รีวิวฉบับที่ 1798 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมคอนโดในย่านเอกมัย-ทองหล่อ กับโครงการ The Alcove ทองหล่อ 10 โครงการตั้งอยู่ติดฝั่งซอยเอกมัย 5 ที่แบ่งครึ่งกับซอยทองหล่อ 10 ซึ่งอีกไม่กี่เดือนตรงข้ามคอนโดจะมี Donki Mall Thonglor มาเปิดใหม่ ทำให้หาซื้อของกินของใช้ได้ง่าย โดยโครงการจะเป็นตึกสูง 23 ชั้น มีจำนวน 135 ยูนิต จัดเป็นคอนโด High Rise ตัวเดียวของ Samirano ที่มาพร้อมยูนิตห้องเริ่มต้นขนาดใหญ่ ไปชมกันเลยค่ะว่าปัจจุบันบรรยากาศภายในโครงการจะเป็นยังไงกันบ้าง

Fact @ 30 January 2019

  • The Alcove Thonglor 10 (ดิ แอลโคฟ ทองหล่อ10)
  • บริษัท ซามิราโน จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : เขตวัฒนา
  • คอนโด High Rise 23 ชั้น 1 อาคาร 135 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 12 ยูนิต/ชั้น
  • ที่จอดรถประมาณ 100 คัน 75% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 1-1-11 ไร่
  • สร้างเสร็จปี : 2010
  • Studio 32 – 37 ตร.ม.
  • 1 Bedroom 53 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 69 – 79 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms 126 – 139 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms Duplex 185 – 210 ตร.ม.
  • ช่วงราคาต่อตารางเมตร และราคาเริ่มต้น
    • ปี 2010 : 100,000 บาท/ตร.ม.
    • ปี 2019 : 130,000 – 160,000 บาท/ตร.ม. (อ้างอิงจากราคาซื้อขายปัจจุบัน จากหลาย Website)
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-2040660-4
  • เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

    สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด : 13.7309283,100.5841912

    แผนที่จากทางโครงการค่ะ

    ก่อนอื่นเราต้องขออธิบายความแปลกของซอยนี้ก่อน เนื่องจากเป็นซอยที่เชื่อมระหว่างทองหล่อและเอกมัย ทำให้ชื่อซอยจะแบ่งคนละครึ่งกัน โดยฝั่งถนนเอกมัยจนถึง Arena 10 เรียกซอยเอกมัย 5 และครึ่งหลังจะเป็นซอยทองหล่อ 10 จนถึงฝั่งถนนทองหล่อ ที่มีความใกล้เคียงกัน เป็นถนนคู่ขนานกัน แต่กลับมีบรรยากาศโดยรวมที่แตกต่างกัน เนื่องจากฝั่งทองหล่อจะมีทางลัดเลาะไปยังสุขุมวิทตอนต้น ผ่านสมิติเวชสุขุมวิทจนไปออกย่านอโศกได้ ส่วนฝั่งเอกมัยจะอิงไปออกฝั่งถนนสุขุมวิทตอนปลาย ยิ่งกว่านั้นราคาที่ดินเอกมัยที่ถูกกว่าทองหล่อราว 30% ทำให้ คอนโด เอกมัย ทองหล่อ จึงมีสไตล์ที่แตกต่างกัน

    แม้ว่าถนนเอกมัยและทองหล่อ จะเป็นเส้นที่ขนานกัน มีรูปรางทางกายภาพที่เหมือนกัน แต่สภาพแวดล้อมของซอยค่อนข้างต่างกันโดย

    ถนนทองหล่อ  จะมีถนนที่กว้างกว่าสามารถจอดรถข้างทางได้เป็นช่วงเวลา นอกจากนี้ยังมีทางเดินที่กว้างสะดวกในการเดินเท้า ตลอดทั้ง 2 ฝั่งทางจะเต็มไปด้วยร้านอาหารสไตล์ชิคๆเก๋ๆ และนั่งชิลล์ รวมถึงมีอาคารสำนักงานมากมาย ซึ่งถนนเส้นนี้จึงมีความคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน โดยจุดเด่นของถนนเส้นนี้จะอยู่ที่ช่วงกลางซอย อย่างซอยทองหล่อ 10 ที่สามารถเชื่อมไปออกถนนเอกมัยได้ รวมถึงภายในซอยจะมีร้านนั่งชิลล์หลากหลายร้าน

    ส่วนถนนเอกมัย จะมีถนนที่ค่อนข้างเล็กและทางเดินเท้าที่แคบ เหมาะกับการนั่งรถมากกว่าเดินทางด้วยเท้า นอกจากนี้ยังเน้นไปที่คอนโดพักอาศัยมากกว่า โดยจุดเด่นจะอยู่ซอยเอกมัย12 ที่เชื่อมต่อมาจากทองหล่อ 10 ซึ่งซอยนี้เป็นซอยที่ขยายถนนให้กว้างขึ้นเป็น 4 เลน ทำให้สามารถเดิทางได้สะดวก รวมถึงยังสามารถเชื่อมไปออกถนนปรีดี พนมยงค์ได้ ซึ่งโซนนี้จะเน้นอยู่อาศัยมากกว่า ทำให้คนไม่พลุกพล่านเท่าซอยทองหล่อ 10 ค่ะ

    ที่ตั้งโครงการอยู่ในทำเลกึ่งกลางระหว่างย่านเอกมัย-ทองหล่อ เนื่องจากสามารถเดินทางไปทั้งเอกมัยและทองหล่อได้สะดวก แต่จะมีราคาคอนโดที่อิงราคาไปทางเอกมัย โดยอีกไม่กี่เดือนตรงข้ามโครงการจะมี Donki Mall Thonglor มาเปิด ทำให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอ้างอิงจากกรมธนารักษ์ปี 2559-2562 ซึ่งสรุปได้ว่าเอกมัยจะมีราคาที่ดินอยู่ที่ประมาณ 280,000-350,000 บาท/ตร.วา ซึ่งจะถูกกว่าทองหล่อที่มีราคาที่ดินอยู่ที่ประมาณ 420,000 บาท/ตร.วา ซึ่งถ้าซื้อ-ขายกันจริงๆราคาน่าจะพุ่งขึ้นสูงมากกว่านี้ โดยคอนโดฝั่งทองหล่อจะมีราคาแตะที่  160,000 – 200,000 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับเอกมัยที่ช่วงราคาที่ 130,000 – 150,000 บาท ถ้าใครมีงบน้อยแต่ยังอยู่ในย่านนี้ ทางผู้เขียนขอแนะนำคอนโดในย่านเอกมัยมากกว่าค่ะ

    การเดินทางโดยใช้รถ เดินทางได้ง่ายเป็นทำเลที่อยู่ช่วงกลางของถนนเอกมัย และยังเป็นเส้นที่ค่อนข้างโดดเด่น ซึ่งซอยเอกมัย 5 จะเชื่อมไปออกซอยทองหล่อ 10 ที่ไปออกถนนทองหล่อได้ ส่วนถ้าออกไปทางซอยเอกมัย 12 จะไปออกบริเวณถนนปรีดี พนมยงค์(สุขุมวิท 71) ได้ นอกจากนี้ฝั่งตรงข้ามยังมีซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้อีกด้วย ซึ่งข้อดีของทำเลนี้จะมีทางด่วนหลากหลายเส้นทาง ที่สามารถไปได้ทั้งทางด่วนพิเศษเฉลิมมหานคร, ทางด่วนพิเศษศรีรัช และทางด่วนพิเศษฉลองรัช

    เส้นทางที่ 1 : วิ่งจากถนนเอกมัยไปฝั่งถนนสุขุมวิท เข้าซอยสุขุมวิท 40 ไปออกถนนพระรามที่ 4 หลังจากนั้นให้วิ่งเข้าถนนกล้วยน้ำไท-อาจณรงค์ ซึ่งจะมีทางด่วนอาจณรงค์ ที่สามารถขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ไปสีลม ดินแดง หรือบางโคล่ได้

    เส้นทางที่ 2 : วิ่งจากถนนเอกมัยไปฝั่งเพชรบุรี แล้วเลี้ยวขวาออกไปถนนเพชรบุรี หลังจากนั้นตรงไปได้สักพัก จะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรพระราม ที่ไปออกถนนพระราม 9 ได้ ซึ่งเส้นนี้จะมีด่านรามคำแหง ที่สามารถขึ้นทางด่วนพิเศษศรีรัช ไปพระราม 9 ดินแดงได้

    เส้นทางที่ 3 : วิ่งจากถนนเอกมัยไปฝั่งถนนเพชรบุรี แล้วข้ามสะพานไปถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งเส้นนี้จะมีด่านพระราม 9 ที่สามารถขึ้นทางด่วนพิเศษศรีรัช ไปรามอินทรา สายไหมได้

    การเดินทางด้วยรถสาธารณะ ด้วยระยะของ The Alcove Thonglor 10 จะบอกว่าใกล้ BTS ก็คงต้องบอกว่าไม่ใกล้นะคะ ด้วยระยะทาง 1 กม.จากสถานี BTS เอกมัย แต่ด้วยความที่ทางโครงการจะมี Shuttle Service ที่รับ-ส่งจึงสามารถใช้รถไฟฟ้าเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ ไม่ต้องพึ่งพามอเตอร์ไซค์ขาไป ส่วนขากลับถ้าไม่รีบมากก็รอ Shuttle Service ของโครงการ หรือถ้าของเยอะก็เรียกแท็กซี่ได้ ส่วนถ้าใครต้องการความเร็วแนะนำให้ใช้บริการพี่วินเลยค่ะ

    นอกจากนี้การเดินทางบนถนนนี้ ขอแนะนำพี่วินมอเตอร์ไซค์เนื่องจากมีรถในปริมาณมาก ถ้าใช้พี่วินจะเดินทางได้เร็วกว่านะคะ โดยหน้าปากซอยสุขุมวิท 63 จะมีจุดขึ้นพี่วินอยู่ ซึ่งถ้าใครขี้เกียจเดินสามารถนั่งไปโครงการได้เลย โดยมีราคาเพียง 20 บาท หรือถ้ามาจากโครงการฝั่งตรงข้ามจะมีพี่วินเช่นกัน สามารถเลือกไปยังที่ต่างๆได้ง่าย ถือว่าเป็นทำเลที่เดินทางได้สะดวกทีเดียว

    สำหรับการเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มจาก BTSเอกมัย เพื่อดูสภาพแวดล้อมบนถนนเอกมัยที่มีทั้งอาคารสำนักงาน คอนโด ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และ Community Mall หลากหลาย ตรงไปเรื่อยๆจนถึงโครงการ ซึ่งตัวโครงการจะอยู่บริเวณแยกเลยค่ะ

    เริ่มกันที่สถานีรถไฟฟ้า BTSเอกมัย ที่อยู่บนถนนสุขุมวิท ซึ่งถ้านั่งถัดไปเพียง 2 สถานี ก็จะถึง BTSพร้อมพงษ์ ซึ่งมีห้าง Emporium, Emquartier และนอกจากนี้ยังมีสวนเบญสิริ ที่สามารถไปเดินออกกำลังกายได้ หรือถ้านั่งถัดไป 3 สถานี จะเป็น BTSอโศก ที่สามารถเชื่อมต่อกับ MRTสุขุมวิทได้ และยังมีห้างใหญ่อย่าง Terminal 21 ที่ขอแนะนำฟู้ดคอร์ท ที่ทั้งถูกและอร่อยเลยทีเดียวนะคะ นอกจากนี้สามารถนั่งไปลง BTSสยาม โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีอีกด้วย ทำให้ประหยัดเวลาได้ดีทีเดียวค่ะ

    หลังจากนั้นให้เราเลือกทางออกหมายเลข 1 ที่ใกล้กับปากซอยถนนเอกมัยมากที่สุด เราจะเห็นได้บนสถานีจะมีร้านค้าเล็กๆ ให้เราเลือกซื้อระหว่างทางเดินกลับบ้านได้ หรือถ้าใครอยากซื้ออาหารก่อนสามารถเลี้ยวซ้ายไปฝั่ง Gateway เอกมัยได้

    เราขอแวะมาดูอาคาร Gateway เอกมัย สักเล็กน้อย หากใครต้องการไปเดิน Shopping หรือซื้อของใช้เข้าบ้าน สามารถเลือกทางออกหมายเลข 4 ที่เชื่อมเข้าตัวห้างได้เลย

    บริเวณปากซอยเอกมัยจากมุมนี้จะเห็นบรรยากาศในซอยเอกมัยช่วงต้น ที่มีทั้งตึกสูงสลับกับอาคารพาณิชย์แนวราบ โดยจะปะปนระหว่างอาคารสำนักงาน, คอนโดมิเนียม และ ห้างสรรพสินค้า ทำให้บรรยากาศค่อนข้างคึกคักตลอดทั้งวัน

    เดินลงมาจาก BTSเอกมัย ฝั่งซ้ายมือจะมีร้านอาหารบ้านไร่กาแฟเก่าที่เปิดมาเนิ่นนาน มาพร้อมกับบรรยกาศที่แตกต่างจากเดิมสักเล็กน้อย โดยจะมีการเคลียร์พื้นที่ให้เปิดโล่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งริมทางจะมีเต้นท์ขายอาหารอยู่ ซึ่งถ้าใครหิวๆก็สามารถเดินมาหาของกินก่อนได้

    เดินไปอีกนิดนึงจะถึงแยกเอกมัย-สุขุมวิท ถ้าเรามองไปฝั่งตรงข้ามจะมีขนส่งเอกมัยถ้าขับบนเส้นถนนสุขุมวิท จะสามารถเข้าเมืองไปย่านอโศก-สยามได้ หรือถ้าต้องการออกเมืองจะไปทางบางนา-สำโรงได้ ส่วนเราจะเลี้ยวขวาเข้าถนนเอกมัยกันค่ะ

    สำหรับเอกมัยที่เรารู้จักกันดี จริงๆแล้วตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท63 นะคะ

    ถัดไปจะเห็นโครงการ Horizon อยู่ทางขวามือ โดยเปิดพื้นที่ภายในอาคารให้เช่าเป็นร้านอาหาร, สำนักงานออฟฟิศ และภายในโครงการเดียวกันยังมีคอนโดมิเนียมสูง 15-16 ชั้นด้วย ถัดเข้าไปจะมีโครงการ Noble Reveal อยู่ติดๆกันเลยนะคะ ฝั่งซ้ายมือจะมีป้ายรถเมล์ ที่สามารถนั่งไปโครงการได้

    ถัดมาจะมีเวิ้งร้านอาหาร MK Restaurant และ Miyazaki ที่สาขานี้จะเป็น Buffet โดยราคาจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ก่อน 5 โมงจะราค 449 บาท หลังจากนั้นจะราคา 499 บาท ถ้าใครสนใจ มาลองแวะชิมกันได้นะคะ

    ห่างไปไม่ไกลมากนัก จะมีเวิ้งที่ตั้งของ Park Land ที่เป็นคอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ ด้านในมีร้านค้า ร้านอาหารชิคๆเก๋ๆหลายร้าน รวมถึงยังมี Max Valu ที่สามารถหาซื้อของก่อนเข้าบ้านได้อีกด้วยค่ะ

    ภายในโครงการจะมีร้านเล็กๆ และคลินิกเสริมความงามอีกหลายร้าน โดยบรรยากาศภายในจะเป็นสไตล์ อิงลิชคลาสลิก ทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศเลยนะคะ

    ถัดมาจาก Park Lane จะมีปั๊ม Shell อยู่ภายในซอยถ้าใครน้ำมันใกล้จะหมด ก็สามารถแวะเติมได้ ไม่จำเป็นต้องออกไปหาที่ถนนใหญ่นะคะ ถัดไปจะเป็นอาคารสำนัก Bangkok Business Center ที่มี 7-11 อยู่ด้านล่างค่ะ

    บนถนนเส้นนี้จะมีร้านค้า ร้านอาหารตลอดทั้งเส้นทาง มีให้เลือกร้านหลายอย่างร้านเบเกอรี่, ร้านอาหารญี่ปุ่น และ ร้านอาหารตามสั่งต่างๆ นอกจากนี้จุดเด่นคือร้านโชคดีติ๋มซำที่เปิด 24 ชม. ทำให้หาของกินได้ตลอดทังวันทั้งคืนเลยนะคะ แต่ถนนเส้นนี้จะไม่สามารถจอดรถข้างทางได้ อาจจะต้องดูให้ดีว่าร้านค้า จะมีที่จอดรถมาให้รึเปล่านะคะ

    เลยมาหน่อยจะเจอ Big C Supercenter ที่ภายในจะมีร้าน Index Living Mall และร้านอาหารมากมาย รวมถึงจะมี Supermarket ให้มาซื้อของเข้าห้องกันได้อีกด้วยค่ะ

    สำหรับฟุตบาทของเส้นเอกมัย จะมีทางเดินที่เล็กแต่จะแลกมากับบรรยากาศที่ร่มรื่น เพราะมีต้นไม้ตลอด 2 ฝั่งทาง ซึ่งถ้าใครคิดว่าเดินลำบาก ก็ขอแนะนำให้เรียกพี่วินไปเลยค่ะ

    ตรงมาเรื่อยๆ เราจะเห็นโครงการ The Alcove ทองหล่อ 10 อยู่ฝั่งซ้ายมือแล้ว โดยฝั่งขวามือจะมีเอกมัยช็อปปิ้งมอลล์ หรือที่เรารู้จักกันดีว่าเวิ้งโบราณ ภายในจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์เล็ก ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่น เราแวะเข้าไปดูกันสักหน่อยนะคะ ว่าภายในโครงการจะมีบรรยากาศเป็นยังไงกันบ้าง

    ภายในโครงการจะแต่ง สไตล์วินเทจหน่อยๆ ที่มีร้านค้าเล็กๆหลากหลายร้าน โดยจะมีทั้งร้านอาหาร, ร้านตัดผม, ร้านอาหารญี่ปุ่น รวมถึงร้านนั่งชิลล์อย่าง บ้านเพื่อนเอกมัย ที่วัยรุ่นชอบมานั่งกินดื่มกันค่ะ

    เดินออกมาด้านหน้า เราจะเห็นโครงการเราชัดเจนแล้วนะคะ ส่วนฝั่งตรงข้ามจะมี Donki Mall Thonglor ทีกำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแล้ว

    เดินตรงมาบริเวณแยกฝั่งเวิ้งเอกมัย เราจะต้องข้ามทางม้าลายถึง 2 ต่อเป็นรูปตัว L ถึงจะไปโครงการได้นะคะ โดยฝั่งตรงข้ามโครงการจะมีร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ทำให้หาของกินได้ง่าย เนื่องจากภายในโครงการจะไม่มีร้านค้า เราต้องเดินออกมาใช้งานด้านนอกโครงการแทนค่ะ

    หลังจากข้ามมาถนนอีกฝั่งแล้ว เราจะเห็นโครงการ The Alcove ทองหล่อ 10 อยู่ฝั่งตรงข้ามเลยนะคะ

    ส่วนฝั่งตรงข้ามจะมี Donki Mall Thonglor ที่เป็นห้างสัญชาติญี่ปุ่น ที่เข้ามาเปิดในไทยเป็นแห่งที่สองของภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นห้างรูปแบบใหม่ที่อัดแน่นด้วยผลิตภัณฑ์, ร้านอาหารและร้านคาเฟ่จากญี่ปุ่น ที่เข้ามาให้คนไทยเลือกสรรกันซึ่งถ้าเปิดใช้งานเมื่อไหร่ บริเวณนี้จะคึกคักมากขึ้นเลยทีเดียวค่ะ

    กลับมาดูพื้นที่รอบๆโครงการในมุมสูงกันดูบ้าง ตัวโครงการมีพื้นที่ 1 ไร่กว่า ที่จะเป็นอาคาร High Rise สูง 23 ชั้น ที่ตัวอาคารจะอยู่ตรงกลาง และมีถนนวิ่งรอบโครงการได้นะคะ โดยรอบโครงการจะมีตึกสูงและอาคารพาณิชย์รายล้อม ซึ่งตึกสูงที่ใกล้ที่สุดจะเป็นตึก M Thonglor ที่มีระยะห่างประมาณ 60 เมตร จากที่ผู้เขียนขึ้นไปดูบรรยากาศด้านบนอาคารมา ถือว่าไม่ได้ชิดกันมากนัก อยู่ในระยะที่พอรับได้ค่ะ

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    สำหรับวันนี้เราจะใช้โดรนไปดูภาพมุมกว้างกันนะคะ จะเริ่มต้นจากทิศตะวันออก ที่ตัวโครงการติดกับถนนเอกมัย โดยริมถนนจะเป็นอาคารพาณิชย์ ซึ่งตึกสูงที่ใกล้ที่สุดจะเป็น ตึก M Thonglor 10 สูง 22 ชั้น ถัดไปจะเป็น Ceil Ekkamai สูงสุดที่ 17 ชั้น และ Oriental Tower อยู่ไกลๆ แต่ถ้ามองออกไปทางทิศเหนือ จะยังเป็นมุมเปิดโล่งอยู่ เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยในราบนะคะ

    สำหรับฝั่งทิศตะวันตก ยังไม่มีตึกสูงในระยะประชิด โดยเราจะเห็นโครงการ Arena 10 ของคุณตัน ที่กำลังจะปิดตัวลงซึ่งอาจจะต้องรอลุ้นกันนะคะ ว่าจะเปลี่ยนเป็นอะไร ส่วนทางทิศใต้ด้านหน้าโครงการจะมีห้างเปิดใหม่อย่าง Donki Mall Thonglor ซึ่งถ้าเปิดใช้งาน บริเวณนี้จะยิ่งคึกคักมากเลยทีเเดียว

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • Donki Mall Ekkamai ~15 เมตร
    • เวิ้งโบราณ ~210 เมตร
    • Health Land ~220 เมตร
    • Arena 10 ~ 240 เมตร
    • Big C เอกมัย ~ 410 เมตร
    • อาคารสำนักงาน  S.S.P. Tower ~460 เมตร
    • J Avenue ~ 760 เมตร
    • อาคารสำนักงานสรชัย ~ 810 เมตร
    • Park Lane  ~1.8 กิโลเมตร
    • Gateway เอกมัย ~1.4 กิโลเมตร
    • Major Cineplex เอกมัย ~ 1.5กิโลเมตร
    • Charn Issara Tower 2 ~ 1.7 กิโลเมตร


    เจาะลึกตัวโครงการ

    โครงการ The Alcove ทองหล่อ 10 เป็นคอนโด High Rise 23 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 135 ยูนิต เป็นตึกสูงตึกเดียวของแบรนด์ Samirano ที่จะได้เปรียบเรื่องทำเลที่สะดวกทั้งทองหล่อ-เอกมัย โดยตัวอาคารใช้โทนสีเทา โดยชั้นที่ 1 จะเป็นพื้นที่ Lobby และที่จอดรถ Visitor ถัดขึ้นไปชั้นที่ 2-5 จะเป็นพื้นที่จอดรถของผู้พักอาศัย ส่วนชั้นที่ 6-17 จะเป็นชั้นพักอาศัยของโครงการ โดยจะมี Facilities แทรกอยู่ที่ชั้น 17 และ 18 ถัดขึ้นไปชั้นที่ 18-21 จะเปิดห้อง 3 Bedrooms ที่สำหรับคอนโดใหม่ถือว่าหายากแล้วนะคะ นอกจากนี้ชั้นที่ 22 และ 23 จะเป็นห้อง 3 Bedrooms Duplex ที่จะได้พื้นที่ห้อง 2 ชั้น แต่จะเข้าได้จากทางชั้นที่ 22 เท่านั้นค่ะ

    มาดู Master Plan กันนะคะ สำหรับโครงการนี้จะพิเศษคือมีทางเข้า-ออกทั้ง 2 ทางสามารถเข้าได้จากฝั่งซอยเอกมัย 5 และถนนสุขุมวิท63 (เอกมัย) เรามาเริ่มที่ทางเข้า-ออกฝั่งซอยเอกมัย ถ้าเข้ามาด้านใน จะมีให้เลี้ยวซ้ายและขวา ถ้าเลี้ยวขวาจะเป็นพื้นที่ Drop off คนเข้าอาคาร และสามารถตรงไปทางออกฝั่งถนนเอกมัยได้ สำหรับเส้นนี้(สีแดง) จะเป็นทาง Two Way นะคะ หรือถ้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นทาง One Way ที่สามารถไปที่จอดรถได้ นอกจากนี้โดยรอบยังมีพื้นที่จอดรถสำหรับ Visitor และจอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วย

    หลังจากนั้นเราจะกลับมาที่ทางเข้าอาคาร โดยทางเข้าอาคารที่นี้จะต้องเดินลงสักเล็กน้อยนะคะ เข้าไปจะเจอพื้นที่ Lobby ที่ภายในจะมีที่นั่งและห้องน้ำสำหรับแขกที่มาเยี่ยม รวมถึงยังออฟฟิศสำหรับนิติอีกด้วย ส่วนถ้าจะเข้าไปในคอนโดจะมีประตูอีกชั้นนึงนะคะ ภายในโถงลิฟต์จะมีห้อง Mailbox สำหรับลูกบ้านอยู่นะคะ ตัวโครงการจะมีลิฟต์ทั้งหมด 3 ตัว โดยจะแบ่งเป็นลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และลิฟต์ Service  1 ตัวค่ะ

    ถ้าเรามาจากซอยเอกมัย 5 จะมีทางเข้าโครงการอยู่ แต่ทางเข้าอาจจะสังเกตยากสักเล็กน้อย เราจะต้องมองดีๆ ถ้าสมมุติว่าเลยไปแล้วอาจจะต้องไปเลี้ยวซ้ายที่แยก และเข้าประตูฝั่งถนนเอกมัยแทนค่ะ

    ถัดเข้ามาจะมีป้อมยามที่มีรปภ.ดูแลความปลอดภัยอยู่ 24 ชั่วโมง โดยบริเวณนี้จะไม่มีไม้กั้น แต่ส่วนคนที่มาติดต่อจะต้องแลกบัตรบริเวณนี้ก่อนนะคะ

    หลังจากเข้ามาภายในโครงการ เราสามารถเลือกเลี้ยวขวาเพื่อไปบริเวณ Drop Off เพื่อส่งคน หรือถ้าใครต้องการขึ้นที่จอดรถสามารถเลี้ยวซ้ายเพื่ออ้อมไปขึ้นด้านหลังอาคารได้

    สำหรับชั้นที่ 2-5 จะเป็นชั้นจอดรถ ก็มีการตกแต่ง Facade ด้วยระแนงเหล็กสีน้ำตาล เพื่อบดบังสายตา แต่ยังมีช่องให้รับแสงและลมจากภายนอกได้อยู่ ช่วยทำให้อาคารดูเรียบร้อย และได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

    สำหรับพื้นที่ชั้น 1 จะมีที่จอดรถสำหรับ Visitor มาให้รอบโครงการเลยนะคะ

    ทางเข้า Main Lobby จะต้องเดินลงไปสักเล็กน้อยนะคะ สำหรับทางเข้าจะมีซุ้มประตูที่เป็น Double Volume ทำให้ทางเข้าดูค่อนข้างกว้างนะคะ โดยทางเข้าประตูนี้จะต้องใช้ Key Card เพื่อเข้า-ออกค่ะ

    หันออกมาฝั่งตรงข้าม จะมีพื้นที่สำหรับนั่งเล่นที่มาพร้อมกับต้นไม้สีเขียวขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น โดยจะติดกับรั้วโครงการที่บังสายตาจากภายนอกได้ แต่ยังคงได้รับลมเต็มที่นะคะ

    ถัดจาก Lobby จะมีทางบังคับเลี้ยวซ้าย เพื่อไปด้านข้างโครงการ และไปประตูทางออกที่ 2 ของตัวโครงการได้นะคะ

    สำหรับฝั่งขวามือจะมีรั้วต้นไม้เพื่อบดบังสายตาจากคนภายนอก และยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการด้วยนะคะ ส่วนฝั่งซ้ายมือใต้อาคารจะเป็นที่จอดรถของ Visitor ค่ะ ตรงไปจะมีประตูทางออกที่สามารถออกไปฝั่งเอกมัยได้

    ถัดมาที่บริเวณประตูทางออกฝั่งถนนเอกมัยจะมีรปภ.เฝ้าทางเข้า-ออกอยู่ โดยจะมีวิทยุสื่อสารกับบริเวณป้อมที่แล้วนะคะ แต่ถ้าเลี้ยวซ้ายจะมีทางขึ้นที่จอดรถของลูกบ้านอยู่ค่ะ

    มองออกมาด้านหน้าประตูทางออก จะเห็นอาคารพาณิชย์เรียงกันที่ชั้นล่างทำเป็นร้านค้า อย่างร้านส้มตำ ที่ผู้เขียนลองไปกินมาแล้วรสชาติจัดจ้านอร่อยเลยทีเดียวค่ะ

    แต่ถ้าเดินออกมาด้านหน้าประตูแล้วหันออกไปทางด้านหลังโครงการ ติดๆกับโครงการเลยจะมีร้านนั่งเล่น เป็นร้านกินดื่มที่ได้รับความนิยมของเหล่าวัยรุ่นมาเนิ่นนาน นอกจากนี้ยังมีเวิ้ง Park Avenue ที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน ภายในจะมีร้านดังๆอย่าง Thay Ekkamai ถ้าใครจะมาร้านนี้ต้องจองกันเป็นเดือนๆเลยนะคะ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ FABLAB เป็นร้านกาแฟคอนเซ็ปต์เก๋ๆ ที่สามารถเดินมานั่งทำงานในบริเวณนี้ได้ค่ะ

    กลับเข้ามาภายในโครงการระหว่างทางขึ้นที่จอดรถ เราจะเห็นว่าด้านหลังมีพื้นที่สวนเล็กๆ ที่มีต้นไม้เล็กใหญ่ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีที่นั่งเล่นสามารถมานั่งพักผ่อนในบริเวณนี้ได้

    ส่วนฝั่งตรงข้ามจะมีพื้นที่ร้านค้า 1 ร้าน ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางของคอนโด โดยค่าเช่าร้านทั้งหมดจะเข้าส่วนกลางของคอนโดค่ะ

    ถัดมาอีกนิดจะมีทางขึ้นที่จอดรถอยู่ฝั่งซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวามือจะสามารถจอดรถได้ 2 คัน โดยทางโครงการได้ทำหลังคาบังแดดบังฝนมาให้ด้วยนะคะ

    ต่อมาบริเวณทางขึ้น ด้านข้างจะมีทาง One Way ที่มาจากประตูทางเข้าฝั่งซอยเอกมัย 5 (ประตูที่ 1 ) โดยฝั่งใต้อาคารจะสามารถจอดรถมอไซค์และจักรยานได้ ส่วนริมรั้วอาคารจะสามารถจอดรถได้ด้วยค่ะ

    สำหรับชั้นที่ 2-6 จะเป็นที่จอดรถทั้งหมด โดยโครงการให้ที่จอดรถมาประมาณ 100 คัน หรือคิดเป็น 75% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ถือว่าให้มาเยอะกว่าโครงการอื่นในละแวก ส่วนลิฟต์โดยสารที่นี้จะแปลกนิดนึง ถ้าใครต้องการลงมาที่จอดรถ จะต้องกดปุ่ม P บริเวณหน้าลิฟต์ชั้นพักอาศัย ซึ่งจะมีเพียงลิฟต์เดียวที่สามารถลงมาที่จอดรถได้ค่ะ

    สำหรับที่จอดรถด้านบนจะเป็นของลูกบ้านทั้งหมด ซึ่งจะมีไม้กั้นเข้า-ออก โดยใช้งาน Key Card แบบระยะไกล มาพร้อมกับ CCTV ที่ดูแลความปลอดภัย 24 ชม โดยจะเป็นทางเดินรถแบบวิ่งสวนกันค่ะ

    พอขึ้นมาชั้นแรกและชั้นสองจะเป็นแบบ Fix ที่จอดรถ โดยจะให้เฉพาะห้อง 3 Bedrooms ขึ้นไป ที่จะให้จอดรถได้ห้องละ 2 คัน รวมแล้วจอดได้ประมาณ 15 คันค่ะ

    สำหรับทางเข้าโถงลิฟต์จะต้องใช้ Key Card เข้าออก โดยประตูทางเข้าจะเป็นแบบกั้นไฟด้วย ทำให้สามารถป้องกันอันตรายได้ค่ะ

    นอกจากนี้ทางขึ้น-ลงอาคารจะมีกระจกโค้งบริเวณแยก ทำให้สามารถเห็นรถที่วิ่งสวนทางมาได้ นอกจากนี้ยังมีกล้อง CCTV ที่ดูแลความปลอดภัย 24 ชม ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงทำให้คอนโดใหม่ๆจะไม่ค่อยเห็นมากนัก

    สำหรับ Shutter Bus ของคอนโดจะวิ่งไปส่งบริเวณ BTSทองหล่อ และเอกมัย รวมถึงไปส่งยังจุดใหญ่ๆทั้งทองหล่อและเอกมัย โดยจะให้บริการตั้งแต่ 8.00 – 17.00 โมง ที่สามารถนั่งโดยสารเบียดๆกันได้ 9 คน หรือถ้าเอานั่งแบบสบายๆ ก็ประมาณ 7 คนกำลังดีค่ะ

    บรรยากาศภายใน Main Lobby จะดูค่อนข้างเปิดโล่ง โดยจะมีโซฟาขนาดใหญ่มาให้นั่งรอ ส่วนพื้นจะเป็นกระเบื้องสีขาวสะอาดตา ผนังฉาบเรียบทาสีขาว,เทา ผสมผสานกับลายไม้ทำให้ดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น โดยจะมีหน้าต่างที่รับแสงจากภายนอกเข้ามาภายในอาคารได้

    สำหรับฝั่งขวามือจะมีห้องนิติอยู่ ที่จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 8.30 – 18.30 โมง ถ้าเกิดมีปัญหาสามารถติดต่อจากบริเวณนี้ได้เลย หรือถ้าใครไม่สะดวกสามารถโทรได้ที่เบอร์ 02-390-2816 ค่ะ

    หันมาบริเวณฝั่งตรงข้าม ริมด้านขวาจะมีประตูอีกชั้นเพื่อเข้าไปในโถงลิฟต์ของลูกบ้าน ส่วนฝั่งซ้ายมือจะมีห้องน้ำสำหรับ Visitor ที่สามารถเข้ามาใช้บริการได้ค่ะ

    สำหรับห้องน้ำที่นี้จะเป็นห้องน้ำรวมชาย-หญิง ซึ่งถ้ามากันหลายคนอาจจะต้องรอใช้งานกันหน่อย สำหรับภายในห้องน้ำมีการดูแลรักษาความสะอาดดีทีเดียวค่ะ

    กลับมาที่ทางเข้าโถงลิฟต์ จะเป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องใช้ Key Card ด้วยค่ะ

    เดินเข้ามาจะมีมุมห้อง Mail Box อยู่ ซึ่งรวมของทั้ง 135 ยูนิตอยู่บริเวณนี้หมดเลย ซึ่งทำออกมาได้เรียบร้อยทีเดียว มีพื้นที่การใช้งานด้านหน้าค่อนข้างกว้าง รวมถึงฝั่งตรงข้ามจะมีบอร์ดที่ไว้รับข่าว-สารของคอนโดได้อีกด้วยค่ะ

    เข้ามายังโถงลิฟต์บรรยากาศดูสะอาดสะอ้าน วัสดุภายในยังเหมือนใหม่เลยสำหรับโครงการที่สร้างเสร็จมานานแล้ว นอกจากนี้ยังมีช่องแสงสามารถรับแสงภายนอกได้ โดยโครงการให้ลิฟต์โดยสารมาทั้งหมด 2 ตัว คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 68 : 1 ถือเป็นตัวเลขที่ไม่หนาแน่นเลย นอกจากนี้ลิฟต์ที่นี้จะเป็นแบบลิฟต์ล็อคชั้นค่ะ

    ชั้น 6-10 เป็นชั้นเริ่มต้นของที่อยู่อาศัย โดยจะมียูนิตสูงสุดที่ 12 ยูนิต/ชั้น ถือว่ามีจำนวนไม่มากนัก รวมถึงมีโถงลิฟต์อยู่ตรงกลางทำให้ห้องริมไม่ต้องเดินไกลมากนัก ส่วนทางเดินฝั่งริมซ้ายจะเป็นแบบ Double Corridor ซึ่งโครงการออกแบบให้ประตูทางเข้าห้องไม่ตรงกันเลยนะคะ ส่วนฝั่งริมขวาจะได้เป็นแบบ Single Corridor ซึ่งห้องในโซนนี้ ทำให้ไม่ต้องเปิดประตูมาพบกับเพื่อนห้องฝั่งตรงข้าม รวมถึงคนสัญจรไปมาหน้าห้องจะน้อยกว่าด้วยนะคะ โดยห้องที่เล็กที่สุดของชั้นที่จะเริ่มต้นที่ห้อง Studio ขนาด 32 ตารางเมตร ส่วนห้องที่มากสุดจะเป็น 1 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 40-49.5 ตารางเมตร ส่วน 2 Bedrooms จะเป็นห้องหัวมุมอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของโครงการอย่างละห้องค่ะ

    ทั้งนี้วิวของโครงการก็จะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เพราะยังไม่มีคอนโดที่อยู่ในระยะประชิดโดยทางฝั่งตะวันออกจะมีโครงการ M ทองหล่อ 10 ที่ใกล้ที่สุด ซึ่งจะห่างจากตัวโครงการประมาณ 60 เมตร ถือว่าเป็นระยะทางที่รับได้ค่ะ

    ถัดขึ้นมาที่ชั้น 11-16 จะมียูนิตที่น้อยลงเหลือ 10 ยูนิต/ชั้น โดยจะมีห้อง 2 Bedrooms เพิ่มขึ้นมาเป็น 4 ห้อง ทำให้ฝั่งริมขวา จะมีจำนวนยูนิตน้อยลง ซึ่งทางเดินนี้จะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เนื่องจากมีคนสัญจรไปมาน้อยลงด้วยนะคะ

    โถงลิฟต์ที่นี้จะค่อนข้างแปลกนิดนึง เนื่องจากจะมีห้องหลุดที่หัวมุมมา 1 ห้อง ซึ่งจะเป็นห้องขนาด 1 Bedrooms ขนาด 43.5 ซึ่งห้องนี้จะมีการจัดฟังก์ชั่นภายในห้องได้ดี โดยจะได้เป็นห้องหน้ากว้างที่จะได้รับแสงและวิวได้เต็มที่ทุกห้อง รวมถึงห้องน้ำจะได้ติดริมอาคารทำให้สามารถระบายอากาศได้ดี แต่จะแลกกับหน้าห้องที่ไม่เป็นส่วนตัวมากนัก เนื่องจากจะมีคนมายืนรอหน้าห้องตลอดเวลา

    โถงทางเดินภายในฝั่ง Double Corridor จะมีหน้าต่างที่สามารถเป็นช่องแสง และช่องลมที่ดีที่ให้พื้นที่โถงทางเดิน จุดนี้ทางผู้เขียนมองว่าช่องแสงเข้าสู่ภายในอาคารทำได้น้อยไปหน่อย ทำให้ต้องเปิดไฟช่วยตลอดเวลา ซึ่งจะมีผลกับเราก็ตรงค่าส่วนกลางนี่แหละค่ะ

    ส่วนขนาดและส่วนประกอบอื่นๆ ก็ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานค่ะ พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิค ผนังฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมฝังไฟ Downlight ตามแนวทางเดินให้ รวมถึงมีการดูแลความสะอาดภายในดี ไม่มีลูกบ้านเอารองเท้าออกมาไว้หน้าห้อง ถือว่าเรียบร้อยเลยทีเดียวค่ะ

    ซึ่งประตูทางเข้าห้องจะเป็นประตูสีน้ำตาลขนาดใหญ่ โดยด้านหน้าห้องจะมีป้ายบ้านเลขที่อยู่ข้างประตู นอกจากนี้มือจับยังได้เป็นแบบ Digital Door Lock สำหรับคอนโดเก่า ถือว่าทันสมัยทีเดียวค่ะ รวมถึงภายในยังได้เป็น VDO Phone  ที่สามารถเห็นแขกที่จะมาหาได้ ซึ่งถ้าจะขึ้นมาด้านบนก็ยังต้องลงไปรับอยู่ดีนะคะ

    ถัดขึ้นมาที่ชั้น Facilities จะเริ่มที่ชั้น 17 โดยชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยอยู่ประมาณ 5 ห้อง ซึ่งของจริงทางเข้าพื้นที่ส่วนกลาง จะต้องเดินผ่านหัองพักอาศัยของชั้นนี้ก่อนไม่ได้มีการแยกสัดส่วนออกจากกัน ทำให้ห้องในชั้นนี้จะมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าชั้นอื่นนะคะ

    สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง จะสามารถเข้าใช้งานได้เลยไม่ต้องใช้ Key Card เข้าออก โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 8.00 – 21.00 โดยพื้นภายในจะเป็นพื้นลามิเนตลายไม้ ทำให้บรรยากาศภายในดูอบอุ่นมากขึ้นนะคะ

    เดินเข้ามาภายในเราจะเจอบันไดทางขึ้นไป Facilities ที่ชั้น 18 ที่จะเป็นสระว่ายน้ำของโครงการค่ะ ซึ่งบริเวณนี้จะได้หน้าต่างบานใหญ่แบบ Double Volume ทำให้พื้นที่นี้รับแสงธรรมชาติได้เต็มที

    สำหรับทางเข้าห้องน้ำ จะมีล็อกเกอร์ให้สามารถเก็บของเวลาไปฟิตเนสหรือว่ายน้ำได้

    เดินเข้ามาภายในจะมีห้องน้ำแยกชายหญิงชัดเจน

    ภายในห้องน้ำจะมีห้องสุขภัณฑ์และห้องอาบน้ำมาให้ ทำให้อาบน้ำจากตรงนี้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปอาบน้ำที่ห้อง นอกจากนี้ยังมีห้องสตรีมและซาวน่าที่สามารถเข้ามาใช้บริการได้อีกด้วยค่ะ

    สำหรับห้องฟิตเนสจะมีขนาดกลางๆ ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตถือว่าโอเค โดยจะมีเครื่องเล่นทั้ง Weight Training และ Cardio อย่างเช่นลู่วิ่งและเครื่องปั่นจักรยาน ซึ่งห้องนี้จะมีกระจกโดยรอบสามารถเห็นวิวด้านนอกได้ โดยจะหันออกไปทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ ที่มี M ทองหล่อ 10 อยู่นะคะ นอกจากนี้ยังมีกระจกบานใหญ่ทำให้สามารถดูตัวเองขณะออกกำลังกายได้ รวมถึงมีทีวีรวม 1 เครื่อง ที่สามารถใช้รวมกันได้ ส่วนพื้นห้องจะเป็นลามิเนตลายไม้เช่นเดียวกับด้านนอกค่ะ

    กลับมาที่บันไดทางขึ้นชั้น 18 จะเป็นบันไดโชว์โครงสร้างโปร่งโล่ง ทำให้พื้นดูไม่อึดอัด นอกจากนี้ยังใช้พื้นไม้จริงเคลือบเงาทำให้สามารถใช้งานได้นานมากขึ้นค่ะ

    ถัดขึ้นมาที่ชั้น 18 จะเป็นสระว่ายน้ำของโครงการ ซึ่งจะเลือกทางเข้า-ออกได้ 2 ทาง ถ้าใครขี้เกียจก็ขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 18 ได้เลย ส่วนถ้าใครอยากใช้ฟิตเนสด้วย ก็สามารถเดินขึ้นบันไดจากชั้น 17 ได้ สำหรับห้องพักอาศัยถัดจากนี้ขึ้นไปจะเป็น 3 Bedrooms และ 3 Bedrooms Duplex ที่ชั้นบนสุด สำหรับตัวผู้เขียนมองว่าหา size นี้ หาได้ค่อนข้างยากแล้วสำหรับคอนโดใหม่ จะนิยมในคอนโดเก่ามากกว่าค่ะ

    ทางขึ้นชั้นที่ 18 ฝั่งขวามือจะเป็นกระจกบานใหญ่ เพื่อให้แสงส่องลงไปที่ชั้นล่าง นอกจากนี้ถ้าสังเกตคอนกรีตที่ด้านล่าง จะมีรอยแตกให้เห็นอยู่บ้างตามอายุของคอนโด ซึ่งสำหรับโครงการนี้ก็ถือว่ามีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    เดินออกมาด้านนอกเราจะเจอพื้นที่วางขนาดใหญ่ ที่วางเตียงนอนสำหรับนอนอาบแดดมาให้ นอกจากนี้พื้นยังเป็นไม้จริงทำให้เดินได้สะดวก และไม่ลื่นเวลาที่ตัวเปียกนะคะ รวมถึงยังรายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น น่าใช้งานทีเดียว

    สำหรับสระว่ายน้ำที่นี้จะเป็นแบบยาวกว้างประมาณ 6 x 40 เมตร ที่จะเป็นสระกลางแจ้ง ที่จะหันออกทางทิศตะวันออกของโครงการ ทำให้มีแดดไม่แรงมากนัก สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ฝั่งที่ติดริมอาคารจะเป็นกระจกทำให้เห็นวิวได้เต็มที สำหรับตัวสระถ้าสังเกตดีๆเราจะเห็นทางขึ้น-ลงสระแบบเก่ากันอยู่ รวมถึงพื้นสระว่ายน้ำจะปูด้วยกระเบื้อง Mosaic สีฟ้าน่าลงไปว่ายน้ำเล่นเลยทีเดียวค่ะ

    เดินตรงมาเรื่อยๆ ด้านข้างสระมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำ ชำระล้างร่างกายทั้งก่อนและหลังลงสระ โดยจะเป็นฝักบัวแบบ Rain Shower แต่ตำแหน่งจะริมอาคารด้านในทำให้เดินมาใช้งานได้ง่าย

    สำหรับวิวของชั้นนี้เราจะเห็นโครงการ M ทองหล่อ ที่มีระยะห่างพอสมควร ไม่ได้อยู่ในระยะประชิดมากนัก ถือว่าเป็นระยะที่รับได้ค่ะ

    ถ้าเดินเข้ามาด้านใน จะมีทางลงสระน้ำอีกจุดนึง ที่เป็นบันไดเดินลงไปได้ นอกจากนี้ริมสระยังมี Jacuzzi ที่เป็นสระเตี้ยสามารถไปนั่งชมวิวได้

    สำหรับชั้นนี้อย่างที่บอกว่า สามารถขึ้นลิฟต์มาใช้บริการได้เลย ไม่จำเป็นต้องขึ้นบันไดจากชั้นที่ 17 นะคะ

    ถัดขึ้นมาที่ชั้น 19-21 ลิฟต์โดยสารจะเหลือ 1 ตัว โดยจะมีห้องพักเหลือเพียง 2 ยูนิต เหมือนชั้นที่แล้ว ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวมากเพราะจำนวนคนสัญจรน้อยลง โดยชั้นนี้จะเป็นห้อง 3 Bedrooms ขนาดห้อง 126 และ 139 ตารางเมตร ที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ และแบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็นสัดส่วนชัดเจน เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีสมาชิกประมาณ 5-6 คน

    ถัดขึ้นมาที่ชั้น 22 จะเป็นห้อง 3 Bedrooms Duplex ภายในห้องจะมีบันไดที่ขึ้นไปชั้นที่ 23 ได้ แต่ประตูทางเข้าจะอยู่ที่ชั้น 22 นะคะ จะมีพื้นที่ใช้สอย 2 ชั้นรวมกันประมาณ 185 และ 210 ตารางเมตร ซึ่งจะแตกต่างจากห้องชั้นล่างๆ ที่ห้องนั่งเล่นจะได้เป็นแบบ Double Volume ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้น ส่วนห้องนอนทั้งหมดจะมีห้องน้ำในตัวด้วยค่ะ

    ถัดขึ้นมาที่ชั้น 23 จะต่อจากชั้นที่แล้ว ที่จะต้องใช้บันไดจากภายในห้องขึ้นมาใช้งานเท่านั้น โดยชั้นนี้จะเป็นห้อง Master Bedroom ที่มีห้องน้ำขนาดใหญ่พร้อมพื้นที่ Walk in Closet ซึ่งจะแบ่งพื้นที่การใช้งานชัดเจนดีค่ะ

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • สระว่ายน้ำ
    • สระ Jacuzzi
    • ลานอาบแดด
    • ห้องออกกำลังกาย
    • ห้องน้ำ+ล็อกเกอร์
    • Steam Room
    • Sauna Room
    • สวนหย่อมรอบโครงการ
    • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
    • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 68 :  1
    • Service Lift 1 ตัว
    • ที่จอดรถประมาณ 100 คันคิดเป็น 70% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
    • Shuttle Bus รับส่ง BTS ทองหล่อและเอกมัย
    • ระบบ CCTV / Access Card


    Product Walkthrough

    สำหรับรีวิวฉบับนี้จะขอวิเคราะห์เฉพาะผังห้องทั้งหมดในโครงการนะคะ ไม่ได้พาไปชมห้องตัวอย่างเนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 แล้วรายละเอียดต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้อง หากใครสนใจห้องในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องกันเองเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะจริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งห้อง เช่น การดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรมหรือไม่ มีอะไรชำรุดหรือเจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายรึเปล่า และแน่นอนว่าหากเราไม่ได้ชอบการตกแต่งของเจ้าของเดิมสักเท่าไหร่ หรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมไว้ด้วยนะคะ

    สำหรับโครงการ The Alcove ทองหล่อ 10 โดยปัจจุบันราคาขายมือ 2 อยู่ทีประมาณ 130,000 – 160,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งห้องพักอาศัยจะมีทั้งห้องที่ได้ระเบียงและไม่ได้ระเบียง แต่จะได้กระจกที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน มีหน้าต่างบานกระทุ้งสามารถเปิดระบายอากาศและรับลมได้ รวมถึงยังได้กระจกสีเขียวตัดแสง ที่ช่วยลดความร้อนภายในห้องได้ วันนี้เราจะพาไปดูแบบห้องต่างๆของโครงการกันค่ะ

    มาดูกันที่ห้องแรกกันค่ะ 1 Bedroom ขนาด 40.00 ตร.ม. เป็นแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ซึ่งเป็นห้องขนาดเล็กที่สุดของโครงการ รูปแบบจะได้เป็นห้องหน้ากว้างพร้อมกระจกสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ทำให้สามารถรับแสงได้เต็มที่ ซึ่งห้องนี้จะไม่มีพื้นที่ระเบียงมาให้นะคะ แต่จะให้พื้นที่ซ่อน Condensing Unit มาให้ ทำให้เสียงไม่รบกวนเข้าภายในห้อง หรือถ้าใครต้องการตากผ้าเล็กๆน้อยๆ ก็สามารถใช้พื้นที่เหนือ CDU ได้นิดหน่อยค่ะ

    เริ่มจากประตูทางเข้าที่จะเจอกับครัวเปิดก่อน ที่จะได้เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัวแอล และต่อเนื่องกับพื้นที่รับประทานอาหารที่นั่งได้ 2 ที่นั่ง การวางครัวอยู่หน้าห้องสะดวกตรงที่เวลาหอบของกลับบ้านมาก็สามารถวางและเก็บเข้าตู้เย็นได้เลย แต่ครัวเปิดจะไม่กันกลิ่นจึงไม่เหมาะกับการทำอาหารผัดๆทอดๆที่มีกลิ่นแรงๆ เหมาะกับการเตรียมอาหารง่ายสไตล์คนเมือง พื้นภายในห้องจะเป็นลามิเนต ถ้าโดนน้ำบ่อยๆอาจจะบวมได้ ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่นั่งเล่นวางโซฟาได้ 2 ที่นั่ง ติดกับหน้าต่างบานใหญ่รับแสงและระบายอากาศภายในห้องได้เต็มที่ ส่วนถัดเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว โดยจะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ ซึ่งจะมีพื้นที่รอบเตียงพอเดินได้ ซึ่งจะได้ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่แยกส่วนเปียก-แห้งชัดเจน รวมถึงยังวางตู้เสื้อผ้าภายในห้องได้ ทำให้เปลี่ยนเสื้อผ้าได้สะดวก แต่ก็จะแลกมากับเสื้อผ้าที่อาจอับชื้นได้

    ถัดมาที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 53 ตารางเมตร ที่ได้กระจกแบบเอียง 45 องศาที่ทำให้เพิ่มมุมในการมองวิวได้กว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีพื้นที่ห้องกว้างขึ้น แต่ยังไม่มีระเบียงเหมือนห้องที่แล้ว สำหรับที่ตั้งของ CDU จะอยู่ไปทางฝั่งห้องนอนทำให้ห้องนอนจะได้หน้าต่างแคบกว่าห้องนั่งเล่นนะคะ

    เปิดประตูมาจะเจอทางเดินยาว ที่ฝั่งซ้ายมือทำเป็นตู้รองเท้าและที่นั่งใส่รองเท้าก่อนออกนอกห้องได้ ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นครัวเปิด ซึ่งจะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นที่สามารถวางโซฟาสำหรับ 3-4 ที่นั่ง นอกจากนี้หน้าต่างจะมีกระจกบานกระทุ้งมาให้เพื่อรับลมและระบายอากาศ ถัดเข้ามาในห้องนอน ที่วางเตียงขนาดใหญ่ 6 ฟุตได้ โดยมีพื้นที่รอบเตียงเดินได้สบาย นอกจากนี้ริมหน้าต่างยังมีพื้นที่เหลือ สามารถวางโต๊ะทำงานได้ ส่วนห้องน้ำจะเข้าจากข้างในที่แบ่งพื้นที่ใช้งานเปียก-แห้งชัดเจน สำหรับห้องนี้จะได้พื้นที่อาบน้ำทั้งฝักบัวและอ่างอาบน้ำ ซึ่งถ้าใครสับสน ขอแนะนำให้ไปดูบรรยากาศห้องจริงดีกว่านะคะ

    ห้องต่อไปจะเป็นแบบ 2 Bedrooms ขนาด 74 ตารางเมตร เป็นแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่งห้องนี้จะมีพื้นที่ระเบียงให้เห็นกันแล้ว รวมถึงยังต่อเติมเป็นครัวปิดได้ นอกจากนี้ตัวห้องน้ำใหญ่จะชิดริมด้านนอก ทำให้สามารถระบายอากาศได้ดี

    เริ่มจากประตูทางเข้าที่จะเจอกับครัวเปิดก่อน ซึ่งฝั่งตรงข้ามจะทำเป็นชั้นวางรองเท้าพร้อมที่นั่งเปลี่ยนรองเท้าได้ สำหรับห้องนี้สามารถต่อเติมเป็นครัวปิดได้ เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจเพราะกลิ่นจะได้ไม่รบกวนห้องอื่นๆ ถัดเข้าไปจะเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกันของส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหาร ที่ไม่ได้มีอะไรกั้นทำให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจชอบ ซึ่งห้องนี้จะค่อนข้างโปร่งเพราะมีช่องแสงจากประตูทางออกไปที่ระเบียง ซึ่งพื้นที่ระเบียงจะใช้ได้เต็มพื้นที่ เนื่องจากมีการแยก CDU มาให้เลย

    ส่วนต่อไปคือส่วนพื้นที่พักผ่อนโดยจะมีห้องนอนเล็กที่จะรับวิวทางทิศใต้ ที่ห้องนี้อาจจะร้อนสักหน่อยในช่วงบ่ายนะคะ ภายในวางเตียง 5 ฟุตได้ ส่วนห้องน้ำจะต้องออกไปใช้ด้านนอก ซึ่งต้องเดินผ่านห้องนั่งเล่นก่อน ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวลดลง ส่วนต่อไปคือห้องนอนใหญ่ ที่มีขนาดห้องกว้าง พร้อมห้องน้ำในตัว วางเตียง 6 ฟุตได้ นอกจากนี้ยังได้กระจกเอียง 45 องศา ที่ทำให้เพิ่มมุมในการมองวิวได้กว้างมากยิ่งขึ้น ส่วนห้องน้ำจะได้อ่างอาบน้ำริมหน้าต่าง ที่ทำให้สามารถมองวิวขณะอาบน้ำได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลนะคะ

    ห้องสุดท้ายจะเป็นห้อง 3 Bedrooms ที่หาได้ยากแล้วสำหรับคอนโดใหม่ ซึ่งจะมีมากถึง 10 ห้อง โดยจะอยู่ที่ชั้น 18 ขึ้นไป ที่มียูนิตต่อชั้นเพียง 2 ยูนิต ที่จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สำหรับห้องนี้จะเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ทำให้แยกพื้นที่การใช้งานชัดเจน มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

    เริ่มจากเปิดประตูเข้ามาจะเจอ foyer ที่สามารถวางตู้รองเท้าได้ ถัดมาจะเจอโถขนาดใหญ่ ที่เป็นฟังก์ชั่นการใช้งานออกเป็น 2 ส่วน ฝั่งซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ครัว ซึ่งจะออกแบบครัวคล้ายบ้านแบบยุโรป ที่มี Island ตรงกลางสำหรับเตรียมของทำให้สามารถใช้งานได้หลายคน อีกทั้งยังใกล้กับห้องน้ำที่เป็น Powder Room ทำให้ใช้งานได้สะดวก ถัดมาอีกฝั่งจะเป็นพื้นที่พื้นที่ต่อเนื่องกันของส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหาร พื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างกว้าง มีจุดเด่นคือจะได้ระเบียงยาวและกว้าง ที่จะแยกส่วนกับ CDU ทำให้สามารถออกไปใช้งานได้เต็มที รวมถึงยังได้หน้าต่างที่สูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ทำให้สามารถรับแสงและวิวได้เต็มที

    ส่วนต่อไปคือพื้นที่พักผ่อนโดยจะมีห้องนอนเล็ก 2 ห้อง และห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง ซึ่งทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัว และมีพื้นที่วางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ นอกจากนี้บริเวณริมของห้องนอนใหญ่กับห้องนอนเล็กจะได้กระจกเฉียง 45 องศา ที่ทำให้เพิ่มมุมในการมองวิวได้กว้างมากยิ่งขึ้น สำหรับห้องนอนเล็กด้านในจะอึดอัดนิดหน่อย เนื่องจากจะไม่มีหน้าต่างเลย ทำให้ไม่สามารถรับแสงและระบายอากาศได้ ถ้าใครอยู่ห้องนี้อาจจะต้องเดินออกมานั่งเล่นด้านนอกแทนนะคะ

    **รายละเอียดต่างๆเก็บข้อมูลจากการสอบถามเจ้าของห้องที่ประกาศขาย Re-Sale ปัจจุบัน กับ เจ้าหน้าที่นิติบุคคล หากผิดพลาดหรือคาดเคลื่อนใดๆไป สามารถมาคอนเมนท์บอกกล่าวกันได้นะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 30 January 2019

      • ชั้น 12 ห้อง 1 Bedroom ขนาด 44 ตร.ม. ราคา 5.80 ล้านบาท หรือ 131,818 บาท / ตร.ม.
      • ชั้น 14 ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 53 ตร.ม. ราคา 7.50 ล้านบาท หรือ 141,509 บาท / ตร.ม.
    • เดิมขายแบบ Fully Fitted
    • ค่าส่วนกลาง 60 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเล – โครงการนี้มีจุดเด่นตรงที่อยู่ใจกลางย่านเอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งเป็นย่านที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มี Community mall ร้านอาหาร และร้าน Hang out แบบ Hi End หลากหลาย ส่งผลให้ย่านนี้ชื่อเรื่องค่าครองชีพที่สูงตามไปด้วย คนที่เหมาะจะอาศัยอยู่ที่นี่อย่างแรกเลยจึงเป็นกลุ่มคนที่อยู่อาศัย หรือทำงานในย่านเอกมัย ทองหล่อ สุขุมวิท  มีไลฟ์สไตล์แบบคนรุ่นใหม่ ชอบเข้าสังคม ทานข้าวนอกบ้านหรือไปสังสรรค์กับเพื่อนบ่อยๆ นอกจากนี้จุดเด่นที่สำคัญคือฝั่งตรงข้ามโครงการจะมี Donki Mall Thonglor ที่เป็นห้างแรกของย่านนี้ ซึ่งถ้าเปิดใช้งานจะทำให้บริเวณนี้คึกคักมากยิ่งขึ้น

    การเดินทางโดยใช้รถ – ค่อนข้างสะดวกซึ่งจะอยู่หัวมุมฝั่งซอยเอกมัย 5 และถนนเอกมัย ที่จะได้เปรียบเรื่องทางเข้า-ออกโครงการ ที่สามารถเข้า-ออกได้ทั้ง 2 ทาง นอกจากนี้ซอยเอกมัย 5 ยังเชื่อมต่อกับซอยทองหล่อ 10 ที่ทำให้เดินทางไปทองหล่อได้ง่าย หรือถ้าใช้ซอยเอกมัย 12 เป็นซอยที่เชื่อมไปออกถนนปรีดี พนมยงค์(สุขุมวิท 71) ได้ หากใครต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้ นอกจากนี้ยังเดินทางไปทางด่วนได้สะดวกทั้ง ทางด่วนพิเศษเฉลิมมหานคร, ทางด่วนพิเศษศรีรัช และทางด่วนพิเศษฉลองรัช นอกจากนี้ทางโครงการยังให้ที่จอดรถมาถึง 75% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ถือว่าหายากเลยทีเดียวค่ะ

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ โครงการอยู่ในระยะที่ไม่ได้ใกล้ BTS คือมีระยะ 1 กิโลเมตรจาก BTSเอกมัย แต่โครงการจะมี Shuttle Service รับ-ส่ง จึงสามารถใช้รถไฟฟ้าเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ แต่ขากลับคงจะไม่ได้สะดวกนักเพราะจะต้องกลับเองหรือไม่ก็ต้องนัดเวลากับ Shuttle Service ให้เรียบร้อย  แต่ที่แน่ๆก็คือการใช้ Shuttle Bus ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะคะ หรือถ้าใครรีบมากๆแนะนำให้นั่งพี่วิน ที่จะมีตลอดทั้งซอยเลย สำหรับตัวโครงการฝั่งตรงข้ามก็จะมีพี่วินแล้ว ทำให้สามารถเดินทางไปไหนได้สะดวกค่ะ

    การออกแบบตัวโครงการ – เป็นอาคารสูง 23 ชั้นที่มีห้องพักแค่ 135 ยูนิต ที่มีค่อนข้างน้อยไม่มากนักถ้าเทียบกับโครงการอื่นในระแวก หน้าตาอาคารจะเป็นโทนสีเทา,ขาว โดยตัวอาคารจะใช้กระจกสีเขียวตัดแสง ทำให้ลดความร้อนภายในโครงการได้ จุดเด่นคือจะมียูนิตสูงสุดเพียง 12 ห้อง และน้อยสุดที่ 2 ห้อง เหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากค่ะ

    การออกแบบภายในห้องพักอาศัย –  การออกแบบห้องจะมีหลากหลายแบบให้เลือก ซึ่งจะแบ่งฟังกช์การใช้งานออกมาได้ดี และได้รับแสงส่องถึงเกือบทุกห้อง แต่จะติดนิดนึงที่บางห้องมีระเบียงและบางห้องไม่มีระเบียง ซึ่งการใช้งานจะแตกต่างกันแล้วแต่ชอบ นอกจากนี้ยังมีห้องขนาด 3 Bedrooms ที่หาได้ยากแล้วสำหรับคอนโดใหม่ ต้องมองหาคอนโดเก่าที่สร้างเสร็จมาแล้วสักพักนึง โดยตัวโครงการเหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ นอกจากนี้โดยรอบยังไม่มีคอนโดในระยะประชิดมากนัก

    วัสดุ – เนื่องจากโครงการนี้สร้างเสร็จมานานแล้ว รูปแบบการขายเป็นแบบมือสอง รายละเอียดเรื่องวัสดุนั้นหลายๆห้องมีการตกแต่งต่อเติมซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายห้องว่า ห้องได้เราได้อะไร คุ้มค่าหรือไม่ มีทั้งห้องที่ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งอย่างดี และห้องที่ขายเป็นห้องเปล่าๆ อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาสภาพห้องประกอบด้วยว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ค่ะ

    สาธารณูปโภค – พื้นที่ส่วนกลางถือว่ามีไม่มากนัก แต่ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตที่มีไม่เยอะ ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน รวมกันอยู่ที่ชั้น 17 และ 18 ที่จะหันออกไปทางทิศตะวันออก ที่ชนกับโครงการ M ทองหล่อ แต่ตัวโครงการจะมีระยะห่างถึง 60 เมตร ถือว่าเป็นระยะที่รับได้ค่ะ สภาพพื้นที่ส่วนกลางปัจจุบันถือว่าดูแลดีทีเดียว ไม่มีส่วนเสียหายและยังมีแม่บ้านดูแลตลอดทุกวัน โดยที่ชั้น 17 จะมีห้องฟิตเนส ห้องน้ำ ห้องสตรีม และห้องซาวน่า ถัดมาที่ชั้น 18 จะมีสระว่ายน้ำ และพื้นที่นอนอาบได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีอัตราส่วนลิฟต์โดยสารที่ 68 : 1 ถือว่ามีปริมาณไม่มากทำให้สามารถใช้งานได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีลิฟต์ Service แยกใช้งานที่ไม่ต้องไปใช้ลิฟต์รวมกับลูกบ้านนะคะ

    Judgement

    เนื่องจาก The Alcove Thonglor 10 เป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับตำแหน่งและสภาพห้อง ความพึงพอใจราคาเกิดขึ้นจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นเราจึงขอไม่ให้คะแนนในรีวิวนี้นะคะ

    BOTTOM LINE

    โครงการ The Alcove ทองหล่อ 10 เหมาะกับคนที่กำลังหาคอนโดในย่านเอกมัย-ทองหล่อ ไปทั้งทองหล่อและเอกมัยได้สะดวก มีความอุดมสมบูรณ์สูง ยูนิตน้อยเป็นส่วนตัว ภาพรวมดูแลจัดการได้ดี และไดที่จอดรถเยอะถ้าเทียบกับโครงการในละแวกเดียวกัน เหมาะกับคนที่มีงบประมาณระดับ 5 – 10 ล้าน ค่ะ

    เกี่ยวกับผู้เขียน

    แสดงความคิดเห็น (0)