รีวิวฉบับที่ 1902 … Plum Condo ดอนเมือง-แอร์พอร์ต ตำแหน่งที่ตั้งในซอยกำแพงเพชร 6 ซอย 5 แยก 2 จาก พฤกษา เป็นทำเลที่เข้า-ออกทั้งถนนแจ้งวัฒนะ และถนนวิภาวดี-รังสิตได้ง่าย ห่างรถไฟฟ้าสีแเดงสถานีหลักสี่ประมาณ 620 เมตร ซึ่งเป็นสถานี Interchange กับสายสีชมพูด้วยนะ ตัวโครงการเป็นคอนโด Low Rise ตึกคู่ แยก Facilities ออกมาอีก 1 อาคาร เพื่อความเป็นส่วนตัว พร้อมตัวห้องขนาด 22.15 – 34.99 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 1.55 ล้านบาท ใครสนใจมาอ่านรีวิวกันก่อนไปจองห้องนะคะ ^^

Fact @ 9 July 2019

  • Plum Condo Donmuang Airport (พลัม คอนโด ดอนเมือง-แอร์พอร์ต)
  • บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: กำแพงเพชร 6 ซอย 5 แยก 2 เขตหลักสี่
  • ที่ดินประมาณ 3-3-14 ไร่
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 486 ยูนิต

  • Tower A 236 ยูนิต
  • Tower B 250 ยูนิต

  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 36 ยูนิตที่อาคาร B
  • ที่จอดรถประมาณคิดเป็น 36% ( รวมจอดซ้อนคัน )
  • เริ่มก่อสร้าง : ตุลาคม 2562
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ตุลาคม 2563
  • Studio 22.15 – 22.33 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.55 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 27.21 – 27.33 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.08 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 29.34 – 29.65 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.24 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus 34.90 – 34.99 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.65 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.45 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.55 ล้านบาท * Promotion
  • ช่วงราคาทั้งโครงการ 1.65-3.07 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1739
  • สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด Google Maps : 13.891904, 100.582340
    หรือสามารถ :  พื้นที่โครงการ คลิกที่นี่ , Sale Gallery คลิกที่นี่

    แผนที่จากทางโครงการค่ะ ตัวโครงการอยู่ในกำแพงเพชร 6 ซอย 5 แยก 2 แต่ Sale Gallery จะอยู่ติดกับกระทรวงยุติธรรม บนถนนแจ้งวัฒนะ ตรงข้ามกับไปรษณีย์หลักสี่ ซึ่งถ้าใครไปไม่ถูก คลิก Link ด้านบนได้เลยะนะคะ > <

    โครงการ Plum Condo ดอนเมือง-แอร์พอร์ต ตั้งอยู่ในซอยกำแพงเพชร 6 ซอย 5 แยก 2 ได้เปรียบเรื่องทำเล ที่ออกได้ทั้งถนนวิภาวดี-รังสิต และถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งตัวโครงการเดินทางไปสนามบินดอนเมืองง่าย เหมาะกับลูกเรือหรือพนักงานในสนามบิน เพราะตัวโครงการใช้ ถนนกำแพงเพชร 6 เข้า-ออกโครงการง่าย ไม่ต้องผ่านถนนแจ้งวัฒนะที่รถค่อนข้างติดตลอดทั้งวัน

    หรือถ้าใครทำงานบนถนนแจ้งวัฒนะ เราก็ใช้ซอยแจ้งวัฒนะ 10 ก็สามารถกลับรถไปฝั่งศูนย์ราชการได้เลย รวมถึงซอยเรายังมีทางลัดไปออก ซอยแจ้งวัฒนะ 12,14 ได้ด้วย แต่จะซิกแซกหน่อยนะ อีกประเด็นที่สำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่องของ “ทางด่วน” โดยถ้ามองจากในแผนที่แล้ว จะเห็นว่าเราถูกขนาบข้างด้วยทางด่วน 2 เส้น เริ่มจากที่ใกล้โครงการสุดจะเป็นทางด่วนโทลเวย์ ที่ใช้ออกเมืองไปทางรังสิต หรือเข้าเมืองไปทางดินแดง-พระราม 9-สุขุมวิทก็ได้ / ฝั่งซ้ายมือ ทางด่วนศรีรัชซึ่งใช้ออกเมืองไปทางปทุมธานี หรือเข้าเมืองไปทางดินแดง-สีลม-ดาวคะนอง ทำให้เรามีตัวเลือกในการเดินทางได้หลากหลายเลยนะคะ

    สำหรับโครงการเรายังได้ทะเบียนบ้านกรุงเทพอยู่นะ เพราะถ้าข้ามคลองประชาชื่นไปทางซ้ายจะถูกเปลี่ยนเป็นจังหวัดนนทบุรีแล้วค่ะ ซึ่งต้องบอกว่าย่านนี้มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในแง่จำนวนผู้เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ มีแหล่งงานทั้งราชการและเอกชน อาคารสำนักงาน รวมไปถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์ก็จัดว่าครบครันเพราะมีห้างและร้านค้าต่างๆ

    มาดูภาพ Zoom กันบ้าง ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยกำแพงเพชร 6 ซอย 5 แยก 2 ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมไปออกซอยต่างๆได้ ทั้งซอยแจ้งวัฒนะ 12,14 ซึ่งถ้าเราวิ่งมาจากในเมือง เราสามารถเข้าโครงการได้จากทาง ถนนกำแพงเพชร 6 เลย ซึ่งไม่ต้องผ่านถนนแจ้งวัฒนะ ที่ปริมาณรถหนาแน่นตลอดทั้งวัน

    สำหรับถนนกำแพงเพชร 6 เป็นเส้นที่วิ่งเลียบทางรถไฟสายเหนือ-อีสาน ขนานกับถนนวิภาวดีรังสิต เริ่มต้นจากหน้าวัดเสมียนนารี และไปสิ้นสุดที่ย่านรังสิต ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงรถติดจากถนนวิภาวดีรังสิตได้ รวมถึงเป็นจุดตัดกับถนนหลักอื่นๆ เช่น ถนนเทศบาลสงเคราะห์, ถนนงามวงศ์วาน, ถนนแจ้งวัฒนะ, ถนนเชิดวุฒากาศ, ถนนสรงประภา และถนนเดชะตุงค่ะ

    ส่วนเรื่องของกินไม่ต้องห่วงเลย เนื่องจากในซอยเป็นแหล่งชุมชนทำให้มีร้านค้า ร้านอาหาร Minimart ในระยะที่เดินไปใช้งานได้สะดวก หรือถ้าอยากไปแหล่งของกินใหญ่ๆหน่อย ใกล้ๆก็มี IT Square ที่ห่างจากโครงการประมาณ 650 เมตร ภายในมีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ เหมือนพวกห้างใหญ่ๆเลย ที่สำคัญคือมี Foodland ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชม.ด้วย หรือถ้าจะไป Big C, The Avenue, Tesco Lotus ก็สะดวกเนื่องจากมีซอยลัดไปทะลุแจ้งวัฒนะ 14 ได้ ไกลออกไปหน่อยก็จะมี Makro และห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ รวมถึงยังอยู่ไม่ไกลจากเมืองทองธานี ซึ่งเป็น Hub ของคนในย่านนี้ ภายในมีทั้งศูนย์แสดงสินค้า และสถานที่จัดคอนเสิร์ตอีกด้วย

    และประเด็นที่สำคัญอีกอย่างที่คงไม่พูดถึงไม่ได้ หรือกลุ่ม User ของโครงการนี้ มีทั้ง 2 กลุ่ม

    • กลุ่มหลักเลย คือ คนที่ทำงานในสนามบิน เนื่องจากโครงการฝั่งขาออก จะมีสะพานที่เชื่อมต่อเข้าสนามบินได้เลย ไม่ต้องเสียเวลากลับรถ เดินทางไปประมาณ 10-15 นาทีก็ถึงแล้ว หรือเหมาะกับคนที่ทำงานอิงเส้นวิภาวดีเป็นหลักค่ะ
    • ส่วนกลุ่มที่รองลงมาก็ คือ คนที่ทำงานเป็นถนนแจ้งวัฒนะ เนื่องจากมีสถานีราชการใหญ่ๆอย่าง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ,TOT, อาคาร CP All เป็นต้น เพราะถ้าเทียบกับโครงการในย่านแจ้งวัฒนะเอง โครงการของเราจะมีราคาที่ต่อ/ตร.ม. สูงกว่าค่ะ

    การเดินทางด้วยรถสาธารณะ แม้โครงการจะอยู่ในซอย แต่เนื่องจากภายในซอยเป็นเส้นทางลัดที่เชื่อมออกได้หลายจุด ทำให้มีรถเข้า-ออกตลอดเวลา จะเรียก Taxi หรือพี่วินก็ง่าย แต่ถ้าจะใช้บริการรถเมล์ ต้องออกมาที่ถนนใหญ่นะคะ ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า โครงการเราห่างจากรถไฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) สถานีหลักสี่ประมาณ 620 เมตร ซึ่งตรงนี้เป็นจุด Interchange กับสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) สถานีชื่อหลักสี่เหมือนกัน ซึ่งจะมี Skywalk เชื่อมทำให้เดินใช้งานได้สะดวก หรือถ้าใครอยากมาขึ้นที่ถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้โครงการสุดจะเป็น สถานีทีโอที ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ชัดเจนได้นะ แต่คาดการระยะโดยประมาณอยู่ที่ 1.6 กม. บวกลบนิดหน่อย ซึ่งแนะนำให้เรียกพี่วินไปดีกว่าค่ะ

    ขอบคุณภาพประกอบจากเพจ Render Thailand

    ขอเสริมนิดนึงในเรื่องของรถไฟฟ้าในอนาคตนะ รถไฟฟ้าสายสีชมพูนั้นเป็นระบบขนส่งแบบโมโนเรียล (แบบรางเดี่ยว)เส้นทางเริ่มจาก ศูนย์ราชการนนฯ วิ่งไปเลี้ยวเข้าถนนแจ้งวัฒนะ ผ่านถนนรามอินทรา ไปสิ้นสุดที่ มีนบุรี โดยมีระยะทางรวม 36 กิโลเมตร มีทั้งหมด 30 สถานี โดยคาดว่าน่าจะเสร็จประมาณปี 2563-64 แต่หน้าที่ความสำคัญหลักของสายสีชมพูอาจจะไม่ได้โดดเด่นมากๆนักเพราะว่าเราจะเห็นว่าตัวทางเดินรถจะวางตำแหน่งหน้าที่หลักๆของมันเป็นการพาดผ่านเพื่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆมากกว่า อย่างสีม่วง แดง เขียวเหนือ และส้ม

    อีกทั้งตำแหน่งที่ไม่ไกลจากโครงการก็คือ รถไฟฟ้าสายสีแดง “บางซื่อ-รังสิต” ที่หน้าห้างไอทีสแควร์นั้นมีตำแหน่งของสถานี “หลักสี่” ตั้งอยู่ ซึ่งหน้าที่ของสายสีแดงตัวนี้จะโดดเด่นกว่าตรงนำโดยสารเข้าออกเมือง ถ้าเราจะเดินทางเข้าเมืองก็สามารถมาใช้สถานีนี้เพื่อต่อไปยังสถานีกลางบางซื่อในอนาคตได้เลย

    การเดินทางในวันนี้ จะใช้ถนนวิภาวดีรังสิตมุ่งหน้าขาออก วิ่งตรงยาวๆ ผ่านแยกหลักสี่ (แจ้งวัฒนะ) ไป แล้วเตรียมชิดซ้ายจะมีทางเบี่ยงเข้าถนนกำแพงเพชร 6 พอเข้าถนนกำแพงเพชร 6 แล้ว ให้ขับตามทางไป จะเจอปากซอย ที่ด้านหน้ามีป้ายส้มๆเขียนว่า ซ.โกสุม ให้เลี้ยวเข้าซอยเลย ตรงข้ามคลองเปรมประชากรไป พอลงสะพานก็เลี้ยวขวาเข้าซอยแรกที่เจอเลยนะคะ

    เริ่มจากถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าออกเมืองไปทางดอนเมือง ถ้าเราวิ่งเลนใต้ทางด่วนมา ให้เราเบี่ยงออกเลนคู่ขนาน บริเวณป้ายปากเกร็ดนะคะ

    หลักจากนั้นจะผ่านจุดตัดแยกถนนแจ้งวัฒนะ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปทางศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

    ผ่านแยกมาเล็กน้อยจะมีป้ายรถเมล์ ให้เราชิดซ้ายไว้ ถ้ากลัวเลยรอรถเมล์ไปก่อนก็ได้นะ

    ขับไปนิดเดียวจะมีทางเบี่ยงออกซ้าย เพื่อเข้าถนนกำแพงเพชร 6 ***ระวังขับเลยนะคะ

    หลังจากนั้นขับตามทางมาเลย จะเป็นทางบังคับให้เลี้ยวซ้ายค่ะ

    ข้ามทางรถไฟไป เพื่อเข้าถนนกำแพงเพชร 6 ให้เราเลี้ยวขวาตามรถกระบะไปเลย / ถ้ามาจากถนนกำแพงเพชร 6 ก็สามารถเลี้ยวออกถนนวิภาวดี-รังสิตได้เช่นกันค่ะ

    หลังจากนั้นให้ขับตามทางไปค่ะ จะเจอปากซอยที่มีรถวิ่งเข้า-ออกตลอดทั้งวัน ด้านหน้ามีป้ายส้มๆเขียนว่า ซ.โกสุมนะคะ

    ขับตรงไปตามทาง ข้ามคลองเปรมประชากรไป สังเกตถนนเส้นนี้จะมีทางเดินเท้าชัดเจนนะ ถ้าใครเดินมาโครงการ ต้องระวังรถด้วยนะ

    พอลงสะพานมา ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยแรกที่เจอเลย

    ขับมาประมาณ 100 เมตร ก็เห็นพื้นที่โครงการอยู่ทางขวามือแล้วนะ ปัจจุบันโครงการล้อมรั้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    เรามาดูสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการกันบ้างนะคะ ซึ่งจากภาพจะเห็นว่า

    • ตำแหน่งอาคาร B ฝั่งทิศใต้ โดนบอล็กวิวเต็มๆ มีทั้งตึกแถวด้านหน้าสูง 4 ชั้น ซึ่งตรงนี้ถ้าซื้อชั้น 5-6 ก็จะมองเห็นวิวระยะไกลได้อยู่นะ แต่ส่วนฝั่งที่ติดกับคอนโดสูง 12 ชั้น ตรงนี้จะไม่ได้วิวเลย แถมอาจจะต้องเปิดประตูมาจ๊ะเอ๋กับเพื่อนบ้านอีกด้วย
    • ตำแหน่งอาคาร A ฝั่งทิศเหนือบรรยากาศโปร่งโล่งดีเพราะใกล้กับบ้านพักอาศัยต่างๆ สูงไม่เกิน 1-2 ชั้น เลือกชั้น 3 ก็พอจะได้วิวระยะไกลแล้ว
    • ตำแหน่งออกอาคาร A ฝั่งทิศตะวันออก มีตึกคอนโดสูง 8 ชั้น บังวิวไกลๆ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะประชิดมาก ทำให้ไม่อึดอัดมาก ส่วนทิศตะวันออกของอาคาร B มองวิวระยะไกลได้ดีกว่า เนื่องจากพ้นรัศมีคอนโดแล้ว
    • ตำแหน่งอาคาร B ฝั่งทิศตะวันตก หันหน้าประชันกับคอนโดสูง 8 ชั้น บริเวณทางเข้าโครงการ ซึ่งตรงนี้ทำให้เราโดนบอล็กวิวนะ แต่ยังมีถนนกั้นกลาง ทำให้ยังพอมีระยะห่างอยู่นะคะ

    ถนนด้านหน้าโครงการเป็นถนนวิ่งสวนกัน 2 เลนค่ะ

    คอนโดสูง 8 ชั้น ในทิศตะวันตก บริเวณทางเข้าโครงการค่ะ

    ทิศตะวันออก เป็นฝั่งที่โดนบอล็กวิวเต็มๆ ด้านหลังเป็นคอนโดสูง 12 ชั้น ด้านหน้าเป็นตึกแถวสูง 4 ชั้น ที่ชั้นล่างทำเป็นร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชม. แม้ในโครงการจะไม่มีร้านค้า แต่เราก็เดินมาใช้งานตรงนี้ได้

    ทิศเหนือ เป็นฝั่งที่วิวดีสุดของโครงการเลย เพราะใกล้กับบ้านพักอาศัยต่างๆ โรงเรียนอนุบาล ที่สูงไม่เกิน 1-2 ชั้นเองนะคะ

    สำหรับ Sale Gallery ของโครงการอยู่ติดกับกระทรวงยุติธรรมใหม่ บนถนนแจ้งวัฒนะ ถ้าใครไปไม่ถูกด้านบนมี Link Location มาให้เรียบร้อยแล้วนะ

    บรรยากาศภายใน Sale Gallery ตั้งใจออกแบบให้มีกลิ่นอายและจำลองบรรยากาศภายในโครงการจริงค่ะ

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • IT Square ~ 850 ม.
    • ตลาดเมืองทอง 1 ~ 3.8 กม.
    • Big C แจ้งวัฒนะ ~ 4 กม.
    • ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ~ 3.2 กม.
    • โรงพยาบาล มงกุฎวัฒนะ ~ 3.6 กม.
    • Tesco Lotus ~ 4.6 กม.
    • Makro ~ 5 กม.
    • เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ~ 7 กม.
    • เมืองทองธานี ~ 8.5 กม.
    • สนามบินดอนเมือง ~ 13 กม.
    • รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีทีโอที
    • รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีหลักสี่


    เจาะลึกตัวโครงการ

    โครงการ Plum Condo ดอนเมือง-แอร์พอร์ต คอนโด Low Rise 2 อาคาร จำนวนยูนิต 486 ยูนิต บนเนื้อที่ดินกว่า 3 ไร่กว่า รูปแบบการออกแบบโครงการมาในสไตล์ Modern โดยเน้นรูปทรงเรียบง่าย และโทนสี Earthtone เทา-น้ำตาล

    เรามาดูส่วน Model กันก่อนนะคะ เริ่มจากทางเข้า-ออกหลักของโครงการ จะอยู่ตรงกลางของพื้นที่ตรงกลาง ซึ่งโครงการได้ทำไม้กั้นกระดก + ซุ้มรปภ. ไว้ด้านใน เพื่อป้องกันไม่ให้รถติดออกมาด้านนอกโครงการ แต่ถ้าเราไม่ได้ขับรถ เวลาเดินเท้าเข้าไปก็มีระยะไกลพอตัวเลย โครงการออกแบบอาคาร A เป็นรูปตัว L และอาคาร B เป็นรูปตัว U ซึ่งทำให้เกิดพื้นที่ Court ตรงกลางขนาดใหญ่ ทำให้ห้องที่หันเข้าภายในโครงการ มีระยะห่างประมาณ 40 ม.เลย ข้อดีคือได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะมองไม่ให้ภายในห้องกันเอง รวมถึงห้องส่วนใหญ่ถูกวางในแนวทิศเหนือ-ใต้ ทำให้ไม่โดนแดดแรงตอนบ่ายนะคะ

    ถัดเข้ามาจากซุ้มรปภ. จะเจอวงเวียนไว้รับ-ส่งคนได้เลย ไม่ต้องผ่านเข้าโครงการก่อน ส่วนลูกบ้านถ้าอยากจอดรถสามารถเลี้ยวตามลูกศรได้เลย ซึ่งที่นี่จะไม่ Fix ที่จอดรถนะ จอดได้ทั้ง 2 ฝั่งเลย ส่วน Lobby ของทั้ง 2 อาคาร จะอยู่ใกล้กันเลย ส่วนชั้น 2-8 จะเป็นชั้นพักอาศัยเต็มพื้นที่นะ

    สำหรับ Main Facilities จะแยกออกมาอีก 1 อาคาร สูง 3 ชั้น ซึ่งจะอยู่ใกล้อาคาร B มากกว่า ซึ่งห้องอาคาร B ที่หันเข้ามาด้านในอาคารได้วิวส่วนกลางภายในเต็มๆเลยนะ การแยกอาคารแบบนี้ก็ทำให้ฟังก์ชันเป็นสัดส่วนชัดเจนดี แต่การอยู่แบบนี้ก็มีข้อเสียเหมือนกัน เพราะเวลาใช้งานต้องข้ามถนน เวลาพาเด็กๆมาเล่นก็ต้องเดินระวังรถกันด้วย เป็นห่วงนะ > <

    แบ่งการใช้งานเป็นสัดส่วนชัดเจนเลย

    • ชั้น 1 – เป็นที่จอดรถ
    • ชั้น 2 – Swimming Pool, Fitness และ Toilet+Suana
    • ชั้น 3 – Sky Garden

    นอกจากนี้ด้านหลังอาคารฝั่งทิศตะวันออก จะมีคลองเปรมประชากร ซึ่งของจริงจะมีระยะห่างมากกว่านี้นะคะ ซึ่งโครงการออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียว เพื่อเป็น Buffer ช่วยกรองอากาศก่อนเข้าโครงการ บริเวณนี้โครงการทำเป็นทางเดิน พร้อมที่นั่งพักมาให้ด้วย เป็นอีกจุดที่มาเดินเล่น เปลี่ยนบรรยากาศได้นะ

    มาดูโมเดลฝั่งที่หันออกนอกโครงการกันนิดนึง โดยทั้ง 2 อาคาร จะมีหน้าตาคล้ายกันเลย แต่ใครเห็นจุดที่แตกต่างกันไหม … เฉลยดีกว่า ตรงตำแหน่งห้องหัวมุมของอาคาร A (รูปบนฝั่งซ้ายมือ) ห้องมุมตรงนี้ไม่มีหน้าต่างมาให้ ซึ่งปกติแล้วห้องมุมควรจะได้วิวจากทั้ง 2 ฝั่งนะ แตกต่างกับอาคาร B (รูปล่างฝั่งขวามือ) ที่ห้องมุมมีหน้าต่างมาให้ ทำให้ระบายอากาศภายในห้องได้ดีกว่า รวมถึงยังเห็นวิวได้ 2 ฝั่งอีกด้วย อันนี้ก็แล้วแต่คนเลือกเลยนะคะ

    เรามาดูในส่วน Master plan กันต่อ สำหรับชั้นล่างสุดนั้นทางโครงการจัดให้เป็นพื้นที่จอดรถ โดยที่จอดรถนั้นให้มาอยู่ที่ 36% รวมซ้อนคัน คิดในแง่ของการเดินทางแล้วคิดว่าน่าจะได้ที่จอดรถมากกว่านี้ถึงจะเพียงพอในการใช้งานนะคะ เนื่องจากปัจจุบันการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุดสำหรับทำเลโครงการ แต่หากรถไฟฟ้าสายสีชมพูและแดงเปิดใช้งาน ก็พอจะลดกลุ่มคนที่จำเป็นต้องใช้รถได้น้อยลงไป

    ถัดมาภายใน Lobby ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลาง ทั้ง Meeting Room , Co-working, Garden Lounge ที่ไม่ว่าจะอยู่อาคารไหนก็ใช้ร่วมกันได้ แต่ทางเข้าโถงลิฟต์จะต้องใช้ Key Card ของอาคารตัวเอง นอกจากนี้ด้านหลังอาคารยังมีพื้นที่สวนหย่อมให้เดินเล่นได้อีกด้วยนะ

    ขึ้นมาที่ชั้น 2 เริ่มจากอาคาร Main Facilities กันก่อน ตรงนี้มีสระว่ายน้ำยาว 5.6 x 25 เมตร เป็นขนาดที่ว่ายน้ำจริงจังได้เลยนะ รวมถึงมี Spa Pool พร้อมระบบนวดผ่อนคลาย และแยกสระเด็กออกมาให้ใช้งานอีกด้วย นอกจากนี้ด้านข้างสระยังมี Fitness ที่ออกแบบมาให้มองวิวสระว่ายน้ำได้ด้วย พร้อมห้องน้ำ + Suana ที่แยกชายหญิงมาให้เรียบร้อย นอกจากนี้ที่พูดไปทั้งหมดยังเปิดให้บริการ 24 ชม. (ยกเว้นสระว่ายน้ำ) เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตในแต่ละวันไม่ปกตินะ

    ขอพูดถึงภาพรวมของชั้นพักอาศัยก่อน ซึ่งโครงการนี้จะมีลิฟต์ 2 ตัว/อาคาร ซึ่งมีอัตราส่วนลิฟต์ประมาณ 118: 1 ที่อาคาร A และ 125:1 ที่อาคาร B ถือว่าหนาแน่นทีเดียว ถ้าใช้งานในช่วงเวลาเร่งด่วน ก็ต้องรอกันหน่อยนะ โดยวางลิฟต์ฝั่งทิศตะวัน (Lobby) ซึ่งถ้าใครซื้อห้องทางทิศตะวันตกต้องเดินไกลหน่อยนะคะ ทางเดินอาคารเป็นแบบ Double Corridor ซึ่งมีจุดให้แสงเข้าได้ 2 ทาง ซึ่งมองดูแล้วให้มาน้อยไปหน่อย ไม่เพียงพอต่อการใช้งานแน่ๆ ทำให้ต้องเปิดไฟช่วยช่วยตลอดทั้งวัน ซึ่งส่วนนี้จะมีผลกับค่าส่วนกลางของเรา รวมถึงเวลาเปิดประตูห้องมาอาจจะเจอกับเพื่อนบ้านพอดีนะคะ

    ขึ้นมาที่ชั้น 3 ของอาคาร Clubhouse จะมี Sky Garden เหนือห้อง Fitness โดยทางขึ้นตรงนี้จะเป็นบันไดวนขึ้นไป ด้านบนจัดให้มีที่นั่งด้วย สามารถมานั่งเล่นชมวิวได้

    มาดูที่ชั้นพักอาศัยกันบ้าง เริ่มที่อาคาร A มีทั้งหมด 236 ยูนิต และมี 32 ยูนิตต่อชั้น ซึ่งแต่ละชั้นจะมีรูปแบบอาคารและการวางห้องพักแบบเดียวกันทั้งหมด ลักษณะอาคารเป็นรูปตัว L ที่ห้องส่วนใหญ่วางในแนวทิศเหนือ-ใต้ ทำให้ไม่โดนแดดแรงในตอนบ่าย รวมถึงช่วยทำให้มีห้องพักอาศัยหันรับวิวได้หลากหลาย โดยจะมีทั้งส่วนที่หันออกภายนอก และหันเข้าภายในโครงการ อาจจะเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้างสำหรับบางตำแหน่ง โดยรูปแบบห้องจะมีทั้งหมด 3 แบบ ซึ่งอาคารนี้จะไม่มีห้อง Studio นะคะ

    – 1 Bedroom ขนาด 27.21-27.30 ตร.ม. เป็นรูปแบบห้องที่มีเยอะที่สุดในอาคาร อยู่ที่ 29 ยูนิต/ชั้น โดยฝั่งทิศเหนือที่บอกไปว่าเป็นตำแหน่งที่ดี ได้วิวภายนอกโล่ง ก็เป็นห้อง Size นี้ทั้งหมดเลย ส่วนถ้าใครอยากได้วิวการันตีแนะนำให้เลือกฝั่งที่หันเข้ามาด้านในโครงการค่ะ

    – 1 Bedroom ขนาด 29.34-29.65 ตร.ม. จะเป็นห้องมุมของโครงการ ส่วนตัวคิดว่าตำแหน่ง A426 (เส้นปะสีชมพู) ได้ความเป็นส่วนตัวดี เพราะไม่มีใครเดินผ่านหน้าห้อง แต่เสียดายที่เป็นผนังทึบ ถ้าบริเวณนี้มีหน้าต่าง 2 ฝั่งเหมือนอาคาร B น่าจะดีนะคะ

    – 1 Bedroom Plus ขนาด 34.90-34.99 ตร.ม. เป็นขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ มีจำนวน 3 ยูนิต/ชั้น ซึ่งโดยตำแหน่งแล้วก็จะได้วิวที่ดี ถ้าใครชอบความเป็นส่วนตัวแนะนำห้อง A431 (เส้นปะสีเขียว)  ซึ่งผนังห้องไม่ติดกับเพื่อนบ้านเลย รวมถึงเป็นห้องที่ได้วิวโล่งอยู่นะ

    ส่วนอาคาร B จะอยู่ตรงข้ามกับอาคาร A มีลักษณะภายในคล้ายกัน แต่จะมียูนิตมากกว่าเล็กน้อยที่ 250 ยูนิต และมี 34 ยูนิต/ชั้นมากกว่า 2 ห้อง แต่ฝั่งนี้มีรูปแบบ Studio เพิ่มขึ้นมานะคะ

    – Studio ขนาด 22.15-22.33ตร.ม. เป็นรูปแบบห้องที่มีเยอะที่สุดในอาคาร รับวิวทางฝั่งทิศใต้เป็นหลัก อย่างที่บอกไปว่าฝั่งนี้ติดกับคอนโดสูง ในระยะประชิดเลย ซึ่งเพื่อนบ้านอาจจะมองเห็นห้องเราได้นะ แต่ก็ยังมีตำแหน่งห้อง B401 (เส้นปะสีชมพู) ที่หันเข้าภายในอาคาร 1 จุด ถ้าใครอยากได้ห้อง Size นี้ แนะนำให้จองตำแหน่งนี้ดีกว่านะคะ

    – 1 Bedroom Plus ขนาด 34.90-34.99 ตร.ม. มีจำนวน 4 ยูนิต/ชั้น ซึ่งตำแหน่ง B428 และ B405 (เส้นปะเขียว) จะได้ความเป็นส่วนตัว ไม่มีผนังติดกับเพื่อนบ้านเลย

    ภาพและบรรยากาศจำลอง

    เรามาดู Perspective ในส่วน Drop off กันบ้าง โดยจะเห็น Lobby Lounge ที่มีความสูงแบบ Double Volume เลย รวมถึงยังมีหลังคา ช่วยให้บังแดด บังฝนได้ดีเลย

    ภาพและบรรยากาศจำลองถัดมาที่บริเวณ Lobby Lounge + Co-Working Space ด้านในจัดตกแต่งด้วยพื้นลายหินอ่อน พร้อมเล่นเส้นสายด้วยสเตนเลส Light Gold ที่ทำให้บรรยากาศดูหรูทีเดียว รวมถึงจัดโซนให้มีทั้งพื้นที่นั่งเล่นแบบโซฟา และพื้นที่นั่งเล่นเป็นโต๊ะเก้าอี้ ไว้คุยงานต่างๆ ได้ด้วย

    ภาพและบรรยากาศจำลอง

    สำหรับบรรยากาศในส่วน Garden Lounge จะมีชุดโซฟาขนาดใหญ่มาให้ พร้อมหน้าต่างที่เปิดรับวิวสวนของโครงการ โดยภายในห้องนี้ยังมีระบบ Air Plus System ที่ช่วยกรองอากาศ และเพิ่มอากาศบริสุทธิ์มาให้ด้วย เป็นอีกมุมพักผ่อนที่น่าสนใจทีเดียว

    ภาพและบรรยากาศจำลอง

    บรรยากาศห้อง Private Meeting Room ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันหันมาทำงาน Freelance กันมากขึ้น

    ภาพและบรรยากาศจำลอง

    พื้นที่ Mailroom ขนาดใหญ่ใช้งานได้สะดวก แถมการตกแต่งก็ดูหรูอีกด้วย

    ภาพและบรรยากาศจำลอง

    มาดูอาคาร Clubhouse กันบ้าง ตรงนี้จะอยู่ในพื้นที่อาคาร B ซึ่งถ้าห้องพักอาศัยอยู่ชั้น 3 ขึ้นไปกำลังดีค่ะ เพราะถ้าซื้อชั้น 2 จะโดนต้นไม้รอบสระบังวิวค่ะ

    ภาพและบรรยากาศจำลอง

    เรามาดู Perspective ในส่วนสระว่ายน้ำและสวนแม้จะเป็น Outdoor แต่มีก็มีอาคาร ช่วยบังแดดได้พอสมควร ไม่ร้อนมากนัก ยกเว้นช่วงเที่ยงๆ ที่ดวงอาทิตย์ส่องมาตรงๆ เลย / ฝั่งขวามือมี Spa Pool พร้อมระบบนวดผ่อนคลาย และม่านน้ำ Rain Curtain ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศเสียงให้เหมือนอยู่ในธรรมชาติมากขึ้น

    ภาพและบรรยากาศจำลอง

    ห้อง Fitness ติดกับสระว่ายน้ำ ที่วิ่งออกกำลังกายไป ก็ได้วิวสระว่ายน้ำและสวนด้วย ภายในจัดให้มีมุมทั้งแบบ Active, Weight Training โดยตรงนี้จะมีระบบ Air Plus System อีกจุด 1 ด้วยนะคะ

    ภาพและบรรยากาศจำลอง

    ปิดท้ายด้วย Sky Garden ที่ชั้น 3 จะมีซุ้มประตูดีไซน์เก๋ๆ + ที่นั่ง มาให้นั่งเล่นพักผ่อนได้

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • Double Volume Lobby Lounge
    • Mailbox
    • Co-working Space
    • Private Meeting Room
    • Garden Lounge
    • Club House 3 ชั้น

    • Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด 5.6 x 25 เมตร  ลึก 1.20 เมตร
    • Kids Pool ลึก 70 ซม.
    • Hydro Therapy Spy Pool
    • Suana
    • Fitness
    • Roof Garden ที่ชั้น 3

  • มีระบบ Air Plus System 2 จุด บริเวณห้อง Fitness และ Garden Lounge
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 122 :  1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 118 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 125 : 1
  • ที่จอดรถคิดเป็น 36% (รวมจอดซ้อนคัน)
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card Access
  • พนักงานรักษาความปลอดภัย 24 ชม.

  • Product Walkthrough

    รูปแบบโครงการนี้เป็นการขายแบบ Fully Fitted แต่ตอนนี้มีโปรโมชั่นขายแบบ Fully Furnished อยู่ ซึ่งจะได้เฟอร์นิเจอร์ตามรูปด้านล่างเลยนะคะ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้เลยนะคะ

    แต่ถ้าเป็นห้องมาตรฐานจะได้ ประตู Digital Door Lock ชุดครัว และโถสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ โดยโครงการมีห้องตัวอย่าง 1 ห้องนะคะ ไปดูกันค่ะว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง

    เริ่มเลยจากห้อง 1 Bedroom ขนาดอยู่ที่ 27.21 – 27.30 ตร.ม. เป็นห้องที่มีจำนวนมากที่สุด ของโครงการ ลักษณะห้องหน้าแคบลึก จัดพื้นที่ภายในเป็นสัดส่วนชัดเจนดี ได้ความเป็นส่วนตัวในแต่ละส่วน เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับส่วนใช้งานเลย ซึ่งไม่มีพื้นที่วางตู้รองเท้าหน้าห้องก่อน แต่ผนังฝั่งชุดวางทีวีค่อนข้างยาว เราสามารถทำเป็นตู้วางรองเท้าเพิ่มด้านข้างได้นะ

    โดยส่วนที่กั้นห้องนอนจะได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนเต็มพื้นที่ ซึ่งจะได้ให้แสงแดดธรรมชาติส่องผ่านมาที่โซนนั่งเล่นได้เต็มที่ / พื้นที่ทางโซนครัว โครงการกั้นครัวปิดมาให้เรียบร้อย เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารจริงจังกินเองบ่อยๆ แต่โครงการนี้จะไม่มีเตามาให้ เราสามารถติดตั้งเพิ่มเองได้นะ และติดส่วนของระเบียงด้วย จะได้ช่วยระบายอากาศได้ดีขึ้น ส่วนห้องน้ำอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานง่ายจากทุกพื้นที่ แต่ตำแหน่งนี้ต้องใช้พัดลมระบายอากาศ ช่วยดูดความชื้นและกลิ่นออกด้านนอก นอกจากนี้บริเวณหน้าห้องน้ำยังมีพื้นที่ว่าง สามารถ Built in ตู้เก็บของเพิ่มเองได้นะ

    สำหรับห้องทุกห้องนั้นจะได้ Digital Door Lock จาก Colt โดยรุ่นนี้จะรองรับการเปิดเข้าทั้งรหัส, การ์ด, กุญแจ เลยนะคะ

    ประตูได้เป็นแบบ HDF ปิดผิวลามิเนต ส่วนธรณีประตูหน้าห้องเป็นลามิเนต ซึ่งต้องระวังเรื่องความชื้นกว่าพื้นประเภทอื่น เพราะเมื่อโดนน้ำแล้วอาจจะทำให้บวมได้

    ภายในห้องจะให้เป็นแบบ Fully Fitted ให้เคาน์เตอร์ครัวกับตู้เสื้อผ้า แต่ปัจจุบันมีโปรโมชั่นจะให้แบบ Fully Furnished ตามภาพตัวอย่างด้านบน ภายในมีระดับพื้นถึงฝ้าที่ 2.45 เมตร พื้นเป็นลามิเนต หนา 8 มม. ผนังฉาบเรียบทาสีพร้อมบัวไม้เชิงผนัง

    เมื่อเปิดประตูมาจะพบพื้นที่ Common ก่อน ซึ่งแม้จะไม่ได้เห็นวิวข้างนอก แต่ก็ยังได้รับแสงจากห้องนอนนะคะ โดยตรงนี้อย่างที่บอกไปว่าเข้ามาจะเป็นพื้นที่ใช้งานเลย จึงต้องหาที่เก็บรองเท้าในบริเวณอื่นแทน

    เมื่อวางชุดโซฟาและโต๊ะวางทีวีไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่พอสมควรให้สามารถวางโต๊ะกลางขนาดเล็กได้ โดยไม่ไปขวางทางเดิน สำหรับคนนั่งดูทีวีมีระยะประมาณ 1.93 ม. ไซส์ทีวีที่เหมาะสมคือประมาณ 42″-50″ นิ้ว จะได้จอใหญ่เต็มสายตาพอดีค่ะ

    ส่วนของฝั่งที่วางโซฟา จะมีขนาดพื้นที่แนวยาวพอสมควรนะ สามารถวางโซฟาแนวยาวขนาด 3-4 ที่นั่งได้กำลังดี ด้านข้างมีพื้นที่เหลือวางโต๊ะรับประทานอาหารได้อีกด้วย

    ขนาดพื้นที่สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารไม่ได้กว้างมากนัก น่าจะนั่งได้ 2 ที่นั่งกำลังดี

    มาดูฝั่งที่วางทีวีกันบ้างของจริงทางโครงการไม่ได้ Built in ตู้มาให้ ถ้าเราทำแบบห้องตัวอย่าง ก็จะมีพื้นที่วางรองเท้าใต้ตู้ได้ แต่ถ้าใครกลัวเรื่องกลิ่นจะ Built in ตู้เพิ่มด้านข้างก็ยังได้นะ ส่วนด้านบนก็สามารถทำเป็นชั้นวางของได้อีกด้วย

    ฝ้าเพดานในห้องจริงจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ Downlight มาให้ 2 ดวง

    ส่วนต่อไปของห้องคือห้องนอนค่ะ ซึ่งจะแบ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์กรอบบานอลูมิเนียม 3 ตอน กระจกใส แบบ Double Slice มีระยะเปิดกว้างสุดที่ 1.5 เมตร เปิดแล้วโล่งทีเดียวค่ะ

    ด้านในมีตัวล็อคให้นะ และมีรางที่พื้นด้วย เดินเข้าออกต้องระวังสะดุดกันนิดนึงนะคะ

    ภายในห้องนอนมีขนาดกว้างใช้ได้ วางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งได้ ที่สำคัญคือมีช่องแสงให้ด้วย ภายในห้องตัวอย่างจัดมาให้เป็นเตียง 5 ฟุตวางชิดผนัง

    ขนาดตู้เสื้อผ้าที่เหมาะกับพื้นที่ห้องนั้นจะเป็นตู้ขนาดประมาณ 1.20 เมตร ซึ่งเราสามารถดูเป็นไอเดียในการจัดวางตำแหน่งต่างๆของห้องได้

    พื้นที่หน้าประตูทางเข้ามีขนาดค่อนข้างกว้างเลย จากหน้าตู้ถึงผนังประมาณ 1.8 เมตร และจากหน้าประตูถึงเตียงประมาณ 1.65 เมตร มีพื้นที่ให้ยืนแต่งตัว หรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้งอีกฝั่งเพิ่มก็ได้นะคะ

    ที่ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับแขวนทีวีด้วยนะ เดินสายไว้ให้เรียบร้อย

    พื้นที่ปลายเตียงมีขนาดเหลือประมาณ 44 ซม. ซึ่งถ้าติดทีวีแขวนผนังแล้วก็จะเดินยากหน่อยนะคะ

    ส่วนด้านในห้องนอนมีบานเลื่อนมาให้ ที่ช่วยระบายอากาศภายในห้องได้ ซึ่งตรงนี้จะได้ขอบอลูมิเนียมสีเงิน Powder Coat พร้อมกระจกสีเขียวตัดแสง ที่ช่วยป้องกัน UV ได้ระดับนึงนะคะ

    ฝ้าเพดานในห้องจริงจะได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ Downlight มาให้ 2 ดวง

    จบจากส่วนใช้งานแล้วมาที่ส่วนถัดไปกันดูบ้าง โดยระหว่างห้องน้ำและห้องครัว จะมีพื้นที่เหลือประมาณ  1.00 x 0.40 เมตร ที่เราสามารถทำตู้เพิ่มเติมตามห้องตัวอย่างได้ค่ะ / ฝั่งขวามือคือห้องน้ำ ส่วนฝั่งซ้ายคือห้องครัว ไปดูห้องน้ำกันก่อนนะคะ

    สำหรับห้องน้ำของโครงการ จะเป็นห้องน้ำสำเร็จรูปทั้งหมด คือในตอนก่อสร้างจะเป็นแบบยกห้องน้ำมาวางทั้งอันเลย ซึ่งทาง Think of Living ได้เคยทำบทความห้องน้ำสำเร็จรูปไว้แล้ว สามารถอ่านรายละเอียดเจาะลึกเพิ่มเติมได้ (คลิกที่นี่)

    ภายในห้องน้ำจะได้ลักษณะแบบนี้ แต่จะไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ ซึ่งถ้าจะแยกส่วนเปียกแห้งออกจากกัน แนะนำให้ติดเพิ่มทีหลังค่ะ พื้นและผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ โดยกระจกจะได้เต็มพื้นที่แบบนี้เลย มีระดับพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.30 เมตร อุปกรณ์ภายในห้องน้ำทั้งหมดเป็นของ Cotto หรือเทียบเท่า

    พื้นที่ภายในเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดพื้นที่ใช้งานกำลังดี อย่างพื้นที่หน้าโถประมาณ 40 ซม. เป็นระยะใช้งานแบบพอดีๆ

    อ่างล้างหน้าเซรามิกของ Cotto ขนาด 49 x 30 ซม. ด้านบนสามารถวางของได้ ด้านล่างมีช่องวางของมาให้ด้วย ข้อดีของตัวอ่างยกสูงขึ้นจากพื้น คือง่ายต่อการล้างทำความสะอาด

    โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ Cotto มาพร้อมสายชำระ และที่ใส่กระดาษทิชชู่ รวมถึงด้านหลังมี Low Wall ที่สามารถวางของเพิ่มได้อีกด้วย

    สายชำระสเตนเลสแบบกดด้านหลังจับถนัดมือดีนะ มาพร้อมกับที่ใส่กระดาษทิชชู่ ซึ่งพอวางไว้ตรงนี้ จะทำให้หยิบใช้งานยากหน่อย รวมถึงไม่มีที่กั้นน้ำมาให้ ต้องระวังเปียกกันด้วยนะ

    ต่อไปเป็นส่วนอาบน้ำของจริงจะไม่มีฉากกั้นมาให้นะคะ พื้นที่อาบน้ำอยู่ที่ประมาณ 96 x 80 ซม. เป็นระยะที่ใช้งานกำลังดี ทางเข้ามีขอบก่อสูงขึ้นประมาณ 1.5 ซม. เพื่อแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งออกจากกัน

    ฝักบัวอาบน้ำยี่ห้อ Cotto เช่นกัน ให้มาเป็น Hand Shower นะ พร้อมชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำได้เล็กน้อย / ฝักบัวขนาดพอดีมือ ที่ปรับระดับน้ำไหลได้อีกด้วย

    ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ให้ไฟ Downlight 2 ดวง พร้อมพัดลมระบายอากาศ

    ออกมาจากห้องน้ำ ฝั่งตรงข้ามคือห้องครัว มีฉากกั้นแบบ 3 ตอนมาให้ ซึ่งข้อดีของฉากกั้นแบบ 3 ตอนคือจะสามารถมีระยะเปิดที่กว้างกว่าแบบ 2 ตอนนะคะ โดยเปิดได้กว้างประมาณ 74 ซม.

    ภายในห้องครัวเป็นครัวปิดไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นและควันจะไปรบกวนส่วนอื่นๆภายในห้องเลย แถมยังใกล้กับระเบียงจึงทำให้ง่ายต่อการระบายอากาศ ทางโครงการให้ชุดเคาน์เตอร์ครัวมาด้วยแบบในห้องตัวอย่าง

    ส่วนที่ใกล้กับทางเข้าออกห้องครัวคือ พื้นที่เว้นว่างไว้สำหรับวางตู้เย็นประมาณ 70 x 65 ซม. ซึ่งสะดวกดีนะ เพราะส่วนตู้เย็นเป็นส่วนที่ต้องใช้งานบ่อย ใกล้กับประตูทำให้ไม่ต้องเดินเข้าไปภายในห้องครัวลึก กรณีมีคนประกอบอาหารอยู่ก็ไม่ต้องเบียดกันเข้าไปใช้งานตู้เย็น นอกจากนี้บนตู้เย็น โครงการทำเป็นชั้นวางของมาให้อีกด้วย

    หลังจากวางเฟอร์นิเจอร์ มีพื้นที่เหลือใช้งานประมาณ 79 ซม. ขนาดยืนทำครัวคนเดียวกำลังสบายๆเลย

    ด้านบนเป็นหน้าบานเปิดเก็บของได้หลายประเภททีเดียว กรุผิวด้วยเมลามีนสีเทา ข้อดีของเมลามีนคือสามารถทนความร้อน ทนความชื้น และทนน้ำได้ดีมากกว่าลามิเนต รวมถึงยังเช็คทำความสะอาดได้ง่าย

    ส่วนช่วงกลางเป็นเคาน์เตอร์ปิดผิวด้วยลามิเนตสีขาว โดยโครงการจะไม่มีเตาไฟฟ้ามาให้ แต่จะมี Backsplash เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ซึ่งทำความสะอาดได้ง่ายและป้องกันคราบสกปรกจากเศษอาหารได้ พร้อมอ่างล้างจานแบบหลุมเดี่ยวขนาดประมาณ 49 x 36 ซม. ยี่ห้อ Hafele ค่ะ

    ด้านล่างฝั่งขวามือเป็นพื้นที่เก็บของหลากหลายรูปแบบทีเดียว ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นที่วางเครื่องซักผ้า ซึ่งโครงการเดินท่อมาให้แล้วเรียบร้อย

    ส่วนนี้จะได้ฝ้าฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟ Downlight 2 ดวงค่ะ

    ส่วนต่อไปเชื่อมต่อไปยังระเบียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อน โดยมีการยกขอบขึ้นประมาณ 8 ซม. ที่ช่วยกันน้ำและสิ่งสกปรกเข้ามาภายในห้องได้

    พื้นที่ภายนอกปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค มีขนาดพื้นที่ประมาณ 1.40 x 0.90 เมตร ออกไปยืนใช้งาน หรือตากเสื้อผ้าก็สะดวกนะ

    ด้านบนแขวน Condensing unit มาให้เรียบร้อย พร้อมราวกันตกสูง 1 เมตร เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยคะ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ต่อไปเราจะวิเคราะห์แปลนแบบต่างๆในโครงการกันบ้างนะคะ

    เริ่มจากห้อง Studio ขนาด 22.15-22.33 ตร.ม. เป็นขนาดเล็กที่สุดของโครงการ ซึ่งจะไม่มีการกั้นห้องมาให้ ทำให้ส่วน Living + Bedroom เป็นพื้นที่เดียวกัน ไม่สามารถแยกใช้งานได้ เหมาะอยู่อาศัยเองเป็นหลัก รวมถึงไม่มีพื้นที่วางโต๊ะกินข้าวมาให้ ต้องไปใช้รวมกันที่โซฟานะคะ เรียกว่าใช้ประโยชน์จบในที่เดียวเลย แต่ก็ยังดีที่ได้เป็นห้องครัวปิด ซึ่งจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าห้องที่แล้วด้วย รวมถึงยังอยู่ติดระเบียง ทำให้ระบายกลิ่นออกด้านนอกได้ดี เหมาะสำหรับคนชอบทำอาหาร

    ถัดมาที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 29.34-29.65 ซม. ซึ่งถ้านับฟังก์ชันต่างๆจะเหมือนกับห้องตัวอย่างเลย แต่ Layout ตำแหน่งอะไรต่างๆจะเปลี่ยนไปพอสมควร โดยในห้องนี้จะเพิ่มพื้นที่ในส่วนของ Common Area ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยบริเวณหน้าห้องน้ำจะสามารถ Built in ตู้เพิ่มได้ อีกทั้งพื้นที่ครัวก็กั้นเป็นโซนครัวปิดมาให้เลยด้วย ซึ่งอยู่ติดกับระเบียงเช่นเดียวกัน / ส่วนของห้องนอนอันนี้จะได้ความเป็นส่วนตัวเลย เพราะมีประตูปิดมาให้เรียบร้อย ทำให้กั้นเสียงได้ดีกว่ากระจกบานเลื่อน แต่การใช้ห้องน้ำต้องออกไปใช้ด้านนอก ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามห้องนอนเลย ระหว่างทางเดินไปมีกำแพงกั้นจากส่วน Living ให้เล็กน้อย ทำให้มีความเป็นส่วนตัวในการใช้งานมากขึ้น ห้องนี้เหมาะกับคนที่มีแขกมาบ้านบ่อยๆ อันนี้แยกฟังก์ชันใช้งานเป็นสัดส่วนชัดเจนดี

    ปิดท้ายด้วยห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.90-34.99 ซม. เป็นห้องขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ โดยจะได้เป็นห้องหน้ากว้าง ที่แสงส่องเข้ามาถึงทุกพื้นที่ภายในห้อง เปิดมาเจอพื้นที่ Common ยาวจนถึงระเบียง ทำให้ได้รับแสงได้เต็มที รวมถึงมีพื้นที่กว้างสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้สบายๆเลย โดยห้องนี้จะได้เป็นครัวปิดเช่นกัน แต่ครัวจะถูกจัดเข้ามาด้านใน ทำให้ถ้าจะทำอาหารจริงจัง ต้องติดตั้ง Hood เพิ่มด้วยนะคะ ตรงข้ามห้องครัวจะมีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมา ขนาด 2.45 x 2.15 เมตร ที่สามารถวางเตียง 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าขนาดเล็กได้ ส่วนตำแหน่งห้องน้ำจะอยู่ด้านหน้าห้อง ซึ่งเข้าออกได้ 2 ทาง ทั้งจากห้องนอนใหญ่และบริเวณ Common Area ที่ทำให้ใช้งานได้สะดวกค่ะ ห้องนี้เหมาะอยู่อาศัย 2-3 คนกำลังดีนะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 9 July 2019

    ราคา Promotion Unit

    • Studio ขนาด 22.33 ตร.ม. ราคา 1.60-1.62 ล้านบาท หรือ 71,652 – 72,543 บาท/ตร.ม. มีส่วนลดเพิ่มอีก 100,000 บาท
    • 1 Bedroom ขนาด 27.3 ตร.ม. ราคา 2.05 ล้านบาท หรือ 75,091 บาท/ตร.ม. มีส่วนลดเพิ่มอีก 150,000 บาท

    ราคาขายปกติ

    • Studio ขนาด 22.15-22.33 ตร.ม. ราคา 1.65-2.00 ล้านบาท หรือ 74,492 – 89,565 บาท/ตร.ม. มีส่วนลดเพิ่มอีก 100,000 บาท
    • 1 Bedroom ขนาด 27.21-27.33 ตร.ม. ราคา 2.08 -2.37 ล้านบาท หรือ 76,442 – 86,959 บาท/ตร.ม. มีส่วนลดเพิ่มอีก 150,000 บาท
    • 1 Bedroom ขนาด 29.34-29.65 ตร.ม. ราคา 2.24 -2.54 ล้านบาท หรือ 76,653 – 85,773 บาท/ตร.ม. มีส่วนลดเพิ่มอีก 150,000 บาท
    • 1 Bedroom Plus ขนาด 34.90-34.99 ตร.ม. ราคา 2.65 – 3.07 ล้านบาท หรือ 75,959 – 87,939 บาท/ตร.ม. มีส่วนลดเพิ่มอีก 200,000 บาท

     

    • รูปแบบการขาย Fully Fitted **แต่ปัจจุบันมีโปรโมชั่นขายแบบ Fully Furnished (จำนวนจำกัดเฉพาะ 100 ห้องแรกเท่านั้น)
    • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.45 เมตร
    • Kitchen & Sink / ท๊อปหินสังเคราะห์
    • จอง 5,000 บาท
    • ทำสัญญา 5,000 บาท
    • ดาวน์ 2,900-3,900 บาท ผ่อนดาวน์ 10 งวด
    • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. (ชำระวันเดียวในวันโอนกรรมสิทธิ์)
    • ค่าส่วนกลาง 48 บาท/ตร.ม./เดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเล : โครงการ Plum Condo ดอนเมือง-แอร์พอร์ต อยู่ในซอยของกำแพงเพชร 6 ซอย 5 นะคะ ซึ่งเดินทางไปถนนแจ้งวัฒนะ และถนนวิภาวดีรังสิตได้สะดวก รวมถึงภายในซอยมีทางลัดเลาะที่สามารถหลีกเลี่ยงรถติดได้ สำหรับความอุดสมบูรณ์โดยรอบ ถือว่ามีครบในระยะเดินได้สะดวก เนื่องจากเป็นแหล่งชุมชนทำให้บรรยากาศคึกคักพอสมควร หรือถ้าขับรถไปหน่อยก็มีทั้ง IT square ที่ภายในมี Foodland ไว้บริการ 24 ชม. , Hyper Market ต่างๆ และห้างสรรพสินค้าอย่าง Central แจ้งวัฒนะ ให้เลือกใช้บริการได้นอกจากนี้ช่วงต้นถนนแจ้งวัฒนะ ยังเป็นทำเลศูนย์ราชการขนาดใหญ่ ดังนั้นโครงการจึงสามารถตอบโจทย์กลุ่มข้าราชการต่างๆ ที่เน้นเดินทางไปทำงานสะดวก หรืออีกกลุ่มคือพนักงานสายการบิน เพราะเดินทางไปสนามบินดอนเมืองได้ง่ายเช่นเดียวกัน

    การเดินทางโดยใช้รถ :  โครงการตั้งอยู่ในซอยชื่อเต็มว่า กำแพงเพชร 6 ซอย 5 แยก 2 ซึ่งซอยนี้สามารถเชื่อมไปออกซอยแจ้งวัฒนะ 10, 12, 14 ได้ด้วย (เอาไว้หนีรถติดบนเส้นแจ้งวัฒนะในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ดี ) รวมถึงเดินทางไปถนนแจ้งวัฒนะประมาณ 900 เมตร และถนนวิภาวดีรังสิตเพียง 600 เมตร ซึ่งโครงการเองอิงไปทั้ง 2 ฝั่ง ได้เปรียบเรื่องการเดินทาง ที่สามารถหลีกเลี่ยงรถติดได้ดี และมีตัวเลือกในการใช้งานมากขึ้น  แต่ติดเรื่องที่จอดรถที่ให้มาน้อยมาหน่อยโดยจอดรถรวมซ้อนคันได้มา 36%

    อีกประเด็นที่สำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่องของ “ทางด่วน” โดยถ้ามองจากในแผนที่ด้านบน จะเห็นว่าที่ตั้งโครงการมีทางด่วนขนาบข้าง 2 ฝั่งเลย ถ้าใกล้กับโครงการจะเป็นทางด่วนโทลเวย์บนถนนวิภาวดีรังสิต แต่ถ้าใครสะดวกใช้ทางด่วนศรีรัช ก็เดินทางได้ไม่ไกลมาก แต่อาจจะรถติดบนถนนแจ้งวัฒนะหน่อยนะคะ

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : อย่างที่บอกโครงการอยู่ในแหล่งชุมชน ทำให้เรียกรถ Taxi ได้ง่าย หรือถ้าไม่มีรถขับผ่านมา ด้านข้างโครงการก็มีพี่วินให้บริการด้วย ส่วนรถประจำทาง ต้องออกมาเรียกบนถนนแจ้งวัฒนะ หรือถนนวิภาวดีรังสิตนะ และถ้ารถไฟฟ้าสายสีแดงเปิดให้ใช้งาน ก็ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวกทีเดียว เพราะสามารถเดินทางไปยังสถานีกลางบางซื่อในอนาคตได้ ซึ่งจะเป็น Hub Transit แห่งใหม่ของคนกรุงเทพ นอกจากนี้ตัวสถานีหลักสี่เอง ยังเป็นจุด Interchange กับสายสีชมพู ห่างจากโครงการประมาณ 620 ม.

    การออกแบบ : ออกแบบหน้าตาอาคารเป็นสี Earth Tone เน้นสีน้ำตาล เทา ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น โครงการแยกเป็น 2 อาคาร กระจายจำนวนผู้ใช้แต่ละอาคาร ได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงลักษณะการวางเป็นรูปตัว L และ U ทำให้ตัวอาคารล้อม Facilities ที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งจะช่วยบังแดดได้ ทำให้พื้นที่ Outdoor ไม่ร้อนมากนัก

    การออกแบบห้อง : ห้องพักอาศัยของที่นี่จะมี 4 รูปแบบ ตั้งแต่ห้อง Studio , 1 Bedroom 2 ขนาด, และ ห้อง 1 Bedroom Plus ภายในห้องแบ่งสัดส่วนพื้นที่ชัดเจน โดยออกแบบให้มาเป็นครัวปิดทั้งหมด มองถึงการใช้งานจริง ความสูง 2.45 เมตรเป็นมาตรฐาน สำหรับแปลนห้องตัวอย่าง เป็นแบบหน้าแคบลึก แต่จัดพื้นที่ออกมาได้โปร่งโล่งทีเดียว เพราะเลือกใช้แนวประตูกระจกใส ในการกั้นแต่ละฟังก์ชัน ที่ช่วยทำให้ห้องดูกว้างยิ่งขึ้น รวมถึงยังแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วนชัดเจนดี รวมถึงได้ครัวปิดที่ติดระเบียง ทำให้ระบายอากาศได้ดีด้วยนะ

    วัสดุ : ภายในโครงการปกติจะให้แบบ Fully Fitted นะคะ ให้เฉพาะชุดครัว และสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ แต่ปัจจุบันขายแบบ Fully Furnished (จำนวนจำกัด) ซึ่งภายในห้องจะได้พื้นไม้ลามิเนตหนา 8 มม. ในห้องน้ำจะได้แบบในห้องตัวอย่างเลย คือสุขภัณฑ์จาก Cotto หรือเทียบเท่าทั้งหมด แต่จะไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมานะ ส่วน Top เคาน์เตอร์ครัว ปิดผิวด้วยลามิเนตสีขาว หน้าบานต่างๆเป็นไม้อัดกรุเมลามีน ไฟ Downlight ทั้งห้อง พร้อม Digital Door Lock ยี่ห้อ Colt ให้เป็นมาตรฐานนะคะ

    สาธารณูปโภค : มีลักษณะเป็นอาคาร Club House มีตำแหน่งอยู่ที่กลางโครงการระหว่างสองอาคาร ภายในมีมาให้ถือว่าครบ จะมีหลักๆ 3 ส่วน คือสระว่ายน้ำ, ฟิตเนต และ Sky Garden ข้อดีของอาคาร Club House จะช่วยให้ดูแลจัดการง่าย เข้าถึงสะดวก แต่อาจจะอันตรายสักหน่อยเพราะต้องเดินข้ามถนนไปใช้งาน นอกจากนี้บริเวณ Lobby ยังมีพื้นที่ Co Working Space, Garden Lounge, Private Meeting Room ให้ใช้บริการกันอีกด้วย ข้อดี


     

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 75,000 บาท/ตร.ม., 9 July 2019

    • ทำเล 7.75/10 – ทำเลในซอย ย่านชุมชน เดินทางสะดวก เชื่อมต่อถนนหลักสองสาย
    • เดินทางด้วยรถ 8.25/10 – เข้า-ออกได้หลายเส้นทาง ใกล้ทางด่วน
    • ไม่ใช้รถ

    • (กรณียังไม่มีรถไฟฟ้า) 7/10 – เรียกรถสาธารณะหน้าโครงการ ใกล้ๆมีพี่วินมอเตอร์ไซค์รอให้ใช้บริการอยู่
    • (กรณีมีรถไฟฟ้า) 7.75/10 – ระยะห่างรฟฟ.สถานีหลักสี่ Interchange ประมาณ 620 เมตร ที่ไม่ใช่ระยะเดินสบายนะ แต่ถ้ามีก็ทำให้มีตัวเลือกมากขึ้น

  • วัสดุ 7.25/10 – มาตรฐานเหมาะสมกับการใช้งาน มาแบบ Fully Fitted ต้องแต่งเพิ่ม
  • แบบ 7.50/10 – ออกแบบได้ดี มีห้องให้เลือกหลายแบบ ได้ครัวปิดทั้งหมด
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ให้มาหลากหลาย น่าสนใจและแยกเป็นสัดส่วน
    • MAIN CLASS
    • 7.61 (กรณียังไม่มีรถไฟฟ้า / 10.00)
    • 7.72 (กรณีมีรถไฟฟ้า / 10.00)

    BOTTOM LINE

    Plum Condo ดอนเมือง-แอร์พอร์ต เหมาะสำหรับคนที่ทำงานอยู่ในโซนดอนเมือง ใกล้สนามบินดอนเมือง ที่อยากจะหาที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน เดินทางสะดวก ทำเลชุมชนหาของกินง่าย ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงสถานีหลักสี่ เน้นอยู่อาศัย 1-2 คนกำลังดี มีส่วนกลางให้ใช้ครบ ที่เปิดตลอด 24 ชม. มีงบประมาณ 1.65 – 3.07 ล้านบาท หรือกำลังผ่อนชำระ 8,000 – 14,600 บาท/เดือน


    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving