รีวิวฉบับที่ 1773 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมตึกเสร็จของ ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีตลาดพลู คอนโด High Rise ที่อยู่ใกล้ BTS ตลาดพลูในระยะประมาณ 450 เมตร และยังสามารถเดินไปเดอะมอลล์ท่าพระได้แบบชิลล์ๆอีกด้วย โครงการนี้ห้องพักจะเริ่มต้นด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าโครงการอื่นๆในย่านนี้ในราคาพอๆกัน ตามสไตล์ของศุภาลัย ใครที่กำลังมองหาคอนโดย่านนี้อยู่ ลองอ่านดูนะคะ

Fact @ 3 January 2019

  • Supalai Loft @Talat Phlu Station (ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีตลาดพลู)
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)  
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ธนบุรี
  • คอนโด High Rise 35 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้องพัก 879 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 29 ยูนิตที่ชั้น 5-33
  • ที่จอดรถประมาณ 60% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 6-1-84.8 ไร่
  • สถานะโครงการ : สร้างเสร็จพร้อมอยู่
  • Studio ขนาด 33-35 ตร.ม.
  • 1 Bed ขนาด 39-46.5 ตร.ม.
  • 2 Bed ขนาด 63.5-65ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.60 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้นประมาณ 2.40 ล้านบาท  (เนื่องจากโครงการสร้างเสร็จและมีการซื้อขายแบบมือสองแล้ว ราคานี้จึงอ้างอิงมาจากการเก็บข้อมูลของผู้เขียนจากหลายเเหล่ง และนำมาหาค่าเฉลี่ยในปี 2019 ค่ะ)
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 78,000 บาท/ตร.ม. (อ้างอิงจากราคาซื้อขายปัจจุบัน จากหลาย Website)
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1720 กด 76

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.711269, 100.479301

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีตลาดพลู ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ รัชดาภิเษกฝั่งเดียวกับเดอะมอลล์ท่าพระ โดยมีระยะห่างจากเดอะมอลล์ประมาณ 200 เมตร จัดว่าเป็นระยะที่เดินเข้าห้างได้สบายๆโดยไม่ต้องข้ามฝั่ง และมีระยะห่างจาก BTS ตลาดพลู (วัดจากหน้าโครงการถึงทางออก4) ประมาณ 450 เมตร จึงถือว่าเป็นโครงการที่มีความสะดวกพอสมควรเลย ทำเลนี้เป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่และเป็นแหล่งรวมความเจริญของชาวฝั่งธนฯก็ว่าได้ เพราะอยู่ใกล้กับห้าง พื้นที่โดยรอบจึงมีคนเข้ามาอยู่อาศัยค่อนข้างเยอะ และยังใกล้กับตลาดพลูแหล่งทำมาค้าขายเก่าแก่ดั้งเดิม ตั้งอยู่บนถนนเทอดไท โดยแต่ก่อนเป็นตลาดซื้อขายพลู จึงเรียกกันว่า “ตลาดพลู” ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวมของร้านอาหารอร่อยๆ หลายร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวหมูแดง อาหารตามสั่ง ร้านขนมหวาน เป็นต้น และยังมี “สถานีรถไฟตลาดพลู” ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่ยังคงมีความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟสายแม่กลอง   อีกสาเหตุที่มีคนอยู่ในย่านนี้เยอะเพราะเป็นทำเลที่ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามากนัก เช่น สะพานพระราม 3 และสะพานตากสิน

การเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าสะดวกเลยนะ เนื่องจากโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่จึงเข้าถึงได้จากถนนรัชดาภิเษกเลย จากที่ตั้งโครงการสามารถใช้เส้นทางไปออกได้หลายทาง โดยถนนรัชดาภิเษกนั้น เมื่อเลยตลาดพลูไปก็จะสามารถเชื่อมไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์ ใช้เดินทางไปยังตลิ่งชัน วงศ์สว่างได้ หรือถ้าไปอีกฝั่งนึงก็จะไปยังสะพานกรุงเทพที่ข้ามไปยังถนนพระราม 3 ได้ และถนนรัชดาภิเษกนี้ นอกจากจะตัดกับถนนราชพฤกษ์แล้ว ยังตัดกับถนนเทอดไท ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน (ใช้เดินทางไปยังวงเวียนใหญ่และดาวคะนอง) ถนนเจริญนคร (ใช้เดินทางไปยังถนนกรุงธนบุรีและถนนราษฎร์บูรณะ) ส่วนถนนราชพฤกษ์ จะเป็นถนนที่ต่อมาจากถนนกรุงธนบุรี ที่เมื่อข้ามสะพานตากสินไป จะกลายเป็นถนนสาทรใต้ และจะตัดกับถนนเจริญนครและถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน(คล้ายกับถนนรัชดาภิเษกเลย ถ้ามองจากแผนที่ถนนจะตัดกันเป็น 3 เหลี่ยมค่ะ) ถ้าไปอีกฝั่งนึงจะไปตัดกับถนนวุฒากาศ และสามารถแยกไปยังถนนกัลปพฤกษ์และไปยังโซนพุทธมณฑลได้ค่ะ สำหรับคนที่ต้องการใช้ทางด่วน ทางด่วนที่ใกล้ที่สุดจะเป็นทางด่วนศรีรัช ที่ต้องไปขึ้นที่สาทรเลย ข้ามสะพานตากสินไป หรือทางด่วนเฉลิมมหานครที่แถวพระราม 3

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ เนื่องจากโครงการอยู่ติดถนนใหญ่การเรียกรถต่างๆ ทำได้ง่ายทั้งรถแท็กซี่ รถสามล้อ และ รถแดง มีวินมอเตอร์ไซค์ให้เราได้เรียกใช้บริการ รวมถึงมีรถเมลล์สาย 15 , 68 , 101 , 147 , 163 , 195 , 205 และ 547 ผ่าน โดยป้ายจะอยู่บริเวณหน้าห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ

ส่วนการเดินทางโดยรถไฟฟ้า จากที่ตั้งโครงการสามารถเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า BTS ตลาดพลูในระยะทางประมาณ 450 เมตร (วัดระยะจากหน้าโครงการถึงทางออกที่4) ถือเป็นระยะที่พอเดินได้สบายๆ โดยจากสถานีตลาดพลูในอนาคตจะสามารถนั่งไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง – บางแค ที่สถานีบางหว้าซึ่งในขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างกันอยู่  และยังใกล้กับรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT สถานีราชพฤกษ์ เจ้ารถนี่เป็นรถที่วิ่งบนทางที่กั้นไว้พิเศษ สามารถใช้เดินทางไปยังสีลม สาทร ถนนจันทน์ได้ค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์ส่วนใหญ่ก็จะอยู่บริเวณที่ตั้งโครงการนั่นเอง เนื่องจากมีห้างเดอะมอลล์ท่าพระ ที่สามารถเดินไปใช้บริการได้สะดวก เดอะมอลล์ท่าพระนี้เป็นห้างเก่าแก่ที่อยู่กับคนย่านนี้มานาน ต่อมามีการปรับปรุงภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยขึ้น นอกจากนั้นบริเวณรอบๆโครงการ โดยเฉพาะฝั่งตรงข้ามจะมีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า ของกินแผงลอยตั้งอยู่ค่อนข้างเยอะ ในช่วงเช้าจะคึกคักกว่าหน่อยตามข้างทางจะมีของขายทั้ง หมูปิ้ง หมูทอด ข้าวไข่เจียว ไปจนถึงอาหารตามสั่ง แต่ช่วงเย็นบรรยากาศจะเงียบๆกว่าหน่อย แต่ก็ยังมีร้านอาหารเปิดเยอะอยู่  นอกจากเดอะมอลล์ใกล้ๆโครงการยังมีไทยช่วยไทยพลาซ่า , ตลาดซอย13 , MaxValu และ ตลาดพลู ตลาดเก่าแก่ที่มีทั้งร้านอาหาร และ ขนมขึ้นชื่อมากมาย โดยเฉพาะร้านขายกุยช่ายเจ้าดัง ที่คนซื้อต้องมายืนรอต่อแถว ก็อยู่ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟนี่เอง  นอกนั้นสถานที่สำคัญก็จะเป็นพวกวัด โรงพยาบาล และ โรงเรียน เป็นต้น อย่างโรงพยาบาลชื่อดังอยู่เช่นโรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือถ้าจะเป็นโรงเรียน บริเวณนี้ก็จะมีโรงเรียนเช่น โรงเรียนอำนวยศิลป์ศึกษา โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ โรงเรียนสตรีกุหลาบธนบุรี แต่ถ้าอยากได้โรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงขึ้นมาหน่อย อาจจะต้องข้ามสะพานกรุงเทพมายังโซนพระราม 3 ก็จะมีโรงเรียนตระกูลสารสาสน์ตั้งอยู่และโรงเรียน เซนต์ยอแซฟ ยานนาวา หรือจะข้ามสะพานตากสินมายังฝั่งสาทรก็จะมีโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนเเละอัสสัมชัญอยู่ค่ะ

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมรอบๆ BTS ตลาดพลูนั้น จัดได้ว่าค่อนข้างคึกคักโดยมีทั้งโครงการที่ขึ้นเลียบถนนราชพฤกษ์และทางฝั่งถนนรัชดาภิเษก โดยโครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีตลาดพลู นั้นจัดว่าอยู่ในโซนที่อยู่ติดถนนใหญ่รัชดาภิเษก (มีทางเข้า-ออกที่เข้าถึงถนนรัชดาภิเษกสะดวก) ใกล้รถไฟฟ้าไม่เกิน 500 เมตรและใกล้เดอะมอลล์แหล่งความอุดมสมบูรณ์หลักในระยะเดินถึง ซึ่งจะมีไม่กี่โครงการที่เข้าเกณฑ์นี้ ยกตัวอย่างเช่น Whizdom Station รัชดา – ท่าพระ โครงการนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์เลย ถ้าจะเดินไปห้างต้องข้ามสะพานลอยแต่ถ้าเดินไปรถไฟฟ้าจะสะดวกมากๆ (ทางออก3) , Aspire สาทร-ท่าพระ ที่มีทางเข้า-ออกของคนเดินอยู่ตรงทางลงรถไฟฟ้าทางออก4เลย  นอกนั้นจะมีพวก Casa ส่วนโครงการอื่นๆจะอยู่ไกลออกไปค่ะ 

การเดินทางในวันนี้เรานั่ง BTS มาลงสถานีตลาดพลู จากนั้นลงที่ทางออก 4 ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกับโครงการ แล้วเดินผ่านเดอะมอลล์ ท่าพระมาเรื่อยๆระยะประมาณ 450 เมตร ก็จะถึงกับทางเข้าโครงการค่ะ ถือเป็นการจำลองเส้นทางการเดินกลับบ้านหลังเลิกงานมาให้ชมกันเลยทีเดียว ไปดูทำเลกันค่ะ

เราเริ่มกันที่ BTS สถานีตลาดพลู ตอนที่ไปเป็นเวลาประมาณ 4 โมงสถานียังเงียบๆอยู่ แต่ตอนก่อน-หลังเลิกงานคนเยอะอยู่นะ

มาส่องรอบๆสถานีกันหน่อยว่ามีอะไรบ้าง จะเห็นว่าทางไปเดอะมอลล์ท่าพระที่สะดวกที่สุดคือ ทางออก4 เพราะอยู่ฝั่งเดียวกันเลย (วันนี้เราจะใช้เส้นทางนี้นะ) แต่ถ้าเราอยากไปหาอะไรทาน พวกร้านอาหารข้างทางหรือแผงลอย ราคาเบาๆจะอยู่ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ซะเยอะ เราเดินมาลงทางออก 3 ได้นะ แล้วค่อยข้ามสะพานลอยหน้าเดอะมอลล์เดินกลับโครงการ

ลงจากรถไฟฟ้ามาจะเจอกับ Sky walk ทางเดินยาวๆ เดี๋ยวเราเดินไปออกที่ทางออก 4 ค่ะ

มองจากสถานีลงไปจะเจอกับแยกรัชดา-ราชพฤกษ์ ซึ่งจะเป็นจุดตัดระหว่างถนนรัชดาภิเษกและถนนราชพฤกษ์ สามารถใช้เส้นทางไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์ , ถนนพระราม3  ไปวงเวียนใหญ่เพื่อข้ามสะพานตากสินเชื่อมต่อไปยังสีลม สาทร หรือเลี้ยวเข้าถนนราชพฤกษ์มุ่งหน้าไปทางบางหว้าเชื่อมต่อกับถนนเพชรเกษมได้ ถือว่าอยู่ในจุดที่ใช้เส้นทางได้หลากหลายค่ะ

เราจะลงทางออก 4 นะคะ จุดสังเกตคือใกล้ๆกับโครงการ Aspire สาทร-ท่าพระ นั่นแหละ

มุมมองจากบนสถานีฝั่งมุ่งหน้าไปทางพระราม 3 จะเห็นว่ามีคอนโดที่เกาะตามแนวถนนใหญ่อยู่พอสมควร โครงการเราจะอยู่ตรงที่ทำลูกศรชี้นะจ้ะ ข้างๆเดอะมอลล์เลย ส่วนฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ ตรงที่มีสะพานลอยคือ Whizdom Station รัชดา – ท่าพระ  ถัดไปที่เห็นอยู่ไกลๆคือ The Parkland (รัชดา-ท่าพระ) และ U Delight ตลาดพลู สเตชั่น สภาพการจราจรบนถนนเส้นนี้ในช่วงเวลาเร่งด่วนจะค่อนข้างหนาแน่น ใครใช้รถต้องเผื่อเวลาเดินทางกันด้วยนะคะ

ดูวิวด้านบนกันพอแล้ว เราเดินมาลงที่ทางออก 4 ค่ะ

จะเห็นว่าพอลงมาปุ๊ปก็เจอกับพี่วินปั๊ปเลยค่ะ ใครขี้เกียจเดินกลับบ้านก็เรียกใช้บริการพี่ๆเค้าได้

ใกล้ๆกับวินมอเตอร์ไซค์จะเจอ Family mart เปิดให้บริการ 24 ชม. ซึ่งอยู่ตรงหน้าทางคนเดินเข้าโครงการ Aspire สาทร-ท่าพระ

เดี๋ยวเราเดินมุ่งหน้าไปที่โครงการกันนะ ทางเท้าค่อนข้างใหญ่เดินสบาย เวลากลางวันเดินไปสะดวก แต่ถ้ามากลางค่ำกลางคืนฝั่งนี้เปลี่ยวค่ะ แนะนำว่าไปลงทางออก 3 แล้วค่อยข้ามสะพานลอยมาหน้าเดอะมอลล์ดีกว่า

เดินตรงยาวไปๆ สภาพแวดล้อมบริเวณนี้จะเป็นที่ดินเปล่าล้อมรั้วอยู่

ถัดมาจะเป็นซอย รัชดาภิเษก14/1 บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้นมาแล้ว หน้าซอยนี้จะเป็นอาคารพาณิชย์และร้านอาหาร ร้านนวด

เดินผ่านซอย รัชดาภิเษก14/1 มาก็จะเจอกับเดอะมอลล์ท่าพระเลยค่ะ มีทางม้าลายให้เดินข้าม ตรงนี้รถจะเยอะนิดนึง

บริเวณหน้าเดอะมอลล์จะมีสะพานลอยซึ่งถ้าเราลงรถไฟฟ้าทางออก 3 ก็จะใช้สะพานนี้เดินข้ามฝั่งมา หรือถ้าเราออกจากโครงการมาจะไปหาอะไรทานฝั่งตรงข้ามก็ได้เช่นกัน

ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ ก็จะมีตลาดซอย 13 ไทยช่วยไทยพลาซ่า ร้านอาหาร ร้านแผงลอยเต็มไปหมด ทำให้ย่านนี้มีบรรยากาศคึกคัก สะดวกสบายสำหรับคนอยู่อาศัยแถวนี้ที่ไม่ชอบทำอาหารเองค่ะ

ถึงแม้จะอยู่ใกล้ห้างแต่จะให้กินข้าวที่ห้างทุกวันคงไม่ไหว T T ถ้าอยากหาของกินราคาย่อมเยาเราสามารถข้ามฝั่งมาไทยช่วยไทยพลาซ่าหรือตลาดซอย 13 ได้ ความคึกคักก็จะประมาณนี้

เดอะมอลล์ท่าพระนับว่าเป็นห้างที่ยังมีคนเข้าไปใช้บริการกันอย่างหนาแน่น มีทั้งร้านอาหารแบบที่ห้างทั่วไปมี มีโรงหนัง ร้านกาแฟ ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมไปจนถึงฟิตเนส เปิดให้บริการ คนแถวนี้ที่เบื่อการเดินตลาด อยากกินอาหารฟาสต์ฟู้ด อยากดูหนังพักผ่อน ก็มาที่นี่ได้

บรรยากาศภายในค่ะ ที่นี่ถือเป็นห้างเก่าแก่ของคนในย่านนี้ ร้านค้าอาจจะไม่หรูหราเท่าศูนย์การค้าใจกลางเมือง แต่ก็จัดว่ามีครบทุกสิ่งให้เลือกสรร

บริเวณนี้นอกจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหารแล้ว หน้าห้างยังเป็นแหล่งรวมการคมนาคมด้วยเช่นกัน จากในรูปจะเห็นว่ามีครบเลยทั้งแท็กซี่ รถเมลล์ ตุ๊กๆ และเนื่องจากโครงการเราอยู่ใกล้เดอะมอลล์ก็จะได้ข้อดีตรงนี้มาด้วย

มีป้ายรถเมล์อยู่ที่หน้าห้างเลย จากโครงการเดินมาไม่ไกล

เดินถัดมาจะเจอกับลานจอดรถของห้าง ซึ่งถ้าใครไม่อยากเสียเวลาวนรถขึ้นไปจอดในอาคารเค้าก็จะมาจอดตรงนี้

เดินถัดมาจะเจอกับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ศรีสามพรานอยู่ข้างๆโครงการเลย เป็นร้านอาหารที่ใกล้ที่สุดถ้าหิวมากๆก็ลงมาจัดร้านนี้ได้เลย ปิดเย็นอยู่นะคะ

เราว่าเป็นร้านข้างทางที่บรรยากาศน่านั่งดีนะ มีเรืออยู่ด้านหน้าร้านให้รู้ว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือกันไปเลย

ถัดจากร้านก๋วยเตี๋ยว ก็จะถึงแล้วค่ะ โครงการศุภาลัย ลอฟท์ สถานีตลาดพลู ทางเข้า-ออกถึงถนนใหญ่แบบนี้

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการจะแวดล้อมไปด้วยชุมชนแนวราบและอาคารพาณิชย์ ไม่มีอาคารสูงมาบดบังวิวในระยะประชิด จะเห็นว่าโครงการอยู่ใกล้เดอะมอลล์ ท่าพระในระยะที่เดินถึงและสามารถเดินข้ามสะพานลอยไปหาของกินที่ไทยช่วยไทยพลาซ่าหรือตลาดซอย 13 ได้ ดังนั้นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ถือว่าดีเลย สำหรับคอนโดอื่นๆที่อยู่ใกล้ที่สุดจะอยู่ฝั่งตรงข้างเยื้องๆกับโครงการหน่อย แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับวิวมากนักค่ะ สรุปสถานที่รอบโครงการได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ – ติดกับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ศรีสามพราน บริษัทน้ำมันพืชไทย และ ลานจอดรถของเดอะมอลล์ ท่าพระ
  • ทิศตะวันออก – ติดกับ ชุมชนแนวราบ
  • ทิศใต้ – ติดกับ อาคารพาณิชย์และชุมชนแนวราบ
  • ทิศตะวันตก – ติดกับถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามเป็นศูนย์ซ่อมรถและสถานีบริการน้ำมัน

ทิศเหนือ ติดกับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ศรีสามพราน บริษัทน้ำมันพืชไทย และ ลานจอดรถของเดอะมอลล์ ท่าพระ มีร้านกาแฟจ้าด้วย

ทิศใต้ ติดกับ อาคารพาณิชย์ที่ด้านล่างเปิดเป็นร้านค้า และชุมชนแนวราบ

ทิศตะวันตก ติดกับถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามเป็นศูนย์ซ่อมรถและสถานีบริการน้ำมัน ถัดไปเป็นคอนโด High Rise อยู่ไกลจากโครงการพอสมควรจึงไม่ค่อยมีผลกระทบกับวิวมากนัก

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น (วัดจากทางเข้าโครงการถึงสถานที่สำคัญ )

  • เดอะมอลล์ ท่าพระ ~ 210 ม.(ระยะเดิน) , 3.8 กม.(รถยนต์รวมระยะกลับรถ)
  • ไทยช่วยไทยพลาซ่า ~ 500 ม. (ระยะเดิน)
  • ตลาดซอย 13 ~ 550 ม. (ระยะเดิน)
  • โรงเรียนวัดบางสะแกใน ~ 900 ม. (ระยะเดิน)
  • ตลาดพลู ~ 1.8 กม. (รถยนต์รวมระยะกลับรถ)
  • บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ดาวคะนอง ~ 1.9 กม.(รถยนต์รวมระยะกลับรถ)
  • วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ~ 2 กม. (รถยนต์)
  • วงเวียนใหญ่  ~ 3.4 กม. (รถยนต์)
  • โรงเรียน สตรีวัดอัปสรสวรรค์ ~ 4.9 กม.  (รถยนต์รวมระยะกลับรถ)
  • โรงพยาบาล พญาไท 3 ~ 5.4 กม.(รถยนต์รวมระยะกลับรถ)


เจาะลึกตัวโครงการ

ขอเกริ่นภาพรวมโครงการศุภาลัย ลอฟท์ สถานีตลาดพลู ให้ฟังก่อนนะคะ คือตัวโครงการเป็นคอนโด High Rise สูง 35 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้องพัก 879 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต ตัวอาคารดีไซน์ออกมาเรียบๆ ใช้โทนสีขาว-เทา ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก ชั้นล่างจะเป็น Lobby ห้องนิติบุคคล ร้านค้าและที่จอดรถ ซึ่งมีทั้ง Outdoor และ Indoor มีที่จอดในอาคารอยู่ที่ชั้น 1-3 ห้องพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 4 ซึ่งจะมีส่วนกลางคือสระว่ายน้ำ สวนหย่อม ฟิตเนสรวมอยู่ด้วย  และมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่อีกจุดที่ชั้นบนสุดเป็น Sky Lounge และสวนดาดฟ้า 

หน้าโครงการมีทำน้ำพุและจัดสวนหย่อม ช่วยให้เกิดความรู้สึกร่มรื่นก่อนเดินเข้าโครงการ นอกจากนั้นต้นไม้ยังช่วยกรองมลพิษจากถนนใหญ่ได้บางส่วนอีกด้วย

ผังนี้เป็นการเขียน Zoning คร่าวๆ เพื่อใช้ประกอบการรีวิว ไม่สามารถอ้างอิงได้อย่างเป็นทางการนะคะ

จาก Master Plan เราจะเห็นว่าตัวอาคารจะอยู่ถัดเข้ามาด้านในอีกประมาณ 50 เมตร ถึงแม้ว่าจะต้องเดินหน่อยแต่แลกมากับความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น ช่วยลดความวุ่นวายจากถนนใหญ่ลงได้ หน้าโครงการจัดเป็นสวนหย่อมค่อนข้างร่มรื่นและมีสนามเด็กเล่นมาให้ด้วย พอเข้ามาจะเจอกับ Drop off และส่วนของร้านค้าที่มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า โดยทางโครงการจะมีกันส่วนที่จอดรถของผู้มาติดต่อเอาไว้ด้วย ไม่สามารถวนขึ้นไปจอดบนอาคารได้นะ และเนื่องจากที่ดินเป็นรูปหลายเหลี่ยม มีติ่งยื่นออกไปด้านหลัง ทางโครงการเลยทำเป็นลานจอดรถกลางแจ้งซึ่งทำให้ % รวมของที่จอดรถเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย (60% ไม่รวมซ้อนคัน) ในอาคารชั้นล่างจะเป็นส่วนของ Lobby ซึ่งใครจะเข้าไปต้องมีคีย์การ์ดค่ะ

ป้อมยามและรั้วกั้นไม้กระดกอยู่ถัดจากถนนใหญ่เข้าไปอีกเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยให้เวลารถมาพร้อมกันหลายๆคันไม่ต้องไปติดอยู่ตรงถนนใหญ่ ทั้งสองข้างทางจัดเป็นสวนหย่อม บรรยากาศรื่มร่นดี

ใครที่ไม่ได้ใช้รถ เค้าก็มีทำทางเท้ามาให้ใช้พร้อมไฟส่องสว่างตอนกลางคืน ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องไปเดินกลางถนนให้เสี่ยงต่อการโดนรถเฉี่ยวชน

ระบบรักษาความปลอดภัยหน้าโครงการมีระบบ Key card Access และ รปภ.ดูแลให้ตลอด 24 ชั่วโมง

ย้อนกลับไปดูสวนหน้าโครงการอีกซักนิดค่ะ  มีลงทั้งต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม เวลากลับบ้านเจออะไรเขียวๆเรารู้สึกสดชื่นขึ้นนะ ไม่รู้คนอื่นเป็นบ้างมั้ย

ถัดเข้ามาเป็นที่จอดรถค่ะ ซึ่งจะมีทั้งจอดในอาคาร (ชั้น 1-3)และรอบๆอาคาร ทางฝั่งซ้ายจะมีสนามเด็กเล่นอยู่ด้วย

ทางโครงการมีจัดสนามเด็กเล่นพร้อมลงเครื่องเล่นมาให้ด้วย พาลูกหลานลงมาเล่นได้ ถือเป็นการจัดพื้นที่ส่วนกลางให้เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยและทุก Generations

ถัดมาจะเป็น Drop off และที่จอดรถในอาคาร ใครจอดตรงนี้ก็จะมีหลังคากันแดดกันฝนและยังใกล้กับทางเข้า-ออกด้วยค่ะ สังเกตว่ามักจะเต็มก่อนเพื่อนเลย

อ้อมมาด้านหลังอาคารจะเจอกับลานจอดรถกลางแจ้งอยู่ทางฝั่งซ้าย และทางเข้าที่จอดรถในอาคารอยู่ทางฝั่งขวา

ที่จอดรถในอาคารจะสามารถจอดได้ที่ชั้น 1-3 ค่ะ รวมๆแล้ว 60%

เดินอ้อมมาทางด้านข้างอาคารอีกฝั่งหนึ่งก็เป็นที่จอดรถยนต์และมอเตอร์ไซค์

วนอ้อมมาก็จะกลับมาที่บริเวณสวนหย่อมหน้าโครงการ ทางเดินรถเป็น One way ดังนั้นจึงไม่มีรถวิ่งสวนกันค่ะ

เราเดินมาดูฝั่งหน้าโครงการกันบ้าง ซึ่งก่อนถึง Lobby จะเจอกับร้านค้าก่อน ตอนนี้ทางโครงการใช้พื้นที่เป็นสำนักงานขายชั่วคราว

สำหรับร้านค้านั้นมีจำนวน 4 ยูนิต จากการสอบถามยังไม่รู้ว่ามีร้านอะไรจะมาเปิดบ้าง คาดว่าจะมีร้านสะดวกซื้อด้วยแต่ยังไม่ได้สรุปค่ะ การมีร้านค้าอยู่ด้านล่างโครงการถ้าเป็นพวกร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร หรือซักรีด ถือว่าช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับเราได้มากทีเดียวค่ะ

เดินถัดไปจะเป็นส่วนของ Lobby ทางเดินมีขนาดใหญ่ใช้ได้นะคะ และมีหลังคาคลุมให้ด้วย เวลาคนมารับ-ส่งบริเวณนี้ก็ไม่ต้องกลัวฝนตกแดดออกค่ะ

บริเวณทางเข้า Lobby ผนังเป็นกระจกบานใหญ่ทั้งแผงเลย ช่วยให้บรรยากาศดูโปร่งและรับแสงธรรมชาติได้ดีด้วยค่ะ

Lobby จะมีฝ้าเพดานที่ค่อนข้างสูง ตรงกลางเป็นโถงลิฟต์ที่กั้นประตูเอาไว้อีกที ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งเป็นที่นั่งพักคอยค่ะ

ที่นั่งพักคอยจะจัดออกเป็นหลายชุดทั้งแบบเป็นกลุ่ม หรือแบบที่นั่งกันไม่เกิน 2 คนเพื่อให้พอเพียงกับความต้องการของลูกบ้าน

ทางเข้าโถงลิฟต์จะมีประตูกั้นที่ต้องใช้คีย์การ์ดถึงจะผ่านเข้าไปได้ค่ะ

โถงลิฟต์เราต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าไป และแอบสังเกตเห็นว่ามีระบบสแกนนิ้วด้วย

เข้ามาก็จะเจอกับโถงลิฟต์ซึ่งบริเวณนี้ก็มีฝ้าเพดานที่สูงอยู่

พอเราหันมาฝั่งตรงข้ามจะเจอกับห้องจดหมายของทุกยูนิตอยู่รวมกันบริเวณนี้ แต่ถ้าเป็นของกล่องใหญ่ๆต้องไปรับที่นิติบุคคลนะ

บรรยากาศอีกมุมของห้องจดหมายค่ะ

ถัดมาด้านในเป็นโถงลิฟต์ โดยลิฟต์โดยสารนั้นจะมีทั้งหมด 3 ตัว อัตราส่วนลิฟต์ทั้งโครงการเท่ากับ 293 :  1 ในแง่ของการใช้งานถือว่าค่อนข้างหนาแน่น อาจจะต้องมีรอกันบ้างในช่วงเวลาเร่งด่วน

ลิฟต์ 3 ตัวเรียงกันแบบนี้เลยค่ะ ผนังรอบๆตกแต่งด้วยหินและกระเบื้อง

เรามาดูผังชั้น 4 กัน ชั้นนี้เป็นชั้นที่มีทั้งพื้นที่ส่วนกลางอยู่รวมกับพื้นที่พักอาศัยด้วย แต่ไม่กระทบความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่นะเพราะจะมีประตูทางเข้ากั้นอยู่อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเราต้องใช้คีย์การ์ดสแกนถึงจะผ่านเข้าไปได้ ชั้นนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบใช้ส่วนกลาง(ที่เป็นการออกกำลังกาย) เพราะเดินออกมาก็ใช้ได้เลย ประกอบไปด้วย ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และ สวนหย่อม ห้องพักที่อยู่ชั้นนี้บางห้องจะเป็นวิวสวนหย่อมและสระว่ายน้ำ ทางโครงการมีการทำแนวพุ่มไม้มากั้นเพื่อให้ห้องมีความเป็นส่วนตัว คนที่มาใช้ส่วนกลางมองเข้าไปไม่เห็นในห้อง บรรยากาศจะเป็นยังไง เราไปชมกันค่ะ

ชั้น 4 จะเป็นชั้น Facilities อีกชั้นหนึ่ง ขึ้นมาจะเจอกับโถงโล่งๆแบบนี้ก่อนจะแจกไปยังส่วนต่างๆ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่มาอยู่ประจำคอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้

สำหรับใครที่พักอาศัยอยู่ชั้นนี้ จะมีการกั้นประตูที่ต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าไปอีกชั้นนึง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวค่ะ

ห้องฟิตเนสมีอุปกรณ์ให้ใช้ครบครัน และมีผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกให้เราออกกำลังกายไปและชมวิวสวนไปด้วยได้

ดูรวมๆแล้วก็น่าจะใส่เครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 12 ชิ้นค่ะ

ถัดจากฟิตเนส พื้นที่ส่วนกลางจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งทางทิศเหนือและใต้ของอาคาร เรามาดูทางฝั่งทิศใต้กันก่อน

ฝั่งนี้จะเป็นสวนหย่อม มีลานโล่งๆให้เรามาใช้ทำกิจกรรมเช่นโยคะหรือกายบริหาร และมีที่นั่งให้มาพักผ่อนหย่อนใจ รับลมชมวิว

ห้องพักที่มีระเบียงหันออกมาทางสวน ทางโครงการเค้าจัดต้นไม้เป็นแผงบังตาเอาไว้ให้แบบนี้ เพื่อความเป็นส่วนตัว

ซุ้มสำหรับนั่งพักผ่อนค่ะ มีหลังคาพอกันแดดกันฝนได้ แต่ผนังต้นไม้รอบๆเค้าทำมาค่อนข้างสูงเพื่อความปลอดภัย เราเลยไม่เห็นวิวเวลานั่งตรงนี้ แอบเสียดายนิดๆนะ

ถัดมาอีกฝั่งถ้าเดินผ่านประตูไปจะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำ ส่วนถ้าเลี้ยวไปทางขวาจะเป็นห้องน้ำค่ะ

ห้องน้ำมีมาให้ใช้ 2 ห้องแยกชาย-หญิงเป็นสัดส่วนกันไปเลย

บรรยากาศภายในห้องน้ำตกแต่งดูอบอุ่นดี มีให้ใช้ทั้งห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ รวมถึงห้อง Sauna ด้วย

มีอ่างล้างหน้าพร้อมล็อคเกอร์มาให้ สำหรับใครที่มีสัมภาระหรือเอาชุดมาเปลี่ยนก็เอามาเก็บที่นี่ก่อนได้

บรรยากาศภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำค่ะ

ด้านในสุดเป็นห้อง Sauna พอออกกำลังกายเสร็จก็มาใช้เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้

พอเราเดินออกมาจากประตูก็จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางอีกจุดหนึ่ง

โดยจะมีสวนหย่อมเล็กๆให้มาเดินเล่นสูดอากาศ ชั้นนี้มีการปลูกแผงต้นไม้สูงรอบด้านอีกเช่นเคย

ถัดมาด้านในเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือค่ะ เค้าจัดให้มีทั้งสระผู้ใหญ่และสระเด็กนะ รอบๆจัดเป็นสวน สังเกตว่าเค้าจะเลือกพันธ์ุไม้ที่ใบไม่ค่อยร่วง ข้อดีคือสะดวกต่อการดูแลรักษา จะได้ไม่มีใบไม้ลอยที่สระเวลาใช้งาน

ด้านข้างสระเป็นที่นั่งแบบปรับตัวลงนอนได้ ใครไม่ว่ายน้ำก็มานอนอาบแดดกันได้นะ

สระเด็กจะอยู่ใกล้กับที่นั่งหน่อย เวลาเด็กๆเล่นน้ำผู้ปกครองจะได้นั่งดูได้ ส่วนถัดไปก็จะเป็นสระผู้ใหญ่ความลึกอยู่ที่ 1.2 เมตร

ข้างๆสระมีที่อาบน้ำล้างตัวก่อน-หลังลงเล่นน้ำ พื้นบริเวณนี้เป็นทรายล้าง เวลาเราเดินเปียกๆมาจะได้ไม่ลื่น

สำหรับ Typical Floor Plan ในชั้น 5-33 จะมีจำนวนยูนิตมากกว่าชั้น 4 เพราะเป็นห้องพักอย่างเดียวทั้งชั้นโดยมีจำนวนห้องพักต่อชั้นเท่ากับ 29 ยูนิต โถงลิฟต์ถูกจัดวางเอาไว้ตรงกลาง ซึ่งช่วยให้ไม่มีฝั่งใดฝั่งหนึ่งเดินไกลจากโถงลิฟต์จนเกินไป ห้องพักทั้งหมดถูกวางตัวในแนวเหนือใต้ซึ่งจะไม่โดนแดดร้อนตอนบ่าย เว้นแต่ห้อง 2 Bedroom ทางทิศตะวันตก โดยห้อง 2 Bedroom นั้นจะเป็นห้องที่อยู่บริเวณหัวมุม นอกจากจะมีความเป็นส่วนตัวแล้วยังได้ระเบียงและช่องแสงมากกว่า 1 จุดค่ะ ส่วนพวกห้อง Studio จะอยู่ในตำแหน่งที่เห็นเป็นสีเทานะคะ ส่วน 1 Bedroom คือตำแหน่งที่เป็นสีเหลือง ส่วนในเรื่องของวิวโครงการนี้ไม่มีทิศไหนที่โดนบดบังวิวในระยะประชิดค่ะ

สำหรับโถงลิฟต์ชั้นพักอาศัยจะตกแต่งเรียบๆแบบนี้ และมีช่องแสงรับแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้บรรยากาศดูโปร่งขึ้นและสามารถลดการใช้ไฟในตอนกลางวันได้ด้วยค่ะ

เรียงกัน 3 ตัวเช่นเคย

สำหรับโถงทางเดินตกแต่งด้วยโทนสีขาว เนื่องจากด้านปลายสุดของแต่ละฝั่งเป็นห้องพักจึงไม่มีแสงธรรมชาติเข้ามาบริเวณโถงนะ ต้องพึ่งเปิดไฟอย่างเดียว

เรามาดูส่วนกลางอีกจุดหนึ่งในชั้นบนสุดของอาคารกัน ชั้นนี้ตกแต่งโถงลิฟต์ให้ดูหรูหราขึ้นมาหน่อย

ส่วนกลางในชั้นนี้ก็จะมีห้อง Sky Lounge และสวนหย่อม

ห้อง Sky Lounge เอาไว้นั่งทำงานก็ดี ชมวิวบนชั้นดาดฟ้าก็ได้ หรือเอาไว้ใช้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆก็ได้

สำหรับสวนดาดฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งนี้จะปูหญ้าเทียมโล่งๆ

ส่วนสวนอีกฝั่งจะจัดแบบมีต้นไม้ เราต้องเดินผ่านประตูนี้ไป

บรรยากาศสวนอีกฝั่งหนึ่งเป็นประมาณนี้ค่ะ มีที่นั่งเอาไว้ให้พักผ่อนและชมวิว

มุมนี้คือที่นั่งที่ทางโครงการจัดเอาไว้ให้เผื่อใครจะออกมานั่งเล่นนะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby และโถงลิฟต์
  • สนามเด็กเล่น 
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือแบ่งสระเด็กและสระผู้ใหญ่
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 12 เครื่อง
  • สวนดาดฟ้า
  • Sky Lounge
  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 293 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 60% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้องพักของโครงการนี้แบ่งออกเป็น 3 แบบคือ Studio 33-35 ตร.ม. , 1 Bed 39-46.5 ตร.ม. และ2 Bed 63.5-65ตร.ม. โครงการนี้ช่วงที่เปิดขายเป็นแบบ Fully – Furnished แต่เนื่องจากโครงการนี้เป็นคอนโดที่สร้างเสร็จและมีคนเข้ามาพักอาศัยแล้ว บางห้องเป็นแบบ Re-Sale เฟอร์นิเจอร์และวัสดุในห้องจึงต้องขึ้นอยู่กับผู้ขายนะคะ ส่วนตัวห้องพักยังไม่สามารถเข้าไปเก็บรูปภาพห้องมาให้ชมกันได้ จึงขอเลือกนำแปลนห้องที่มีการประกาศขายกันอยู่แต่ละแบบ มาวิเคราะห์ให้ชมกันก่อนนะคะ หากมีโอกาสไปเก็บภาพห้องจริงๆมาจะเอามา Update ให้ชมกันอีกทีค่ะ

ห้องแรกคือ Studio ขนาด 33 ตารางเมตร จัดว่าเป็นห้อง Studio ที่มีขนาดใหญ่ทีเดียว เมื่อเทียบกับโครงการใหม่ๆในปัจจุบัน ข้อดีของห้องนี้คือมีการแบ่งส่วนพักผ่อนและส่วน Service ชัดเจน เข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่ต่อเนื่องกันของพื้นที่นั่งเล่น ทานอาหาร และ นอนพักผ่อน ห้องนี้จะเหมาะกับคนที่อยู่คนเดียว ไม่ได้มีเพื่อนมาหามากนัก หรือใช้เป็นห้องนอนในวันจันทร์-ศุกร์เวลาเข้ามาทำงานในเมืองเป็นต้น เนื่องจากห้องนอนไม่ได้กั้นเป็นสัดส่วนพอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นเตียงเลย คนที่ชอบความเป็นส่วนตัวมากๆจึงเหมาะกับห้องแบบ 1 Bedroom มากกว่า ข้อดีของห้องนี้อีกอย่างคือเป็น Studio ที่ได้ครัวปิด สามารถทำอาหารต้มผัดแกงทอดได้เลย ถ้ากลัวว่าเครื่องดูดควันจะเอาไม่อยู่ เราสามารถเปิดประตูบานเลื่อนบริเวณระเบียงเพื่อระบายอากาศได้ ติดๆกับครัวเป็นห้องน้ำ แยกเป็นส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน

ถัดมาเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 43.5 ตารางเมตร ถือว่าค่อนข้างกว้างทีเดียว ถ้าดูจากแปลนจะสังเกตเห็นว่าจะมีพื้นที่เหลือให้เอาเฟอร์นิเจอร์อื่นๆมาลงได้อีกพอสมควร เช่นพื้นที่บริเวณห้องรับแขกฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหาร เราหาโต๊ะเล็กๆมาทำเป็นโต๊ะทำงานหรือทำเป็นชั้นวางของเพิ่มได้ ห้องนี้ก็เป็นครัวปิดที่สามารถเปิดประตูระเบียงระบายอากาศได้เช่นเดียวกัน ห้องนอนขนาดใหญ่หน่อยสามารถตกแต่งพื้นที่ปลายเตียงได้พอสมควรเลย และมีมุมจัดเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งหน้าห้องน้ำด้วย ซึ่งถือว่าจัดพื้นที่ใช้สอยได้สะดวกต่อการใช้งาน

ห้อง 2 Bedroom ขนาด 65 ตารางเมตร เข้ามาจะเจอกับโต๊ะอาหารเลย ถัดมาจึงเป็นห้องรับแขก ซึ่งบริเวณนี้เราจะได้แสงธรรมชาติจากตรงระเบียง และเราสามารถใช้พื้นที่ระเบียงได้เต็มที่เนื่องจาก Condensing Unit ของแอร์ถูกจัดวางให้อยู่บริเวณระเบียงอีกจุดที่ห้องครัว นอกจากการใช้พื้นที่แล้วยังไม่บดบังวิวของห้องรับแขกอีกด้วย ห้องครัวกั้นเป็นสัดส่วน มีห้องน้ำรวมให้ใช้ร่วมกัน 1 ห้อง ซึ่งตำแหน่งของห้องน้ำถือว่าใช้งานสะดวกทั้งจากห้องรับแขกและห้องนอน ส่วนห้องนอนแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ห้องนอนเล็กที่กั้นเป็นสัดส่วนและห้องนอนใหญ่ ที่มีห้องน้ำในตัว จัดพื้นที่หน้าห้องน้ำเป็นตู้เสื้อผ้าได้ และ มีระเบียงในตัวด้วยค่ะ เรียกได้ว่ามีระเบียง 3 จุดไปเลย

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 3 January 2019

  • Studio เนื้อที่ 33 ตร.ม. ราคา 2.42 ล้านบาท หรือ 73,333 บาท/ตร.ม.
  • Studio เนื้อที่ 35 ตร.ม. ราคา 2.73 ล้านบาท หรือ 78,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom เนื้อที่ 43.5 ตร.ม. ราคา 3.32 ล้านบาท หรือ 76,321 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom เนื้อที่ 46.5 ตร.ม. ราคา 3.70 ล้านบาท หรือ 79,569 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom เนื้อที่ 52.5 ตร.ม. ราคา 5.25 ล้านบาท หรือ 80,769 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished หรือ ตามรายละเอียดการขายของเจ้าของห้อง 
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • ค่ากองทุน n/a บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 35 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของ ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีตลาดพลู ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่รัชดาภิเษก ฝั่งเดียวกับเดอะมอลล์ท่าพระเลย ซึ่งถือว่าอยู่ตรงใจกลางความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้ ถ้าจะหาของกินก็สะดวกมากๆเพราะสามารถเดินไปที่เดอะมอล์ ท่าพระ ห้างเก่าแก่ที่มีทุกอย่างครบครัน หรือจะเดินข้ามสะพานลอยไปไทยช่วยไทยพลาซ่าหรือตลาดซอย13 ที่มีร้านค้า ร้านอาหารราคาเบาๆให้รับประทานกันก็ได้ นอกจากนั้นก็จะมีตลาดพลู ตลาดเก่าแก่ที่มีทั้งร้านอาหาร และ ขนมขึ้นชื่อมากมาย มีวัด โรงพยาบาล และ โรงเรียน อยู่ครบ เนื่องจากทำเลนี้เป็นชุมชนเก่ามาก่อน พื้นที่เดิมมีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว พอมีรถไฟฟ้าขึ้นมาจึงมี Developer เจ้าต่างๆมาจับจองพื้นที่สร้างคอนโดกันหลายโครงการพอสมควร โดยโครงการเราถือว่าใกล้รถไฟฟ้าในระยะเดินถึงค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถ ถือว่าสะดวกค่ะ สามารถใช้เส้นทางไปออกได้หลายทางเช่นเชื่อมไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์ ใช้เดินทางไปยังตลิ่งชัน วงศ์สว่างได้ หรือถ้าไปอีกฝั่งนึงก็จะไปยังสะพานกรุงเทพที่ข้ามไปยังถนนพระราม 3 ได้ และถนนรัชดาภิเษกนี้ นอกจากจะตัดกับถนนราชพฤกษ์แล้ว ยังตัดกับถนนเทอดไท ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน  ถนนเจริญนคร ส่วนถนนราชพฤกษ์จะเป็นถนนที่ต่อมาจากถนนกรุงธนบุรี ที่เมื่อข้ามสะพานตากสินไป จะกลายเป็นถนนสาทรใต้ และจะตัดกับถนนเจริญนครและถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถ้าไปอีกฝั่งนึงจะไปตัดกับถนนวุฒากาศ และสามารถแยกไปยังถนนกัลปพฤกษ์ และไปยังโซนพุทธมณฑลได้ สำหรับทางด่วนที่ใกล้ที่สุดจะเป็นทางด่วนศรีรัช ที่ต้องไปขึ้นที่สาทรเลยหรือทางด่วนเฉลิมมหานครที่แถวพระราม 3 เลยค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ เนื่องจากโครงการอยู่ติดถนนใหญ่การเรียกรถต่างๆ ทำได้ง่ายทั้งรถแท็กซี่ รถสามล้อ และ รถแดง และวินมอเตอร์ไซค์ และจากที่ตั้งโครงการสามารถเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า BTS ตลาดพลูในระยะทางประมาณ 450 เมตร (วัดระยะจากหน้าโครงการถึงทางออกที่4) ถือเป็นระยะที่พอเดินได้สบายๆ โดยจากสถานีตลาดพลูในอนาคตจะสามารถนั่งไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง – บางแคได้อีกด้วย

วัสดุ ให้ครบตามมาตรฐาน ค่อนข้างไปทางดี ทั้ง ครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ซึ่งรายละเอียดเรื่องวัสดุของโครงการมือสองนั้นหลายๆห้องมีการตกแต่งต่อเติมซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายห้องว่า ห้องได้เราได้อะไร คุ้มค่าหรือไม่ มีทั้งห้องที่ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งอย่างดี และห้องที่ขายเป็นห้องเปล่าๆ อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาสภาพห้องประกอบด้วยว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่

การออกแบบ โครงการนี้เป็นโครงการที่มีการออกแบบห้องพักขนาดค่อนข้างใหญ่ตามสไตล์ของศุภาลัยเลย ดังนั้นจึงตอบโจทย์คนที่อยากได้พื้นที่ใช้สอยเยอะและได้ครัวปิด การวางผังห้องพักค่อนข้างดีเป็นสัดส่วน และมีระเบียงให้เปิดระบายอากาศ อย่างห้อง 2 Bedroom มีให้ถึง 3 ระเบียง แต่ละห้องมีการจัดผังให้พื้นที่พักผ่อนอยู่แยกกับพื้นที่ทำกิจกรรมชัดเจน ส่วนการออกแบบโครงการก็ทำได้ดี บรรยากาศโปร่งโล่ง แค่สไตล์อาจจะไม่ได้โมเดิร์นตามสมัยนิยมมากนัก

สาธารณูปโภค มีให้ใช้ครบครัน พื้นที่สีเขียวโครงการนี้จะให้มาเยอะหน่อยทั้งสวนหน้าโครงการ ที่ชั้น 4 และชั้นดาดฟ้า ส่วนกลางอื่นๆมี Lobby สนามเด็กเล่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำ Sky Lounge ซึ่งจัดวางอยู่ในชั้นล่าง ชั้น4 และชั้นบนสุด จึงทำให้กระจายการใช้งานออกเป็นส่วนๆได้ ไม่มากระจุกกันที่เดียว ช่วยให้ในแต่ละพื้นที่มีการใช้งานที่ไม่หนาแน่นจนเกินไป

Judgement

เนื่องจากโครงการนี้ได้สร้างเสร็จแล้วและมีการขายแบบ Re-sale ผสมอยู่ด้วย ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงขอให้คะแนนเฉพาะในส่วนที่เป็นห้องมือหนึ่งนะคะ

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG 70,000 – 90,000 บาท/ตร.ม., 3 January 2019

  • ทำเล 8.25/10 – ติดถนนใหญ่ ใกล้เดอะมอลล์ท่าพระในระยะเดินถึง
  • เดินทางด้วยรถ 8.25/10 – เดินทางเข้าเมืองสะดวก ใช้เส้นทางได้หลากหลาย ได้ที่จอดรถ 60% รถติดในช่วงเวลาเร่งด่วน
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – ใกล้ BTS ตลาดพลู เรียกรถสะดวกมีให้เลือกทั้งมอเตอไซค์ แท็กซี่ รถเมล์ รถสามล้อ
  • วัสดุ 7.5/10 – ให้มาตามมาตรฐานโครงการทั่วไป
  • แบบ 7.75/10 – ออกแบบได้ดี น่าใช้งาน จัดผังห้องพักได้ขนาดกว้าง พื้นที่เหมาะสม 
  • สาธารณูปโภค 7.25/10 – ให้มาครบครันทั้ง ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนหย่อม/สนามเด็กเล่น Sky Lounge
  • MAIN CLASS
  • 7.95/ 10.00

BOTTOM LINE

ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีตลาดพลู เหมาะกับคนที่อยากได้คอนโด High Rise ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้าตลาดพลู ชอบทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์หาของกินง่าย อยากได้ห้องที่มีขนาดใหญ่เมื่อจ่ายในราคาที่พอๆกับเพื่อนบ้าน มีงบประมาณ 2.4-5.8 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 17,000 – 41,000 บาท/เดือน