
คงจะหนีไม่พ้นด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า IDEO Mobi เป็นคอนโดที่มีคนกล่าวถึงกันมากที่สุดในช่วงต้นปี 2555 ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS, MRT ในระยะไม่ถึง 200 เมตร และราคาเปิด 1.9 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ 2555 ที่สยาม พารากอน
แต่ก่อนที่จะไปรีวิวเจาะลึกเต็มรูปแบบ ผมก็ได้หยิบผังห้องของ IDEO Mobi ทั้ง 10 แบบมาวิเคราะห์กันให้ดูกันก่อน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ก็ไปจองคอนโดกันโดยที่ไม่ค่อยจะทราบหรอกว่าผังห้องเป็นอย่างไร เพราะที่ Siam Paragon ก็คงจะไม่มีห้องตัวอย่างให้ดูกัน พอเจอแรงกดดันเยอะๆจากทั้งลูกค้าคนอื่นและพนักงานขายที่มะรุมมะตุ้มกัน ส่วนใหญ่ก็เผลอๆยื่นบัตรเครดิตจองไปซะงั้น โดยที่ไม่ได้คิดว่าห้องของ IDEO Mobi ที่ท่านจองไปนั้นใช้งานได้ “เหมาะกับ LifeStyle ของท่านไหม?”
โชคดีที่ IDEO Mobi พญาไท, สาทร, สุขุมวิทและพระราม 9 ทั้ง 4 ที่นั้นแชร์ผังห้องแบบคล้ายๆกัน คือมี Main Design เหมือนกัน แต่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆนั้นเปลี่ยนไปตาม IDEO Mobi แต่ละทำเล (เช่นมุมและรูปแบบตึกที่ต่างกันนิดหน่อยเป็นต้น)
บทความนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของรีวิวเจาะลึก IDEO Mobi ทั้ง 4 ตึกในอนาคตครับ

ครั้งแรกที่ผมได้ยินพื้นที่ขนาด 21 ตารางเมตร ผมก็งงเหมือนกันว่าทำไม IDEO Mobi ต้องทำห้องเล็กขนาดนี้ เล็กกว่ายูนิตเล็กที่สุดของ LPN ที่ 22.5 ตารางเมตร หรือ The Tree ของพฤกษาที่ 22 ตารางเมตรเสียอีก แต่ในขณะเดียวกันทำเลกลับดีกว่ามาก ไพรม์ใจกลางเมือง จับตลาดกลุ่ม UPPER CLASS ต่างกับ LPN, PS ที่เน้นห้องเล็กเพราะจับตลาด ECONOMY และ MAIN CLASS ตามลำดับ
พอลองเทียบดูกับประเทศเพื่อนบ้านที่เจริญกว่าเรา เช่นฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์หรือแม้แต่เกาหลีใต้ ก็พบว่าขนาดห้อง 21 ตารางเมตรยังไม่ใช่ขนาดเล็กที่สุดของเขานะครับ ด้วยเหตุผลที่ว่าที่ดินในประเทศเหล่านี้ ทำเล Prime / Premium แทบจะหาไม่ได้แล้ว การสร้าง Apartment หรือ Condominium ภายใต้ที่ดินเหล่านั้นจึงมีพื้นที่ขายที่จำกัด ราคาต่อตารางเมตรสูง ซึ่งแน่นอนว่าเมืองไทยก็กำลังเดินตามรอยนั้นๆไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2-3 ปีก่อนราคาคอนโดยังไม่แพงขนาดนี้ สมมุติขายที่ราคา 70,000 บาทต่อตารางเมตร ถ้าห้องขนาด 30 ตารางเมตรก็จะต้องจ่าย 2.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ลูกค้ากลุ่ม 20 ปลายๆ 30 ต้นๆสามารถผ่อนได้ ด้วยเงินเดือน 30,000 – 40,000 บาท
ปัจจุบันราคาทุกอย่างขึ้นตั้งแต่ ที่ดิน วัสดุ ค่าแรง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น จำเป็นต้องขายที่ราคา 100,000 บาทต่อตารางเมตร แต่รายได้ของลูกค้ากลุ่มเดิมกลับไม่ได้ขึ้นสูงตามปัจจัยต้นทุน ทำให้ถ้าอยากจะทำห้องราคาเท่าเดิมคือ 2.1 ล้านบาท (เพราะลูกค้าผ่อนได้เท่านี้ไม่สามารถซื้อเกินตัวได้) ก็จำเป็นต้องลดขนาดพื้นที่ใช้สอยลง ให้เหลือ 21 ตารางเมตร เป็นขนาดพอดีคำ
IDEO Mobi ดันให้กรอบความคิดนี้ไปไกลกว่านั้น โดยผลักราคาต่อตารางเมตรขึ้นไปถึง 120,000 – 140,000 บาท (ขึ้นอยู่กับทำเล) โดยคงขนาดของห้องเอาไว้ที่ 21 ตารางเมตร ทำให้เกิดสินค้าราคา ห้อง Studio ราวๆ 2.5 – 3 ล้านบาท ซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นการทำตลาดที่แปลก ลูกค้าจะยอมจ่ายเงิน 2.5 – 3 ล้านบาทเพื่อพื้นที่ 21 ตารางเมตรจริงหรือ?
ทีนี้ก็มาถึงคำถามที่ว่าตารางเมตรที่หายไป มีผลกับ “Life Style” และปัจจัยการใช้ชีวิตของท่านมากขนาดไหน ขนาดที่ลดลงสามารถอยู่จริงได้ไหม? มาติดตามคำตอบได้กับการรีวิวทีละยูนิตเลยครับ
เจาะลึกผังห้อง (Unit Plan)
แบบห้องของ IDEO Mobi ที่ผมหยิบมาวิเคราะห์ทั้ง 10 แบบ สามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด 6 Group ดังนี้ครับ
- Studio – A
- 1 Bedroom – B
- 2 Bedrooms / 1 Bathroom – C
- 2 Bedrooms / 2 Bathrooms – D, E
- Duplex 1 Bedroom – F1, G, H
- Duplex 2 Bedrooms – F3, I

ขอบคุณที่กด Like ให้กับข้อมูลจาก Think of Living นะครับ!
Continue reading →