วันนี้เราจะมาเอาใจคนที่มองหาคอนโดต่ำกว่า 1 ล้าน ในย่านรังสิตกันบ้างกับโครงการ Lumpini Township รังสิต-คลอง 1 คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 50 อาคาร พร้อมเข้าอยู่จาก LPN ทำเลใกล้ Future Park, ZPELL, และ Major แถมหน้าโครงการยังมี Market Place อีกด้วยนะ เน้นการทำห้องขนาดเล็ก 21-27 ตร.ม. มีให้เลือกทั้งแบบ Studio และ 1 Bedroom ในช่วงราคา 7.79-1.08 ล้านบาท ไปชมกันเลยค่ะ

ข้อมูลโครงการ

11 February 2020

  • Lumpini Township Rangsit-Khong 1 (ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1)
  •  ‎L.P.N. Development PCL.
  • SUPER ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: อำเภอ ธัญญบุรี จังหวัด ปทุมธานี
  • ที่ดินประมาณ 87 ไร่
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 50 อาคาร 10,074 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 29 ยูนิตที่อาคาร A
  • ที่จอดรถรวมซ้อนคิดเป็น 25%
  • เริ่มก่อสร้าง : ปี 2556
  • ปีที่สร้างเสร็จ : ปี 2560
  • Studio 21.5 – 22 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 779,000 บาท
  • 1 Bedroom 26 -27 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1,050,000 บาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 36,000-40,000 บาท/ตร.ม.
  • ว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-689-6888

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มค่ะ

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.985626, 100.631808
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการ Lumpini Township รังสิต – คลอง 1 ตั้งอยู่ติดกับถนนเลียบคลองรังสิตอยู่ในย่านชุมชน จึงมีความอุดมสมบูรณ์ให้พึ่งพิงได้พอสมควรเลย แถมหน้าโครงการยังมี Community Mall รองรับอีกด้วย

ที่ตั้งโครงการ Lumpini Township รังสิต-คลอง 1 สามารถเข้าออกได้ 2 ทางคือทางถนนเลียบคลองรังสิต และทางซอยพหลโยธิน 94 (ซอยวัดธรรมสุขใจ) จะออกนอกเมืองไปทางรังสิต ก็สามารถวิ่งยาวเลียบถนนรังสิต-นครนายก ไปออกธัญบุรี องครักษ์ นครนายกได้ง่าย และถ้าวิ่งเลียบคลองไปจนถึงแถวคลอง 5 ก็สามารถเชื่อมเข้าถนนกาญจนาภิเษก (มอเตอร์เวย์) วิ่งไปออกคลองหลวง อยุธยาได้ หรือใช้ถนนกาญจนาภิเษกไปทางโซนรามอินทรา สมุทรปราการได้

ถ้าออกจากเส้นรังสิต-นครนายกไปยังถนนพหลโยธินก็สามารถเลือกเข้าเมืองไปทางสะพานใหม่ ซึ่งถ้าต้องการเข้ามาจนถึงลาดพร้าวก็มีทางด่วนโทลล์เวย์ให้ขึ้น หรือจะออกเมืองไปทางนวนคร อยุธยาก็ได้ค่ะ

สำหรับการเดินทางโดยสาธารณะมีให้เลือกหลากหลาย เริ่มจากตัวโครงการเองมีรถวิ่งบริการรับส่งระหว่างโครงการกับ Future Park รังสิต เก็บค่าบริการ 15 บาทตลอดสาย และภายในโครงการเองมีรถบริการวนมาส่งที่ Market Place สนนราคา 5 บาท พอออกมาถึง Market Place ก็จะง่ายแล้ว เพราะตรงทางเข้า Market Place ก็จะมีพี่วินมอเตอร์ไซค์ แถมตรงเส้นเลียบคลองรังสิตมี Taxi วิ่งผ่านไปมาอยู่เรื่อยๆ นะคะ

เนื่องจากโครงการมีทางเข้าออก 2 ทาง เราจึงมีทางเลือกในช่วงเวลาเร่งด่วนที่การจราจรหนาแน่น เส้นทางที่ 1 – เราลองปักหมุดจากโครงการมาที่เซียร์รังสิต หากออกทางด้านหน้าโครงการผ่านทางถนนรังสิต-นครนายก มีระยะทางจากโครงการประมาณ 4.7 km. ใช้เวลาประมาณ 4-7 นาที

เส้นทางที่ 2 – เราลองใช้เส้นทางด้านหลังโครงการ คือ ทางซอยพหลโยธิน 94 (ซอยวัดธรรมสุขใจ) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทะลุมาออกถนนพหลโยธินได้ มีระยะทางจากโครงการ 3.5 km. ใช้เวลาในการเดินทาง 7-9 นาที แต่ถ้าช่วงเวลาเร่งด่วน เส้นรังสิต-นครนายกมักจะรถเยอะ เส้นทางนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางค่ะ

มาดูความอุดมสมบูรณ์ที่รายล้อมโครงการกันก่อน ตามสองฝั่งทางถนนเลียบคลองรังสิต และซอยวัดธรรมสุขใจ จะมีร้านค้าแบบโชห่วย, ร้านอาหาร, 7-11, Family Mart เป็นระยะๆ ส่วนห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ มี Future Park รังสิต, Zpell, Major Cineplex รังสิต, Homepro หรือถ้าเป็นพวก Hypermarket ก็จะมี Tesco Lotus, Makro รวมถึง เซียร์ รังสิต ด้วย

สำหรับความอุดมสมบูรณ์ที่ติดกับปากทางเข้าโครงการเลยก็จะมีคอมมูนิตี้มอลล์ Market Place ภายในมีร้านอาหาร ร้านกาแฟอเมซอน ธนาคาร ร้านขายยา ยิมมวย รวมถึงภายในโครงการเองก็จะมี 7-11 อยู่ที่อาคาร D1 ด้วยค่ะ

เรามาดูบรรยากาศบริเวณโครงการกันต่อนะคะ จากทางเข้าโครงการจะมีชื่อโครงการอยู่ชัดเจนทางขวา ถ้าตรงเข้าไปจะเป็นพื้นที่ของคอนโด ส่วนทางซ้ายคือ Market Place

วินมอเตอร์ไซค์จะอยู่ด้านหน้าโครงการเลย

ถ้าต้องการไป Future Park รังสิต ก็สนนราคาที่ 25 บาทค่ะ

จากวินมอเตอร์ไซค์มองไปฝั่งตรงข้ามก็จะเห็น Market Place ซึ่งเป็น Community Mall ของ LPN และดูแลบริหารโดย LPN นี่แหละค่ะ

ภายในมีพื้นที่จอดรถเยอะอยู่เหมือนกันนะคะ มองผ่านเข้าไปเราจะเห็นสำนักงานขายของโครงการ ตรงบริเวณ Sky Tube สีชมพูนั่นแหละค่ะ

บรรยากาศภายใน Market Place ก็มีร้านค้าเปิดอยู่พอสมควรนะ คนเดินไม่เยอะเท่าไหร่ ภายในมีคาเฟ่อเมซอน ร้านชานม ร้านขายยา ธนาคาร ยิมมวย และ สำนักงานขายค่ะ

ถ้าใครสนใจโครงการนี้สามารถแวะเข้ามาสอบถามรายละเอียด ราคาห้องพัก ได้ที่นี่ได้เลย

ภายในก็จะมีผังอาคาร โมเดลบริเวณ Clubhouse และห้องตัวอย่างให้ชมกันค่ะ

เดินออกมาจาก Market Place ก็จะเจอกับทางเข้าคอนโดแล้ว บรรยากาศดูร่มรื่นดีค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

พื้นที่รอบๆ โครงการไม่ได้มีประเด็นอะไรที่จะมีผลกระทบกับการพักอาศัยในโครงการนะคะ โครงการทางทิศเหนือด้านหน้าโครงการอยู่ติด Market Place สูง 2 ชั้น ทิศใต้ด้านหลังโครงการอยู่ติดซอยพหลโยธิน 94 (ซอยวัดธรรมสุขใจ) ทิศตะวันออกติดกับกลุ่มบ้านพักอาศัย ส่วนทิศตะวันตกติดกับพื้นที่ว่างและซอยรังสิตนครนายก 28 5ถัดไปก็เป็นกลุ่มบ้านพักอาศัยเช่นกัน

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • 7-11 : ชั้น 1 อาคาร D1
  • Market Place : ติดกับซุ้มทางเข้าโครงการ
  • ตลาดน้ำนครรังสิต : 350 ม.
  • Future Park รังสิต , ZPELL, Home Pro, Major Cineplex : 2.6 กม.
  • Big C รังสิต : 2.8 กม.
  • สถาบันธัญญารักษ์ : 3 กม.
  • Tesco Lotus รังสิต : 3.4 กม.
  • รพ.ปทุมเวช : 4.6 กม.
  • Zeer รังสิต : 5 กม.
  • Dream World : 7.6 กม.
  • โบ๊เบ๊ทาวเวอร์ รังสิต : 8 กม.
  • ม.กรุงเทพ : 8.1 กม.
  • ม.รังสิต : 8.4 กม.
  • Makro รังสิต : 9.8 กม.
  • รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ : 12.1 กม.
  • ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีศูนย์รังสิต : 12.2 กม.
  • ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต : 13.1 กม.

รายละเอียดโครงการ

ก่อนที่เราจะเข้าไปดูบรรยากาศภายในโครงการ เราได้หาข้อมูลคอนโดในละแวกรังสิตมาให้ดูเปรียบเทียบกัน ซึ่งคอนโดจะกระจุกตัวตามโซนต่างๆ เราแบ่งออกเป็น 4 โซน ตามนี้นะคะ

โซน 1 : เป็นกลุ่มคอนโดที่กระจุกตัวอยู่ใกล้ๆ กับม. กรุงเทพ จึงเหมาะกับคนที่ทำงาน/เรียนในม.กรุงเทพ หรือรอบๆ มหาวิทยาลัยนี่แหละ ถึงแม้ว่าโซนนี้จะเป็นโซนที่มีระยะทางไกลจากแหล่งความอุดมสมบูรณ์ในย่านอย่าง Future Park รังสิต, Zpell และ Major รังสิต มากกว่าโซนอื่นๆ อิงถนนพหลโยธินเป็นหลัก เดินทางง่าย ใกล้ถนนหลัก โซนนี้มีราคาคอนโดเริ่มต้นล้านกว่าๆ ทั้งหมด ไม่ได้มีคอนโดราคาต่ำล้านเหมือนโซนอื่นๆ แถมยังมีคอนโดใหม่เปิดตัวออกมาอยู่เรื่อยๆ เราลองสำรวจราคาคอนโดในย่านนี้ ก็มีช่วงราคาที่กว้างตั้งแต่ 43,000- 86,000 บาท/ตร.ม.

โซน 2 : โซนนี้จะอยู่บนถนนเลียบคลองรังสิต อยู่ใกล้กับพวกห้างใหญ่อย่าง Future Park รังสิต, Zpell และ Major รังสิตมากที่สุด ถ้าใช้ถนนรังสิต-นครนายก เป็นหลักจะมีปัญหารถติดเพราะเป็นถนนหลักที่จะแจกออกไปตามถนนเลียบคลองต่างๆ แต่ก็มีทางลัดไปออกถนนพหลโยธินได้ ที่พักส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้าน ทาวน์โฮม ที่เราลองสำรวจดูในโซนนั้นก็จะมีคอนโดคือ Lumpini Township รังสิต-คลอง1 นี่แหละ ราคาจะถูกกว่าโซนแรก อยู่ในช่วง 36,000-40,000 บาท/ตร.ม.

โซน 3 : เป็นกลุ่มคอนโดที่กระจุกตัวอยู่ใกล้ๆ กับม. รังสิต ผู้อยู่อาศัยในทำเลนี้ส่วนใหญ่เหมาะกับคนที่ทำงาน/เรียนในม.รังสิต หรือคนที่ต้องการเดินทางมาตลาดรังสิต, Future Park รังสิต, Zpell และ Major รังสิต ได้สะดวก อิงถนนพหลโยธินเป็นหลัก เดินทางง่าย โซนนี้จะมีราคาที่แพงขึ้นมากว่าโซน 2 แต่ราคาจะถูกกว่าโซน 1 คือคอนโดราคาต่ำล้านให้เลือกด้วย มีช่วงราคาที่กว้างตั้งแต่ 36,000- 72,000 บาท/ตร.ม. ค่ะ

โซน 4 : คอนโดในย่านนี้จะอิงถนนลำลูกกาเป็นหลัก ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ติดถนนหลักแต่ก็เชื่อมไปออกถนนพหลโยธิน ถนนรังสิต-นครนายก ได้ง่าย จะเดินทางไปแถวคูคต สายไหม หรือจะไปรังสิตก็สะดวก เป็นโซนที่มีราคาคอนโดถูกกว่าทุกโซน เราลองสำรวจราคาคอนโดในย่านนี้ ก็มีช่วงราคาตั้งแต่ 23,000- 40,000 บาท/ตร.ม. เท่านั้น แลกมากับทำเลที่ไม่ได้ติดถนนใหญ่ ไม่ได้ใกล้ห้างอย่างโซนอื่นๆ ค่ะ

สำหรับตัวโครงการ Lumpini Township รังสิต-คลอง1 ต้องยอมรับว่าโครงการเราสามารถเชื่อมออกได้หลายเส้นทางทั้งทางถนนรังสิต-นครนายก และถนนพหลโยธิน แต่ก็ไม่ได้เข้าออกถนนหลักได้สะดวกแบบโซน 1 และ โซน 3 แลกมากับราคาที่จับต้องง่ายกว่า แต่ข้อดีของทำเลโครงการคือ ใกล้ Future Park รังสิต, Zpell และ Major รังสิต มากที่สุด สามารถเดินทางได้หลายวิธี เช่นด้วยพี่วินมอเตอร์ไซค์ในราคา 25-30 บาท หรือด้วยรถยนต์ในยะทางแค่ 2.6 km.

เราเก็บข้อมูลของขนาดห้อง, เปอร์เซ็นต์ที่จอดรถ และช่วงราคา Package ของแต่ละโครงการมาฝาก..จุดเด่นแรกเลยคือ Lumpini Township รังสิต-คลอง1 เป็นคอนโดที่มีขนาดเริ่มต้นเล็กที่สุด ทำให้เป็นคอนโดมือ 1 ที่มีราคา Package หยิบจับง่ายกว่าโครงการอื่นๆ แต่ก็ต้องเตรียมเงินสำหรับตกแต่งไว้ด้วยนะคะ เพราะเค้าขายแบบ Fully Fitted

ถัดมาคือเรื่องของทำเลที่มีทางเลือกในการเดินทางได้หลายเส้นทาง มีประตูทางเข้า-ออกโครงการ 2 ฝั่ง คือทางถนนเลียบคลองรังสิต ไปออกถนนรังสิต-นครนายกได้สะดวก และด้านหลังโครงการยังติดกับซอยพหลโยธิน 94 ที่สามารถไปเชื่อมกับถนนพหลโยธินได้อีกเช่นกัน จึงเป็นทำเลที่จะไปทาง Future Park ก็ไม่ไกล หรือจะทะลุออกาทาง Zeer รังสิตก็ได้

แต่ส่วนที่ต้องพิจารณาคือจำนวนยูนิตที่เยอะกว่าโครงการอื่นๆ จึงมีลูกบ้านมาแชร์กันใช้พื้นที่ส่วนกลางเยอะหน่อย แต่เราค่อนข้างมั่นใจในการดูแลพื้นที่ส่วนกลางของ LPN นะคะ เพราะไปเยี่ยมมาหลายโครงการ ก็ถือว่าดูแลได้ดีค่ะ

ภาพรวมของโครงการ Lumpini Township รังสิต-คลอง1 เป็นกลุ่มคอนโด Low Rise 50 อาคาร ทุกอาคารสูง 8 ชั้นเท่ากันหมด ที่ดินของโครงการเป็นแปลงยาว ขนาด 87 ไร่ ลักษณะอาคารก็ออกมาในสไตล์ที่เรียบง่าย ใช้การทาสีอาคารเพื่อตกแต่งเป็นหลัก

เริ่มจากดู Master Plan เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งโครงการกันก่อน ที่ดินของโครงการเป็นแปลงยาวแบบเส้นก๋วยเตี๋ยว มีทางเข้าออกของลูกบ้าน 2 ทาง คือด้านหน้าจะติดกับถนนเลียบคลองรังสิตและด้านหลังติดกับซอยพหลโยธิน 94 ระยะจากหน้าโครงการจนถึงสุดโครงการประมาณ 1.5 km. จุดสังเกตของโครงการเลยคือ ด้านหน้าฝั่งถนนเลียบคลองรังสิต จะมี Market Place ให้ลูกบ้านได้ช้อปปิ้ง มีธนาคาร ยิมมวย คาเฟ่อเมซอน ให้ได้พึ่งพิง คอมมูนิตี้มอลล์นี้เป็นกรรมสิทธิและมีการดูแลโดย LPN เอง นะคะ

เส้นทางเดินรถจะเป็นแบบสวนทางกันได้ จึงสามารถขับวนได้รอบโครงการ มีอาคารจอดรถ 6 อาคาร ซึ่งระบุไว้ว่าอาคารไหนเป็นลูกบ้านตึกไหน ตำแหน่งของอาคารจอดรถก็จะถูกวางตำแหน่งไว้ใกล้กลุ่มอาคารพักอาศัยนั้นๆ รวมที่จอดรถบนอาคารและรอบๆ โครงการได้ประมาณ 25% ก็ถือว่าไม่เยอะเท่าไหร่เมื่อเทียบกับโครงการอื่นในทำเลเดียวกัน ส่วนที่ต้องทำความเข้าใจคือ โครงการของ LPN มักมีการเก็บค่าที่จอดรถส่วนกลางเพิ่ม อย่างโครงการนี้เก็บ 500 บาท/คัน/เดือน หากเป็นมอเตอร์ไซค์เก็บ 150 บาท/คัน/เดือน มีสิทธิจอดได้แค่ 1 คันต่อ 1 ยูนิต เท่านั้นค่ะ

การจัดวางผังอาคารจะเรียงกันไปเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8 ตึก ตั้งแต่ A-G แต่จะมีกลุ่ม D ที่มีเพียง 2 ตึก เพราะเค้าออกแบบให้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นตำแหน่งอาคาร Clubhouse และ Facilities ต่างๆ แทน ซึ่งจะเป็นบริเวณกลางโครงการพอดี ทำให้ลูกบ้านในแต่ละกลุ่มอาคาร สามารถมาใช้งานได้ในระยะที่พอๆ กัน ลองวัดเล่นๆ จากอาคาร A1 ไปถึง Clubhouse มีระยะประมาณ 800 m. ไกลเหมือนกันนะคะ ต้องขี่จักรยานหรือนั่งรถไปแหละ

กลุ่มอาคาร A ตึกหน้าสุดของโครงการ จุดเด่นของอาคารนี้คืออยู่หน้าสุดของโครงการ เดินเข้าออกสะดวก ใกล้ Market Place ถ้าอยากอยู่ใกล้อาคารที่จอดรถด้วยก็เลือก A8 ห้องพักเป็นแบบ Studio ทั้งหมด ปัจจุบันมีราคาทุกยูนิตเท่ากันที่ประมาณ 819,000 บาท แต่เหลือจำนวนยูนิตให้เลือกแค่ชั้น 1 และชั้น 8

กลุ่มอาคาร B เป็นอาคารที่เชื่อมต่อจากอาคาร A จุดเด่นของอาคารนี้คืออยู่ไม่ไกลจากทางเข้าออกโครงการมากนัก อยู่ในระยะประมาณ 200-400 m. ซึ่งเป็นระยะที่เดินเข้าออกได้อยู่ แต่จะมีความสงบมากกว่าอาคาร A เพราะกระเถิบเข้ามาด้านในหน่อย ห้องพักเป็นแบบ Studio ทั้งหมดอีกเช่นกันและมีราคาเท่ากับกลุ่มอาคาร A

กลุ่มอาคาร C จะเข้ามาในโครงการลึกหน่อย เกินระยะเดินไปแล้ว แต่ก็มีข้อดีที่อยู่ใกล้ Clubhouse ของโครงการ กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ Studio แหละ มีราคาถูกกว่ากลุ่ม A และ B หน่อย ราคาทุกยูนิตเท่ากันที่ประมาณ 779,000 บาท ยกเว้นอาคาร C8 ที่จะเป็นห้องแบบ 1-Bedroom มีราคาอยู่ที่ 1,050,000 บาท

กลุ่มอาคาร D เหมาะกับคนที่อยากอยู่ใกล้ Clubhouse และใกล้ 7-11 ที่อยู่ในอาคาร D1 จึงมีที่พึ่งพิงใกล้ๆ แถมห้องพักกลุ่มนี้มีข้อดีที่มีห้องวิวสวนให้เลือกอีกด้วย ทางโครงการทำเป็นแบบ 1-Bedroom ทั้งอาคารและมีราคาที่สูงกว่าอาคารอื่นๆ อยู่ที่ 1,080,000 บาท เท่ากันทุกยูนิต

กลุ่มอาคาร E เป็นอีกกลุ่มอาคารที่อยู่ใกล้ Clubhouse เช่นกัน แต่จะเข้ามาจากทางด้านหน้าโครงการลึกหน่อยประมาณ 800ม. จึงจะใกล้กับทางออกด้านหลังโครงการมากกว่า ห้องพักส่วนใหญ่เป็นแบบ Studio แต่จะมีอาคาร E1 และ E8 ที่เป็นแบบ 1-Bedroom ซึ่งโครงการแจ้งว่ากลุ่มอาคารนี้ยังไม่จัดโปรโมชันนะคะ ราคาเต็มอยู่ที่ 1,100,000 บาท ยังสูงกว่ากลุ่มอาคารอื่นๆ อยู่นะ

กลุ่มอาคาร Fและ G ยังไม่เปิดขายนะคะ เราจะวิเคราะห์แค่ทำเลคร่าวๆ ก่อนเนอะ จุดเด่นของ 2 กลุ่มนี้ จะอยู่ใกล้ทางเข้า-ออกฝั่งด้านหลังโครงการมากกว่า ในช่วงเวลาเร่งด่วนยามเช้า ถ้าจะออกถนนพหลโยธินก็ออกที่ประตูหลังได้สะดวกเลย แต่ก็จะไกลจาก Market Place หน่อย ต้องขับรถไป ยังไงก็รอวิเคราะห์พร้อมราคาที่เปิดขายอีกทีดีกว่าค่ะ

เรื่องวิวสำหรับคอนโดนี้ไม่ใช่เรื่องที่โครงการใช้เป็นจุดขาย ก็เป็นเรื่องปกติของคอนโด Low Rise และการจัดวางอาคารก็ขนานกันไปเรื่อยๆ ทำให้วิวที่เราได้ก็คือ เพื่อนข้างตึกของเรานั่นเอง และระยะระหว่างอาคารเค้าตากฎหมายที่กำหนดให้รถดับเพลิงต้องสามารถวิ่งผ่านได้ ก็อยู่ที่ราวๆ 6 m. เป็นระยะที่ค่อนข้างใกล้กันทีเดียว สำหรับคอนโดลักษณะนี้แนะนำให้พิจารณาพวกทิศทางแดด ลม อาคารเป็นหลัก อาคารส่วนใหญ่หันทิศเหนือใต้อยู่แล้ว เป็นทิศยอดนิยม ถ้าอยากให้ห้องร่มๆ ทั้งวันก็เลือกทิศเหนือ ถ้าชอบลมก็เลือกทิศใต้ค่ะ

เราจะเรียงไปตามผังของแต่ละกลุ่มอาคารนะคะ เริ่มจากกลุ่มอาคาร A มีทั้งหมด 8 อาคาร เรียกชื่อว่า A1-A8 แต่ละอาคารมีจำนวนห้องอยู่ที่ 213-229 ยูนิต โดยแต่ละชั้นจะมีจำนวนห้องอยู่ที่ 24-29 ยูนิต ก็ถือว่าค่อนข้างเยอะพอสมควรเลย

ที่ชั้น 1 ของแต่ละอาคารจะมีประตูทางเข้า-ออกอยู่ด้านหน้าทางเดียว ซึ่งเราต้องใช้ Key Card ผ่านเข้าตึกไป แบบนี้เราว่าปลอดภัยดีนะ Lift Lobby ก็จะอยู่ติดกับประตูทางเข้าอาคารเลย แบบนี้ห้องพักที่อยู่ใกล้ลิฟต์ก็จะสะดวกหน่อยไม่ต้องเดินไกล สำหรับห้องพักท้ายอาคารก็มีระยะประมาณ 30 m. ไม่ได้ไกลมาก แลกมากับความสงบในการพักอาศัยที่จะมีคนเดินผ่านน้อยกว่าโซนใกล้ลิฟต์ค่ะ อัตราส่วนลิฟต์เฉลี่ยของกลุ่มอาคาร A อยู่ที่ 113 : 1 เทียบกับความสูงอาคารอยู่ที่ 8 ชั้น จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอใช้ได้เมื่อเทียบกับคอนโดอื่นๆในปัจจุบัน

เรื่องวิวก็จะโดนบล๊อกด้วยอาคารข้างๆ อย่างที่เล่าไปตั้งแต่ต้น จะมีเพียงอาคาร A8 ทางทิศใต้ที่จะมีห้องบางส่วน (ตำแหน่ง 1,2,3,29) ที่จะได้วิวสวนอยู่บ้างค่ะ

ติดกับอาคาร A8 ก็จะมีอาคารที่จอดรถ ซึ่งชั้น 1 ของอาคารมี Facilities ส่วนกลางให้ใช้ด้วย เป็นห้องฟิตเนส, ห้องสมุด และสวนส่วนกลางค่ะ

ต่อมาที่กลุ่มอาคาร B แปลนอาคารโดยรวมเหมือนกับกลุ่มอาคาร A เลย ต่างกันที่จำนวนยูนิตในแต่ละอาคารจะน้อยกว่าหน่อย แต่ละอาคารมีจำนวนห้องอยู่ที่ 197-213 ยูนิต โดยแต่ละชั้นจะมีจำนวนห้องอยู่ที่ 22-27 ยูนิต ก็ถือว่าค่อนข้างเยอะอยู่นะคะ

อาคารที่มีห้องได้วิวสวนยังคงเป็น B8 (ตำแหน่ง 1,2,27) และอาคารจอดรถของกลุ่ม B ก็อยู่ติดกับอาคาร B8 อีกเช่นกัน และมีห้องกิจกรรมเด็กเล็ก และห้องสมุดให้ใช้งานได้ที่ชั้น 1 ของอาคารจอดรถค่ะ

ต่อมาที่กลุ่มอาคาร C แปลนอาคารโดยรวมเหมือนกับกลุ่มอาคาร B เลย จำนวนยูนิตในแต่ละอาคารก็เท่าๆ กันด้วย แต่จะต่างกันนิดเดียวที่อาคาร C8 จะเป็นห้องแบบ 1-Bedroom

ห้องที่ได้วิวสวนของกลุ่มอาคารนี้อยู่ที่อาคาร C1 (ตำแหน่ง 1,2,27) แต่ไม่มีอาคารจอดรถที่อยู่ติดกันเหมือนแบบกลุ่ม A และ B จะต้องเดินไปอีกหน่อย อาคารจอดรถจะอยู่ในโซน D ติดกับสนามฟุตซอล เพราะเป็นอาคารที่แชร์ที่จอดรถร่วมกับอาคาร D1 นะคะ

ถัดมาที่กลุ่มอาคาร D ที่มีอาคารพักอาศัยเพียง 2 อาคาร เรียกว่าอาคาร D1และ D2 ออกแบบมาเป็นรูปตัว L จึงเปิดมุมให้มีห้องที่ได้วิวสวนเยอะขึ้น แต่ละอาคารมีจำนวนห้องอยู่ที่ 253 ยูนิต โดยที่ชั้น 1 ของทั้ง 2 อาคารจะเป็นพวกร้านค้า ร้านอาหาร ร้านซักรีดและไปรษณีย์ จึงมีจำนวนห้องอยู่ที่ 15 ยูนิต ส่วนชั้น 2-8 มีจำนวนห้องเพิ่มขึ้นเป็น 34 ยูนิต ก็ถือว่าเยอะกว่าอาคารอื่นๆ เลย แต่เค้าก็วาง Lift Lobby ไว้ตรงกลางอาคารทำให้ห้องพักทั้ง 2 ฝั่งมีระยะห่างจากลิฟต์ไม่มากนัก

ห้องที่ได้วิวสวนของ 2 อาคารนี้มีให้เลือกอยู่หลายห้อง มีหน้าห้องหันออกทั้งหมด 3 ทิศ ใครที่อยากได้ห้องวิวสวนทางทิศเหนือ แนะนำให้เลือกอาคาร D2 ตำแหน่ง 01-08 ส่วนใครที่ชอยวิวสวนทิศใต้ ให้เลือกอาคาร D1 ตำแหน่ง 01-08 เช่นกัน และมีห้องวิวสวนหันทิศตะวันตก มีให้เลือกทั้ง 2 อาคาร ในตำแหน่ง 28-34 ได้วิวสวนเช่นกัน ได้ลมบ้างแลกมากับแดดที่จะส่องเข้าห้องในช่วงบ่ายค่ะ

สำหรับอาคาร Clubhouse เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้น 1 จะเป็นที่ตั้งของสำนักงานนิติฯ และมีห้องกิจกรรมเด็ก ส่วนชั้น 2 เป็นห้องสันทนาการและฟิตเนส โครงการนี้เน้น Facilities กลางแจ้งเยอะอยู่เหมือนกันนะ อย่างรอบๆ Clubhouse ก็จะมีสระว่ายน้ำ สนามบาส จุดจอดจักรยาน ซึ่งเราสามารถขี่เล่นในโครงการได้เลย และมีสนามฟุตซอลอีก 2 สนามด้วยค่ะ

ต่อมาที่กลุ่มอาคาร E แปลนอาคารโดยรวมเหมือนกับกลุ่มอาคาร C ต่างกันที่จำนวนยูนิตในแต่ละอาคารจะน้อยกว่าหน่อย แต่ละอาคารมีจำนวนห้องอยู่ที่ 197-204 ยูนิต โดยแต่ละชั้นจะมีจำนวนห้องอยู่ที่ 20-25 ยูนิต ถ้าเทียบกับอาคาร A-D ที่พาไปชมมา ก็ถือว่าอาคาร E มีความหนาแน่นของจำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยสุด อัตราส่วนลิฟต์ก็น้อยกว่าเช่นกัน อยู่ที่ 100 : 1 ถือว่าได้มาตรฐานดีค่ะ

กลุ่มอาคารนี้ไม่มีห้องที่ได้วิวสวนเช่นเดียวกับกลุ่ม C นะคะ แล้วก็ไม่มีอาคารจอดรถที่อยู่ติดกันจะต้องเดินไปอีกหน่อย อาคารจอดรถจะอยู่ในโซน D ติดกับสนามฟุตซอล ใช้แชร์กับอาคาร D2 นะคะ

กลุ่มอาคาร F ยังไม่เปิดขายนะคะ ซึ่งผังโดยรวมจะเหมือนกับกลุ่ม B เลย เน้นไปที่ห้องแบบ Studio มีตำแหน่งห้องที่ได้วิวสวนอยู่ที่อาคาร F1 และ F8 (ตำแหน่ง 1,2) สำหรับใครที่อยากเลือกตึกที่อยู่ใกล้กับอาคารจอดรถ ก็ให้เลือกอาคาร F1 นอกจากนี้ก็จะมีฟิตเนสและห้องสมุดอยู่ที่ชั้น 1 ของอาคารจอดรถ P6 ให้ไปใช้งานได้ อยู่ใกล้กับอาคาร F8 เลยค่ะ

กลุ่มอาคาร G ยังไม่เปิดขายอีกเช่นกันนะคะ แปลนก็จะคล้ายๆ กับกลุ่มอาคารอื่นๆ ที่พาไปชมมานั่นแหละ แต่จะแตกต่างหน่อยที่อาคาร G1 และ G8 เป็นห้องแบบ 1-Bedroom ส่วนอาคาร G2-G7 เป็นห้องแบบ Studio ส่วนอาคารที่ใกล้กับอาคารจอดรถมากที่สุดคือ G1 และเป็นอาคารที่มีห้องวิวสวนด้วย อยู่ในตำแหน่ง 21 ค่ะ

ต่อไปเราจะพาไปชมบรรยากาศภายในโครงการ ซึ่งเราขอนำภาพจากใน Official Website ของโครงการนี้มาประกอบนะคะ

ขอบคุณรูปภาพจาก www.lpn.co.th/คอนโดลุมพินี/โครงการ/ลุมพินี-ทาวน์ชิป-รังสิต-คลอง-1

สระว่ายน้ำของโครงการจะอยู่ติดกับ Clubhouse เป็นสระระบบคลอรีนขนาด 24 x 12 m. ลึก 1.2 m. และมีส่วนที่เป็นสระเด็กลึก 0.6 m. ค่ะ

ขอบคุณรูปภาพจาก www.lpn.co.th/คอนโดลุมพินี/โครงการ/ลุมพินี-ทาวน์ชิป-รังสิต-คลอง-1

สนามบาสที่จัดไว้ให้เป็นสนามขนาดใหญ่ที่เล่นแบบ Full Team 6 คนได้ อย่างเราไปดูมาหลายโครงการส่วนใหญ่ก็จะให้เป็นสนามแบบ Street Basketball ที่เล่นทีมละ 3 คนเท่านั้นเอง ถือว่าให้มาแบบเล่นได้จริงเลยนะคะ

ขอบคุณรูปภาพจาก www.lpn.co.th/คอนโดลุมพินี/โครงการ/ลุมพินี-ทาวน์ชิป-รังสิต-คลอง-1

สวนส่วนกลางที่แทรกอยู่ระหว่างกลุ่มอาคาร ก็มีทั้งส่วนที่เป็นพื้นที่สีเขียว และมีเครื่องเล่นมาเอาใจน้องๆ หนูๆ กันด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก www.lpn.co.th/คอนโดลุมพินี/โครงการ/ลุมพินี-ทาวน์ชิป-รังสิต-คลอง-1

ส่นอกจากนี้ยังมีจักรยานของโครงการให้เราสามารถปั่นรอบๆ โครงการได้ โดยไม่ต้องขับรถด้วยแหละ ไม่เสียค่าใช้จ่ายนะคะ

ขอบคุณรูปภาพจาก www.lpn.co.th/คอนโดลุมพินี/โครงการ/ลุมพินี-ทาวน์ชิป-รังสิต-คลอง-1

ห้องฟิตเนสเป็นห้องกระจกจึงได้วิวสวนด้านนอกแบบรอบด้านเลย ซึ่งมีการติดตั้งเครื่องออกกำลังกายไว้ให้เรียบร้อยค่ะ

ขอบคุณรูปภาพจาก www.lpn.co.th/คอนโดลุมพินี/โครงการ/ลุมพินี-ทาวน์ชิป-รังสิต-คลอง-1

ถัดมาที่ห้องสมุด ก็จะมีโต๊ะให้มานั่งทำงาน อ่านหนังสือ ถ้าอากาศร้อนๆ ก็สามารถเปิดแอร์ได้ค่ะ

ขอบคุณรูปภาพจาก www.lpn.co.th/คอนโดลุมพินี/โครงการ/ลุมพินี-ทาวน์ชิป-รังสิต-คลอง-1

ปิดท้าย Facilities ส่วนกลางด้วยห้องกิจกรรมเด็กเล็ก ซึ่งทางโครงการก็ได้จัดเตรียมพื้นและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมในการใช้งานของเด็กไว้ให้ค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สวนส่วนกลาง
  • สระว่ายน้ำระบบคลอรีน ขนาด 24 x 12 m. ลึก 1.2 m.
  • มีการแบ่งสระเด็ก ลึก 0.6 m.
  • ห้องออกกำลังกาย 3 ห้อง
  • สนามบาสเกตบอล
  • สนามฟุตซอล 2 สนาม
  • ห้องอเนกประสงค์
  • ห้องกิจกรรมเด็กเล็ก
  • ห้องสันทนาการ
  • ห้องสมุด
  • ห้องกิจกรรมผู้สูงอายุ
  • สนามเด็กเล่น/เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • ที่จอดจักรยานในโครงการ
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 101 :  1
  • ที่จอดรถรวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 25%
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card
  • รถรับส่งตั้งแต่ 06.00-10.00น. และ 16.00-21.00น.
    • วนภายในโครงการ-Market Place 5 บาท
    • รับส่ง Major Cineplex รังสิต 15 บาท

แบบห้อง

โครงการ Lumpini Township รังสิต-คลอง1 มีห้องให้เลือกหลักๆ อยู่ 2 แบบ คือ

  • แบบ Studio ขนาด 21.5 – 22 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 779,000 บาท
  • แบบ 1-Bedroom ขนาด 26 – 27 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.05 ล้านบาท

หลายๆ โครงการของ LPN มักไม่ได้มีห้อง 2-Bedroom มาให้เลือกนะแต่เค้าจะให้เลือกตำแหน่งของห้องที่สามารถทำ Combine (เชื่อมห้องให้ทะลุถึงกัน) ได้มากกว่า เราเลยลองถามเซลล์ว่าถ้าเราต้องการ 2 ห้องนอน สามารถ Combine ได้ไหม? ได้ความว่าตอนนี้คอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว จึงมีลูกบ้านทยอยเข้าอยู่พอสมควร ทางนิติบุคคลไม่อนุญาตให้ทุบผนัง Combine ห้องเพราะจะเป็นการรบกวนลูกบ้านท่านอื่นๆ นะคะ

โครงการขายแบบ Fully Fitted คือให้เฉพาะชุดครัว และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องน้ำ มีห้องตัวอย่างอยู่ 1 แบบ คือแบบ Studio ไปชมกันเลยค่ะ

ห้องตัวอย่างเป็นห้อง Studio ขนาด 21.5 ตร.ม. เข้ามาจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่น ดูทีวี กันก่อน ซึ่งเชื่อมเป็นพื้นที่เดียวกับบริเวณที่วางเตียงนอนเลยค่ะ ทำให้ห้องดูโล่ง ไม่อึดอัด ได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างที่ติดกับเตียงนอน ส่วนของพื้นที่ครัวให้มาเป็นครัวเปิด การใช้งานจึงเหมาะกับการซื้ออาหารมาอุ่นทานเองที่ห้องมากกว่าเพราะถ้าทำอาหารที่กลิ่นควันแรงๆ ก็จะฉุนไปทั่วห้องเลย แต่การจัดครัวมาไว้ในตำแหน่งติดระเบียงก็ช่วยในเรื่องการระบายอากาศได้ และยังสามารถกั้นห้องเป็นครัวปิดเพิ่มได้นะคะ

สำหรับห้องทางเข้าห้องน้ำอยู่ด้านในห้อง ไม่มีหน้าต่าง จึงต้องอาศัยงานระบบของอาคารล้วนๆ ภายในแยกส่วนแห้งส่วนเปียกไว้เป็นสัดส่วนค่ะ

เข้ามาจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นก่อน ห้องตัวอย่างจัดเฟอร์นิเจอร์ไว้ครบ ซึ่งจริงๆ แล้วเราจะได้เฉพาะชุดครัวและวัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำเท่านั้น พื้นห้องเป็นไม้ลามิเนตหนา 8 mm. ฝ้าสูง 2.4 m. ผนังได้ฉาบเรียบทาสี ไฟได้แบบโคมซาลาเปาค่ะ

จากโซฟามีระยะถึงทีวีค่อนข้างกว้างทีเดียว ประมาณ 3 m. จึงสามารถติดทีวีขนาดใหญ่แบบ 60 นิ้วได้เลย หรือจะจัดวางโต๊ะทานข้าวไว้ด้านข้างทีวีแบบในห้องตัวอย่างก็ได้

ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่สำหรับวางเตียงนอนที่เปิดโล่งเชื่อมกับพื้นที่นั่งเล่น ภายในห้องก็จะได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างที่ติดกับเตียงนอนนี่แหละ

พื้นที่ระหว่างเตียงกับโซฟาก็สามารถใช้วางตู้เสื้อผ้าได้ หรือถ้าใครอยากนอนดูทีวีก็สามารถสลับตำแหน่งระหว่างเตียงกับตู้เสื้อผ้าได้นะ

อีกฝั่งหนึ่งของห้องจะเป็นตำแหน่งของครัว ที่อยู่ติดกับระเบียงและฝั่งขวาเป็นห้องน้ำ ซึ่งการจัดพื้นที่แบบนี้มีข้อดีที่เราสามารถกั้นครัวให้เป็นครัวปิดได้ลงตัวตามเส้นประที่เราลากมาให้ดูค่ะ

ชุดครัวที่ให้ก็จะทำเคาน์เตอร์และมีอ่างล้างจานมาให้แบบนี้ แต่จะไม่ได้ติดตั้งเตาไฟฟ้าหรือเครื่องดูดควันมาให้นะคะ สังเกตว่าตำแหน่งครัวนี้ดีนะคือ นอกจากจะติดกับระเบียงแล้วยังมีหน้าต่างช่วยระบายอากาศอีก 1 บานด้วยค่ะ

พื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 1.50 x 0.8 m. ไว้ใช้วางราวตากผ้าได้ไม่มีปัญหา เพราะเค้าแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน ทำให้เราสามารถใช้พื้นที่ระเบียงได้เต็มที่ค่ะ

ภายในห้องน้ำจะติดตั้งอุปกรณ์มาให้ครบของ American Standard และมีการแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้อย่างเป็นสัดส่วน

ห้องอีกแบบคือ 1-Bedroom ขนาด 26-27 ตารางเมตร แปลนห้องก็อย่างที่พวกเราคุ้นเคยกันดี เป็นห้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส Signature ของ LPN เลยค่ะ เริ่มจากทางเข้าจะเจอกับส่วนพื้นที่นั่งเล่นดูทีวี ติดกันเป็นส่วนของห้องนอนที่กั้นจากห้องนั่งเล่นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกแยกเป็นสัดส่วนดี ใครที่อยากจะเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกหน่อยก็สามารถติดฟิล์มฝ้าได้นะคะ

จากห้องนั่งเล่นจะเชื่อมต่อกับบริเวณเตรียมอาหารและรับประทานอาหาร โดยทางเดินที่เชื่อมนั้นจะลบเหลี่ยมมุมออกเพื่อขยายทางเดินให้กว้างขึ้นเดินได้สะดวก ซึ่งข้อเสียก็คือไม่สามารถทำประตูบานเปิดกั้นระหว่างครัวและพื้นที่นั่งเล่นได้ จึงไม่เหมาะกับการทำอาหารหนักๆ เนื่องจากกลิ่นจะลอยฟุ้งไปทั่วห้องถัดมาในห้องน้ำที่มีขนาดค่อนข้างเล็กแต่ก็จัดสรรตำแหน่งสุขภัณฑ์และแบ่งโซนเปียกโซนแห้งได้ดีค่ะ และสุดท้ายระเบียงซักล้างที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ถ้าวางเครื่องซักผ้าแล้วก็เหลือพื้นที่ไม่มากในการใช้งานเท่าไหร่นะคะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

11 February 2020

ขอสรุปราคาให้เข้าใจง่ายๆ เป็นช่วงราคาตามนี้นะคะ

  • ห้องแบบ Studio ขนาด 21.5-22 ตารางเมตร
    • ราคาปกติ 1.1 – 1.2 ล้านบาท
    • ราคาโปรโมชันเดือนกุมภาพันธ์ 63 = 779,000-819,000 บาท
    • ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนและแอร์ขนาด 9,000 BTU. 1 เครื่อง
  • ห้องแบบ 1-Bedroom ขนาด 26-27 ตารางเมตร
    • ราคาปกติ 1.3 – 1.4 ล้านบาท
    • ราคาโปรโมชันเดือนกุมภาพันธ์ 63 = 1.05-1.08 ล้านบาท
    • ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนและแอร์ขนาด 12,000 BTU. 1 เครื่อง

เราสอบถามมาว่าเหลือห้องพักอาคารไหนให้เลือกบ้าง? คำตอบคือ กลุ่มอาคาร A แทบไม่เหลือห้องให้เลือกแล้วนะคะ จะเหลือแค่ห้องในชั้น 1 และ 8 บางห้องเท่านั้น ส่วนกลุ่มอาคารอื่นๆ B-E ยังมีห้องเหลือให้เลือกเยอะกว่าคือ จะมีห้องในชั้นกลางๆ ให้เลือกด้วย

ซึ่งราคาของห้องพักในแต่ละชั้นจะเท่ากัน เช่น อาคาร B1 ทั้งอาคารเป็นห้อง Studio ทั้งหมด มีขนาด 21.5-22 ตร.ม. ราคาของห้องพักทั้งตึกจะเท่ากันทั้งหมด เราได้สอบถามราคาคร่าวๆ ของบางอาคารมาจากสำนักงานขาย ตามนี้ค่ะ

ตัวอย่างห้องที่เราถามราคามา ที่อาคาร B5 ชั้น 3 ตำแหน่งห้อง 06 ขนาด 21.5 ตารางเมตร ราคา 819,000 บาท คิดเป็น 38,093 บาท/ตารางเมตร ซึ่งราคาห้อง 21.5 ตารางเมตร ของอาคาร B1-B8 ก็ราคาเท่ากันนะคะ เราสามารถสอบถามตำแน่งที่ว่างกับโครงการอีกทีค่ะ

ถัดมาเป็นห้อง 1-Bedroom ขนาด 26 ตารางเมตร ที่อาคาร C8 ชั้น 3 และชั้น 6 ราคาเท่ากันเลยคือ 1.05 ล้านบาท คิดเป็น 40,385 บาท/ตารางเมตร

สำหรับอาคาร D1,2 จะเป็นห้อง 1-Bedroom ทั้งหมด ห้องที่เราสอบถามราคามาคือ ห้องขนาด 26 ตารางเมตร ที่ชั้น 3 ราคาเท่ากันเลยคือ 1.08 ล้านบาท คิดเป็น 41,538 บาท/ตารางเมตร

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.40 เมตร
  • Kitchen ท็อปลามิเนต
  • มีรถ Shuttle Bus ไปกลับ Future Park รังสิต
  • ค่ากองทุน 300 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 20 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเล : Lumpini Township รังสิต – คลอง 1 เป็นโครงการที่มีอยู่ใกล้ Future Park รังสิต มากที่สุด เมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในละแวกนี้ พูดถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์ก็ไม่ต้องกลัวเลย มีให้เลือกกันพอสมควร เริ่มตั้งแต่หน้าทางเข้าโครงการก็มี Market Place ออกไปถนนเลียบคลองรังสิตก็เป็นย่านชุมชน จึงมีร้านค้า ร้านอาหาร ตามสองฝั่งทางถนนเลียบคลองรังสิตเลยทีเดียว ส่วนท้ายโครงการก็ติดกับซอยพหลโยธิน 94 (ซอยวัดธรรมสุขใจ) ในซอยก็จะมีร้านค้าพวกโชห่วย, 7-11, Family Mart เป็นระยะๆ มีตลาดสดใกล้ๆหลายที่เลย จึงมีความอุดมสมบูรณ์พอสมควรทีเดียว

การเดินทางโดยใช้รถ : ทำเลของโครงการมีจุดเด่นที่สามารถเข้า-ออก ได้ 2ทาง คือทางถนนเลียบคลองรังสิต และซอยพหลโยธิน 94 (ซอยวัดธรรมสุขใจ) ทำให้มีทางเลือกในการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ หากเส้นทางรังสิต-นครนายกมีรถหนาแน่นเราก็ยังสามารถออกทางด้านหลังโครงการไปเข้าถนนพหลโยธินได้ พอถึงถนนพหลโยธินก็ง่ายแล้ว ก็เข้าเมืองก็ขึ้น Toll Wayไปลงลาดพร้าวได้เลย หรือจะออกเมืองไปทางอยุธยาก็วิ่งเส้นพหลโยธินไปยาว ๆ ได้เลย โครงการให้ที่จอดรถมา 25% ซึ่งไม่เยอะนักเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในทำเลนี้ ที่ต้องเข้าใจก่อนคือ ถ้าจะจอดรถโครงการเค้าให้โควตาห้องละ 1 คัน และมีเก็บค่าพื้นที่จอดรถเพิ่มต่างหาก รถยนต์คันละ 500 บาท/คัน/เดือน และมอเตอร์ไซค์ 150 บาท/คัน/เดือนค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : สะดวกพอสมควรเนื่องจากโครงการมีรถรับส่งวิ่งวนภายในโครงการ-Market Place สนนค่าบริการ 5 บาท เราจึงสามารถออกมาด้านหน้าโครงการได้สะดวก พอมาถึงตรง Market Place ก็ง่ายขึ้นแล้ว มีทั้งพี่วินมอเตอร์ไซค์ และก็มี Taxi วิ่งผ่านให้เรียกได้ไม่ยาก หรือถ้าออกไปตรงเส้นรังสิต-นครนายกมีทั้งรถสองแถว รถเมล์ รถตู้ หรือไม่ก็ไปแถวๆ หน้า Future Park และMajor จะมีรถสาธารณะมีให้เลือกอีกเพียบเลยทั้งเข้าและออกเมืองค่ะ

วัสดุ : ให้มาตามมาตรฐานโครงการ ขายแบบ Fully Fitted ให้ ชุดครัว (เคาน์เตอร์ปิดผิวด้วยลามิเนต) สุขภัณฑ์ แอร์ พื้นไม้ลามิเนต ผนังฉาบเรียบทาสี ฝ้าเพดานสูง 2.40 เมตร ห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค สุขภัณฑ์ American Standard แต่ไม่ได้ให้ฉากกั้นอาบน้ำ เราต้องหามาติดตั้งเองนะ ถ้าลองเทียบกับโครงการในทำเลนี้จะเห็นว่าโครงการส่วนใหญ่จะขายแบบ Fully Furnished ก็แลกมากับราคาห้องที่หยิบจับง่ายกว่าโครงการอื่นๆ เราก็ต้องเตรียมเงินไว้เผื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วยนะคะ

การออกแบบ : โครงการเป็นชุมชนห้องพักอาศัยขนาดใหญ่ประมาณหมื่นยูนิต แบ่งเป็นอาคารพักอาศัย 50 อาคาร สูง 8 ชั้น จัดเป็นกลุ่มๆ ละ 8 อาคาร เรียกกลุ่มอาคาร A-G ยกเว้นกลุ่มอาคาร D ที่จะมีเพียง 2 อาคาร และแยกอาคารจอดรถไว้ใกล้ๆ แต่ละกลุ่มอาคารพักอาศัย โครงการวางอาคารเรียงตัวขนานกันไปเรื่อยๆ ทำให้แต่ละอาคารจะได้วิวของอาคารฝั่งตรงข้ามกันเป็นส่วนใหญ่ จะมีห้องพักบางส่วนเท่านั้นที่ได้วิวสวน ส่วนกลางหลักๆ อย่าง Clubhouse สระว่ายน้ำ จะถูกวางไว้ตรงกลางโครงการ ทำให้แต่ละอาคารมาใช้งานได้ในระยะที่ไม่ไกลมากนัก

กลุ่มอาคาร A เหมาะกับคนที่อยากอยู่ใกล้ทางเข้าออกด้านหน้าโครงการ เดินเข้าออกสะดวก ใกล้ Market กลุ่มอาคาร B ยังอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าออกโครงการมากนัก เดินเข้าออกได้อยู่ แต่จะมีความสงบมากกว่ากลุ่มอาคาร กลุ่มอาคาร C จะเข้ามาในโครงการลึกหน่อย เกินระยะเดินไปแล้ว แต่ก็มีข้อดีที่อยู่ใกล้ Clubhouse ของโครงการ กลุ่มอาคาร D เหมาะกับคนที่อยากอยู่ใกล้ Clubhouse และใกล้ 7-11 มีราคาที่สูงกว่าอาคารอื่นๆ กลุ่มอาคาร E เป็นอีกกลุ่มอาคารที่อยู่ใกล้ Clubhouse เช่นกัน แต่จะเข้ามาจากทางด้านหน้าโครงการลึกหน่อย จึงจะใกล้กับทางออกด้านหลังโครงการมากกว่า กลุ่มอาคาร Fและ G (ยังไม่เปิดขายนะคะ) 2 กลุ่มนี้ จะอยู่ใกล้ทางเข้า-ออกฝั่งด้านหลังโครงการมากกว่า

ภายในแต่ละอาคารจะวางตำแหน่งของ Lift Lobby ไว้ทางฝั่งด้านหน้า ทำให้ห้องด้านหลังจะต้องเดินไกลกว่าหน่อยประมาณ 30 m. แลกมากับความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น อัตราส่วนลิฟต์เฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 101:1 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่โอเคเลยค่ะสำหรับคอนโดระดับราคานี้

การออกแบบห้องพักวางผังได้ดี ได้ช่องแสงค่อนข้างเยอะทำให้มีความโปร่ง โล่ง การใช้งานฟังก์ชันต่าๆ เป็นสัดส่วน สามารถกั้นเพิ่มเติมได้ลงตัว ฟังก์ชันห้อง Standard จะเน้นครัวเปิด จึงเหมาะกับคนที่ซื้อกับข้าวมาทานเองมากกว่า

สาธารณูปโภค : Facilities หลักๆ ของโครงการจะอยู่บริเวณกลุ่มอาคาร D ก็มีมาให้ครบทั้งสระว่ายน้ำ สนามบาส สนามฟุตซอล ฟิตเนส ห้องสันทนาการ นอกจากนี้ก็ยังมี Facilities ที่กระจายไปใกล้ๆ ในแต่ละกลุ่มอาคารด้วย จะอยู่บริเวณชั้น 1 ของอาคารจอดรถ เป็นพวกห้องสมุด ห้องกิจกรรมเด็กเล็กและ ฟิตเนส และมีจุดบริการจักรยานอยู่ตามอาคารต่างๆ ให้เราสามารถขี่เล่นในโครงการได้เลย ก็ถือว่าให้มาเยอะและหลากหลายทีเดียว แต่ก็ต้องแชร์กับลูกบ้านประมาณหมื่นยูนิตเช่นกัน ส่วนตัวก็เชื่อมั่นในการดูแลของนิติบุคคลจากลุมพินีนะคะว่าจะสามารถดูแลส่วนกลางในโครงการได้ดี เหมือนผลงานที่ผ่านๆ มา

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 36,000-40,000 บาท/ตร.ม., 11 February 2020

  • ทำเล 8.25/10 – เข้าออกได้ 2 ทาง ใกล้ห้างและแหล่งของกิน ราคาเทียบกับทำเลถือว่าไม่แพง
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – เข้าออกได้ 2 ทาง มีทางเลือกในการเดินทางหลากหลาย
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – ไม่ยากมี Shutter Bus ของโครงการ, วินมอเตอร์ไซค์, Taxi แต่ต้องหลายต่อหน่อย
  • วัสดุ 7/10 – Fully Fitted เหมาะแก่การใช้งาน สมราคา
  • แบบ 7/10 – จัดฟังก์ชันและพื้นที่ลงตัว แต่ความหนาแน่นสูงพอสมควร
  • สาธารณูปโภค 7/10 – ให้ Facilities มาครบและหลากหลายแลกกับการแชร์กับลูกบ้านจำนวนมาก
  • SUPER ECONOMY CLASS
  • 7.63 / 10.00

BOTTOM LINE

Lumpini Township รังสิต – คลอง 1 เหมาะกับคนที่มีงบต่ำกว่า 1 ล้านบาท อยากได้ที่อยู่อาศัยในโซนรังสิต ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ของย่านอย่าง Future Park, Zpell, Major รับได้กับทำเลในช่วงคลองต้นๆ ที่มีทางลัดให้เลือกใช้ได้ และโอเคกับโครงการขนาดใหญ่ที่มีจำนวนยูนิตเยอะ มีงบประมาณระดับ 7.8 แสนบาท ถึง 1.08 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 5,000 – 8,000 บาท/เดือน


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving