รีวิวฉบับที่ 1768 … เมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ทาง SC Asset ได้เปิดตัวโครงการคอนโด High Rise ระดับ Super Luxury บนถนนสุขุมวิท นั่นก็คือ.. The Crest สุขุมวิท 34 ใครที่ผ่านแถวนี้เป็นประจำคงจะคุ้นตากันดีกับคอนโด 28 ชั้นติดกับซอยสุขุมวิท 34 และห่างกับ BTS ทองหล่อเพียง 100 เมตร ซึ่งวันนี้ผมจะพาทุกคนไปดูบรรยากาศภายในโครงการที่สร้างเสร็จมาแล้วในปี 2014  ไปกันเลยครับ

Fact @20 December 2018

  • The Crest Sukhumvit 34 (เดอะ เครสท์ สุขุมวิท 34)
  • บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • ที่ดินประมาณ 2 ไร่ 16 ตร.ว.
  • คอนโด High Rise 28 ชั้น 1 อาคาร 265 ยูนิต
  • ปีที่สร้างเสร็จ :  2014
  • ที่จอดรถ ชั้น 1-5 มี 180 คันไม่รวมจอดซ้อนคัน รวมจอดซ้อนคันเป็น 228 คัน คิดเป็นประมาณ 86%
  • 1 Bedroom ขนาด 35-53.7 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom ขนาด 65.1-78.5 ตารางเมตร
  • Duplex ขนาด 83.2-111.5 ตารางเมตร
  • Penthouse ขนาด 87.9-101.5 ตารางเมตร
  • ปี 2012 : ราคาเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น/ตารางเมตร 160,000 บาท
  • ปี 2018 : ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 200,000-220,000 บาท (Resale)
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1749
  • ติดต่อ 099-4196364

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด :  13.725313, 100.576534

แผนที่จากทางโครงการครับ

ตำแหน่งของ The Crest สุขุมวิท 34 ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่สุขุมวิทครับ ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อประมาณ 100 เมตร ข้อดีของการติดถนนใหญ่คือเข้าถึงง่าย สังเกตุเห็นได้ง่าย นอกจากนั้นคือทางเดินปลอดภัย ไม่เปลี่ยว เรียกรถสาธารณะสะดวก แต่ก็จะมีผลกระทบเรื่องเสียงและฝุ่นจากถนนใหญ่เช่นกัน

ตัวโครงการมีทำเลที่ตั้งอยู่ภายในย่านทองหล่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพ แต่มีทำเลอยู่ทางฝั่งสุขุมวิทซอยเลขคู่ อาจจะไม่คักคักเท่าฝั่งซอยเลขคี่แต่ก็มีบริบทที่เงียบสงบมากขึ้นมาแทน พื้นที่โครงการติดถนนสุขุมวิทและซอยสุขุมวิท 34 ทำให้ได้รับความคึกคักของทองหล่อ-เอกมัยอยู่ไม่น้อย ซอยสุขุมวิท 34 ซึ่งเป็นเส้นทางลัดเชื่อมไปยังซอยสุขุมวิท 26 หรือซอยอารีย์ ที่จะทะลุไปยังไปถนนพระราม 4 ได้ ถ้าจะข้ามไปฝั่งตรงข้าม ก็ U-Turn ที่ทางกลับรถประมาณ 100 เมตรจากหน้าโครงการแล้ววิ่งเข้า ซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) หรือซอยเอกมัย (สุขุมวิท 63) ออกเพชรบุรีได้ครับ

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกไม่น้อย เพราะติดถนนใหญ่ที่ถนนสุขุมวิท และมีที่จอดรถ 68%ไม่รวมซ้อนคัน ถือว่าค่อนข้างสะดวก นอกจากนี้ยังมีซอย 34 ลัดเลาะออกไปพระราม 4 ได้ง่ายอีกด้วย

ส่วนการเดินทางสาธารณะก็เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของโครงการนี้ คือมีทำเลติดรถไฟฟ้าทองหล่อ เดินได้ค่อนข้างง่ายเลยล่ะครับ อีกทั้งการติดถนนใหญ่ยังสามารถเรียกรถสาธารณะทั้งแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ง่าย มีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเลยล่ะครับ

ถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคู่เป็นฝั่งที่เข้าเมืองไปยังอโศก-ชิดลม-สยามก็ถือว่าอยู่ในฝั่งที่สะดวกมีศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม บ้านพักอาศัยขนาดใหญ่อยู่เยอะ สำหรับความอุดมสมบูรณ์โดยรอบพื้นที่ในระยะเดินมีแนวร้านค้าใกล้ BTS ทองหล่อ หรือจะเลยไปทางฝั่ง ซอยสุขุมวิท 36 ก็มีร้านค้า ร้านอาหาร และ คาเฟ่ภายในซอย หรือจะข้ามไปยังซอยทองหล่อ ก็มีความเจริญตั้งแต่ต้นซอยเลย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆใกล้เคียงบริเวณนี้ก็จะเป็น Emporium และ The Emquartier ทางฝั่งพร้อมพงษ์ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตรพอดี และในซอยอารีย์ก็จะมี K Village ที่เป็น Community Mall ใกล้เคียงครับ นอกจากนี้หากข้ามไปอีกฝั่งก็จะพบกับสถานที่ Lifestyle ต่างๆภายในซอยทองหล่อได้ไม่ยากอีกด้วย ทั้งCommunity Mall ที่หลากหลาย และ ร้านอาหาร ร้านค้า รวมถึงสถานบันเทิงต่างๆ

วันนี้ผมจะพาทุกคนเดินทางไปโครงการด้วยเส้นทางที่เป็นจุดเด่นของตัวโครงการ คือรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อนั่นเอง ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากตัวรถไฟฟ้าไม่ไกล แถมยังมี Sky Walk ยาว ไปทางฝั่งโครงการ ทำให้จุดขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้า ใกล้เข้าไปอีก มี Cover Way เกือบจะตลอดทาง เดินง่าย สะดวกทีเดียว ครับ

เริ่มที่รถไฟฟ้าสถานีทองหล่อนะครับ ลงรถไฟฟ้ากันมาสดๆร้อนๆ

เดินลงมาข้างล่าง ให้มองหาทางออกหมายเลข 2 ไว้นะครับ

ประตูทางออกหมายเลข 2 เป็นทางเดิน Sky Walk ที่มีหลังคาและไฟตามทางให้ ปลอดภัยและเดินสบายทีเดียวครับ นอกจากนั้นยังสามารถลงได้ทั้ง 2 ฝั่งถนนสุขุมวิทเลยด้วย สำหรับการจะข้ามไปอีกฝั่ง มาใช้ทางเดินส่วนนี้ก็ได้นะครับ จะไปลงที่บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 53

ให้เราเลือกลงทางซ้ายของถนนสุขุมวิทนะครับ ฝั่งมุ่งหน้าไปพร้อมพงษ์ จะเป็นฝั่งของสุขุมวิทซอยฝั่งเลขคู่ คือฝั่งที่ตั้งของโครงการนั่นเอง

เมื่อลงมาแล้วก็เดินมุ่งหน้าตรงไปทางพร้อมพงษ์เลยครับ ทางเดินบริเวณนี้เป็นทางยกระดับสูงขึ้นจากถนนสุขุมวิท มีระยะกว้างพอสมควร เดินสบายทีเดียวครับ

เดินไปเรื่อยๆประมาณ 100 เมตร ไม่ไกลครับ สามารถเดินได้สะดวก ระหว่างทางมีต้นไม้เป็นจุดๆตามแนวทางเดิน ให้ร่มเงาได้บ้าง แต่ไม่มีหลังคาทางเดินให้นะครับ สำหรับใครที่ต้องเดินมาใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นประจำ แนะนำให้พกร่มไว้ด้วยครับ สำหรับในกรณีที่ฝนตก หรือแดดแรง

เมื่อเดินมาจากรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีทองหล่อประมาณ 100 เมตร จะพบตัวโครงการ The Crest สุขุมวิท 34 อยู่ทางซ้ายมือครับ เข้าไปดูภายในกันเลย

พื้นที่โครงการมีขนาดพื้นที่ประมาณ 2 ไร่กว่า ๆ ติดถนนสุขุมวิท ซึ่งข้างๆ ถัดไปทางฝั่ง BTS ทองหล่อ มีอาคารสูงด้วยเช่นกัน คือ The Keyne สูง 28 ชั้นเช่นกัน และถัดไปอาคารสีม่วงคือ Noble Remix สูง 33 ชั้น ส่วนฝั่งทางด้านไปพร้อมพงษ์ มีซอยสุขุมวิท 34 อยู่ ซึ่งเป็นซอยที่สามารถไปทะลุสุขุมวิท 26 และออกถนนพระราม 4 ได้ ถัดไปจะมีอาคารประมาณ 3 ชั้น ติดถนนสุขุมวิท ส่วนถัดไปเรียบแนวถนนสุขุมวิทจะเป็นแนวอาคารพาณิชย์ร้านค้าต่างๆ ฝั่งตรงข้ามโครงการมีถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นถนนใหญ่สายสำคัญ รถค่อนข้างติดมากในช่วงนี้ นอกจากนั้นยังมีแนวรถไฟฟ้าอีกด้วย สองอย่างน้องจะทำให้ส่งผลกระทบเรื่องเสียงและฝุ่นพอสมควร สำหรับห้องที่ได้รับวิวฝั่งนี้หากเปิดออกมาที่ระเบียง ก็จะได้ยินเสียงดังเกือบตลอดเวลา แต่ก็จะได้มุมมองของความคึกครื้นจากถนน รวมไปถึงบริเวณทองหล่อ สำหรับห้องที่ได้รับวิวชั้นสูง ส่วนด้านหลังอาคารจะมีบ้านพักอาศัย ซึ่งเป็นบริบทที่ค่อนข้างแตกต่าง มีความเงียบสงบ ไม่ค่อยเคลื่อนไหววุ่นวาย ก็ลองเลือกกันดูนะครับ ตามความชอบส่วนตัว

ทิศเหนือ : ถนนสุขุมวิท และแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ทิศตะวันออก : อาคาร The Keyne 28 ชั้น

ทิศใต้ : บ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น

ทิศตะวันตก : ซอยสุขุมวิท 34 และ อาคาร 3 ชั้นติดถนนสุขุมวิท ภายในซอยมีอาคาร 4 ชั้น

ฝั่งด้านข้างอาคาร ทิศตะวันตก (มุ่งหน้าไปพร้อมพงษ์) มีซอยสุขุมวิท 34 อยู่ ที่หน้าปากซอยมีวินมอเตอร์ไซค์ด้วย ราคามอไซค์รับจ้างไปเอ็มโพเรี่ยม 30 บาท, Big C พระราม 4 30 บาท เป็นต้น

บรรยากาศอาคารภายในซอยไม่วุ่นวายนัก แต่ก็เป็นอีกซอยที่มีรถวิ่งเข้าออกตลอด เพราะสามารถเชื่อมต่อได้กับสุขุมวิท 26 และออกไปยังถนนพระราม 4 ได้

เดินตรงมาเรียบถนนสุขุมวิท มีป้ายรถประจำทางอยู่ไม่ไกล พร้อมที่นั่งมีหลังคากันแดดและฝนได้

เลยต่อไปอีกนิดก็จะมีอาคารพาณิชย์ เป็นร้านค้า ขายของตลอดแนว

เนื่องจากบริเวณนี้มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ รูปแบบร้านในปัจจุบันสำหรับแนวอาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ในบริเวณนี้เป็นพวกร้านนวด สปา ราคาค่อนข้างสูงทีเดียว

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • BTS สถานีทองหล่อ ~ 100 เมตร
  • BTS สถานีพร้อมพงษ์ ~ 900 เมตร
  • สวนเบญจสิริ ~ 1 กิโลเมตร
  • The Em District ~ 1 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลสมิติเวช ~ 1 กิโลเมตร
  • Gateway เอกมัย ~ 1.2 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเทพธารินทร์ ~ 1.3 กิโลเมตร
  • Nihonmura Mall ~ 1.4 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 1.7 กิโลเมตร
  • J Avenue ~ 1.7 กิโลเมตร
  • K Village ~ 1.8 กิโลเมตร
  • The Commons ~ 1.8 กิโลเมตร
  • Big C พระราม 4 ~ 1.9 กิโลเมตร
  • Big C เอกมัย ~ 1.9 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตกล้วยน้ำไท) ~ 2.1 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus พระราม 4 ~ 2.1 กิโลเมตร
  • สวนเบญจกิตติ ~ 2.4 กิโลเมตร
  • Terminal 21 ~ 2.3 กม.
  • ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ~ 3.3 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

มาดูพื้นที่ภายในโครงการกันครับ The Crest 34 เป็นคอนโดตึกเดี่ยวครับ ตัวอาคารสูง 28 ชั้น มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 265 ยูนิต ถือว่าจำนวนยูนิตไม่มากได้ความเป็นส่วนตัว ทางเข้าออกโครงการมี 1 ทางที่ถนนสุขุมวิท การเดินรถภายในโครงการ เป็นแบบ 2 เลน สวนกันได้ มีที่จอดรถสำหรับ Visitor ที่ด้านหน้า และสำหรับลูกบ้านรอบตัวอาคารที่ชั้น 1 แต่ไม่สามารถวนรถได้รอบอาคารนะ มีแนวทางขึ้นที่จอดรถภายในอาคารที่ด้านข้าง สามารถจอดรถได้ที่ชั้น 1-5 ครับ ที่จอดรถมี 180 คัน ไม่รวมจอดซ้อนได้อีกประมาณ 48 คัน รวม 228 คัน คิดเป็นประมาณ 86% ครับ โดยชั้นห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 6

สำหรับตัวอาคารมีรูปทรงเป็น 4 เหลี่ยมจตุรัส ตั้งอยู่กลางพื้นที่โครงการ มี Drop Off ที่ด้านหน้าโครงการ โดยใช้น้ำ (Water Feature) ตกแต่งให้ดูแกรนด์ขึ้น สมกับราคาระดับ Super Luxury เข้าถึงง่าย ภายในมี Lobby รองรับ มีห้องน้ำแยกชายหญิง และ Mail Box ในตัว นอกจากนั้นยังเป็นพื้นที่ แยกไปยังส่วน Library ที่มีขนาดค่อนข้างกว้าง และได้รับวิวหน้าโครงการ และโถงลิฟต์ของโครงการ ได้ลิฟต์ โดยสาร 3 ตัว และ Service Lift 1 ตัวครับ

พื้นที่หน้าโครงการมี รปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รั้วโครงการก็สูง มิดชิด ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ดูมีความเป็นส่วนตัวสูงครับ

เมื่อเข้ามาฝั่งขวามือคือพื้นที่จอดรถสำหรับ Visitor ครับ แบ่งช่องไว้ให้ชัดเจน มีแนวต้นไม้เป็นจุดให้ด้วย เป็นบรรยากาศดีให้โครงการ

ที่ตรงกลาง Drop Off ใช้น้ำพุเป็นวงเวียน ช่วยให้มี Movement บริเวณหน้าโครงการ นอกจากนั้นเสียงน้ำยังช่วยกลบเสียงรถจากถนนได้บ้างนะ

ทางเข้าออกภายในโครงการมีรั้วกั้นไม้กระดกให้ พร้อมระบบ Key Card เพื่อเข้าออก

ด้านในมีถนนที่รถสวนไปมา 2 เลน ค่อนข้างกว้าง พร้อมที่จอดใต้อาคาร

จุดขึ้นลงที่จอดรถอยู่ทางด้านข้างอาคารนะครับ จำกัดความสูงที่ 2.1 เมตร ซึ่งรถทั่วไปที่ใช้กันบนท้องถนนก็ถือว่าขึ้นลงได้สะดวกครับ

ภายในพื้นที่จอดรถมีช่องแสงมาให้ ทำให้ในช่วงเวลากลางวันก็ดูสว่าง ปลอดภัย ฝ้าเพดานเก็บสีเรียบร้อย มีไฟตามแนวตลอด ปลอดภัยครับ

ออกมีที่อีกฝั่ง ด้านหลังโครงการ มีพื้นที่จอดรถเช่นกัน พร้อมแนวต้นไม้ริมรั้ว ช่วยให้บรรยากาศที่ดีนะครับ ทำให้มีสีเขียวตลอดแนว สบายตา

ที่ด้านทิศตะวันตกของโครงการ ก็เป็นที่จอดรถเช่นกัน แต่เป็นส่วนของมอเตอร์ไซค์ครับ ซึ่งตรงนี้จะไม่สามารถไปทะลุวนออกได้นะ มีสนามหญ้ากั้นไว้ ต้องย้อนกลับ เข้าออกทางเดียวครับ

ทางเข้าด้านหน้าโครงการยกระดับ ปูพื้นด้วยหินอ่อน มีสระน้ำเล็กๆขนาบข้างที่ทางเดิน ช่วยเสริมมูลค่าให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น

เมื่อเข้ามาภายในส่วนแรกที่เข้าถึงคือ Lobby มี Doorman คอยเปิดประตูให้ การตกแต่งภายในพื้นและผนังเป็นลายหินอ่อน สไตล์ Classic หรูหรา แต่ก็มีความทันสมัย บรรยากาศแสงไฟ Downlight สะท้อนพื้นและผนังดูอบอุ่น มีพื้นที่นั่ง ไม่ได้เยอะมากนัก

มี Mail Box สไตล์ Classic เช่นกัน ดูอบอุ่นดีนะครับ

ภายในมีห้องน้ำแยกชายหญิงให้ด้วย หรูหราทีเดียว

ส่วนอีกฝั่งมีห้องสมุด ที่เป็น Facilities ที่ชั้น 1 นี้นะ เข้าถึงด้วยระบบ Key Card หน้าห้องที่นั่งให้ด้วย

ขนาดค่อนข้างใหญ่เลย กว้าง ใช้สำหรับอ่านหนังสือ ทำงาน เป็นพื้นที่ Co-Working Space ด้วยเช่นกัน ตกแต่งสไตล์ Classic ร่วมสมัย ดูดีทีเดียว ห้องนี้จะมีตำแหน่งอยู่ทางด้านหน้าโครงการ เปิดรับช่องแสงค่อนข้างเยอะทีเดียว

ฝั่งตรงข้ามห้อง Library เป็นโถงลิฟต์ของอาคาร เข้าออกด้วย Key Card ครับมีประตูตกแต่งสวยงามทีเดียว

ภายในโถงลิฟต์ก็ตกแต่งสไตล์เดิม Classic หรูหรา มีลิฟต์โดยสารเป็นแบบล็อคชั้นทั้งหมด 3 ตัว อัตราส่วนลิฟต์ภายในโครงการคือ 88 : 1 ยูนิต/ลิฟต์ ยังพอถือว่าพอรับได้กับมาตรฐานของคอนโดระดับบนที่จะต้องมีแถวๆ 80:1 ไม่เกิน 100:1

ชั้น 6 นั้นจะเป็นชั้นแรกของพื้นที่พักอาศัย จนถึงชั้น 22 จะมีหน้าตาเหมือนกันครับ (ยกเว้นห้อง Duplex ที่จะเหมือนกันทุกๆ 2 ชั้น) โดยที่ชั้น 6 จะเป็นชั้นที่พิเศษหน่อย เนื่องจากเป็นชั้นที่มีสวนตั้งอยู่บนโพเดี้ยมที่เป็นที่จอดรถ 5 ชั้นที่ผ่านมา สวนบริเวณนี้ก็จะสามารถเป็นวิวให้กับห้องพักทางฝั่งด้านนี้ไปด้วย ประเภทของห้องก็จะมี 1 Bedroom, 2 Bedrooms และ Duplex ขนาดต่างๆกันไปครับ โดยทางเดินภายในเป็นแบบ Double Corridor Loaded ทั้งหมด มีโถงลิฟต์อยู่ตรงกลาง ช่วยให้เข้าถึงทุกห้องได้ง่าย ไม่มีห้องไหนต้องเดินไกลเกินไป

มาดูเรื่องทิศและตำแหน่งของห้องกันครับ ห้องที่หันไปทางทิศเหนือเป็นห้อง Duplex 3 ห้อง 1 Bedroom 2 ห้อง และ 2 Bedrooms 1 ห้อง ซึ่งห้องที่วิวดีที่สุดก็คงจะเป็นห้อง Duplex ที่ติดสวน ได้ทั้งวิวทิศเหนือและวิวสวน แถมยังมีห้องข้างๆช่วยบังแดดทางทิศตะวันตกให้อีกด้วย ส่วนห้อง 1,2 Bedrooms 3 ห้องจะได้วิวสวนด้วย ก็ถือว่าดีไม่น้อย ส่วนห้องอื่นๆที่รับวิวภายนอก รอบข้างโครงการ ก็จะได้รับวิวโล่งทั้งหมด เนื่องจากอยู่ชั้น 6 ส่วนทางด้านทิศตะวันออกที่ติดกับ The Keyne มีแค่ 2 ยูนิตเท่านั้นที่ติดทิศตะวันออก แล้วทั้งสองห้องก็มีระเบียงหันหน้ารับวิวทางทิศเหนือ และทิศใต้อยู่แล้ว ตรงจุดนี้อาจจะเสียมูลค่าเรื่องของ “ห้องมุม” ที่สมควรจะได้วิวสองทิศไปครับ มีเพียงส่วนของโถงทางเดินเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากช่องแสงทางด้านนี้

ส่วนของชั้น 7 เองก็จะมีลักษณะห้องพักอาศัยเหมือนกับชั้น 6 เพียงแต่ไม่มีพื้นที่ของสวนทางทิศเหนือแล้ว แต่ก็ยังสามารถได้รับวิวจากสวนอยู่เช่นเดิม

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าชั้น 6-22 จะมีลักษณะภายในเหมือนกันทั้งหมด ต่างก็แค่เพียงห้อง Duplex ที่จะมี 2 ชั้น ทำให้ชั้นเลขคู่และเลขคี่มีแปลนที่แตกต่างกันนะครับ

 

ส่วน ชั้น 23-27 จะแตกต่างตรงที่จะมีห้องแบบ Penthouse ด้วยครับ ทางทิศใต้ ซึ่งจะได้รับวิวชุมชนพักอาศัยฝั่งสุขุมวิทเลขคู่ ที่ค่อนข้างเงียบสงบ

ส่วนชั้นบนสุดของอาคาร เป็นชั้น Main Facilities ไม่มีห้องพักอาศัย แต่จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ข้อดีคือไม่รบกวนพื้นที่พักอาศัย สามารถจัดการดูแลรักษาได้ง่าย และง่ายต่อการเข้าใช้งาน ซึ่งแต่ละพื้นที่จะได้รับวิวภายนอกที่โล่งกว้างในทุกๆด้าน ยกเว้นทิศตะวันออกที่ติดอาคาร The Keyne 28 ชั้น เท่ากัน ซึ่งทางโครงการก็ได้ออกแบบไว้ให้ไม่ได้เน้นวิวฝั่งนั้นอยู่แล้ว พื้นที่ต่างๆประกอบไปด้วย

  • สระว่ายน้ำ Infinity Edge ขนาด 5 x 20 เมตร ส่วนลึกที่สุด 1.20 เมตร ระบบเกลือ
  • มีส่วน Shallow Pool พร้อมเตียงอาบแดด
  • ภายในห้องมี Indoor Pool ที่เป็น Jacuzzi ให้
  • Fitness
  • Terrace
  • Green Court
  • ห้องน้ำแยกชายหญิง

โถงทางเดินที่นี่เป็นแบบ Double Corridor Loaded ซึ่งจะมีห้องพักอาศัยทั้งสองฝั่งซ้ายขวา ไม่ได้รับความเป็นส่วนตัวมากนัก มีช่องแสงที่ปลายทางเดิน ผนังเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พื้นเป็นกระเบื้องผิวมัน สะท้อนกับไฟ Downlight ด้านบนที่มีตามแนวทางเดิน ซึ่งที่บริเวณเหนือประตูห้อง ก็มีไฟ ซ่อนให้อีก เป็นจุดๆ สว่างและปลอดภัยครับ

เมื่อออกจากโถงลิฟมาก็จะพบทางเดินที่นำเราไปสู่พื้นที่ส่วนกลางทั้งหลายที่ชั้นบนสุดของอาคาร

เมื่อเดินออกมาสิ่งแรกที่จะพบคือ Terrace ที่ถูกจัดไว้เป็นมุมพักผ่อน พื้นที่บริเวณนี้จะตั้งอยู่ทางทิศใต้ ซึ่งหากจะมาใช้งานในเวลากลางวันอาจจะต้องเจอกับแดดที่สาดเข้ามา แต่ถ้าในช่วงตอนเย็นที่พระอาทิตย์เริ่มตกแล้ว จะเป็นวิวที่สวยเลยทีเดียว

มาทางขวามือก่อนคือพื้นที่ Green Garden ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รับวิวได้ค่อนข้างโล่ง สถานที่จริงมีลมพัดตลอดเนื่องจากอยู่สูง สำหรับใครที่ชอบการรับวิวมุมสูง โล่ง รอบด้าน แนะนำบริเวณนี้เลยครับ แต่หากมาในช่วงเวลาหลังบ่ายโมงไปจนถึงพระอาทิตย์ตก ถ้าไม่ชอบนอนอาบแดด ก็คงจะมีร้อนกันบ้าง เพราะเป็นฝั่งที่รับแดดไปเต็มๆ แถมยังเปิดโล่ง ไม่มีอะไรบังอีกด้วย ส่วนด้านข้างเลยไปจะมีบันไดให้เดินลงไปสู่พื้นที่ห้องน้ำของชั้นนี้ ถือว่าก็สะดวก และเป็นส่วนตัวเหมือนกันนะ

มาทางฝั่งด้านซ้ายจะมี  Infinity Edge Pool (หรือที่บางคนเรียกว่า Fish Tank ไร้ขอบ) ระบบเกลือ ขนาด 5 x 20 เมตร ส่วนลึกที่สุด 1.20 เมตร แยกสระเด็กด้วย ซึ่งมีจุดเด่นที่รับวิวไปเต็มๆฝั่งถนนสุขุมวิท ได้รับ City View ที่คึกครื้นเลยทีเดียว ซึ่งบริเวณนี้จะอยู่ภายใต้อาคารนะ ถึงฝนจะตกแต่ก็ยังสามารถใช้พื้นที่นี้ได้ รู้สึกไม่อึดอัดเพราะมีระยะฝ้าเพดานเป็น Double Volume ค่อนข้างสูงโปร่งเลยทีเดียว ลมยังพัดเข้ามาได้ตลอดเลยล่ะครับ

ส่วนด้านในมีสระแยกอีก เป็นสระ Jacuzzi และสระน้ำอุ่น ที่เรียกว่า Spa Pool เป็นส่วนของสระภายใน ส่วนนี้จะไม่ได้รับลมจากภายนอก แต่จะได้บรรยากาศและแสงจากภายนอกอยู่เช่นเดิม

อีกฝั่งใกล้ๆกันคือ Fitness ซึ่งเป็นกรอบผนังกระจกทั้งหมด เช่นเดียวกับสระว่ายน้ำข้างๆ รับวิวได้โดยรอบ บรรยากาศดีทีเดียวล่ะ

ภายในห้อง Fitness ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีอุปกรณ์ออกกำลังกายอยู่ค่อนข้างครบครัน มีทั้งส่วนของ Cardio และ Weight Training ซึ่งจะได้รับ City View ฝั่งทิศใต้ของอาคาร เป็นบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบเงียบ ไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก แต่โล่งมองเห็นท้องฟ้า และแนวพื้นด้านล่างชัดเจน

ที่ชั้น 2 ของห้อง Fitness มีส่วนของห้อง Meeting Room ให้ด้วยนะครับ ซึ่งก็เช่นเดิม รับวิวรอบเมืองโล่งทางฝั่งทิศใต้

นอกจากนั้นยังได้วิวสระว่ายน้ำ และวิวรอบข้างด้านล่างด้วยนะครับ เป็นมุมมองที่ดีทีเดียว

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • ห้องสมุด
  • สวนที่ชั้น 6 และชั้น 28
  • ห้องออกกำลังกาย ชั้น 28
  • สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge ขนาดใหญ่ ชั้น 28
  • สระน้ำอุ่น Spa Pool Jacuzzi
  • Sky Lounge
  • ที่จอดรถรวมซ้อนคัน 86%
  • ลิฟต์โดยสารแบบล็อคชั้น 3 ตัว, Service Lift 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์/ยูนิต อยู่ที่ 88 : 1
  • ระบบ CCTV และ รปภ. 24 ชั่วโมง
  • Access Card


Product Walkthrough

มาดูส่วนห้องพักอาศัยกันบ้างนะครับ ห้องแรกที่จะพาไปดูคือห้อง 1 Bedroom ขนาด 44.90 ตร.ม. มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีระยะพื้นถึงฝ้า 2.7 เมตร ดูโล่งทีเดียว พื้นห้องปูด้วยหินอ่อน Verona นำเข้าจากประเทศอิตาลี ผนังฉาบเรียบทาสี ห้องนี้มีความแตกต่างจากห้องพักอาศัยที่เราจะเห็นกันโดยทั่วไปนิดหน่อย คือห้องน้ำแยกออกเป็น 2 ส่วน แยกส่วนอาบน้ำและส่วนโถสุขภัณฑ์ออกจากกัน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวของตัวห้องน้ำ ส่วนพื้นที่อื่นๆภายในห้องก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกเช่นกัน เดี๋ยวเราลองไล่ไปทีละส่วนกันนะ

แบ่งพื้นที่การใช้งานภายในออกเป็น 5 ส่วน คือส่วนห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ระเบียง และห้องนอน โดยเริ่มที่เปิดประตูเข้ามาจะพบกับส่วนของ Foyer ด้านหน้า สำหรับใส่รองเท้า ถอดรองเท้า เพื่อไปยังส่วนอื่นๆต่อ ทางด้านข้างมีห้องครัว ซึ่งจะได้เป็นครัวปิด มีฉากกั้นมาให้ ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควันจะส่งผลรบกวนพื้นที่ภายในอื่นๆ มาพร้อมกับแนวกระจกด้านข้างอีกนิดนึง ตรงนี้จะได้ในเรื่องของช่องแสง และความโปร่งมากยิ่งขึ้น เคาน์เตอร์ครัวรูปตัว L มีวัสดุปิดผิวเป็นกินแกรนิตสีดำ แต่เสามาคั่นอยู่ตรงกลางระหว่างเคาน์เตอร์ตัว L ก็แอบแปลกๆอยู่เหมือนกันสำหรับจุดนี้ มี Sink, Hob & Hood มาให้เรียบร้อย เมื่อตรงต่อเข้ามาจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น ที่ค่อนข้างยาว แต่ยังสามารถรับช่องแสงจากระเบียงเข้ามาสู่ภายในตัวห้องได้อยู่นะ รวมไปถึงมีพื้นที่รับประทานอาหารอยู่ด้วย ถ้าจัดแบบนี้ก็สามารถทานอาหารไปด้วยดูทีวีไปด้วยได้เลย ด้านในสุดมีระเบียงที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่มีช่องสำหรับเก็บ Condensing unit และ เครื่องซักผ้า ที่ฝั่งซ้ายและขวา

กลับเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นด้านข้างมีห้องน้ำให้ ซึ่งเป็นห้องน้ำแบบมีเฉพาะส่วนอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง มีประตูบานสไลด์เชื่อมกับภายในห้องนอนได้ด้วย การแยกแบบนี้ทำให้เราสามารถเข้าใช้งานได้ 2 ทาง สะดวก ไม่ต้องรบกวนพื้นที่ภายในห้องนอนในกรณีที่มีแขกมาใช้ ซึ่งจะทำให้ยังคงได้ความเป็นส่วนตัวอยู่ ส่วนห้องนอนมีทางเข้าข้างๆห้องน้ำ พื้นในห้องนอนเปลี่ยนเป็น Engineering Wood ขนาดภายในถือว่าค่อนข้างกว้าง วางเตียงแล้วยังเหลือพื้นที่รอบเตียงสบายๆ แถมยังมีพื้นที่ Walk-in Closet ภายใน และส่วนอาบน้ำด้วย ที่จะมีเฉพาะ Hand Shower และ อ่างอาบน้ำ การมีห้องน้ำตั้งอยู่ภายในตัวอาคารทำให้การระบายอากาศทำได้ยากขึ้น ต้องใช้พัดลมดูดอากาศ และเปิดประตูช่วยนะครับ

มาดูอีกห้องกันนะครับ จะเป็นห้องขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย ซึ่งเป็น 1 Bedroom เช่นเดิม มีขนาด 53.70 ตร.ม. เป็นห้องรูปทางสี่เหลี่ยมจตุรัส ซึ่งจะมีตำแหน่งที่หัวมุมของอาคารรับวิวได้ 2 ด้าน พื้นเป็นหินอ่อน Verona นำเข้าจากประเทศอิตาลี ผนังฉาบเรียบทาสีเช่นเดิม ส่วนภายในห้องนอนจะเป็นพื้น Engineering Wood

แบ่งลักษณะการใช้งานภายในห้องออกเป็น 5 ส่วน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ระเบียง ห้องน้ำ และห้องนอน เริ่มที่เปิดประตูเข้ามาภายในห้อง จะมี foyer ด้านหน้าสำหรับวางรองเท้า ใส่รองเท้า เช่นเดิม ส่วนด้านข้างจะเป็นส่วนของห้องครัว เป็นครัวแบบปิดมีฉากบานสไลด์กระจกใสมาให้ ด้านในมีเคาน์เตอร์ Top หินแกรนิต รูปตัว L เข้ามุมไว้ให้ จัด Sink, Hob & Hood มาให้ครบเช่นเคย ผนังภายในส่วนห้องครัวอีกฝั่งจะมีแนวกระจกบาน Fixedให้ เพื่อเชื่อมต่อมุมมองกับห้องนั่งเล่น ให้ได้รับแสงภายนอก และดูไม่ทึบตัน ออกมาส่วนห้องนั่งเล่นมีขนาดกว้างทีเดียว สามารถจัดพื้นที่รับประทานอาหารไว้ในนี้ได้ด้วย มีตำแหน่งติดกับระเบียง เป็นช่องแสงหลักให้กับพื้นที่ภายในห้อง ระเบียงมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ออกไปยืนสูดอากาศได้ แต่ไม่ถึงกับตั้งชุดเก้าอี้นั่งจิบกาแฟ มีพื้นที่เก็บ Condensing unit และ เครื่องซักผ้า ขนาบซ้ายขวา พร้อมบานปิดมิดชิดเรียบร้อย

ภายในห้องนั่งเล่นยังแจกไปยังส่วนของห้องน้ำได้ ห้องน้ำตั้งอยู่ติดกับมุมอาคาร ทำให้ระบายอากาศได้ดี นอกจากนั้นยังสามารถเข้าออกได้ทั้งจากห้องนั่งเล่น และห้องนอน สะดวก และได้ความเป็นส่วนตัว ภายในห้องน้ำประกอบไปด้วย อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ Hand Shower, Rain Shower และอ่างอาบน้ำ ซึ่งส่วนอาบน้ำก็มีกระจกกั้นมาให้เรียบร้อย ส่วนสุดท้ายคือห้องนอนที่มีขนาดภายในค่อนข้างกว้าง จัดได้หลากหลายทีเดียว มีจุดเด่นที่อยู่มุมอาคาร ทำให้ภายในห้องได้กระจกเข้ามุมมาด้วย สามารถรับวิวได้มากกว่า 180 องศา มีส่วนเชื่อมต่อกับห้องน้ำ จัดเป็นมุม Walk-in Closet ได้สบายๆ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 20 December 2018

  • ชั้น 17 ห้อง 1 Bedroom ขนาด 35.78 ตร.ม. ราคา 8 ล้านบาท ประมาณ 223,589 บาท/ตร.ม.
  • ชั้น 25 ห้อง 1 Bedroom ขนาด 46.58 ตร.ม. ราคา 10.9 ล้านบาท ประมาณ 239,088 บาท/ตร.ม.
  • ชั้น 27 ห้อง 1 Bedroom ขนาด 45.59 ตร.ม. ราคา 12.9 ล้านบาท ประมาณ 276,943 บาท/ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • นิติบุคคล : Knightfrank
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล –  ถือเป็นจุดเด่นของโครงการเลยทีเดียว เนื่องจากติดถนนสุขุมวิท ถึงจะเป็นฝั่งเลขคู่ แค่การติดถนนใหญ่ทำให้สามารถได้รับความคึกคักจากฝั่งเลขคี่ได้มากยาก อีกทั้งยังได้รับบริบทของชุมชนทางฝั่งเลขคู่ไปด้วย ในด้านของความอุดมสมบูรณ์ก็จัดว่าครบครันเลยทีเดียว ได้รับความเจริญหลักๆทางฝั่งทองหล่อ พร้อมพงษ์ ซึ่งเป็นแหล่ง กิน เที่ยว ชื่อดังของกรุงเทพอยู่แล้ว หรือจะเลยออกไปยังอโศก หรือฝั่งเอกมัย ก็ทำได้ไม่ยากเลย ยิ่งไปกว่านั้นซอยสุขุมวิท 34 ยังสามารถทะลุไปยังฝั่งพระราม 4 ได้อีก เรียกได้ว่ารับความอุดมสมบูรณ์จากรอบด้าน และมีความคล่องตัวสูง เดินทางสะดวก นอกจากนั้นยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลายขึ้นไปอีกด้วย

การเดินทางโดยใช้รถ – ถือว่าดีมาก เพราะติดถนนใหญ่สุขุมวิทและติดซอยสุขุมวิท 34 สามารถเชื่อมต่อซอยสุขุมวิท 26 ไป K Village และ Nohonmachi ได้  และยังสามารถทะลุไปเส้นพระราม 4 ได้อีก จากหน้าโครงการวิ่งไปนิดเดียวก็จะมีจุดกลับรถซึ่งสามารถเข้าทองหล่อหรือเอกมัยได้ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องอ้อมไกลอีกด้วย

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – ดีมากเช่นเดียวกัน เพราะหน้าตึกเดอะเครสต์ สุขุมวิท 34 อยู่ห่างจากทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อประมาณ 100 เมตร เดินได้สบายๆ นอกจากนั้นยังข้อดีของโครงการติดถนนใหญ่คือ มี Taxi และ วินมอเตอร์ไซค์ขับผ่านไปมาตลอดเรียกใช้งานสะดวก และรับส่งง่าย ไม่ต้องเข้าซอยให้อันตราย

การออกแบบโครงการ – ตัวอาคารออกแบบมาในสไตล์ Classic ร่วมสมัย ที่โดดเด่น ภายในมีจำนวนยูนิตไม่เยอะทำให้โดดเด่นในเรื่องของความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่โครงการระดับสูงคำนึงถึงเป็นข้อแรกๆ ภายในตัวอาคารถือว่าทำได้ดีทีเดียว ตัวอาคารมีการจอดรถทั้งรอบและภายในอาคาร ซึ่งจะอยู่ที่ชั้น 1-5 ทำให้ห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 6 ซึ่งก็จะสามารถรับวิวรอบข้างได้ จะมีวิวทางฝั่งทิศตะวันออกที่ติดกับตึก The Keyne ทางโครงการก็ออกแบบให้ไม่มีห้องหันหน้าไปทางนั้น รับเพียงแสงเข้าสู่โถงทางเดินของแต่ละชั้น และเลือกรับวิวในทิศอื่นๆ รอบด้านแทน นอกจากนั้นยังใช้พื้นที่โพเดี้ยมของอาคารจอดรถชั้น 1-5 เป็นสวนที่ชั้น 6 เป็นพื้นที่พักผ่อนและเป็นวิวให้กับห้องพักทางด้านนั้น และยังทำให้ ห้องพักบางส่วนทางทิศเหนือ มีระยะห่างออกจากถนนสุขุมวิท และแนวรถไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดปัญหาเรื่องเสียงและฝุ่นที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นยังมีการวางโถงลิฟต์ไว้กลางอาคาร ทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุกๆพื้นที่ และการมีชั้น Facilities เป็นชั้นบนสุดของอาคารช่วยให้ได้รับวิวมุมสูงจากทุกๆพื้นที่ มีการจัดการดูแลรักษาง่าย เข้าถึงง่าย และไม่มีห้องพักอาศัยที่ถูกพื้นที่ส่วนกลางรบกวนความเป็นส่วนตัว

การออกแบบห้อง – มีรูปแบบห้องให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งเน้นห้องขนาดใหญ่ทั้งหมด มีระดับพื้นถึงฝ้า 2.7 เมตร ภายในมีการจัดแบ่งสัดส่วนชัดเจน มีประตูกระจกกั้นแบ่งสัดส่วนทุกๆห้อง ได้เป็นครัวปิด ที่มีเคาน์เตอร์ตัว L และเปิดช่องแสงให้เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกได้ ทำให้ครัวดูไม่ทึบตัน นอกจากนี้ยังออกแบบให้ห้องน้ำสามารถใช้งานง่ายจากทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการทำทางเข้าออกห้องน้ำสองทาง หรือการแยกส่วนห้องน้ำ และส่วนอาบน้ำออกจากกัน ก็ดูมีการคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวอยู่เสมอ พื้นที่ภายในห้องนอนค่อนข้างกว้าง และสามารถรับวิวได้เยอะ มีส่วน Walk-in Closet ทั้งหมดทุกรูปแบบห้อง พื้นที่ระเบียงจากขนาดไม่เน้นการใช้งานมากนัก เป็นช่องแสงและพื้นที่ซักล้าง

วัสดุ – ต้องยอมรับว่าทาง SC Asset จัดมาเต็ม พื้นเป็นหินอ่อน Verona ห้องนอนเป็น Engineeting Wood, Digital Doorlock, ครัว smeg ท๊อปแกรนิต กระจกบานใหญ่เพิ่มความโปร่ง สวิทซ์ Siemens และสุขภัณฑ์ที่ออกแบบมาสวยงาม แยกส่วนด้วยฉากกระจก Frameless และระเบียง มีช่องเก็บ Condensing unit และเครื่องซักผ้าออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน แต่ส่วนตัวมองว่าคอนโดระดับนี้ควรได้เครื่องปรับอากาศเป็นแบบฝังฝ้า และฝ้าเพดานที่น่าจะได้สูงกว่านี้อีกนิด ประมาณ 3 m ส่วนเรื่องอื่นๆถือว่าผ่านในมาตรฐานระดับ Super Luxury ครับ

สาธารณูปโภค – สาธารณูปโภคจัดมาให้ครบและดูดีทีเดียว ที่ส่วน Lobby ชั้น 1 มี Doorman คอยให้บริการเปิดประตูและช่วยถือของ และส่วนของ Library ที่สามารถเป็นที่นั่งอ่านหนังสือ นั่งทำงานกันได้ครับ มีสวนบริเวณชั้น 6 ที่นอกจากจะเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ยังเป็นวิวให้กับพื้นที่ห้องพักอาศัยทางทิศนั้น ส่วนชั้น Main Facilities มีข้อดีที่รวมพื้นที่ส่วนกลางไว้บนชั้นนี้ทั้งหมด จัดการดูแลรักษาง่าย เข้าถึงง่าย และไม่มีห้องพักอาศัยที่ถูกพื้นที่ส่วนกลางรบกวนความเป็นส่วนตัว นอกจากจะจัดมาให้ครบแล้ว พื้นที่จริงได้รับการใช้งานให้เกิดประโยชน์ในทุกๆพื้นที่ เช่นสวน Green Garden ของจริงที่ไปดูก็มีคนนอนอาบแดดจริง ส่วนสระว่ายน้ำเป็นสระแบบ Infinity edge (สระไร้ขอบ) ซึ่งจะสามารถเปิดมุมมองได้เยอะกว่าสระทั่วไป แถมยังมีการแยกส่วนกับสระ Jacuzzi น้ำอุ่น  ภายใน ที่เรียกว่า Spa Pool ชัดเจน แบ่งส่วนการใช้งานที่แตกต่างกัน และฟิตเนตที่สามารถรับวิวเมืองจากมุมสูง ซึ่งจากที่ไปดูก็มีคนเข้าใช้งานให้เห็นอยู่ตลอด ในแต่ละพื้นที่ มีการดูแลรักษาสภาพจัดว่าเยี่ยมเลยครับ ต้นไม้ภายในโครงการก็มีขนาดที่สามารถใช้งานได้จริง ให้ร่มเงาได้ ได้รับการดูแลอย่างดีทีเดียว 

Judgement

ราคาของคอนโดนี้ถือเป็นระดับ SUPER LUXURY CLASS ซึ่งความคุ้มค่าด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อ ความคุ้มค่าด้านอารมณ์คือปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตราบเท่าที่ทางเรายังไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานทางอารมณ์ได้ ทาง Think of Living ขอไม่ให้คะแนนฟันธงในรีวิวเจาะลึกนะครับ เพราะมีตัวเปรียบเทียบน้อย เป็นสินค้าประเภท Unique เสียส่วนใหญ่ และเราก็เชื่อว่าลูกค้าที่พร้อมจะซื้อคอนโดระดับนี้ ไม่ตัดสินง่ายๆด้วยคะแนนแน่นอน

BOTTOM LINE

โครงการ The Crest สุขุมวิท 34 เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดในเมืองย่านทองหล่อ มีความอุดมสมบูรณ์สูง เข้าออกเมืองสะดวก เป็นคอนโดติดถนนสุขุมวิท ใกล้รถไฟฟ้า BTS ในระยะเดินสบายๆ เน้นความเป็นส่วนตัวเพื่อนบ้านน้อย ได้พื้นที่ห้องเยอะอยู่สบาย วัสดุดี มีส่วนกลางหลักๆให้ใช้ครบที่ชั้นดาดฟ้า มีงบประมาณระดับ 8 – 25 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 56,000 – 180,000 ต่อเดือน