รีวิวฉบับที่ 1792 … สวัสดีค่ะ ไม่เกินปีหน้านี้สถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายจากเตาปูนไปยังท่าพระก็จะพร้อมเปิดใช้บริการกันเเล้ว ในรีวิวนี้เราจึงขอเก็บตกโครงการที่น่าสนใจโครงการนึงของย่านนี้อย่าง 333 Riverside กันซักนิด โครงการนี้เป็นคอนโด High Rise ที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาเลย และยังติดกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายสถานีบางโพอีกด้วย ตัวห้องเริ่มต้นขนาดใหญ่ 45.5 ตร.ม.ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาเต็มอิ่ม และมีพื้นที่ส่วนกลางที่ร่มรื่นมากพอดู บรรยากาศภายในโครงการจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามดูกันเลยค่ะ

Fact @ 26 January 2019

  • 333 Riverside (333 ริเวอร์ไซด์)
  • บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางซื่อ
  • พื้นที่โครงการ 11 – 1 – 49.5 ไร่
  • คอนโดมิเนียม High rise 2 อาคารและ Low rise 1 อาคาร รวม 950 ยูนิต แบ่งเป็น
    • อาคาร A สูง 41 ชั้น จำนวน 480 ยูนิต
    • อาคาร B สูง 42 ชั้น จำนวน 454 ยูนิต
    • Villa จำนวน 16 ยูนิต
  • ยูนิตสูงสุดต่อชั้น  12 ยูนิต ที่อาคาร A
  • ที่จอดรถ 800 คัน  คิดเป็น 78%  รวมจอดซ้อนคัน 84 %
  • 1  Bedroom 45.5-50.0 ตารางเมตร ราคาประมาณ  5.35 – 8 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 82.7-93.8 ตารางเมตร ราคาประมาณ 12 – 15 ล้านบาท
  • Villa 143.5-201.3 ตารางเมตร ราคาประมาณ 33-35 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 5.35 ล้านบาท ( 1  Bedroom 45 ตร.ม.)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ ประมาณ  151,xxx บาทต่อตร.ม. (อ้างอิงจากราคาขาย ณ ปัจจุบัน) 
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด ประมาณ 117,xxx – 248,xxx บาทต่อตร.ม. (อ้างอิงจากราคาขาย ณ ปัจจุบัน)
  • โครงการสร้างเสร็จ 2562
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 

** ราคาที่เขียนเกิดจากการหาข้อมูลห้องพักที่ประกาศซื้อ-ขาย ณ วันที่ 27 มกราคม 2019

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.807242,100.519592

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

หากโฟกัสตัวทำเลของโครงการแล้ว สมัยก่อนทำเลย่านบางโพจะเป็นแหล่งชุมชนที่เป็นตึกแถวเก่าค่ะ จริงๆในสมัยนี้ก็ยังเห็นกันอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นชุมชนเก่าแก่ แต่พอมีการสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเข้ามาก็เลยกลายเป็นทำเลเนื้อหอม ที่บริษัทอสังหาฯเข้ามากว้านซื้อตึกเก่าๆเพื่อเตรียมสร้างคอนโดกันอย่างคึกคัก อีกทั้งในอนาคตอันใกล้จะมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ ที่มีชื่อว่า”สะพานเกียกกาย” ที่มีทั้งหมด6 ช่องจราจรไป-กลับรวมระยะทาง ประมาณ 5.9 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาการจราจร จึงไม่น่าแปลกใจที่ถ้าเดินรอบๆโครงการโดยเฉพาะบนถนนประชาราษฎร์สาย 2 ตั้งแต่โครงการไปจนถึงสถานีเตาปูน จะเห็นคอนโดขึ้นแข่งกันค่อนข้างมาก

นอกจากคอนโดที่เยอะแล้ว อาหารการกินละแวกนี้ก็หาได้ไม่ยาก ที่ใกล้ที่สุดที่คนแถวนี้รู้จักกันดี คือ ตลาดบางโพ ที่มักจะคึกคักในช่วงเช้า กลับมาบนถนนประชาราษฎร์สาย 2 เลยรถไฟฟ้าสถานีเตาปูนไปหน่อยจะมีตลาดเตาปูน, Tesco Lotus ประชาชื่น ส่วนถ้าใครใช้ชีวิตอยู่แถวนี้มักจะเห็นทหารขับรถโฉบไป โฉบมาให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ เพราะถนนทหาร, ถนนประดิพัทธิ์ ไปจนถึงถนนเตชะวณิช จะเป็นที่ตั้งของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม,  กองพันทหารปืนใหญ่, กรมสรรพวุธ, โรงเรียนเตรียมทหารต่างๆ และอีกห้างนึงที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ Gateway บางซื่อ เนื่องจากห้างนี้เป็นห้างขนาดใหญ่ที่เพิ่งจะเปิดให้บริการเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เองค่ะ 

ส่วนความพิเศษอีกอย่างคือ ต้องยอมรับว่าโซนบางโพ-เตาปูน ไปจนถึงบางซื่อนี้ มีสถานีรถไฟฟ้าที่เป็นจุดเชื่อมถึง 3 สาย คือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ที่ตอนนี้โครงการก่อสร้างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว , รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-เตาปูน ที่สร้างเสร็จและเปิดให้ใช้บริการแล้ว โดยรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด คือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางโพ ที่ตั้งอยู่หน้าโครงการเลย ซึ่งหากอยากเปลี่ยนเส้นทางไปรถไฟฟ้าสายสีม่วง ก็นั่งรถไฟฟ้ามาที่ สถานีเตาปูน ซึ่งเป็นสถานี Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสีม่วง และหากอยากเปลี่ยนเส้นทางไปแถวๆชานเมืองอย่างรังสิต ก็นั่งรถไฟฟ้าจากสถานีบางโพถัดไปอีก 2 สถานี ลงที่สถานีบางซื่อ ซึ่งจะเป็นสถานี Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสีแดงค่ะ จะเห็นว่าโครงการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า สถานี Interchange ถึง 2 สายเลยค่ะ

ารเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถือว่ามีทางเข้า- ออกได้หลายทางเลย โดยถนนประชาราษฎร์สาย 2 ซึ่งเป็นถนนหลักของโครงการ สามารถเชื่อมต่อกับถนนหลายสายเลยค่ะ เช่น ถ้าใครมาจากประชาชื่น พอถึงแยกประชาชื่นก็ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ตรงไปเรื่อยๆเลยแยกบางโพสุดแม่น้ำทางขวามือก็จะเจอโครงการค่ะ เส้นทางนี้จะสะดวกดีตรงอย่างเดียว หากมาจากแยกสะพานควาย สามารถวิ่งตรงมาบนถนนประดิพัทธิ์ ผ่านแยกประดิพัทธิ์ ตรงมาเรื่องๆจะเจอแยกสะพานแดง สามารถเลือกใช้ได้ 2 ทางทั้งไปทางถนนเตชะวณิชผ่านแยกวัดสะพานสูงแล้วจะเลี้ยวเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ตรงมาเรื่อยๆก็จะเจอโครงการ หรืออีกเส้นทางสามารถมาทางถนนทหารก็ได้ พอถึงแยกเกียกกายให้เลี้ยวขวาวิ่งบนถนนประชาราษฎร์สาย 1 ตรงมาเรื่อยๆ เจอสี่แยกบางโพให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 จะเจอโครงการอยู่ทางขวามือเช่นกันค่ะ หรือหากใครมาจากอีกฟากของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างมา จากถนนจรัญสนิทวงศ์ ข้ามสะพานพระราม 7 มา เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฏร์สาย 1 จากนั้นตรงมาเรื่อยๆจนถึงแยกบางโพ ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ก็มาถึงโครงการได้ค่ะ หรือหากมาจากสะพานซังฮี้ (สะพานกรุงธนบุรี) จะลงสะพานที่ถนนราชวิถี แล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสามเสน ตรงมาเรื่อยๆผ่านแยกบางกระบือ ผ่านแยกเกียกกาย แล้วตรงไปขับไปบนถนนประชาราษฎร์สาย 1 จนถึงแยกบางโพ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ก็สามารถมาที่โครงการได้ ใครอ่านเเล้วงงก็ให้มองหารถไฟฟ้าสถานีบางโพเลย โครงการอยู่ติดกับตัวสถานีค่ะ

ตัวอย่างเส้นทางการเดินทาง

เส้นทางการเดินทางเเนะนำ เราจะเริ่มจากถนนประชาชื่นมุ่งหน้าไปยังประชาราษฎ์สาย 2 นะคะ ตรงมาจะเจอโลตัสทางซ้ายมือพอถึงถนนถนนประชาราษฎ์สาย 2 ก็ให้เลี้ยวขวา แล้วขับตรงมาเรื่อยๆจะผ่านสถานีเตาปูน Gateway บางซื่อ พอถึงเเยกบางโพก็ให้ตรงไปเลยค่ะ โครงการจะตั้งอยู่ทางขวามือสุดแม่น้ำ

เริ่มจากถนนประชาชื่นนะคะ ทางซ้ายมือจะเป็น Tesco Lotus สามารถมาจับจ่ายซื้อของกินของใช้เข้าบ้านได้ที่นี่ ไม่ไกลค่ะ

พอถึงแยกให้เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฎ์สาย 2 มุ่งหน้าไปทางบางโพ

ถนนเส้นนี้เดิมทีเป็นย่านชุมชนเก่า ทำให้จะมีอาคารที่พักอาศัยเชิงพาณิชย์อย่างตึกแถวค่อนข้างมาก แต่พอมีรถไฟฟ้าผ่านก็กลายเป็นทำเลยอดนิยมของเหล่า Developer มาเปิดโครงการกันหนาแน่นบริเวณนี้

ขับตรงมาจะเจอกับสถานีเตาปูนที่เป็นสถานี Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงเเละสายสีน้ำเงิน สายสีน้ำเงินอย่างที่เราทราบกันว่าสามารถใช้เดินทางเข้าไปยังภายในเมืองได้ ผ่านจตุจักร ลาดพร้าว รัชดา อโศก ไปจนถึงสามย่านเลย ส่วนรถไฟฟ้าสายสีม่วงเป็นสายที่พาคนย่านนนทบุรีเข้ามา ทำให้ชาวนนทบุรีสามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกมากขึ้นโดยมีสถานี interchange ที่เตาปูนนี้เองค่ะ

และห้างที่เพิ่งเปิดใหม่มาไม่นานอย่าง Gateway บางซื่อก็ถึงว่าเป็นอีกหนึ่งจุดความอุดมสมบูรณ์ใหม่ของย่านนี้เลย มีทั้ง Big-C ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าอย่าง Uniqlo และ H&M รวมไปถึงโรงหนังในเครือ Major Cineplex

แต่เดิมคนที่อยู่อาศัยในย่านนี้ถ้าอยากจะเดินห้างเเล้ว (ไม่นับ Lotus , Big-C) ตัวเลือกของเขาคือ… นู่นเลยค่ะ เซ็นทรัลลาดพร้าว หรือโซนปิ่นเกล้าโน่นเลย ซึ่งอันที่จริงถ้าเราจะพูดถึงเรื่องอาหารการกินเเถวนี้ก็มีตลาดค่อนข้างเยอะใช่ไหมค่ะ ทั้งตลาดบางปูน , ตลาดบางโพ , ตลาดบางซ่อน หรือจะเป็น Hyper Market อย่าง Tesco Lotus ก็มีให้ใช้บริการอยู่เเล้ว แต่เดี๋ยวก่อน เเล้วในเรื่องความบันเทิงอื่นๆอย่างโรงหนัง ร้านอาหารตามห้างละ มันยังไม่มีเลยจริงๆ ดังนั้นการเปิดตัวของ Gateway บางซื่อนี้ก็นับเป็นสิ่งหนึ่งที่คนเเถวนี้ตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันเลยค่ะ

ภายในห้างมีหลายชั้นมากๆ พื้นที่ค้าขายของเค้าเยอะจริงๆ แต่มันก็ยังเปิดไม่ครบหรือยังไม่ถูกจับจองเต็มทุกชั้น เลยทำให้บางชั้นดูโหรงเหรงไปบ้าง เเละยังมีกลิ่นสีจากการก่อสร้างตกแต่งร้านอยู่ แต่โดยรวมก็นับว่าความสะดวกและความบันเทิงมีครบครันอยู่นะคะ ตั้งแต่ชั้นล่างๆเลยจะเน้นขายอาหารเป็นหลัก มี Supermarket บูธขายอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขนม หลากหลายเเบรนด์ แบบที่ห้างใหญ่ใจกลางเมืองมีที่นี่ก็มีเช่นกัน (มี Starbucks 2 ชั้น แอร์เย็นราวกับขั้วโลกเหนือ) เเถมยังมี Food court ที่ออกแบบที่นั่งรับประทานและตัวร้านได้ดูน่านั่งราวกับเป็น Co-working space เลยค่ะ การออกแบบในหลายๆส่วนของที่นี่จะดูสนุกสนานและไม่ได้ดูญี่ปุ่นจ๋าแบบ Gateway เอกมัยนะคะ นอกจากนี้ถ้าใครอยาก Shopping ที่นี่ก็มีเเบรนด์เสื้อผ้า Fast fashion อย่าง H&M หรือจะเป็นเสื้อผ้าเรียบง่าย Everyday looks อย่าง Uniqlo ก็มีร้านที่นี่ สามารถมาอัพเดทเทรนกันได้ตลอด และสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กเด็กแดง เราว่าพื้นที่หลายๆส่วนของห้างนี้มีโซนที่ทำขึ้นมาเพื่อน้องๆโดยเฉพาะ ทั้ง Game center และสวนสนุก ก็ถือเป็นตัวเลือกของพ่อแม่ในการพาลูกๆมาเที่ยวเล่นทำกิจกรรมในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้นะคะ และที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ ที่นี่มีโรงหนังในเครือ Major cineplex ด้วย และยังมี Fitness ของ Jetts ที่เปิดให้เล่นตลอด 24 ชม.ด้วยค่ะ ใครที่อยู่คอนโดแล้วอยากออกกำลังกาย แต่ติดที่ว่ากลับบ้านดึกตลอด ก็มาเล่นกันที่นี่เเทนได้เลย

ชั้นล่างของที่นี่จะมี Supermarket ชื่อว่า Big-C Foodplace ที่ Gateway บางซื่อ เป็น Big-C ที่ดูไฮโซขึ้นมาหน่อย สินค้าที่ขายการออกแบบพื้นที่ นับว่าเป็นน้องๆของ Tops supermarket หรือ Gourmet market ได้เลยค่ะ เรียกได้ว่ามีสถานที่สำหรับซื้อของสด ของกินปรุงสำเร็จ ของใช้ต่างๆใกล้ตัว มีตัวเลือกหลากหลายด้วยค่ะ

ออกจากห้างแล้วตรงมาเรื่อยๆเราจะเจอกับแยกบางโพ ตัวสถานีรถไฟฟ้าบางโพนี่ก็สร้างคร่อมสี่แยกนี้ไปเลย จากตรงนี้ให้เราขับตรงไปต่อนะคะ

บริเวณนี้ ณ ปัจจุบันตัวสถานียังไม่ได้เปิดให้บริการ เเละเป็นทางตัน ทำให้ยังมีรถที่จอดข้างทางกันอยู่ค่อนข้างมาก เเต่คาดว่าเมื่อเปิดใช้งานรถไฟฟ้าเเล้ว ไม่น่าจะจอดรถข้างทางเเบบนี้ได้เเล้วค่ะ

เเละเนื่องจากถนนยังมีส่วนที่ก่อสร้างอยู่ วันที่ไปเลยจะต้องขับย้อนศรช่วงสั้นๆเพื่อที่จะเลี้ยวเข้าโครงการ

ตัวโครงการจะตั้งอยู่ทางขวามือค่ะ ด้านหน้าจะเป็นท่าเรือบางโพที่ตอนนี้ยังปรับปรุงอยู่

ทางเข้าโครงการ มีระยะห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 20 กว่าเมตร ทำให้มีความเป็นส่วนตัว ลดความวุ่นวายจากถนนใหญ่ได้ พอมองจากมุมนี้จะเห็นถึงความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่รอบๆโครงการค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

อย่างที่เห็นกันว่าถนนหน้าโครงการเป็นเหมือนซอยตัน ทำให้บริเวณหน้าโครงการ ณ วันที่ไป ยังไม่ค่อยจะมีรถวิ่งผ่านไปมามากนัก เเต่คาดว่าเมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้ใช้บริการน่าจะมีปริมาณรถที่เข้า-ออกมากยิ่งขึ้น มาจากคนที่เดินทางมาใช้รถไฟฟ้า ด้วยรถส่วนตัว(แบบวนมาส่ง)หรือจะเป็นรถสาธารณะต่างๆก็น่าจะมีเยอะตาม และแน่นอนว่าจากปัจจุบันที่การหาของกินหรือร้านสะดวกซื้อใกล้ๆนั้น เราอาจจะต้องเดินไปยังสี่เเยกก่อน ซึ่งหน้าโครงการที่กำลังก่อสร้างก็แลดูไม่ค่อยน่าเดินยามวิกาลเท่าไหร่ แต่ถ้ารถไฟฟ้าเปิดให้บริการ เราคาดว่าบริเวณนี้น่าจะมีความครึกครื้น หรือมีร้านสะดวกซื้อ ร้านค้ามาเปิดมากขึ้นแน่นอน

จากเเผนที่เราจะเห็นได้ว่าโครงการนี้เป็นคอนโดริมเเม่น้ำ ซึ่งพื้นที่รอบๆจะเป็นชุมชนเก่า ซึ่งย่านบางโพก็เรียกได้ว่าเป็นย่านที่มีชื่อเสียงเรื่องการค้าขายไม้ และมีร้านอาหารชื่อดังเก่าเเก่อยู่รอบๆ

  • ทิศเหนือ – ติดกับบ้านพักอาศัยแนวราบ, วัดบางโพโอมาวาส ,สถานีตำรวจบางโพ
  • ทิศตะวันออก – ติดกับที่อยู่อาศัยสูง 2-4 ชั้น
  • ทิศใต้ – ติดกับถนนประชาราษฎ์สาย 2 ,สถานีรถไฟฟ้าบางโพ , โรงเรียนทหารพลาธิการ กรมทหารบก
  • ทิศตะวันตก – ติดกับเเม่น้ำเจ้าพระยา

ทิศใต้ มองจากหน้าโครงการออกไป จะเจอกับถนนประชาราษฎ์สาย 2 ซึ่งอยู่หน้าโครงการ ทางขวามือจะเป็นท่าเรือบางโพ (ซึ่งยังปิดปรับปรุงอยู่ไม่ได้เปิดใช้บริการ ณ วันที่เข้าไปทำรีวิว) ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็น โรงเรียนทหารพลาธิการ กรมทหารบก

หน้าโครงการมีวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการ ใครอยากใช้รถไฟฟ้าตอนนี้ก็นั่งไปสถานีเตาปูน 20 บาทค่ะ

ทิศใต้ ฝั่งตรงกันข้ามเป็นโรงเรียนทหารพลาธิการ กรมทหารบก

ทิศใต้ พื้นที่ข้างๆโครงการ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงนี้มีแผนจากทางโครงการว่าจะสร้างเป็น Community Mall แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ดำเนินการอะไร

ทิศใต้ โครงการติดรถไฟฟ้า เห็นบันไดทางขึ้นสถานีไหมค่ะ อยู่หน้าโครงการเลย

บรรยากาศสถานีบางโพค่ะ ถนนเส้นนี้จะไปสุดที่แม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้นจึงจะมีทางกลับรถอยู่ 1-2 จุดหน้าโครงการเราเลย

ข้างๆเส้นทางรถไฟฟ้าตอนนี้ยังบรรยากาศของตึกเเถวอยู่ มีร้านอาหารบ้างประปราย ส่วนถนนก็ยังมีรถจอดอยู่ข้างทางค่อนข้างมาก (เพราะตรงนี้เหมือนเป็นซอยตันอยู่) ถ้ารถไฟฟ้าให้บริการคาดว่ารถไม่สามารถจอดได้เเล้วค่ะ

View และมุมมองจากโครงการ

โครงการนี้เป็นคอนโด High Rise ริมเเม่น้ำเจ้าพระยา แน่นอนว่าคนที่ซื้ออยู่อาศัยต้องการซื้อบรรยากาศของริมแม่น้ำเจ้าพระยาแน่นอนค่ะ เราลองไปดูกันซักนิดดีกว่าว่าแต่ละอาคารเเต่ละทิศจะได้วิวแบบไหนกันบ้าง

ถ้ามองจากการจัดผังห้องพัก 333 Riverside ถือว่าได้ทำเลริมแม่น้ำที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว

อาคาร A ตัวอาคารจะวางทางทิศเหนือ-ใต้ ทำให้ห้องจะมีอยู่ 2 วิวคือวิวทางทิศตะวันออก ซึ่งอาจจะเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการวิวแม่น้ำเท่าไหร่ จะเป็นวิวเมืองที่มองไปยังทางเตาปูนบางซื่อมากกว่า ส่วนอาคาร A ห้องทิศตะวันตก ชั้นล่างๆจะได้วิวของส่วนกลางที่อยู่ชั้น 5 ของโครงการด้วย + วิวของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงๆ เบี่ยงซ้ายไปหน่อยก็ยังเห็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไป และได้วิวของรัฐสภาเเห่งใหม่ที่กำลังสร้างอยู่ด้วยค่ะ

อาคาร B ตัวอาคารนี้จะวางเเบบทิศตะวันออก-ตะวันตก จะมีห้องที่หันไปทางทิศตะวันออก 1 ยูนิตต่อชั้น ห้องตำแหน่งนั้นก็จะไม่ได้วิวแม่น้ำเช่นกัน ห้องที่หันไปทางทิศเหนือ จะได้วิวเมืองและเห็นโค้งน้ำฝั่งนนทบุรีเเละวิวสะพานพระราม 7 ค่ะ วันที่ไปทำโครงการรอบๆยังเปิดโล่งอยู่ และในระยะประชิดโครงการเป็นวัดและสถานีตำรวจ ทำให้อุ่นใจได้ประมาณนึงว่าอาจจะไม่มีโครงการสูงขึ้นในเร็วๆนี้แน่นอนนะคะ ส่วนห้องที่หันทางทิศใต้ อาคาร B นี้จะมีการบิดตัวเล็กน้อย ทำให้ห้องฝั่งนี้เห็นวิวแม่น้ำ วิวรัฐสภา ได้เต็มตา และวิวทางฝั่งนี้ก็ค่อนข้างรับประกันได้ว่าไม่มีอาคารสูงขึ้นแน่นอนค่ะ (เนื่องจากเป็นตำแหน่งรัฐสภานั่นเอง) ส่วนห้องที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ก็จะได้วิวที่ค่อนข้างเป็นแบบ Panoramic View ของแม่น้ำเลย  คือได้ทั้งวิวแม่น้ำหันไปฝั่งนนทบุรีเเละสะพานพระราม 7 กับวิวแม่น้ำฝั่งรัฐสภาค่ะ

วิวจากชั้น 6 มองไปยังทิศตะวันออก(ฝั่งเมือง) ข้างๆโครงการส่วนมากเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ และบางโพเป็นย่านที่ขึ้นขื่อเรื่องค้าไม้อยู่เเล้ว เราจะเห็นโรงเก็บไม้อยู่ข้างๆกับโครงการเลย

วิวทางทิศตะวันออก จะหันไปยังตัวเมืองฝั่งบางซื่อ เตาปูนค่ะ ทางทิศนี้จะเห็นโครงการประเภทคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นค่อนข้างเยอะเลยค่ะ

เอียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะค่อนข้างโล่งหน่อย มีแค่โครงการ The Tree บางโพ Station สูง 32 ชั้นอยู่อาคารเดียวโดดๆ

ทิศเหนือจะเห็นโค้งน้ำเจ้าพระยาฝั่งนนทบุรี เห็นสะพานพระราม 7 ด้วยค่ะ วิวฝั่งนี้ค่อนข้างเปิดโล่งอยู่เช่นกัน

ทางทิศเหนือ วิวยังค่อนข้างเปิดโล่งอยู่ค่ะ เนื่องจากฝั่งนี้มีวัดเเละโรงเรียนอยู่ใกล้ๆ ตอนนี้จึงอุ่นใจได้เลยว่าไม่น่าจะมีอาคารสูงขึ้นในระยะประชิดแน่นอน จากการสอบถามผู้พักอาศัยในชั้นที่ไม่สูงมากจะมีบางช่วงอาจจะได้ยินเสียงงานบวช งานบุญจากวัดบ้าง แลกกับวิวที่เปิดโล่งค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สถานีรถไฟฟ้าบางโพ ~ 20 ม.
  • ท่าเรือด่วนบางโพ ~50 ม.
  • ตลาดบางโพ ~300 ม.
  • โรงพยาบาลบางโพ ~450 ม.
  • Gateway บางซื่อ ~ 500 ม.
  • ตลาดเตาปูน ~ 1.4 กม.
  • เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น ~1.6 กม.
  • รัฐสภาใหม่ ~1.6 กม.
  • กรมสรรพาวุธ ทหารบก ~2 กม.
  • สุพรีม คอมเพล็กซ์ สามเสน ~2.3 กม.
  • แมคโคร สามเสน ~2.6 กม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ ~4.8 กม.

เจาะลึกตัวโครงการ

333 Riverside เป็นคอนโดมิเนียม 2 อาคาร สูง 41 ชั้นที่อาคาร A และสูง 42 ชั้นที่อาคาร B  รวมจำนวนยูนิต 934 ยูนิต และมียูนิตพิเศษที่เป็น Villa เเยกออกมาอีกอาคารจำนวน 16 ยูนิต โดยทั้ง 2 อาคารจะใช้ฐานร่วมกัน แต่จะมี Lobby และลิฟต์แยกส่วนการใช้งานแต่ละอาคารจากกัน ชั้น 1 จะมีพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นสวนเเละศาลาอยู่ริมแม่น้ำ มี Lobby แยกอาคาร และมีห้อง Meeting Room ที่อาคาร A ส่วนชั้น 1-4 ที่เป็นฐานของอาคารทั้ง 2 นั้นจะเป็นส่วนของที่จอดรถ ขึ้นมายังชั้น 5 จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการ ประกอบไปด้วยสวนขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำที่มีการเล่นระดับ มีสระเด็ก และ Jacuzzi มีห้องอ่านหนังสือ มีห้องน้ำ Locker และ Sauna ภายในห้องน้ำแยกชาย-หญิง และมี Fitness อยู่ที่ชั้น 6 ค่ะ

โครงการนี้ให้จอดรถรวมทั้งหมดประมาณ 800 คัน หรือคิดเป็น 78% ของทั้งหมด ซึ่งถือว่าให้มาเยอะกว่าโครงการโดยรอบ ซึ่งที่จอดรถนี้จะมีส่วนที่เป็น Visitor Parking หน้าอาคาร ส่วนลูกบ้านสามารถจอดภายในอาคารได้ตั้งแต่ชั้น 1-4 เป็นที่จอดรถในร่ม เเละยังมีที่จอดรถรอบๆอาคารอีกจำนวนหนึ่ง จากที่จอดรถภายในอาคารจะมีทางเข้าไปยัง Lobby ของแต่ละอาคารอยู่ โดยที่ไม่ต้องเดินเข้ามาจากทางด้านหน้าหรือผ่าน Lobby

ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการจะเริ่มจากทางเข้าอาคารที่จะมีทางรถเข้าเเละทางเดินคน ซึ่งทางคนจะต้องใช้ Key Card ในการเปิดประตู เช่นเดียวกันกับทางรถที่จะต้องใช้ Key Card แบบ RFID ในการเข้าออกเช่นกัน ส่วนผู้มาเยือนก็ต้องแลกบัตรและประทับตราจากลูกบ้านถึงจะมีสิทธิจอดได้ 3 ชม.ฟรีค่ะ ถึงแม้ส่วน Lobby ของทั้ง 2 อาคารจะไม่ต้องใช้ Key Card ในการเข้า คือเเขกที่มาเยี่ยมสามารถมานั่งรอได้ แต่พื้นที่โถงลิฟต์ยังคงต้องใช้ Key Card และลิฟต์ก็เป็นระบบล็อคชั้นค่ะ

จุดเด่นของโครงการนี้คงจะต้องบอกว่าเป็นโครงการที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และอยู่ติดทางขึ้น-ลงสถานีรถไฟฟ้าบางโพจริงๆ และด้วยความที่อยู่ริมเเม่น้ำ+พื้นที่โครงการที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ประมาณ 11 ไร่ ทำให้การออกแบบต่างๆจึงได้บรรยากาศที่ค่อนข้างสบาย พื้นที่สีเขียวเยอะ ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้เต็มที่ และที่น่าสนใจคือวิวฝั่งทิศใต้ก็ค่อนข้างการันตีได้อีกว่าไม่น่าจะมีอาคารสูงขึ้น เนื่องจากเป็นตำแหน่งของรัฐสภาเเห่งใหม่

มาดูที่ผังโครงการกันก่อนค่ะ ทางเข้าโครงการจะสามารถเข้า-ออกได้ทางเดียวทางทิศใต้ของโครงการ ซึ่งจะติดกับสถานีรถไฟฟ้าบางโพ เมื่อเข้ามาจะเจอกับที่จอดรถของแขกทางซ้ายมือ ส่วนทางขวามือจะเป็น Drop-off เข้าอาคาร A เเละ Lobby ของอาคาร A ตรงมาจะเจอกับทางเข้าที่จอดรถใต้อาคารทางขวามือ เเละ Drop-off ของอาคาร B เมื่อตรงไป ทางเข้าที่จอดรถใต้อาคารจะต้องใช้ Key-Card ในการเข้า-ออกด้วยนะคะ จากหน้าอาคาร B มาทางซ้ายมือจะเป็นทางเดินไปยังสวนริมแม่น้ำ ซึ่งจะมีทางเข้า Villa แยกออกมาอีก 1 จุด ส่วนตัว Villa จะเเยกมาอีกอาคาร ซึ่งหันหน้าไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาและมีสวนอยู่หน้า Villa พื้นที่สวนชั้นนี้จะมี Deck ไม้อยู่ริมแม่น้ำ และมีที่นั่งพักผ่อนอยู่บริเวณนี้เช่นกัน

ขอเริ่มกันตั้งแต่ทางเข้าโครงการเลยค่ะ ถนนทางเข้าโครงการจะมีอยู่ทางเดียวนะคะ มีทางคนเดินเลียบเเนวพุ่มไม้ทางขวามือ เเละมีทางเข้า-ออกรถตรงกลาง บรรยากาศทางเข้าไม่ได้ทำซุ้มประตูใหญ่โตอะไรนะคะ สิ่งก่อสร้างอาจจะดูเรียบๆด้วยซ้ำ แต่มีความ Grand หรือหรูหราด้วยต้นไม้ใหญ่บริเวณทางเข้าโครงการ ที่ช่วยให้บรรยากาศทางเข้าเกิดร่มเงา และลดมลพิษ ฝุ่นควันจากถนนได้ประมาณนึงด้วย ดูร่มรื่นมากค่ะ ตรงนี้แอบประทับใจเบาๆ

ส่วนทางเดินเข้าทางขวามือก็จะเป็นทางเดินเเยกออกมา และต้องใช้ Key-Card ในการเข้าออก

ถนนหน้าโครงการเป็นที่ดินภาระจำยอมนะคะ คือทางโครงการขอเปิดทางเข้าออกบริเวณด้านหน้าตรงนี้ค่ะ

เมื่อเข้ามาในโครงการทางซ้ายมือจะเป็นที่จอดรถของ Visitor หรือแขกที่มาเยือน ที่จอดรถจะอยู่กลางเเจ้ง แต่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่ ค่ะ

หันมาทางขวาจะเป็นทางไปยัง Drop-off อาคาร A ส่วนอาคาร B จะต้องตรงไปค่ะ

ก่อนถึงอาคาร B จะมีทางเลี้ยวขวาอยู่ ตรงนี้จะเป็นทางเข้าที่จอดรถในอาคารค่ะ

รถที่จะเข้าไปก็ต้องใช้ Key-card เข้าอีกครั้งนะคะ มี Censor แจ้งจำนวนที่จอดรถที่ว่างอยู่ให้ด้วย เราจะเห็นว่าทางเดินรอบๆอาคารก็จะมีการทำกันสาดเอาไว้ด้วย เดินเชื่อมอาคาร A กับ B ได้สบายในวันฝนตก

บรรยากาศภายในที่จอดรถ ในอาคารค่ะ ถือว่าไม่ได้ให้ฝ้าที่เตี้ยเกินไป และมีระยะที่สามารถถอยเข้า-ออกไปค่อนข้างสบายนะคะ

ทางออกกับทางเข้าจะอยู่คนละฝั่งกันค่ะ

ถนนรอบๆอาคารก็ถือว่ามีพื้นที่สีเขียวอยู่ด้วย และได้รับการดูแลที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยทีเดียว อย่างรั้วรอบๆโครงการก็จะปลูกต้นไม้ไว้เป็นแนว เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการ

รอบๆอาคารยังมีที่จอดรถอีกด้วยค่ะ แต่ก็จะร้อนๆหน่อยและเดินมาลำบากนิดนึง

กลับมาที่หน้า อาคาร B กันบ้าง คราวนี้เราจะพาเดินไปยังสวนริมแม่น้ำดูนะคะ

บรรยากาศก็จะร่มรื่นมาก มีการปลูกต้นไม้หลากหลายพันธุ์สองข้างทางเดิน มีน้ำพุและที่นั่งวางอยู่เป็นระยะ

ตัวพื้นทางเดินก็จะไม่ใช้พื้นที่เป็นระนาบเดียวกันไป แต่จะเเยกชิ้นให้มีพื้นที่สีเขียวเเทรก ข้อดีก็จะช่วยให้เย็น เพราะพื้นที่เเข็งๆจะเป็นตัวดูดซับความร้อนมากในเวลากลางวันค่ะ แต่ข้อเสียก็จะทำให้คนที่นั่งรถเข็น หรือคุณพ่อคุณแม่ที่เข็นน้องๆออกมาเดินเล็กลำบากหน่อย

ทางขวามือจะมีทางเข้าส่วน Villa แยกจากอาคาร Aและ B ค่ะ เป็นโถงลิฟต์ที่เป็นกระจก มีการออกแบบที่ดูต่างออกมาเลย แต่ก็สวยดีนะคะ

เดินมาสุดทางก็จะเจอกับสวนทางขวามือและมีพื้นที่ริมเเม่น้ำสามารถมาเดินเล่น พักผ่อน ชมวิวได้ค่ะ

ริมแม่น้ำก็จะมีที่นั่งชมวิวไว้ให้

วิวเเม่น้ำหันไปทางซ้ายก็จะเห็นสะพานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ข้ามแม่น้ำไปจรัญสนิทวงศ์

ทางขวาก็จะเห็นสะพานพระราม 7 ค่ะ วิวที่ได้ก็ค่อนข้างเปิดโล่งเลย ลมพัดเย็นสบายด้วย

บรรยากาศสวนริมเเม่น้ำค่ะมีต้นไม้ใหญ่เยอะเลย  

นอกจากพื้นที่สวนเเล้วก็จะมีระเบียงริมแม่น้ำค่ะ

มองย้อนกลับมาจะเห็นยูนิตที่เป็น Villa ทางซ้ายมือ

นอกจากนี้ยังมีศาลาเล็กๆ ที่เป็นชุดที่นั่ง indoor สามารถมานั่งเล่นจัดปาร์ตี้เป็นกลุ่มริมแม่น้ำได้ด้วยค่ะ

ยูนิตที่เป็น Villa จะอยู่ติดสวนริมแม่น้ำเลย ซึ่งตรงนี้ลูกบ้านทุกคนสามารถเดินผ่านได้ตลอดเวลา อาจจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง แต่ก็จะได้ข้อดีตรงที่ได้วิวสวนเเละแม่น้ำหน้าบ้านเลย

มองจากสวนเข้าไปจะเห็นอาคาร B ยูนิตที่อยู่มุมมีระเบียงมองวิวดูดีเลยนะคะ

เรามาดูที่อาคาร A กันบ้าง Drop-off ของอาคาร A ตรงนี้จะดูใหญ่กว่าอาคาร B เป็นพื้นที่ใต้อาคารทำให้ได้ร่มเงาค่อนข้างมาก มีการเลือกใช้วัสดุตกแต่งฝ้าเพดานเเละเสาด้วย Aluminium composite สีทองแดง เกาะกลางของ Drop-off ก็มีแทรก Landscape ที่เป็นพื้นที่สีเขียวไปด้วย ทำให้ดูร่มรื่นดีค่ะ

ข้างๆอาคาร A จะเป็นถนน One way ที่ออกมาจากที่จอดรถภายในอาคาร ระหว่างที่จอดรถกับ Lobby มีการออกแบบให้แนวผนังถูก Set ลึกเข้าไป ทำให้พื้นที่ใช้สอยภายใน Lobby ไม่ร้อนเกินไป และมีเเนวน้ำกั้น เพิ่มความเป็นส่วนตัวเเละเเยกพื้นที่ Lobby กับถนนจากกันด้วยค่ะ

มองจาก หน้าทางเข้าอาคาร A ออกไป เห็นพื้นที่สีเขียวเยอะเลยนะคะ มีเเนวต้นไม้ใหญ่ ช่วยพรางตาส่วนที่เป็นที่จอดรถของ Visitor ได้ด้วย

ตอนเย็นก็มีการเล่น Lighting ดูสวยดีนะคะ

ลองเข้ามาดู Lobby อาคาร A กันบ้าง ที่ 333 Riverside นั้น บริเวณ Lobby ทั้ง 2 อาคารจะได้เป็น Double Space มีขนาดกว้าง โปร่ง โล่ง แสงธรรมชาติเข้าไปเต็มที่ค่ะ ทางซ้ายมือจะถูกจัดเป็นชุดโซฟานั่งพักผ่อน ส่วนทางขวามือจะมีห้อง Meeting Room อยู่

ห้อง Meeting Room จะเป็นห้องกระจกนะคะ ข้างในสามารถรองรับการประชุมได้ 10-12 คนเลย

บรรยากาศโซฟาพักผ่อนข้างๆ จัดออกมาหลวมๆ ไม่แออัดเท่าไหร่ เป็นพื้นที่นั่งรอ นั่งเล่นโทรศัพท์ได้ แต่คงไม่เหมาะกับการนั่งทำงาน คุยงาน หรืออ่านหนังสือค่ะ

ตรงเข้ามาจะมีห้องน้ำอยู่ทางซ้ายมือ ตรงไปสุดทางเดินทางขวามือจะเป็นพื้นที่ทำงานขอนิติบุคคล ซึ่งโครงการนี้จะรวมนิติไว้ที่เดียวนะคะ คืออาคาร A สั่งของ Online อะไรมาก็ต้องเดินมาเอาตรงนี้ค่ะ

ตรงข้ามกับห้องนิติบุคคลจะเป็นทางเดินไปยังที่จอดรถและโถงลิฟต์ค่ะ

ทั้งอาคาร A และ อาคาร B จะสามารถเดินไปยังที่จอดรถได้เลย

มาดูที่อาคาร B กันนะคะ ด้านหน้าจะมี Drop off อยู่

ทางเข้าจะเปิดประตูและผนังกระจก เปิดรับวิวด้านหน้าทางเข้าโครงการที่มีต้นไม้ใหญ่เยอะ

ก่อนจะขึ้นอาคารไป มาดูบรรยากาศ Lobby อาคาร B กันก่อน อาคารนี้จะมีบรรยากาศต่างออกไปเล็กน้อย คือจะมีมุมนั่งเล่นนั่งรอซ้าย-ขวาสองฝั่ง และไม่มีห้อง meeting ค่ะ บริเวณที่นั่งมีการออกแบบพื้นที่ยกระดับขึ้นไป และมีการเลือกใช้วัสดุตกแต่งผนังเป็นหิน กระจก ฝ้าเพดานไม้ ดูหรูหราขึ้นมา ไม่ใช่แค่ทาสี

ฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยกระจก ด้านนอกเป็นน้ำ แต่อยู่ภายในอาคารเลยไม่ร้อนค่ะ

เดินตรงเข้ามาจะเป็นพื้นที่ไปยังที่จอดรถและโถงลิฟต์ของอาคาร B ทางเดินยังเป็น Double Volume อยู่ มีการตกแต่งงานศิลปะที่ผนังเเละโคมไฟตกแต่ง

ซึ่งถ้าเราเดินมาจากที่จอดรถก็จะมาเจอกันกับทางเดินเมื่อซักครู่ค่ะ ห้องน้ำของ Lobby อาคาร B ก็จะอยู่ตรงนี้

การตกแต่งภายในห้องน้ำก็ดูสวยงามเรียบร้อย มีการซ่อนไฟเป็น Indirect Light และมีมุมที่เป็นเคาน์เตอร์มาเติมหน้า ทาปากก่อนออกจากบ้านได้

โทนการตกแต่งห้องน้ำก็ยังคงใช้วัสดุคล้ายกับ Lobby ค่ะ ผนังหิน สลับกับโมเสค

มาดูที่โถงลิฟต์กันบ้าง ใน 333 Riverside จะมีลิฟต์โดยสารให้มาอาคารละ 3 ตัว + 1 ลิฟต์ Service เป็นลิฟต์ล็อคชั้นค่ะ เดี๋ยวเราจะขึ้นไปดูพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 5-6 ก่อน

ชั้น 5 จะเป็นชั้น Facility หลักของโครงการ ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน ทั้ง 2 อาคารสามารถมาใช้งานร่วมกันได้ โดยหน้าอาคาร A และ อาคาร B จะเป็นพื้นที่สวน ส่วนตรงกลางจะเป็นสระว่ายน้ำกลางเเจ้งที่เล่นระดับ และมีห้องอ่านหนังสือเเละห้องฟิตเนสเป็นอาคารเตี้ยๆ 2 ชั้นตั้งอยู่ตรงกลาง เดินลงไป 1 ชั้นจากชั้น 5 จะเป็นห้องน้ำที่ประกอบไปด้วยห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ห้อง Sauna และ Lockerค่ะ โดยชั้น 5 จะเริ่มเป็นชั้นห้องพักอาศัยเเล้ว ส่วนที่เป็นทางเดินไปยังห้องพักจะมีประตูกั้นที่ต้องใช้ Key-Card แยก ทำให้ผู้ที่พักอาศัยชั้นนี้ยังพอได้ความเป็นส่วนตัว ไม่มีคนมากหน้าหลายตาเดินผ่านไปมาหน้าห้องมาก ในขณะที่สามารถเดินมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้สะดวกค่ะ

จริงๆเเล้วพื้นที่ส่วนกลางจะอยู่ที่ชั้น 5 เป็นหลักค่ะ เเต่จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นฟิตเนสที่สามารถเดินจากชั้น 6 ของอาคาร B ได้ ในรูปคือทางเดินจากชั้น 6 เนื่องจากเป็นทางเดินที่เดินไปส่วนฟิตเนสโดยเฉพาะ การตกแต่งจึงมีลวดลายกราฟฟิกเข้ามา ทำให้ดู Sport มากขึ้น

สุดทางจะมีจุดชมวิวอยู่ด้านข้างห้องฟิตเนส สามารถมองวิวแม่น้ำเจ้าพระยา รัฐสภาใหม่ และสะพานข้ามเเม่น้ำของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้

เข้ามาดูในฟิตเนสกันบ้างนะคะ เราว่าฟิตเนสที่นี่มีขนาดค่อนข้างใหญ่อยู่ มีเครื่องเล่นให้ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งลู่วิ่ง ยกน้ำหนัก หรือเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ห้องฟิตเนสก็จะเป็นห้องกระจก เปิด 3 ด้าน สามารถมองวิวแม่น้ำได้เช่นกัน

วิวจากห้องฟิตเนสค่ะ เราเห็นรัฐสภาเเละแม่น้ำเจ้าพระยา

หรือจะมองลงไปก็จะเห็นสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้น 5 ของโครงการด้วย

สระว่ายน้ำของโครงการ 333 Riverside ออกแบบให้มีการเล่นระดับลงไป และใช้เส้นโค้งออกแบบรูปร่างของสระว่ายน้ำ

มองจากจุดชมวิวเข้ามาจะเห็นห้องฟิตเนสที่เป็นห้องกระจกล้อมรอบ แต่ว่าพื้นที่ส่วนนี้จะเเยกตัวมาจาก Tower ของอาคาร A และ B ทำให้สามารถออกแบบหลังคายื่นออกมาได้ค่อนข้างมาก ช่วยลดเเสงเเดดที่สาดเข้ามาในห้องช่วงเวลากลางวันได้ ไม่ทำให้ห้องฟิตเนสร้อนจนเกินไป

จากจุดชมวิวข้างห้องฟิตเนสมองลงมายังหน้าอาคาร A จะมีสวนที่มีการปลูกต้นไม้ใหญ่อยู่ และด้วยระยะที่ห่างจากอาคาร A ทำให้ห้องพักอาคาร A ชั้นล่างๆ ก็ยังพอได้ความเป็นส่วนตัวอยู่บ้าง ไม่ใช่ว่าคนที่มาออกกำลังกายหรือใช้ส่วนกลางจะมองเข้าไปเห็นภายในห้องพักอาศัยหมด

เดินลงมาจะเจอกับสระว่ายน้ำค่ะ ทางขวามือจะเป็นห้องอ่านหนังสือและทางเดินไปยังสวนหน้าอาคาร B

มาดูบรรยากาศภายในห้องอ่านหนังสือกันค่ะ ด้านในจะมีมุมนั่งเล่นนั่งอ่านหนังสือหลายมุมเลยค่ะ จัดมาทั้งแบบโซฟาพักผ่อน และเคาน์เตอร์ มีปลั๊กให้บริการด้วย เผื่อใครอยากมานั่งทำงานตรงนี้ บริเวณนี้จะเป็นห้องกระจกที่สามารถมองวิวได้รอบๆด้วย

เราชอบการเลือกเฟอร์นิเจอร์ของห้องนี้นะคะ เน้นโทนสีน้ำตาล และมีดีไซน์ที่วินเทจนิดๆ

ตัวห้องกระจกจะถูกล้อมรอบด้วยน้ำ เเละมีพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ด้านนอก นั่งรับลมได้

ลองเดินไปชมสวนหน้าอาคาร A กันดูค่ะ เดินมาจะมีมุมนั่งพักผ่อนอีกเช่นกัน เป็นพื้นที่กึ่ง outdoor มีผนังเเละหลังคาที่ช่วยกำหนดพื้นที่ บังเเดดได้บางส่วน แต่บังฝนไม่ได้

สวนฝั่งอาคาร A จะถูกออกแบบให้มีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ และมี Landscape ที่มีน้ำตรงกลาง รอบๆเป็นที่นั่ง Outdoor บรรยากาศเหมือนอยู่ตามรีสอร์ท

จากอาคาร A เดินลงมาได้เลย มีประตูกั้น ต้องใช้ Key Card สำหรับคนที่อยู่อาคาร A เท่านั้นค่ะ

ถัดจากสวนมาจะมี Terrace อยู่ข้างๆสระ ตรงนี้จะจัดเป็น Daybed ริมสระ สามารถนอนเล่นชมวิวสระว่ายน้ำและแม่น้ำได้ เดินตรงไปจะเป็นทางเดินลงไปยังส่วนที่เป็น Juacuzzi ที่อยู่อีกระดับด้านล่าง

วิวจาก Terrace ก็จะเห็นสระว่ายน้ำต่อเนื่องไปไม่มีขอบกระจกกั้นสระเลยค่ะ

มองกลับไปจะเห็นส่วนที่เป็นอาคารส่วนกลาง ชั้นล่างเป็นห้องอ่านหนังสือ ส่วนชั้นบนเป็นฟิตเนส สระว่ายน้ำก็จะมีบางส่วนที่อยู่ใต้อาคารนี้ด้วย เป็นการออกแบบให้พื้นที่ส่วนต่างๆเชื่อมต่อถึงกัน

อาคาร B ห้องที่หันหน้ามาฝั่งนี้จะเห็นได้ว่าเป็นห้องเบบ 2 Bedroom ทั้งสิ้นเลยค่ะ

บรรยากาศอีกมุมนึง ระหว่าง Terrace ที่เป็นพื้นไม้กับสระว่ายน้ำจะมีส่วนที่เป็นสนามหญ้าอยู่ พื้นที่ส่วนกลางต่างๆจึงดูค่อนข้างร่มรื่นเลย

ลองเดินไปดูสวนหน้าอาคาร B กันบ้าง

สวนหน้าอาคาร B มองออกไปทางทิศใต้จะเห็นอาคารรัฐสภาใหม่ชัดเลยนะคะ วิวด้านนี้ก็เปิดโล่งไปเลย ไม่มีอาคารสูงขึ้น

สวนทางฝั่งนี้จะไม่มีน้ำอยู่ตรงกลางเเต่จะเป็นเเนวต้นไม้เอาไว้เดินเล่นมากกว่า ห้องที่อยู่ริมๆก็จะเห็นสวนชัดเลยแต่ก็จะสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง

เดินลงมาชั้นนึงจะเป็นพื้นที่ของห้องน้ำโดยพื้นที่ส่วนกลางทั้งชั้น 5 และฟิตเนสที่อยู่ชั้น 6 จะต้องมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางตรงนี้ที่เดียวนะคะ ทางเข้าห้องน้ำเมื่อเข้ามาจะถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็นซ้าย-ขวา ทางซ้ายเป็นสุขา ทางขวาเป็นLocker ห้องอาบน้ำเเละ Sauna ค่ะ

ลองหันมาทางขวาจะเป็น Locker เวลาเรามาใช้งานสระว่ายน้ำหรือฟิตเนสเราจะมาเก็บของไว้ตรงนี้ก่อนได้

ภายในห้องอาบน้ำก็จะมีส่วนเเห้งที่สามารถเปลี่ยนชุดได้ด้วย

ส่วนบรรยากาศเเละโทนการตกแต่งอ่างล้างมือเเละห้องสุขาก็จะคล้ายๆกันกับส่วน Lobby ค่ะ

มาดูที่อาคาร A กันค่ะ ตั้งแต่ชั้น 5 ไปจนถึง 41 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด ประกอบด้วยห้องแบบ 1 Bedroom 11 ยูนิตต่อชั้น และ 2 Bedrooms 2 ยูนิตต่อชั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันตกค่ะ โดยห้องที่หันหน้าไปทิศตะวันออกจะไม่ได้วิวแม่น้ำ ส่วนห้องแบบ 2 Bedrooms ยูนิตขวาล่างตามภาพจะเป็นห้องที่ได้วิวดีที่สุด และมีผังที่สามารถมองวิวได้ 2 ทาง ชั้นนี้จะเป็นทางเดินเเบบ Double Corridor คือมีห้องอยู่ 2 ฝั่งทางเดินเลย  ซึ่งมักจะไม่ค่อยส่วนตัวเท่าไหร่คือคนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามอาจจะเปิดประตูพร้อมกัน จ๊ะเอ๋กันเเละมองเข้าไปยังภายในห้องเราได้เลย แต่ว่าทางโครงการก็ออกแบบให้ประตูเข้าห้องไม่ได้อยู่ตรงกันค่ะ ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตรงสุดของทางเดินทั้งสองฝั่งมีช่องแสงมาช่วยให้โถงทางเดินไม่มืดและระบายอากาศได้ ตำแหน่งลิฟต์จะอยู่ค่อนไปทางขวา ทำให้ห้องฝั่งซ้ายเดินไกลลิฟต์หน่อย ส่วนห้องฝั่งขวาใกล้ลิฟต์และเป็นส่วนตัวเพราะมีแค่ไม่กี่ยูนิต แต่จะใกล้กับห้องขยะ โดยการออกแบบได้ซ่อนทางเข้าห้องขยะเอาไว้ด้านใน ทำให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น

อาคาร A จะเป็นอาคารที่หันหน้าไปทิศตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งห้องที่หันหน้าไปทิศตะวันตกจะได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาค่ะ ซึ่งอาคารนี้จะมียูนิตริมซ้าย-ขวา(จากภาพ)ที่เป็นห้องแบบ 2 Bedrooms ส่วนยูนิตตรงกลางจะเป็น 1 Bedroom ที่ได้วิวนี้ ดังนั้นใครที่อยากได้วิว แม่น้ำเจ้าพระยา รัฐสภา แต่ต้องการเเค่ห้อง 1 Bedroom ก็จะมีห้องให้เลือกแค่อาคารนี้นะคะ

มาดูที่ห้องพักของอาคาร B กันบ้างค่ะ จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ไปจนถึงชั้น 42 คือจะสูงกว่าอาคาร A 1 ชั้น เราจะเห็นว่าอาคาร B จะเน้นไปที่ห้องพักเเบบ 2 Bedrooms ค่อนข้างเยอะเลย มี 2 Bedrooms 6 ยูนิตต่อชั้น และ 1 Bedroom 6 ยูนิตต่อชั้นค่ะ โดยการวางตำแหน่งห้องน้ำจะเอาห้องแบบ 2 Bedrooms วางอยู่ตำแหน่งที่เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาชัดๆอย่างทิศใต้เเละทิศตะวันตก ที่ค่อนข้างการันตีได้ว่าฝั่งนี้ไม่มีอาคารสูงขึ้นมาบังวิวแน่นอน ในขณะที่ทิศเหนือเเละตะวันออกจะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ค่ะ โดยห้องพักอาศัยยังคงเป็นห้องหน้ากว้างอยู่ และที่น่าสนใจของห้องที่อยู่อาคาร B คือเกือบทุกห้องจะได้ทางเดินแบบ Single Corridor และตรงกลางอาคารจะมี Court อยู่ ทำให้อาคารดูโล่งมากขึ้น และสุดทางเดินก็จะเป็นช่องเเสงทั้งหมด ช่วยให้อากาศบริเวณทางเดินถ่ายเทได้สะดวก และมีแสงสว่างบริเวณทางเดินในเวลากลางวันค่ะ

ห้องมุมจะมีระเบียงอยู่มุมอาคารพอดี รับวิวได้เต็มที่

บริเวณหน้าลิฟต์ชั้นพักอาศัยค่ะ มีการตกแต่งเพิ่มเติมนอกจากฉาบเรียบทาสีธรรมดา

อาคารB ทางเดินจะเป็นแบบ Single Corridor ทำให้ห้องได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ปลายทางเดินจะเป็นหน้าต่างที่ช่วยให้แสงเข้าและระบายอากาศได้

อาคาร B จะต่างกับอาคาร A ตรงที่ทางเดินจะได้เป็นแบบ Single Corridor ค่ะ ซึ่งตรงกลางจะมี Court อยู่ที่ทำให้พื้นที่ทุกชั้นสามารถเชื่อมต่อกันได้

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ

  • Main Lobby แยกอาคาร
  • Swimming pool & Kid pool
  • Jacuzzi
  • Green Canopy
  • Fitness
  • Business Room
  • Reading lounge
  • Riverside garden & Promenade
  • ศาลาและที่นั่งพักผ่อนริมแม่น้ำ
  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • Service Lift 1 ตัว/อาคาร
  • ที่จอดรถ 800 คัน  คิดเป็น 78%  รวมจอดซ้อนคัน 84 %

ระบบรักษาความปลอดภัย

  • Digital Door Lock
  • Key Card Access
  • 24 Hours Sercurity Guard
  • CCTV


Product Walkthrough

333 Riverside มีห้องให้เลือกอยู่ 2 แบบหลักๆคือ 1  Bedroom ขนาด 45.5-50.0 ตารางเมตร และ 2 Bedrooms ขนาด 82.7-93.8 ตารางเมตร ส่วน Villa จะเป็นห้องแบบพิเศษที่แยกไปจาก 2 อาคาร มีขนาด 143.5-201.3 ตารางเมตร และมีจำนวน 16 ยูนิตเท่านั้นค่ะ 

เนื่องจากโครงการนี้ขายหมดไปแล้ว ซึ่งเมื่อเปิดขายจะขายเป็นแบบ Fully Fitted ได้ห้องสูง 2.7 เมตร พื้นเป็นลามิเนต มีครัวให้มา และได้เเอร์เป็นแบบ Conceal Type ค่ะ ในรีวิวนี้เราไม่ได้มีห้องตัวอย่างมาให้ดูนะคะ เนื่องจากห้องที่ Re-sale ในตลาดอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามเจ้าของห้องที่ปล่อยขาย ซึ่งแต่ละยูนิตมักจะเเตกต่างกันไปตามการตกแต่งของเจ้าของห้องด้วย ใครสนใจติดต่อที่ Agent โดยตรงข้อมูลเรื่องวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่ได้ภายในห้องจะชัดเจนกว่าค่ะ ส่วนสิ่งที่น่าจะเปลี่ยนยากคือการวางฟังก์ชันใช้สอยนั่นเอง เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าห้องแต่ะละ Type ที่มีในโครงการ มีข้อดีข้อเสียอย่างไรกันบ้าง

เราขอเริ่มที่ห้อง 1 Bedroom Type 1A กันก่อนค่ะ แบบนี้จะเป็นห้องที่อยู่ที่อาคาร A นะคะ ซึ่งถือว่าเป็นแบบที่มีมากสุดในโครงการเลย Type นี้จะมีขนาด 45.5-46.4 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการนี้ ขนาดถือว่าค่อนข้างใหญ่อยู่นะคะ เป็นห้องหน้ากว้าง ที่สามารถเเบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนนั่งเล่น พักผ่อน ทำอาหาร รับประทานอาหาร กับส่วนที่เป็นห้องนอน เมื่อเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ครัวก่อน ตรงนี้จะได้เป็นครัวเปิด ฝั่งตรงข้ามครัวจะมีตู้ Built-in เก็บของเช่นกระเป๋ารองเท้าได้ ตัวพื้นห้องจะปูด้วยลามิเนตทั้งห้องเลย ไม่ได้มีการเปลี่ยนวัสดุแต่อย่างใดระหว่างพื้นที่ครัว นั่งเล่น และห้องนอนค่ะ ตรงนี้อาจจะต้องระวังเรื่องทำครัวเปียกเล็กน้อย เพราะอาจทำให้พื้นบวมได้ ส่วนชุดครัว ทางโครงการก็มี Built-in ให้มาพร้อมโต๊ะทานอาหารที่สามารถเลื่อนเข้า- ออกตรงเคาน์เตอร์ได้ ดังนั้นถ้าเราจะมาติดตั้งประตูบานเลื่อนทีหลัง เพราะอยากได้ครัวปิด ก็อาจจะต้องเเลกกับการเสียพื้นที่นั่งทานอาหารได้ค่ะ

พื้นที่ส่วนครัวจะเป็น Open plan คือพื้นที่จะต่อเนื่องไปยังพื้นที่ส่วนนั่งเล่นเลย โดยที่พื้นที่นั่งเล่นจะได้ระเบียงเปิดกว้างออกไปใช้งานได้ และพื้นที่ระเบียงส่วนหนึ่งที่กั้นไว้สำหรับวางเครื่องซักผ้าและ Condensing Unit แยกจากพื้นที่ระเบียงเรียบร้อย มีผนังทึบบังจากภายในตัวห้องไม่ให้มองเห็นตำแหน่งเครื่องซักผ้านี้ด้วย ทำให้เมื่อมองจากในห้องจะดูค่อนข้างเรียบร้อยสะอาดตาค่ะ

ในส่วนของห้องนอนจะได้ตู้เสื้อผ้าที่ Built-in มาให้ 1 ชุด วางอยู่ตรงกับตำแหน่งประตูเข้าห้องนอนเลย ส่วนห้องนอนจะมีขนาดค่อนข้างกว้างคือสามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้ มีผนังฝั่งปลายเตียงที่สามารถติดทีวีเเบบเเขวนผนังได้ค่ะ ห้องนอนนี้จะไม่มีระเบียงในห้องนะคะ ซึ่งอาคาร A จะมีห้อง Type นี้ที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งก็อาจจะค่อนข้างร้อนเลยเพราะได้หน้าต่างเต็มความกว้างของห้องด้วย ในช่วงเวลากลางวันแดดจะเข้าเต็มๆค่ะ (แต่ก็ได้วิวเเม่น้ำเต็มๆเช่นกัน) ส่วนห้องน้ำจะเป็นห้องที่อยู่ด้านในสุด ต้องเข้าจากทางห้องนอนเท่านั้น ไม่มีส่วนที่ติดกับหน้าต่าง ใช้พัดลมระบายอากาศเอา ฟังก์ชันภายในห้องน้ำเมื่อเข้ามาจะเจอกับอ่างล้างหน้าก่อน ส่วนโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำจะอยู่แยกซ้ายขวาไป ห้องอาบน้ำจะเป็นแบบฝักบัวและมี Rain Shower ให้มาพร้อมฉากกั้นกระจกอาบน้ำให้มาค่ะ

ห้อง 1 Bedroom Type 1 G จะเป็นห้องที่อยู่อาคาร B หันหน้าไปทางทิศเหนือค่ะ ห้องนี้จะได้วิวเมืองเเละเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งนนทบุรีเเละสะพานพระราม 7 ขนาดห้องจะอยู่ที่ 46.7-46.2 ตร.ม. ส่วนการจัดฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอยภายในห้องจะเหมือนกันกับห้อง Type 1A ค่ะ

1 Bedroom Type 1J เป็นห้องที่อยู่อาคาร B มีชั้นละ 1 ยูนิต หันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือหันไปยังวิวเมืองนั่นเอง ค่ะ ห้องนี้จะมีขนาดอยู่ที่ 46.5 ตร.ม. ทั้งขนาดและการจัดฟังก์ชันใช้สอยจะใกล้เคียงกับแบบอื่นๆที่กล่าวมา แต่จะมีความแตกต่างอยู่ที่ทางเข้าห้องจากเดิมจะเข้ามาเจอกับครัวก่อน แล้วถึงจะเป็นพื้นที่ส่วนนั่งเล่น แต่สำหรับ Type นี้ทางเข้าจะมาอยู่ระหว่างพื้นที่นั่งเล่นกับพื้นที่ครัวแทน ทำพื้นที่จากเดิมที่เป็นทางเดินมีขนาดเล็กลง พื้นที่บริเวณครัวส่วนหนึ่งจึงกลายเป็นพื้นที่สำหรับเก็บของเพิ่มได้ค่ะ นอกจากนี้ภายในห้องนอน ฝั่งที่เป็นปลายเตียงจะมีพื้นที่กว้างขึ้นสามารถทำ Built-in และวางชั้นวางทีวีเพิ่มขึ้นได้

1 Bedroom Type 1K เป็นแบบสุดท้ายของ 1 Bedroom ค่ะ ซึ่งจะอยู่ที่อาคาร B เท่านั้นเเละมีเพียงชั้นละ 1 ยูนิตเหมือนแบบ 1J ห้องนี้จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกมองเห็นวิวเมือง ขนาดจะใหญ่กว่าห้องอื่นๆคืออยู่ที่ 50.9 ตร.ม. และมีรูปร่างของห้องที่ไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสแล้วค่ะ ห้องนี้จะได้เป็นครัวปิดซึ่งอยู่ริมหน้าต่างทำให้ระบายอากาศได้ค่อนข้างดี และมีพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารเเยกออกไปจากครัวค่ะ ส่วนห้องนั่งเล่นจะมีกระจกเข้ามุมบริเวณระเบียงที่แตกต่างจากห้องอื่นๆ ห้องจะดูสว่างเเละโปร่งมากขึ้น แต่ตรงนี้ก็อาจจะยากสำหรับการจัดเฟอร์นิเจอร์ภายในพื้นที่นั่งเล่นอยู่นะคะ ถ้าดูผังที่เค้า Guide มาให้จะวางโซฟาชิดผนัง เพราะว่าถ้าเราสลับโซฟากับชั้นวางทีวีก็จะทำให้โซฟาไปบังทางเดินเข้า-ออกครัวเเทน ดังนั้นการเลือกชั้นวางทีวีอาจจะได้เป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่ขนาดไม่ใหญ่มาก และควรคำนึงถึงเรื่องสายไฟเวลาจัดวางด้วยค่ะ ส่วนห้องนอนก็ออกแบบพื้นที่ใช้สอยคล้ายๆกับห้อง 1 Bedroom แบบอื่นๆค่ะ มีพื้นที่ปลายเตียงทำ Built-in ชั้นวางของได้ มีหน้าต่างกว้างเต็มความกว้างห้อง ห้องน้ำจะเข้าได้จากห้องนอนเท่านั้น

มาดูที่ห้องแบบ 2 Bedrooms กันบ้างค่ะ เริ่มที่อาคาร B กันก่อน สำหรับ Type 2A จะเป็นห้องตรงกลาง มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แบบนี้จะมีทั้งห้องที่หันไปทางทิศเหนือ เเละห้องที่หันไปทางทิศใต้เลยนะคะ โดยจะเป็น unit type 2 Bedrooms ที่มีเยอะที่สุดในโครงการด้วย ขนาดจะเริ่มที่ 85.6 ตร.ม.ไปจนถึง 85.9 ตร.ม. ห้องที่ได้จะเป็นห้องหน้ากว้าง แทบทุกพื้นที่ใช้งาน(ยกเว้นห้องน้ำ)จะได้แสงสว่างจากธรรมชาติทั้งหมดเลย ตัวผังจะเเยกส่วนทำกิจกรรมเเละส่วนพักผ่อนออกจากกัน โดยเมื่อเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ส่วนรับประทานอาหารก่อนเลย สามารถจัดที่นั่งได้ 4-5 ที่นั่ง พื้นที่ตรงนี้จะเชื่อมต่อกับส่วนนั่งเล่น รับแขกที่อยู่ติดกับระเบียงเช่นกัน โดยระเบียงจะได้ระเบียงหน้ากว้างเต็มพื้นที่ส่วนนี้เลย เเละตัวระเบียงก็เข้ามุม สามารถมองวิวได้สองทางค่ะ ทำให้สามารถระบายอากาศเเละรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้เต็มที่ พื้นที่ครัวที่ได้จะเป็นครัวปิดยาวเต็มความกว้างของห้องเลย โดยพื้นที่ครัวจะมีระเบียงเล็กๆที่สามารถจัดเป็นพื้นที่ซักล้างได้ สามารถเปิดเชื่อมระบายอากาศจากครัวได้ ทำอาหารได้โดยที่ไม่กลัวกลิ่นไหลรบกวนภายในห้องส่วนอื่นๆได้เลย และยังมีตำแหน่งสำหรับวาง Condensing Unit ที่เเยกออกมาต่างหาก เป็นการจัดผังที่ Group เอาส่วน Service ที่มักจะไม่เรียบร้อยสวยงามเข้าด้วยกัน ทำให้พื้นที่ใช้งานส่วนอื่นๆเป็นระเบียบมากขึ้นค่ะ

ถัดมาฝั่งตรงกันข้ามกับครัวจะเป็นทางเดินไปยังส่วนห้องนอน โดยห้องนอนเล็กจะไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องเดินออกมาใช้งานฝั่งตรงข้ามร่วมกับส่วนนั่งเล่นพักผ่อน โดยที่ระยะทางไม่ได้ไกลมาก ยังถือว่าสะดวกอยู่ค่ะ ภายในห้องนอนเล็กจะสามารถวางเตียงขนาดประมาณ 3.5 ฟุตได้ เข้าไปในสุดพอดี ห้องนี้จึงดูขนาดค่อนข้างกะทัดรัด เหมาะกับการอยู่ 1 คน หรือปรับเป็นห้องทำงานเพิ่มเติมได้ ส่วนห้องนอนใหญ่จะอยู่ในสุดของห้องและมีห้องน้ำในตัว สามารถจัดวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้ และยังสามารถทำ Built-in เป็น Walk-in Closet ได้ด้วยค่ะ ถือว่ามีขนาดค่อนข้างกว้างอยู่ มีพื้นที่ข้างหน้าต่างที่สามารถจัดเป็นมุมทำงานส่วนตัวในห้องนอนก็ได้เช่นกัน

ห้อง Type 2B จะเหมือนกับ Type 2A แทบทุกอย่างเลยค่ะ ยกเว้นตำแหน่งของฝักบัวอาบน้ำในห้องนอนใหญ่ที่หันไปคนละฝั่งเท่านั้น ห้องแบบนี้จะมีอยู่ชั้นละ 1 ยูนิต หันไปทางทิศใต้ ของอาคาร B ค่ะ

2 Bedrooms Type 2C จะเป็นห้องที่ส่วนตัวคิดว่าเป็นห้องที่ค่อนข้างน่าสนใจเลย ในแง่ตำแหน่งห้องคือเป็นห้องที่อยู่มุมอาคาร เเละเปิดวิวได้ 2 ฝั่งของผนังห้อง ทำให้จากผังเดิมถูกปรับส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัวเเละห้องทานอาหารใหม่ กลายเป็นห้องที่มีสัดส่วนมากขึ้น คือเมื่อเข้าห้องมาจะเจอกับครัวปิดอยู่ทางขวามือ ส่วนทางซ้ายมือมีพื้นที่เก็บของขนาดกว้างอยู่  ครัวก็จะมีพื้นที่ระเบียงที่อยู่ติดกันสามารถจัดเป็นพื้นที่ซักล้างได้ เเละยังช่วยให้ภายในครัวสามารถระบายอากาศได้ดีมากขึ้นค่ะ จากทางเข้าห้องถัดเข้าไปเราจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นก่อนที่อยู่ริมหน้าต่างที่เปิดกว้างเต็มความกว้างของห้องแสงสว่างเข้าได้เต็มที่และระบายอากาศได้ ส่วนพื้นที่ทานอาหารจะเเยกออกมาทางขวามือเป็นสัดส่วนมากขึ้น บริเวณนี้จะมีหน้าต่างเเละช่องเเสงเข้ามุมที่สามารถออกไปยังระเบียงที่เข้ามุมเช่นกันทางด้านนอก ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นของห้องนี้เลยค่ะ เพราะส่วนนี้จะเป็นระเบียงที่สามารถวางชุดโต๊ะเก้าอี้ภายนอก นั่งสบายอารมณ์ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้จริงๆ  ถือว่าเป็น Common Area ของครอบครัวที่สว่างโปร่งโล่งรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้เต็มที่ค่ะ ในขณะที่การวางห้องนอนตำแหน่งและการจัดวางยังคงคล้ายกับห้องแบบก่อนหน้านี้ค่ะ

ไม่ใช่แค่อาคาร B ที่มีห้องที่มีระเบียงและพื้นที่ทานอาหารที่สามารถมองวิวแม่น้ำได้ทั้ง 2 ด้านนะคะ สำหรับอาคาร A ก็มีห้องผังเเบบนี้เช่นกัน ห้องนี้จะมีชื่อ Type 2D ขนาด 93 ตร.ม. เป็นห้องทางที่มองไปยังทิศตะวันตกของอาคารค่ะ จะเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาตรงๆ ส่วนห้องชั้นล่างๆหน่อยก็จะได้วิวสวนที่อยู่ชั้น 5 ของโครงการเเละสระว่ายน้ำเพิ่มขึ้นด้วย ห้องนี้ยังมีข้อดีอีกอย่างคือผนังของห้องจะไม่ติดกับห้องไหนเลย ทำให้ได้ความสงบเเละความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยค่ะ

มาถึงแบบสุดท้ายคือ Type 2E แบบนี้จะเหมือนกับ Type 2A และ 2B ค่ะ เพียงเเต่จะเป็นห้องมุมหันไปทางทิศตะวันตก เเละอยู่ที่อาคาร A เท่านั้นค่ะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 27 January 2019

เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการที่ขายหมดแล้วนะคะ ดังนั้นการซื้อขายต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิมหรือติดต่อจากทาง Agent เท่านั้น ทำให้ราคาก็จะแตกต่าง หลากหลาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและสภาพของห้องนั้นๆในปัจจุบัน

  • 1  Bedroom 46 ตารางเมตร ราคาประมาณ 7.45 ล้านบาท หรือ 161,957 บาท/ตร.ม.
  • 1  Bedroom 47 ตารางเมตร ราคาประมาณ 6.66 ล้านบาท หรือ 141,702 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 82.5 ตารางเมตร ราคาประมาณ 15.35 ล้านบาท หรือ 186,060 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 86 ตารางเมตร ราคาประมาณ 12.3 ล้านบาท หรือ 143,023 บาท/ตร.ม.
  • Villa 141.7 ตารางเมตร ราคาประมาณ 35.2 ล้านบาท หรือ 248,412 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ค่าไฟค่าน้ำ ตามการใช้งานจริง
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – ที่ตั้งโครงการตั้งอยู่บนถนนประชาราษฎ์สาย 2 ติดกับทางขึ้น-ลงสถานีบางโพ และอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆที่ขึ้นโดยรอบเเล้วจะมีข้อดีที่วิวและใกล้รถไฟฟ้าค่ะ ซึ่งสถานีนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการไม่น่าจะเกินปีหน้า ส่วนบางโพ ถือว่าเป็นย่านชุมชนเก่า จะโด่งดังเรื่องการค้าไม้ มีตลาดและร้านอาหารขึ้นชื่ออยู่ค่อนข้างมาก ทั้งบางโพเอง หรือจะเป็นเตาปูนที่อยู่ห่างไปเพียง 1-2 สี่เเยก เดิมทีไม่มีอาคารที่เป็นห้างสรรพสินค้าเท่าไหร่ จะมีก็แต่ตลาดดั้งเดิม Hyper Market อย่างโลตัสบ้าง แต่ปัจจุบันมี Gateway บางซื่อมาเปิดใหม่ มีทั้งร้านอาหาร โรงหนัง กินข้าว Shopping ได้เต็มที่ ในระยะทางที่เดินถึง(อาจจะไกลหน่อยแต่เดินถึงอยู่นะคะ)

การเดินทางโดยใช้รถ – ค่อนข้างสะดวกเลย เนื่องจากมีถนนตัดกันเป็น Grid รอบๆโครงการมาก สามารถเดินทางข้ามเเม่น้ำไปยังจรัญสนิทวงศ์ได้ หรือจะเดินทางไปนนทบุรี หรือไปทางสามเสนเพื่อไปยังโซนสนามหลวงพระบรมมหาราชวังก็ได้ และจากโครงการไปยังบางซื่อเพื่อเข้าไปยังเส้นพระราม 6 เพื่อไปยังอารี หรือจตุจักรก็นับว่าเป็นระยะทางที่ไม่ไกลเลยค่ะ นอกจากนี้เมื่อดู % ที่จอดรถที่ให้มาค่อนข้างมากถึง 80% ก็นับว่าไม่ต้องเเย่งที่จอดรถกันอีกด้วย

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – หน้าโครงการมีสถานีบางโพที่กำลังจะเปิดให้บริการอีกไม่นาน เป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สามารถใช้เข้าเมืองไปยังจตุจักร รัชดา อโศก สีลม สามย่านได้สะดวกแบบที่ไม่ต้อง Interchange เลย นอกจากนี้นั่งไป 1 สถานีไปยังสถานีเตาปูนก็จะเป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ใช้เดินทางไปยังโซนนนทบุรีได้อีก ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ หน้าโครงการก็มีบริการวินมอเตอร์ไซค์ และมีท่าเรือบางโพอยู่เลย(ตอนนี้ปิดปรับปรุง) หรือจะเรียกรถเเท๊กซี่ ขึ้นรถเมล์ก็จัดว่าสะดวกอยู่ค่ะ

วัสดุ – ห้องขายแบบ Fully Fitted มีให้ครัว ตู้เสื้อผ้า และ Furniture Built-in ให้บางส่วน พื้นได้เป็นลามิเนต และได้แอร์เป็น Conceal Type การออกแบบตกแต่งส่วนกลางนับว่าเลือกวัสดุค่อนข้างดี มีทั้ง Aluminium coposite สีทองแดง , ไม้ ,หิน มาเป็นวัสดุตกแต่งพื้น ผนัง ช่วยทำให้บรรยากาศดูหรูหราขึ้น

การออกแบบ – ในส่วนของโครงการมีการเเบ่งพื้นที่ส่วนกลางเเละพื้นที่พักอาศัยแยกออกจากกัน เน้นบรรยากาศที่ร่มรื่น มีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก ในแต่ละส่วนจัดพื้นที่ขนาดค่อนข้างโปร่ง โล่ง ไม่ดูแออัด และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน การออกแบบ Landscape ต่างๆทำออกมาทั้งเพื่อสร้างความร่มรื่นเเละยังเป็นตัวช่วยในการเพิ่มมุมมองที่สวยงามให้กับพื้นที่ส่วนกลางในแต่ละจุด ลดพื้นที่อาคารที่ดูแข็งๆอย่างลานจอดรถ รั้ว กำแพงอีกด้วย ในการจัดผังอาคารเน้นการเปิดรับวิวให้กับห้องพักได้มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของโครงการได้ถึง 3 มุมมองในทิศเหนือ ตะวันตก และทิศใต้ ห้องพักเป็นห้องพักหน้ากว้าง ทำให้ทั้งพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆและพื้นที่พักผ่อนได้รับวิว แสงสว่างและสามารถระบายอากาศได้เต็มที่ 

สาธารณูปโภค – มีสวนขนาดใหญ่ริมแม่น้ำ พื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน Lobby Double Volume แยกทั้ง 2 อาคาร มีห้อง Meeting room ที่อาคาร A และพื้นที่ส่วนกลางหลักๆจะอยู่ที่ชั้น 5 มีทั้งสวนหน้าอาคารทั้ง 2 ฝั่ง มีสระว่ายน้ำ ห้องอ่านหนังสือ ฟิตเนส พื้นที่แต่ละส่วนมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีจุดเด่นตรงที่ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาเต็มที่ สามารถทำกิจกรรมเช่นว่ายน้ำ ออกกำลังกายไป ชมวิวต่างๆไปด้วยได้ในขณะเดียวกัน

Judgement

เนื่องจาก 333 Riverside เป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับตำแหน่งและสภาพห้อง ความพึงพอใจราคาเกิดขึ้นจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นเราจึงขอไม่ให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

BOTTOM LINE

333 Riverside เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดติดรถไฟฟ้า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในย่านบางโพ สำหรับพักอาศัยเอง ชอบบรรยากาศร่มรื่นพื้นที่สีเขียวมาก ห้องพักอาศัยที่มีขนาดใหญ่ ชอบพื้นที่ส่วนกลางและการตกแต่งที่ดูหรูหรา มีงบประมาณ 6-8 สำหรับ 1 ห้องนอน และ 15 ล้านสำหรับห้องแบบ 2 ห้องนอน (รวมค่าตกแต่ง)

เกี่ยวกับผู้เขียน

Jutatip.C

หลักจากเรียนจบปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้ทำงานเป็นสถาปนิกบ้าง ออกแบบคอนเสิร์ตบ้าง ก่อนจะมาเรียนต่อปริญญาโทเกี่ยวกับ Marketing ที่ MIM ธรรมศาสตร์ มีความชื่นชอบที่หลากหลาย หลงไหลในเสียงดนตรี ภาพยนตร์ ภูเขา Space สวยๆ และคาเฟ่เก๋ๆ ยินดีรับฟังข้อติชมเพื่อพัฒนางานเขียนให้มีประโยชน์ต่อผู้อ่านมากขึ้นนะคะ

แสดงความคิดเห็น (0)