
วันนี้เราก็มี Clip Video อธิบายมาตรการภาษีบ้านหลังแรก เป็นตัวการ์ตูนน่ารักๆบ่งบอกเรื่องราวง่ายๆเกี่ยวกับมาตรการบ้านหลังแรก สนับสนุนโดย Land & Houses
สรุปย่อๆ ภายในปี พ.ศ. 2555 นี้ โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิ์นี้ต้อง
1.) ซื้อบ้านนี้เป็นบ้านหลังแรก
2.) บ้านที่ซื้อต้องเป็นบ้านใหม่ ไม่ใช่บ้านมือสอง ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท
3.) ต้องโอนกรรมสิทธิ์ก่อนสิ้นปี 2555 นี้
4.) ต้องไม่โอนกรรมสิทธิ์ให้ใคร เป็นเวลา 5 ปี
ใครอยากอ่านเงื่อนไขโดยละเอียดจากกรมสรรพากร สามารถอ่านได้ที่นี่

หลังจากที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ที่ทางรัฐบาลจะไม่ขยายเพดานเกณฑ์การขอสินเชื่อบ้านหลังแรก จาก 1 ล้านบาทเป็น 2 ล้านบาท ทำให้ยอดสินเชื่อบ้านหลังแรกยังคงไม่กระเตื้องไปไหน เพราะบ้านส่วนใหญ่ที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทนั้นเป็นบ้านอยู่ในโซนน้ำท่วม และยังไม่สะเด็ดน้ำฟื้นตัวดี ทำให้ยอดสินเชื่อสิ้นเดือน พ.ค. นั้นอยู่ประมาณ 3,200 ล้านบาท จาก 20,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 16 เท่านั้น
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
อ่านต่อที่นี่ →

ข่าวล่าสุดจากโครงการบ้านหลังแรก ที่ “รมช. คลัง” ปรับระยะเวลายืดออกไปอย่างน้อย 1 ปี กับโครงการสินเชื่อบ้าน 0% เป็นเวลา 3 ปีที่จะสิ้นสุดในปี 2555 และจะพิจารณาขยายมูลค่าของบ้านและคอนโดที่จะเข้าโครงการจากไม่เกิน 1 ล้านบาทเป็นไม่เกิน 2 ล้านบาท
Update: สรุปแล้วไม่มีการขยายมูลค่าบ้านและคอนโดที่จะเข้าโครงการเป็น 2 ล้านบาท
ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า
อ่านต่อที่นี่ →

งานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 26 ที่มี Theme งานใหญ่เป็น “บ้านหลังแรก” ที่ทางกระทรวงการคลังเป็นผู้ส่งเสริม โดยกรมสรรพากรตั้งบูธใหญ่อยู่ตรงกลาง Hall ของศูนย์ประชุมแห่งชาติ คู่กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่นำสินเชื่อบ้านหลังแรกมาให้กันด้วย

รู้ไว้ ก่อนจะเป็นเจ้าของ “บ้านหลังแรก”
“ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด (หลังแรก) ราคาไม่เกิน 5 ล้าน ไว้อยู่อาศัย รับสิทธิยกเว้นภาษีได้ 10% นาน 5 ปี”
อ่านรายละเอียดเรื่องบ้านหลังแรกต่อได้ที่นี่

ข่าวล่าสุดจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (G H BANK) ที่ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เป็นเวลา 3 ปีสำหรับบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เห็นว่าอาจมีการชงให้กระทรวงการคลังเปลี่ยนนโยบาย เนื่องจากวงเงิน 2 หมื่นล้านบาทใช้ไม่หมด กู้ไปเพียง 2 พันล้านบาท เพราะส่วนใหญ่บ้านราคาไม่เกิน 1 ล้าน แนวราบอยู่ในโซนน้ำท่วมทั้งนั้น … เรามารอลุ้นกันดีกว่าว่าหวยรอบนี้จะออกอะไร สมมุติ ว่าถ้าขยับเป็นบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท คอนโดริมรถไฟฟ้าหลายๆตึกก็มีเฮละครับ!
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวว่า ธอส.เตรียมหารือกระทรวงการคลังถึงการปรับเงื่อนไขโครงการปล่อยกู้บ้านหลังแรก ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0% 3 ปี ภายหลังเริ่มโครงการตั้งแต่ปลายเดือนต.ค. 2554 ถึงปัจจุบันมีผู้ยื่นกู้เพียง 2 พันล้านบาท จากวงเงินปล่อยกู้ 2 หมื่นล้านบาทสาเหตุเบื้องต้นอาจจะมาจาก2 ปัจจัย คือ ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมยังไม่ฟื้น เนื่องจากคนยังลังเลว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาและข้อจำกัดของราคาบ้านไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในทำเลที่ถูกน้ำท่วม
ขณะเดียวกัน ธอส.มีความพร้อมในการนำส่งเงินค่าธรรมเนียมตามนโยบายรัฐบาลในอัตรา 0.47% ของฐานเงินฝากรวมกับตั๋วแลกเงิน (บี/อี) และหุ้นกู้ เพื่อชำระหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (เอฟไอดีเอฟ) หรือคิดเป็นเงิน 2.7 พันล้านบาท โดยจะไม่กระทบต่อฐานะของธนาคาร และจากภาระต้นทุนดังกล่าว ธอส.ยืนยันจะไม่ผลักภาระให้กับลูกค้าเงินกู้และเงินฝากอย่างแน่นอน
ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ในที่สุดก็มาเสียทีกับโครงการบ้านหลังแรกของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่สนับสนุนนโยบายรัฐบาลปล่อยดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 ปี (หลังจากนั้นจะปล่อยดอกเท่าไหร่ไม่รู้นะเออ) วงเวินให้กู้ต้องไม่เกินบ้านรวมที่ดินหลังละ 1 ล้านบาท คอนโดอาคารชุดตึกแถวก็ได้นะครับ ยื่นขอกูเงินได้ตั้งแต่วันนี้เลย 11 ตุลาคม 2554 จนถึง 30 กันยายน 2555 (ปีหน้าโน่น)
อย่างน้อยก็มีข่าวดีมากลบข่าวน้ำท่วมบ้างละน่า แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้น ผมอยากได้เรือลำแรกด้วยครับรัฐบาล!

รายละเอียดดอกเบี้ย 0%
รายละเอียดนอกเหนือจากนี้ลองอ่านดูได้จากข้างล่าง หรือเข้าไปที่เวปไซต์ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้เลยครับ

หลักฐานที่ต้องยื่น

ในที่สุดมาตรการ “บ้านหลังแรก” ก็มีส่วนต่อขยายเสียที ซึ่งก็มีงบเข้ามาประมาณ 20,000 ล้านบาท จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ เฉพาะบ้านราคาไม่ถึง 1 ล้านบาทเท่านั้นนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็น่าจะเป็นพวก คอนโดราคาไม่แพงห้อง Studio หรือ Townhome ราคาถูก เช่นพวกบ้านพฤกษาโครงการชานเมืองหน่อย แต่ก็ดีใช่ไหมครับ ที่ทำให้คนมีเงินน้อย มีโอกาสเข้าถึง Finance ราคาถูก ที่ได้ดอกเบี้ย 0% นาน 3 ปี เสียตรงที่งบมีแค่ 20,000 ล้าน หลังหนึ่งไม่เกิน 1 ล้าน ได้อย่างมากก็ 20,000 หลังเศษเท่านั้นเอง
สู้ๆ เพื่อบ้านของพวกเรา!

จากการปรับมาตรการสดๆร้อนๆ ได้ผลออกมาดังนี้ครับ ผมจะอธิบายเป็นตัวอย่างคราวนี้ก็จะได้เข้าใจอย่างง่ายๆได้ทุกคน
ของเดิม (20 กันยายน 2554)
คนรวยมาก (เสียภาษี 30%) กับคนรวยน้อย (เสียภาษี 10%) ซื้อบ้านหลังติดกัน ราคา 2 ล้านบาท ได้ประโยชน์อย่างไร?
- คนรวยมาก ลดหย่อนได้ 2 แสนบาท หาร 5 ปีได้ปีละ 40,000 บาท จากฐานภาษี 30% ก็คือจะประหยัดภาษีไปได้ปีละ 12,000 บาท
- คนรวยน้อย ลดหย่อนได้ 2 แสนบาท หาร 5 ปีได้ปีละ 40,000 บาท จากฐานภาษี 10% ก็คือจะประหยัดภาษีไปได้ปีละ 4,000 บาท
ของใหม่ (28 กันยายน 2554) คนรวยมาก (เสียภาษี 30%) กับคนรวยน้อย (เสียภาษี 10%) ซื้อบ้านหลังติดกัน ราคา 2 ล้านบาท ได้ประโยชน์อย่างไร?
- คนรวยมาก ลดหย่อนได้ 2 แสนบาท หาร 5 ปีได้ปีละ 40,000 บาท ก็จะประหยัดภาษีไปได้ปีละ 40,000 บาท ถ้าคนรวยมากเสียภาษี 300,000 บาทในปีนั้นๆ ก็จะเสียแค่ 260,000 บาท
- คนรวยน้อย ลดหย่อนได้ 2 แสนบาท หาร 5 ปีได้ปีละ 40,000 บาท ก็จะประหยัดภาษีไปได้ปีละ 40,000 บาท ถ้าคนรวยน้อยเสียภาษี 45,000 บาทในปีนั้นๆ ก็จะเสียแค่ 5,000 บาท แต่ถ้าคนรวยน้อยเสียภาษีแค่ 30,000 บาท ก็จะหักได้แค่ 30,000 บาท ไม่สามารถหักเกินกว่าภาษีที่เสียได้ครับ
ถามต่อ ถ้าคนไม่เสียภาษี เลี่ยงภาษี หรือไม่มีเงินเสียภาษี ตรงนี้ไม่ได้ประโยชน์ครับ

เพิ่มมาตรการเสริมบ้านหลังแรก – รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังเตรียมชง “บ้านหลังแรก” ที่จะเสริมนโยบาย โดยจัดให้ ธอส. ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% นาน 2-3 ปี ให้กับบ้านและคอนโดที่ราคาอยู่ในช่วง 1-2 ล้านบาท และยังเปิดโอกาสให้สินทรัพย์มือ 2 ที่รอการขาย (NPA) จากสถาบันการเงินเข้าร่วมโครงการได้ด้วย ตรงนี้จัดสินเชื่อไว้รอ 10,000 ล้านบาท และรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ 400 ล้านบาท รอลุ้นผลวันนี้
Update: ผลออกแล้ว ชงสำเร็จ ครม. ให้กลับไปทบทวนบ้านหลังแรกใหม่ มีลุ้นได้มาตรการดีกว่าเดิม นำเสนออาทิตย์หน้า
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มอบหมายให้กระทรวงการคลังกลับไปทบทวนมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีบ้านหลังแรกเสนอให้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยกระทรวงการคลังจัดทำเป็นแพ็คเกจมาตรการด้านต่างๆ ประกอบกัน ได้แก่ การลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวข้องต่างๆ รวมทั้งการให้สินเชื่อดอกเบี้ย 0% เป็นระยะเวลา 3 ปี ดำเนินการโดยธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) สำหรับบ้านที่มีราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท เป็นต้น
มาตรการดังกล่าวจะเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากเมื่อวันที่ 20 ก.ย.54 ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีบ้านหลังแรก ทั้งนี้ จะมีการปรับหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมไปถึงบ้านมือสองด้วย จากเดิมที่เป็นเฉพาะบ้านสร้างใหม่เท่านั้น แต่ไม่รวมไปถึงบ้านที่ปลูกสร้างเอง ขณะที่รัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายเงินชดเชยให้กับ ธอส.จำนวน 3 ใน 4 ของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หรือราวปีละ 300 ล้านบาท
ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาออกประกาศมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีบ้านหลังแรก ได้แก่ การนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีเงินได้ การยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดจำนอง การยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ เพื่อเน้นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
ที่มา ไทยรัฐ , Post Today
คนรวยมาก (เสียภาษี 30%) กับคนรวยน้อย (เสียภาษี 10%) ซื้อบ้านหลังติดกัน ราคา 2 ล้านบาท ได้ประโยชน์อย่างไร?
- คนรวยมาก ลดหย่อนได้ 2 แสนบาท หาร 5 ปีได้ปีละ 40,000 บาท จากฐานภาษี 30% ก็คือจะประหยัดภาษีไปได้ปีละ 12,000 บาท
- คนรวยน้อย ลดหย่อนได้ 2 แสนบาท หาร 5 ปีได้ปีละ 40,000 บาท จากฐานภาษี 10% ก็คือจะประหยัดภาษีไปได้ปีละ 4,000 บาท
เรามาดู 20 คำถาม-คำตอบ ที่ผมเขียนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (ประกาศนโยบาย 20 กันยายน 2554) ว่าอะไรอาจมีเปลี่ยนแปลงบ้าง
- คอนโด ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว นับเป็นบ้านหลังแรกไหม? - นับ
- ที่ดินเปล่า นับเป็นบ้านหลังแรกไหม? - ไม่นับ
- ปลูกบ้านเอง บ้านมือสอง นับเป็นบ้านหลังแรกไหม? - ไม่นับ
- บ้านเกิน 5 ล้าน จะใช้สิทธิ์ได้ที่ 5 ล้านหรือไม่ได้เลย? - ไม่ได้เลย
- ได้บ้านมาเป็นมรดกหลังหนึ่ง แล้วไปซื้ออีกหลังหนึ่ง นับเป็นบ้านหลังแรกไหม? - ไม่ได้ ต้องไม่เคยมีชื่อในกรรมสิทธิ์
- ดอกเบี้ย 0% มีไหม? – มี จาก ธอส.
- ถ้ามี 0% แล้วมีกี่ปี มีข้อจำกัดอะไรบ้าง? – ดอกเบี้ย 0% จำกัด 2-3 ปี มีจำกัดว่าบ้านต้องราคาไม่เกินกี่บาท (รอความกระจ่าง)
- ถ้าขายบ้านต่อแล้วเสียสิทธิทางภาษีไหม? - ต้องเป็นเจ้าของ 5 ปี
- เงื่อนไขผูกมัดมีอะไรบ้าง ระยะเวลานานเท่าใด? - 5 ปี
- จะจ่ายเงินคืนให้อย่างไร? - หักลดหย่อนจากภาษีเงินได้ ตามฐานภาษีของแต่ละคน
- หักลดหย่อนสูงสุดเท่าไร? - บ้าน 5 ล้านพอดี หักจริงๆได้ 1.85 แสนบาท จากฐานภาษี 37%
- ไม่เสียภาษีได้ประโยชน์ไหม? - ไม่ได้
- เสียภาษี 10% ซื้อบ้าน 2 ล้านหักอย่างไร? - คิด 2 แสน จาก 2 ล้าน หาร 5 ปี ได้ ปีละ 40,000 เท่ากับว่าประหยัดภาษีไปปีละ 10% จาก 40,000 ก็คือ 4,000 บาทต่อปี
- ดูอย่างไรว่าเป็นบ้านหลังแรก - รายชื่อการผ่อนบ้าน เช็คจากสินเชื่อว่าเคยผ่อนบ้านหรือไม่
- นับจากวันไหนว่าซื้อบ้าน - วันโอนกรรมสิทธิ์
- คนที่ได้รับสิทธิ์ต้องมีรายได้เท่าไหร่ - มากกว่า 150,000 บาทต่อปี นับจากรายได้ที่ยื่นภาษีเท่านั้น
- คนรับสิทธิ์มีประมาณกี่คน - 2 ล้านคนเศษ นับเป็น 20 กว่า % จากประชากรผู้ยื่นแบบเสียภาษี
- กู้ร่วมกับแฟนได้หรือไม่ - ได้
- คนหนึ่งจำกัดกี่หลัง - 1 หลังเท่านั้น
- จำกัดธนาคารที่ยื่นขอกู้หรือไม่ - ไม่จำกัด
- บ้านมือ 2 ได้หรือไม่ – รอดูความกระจ่าง
- บ้านรอขาย NPA จากสถาบันการเงินได้หรือไม่ – ได้
- ค่าธรรมเนียมโอน ลดหรือไม่ เท่าไหร่? – คาดว่าจะลด (รอดูความกระจ่าง)
- ค่าจดจำนอง ลดหรือไม่ เท่าไหร่? - คาดว่าจะลด (รอดูความกระจ่าง)

นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ CEO ของ SC ASSET ออกมาชี้แจงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่าที่รัฐบาลอัพสเปคโครงการบ้านหลังแรกจาก 3 ล้านมาเป็น 5 ล้านบาท ก็เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับ SC หรือเปล่า?
ทาง SC ก็ชี้แจงว่าบริษัทเนี่ยทำตลาดราคาระดับกลางขึ้นไป คือ 90% ของบ้านและคอนโดที่ขายแพงกว่า 5 ล้านทั้งสิ้น ที่เหลืออีก 10% จะเป็นคอนโดและทาวน์โฮมบางส่วน ซึ่งคอนโดขายราคา 80,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป ลูกค้าที่ซื้อจะไม่ใช่กลุ่มบ้านหลังแรก
อย่างพวกโครงการที่เข้าเกณฑ์เช่น โครงการ Townhome Vista 180 รัชวิภา ก็เหลือแค่ 80 หลัง Centric รัชวิภา ก็โอนไปเกือบ 100% … เซนทริค รัชดา-สุทธิสารก็เหลือแค่ 30% และ The Crest พหลโยธิน 11 ก็จับตลาดบนไม่น่าใช่บ้านหลังแรก ดังนั่นอย่ามากล่าวหากันนะครับว่าเลื่อนสเปคเอื้อประโยชน์!
อ่านจบก็นึกในใจ … จะไปกล่าวหาได้อย่างไร ในเมื่อบ้านหลังแรกออกจะ Fail ขนาดนี้ คนที่เสียภาษี 10% ซื้อบ้าน 2 ล้าน หลักลดหย่อนแล้วได้ภาษีคืนปีละ 4,000 บาท ผมยังซื้อโต๊ะกินข้าวไม่ได้เลยครับรัฐบาล!
ที่มา Property Channal News