รีวิวฉบับที่..1784 วันนี้ผมจะพาทุกคนมาชมอีกหนึ่งโครงการจากแสนสิริ ที่สร้างเสร็จมาแล้วในปี 2011 โครงการ The Vertical อารีย์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับ ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยอารีย์ 1  มีความอุดมสมบูรณ์รอบข้างค่อนข้างสูง เป็นโครงการ High Rise ที่เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตไม่มาก เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วน และห่างจากรถไฟฟ้า BTS อารีย์ เพียง 400 เมตรเท่านั้น ไปดูรายละเอียดกันเลยครับ

Fact @ 15 January 2019

  • The Vertical Aree (เดอะ เวอร์ติเคิล อารีย์)
  • บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  • ที่ตั้ง : เขตพญาไท
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • คอนโด High Rise 25 ชั้น จำนวน 189 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 11 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 80% รวมซ้อนคัน
  • ขนาดที่ดิน 1-1-96 ไร่
  • สร้างเสร็จปี 2011
  • 1 Bedroom 39 – 56.50 ตารางเมตร
  • 2 Bedrooms 69-74.50 ตารางเมตร
  • 3 Bedrooms 144 ตารางเมตร
  • ช่วงราคาต่อตารางเมตร และราคาเริ่มต้น
  • ปี 2011 :  110,000 บาท/ตร.ม. หรือเริ่มต้นประมาณ 4 ล้านบาท
  • ช่วงราคาต่อตารางเมตรทั้งโครงการประมาณ 130,000 – 150,000 บาท/ตร.ม. (อ้างอิงจากราคาซื้อขายปัจจุบัน จากหลาย Website)
  •  ราคาห้องเริ่มต้นประมาณ 6 ล้านบาท (อ้างอิงจากราคาขาย ณ ปัจจุบัน)
  • website : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1685

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.778669, 100.542335

แผนที่จากทางโครงการครับ

ทำเลที่ตั้งของโครงการนี้ ถือเป็นหนึ่งจุดเด่นของโครงการเลยก็ว่าได้ อยู่ภายในซอยอารีย์ 1 เป็นซอยย่อยจากพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในเรื่องของความคึกคักอุดมสมบูรณ์กันอยู่แล้ว และด้วยความที่เป็นซอยย่อย ทำให้ซอยอารีย์ 1 เป็นเส้นทางที่สามารถลัดเลาะออกถนนโดยรอบได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นถนนพหลโยธิน ถนนประดิพัทธ์ และถนนพระราม 6 ดังนั้นจึงค่อนข้างสะดวกต่อการใช้งานทางด่วนทั้งขาเข้าเมืองและออกเมือง ที่บริเวณถนนพระราม 6 อีกหนึ่งข้อดีที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของทำเลนี้คืออยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS อารีย์ โดยมีระยะห่างประมาณ 400 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่สามารถเดินได้สะดวก พร้อมทั้งระหว่างทางเดินยังมีร้านค้า ร้านอาหารเรียงรายมากมายแทบจะทั้งวันทั้งคืน ไม่เปลี่ยวครับ

พูดถึงการเดินทางแบบใช้รถยนต์ส่วนตัวกันก่อนนะครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกเลยล่ะ เพราะข้อดีของโครงการที่อยู่ในซอย ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางที่เยอะ ตัวโครงการสามารถเข้าได้จากซอยราชครู (พหลโยธิน 5) และซอยอารีย์ (พหลโยธิน 7)  ขาออกสามารถลัดเลาะออกได้หลายเส้นทาง ใช้ทางด่วนทางฝั่งพระราม 6 ได้ง่าย มีระยะทางที่ไม่ไกล ไม่ต้องวนกลับรถให้เสียเวลา นอกจากนั้นภายในโครงการยังมีพื้นที่จอดรถให้ถึงประมาณ 80% รวมซ้อนคัน

มาดูที่จุดแรกกันก่อน สำหรับทางด่วนขาเข้าเมืองที่ด่านคลองประปา 2 ห่างจากตัวโครงการประมาณ 1.3 กิโลเมตร หรือถ้ารถไม่ติดก็ประมาณ 3 นาทีเท่านั้น สามารถแยกไปได้ทั้งพระราม 4, สีลม, บางโคล่ หรือจะแยกไปยังฝั่งดินแดง, พระราม 9 ก็สะดวก ถือว่าตอบโจทย์การเดินทางสำหรับคนที่ใช้รถเป็นประจำครับ

ส่วนอีกฝั่งเป็นขาออกไปนอกเมืองฝั่งประชาชื่น, งามวงศ์วาน, แจ้งวัฒนะ, รังสิต ซึ่งมีด่านเก็บค่าทางด่วนคลองประปา 1 อยู่ห่างจากตัวโครงการประมาณ 1.7 กิโลเมตร หรือประมาณ 4 นาที ออกจากซอยพระราม 6 ซอย 30 ไป เลี้ยวขวาแล้วชิดซ้ายขึ้นได้เลยครับ ไม่ต้องกลับรถ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวของโครงการนี้ ถือว่าน่าสนใจทีเดียว เพราะมีระยะห่างจาก BTS อารีย์ ประมาณ 400 เมตร ซึ่งสามารถเดินได้ มีร้านค้าร้านอาหารขนาบข้าง พร้อมคนเดินพลุกพล่านแทบจะตลอดเวลา ไม่น่าเปลี่ยว นอกจากนั้นยังมีทางลัดอีกทางเดินทะลุตลาดนัดที่ช่วยย่นระยะได้เยอะทีเดียว (เหลือประมาณ 200 เมตร) สะดวกต่อการใช้งานและเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในการเดินทาง

อีกอย่างซอยอารีย์ 1 เป็นซอยที่เชื่อมต่อไปยังซอยพระราม 6 ซอย 30 ที่สามารถลัดไปยังซอยอารีย์อื่นๆได้ ภายในบริเวณนี้มีร้านอาหาร คาเฟ่ เก๋ๆที่น่าสนใจค่อนข้างเยอะ จึงทำให้มีวินมอเตอร์ไซค์และแท็กซี่วิ่งแทบจะตลอดเวลา หาเรียกได้ไม่ยาก หรือถ้าจะต้องเดินออกมา ก็มีจุดวินมอเตอร์ไซค์ห่างจากโครงการประมาณ 200 เมตร ที่ด้านหลังอาคารปิยวรรณครับ

ขอพูดถึงย่าน “อารีย์” กันก่อนสักหน่อย เดิมทีในสมัยก่อน ย่านนี้ถือว่าเป็น ‘ย่านราชการของเมือง’ รายล้อมด้วยสถานที่ราชการต่างๆ จึงจะมีบริบทของชุมชนพักอาศัยซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวของชนชั้นสูงและข้าราชการที่โยกย้ายกันมา ทำให้บ้านเรือนในย่านนี้จะมีบรรยากาศปกคลุมไปด้วยความสงบ ต่อมาย่านนี้ได้ก็พัฒนาเติบโตไปตามเมืองทำให้มีผู้คนและสถานที่ทำงานเป็นจำนวนมาก ธุรกิจและร้านค้าต่างๆจึงค่อยๆเกิดขึ้น ในช่วง 10 ปีหลัง มีทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า BTS มาเข้าถึงในพื้นที่ ทำให้ยิ่งได้รับความนิยมอย่างไม่หยุดหย่อนจวบจนปัจจุบัน เกิดการผสมผสานกันระหว่างบ้านเก่าและร้านค้าสมัยใหม่อย่างลงตัว ทำให้พื้นที่นี้นอกจากความคึกคักแล้วยังมีกลิ่นไอของพื้นที่ชุมชนปะปนอยู่ด้วย สามารถเดินเท้าลัดเลาะตามซอยต่างๆได้แบบไม่เบื่อ เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ของอารีย์อย่างแท้จริง

ซึ่งในระยะเดินรอบโครงการ ก็ถือว่าอุดมสมบูรณ์สูงทีเดียวอย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ทั้งซอยอารีย์ 1-5 หรือจะเป็นซอยพระราม 6 ซอย 30 (ซอยอารีย์สัมพันธ์) ที่มีร้านค้าร้านอาหารเรียงรายแทบจะตลอดแนวถนน ส่วนห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา จะอยู่ตามแนวถนนพหลโยธิน ซึ่งที่ใกล้ที่สุดก็คือ La Villa Ari คอมมูนิตี้มอลล์ขวัญใจชาวอารีย์ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของ BTS อารีย์ เลยไปหน่อยก็จะมี Ari Hills, Aqua Ari, Big C Supercenter สะพานควาย, หรือจะออกไปยังถนนประดิพัทธ์ ซึ่งมีร้านอาหารเก่าแก่มากมาย รวมถึงตลาดกลางคืน Camping Ground ให้นั่งกินลมฟังเพลงในบรรยากาศเหมือนไปตั้งแคมป์กันอีกด้วย

หากพูดถึง “อารีย์” แล้วก็คงจะไม่พูดหัวข้อนี้ไม่ได้ ปัจจุบันย่านอารีย์นั้นเป็นพื้นที่แหล่งงานที่สำคัญย่านนึงในกรุงเทพ โดยพื้นที่ริมถนนพหลฯมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีอาคารสำนักงานเรียงรายอยู่โดยรอบบริเวณรถไฟฟ้าและแนวถนนพหลโยธิน ยังไม่ได้นับสถานที่ทำงานที่ไม่ใช่อาคารสูงอื่นๆในย่านนี้อีกนะครับ ส่วนใหญ่มักจะเป็นราชการและรัฐวิสาหกิจอย่างที่กล่าวไปบ้างแล้ว อาทิเช่น กรมสรรพากร, กรมควบคุมมลพิษ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมประชาสัมพันธ์, กรมธนารักษ์ และกระทรวงการคลัง เป็นต้น เห็นได้ชัดเลยว่าที่นี่เป็น “ย่านมนุษย์เงินเดือน” อย่างแท้จริง  จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมพื้นที่บริเวณอารีย์-พหลโยธิน จึงมีความเจริญและความอุดมสมบูรณ์ที่ค่อนข้างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินที่หลากหลายประเภท คาเฟ่เก๋ๆ ชิคๆ มากมาย ตลอดจนร้านนั่งชิลยามค่ำคืน ที่มาเพื่อตอบสนองกลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งทำเลของโครงการก็ค่อนข้างสะดวกสำหรับการเข้าออกที่ทำงานในย่านนี้ พร้อมทั้งยังได้รับความเจริญในพื้นที่สูงอีกด้วย

มาดูเส้นทางหลักในการเดินทางไปโครงการกันครับ วันนี้ผมจะเดินจาก BTS อารีย์ ให้ออกมาที่ประตูทางออกหมายเลข 3 ลงมายังฝั่งถนนพหลโยธิน ซอยเลขคี่ เข้าซอยพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้า ซอยอารีย์ 1 เดินตรงต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร ก็จะพบตัวโครงการอยู่ทางขวามือ

วันนี้เรามาเริ่มกันที่สถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์กันนะครับ สถานีอารีย์อยู่ห่างจากปลายทางหมอชิตเพียง 2 สถานี สามารถไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานครที่สถานีหมอชิตได้สะดวกครับ

ภายในสถานีอารีย์ถือว่าเป็นสถานีที่ค่อนข้างคึกคัก มีผู้คนเดินพลุกพล่านตลอดเวลาทำการตั้งแต่เช้าถึงเย็นเลยทีเดียว ดังนั้นภายในสถานีจึงดูอุดมสมบูรณ์พอสมควร มีร้านค้า ร้านขนม หลากหลาย

ให้เราเลือกออกทางออกหมายเลข 3 นะครับ ซึ่งจะลงไปทางถนนพหลโยธินฝั่งซอยเลขคี่ เนื่องจากเราต้องเข้าทางซอยพหลโยธิน 7 ครับ

ความอุดมสมบูรณ์บริเวณนี้มีค่อนข้างมาก มีร้านค้าขนาบข้างตามแนวรถไฟฟ้าตลอด ให้เราเดินไปทางฝั่งมุ่งหน้าไปสะพานควายครับ เพื่อเข้าซอยพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์)

ตำแหน่งของพี่วินอยู่ถัดมาจากประตูทางขึ้นลงสถานีอารีย์หมายเลข 3 ที่เราพึ่งลงมาเมื่อสักครู่ เพียงแค่ประมาณ  10 เมตรเท่านั้น ลงมาก็สามารถเรียกได้เลยครับ

ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบสถานี BTS อารีย์ ประกอบไปด้วย Comunity Mall หลักของอารีย์ La Villa Ari ซึ่งจะตั้งอยู่ฝั่งพหลโยธินซอยเลขคู่ ภายในมี Villa Market แหล่งจับจ่ายใช้สอยที่รวมสินค้าคุณภาพจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมาให้เลือกสรรค์กันมากมาย อีกทั้งในฝั่งซอยพหลโยธินเลขคี่ที่เราอยู่นี้ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร 24 ชั่วโมง 7-eleven และแผงลอยต่างๆ ยาวตลอดแนวเลยครับ

เดินถัดมาจากตัวสถานีประมาน 20 เมตร จะพบสะพานลอยข้ามแยกอารีย์ เป็นสะพานลอยแบบ 3 ทาง สามารถข้ามไปลงฝั่งตรงข้ามของถนนพหลโยธิน และ ฝั่งตรงข้ามซอยพหลโยธิน7 (ซอยอารีย์) ได้

เดินตรงต่อมาจาก BTS เพียงประมาณ 50 เมตรก็จะพบ ปากซอย พหลโยธิน 7 หรือ ซอยอารีย์ นั่นเองครับ ให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าไปภายในซอยเลยครับ

ภายในซอยค่อนข้างคึกคัก มีร้านค้าแผงลอยตลอดแนว ทำให้ทางเดินเหลือค่อนข้างแคบและไม่มีชายคาให้เดินมากนัก หากใช้การสัญจรโดยการใช้รถไฟฟ้าเป็นหลักต้องเดินเข้าออกซอยเป็นประจำ แนะนำให้พกร่มด้วยครับ

เดินเข้ามาประมาณไม่ถึง 50 เมตร ก็จะพบ ซอยอารีย์ 1 ปากซอยประกอบด้วยอาคารพาณิชย์เปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟต่างๆมากมาย มีพี่ๆตุ๊กๆและวินมอเตอร์ไซค์ คอยให้บริการ ซึ่งซอยนี้เป็นซอยบังคับเดินรถทางเดียวคือเข้าไปภายในซอยอย่างเดียว สามารถเชื่อมต่อกับซอยราชครูและสามารถทะลุออกถนนพระราม 6 ได้

เมื่อมาถึงภายในซอย ให้เดินตรงเข้าไปด้านในเรื่อยๆเลยนะครับ ผมจะพาชมทั้งส่วนของกลางวันและกลางคืนในช่วงพื้นที่รอบโครงการด้วย สำหรับคนที่ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ สมควรที่จะทราบถึงบริบทโดยรอบว่าเป็นอย่างไรบ้างในหลายๆช่วงเวลา ซึ่งช่วงกลางคืนที่ผมไปเดินสำรวจดูเป็นเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่งนะครับ

กลางวัน – ในช่วงหน้าปากซอยมีความคึกคักสูง วินมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ตั้งแถวรอทั้งวันตั้งแต่เช้า ส่วนผู้คนก็จะเดินกันพลุกพล่านโดยเฉพาะในเช้า และช่วงเวลาพักกลางวัน

กลางคืน – ยังคงมีพี่วินบริการอยู่เช่นกัน ปริมาณอาจจะลดลงบ้างตามช่วงเวลา แต่ยังเดินทางได้สะดวกอยู่นะ พร้อมทั้งยังมีคนเดินไปมากันอยู่เช่นเดิม แต่ปริมาณจะลดลง ส่วนร้านค้าเริ่มทยอยปิดกันบ้างแล้วครับ ส่วนที่ยังเปิดจะเป็นร้านข้าวแกงถุง และร้านอาหาร

เดินเข้ามาภายในซอยประมาณ 30 เมตร ทางซ้ายมือจะพบ สนั่นนภา เป็นพื้นที่ที่รวบรวมร้านค้าร้านอาหารไว้ภายใน ตอนกลางวันคนเยอะทีเดียว

บรรยากาศภายในสนั่นนภา มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ให้บริการ พร้อมที่นั่งและพัดลมไอน้ำ ในบรรยากาศที่ร่มรื่น มีการดูแลค่อนข้างดี สะอาดสะอ้านครับ

ถัดเข้ามาจากหน้าปากซอยประมาณ 100 เมตร เดินตรงต่อเข้าไปภายในซอยอารีย์ 1 นะครับ

กลางวัน – บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก มีผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยร้านค้าทั้งในอาคาร และบริเวณทางเท้าค่อนข้างหนาตาทีเดียว รถจะวิ่งช้าเพราะต้องระวังคน แต่ยังไงก็แนะนำให้เดินบนทางเท้านะครับ

กลางคืน – เข้ามาภายในซอยก็จะเริ่มเงียบขึ้นตามลำดับ ร้านค้าต่างๆเริ่มปิด จะเหลือร้านอาหารให้เห็นบ้าง ส่วนผู้คนก็ยังมีเดินไปมา ไม่เปลี่ยวครับ

ถัดมามี Sweet Cafe ขายทั้งอาหารและเครื่องดื่ม มีให้เลือกนั่งทั้งในร้านและนอกร้าน เปิดทุกวัน เวลา 8.00 – 21.00 น. ตอนกลางคืนเปิดไฟสวยดีนะครับ

เดินเลยต้องมาจะเจอกับ Aree 1 ซึ่งภายในเป็นพื้นที่นั่ง และรวบรวมร้านค้าและร้านอาหารมาให้ ดูแล้วค่อนข้างคึกคักตลอด เพราะมีคาเฟ่ และร้านค้าภายใน จำพวกเสริมสวย ทำเล็บ ในช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืนจะมีบาร์ด้านบน ดูดีทีเดียวครับ

บริเวณด้านหน้าเป็นโต๊ะเล็ก สำหรับพวกร้านคาเฟ่ ของทานเล่นนะครับ ส่วนด้านในเป็นพื้นที่ 2 ชั้น สำหรับร้านอาหารต่างๆ ตอนผมไปประมาณ 2 ทุ่มครึ่งก็เริ่มทยอยปิดกันไปบ้างแล้วครับ มีพัดลมไอน้ำเปิดให้ด้วย ไม่ร้อนนะ

เดินต่อเข้าไปภายในซอยอารีย์ 1 เมื่อเริ่มเข้ามาด้านในบริบทรอบข้างจะเปลี่ยนไปเยอะทีเดียว เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าทำเลย่านนี้เป็นทำเลชุมชนพักอาศัยผสมผสานกับร้านค้าร้านอาหาร จึงทำให้มีความเงียบสงบของพื้นที่อยู่ด้วย

กลางวัน – ถือว่าเดินสบายครับ เพราะมีทางเท้ายกระดับขนาบสองฝั่งถนน นอกจากนั้นยังมีต้นไม้สูงที่ให้ร่มเงาได้ปลูกเรียงตามแนวถนนยาวเลย ช่วยบังแดดและทำให้รู้สึกไม่ร้อนมากนัก แต่หากต้องใช้เส้นทางนี้เป็นประจำควรพกร่มด้วยนะครับ เพราะแนวต้นไม้ไม่น่าจะช่วยกันฝนได้สักเท่าไหร่

กลางคืน – เมื่อเข้ามาภายในผู้คนเดินริมถนนเริ่มน้อยลงแต่ก็ยังพอมี อาจจะเริ่มรู้สึกเปลี่ยวมากขึ้นนิดหน่อย แต่สองข้างทางมีไฟส่องสว่างตามบ้านให้ตลอดนะ ไม่ค่อยมีจุดที่มืดอับ  นอกจากนั้นยังมีรถวิ่งไปมาอยู่ตลอด

เลยมาฝั่งซ้ายมือมีทางออกหลังอาคาร EXIM ซึ่งในช่วงกลางวันก็มีพนักงาน และรถเข้าออกค่อนข้างเยอะทีเดียว

ส่วนฝั่งขวามือมีร้าน ฮ Hidden คาเฟ่เล็กๆ ขายพวก ฟิวชั่น ฟู๊ด, เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เปิด เวลา 10.00 – 22.30 น. หยุดทุกวันอังคาร ตอนกลางคืนคึกคักทีเดียว

ถัดมาอีกจะมีร้านดอกไม้อยู่ฝั่งขวามือ พร้อมทั้งร้านชาบูภายใน

เดินต่อมาอีกนิด ฝั่งซ้ายมือมี Cafe น่านั่งอีกร้าน สำหรับออกมานั่งชิล นั่งทำงาน ถัดไปคือ อาคาร Centric Ari Station อยู่เยื้องๆกับโครงการเรา ส่วนฝั่งขวามือคือ โรงพยาบาลเฉพาะทางมะเร็ง กรุงเทพ ถัดไปคืออาคาร Noble Lite ที่ติดกับตัวโครงการเราครับ

มาถึงหน้าโครงการกันแล้ว ถนนหน้าโครงการค่อนข้างดีทีเดียว ดูโล่ง และยังมีทางเท้าให้เดินทั้งสองฝั่งเช่นเคย ทางฝั่งหน้าโครงการจะต้อนรับเราด้วยน้ำพุและป้ายโครงการ นอกจากนั้นภายในยังมีต้นไม้ยื่นออกมาให้เห็นบรรยากาศร่มรื่นของบริเวณด้านหน้าโครงการ

กลางวัน – บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ ไม่วุ่นวายมากนัก มีเพียงรถที่จะผ่านไปทางฝั่ง ซอยพระราม 6 ซอย 30 (ซอยอารีย์สัมพันธ์) เท่านั้น ซึ่งหน้าโครงการของเราก็มีพี่รปภ. คอยโบกและดูรถให้ตลอดเวลาครับ

กลางคืน – มีไฟส่องสว่างให้ที่บริเวณทางเท้าเป็นจุดๆ ป้ายหน้าโครงการก็เปิดไฟสว่างทีเดียว มีพี่รปภ. ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ไม่น่ากลัวครับ

ส่วนบริเวณหน้าโครงการของเรา ก็มีบรรยากาศที่ดีทีเดียว สะอาดสะอ้าด มีการจัดการตลอด

กลางวัน – มีพี่รปภ. ดูแล โบกรถให้ ต้นไม้ใบหญ้ามีคนดูแลตลอด แทบไม่มีใบไม้หล่นตรงพื้นให้เห็นเลยครับ

กลางคืน – มีไฟ Spotlight ส่องสว่างให้ พร้อมทั้งฝั่งซ้ายและขวาก็มีเสาไฟริมถนนทั้งสองฝั่ง สว่าง ปลอดภัย พี่ รปภ. ก็ดูแลอย่างดีครับ

มาดูพื้นที่รอบๆโครงการกันบ้าง ตัวโครงการมีพื้นที่ประมาณไร่กว่าๆ วางแนวอาคารเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามแนวที่ดิน ตั้งอยู่ภายในซอยอารีย์ 1 ห่างจากหน้าปากซอยประมาณ 300 เมตร อย่างที่ผมพาเดินเข้ามากันเมื่อสักครู่ ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน จะสังเกตได้ว่าช่วงต้นซอย มีความคึกคักสูง ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ แต่พอถัดเข้ามาภายในซอยสักหน่อย จะเริ่มมีความเงียบสงบของบริบทโดยรอบซึ่งเป็นที่พักอาศัยซะส่วนใหญ่

ซอยอารีย์ 1 ซึ่งเป็นซอยเดินรถทางเดียว ที่สามารถเชื่อมต่อได้กับอีกหลายๆซอยในบริเวณรอบข้าง ทำให้บริเวณหน้าโครงการในช่วงเวลากลางวัน จะมีรถขับไปมาและผู้คนเดินผ่านแทบจะตลอด แต่ไม่มีร้านค้า ร้านอาหารที่ส่งเสียงรบกวนในระยะใกล้ๆ

ทิศเหนือ – Noble Lite โครงการ High Rise 24 ชั้น สร้างเสร็จมาแล้วในปี 2006

ทิศตะวันออก – ซอยอารีย์ 1 และร้านเสริมสวย 1 ชั้น

ทิศใต้ – พื้นที่ว่างเปล่า

ทิศตะวันตก – พื้นที่ว่างเปล่า

วิวรอบทิศของอาคารค่อนข้างโล่ง ยกเว้นทิศเหนือที่จะมีอาคาร Noble Lite สูง 24 ชั้น บังอยู่ แต่มีระยะห่างสำหรับช่องลมพอสมควร ไปดูพื้นที่โดยรอบกันครับ

มาดูฝั่งทางภายในซอยอารีย์ 1 กันต่อนะครับ พื้นที่ด้านข้างปัจจุบันเป็นพื้นที่ว่าง ซึ่งถูกล้อมรั้วไว้ อาจจะเกิดเป็นโครงการใหม่ในอนาคต

ฝั่งเยื้องๆ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคาร Centric Ari Station อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนซอยอารีย์ 1 ซึ่งเป็นอาคารสูง 30 ชั้น สร้างเสร็จในปี 2016 แต่ไม่ได้มีตำแหน่งที่บังวิวโดยตรง และมีระยะห่างพอสมควร

ที่ใต้อาคารมีร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวยและคลีนิค ให้บริการ

ตรงต่อไปจะเป็นจุดตัดระหว่างซอยพหลโยธิน 5 (ซอยราชครู) ฝั่งขวามือสามารถมาจากทางถนนพหลโยธินได้ ส่วนทางซ้ายมือเป็นซอยส่วนบุคคล เข้าไปไม่ได้นะครับ มีรปภ.ดูแล ถ้าตรงต่อไปจะไปเชื่อมต่อกับซอยอารีย์สัมพันธ์ หรือซอยพระราม 6 ซอย 30 นั่นเอง

กลับมาที่ฝั่งตรงข้ามโครงการ มีร้านเสริมสวยทำเล็บทำผมเล็กๆ 1 ชั้น ด้านหลังเป็นอาคารประมาณ 5 ชั้น ไม่ค่อยมีผลกับเรามากนัก เพราะชั้นพักอาศัยของเราจะเริ่มที่ชั้น 7 และถัดจากนั้นเป็นตึก Pearl ครับ

ฝั่งด้านหน้าอาคารมีอาคาร Noble Lite ซึ่งมีความสูงพอๆกัน ตั้งอยู่ก่อนหน้าเรา ทำให้ทางโครงการของเราก็มีการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาวิวของฝั่งนี้ไว้ด้วย เดี๋ยวเราไปอธิบายกันในส่วนของชั้นพักอาศัยนะครับ เพื่อจะได้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น มีระยะห่างเล็กหน่อย ทำให้เกิดช่องลม บริเวณห้องพักทางฝั่งนี้ก็จะได้รับลมที่ค่อนข้างแรงครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ (เรียงจากใกล้-ไกล)

  • Pearl ~ 350 เมตร
  • BTS อารีย์ ~ 400 เมตร
  • EXIM Bank (หน้าอาคาร) ~ 500 เมตร
  • IBM Tower ~ 500 เมตร
  • Piyawan Tower ~ 550 เมตร
  • La villa Ari ~ 650 เมตร
  • Phaholyothin Place ~ 750 เมตร
  • SC Tower  ~ 800 เมตร
  • SME Bank~ 800 เมตร
  • AIS Tower 1 ~ 850 เมตร
  • Ari Hills  ~ 950 เมตร
  • AIS Tower 2 ~ 1 กิโลเมตร
  • ESV Tower  ~ 1.1 กิโลเมตร
  • ด่านเก็บเงินพิเศษคลองประปา 2 ~ 1.3 กิโลเมตร
  • Aqua Ari ~ 1.4 กิโลเมตร
  • ด่านเก็บเงินพิเศษคลองประปา 1  ~ 1.7 กิโลเมตร
  • บิ๊กซี สะพานควาย ~ 1.75 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเปาโลเมมโมเรียล ~ 1.9 กิโลเมตร
  •  องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.)  ~ 2.6 กิโลเมตร
  •  กรมการขนส่งทางบก ~ 2.6 กิโลเมตร
  •  ตลาดมิ่งขวัญ ~ 2.6 กิโลเมตร
  •  ตลาดนัดจตุจักร ~ 2.8 กิโลเมตร
  • MRT กำแพงเพชร ~ 2.8 กิโลเมตร
  • BTS หมอชิต ~ 3 กิโลเมตร
  • MRT หมอชิต ~ 3 กิโลเมตร
  • เจเจ.มอลล์ ~ 3.2 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

มาดูผังโครงการกันครับ ตัวอาคารเป็นอาคาร High Rise 25 ชั้น 189 ยูนิต ซึ่งถือว่าไม่เยอะ เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว มีพื้นที่จอดรถอยู่ที่ชั้น 1-6 รวมแล้วประมาณ 80 % รวมซ้อนคัน ส่วนชั้นพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 7 เป็นต้นไป โดยจะมีชั้นพื้นที่ส่วนกลางหรือ Main Facilities อยู่ที่ชั้น 18 ซึ่งเป็นวิวหน้าโครงการ

  • ทางเข้าออกและการเดินรถ – พื้นที่ภายในโครงการมีทางเข้าออกทางเดียวทางซอยอารีย์ 1 หน้าโครงการ พร้อมรปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เข้ามาแล้วเป็นการเดินรถทางเดียว เลี้ยวขวาวนรอบแนวอาคาร พื้นที่ด้านข้างมีที่จอดสำหรับ Visitor ตามแนวรั้วอาคารบ้าง มีจุดเข้าออกที่จอดรถภายในอาคารอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ ขาเข้าอาจจะต้องอ้อมไกลหน่อย แต่ขาออกก็ออกได้เลย สะดวก
  • พื้นที่ส่วนกลาง – ภายนอกอาคารจะมีแนวต้นไม้ตามรั้วโครงการเป็นจุดๆ ส่วนพื้นที่สวนจริงๆ จะอยู่ตรงข้ามทางเข้าอาคาร เป็นพื้นที่นั่งเล่นหน้าโครงการ สำหรับพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารของชั้นนี้จะไม่มีอะไรมากครับ แค่เป็นส่วนของพื้นที่ต้อนรับเท่านั้น จะอยู่กันที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าอาคารทั้งหมด มี Lobby เป็นแกนหลัก แบ่งพื้นที่ภายในออกเป็นสัดส่วน ห้องนิติบุคคล, Mail Box, ห้องน้ำแยกชายหญิงขนาดไม่ใหญ่นัก และโถงลิฟต์เพื่อเชื่อมต่อไปยังชั้นอื่นๆ ส่วนพื้นที่ด้านหลังอาคารจะเป็นส่วนของงานระบบ ซึ่งแบ่งออกจากกันชัดเจน ง่ายต่อการจัดการและดูแลรักษา

หน้าโครงการมีป้อม รปภ. ดูแล 24 ชั่วโมง เข้าถึงด้วยระบบ Key Card เป็นรั้วกั้นไม้กระดกแบบอัตโนมัติ พร้อม CCTV แยกทางเข้าออกชัดเจนครับ ตอนกลางคืนเปิด Spotlight ให้ด้วยนะ

ด้านข้างมีทางเข้าออกสำหรับทางคนเดิน แยกกันชัดเจน ปลอดภัยดีครับ ซึ่งตรงนี้ตอนกลางคืน ก็มีไฟด้านข้างส่องสว่างให้ ไม่ต้องกลัวสะดุดขั้นบันไดเลย

เดินเข้ามาด้านในก็เป็นทางเข้าอาคารเลยครับ จะเห็นจุด Drop Off หน้าอาคาร พื้นส่วนนี้เป็นคอนกรีตพิมพ์ลายทั้งหมด ที่มีชายคายื่นออกมารับ เพื่อบังแดดและฝน ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ใช้งานได้จริงครับ เราลองตามลูกศรไปดูภายนอกรอบโครงการกันก่อนละกันนะครับ

ก่อนจะเลี้ยวตามแนวรถไป ฝั่งตรงข้ามทางเข้า Lobby จะมีพื้นที่สำหรับนั่งเล่น พักคอย จัดไว้ให้บริเวณหน้าโครงการ มีแนวรั้วโปร่งที่บังสายตาจากภายนอก แต่ยังได้รับลมและเห็นความเคลื่อนไหวของภายนอกอยู่ เป็นพื้นที่สูดอากาศรับลมได้ดีทีเดียว

เลย Drop Off คือพื้นที่สำหรับวนรถเข้าไปภายในโครงการ พื้นยังเป็นคอนกรีตพิมพ์ลายอยู่นะ ซึ่งการเดินรถบริเวณนี้ สำหรับผู้ที่จะมาแวะรับหรือส่งผู้โดยสารภายในโครงการ แล้วไม่ต้องการจอดรถในโครงการ ก็ต้องวนรอบอาคาร 1 รอบ เพื่อที่จะออกโครงการ ส่วนถ้าอยากจะจอดรถภายใน ก็ต้องวนไปจอดอีกฝั่งของอาคารครับ อาจจะไกลสักหน่อย แต่ก็ง่าย สำหรับช่วงเวลาจะออก ซึ่งระหว่างทางก็มีต้นไม้ประดับแนวรั้ว พร้อมไฟสนามให้เป็นจุดๆ ดูร่มรื่นสบายตา

พอวนมาด้านข้างพื้นจะเริ่มเปลี่ยนเป็นคอนกรีตธรรมดา มีแนวที่จอดรถใต้อาคารบ้าง และริมรั้วโครงการบ้าง สำหรับ Visitor หรือต้องการจอดแค่ชั่วคราว

มาจนสุดทางก็มีแนวต้นไม้ที่มุมรั้วโครงการอีกจุด ให้เราเลี้ยวไปตามทางเลยครับ มีที่จอดใต้อาคารอยู่บ้างครับ

วิวด้านหลังโครงการครับ ปัจจุบันเป็นพื้นที่พักอาศัยส่วนบุคคล ผสมไปกับพื้นที่ว่างที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งดูจากขนาดเหล็กเสาแล้ว น่าจะไม่ใช่อาคารสูง ไม่น่าส่งผลกับพื้นที่พักอาศัยทางฝั่งด้านนี้ครับ

เลี้ยวมาดูต่ออีกฝั่ง เพราะปัจจุบันพื้นที่ด้านข้างยังคงเป็นพื้นที่ว่างเปล่าอยู่ รั้วโครงการฝั่งด้านนี้จึงเป็นรั้วแบบโปร่ง มีช่องให้ลมสามารถพัดผ่านเข้ามาได้ ระบายอากาศภายในโครงการได้ดีทีเดียว เลี้ยวไปดูกันต่อเลยครับ

ถัดมาจะมีพื้นที่ใต้อาคาร พื้นที่บริเวณนี้จะมีพื้นที่สำหรับจอดจักรยานยนต์ด้วย

ด้านบนอาคารบริเวณที่จอดรถมีการทำระแนงรั้วปิดบังสายตาไว้ให้ แต่จะยังมีช่องให้สามารถรับแสงและลมจากภายนอกอยู่ ช่วยทำให้อาคารดูเรียบร้อย และได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

ถัดมาจะเป็นทางเข้าออกสำหรับที่จอดรถภายในอาคาร มีกระจกสำหรับส่องรถที่วนสวนมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทั้งสองฝั่ง เราเลี้ยวเข้าไปดูพื้นที่จอดรถภายในอาคารกันเลยครับ

แบ่งออกเป็นส่วนของชั้น 2-5 ซึ่งจะมีที่จอด 23 คัน / ชั้น ภายในมีห้องน้ำให้ และโถงลิฟต์ที่สามารถเข้าได้ด้วยระบบ Keycard

ส่วนชั้น 6 จะมีที่จอดรถเพียง 10 คันเท่านั้น และเปิดเป็นพื้นที่โล่ง ที่เห็นพื้นที่จอดรถของชั้น 5

พื้นที่จอดรถภายใน พื้นเป็นคอนกรีตขัดเงา ฝ้าเพดานปล่อยโชว์โครงสร้าง ทาสีขาวช่วยให้สว่างมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งติดไฟเป็นจุดๆครับ

ใกล้บริเวณทางเข้าโถงลิฟต์มี CCTV และห้องน้ำให้บริการในชั้น 2-5 เป็นห้องน้ำเล็กๆ รวมชาย-หญิง สำหรับใช้ฉุกเฉินครับ

มีทางขึ้นลงที่กว้าง สำหรับรถสวนกันได้ พร้อมช่องแสงและช่องลมโดยรอบ

ส่วนของโถงลิฟต์มีตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายจากทุกๆจุด มีตู้กดน้ำ และถังขยะให้ใช้ด้วย ถือว่าสะดวก และง่ายต่อการดูแลรักษาสภาพโครงการครับ

ส่วนของโถงลิฟต์ในแต่ละชั้นเข้าถึงด้วยระบบ Keycard ประตูเป็นกระจกใสเพื่อให้สามารถรับแสงภายนอกได้ ช่วยประหยัดไฟในเวลากลางวัน ภายในโถงลิฟต์มีลิฟต์โดยสารให้ 2 ตัวและลิฟต์ขนของ 1 ตัว พร้อม CCTV รักษาความปลอดภัยครับ

วนออกมาจากพื้นที่จอดดรถภายในอาคาร ก็สามารถเลี้ยวซ้ายออกนอกโครงการได้เลย ซึ่งใต้แนวอาคารก็ยังมีพื้นที่จอดรถอยู่นะ พื้นบริเวณนี้ไปจนถึงทางเข้าออกโครงการเป็นคอนกรีตพิมพ์ลายครับ

มาดูที่ฝั่งหน้าอาคารกันบ้าง เป็นประตูที่เข้าด้วยระบบ Keycard แต่ขาออกจะเป็น Sensor เพียงแค่ยืนใกล้ๆประตูก็ปลดล็อคให้เอง มีแนวกระจกล้อมรอบ ทำให้สามารถรับแสงธรรมชาติ และเห็นบริบทโดยรอบได้ง่าย เข้าไปดูภายในอาคารกัน

ภายในขนาดไม่ใหญ่มากนัก ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และวัสดุที่ดูหรูหรา โทนสีเข้ม ผนังใช้เป็นกระจกใส 3 ฝั่ง ที่หันออก ส่วนด้านในเป็นกระจกเงาช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น

มีทางสำหรับเดินต่อเข้าไปภายใน ตกแต่งด้วยไม้และไฟ Downlight ดูอบอุ่น

เลี้ยวขวามาจะมีมุม Mail Box ซึ่งรวมของทั้ง 189 ยูนิต อยู่บริเวณนี้หมดเลย อาจจะดูเยอะไปหน่อย แต่ก็ตกแต่งได้ดีครับ มีการเล่นระดับกล่องของแต่ละกล่อง ช่วยทำให้จำตำแหน่งและหาได้ง่ายยิ่งขึ้น

ฝั่งตรงข้ามมีห้องน้ำแยกชายหญิง ภายในมีห้องโถสุขภัณฑ์ย่อยแยก สามารถเข้าใช้ได้หลายคน บริเวณนี้ดีครับ เพราะสำหรับคนที่รอในส่วนของ Lobby แล้วขึ้นไปบนอาคารไม่ได้ ก็จะสามารถใช้งานได้สะดวก

โถงลิฟต์ไม่ได้มีส่วนของประตูกั้น ทำให้จะได้พื้นที่โล่งติดต่อกัน ดูไม่อึดอัด รอบข้างตกแต่งด้วยกระจกเงาทุกด้าน ทำให้พื้นที่นี้ดูกว้างขึ้นซึ่งบริเวณนี้จะมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และ ลิฟต์ขนของอีก 1 ตัว แต่การจะกดเรียกลิฟต์ต้องใช้ Keycard ในการเข้าถึง ซึ่งก็ถือว่ายังได้ในเรื่องของความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวอยู่ครับ

ชั้นพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 7 เป็นต้นไป ซึ่งชั้นที่มีรูปแบบเดียวกันจะไปจนถึงชั้น 16 โดยจะมีทั้งหมด 11 ยูนิต / ชั้น ถือว่าไม่เยอะ ได้ในเรื่องของความเป็นส่วนตัวที่ดีทีเดียว

โถงลิฟต์ – มีตำแหน่งอยู่เกือบจะกลางอาคาร ซึ่งถือว่าเข้าถึงได้ง่ายจากทุกห้อง มีตำแหน่งอยู่ทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่ถูกบล็อควิวด้วยอาคาร Noble Lite ด้านข้าง แต่เปิดรับเป็นช่องแสงเข้าสู่โถงลิฟต์ การตั้งโถงลิฟต์อยู่บริเวณนี้ เพื่อที่จะไม่ไปแย่งวิวห้องพักอาศัยทางทิศอื่น ซึ่งอาจจะไม่ได้วิวที่สวยงามนัก แต่ก็ยังได้ช่องแสงให้กับโถงลิฟต์และโถงทางเดินภายใน ถือว่าตอบโจทย์

โถงทางเดิน – เป็นแบบ Double Corridor Loaded ซึ่งจะมีห้องฝั่งตรงข้าม ในช่วงยาวของแนวทางเดิน จะมีช่องแสงเพียงด้านเดียว ถือว่าค่อนข้างน้อยนะ อีกฝั่งเป็นประตูสำหรับบันไดหนีไฟ ทำให้ทางเดินด้านในใกล้บันไหนีไฟต้องเปิดไฟช่วย และจะมีผลกับค่าส่วนกลางนั่นเอง

มุมมอง – เน้นวิวฝั่งทิศเหนือและทิศใต้เป็นหลัก ตามแนวอาคาร ซึ่งจะมีห้องมุมที่ได้วิวฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตกบ้าง

  • ทางฝั่งทิศเหนือ เป็นฝั่งที่ถูกอาคาร Noble Lite บัง ทำให้จะไม่ได้วิวภายนอกที่ดีเท่าไรนัก จึงได้ออกแบบให้วางตำแหน่งของลิฟต์ และห้องพักอาศัยแบบ 1 Bedroom ที่เป็นห้องขนาดเล็กไว้ทางฝั่งด้านนี้ นอกจากนั้นตัวอาคารยังมีการร่นระยะลง ทำให้แนวอาคารไม่ได้เรียบยาว มีมุมมองที่สามารถเห็นทางฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตกได้ในบางห้อง แต่การมีอาคารสูงในระยะใกล้ ทำให้เกิดช่องลม ซึ่งลมในบริเวณนี้จะมีความแรงกว่าพื้นที่เปิดโล่ง อีกทั้งยังเป็นฝั่งรับลมประจำฤดูหนาวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออีกด้วย ถือว่าก็มีข้อดีมาทดแทนเรื่องวิวนะครับ
  • ทางฝั่งทิศตะวันออก เป็นวิวทางฝั่งหน้าโครงการ จะมีเพียง 2 ห้องเท่านั้นที่จะได้วิวส่วนนี้ ส่วนอีกห้องที่อยู่ถัดเข้ามา จะได้ในส่วนของมุมอาคารนิดหน่อย วิวฝั่งนี้ค่อนข้างโล่ง จะเห็นแนวถนนพหลโยธิน และรถไฟฟ้า ข้อเสียคือมีเสียงที่ค่อนข้างดัง
  • ทางฝั่งทิศใต้ ซึ่งเป็นวิวหลักของโครงการก็ว่าได้ จะได้ความเงียบสงบ หันหน้าไปทางพื้นที่ว่าง ยังไม่มีแนวอาคารสูงในระยะประชิด จะมีก็เยื้องๆ ไม่ได้เห็นเต็มๆ ซึ่งบริเวณนี้จะไม่มีเสียงจากถนนมารบกวนมากนัก ทั้งยังเป็นวิวเปิดโล่ง จะได้รับแสงที่ค่อนข้างเยอะ สำหรับใครที่ไม่ได้อยู่ห้องในช่วงเวลากลางวันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากครับ
  • ทิศตะวันตก เป็นทิศที่รับแดดและความร้อนเยอะที่สุดโดยเฉพาะในช่วงเวลาบ่าย แต่จะได้มุมมองที่เปิดโล่ง ซึ่งจะมีห้องที่ได้วิวส่วนนี้หลัก ๆ 2 ห้อง แต่ไม่ได้เป็นวิวหลักของห้อง ไม่ต้องรับความร้อนเยอะ ใช้เป็นจุดรับลมประจำฤดูร้อนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 17 ยูนิต/ชั้นจะลดลงเหลือเพียง 10 ยูนิต เพราะส่วนด้านหน้าต้องเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับสระว่ายน้ำในชั้น 18 ด้านบน

มุมมอง – ห้องทางทิศเหนือจะหายไป 1 ห้องทางมุมหน้าอาคาร ส่วนทางฝั่งทิศตะวันออกจะมีเพียงมุมของห้องทางทิศเหนือเล็กน้อยที่จะได้วิวของฝั่งนี้ ทิศใต้จะเปลี่ยนรูปแบบห้องเป็นขนาดเล็กลงนิดหน่อย แต่ยังมีจำนวน 5 ยูนิตเท่าเดิม ส่วนฝั่งทิศตะวันตกไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงครับ

โถงลิฟต์ที่รับวิวฝั่งทิศเหนือ ซึ่งจะมีส่วนที่สามารถมองไปยังทิศตะวันตกได้ด้วย บริเวณนี้อย่างที่บอกว่าอาจจะไม่ได้วิวสวยมาก แต่ก็ได้เป็นช่องแสง และช่องลมที่ดีที่ให้พื้นที่โถงลิฟต์ เพื่อที่จะไม่ต้องไปแย่งวิวฝั่งที่สวยๆกับห้องพักอาศัย

โถงทางเดินภายใน ซึ่งด้านหนึ่งจะเป็นช่องแสง ส่วนอีกฝั่งเป็นบันไดหนีไฟ จุดนี้ผมมองว่าช่องแสงเข้าสู่ภายในอาคารทำได้น้อยไปหน่อย ทำให้ต้องเปิดไฟช่วยตลอดเวลา ซึ่งจะมีผลกับเราก็ตรงค่าส่วนกลางนี่แหละครับ

ส่วนขนาดและส่วนประกอบอื่นๆ ก็ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานครับ พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิค ผนังฉาบเรียบทาสี พร้อม drop ฝ้าและฝังไฟ Downlight ตามแนวทางเดินให้ รวมๆก็ถือว่าไม่ได้หวือหวาอะไร แต่ก็มีการลดระดับฝ้า สร้างมิติให้กับโถงทางเดินนี้อยู่เหมือนกัน

มาต่อกันที่ชั้น 18 ซึ่งเป็นชั้น Main Facilities ซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งทางทิศตะวันออก ที่ชั้น 17 เมื่อสักครู่เตรียมพื้นที่ไว้ให้นั่นแหละครับ ส่วนของโถงลิฟต์ยังคงเป็นเช่นเดิมครับ

โถงทางเดิน – ใช้ร่วมกันระหว่างผู้ที่พักอาศัยในชั้นนี้ กับผู้ที่จะมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง และบริเวณนี้ไม่มีประตูแยกส่วนสำหรับพื้นที่ส่วนกลางและห้องพักอาศัย ทำให้จะเสียในเรื่องของความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวไปเยอะพอสมควร

พื้นที่ส่วนกลาง – จะหันไปทางทิศตะวันออกรับวิวหน้าโครงการ ซึ่งจะมีวิวหลักๆคือทิศตะวันออก และจะได้วิวของทิศเหนือและใต้ในส่วนของด้านข้าง พื้นที่ส่วนกลางบริเวณนี้ประกอบไปด้วย

  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ที่มาพร้อมสระเด็ก และมี Jacuzzi และ Bubble Jet ในตัว ขนาดไม่ใหญ่มากนัก อาจจะไม่ใช่สระสำหรับว่ายออกกำลังกาย แต่สำหรับพักผ่อนก็ถือว่าจัดอุปกรณ์และวิวมาให้ดีพอสมควรเลยครับ
  • ฟิตเนส เป็นห้องกระจกรับวิว 2 ฝั่ง ทางทิศตะวันออกเป็นหลัก ซึ่งจะมีสระว่ายน้ำอยู่ด้วย ส่วนอีกทางเป็นทิศเหนือ จะหันไปเจอกับพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Noble Lite พอดี ภายในมีอุปกรณ์ค่อนข้างครบ ทั้งแบบ Cardio และ Weight Training

โถงทางเดินของชั้น 8 ฝั่งมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ส่วนกลาง มีบานประตูกระจกคั่น เข้าถึงด้วยระบบ Keycard เป็นช่องแสงขนาดใหญ่ให้กับโถงทางเดินชั้นนี้ มี CCTV คอยดูแลรักษาความปลอดภัย

ระหว่างทางเดินจะมีซอยเล็กๆ มองเข้าไปจะมีระดับพื้นที่ยกขึ้น พร้อมแนว Locker เดาได้เลยว่าคือจุดห้องน้ำ และห้องเปลี่ยนชุดต่างๆ ก่อนจะเข้าใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง ไปดูกันครับ

เดินเข้ามาภายในจะมีห้องน้ำแยกชายหญิงชัดเจน ตกแต่งในสไตล์เดียวกันกับ Lobby ที่ชั้น 1 ด้านล่าง

ภายในมีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ สำหรับใช้พร้อมกันได้ประมาณ 2-3 คน กำลังจัดว่าพอดีกับพื้นที่ครับ

เมื่อเดินออกมาจะพบกับสระว่ายน้ำระบบเกลือ กึ่ง Semi-Outdoor มีทั้งส่วนที่อยู่ในร่มและภายนอก พื้นและเสาส่วนที่โดนน้ำปูด้วยกระเบื้อง Mosaic เป็นสระที่เปิดรับวิว 3 ฝั่ง หลักๆเลยจะเป็นวิวทิศตะวันออก ซึ่งจะเห็นแนวรถไฟฟ้า BTS, ตึก Pearl, ตึก EXIM, โครงการ Centric Ari Station

ส่วนนี้คือทางลงสระ ซึ่งจะเป็นสระตื้น มี Jacuzzi และ Bubble Jet ในตัว จุดนี้ดีครับ สามารถใช้งานได้ทุกช่วงเวลา เนื่องจากอยู่ใต้ชายคา แถมยังลดระดับลงไป ทำให้สามารถรับวิวได้กว้าง ไม่ต้องกลัวฝนตกหรือแดดแรงเลย

ด้านข้างสระมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำ ชำระล้างร่างกายทั้งก่อนและหลังลงสระ เป็น Rain Shower แต่ตำแหน่งจะอยู่ระหว่างสระว่ายน้ำกับฟิตเนส เดินมาใช้งานได้ง่าย

ด้านข้างสระอีกฝั่งเป็นพื้นที่นั่งริมสระยาวตัว L  พร้อมแนวรั้วโปร่งรับลมจากทางฝั่งทิศใต้ ซึ่งมีแนวต้นไม้คั่นไว้ ช่วยสร้างบรรยากาศสีเขียวให้แก่พื้นที่โดยรอบ

วิวทางฝั่งทิศใต้จะค่อนข้างโล่ง และเงียบสงบ ไม่มีเสียงดังจากถนนใหญ่ จัดเป็นทิศที่มีวิวดีที่สุดครับ

มาดูส่วนต่อไปคือส่วนของ ฟิตเนส มีขนาดไม่ไหญ่มากนัก แต่ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิต ถือว่าเพียงพอครับ เป็นประตูเปิดเข้าออกได้เลย ไม่ต้องใช้ Keycard กระจกเป็นเขียวตัดแสงรอบด้าน รับวิว 2 มุมหลักๆ

มีทางฝั่ง Weight Training อยู่ที่มุมด้านใน ผนังเป็นกระจกช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น พื้นเป็นพรมเหมาะสมกับห้องฟิตเนสครับ

ส่วนอีกมุมเป็นพวก Cardio วิ่ง ปั่นจักรยาน จะได้รับวิวฝั่งทิศตะวันออก ซึ่งเป็นวิว BTS ตึก Pearl และเห็น Movement ต่างๆของคนทางฝั่งอารีย์

ข้ามมาดูที่ชั้นพักอาศัยกันต่อ สำหรับชั้นที่ 19 จะมีจำนวนยูนิตลดลง เหลือเพียง 9 ยูนิต เพราะพื้นที่ภายในชั้นก็ลดลงเช่นกัน หลักๆที่จะเปลี่ยนไปชัดๆคือมีห้อง 3 Bedrooms มาทางฝั่งหน้าอาคารทิศตะวันออก ซึ่งมีผลกับโถงทางเดินภายใน เพราะมาปิดช่องแสงที่ปลายทางเดิน ทางโครงการจึงทำระเบียงด้านหน้า ที่ออกไปรับวิวสระว่ายน้ำและหน้าโครงการให้ ได้ช่องแสง แต่จะเป็นแสงแบบเข้าด้านข้างแทน ไม่ได้เป็นแบบ Direct โดยตรงเข้ามาที่ทางเดิน ทำให้จะมีความสว่างน้อยกว่าชั้นอื่นๆ

ส่วนที่ชั้น 20 ก็จะเหมือนกับชั้น 19 เกือบจะทุกอย่างครับ ยกเว้นเอาระเบียงด้านหน้าออกไป แต่ก็ยังพอจะได้ช่องแสงเช่นเดิม

มาดูที่ชั้น 21 ต่อนะครับ ยังคงมี 9 ยูนิต ต่อชั้น ห้อง 3 Bedrooms จะลดลงเป็นห้อง 2 Bedrooms แต่ได้พื้นที่สวนด้านหน้ามาแทน พร้อมช่องแสงสู่โถงทางเดิน

ชั้น 22-23 จะเหมือนกับชั้น 21 เมื่อสักครู่ แต่ไม่มีสวนมาให้นะ

ชั้น 24 จะเหลือจำนวนยูนิตเพียง 8 ยูนิต ซึ่งถือว่าน้อยที่สุด ห้องที่หัวมุมฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หายไปเป็นพื้นที่ Roof Top สามารถออกไปยืนสูดอากาศรับลมได้ครับ

ชั้นบนสุดของอาคาร ชั้น 25 มีจำนวนยูนิต 8 ยูนิต เท่ากับชั้น 24 แต่จะไม่มีพื้นที่ส่วนระเบียงแล้ว ที่มุมทางเดินจะได้รับช่องแสงมากขึ้นนะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก 

  • Lobby
  • Mail Box
  • นิติบุคคล
  • พื้นที่นั่งรอบโครงการ
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อม Jacuzzi และ Bubble Jet (มีสระเด็กในตัว)
  • ห้องฟิตเนตรับวิวสระว่ายน้ำและภายนอกอีก 2 ฝั่ง
  • ห้องน้ำและห้องแต่งตัวแยกชายหญิง
  • Wi-Fi สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว
  • ลิฟต์ Service 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 1 : 95
  • ที่จอดรถที่ชั้น 1-6 ทั้งหมดประมาณ 80% รวมซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • รปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง


Product Walkthrough

มาดูกันที่ห้องแรกนะครับ 1 Bedroom ขนาด 40-40.5 ตร.ม. ซึ่งจะตั้งอยู่ทางทางฝั่งทิศเหนือของอาคาร หันหน้าไปทาง Noble Lite เป็นวิวฝั่งที่ถูกบล็อค ภายในห้องจัดพื้นที่มาค่อนข้างดี เป็นสัดส่วน ขอแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 5 ส่วน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ระเบียงซักล้าง ห้องน้ำ และห้องนอน

เริ่มเข้ามาภายในห้อง มีระดับพื้นถึงฝ้า 2.75 เมตร ค่อนข้างสูงทีเดียว ทำให้ได้มุมมองที่กว้างและดูโล่ง ห้องเดิมขายแบบ Fully Fitted ซึ่งปัจจุบันมีแต่ห้อง Re-sale อาจจะได้เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องมาด้วย แล้วแต่คุยกับเจ้าของห้องนะครับ ส่วนแรกที่จะพบคือมีพื้นที่ Foyer ด้านหน้า มีพื้นที่สำหรับวางชั้นวางรองเท้าได้ ด้านข้างเป็นส่วนของห้องครัว ข้อดีคือได้เป็นครัวปิด มีฉากกั้นบานเลื่อนมาให้ เป็นแบบรางแขวนด้านบน ทำให้พื้นไม่มีราง ไม่ต้องกลัวสะดุด ภายในได้เป็นเคาน์เตอร์ตัว L พร้อม sink และ hob&hood นะครับ ออกมาจะพบกับส่วนของห้องนั่งเล่น พื้นที่ค่อนข้างลึกทีเดียว แต่หน้ากว้างไม่มากนัก ทำให้สามารถวางโซฟาได้ขนาดไม่ใหญ่มาก มีพื้นที่รับประทานอาหารให้ด้วยในตัว พื้นที่ห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อไปยังระเบียง อาจจะได้วิวไม่โล่งนัก แต่ก็เป็นช่องแสงที่ดีให้แก่ห้องภายใน ขนาดกว้างทีเดียว นอกจากวาง condensing unit แล้วยังมีพื้นที่สามารถยืนรับลมได้ครับ

ส่วนห้องนอนมีฉากกั้นกระจกขุ่นมาให้ด้วย เป็นแบบ 3 ตอน Double Slice รางแขวนบนเช่นกัน ไม่มีรางที่พื้น ข้อดีคือสามารถแบ่งส่วนความเป็นส่วนตัวได้ตามต้องการ สามารถเปิดโล่งให้ห้องดูกว้าง ดูทีวี หรือปิดเวลามีแขกก็ได้ ภายในมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าเป็นมุม Walk-in Closet ให้ด้วย ส่วนสุดท้ายคือห้องน้ำซึ่งอยู่ในตำแหน่งกลางห้อง เข้าถึงง่าย แต่อาจจะต้องวนเข้าห้องนอนสักนิด อันนี้ก็จะเสียความเป็นส่วนตัวไปสักหน่อย อีกอย่างคือห้องน้ำที่อยู่ภายในของห้อง ทำให้ใช้งานสะดวกก็จริง แต่จะมีข้อเสียเรื่องการระบายอากาศ ต้องใช้พัดลมดูดอากาศและเปิดประตูช่วยนะครับ

ห้องต่อมาเป็น 2 Bedrooms ขนาด 69.5 ตร.ม.ห้องนี้จะตั้งอยู่ทางทิศใต้และทิศตะวันตกของอาคาร ได้รับวิว 2 ฝั่ง เป็นวิวโล่ง เงียบสงบ ข้อดีคือเป็นห้องหน้ากว้าง รับวิวและแสงได้เยอะ ภายในห้องถูกจัดเป็นสัดส่วนชัดเจน ขอแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 7 ส่วน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ระเบียงซักล้าง ห้องนอนรอง ห้องนอนหลัก ห้องน้ำ 1,2 ครับ

เปิดเข้ามาภายในห้องมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเท่าเดิม 2.75 เมตร เข้ามาจะเป็นส่วนพื้นที่สาธารณะของห้อง ซึ่งมีมุมที่เป็นครัวให้ด้วยในส่วนนี้ เป็นเคาน์เตอร์ตัว L ชิดมุม เป็นครัวแบบเปิด ทำให้ห้องดูโล่ง กว้าง แต่ต้องระวังเรื่องกลิ่นและควันในการประกอบอาหารด้วยนะครับ พื้นที่บริเวณนี้มีส่วนของพื้นที่รับประทานอาหารให้ด้วย ด้านในมีห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อไปยังระเบียง เป็นช่องแสงให้กับพื้นที่ภายในห้อง ขนาดห้องนั่งเล่นไม่ใหญ่นัก วางชุดโซฟาสำหรับนั่งได้ 2-3 คน ขนาดระเบียงก็สามารถออกไปยืนสูดอากาศได้ 2 คนพร้อมกันนะ

ส่วนต่อไปคือส่วนพื้นที่พักผ่อนโดยจะมีห้องนอนรองรับวิวฝั่งทิศใต้ ภายในวางเตียง 3.5 ฟุตได้ หรือจะทำเป็นห้องทำงานก็ได้ แล้วแต่ความชอบ ตรงข้ามคือห้องน้ำห้องหลักของห้องนี้ ใช้ร่วมกันกับพื้นที่อื่นภายในห้อง  ภายในมีส่วน อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และ ส่วนอาบน้ำ แบ่งสัดส่วนเปียกแห้งชัดเจน เข้าถึงง่าย ส่วนต่อไปคือห้องนอนหลัก เป็นห้องที่ค่อนข้างกว้างทีเดียว มีแนวระเบียงยาว ออกไปยืนสูดอากาศรับลม ได้วิวทิศใต้และทิศตะวันตก 2 ฝั่ง ภายในห้องวางเตียง 6 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่รอบเตียง เดินสบาย มีมุม walk-in closet สำหรับแต่งตัวให้ นอกจากนั้นยังมีห้องน้ำในตัวอีกด้วยเป็นห้องน้ำลักษณะเดียวกันกับข้างนอก ตั้งติดกัน ง่ายต่อการเดินระบบและซ่อมแซม แต่มีตำแหน่งในอาคารเช่นเดียวกันกับห้องที่แล้ว จะมีข้อเสียเรื่องการระบายอากาศ ต้องใช้พัดลมดูดอากาศและเปิดประตูช่วยนะครับ

**รายละเอียดต่างๆเก็บข้อมูลจากการสอบถามเจ้าของห้องที่ประกาศขาย Re-Sale ปัจจุบัน กับ เจ้าหน้าที่นิติบุคคล หากผิดพลาดหรือคาดเคลื่อนใดๆไป สามารถมาคอนเมนท์บอกกล่าวกันได้นะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 15 December 2018 (แบบ Re-Sale)

  • ชั้น 17 ห้อง 1 Bedroom ขนาด 40 ตร.ม. ราคา 6 ล้านบาท หรือ 103,448 บาท / ตร.ม.
  • ชั้น 13 ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 71 ตร.ม. ราคา 10.3 ล้านบาท หรือ 145,070 บาท / ตร.ม.
  • เดิมขายแบบ Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.75 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล –  มีตำแหน่งตั้งอยู่ในซอยก็จริง แต่จัดว่าเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกทีเดียว ไม่ว่าจะรถยนต์ส่วนตัว หรือเดินทางสาธารณะ  และถ้าจะพูดถึงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการนี้ ต้องบอกเลยมีมาให้ค่อนข้างครบ ในระยะเดินก็ย่านอารีย์เป็นย่านที่ทราบกันดีอยู่แล้วถึงอาหารการกินต่างๆ ส่วนรอบนอกก็มีตามแนวถนนพหลโยธิน ไม่ว่าจะเป็น La Villa Ari, Ari Hills, Aqua Ari รวมไปถึง Big C Supercenter สะพานควาย

การเดินทางโดยใช้รถ – อย่างที่บอกไปแล้วว่าสามารถลัดเลาะได้ค่อนข้างหลากหลาย เนื่องจากทะลุเข้าออกได้หลายเส้นทาง เชื่อมต่อไปยังถนนสายหลักที่ขนาบข้าง ทั้งพหลโยธินและพระราม 6 ได้ไม่ยาก แถมยังใช้งานทางด่วนง่ายอีกด้วย มีระยะทาง ไม่ถึง 2 กิโลเมตร ทั้งขาเข้าและขาออกเมือง แถมยังมีที่จอดรถภายในโครการมาให้ถึง 80% รวมจอดซ้อนคัน  จากที่ไปเดินดูมาคือมีที่จอดแน่นอนครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – ถือว่า สะดวกทีเดียว มีตำแหน่งใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์ ประมาณ 400 เมตร สามารถเดินได้สบายๆ นอกจากนั้น ซอย อารีย์ 1 ยังเป็นซอยที่มีรถขับผ่านไปมาสัญจรอยู่คลอด ไม่เปลี่ยว พี่วินและแท็กซี่ก็มีให้เรียกได้ไม่ยากครับ

การออกแบบ – โครงการออกแบบมาดีทีเดียว ถึงจะสร้างเสร็จมาเกือบ 10 ปีแล้ว แต่ยังดูดี ทันสมัย และไม่เก่าเลย มีการคำนึงถึงมุมมอง และความเป็นส่วนตัว ถือว่าเป็นโครงการขนาดไม่ใหญ่มาก ยูนิตน้อย ยูนิตต่อขั้นสูงสุด 11 ยูนิต, การออกแบบอาคารไม่ซับซ้อน เข้าถึงง่าย รวมพื้นที่ส่วนกลางไว้ที่ชั้น 18 ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึง และจัดการ แต่ไม่มีส่วนแบ่งสำหรับห้องพักอาศัยในชั้นนั้น ทำให้เสียเรื่องความเป็นส่วนตัวในจุดนี้ไป สภาพโดยรวมของโครงการถือว่าดีทีเดียว มีการจัดการดีเยี่ยม ยังดูใหม่อยู่เลยครับ

การออกแบบภายในห้องพักอาศัย – ที่เด่นของโครงการนี้คือเน้นทำห้องใหญ่นะ อยู่สบายๆเริ่มต้นก็ 39 ตร.ม.ละ ซึ่งหาได้ยากสำหรับห้อง 1 bed ในโครงการใหม่ๆ และมีให้เลือก ไปจนถึง 3 bed เป็นตัวเลือกของครอบครัวขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลางได้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอย พ่อ แม่ ลูก 1-2 คน จัดพื้นที่ภายในออกมาค่อนข้างดี เนื่องจากการวางผังมีการคำนึงถึงวิวในแต่ละฝั่ง จึงให้รูปแบบอาคารออกมาไม่ได้เป็นแท่งตรงๆ มีรูปแบบห้องที่หลากหลาย ถึง 15 แบบ เพื่อให้ได้วิวที่ดีที่สุดในแต่ละมุมของอาคาร ภายในห้องมีระดับพื้นถึงฝ้าที่ 2.75 เมตร ทำให้ห้องดูโปร่ง มีฉากกั้นแบ่งส่วนพื้นที่มาให้ชัดเจน เป็นรางบนไม่สะดุด เปิดช่องแสงรับลมและวิวได้ค่อนข้างเยอะ ห้องขนาดใหญ่มีหน้ากว้างที่รับวิวได้มาก

วัสดุ  เนื่องจากโครงการนี้สร้างเสร็จมานานแล้ว รูปแบบการขายเป็นแบบมือสอง รายละเอียดเรื่องวัสดุนั้นหลายๆห้องมีการตกแต่งต่อเติมซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายห้องว่า ห้องได้เราได้อะไร คุ้มค่าหรือไม่ มีทั้งห้องที่ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งอย่างดี และห้องที่ขายเป็นห้องเปล่าๆ อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาสภาพห้องประกอบด้วยว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ครับ

สาธารณูปโภค – พื้นที่ส่วนกลางถือว่ามีไม่มากนัก แต่ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตที่ไม่มากนัก ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน รวมกันอยู่ที่ชั้น 18 ซึ่งง่ายแก่การเข้าถึงและจัดการ เป็นพื้นที่ที่ได้รับวิว ฝั่งหน้าโครงการ วิวถนนพหลโยธิน แนวรถไฟฟ้า ตึก Pearl ถือว่าสวยงามดีเหมือนกันครับ สภาพปัจจุบันถือว่าดีเยี่ยม ไม่มีส่วนเสียหาย และยังได้รับการจัดการดูแลรักษาอย่างดี เป็นโครงการขนาดไม่ใหญ่ก็จริงแต่ก็คำนึงเรื่องการใช้งาน มีลิฟต์โดยสาร ลิฟต์ service มาให้ ถ้าจะขนของ แม่บ้านใช้งานก็ไม่ต้องไปใช้ลิฟต์ของลูกบ้าน มีค่าส่วนกลางเพียง 50 บาท/ตร.ม. ต่อเดือน

Judgement

เนื่องจาก The Vertical อารีย์ เป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับตำแหน่งและสภาพห้อง ความพึงพอใจราคาเกิดขึ้นจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นเราจึงขอไม่ให้คะแนนในรีวิวนี้นะครับ

BOTTOM LINE

โครงการ The Vertical อารีย์ เหมาะกับคนที่กำลังหาคอนโดมิเนียมในย่านอารีย์ หรือ ถนนพหลโยธินช่วงต้น เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัว หรือไปใช้ BTS ก็ได้ไม่ยาก หาของกินของใช้ง่าย เป็นโครงการ High Rise เน้นความเป็นส่วนตัว และมีการจัดการภายในค่อนข้างดีทีเดียว พื้นที่ส่วนกลางและบรรยากาศภายในร่มรื่น มีงบประมาณระดับ 5 – 10 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 35,000 – 70,000 บาท/เดือน