาดค้าส่งให้ได้จับจ่ายใช้สอยสินค้าราคาถูกเยอะแยะกันอีกด้วย และนอกจากนี้ยังเป็นจุดต่อรถสาธารณะที่สำคัญอย่างรถเมล์หรือวินรถตู้เพื่อเข้า-ออกเมืองก็สามารถทำได้สะดวกที่นี่เช่นกัน ดังนั้นคนที่จะมาใช้งานสถานีนี้จึงเป็นคนที่ต้องการเดินทางเข้าเมือง หรือมาจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดสำโรงแห่งนี้นั่นเอง

นอกจากแหล่งความอุดมสมบูรณ์รอบบริเวณสถานี BTS สำโรงแล้ว หากเดินทางออกมาหน่อยก็จะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ให้เลือกอีกเยอะเลย ทั้งบนเส้นบางนา-ตราด และบนถนนศรีนครินทร์ค่ะ

Regal สุขุมวิท 76 ตั้งอยู่ติดกับถนน 2 ฝั่ง คือถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคู่ ทำให้การเดินทางเข้าเมืองถือว่าสะดวกเพราะจากโครงการก็เข้าสุขุมวิทแล้วยิงยาวเข้าเมืองเลยก็ได้ไม่ต้องไปกลับรถ หรือจะใช้สุขุมวิทไปขึ้นทางด่วนตรงสี่แยกบางนาก็สะดวก และยังมีทางลัดคือซอยสุขุมวิท 76 ที่จะไปเชื่อมกับถนนทางรถไฟสายเก่า สามารถใช้ไปขึ้นทางด่วนได้โดยไม่ต้องผ่านถนนสุขุมวิทค่ะ อีกทางคือเลี่ยงไปใช้ถนนศรีนครินทร์โดยไปเข้าถนนสุขุมวิม 113, 107, 105 เพื่อเชื่อมออกถนนศรีนครินทร์ก็ยังได้ ทำเลนี้มีเส้นทางให้เลือกใช้เยอะ แต่จะมีปัญหาเรื่องเดียวคือ “รถติด” สักหน่อย ถ้าจะเดินทางด้วยรถยนต์ต้องเผื่อเวลากันนะ ส่วนการเดินทางออกนอกเมืองถ้าจะไปฝั่งสมุทรปราการ ให้ออกไปกลับรถก่อนแล้วค่อยตรงอย่างเดียวยาวไปจนถึงบางบ่อ หรือถ้าจะไปฝั่งพระประแดงให้ใช้ซอยสุขุมวิท 76 ไปทะลุทางรถไฟสายเก่าแล้วเชื่อมมาออกถนนปู่เจ้าสมิงพราย ก็สามารถขึ้นวงแหวนข้ามไปฝั่งพระประแดงได้แล้ว

สำหรับการเดินทางโดยใช้รถไฟฟ้า ก็จะมี BTS สำโรงห่างจากโครงการ 850 ม. และมี BTS แบริ่งห่างจากโครงการ 950 ม. ซึ่งสถานีสำคัญของย่านนี้คือ สถานีสำโรงเพราะเป็นสถานี Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) บริเวณแยกเทพารักษ์ ต้นสายคือสถานีรัชดา และปลายสายจะมาเชื่อมกับสถานีสำโรงค่ะ โดยสายสีเหลืองอ่อนจะวิ่งผ่านเส้นเทพารักษ์ ไปออกศรีนครินทร์ ลาดพร้าว และรัชดาภิเษก

ส่วนการเดินทางอื่นๆ มีรถเมล์หลายสายวิ่งผ่านโดยป้ายรถเมลล์ที่อยู่ใกล้กับโครงการที่สุดจะอยู่บริเวณหน้าตลาดธรรมโรจน์พินิจ ห่างจากโครงการประมาณ 200 ม. นอกจากนี้ก็จะมีรถตู้หลายสายแต่ต้องไปขึ้นหน้าอิมพิเรียลค่ะ ไปได้ทั้ง หัวลำโพง หมอชิต รังสิต บางบ่อ และคลองด่าน ระยะเดินจากโครงการถึงอิมพิเรียลประมาณ 400 ม. ส่วนรถ Taxi โบกขึ้นได้หน้าโครงการเลย

สำหรับเส้นทางไปขึ้นทางด่วนจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 ด่านให้เลือกใช้ ถ้าต้องการไปขึ้นทางด่วนด่านอาจณรงค์ ก็สามารถใช้เส้นสุขุมวิทตามปกติได้ในระยะทาง 6.4 กม. ซึ่งถ้าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนรถจะติดมากกกก ซึ่งจากโครงการเราสามารถวิ่งไปตามเส้นสีเทา คือออกทางซอยสุขุมวิท 76 แล้วไปเลี้ยวขวาเข้าถนนทางรถไฟสายเก่า เพื่อลัดไปขึ้นทางด่วนได้ ระยะทางพอๆ กับทางหลักแหละ แต่ไม่ต้องไปติดบนเส้นสุขุมวิท

ถ้าต้องการขึ้นทางด่วนบางนา เพื่อเข้าเมืองไปทางพระราม 4 สาทร สีลม ก็มีระยะทางจากโครงการประมาณ 3 กม.

ถ้าต้องการขึ้นทางด่วนด่านปากน้ำ เพื่อข้ามไปฝั่งพระประแดงก็ออกจากโครงการมากลับรถก่อน แล้วตรงมาเรื่อยบนถนนสุขุมวิทจะเจอทางขึ้นทางด่วนทางขวามือ ในระยะ 4 กม. ค่ะ

การเดินทางในวันนี้เราจะออกเดินกันตั้งแต่บริเวณ อิมพีเรียล เวิล์ด สำโรง เพื่อพาชมแหล่งความอุดมสมบูรณ์ของทำเลนี้กัน แล้วจึงเดินทางไปโครงการกันต่อนะคะ รวมระยะทางจากอิมพีเรียลถึงโครงการประมาณ 400 ม.ค่ะ

เส้นทางการเดินทาง

เริ่มจากบริเวณหน้าอิมพีเรียลเวิล์ด สำโรง มองไปจะเห็น Sky Walk ที่เชื่อมไป BTS สำโรง

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

พื้นที่บริเวณรอบๆ โครงการส่วนใหญ่จะล้อมรอบไปด้วยที่พื้นที่ว่างเปล่าและที่อยู่อาศัยแนวราบประมาณ 3 – 4 ชั้น เรื่องของวิวที่มองออกด้านนอกโครงการไม่มีอาคารอะไรบล็อกวิวโดยรอบนะ สามารถเลือกได้ทุกชั้น แต่จะมีแปลงที่ดินเปล่าด้านหลังที่สามารถขึ้นอาคารได้ แต่ดูจากซอยสุขุมวิท 76 มีขนาดทางไม่ถึง 10 ม. ทำให้อาคารที่จะมาขึ้นในซอยนี้เป็นอาคารที่สูงได้ไม่เกิน 23 ม. หรือแค่ประมาณ 8 ชั้นนะ ถ้าใครเลือกห้องทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็แนะนำให้สูงเกินชั้น 8 ไว้ก่อน ส่วนตัวแล้วคิดว่าอาคารโดยรอบไม่มีประเด็นอะไรที่จะบังวิว แต่อาคารในโครงการเดียวกันนี่แหละที่บล็อกวิวกันแน่นอนค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดสำโรง ~ 210 m
  • ตลาดเอี่ยมเจริญ ~ 600 m
  • BTS สำโรง ~ 750 m
  • St. Andrews International School ~ 800 m
  • สถานีตำรวจสำโรง ~ 950 m
  • BTS แบริ่ง ~ 950 m
  • ตลาดสำโรง ~ 210 m
  • อิมพิเรียลสำโรง ~ 400 m
  • ตลาดใหม่สำโรง ~ 550 m
  • รพ.สำโรงการแพทย์ ~ 800 m
  • Big C Jumbo ~ 1.9 km
  • BITEC บางนา ~ 2.3 km
  • Bangkok Mall (อนาคต) ~ 2.7 km
  • Central บางนา ~ 5.7 km
  • Mega บางนา ~ 11.7 km


เจาะลึกตัวโครงการ

Regal สุขุมวิท 76  เป็นโครงการ Mixed-Use ขนาดใหญ่ 18 ไร่ ที่มิกซ์กันระหว่างคอนโด High Rise ทั้งหมด 8 อาคารรวม 5,016 ยูนิต กับ Shopping Mall ขนาด 15,000 ตร.ม. ถือว่าเป็นโครงการมิกซ์ยูสระหว่างคอนโดกับ Shopping Mall ที่มีขนาดใหญ่สุดในทำเลนี้ ซึ่งตอนนี้ทางโครงการให้ข้อมูลว่าในส่วนของคอนโดจะแล้วเสร็จประมาณปี 2566 ส่วน Shopping Mall จะตามมาทีหลังเสร็จประมาณปี 2568 ถ้าในอนาคต Shopping Mall สร้างเสร็จก็จะมีศูนย์การค้าให้เดินช้อปปิ้งอยู่ภายในโครงการเลย แต่ก็ยังอยู่ในช่วงพัฒนาแบบอยู่ ตัวห้างจะเป็นอย่างไรจึงยังไม่สามารถคอนเฟิร์มข้อมูลให้ได้นะคะ เมื่อเป็นโครงการมิกซ์ยูสก็ทำให้โครงการดูคึกคัก แต่ก็ต้องแลกกับการเสียความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัยไปเหมือนกัน และจำนวนยูนิตของโครงการนี้เยอะทีเดียว ทำให้ต้องแชร์พื้นที่ส่วนกลางกับลูกบ้านเยอะหน่อยค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศของโครงการ Regal สุขุมวิท 76 เป็นกลุ่มคอนโด High Rise 8 อาคาร รวม 5,016 ยูนิต สำหรับอาคารพักอาศัยทั้งหมดมีรายละเอียด ดังนี้

  • อาคาร A สูง 31 ชั้น 816 ยูนิต
  • อาคาร B สูง 19 ชั้น 391 ยูนิต
  • อาคาร C สูง 18 ชั้น 264 ยูนิต
  • อาคาร D สูง 37 ชั้น 520 ยูนิต
  • อาคาร E สูง 50 ชั้น 1,189 ยูนิต
  • อาคาร F สูง 30 ชั้น 540 ยูนิต
  • อาคาร G สูง 31 ชั้น 663 ยูนิต
  • อาคาร H สูง 42 ชั้น 663 ยูนิต

ซึ่งตอนตอนนี้โครงการเปิดขายแล้ว 2 อาคาร คืออาคาร C และ G นะ หลายคนอาจกังวลว่าพอโครงการค่อยๆ ทยอยเปิดแบบนี้ แล้วเวลาที่อาคารแรกเข้าอยู่จะได้ใช้ส่วนกลางทั้งหมดเลยมั้ย เราลองถามโครงการให้แล้วคำตอบคือส่วนกลางเสร็จพร้อมกับอาคาร C และ G นั่นแหละ แต่ Shopping Mall จะเสร็จหลังจากนั้นค่ะ

พามาชมโมเดลเพื่อดูภาพรวมของโครงการกันนะ ด้านนี้คือฝั่งหน้าโครงการที่ติดกับถนนสุขุมวิท แน่นอนว่าอาคารหน้าสุดของโครงการการจะเป็นอาคารศูนย์การค้าขนาด 15,000 ตร.ม. สูง 4 ชั้น เพื่อให้ทั้งลูกบ้านและผู้ที่ต้องการมาช้อปปิ้งสามารถเข้าถึงได้ง่าย

สำหรับด้านบนอาคารจะแบ่งออกเป็น 2 Tower คืออาคาร A และ D ทั้ง 2 อาคารนี้จึงได้เปรียบในเรื่องของการมาช้อปปิ้งได้สะดวก แค่ลงมาชั้นล่างก็จับจ่ายใช้สอยได้เลย และอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องเดินไกล

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นอาคาร 4 ชั้น ที่เป็น Apartment บ้าง เป็นอาคารพาณิชย์บ้าง ทำให้โครงการไม่มีประเด็นเรื่องการบังวิวการอาคารโดยรอบ แต่ก็จะมีเรื่องการบังวิวกันเองของอาคารภายนโครงการ เพราะต่างเป็นอาคารสูงทั้งหมดนะ

ที่ดินของโครงการจะติดถนน 2 ฝั่ง คือด้านหน้าที่ติดถนนสุขุมวิท และด้านข้างจะติดกับซอยสุขุมวิท 76 ซึ่งซอยนี้จะไปทะลุกับถนนทางรถไฟสายเก่า ที่ใช้เป็นทางลัดไปขึ้นทางด่วนได้ นอกจาก Shopping Mall แล้วทางโครงการก็ออกแบบให้อาคาร B และ C ที่อยู่ติดกับซอยสุขุมวิท 76 นี้ เปิดชั้นล่างเป็นร้านค้า ไปตลอดแนวด้วยเช่นกัน

โครงการให้ข้อมูลว่าในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อ Sky Walk ที่เดินเชื่อมจาก BTS สำโรง ให้ยาวมาจนถึงหน้าโครงการ และสามารถเดินเข้าศูนย์การค้าได้เลย มีระยะจากโครงการไปถึง BTS สำโรงประมาณ 850 ม. ถึงแม้จะไกลหน่อยแต่ก็เดินไม่ยากนะ

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณหน้าศูนย์การค้าของโครงการ เป็นห้างใหญ่ขนาด 15,000 ตร.ม. เทียบให้เห็นภาพคร่าวๆ คือ มีพื้นที่พอๆ กับ W District Life style Mall ที่ตั้งอยู่ตรงด้านหน้าของโครงการ “Weltz Residences” อย่าง Mall นี้เค้าเคลมว่าจะมีพื้นที่ร้านค้า ร้านอาหาร และบริการได้ถึง 250 ร้านค้า ซึ่งก็น่าจะมีร้านพอๆ กับ Regal สุขุมวิท 76 นี่แหละ เพราะมีพื้นที่เท่าๆกัน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการแล้วว่าจะมีวิธีดึงร้านค้ามาเปิดในโครงการอย่างไร แล้วจะมีร้านอะไรให้เลือกกันบ้าง คนต้องรอดูตอนสร้างเสร็จอีกทีแหละค่ะ

ด้านหลังของโครงการติดกับที่ดินเปล่า และด้านข้างติดกับอาคารที่สูงประมาณ 2 ชั้น โดยตึกที่อยู่ด้านในสุดของโครงการคือ อาคาร E สูง 50 ชั้น มีระยะห่างจากถนนสุขุมวิทมากหน่อย  ถ้ามากจาก BTS ก็ต้องเดินกันไกลหน่อย แต่ก็เป็นอาคารที่มี Facilities หลักๆ อย่างสระว่ายน้ำและ Sky Clubhouse อยู่บนชั้น 50 และ 51 ด้วย

ถัดมาที่อีกด้านของโครงการ จะเป็นกลุ่มอาคารพักอาศัยที่อยู่โซนด้านใน คืออาคาร E, F, G และ H ซึ่งทั้ง 4 อาคารนี้ก็จะเหมาะกับคนที่ชอบความสงบขึ้นมาหน่อย แม้ว่าไม่ได้อยู่อาคารเดียวกับศูนย์การค้าแต่ก็มีสะพานลอยให้เดินเชื่อมไปได้นะ

สำหรับทางเข้า-ออกโครงการในส่วนพักอาศัยจะมีทางเข้าออกแยกกับศูนย์การค้า ซึ่งเราสามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง คือทางถนนสุขุมวิท และทางซอยสุขุมวิท 76

จากโมเดลเราจะพาเข้าทางถนนสุขุมวิทแล้วไปออกด้านหลังโครงการทางซอยสุขุมวิท 76  ซึ่งทางเข้าออกจะมีไม้กระดกกั้น เข้า-ออกด้วยการใช้ Keycard และมีพี่รปภ. ช่วยดูแลความปลอดภัยอีกที

ผ่านเข้ามาด้านในโครงการจะเจอกับอาคาร F ก่อน เราก็เลี้ยวขวาไปตามทางก็จะเจออาคาร G แล้ว ซึ่งระหว่างอาคาร G และ F จะมีจุด Drop-Off ให้แวะรับ-ส่งกันได้สะดวก

สำหรับพื้นที่จอดรถจะอยู่ที่อาคาร E, G และ H มีชั้นจอดรถทั้งหมด 5 ชั้นและมีชั้นใต้ดินอีก 1 ชั้น ทำให้มีสัดส่วนที่จอดรถทั้งโครงการอยู่ที่ 30% ไม่รวมจอดซ้อนคันและที่จอดรถของศูนย์การค้า ก็ถือว่าให้มาน้อยไปหน่อยนะคะ สำหรับโครงการที่ไม่ได้อยู่ในระยะเดินได้สบายจากรถไฟฟ้า แต่โครงการก็มี Shuttle Service ไปส่งที่รถไฟฟ้าให้ สำหรับรายละเอียดคงต้องรอจัดตั้งนิติฯ กันก่อน ถึงจะรู้ว่ามีเก็บค่าบริการเพิ่มหรือไม่

ทางเข้าที่จอดรถในอาคารจะมีตำแหน่งอยู่ด้านหลังอาคาร E หรือถ้าใครจะมาโครงการโดยใช้ทางด่วนก็สามารถเข้าทางซอยสุขุมวิท 76 ได้เลยค่ะ

ทางเข้าออกโครงการทางซอยสุขุมวิท 76 ก็จะอยู่ติดกับอาคาร C เลย ซึ่งเป็น 1 ใน 2 อาคารแรกที่เปิดขาย ข้อดีของอาคารนี้คือจะได้ความสงบ เป็นส่วนตัวในการพักอาศัยมากกว่าอาคารด้านหน้า อย่าง A, B, D และเป็นอาคารที่มีจำนวนยูนิตน้อยสุดด้วย แต่ก็ยังมีร้านค้าที่ชั้นล่างให้ลงไปซื้อของได้สะดวก อาคารนี้เหมาะกับคนที่ใช้รถยนต์เป็นหลักมากกว่าคนที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นประจำ เพราะใกล้กับอาคาร E ที่เป็นทางเข้าออกที่จอดรถของโครงการ

ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Lobby ของอาคาร C ตกแต่งมาในสไตล์ Luxurious Modern ดูเรียบๆ แต่ให้ความรู้สึกที่หรูหรา

สำหรับ Facilities ส่วนกลางจะกระจายอยู่ตามอาคารต่างๆ เพื่อให้ลูกบ้านจากทุกอาคารสามารถเข้าไปใช้งานได้ง่าย แบ่งได้เป็นจุดหลักๆ 4 จุด เราจะพาไปชมกันที่ละส่วนนะ ส่วนแรกเลยจะมี Facilities เกาะกลุ่มกันอยู่ที่ชั้น 5 ระหว่างอาคาร A, B และ D มีสระระบบเกลือ ขนาด 36 x 27 ม. ลึก 1.5 ม. และมี Jacuzzi ให้มาแช่ มานวดตัวได้สบายๆ นอกจากนี้ก็จะมีสนามเด็กเล่น, ห้องเด็กเล่น, Fitness และสนามเทนนิสด้วย

และที่ Rooftop ของอาคาร A คือชั้น 32 ก็มีสระว่ายน้ำอีก 1 สระ เป็นสระระบบเกลือ ขนาด 20 x 6 ม. ลึก 1.5 ม. ลูกบ้านทั้งหมดในโครงการสามารถเข้าใช้บริการ Facilities ทั้งหมดได้เลยนะคะ ถ้า Facilities เข้าใช้ได้ทั้งหมดแล้วก็จะเป็นจุดเด่นของโครงการอีกอย่างที่มีส่วนกลางหลากหลาย ให้ลูกบ้านเลือกใช้งานได้แบบไม่จำเจเลย

ภาพจำลองบรรยากาศของ Fitness ที่ชั้น 5 ในอาคาร D เป็นห้องกระจกเปิดรับวิวสระว่ายน้ำ ด้านในมีอุปกรณ์การออกกำลังกายที่ครบครัน รวมถึงหน้าผาจำลองและห้องโยคะ

ถัดเข้ามาที่กลุ่มอาคารด้านใน คืออาคาร E ถึง H ก็จะมี Facilities หลักๆ อยู่บริเวณระหว่างอาคาร E, G และ H ที่ชั้น 5 ส่วนกลางหลักๆ ก็จะมีสระว่ายน้ำ 1 สระ เป็นสระระบบเกลือ ขนาด 30 x 11 ม. ลึก 1.5 ม. พร้อม Jacuzzi นอกจากนี้รอบๆ สระก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ ได้แก่ Co-Working Space + Meeting Room, ห้องเด็กเล่น, Co-Living Space, Fitness, กำแพงปีนเขาจำลอง, ห้องโต๊ะสนุ๊ก และห้องโยคะ เป็นต้น

และที่ Rooftop ของอาคาร E คือชั้น 51 ก็จะมีสระว่ายน้ำอีก 1 สระ เป็นสระระบบเกลือ ขนาด 22 x 14 ม. ลึก 1.5 ม. ซึ่งอาคาร E เป็นอาคารที่สูงที่สุดของโครงการทำให้เราสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองมุมสูงได้โดยรอบ และน่าจะมองวิวได้ไกลไปจนเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งบางกระเจ้าเลย และมี Sky Clubhouse บนชั้น 50 ด้วย ภายในจะมีพื้นที่นั่งเล่น ชมวิว มีมุมปาลูกดอก, Pantry ครัว และโต๊ะสนุ๊ก

Co-working Space ที่ชั้น 5 ของอาคาร H ออกแบบให้เป็นพื้นที่นั่งทำงานแบบไล่ระดับ ดูทันสมัยขึ้น ไม่น่าเบื่อ มีทั้งมุมนั่งทำงานแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มให้เลือกกันได้หลากหลายค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Sky Clubhouse บนชั้น 50 ของอาคาร E ที่จัดไว้เป็นจุดชมวิวอีกที่หนึ่งของโครงการ และภายในยังจัดกิจกรรมต่างๆ ไว้ให้ลูกบ้านได้มาพักผ่อนกัน

สุดท้ายคือภาพจำลองบรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำบนชั้น 51 ของอาคาร E น่าจะเป็นอีกหนึ่งมุมโปรดของคนที่ชอบว่ายน้ำและชมวิวเมืองไปพร้อมๆ กันค่ะ

มาดูผังโครงการกันบ้าง เริ่มที่ผังชั้น 1 ของโครงการ Regal สุขุมวิท 76 จะมีทางเข้าโครงการหลักๆ 2 ทาง คือจากทางถนนสุขุมวิท และจากซอยสุขุมวิท 76 โดยมีการใช้ Key Card เข้าออกและมีพี่ รปภ. คอยดูแล เส้นทางเดินรถของโครงการก็เข้าใจไม่ยาก คือจะเป็นทางเดินรถแบบ 2-Way มีที่จอดรถในอาคารอยู่ 2 จุด คือที่อาคาร E และที่อาคาร Shopping Mall

การจัดวางอาคารภายในโครงการจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ โดยกลุ่มอาคาร A, B, C และ D จะเป็นกลุ่มอาคารที่อยู่ติดถนน ก็จะมีความคึกคัก แต่ก็เสียความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัยมากกว่ากลุ่มอาคารด้านในคืออาคาร E, F, G และ H

สำหรับอาคาร A และ D จะอยู่ด้านบนของ Shopping Mall เลย จึงได้เปรียบในเรื่องของการมาช้อปปิ้งได้สะดวก และสามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องเดินไกลและมีสะพานลอยที่เชื่อมจากตัวห้างต่อไปที่ Sky Walk ได้เลย ทำให้เดินไป BTS ได้สะดวก และยังใกล้ Facilities หลักจุดหนึ่งของโครงการที่อยู่ระหว่างอาคาร A และ D จึงไปใช้ส่วนกลางได้สะดวกด้วย ส่วนอาคาร B ก็จะอยู่ติดกับ Shopping Mall เหมือนกัน แต่จะต้องเดินผ่าน Mall เข้ามาอีกสักนิด แลกกับจำนวนยูนิตในอาคารที่น้อยกว่าอาคาร A และ D จึงได้ความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัยมากขึ้น แต่ยังคงไปช้อปปิ้งและไปใช้ส่วนกลางได้สะดวกเช่นกัน สำหรับอาคาร C จะเป็นอาคารที่แยกตัวออกมา ไม่ได้เดินเชื่อมไป Facilities ส่วนกลางได้เลยเหมือนอาคารอื่นๆ เวลาจะใช้ส่วนกลางจะต้องเดินไปใช้ที่ตึกอื่นเอานะ แต่ข้อดีของตึกนี้คือมีจำนวนยูนิตน้อยที่สุด จึงได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าอาคาร A, B และ D แต่ก็ต้องแลกกับระยะทางที่ต้องเดินไกลสุด เหมาะกับคนที่ใช้รถมากกว่า เพราะอยู่ติดกับอาคาร E ซึ่งเป็นที่จอดรถของโครงการ

สำหรับอาคาร F เป็นอาคารที่แยกตัวออกมาเช่นเดียวกับอาคาร C อยู่ด้านในของโครงการ ไม่ได้อยู่ติดถนนภายนอก จึงได้ความสงบเหมาะกับการพักอาศัย แต่ก็มีสะพานลอยเชื่อมไป จุด Facilities หลักที่อาคาร G และไป Shopping Mall ได้ไม่ไกล ส่วนอาคาร E, G และ H จะอยู่ด้านในสุดของโครงการ แม้ว่าจะเป็นอาคารที่ห่างจาก Shopping Mall และไกลจาก Sky Walk มากที่สุด แต่ที่จอดรถของโครงการก็จะอยู่ที่กลุ่มอาคารนี้ ทำให้ลูกบ้านที่ใช้รถยนต์เป็นหลักสามารถเดินเข้าอาคารจากทางที่จอดรถได้เลย และยังอยู่ใกล้จุด Facilities หลักๆ ของโครงการที่อยู่ระหว่าง 3 อาคารนี้ด้วยค่ะ

สำหรับพื้นที่โดยรอบโครงการไม่ได้มีประเด็นอะไรที่จะบังวิวโครงการนะคะ เพราะส่วนใหญ่เป็นอาคารที่สูงเพียง 2-4 ชั้น และบางส่วนก็เป็นที่ดินเปล่ารอการพัฒนาค่ะ จึงยังไม่ได้มีการบล็อกวิวจากอาคารโดยรอบนะคะ แต่ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าในอนาคตที่ดินโดยรอบจะถูกพัฒนาไปใช้ประโยชน์เป็นอะไร จะมีอาคารพักอาศัยภายในโครงการนี่แหละค่ะที่บังวิวกันเอง ก็ต้องเล็งกันดีๆ ต่อไปเราจะพาไปชมผังอาคารที่เปิดขายแล้ว 2 ตึก คือที่อาคาร C และ G นะคะ

อาคาร C เป็นอาคารที่อยู่ติดซอยสุขุมวิท 76 ทางโครงการจึงออกแบบให้พื้นที่อาคารฝั่งที่ติดกับถนนเป็น Shop 3 ยูนิต ส่วนทางเข้า Lobby จะมาอยู่คนละฝั่งกับ Shop เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัย เมื่อเข้ามาในอาคารแล้วเราจะต้องใช้ Key Card เพื่อเข้า Lift Lobby อีกครั้งหนึ่งนะคะ

ชั้น 2-7 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด โดยมีห้องพักอาศัย 17 ยูนิต เป็นห้อง 1 Bedroom 13 ยูนิต และห้อง 2 Bedroom 5 ยูนิต การจัดวางทางเดินเป็นแบบ Double Corridor คือมีห้อง 2 ฝั่งทางเดิน โถงลิฟต์มีตำแหน่งเดียวค่อนไปทางฝั่งซ้ายของอาคาร แต่ด้วยขนาดของอาคารที่ไม่ใหญ่มาก ทำให้ระยะในการเดินไปห้องพักทั้งหมดไม่ไกลจากลิฟต์นัก ในโถงจะมีลิฟต์ 3 ตัว และ Service Lift อีก 1 ตัว มีอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 88 : 1 ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่แชร์กันใช้งานได้แบบสบายๆ เลยทีเดียว

ห้องพักของอาคาร C จะหันออก 2 ทิศคือฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือและฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งห้องทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือจะได้วิวค่อนข้างโล่ง เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นที่ดินเปล่า ส่วนห้องทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่หันเข้าโครงการ จะโดนบล็อกวิวด้วยอาคาร H ที่สูง 42 ชั้น ตลอดแนวเลย แต่ก็มีข้อดีที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแดดเลยนะ เพราะอาคาร H เค้าก็บังแดดทางฝั่งตะวันตกให้เราตลอดแนวเหมือนกันค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 9-13 ก็จะมีผังเหมือนที่ชั้น 2 เลย ต่างกันแค่วิวที่ได้ก็จะเป็นมุมที่สูงขึ้นมาหน่อย

มาต่อกันที่ ชั้น 14-16 ผังโดยรวมเหมือนกับชั้น 9 แหละค่ะ ต่างกันแค่จำนวนห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะมี Type ห้องแบบ 2 Bedroom 2 Bathroom เพิ่มขึ้นมาด้วย พอมีห้องใหญ่เพิ่มขึ้นมาทำให้บนชั้นนี้มีจำนวนยูนิตลดลงเหลือ 14 ยูนิต ใครที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวก็เลือกชั้นบนๆ หน่อย ก็จะมีจำนวนยูนิตที่น้อยลงค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 17 – 18 เป็นชั้นของห้อง Duplex ทั้งชั้น ความพิเศษคือ โครงการจะคิดพื้นที่ขายแค่ในห้องพักอาศัยเท่านั้น ส่วนพื้นที่ด้านนอกห้องที่เป็นสระว่ายน้ำ และสวน จะแถมให้ฟรี โดยจะทำสระว่ายน้ำและสวนไว้ให้เรียบร้อย ทำให้ห้อง Duplex ของโครงการนี้ Sold Out ไปแล้วนะคะ

เอาโมเดลมาให้ดูกันเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ตรงนี้เป็นชั้นบนสุดของอาคาร C จะเป็นห้อง Duplex ที่ทางโครงการจะแถมพื้นที่ด้านนอกที่เป็นสระและสวนให้ฟรี โดยไม่คิดเป็นพื้นที่ขาย ซึ่งทางโครงการแจ้งว่าห้อง Duplex แบบนี้จะมีอยู่ทุกอาคารนะคะ ถ้าสนใจเราสามารถรอเมื่อเค้าเปิดอาคารใหม่ก็มาจองกันได้เลย

มาต่อกันที่อาคาร G เป็นอาคารที่อยู่ด้านในโครงการ ในชั้น 1 จะเป็น Lobby ส่วนตัวของอาคาร ซึ่งแขกของลูกบ้านจะสามารถเข้ามานั่งรอในบริเวณนี้ได้ แต่ถ้าจะขึ้น Lift Lobby ไปยังห้องพักจะต้องใช้ Key Card อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการพักอาศัย

ชั้น 2-4 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด ข้อดีของอาคารนี้คือจะมีทางเชื่อมที่เข้าจากที่จอดรถได้เลย โดยมีห้องพักอาศัย 19 ยูนิต เป็นห้อง 1 Bedroom 17 ยูนิต และห้อง 2 Bedroom 2 ยูนิต การจัดวางทางเดินเป็นแบบ Double Corridor คือมีห้อง 2 ฝั่งทางเดิน โถงลิฟต์มีตำแหน่งเดียวไม่ได้อยู่ตรงกลางอาคาร แต่ด้วยขนาดของอาคารที่ไม่ใหญ่มาก ทำให้ระยะในการเดินไปห้องพักทั้งหมดไม่ไกลจากลิฟต์นัก ในโถงจะมีลิฟต์ 3 ตัว และ Service Lift อีก 1 ตัว มีอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 221 : 1 ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่เยอะมากทีเดียว ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเย็น คงต้องเผื่อเวลารอลิฟต์กันหน่อยค่ะ

ห้องพักของอาคาร G จะหันออก 2 ทิศคือฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือและฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งห้องทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้จะได้วิวค่อนข้างโล่งและได้ลมด้วย เพราะที่ดินด้านข้างเป็นอาคาร 2-3 ชั้น แต่ก็แลกมากับแดดบ่ายที่จะทำให้ห้องทางฝั่งนี้ร้อนอยู่สักหน่อย ส่วนห้องทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่หันเข้าโครงการ จะมีบางห้องที่ได้วิวสระว่ายน้ำ แต่ห้องในฝั่งนี้บางส่วนก็จะโดนบล็อกวิวด้วยอาคาร H ที่สูง 42 ชั้น อยู่เช่นกัน

มาต่อกันที่ ชั้น 8-29 ผังโดยรวมเหมือนกับชั้น 2 แหละค่ะ ต่างกันแค่จำนวนห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะมีจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นเป็น 24 ยูนิต เป็นห้อง 1 Bedroom 20 ยูนิต และห้อง 2 Bedroom 4 ยูนิต ส่วนเรื่องของวิวก็จะโดนบล็อกแค่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือโดยอาคาร H นะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 30-31 เป็นชั้นของห้อง Duplex ทั้งชั้น และเช่นเดียวกับที่ตึก C คือ โครงการจะคิดพื้นที่ขายแค่ในห้องพักอาศัยเท่านั้น ส่วนพื้นที่ด้านนอกห้องที่เป็นสระว่ายน้ำ และสวน จะแถมให้ฟรี ซึ่งห้อง Duplex ของโครงการนี้ก็ Sold Out ไปแล้วเช่นกันค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

อาคาร A

  • สระระบบเกลือ ขนาด 20 x 6 ม. ลึก 1.5 ม. ที่ชั้น 32 (ดาดฟ้า)

อาคาร D

  • สระระบบเกลือ ขนาด 36 x 27 ม. ลึก 1.5 ม. + Jacuzzi ที่ชั้น 5
  • สนามเด็กเล่น ที่ชั้น 5
  • ห้องเด็กเล่น ที่ชั้น 5
  • Fitness ห้องโยคะ ผาจำลอง ที่ชั้น 5
  • สนามเทนนิส ที่ชั้้น 5

อาคาร E

  • สระระบบเกลือ ขนาด 22 x 14 ม. ลึก 1.5 ม. ที่ชั้น 51 (ดาดฟ้า)
  • ห้องกดน้ำ ที่ชั้น 5
  • ห้องซักรีด ที่ชั้น 5
  • ห้องเด็กเล่น ที่ชั้น 5
  • Sky Clubhouse (พื้นที่นั่งเล่น, มุมปาลูกดอก, Pantry ครัว, โต๊ะสนุ๊ก) ที่ชั้น 50

อาคาร G

  • สระระบบเกลือ ขนาด 30 x 11 ม. ลึก 1.5 ม. + Jacuzzi ที่ชั้น 5
  • สนามเด็กเล่น ที่ชั้น 1
  • สวนหย่อม ที่ชั้น 1

อาคาร H

  • Co-Working Space + Meeting Room ที่ชั้น 5
  • Co-Living Space ที่ชั้น 5
  • กำแพงปีนเขาจำลอง ที่ชั้น 5
  • Fitness ที่ชั้น 5
  • ห้องโต๊ะสนุ๊ก ที่ชั้น 6
  • ห้องรับแขก ที่ชั้น 6
  • ห้องทำกิจกรรม ที่ชั้น 6
  • ห้องโยคะ ที่ชั้น 6

 

  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ n/a:  1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก C 88 : 1
  • Service Lift ตึก C 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก G 221 : 1
  • Service Lift ตึก G 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 1,505 คันคิดเป็น 31%
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card


Product Walkthrough

โครงการ Regal สุขุมวิท 76 เป็นโครงการที่มีรูปแบบห้องให้เลือกหลากหลาย เริ่มเปิดขาย 2 อาคาร คือที่อาคาร C และ G ห้องพักส่วนใหญ่เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดยอดฮิตของโครงการที่ติดถนนสุขุมวิทในทำเลนี้เลย แต่สำหรับ Regal สุขุมวิท 76 เค้าทำราคาออกมาได้จับต้องง่ายหน่อย ถ้าไซส์ 28 ตร.ม. ก็มีราคาเริ่มต้นประมาณ 2 ล้านบาทค่ะ สำหรับรูปแบบห้องพักอาศัย มีให้เลือกทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้

  • 1 Bedroom 28 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 38-56 ตร.ม.
  • Duplex 58-110 ตร.ม. (Sold Out)

โครงการขายแบบ Fully Fitted คือให้ชุดครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ตู้เก็บรองเท้าและตู้เสื้อผ้า จะมีหน้าตาอย่างไร ไปชมกันเลย

ห้องตัวอย่าง Type แรกที่จะพาไปดู คือห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. เป็นห้องขนาดเล็กที่พักอาศัย 1-2 คนได้ลงตัวดี ห้อง Type นี้เน้นพื้นที่ทำอาหารที่เป็นแบบครัวปิด ติดระเบียง เหมาะกับคนที่อยากได้ครัวไทยแบบเป็นสัดส่วนระบายอากาศได้ดี และเน้นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่หน่อย ทำให้มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องได้ ชอบห้องนอนที่มีช่องหน้าต่างในตัว ทำให้ได้ช่องรับแสงธรรมชาติแบบเต็มๆ แลกกับพื้นที่นั่งเล่นและห้องน้ำที่อยู่ด้านในอาคาร ในเวลากลางวันหากไม่เปิดไฟ ก็ต้องอาศัยแสงที่ลอดผ่านห้องนอนและห้องครัวมาแทน ส่วนตำแหน่งวางโต๊ะทานข้าวจะอยู่ข้างโซฟา จึงสามารถนั่งทานอาหารและดูทีวีไปได้สะดวก ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านในอาคารจึงต้องอาศัยระบบระบายอากาศของอาคารล้วนๆ ค่ะ

บานประตูหน้าห้องเป็นบานสูงแบบ Oversized มาพร้อม Digital Doorlock ของ Mazi เป็นแบรนด์ของเกาหลี ที่เราจะเห็นใช้ในโครงการรุ่นพี่อย่างเช่น Regal Condo บนทำเลถนนนราธิวาส

เข้ามาในห้องจะเจอกับห้องนั่งเล่นเป็นส่วนแรก ห้องนอนและห้องครัวจะถูกวางตำแหน่งไว้ด้านในติดกับหน้าต่างทั้งหมด ระดับฝ้าเพดานเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของห้องพักในโครงการนี้นะ เพราะเค้าให้มาสูงเป็นพิเศษถึง 2.75 ม. ทำให้บรรยากาศของห้องดูโปร่งโล่ง  พื้นปูด้วยลามิเนตตามมาตรฐานโครงการระดับนี้ ห้องจะขายแบบ Fully Fitted คือให้ชุดครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ตู้เก็บรองเท้าและตู้เสื้อผ้า ถ้าเทียบกับราคาก็ถือว่าสมเหตุสมผล เหมาะกับคนที่มีเงินก้อนสำหรับตกแต่งเพิ่มอีกหน่อยค่ะ

ภายในห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ที่รวม Living & Dining เข้าไว้ด้วยกัน แม้พื้นที่ไม่กว้างเท่าไหร่แต่ก็วางฟังก์ชันได้ลงตัวดี

ตู้วางรองเท้าจะอยู่ติดกับประตูหน้าห้องเลย ทางโครงการจะ Built-in ไว้ให้ตามแบบในห้องตัวอย่าง

ส่วนตัวชอบให้มีตู้วางรองเท้าอยู่หน้าห้องเลยนะ เพราะเวลาเข้าห้องมาก็ถอดเก็บได้เลย ห้องก็จะได้ดูเป็นระเบียบดี นอกจากนี้ก็จะมีตู้ช่องโล่งเอาไว้วางของตกแต่ง หรือพวกของใช้ที่ต้องใช้ประจำอย่าง อย่างพวกกุญแจรถ ก็จะได้ไม่ลืมหยิบไปด้วย ส่วนตู้ด้านบนจะมีกล่องรวมระบบไฟของห้อง แล้วมีชั้นให้เก็บของได้อีกนิดหน่อยค่ะ

สำหรับพื้นที่นั่งเล่นมีระยะดูทีวีประมาณ 2.1 ม. มีขนาดทีวีที่เหมาะสมที่ขนาดประมาณ 48 นิ้ว ซึ่งบริเวณชั้นวางทีวีนั้นจะได้เป็นพื้นที่โล่งๆ ไม่ได้ Built-in มาให้ เราจึงสามารถออกแบบชั้นวางทีวีตามที่เราชอบได้เลย ซึ่งระยะระหว่างชั้นวางทีวีถึงโซฟาไม่กว้างมาก ถ้าจะวางโต๊ะกลางก็เลือกตัวเล็กๆ หน่อยไม่ให้บังทางเข้าออกหน้าประตูห้องนะคะ

ตำแหน่งวางชุดโซฟาจะมีขนาดให้พอวางโซฟาแบบ 3 ที่นั่งได้

ติดกับโซฟาเป็นตำแหน่งของโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง เวลาเลือกซื้อโต๊ะเก้าอี้ก็อย่าเลือกขนาดใหญ่มาก ให้เหลือพื้นที่สักหน่อย เวลาขยับเก้าอี้เข้าไปนั่งจะได้สะดวกค่ะ

ด้านหลังของชั้นวางทีวีจะเป็นตำแหน่งของทางเข้าห้องน้ำ ส่วนตัวชอบให้ตำแหน่งของห้องน้ำเชื่อมกับห้องนั่งเล่นนี่แหละ เผื่อเวลาเพื่อนมาหาจะได้เข้าห้องน้ำสะดวก ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนเรานะ

มาดูในห้องน้ำกันต่อ สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้ ก็จะได้ครบตามอย่างห้องตัวอย่างเลย รวมถึงช่องวางของแบบ Built-in ด้วยค่ะ

ภายในห้องน้ำแบ่งแยกส่วนเปียกแห้งไว้ด้วยฉากกั้นอาบน้ำและขอบธรณี ทำให้สามารถใช้งานได้เป็นสัดส่วน พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ทั้งหมด แต่ในส่วนพื้นจะเป็นแบบผิวด้านเพื่อกันลื่น

อ่างล้างมือขนาดกะทัดรัด มีพื้นที่ขอบอ่างให้วางของได้นิดหน่อย

ใต้อ่างล้างมือมีมีบานตู้ด้านบนให้เปิดออกมาซ่อมแซมอ่างได้ แต่มีช่องเก็บของด้านล่างทั้งแบบตู้ช่องโล่งและตู้ลิ้นชัก

สุขภัณฑ์ 2 ชิ้นของ Kohler พร้อมสายฉีดชำระและแกนใส่กระดาษทิชชู่ของ Prema

ส่วนที่ชอบเลยคือโครงการจะให้กระจกในห้องน้ำมาเต็มความกว้างผนังแบบนี้เลย

และมีความพิเศษที่เค้าซ่อนตู้เก็บของเอาไว้ด้วย แบบนี้เอาใจคุณสาวๆ ไปเลยเต็มๆ

สำหรับพื้นที่อาบน้ำจะมีฉากกั้นอาบน้ำบานเลื่อน เป็นแบบ 3 ตอน ทำให้สามารถเปิดเข้าออกได้กว้าง

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดกว้างยาวประมาณ 0.95 x 0.95 ม. เป็นขนาดที่ยืนอาบน้ำแล้วพอจะหมุนตัวได้เล็กน้อย โครงการเก็บรายละเอียดมาให้เรียบร้อยดี โดยฉากกั้นอาบน้ำจะอยู่บนธรณีประตูอีกที ช่วยกันน้ำไม่ให้ไหลไปส่วนอื่น มือจับฉากกั้นมีขนาดใหญ่ดี จับได้ถนัดมือ และมีติดขอบยางกันกระแทกที่ฉากกระจกบานเลื่อนเอาไว้เรียบร้อย

ภายในพื้นที่อาบน้ำ จะติดตั้งฝักบัวอาบน้ำมาให้เรียบร้อยของ Kohler ข้อดีของห้องน้ำนี้คือ มี Built-in ผนังเป็นช่องสำหรับวางของใช้ในห้องน้ำมาให้ด้วย ซึ่งหากไม่มีมาให้แล้วต้องเจาะเอง ก็ต้องดูเรื่องของงานระบบให้ดีๆ ว่าแนวท่ออยู่ตรงไหนนะ

บริเวณหน้าห้องน้ำเป็นพื้นที่โล่งๆ สำหรับไว้วางตู้เย็น ลองวัดพื้นที่คร่าวๆ มาก็ประมาณ 1.15 x 0.7 ม. แล้วอย่าลืมเผื่อพื้นที่สำหรับเปิดไฟหน้าห้องน้ำไว้นิดหน่อยนะคะ

สำหรับห้องครัวเป็นครัวปิด โดยมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นจากพื้นที่ส่วนอื่นเพื่อกันกลิ่นและควันเวลาทำอาหารไม่ให้ฟุ้งไปห้องอื่นๆ ค่ะ

รางประตูห้องครัวจะถูกฝังลงบนพื้นเลยทำให้เดินเข้าออกได้สะดวก

ภายในห้องครัวมีความกว้างไม่มาก ซึ่งโครงการจะ Built-in Pantry ครัวมาทางฝั่งซ้าย และเหลือพื้นที่สำหรับเดินทำครัวกว้างประมาณ 70 ซม. พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้จึงดูแลรักษาง่าย

เคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมีตู้ช่องโล่งสำหรับวางไมโครเวฟ และตู้เก็บของที่เป็นบานเปิดปิดและลิ้นชัก หน้าบานเป็นไม้ลามิเนต ซึ่งตู้ใต้อ่างล้างจานมีพื้นที่ให้ใช้เก็บของเล็กๆ น้อยๆ ได้แต่ใส่ของเต็มไม่ได้ เพราะต้องเว้นพื้นที่ไว้เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างจานด้วย

มือจับตู้ลิ้นชักถูกออกแบบให้เกิดช่องสำหรับสอดมือไปดึงหน้าบานตู้ให้เปิดออกได้

ตู้ใต้เคาน์เตอร์ครัวจะได้มาเป็นตู้เก็บของตลอดแนวเลย มีข้อดีคือทำให้มีพื้นที่เก็บของได้เยอะ แต่ก็ทำให้ไม่มีตำแหน่งสำหรับวางเครื่องซักผ้าในห้องพักนะ

มาดูส่วนบนของเคาน์เตอร์ครัวกันบ้าง แบ่งพื้นที่ใช้งานมาได้ครบทั้งล้างจาน, เตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน และมีพื้นที่โล่งอีกเล็กน้อยไว้ให้เตรียมอาหาร Top เป็นหินสังเคราะห์ ห้องตัวอย่างจะติดกระเบื้องในส่วนของ Backsplash ด้านหลังเคาน์เตอร์ครัวมาให้ ซึ่งห้องจริงจะได้แบบนี้แหละ มีข้อดีคือเวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

ถัดไปเป็นซิงค์ล้างจานตามมาตรฐานของโครงการ เราลองใส่หม้อลงไปให้ดู ก็วางได้ มีขนาดและความลึกพอสมควรที่ล้างจานแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมา

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวของ Hafele จะใช้อุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ หรือ ทำอาหารทานกันในห้องก็ได้ มาพร้อมเครื่องดูดควันแบบต่อท่อดูดควันออกไปด้านนอก ทำให้ระบายกลิ่นและควันได้ดีกว่าระบบหมุนเวียนค่ะ

ตู้ลอยสำหรับเก็บของด้านบนเป็นตู้บานเปิดปิด ภายในแบ่งเป็นช่องเก็บของย่อยๆ

ด้านในสุดของห้องครัวจะมีประตูกระจกบานสวิงสำหรับเปิดออกไประเบียง และเป็นช่องแสงให้กับห้องครัวด้วย

พื้นที่ระเบียงขนาดประมาณ 1.15 x 1 ม. ก็เป็นขนาดที่วางเครื่องซักผ้าได้ แต่พอประตูระเบียงเป็นประตูบานสวิง ทำให้เวลาเปิดเข้าออกมันจะติดเครื่องซักผ้า ระเบียงของห้อง Type นี้จึงวางเครื่องซักผ้าไม่ได้ แนะนำให้ส่งซักนะคะ

ราวระเบียงห้องนี้ทำออกมาได้ดี เป็นราวกระจก ทำให้เราสามารถชมวิวข้างนอกได้แบบได้มีราวระเบียงเกะกะสายตาเหมาะที่จะเอาไว้ชมวิวดีค่ะ

ส่วน Condensing Unit ถูกออกแบบมาเป็นแบบแขวน จัดวางตำแหน่งมาให้อยู่ชิดผนังและหันเข้าหาระเบียง ซึ่งแนะนำว่าติดตั้งตัวปัดทิศทางลมร้อนเพิ่มอีกหน่อย จะทำให้ความร้อนไม่สะสมอยู่ที่ระเบียงค่ะ

ด้านบนระเบียงติดไฟไว้ให้เรียบร้อย เป็นแบบไฟซาลาเปา

ส่วนสุดท้ายคือห้องนอน ที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวในห้องก็ติดม่านเพิ่มตามแบบในห้องตัวอย่างนะคะ

ภายในห้องมีพื้นที่ใช้สอยพอสมควรให้วางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ เห็นบรรยากาศดูโปร่งๆ ไม่อึดอัดแบบนี้ เป็นเพราะหน้าต่างบานใหญ่ที่ทางโครงการให้มาแบบเต็มพื้นที่ผนังจากพื้นถึงฝ้า ทำให้สามารถนอนมองวิวจากบนเตียงนอนได้เลย

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการออกแบบห้องพักโครงการนี้คือหน้าต่างที่ได้มาแบบเต็มที่จากพื้นถึงฝ้า เป็นบาน Fixed ผสมบานกระทุ้ง ทำให้สามารถเปิดรับลมหรือเปิดระบายอากาศได้

มือจับมีขนาดมาตรฐาน สามารถเปิดใช้งานได้สะดวก

หน้าต่างบานกระทุ้งเปิดได้กว้างทีเดียว คงต้องติดบานพับหน้าต่างเพิ่ม เพื่อให้ช่วยล็อกระยะเปิดปิดเอาไว้ นอกจากความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยแล้วยังช่วยไม่ให้หน้าต่างกระแทก เวลาลมมาแรงๆ ด้วยค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของเตียงนอนจะมีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ

พื้นที่ข้างเตียงที่เหลือค่อนข้างกว้างทีเดียว มีระยะกว้างถึง 1.6 ม. ทำให้เราสามารถเปิดตู้เสื้อผ้าได้สะดวก

ตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการ Built-in มาให้ เป็นตู้บานเปิดปิด ขนาดไม่ใหญ่มาก ภายในแบ่งเป็นลิ้นชักเก็บของ และมีช่องโล่งๆ ด้านบนให้เก็บกระเป๋าเดินทาง หรือวางหมอนก็ได้

ตู้เสื้อผ้ามีดีเทลของมือจับ ที่ฝังมากับตู้เลย ทำให้ดูเรียบร้อย น่าใช้งานดีค่ะ

ดวงไฟในห้องก็จะได้เป็นดาวน์ไลท์ตามแบบในห้องตัวอย่าง ส่วนฝ้าเรียบๆ ทาสีขาวปกติค่ะ

การวาง LayOut ของแบบห้อง 2 Bedroomจัดมาได้ดูเป็นสัดส่วนดี เหมาะกับคนที่อยากได้ห้องนอนขนาดใหญ่หน่อย มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ และชอบให้ห้องนอนมีช่องหน้าต่าง/ระเบียง เพื่อรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้โดยตรง พอเค้าวางห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ชิดหน้าต่างแล้ว ทำให้ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องครัวจะอยู่ด้านในอาคาร ทำให้บริเวณเหล่านี้จะต้องพึ่งแสงธรรมชาติที่ผ่านจากห้องนอนเข้ามา หรือพึ่งแสงไฟแทน ส่วนครัวจะได้เป็นครัวเปิด เหมาะกับการทำอาหารแบบเบาๆ เท่านั้น ห้องน้ำจะอยู่ในบริเวณเดียวกับส่วนครัวเลย ทำให้เวลามีเพื่อนมาหาก็สามารถเข้าห้องน้ำได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอน

เข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่นเป็นส่วนแรก พื้นที่ของห้องนั่งเล่นดูกว้างขึ้นกว่าห้องแบบแรก ภายในจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง โครงการขายแบบ Fully Fitted ให้ Pantry ครัว วัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำ ชั้นวางรองเท้าและตู้เสื้อผ้าเท่านั้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์อย่างอื่นเราสามารถเก็บเป็นไอเดียในการตกแต่งห้องได้นะ

ภายในห้องนั่งเล่นจัดวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง และมีพื้นที่สำหรับนั่งดูทีวีในระยะประมาณ 2.6 ม. พอให้วางโต๊ะกลางตัวเล็กๆ ได้ ระวังว่าถ้าเลือกโต๊ะที่มีขนาดใหญ่เกินไปจะขวางทางเดินนะ

พื้นที่วางโต๊ะรับประทานอาหารของห้อง Type นี้จะกว้างขึ้นกว่าแบบแรก ก็สามารถเลือกเก้าอี้ทานอาหารที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ แต่โต๊ะทานอาหารที่เหมาะจะวางก็ยังเป็นโต๊ะขนาด 2-3 ที่นั่งนะคะ

จากห้องนั่งเล่นมองกลับออกไปด้านหน้าห้อง จะมีโซน Pantry ครัว และห้องน้ำอยู่ด้านหน้าห้องทางฝั่งขวา

โซนห้องครัวและห้องน้ำจะอยู่ติดกันทางด้านหน้าห้อง จึงต้องอาศัยระบบระบายอากาศของอาคารล้วนๆ เหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้ครัวหนักๆ ที่ไม่ได้มีกลิ่นฉุน แค่อุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ ก็พอ

สำหรับชุดครัวมีหน้าตาและวัสดุอุปกรณ์เหมือนกับห้องแรกเลย แต่ห้อง Type นี้ไม่ได้เน้นพื้นที่ในการทำครัวมากนัก

มีพื้นที่ให้ยืนทำครัวกว้างประมาณ 85 ซม. ไม่ได้กว้างนัก แต่ก็ยังใช้งานครัวได้สะดวกอยู่นะ

ในส่วนของห้องน้ำมีการวาง Layout และขนาดพอๆ กับห้องแรก ภายในติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ให้ครบตามแบบในห้องตัวอย่าง รวมถึงตู้เก็บของหน้าบานกระจกที่เหมาะกับสาวๆ ด้วยนะ

ภายในแบ่งพื้นที่โซนเปียก โซนแห้งไว้เป็นสัดส่วน และจะได้ฉากกั้นอาบน้ำที่เป็นแบบ 3 ตอนเหมือนกันค่ะ

พื้นที่อาบน้ำขนาด 0.85 x 1.25 ม. ก็พอให้ใช้งานได้สะดวก

สำหรับห้องนอนจะถูกจัดตำแหน่งไว้ด้านใน จึงเป็นห้องที่มีช่องแสงในตัวทั้ง 2 ห้องเลย

มาดูห้องนอนเล็กกันก่อนมีขนาดเหมาะสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ยังมีของใช้ต่างๆ ไม่มากนัก พอวางเตียงเดี่ยวไว้ชิดหน้าต่าง ก็ทำให้มีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะหัวเตียง ส่วนช่องแสงในห้องจะมีขนาดใหญ่เต็มผนัง แบบจากพื้นถึงฝ้าเลย เป็นบาน Fixed ผสมบานกระทุ้งจึงสามารถเปิดระบายอากาศได้

พื้นที่ภายในห้องพอสำหรับวางเตียงเดี่ยวได้พอดี ถ้าใครอยากติดทีวีในห้องนอน ก็ติดแบบแขวนผนังได้ค่ะ

ทางโครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ให้อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ก็เป็นสเปคเดียวกับห้องแบบแรกที่พาไปชมมาเลย

สำหรับห้องนอนอีกห้องหนึ่งจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เราสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต ไว้กลางห้องได้ และมีพื้นที่ให้วางโต๊ะหัวเตียงทั้ง 2 ฝั่ง

ส่วนที่ต่างจากห้องนอนแบบอื่นอย่างชัดๆ คือมีระเบียงในห้องนอนด้วย ซึ่งประตูเป็นกระจกบานเลื่อนที่มีความสูงเป็นพิเศษแบบจากพื้นถึงฝ้า ทำให้ได้แสงธรรมชาติเข้ามา ห้องจึงดูโปร่งโล่งและทำให้เราสามารถนั่งชมวิวไป ดูทีวีไปได้ด้วยนะ

ขอบวงกบประตูจะถูกยกระดับขึ้นให้สูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำจากระเบียงไหลเข้ามาในห้อง เวลาเดินผ่านก็ระวังสะดุดนิดนึง

พื้นที่ระเบียงมีขนาด 1.1 x 2 ม. และปูด้วยกระเบื้องเช่นเดียวกับห้องแบบแรก

สำหรับระเบียงของห้อง Type นี้ จะมีพื้นที่พอให้วางเครื่องซักผ้า และราวตากผ้าได้แล้วนะ ซึ่งราวระเบียงก็ยังได้เป็นกระจกเต็มแผ่น ดูสวยงาม และไม่เกะกะสายตาเวลามองวิวด้านนอกค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของห้องเป็นตำแหน่งสำหรับวางตู้เสื้อผ้า สำหรับตู้เสื้อผ้าของห้องนี้ทางโครงการเค้าให้มาเป็นตู้แบบบานเลื่อน จึงช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้ดี

ตู้เสื้อผ้าจะมีขนาดใหญ่กว่าห้องแบบแรก ภายในแบ่งพื้นที่เป็นราวแขวน และชั้นวางของไว้เรียบร้อย

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 30 November 2019

  • 1 Bedroom / อาคาร C ชั้น 2 / เนื้อที่ 28 ตร.ม. / ราคา 1.79 ล้านบาท หรือ 63,928 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom / อาคาร C ชั้น 2/ เนื้อที่ 38 ตร.ม. / ราคา 2.7 ล้านบาท หรือ 71,053 บาท/ตร.ม.
  • รูปแบบการขาย Fully Fitted
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.75 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท๊อปหินสังเคราะห์
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ Hafele
  • มีรถ Shuttle Bus ไปกลับ BTS แบริ่ง
  • จอง + ทำสัญญา 5%
  • ผ่อนดาวน์งวดละ 5% ทั้งหมด 2 งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 37 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Regal สุขุมวิท 76 เหมาะกับคนที่อยากได้คอนโดช่วงสำโรง-แบริ่ง ที่ต้องการคอนโดติดถนนสุขุมวิทในงบประมาณ 2 ล้านกว่า รับได้กับเรื่องระยะห่างจากรถไฟฟ้าที่เกินระยะเดินไปพอสมควร สถานีใกล้สุดคือ BTS สำโรงที่ระยะ 850 ม. จึงเหมาะกับคนที่ยอมออกแรงเดินหน่อยแลกกับราคาที่หยิบจับง่าย หรือคนที่ใช้รถยนต์ก็มีเส้นทางไปขึ้นทางด่วนได้ไม่ไกลเช่นกัน นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่รับได้กับจำนวนยูนิตที่มากถึง 5,000 กว่ายูนิต แต่โครงการก็สร้างจุดแข็งด้วยการทำเป็นมิกซ์ยูส มีศูนย์การค้าให้ช้อปปิ้งกันในโครงการกันเลย อย่างไรก็ตามกำหนดการสร้างเสร็จของศูนย์การค้าจะเสร็จหลังคอนโด 2 ปี และเรายังต้องรอดูอีกว่าทางโครงการจะมีการจัดการเรื่องร้านค้าอย่างไรค่ะ

ทำเล : โครงการ Regal สุขุมวิท 76 ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท อยู่ในช่วงที่ใกล้กับแหล่งความอุดมสมบูรณ์รอบๆ BTS สำโรง ซึ่งอยู่ในระยะเดินได้ประมาณ 400 ม. ก็จะมีอิมพีเรียล เวิล์ด สำโรงเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีครบทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และ Big C ซึ่งก็จะเป็นร้านมาตรฐานที่ตั้งอยู่ในห้างตามปกติแหละ นอกจากนี้ก็จะมีตลาดใหม่สำโรง และตลาดสำโรง เซ็นเตอร์ ให้เลือกซื้อของสด ผลไม้ กันในราคาย่อมเยาว์ด้วย ถ้าต้องการช้อปปิ้งแบบห้างฯใหญ่ ที่มีของให้เลือกเยอะๆ ก็คงต้องพึ่งรถอย่างเดียวค่ะ หรือนั่ง BTS เข้าเมืองไปเลยก็สะดวกดี ซึ่งในอนาคตหากโครงการสร้าง Shopping Mall เสร็จ ก็จะทำให้โครงการมีแหล่งความอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ในโครงการเลย แต่ตามแผนแล้ว Shopping Mall จะเสร็จหลังคอนโดนะ ก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าจะเปิดให้ใช้ได้เมื่อไหร่ และมีร้านอะไรมาลงบ้างค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถ : เนื่องจากโครงการอยู่ติดถนนสุขุมวิทเลย ถ้ารถไม่ติดการเดินทางค่อนข้างสะดวกทีเดียว วิ่งเข้าออกเมืองได้สบายๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วรถจะติดพอสมควรเลยนะ ยิ่งเวลาเร่งด่วนเช้าเย็นนี่ยิ่งหนัก ติดแบบไม่ต้องพูดถึง อย่างไรก็ตามยังมีทางลัดให้เป็นตัวช่วยคือ ทางซอยสุขุมวิท 76 ที่อยู่ด้านข้างโครงการ ถนนเส้นนี้จะไปทะลุออกถนนรางรถไฟเก่า ซึ่งไปออกถนนปู่เจ้าและไปโซนพระรามสี่ได้ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนตรงสี่แยกบางนา และแถวๆพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ให้เลือกใช้กันด้วย แต่น่าเสียดายนิดหน่อยที่โครงการให้ที่จอดรถมาเพียง 30%

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : Regal สุขุมวิท 76 ตั้งอยู่ระหว่างสถานี BTS แบริ่ง กับ สำโรง จึงไม่ใช่คอนโดที่อยู่ใกล้ BTS ในระยะเดินได้สบายๆ นะ โดยมีระยะห่างจากสถานีสำโรง 850 ม. และ สถานีแบริ่ง 950 ม. ทางโครงการจึงจัดให้มี Shuttle Bus รับ-ส่งที่สถานีแบริ่ง ส่วนสถานีสำโรงก็จะทำทางเดิน Sky Walk ที่เคยมาถึงแค่อิมพีเรียลให้ต่อเชื่อมมาจนถึงโครงการเลย ส่วนการเดินทางโดยรถสาธารณะอื่นๆ ก็สามารถเรียก Taxi และสองแถวได้จากหน้าโครงการเลย ถ้าเดินขึ้นมาทางอิมพีเรียลหน่อยก็จะมีรถเมล์ รถตู้ ให้เลือกอีกหลายสายเลยด้วย

วัสดุ : ให้มาแบบ Fully Fitted พร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built-in อีก 2 ชิ้นคือตู้เก็บรองเท้าและตู้เสื้อผ้าที่เป็นงานไม้ทั้งหมดบานเปิด วัสดุปิดผิวลามิเนต ซึ่งถือว่าให้มาเยอะทีเดียวเมื่อเทียบกับราคา 73,000 บาท/ตร.ม. ได้ฝ้าเพดานสูง 2.75 ม. ส่วนชุดครัวใช้ท็อปเป็นหินสังเคราะห์ มี Sink และ Hob & Hood ของ Hafele พื้นห้องเป็นพื้นไม้ลามิเนต ส่วนห้องครัวได้กระเบื้องแกรนิตโต้ ส่วนสุขภัณฑ์ของ Kohler 

การออกแบบ : หน้าตาอาคารเป็นสไตล์ Luxurious Modern ที่เน้นความทันสมัยหน่อย และเนื่องจากโครงการมีขนาดใหญ่ หลายอาคาร ทำให้เวลามองมาที่โครงการก็จะดูเด่นทีเดียวแหละ แต่พอมีอาคาร High Rise หลายอาคารมาอยู่ในโครงการเดียวกัน ก็ทำให้หลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องการบล็อกวิวกันเองไม่ได้ และด้วยจำนวนห้อง 5,000 กว่ายูนิต ก็ทำให้โครงการดูจอแจพอสมควร ซึ่งโครงการก็พยายามออกแบบให้ทุกอาคารมีข้อดี แต่ก็มีข้อเสียที่ต้อง Trade Off กัน อย่างเช่นอาคาร C จะได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยมากสุด มีจำนวนยูนิตน้อยสุด แต่ก็อยู่ด้านในสุดของโครงการ และเป็นอาคารที่ไม่ได้มี Facilities ส่วนกลาง ส่วนอาคาร G จะเป็นอาคารที่เดินไปใช้ Facilities ส่วนกลางได้ง่าย แต่ก็มีจำนวนยูนิตที่เยอะหน่อย อยู่ด้านในโครงการ ไม่ติดถนนและ Shopping Mall แต่นั่นก็ทำให้ได้ความสงบในการพักอาศัย

สำหรับห้องพักอาศัยของอาคาร C และ G ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นแบบ 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. ก็มีการจัดฟังก์ชันภายในออกมาได้ดี ได้เป็นครัวปิดเพื่อสามารถทำอาหารได้จริง เสียดายที่ไม่มีตำแหน่งวางเครื่องซักผ้าเท่านั้น ส่วนห้อง 2 Bedroom นั้นจัดออกมาได้ลงตัว แต่จะเป็นแบบครัวเปิดแทนนะ

สาธารณูปโภค : เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของโครงการนี้ เพราะเค้าออกแบบให้กระจาย Facilities ไว้หลายจุด มีให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย และมีที่อยู่ชั้นบน ไว้รับวิวสวยๆ ได้ด้วย แต่ก็ต้องแชร์กับลูกบ้านจำนวนเยอะหน่อย อัตราส่วนลิฟต์มีความแตกต่างกันในแต่ละอาคาร ซึ่งอาคาร C มีอัตราส่วนที่ดีเพียง 88 :  1  ในขณะที่อาคาร G มีอัตราส่วนลิฟต์ถึง 221 : 1 ถือว่าเยอะมากเลย ข้อดีอย่างหนึ่งของโครงการที่มีจำนวนยูนิตเยอะคือค่าส่วนกลางที่ไม่แรงมากที่ 37 บาท/ตร.ม. เท่านั้น

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 73,000 บาท/ตร.ม., 30 November 2019 ( คิดคะแนนในกรณีที่ยังไม่มี Shopping Mall เพราะจะสร้างเสร็จทีหลังคอนโดประมาณ 2 ปีนะคะ)

  • ทำเล 8/10 – ติดถนนใหญ่ มีแหล่งความอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ในระยะเดินไปได้
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – มีทางหลักและทางลัดให้เลือกใช้ ใกล้ทางด่วน แต่รถติดหน่อย และมีอัตราส่วนที่จอดรถเพียง 30%
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – มีรถสาธารณะใกล้โครงการเยอะทั้ง รถเมลล์ พี่วิน รถสองแถว รถตู้ มี Shuttle Bus ไปส่ง BTS แบริ่ง และในอนาคตจะมี Sky Walk ไป BTS สำโรง
  • วัสดุ 8.25/10 – ให้วัสดุ และเฟอร์นิเจอร์มาดีเลยเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของโครงการ
  • แบบ 7/10 – การวางอาคารค่อนข้างหนาแน่น ทำให้อาคารในโครงการบล็อกวิวกันเอง ส่วนห้องพักออกแบบได้ลงตัวดี
  • สาธารณูปโภค 7/10 – ให้มาหลากหลาย และกระจายอยู่หลายจุด แต่ต้องแชร์กันใช้กับลูกบ้านจำนวนมาก
  • ECONOMY-MAIN CLASS
  • 7.76 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Regal สุขุมวิท 76 เหมาะกับคนที่อยากได้คอนโดติดถนนสุขุมวิท ช่วงสำโรง-แบริ่ง หวังพึ่งพารถไฟฟ้าอยู่บ้างและยอมออกแรงเดินหน่อย มีทางเลือกในการเดินทางด้วยรถส่วนตัวได้หลายเส้นทาง รับได้กับเรื่องจำนวนยูนิตที่ค่อนข้างเยอะ ชอบโครงการที่มี Facilities ให้เลือกใช้หลายจุด  และชอบโครงการที่เป็นแบบ Mixed-Use ที่มีแผนจะมี Shopping Mall ให้จับจ่ายใช้สอยได้ในอนาคต มีงบประมาณระดับ 2 – 8 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 14,000 – 56,000 บาท/เดือน


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving