รีวิวฉบับที่ 1952 … Sena Development ได้เปิดตัวคอนโดใหม่กับโครงการ PITI สุขุมวิท 101 คอนโด High Rise ติดถนนสุขุมวิท ใกล้ BTS บางจาก ประมาณ 350 เมตร ใครที่ใช้รถไฟฟ้าเดินทางอยู่แล้วถือว่าสะดวกทีเดียวค่ะ โครงการนี้มีจุดเด่นคือมีการบริการระดับโรงแรม (Elite Service) หลากหลาย เช่น พนักงานต้อนรับ, Butler Service,  Doorman 24 ชั่วโมง, มีเทรนเนอร์ออกกำลังกาย, บริการผ้าขนหนูและน้ำดื่มที่สระว่ายน้ำ เป็นต้น และมีห้องพักอาศัยฝ้าเพดานสูง 4.20 เมตร ทุกยูนิต (ยกเว้นยูนิตชั้น 2 และชั้น 16 ที่เป็นห้อง Simplex) ในราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท โครงการจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันค่ะ

Fact @ 25 SEPTEMBER 2019

  • PITI SUKHUMVIT 101 (ปีติ สุขุมวิท 101)
  • บริษัท เสนาฮันคิว จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนน สุขุมวิท เขต พระโขนง
  • ที่ดินประมาณ 1-0-97 ไร่
  • คอนโด High Rise 19 ชั้น 1 อาคาร และอาคาร Facility 1 อาคาร 168 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 13 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 93 คัน แบ่งเป็น Auto-Parking 92 คัน และ EV Charger 1 คัน รวมเป็น 55%
  • เริ่มก่อสร้าง :  Q 2 2563
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q2 2565
  • 1 Bedroom Simplex 33.00 ตร.ม.เป็นต้นไป ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • 1 Bedroom Suite 26.00 ตร.ม.เป็นต้นไป ราคาเริ่มต้น 4.9-5.5 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Signature Elite 33.00 ตร.ม.เป็นต้นไป ราคาเริ่มต้น 5.6-7.0 ล้านบาท
  • 2 Bedroom Executive 50.00 ตร.ม.เป็นต้นไป ราคาเริ่มต้น 9.2-10.2 ล้านบาท
  • 3 Bedrooms President Suite 68.00 ตร.ม.เป็นต้นไป ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 4.20 เมตร (ห้อง Loft) พื้นที่ห้องปกติ สูง 2.15 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 145,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1775

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.692982, 100.607569
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ PITI สุขุทวิท 101 ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท อยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า BTS บางจาก เป็นระยะทาง 350 เมตรและ BTS ปุณณวิถี 400 เมตร เป็นระยะที่สามารถเดินไปรถไฟฟ้าทั้งสองสถานีได้ ถือว่าการเดินทางด้วยรถสาธารณะนั้นสะดวกทีเดียว เนื่องจากโครงการอยู่ในระยะที่สามารถเดินไปรถไฟฟ้าได้ไม่ไกลนักค่ะ

ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ในทำเลนี้ก็ถือว่าค่อนข้างสะดวกเลย ด้านหน้าโครงการเป็นถนนสุขุมวิทขาออก ไปเชื่อมต่อกับถนนบางนา-ตราดได้ หรือตรงไปสมุทรปราการได้สะดวก ถ้าใครอยากเดินทางเข้าเมืองก็ไปกลับรถด้านหน้าโครงการ มีจุดกลับรถอยู่ประมาณ 100 เมตร เท่านั้นเองค่ะ นอกจากนั้น ยังมีเส้นทางลัด ระหว่างซอยสุขุมวิท 101 และซอยสุขุมวิท 101/1 หรือซอยวชิรธรรมสาธิต เพื่อไปออกถนนอ่อนนุชและถนนศรีนครินทร์ หรือถนนอ่อนนุชได้

สำหรับการเดินทางโดยใช้ทางด่วน จะอยู่ใกล้กับทางพิเศษเฉลิมมหานคร เป็นอีกหนุึ่งทำเลที่เดินทางด้วยทางด่วนสะดวกมากๆ โดยทางด่วนจะอยู่บริเวณซอย สุขุมวิท 62 ค่ะ โดยสามารถขึ้นไปได้ 2 ทาง เส้นทางแรกไปทางตะวันตก เพื่อไปย่านพระราม 3, พระราม 4, สีลม, สาทร และอีกเส้นทางหนึ่งคือทางทิศเหนือ เพื่อไปย่านรามอินทรา ลาดพร้าว เกษตรนวมินทร์

  • ทางขึ้นทางด่วน : จากโครงการออกมาแล้วให้ไปกลับรถเพื่อที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 62 แล้วเลี้ยวขวาขึ้นทางพิเศษ ระยะทางรวมประมาณ 1.5 กิโลเมตร
  • ทางลงจากทางด่วน : เส้นทางลงเมื่อลงทางด่วนมาแล้วเข้าซอย สุขุมวิท 62 สามารถเลี้ยวขวาเข้าถนนสุขุมวิทได้เลย ไม่ต้องกลับรถค่ะ ก็จะมาเจอกับโครงการทางด้านซ้ายมือพอดี ระยะทางรวมประมาณ 1.2 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

ความอุดมสมบูรณ์ในทำเลของโครงการนั้นจะมีอยู่ที่ริมถนนสุขุมวิท ระหว่างทางเดินไปยัง สถานีรถไฟฟ้าทั้ง 2 สถานีก็จะมีร้านอาหาร ร้านค้า รวมถึงรถเข็นอยู่เป็นระยะทำให้หาของกินได้ไม่ยาก ด้านข้างโครงการเองติดกับปั๊มน้ำมันบางจาก ภายในปั๊มมีร้านสะดวกซื้ออย่าง Mini Big C อยู่ด้วยค่ะ สามารถเดินออกมาซื้อของขึ้นไปปรุงอาหารกันเองได้เลย สำหรับใครที่ชอบเดินห้างหรือ Community Mall ก็มี 101 The Third Place อยู่ตรง Whizdom 101 อยู่ไม่ไกล หรือจะใช้ซอย สุขุมวิท 101/1 ไปออกถนนศรีนครินทร์เพื่อไปห้าง Seacon Square, Paradise Park ก็สะดวก หรือจะขับรถออกมาอีกนิดที่เส้นบางนา-ตราด ก็จะมีห้างใหญ่อย่าง Central บางนา, Big C, Mega บางนา อยู่ค่ะ

สถานที่สำคัญอื่นๆในทำเลนี้จะมีอาคารสำนักงานอย่างอาคารสามัคคีเภสัช, ตึกแฟนทรี 1,2,3 และ 4 ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานและศูนย์มัลติเพล็กซ์ขนาดใหญ่ของ DKSH และใกล้ๆกันยังมีสำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 3 ซึ่งอาคารสำนักงานเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีพนักงานรวมแล้วหลายพันคนซึ่งต้องการทั้งที่อยู่อาศัย มีโรงเรียนนานาชาติอย่าง รร.Anglo Singapore และ รร. Berkeley ทำให้แถวนี้มีเด็กและผู้ปกครองค่อนข้างเยอะ จึงทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้านร้านค้า ร้านอาหารอยู่เยอะ ถือว่าค่อนข้างสะดวกสบายพอสมควรค่ะ

การเดินทางไปโครงการวันนี้จะเริ่มจาก BTS สถานีบางจาก ออกทางออกที่ 3 แล้วเดิน เลียบถนนสุขุมวิทไปยังโครงการ ผ่านสำนักงานขนส่งกรุงเทพ เขต 3, สำนักงาน DKSH (Thailand), สามัคคีโอสถ รวมเป็นระยะทางประมาณ 350 เมตร จะเจอกับโครงการทางด้านซ้ายมือค่ะ

มาเริ่มจากสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานี บางจาก กันก่อนนะคะ

ที่สถานี บางจาก ให้เราลงมายังทางออกที่ 3 เป็นทางออกที่ใกล้กับที่ตั้งโครงการมากที่สุดค่ะ

เมื่อมองจากบนสถานีไปยังฝั่งปุณณวิถี จะเห็นโครงการอยู่บริเวณสีเหลืองระยะห่างจากสถานี ประมาณ 350 เมตร

ลงมาด้านล่างจะเจอกับธนาคารไทยพาณิชย์ จะมีวินมอเตอร์ไซค์อยู่บริเวณนี้ด้วยค่ะ ถ้าใครไม่อยากเดินก็สามารถเรียกพี่วินไปส่งได้

เมื่อลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าแล้วให้เดินมุ่งหน้าไปทางฝั่ง ปุณณวิถี จะผ่านซอยสุขุมวิท 99 ค่ะ อาคารริมถนนส่วนใหญ่จะเป็นอาคารแถวที่ชั้นล่างเป็นร้านค้าและร้านอาหาร ค่อนข้างคึกคักเนื่องจากมีพนักงาน จากอาคารสำนักงานแถวนี้ออกมารับประทานอาหารกลางวันกันด้วยค่ะ

ทางเดินเท้าค่อนข้างกว้างทีเดียว สามารถเดินได้สบายๆ ระหว่างทางก็จะมีแผงลอย ร้านค้าอยู่เป็นระยะๆ

มีร้านขายของกินเพื่อสุขภาพ, ร้านก๋วยเตี๋ยว ให้ได้เลือกแวะกินกันก่อนกลับโครงการ

ร้านข้าว และร้านขายขนม ขายน้ำปั่นก็มีนะคะ ส่วนใหญ่ก็จะมีพนักงานจากอาคารสำนักงานแถวนี้มาทานกันคึกคัก

เดินมาเรื่อยๆก็มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาบ้างเป็นระยะๆ ไม่ร้อนจนเกินไป

เดินตรงมาจะเจอกับสำนักงานขนส่ง กรุงเทพ เขต 3 เป็นอาคารของราชการมีรถเข้า-ออกอยู่ เรื่อยๆนะคะ ใครจะเดินข้ามก็ต้องระวังนิดนึงนะ

เดินมาอีกหน่อยจะเจอกับสำนักงานของ DKSH (Thailand) ตั้งอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของถนนสุขุมวิทเลยค่ะ มีพนักงานค่อนข้างเยอะ ทำให้บริเวณนี้ตอนกลางวัน และตอนเย็นค่อนข้างคึกคัก ไม่เปลี่ยวเลยค่ะ

เดินผ่านสามัคคีโอสถไปใกล้จะถึงโครงการแล้วค่ะ

สถานที่ก่อนถึงโครงการเป็นบ้านปลุกเสกโอสถ ด้านในเป็นพื้นที่โล่งสีเขียวเสียส่วนใหญ่ ทำให้วิวฝั่งนี้ (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) เห็นวิวโล่งค่ะ

พื้นที่ติดกับโครงการจะเป็นทางระบายน้ำสาธารณะ ขนาดเล็กๆไม่มีกลิ่นเหม็นนะคะ และทางโครงการก็กั้นรั้วทึบ พร้อมกับปลูกต้นไม้เพิ่มความสวยงามของทัศนียภาพในโครงการมาให้

ถึงทางเข้าโครงการทางด้านซ้ายมือแล้วค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

บรรยากาศรอบๆโครงการ PITI สุขุมวิท 101 ส่วนใหญ่ถ้าติดริมถนนสุขุมวิทจะเป็นอาคารแถว และปั๊มน้ำมันเป็นส่วนใหญ่ รอบๆทำเลจะมีอาคารพักอาศัยอยู่บ้าน ถ้าเป็นชุมชนพักอาศัยจะมีอาคารความสูงตั้งแต่ 1-5 ชั้น มีอาคารสูงอยู่บ้างทางทิศใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะเห็นอาร์ทเม้นท์ และคอนโดสูงประมาณ 18-37 ชั้น แต่ไม่ได้อยู่ในระยะประชิด ทำให้บังวิวแค่เพียงบางส่วนเท่านั้นค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ ทางระบายน้ำสาธารณะ มองเห็นวิว พื้นที่ดินโล่ง และวิวเมืองฝั่ง BTS บางจาก
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ชุมชนพักอาศัย มองเห็นวิว อาคารพักอาศัยสูง 2-5 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ ปั๊มน้ำมันบางจาก มองเห็นวิวเมืองฝั่งปุณณวิถี อาคารสูง 18-37 ชั้น บางส่วน
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ถนนสุขุมวิท ฝั่งตรงข้ามส่วนใหญ่เป็นอาคารแถวสูงประมาณ 4 ชั้น

ด้านหน้าโครงการเมื่อมองไปทางทิศเหนือ ฝั่ง BTS บางจาก จะเจอกับทางระบายน้ำสาธารณะเล็กๆ และพื้นที่ของปลุกเสกโอสถ ที่เป็นพื้นที่สีเขียวโล่งค่ะ

ด้านข้างโครงการทางฝั่งทิศใต้ ติดกับปั๊มน้ำมันบางจาก แวะเติมน้ำมันสะดวกมากๆสำหรับคนใช้รถ และด้านในยังมี Mini Big C เดินออกมาซื้อของกินของใช้กันได้สะดวกทีเดียว

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • BTS สถานี บางจาก 350 M
  • BTS สถานี ปุณณวิถี 400 M
  • Anglo-Singapore International School 1.1 KM
  • The Phill 1.5 KM
  • One Udomsuk 1.9 KM
  • Kluay Nam Thai 2 Hospital 2.0 KM
  • Wells International School 2.0 KM
  • Century Movie Plaza 2.0 KM
  • Tesco Lotus อ่อนนุช  2.1 KM
  • Berkeley International School 3.0 KM
  • Gateway เอกมัย 4.0 KM
  • Sukhumvit Hospital 4.6 KM
  • Central บางนา 5.5 KM
  • Bangkok Pattana School 6.2 KM
  • Mega Bangna 11 KM


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ PITI สุขุมวิท 101 เป็นคอนโด High Rise ติดถนนสุขุมวิท บนที่ดิน 1-0-97 ไร่ มีทั้งหมด 2 อาคารนะคะ เป็นอาคารพักอาศัยสูง 18 ชั้นและชั้นดาดฟ้า 1 อาคารและ อาคาร Facility อีก 1 อาคารสูง 2 ชั้นและชั้นดาดฟ้า เรียกว่า Active Pavilion ตั้งอยู่ทางด้านหลังของโครงการค่ะ เมื่อพูดถึง ผู้พัฒนาโครงการอย่าง SENA Hankyu โครงการร่วมทุนจากญี่ปุ่ นที่พัฒนาโครงการ และใส่ใจในการออกแบบรายละเอียดภายในโครงการ โดยจะมีระบบ Home Automation ง่ายต่อการใช้งานไฟ ม่าน และเครื่องปรับอากาศภายในห้อง รวมถึงตัวห้องเองก็มีดีเทลการออกแบบเล็กๆน้อยๆที่คำนึงถึงการใช้งานของผู้หญิงด้วยค่ะ ใครอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรติดตามในช่วง Product Walkthrough ข้างล่างนะคะ

ถ้าพูดถึงแบรนด์ PITI เอง ก็คงนึกถึงคอนโดมิเนียมที่มีการบริการ Elite Service ซึ่งที่นี่เองมีมาให้หลากหลาย ให้ลูกบ้านมีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยมีการบริการพื้นฐาน ต่อไปนี้ค่ะ

  • ระบบรักษาความปลอดภัย
    • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
    • การเข้า-ออกอาคารเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ QR Code
    • การควบคุมการเข้าถึง Keyless ด้วย 3 ฟังก์ชั่น (รหัส Pin, สแกนลายนิ้วมือ, คีย์การ์ด)
  • Application 360 SENA
    • ชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับค่าคอนโดและค่าน้ำ
    • การจัดการอสังหาริมทรัพย์อย่างมืออาชีพ
    • ซ่อมบำรุงตลอด 24 ชั่วโมง
    • SENA WeCare
    • การตรวจสอบการใช้พลังงานแสงอาทิตย์
    • การจัดส่งพัสดุภัณฑ์แบบ Real-Time
    • การสะสมคะแนนและสิทธิพิเศษ

โครงการนี้ยังมีการบริการพิเศษ Elite Services เหมือนกับอยู่ในโรงแรมที่เพิ่มขึ้นมาให้ลูกบ้านสามารถเรียกใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนี้

  • 24 hours Reception
  • 24 hours Concierge
  • 24 hours Doorman
  • 24 hours Bellboy
  • Pick-ups & Deliveries
  • Exclusive Fitness Trainers
  • Pool towels & Refreshments

นอกจากนั้นยังมีการบริการเพิ่มเติมเป็นตัวเลือกเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกบ้านขึ้นมาอีก แต่อันนี้จะเสียค่าบริการเพิ่มเติมนะคะ

  • Laundry Service (Counter or Shop)
  • Butler Service
    – Private Chef (pre-book with hotel)
    – BBQ Preparations
    – Catering Services
    – Party Services
    – Butler-on-call (Trolley Cart Service)
    – Personal Assistant
    – Personal Fitness Trainer
    – Airlines Ticket Reservation
    – Restaurant Reservation
    – Car Rental & Taxi Service
    – Emergency Maintenance Services
    – Doctor on call
    – Baby Sitting Service
    – Spa Treatment Service
    – Call Limousine Service
    – Housekeeping

มีเรื่องการบริการมาให้เยอะขนาดนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมที่นี่เก็บค่าส่วนกลางอยู่ที่ 85 บาท/ตร.ม. ถือว่าเหมาะกับคนที่ชอบการบริการแบบโรงแรม และชอบความสะดวกสบาย ซึ่งโครงการนี้ได้ให้การบริการที่ถือว่าเยอะที่สุดในทำเลนี้ก็ว่าได้ค่ะ

ตัวอาคารพักอาศัยจะมีความสูงอยู่ที่ 18 ชั้นและชั้นดาดฟ้า โดยจะมีที่จอดรถแบบ Automatic Parking อยู่ภายในตัวอาคาร ที่ชั้น 1-9 (กรอบสีฟ้า) สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 92 คัน และมีที่จอดรถ Service ด้านล่างอีก 1 คัน รวมเป็น 93 คัน หรือประมาณ 55 % ซึ่งถือว่าให้มาค่อนข้างที่จะเยอะเลยนะคะ ในทำเลที่สามารถเดินไปใช้รถไฟฟ้าได้สะดวก

ชั้น 1 ของอาคารจะเป็นพื้นที่ Lobby และงานระบบต่างๆ ห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 2 จนถึงชั้น 15 ส่วนชั้น 16 เป็นชั้นของ Facility อย่างสระว่ายน้ำ ทำให้มองเห็นวิวได้รอบด้าน และมีห้องพักอาศัยแบบ Simplex จำนวน 4 ยูนิตค่ะ ชั้น 17-18 ก็เป็นชั้นพักอาศัยอีกช่วง โดยจะมีห้องใหญ่อย่าง 3 Bedroom เพิ่มขึ้นมาค่ะ ส่วนชั้น 19 หรือชั้นดาดฟ้า จะเป็นพื้นที่สีเขียวให้ขึ้นมาพักผ่อนชมวิวได้ และบริเวณนี้ยังมีแผง Solar Cell ที่รับพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารด้วยค่ะ

ผังโครงการของชั้น 1 มีทางเข้า-ออก ติดกับถนนสุขุมวิททางทิศตะวันตก เป็นทางเข้า-ออกเพียงจุดเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมความปลอดภัยค่ะ เข้ามาแล้วสามารถเดินรถรอบอาคาร หรือขับผ่านหน้าอาคารเพื่อไปยังที่จอดรถแบบ Automatic Parking ที่อยู่ทางทิศใต้ของอาคารได้เลย หรือใครจะขนของเข้าบ้านก็สามารถใช้จุดจอดรถ Service เพื่อเป็นจุด Drop ส่งของก็ได้ค่ะ เมื่อเข้าจากด้านหน้าโครงการจะเจอกับ Main Lobby ขนาดใหญ่ก่อน จะเชื่อมต่อไปยังโถงลิฟต์ ใครที่จอดรถที่จานจอด Automatic Parking แล้ว ก็จะมีประตูทางเข้าเพื่อเชื่อมเข้ามาที่ Lobby ได้เช่นกันค่ะ

ด้านหลังโครงการเป็นพื้นที่ออกกำลังกาย หรือ Active Pavilion อาคารสูง 3 ชั้นด้านข้างเป็นพื้นที่สวนสีเขียวเพิ่มทัศนียภาพให้กับคนที่มาใช้งาน ที่ชั้น 1 ของ Active Pavilion เป็นพื้นที่ Fitness มีข้อดีคือ ได้ความเป็นส่วนตัว แยกออกมาจากอาคารพักอาศัยเหมือนได้ใช้ Fitness กลางสวน แต่ถ้าจะใช้งาน ต้องเดินออกจากอาคารมาก่อนซึ่งจะร้อนสักหน่อยในเวลากลางวันค่ะ

ทางเข้า-ออกของโครงการอยู่ทางทิศตะวันตกติดกับถนนสุขุมวิท ทำให้เดินทางสะดวกไม่ต้องเข้าซอยเลยค่ะ เข้ามาแล้วจะเจอกับ Main Lobby อยู่ด้านหน้าอาคาร ถ้าใครจะวนไปจออดรถก็สามารถวนตามลูกศรสีฟ้าได้ทั้ง 2 ทางเลย

บรรยากาศทางเข้าโครงการจริง ซึ่งจะมีการก่อสร้างรั้วเพิ่มเติมในอนาคตนะคะ ถนนทางเข้าโครงการเป็นพื้นคอนกรีตแสตมป์ ดูสวยงาม ปัจจุบันเป็นทางเข้าสำนักงานขายค่ะ ซึ่งพื้นที่ก่อสร้างอาคารพักอาศัยนั้นจะอยู่ในบริเวณที่กั้นรั้วอยู่นั่นเอง

บรรยากาศจำลองทางเข้าด้านหน้าโครงการเมื่อก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย จะเห็นโถง Lobby ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ทางเข้าด้านหน้าเลยค่ะ

ภายใน Lobby จะตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาล แบ่งที่นั่งเป็นโซนๆเพื่อความเป็นส่วนตัว ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบหรู Lobby มีความสูง 8.00 เมตร และเป็นผนังกระจกตลอดแนว ทำให้คนที่มาใช้งานรู้สึกถึงความโปร่ง และได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาได้ตลอดทั้งวันค่ะ

ด้านข้างโครงการทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับทางระบายน้ำเล็กๆ ซึ่งทางโครงการทำพื้นที่ใกล้กับรั้วเป็นทางสัญจร เพื่อเว้นระยะและมีการตกแต่งสวนริมรั้วช่วยเพิ่มทัศนียภาพ สีเขียวเมื่อมองออกมาจากบริเวณ Lobby ค่ะ ด้านหลังโครงการจะเห็นอาคาร Facility หรือ Active Pavilion มีทั้งหมด 2 ชั้น เป็นพื้นที่ออกกำลังกายและสวนชั้นดาดฟ้า

ด้านหลังโครงการทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ Active Pavilion และพื้นที่สีเขียว สามารถเดินออกมาใช้งานได้จาก Lobby ไม่ไกลนัก แต่ถ้าฝนตกก็ต้องพกร่มกันหน่อยนะคะ

ด้านข้างอาคารทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นทางเข้าที่จอดรถ Automatic Parking 2 ช่อง เพื่อความสะดวกรวดเร็วไม่ต้องรอกันนานค่ะ และที่มุมอาคารจะเป็นพื้นที่จอดรถสำหรับ Service ตรงนี้มีข้อดีคือ แยกทางสัญจรระหว่างรถ Service และรถยนต์ของลูกบ้านได้ชัดเจน ไม่ขวางทางกันค่ะ

อาคาร Active Pavilion สูง 2 ชั้น ประกอบไปด้วย Fitness, ห้องต่อยมวยและ TRX ส่วนชั้นดาดฟ้าจะเป็นพื้นที่สวนอเนกประสงค์สำหรับนั่งเล่นหรือมาจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวได้ค่ะ ปัจจุบันอาคารนี้ใช้เป็นพื้นที่สำนักงานขาย ถ้าในอนาคตจะทุบห้องตัวอย่างทางฝั่งขวามือเปลี่ยนเป็นพื้นที่สวนพักผ่อนค่ะ

บรรยากาศจำลองตอนกลางคืนของ Active Pavilion สำหรับคนที่มาออกกำลังกายจะได้ความเป็นส่วนตัว เหมือนออกกำลังในสวน ซึ่งอาคารจริงก็ทำออกมาได้เหมือนกับในภาพทีเดียวค่ะ

บรรยากาศภายในชั้น 1 ของ Active Pavilion  ที่ปัจจุบันใช้เป็นสำนักงานขาย ผนังโดยรอบจะเป็นกระจกทั้งหมดทำให้เห็นวิวสวนด้านนอกได้รอบด้านเลยค่ะ

บรรยากาศจำลองเมื่อใช้งานเป็นพื้นที่ Fitness ลูกบ้านที่มาวิ่ง ก็มองเห็นวิวรอบๆที่เป็นพื้นที่สีเขียวได้ เมื่อวิ่งเสร็จอยากไปต่อยมวยต่อก็เดินขึ้นไปที่ชั้น 2 ได้เลย

บรรยากาศจำลองที่ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่สำหรับต่อยมวย และ TRX ซึ่งจะอยู่ในห้องอีกที เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคนที่มาใช้งาน

บรรยากาศบริเวณชั้น 2 ฝั่งขวามือเป็นห้องต่อยมวยซึ่งปัจจุบันเป็น Office ของสำนักงานขายค่ะ มีทางเดินขึ้นไปชั้น 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ดาดฟ้าของ Active Pavilion เป็นลานอเนกประสงค์ ตอนเย็นๆออกมานั่งเล่นอ่านหนังสือ หรือทำบาร์บีคิวได้

บรรยากาศจำลองบริเวณสวนด้านข้าง Active Pavilion เหมาะกับการมานั่งพักผ่อนหลังออกกำลังกาย มีต้นไม้ใหญ่ แนวรั้วต้นไม้ ให้บรรยากาศร่มรื่นและเพิ่มความผ่อนคลายด้วยเสียงน้ำจากน้ำพุค่ะ

ชั้น 2 เป็นชั้นพักอาศัยชั้นแรก มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 4 ยูนิต เป็นห้อง 1 Bedroom Simplex ที่มีเพียง 4 ยูนิตทั้งโครงการค่ะ ห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะมีความเป็นส่วนตัวสูงเนื่องจากยูนิตน้อย และมีประตูกั้นแยกระหว่างพื้นที่ส่วนกลางกับทางเดินมาให้ โถงทางเดินแบบ Single Corridor มีโถงลิฟต์อยู่ตรงกลางอาคาร ค่อนไปทางทิศเหนือด้วยตัวโครงการที่มีขนาดไม่ใหญ่นักทำให้ห้องพักอาศัยที่อยู่ริมสุดเดินไม่ไกลจากโถงลิฟต์ค่ะ อัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 84 : 1 ถือว่าไม่หนาแน่นเลยสำหรับคอนโด High Rise นะคะ ทำให้ไม่ต้องรอลิฟต์นานในชั่วโมงเร่งด่วนของวันค่ะ ชั้นนี้จะมีพื้นที่ส่วนกลางเป็น Co-Working Space ฝ้าเพดานสูง 2 ชั้น

ชั้น 3 เป็นชั้นพักอาศัยที่มียูนิตเพิ่มขึ้นมาเป็น 8 ยูนิตต่อชั้น เป็นห้อง 1 Bedroom Loft (1 Bedroom Suite) และ  1 Bedroom Plus Loft (Bedroom Signature Elite) ห้องที่มีความเป็นส่วนตัวที่สุดคือห้องมุมอาคารทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เนื่องจากไม่ติดกับห้องอื่นๆเลย และเป็นห้องมุมที่ได้วิวทางฝั่งถนนสุขุมวิทและวิวพื้นที่สีเขียวโล่งของปลุกเสกโอสถด้วยค่ะ ส่วนโถงทางเดินโดยจะได้เป็น Single Corridor ทั้งหมดเช่นกันค่ะ บริเวณทางเดินมีช่องเปิดและรับแสงถึง 3 จุดทำให้อากาศสามารถไหลผ่านที่โถงทางเดินและมีแสงสว่างเพียงพอ ทำให้รู้สึกว่าตัวโครงการออกแบบมาค่อนข้างดี ยูนิตต่อชั้นไม่มากเกินไป และได้ความเป็นส่วนตัวสูง

ชั้น 4-9 เป็นชั้น Typical Floor Plan เนื่องจากยังเป็นชั้นที่มีที่จอดรถ จึงทำให้มีห้องพักอาศัยไม่เต็มชั้น มียูนิตอยู่ที่ 10 ยูนิต เป็นห้อง 1 Bedroom Loft (1 Bedroom Suite) และ  1 Bedroom Plus Loft (1 Bedroom Signature Elite) มีโถงทางเดินแบบ Single Corridor  สำหรับเรื่องวิว โดยรอบอาาคารส่วนใหญ่ไม่มีอาคารสูงในระยะใกล้มากนักส่วนใหญ่เป็นอาคารพักอาศัยสูงไม่เกิน 5 ชั้น ทำให้แต่ละทิศมองเห็นวิวเมืองและชุมชนพักอาศัย จะมีบางห้องที่มองเห็นอย่างคารสูงอย่างห้องมุมอาคารทางทิศตะวันออก จะมองเห็นอาคารพักอาศัยสูง 37 ชั้น แต่ก็ไม่ได้หันหน้าเข้าหากันโดยตรงค่ะ ทำให้บังวิวเพียงบางส่วนเท่านั้น

ชั้น 10-15  เป็นชั้น Typical Floor ที่มีจำนวนยูนิตเต็มชั้นอยู่ที่ 13 ยูนิต โถงทางเดินเป็น Single Corridor แยกฝั่งด้านหน้าอาคาร(ทิศตะวันตก) และฝั่งด้านหลัง(ทิศตะวันออก) จะมีส่วนปลายทางเดินที่เป็น Double Corridor แต่ตัวห้องก็มีความเป็นส่วนตัวเนื่องจากมีผนังติดกับยูนิตอื่นเพียงด้านเดียว โดยชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นมา คือห้อง 2 Bedroom Loft (2 Bedroom Executive) อยู่ที่มุมอาคารทั้ง 3 ด้าน ซึ่งเป็นมุมที่ได้วิวค่อนข้างดีเลยค่ะ

ชั้น 16 เป็นชั้นที่มีพื้นที่ส่วนกลางอย่างสระว่ายน้ำนั่นเองค่ะ ชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยอยู่ 4 ยูนิต เป็นห้อง 1 Bedroom Plus Loft (1 Bedroom Simplex) มีประตูกั้นระหว่างส่วนกลางและทางเดินห้องพักอาศัยชัดเจน ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวค่ะ ห้องชั้นนี้เหมาะกับคนที่ชอบใช้พื้นที่ส่วนกลาง เดินออกมาจากห้องก็ลงว่ายน้ำได้เลย Facility ในชั้นนี้ก็จะมีสระว่ายน้ำ ระบบเกลือ มีสระเด็กแยกมาให้พร้อมกับโซน Jacuzzi และ Sunken Area มีห้องน้ำแยกชาย-หญิงพร้อมกับห้อง Steam & Sauna มาให้

ส่วนชั้นบนของอาคารจะมีพื้นที่ Facility 2 จุด คือชั้น 16 เป็นสระว่ายน้ำรูปทรงตัว L มีห้อง Steam & Sauna และ Facility ชั้น 19 ซึ่งเป็นชั้น Rooftop ประกอบไปด้วยสวน, สนามเด็กเล่น, Sunken Deck และ Hidden Farm ค่ะ

สระว่ายน้ำจะเป็นสระ Infinity Edge Pool ระบบเกลือ ความยามตามแนวรูปตัว L ประมาณ 27.00 เมตร กว้างประมาณ 3.70 เมตร ลึก 1.20 เมตร ด้านหน้าอาคารจะมีพื้นที่ Sunken Area ให้ได้นั่งชมวิวเมืองฝั่งถนนสุขุมวิท หันหน้าไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา  ถัดมาจะเป็นส่วนของ Jacuzzi ให้นั่งนวดตัวสบายๆผ่อนคลาย ใกล้กับสระเด็กค่ะ ด้านข้างมีพื้นที่นั่งเล่นมาให้ด้วย

บรรยากาศจำลองบริเวณสระว่ายน้ำ ด้านหน้าโครงการ จะเห็นว่าพื้นที่ Sunken Area ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในน้ำเลยค่ะ ตรงนี้สามารถนำเครื่องดื่มมานั่งจิบชิลๆ ชมวิวไปด้วยได้นะคะ

ชั้น 17-18 เป็นชั้นพักอาศัยที่อยู่บนสุด มีจำนวน 7 ยูนิตต่อชั้น โดยจะมีห้องขนาดใหญ่อย่างห้อง 3 Bedroom Loft (3 Bedroom President Suite) เพิ่มขึ้นมา ชั้นนี้มีห้องที่เป็นส่วนตัวอยู่ทางทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งจะไม่อยู่ติดกับห้องอื่นๆเลยค่ะ ชั้นนี้มีจุดเด่นอีกจุดตรงที่โถงทางเดินด้านข้างลิฟต์ทางทิศตะวันตก มีช่องแสงขนาดใหญ่ทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้เยอะ ลูกบ้านชั้นนี้เองก็สามารถมองวิวออกมาได้ด้วยเช่นกันค่ะ

ชั้นบนสุดของอาคารคือชั้น 19 หรือ Rooftop นั่นเอง ชั้นนี้เป็นพื้นที่สีเขียว ประกอบไปด้วย Sunken Deck สำหรับนั่งชมวิว 180 องศา เชื่อมต่อกับพื้นที่สนามเด็กเล่น ใครจะพาลูกๆหลานๆมาวิ่งเล่นพร้อมกับมานั่งกินลมชมวิวก็ได้เลย และชั้นนี้ยังมี Hidden Farm ให้ลูกบ้านที่ชอบการทำสวน ปลูกผัก สามารถขึ้นมาปลูกร่วมกันที่ชั้นนี้ได้เลยค่ะ และด้านบนสุดของอาคารก็จะมีแผง Solar Cell ไว้สำหรับผลิตไฟฟ้าใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของอาคารค่ะ

บรรยากาศจำลองตอนกลางคืนที่ชั้น Rooftop ของโครงการ สามารถขึ้นมาชมวิวเมือง หรือพาเด็กๆมาดูดาวก็ดีเมือนกันค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Co-Hobby Space
  • Share Space
  • Meeting Lounge
  • สวนหย่อมที่ชั้น 1 และ ดาดฟ้า
  • สระว่ายน้ำระบบ เกลือ ขนาด 3.70 x 27.00 เมตร  ลึก 1.20 เมตร
  • มีการแบ่งสระเด็ก และ Jacuzzi
  • Steam & Sauna
  • Sunken Deck
  • Playground
  • Hidden Farm
  • Smart locker
  • Active Pavilion ประกอบด้วย
    • Fitness
    • Boxing Camp
    • TRX Suspension Exercise
    • Secret Roof
  • Hi-Speed Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลาง
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 84 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 93 คัน คิดเป็น 55% (Auto-Parking)
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card / Finger Scan


Product Walkthrough

ห้องพักอาศัยภายในโครงการนี้เน้นเป็นห้อง Loft ทั้งหมดนะคะ (จะมีเพียง 4 ยูนิตที่ชั้น 2 และชั้น 16 รวมเป็น 8 ยูนิต ที่เป็นห้องปกติ) ทำให้ระยะจากพื้นถึงฝ้าเพดานบริเวณพื้นที่นั่งเล่นอยู่ที่ 4.20 เมตร รวมแล้วมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน ดังนี้

1 Bedroom Simplex 33.00 ตร.ม.เป็นต้นไป
1 Bedroom Suite 26.00 ตร.ม.เป็นต้นไป
1 Bedroom Signature Elite 33.00 ตร.ม.เป็นต้นไป
2 Bedroom Executive 50.00 ตร.ม.เป็นต้นไป
3 Bedrooms President Suite 68.00 ตร.ม.เป็นต้นไป

โครงการนี้ขายในรูปแบบ Fully Furnished จะได้เฟอร์นิเจอร์ Built-in ทั้งหมด, ฐานเตียงเตียง, ชั้นวาง TV, เครื่องปรับอากาศ, โต๊ะรับประทานอาหาร, โซฟา และโต๊ะกลาง เรียกได้ว่าแค่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมก็หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย นอกจากนั้นยังมีระบบ Home Automation สั่งการผ่าน Application สำหรับเปิด-ปิดไฟ ภายในห้องมาให้ โดยวันนี้เราจะพาไปดูห้องตัวอย่าง 2 ห้อง ภายในจะเป็นอย่างไรไปชมกันค่ะ

ห้องแรก เริ่มที่ 1 Bedroom Signature Elite ขนาด 46.95 ตารางเมตร โดยจะเป็นพื้นที่ชั้นล่าง (ตามโฉนด) 33.50 ตารางเมตร  ห้องนี้จะเป็นห้องที่มีพื้นที่อเนกประสงค์กั้นมาให้เป็นสัดส่วนนะคะ เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่ Common Area แบ่งเป็นห้องอเนกประสงค์ และพื้นที่นั่งเล่น เชื่อมต่อกับระเบียง มีห้องน้ำ ห้องครัว และบันไดอยู่ชิดริมห้องค่ะ ข้อดีของผังห้องแบบนี้คือเหมาะสำหรับคนที่ชอบห้องกั้นเป็นสัดส่วน แต่ดูกว้างมีพื้นที่อเนกประสงค์สามารถทำเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนเล็กเพิ่มเติมได้ ห้องนั่งเล่นจะได้โถงสูง มีแสงธรรมชาติเข้ามาจากระเบียง ซึ่งจะได้ระเบียงยาวออกไปใช้งานได้จริงค่ะ ส่วนห้องครัวจะได้ครัวปิด สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศไปยังด้านนอกได้ ทำให้ไม่มีกลิ่นฟุ้งกระจายภายในห้อง ส่วนห้องนอนจะอยู่ที่ชั้นลอย มีพื้นที่ด้านข้างเตียงสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งเพิ่มเติมได้ และเนื่องจากชั้นลอยของชั้นนี้ค่อนข้างกว้างทำให้มีพื้นที่ชั้นวาง TV มาให้ติดตั้งเพิ่มเติมได้ค่ะ

ประตูทางเข้าห้องจะเป็นบาน HDF ลายไม้ ซึ่งประตู HDF เป็นประตูไม้ที่ผ่านกระบวนการผลิตทางเคมีป้องกันปลวกและทนต่อความชื้นมาแล้วทำให้มีคุณภาพดีกว่าประตูไม้อัดแบบ MDF ค่ะ พร้อมกับติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ สามารถใช้ได้หลายระบบไม่ว่าจะเป็น Key Card, Password (รวมถึงการตั้งรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว เวลาแม่บ้านมาทำความสะอาดค่ะ), สแกนลายนิ้วมือ, Bluetooth, เชื่อมต่อกับ Application และกุญแจสำรอง

ทางเข้าห้องจะมี ขอบยกระดับขึ้นมาเล็กน้อย กันฝุ่งละอองจากข้างนอกเข้าไปในห้องของเราค่ะ

เข้ามาในห้องแล้วจะเจอกับพื้นที่ Common Area ก่อน ฝั่งซ้ายมือที่เห็นเป็นห้องกระจก คือห้องอเนกประสงค์ที่ทางโครงการกั้นมาให้เรียบร้อย ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นประตูห้องน้ำค่ะ พื้นห้องจะปูด้วย Hybrid engineered ซึ่งเป็นการผสมผสานกันของไม้และพลาสติก ทำให้มีความแข็งแรงและทนทานกับน้ำมากกว่าพื้นลามิเนตค่ะ ฝ้าเพดานของห้องชั้น 1 จะอยู่ที่ 2.15 เมตร ฟังดูแล้วอาจจะไม่มากนัก แต่เมื่อยู่ในห้องจริงๆแล้วจะไม่รู้สึกอึดอัดเนื่องจากมีส่วนที่เป็นโถงห้องนั่งเล่น สูง 4.20 เมตรอยู่ด้วยค่ะ

เรามาดูฝั่งขวามือกันก่อนนะคะ ฝั่งนี้จะเป็นพื้นที่ห้องน้ำ ด้านหน้าห้องมีชั้นเก็บของสำหรับเก็บรองเท้ามาให้ หยิบใช้งานก่อนออกจากห้องได้เลย

ชั้นเก็บของจริงที่ได้จะเหมือนกับห้องตัวอย่างเลยนะคะ (ยกเว้นผนังไม้ และขอบสีทองตกแต่งเหนือตู้) ภายในชั้นเก็บรองเท้า ก็จะมีการออกแบบ Details เล็กๆน้อยๆ เพื่อการใช้งานที่สะดวกมากขึ้นอย่าง ช่องเก็บของชิ้นเล็กอย่างเศษเหรียญ ฯลฯ ที่บานตู้ด้านในมีตะขอสำหรับแขวนกุญแจมาให้ หยิบใช้งานสะดวกค่ะ

มาดูภายในห้องน้ำกันบ้าง เนื่องจากโครงการนี้เป็นการร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่น ทำให้เราเห็นการออกแบบบางอย่างที่ให้กลิ่นอายญี่ปุ่นอยู่บ้างค่ะ เช่นภายในห้องน้ำ เข้ามาแล้วจะเจอกับอ่างล้างหน้าตรงกลาง แยกทั้งสองฝั่ง ฝั่งซ้ายเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์ และฝั่งขวาเป็นพื้นที่อาบน้ำ มีประตูกั้นชัดเจนสามารถใช้งานพร้อมกันได้ทั้ง 3 ส่วนเลยค่ะ

บานกระจกเงาที่เราเห็นก็มี Details การออกแบบให้สามารถเก็บของด้านในได้ และเปิดเข้าหากันตรงกลาง ทำให้เราสามารถเอียงกระจกทำมุมกันเพื่อส่องด้านข้างได้ด้วยค่ะ ตัวอ่างล้างหน้าที่ได้ จาก Cristina เป็นอ่างสีขาวเคลือบผิว Gelcoat ทำให้คราบสกปรกสามารถหลุดได้เองโดยไม่ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ และไม่เป็นคราบเลอะง่าย นอกจากนั้นยังมีงานระบบเดินไว้สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนใต้อ่างล้างหน้ามาให้ด้วยค่ะ

ห้องสุภัณฑ์จะมีประตูบานเปิด กระจกสีขุ่นมาให้ สำหรับเวลามีคนเข้าห้องน้ำอยู่แล้วอีกคนอยากล้างหน้าก็สามารถเข้าพร้อมกันได้เลยไม่ต้องรอค่ะ

ภายในจะมีโถสุขภัณฑ์ จาก American Standard มาให้ พร้อมกับผนังด้านหลังที่ยื่นออกมาเล็กน้อยสามารถทำเป็นชั้นวางของ ตกแต่ง หรือน้ำหอมดับกลิ่นเพิ่มเติมได้ ภายในห้องน้ำทั้งหมดจะตกแต่งด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินสีครีมดูเรียบหรู เข้ากับพื้นห้องค่ะ

พื้นที่อาบน้ำก็จะมีฉากกั้นกระจกสีขุ่นมาให้เช่นกัน เป็นบานเปิดเข้าด้านในช่วยกันไม่ให้น้ำไหลออกมาเปียกด้านนอกค่ะ

ภายในจะได้ฝักบัวสายอ่อน และ Rain Shower มาให้จาก Kohler ซึ่งจะเชื่อมต่อกับระบบเครื่องทำน้ำร้อนใต้อ่างล้างหน้าค่ะ พื้นที่อาบน้ำห้องนี้กว้างประมาณ 1.00 x 0.95 เมตร ยืนอาบได้สบายๆ และมีที่นั่งอาบมาให้สำหรับผู้สูงอายุด้วยค่ะ

ออกมาจากห้องน้ำจะเจอกับห้องอเนกประสงค์ กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก 3 ตอน ทำให้ห้องดูโปร่งเชื่อมต่อกับภายนอก แต่ก็มีความเป็นสัดส่วนค่ะ ส่วนผนังฝั่งห้องนั่งเล่นจะได้เป็นกระจกใสบานใหญ่ไม่มีกรอบมาคั่นกลาง ให้มุมมองที่กว้างขึ้นค่ะ

พื้นที่ห้องอเนกประสงค์มีขนาดประมาณ 2.45 x 2.30 เมตร ได้แสงธรรมชาติและเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศได้ ห้องนี้จะไม่ได้เครื่องปรับอากาศแต่สามารถติดตั้งเพิ่มเติมเองได้ค่ะ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้พื้นที่ทำงานส่วนตัว หรือทำเป็นห้องนอนเล็กสำหรับลูกน้อย หรือใครสายปาร์ตี้ทำเป็นห้องคาราโอเกะส่วนตัวก็ได้เช่นกันนะคะ ประตูกระจกที่ให้มาก็ค่อนข้างเก็บเสียงในระดับหนึ่งเลย

ถัดมาจะเป็นพื้นที่ Common Area มีที่นั่งรับประทานอาหาร เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น และระเบียง ข้อดีของห้องนี้คือได้ช่องแสงที่ระเบียงกว้าง และเป็นห้อง Loft ได้ฝ้าเพดานสูง ทำให้พื้นที่นั่งเล่นดูโปร่งมากขึ้น และมีแสงสว่างเพียงพอทั้งวันค่ะ

ชุดโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับห้องนี้จะได้หน้าตาแบบในห้องตัวอย่างเลยนะคะ สำหรับ 2 ที่นั่ง หรือใครชอบชวนเพื่อนๆมากินข้าวที่บ้านบ่อย ใช้ห้องอเนกประสงค์เป็นห้องรับประทานอาหารเลย ก็จะทำให้ห้องนั่งเล่นมีพื้นที่กว้างขึ้นค่ะ

พื้นที่นั่งเล่นจะได้ฝ้าเพดานสูง ประมาณ 4.20 เมตร มีชั้นวาง TV, โซฟา และโต๊ะกลางมาให้ ครบเลยค่ะ ตรงนี้มีระยะดู TV อยู่ที่ 3.00 เมตร เหมาะกับวาง TV ขนาดประมาณ 40 นิ้วค่ะ

ชั้นวาง TV ที่ได้ก็จะมีช่องเก็บของด้านข้างให้ 2 ฝั่ง และมีลิ้นชักตรงกลาง เก็บของได้หลากหลาย มีช่องสำหรับวางเครื่องเล่น DVD หรือ Video Game อยู่ใต้ TV ด้วย

ประตูระเบียงเป็นประตูกระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อนเปิด 3 ตอน กรอบบานอลูมิเนียม Powder Coat ดูแข็งแรง ช่วยกรองแสงและความร้อนก่อนเข้ามาในตัวห้องได้ในระดับหนึ่งค่ะ

พื้นระเบียงจะลดระดับลงจากพื้นห้องเล็กน้อย ทำให้น้ำฝนไม่ไหลเข้ามาเลอะตัวห้องได้ค่ะ ระเบียงมีขนาดประมาณ 2.60 x 0.85 เมตร ออกมายืนชมวิว ได้สบายๆ พื้นระเบียงจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิกผิวด้าน เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาดค่ะ

ข้อดีของระเบียงห้องนี้ก็คือเป็นระเบียงสำหรับใช้งานได้เต็มพื้นที่ ไม่มี Condensing Units มารบกวนสายตา เนื่องจากถูกซ่อนไว้ด้านบนเรียบร้อยแล้วค่ะ

มาดูห้องครัวที่อยู่ด้านหลังห้องนั่งเล่นกันบ้าง ครัวที่ได้จะเป็นครัวปิดนะคะ มีประตูบานเลื่อนกระจก 3 ตอนมาให้ ช่วยกันไม่ให้กลิ่นฟุ้งกระจายเวลาทำอาหารค่ะ ในขณะเดียวกันประตูกระจกก็ทำให้ภายในครัวดูโปร่งมากขึ้น ไม่อึดอัดค่ะ

ในครัวจะได้เป็นเคาน์เตอร์ Built-in รูปตัว I เหมือนกับห้องตัวอย่างเลยค่ะ ภายในครัวยังได้ช่องแสงจากด้านข้างทำให้ครัวสว่างขึ้น และช่วยให้แสงส่องเข้ามาฆ่าเชื้อได้บางส่วนค่ะ Top ครัวที่ได้จะเป็นวัสดุหินสังเคราะห์สีขาว มีอุปกรณ์ไฟฟ้าและอ่างล้างจานติดตั้งมาให้

บนเคาน์เตอร์จะได้เตาไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันแบบดูดอากาศออก จาก MEX ฝั่งซ้ายเป็นอ่างล้างจานอลูมิเนียม จาก MEX เช่นกัน มีฝาปิดเพื่อเพิ่มพื้นที่เตรียมอาหารให้ด้วยค่ะ  ส่วนด้านหลังจะมี Backsplash กระจกติดตั้งมาให้ ทำให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นและไม่เลอะผนังจริงด้านหลัง เวลาทำอาหารค่ะ

มีชั้นเก็บของด้านบนมาให้ หน้าบาน Hi Gloss ทำความสะอาดง่าย มี Soft Close ช่วยลกแรงกระแทกเวลาปิดหน้าบานและไม่เกิดเสียงดังค่ะ

ด้านล่างจะมีช่องพร้อมงานระบบสำหรับวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้ามาให้ใช้งานง่าย และใต้เตาไฟฟ้าก็จะมีช่องสำหรับวางเครื่องไมโครเวฟด้วยค่ะ ช่วยประหยัดพื้นที่เตรียมอาหารบนเคาน์เตอร์ได้พอสมควรเลย

ด้านบนชั้นเก็บของก็มีการออกแบบที่คำนึงถึงผู้หญิง (Made Form Her) อย่างชั้นวางแก้ว (ภาพขวา) สำหรับผู้หญิงที่ตัวเล็กหน่อยก็สามารถดึงลงมาหยิบใช้งานได้ง่ายและลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ

ด้านในสุดจะมีพื้นที่ตั้งตู้เย็นมาให้ ติดกับช่องแสงที่เป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง สามารถเปิดระบายกลิ่นเวลาเราทำอาหารได้ค่ะ

ดูชั้นล่างกันไปหมดแล้วเราขึ้นมาดูข้างบนกันบ้างค่ะ บันไดทางขึ้นชั้น 2 จะเป็นบันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความแข็งแรง กว้าง ประมาณ 0.80 เมตร ความสูงลูกตั้งอยู่ที่ 19.5 เซนติเมตร ลูกนอนเป็นไม้ยางประสาน กว้าง 22 เซนติเมตร อาจจะชันไปสักนิดแต่ก็เป็นระยะที่เดินได้ไม่เมื่อยค่ะ

มาถึงชั้นลอย ซึ่งเป็นพื้นที่ห้องนอนจะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ประมาณ 2.00 เมตร เป็นระยะที่ไม่อึดอัดพอดีกับการนอน พื้นปูด้วย Hybrid engineered เหมือนกับชั้นล่างเลยค่ะ ชั้นลอยมีราวกันตกเป็นกระจกดูสวยงาม และไม่บังทัศนียภาพเวลาเรานอนมองวิวค่ะ

ห้องนอนมีขนาดประมาณ 3.65 x 3.00 เมตร ซึ่งห้องนี้จะได้ฐานเตียงขนาด 6 ฟุต (King Size) มาให้ พื้นที่ด้านข้างยังเหลือสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งเพิ่มเติมได้ค่ะ

พื้นที่ปลายเตียงมี Built-in ตู้เสื้อผ้า และชั้นวาง TV มาให้หน้าตาแบบเดียวกับในห้องตัวอย่างเลย

ชั้นวาง TV จะได้ช่องเก็บของบานเปิด 2 ฝั่ง และลิ้นชักตรงกลางเหมือนกับห้องนั่งเล่นชั้นล่างเลยค่ะ ส่วนตู้เสื้อผ้าจะได้เป็นบานเปิดกระจกสีชา 3 ช่วง มีไฟด้านในช่วยให้ง่ายเวลาเลือกหาเสื้อผ้า และมีลิ้นชักสำหรับเก็บเครื่องประดับ หรือสิ่งของอื่นๆค่ะ

บรรยากาศเมื่อมองจากด้านบนชั้นลอยลงมาข้างล่างบริเวณห้องนั่งเล่นค่ะ

ส่วนสวิตช์ที่ได้ภายในห้องหน้าตาแบบนี้ จาก siemens ค่ะ

อีกห้องเป็นห้อง 2 Bedroom Executive ขนาด 62.54 ตารางเมตร ชั้นล่าง (ตามโฉนด) พื้นที่ 51.50 ตารางเมตร  ห้องนี้จะจัดแบ่งพื้นที่ Common Area และห้องนอน อยู่ติดริมระเบียง แล้วมีห้องน้ำ และห้องครัวอยู่ติดฝั่งหน้าห้องค่ะ เมื่อเข้ามาในห้องแล้วจะเจอกับห้องครัว ซึ่งจะได้เป็นครัวปิดสามารถทำอาหารจริงจังได้ แต่อาจจะระบายอากาศได้น้อยกว่าห้องที่มีหน้าต่างค่ะ จากครัวเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร ทำให้เวลาทำอาหารเสร็จแล้วยกมาเสิร์ฟได้สะดวก ห้องนั่งเล่นจะแยกออกเป็นมุมส่วนตัว ให้ความรู้สึกเหมือนยื่นออกจากตัวห้องค่ะ ห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันจะอยู่บริเวณหน้าห้องฝั่งขวามือ แยกเป็นพื้นที่ใช้งาน 3 ส่วน เช่นกันค่ะ ส่วนห้องนอนชั้นล่างจะเป็นห้อง Master Bedroom มีห้องน้ำส่วนตัว และเป็นห้องที่ได้ฝ้าเพดานสูงประมาณ 3.00 เมตรค่ะ

ชั้นลอยจะเดินขึ้นจากพื้นที่รับประทานอาหาร ด้านบนเป็นพื้นที่ห้องนอน 2 มี Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ เนื่องจากชั้นบนมีพื้นที่ไม่เยอะมากนักจึงไม่มีพื้นที่วาง TV นะคะเหมาะกับคนที่ไม่ชอบดู TV ในห้องนอน หรืออยากใช้พื้นที่ด้านบนเป็นห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่นส่วนตัวค่ะ

เข้ามาในห้องจะเจอกับโถงทางเดินกว้างประมาณ 1.20 เมตร ฝั่งซ้ายมือเป็นห้องครัว และฝั่งขวามือเป็นห้องน้ำค่ะ ห้องนี้จะปูด้วย Hybrid engineered เหมือนกับห้องที่แล้วนะคะ ทำให้ทนต่อรอยขีดข่วนและความชื้น มีระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.15 เมตรไม่รู้สึกอึดอัด เนื่องจากมีพื้นที่ฝ้าเพดานสูงอยู่ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ

เรามาดูส่วนของห้องน้ำกันก่อนค่ะ ด้านหน้าห้องน้ำทางโครงการมีตู้ Built-in ใส่รองเท้ามาให้ หน้าบานตู้เป็นบาน Hi Gloss สีครีม

ชั้นเก็บของแบ่งเป็น 2 ช่วง ด้านบนเป็นชั้นวางรองเท้าที่มีชั้นเอียงเพื่อให้ง่ายต่อการหยิบ-เก็บได้สะดวกค่ะ ส่วนชั้นล่างจะเป็นที่เก็บของต่างๆ มี Details เล็กๆน้อยๆ เพื่อตอบโจทย์คนที่ชอบเก็บของกระจุกกระจิกค่ะ

ภายในตู้จะมีทั้งชั้นรองเท้า, ชั้นวางของแบบทั้วไป, ลิ้นชักเก็บของ, ถาดใส่กุญแจ หรือของชิ้นเล็กๆเพื่อให้สามารถหาได้ง่าย, ที่แขวนกุญแจ และภายในตู้ยังมีช่องระบายอากาศมาให้ช่วยลดการอับชื้นได้บ้างค่ะ

ภายในห้องน้ำก็จะมีการแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็นสัดส่วนชัดเจน สามารถใช้งานได้ 3ส่วนพร้อมกันเลย ภายในห้องน้ำทั้งหมดจะตกแต่งด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินสีครีมเหมือนกับห้องที่ผ่านมาค่ะ

กระจกเงาที่ได้จะมีช่องเก็บของด้านหลัง และเปิดเข้าหากันตรงกลาง ทำให้เราสามารถเอียงกระจกทำมุมกันเพื่อส่องด้านข้างได้เช่นกันค่ะ ส่วนอ่างล้างหน้าที่ได้เป็นอ่างจาก Cristina  เคลือบผิว Gelcoat สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ ไม่ต้องเช็ดบ่อยค่ะ ด้านล่างของอ่างมีชั้นเก็บของมาให้อีกจุด ไว้เก็บพวกอุปกรณ์ธรรมความสะอาดต่างๆค่ะ ห้องนี้จะมีระบบติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้ใต้อ่างล้างหน้าด้วยเช่นกัน

ห้องสุขภัณฑ์จะมีประตูบานเปิด กระจกสีขุ่นมาให้ ภายในมีโถสุขภัณฑ์ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ จาก American Standard สามารถวางของเพิ่มเติมได้ที่ช่องบนผนังทั้ง 2 ฝั่งค่ะ

พื้นที่อาบน้ำก็จะมีฉากกั้นกระจกสีขุ่นมาให้ภายในจะได้ฝักบัวสายอ่อน จาก Kohler ซึ่งต่อกับระบบเครื่องทำน้ำร้อนใต้อ่างล้างหน้าค่ะ พื้นที่อาบน้ำห้องนี้กว้างประมาณ 1.00 x 0.95 เมตร ยืนอาบได้สบายๆ และมีที่นั่งอาบมาให้สำหรับผู้สูงอายุด้วยนะ

มาดูส่วนครัวกันบ้าง ห้องครัวเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 3 ตอนทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้สามารถเปิดมุมได้กว้าง ครัวจะได้ดูโล่ง สบาย ไม่อึดอัดค่ะ

ภายในครัวจะปูพื้นกระเบื่องแกรนิตโต้มาให้ ทำความสะอาดได้ง่ายกว่าพื้น Hybrid engineered ค่ะ ตัวเคาน์เตอร์ที่ได้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือเคาน์เตอร์ทำครัว และเว้นที่ด้านข้างไว้สำหรับวางตู้เย็น และอีกส่วนคือพื้นที่วางเครื่องซักผ้าและชั้นเก็บของด้านบนค่ะ

Top ครัวที่ได้จะเป็นวัสดุหินสังเคราะห์สีขาว มีอุปกรณ์ไฟฟ้าและอ่างล้างจานติดตั้งมาให้ด้านหลังจะมี Backsplash กระจกสีขุ่น ทำให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นและไม่มีคราบเลอะเกาะที่ผนังค่ะ

โดยจะได้ เตาไฟฟ้า 4 หัว ขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมเครื่องดูดควันแบบดูดอากาศออก จาก MEX ภาพขวามือเป็นอ่างล้างจานอลูมิเนียมมีฝาปิดเพื่อเพิ่มพื้นที่เตรียมอาหาร จาก MEX เช่นเดียวกันค่ะ

ชั้นเก็บของด้านบนหน้าบาน Hi Gloss ทำความสะอาดง่าย มี Soft Close ช่วยลกแรงกระแทกเวลาปิดหน้าบานและไม่เกิดเสียงดังค่ะ นอกจากนั้นยังมีช่องเก็บของที่สามารถดึงลงมาได้แบบห้องแรกมาให้ด้วย เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงให้หยิบของที่ใช้บ่อยๆได้สะดวกขึ้นค่ะ

ส่วนชั้นล่างจะเป็นช่องเก็บของหน้าบานลามิเนตลายไม้ มีช่องสำหรับวางเครื่องไมโครเวฟมาให้ ช่วยประหยัดพื้นที่ด้านบนเคาน์เตอร์ ให้ว่างหม้อหุงข้าว หรือกาต้มน้ำเพิ่มเติมได้ค่ะ ช่องเก็บของใต้อ่างล้างจานเองก็จะมีถึงขยะมาให้ เวลาเราเปิดบานตู้ออกมา ฝาถังขยะก็เปิดให้อัตโนมัติค่ะ

ส่วนพื้นที่ด้านข้างเป็นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้า มีงานระบบเดินมาให้เรียบร้อย ด้านบนเป็นชั้นเก็บของที่เอาไว้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆด้วยค่ะ ด้านในเลยมีราวแขวนผ้าผืนเล็กๆให้ด้วย ถือว่ามีคำนึงถึงการออกแบบเล็กๆน้อยๆ ที่มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ

ถัดจากห้องครัวมาจะเจอกับพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งห้องนี้ทางโครงการให้โต๊ะรับประทานอาหารมาแบบ 4 ที่นั่ง หน้าตาเหมือนกับในห้องตัวอย่างเลยค่ะ

ตรงระเบียงเป็นช่องแสงสูงทำให้แสงธรมชาติเข้ามายังพื้นที่รับประทานอาหารได้เยอะ คนที่นั่งกินข้าวอยู่ก็สามารถมองวิวออกไปภายนอกได้เช่นกันค่ะ ด้านนอกพื้นระเบียงจะลดระดับลงจากพื้นห้องเล็กน้อย ทำให้น้ำฝนไม่ไหลเข้ามาเลอะตัวห้องได้ พื้นระเบียงจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิกผิวด้านทำความสะอาดง่าย ห้องนี้จะมี Condensing Units อยู่ด้านข้าง มีระแนงกั้นเพื่อพรางสายตามาให้เรียบร้อย จึงทำให้ระเบียงห้องนี้มีขนาดเล็กลงมาหน่อย แต่ก็ยังสามารถออกไปใช้งานได้จริงค่ะ

มาดูห้องนอนที่เป็นห้อง Master Bedroom กันก่อนค่ะ

ภายในห้องนอนจะได้ช่องแสงขนาดใหญ่ทำให้มองเห็นวิวได้กว้าง และรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้เยอะ ห้องนี้มีขนาดประมาณ 4.15 x 3.10 เมตร มีฐานเตียงขนาด 6 ฟุตมาให้ค่ะ

แม้ว่าจะวางเตียงขนาดใหญ่แล้ว ยังเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะข้างเตียงเล็กๆได้อยู่ค่ะ

ฝั่งตรงข้ามจะมีห้องน้ำและมี ตู้เสื้อผ้า Built-in มาให้ ออกจากห้องน้ำแล้วก็สามารถเดินมาแต่งตัวได้เลย

ตู้เสื้อผ้าจะได้เป็นบานเปิดกระจกสีชา 3 ช่วง ด้านในมีไฟช่วยให้เลือกหาเสื้อผ้าได้ง่ายค่ะ และมีลิ้นชักสำหรับเก็บเครื่องประดับ หรือสื่งของอื่นๆค่ะ

ห้องนอนห้องนี้จะได้ห้องน้ำในตัว แบ่งส่วนเปียก-ส่วนแห้งมาให้ชัดเจน จะได้สุขภัณฑ์ด้านในเหมือนกับห้องอื่นๆเลยค่ะ แต่จะเป็นการจัดฟังก์ชันการใช้งานแบบทั่วไป (ไม่แบ่งเป็น 3 ห้องย่อย)

บานกระจกเงาจะมี Details ช่องเก็บของและสามารถเปิดกระจกมาทำมุมกันเพื่อให้ส่องด้านข้างได้ ส่วนใต้อ่างล่างหน้าก็จะมีช่องเก็บของและระบบเครื่องทำน้ำร้อนมาให้ค่ะ

โถสุขภัณฑ์มีระยะที่นั่งได้สบายไม่อึดอัด และมีอุปกรณ์ประกอบติดตั้งมาให้พร้อมเลย จาก American Standard ค่ะ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะได้ฉากกั้นกระจกบานเปลือย ชนิดใสแบบในห้องตัวอย่างเลยนะคะ เนื่องจากห้องน้ำห้องนี้ไม่ต้องใช้งานร่วมกับคนอื่น จึงเป็นกระจกใสแบบธรรมดามองเห็นด้านในได้ชัดเจนค่ะ

ภายในพื้นที่อาบน้ำจะได้ฝักบัวสายอ่อน และ Rain Shower มาให้จาก Kohler พื้นที่อาบน้ำกว้างประมาณ 1.40 x 0.90 เมตร ถือว่ากว้างทีเดียวค่ะ ยืนอาบได้สบายๆ และมีที่นั่งอาบมาให้อีกเช่นกัน

ห้องนั่งเล่นจะเป็นมุมที่แยกออกมาจากส่วนอื่น ได้ฝ้าเพดานสูง 4.20 เมตร และมีช่องแสงสูงเกือบเต็มผนังค่ะ ทำให้ห้องนี้มีแสงสว่างเพียงพอและมองวิวได้กว้าง เหมาะสำหรับคนที่ชอบฝ้าเพดานที่สูงโปร่ง ห้องนี้มีขนาดประมาณ 3.80 x 2.55 เมตร มีชั้นวาง TV, โซฟายาว และโต๊ะกลางมาให้ขนาดพอดีกับพื้นที่ มีระยะดู TV อยู่ที่ 2.00 เมตร เหมาะกับวาง TV ขนาดประมาณ 26-30 นิ้วค่ะ

ถัดมาเราไปดูชั้นลอยด้านบนกันบ้างค่ะ

บันไดทางขึ้นชั้นลอยจะเป็นบันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความแข็งแรง กว้าง ประมาณ 0.75 เมตร ความสูงลูกตั้งอยู่ที่ 20 เซนติเมตร ลูกนอนเป็นไม้ยางประสาน กว้าง 22 เซนติเมตร อาจจะชันไปสักหน่อย แต่ก็มีราวจับให้ค่อนข้างปลอดภัย

มาถึงชั้นลอยด้านบนจะเป็นพื้นที่ห้องนอนอีกห้องหนึ่งค่ะ ห้องนี้มีขนาดประมาณ 3.70 x 2.65 เมตร สามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งบริเวณทางขึ้น (จุดเดียวกับห้องตัวอย่าง) ได้นะคะ เนื่องจากมีระยะระหว่างบันไดกับผนังอยู่ที่ประมาร 1.80 เมตร สามารถเลื่อนเก้าอี้เข้า-ออกได้ค่ะ  ห้องนี้เหมาะกับการวางเตียงหันออกด้านนอกเพื่อให้เห็นวิวภายนอกและลงตัวกับพื้นที่ แต่ถ้าใครจะวางเตียงขนาดเล็กอย่าง 3.5 ฟุตเป็นห้องนอนเด็กๆ ก็จะทำให้เหลือพื้นที่เยอะขึ้น สามารถวางโต๊ะทำงานเพิ่มได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับความชอบของเจ้าของห้องเลย

ที่ห้องนี้จะได้ฐานเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ มีพื้นที่เหลือด้านข้างสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ แต่ต้องระวังระยะเปิดตู้เสื้อผ้าด้วยนะคะ

ด้านข้างจะมีตู้เสื้อผ้า Built-in มาให้ยาวเต็มผนังเลย สามารถเก็บเสื้อผ้าได้ค่อนข้างเยอะทีเดียว คงถูกใจผู้หญิง หรือคนที่ชอบแต่งตัวค่ะ

บรรยากาศเมื่อมองจากด้านบนชั้นลอยลงมาข้างล่างบริเวณ Common Area

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 25 SEPTEMBER 2019

  • 1 Bedroom Simplex 33.00-33.50 ตร.ม. ราคา 4.9 -5.3 ล้านบาท หรือประมาณ 152,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Suite 26.00 ตร.ม. ราคา 4.8-5.3 ล้านบาท หรือประมาณ 146,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Signature Elite 33.00 ตร.ม. ราคา 5.8-7.2 ล้านบาท หรือประมาณ 145,000 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom Executive 51.00 ตร.ม. ราคา 9.4-10.4 ล้านบาท หรือประมาณ 156,000 บาท/ตร.ม.
  • 3 Bedrooms President Suite 68.00 ตร.ม.ราคา 13.2 ล้านบาท หรือประมาณ 155,000 บาท/ตร.ม.
  • รูปแบบการขาย Fully Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.15 เมตร และ 4.20 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปหินสังเคราะห์สีขาว
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ MEX
  • จอง n/a บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ 15% ผ่อนดาวน์ 30 งวด
  • ค่ากองทุน 850 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 85 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล :

โครงการ PITI สุขุทวิท 101 ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท อยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า BTS บางจากและ BTS ปุณณวิถี ซึ่งอยูาในทำเลที่มีความสะดวกในการเดินทาง มีเส้นทางลัดเลาะไปออกถนนใหญ่ และอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนเฉลิมมหานคร

ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ในทำเลนั้นจะมีอยู่ที่ริมถนนสุขุมวิท ระหว่างทางเดินไปยัง สถานีรถไฟฟ้าทั้ง 2 สถานี ส่วนใหญ่เป็นอาคารแถวที่มีชั้นล่างเปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ทำให้หาของกินได้ไม่ยาก ด้านข้างโครงการเองติดกับปั๊มน้ำมันบางจาก ภายในปั๊มมีร้านสะดวกซื้ออย่าง Mini Big C อยู่ด้วย ถ้าไกลออกมาหน่อยก็จะเจอกับ Community Mall อย่าง 101 The Third Place หรือไปห้างใหญ่อย่าง Seacon Square, Central บางนา, Big C, Mega บางนา ได้ง่าย

การเดินทางโดยใช้รถ :

การเดินทางด้วยรถยนต์ในทำเลนี้ก็ถือว่าค่อนข้างสะดวกทีเดียวค่ะ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนสุขุมวิทขาออก เชื่อมต่อกับถนนบางนา-ตราดได้ หรือตรงไปสมุทรปราการได้สะดวก ถ้าใครอยากเดินทางเข้าเมืองก็ไปกลับรถด้านหน้าโครงการนิดเดียวก็เข้าเมืองได้เลย มีเส้นทางลัดเลาะไปออกถนนอ่อนนุช หรือ ถนนศรีนครินทร์ได้

มีทางด่วนทางพิเศษเฉลิมมหานครอยู่ไม่ไกล เป็นระยะประมาณ 1.5 กิโลเมตรก็ขึ้น-ลงทางด่วนได้เลย และเมื่อพูดถึงการเดินทางโดยใช้รถ ก็คงจะต้องดูปริมาณที่จอดรถภายในโครงการด้วยนะคะ ซึ่งโครงการนี้เขาให้มา ประมาณ 93 คัน คิดเป็น 55% เป็นระบบ Auto-Parking ถือว่าให้มาค่อนข้างเยอะ เนื่องจากอยู่ในทำเลที่ใช้รถไฟฟ้าได้ค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

การเดินทางโดยใช้รถสาธารณะสามารถทำได้ไม่ยาก เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า BTS บางจาก ระยะทาง 350 เมตรและ BTS ปุณณวิถี 400 เมตร เป็นระยะที่สามารถเดินไปรถไฟฟ้าทั้งสองสถานีได้สะดวก บนถนนสุขุมวิทเองก็เป็นถนนหลักที่มีรถประจำทางผ่านอยู่เป็นประจำ นอกจากนั้นยังสามารถเรียก วินมอเตอร์ไซค์ หรือ Taxi ผ่าน Application ได้นะคะ ถือว่าอยู่ในทำเลที่มีรถให้เลือกใช้ได้ค่อนข้างเยอะเลย

วัสดุ :

วัสดุโครงการให้มาดี เหมาะสมกับราคา ซึ่งโครงการขายแบบ Fully Furnished มีเฟอร์นิเจอร์มาให้ครบพร้อมเข้าอยู่ ดังนี้ เฟอร์นิเจอร์ Built-in ทั้งหมด, ฐานเตียงเตียง, ชั้นวาง TV, เครื่องปรับอากาศ, โต๊ะรับประทานอาหาร, โซฟา และโต๊ะกลาง รวมถึงระบบ Home Automation เพื่อควบคุมการเปิด-ปิดไฟ และ Motion Sensor ให้สะดวกในการใช้งาน พื้นห้องปูด้วย Hybrid engineered , วัสดุ Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์ และอุปกรณ์จาก MEX ภายในห้องน้ำได้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบจาก American Standard, อ่างล้างหน้า จาก Cristina พร้อมที่เก็บของหลังบานกระจก และฝักบัว จาก Kohler

การออกแบบ :

การออกแบบโครงการแบ่งอาคารเป็น 2 ส่วน แยกอาคารออกกำลังกาย หรือ Active Pavilion ออกมาเพื่อความเป็นส่วนตัวและได้วิวสวน แต่อาจจะเดินเชื่อมกับอาคารพักอาศัยยากในช่วงเวลาที่ร้อน หรือฝนตกค่ะ ส่วนตัวอาคารพักอาศัยมีการจัดวางผังห้องได้ดี เป็นโถงทางเดินแบบ Single Corridor ทั้งหมด ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 13 ยูนิต ติดกันเพียง 5 ยูนิตทำให้แต่ละห้องได้ความเป็นส่วนตัว มีพื้นที่ส่วนกลางแทรกอยู่ที่ชั้น 16 และชั้นดาดฟ้า ออกแบบมาน่าใช้งาน

ส่วนการออกแบบห้องถือว่าทำได้ดีนะคะ โครงการเน้นห้องพักอาศัยแบบฝ้าเพดานสูง (Loft) ซึ่งภายในจัดพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน มีห้องน้ำที่สามารถใช้งานได้ 3 ฟังก์ชันพร้อมกัน ออกแบบให้พื้นที่ระเบียงสามารถใช้งานได้จริง ได้ครัวปิดทั้งหมด สาามารถทำอาหารจริงจังได้ และมีพื้นที่ Common Area โปร่ง นอกจากนั้นยังมีการสอดแทรก Details ต่างๆในเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น และคำนึงถึงการใช้งานของผู้หญิงด้วยค่ะ

สาธารณูปโภค :

สาธารณูปโภคถือว่าให้มาเยอะทีเดียวเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต 168 ยูนิต มีพื้นที่ออกกำลังกาย Active Pavilion สูง 2 ชั้นและชั้นดาดฟ้า และสวนด้านหลังโครงการ ที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่นั่งทำงาน Co-Hobby Space, Meeting Lounge มีสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool ขนาดประมาณ 27.00 x 3.70 เมตร แยกพื้นที่สระเด็ก Jacuzzi และ Sunken Area มาให้ สุดท้ายที่ชั้นดาดฟ้ามีสนามเด็กเล่น และ Hidden Farm สำหรับทำสวนมาให้ พร้อมกับมีการนำเอาไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง ช่วยลดภาระค่าไฟของส่วนรวมได้  อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการอยู่ที่ 84 : 1 ถือว่าไม่เยอะทำให้ไม่ต้องรอลิฟต์นานค่ะ

นอกจากนั้นทางโครงการยังมีบริการ EliteService ระดับโรงแรมมาให้ลูกบ้านได้ใช้ เช่น พนักงานต้อนรับ 24 ชั่วโมง, ซ่อมบำรุงตลอด 24 ชั่วโมง, 24 hrs Doorman
, 24 hrs Bellboy มีบริการส่งของ, ผ้าเช็ดตัวและน้ำดื่ม ที่สระว่ายน้ำ ฯลฯ ถือว่าให้มาเยอะทีเดียวค่ะ


Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 150,000-180,000 บาท/ตร.ม., 25 SEPTEMBER 2019

  • ทำเล 7.25/10 – มีความอุดมสมบูรณ์รอบๆพอสมควร เดินทางสะดวก
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – ติดถนนใหญ่ มีที่กลับรถใกล้ ใช้ทางด่วนง่าย
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – ห่างจาก BTS บางจาก 350 เมตร
  • วัสดุ 8.25/10 – เหมาะสมกับราคา ได้  Fully Furnished พร้อม Home Automation
  • แบบ 8.25/10 – โครงการออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัว ภายในห้องเป็น Loft การใช้งานลงตัว
  • สาธารณูปโภค 9/10 – ให้มาเหมาะสมกับยูนิต มีบริการ Concierge Service
  • HIGH CLASS
  • 7.86 / 10.00

BOTTOM LINE

PITI สุขุมวิท 101 เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดติดถนนสุขุมวิท ใกล้รถไฟฟ้า ชอบโครงการที่ขนาดไม่ใหญ่นัก ยูนิตต่อชั้นน้อยมีความเป็นส่วนตัว มีบริการ Concierge Service และมี Facility ให้เพียงพอเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต ชอบห้อง Loft ที่มีฝ้าเพดานสูง แต่โดยรวมแล้วราคาไม่แรงเท่าคอนโดมิเนียมในเมือง มีงบประมาณระดับ 4.8 –13 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 33,600 – 90,000 บาท/เดือน


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving