6,310 กระทู้

31,051 ความเห็น

17,231 ช่วยเสริม

121,033 สมาชิก

Recent Badges

สนิมเกาะ
- ariyasab -
สนิมเกาะ
- dit_crash_burn -
เจอคนโดนใจ
- vt-knight -
กระทู้น่าสนใจ
- rossakornp -
สนิมเกาะ
- nicky-uber -

ภาษี Brand Name ลดเหลือ 0% คิดอย่างไรกันบ้างครับ ?

+4
โหวต

"ก.คลัง เตรียมปรับลดภาษีสินค้าแบรนด์เนม"

ปลัดกระทรวงการคลัง เผยเตรียมประกาศปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่มเครื่องสำอางค์ น้ำหอม นาฬิกา และ เสื้อผ้าแบรนด์เนม เป็น 0 % จากปัจจุบันเก็บที่ 30% เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็น"ช๊อปปิ้งพาราไดซ์"เทียบชั้น ฮ่องกง และ สิงคโปร์ คาดมีผลภายในปีนี้

นายอารีพงศ์ ภู่ชะอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลังและสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.กำลังหารือในรายละเอียด เกี่ยวกับมาตรการการปรับลดภาษีศุลกากรนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็น"ช๊อปปิ้งพาราไดซ์" เทียบชั้นสิงคโปร์ และฮ่องกง

โดยสินค้าที่อยู่ในข่ายที่จะปรับลดภาษีเป็น 0 % คือ น้ำหอม เครื่องสำอางค์ และกลุ่มสินค้าแบรนด์เนม ทั้ง นาฬิกา และเสื้อผ้า ซึ่งปัจจุบันสินค้ากลุ่มนี้ ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 30 % ขณะที่สิงคโปร์และฮ่องกง ภาษี 0 % ทำให้ไทยสูญเสียโอกาสจากการใช้จ่ายของนักเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยที่ปีนี้ตั้งเป้าไว้ 24.5 ล้านคน สร้างรายได้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งคาดว่ามาตรการนี้จะเป็นเเม่เหล็กช่วยดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ และเกิดการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันจะช่วยดึงเม็ดเงินจากกระเป๋าเศรษฐีไทยไม่ให้ไหลออกนอกประเทศ

โดยมาตรการนี้จะให้เป็นการทั่วไปทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนไทย และเป็นมาตรการถาวร คาดจะประกาศและให้มีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ชดเชยการส่งออกที่หดตัวอีกทางหนึ่ง 

อย่างไรก็ดี จะมีมาตรการออกมาดูแลผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเสื้อผ้า ที่ปัจจุบันมีราคาและคุณภาพเทียบชั่นสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ เพื่อให้เเข่งขันได้ด้วย

อ้างอิง: ครอบครัวข่าว3

8 กันยายน, 2013 beamlg   44 168 617

กรุณา Log in หรือ Register ก่อนแสดงความคิดเห็นในกระทู้

16 ความเห็น

+1
โหวต
ธุรกิจของหิ้วปกติเค้าเลี่ยงภาษีขาเข้า แล้วได้จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มรึเปล่า

ถ้าไม่ได้จ่ายกันอยู่แล้ว เอาเข้ามาในระบบ ก็อาจจะได้มากกว่าเสีย

 

แต่แบรนด์ไทยก็ตายๆๆๆ
8 กันยายน, 2013 Itipon   17 74 210
+9
โหวต
ชาวต่างชาติ 1 คนเฉลี่ยแล้ว จะใช้จ่ายเงินในเมืองไทย 1 แสนบาท ถ้ามาตรการนี้ทำให้นักท่องเที่ยวที่จะไปฮ่องกง กับ สิงคโปร์มาเที่ยวไทยมากขึ้น อาจจะซัก 5 ล้านคน ถึง 10 ล้านคน  GDP ส่วนนี้ก็จะเพิ่มขึ้นประมาณ 5แสนล้าน ถึง 1ล้านล้าน ก็ต้องไปเปรียบเทียบกับภาษีที่เก็บได้ลดลง + กับ GDP จากผู้ประกอบการสินค้าไทยที่จะลดลง แต่ก็ต้องคิดในแง่ที่คนไทยไป ช็อปปิ้งทีฮ่องกงลดลงด้วยซึ่งจะทำให้เงินที่ไปจับจ่ายในส่วนอื่นๆที่ฮ่องกงลดลงด้วย ก็ลดการไหลออกของเงินได้บางส่วน ผมก็ว่ามาตรการนี้น่าจะได้มากกว่าเสียนะครับ
8 กันยายน, 2013 hellxingi   20 80 175
+1
โหวต
กระเป๋าด้วยรึเปล่าครับ แบบว่าในเนื้อหาข่าวไม่เห็นพูดถึงกระเป๋า แต่ว่าในรูปมันเป็นกระเป๋าน่ะครับ
8 กันยายน, 2013 piao   2 7 20
+2
โหวต
รอคุณColleen มาตอบข้อนี้ อยากรู้ความคิดเห็นคุณ Colleen ครับ ^^
8 กันยายน, 2013 Deokira   51 236 834
ตอนนี้ผมอ่านเจอกระทู้ "ภาษีคนโสด"แล้วขำอ่ะ5555

ใครว่างลองอ่านดูครับ ^^

Credit:  pantip

http://pantip.com/topic/30943180
+1
โหวต
รัฐมีมาตรการดูแลแบรนด์ไทยด้วยหรือเปล่าครับ จากเดิมที่รายได้ไม่เยอะ อาจจะไม่เยอะกว่าเดิมก็เป็นได้

แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย เพราะแทนที่เราจะปล่อยให้เม็ดเงินผ่านประเทศเราไป ไปอยู่กับประเทศอื่น

ถ้าเราสามารถวางกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยว ชูเรื่องความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ควบคู่กันไปด้วย

 

ผมคิดว่า ยังไง ประเทศไทย หรือประเทศกรุงเทพ ก็มีอะไรให้ดู ให้ทำ ให้เที่ยว มากกว่า ฮ่องกง มาเลย์ สิงคโปร์ ครับ
8 กันยายน, 2013 BKD   7 19 39
+1
โหวต
ถ้าอยากให้ไทยเป็นเมืองshoppingแข่งกับมาเล สิงโป ฮ่องกง

ก็ต้องทำอะครับ

 

คนที่ลำบากคือพวกรับpre order ที่ปกติก็ไม่คิดจะเสียภาษีกันอยู่แล้ว กับแบรนด์ไทยที่ยังหาที่ยืนไม่ได้

 

รัฐก็จะไปเอาภาษีนิติบุคคลแทน ถ้ายอดขายเยอะขึ้น ชดเชยจากภาษีแบรนด์เนม

และอย่างน้อยก็ให้คนไทยเอาเงินมาถลุงในประเทศ ดีกว่าบิน5พันไปสิงโป ช้อปทีหลายๆแสน

 

ปล.ทำไมมันพอดีกับCentral Embassy กับEmquatier กำลังจะเปิดเลยเนอะ555
9 กันยายน, 2013 kindraywind   1 6 22
edited 9 กันยายน, 2013 kindraywind
เห็นด้วยกับคุณ บ้านเรามีหลาย ๆ อย่างที่สามารถพัฒนาเป็นตัวชูโรงในการดึงดูดนักท่องเที่ยว มีเกือบทุกอย่าง ธรรมชาติ วัฒนธรรม ฯลฯ ที่คู่แข่งไม่สามารถนำเสนอได้
0
โหวต
ลำบากกระเป๋าเงิน คุณสามี ที่ต้องจ่ายค่ากระเป๋า รองเท่า ฯลฯ  ให้ภรรยา แน่ๆ ครับ มันถูกลงโอกาสที่คนไทยกันเอง จะซื้อเองง่ายกว่านักท่องเที่ยวมันมีครับ

คนไทยบ้า แบรนด์เนม เยอะครับ   

ทีนี้ แทนที่จะดึงเงินนักท่องเที่ยว จะกลายเป้นดึงเงินในกระเป๋า คนไทยนี่แหละ ออกนอกประเทสแทน

 

ว่าแล้ว ก็เตรียม เก็บเงิน ซื้อ ปราด้า สักใบดีกว่า

55555
9 กันยายน, 2013 panyas   4 8 38
+1
โหวต
สงสารแบรนด์ไทย. แต่ถ้าทำคุณภาพดี มีเอกลักษณ์. ก็ต่อสู้กันไปเลย

ลดภาษีแบรนเนม. ก็เป็นการดีอย่างยิ่ง.เพราะจะได้ตัดปัญหาการpreorderไปเลย. คิดค่าหิ้วกันแพงมาก

แถมเล่นตัวอีก.ไม่ลดราคาเลยสักบาท ทั้งๆที่บอกราคาสูงมากแล้ว ภาษีก็ไม่ต้องเสีย. ถูกกว่าชอปไทยบงอย่าง แต่บางอย่างก็ขายแพงกว่าชอปไทย ไปมาก. เพราะชอปไทยไม่มีของ

อยากให้สนับสนุนผู้นำเข้าอย่างถูกกฏหมายบ้าง. บางคนไปลองของในshopแล้วก็ไปพรีข้างนอก คุยกับBAนู่นนี่. มากมายสงสารคนขาย

เราก็อยากซื้อในshopไทยนะ. แต่ตอนนี้ซื้อของหิ้ว.  ติดที่มันแพงไปมากเลย ถ้าลดจริงคงได้ชอปกระจาย
9 กันยายน, 2013 Musthave   2 11 28
0
โหวต
อย่างนี้ duty free ก็เจ๊งสิ ไม่เกิดหรอก
9 กันยายน, 2013 mandai   3 16
0
โหวต
ในความคิดเรา

แบรนด์ไทยลำบากถ้ามองแค่เรื่องราคานะ

แต่ว่าแบรนด์ไทยก็มีจุดยืน มีดีไซเป็นของตัวเอง

อยากได้เสื้อของสเตรซิส คำถามคือจะไปหาชาเนลที่ทำเหมือนสเตรซิสได้มั้ย คำตอบก็คือไม่ได้

เพราะฉนั้นถ้าแบรนด์ที่มีความแข็งแรง ไม่ได้ก๊อบ ก็น่า่จะรอด

แต่ก็มีพ้อยที่ว่า ลูกค้ามีตัวเลือกมาขึ้นในราคาที่ใกล้เคียงกัน(มากกว่าเดิม)
9 กันยายน, 2013 illzando   1 4 8
0
โหวต


เห้อ... ประเทศไทยของเรา
9 กันยายน, 2013 magdalena f   5 21 52
+2
โหวต
ผมว่ามันคล้ายๆกับมาตรการคืนภาษีรถคันแรก ช่วยนายทุน ทำให้คนไทยที่มีรายได้น้อยได้โอกาสมีรถเป็นของตัวเอง อันนี้ก็เช่นกัน มีกระเป๋าหลุยส์(แท้)ใบแรก

นโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา รวมถึงครั้งนี้ ช่วยทำให้ชีวิตคนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหรือเปล่า หรือมีแต่จะสร้างหนี้
9 กันยายน, 2013 Beneyesight   8 26 61
0
โหวต
มันจะถูกลงหรอครับ ของที่ขายในประเทศเราตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นอะไรที่ราคามันจะลงเลย มีแต่เท่าเดิมกับขึ้นเอาๆ หมายถึงขึ้นราคานะครับ ^^"
13 กันยายน, 2013 AARDD   7 21 72
+4
โหวต
ได้มากกว่าเสียแน่นอน ฟันธงเลย ถ้ามีมาตรการแบบนี้ออกมาได้จริงๆนะ ผมว่าฮ่องกงและสิงคโปร์มีหนาวแน่นอน เพราะทุกวันนี้แค่นักท่องเที่ยวจีนชาติเดียวที่เข้ามาก็มีเท่าไรแล้ว และพวกนักเที่ยวจีนนี่ละที่เป็นพวกมือเติบตัวจริง บวกกับอาหารและค่าครองชีพเมืองไทยถูกกว่าและถูกปากด้วย ผมว่าเสียแค่นิดเดียว แต่จะได้มหาศาลครับ

และในอีกด้านนึง ก็คือคนไทยที่ไปซื้อแบรนด์เนมจากต่างประเทศ ตรงนี้ก็น่าจะลดลงด้วยเช่นกัน

อีกอย่างที่อยากให้ทำคือ คาสิโน เลิกมือถือสากปากถือศีลซะที ไอ้พวกชอบค้านอ้างเมืองไทยเป็นเมืองพุทธนะ หัดลืมตามามองโลกบ้าง ทำเถอะ ผลประโยชน์ใต้ดินมหาศาลจะได้ตกมาอยู่กับคนไทยทั้งประเทศซะที
13 กันยายน, 2013 vicc   55 144 393
edited 15 กันยายน, 2013 vicc
+1
โหวต
เรื่องการลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม ผมรู้สึกว่าคนที่ได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่เป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นคนที่มีเงินอยู่แล้ว แต่กับพนักงานเงินเดือน ผมมองว่าเสียมากกว่านะครับ เพราะส่วนใหญ่จะยับยั้งชั่งใจตัวเองไม่อยู่ ยอมเป็นหนี้เป็นสิน เพื่อจะได้มาไว้ในครอบครอง

 

ส่วนเรื่องที่คุณ vicc พูดถึงคาสิโน ผมเห็นด้วยนะครับ เปิดไปเถอะครับ ทุกวันนี้ไม่เปิดมันก็เหมือนเปิดอยู่แล้ว แถมน่ากลัวอีกต่างหาก เพราะคนที่เปิดส่วนใหญ่ก็มีคนมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังทั้งนั้น รัฐบาลเปิดไปเถอะครับ แต่ขอแค่หามาตรการมาควมคุมหน่อย อย่างเช่นของสิงคโปร์ ถ้าเป็นคนสิงคโปร์นึกอยากจะเข้าไปเล่นในคาสิโน จะต้องจ่ายเงินค่าเข้าเพิ่มอีก 50 หรือ 100 เหรียญ

 

พยายามหามาตรการมาดึงดูดคนต่างชาติให้มาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นก็ดีครับ แต่ควรจะเพิ่มระบบความปลอดภัยในเมืองก่อนน่าจะดีกว่านะครับ เพราะทุกวันนี้ เห็นข่าวนักท่องเที่ยวเสียชีวิตในเมืองไทยบ่อยมาก ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากนักท่องเที่ยวหรือคนไทยก็ตาม ถ้าเกิดบ่อยๆมาก นักท่องเที่ยวก็ไม่กล้ามาอยู่ดีครับ ไม่ว่าจะมีอะไรดีแค่ไหน
14 กันยายน, 2013 piao   2 7 20
0
โหวต
ในแง่ผู้บริโภค เช่น นักท่องเที่ยว บางครั้งเขาไม่ได้ดูแต่ช้อปปิ้ง เขาดูรวมๆว่ามาไทยแล้ว ประทับใจอะไรบ้าง เช่น ธุรกิจบริการ  ความปลอดภัย พวกมาช้อป brand name เป็นคงมีสัดส่วนน้อยกว่ากลุ่มแรก ดังนั้น ผมไม่เห็นด้วยว่าจะลดลง 0% เลย เพราะ 1) รัฐเสียรายได้เปล่าๆ 2) เป็นการส่งเสริมให้คนไทยซึ่งมีนิสัยฟุ่มเฟือย ยิ่งฟุ่มเฟือยเข้าไปอีก พวกรวยๆเขาซื้อ ได้ภาษีไม่ต้องสูงมากเทียบกับคู่แข่ง อีกอย่าง ค่าเงินบาทนี่ก็สำคัญ เพราะบางทีมากกว่าภาษีเสียอีก สุรป ไม่เห็นด้วยว่าลดลง 0% มีบ้าง10-15% ไม่ทำให้รัฐเสียรายได้ไปมากนัก
15 กันยายน, 2013 singhachai   1 7 21
ผมกลับมองว่า การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่ง ซึ่งทุกวันนี้การท่องเที่ยวแทบไม่ค่อยได้พึ่งพาแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติจริงๆ แต่กลับไปอิงกับการช๊อปปิ้ง การกิน การใช้จ่าย ภาคบริการ(บางประเภทที่เราเข้าใจแต่พูดไม่ได้) ซึ่งประเทศไทย ยังมีสินค้า อาหาร และการบริการที่มีราคาต่ำ ทำให้มีความน่าสนใจ การซื้อสินค้าแบรนด์เนม ก็เป็นจุดประสงค์สำคัญจุดนึง ซึ่งประเทศไทยยังเป็นจุดอ่อนตรงนี้ แต่ถ้าไม่เก็บภาษี น่าจะช่วยเสริมได้ทั้ง 2 ทาง คือ ต่างชาติเข้ามาซื้อมากขึ้น และคนไทยไม่ต้องออกไปเพื่อซื้อ ลดจำนวนคนไทยที่ไปซื้อสินค้าแบรนด์เนมลง
อีกอย่างทุกวันนี้ คนไทยก็ซื้อสินค้าแบรนด์เนมในช๊อปที่เมืองไทยกันน้อยมากอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะซื้อมาจากแหล่งต่างประเทศทั้งนั้น รัฐก็เก็บภาษีสินค้าแบรนด์เนมไม่ได้อยู่ดี
...