รีวิวฉบับที่ 2016 … สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมจะพามารีวิวโครงการ Philo เอกมัย 6 จาก Library Estate กันครับ ทำเลในซอยเอกมัย 6 ติดกับ BigC เอกมัย ซึ่งถือว่าเป็นย่านใจกลางเอกมัยเลยก็ว่าได้ครับ ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบนับว่าดีมากๆ ทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านกาแฟ และร้านอาหาร ซึ่งตัวโครงการมียูนิตน้อย เป็นส่วนตัว และเน้นห้องขนาดเล็ก ฟังก์ชันค่อนข้าง compact แต่ลงตัวมากๆ รายละเอียดจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยครับ

ข้อมูลโครงการ

Fact @ 18 December 2019

  • Philo Ekkamai 6 ( ฟิโล เอกมัย 6 )
  • Library Estate
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : เอกมัย ซอย 6 เขตวัฒนา
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 78 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 12 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 38% แบบไม่รวมซ้อนคัน (รวมซ้อนคัน คิดเป็น 46%)
  • แบ่งเป็น ที่จอดแบบปกติ 14 คัน(ไม่รวมซ้อน) และจอดแบบ Auto Parking 16 คัน
  • ที่ดินประมาณ 0-1-86 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  2020
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : 2021
  • 1 Bedroom 24.1 – 31.35 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus 46.80 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.7 ล้านบาท (Promotion)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 170,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด n/a บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 092-965-8991

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.726345, 100.586153
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการครับ

โครงการ Philo เอกมัย 6 ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 6 ซึ่งถือว่าเป็นย่านใจกลางเอกมัยเลยก็ว่าได้ครับ ปากซอยมี BigC เอกมัย ซึ่งเดินมาซื้อของเข้าบ้านได้ง่ายมากๆในระยะไม่ถึง 100 m. หรือจะเดินไปร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ ในละแวกนี้ก็มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นเวิ้งโบราณ, Health Land, Donki Mall และ Park Lane นี่ยังไม่รวมแหล่งบันเทิงและคาเฟ่ระดับ Hi-End อีกมากมายเลยนะครับ ที่เราสามารถเดินไปถึงได้โดยไม่ต้องใช้รถเลย (เป็นที่รู้กันว่าย่านนี้รถติดมาก และหาที่จอดรถยากด้วย)

และถ้าให้พูดเปรียบเทียบระหว่างซอยรุ่นพี่อย่าง ซอยทองหล่อ ส่วนตัวผมมองว่าทั้ง 2 ซอยมีทั้งความคล้ายและต่างกันอย่างเห็นได้ชัดครับ โดยซอยทองหล่อนั้นเป็นซอยที่เจริญมาก่อนหน้านี้นานแล้ว พวกร้านค้าต่างๆจะขึ้นกันอยู่อย่างหนาแน่นตลอดทั้งซอย จนเรียกได้ว่า คุณสามารถเดินเลือกทีละร้านได้เลยครับ ซึ่งความคึกคักนั้นย่อมแลกมากับราคาที่สูงเช่นกัน สังเกตจากราคาคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวกันในย่านทองหล่อ ปัจจุบันเฉลี่ยปาเข้าไปอยู่ที่ 250,000 – 400,000 บาท/ตร.ม. แล้วครับ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโครงการระดับ Super Luxury กันทั้งนั้นเลย

ต่อมาภายหลัง เมื่อที่ซอยทองหล่อเริ่มหนาแน่นมากขึ้น และหาที่ว่างพัฒนายากเข้าไปทุกที แถมราคาก็ไปไกลแล้ว ความเจริญจึงเริ่มขยายมายังซอยคู่ขนาน อย่างซอยเอกมัยที่แจ้งเกิดตามมาติดๆ ถึงแม้ร้านค้าจะไม่ได้หนาแน่นเท่าซอยทองหล่อ แต่ก็ถือว่าครบครันครับ เป็นทำเลที่อาจต้องขับรถไปยังร้านต่างๆหน่อย หรือจะนั่งวินมอไซค์ก็สะดวก แต่ที่สำคัญคือ ราคาค่อนข้างดีกว่า และคนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ง่ายมากกว่าครับ ด้วยราคาเฉลี่ยซอยนี้จะอยู่ที่ 160,000 – 200,000 บาท/ตร.ม. กับระยะห่างจากซอยทองหล่อเพียง 500 m. ซึ่งมีซอยย่อยเชื่อมต่อกับซอยทองหล่อและปรีดีพนมยงค์ได้หลายซอย จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งทำเลในเมืองที่น่าสนใจทีเดียว

นอกจากนี้บริเวณปากซอยเอกมัย ยังมีสถานีรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทที่เป็นเส้นหลักวิ่งผ่านอีกด้วยครับ ห่างจากโครงการประมาณ 800 m. ซึ่งก็ถือว่าเป็นระยะที่ไกลอยู่เหมือนกัน แต่ก็สามารถใช้บริการพี่วินมอไซค์ได้นะครับ มีทั้งหน้าปากซอยเอกมัย และหน้าปากซอยโครงการเลยครับ ถือว่าสะดวกมากๆ

ส่วนถ้าใครที่ต้องการใช้ทางด่วน ก็สามารถใช้ถนนซอยเอกมัยตรงข้ามแยกเอกมัยเหนือ ผ่านถนนเพชรบุรี เพื่อไปขึ้นทางด่วนศรีรัช ด่านพระราม 9 เพื่อไปรามอินทราได้โดยตรงอีกด้วยครับ ห่างจากโครงการประมาณ 3.6 km. และต้องเผื่อเวลาสัก 20 – 30 นาทีในช่วงเวลารถติดหน่อยนะครับ แต่ถ้าเป็นช่วงที่รถไม่หนาแน่นอย่างช่วงบ่ายๆ เพียง 10 – 15 นาทีก็ถึงทางด่วนแล้วล่ะ

ส่วนทางด่วนอีกเส้นหนึ่งที่เราสามารถใช้ได้ง่ายคือ ทางด่วนเฉลิมมหานคร ซึ่งเราจะต้องขับรถมาทางถนนสุขุมวิท เพื่อมาเข้าซอยสุขุมวิท 40 หรือซอยบ้านกล้วยใต้ ผ่านถนนพระราม 4 และแยกกล้วยน้ำไท เพื่อมาขึ้นทางด่วนไปดินแดง ดาวคะนอง หรือแจ้งวัฒนะได้ ในระยะทางประมาณ 3.9 km. ครับ

โดยที่ตั้งของ Sales Gallery ของโครงการนี้จะตั้งอยู่คนละที่กับที่ตั้งโครงการของจริงนะครับ โดย Sales Gallery จะอยู่บริเวณใกล้ๆกับแยกซอยทองหล่อ 10 และซอยเอกมัย 12 หรืออยู่เยื้องๆกับห้าง Donki Mall กับร้านนั่งเล่นนั่นแหละครับ ส่วนที่ตั้งโครงการจริงๆจะอยู่ที่ซอยเอกมัย 6 นะ ซึ่งถ้าใครที่มาจากฝั่งสุขุมวิทเหมือนผมก็จะต้องเลยที่ตั้งโครงการไปก่อนครับ แล้ว Sales Gallery จะตั้งอยู่ทางขวามือติดกับถนนซอยเอกมัยเลย บรรยากาศการเดินทางจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยครับ

Image 1/6
เริ่มต้นที่สถานี BTS เอกมัย บนถนนสุขุมวิทนะครับ ด้านซ้ายคือห้าง Gateway เอกมัย ให้ขับเลยไปอีกหน่อยโดยชิดขวาไว้นะ

เริ่มต้นที่สถานี BTS เอกมัย บนถนนสุขุมวิทนะครับ ด้านซ้ายคือห้าง Gateway เอกมัย ให้ขับเลยไปอีกหน่อยโดยชิดขวาไว้นะ

ที่ตั้งของ Sales Gallery จะตั้งอยู่ติดถนนซอยเอกมัยเลยครับ เป็นฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าไปทางสุขุมวิทนะ และยังอยู่ใกล้กับแยกเอกมัยซอย 12 และทองหล่อซอย 10 อีกด้วย ซึ่งถ้าใครที่ขับรถมาจากทางสุขุมวิทเหมือนผม อาจจะเลี้ยวเข้าสำนักงานขายทันทีได้ลำบากนะครับ เพราะรถที่ติดไฟแดงตรงแยก จะยาวมาจนปิดทางเข้าแบบนี้ จึงอาจต้องไปกลับรถกันมาอีกทีหนึ่ง หรือจะจอดที่ Donki Mall ฝั่งตรงข้ามก็ได้ (เสียเงิน ชม. ละ 20 บาท) แล้วค่อยเดินข้ามถนนไปครับ หรือสะดวกที่สุดก็อาจมาด้วยรถไฟฟ้า แล้วนั่งวินมอไซค์มาก็ได้เหมือนกัน

Sales Gallery ปัจจุบันโครงการมาเช่าตึกแถวชั่วคราวอยู่นะครับ ชั้นล่างจะมีที่จอดรถได้อยู่ 3 – 4 คัน  ส่วนตัวออฟฟิศจะอยู่บนชั้น 2 มีที่นั่งคุยและโมเดลให้ดูด้วย และห้องตัวอย่างจะอยู่บนชั้น 3 นะครับ

แล้วถ้าใครที่ชมโครงการเสร็จแล้ว อยากไปดูสถานที่จริง เราสามารถที่จะขับรถมาต่อก็ได้ครับ หรือจะเดินมาเองก็ได้เหมือนกัน โดยที่ตั้งของโครงการจะอยู่ห่างจาก Sales Gallery ประมาณ 650 m. นะครับ หรือถ้าใครที่ไม่ได้เข้าไปชมด้วยตัวเอง ก็สามารถชมภาพบรรยากาศโดยรอบโครงการ ที่ผมได้นำมาฝากกันดังต่อไปนี้ได้เลย

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

บริบทโดยรอบส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ๆที่อยู่มาแต่เดิมครับ รวมถึงจะมีบางหลังที่เปิดเป็นร้านอาหารอยู่ด้วยนะ สำหรับชั้นไม่สูงมากบริเวณด้านหลังกับทิศตะวันตกอาจถูกอาคารของ BigC บังวิวอยู่บ้าง ดังนั้นโครงการจึงเน้นให้ห้องส่วนใหญ่หันเข้าไปในซอยทางทิศตะวันออกแทนครับ ทำให้ได้วิวที่เปิดโล่งและเงียบสงบมากกว่า ของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันครับ

ทิศเหนือ : เป็นด้านหลังโครงการ จะอยู่ติดกับอาคารจอดรถของ BigC เอกมัย สูงประมาณ 3 – 4 ชั้นครับ

ทิศใต้ : เป็นภาพที่ผมขึ้นมาถ่ายให้ดูบนอาคารจอดรถชั้น 2 ของ BigC เอกมัยครับ ด้านหน้าโครงการคือถนนซอยเอกมัย 6 ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านสูง 1 – 2 ชั้น ที่ทำเป็นร้านอาหารครับ

ทิศตะวันออก : ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น เยื้องๆกันทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นอาคารสูง 13 ชั้นครับ ส่วนฝั่งซ้ายมือทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็น Service Apartment สูง 7 ชั้น และด้านในซอยเอกมัย 6 จะมีโรงเรียนนานาชาติ Bright Skies ตั้งอยู่อีกด้วย

ทิศตะวันตก : ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น ซึ่งหลังคาบ้านจะสูงขึ้นมาเยอะเทียบเท่าชั้น 3 เลยครับ และถัดไปจะเป็นอาคาร BigC เอกมัย สูงประมาณ 3 – 4 ชั้น

ทีนี้เรามาเดินดูบรรยากาศในซอยกันบ้างดีกว่าครับ เริ่มจากหน้าโครงการที่มีที่ดินอยู่ติดกับซอยเอกมัย 6 แบบนี้ ด้านขวาก็จะติดกับบ้านสูง 2 ชั้นเมื่อสักครู่

ฝั่งตรงข้ามนอกจากจะมีตึกสูง 13 ชั้นตั้งอยู่แล้ว ก็ยังมีร้านอาหาร Meaticious ตั้งอยู่อีกด้วยครับ

ขอบคุณภาพจากร้าน Meaticious

บรรยากาศภายในนับว่าดีทีเดียวนะ เน้นเป็นร้านขายสเต็ก เปิดตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป สามารถเดินมาทานจากโครงการได้ง่ายๆครับ

นอกจากนี้บรรยากาศภายในซอยก็ค่อนข้างร่มรื่น และเงียบสงบมากๆครับ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นบ้านหลังใหญ่ๆ ที่อยู่ดั้งเดิม ถ้าตรงเข้าไปด้านในก็จะเป็นโรงเรียนนานาชาติ Bright Skies

และอีกอย่างคือ ซอยนี้ไม่ใช่ซอยตันนะ ถึงแม้จะไปทะลุถนนปรีดีพนมยงค์ไม่ได้ แต่ถ้าเราเลี้ยวขวาตรง Apartment ซอยแรกนี้ ก็จะสามารถเชื่อมต่อกับซอยเอกมัย 4 เพื่อวนกลับไปออกถนนเอกมัยได้ครับ แต่ใจความสำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้น เพราะโครงการก็ตั้งอยู่ใกล้ปากซอยเอกมัย 6 อยู่แล้วครับ แต่มันอยู่ตรงร้าน Dog in Town ที่อยู่ตรงซ้ายมือนี้นั่นเอง

ภายในเป็นคาเฟ่น้องหมาที่น่ารักมากๆ มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ค่าบริการแรกเข้าอยู่ที่ 300 บาทต่อคน ซึ่งทันทีที่จ่ายก็จะได้รับเครื่องดื่มอะไรก็ได้ในร้าน 1 แก้ว พร้อมกับได้เล่นกับน้องหมาอย่างใกล้ชิดได้เลยครับ แต่ละตัวนี่ซนสุดๆ ใครเป็นทาสหมาก็อย่าลืมแวะมานะ

กลับมาที่หน้าโครงการกันอีกครั้ง คราวนี้เราจะมาดูทางด้านซ้ายของโครงการ หรือก็คือทางไปปากซอยกันบ้างครับ ซึ่งติดกับโครงการด้านขวาของภาพก็จะเป็นบ้าน 2 ชั้น แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามทางซ้ายมือครับ

ซึ่งภายในจะมีร้านกาแฟ TasteMate Cafe น่ารักๆตั้งอยู่ด้านหน้า ขายทั้งของหวาน และอาหารมื้อเที่ยงก็มี ส่วนด้านในก็จะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Hagakure ครับ เปิดตอนช่วงเย็นๆเหมือนร้านสเต็กก่อนหน้านี้เหมือนกัน เลือกทานกันได้เลยครับว่าชอบสไตล์ฝรั่งหรือญี่ปุ่น ^^

เดินถัดมาจากบ้าน 2 ชั้นที่อยู่ติดกับที่ดินโครงการ จะเป็นทางขึ้นที่จอดรถของ BigC เอกมัย ที่อยู่ด้านหลังครับ โดยที่นี่จะคิดค่าที่จอดชั่วโมงละ 30 บาทนะ

ส่วนหน้าปากซอยเอกมัย 6 ก็จะมีวินมอไซค์ตั้งอยู่ด้วย อัตราค่าโดยสารไป BTS เพียง 15 บาทเท่านั้น

ฝั่งตรงข้ามปากซอยเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงยามราตรีชื่อดังอย่าง CZECH Club และ Joh Station หรือถ้าเดินต่อไปอีก 350 m. ก็จะมีห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นอย่าง Donki Mall ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Sales Gallery ก่อนหน้านี้ครับ

แต่ใจความสำคัญจริงๆของทำเลโครงการ ก็คือ BigC เอกมัย ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าปากซอยเลยครับ ภายในมีครบทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และ Index Living Mall ที่เรียกได้ว่า นอกจากเป็นทำเลใจกลางเอกมัยแล้ว ยังใกล้กับซุปเปอร์มาร์เก็ตในระยะเดินมากๆแบบนี้อีกด้วยครับ

และอีกหนึ่งสิ่งที่ BigC เอกมัย มีก็คือ Starbucks สาขาใหญ่มากๆครับ มีตั้ง 2 ชั้นเลย และที่สำคัญคือ เค้าที่เพิ่งเปลี่ยนมาเปิดให้บริการ 24 ชม. เมื่อไม่นานมานี้อีกด้วยนะ ทำให้ถึงแม้ว่าโครงการของเราจะเป็นขนาดเล็ก ไม่ได้มีส่วนกลางอะไรที่ใหญ่มากนัก แต่ก็ถูกเติมเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆโครงการแบบนี้ ผมว่าโอเคมากๆเลยล่ะครับ

ปิดท้ายด้วยสวนที่อยู่ด้านหน้าห้าง BigC ซึ่งน่านั่งเล่นมากๆอีกเช่นกัน มาเดินเล่นพักผ่อนที่นี่ เหมือนมีคอมมูนิตี้มอลล์ส่วนตัวเลยครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Big C เอกมัย ~ 90 m.
  • Parklane ~ 450 m.
  • เวิ้งโบราณ ~ 450 m.
  • Max Value ~ 550 m.
  • Donki Mall Thonglor ~ 700 m.
  • Major เอกมัย ~ 1.1 km.
  • Eight Thonglor ~ 1.3 km.
  • Makro foodservice ~ 1.3 km.
  • The Commons ~ 1.5 km.
  • J Avenue ~ 1.5 km.
  • Nihonmura Mall ~ 1.6 km.
  • โรงพยาบาล คามิลเลียน ~ 1.9 km.
  • โรงพยาบาล สมิติเวช ~ 1.9 km.
  • Gateway Ekamai ~ 2 km.
  • Rain Hill ~ 2.6 km.
  • The Emporium ~ 2.9 km.
  • The Twenty Six ~ 3.1 km.
  • Summer Hill ~ 3.1 km.
  • The EmQuartier ~ 3.2 km.
  • สวนเพลิน มาร์เกต ~ 3.4 km.
  • K Village ~ 3.8 km.

รายละเอียดโครงการ

โครงการ Philo เอกมัย 6 เป็นคอนโด Low Rise 1 อาคาร ซึ่งมีจำนวนยูนิตที่น้อยมากครับ เพียง 78 ห้องเท่านั้น จึงได้ความเป็นส่วนตัวสุดๆ อีกอย่างคือ เข้าค่ายโครงการขนาดเล็กที่มีห้องพักไม่ถึง 80 ยูนิต จึงไม่จำเป็นต้องขอ EIA อีกด้วยครับ โดยภายนอกจะเห็นอาคารเป็นสไตล์ Modern ซึ่งทางโครงการหยิบยกเอาลักษณะกายภาพ ของทำเลที่ตั้งโครงการมาใช้ในการออกแบบ facade ทั้งเรื่องความทันสมัยใจกลางเมือง ความเงียบสงบและร่มรื่นภายในซอย จนกลายมาเป็นการผสมผสานของวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และหินอ่อน กับฟินกระจกและระแนงไม้อย่างลงตัวครับ

มาดู Master Plan ของโครงการกันครับ ทางเข้ามีแค่ทางเดียวจึงดูแลรักษาความปลอดภัยได้ง่ายหน่อย และระบบจอดรถของที่นี่จะมีทั้งแบบจอดปกติ 14 คัน และจอดแบบ Auto Parking ได้ 16 คัน โดยมีลิฟต์จอดรถให้ใช้งานได้ 3 Slot และเมื่อเราจอดรถเสร็จแล้ว ก็จะต้องเดินกลับมาเข้าประตู Lobby ที่อยู่ด้านหน้าครับ ซึ่งการที่โครงการกล้าที่จะทำพื้นที่ส่วนนี้มาไว้หน้าสุดแบบนี้ ก็เพราะรู้อยู่แล้วว่าทำเลนี้เป็นทำเลในซอย ไม่พลุกพล่านหรือเสียความเป็นส่วนตัวอะไรมากนัก แถมยังทำให้ลูกบ้านเดินเข้า-ออกได้สะดวกอีกด้วย เนื่องจาก Lifestyle ของทำเลนี้ เหมาะที่จะเดินไปห้างร้านใกล้ๆนี้มากครับ โดยโถง Lobby จะเข้าไปได้เลย ไม่ต้องแตะบัตร ถ้ามีแขกมาหาก็ให้เข้ามานั่งรอเย็นๆด้านในได้ แต่ถ้าจะขึ้นห้องก็จะต้องใช้ Key Card ในการใช้ลิฟต์นะครับ

มาดูโมเดลกันครับ ทางเข้าด้านหน้าจะมีพี่ รปภ. ประจำอยู่ เบื้องต้นทางโครงการแจ้งไว้ว่าจะใช้การเข้า-ออกแบบไม้กั้นกระดก ซึ่งใช้ระบบแตะบัตรระยะใกล้ แต่ก็มีการแยกทางเข้าของคนเอาไว้ให้แล้วเพื่อความปลอดภัยครับ ซึ่งโถงลิฟต์จะมีลักษณะเป็นผนังกระจกสูงขึ้นไปจนถึง Fitness ที่อยู่ชั้น 2 เลยทีเดียว

ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Lobby ครับ เน้นความเป็นธรรมชาติแบบเรียบๆ ด้วยวัสดุประเภทไม้กับผนังกระจก เพื่อให้มองเห็นต้นไม้สีเขียวภายนอกได้ด้วย มีที่ให้นั่งคอยเพื่อนบ้าน หรือคอยลิฟต์จอดรถได้อยู่ 2 – 3 จุด

ส่วนด้านข้างอาคารทางฝั่งซ้ายนี้จะมีการปลูกต้นไม้ทรงสูงไว้ด้วยครับ เนื่องจากทางฝั่งนี้จะอยู่ติดกับบ้านสูง 2 ชั้น ซึ่งเค้ามีช่องหน้าต่างหันมาทางด้านนี้เหมือนกัน จะได้ช่วยพรางสายตาได้ในระดับหนึ่งครับ

ส่วนทางด้านขวาของอาคารจะให้สังเกตชั้นจอดรถด้านล่าง ซึ่งตัวรถจะมีส่วนเลยออกมาด้านนอกอาคารด้วย ซึ่งคนที่จอดรถแบบปกติจะได้ความสะดวกในการใช้งานเข้า-ออก หรือหยิบของก็จริงครับ แต่ก็แลกกับการที่รถคุณอาจต้องตากแดดตากฝนอยู่ครึ่งคันเหมือนกัน อย่าลืมหาผ้าคลุมมาใช้กันนะ หรือให้โครงการทำกันสาด หรือปลูกต้นไม้เพิ่มก็ได้ ส่วนการจอดแบบ Auto Parking ก็อาจมีข้อเสียในเรื่องเวลาที่ต้องรอนาน หยิบของไม่สะดวก หรือมีค่าบำรุงรักษางานระบบที่สูง แต่ที่แน่ๆคือ รถของเราจะปลอดภัย ไม่ต้องตากแดดตากฝน หรือโดนเฉี่ยวเป็นรอยแน่นอนครับ

แปลนชั้น 2 จะเริ่มเป็นชั้นพักอาศัยแล้วครับ แต่ก็มีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางด้วยคือ Fitness ที่อยู่ด้านบนของ Lobby พอดี ซึ่งการที่อาคาร Low Rise นำส่วนกลางมาไว้ชั้นบนแบบนี้จึงทำให้เป็นส่วนตัวครับ คนภายนอกจะแอบขึ้นมาใช้ด้วยไม่ได้แน่นอน ซึ่งเค้าก็จะมีประตูกระจกกั้นบริเวณโถงลิฟต์แยกกับส่วนพักอาศัยไว้ให้แล้วครับ ถ้าไม่ใช่คนที่มี Key Card อยู่ที่ชั้นนี้ ก็จะผ่านไปให้เสียความเป็นส่วนตัวไม่ได้นะ ซึ่งผมชอบชั้นนี้ 2 จุดด้วยกันครับคือ นอกจากจะมาใช้งาน Fitness ได้สะดวก เหมาะกับคนชอบออกกำลังกายเป็นประจำแล้ว ก็ยังได้ความเป็นส่วนตัวจาก Single Corridor อีกด้วยครับ เพราะฝั่งตรงข้ามของห้องพักยังคงเป็นช่องจอด Auto Parking อยู่นั่งเอง

ส่วนภาพนี้เป็นบรรยากาศจำลองภายใน Fitness นะครับ ขวามือจะเป็นผนังกระจกที่มองออกไปยังซอยด้านหน้าโครงการ แต่ที่เหลืออีก 3 ด้านจะเป็นผนังทึบ ซึ่งจะมีการใช้กระจกเงาทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นครับ ส่วนเครื่องออกกำลังกายอาจมีไม่เยอะเท่าโครงการใหญ่ๆ แลกกับความเป็นส่วนตัว แต่ก็มีให้ใช้งานครบอยู่นะ

แปลนชั้น 3 – 7 จะเป็นชั้นพักอาศัยแบบเต็ม Floor แล้วครับ จริงๆแล้วแปลนด้านในจะเหมือนกันหมดทุกชั้นเลย ต่างกันก็แต่ facade ภายนอก ที่แต่ละห้องแต่ละชั้นจะไม่เหมือนกันครับ ห้องเล็กสุด 24 ตร.ม. จะเป็นห้องสีน้ำตาลฝั่งทิศตะวันออก ซึ่งจะมีแค่ด้านเดียวด้วยนะ นอกนั้นจะเป็นห้องขนาด 29.5 ตร.ม. จะเป็นสีเทาครับ แต่ในกรอบน้ำเงินจะเป็นห้องใหญ่สุดเป็น 1 Bed Plus 46.8 ตร.ม. จะมีอยู่แค่ชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น (รวม 6 ยูนิต) และห้องที่อยู่ในกรอบสีแดงจะเป็นห้องหน้าโถงลิฟต์โดยตรง ที่อาจจะมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าห้องอื่นๆ ทั้งเรื่องของเสียงและการมองเห็นครับ แต่เค้าก็มีการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ไว้แล้ว รออ่านกันในพาร์ทต่อไปนะ และจุดที่ผมชอบจริงๆจะเป็นรูปแบบของตัวห้องเองมากกว่า ซึ่งถ้าทุกคนลองสังเกตดูจะเห็นว่า ห้องพักส่วนใหญ่จะได้เป็นครัวปิด และกระจกเข้ามุมอีกด้วยครับ

แปลนชั้น 8 จะยังคงเป็นชั้นพักอาศัยนะครับ แต่จะมีห้องด้านหน้าบางส่วนหายไป จากเดิมที่มีชั้นละ 12 ห้อง ก็จะเหลือเพียง 9 ห้องเท่านั้น และไม่มีห้องที่อยู่หน้าโถงลิฟต์แล้ว จึงได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ที่ต้องระวังคือห้องชั้น 7 ที่อยู่ใต้ห้องงานระบบสระว่ายน้ำเหล่านี้ครับ ทั้งเรื่องของการรั่วซึมและเสียงปั๊มน้ำ ซึ่งต้องตรวจสอบกันดีๆนิดนึงนะ

ชั้นดาดฟ้า เป็นชั้น Facilities อีกจุดหนึ่งของโครงการครับ สามารถขึ้นมาใช้งานได้ง่ายๆด้วยลิฟต์โดยสาร ไม่ต้องเดินบันไดขึ้นให้เมื่อย หลักๆคือสระว่ายน้ำครับ มีขนาด 4 x 13 m. พร้อมกับมีพื้นที่นั่งพักผ่อนริมสระให้ขึ้นมาใช้งานได้ด้วย ไม่มีห้องน้ำนะ ต้องกลับไปอาบที่ห้องตัวเอง แต่จะมีจุดล้างตัวอยู่ข้างๆสระให้แทนครับ

ซึ่งจากโมเดลผมแอบเห็นว่า จุดที่นั่งเล่นริมสระที่อยู่ใต้ชายคาฝั่งซ้าย ไม่ได้เป็น Day Bed แบบธรรมดาด้วยนะ แต่จะเป็นเหมือนชิงช้าที่แขวนลอยอยู่กลางอากาศ ก็น่าใช้งานดีเหมือนกัน

ส่วนภาพนี้จะเป็นจุดวาง Day Bed แบบปกติที่อยู่ทางฝั่งขวาครับ มีหลังคาคอยช่วยบังแดดบังฝนให้ได้อยู่บ้าง

และนอกจากนี้ก็ยังทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นด้านข้างอีกด้วยครับ สามารถนำหนังสือ หรืองานขึ้นมานั่งทำอยู่ริมสระ พร้อมกับชมวิวไปได้ด้วยแบบนี้เลย

ปิดท้ายด้วยภาพจำลองพื้นที่นั่งเล่นบนดาดฟ้าของโครงการครับ มีการปลูกต้นไม้ประดับเอาไว้ด้วยนะ จะได้ดูสดชื่นและผ่อนคลายมากขึ้น

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby ชั้น 1
  • Fitness ชั้น 2
  • สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ ขนาด 4 x 13 เมตร
  • พื้นที่นั่งเล่นบนดาดฟ้า
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 39 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 38% แบบไม่รวมซ้อนคัน (รวมซ้อนคัน คิดเป็น 46%)
  • แบ่งเป็นจอดแบบปกติ 14 คัน(ไม่รวมซ้อน) และจอดแบบ Auto Parking 16 คัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card Access

แบบห้อง

สำหรับห้องพักของโครงการนี้จะมีอยู่แค่ 2 Type นะครับ ซึ่งจะเน้นเป็นห้องที่มีพื้นที่ค่อนข้าง compact แต่ลงตัว ขายแบบ Fully Fitted คือให้เฉพาะชุดครัว เครื่องปรับอากาศ และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ประกอบด้วย

  • 1 Bedroom ขนาด 24.1 – 31.35 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 46.8 ตร.ม.

โดยในวันนี้ทางโครงการมีห้องขนาดเริ่มต้นเล็กสุด 24 ตารางเมตร มาให้ดูเป็นตัวอย่างครับ และช่วง VIP นี้ก็ยังมี Promotion แถมเฟอร์นิเจอร์ให้ตามห้องตัวอย่าง (เฉพาะ 20 ห้องแรก) ด้วยนะ ซึ่งเค้าจะจัดพื้นที่ออกมาเป็นอย่างไร เราไปชมกันได้เลยครับ

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 24.1 ตารางเมตร เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดของโครงการ ที่ดูเผินๆแล้ว Layout ห้องก็จะไม่ต่างจากโครงการทั่วไป แต่ถ้าลองสังเกตดีๆแล้วจะเห็นว่า ตำแหน่งของห้องครัว และห้องน้ำจะสลับกันครับ กลายเป็นว่าห้องครัวจะย้ายมาอยู่ด้านหน้าแทน และยังได้เป็นครัวปิดอยู่ โดยจะกั้นแบ่งส่วนกับห้องนั่งเล่นด้วยผนังกระจก ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้น ส่วนห้องน้ำจะเป็นส่วนที่อยู่ติดกับระเบียงแทนครับ นั่นหมายความว่าจะเป็นห้องน้ำที่สามารถระบายอากาศได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีแสงแดดส่องถึงก็ยิ่งมีสุขอนามัยที่ดี และนอกจากนี้ในห้องนอน ยังทำหน้าต่างเป็นกระจกเข้ามุมอีกด้วย ก็ยิ่งจะทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้นครับ แต่ด้วยขนาดพื้นที่ห้องที่เล็กเพียง 24.1 ตารางเมตร จึงต้องแลกกับฟังก์ชันบางอย่างไป เช่น โต๊ะทานอาหาร พื้นที่เดินรอบเตียง หรือมุมสำหรับโต๊ะอเนกประสงค์ เป็นต้น แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นห้องที่ค่อนข้าง compact เป็นสัดส่วนดีครับ ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยดีกว่า

เริ่มจากประตูทางเข้าจะได้เป็นประตูไม้บานทึบสีอ่อน ซึ่งเป็นขนาด Over size ความสูงถึง 2.2 m. แบบนี้ครับ พร้อมกับมีตาแมว และติดตั้ง Digital Door Lock มาให้แล้วเรียบร้อย ของยี่ห้อ Secuon ใช้งานได้ 3 ระบบ ทั้งแตะบัตร รหัสผ่าน และกุญแจ

ภายในห้องพื้นที่ส่วนแรกจะเป็นห้องนั่งเล่นครับ ซึ่งด้านหลังทีวีเป็นกระจกบาน Fixed เกือบทั้งผนัง จึงบังคับให้ต้องวางทีวีกับชั้นวางแบบนี้ครับ โดยมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 1.9 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 40 นิ้วได้

ส่วนความสูงพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.4 m. และปูพื้นด้วย Stone Plastic Composite เป็นพื้นไว้นิลที่เกิดจากการผสมกันระหว่างหินปูนบดอัดเข้ากับพลาสติก ทำให้แข็งแรงทนทานมากขึ้น ทนน้ำได้ดีมากขึ้น และป้องกันการลุกลามของไฟ ที่สำคัญคือ ปลวกหรือแมลงไม่กินด้วยครับ

ด้านข้างโซฟายังพอมีพื้นที่เหลืออยู่ 90 cm. เราสามารถวางตู้รองเท้าได้ครับ โดยถ้าเป็นตู้เตี้ยๆแบบนี้ เราจะสามารถวางของและหยิบใช้ได้สะดวกระหว่างนั่งโซฟา แต่ถ้าใครที่มีของเยอะๆ เราก็อาจ Built เป็นตู้สูงถึงฝ้าเลยก็ได้ครับ จะได้เก็บของได้มากขึ้น ใช้พื้นที่แนวตั้งให้เป็นประโยชน์

แต่ถ้าซื้อห้องนี้มาแบบ Fully Furnished เราจะได้ทั้งตู้รองเท้าตัวนี้ พร้อมโซฟา และชั้นวางทีวีแบบในห้องตัวอย่างเลยครับ

ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อนครับ เดินรางด้านบนจึงไม่มีรางที่พื้นให้เดินสะดุดหรือเก็บฝุ่น ซึ่งคอยกั้นส่วนระหว่างห้องนั่งเล่นและครัว กลายเป็นครัวปิดที่ทำอาหารได้จริงจัง มีพื้นที่ยืนด้านในกว้าง 80 cm. ใช้งานได้พอดีตัวเลย และพื้นก็จะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินแบบด้านอีกด้วยนะ เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และทนความชื้นครับ

ภายใน Built in เคาน์เตอร์ครัวมาให้แบบนี้เลยครับ สามารถเก็บของได้พอสมควร พร้อมกับมีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าด้านล่าง ขนาดประมาณ 59 x 64 cm. สูง 85 cm. และพื้นที่วางตู้เย็นด้านข้าง ขนาดประมาณ 70 x 60 cm. สูงไม่เกิน 1.85 m. ครับ

Top เคาน์เตอร์และ Backsplash ด้านหลัง จะเป็นหิน Quartz สีขาว ที่ทนคราบต่างๆ และเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย แต่เราอาจติดตั้งด้านข้างเพิ่มเติมด้วยก็ได้ครับ ส่วน Hob & Hood จะเป็นของ Teka และของจริงจะเป็นระบบกรองด้วยคาร์บอนแบบหมุนเวียนภายใน พร้อมกับอ่างล้างจาน 1 หลุม ขนาดประมาณ 38 x 38 cm. ลึก 23 cm.

ตรงกลางห้องจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเหมือนกับส่วนครัว เป็นกรอบอลูมิเนียมสีดำ พร้อมกับกระจกสีชาครับ ลักษณะเป็นบานเลื่อน 3 ตอน ทำให้เปิดได้กว้าง เชื่อมต่อพื้นที่ทั้ง 2 และทำให้แสงธรรมชาติส่องมาถึงหน้าห้องได้อีกด้วย ซึ่งใครที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของห้องนอนด้านใน ก็สามารถติดผ้าม่านเพิ่มเติมได้ครับ

ถัดเข้ามาในห้องนอนจะเป็นส่วนที่อยู่ติดกับหน้าต่าง ได้แสงธรรมชาติเต็มๆ มีขนาดพื้นที่พอดีๆ ไม่ใหญ่มาก แต่จะมีห้องน้ำในตัวด้วยครับ

ซ้ายมือเป็นตู้เสื้อผ้าครับ ซึ่งถ้าซื้อห้องนี้มาแบบ Fully Furnished เราจะได้เป็นตู้หน้าบานกระจก ขอบสีทองแดงแบบนี้เลยนะ ด้านในมีแสงไฟ และมีพื้นที่แต่งตัวกว้างถึง 1.6 m. เลย ใช้งานได้ค่อนข้างสะดวก

ส่วนพื้นที่วางเตียงจะค่อนข้างพอดีกับขนาดเตียง 5 ฟุตเลยครับ คือจะไม่มีพื้นที่เหลือรอบเตียงให้เดิน และขึ้น-ลงได้แค่ด้านเดียวเท่านั้น ซึ่งเวลาปูที่นอนหรือจะเปิดหน้าต่างก็ต้องปืนผ่านเตียงนอนครับ

และถ้าใครซื้อห้องนี้มาแบบ Fully Furnished เค้าก็จะมี Option เตียงนอนให้เลือกด้วยครับ คือเลือกได้ว่าจะเอาเตียงนอนแบบธรรมดา หรือจะเพิ่มเงินอีก 40,000 – 50,000 บาท ก็จะได้เป็นเตียงที่พับเก็บได้แบบนี้เลยครับ ซึ่งพอเราพับเก็บไปแล้วก็จะมีพื้นที่ใช้งานเหลืออีกเยอะเลย สามารถดูเป็นไอเดียไว้ปรับฟังก์ชันห้องได้ครับ

และวิธีนำเตียงลงมาก็จะต้องดึงส่วนขาเตียงลงมาแบบนี้นั่นเอง ทำได้ง่ายนะ ไม่หนักมากด้วย

ส่วนหน้าต่างจะเป็นกระจกใสธรรมดานะ ซึ่งนอกจากเราจะมีบานกระทุ้งที่เปิดระบายอากาศได้แล้ว ก็ยังมีกระจกเข้ามุม Bay Window อีกด้วยครับ ทำให้ห้องดูกว้าง ไม่อึดอัดนั่นเอง และด้านบนของจริงจะไม่ได้ดรอปรางม่านให้นะครับ

อีกเรื่องที่อยากจะบอกคือ แอร์ห้องนี้จะมีแต่ในห้องนอนเท่านั้น และจะอยู่ในตำแหน่งนี้อีกด้วย ซึ่งลมเย็นจะเป่าโดนตัวคนตอนนอนเต็มๆ ในระยะประชิดเลยล่ะ ดังนั้นอย่าเปิดแรงเกินไปนะ ไม่งั้นจะหนาวหรือเป็นหวัดได้ และถ้าต้องการแอร์ที่ห้องนั่งเล่นด้านนอก ก็จะต้องเปิดประตูกระจกค้างไว้ก่อน ตอนจะนอนก็ค่อยเลื่อนปิดกั้นห้องครับ จะได้ไม่เปลืองแอร์

ต่อมาเป็นห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน ซึ่งค่อนข้างกว้าง ใช้งานได้สะดวกอยู่ครับ แบ่งสัดส่วนชัดเจนดี ปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินแบบด้านทั้งหมดเลย

พื้นที่ส่วนแห้งมีขนาด 1.4 x 1.85 m. ของจริงจะลดระดับลงจากพื้นห้อง 5 cm. เวลาล้างทำความสะอาดจะได้ไม่ไหลไปนอกห้อง ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะเป็นห้อง American Standard ประกอบด้วย อ่างล้างหน้าฝังเคาน์เตอร์หินแกรนิตสีดำ มีพื้นที่วางของโดยรอบเยอะเลย และยัง Built ตู้แบบมีหน้าบานให้เก็บของใช้ในห้องน้ำได้อีกด้วย ติดกันจะเป็นโถสุขภัณฑ์ครับ

ขวามือเป็น Shower box กั้นด้วยฉากกั้นกระจกนิรภัย Tempered Glass ซึ่งมีขอบยางอย่างดีทั้ง 3 ด้านเลยครับ มั่นใจได้เลยว่าน้ำไม่ไหลมาด้านนอกได้แน่นอน และมีพื้นที่ยืนอาบกว้าง 1.4 x 0.85 m. สามารถใช้งานสะดวก

ภายในของจริงจะมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยนะ คือจะมี Rain Shower และเครื่องทำน้ำอุ่นติดตั้งมาให้เพิ่มด้วย แต่ที่เราอาจต้องเพิ่มเองก็คือชั้นวางสบู่และแชมพูที่ผนังครับ

และสุดท้ายคือระเบียงของห้องนี้ จะอยู่อีกด้านของห้องน้ำ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ซึ่งเราจะต้องติดม่านหรือมู่ลี่ช่วยพรางสายตาเพิ่ม เพื่อความเป็นส่วนตัวด้วยครับ ภายนอกมีขนาด 1.4 x 0.7 m. และของจริงจะได้ราวกันตกเป็นกระจกนิรภัยด้วยครับ

ส่วน Condensing Unit อาจจะตั้งอยู่ที่พื้น หรือแขวนไว้ด้านบนก็ได้ อันนี้ต้องรอดูของจริงอีกทีครับ แต่เค้าจะหันลมร้อนมาทางด้านข้าง จึงจะแนะนำให้ติดกริลแอร์ดันลมร้อนไปด้านนอกด้วยจะดีครับ เว้นซะแต่อยากตากผ้าให้แห้งไวๆนี่เหมาะเลย

ส่วนห้อง Type อื่นๆของโครงการมีดังนี้ครับ

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 25.35 ตารางเมตร เป็นห้องที่มีแค่ชั้นละ 1 ห้อง และอยู่ตรงหน้าโถงลิฟต์พอดีเลยนั่นเองครับ ซึ่งเป็นตำแหน่งห้องที่อาจถูกรบกวนด้วยเสียงจากภายนอกได้แบบนี้ ทางโครงการจึงออกแบบฟังก์ชันให้ต่างจากห้องเมื่อสักครู่ โดยการนำฟังก์ชันใช้งานอย่าง ครัว และห้องน้ำ ออกมาไว้ด้านหน้าแทน เพื่อช่วยป้องกันเสียงของส่วนพื้นที่พักผ่อนให้อีกชั้นหนึ่ง แต่ยังคงได้เป็นครัวปิดเหมือนเดิม ส่วนห้องนั่งเล่นก็จะย้ายไปอยู่ติดกับระเบียงแล้วครับ ซึ่งคราวนี้เราอาจนอนดูทีวีจากเตียงนอนได้ด้วยเลยก็ได้นะ รวมถึงมีมุมนั่งทานข้าวเพิ่มเข้ามาอีกด้วยครับ จะใช้เป็นโต๊ะอเนกประสงค์ก็ได้ ถือเป็นแปลนที่ฟังก์ชันค่อนข้างโอเคอยู่เหมือนกัน สุดท้ายคือพื้นที่เก็บ Condensing Unit ที่แยกออกมานอกห้อง ทางโครงการแจ้งว่าจะไม่คิดอยู่ในพื้นที่ขายนะครับ

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 29.5 ตารางเมตร เป็นห้องที่อยู่ติดกับห้องหน้าโถงลิฟต์เมื่อสักครู่ครับ จึงทำให้เป็นอีกห้องหนึ่งที่มีคนเดินผ่านหน้าห้องมากกว่าห้องอื่นในชั้นเดียวกัน ทางโครงการจึงใช้แปลนเดียวกันกับห้องเมื่อสักครู่ เพื่อป้องกันเรื่องเสียง และความเป็นส่วนตัวครับ แต่ห้องนี้จะมีหน้ากว้างที่มากกว่า แต่ละฟังก์ชันจึงใช้งานได้สะดวกมากขึ้นครับ

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 29.56 ตารางเมตร เป็นห้องที่มีอยู่เพียง 2 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น และยังคงเป็นห้องหน้ากว้าง ที่โดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบฟังก์ชันห้องนี้มากๆ อย่างแรกคือเราได้ครัวปิดด้านหน้าห้องครับ ทำอาหารได้จริงจังเลย และห้องนั่งเล่นจะอยู่ติดกับช่องหน้าต่างที่ยังคงได้เป็นกระจกเข้ามุม Bay Window เหมือนห้องตัวอย่างเลยครับ ส่วนห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแทน เพื่อความโปร่งโล่ง และมีระเบียงกับ Walk in closset ในตัว แต่ทีเด็ดที่ผมชอบที่สุดคือ ห้องน้ำที่เข้าได้ 2 ฝั่งนั่นเองครับ สามารถใช้งานได้สะดวกมากๆ เวลามีแขกมาห้องก็จะไม่เสียความเป็นส่วนตัวอีกด้วยนะ

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 31.1 ตารางเมตร เป็นห้องมุมที่อยู่สุดโถงทางเดินด้านหลังครับ มีเพียง 1 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น จุดที่แปลกอย่างแรกก็คือ เค้าแยกห้องเก็บ Condensing Unit ออกไปไว้ด้านข้างแทน (ถ้าดูในผังอาคาร ประตูจะเข้าจากบันไดหนีไฟ) และทางโครงการแจ้งว่าจะไม่คิดรวมอยู่ในพื้นที่ขายอีกด้วยครับ แต่สำหรับภายในห้องถือว่าลงตัวมากๆครับ ทุกๆฟังก์ชันจะได้แสงธรรมชาติจากช่องหน้าต่างแบบเต็มๆ (ยกเว้นห้องน้ำ) โดยห้องนี้จะไม่ได้เป็นครัวปิดเหมือนห้องอื่นนะ และระเบียงก็จะไม่ใหญ่มาก แต่พอจะออกไปสูดอากาศได้อยู่ ซึ่งจะชมวิวและใช้งานได้เต็มที่ ไม่มี Condensing Unit มาเกะกะสายตา ตรงกลางห้องคั่นด้วยพื้นที่นั่งเล่น และประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อความโปร่งโล่ง ซึ่งคราวนี้เตียงนอนจะมีพื้นที่เดินรอบเตียงได้แล้วครับ และยังมีการเว้าพื้นที่หน้าห้องน้ำเข้าไป ทำให้เกิด Walk in closet แยกเป็นสัดส่วนอีกด้วย

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 31.35 ตารางเมตร จะเป็นห้องมุมที่อยู่ตรงข้ามกับห้องก่อนหน้านี้ครับ ซึ่งฟังก์ชันภายในจะคล้ายๆกัน แต่คราวนี้เราจะได้เป็นครัวปิดนะ แถมระเบียงในห้องนอนก็ใหญ่ขึ้นด้วย แลกกับไม่มีช่องแสงด้านข้างเหมือนห้องที่แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นส่วนตัวจากอาคารจอดรถของ BigC ที่อยู่ด้านข้างนั่นเองครับ

ห้อง 1 Bed Plus ขนาด 46.8 ตารางเมตร เป็นห้องขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ และมีอยู่เพียง 1 ห้องต่อชั้นเท่านั้น รวมกันแล้วมีแค่ 6 ยูนิตทั้งโครงการ บริเวณด้านหน้าสุดจะได้เป็นครัวปิดครับ ถัดเข้ามาด้านในจะคั่นด้วย Common area หน้ากว้างขนาดใหญ่ สามารถใช้โต๊ะทานอาหาร 4 ที่นั่ง และชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้เลย เพื่อรองรับสมาชิกที่อาจจะมากกว่า 2 คน และนอกจากนี้ห้อง Type นี้ก็เป็นแค่แบบเดียวเท่านั้น ที่ห้องนอนหลักจะกั้นด้วยผนังทึบ จึงค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวสูง โดยที่ห้องน้ำตรงกลางก็สามารถเข้าออกได้ 2 ฝั่ง ใช้งานค่อนข้างสะดวกเลยครับ สุดท้ายคือห้องอเนกประสงค์ จะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ซึ่งถ้าใครวางแผนจะมีลูกในอนาคต ก็สามารถทำเป็นห้องนอนอีกห้องก็ได้ครับ หรือจะใช้เป็นห้องนั่งทำงานไปก่อนก็ได้เหมือนกัน สรุปแล้วห้องนี้ก็เหมาะกับคนที่วางแผนจะอยู่โครงการนี้แบบระยะยาว และมีครอบครัวจริงจังนั่นเองครับ

…เป็นอย่างไรกันบ้างครับทุกคน สำหรับรีวิวโครงการนี้ ซึ่งต้องบอกเลยครับว่านอกจากทำเลแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นที่สุดคือเรื่องยูนิตน้อย เป็นส่วนตัว และการออกแบบตัวห้อง ที่จัดพื้นที่ออกมาได้ค่อนข้าง compact แต่ลงตัวครับ โดยส่วนตัวผมชอบห้องน้ำติดกับภายนอกอาคารแบบนี้นะ เพราะสามารถระบายอากาศได้ดี รวมถึงกระจกเข้ามุมที่ทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้นอีกด้วย แล้วคนอื่นๆล่ะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรกับโครงการนี้บ้าง ก็อย่าลืม Comment มาแชร์กับคนอื่นๆที่ด้านล่างรีวิวนี้ด้วยนะครับ ^^

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 18 December 2019

  • ห้อง 1 Bedroom 24.1 ตร.ม. ราคา Promotion เริ่มต้น 3.7 ล้านบาท (หรือ 153,527 บาท/ตร.ม.)
  • ห้อง 1 Bedroom 24.1 ตร.ม. ตำแหน่ง 204 ชั้น 2 ราคาเริ่มต้น 4.12 ล้านบาท (หรือ 170,958 บาท/ตร.ม.)
  • ห้อง 1 Bedroom 29.5 ตร.ม. ตำแหน่ง 202 ชั้น 2 ราคาเริ่มต้น 4.94 ล้านบาท (หรือ 167,367 บาท/ตร.ม.)
  • ห้อง 1 Bedroom 31.35 ตร.ม. ตำแหน่ง 209 ชั้น 2 ราคาเริ่มต้น 5.28 ล้านบาท (หรือ 168,575 บาท/ตร.ม.)
  • ห้อง 1 Bedroom Plus 46.80 ตร.ม. ชั้น 2 ราคาเริ่มต้น 7.7 ล้านบาท (หรือ 164,709 บาท/ตร.ม.)

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.4 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปหิน Quartz
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ Teka
  • จอง 20,000 – 30,000 บาท
  • ทำสัญญา 60,000 – 80,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.ม./เดือน
  • Promotion : แถมฟรีเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished สำหรับ 20 ห้องแรก

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเล : โครงการตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 6 โดยบรรยากาศภายในซอยส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ดูร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะแก่การอยู่อาศัย และนอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอยู่ฝั่งตรงข้าม อีกทั้งร้านกาแฟ/คาเฟ่น้องหมาก็มี ทีเด็ดอยู่ที่ปากซอยจะมี BigC เอกมัย ตั้งอยู่ครับ สามารถเดินมาซื้อของกินของใช้เข้าบ้านได้ง่ายๆในระยะไม่ถึง 100 m. และที่ผมชอบที่สุดคือ Starbucks ที่เปิด 24 ชม. นั่นเอง นอกจากนี้ซอยเอกมัย 6 จะอยู่ค่อนมาทางหน้าปากซอยเอกมัยฝั่งสุขุมวิท ซึ่งจะมีความอุดมสมบูรณ์และคึกคักมากกว่าบริเวณท้ายซอย ดังนั้นจากโครงการเราสามารถเดินไป Donki Mall, Health Land, เวิ้งโบราณ หรือ Park Lane ได้ง่ายๆ ในระยะไม่เกิน 500 m. ซึ่งนี่ยังไม่รวมร้านอาหาร แหล่งบันเทิง และคาเฟ่ระดับ Hi-End อีกมากมายเลยนะครับ

โดยถ้าเทียบกับซอยรุ่นพี่อย่างทองหล่อ ส่วนตัวผมมองว่าอาจยังไม่คึกคักมากเท่า แต่ก็อุดมสมบูรณ์เพียบพร้อมก็มีไม่แพ้กันครับ ยิ่งถ้ามองลึกไปถึงระดับราคาแล้ว ด้วยระยะห่างของซอยเพียงแค่ 500 m. แต่กลับมีความต่างของราคาถึง 2 เท่า (ปัจจุบันซอยทองหล่อ 250,000 – 400,000 บาท/ตร.ม. และซอยเอกมัย 160,000 – 200,000 บาท/ตร.ม.) ทำให้ซอยเอกมัยเป็นย่านเกิดใหม่ที่น่าจับตามอง สำหรับคนที่ต้องการใช้ชีวิตอยู่ใกล้ซอยทองหล่อ แต่อาจไม่ได้ต้องการคอนโดระดับ Super Luxury ราคาหลายสิบล้านขนาดนั้น โดย Lifestyle การใช้ชีวิตของคนที่นี่จะค่อนข้างชัดเจนครับ ผมยกตัวอย่างเพื่อนผมคนหนึ่ง เขาซื้อคอนโดในซอยเอกมัยเป็นห้องเล็กๆ ที่ราคาพอจะจับต้องได้ง่ายกว่า เหตุผลเพราะเขาเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืนในย่านเอกมัย-ทองหล่อนี้ เลยอยากหาที่เอาไว้นอนพักเท่านั้นเองครับ ซึ่งคนประเภทนี้ก็มีอยู่จริงๆนะ คอนโดลักษณะแบบนี้จึงตอบโจทย์ได้ค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียว อีกทั้งโครงการเน้นห้องขนาดเล็ก ซึ่งพอติดเป็นเงินก้อนที่ต้องจ่ายจริง จะค่อนข้างจับต้องได้ง่ายกว่าเพื่อนบ้านในย่านเดียวกันด้วยครับ

การเดินทางโดยใช้รถ : ถือว่าเดินทางได้สะดวก ถ้าต้องการไปยังซอยทองหล่อ-พร้อมพงษ์ ก็จะมีซอยลัดที่เชื่อมต่อถึงกันได้หลายซอย ไม่จำเป็นต้องออกถนนใหญ่เลยครับ แน่นอนว่าทำเลนี้อาจต้องทำใจเรื่องรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนหรือตอนกลางคืนหน่อยนะ และถ้าใครที่อยากใช้ทางด่วนก็จะมีทั้งทางด่วนศรีรัชบริเวณท้ายซอย ที่ขับตรงไปขึ้นได้สะดวกเลย หรือจะเป็นทางด่วนเฉลิมมหานคร ก็จะมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 3.6 – 3.9 km. เท่านั้น และอาจต้องเผื่อเวลาสักประมาณ 20 – 30 นาทีนะครับ นอกจากนี้โครงการยังให้ที่จอดรถมา 46% แบบรวมซ้อนคัน และเกือบครึ่งจะเป็นระบบ Auto Parking อีกด้วยนะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ปากซอยเอกมัยเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ซึ่งห่างจากโครงการประมาณ 800 m. ถึงแม้จะไม่ใช่ระยะเดินได้สบายๆ แต่ก็ไม่ต้องห่วงครับ ทั้งปากซอยเอกมัยและปากซอยโครงการ จะมีพี่วินมอไซค์คอยให้บริการอยู่ ถือว่าสะดวกมากๆ หรือจะเดินออกมาเรียกรถแท็กซี่ตรง BigC ก็ได้ง่ายๆอีกเช่นกัน มีขับผ่านอยู่ตลอดเลยครับ

การออกแบบโครงการ : เป็นโครงการขนาดเล็ก ที่มีจำนวนยูนิตน้อยเพียง 78 ห้องเท่านั้นครับ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากๆ ที่ผมชอบคือการวางผังอาคารครับ ซึ่งห้องส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศที่ได้วิวเปิดโล่งในซอย และเงียบสงบที่สุดแล้ว และถึงแม้จะมีห้องที่อยู่ตรงกับหน้าลิฟต์เลยก็จริง แต่เพื่อนบ้านในชั้นหนึ่งก็มีแค่ 12 ห้องเท่านั้น ถือว่าไม่เยอะเลยครับ และไม่ต้องห่วงเรื่องเสียงหรือความเป็นส่วนตัวนะ เพราะโครงการได้ออกแบบยูนิตในส่วนนี้ให้แตกต่างจากห้องอื่นๆ เพื่อช่วยป้องกันเรื่องนี้เอาไว้แล้วด้วยครับ

การออกแบบห้องพัก : โครงการนี้มีห้องขนาดเล็กเริ่มต้น 24.1 ตร.ม.ให้เลือกครับ แต่ก็จัดพื้นที่ออกมาได้ค่อนข้าง Compact ลงตัวสุดๆ แลกกับการเสียพื้นที่บางส่วนไป เช่น โต๊ะทานอาหาร หรือพื้นที่เดินรอบเตียง แต่ยังคงได้เป็นครัวปิด และห้องน้ำก็ยังอยู่ติดกับระเบียงอีกด้วย สามารถระบายอากาศได้ดีทีเดียวครับ นอกจากนี้ในเกือบทุกๆห้องของโครงการจะได้กระจกเข้ามุมบริเวณระเบียง และกั้นห้องนอนด้วยประตูกระจกบานเลื่อนอีกด้วย จึงทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นนั่นเองครับ

อีกห้องหนึ่งที่ผมชอบมากๆคือห้อง 29.56 ตร.ม. ที่พื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ติดกับหน้าต่างกับห้องนอน ทำให้ด้านในห้องจริงๆดูกว้าง โดยที่ยังได้ครัวปิดอยู่ แถมมีมุมแต่งตัวแยกเป็นสัดส่วน และเข้า-ออกห้องน้ำได้ 2 ฝั่งอีกด้วยนะ หรือถ้าใครที่อยากอยู่เป็นครอบครัวจริงจังในระยะยาว หรือชอบห้องที่มีพื้นที่มากหน่อย และกั้นห้องนอนด้วยผนังทึบ ผมแนะนำเป็นห้อง 1 Bed Plus เลยครับ แต่ก็มีเพียงแต่ 6 ยูนิตเท่านั้นนะ สุดท้ายคือห้อง Type พิเศษอย่างห้องตรงหน้าลิฟต์ ทางโครงการออกแบบให้พื้นที่ใช้งานมาอยู่ติดหน้าห้อง เพื่อช่วยกันเสียงและเพิ่มความเป็นส่วนตัวของพื้นที่พักผ่อนด้านใน กับห้องที่มีพื้นที่เก็บ Condensing Unit แยกออกมาจากตัวห้อง ซึ่งทางโครงการแจ้งว่าจะไม่คิดในพื้นที่ขายอีกด้วยนะ ทำให้ระเบียงห้องแบบนี้จะค่อนข้างโล่ง สามารถใช้งานและชมวิวได้เต็มที่เลยครับ

วัสดุ : ส่วนตัวผมมองว่าให้วัสดุมาค่อนข้างโอเคครับ โดยเฉพาะพวกวัสดุปิดผิวต่างๆ เช่น พื้นในห้องได้เป็น Stone Plastic Composite ที่ทนความชื้นได้ดีในระดับหนึ่ง และพื้นครัวกับในห้องน้ำจะเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินแบบด้านทั้งหมดเลย ส่วน Top เคาน์เตอร์ครัวจะเป็นหิน Quartz และถ้าในห้องน้ำจะเป็นหินแกรนนิตสีดำ ส่วนอย่างอื่นจะค่อนข้างพื้นฐานครับ เครื่องครัวของ Teka และสุขภัณฑ์ของ American Standard ขาดก็แต่อ่างอาบน้ำเท่านั้น ที่โครงการนี้จะไม่มีให้เหมือนเพื่อนบ้าน เพราะด้วยขนาดพื้นที่ห้องที่ค่อนข้าง Compact นั่นเองครับ

สาธารณูปโภค : โครงการนี้เป็นคอนโดขนาดเล็ก แต่ก็จัดส่วนกลางมาให้ครบเลย มีทั้ง Lobby ไว้นั่งคอย และยก Fitness มาอยู่บนชั้น 2 เพื่อความเป็นส่วนตัว คนภายนอกแอบมาใช้ด้วยไม่ได้แน่นอน อีกจุดหนึ่งคือบนชั้นดาดฟ้า จะมีสระว่ายน้ำขนาด 4 x 13 m. พร้อมกับมีพื้นที่นั่งพักผ่อนริมสระด้วยครับ สิ่งหนึ่งที่ต้องสังเกตสำหรับโครงการนี้คือ ด้วยโครงการนี้มีระบบ Auto Parking ซึ่งค่าบำรุงรักษาประจำปีจะมากกว่าการจอดแบบปกติหน่อย บวกกับจำนวนยูนิตไม่เยอะ ทำให้คนช่วยแชร์ค่าส่วนกลางเลยน้อยตามมา ดังนั้นค่าส่วนกลางจึงตกอยู่ที่ 65 บาท/ตร.ม. ครับ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 150,000 บาท/ตร.ม.,18 December 2019

  • ทำเล 7.75/10 – เข้าซอย 100 m. เงียบสงบ เหมาะแก่การอยู่อาศัย ติด BigC อุดมสมบูรณ์ หาของกินง่าย
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – สะดวก มีซอยลัดเชื่อมต่อหลายเส้นทาง มีทางด่วนให้ใช้ 3 สาย
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – ปากซอยมีทั้งวินมอไซค์และ BTS เอกมัย หรือเรียกแท็กซี่ก็ง่าย
  • วัสดุ 7.5/10 – ให้วัสดุปิดผิวพื้นและผนังมาดี ขาย Fully Fitted ต้องแต่งเพิ่ม
  • แบบ 8.25/10 – มีห้องขนาดเล็กให้เลือก พื้นที่Compact จัดฟังก์ชันลงตัว
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – มีให้ใช้งานครบ และเพียงพอต่อจำนวนยูนิต

  • HIGH CLASS
  • 7.74 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Philo เอกมัย 6 เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดในย่านเอกมัย เดินทางสะดวก ใกล้ BigC หาของกินง่ายมาก เป็นโครงการขนาดเล็ก ยูนิตน้อย เป็นส่วนตัว แต่มีส่วนกลางให้ใช้ครบ เน้นห้องขนาดเล็ก ฟังก์ชันลงตัว ราคาจับต้องได้ไม่ยากในย่านนี้ มีงบประมาณระดับ 3.7 – 7.7 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 26,000 – 54,000 บาท/เดือน


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving