“ห้องน้ำ” เป็นหนึ่งในห้องที่มีความสำคัญมากที่สุดสำหรับที่พักอาศัย เพราะเราต้องใช้งานกันอยู่เป็นประจำ จึงทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆภายในห้องน้ำให้เห็นกันมากมาย วันนี้ผมเลยจะมาแนะนำหนึ่งในนวัตกรรมของห้องน้ำที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ทั้งกับการก่อสร้างและการใช้งาน… ” ห้องน้ำสำเร็จรูป ” เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำหรับที่พักอาศัย ที่ถูกนำเข้ามาให้เห็นกันหลายปีแล้วเหมือนกัน และมีการพัฒนารูปแบบมาเรื่อยๆ ทั้งวัสดุและเทคนิคต่างๆในการก่อสร้าง ซึ่งวันนี้ผมจะมาพูดถึงห้องน้ำสำเร็จรูปในปัจจุบัน ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตและการติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลรักษา และตัวอย่างของโครงการที่มีการใช้งานกัน

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเจ้าห้องน้ำสำเร็จรูปกันคร่าวๆก่อนนะครับ เมื่อได้ยินคำว่า “สำเร็จรูป” อาจจะฟังดูแล้วรู้สึกไม่แข็งแรง หรือหลายคนคงมีภาพในหัวเป็นห้องน้ำที่ดูเป็นพลาสติก แต่เดี๋ยวก่อนนะครับ ! อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจกับห้องน้ำสำเร็จรูปกันใหม่ เพราะคุณสมบัติของมันนั้นไม่ได้เป็นรองห้องน้ำปกติที่เราคุ้นเคยกันเลย ห้องน้ำสำเร็จรูปนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศญี่ปุ่น เริ่มจากการถูกใช้ในโรงแรมในช่วงที่เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคในปี ค.ศ.1964 เพื่อต้องการตอบสนองการใช้งานของเหล่านักกีฬาและผู้แห่กันมาชมการแข่งขันจำนวนมาก เป็นการแก้ปัญหาแรงงานและเวลาอันสั้นในการเตรียมการ ซึ่งก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว จากนั้นจึงตามมาด้วย อพาร์ทเมนท์ บ้าน และคอนโดมิเนียม ต่อมาเจ้าห้องน้ำสำเร็จรูปก็ได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งในเอเชียและยุโรป จนปัจจุบันก็ได้เห็นกันในประเทศของเรามากขึ้นเรื่อยๆแล้ว.. คำว่าสำเร็จรูปนั้นมาจากการที่เราผลิตส่วนต่างๆของห้องน้ำทั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์เสริมให้เสร็จภายในโรงงานทั้งหมด พร้อมผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่ได้รับมาตรฐาน จากนั้นจึงค่อยนำไปติดตั้งหน้างาน โดยส่วนใหญ่แล้วแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

  • ห้องน้ำสำเร็จรูปแบบประกอบสร้างเสร็จจากโรงงาน – เป็นรูปแบบที่เรียกว่าทำทุกขั้นตอนให้เสร็จสิ้นจากทางโรงงาน 100% และมีระบบการตรวจสอบที่ได้มาตรฐาน จากนั้นจึงขนส่งไปติดตั้งที่ไซต์งานหรือโครงการได้เลย เพียงแค่ยกเข้าไปวางตามจุดที่คำนวณไว้ก็เสร็จ แบบนี้จะได้เปรียบตรงที่ใช้เวลาติดตั้งรวดเร็ว ไม่เสียเวลามาก มีความผิดพลาดในการติดตั้งน้อย
  • ห้องน้ำสำเร็จรูปที่สร้างเฉพาะชิ้นส่วน – แยกเป็นส่วนของ พื้น ผนัง และฝ้าเพดาน แล้วนำไปประกอบที่ไซต์งาน แบบนี้จะมีความยืดหยุ่นในเรื่องของการติดตั้งมากกว่า เช่นพื้นที่ติดตั้งสร้างไม่ได้ระยะตามแบบ ก็สามารถปรับแต่งหน้างานกันได้ เพราะนำมาประกอบทีละชิ้น ต้องมีความแม่นยำในการทำงานสูง อาจจะมีความผิดพลาดได้ง่ายกว่าแบบแรก
Pinterest

ซึ่งห้องน้ำสำเร็จรูป เมื่อเทียบกับแบบ Conventional หรือห้องน้ำปกติที่เราใช้กันทั่วไปนั้นก็จะมีราคาสูงกว่าพอสมควรเลยนะ เพราะมีขั้นตอนในการทำที่ค่อนข้างซับซ้อน หลักๆแล้วก็สร้างมาเพื่อแก้ปัญหาที่มักจะพบสำหรับห้องน้ำปกติ ทั้งเรื่องของการก่อสร้าง และการใช้งาน ดังนี้นะ

การก่อสร้าง

  • ติดตั้งง่าย ประหยัดระยะเวลาก่อสร้างหน้างาน
  • ลดจำนวนช่างที่ต้องใช้ (ประหยัดค่าจ้างช่าง)
  • งานจะมีมาตรฐานที่แน่นอนกว่า เพราะไม่ต้องพึ่งฝีมือช่างมากนัก
  • ง่ายต่อการขนส่ง น้ำหนักเบา (ดีต่อผู้ประกอบการ)

การใช้งาน

  • ลดความเสี่ยงของการรั่วซึมในแต่ละจุด
  • ง่ายแก่การแก้ไขเวลาเกิดปัญหา
  • รอยต่อน้อยกว่า ทำให้ลดพื้นที่สะสมสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย
  • ทำความสะอาดได้ง่ายกว่า
  • Slope ภายในห้องน้ำถูกควบคุมมาจากโรงงาน ปัญหาการลาดเอียงหรือการเกิดน้ำขังจึงเกิดได้น้อยกว่ามากๆ

มาต่อกันที่ขั้นตอนการก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูปนะ จะทำให้เราทราบถึงคุณสมบัติและรายละเอียดของวัสดุแต่ละชิ้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าห้องน้ำสำเร็จรูปถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จึงทำให้มีลักษณะการประกอบและรูปแบบวัสดุที่แตกต่างจากเดิมไปเพื่อตอบโจทย์ของการก่อสร้างและการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ค่อยๆไล่ไปทีละส่วนละกันนะครับ

ออกแบบ – เป็นขั้นตอนแรกเลยในการจะก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป เรียกได้ว่าเป็นการเตรียมตัวในการก่อสร้างนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันข้อจำกัดเดิมๆของห้องน้ำสำเร็จรูปก็ถูกลดไปค่อนข้างเยอะ ทั้งขนาดที่สามารถทำขนาดใหญ่ได้มากขึ้น (แต่จะไปหนักที่เรื่องของค่าขนส่ง) เจาะช่องเปิดหรือช่องสำหรับวางของภายในห้องน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย พอสรุปแบบได้แล้วจากนั้นทางโรงงานจะทำ Model ขึ้นมาเพื่อทดสอบส่วนต่างๆ แล้วจึงเริ่มทำการผลิต

นอกจากจะวาง Lay Out ของห้องแล้ว เรายังสามารถเลือกวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆได้เอง ทั้งวัสดุปิดผิว และสุขภัณฑ์ต่างๆ หรือเรียกได้ว่าทั้งหมดเลยนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อสุขภัณฑ์ อ่างอาบน้ำ ฉากกั้นอาบน้ำ หรือวัสดุปิดผิวผนังเช่น กระเบื้อง, หินอ่อน, ผนัง FRP, ผนังกระจกทั้งแบบมีแผ่นรองด้านหลังและไม่มี, ผนังเหล็กเคลือบ PVC ลามิเนต ได้ทั้งหมดเลยครับ

พื้น – ต้องบอกก่อนว่าพื้นภายในห้องน้ำสำเร็จรูปจะมีค่อนข้างหลากหลาย แล้วแต่ยี่ห้อที่จะนำมาเลือกใช้ ซึ่งข้อแตกต่างหลักๆที่สังเกตกันได้ง่ายๆของห้องน้ำสำเร็จรูปกับห้องน้ำปกติคือจะมีระดับพื้นที่ยกสูงขึ้นจากพื้นภายในห้องประมาณ 10-13 เซนติเมตร โดยที่จะเห็นส่วนใหญ่เป็นวัสดุประเภท…

  • พื้น Polymer (จะใช้ในส่วนเปียก)
  • พื้นคอนกรีตปูกระเบื้อง
  • พื้นไฟเบอร์ซีเมนต์ปูกระเบื้อง

ซึ่งปัจจุบันจะเห็นวัสดุอีกประเภทเข้ามามีบทบาทกับตลาดห้องน้ำสำเร็จรูปคือ FRP หรือ Fiberglass Reinforced Plastic เป็นวัสดุที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของความแข็งแรงและคุณภาพของชิ้นงาน และมีจุดเด่นในเรื่องของน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา ทำให้วัสดุประเภทนี้ถูกนำไปใช้กันอย่างกว้างขวางในวงการอุตสาหกรรม เช่น ใช้ทำชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องบิน เรือยอร์ช ซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นพื้นแบบชิ้นเดียวไม่มีรอยต่อ จึงทำให้ป้องกันการรั่วซึมได้ 100% จากนั้นก็ปิดผิวด้วยกระเบื้องได้ตามปกติ โดยจะมีโครงสร้างเหล็กกราวาไนซ์เสริมความแข็งแรงอยู่ด้านล่างสุด เรียกว่าพื้น Double Floor นั่นเอง

ผนัง – ผนังเป็นอีกส่วนของห้องน้ำสำเร็จรูปที่มีการใช้วัสดุในการเป็นโครงสร้างที่หลากหลาย แล้วแต่ยี่ห้อ ราคา และปัจจัยต่างๆในการผลิตเช่น คุณภาพ และความเร็วในการผลิต ซึ่งผนังห้องน้ำสำเร็จรูปจะถูกทำแยกชิ้นในแต่ละด้าน เพื่อปรับเข้ากับหน้างานได้ง่ายขึ้น จากนั้นถูกนำมาปิดผิวซึ่งก็มีวัสดุที่สามารถนำมาใช้ปิดผิวได้หลากหลาย ทำให้มีหน้าตาดูเหมือนห้องน้ำทั่วไปเลย เพียงแต่ผิวสัมผัสอาจจะไม่ได้แน่นเหมือนกับโครงสร้างที่เป็นคอนกรีต หรือก่ออิฐฉาบปูน จากนั้นจึงนำมาประกอบกันเป็นผนังที่เราเห็นกัน โดยทั่วไปเรามักจะเห็นโครงสร้างผนังประเภท…

  • ผนังหนังคอนกรีตกรุด้วยกระเบื้อง
  • ผนังพอลิเมอร์ ปิดผิวด้วยลามิเนตเป็นวัสดุตกแต่งผิว และเคลือบฟิล์มโพลีทิลินที่ทำให้ไม่เกิดเชื้อรา
  • ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ใช้โครงเหล็ก หรือ อะลูมิเนียมในการยึด กรุกระเบื้อง
  • ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ใช้โครงเหล็ก หรือ อะลูมิเนียมในการยึด ปิดผิวด้วยลามิเนตและเคลือบฟิล์มโพลีทิลินที่ทำให้ไม่เกิดเชื้อรา

ในปัจจุบันก็มีนวัตกรรมของผนังชนิดใหม่ที่ช่วยทำให้ได้ผนังที่มีคุณภาพโดยที่สามารถก่อสร้างได้เร็วยิ่งขึ้น คือการที่ใช้ผนังเป็นโครงเหล็กกาวาไนซ์กันสนิม และใช้ PU Foam สูตรเฉพาะ ที่มีคุณสมบัติกันน้ำรั่วซึม ทำหน้าที่เป็นกาวยึดติดกับวัสดุที่ลูกค้าจะเลือกใช้ในการปิดผิวได้เอง

สำหรับกรณีที่ใช้ผนังโครงสร้างที่เป็นโครงเหล็กกาวาไนซ์และ PU Foam แบบที่อธิบายไปด้านบน การติดตั้งอุปกรณ์เสริมภายในห้องน้ำจะทำได้โดยการที่ยึดกับโครงเหล็ก ที่ถูกออกแบบมาให้ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว เช่นส่วนที่จะสำหรับเป็นโครงเหล็กยึดฉากกั้นอาบน้ำ ก็จะอยู่ในแนวบริเวณขอบพื้นที่ยกขึ้นมา หรือเครื่องทำน้ำอุ่นก็จะมีตำแหน่งของโครงเหล็กที่ตรวจสอบตำแหน่งมาแล้ว สามารถติดตั้งได้ทุกยี่ห้อที่มีในประเทศไทย

ฝ้าเพดาน – ชิ้นส่วนนี้บอกได้เลยว่ามีความคล้ายคลึงกับห้องน้ำปกติมากที่สุด เพราะโดยส่วนมากก็จะใช้วัสดุเป็นแผ่นยิปซั่มบอร์ดกันความชื้นทั่วไปเลยครับ เหมือนกับห้องน้ำที่เรามักจะเห็นกันอยู่แล้ว ซึ่งก็จะสามารถเจาะตำแหน่งไฟ และพัดลมระบายอากาศได้ตามปกติ

ตำแหน่งระบายน้ำ (Floor Drain) – เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญของห้องน้ำนะครับ ซึ่งห้องน้ำสำเร็จรูปของเราก็พัฒนาชิ้นส่วนนี้จนมาเป็นจุดเด่นเลยล่ะ เพราะห้องน้ำสำเร็จรูปปัจจุบันมีการใช้ Floor Drain ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ดีไซน์สวยทันสมัย เรียบไปกับพื้น และคุณสมบัติพิเศษของมันก็คือ มี P-Trap ในตัวที่สามารถจุน้ำภายในได้เยอะถึง 430 cc. หรือมากกว่า Floor Drain ทั่วไปถึง 10 เท่า เอ๋.. แล้วมันสำคัญยังไง ? คือเจ้า P-Trap เนี่ย จะทำหน้าที่ให้น้ำขังอยู่ในท่อน้ำ เพื่อไม่ให้กลิ่นของเสียตีย้อนกลับขึ้นมาด้านบน และการที่จุน้ำได้เยอะก็จะมีข้อดีตรงที่ว่า เวลาที่เราไม่อยู่บ้านหรือห้องนานๆทำให้ไม่มีการใช้น้ำ น้ำที่ขังไว้ใน Floor Drain ปกติจะละเหยจนแห้งและทำให้กลิ่นภายในท่อระบายน้ำตีกลับขึ้นมาได้ บางทีเปิดประตูห้องน้ำมาแล้วชะงักเลยก็มี แต่การที่สามารถจุน้ำได้เยอะก็จะทำให้น้ำแห้งช้าลง พูดง่ายๆก็คือช่วยป้องกันกลิ่นได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง นอกจากนั้นบางรุ่นยังมีระบบดักเส้นผมที่ช่วยให้เก็บง่ายขึ้น ไม่อุดตันด้วยนะ

การระบายน้ำ – เป็นอีกจุดเด่นหลักของห้องน้ำสำเร็จรูปเช่นกัน เพราะจะมีการรวมท่อต่างๆของห้องน้ำไว้ในจุดเดียวกันทำให้ง่ายแก่การซ่อมบำรุง ซึ่งก็เชื่อมต่อจุดระบายน้ำเมื่อสักครู่ไว้ด้วยเช่นกัน ส่วนโถสุขภัณฑ์จะต้องเป็นแบบท่อออกด้านหลังนะครับ

การดูแลรักษา – อย่างที่บอกไปว่ามีจุดรวมท่อน้ำทั้งหมดของห้องน้ำไว้ที่เดียวจึงง่ายแก่การดูแลรักษา ซึ่งวิธีก็ไม่ยากเลยครับ สามารถใช้ช่างทั่วไปทำได้ คือการเปิดผนัง Low Wall ที่อยู่ด้านหลังของอ่างล้างหน้า และโถสุขภัณฑ์ขึ้น ก็จะพบกับจุดรวมท่อต่างๆให้เข้าไปจัดการกันได้ง่ายๆแล้ว

หลังจากที่เราพอจะทราบส่วนประกอบต่างๆของห้องน้ำสำเร็จรูปกันมาบ้างแล้ว เป็นยังไงกันบ้างครับ? อย่างที่ผมบอกไปว่าห้องน้ำสำเร็จรูปมีคุณสมบัติไม่ได้แพ้ห้องน้ำปกติที่เราใช้กันเลย แถมยังราคาสูงกว่าอีกต่างหาก แต่ทำไมผู้ประกอบการถึงเลือกใช้ และมีโครงการไหนบ้างที่ใช้ ลองมาดูกันครับ

เหตุผลที่ผู้ประกอบการเลือกใช้ห้องน้ำสำเร็จรูปก็เพราะ

  • ควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า ไม่ต้องมาตามแก้ Defect ต่างๆทีหลัง
  • ใช้งานได้นาน ปัญหาที่ตามมาก็น้อยลง เช่นปัญหารั่วซึม ซึ่งแก้ไขลำบาก ต้องไปหลายห้อง
  • สามารถตรวจเช็คสภาพได้ก่อนตั้งแต่ที่โรงงาน ทำให้ประหยัดเวลาในไซต์งาน
  • ลดมลภาวะเรื่องฝุ่นจากการก่อสร้างที่ไซต์งาน
  • ประหยัดระยะเวลาในการก่อสร้าง
  • ลดจำนวนคนงานในการก่อสร้าง

ตัวอย่างโครงการที่เลือกใช้ห้องน้ำสำเร็จรูป

  • Life ลาดพร้าว จาก AP คอนโด High Rise 1,615 ยูนิต

มีอุปกรณ์ภานในติดตั้งมาให้เรียบร้อย ทั้งกระจก ฉากกั้น อุปกรณ์ต่างๆ ไม่แตกต่างจากห้องน้ำทั่วไปเลยครับ

  • Aspire เอราวัณ จาก AP คอนโด High Rise 1,576 ยูนิต

สังเกตที่ระดับพื้นของห้องน้ำสำเร็จรูป จะไม่ใช่แบบลดระดับลงไปแบบห้องน้ำทั่วไป แต่จะสูงกว่าพื้นส่วนอื่นภายในห้องและทำขอบขึ้นมากันน้ำแทน

  • Ciela ศรีปทุม จาก Grand Unity Development คอนโด High Rise 900 ยูนิต

การเจาะช่องต่างๆภายในห้องน้ำก็สามารถทำได้ปกติเลยครับ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการออกแบบนั่นเอง

  • Siamese สุขุมวิท 48 จาก บริษัท ไซมิส สุขุมวิท จำกัด คอนโด High Rise 39 ชั้น

อ่างอาบน้ำ ฝักบัวแบบ Rain Shower ก็สามารถติดตั้งในห้องน้ำสำเร็จรูปได้นะ

  • The MiDD Condominium จาก บริษัท กู๊ดวิลล์ แลนด์ จำกัด คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 443 ยูนิต

คอนโด Low Rise ก็สามารถทำได้นะครับ แนวราบก็ได้เช่นกัน สังเกตภายในห้องน้ำจะมีวัสดุปิดผิวลายไม้คือ Cement Board ปิดผิว PVC ส่วนอาบน้ำก็มีรูปฟอร์มเข้ารูป พร้อมวัสดุกันความชื้น ทางเข้าห้องน้ำก็อย่างที่บอกไปว่าจะยกระดับสูงกว่าพื้นภายนอก ส่วน Floor Drain มีน้ำอยู่ภายในช่วยป้องกันกลิ่นย้อนกลับ

Pinterest

นอกจากนี้ก็มีอีกหลายโครงการที่เริ่มนำนวัตกรรมห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้ เพราะมีข้อดีอย่างที่ผมอธิบายไป ทั้งนี้ทั้งนั้นก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจากบริษัท Siam Steel International Plc. สำหรับใครที่สนใจก็สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ http://www.siamsteel.com/en/