รีวิวฉบับที่ 1785… สวัสดีค่ะ วันนี้มีโครงการใหม่มาฝากกันกับ  Altitude Symphony เจริญกรุง-สาทร  คอนโด High Rise บนถนนจันทน์ ทำเลนี้ถือว่าเดินทางเชื่อมต่อไปยังย่านสีลม สาทรได้สะดวกและใกล้ทางด่วนอีกด้วย โครงการนี้มีรูปแบบห้องให้เลือกหลากหลายทั้ง 1-2 Bedroom , Duplex (3 Bedroom) , Loft  และ Penthouse อยู่ได้ทุก Generations มีความเป็นส่วนตัวเพียง 99 ยูนิต พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง 5 ชั้นและที่จอดรถกว่า 80% เราไปชมกันเลยค่ะ

Fact @ 16 January 2019

  • Altitude Symphony Charoenkrung-Sathorn (อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร)
  • Altitude Symphony Co.ltd.
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : สาทร
  • คอนโด High Rise 21 ชั้น (ชั้นใต้ดิน 4 ชั้น) 1 อาคาร 99 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 8 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 83% (ระบบอัตโนมัติ) รวมจอดรอบอาคาร คิดเป็น 100%
  • ที่ดินประมาณ 398 ตารางวา
  • เริ่มก่อสร้าง :  มกราคม 2562
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ธันวาคม 2563
  • 1 Bedroom  ขนาด 30.01-39.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.5 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms ขนาด 61.90-73.66 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 9.2 ล้านบาท
  • Loft ขนาด 42.17-125.55 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.5 ล้านบาท
  • Duplex ขนาด 95.62 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 13.9 ล้านบาท
  • Penthouse ขนาด 104.24-134.4 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 21.8 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.65 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 4.3 ล้านบาท (ราคาโปรโมชั่นถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562)
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ ประมาณ 160,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  :  095-247-8999

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ

https://bit.ly/2Fqs3FZ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.710016, 100.513891

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ Altitude Symphony  เจริญกรุง-สาทร ตั้งอยู่ในซอยจันทน์ 44 สามารถเข้าได้จากทางถนนจันทน์และถนนเจริญกรุงที่ซอย เจริญกรุง 69 เป็นทำเลที่ไม่ไกลจาก BTS สุรศักดิ์และ BTS สะพานตากสินมากนัก ใกล้กับย่านธุรกิจที่เป็นแหล่งงานที่สำคัญอย่างอย่างสีลม-สาทรอยู่พอสมควรเลย การเดินทางโดยใช้รถถือว่าสะดวกดีเพราะถนนจันทน์เป็นถนนที่เชื่อมต่อไปยังถนนหลักได้หลายทาง สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนเจริญราษฎร์ เพื่อขึ้นเหนือไปถนนสาทร หรือลงใต้ไปยังถนนพระราม 3 ได้ หรือถ้าวิ่งตามถนนจันทน์ไปเรื่อยๆก็จะเชื่อมกับถนนนราธิวาสราชนครินทร์  ทางตะวันตกเชื่อมกับถนนเจริญกรุง สามารถวิ่งต่อไปยังวงเวียนใหญ่ได้ค่ะ และสำหรับใครที่เร่งรีบทำเลนี้ก็มีทางด่วนให้ใช้อยู่ไม่ไกลจากโครงการด้วย

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถทำได้ เนื่องจากอยู่ในซอยที่ไม่ไกลจากถนนใหญ่ เดินออกมายังถนนจันทน์ได้ในระยะประมาณ 30 เมตร สามารถเรียกรถมอเตอร์ไซค์หรือ Taxi ได้ ทางโครงการก็จะมีรถรับ-ส่งลูกบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้าและสถานที่ใกล้เคียงต่างๆด้วยค่ะ

จากแผนที่จะเห็นว่าที่ตั้งของโครงการจะสามารถเดินทางไปได้ทั้ง BTS สะพานตากสินและ BTS สุรศักดิ์ แต่ถ้าจะเน้นการเดินทางเข้าเมืองให้เราไปขึ้น BTS สุรศักดิ์ จะสะดวกกว่าโดยโครงการอยู่ห่างจาก BTS สถานีสุรศักดิ์ประมาณ 2.0 กิโลเมตร เราสามารถต่อรถเพื่อไปใช้บริการได้ โดยทางโครงการจะมีรถรับ-ส่งคอยให้บริการ ถ้าเรานั่ง BTS สุรศักดิ์ไปอีกสถานีเดียวก็จะถึง BTS ศาลาแดงที่เชื่อมต่อกับ MRT สีลมแล้วค่ะ ใครทำงานในเมืองถือว่าสะดวกทีเดียว

ทำเลที่ตั้งของโครงการถ้ามองในระยะใกล้จะอยู่ใกล้กับแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยดั้งเดิม ที่มีคนเก่าแก่ในพื้นที่อยู่เยอะพอสมควรและเป็นทำเลที่ค่อนข้างมีความอุดมสมบูรณ์มีร้านค้าร้านอาหาร อยู่ไม่ไกลสามารถเดินออกมาหาของกินได้เลย อย่างเช่น ร้านก๋วยจั๊บ Mr.Joe ก็เดินจากโครงการไม่เกิน 100 เมตรค่ะ  ใกล้ๆยังมีสถานศึกษา โรงเรียนเก่าที่มีชื่อเสียงอย่าง โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน, โรงเรียนอัสสัมชันศึกษา, โรงเรียนเซนต์หลุยส์ และโรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีวัดวาอารามมากมาย สามารถหาซื้อของกิน ช้อปปิ้งได้อย่างตลาดแสงจันทร์ , ตลาดแก่นจันทร์,Tops Maket  , Vanilla Moon (Community Mall ในย่านนี้) เป็นต้น และยังใกล้กับสถานที่เที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง Asiatique The Riverfront อีกด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีสถานพยาบาล สวนสาธารณะ,ลานกีฬา อยู่ในระยะไม่เกิน 3 กิโลเมตรจากโครงการ ถือว่าค่อนข้างครบครัน

ทำเลนี้ถือว่าไม่ไกลจากย่านธุรกิจที่สำคัญอย่างสีลม สาทรที่มีอาคารสำนักงานต่างๆมากมายเช่น Chartered Square, TPIPL, JTC, Sathorn Square, Empire Tower, สาทรธานี คอมเพล็กซ์ และ Bangkok City Tower คนที่ทำงานในย่านเหล่านี้แล้วมองหาคอนโดที่สามารถเดินทางไปทำงานได้สะดวกก็ถือว่าตอบโจทย์ค่ะ เพราะปัจจุบันคอนโดในย่านสีลมและสาทรแท้ๆเองก็มีราคาสูงมากจนหยิบจับได้ค่อนข้างยากค่ะ

เส้นทางที่เราจะพาไปวันนี้ก็คือ เริ่มต้นจากแถว BTS สถานีสุรศักดิ์ ไปตามถนนสาทรใต้ แล้วเลี้ยวเข้าถนนเจริญกรุง ขับตรงมาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนจันทน์ จะเห็นสำนักงานขายโครงการด้านซ้ายมือ และตัวโครงการอยู่ในซอย จันทน์ 44 ติดกับสำนักงานขายโครงการ รวมระยะทางประมาณ 2.0 กิโลเมตร

เริ่มจากถนนสาทรใต้ก่อนถึงรถไฟฟ้าสถานีสุรศักดิ์ จะมีจุดสังเกตเป็นโรงเรียนชื่อดัง 2 แห่งด้านซ้ายคือโรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา และด้านขวาคือโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เมื่อมาถึงตรงนี้ให้เราขับตรงไปเรื่อยๆค่ะ

จะเจอกับรถไฟฟ้าสถานีสุรศักดิ์ ด้านขวามือเป็นโรงแรม Mode Sathorn Hotel Bangkok ให้เราขับตรงไปเรื่อยๆค่ะ

เมื่อเจอป้ายบอกทางเจริญกรุงให้ชิดซ้าย เราจะไม่ขึ้นสะพานนะคะ

เมื่อชิดซ้ายมาแล้วมีจุดสังเกตคือปั๊มน้ำมันเอสโซ่ อยู่ทางซ้ายมือให้เราตรงต่อไปเพื่อเข้าถนนเจริญกรุง

เมื่อถึงทางเลี้ยว มีสัญญาณไฟจราจร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเจริญกรุง ตรงนี้เป็นซ้ายผ่านตลอดแต่ต้องระวังรถทางขวามือด้วยนะคะ

บนถนนเจริญกรุงก็มีวัดเก่าแก่ชื่อดังอย่างวัดยานนาวาอยู่ทางด้านขวามือ ให้ขับตรงไปเรื่อยๆ

เมื่อเราขับตรงมาจะเจอกับแยกซอยเจริญกรุง 69 ซอยนี้สามารถใช้ลัดไปยังโครงการที่อยู่ในซอยจันทน์ 44 ได้ แต่วันนี้เราขอพาไปยังสำนักงานขายบนถนนจันทน์ด้วยนะคะ ให้ตรงไปค่ะ ตรงนี้ก็มีแหล่งงานอย่างโรงแรม Four Seasons Private Residences อยู่ทางขวามือด้วย

ตรงมาจนถึงทางแยกเข้าถนนจันทน์ให้เลี้ยวซ้าย

เมื่อเลี้ยวมาแล้วจะเจอกับสำนักงานขายโครงการอยู่ทางด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าได้เลย แต่ถ้าจะไปโครงการให้ตรงไปอีกนิดแล้วเข้าซอย จันทน์ 44 ค่ะ

เมื่อเห็นป้ายชื่อซอยให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยจันทน์ 44 ค่ะ

บรรยากาศภายในซอยเป็นอาคารแถวสูง 2-4 ชั้น ถนนเป็นทางเข้า-ออก 2 เลน ให้ตรงเข้าไปประมาณ 30 เมตร

เมื่อเข้ามาจะเจอกับโครงการทางซ้ายมือซึ่งปัจจุบันล้อมรั้วอยู่ค่ะ

ส่วนใหญ่บริเวณแถวนี้ยังเป็นพื้นที่ชุมชนพักอาศัย โดยรอบจะไม่มีอาคารสูงตั้งอยู่เลย ทำให้เมื่ออยู่บนชั้นสูงจะสามารถเห็นวิวได้กว้างไม่โดนกั้นค่ะ ด้านหน้าโครงการทางทิศตะวันออกจะติดกับซอยจันทน์ 44 ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารแถวสูง 4 ชั้น ถ้าอยู่ชั้นสูง จะมองเห็นวิววัดลุ่มเจริญศรัทธาได้ ฝั่งทิศเหนือติดกับคลองกรวยซึ่งเป็นคลองขนาดเล็กฝั่งตรงข้ามคลองเป็นชุมชนพักอาศัยสูงประมาณ 2 ชั้น ฝั่งทิศใต้ติดกับถนนส่วนบุคคล มองเห็นวิวทางฝั่งถนนจันทน์ และทิศตะวันตกติดกับพื้นที่ชุมชนพักอาศัยสูงประมาณ 2 ชั้นเช่นกันค่ะ

บรรยากาศด้านหน้าที่ดินในปัจจุบันล้อมรั้วเตรียมก่อสร้างแล้วค่ะ

ทางทิศเหนือโครงการติดกับคลองกรวย ถัดไปเป็นชุมชนที่อยู่อาศัย

ทิศเหนือ มีสะพานข้ามคลองกรวยไปยังชุมชนพักอาศัยด้านใน

ฝั่งตรงข้ามที่ดินโครงการทางทิศตะวันออก เป็นอาคารแถวสูง 4 ชั้น

ตลอดสองข้างทางก็เป็นอาคารแถวสูง 3-4 ชั้นไปจนถึงหน้าซอย

ฝั่งทิศใต้ติดกับถนนส่วนบุคคลและอาคารแถวสูง 2 – 4 ชั้น

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Shrewsbury International School – 750 เมตร
  • Asiatique The Riverfront  – 1.4 กิโลเมตร
  • Top สาขาเซ็นหลุยส์ – 1.5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนพระแม่มารีย์ – 1.7 กิโลเมตร
  • ท่าเรือเเม่น้ำเจ้าพระยา – 1.8กิโลเมตร
  • โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก – 1.9กิโลเมตร
  • BTS สุรศักดิ์ – 2.0กิโลเมตร
  • วัดไผ่เงิน – 2.2 กิโลเมตร
  • โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน – 2.3 กิโลเมตร
  • BTS สะพานตากสิน – 2.4กิโลเมตร
  • โรงเรียนสารสาสน์เอกตรา – 3.0 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัลพระราม 3 –  3.5 กิโลเมตร
  • The Up พระราม 3 –  4.0กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Altitude Symphony เจริญกรุง-สาทร  เป็นคอนโด High Rise สูง 21 ชั้น โดยมีการออกแบบ โดยคำนึงถึงที่ตั้งโครงการบนถนนจันทน์เป็นถนนที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานและเป็นถนนอีกเส้นที่มีความสำคัญใกล้กับสาทร สีลม ทางโครงการมองเห็นความสำคัญและความสวยงามในความเป็นมาของสถานที่ตั้ง จึงมีการออกแบบ Exterior และ Interior ในสไตล์ของ Colonial Contemporary เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม โดยโครงการจะมีทั้งหมด 99 ยูนิต มีที่จอดรถเป็นระบบอัตโนมัติ 83 % ที่ชั้นใต้ดินทั้งหมด 4 ชั้น ชั้น 1 เป็นส่วนของ Lobby ชั้น 2 เป็น Facility คือ Co-Working Space และงานระบบ ชั้น 3-21 เป็นส่วนพักอาศัย โดยมีชั้น 18 เป็นชั้นสระว่ายน้ำส่วนกลาง ภายในโครงการจะเป็นยังไงเราไปดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

มาดูผังโครงการกันก่อนค่ะ พื้นที่โครงการมีขนาด 398 ตารางวา มีลักษณะพื้นที่เป็น 4 เหลี่ยมจตุรัส โครงการอยู่ในซอยย่อย มีข้อดีที่สามารถลัดเลาะได้หลายเส้นทาง ได้ความเป็นส่วนตัวจากเสียงดังและฝุ่นละอองจากถนนใหญ่ ตัวอาคารจะมีระยะร่นเข้ามาจากถนนหน้าโครงการ และมีแนวต้นไม้และสวนปลูกติดกับถนนหน้าโครงการ ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว และลดในเรื่องของเสียงและฝุ่นได้

โครงการมีทางเข้าออกทางเดียวอยู่ที่บริเวณหน้าโครงการ ซึ่งจะติดกับซอย จันทน์ 44 ทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการและดูแลรักษา แต่ไม่ได้แยกทางสำหรับคนเดินเข้าออกมาให้ค่ะ ดังนั้นอาจจะต้องเดินระวังสักนิดนะคะ ส่วนทางเดินรถภายในนั้นเป็นทางเดินรถทางเดียวตามเข็มนาฬิกาอ้อมตัวอาคาร  ใครที่จะวนรถรับส่งจะมี Drop Off อยู่ด้านข้าง ซึ่งเป็น Drop Off แบบเข้าอาคารทางฝั่งขวามือ บริเวณนี้จะมีชายคายื่นออกมารับก็จริงแต่ไม่ได้ยาวนัก ถ้าลงทางฝั่งซ้ายอาจจะเปียกฝนได้ค่ะ พื้นที่จอดรถของอาคารจะเป็นแบบ Automatic Parking (ระบบจอดรถอัติโนมัติ) อยู่ที่ทางทิศเหนือของอาคาร โดยจะมี 2 เครื่อง เวลาจอดจะต้องเข้า ทางด้านหลัง ส่วนถ้าจะเอารถออกจะออกทางด้านหน้า ซึ่งจะวนออกหน้าโครงการได้เลย ที่จอดทั้งหมดมีประมาณ 80 คันค่ะ

สำหรับการเข้าถึง เราสามารถเข้าอาคารได้ 2 ทาง ทางแรกจาก Drop Off ด้านทางฝั่งทิศใต้ เข้ามาจะเป็นพื้นที่ Lobby ยาวไปจนถึงด้านหลัง ที่สามารถเข้าและออกอาคารได้เช่นกัน ทางนี้ใช้สำหรับรอเพื่อออกไปรับรถจาก Automatic Parking โดยภายใน Lobby จะมีโถงลิฟต์อยู่ตรงกลาง ถือว่าสะดวกแก่การใช้งานทั้งสองฝั่งประตู พื้นที่โถงลิฟต์มีประตูคั่นแบ่งส่วนชัดเจน เข้าถึงด้วยระบบ key card ภายในมีลิฟต์ทั้งหมด 2  ตัว ไม่มีลิฟต์ Service นะคะ เนื่องจากโครงการมีจำนวนยูนิตไม่เยอะ ทำให้อัตราส่วนการใช้งานลิฟต์อยู่ที่ 49 ยูนิต : ลิฟต์ 1 ตัว ซึ่งถือว่าดีกว่ามาตรฐาน ทำให้เราไม่ต้องรอลิฟต์นานค่ะ

ทางเข้า-ออกโครงการมีทางเดียว พอเราขับรถเข้าไปในโครงการแล้วลักษณะการเดินรถจะเป็น one way ทำให้สัญจรได้ง่าย มีสวนด้านหน้าโครงการจุดหนึ่ง ซึ่งเมื่อนั่งอยู่ใน Lobby มองออกมาแล้วก็จะเห็นวิวสวนที่สามารถสร้างบรรยากาศพักผ่อนสบายตาได้ค่ะ

ขับรถอ้อมมาด้านข้างอาคารจะมี Drop Off อยู่ บริเวณนี้จะมีหลังคามาบังแดดและฝนมาให้ซึ่งพอเราลงจากรถก็จะสามารถเข้าไปยัง Lobby ได้เลย ส่วนถ้าจะเอารถไปจอดต้องวนอ้อมหลังอาคารไปอีก

ชั้นล่างทางฝั่งทิศเหนือเป็นส่วนของที่จอดรถ Automatic Parking ซึ่งเวลาวนรถมาจะต้องเข้าทางด้านหลังและออกทางด้านหน้าได้ค่ะ

ชั้น 2 มีพื้นที่นิติบุคคลและส่วนกลางอยู่ที่ชั้นนี้ โดยพื้นที่ส่วนกลางจะมี Co-working Space ที่จัดพื้นที่ภายในค่อนข้างหลากหลาย แยกเป็นกลุ่มๆตามการใช้งานมีทั้งนั่งต่อกันเป็นเคาน์เตอร์ยาวๆ เหมาะกับคนที่มาคนเดียว หรือชุดโต๊ะกลมสำหรับนั่งคุยงานกันเป็นกลุ่ม รวมถึงมีห้องประชุมที่กั้นแยกแบบเป็นส่วนตัวมาให้ด้วย โดยโซนนี้สามารถขึ้นบันไดวนมาจากชั้น 1 ได้ และจะมีพื้นที่ที่เป็น Double Volume เชื่อมต่อมาจาก Lobby ชั้นหนึ่งค่ะ

ชั้น 3-4 ชั้นนี้จะเริ่มเป็นชั้นพักอาศัย โดยจะเป็นห้อง Loft ทั้งหมด มี 8 ยูนิตต่อชั้น ได้ความเป็นส่วนตัวที่ดีทีเดียว โถงลิฟต์มีตำแหน่งอยู่กลางอาคารเข้าออกได้ 2 ทาง มีประตูปิดกั้นชัดเจน เข้าออกด้วยระบบ Keycard รักษาความปลอดภัยได้ดี ซึ่งห้องทางฝั่งทิศตะวันตก 2 ห้อง จะไม่ต้องเดินไกล ออกลิฟต์มา ผ่านประตูก็เข้าห้องได้เลย แต่ต้องแลกกับการที่อยู่ใกล้ลิฟต์ อาจจะมีเสียงของลิฟต์รบกวนภายในห้องได้บ้างแต่ก็ออกแบบห้องให้มีโถงทางเดินด้านหน้าช่วยกั้นความเป็นส่วนตัวอีกต่อหนึ่ง
โถงทางเดินเป็นแบบ Double Corridor อาจจะมีห้องที่เปิดประตูมาเจอกันได้บ้าง แต่ด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นมีเพียง 8 ยูนิตจึงถือว่าเป็นส่วนตัวทีเดียว บริเวณมุมของโถงทางเดินมีช่องแสงมาให้ 1 จุด ทำให้โถงทางเดินได้รับแสงสว่างจากจุดนี้ค่ะ
สำหรับวิวของอาคาร ด้วยตัวอาคารนี้เริ่มห้องพักอาศัยที่ชั้น 3 ซึ่งชั้นล่างมีการออกแบบให้มีระดับพื้นถึงฝ้าที่สูงกว่าอาคารทั่วๆไป ทำให้วิวในแต่ละด้านพ้นอาคารที่อยู่ในระยะประชิด จึงสามารถได้รับวิวได้เกือบทุกด้านค่ะ

ชั้น 5,7,9,11,14,16 จะมีห้องจำนวนห้องพักอาศัยลดลงเหลือ 7 ยูนิตต่อชั้น ถือว่าได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะประกอบไปด้วยห้องแบบ 1 Bedroom อยู่ทางทิศตะวันออกของอาคาร 2 Bedrooms อยู่ทางทศใต้และทิศเหนือ และ Duplex (2 ชั้น)จะอยู่ทางทิศตะวันตกของอาคารค่ะ

ตัวอาคารมีรูปแบบห้องที่หลากหลาย เพื่อที่จะสามารถรับมุมมองจากทิศต่างๆให้ได้มากที่สุด ซึ่งชั้น 6 ขึ้นไปก็ไม่ต้องห่วงเรื่องวิวแล้วค่ะ ได้รับวิวโล่งแทบจะทุกทิศเลย เพราะอาคารในระยะประชิดมีส่วนสูงน้อยกว่าเรา โถงลิฟต์มีลักษณะเช่นเดิมกับชั้นก่อนหน้านี้ เข้าออกได้ 2 ทาง และมีโถงทางเดินทางฝั่งเดียวทางทิศตะวันตก จะมีระยะสั้นกว่าเดิม ไม่ต้องเดินไกลเลย แต่ทางเดินก็ไม่มีช่องแสงมาให้แล้วค่ะ

ชั้น 6,8,10,12,15,17 มีลักษณะการวางผังเหมือนกับชั้น 5 แต่จะแตกต่างกันตรงนี้ชั้นนี้จะเป็น ชั้น 2 ของห้องแบบ Duplex  ดังนั้นห้องที่ไม่ใช่ Duplex ที่ใช้โถงทางเดินร่วมกันจึงมีไม่มาก ทำให้มีความเป็นส่วนตัวทีเดียวค่ะ

ชั้น 18 – 21 ตัวอาคารมีการเล่นระดับลดลงไปและมีพื้นที่สีเขียวเข้ามาแทรกตามอาคาร แต่ชั้น 19-20 ไม่สามารถออกมายังสวนได้นะคะ จะออกมาได้ที่ชั้น 21 เพื่อเดินไปยัง Sky Lounge ด้านบนค่ะ

มาถึงด้านบนชั้น 18 เป็นส่วของ Facility โดยมีสระว่ายน้ำระบบเกลือที่วัดความยาวโดยรอบได้ 70 เมตร ซึ่งจะแบ่งออกเป็นส่วนที่เป็นน้ำตื้นสำหรับเด็กและส่วน Jacuzzi มาให้ด้วยค่ะ ด้านข้างสระว่ายน้ำทางทิศเหนือมี Sunken Seat สำหรับนั่งเล่นริมสระ ภายในอาคารมีห้องน้ำและห้องอาบน้ำให้

ชั้น 19 เป็นชั้นห้อง Penthouse มีจำนวน 2 ยูนิตต่อชั้น ทำให้เป็นส่วนตัวมากๆ และสามารถมองเห็นวิวได้รอบด้าน ทางฝั่งทิศตะวันออกจตรงบริเวณโถงทางเดินจะได้ช่องแสงขนาดใหญ่ทำให้ไม่อึดอัดและมองเห็นวิวได้ตั้งแต่โถงทางเดินเลยค่ะ

ชั้น 20 จะมีการวางผังคล้ายกับชั้น 19 แต่จะมีส่วนที่เป็นสวนสีเขียวที่บริเวณทางเดินด้วย สวนตรงนี้เป็นของส่วนกลางแต่ไม่สามารถออกไปใช้งานได้นะคะ

ชั้น 21 เป็นชั้นพักอาศัยที่สูงที่สุด มีห้อง Penthouse 1 ห้อง และมีพื้นที่ส่วนกลางคือ Fitness อยู่ด้วย แต่ก็มีการกั้นประตูระหว่างโถงทางเดินและพื้นที่ส่วนกลางเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยให้ ใครที่อยู่ห้องนี้จะออกมาใช้ฟิตเนสสะดวกมากๆค่ะ เหมือนมีฟิตเนสส่วนตัวเลย แต่อาจจะมีความรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวเล็กน้อยเนื่องจากอาจจะมีเสียงจากคนที่ผ่านหน้าห้องไปมาเพื่อใช้ส่วนกลางได้

ส่วนห้อง Fitness จะสามารถมองเห็นวิวได้รอบ มีห้องซ้อมดนตรีอยู่ที่ชั้นนี้ด้วย เอาใจสำหรับคอดนตรีโดยเฉพาะกลุ่มเด็กๆที่ต้องการห้องซ้อมแต่ไม่อยากรบกวนห้องข้างๆได้เลย พื้นที่สีเขียวที่ห้องนี้สามารถเดินออกมาใช้งานได้นะคะ ด้านข้างห้อง Fitness มีบันไดทางขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าได้ด้วยค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • Co-Working Space
  • Sky Lounge
  • Kid Room
  • Music Room
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ รอบอาคาร ระบบเกลือ ขนาด 70 เมตร  สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 เมตร มีสระเด็ก และ Jacuzzi
  • Library
  • ห้องออกกำลังกาย 1ห้องขนาด 72 ตารางเมตร
  • สวนหย่อมรอบโครงการ 280 ตารางเมตร
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 50 :  1
  • มีรถรับส่ง Shutter Bus ไปสถานีสุรศักดิ์
  • Service Lift – ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 83% รวมจอดรอบอาคาร คิดเป็น 100%
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้อง 2 bedrooms ขนาด 73.66 ตร.ม. เป็นห้องมุมอาคารฝั่งทิศเหนือ มีข้อดีคือได้รับวิว 2 ฝั่ง ทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตก เปิดรับลมและช่องแสง รวมถึงระบายอากาศได้ค่อนข้างเยอะ พื้นที่ภายในแบ่งออกเป็นสัดส่วน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ระเบียงซักล้าง ห้องน้ำ ห้องนอนรอง และห้องนอนหลักพร้อมห้องน้ำในตัว

เปิดประตูเข้ามาจะพบกับพื้นที่ส่วนครัวก่อน ซึ่งเป็นครัวเปิด(สามารถกั้นปิดได้)  มีข้อดีคือทำให้ห้องดูโล่ง แต่ต้องระวังเรื่องกลิ่นและควันจะไปรบกวนพื้นที่ส่วนอื่นภายในห้อง ต่อมาเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ที่รวมพื้นที่ทานอาหารอยู่ด้วย มีลักษณะเป็นห้องยาวมีตำแหน่งติดระเบียง ทำให้เป็นช่องแสงหลักให้กับห้อง ติดตรงที่มีพื้นที่สำหรับดู TV ได้ค่อนข้างใกล้ ส่วนพื้นที่ระเบียง มีช่องแยกส่วนเก็บ condensing unit ของแอร์แยกเป็นสัดส่วน และมีพื้นที่ให้ออกไปยืนสูดอากาศและจิบกาแฟได้ด้วย กลับเข้ามาที่ภายในห้อง ห้องน้ำและพื้นที่พักผ่อน จะมีโถงทางเดินเล็กๆก่อนเข้าไปยังห้องต่างๆซึ่งจะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ช่วยหลบสายตาจากพื้นที่ส่วนห้องนั่งเล่นและครัว ห้องน้ำมีตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่ายจากทุกพื้นที่ มีตำแหน่งติดกับห้องน้ำอีกห้อง ที่ติดกับภายนอกอาคาร แต่ไม่มีช่องระบายอากาศ ทำให้อาจจะมีปัญหาเรื่องความชื้น ต้องใช้พัดลมดูดอากาศและเปิดประตูช่วย ส่วนห้องตรงข้าม คือห้องนอนเล็ก ภายในสามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ หรือจะจัดเป็นห้องทำงานก็ได้ค่ะ ห้องนี้จะได้วิวฝั่งทิศตะวันออก ส่วนห้อง Master Bedroom มีขนาดใหญ่ รับวิว 2 ฝั่ง และมีห้องน้ำในตัว ส่วนของห้องน้ำเป็นแบบมีอ่างอาบน้ำมาให้พร้อม ภายในห้องมีช่องเปิด ซึ่งมีข้อดีคืออยู่ทางฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่มีแดดแรง รับความร้อนสูง ช่วยแก้ไขเรื่องของความชื้นในห้องน้ำได้

เมื่อเข้ามาในห้องเราจะเจอกับส่วนครัวก่อน ซึ่งทางโครงการ Built-in ชุดครัวสีขาวมาให้แบบห้องตัวอย่างเลยค่ะ (ยกเว้นตู้รองเท้าฝั่งซ้ายมือจะต้องต่อเติมเอง) ครัวที่เราได้จะเป็นครัวเปิดซึ่งเหมาะกับซื้ออาหารมาทานง่ายๆที่ห้องมากกว่า สำหรับคนที่ชอบทำครัวแนะนำให้กั้นห้องเป็นครัวปิด (พื้นที่ระหว่างครัวกับส่วนรับประทานอาหารก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับกั้นได้) ซึ่งจะช่วยกันกลิ่นและควันเวลาทำอาหารไม่ให้ฟุ้งกระจายไปยังห้องต่างๆได้ พื้นในห้องเป็น Engineering Wood หนา 12 มิลลิเมตรค่ะ

มาดูส่วนครัวกันก่อนนะคะ เคาน์เตอร์ครัวที่ได้จะประกอบด้วยตัวเคาน์เตอร์ชั้นล่างและชั้นเก็บของด้านบนจาก Starmark (ไม่รวมตู้รองเท้าด้านซ้ายมือ)

เคาน์เตอร์ฝั่งที่เล็กกว่าจะเป็นพื้นที่ประกอบอาหาร มีเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันระบบที่ปล่อยอากาศออกด้านนอก ช่วยระบายอากาศได้ดีกว่า ชุด Built-in มีช่องเก็บของถือว่าเยอะทีเดียวทั้งลิ้นชักด้านล่างและชั้นเก็บของด้านบน ด้านใต้เตาไฟฟ้ามีช่องสำหรับวางเครื่องไมโครเวฟ ขนาดประมาณ 56 x 30 เซนติเมตร

Top ครัวทำมาจากหินอ่อน สำหรับห้อง 2 Bedroom ได้เตาไฟฟ้าเป็นแบบ 4 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน จาก SMEG หรือเทียบเท่า

อีกฝั่งหนึ่งเป็นส่วนของเคาน์เตอร์อ่างล้างจาน มีช่องเดินงานระบบสำหรับใส่เครื่องซักผ้ามาไว้ให้ ขนาดช่อง  62 x 85 เซนติเมตร ด้านซ้ายมือเป็นช่องสำหรับตู้เย็นกว้างประมาณ 74 เซนติเมตรสูง 1.90 เมตร

อ่างล้างจานของห้อง 2 Bedroom จะได้ขนาดใหญ่ 2 ช่องจาก SMEG หรือเทียบเท่า ซึ่งประโยชน์ของอ่างแบบ 2 หลุมคือเราสามารถใช้งานได้ 2 ฟังก์ชั่น ถ้าฝั่งหนึ่งเราล้างจานอยู่ อีกฝั่งก็สามารถแช่ผักได้เป็นต้นค่ะ

ถัดจากครัวมาจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารและนั่งเล่น ยาวต่อเนื่องกันไปเลย โดยพื้นโซนนี้ทั้งหมดก็จะเป็น Engineering Wood ค่ะ ส่วนฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร เราจะได้แบบฉาบเรียบนะคะไม่ได้มีหลุมฝ้ามาให้

ถัดจากห้องครัว จะเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่นเลย ทำให้ห้องดูกว้างมีพื้นที่การใช้งานเชื่อมต่อกันและได้แสงจากบริเวณระเบียงเข้ามาทั่วทั้งห้องอีกด้วย

ส่วนรับประทานอาหารสามารถวางโต๊ะกินข้าวได้ประมาณ 4-5 ที่นั่ง หรือสำหรับ 6 ที่นั่งได้ถ้าวางขนานกับทางเดินค่ะ

ห้องนั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียงได้แสงธรรมชาติและมองเห็นวิวภายนอกได้ โดยพื้นที่สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง หรือโซฟารูปตัว L ได้ มีระยะดู TV อยู่ที่ 2.6 เมตร เป็นระยะที่เหมาะสมกับ TV ขนาดประมาณ 40 นิ้วค่ะ

ประตูระเบียงเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 2 ตอนกรอบอลูมิเนียมสีดำ Powder Coat และเนื่องจากราวกันตกของระเบียงเป็นกระจกใสทำให้เมื่อมองจากในห้องแล้วเห็นวิวกว้างไม่มีราวกันตกมาบังสายตาค่ะ ห้องจริงที่ได้จะมีม่านติดตั้งมาให้ด้วยนะคะ

พื้นที่ระเบียงไม่รวมส่วนพื้นที่ตั้ง Condensing Unit อยู่ที่ 1.80 x 1.00 เมตร สามารถออกไปยืนชมวิวหรือจิบกาแฟยามเช้าได้ จริงไม่อึดอัด

ในส่วนของพื้นที่ตั้ง Condensing Unit มีระแนงเหล็กสีดำช่วยบังสายตาจากภายนอกได้

ราวกันตกเป็นกระจกใส ช่วยให้เห็นทัศนียภาพภายนอกได้เต็มที่ ดูสวยงาม แต่สำหรับคนที่กลัวความสูงเวลาจะยืนพิงก็แอบน่ากลัวอยู่นิดหน่อยเหมือนกันค่ะ

ดูห้องนั่งเล่นกันไปแล้วมาดูกันต่อที่ห้องนอนกันค่ะ ทางฝั่งซ้ายมือเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน ด้านหน้าเป็นห้อง Master Bedroom และฝั่งขวาเป็นห้องนอนเล็ก

เริ่มกันที่ห้องน้ำส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน ภายในห้องแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน มีพื้นที่อาบน้ำมาให้ พร้อมฉากกั้นกระจก

พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องเล็กน้อย ไม่ให้น้ำไหลออกด้านนอกเวลามีน้ำขังค่ะ

อ่างล้างหน้าจะได้เป็นเคาน์เตอร์แบบเดียวกับในห้องตัวอย่าง และกระจกเงาจาก Starmark หรือเทียบเท่า

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือวัสดุเป็นหินอ่อน ตัวอ่างเป็นเซรามิคสีขาว พร้อมก๊อกน้ำผสมน้ำร้อน-น้ำเย็น

ด้านล่างอ่างเป็นตู้เก็บของสามารถใช้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดได้ค่ะ

สุขภัณฑ์มีพื้นที่นั่งได้สบายไม่อึดอัด จาก Kohler พร้อมสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู

พื้นที่อาบน้ำ กั้นด้วยฉากกั้นกระจกบานเปิด มือจับสามารถแขวนผ้าขนหนูได้

ส่วนอาบน้ำมีขนาด ประมาณ 0.95 x 0.95 เมตร สามารถยืนอาบได้สบายๆ

พื้นที่อาบน้ำทางโครงการติดตั้งมาให้ทั้งฝักบัวและ Rain Shower สามารถเลือกใช้งานได้ มาให้พร้อมระบบทำน้ำร้อน สามารถใช้งานได้เลยไม่ต้องติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นค่ะ

ฝักบัวดีไซน์กลมจับถนัดมือ พร้อมก๊อกปรับน้ำผสมน้ำร้อน-น้ำเย็น

ถัดมาเป็นส่วนของห้องนอนเล็ก ขนาดไม่ใหญ่นักแต่ได้ช่องแสงค่อนข้างกว้าง ทำให้รับแสงเข้ามาได้เยอะรวมกับเห็นวิวได้กว้าง ทำให้ไม่อึดอัดค่ะ พื้นที่ห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต แล้วมีพื้นที่เดินได้รอบเตียงค่ะ แต่ถ้าอยากให้ห้องดูกว้างขึ้นอีกหน่อยแนะนำเป็นเตียง 3.5 ฟุต จะมีพื้นที่วางโต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ

เมื่อวางเตียง 5 ฟุตจะเหลือพื้นที่ด้านข้างประมาณ 90 เซนติเมตร สามารถวางโต๊ะข้างเตียงหรือโคมไฟตกแต่งเล็กๆได้

ส่วนพื้นที่ปลายเตียงมีระยะประมาณ 35 เซนติเมตร สามารถเดินได้ แต่ไม่เหมาะกับการติดตั้ง ชั้นวางTV หรือชั้นวางของเท่าไรนัก แนะนำเป็นด้านบนฝั่งหัวเตียงจะทำให้มีพื้นที่มากกว่าค่ะ

ฝั่งซ้ายของเตียงเป็นพื้นที่สำหรับแต่งตัว มีระยะจากประตูถึงเตียงประมาณ 1.80 เมตร

ตัวตู้เสื้อผ้า Built-in  ทางโครงการติดมาให้ในทุกห้องนอนเลยค่ะ เป็นตู้บานกระจกสีชาเหมือนกับห้องตัวอย่าง ด้านในมีช่องเก็บของด้านบนสำหรับเก็บหมอนผ้าห่มหรือกระเป๋าต่างๆได้ พร้อมกับราวแขวนผ้า และลิ้นชักเก็บของ

ลิ้นชักสำหรับใส่เสื้อผ้าที่พับ หรือเครื่องประดับต่างๆได้ ช่วยให้การเก็บเป็นระเบียบมากขึ้น

ห้อง Master Bedroom จะแยกพื้นที่เป็น 2 ส่วน คือส่วนพื้นที่นอนทางด้านซ้ายมือ และส่วนห้องน้ำภายในตัวด้านขวามือ ห้องนอนใหญ่ของห้องนี้ได้ช่องแสงที่มีขนาดใหญ่มากๆ เกือบเต็มผนังเลยค่ะ พร้อมหน้าต่างเปิดระบายอากาศ 2 ทาง มีข้อดีคือเห็นวิวได้กว้างมากๆ บรรยากาศของห้องดูโปร่งโล่ง แต่ก็แลกกับความร้อนที่จะเข้ามาในห้องได้มากในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งห้องจริงจะได้ม่านติดมาให้ค่ะ

พื้นที่ห้องนอนสามารถวางเตียงคิงไซส์ขนาด 6 ฟุต ได้โดยมีพื้นที่ด้านข้างเดินได้รอบ

หน้าต่างเป็นบานกระทุ้ง กรอบอลูมิเนียมเคลือบสีดำ Powder Coat

ด้านข้างเตียงเหลือพื้นที่ประมาณ 1.20 เมตร สำหรับวางโต๊ะข้างเตียงหรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ค่ะ

ปลายเตียงมีระยะเหลือประมาณ 1.20 เมตร สามารถวางชั้นวาง TV ได้ โดยยังมีพื้นที่เดินได้สบายค่ะ

อีกฝั่งเป็น Built-in ตู้เสื้อผ้าที่โครงการติดตั้งมาให้ใกล้กับส่วนห้องน้ำ ทำให้ใช้งานสะดวกเมื่ออาบน้ำออกมาก็สามารถแต่งตัวได้เลยค่ะ

ตู้เสื้อผ้าในห้อง Master Bedroom มีขนาดใหญ่ขึ้นจากในห้องนอนเล็ก เป็นตู้บานเลื่อน 3 บาน มีลิ้นชักให้

ลิ้นชักสำหรับใส่ของขนาดเล็ก หรือจะเป็นกระเป๋าต่างๆก็ได้ค่ะ

ห้องน้ำในห้อง Master Bedroom แยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน มีขนาดค่อนข้างกว้าง มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เช่นกัน

พื้นห้องน้ำลดระดับลงเล็กน้อยกันน้ำไหลออกไปยังห้องนอนค่ะ

กระจกเงาที่ได้ในห้องนี้จะได้กว้างกว่าในห้องน้ำส่วนกลาง (ไม่สามารถเปิดได้นะคะ)

อ่างล้างหน้ามีก๊อกน้ำร้อน-น้ำเย็นและได้เคาน์เตอร์หินอ่อนพร้อมชั้นเก็บของเช่นกันค่ะ

สูขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบห้องน้ำจาก Kohler มีระยะที่นั่งได้สบายค่ะ

พื้นที่อาบน้ำในห้อง 2 Bedroom จะมีขนาดใหญ่หน่อย เราจะได้อ่างอาบน้ำมาให้ด้วยค่ะ โดยส่วนอาบน้ำจะมีฉากกั้นกระจกบานเปิดมาให้ แบ่งออกเป็นส่วนที่ยืนอาบและอ่างอาบน้ำเอาไว้นอนแช่ตัวชิลล์ๆ ข้อดีของห้องนี้คือมีหน้าต่างที่สามารถเปิดระบายอากาศได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ภายในห้องน้ำระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น

มีพื้นที่อาบน้ำประมาณ 1.20 x 1.10 เมตร ค่อนข้างกว้างเลยค่ะ

ตัวฝักบัวและ Rain Shower รองรับระบบน้ำร้อนที่ติดตั้งมาให้แล้วเช่นกัน

ตัวฝักบัวได้ดีไซน์ทรงกระบอกเรียบง่าย พร้อมก๊อกน้ำผสมน้ำร้อน-น้ำเย็น

ด้านข้างมีชั้นวางสำหรับอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ด้วยค่ะ จะได้ไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเอง

อ่างอาบน้ำที่ได้เป็นอ่างลอยตัว ไม่มีเคาน์เตอร์ถ้าจะวางอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆให้วางที่ชั้นวางสามารถหยิบได้ง่ายเช่นกันค่ะ

สวิตซ์ไฟและเต้ารับจาก  SIEMENS หรือ เทียบเท่า

ห้องต่อมาคือห้อง Duplex 3 Bedrooms ขนาด 95.62 ตร.ม. มีตำแหน่งอยู่ทางทิศตะวันตกของอาคาร ห้องมีลักษณะรูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้าได้รับวิวฝั่งทิศตะวันตกเช่นกันค่ะ ซึ่งเป็นทิศที่จะได้รับความร้อนแทบจะตลอดทั้งวัน หากใครไม่ค่อยอยู่ห้องในช่วงเวลากลางวันก็ไม่เป็นปัญหาอะไรมากนัก มุมมองจะเป็นวิวถนนจันทน์ซอย 46 ซึ่งห้องพักอาศัยรูปแบบนี้จะเริ่มต้นที่ชั้น 5 จึงได้รับวิวค่อนข้างโล่ง ตัวห้องมีระดับพื้นถึงฝ้า 2.6 เมตร  พื้นภายในห้องเป็น Engineering Wood  หนา 12 มิลลิเมตร ผนังและฝ้าฉาบเรียบทาสี ได้เป็นไฟ Downlight ค่ะ

ภายในจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้น มีทางเข้าออกทั้ง 2 ชั้นพร้อมโฉนด เริ่มต้นที่ชั้น 1 เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับห้องนั่งเล่นก่อนเลย ซึ่งพื้นที่นี้ถือว่าเป็นศูนย์กลางของห้อง เพื่อแจกไปยังส่วนต่างๆ มีพื้นที่ทานอาหารภายในตัว ด้านข้างมีระเบียงและช่องเปิด เป็นช่องแสงหลักให้กับห้องนี้ ลึกเข้าไปหน่อยจะมีครัว ที่เป็นแบบครัวเปิดในบริเวณนี้ด้วยเลย ช่วยจะทำให้พื้นที่บริเวณนี้ดูโล่ง โปร่ง แต่เวลาทำอาหารจะส่งกลิ่นและควันรบกวนพื้นที่อื่นๆในห้องได้ ส่วนพื้นที่ด้านในสุดของห้องชั้นนี้ คือห้องนอน มีส่วนของห้องน้ำ ที่มีทางเข้าออก 2 ทาง ทั้งจากห้องนั่งเล่น และห้องนอนชั้นล่างสะดวกแก่การใช้งาน แต่ห้องน้ำที่ตั้งอยู่ภายในห้องจะระบายอากาศได้ยากควรใช้พัดลมดูดอากาศและเปิดประตูห้องน้ำช่วย ห้องนอนชั้นล่างมีขนาดค่อนข้างกว้างทีเดียว รับช่องแสงได้เต็มที่ตลอดแนวห้อง และยังสามารถเข้าห้องน้ำได้เลย ไม่ต้องเดินออกไปด้านนอก ส่วนบันไดจะอยู่ด้านหน้าสุดของห้อง ข้างๆประตูทางเข้าออกห้อง จุดนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย คือถ้าจะเข้ามาและขึ้นชั้นสองเลย หรือลงมาจากบันไดแล้วออกจากห้องเลยก็ถือว่าสะดวก ไม่ต้องเข้าไปยังพื้นที่อื่นของห้อง ได้ความเป็นส่วนตัว ส่วนข้อเสียคือประตูห้องที่เปิดเข้าจะไปบังส่วนบันได อาจจะอันตรายในกรณีที่มีคนกำลังเดินลงมา แล้วมีอีกคนเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี

มาดูกันต่อที่ชั้นสองค่ะ เนื่องจากเป็นห้อง Duplex เลยจะมีระดับพื้นถึงฝ้าเท่ากันกับชั้น 1 ชั้นนี้จะมีห้องนอน 2 ห้อง และห้องน้ำ 1 ห้อง เมื่อขึ้นบันไดมาจะมีพื้นที่หน้าบันได สำหรับเป็นตัวแจกไปยังส่วนต่างๆของห้อง บริเวณนี้ทำมุมเปิดห้องหลบแนวบันได ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น คนที่เดินขึ้นมา จะไม่เห็นภายในห้อง ของคนที่เปิดประตูเข้าออก มีพื้นที่ผนังไว้ Built-in ชั้นวาง หรือตกแต่งอื่นๆได้ แยกซ้ายขวาออกเป็นห้องนอนเล็ก ภายในห้อง มีช่องแสงและระบายอากาศได้ มีประตูทางเข้าออกห้องของชั้นนี้อยู่ทางนี้ด้วย ซึ่งสามารถทำเป็นห้องอื่นได้ เช่นห้องทำงาน หรือพื้นที่นั่งเล่นของชั้น 2 ส่วนฝั่งตรงข้ามคือห้อง Master Bedroom ซึ่งจะมีพื้นที่มากที่สุด มีส่วนที่เหมาะสำหรับจัดเป็น walk-in closet ไว้ให้ พร้อมทั้งยังมีทางเข้าห้องน้ำจากภายในห้องได้เช่นเดียวกับห้องด้านล่าง ส่วนห้องน้ำ จะตรงกับบันได เข้าถึงง่าย ใช้สำหรับห้องนอนเล็กด้วยค่ะ

ภายในห้อง Duplex จะมีส่วนนั่งเล่นและส่วนรับประทานอาหารเชื่อมต่อกัน ทำให้ดูพื้นที่กว้าง ให้ความรู้สึกคล้ายกับอยู่บ้าน

ส่วนห้องนั่งเล่นและรับประทานอาหารได้ช่องเปิดกว้างเต็มผนัง ทำให้รับแสงธรรมชาติได้เยอะ ไม่ต้องเปิดไฟในเวลากลางวันเลยค่ะ แต่ก็แลกกับความร้อนที่จะเข้ามาในห้อง ซึ่งห้องจริงที่ได้จะมีม่านติดตั้งมาให้ด้วยค่ะ

พื้นที่ของห้องนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่ง หรือ โซฟารูปทรงตัว L และตั้งโต๊ะกลางได้ มีระยะดู TV อยู่ที่ประมาณ 2.5 เมตร เหมาะสำหรับ TV ขนาดไม่เกิน 40 นิ้ว

ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารจะติดกับส่วนของระเบียง วางโต๊ะได้ 4-6 ที่นั่ง แต่อาจจะกีดขวางทางเข้า-ออกระเบียงไปบ้างสำหรับคนที่ชอบใช้งานระเบียงบ่อยๆค่ะ

ส่วนครัวจะมีลักษณะคล้ายกับ Pantry มีขนาดไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับ 3 ห้องนอน เหมาะกับการทำอาหารที่ไม่จริงจังมากนัก ด้านขวาเป็นพื้นที่วางตู้เย็นกว้างประมาณ 70 เซนติเมตร

เคาน์เตอร์เป็นรูปทรงตัว I มีตู้เก็บของด้านบน และชั้นล่าง เคาน์เตอร์ด้านล่างมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้าให้ค่ะ

Top ครัวเป็นหินอ่อนเหมือนกับห้องแรก ฉากกั้นกระจกด้านหลังจะต้องติดตั้งเพิ่มเติมเองนะคะ ช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

อ่างล้างจานได้เป็นขนาดใหญ่ 2 ช่องเหมือนกับห้อง 2 Bedroom จาก SMEG หรือ เทียบเท่า

เตาไฟฟ้าได้เป็น 4 หัวจาก SMEG เช่นกันค่ะ

มาถึงห้องน้ำชั้นล่างเป็นมีการแบ่งการใช้งานส่วนเปียก-ส่วนแห้งชัดเจน มีฉากกั้นอาบน้ำกระจกมาให้ช่วยไม่ให้อาบน้ำแล้วกระเด็นมาเปียกยังส่วนแห้งค่ะ

ห้องน้ำของห้อง Duplex จะเป็นห้องที่สามารถเข้าได้ 2 ทาง ทั้งจากส่วนครัว และส่วนห้องนอนเล็ก เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ Top หินและกระจกเงา เหมือนกับห้องน้ำของห้อง 2 Bedroom สามารถเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆได้

อ่างล้างมือเซรมิคสีขาวพร้อมก๊อกน้ำร้อน-น้ำเย็น จาก KOHLER หรือเทียบเท่า

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีฉากกั้นกระจกมาให้ มีพื้นที่อาบน้ำประมาณ 1.40 x 0.90 เมตร เป็นระยะที่ค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ

ฝักบัวและ Rain Shower ได้แบบเดียวกับห้องน้ำส่วนกลางของห้อง 2 Bedroom เลยค่ะ และที่ผนังของห้องมีช่องสำหรับวางของมาให้ด้วย ใช้วางอุปกรณ์อาบน้ำหรือจะเป็นของตกแต่งก็ได้เช่นกัน

มาดูห้องนอนเล็กชั้นล่างกันบ้าง ห้องนี้มีพื้นที่สำหรับวางเตียง 5 ฟุตได้ มีพื้นที่เหลือรอบด้าน ห้องนี้ได้ช่องแสงที่กว้างเต็มผนังเช่นกัน ทำให้ได้แสงธรรมชาติและเห็นวิวได้กว้าง

ที่ผนังฝั่งตรงข้ามสามารถติดตั้ง TV ได้ ด้านบนเป็นส่วนติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะปล่อยลมออกมาโดนเตียงโดยตรงนะนำให้เปิดด้วยแรงลมต่ำช่วยให้รู้สึกสบายมากกว่าโดนลมจากเครื่องปรับอากาศโดยตรงค่ะ

ด้านข้างเตียงมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะหัวเตียงและโต๊ะเครื่องแป้งได้

ส่วนของปลายเตียงเมื่อวางชั้นวาง TV แล้วยังมีพื้นที่เดินได้แบบสบายๆเลยค่ะ

อีกฝั่งเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า Built-in ที่ทางโครงการติดตั้งมาให้ เป็นตู้บานสูง 3 ช่องเปิด ใกล้กับส่วนห้องน้ำออกมาใช้งานได้สะดวก

ด้านในสามารถเก็บเสื้อผ้าได้ค่อนข้างเยอะ มีลิ้นชักมาให้เช้นกันค่ะ

ถัดมาเรามาดูด้านบนกันบ้าง โดยเมื่อเราเข้าห้องมาบันไดจะอยู่ทางขวามือ ติดกับส่วนตู้รองเท้า (ทางโครงการไม่ได้ให้ตู้รองเท้านะคะจะต้องติดตั้งเพิ่มเติมเอง) โครงสร้างบันไดเป็นโครงสร้างเหล็ก ปิดทับด้วยแผ่นไม้ยางพารา

มีลูกตั้งสูง 17.5 เซนติเมตร ลูกนอนกว้าง 24.0 เซนติเมตรเป็นระยะที่พอดีกับการเดินภายในบ้านค่ะ ทำให้เดินสบาย

ตัวบันไดห้องจริงจะได้ราวจับมาให้ด้านข้างด้วยนะคะ เมื่อขึ้นมาแล้วจะเห็นโถงบันไดสูงประมาณ 4 เมตร ตรงนี้สามารถติดตั้งโคมไฟห้อยระย้าได้

ด้านบนแบ่งเป็นห้องนอนเล็กอยู่ฝั่งเดียวกับโถงบันได และฝั่งตรงข้ามเป็นห้อง Master Bedroom

ห้องนอนเล็กชั้นบนจะคล้ายกับชั้นล่าง สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ มีพื้นที่เหลือโดยรอบเดินได้สะดวกและสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ ห้องนี้ก็ได้ช่องแสงกว้าง มีช่องเปิดระบายอากาศมาให้

ส่วนปลายเตียงมีพื้นที่เหลือประมาณ 65 เซนติเมตร ถ้าต้องการติดตั้ง TV แนะนำเป็นติดผนังมากกว่าติดตั้งชั้นวาง TV ค่ะ เนื่องจากถ้าติดตั้งชั้นวางแล้วจะเหลือพื้นที่เดินประมาณ 25 เซนติเมตร อาจจะทำให้เดินไม่ค่อนสะดวกค่ะ

อีกด้านของห้องเป็นส่วนตู้เสื้อผ้า โดยห้องนี้จะได้ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่บานเปิด 4 ช่อง มีพื้นที่ด้านข้างเหลือสำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งกว้างประมาณ 1 เมตร

ฝั่งห้อง Master Bedroom จะอยู่ติดกับห้องน้ำที่มีทางเข้า 2 ทางใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอนเล็กและห้อง Master Bedroom  ค่ะ

ห้อง Master Bedroom  วางเตียง 6 ฟุตได้ มีพื้นที่เหลือรอบด้าน ได้ช่องแสงกว้างเต็มผนังจึงสามารถรับแสงและมองเห็วิวได้กว้าง

ด้านข้างมีพื้นที่เหลือเดินได้รอบแต่ไม่พอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงได้ แนะนำให้วางที่ส่วนปลายเตียงแทนค่ะ

ปลายเตียงเหลือพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถวางชั้นวางTV และมีพื้นที่เดินได้สบาย

อีกด้านเป็นส่วน Walk-in closet แยกเป็นส่วนชัดเจนทำให้มีความเป็นส่วนตัวพอสมควรเวลาใช้งานค่ะ

โดยจะมีพื้นที่กว้างประมาณ 1.20 เมตร ริมห้องเป็นส่วนโต๊ะเครื่องแป้ง มีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ใส่เสื้อผ้าได้เยอะทีเดียวค่ะ อีกด้านเป็นผนังกระจกมองเห็นวิวด้านนอกได้

ตู้เสื้อผ้าเป็นบานเลื่อนใหญ่ 3 บาน มีลิ้นชักมาให้เช่นกัน

พื้นที่ด้านนอกตรงนี้ไม่ได้มีระเบียงนะคะเป็นส่วนติดตั้ง Condensing Unit เท่านั้น

ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้ง ชัดเจน ลักษณะการตกแต่งเหมือนกับห้องอื่นๆ มีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วยค่ะ

ห้องน้ำมีทางเข้า 2 ทางใช้ร่วมกับห้องนอนเล็ก ทำให้ห้องนอนเล็กใช้งานสะดวก แต่ห้อง Master Bedroom อาจจะเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้างค่ะ

ตัวกระจกเงาได้เป็นบานใหญ่เหมือนกับห้องก่อนๆหน้า อ่างล้างหน้าเป็นแบบที่มีเคาน์เตอร์ด้วยสามารถใช้เก็บของได้

ส่วนเปียกจะแบ่งออกเป็นพื้นที่อาบน้ำและอ่างอาบน้ำอยู่ด้วยกัน กั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำค่ะ

ระหว่างส่วนแห้งกับส่วนเปียกจะมีธรณีกั้นเพื่อให้น้ำไม่ไหลไปโดนส่วนอื่นๆ

ฝักบัวมีให้เลือกทั้งแบบธรรมดาและ Rain Shower นะคะ

อ่างอาบน้ำที่โครงการให้มาค่ะ เราสามารถลงไปนอนแช่ได้นะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @16 January 2019

  • 1 Bedroom  เนื้อที่ 30.01 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.5 ล้านบาท หรือ 149,950 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedrooms เนื้อที่ 61.90 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 9.2 ล้านบาท หรือ 148,627 บาท/ตร.ม.
  • Loft เนื้อที่ 42.17 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.5 ล้านบาท หรือ 130,425 บาท/ตร.ม.
  • Duplex เนื้อที่ 95.62 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 13.9 ล้านบาท หรือ 145,367 บาท/ตร.ม.
  • Penthouse เนื้อที่ 104.24 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 21.8 ล้านบาท หรือ 209,133 บาท/ตร.ม.
  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • Shuttle Bus ไปกลับ BTS สุรศักดิ์
  • จอง 40,000 บาท
  • ทำสัญญา 10% บาท
  • ดาวน์ 10% ผ่อนดาวน์ 20 งวด
  • ค่ากองทุน 1000 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 100 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล

โครงการAltitude Symphony  เจริญกรุง-สาทร ตั้งอยู่ในซอยจันทน์ 44 ใกล้กับถนนจันทน์ 30 เมตร สามารถออกถนนได้ 2 เส้นทางคือถนนจันทน์และถนนเจริญกรุง การเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังสาทร-สีลมสะดวก และไม่ไกลจากทางด่วน มีรถรับ-ส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์  ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์มีพอสมควรเนื่องจาก มีร้านค้าร้านอาหาร อยู่ไม่ไกลสามารถเดินออกมาหาของกินได้เลย มีแหล่งช้อปปิ้งอย่างตลาดแสงจันทร์ , ตลาดแก่นจันทร์ ,Tops Maket  และ Vanilla Moon อยู่ไม่ไกลนอกจากนั้นยังใกล้กับสถานศึกษา ที่มีชื่อเสียงอย่าง โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน, โรงเรียนอัสสัมชันศึกษา, โรงเรียนเซนต์หลุยส์ และโรงเรียน นานาชาติ Shrewsbury เป็นต้น ถือว่าเป็นทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบครัน

การเดินทางโดยใช้รถ

การเดินทางโดยใช้รถสามารถเดินทางได้ค่อนข้างสะดวก เนื่องจากอยู่ติดกับถนนจันทน์ ซึ่งสามารถไปออกยังถนนสาทร ที่เป็นแหล่งเชื่อมต่อไปยังอาคารสำนักงานต่างๆได้ และเดินทางไปยังฝั่งกรุงธนบุรีหรือวงเวียนใหญ่ หรือพระราม 3 ได้สะดวก ส่วนใหญ่การจราจรไม่ได้หนาแน่นมากทำให้ไม่เสียเวลาในการเดินทางมากนัก อีกหนึ่งอย่างที่ควรคำนึงถึงการเดินทางโดยใช้รถคือจำนวนที่จอดรถภายในโครงการ ซึ่งสามารถจอด Automatic Parking ได้ประมาณ 80 % แบบ Full size ได้ทั้งซีดานและ SUV เมื่อรวมจอดด้านข้างอาคารสามารถจอดได้ถึง 100 % ซึ่งถือว่าได้เยอะพอสมควรเลยค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถทำได้ เนื่องจากอยู่ในซอยที่ไม่ไกลจากถนนใหญ่ เดินออกมายังถนนจันทน์ได้ในระยะประมาณ 30 เมตร สามารถเรียกรถมอเตอร์ไซค์หรือ Taxi ได้ และจากโครงการมีรถรับ-ส่งไปยังสถานที่ต่างๆใกล้เคียง รวมถึงรับ-ส่งที่สถานีรถไฟฟ้า BTS ด้วย

วัสดุ

โครงการให้มาแบบ Fully Fitted จะได้เคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนของ SMEG หรือ เทียบเท่า ซึ่งประกอบด้วย Hood Hob,ก๊อก,ซิงค์ และเตาไฟฟ้า ( ถ้าเป็นห้อง Penthouse จะได้เตาอบ เพิ่มด้วยค่ะ ) ห้องน้ำและชุดสุขภัณฑ์จาก  KOHLER  ได้ระบบน้ำร้อนและก๊อกน้ำผสมน้ำร้อน-น้ำเย็น วัสดุปูพื้นเป็น Engineering Wood 12 mm พร้อมบัวเชิงผนัง และประตู  Digital Door Lock  ถือว่าค่อนข้างเหมาะสมกับ Segment โครงการ

การออกแบบ

ผังการใช้งานอาคารมีความชัดเจน ชั้น1 การเดินรถเข้าใจง่ายและสะดวกในการสัญจร มีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ทั้งด้านล่างอาคารชั้น 1-2  ที่ชั้น 18 เป็นสระว่ายน้ำรอบอาคารและชั้นดาดฟ้า มองเห็นวิวได้รอบด้าน มีการจัดวางให้ห้องพักอาศัยเป็นแบบ Double Corridor แต่เนื่องจากจำนวนยูนิตไม่เยอะ ทำให้ยูนิตต่อชั้นไม่เยอะด้วยทำให้ยังมีความเป็นส่วนตัว

มีรูปแบบห้องพักให้เลือกหลากหลายถึง 5 แบบ ทั้ง 1 Bedroom , 2 Bedroom , Loft , Duplex และ Penthouse ถือว่ารองรับได้ทุกความต้องการ การออกแบบห้องพักอาศัยมีการใช้งานที่เป็นสัดส่วน พื้นที่ครัวเปิดเชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่นทำให้พื้นที่ดูโล่งไม่อึดอัด ห้องพักทุกห้องได้ช่องแสงที่ใหญ่มากรับแสงธรรมชาติและเห็นวิวได้กว้าง แต่ก็ทำให้ห้องมีอุณหภูมิสูงเช่นกัน ให้ห้อง  ห้อง Master Bedroom ของห้อง 2 Bedroom ขึ้นไป จะมีอ่างสำหรับแช่น้ำมาให้ด้วยค่ะ

สาธารณูปโภค

สาธารณูปโภคมีค่อนข้างครบครัน ชั้น 1 มีส่วนของ Lobby และสวนด้านหน้า ชั้น 2 มี Co-Working Space ให้ได้นั่งทำงาน ชั้น 18 มีสระว่ายน้ำที่สามารถชอมวิวรอบด้านได้ พร้อมกับ Jacuzzi และชั้น 21 ได้ Fitness ที่ค่อนข้างกว้าง และมีห้องซ้อมดนตรีพร้อมเครื่องดนตรีบางชนิดมาให้ ดาดฟ้าสามารถขึ้นไปใช้งานได้ มี Sky Lounge อยู่ด้านบน อัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 49 : 1 ถือว่าดีกว่ามาตรฐานทำให้การใช้งานสะดวกรอไม่นานค่ะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG 90,000 – 140,00 บาท/ตร.ม., 16 January 2019

  • ทำเล 7.25/10 – อยู่ในซอยแต่สามารถเดินทางไปยังถนนหลักสะดวก มีความอุดมสมบูรณ์
  • เดินทางด้วยรถ 8 /10 – เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วน มีที่จอดรถ 83%
  • ไม่ใช้รถ 7.5  /10 – ห่างจาก BTS สุรศักดิ์ประมาณ 2 กิโลเมตร มีรถ รับ-ส่ง
  • วัสดุ 8/10 – Fully Fitted วัสดุตามมาตรฐาน
  • แบบ 8/10 – โครงการมีความเป็นส่วนตัว มีห้องหลากหลายแบบให้เลือก
  • สาธารณูปโภค 8.25/10 – ครบครัน มีสระว่ายน้ำรอบอาคาร และ Facility ชั้นดาดฟ้า
  • HIGH CLASS
  • 7.69 / 10.00 

BOTTOM LINE

โครงการ Altitude Symphony  เจริญกรุง-สาทร เหมาะกับคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใกล้ย่านสีลม สาทรที่เป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงานและสถานศึกษา สามารถเดินทางไปยังย่านเหล่านี้ได้สะดวก ชอบโครงการที่มีความเป็นส่วนตัวยูนิตไม่เยอะ ต้องการรูปแบบห้องหลากหลาย พร้อมส่วนกลางที่ครบครัน มีงบประมาณระดับ 4.5-20 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 31,500 – 140,000 บาท/เดือน