ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย คอนโด High Rise ตัวใหม่ ใกล้ MRT แยกไฟฉาย 350 เมตร จาก ศุภาลัย [รีวิวฉบับที่ 1423]

September 7, 2017 09:300 comments

รีวิวฉบับที่ 1423 … คอนโด ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย คอนโด High Rise ตัวใหม่ ใกล้ MRT แยกไฟฉาย 350 เมตร ที่คราวนี้มาลองเปิดตัวบนถนนเส้นใหม่อย่าง พรานนก-กาญจนา-พุทธมณฑลสาย 4 (หรือหลายๆคนติดปากว่าพระเทพตัดใหม่) โครงการนี้ศุภาลัยถือว่าทำคอนโดเจ้าแรกบนถนนเส้นนี้เลยก็ว่าได้นะครับ และที่สำคัญราคาต่อตารางเมตรถือว่าไม่แพงถ้าเทียบกับเพื่อนบ้าน ไปชมกันเลยครับ

Fact @ 31 August 2017

  • Supalai Loft Yaek Fai Chai station (ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย)
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางกอกน้อย
  • คอนโด High Rise 24 ชั้น(รวมดาดฟ้า) 1 อาคาร 366 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต
  • อาคารจอดรถ ชั้น 1-4 | ชั้นพักอาศัย 5-24
  • ที่จอดรถประมาณ 212 คันคิดเป็น 57% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ที่ดินประมาณ 2 ไร่เศษ
  • เริ่มก่อสร้าง :  n/a
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : n/a
  • แบบห้อง 1 Bedroom ขนาด 35 – 47 ตร.ม. (ราคาห้องเริ่มต้น 2.17 ล้านบาท)
  • แบบห้อง 2 Bedroom ขนาด 71 – 77.5 ตร.ม. (ราคาห้องเริ่มต้น 4.37 ล้านบาท)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ AVG 65,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1720
  • Presale : วันที่ 7-13 กันยายน (Lifestyle Hall ชั้น 1 The Mall ท่าพระ)

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.753793, 100.466570

แผนที่จากทางโครงการครับ ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย ตั้งอยู่บนถนนพรานนก-กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ยาวไปจนถึงถนนกาญจนาภิเษกได้เลย จึงสามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้หลายเส้นทาง และอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าแยกไฟฉาย ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในอนาคตเพียง 350 เมตร และทำเลยังใกล้กับศิริราชซึ่งสามารถเดินทางไดอีกทางด้วยทางเรืออีกด้วย

โครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย ตั้งอยู่บริเวณถนนหลักสายใหม่อย่างพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 (หรือหลายคนชอบเรียกว่าพรเทพตัดใหม่) ใกล้กับแยกไฟฉายระยะประมาณ 350 ม. (ก็เป็นระยะไปรถไฟฟ้าด้วย) การเดินทางด้วยรถส่วนตัวนับว่าอยู่ในจุดที่สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกพอสมควรเพราะ มีเส้นทางลัดเลาะได้หลากหลาย ถ้าจะข้ามเมืองฝั่งพระนครก็สามารถใช้สะพานที่อยู่ใกล้สุดคือสะพานพระปิ่นเกล้า กับสะพานพระราม 8 หรือถ้าจะออกนอกเมืองก็มีถนนเลียบทางรถไฟและถนนบางขุนนนท์ที่สามารถใช้ทะลุไปเส้นบรมราชชนนีได้ และซอยจรัญ 35 และซอยจรัญ 13 สามารถลัดออกไปถนนราชพฤกษ์และถนนกาญจนาภิเษกได้ เดิม 2 เส้นนนี้จะมีการจราจรที่ติดขัดสาหัสมาก แต่ตอนนี้มีถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 (ด้านหน้าโครงการ) นี่แหละที่ตัดเข้าหาถนนราชพฤกษ์จนไปถึงถนนกาญจนาภิเษกได้เลย (และอนาคตจะยืด

“ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4” เดิมชื่อถนนพระเทพฯตัดใหม่ เป็นถนนที่ตัดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ระบายการจราจรบนถนนจรัญสนิทวงศ์ เนื่องจากถนนจรัญฯ แต่เดิมเป็นถนนเส้นยาวที่ไม่มีแยกและทางลัดมากนัก จุดเริ่มต้นของถนนพระเทพฯตัดใหม่นี้ เริ่มจากบริเวณแยกไฟฉาย บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ตรงมาเรื่อยๆตัดผ่านถนนราชพฤกษ์  ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ไปบรรจบกับ ถนนกาญจนาภิเษก  กินระยะทางประมาณ 7 กม. ปัจจุบันถนนเส้นนี้สร้างเสร็จแล้ว และเปิดใช้อย่างเป็นทางการไปเมื่อปีเดือนธันวาคม ปี 58 นอกจากนี้บริเวณแยกไฟฉายก็มีการขุดเจาะอุโมงค์ลอดใต้แยกไฟฉายและทำสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินอยู่ ซึ่งถ้าถนนสายนี้เสร็จจะทำให้การจราจรบนถนนจรัญสนิทวงศ์คล่องตัวขึ้นมากทีเดียว

สำหรับเรื่องความอุดมสมบูรณ์รอบโครงการนั้น บอกได้เลยว่าหายห่วงกันได้เลยทีเดียว เพราะถือว่าเป็นทำเลที่หาของทานง่ายมากๆ หรือต้องการที่ช้อปปิ้งก็มีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นศูนย์การค้า และ Hypermarket แต่ส่วนตัวคิดว่าจุดเด่นสุดน่าจะเป็นเรื่องของตลาด ที่มีตลาดชื่อดังอยู่ในรัศมี 2-3 กม. ให้เลือกเดินกันอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ยังใกล้โรงพยาบาลดังอย่างศิริราช ใกล้มหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) หรือจะเข้าไปทำงานในเมืองทั้งย่านสาทร ก็สามารถไปทางเรือได้ สรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

  • ในระยะเดินได้สบายรอบๆ โครงการ ได้แก่ 7-Eleven อยู่หน้าโครงการ, ร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ตามตึกแถว 2 ชั้นด้านหน้าโครงการมีอยู่ไม่น้อย
  • ระยะทางประมาณ 300-450 เมตร ได้แก่ รถไฟฟ้าสถานีแยกไฟฉายและสถานีบางขุนนนท์ (ระยะที่แน่นอนคงต้องรอให้เห็นบันไดทางขึ้นลงกันก่อนนะ)
  • ระยะทางประมาณ 500-900 เมตร ก็จะมีตลาดตลาดบางขุนศรี, Makro จรัญฯ, Foodland, ตลาดบางขุนนนท์ และตลาดน้ำเย็น
  • ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช ตลาดสถานีรถไฟ(ศาลาน้ำร้อน) ตลาดพรานนก ตลาดวังหลัง และท่าน้ำวังหลัง (เรือข้ามฟากไปฝั่งพระนคร ก็ถึงภายใน 10 นาที)
  • ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร คือ ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้าต่างๆ ได้แก่ Central ปิ่นเกล้า, The Sense ปิ่นเกล้า, Major ปิ่นเกล้า และ Lotus ปิ่นเกล้า

อย่างไรก็ตามแม้ทำเลของโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญต่างๆ แต่ก็ต้องคำนึงเรื่องรถติดกันสักหน่อย เพราะช่วงนี้แถวโครงการมีการก่อสร้างทั้งรถไฟฟ้า และอุโมงค์ตรงแยกไฟฉาย ทำให้รถติดมากขึ้นเป็นพิเศษ ก็ต้องเผื่อเวลากันสักหน่อย แต่โดยปกติโครงการคอนโดจะใช้เวลาสร้างประมาณ 2 ปี กว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จ ทั้งรถไฟฟ้าและอุโมค์ก็คงจะเสร็จหรือไม่ก็ใกล้เสร็จแล้วหละ

นอกจากนี้ที่การจะเดินทางโดยเข้าออกไปยังกรุงเทพตอนเหนือ จะมีทางด่วนใหม่ให้ใช้อย่าง ทางด่วนศรีรัช (จตุจักร-กาญจนาฯ) อีกด้วย โดยจุดขึ้นลงที่ใกล้ที่สุดจะเป็นทางป้ายของ “ราชพฤกษ์” นั่นเอง โดยทางด่วนเส้นนี้สามารถใช้เชื่อมเข้าเมืองไปถนนพระราม 6 และถนนกำแพงเพชรตรงทางแยกต่างระดับศรีรัช (ด่วนขั้นที่ 2) เรียกง่ายๆ ว่าสามารถเข้าเมืองไปแถบจตุจักรได้สะดวกขึ้นและ Transit ต่อไปยังดินแดงพระราม 9 ได้ด้วย

ในส่วนการเดินทางด้วยระบบสาธารณะนั้นถือว่าสะดวกพอสมควร สำหรับรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการมากที่สุด คือ สถานีแยกไฟฉาย อยู่ในระยะประมาณ 350 ม. ตัวชานชาลาจะอยู่บริเวณแยกไฟฉายพอดี ซึ่งตอนนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วง บางซื่อ – ท่าพระ กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าน่าจะเปิดให้ใช้กันประมาณปี 2562 (ยืดเยื้อมานาน แต่คาดว่าจะเสร็จใกล้เคียงกับที่โครงการเสร็จแหละ)

และอีกสถานีหนึ่งที่อยู่ถัดออกมาอีกหน่อยคือสถานีบางขุนนท์ที่มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 500 ม. ซึ่งสถานีนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นสถานี Interchange โดยในอนาคตอีกสักระยะนึงจะมีสายสีส้ม(ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม) กับ สายสีแดง(ตลิ่งชัน-ศาลายา) มาเพิ่มเป็น Interchange ที่สถานีนี้ แต่คาดว่ากว่าจะเสร็จครบทั้งสามสายอาจจะกินระยะเวลาเกือบสิบปีเลยรีเปล่า ก็ต้องรอดูกันต่อไป

นอกจากตัวช่วยในการเดินทางอย่างรถไฟฟ้าแล้ว เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของพื้นที่ในทำเลนี้คืออยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีตัวช่วยในการเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาเพิ่มเข้ามาด้วย ก็ช่วยทุ่นเวลา ให้เราไม่ต้องอยู่บนท้องถนนนานนัก ซึ่งท่าเรือด่วนเจ้าพระยาที่ใกล้โครงการที่สุดคือ ท่าวังหลัง ที่ห่างจากโครงการประมาณ 2.3 กม.เท่านั้น สามารถข้ามเรือไปหาร้านอาหารเด็ดๆ เจ้าดังๆ ทานที่ท่าพระอาทิตย์ หรือไปเรียนที่ ม.ธรรมศาสตร์ ก็สะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้เส้นทางเดินเรือยังสามารถนั่งไปได้ไกลถึงสาทร หรือขึ้นเหนือไปถึงนนทบุรีเลย คลิกดูรายละเอียดเส้นทางการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ที่นี่

โดยการเดินทางในวันนี้เนื่องจากผมมาจากในตัวเมืองก็เลยจะขอลองใช้เจ้าทางด่วนศรีรัชใหม่ (จตุจักร-กาญจนาฯ) นั่นเอง โดยมาขึ้นที่จตุจักรและตามป้ายของ “ราชพฤกษ์” เอาไว้อย่างเดียว

จุดลงนี้เป็นของถนนจรัญนะครับ ซึ่งสามารถไปทางนี้ได้เหมือนกันแต่ว่าจะเจอการจราจรที่ติดขัดมากกว่า เพราะทั้งสร้างรถไฟฟ้าและไฟแดงหลายจุด ให้เราไปลงส่วนของป้ายหน้าอย่างราชพฤกษ์

ลงมาตามป้ายแล้วนะครับ ทีนี้เราจะวิ่งตามทางขนานรางรถไฟ และอยู่ใต้ทางด่วนกัน

ทางคู่ขนานรางรถไฟ นั้นถนนวิ่งง่ายนะครับ เพราะมีการทำใหม่พอๆกับทางด่วนข้างบนนี่แหละ และก็ตามป้ายราชพฤกษ์เอาไว้ตรงอย่างเดียว

มาถึงจุดที่เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์แล้ว

พอเราเลี้ยวเข้าราชพฤกษ์แล้ว ให้เราขยับไปชิดทางขวาเอาไว้ตามป้ายเพชรเกษมนะ

โอเคมาทางขวาสุดแล้ว เพราะเดี๋ยวเราจะขึ้นสะพานเพื่อข้ามถนนบรมราชชนนีนั่นเอง

ตอนนี้กำลังข้ามถนนบรมราชชนนีอยู่ด้านล่างนะครับ ลอดใต้ทางคู่ขนานลอยฟ้า

พอข้ามมาแล้วจุดสังเกตที่เป็น Landmark ของราชพฤกษ์บริเวณนี้ ฝั่งขวามือคือ The Circle ราชพฤกษ์ Community Mall ติดตลาดชื่อดัง และซ้ายมือคือ J Arena สนามฟุตซอลหญ้าเทียมและมี Cafe ในตัว

พอพ้น J Arena มาแล้วให้ชิดซ้ายเอาไว้ เดี๋ยวเราจะเบี่ยงออกเลนด้านนอกเพื่อตามป้าย “จรัญสนิทวงศ์”

พอออกมาแล้ว จะเจอทางเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ถนนตัดใหม่อย่าง พรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 (พระเทพฯตัดใหม่นั่นเอง) ให้เราเลี้ยวซ้ายไปเลย

บนถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 (พระเทพฯตัดใหม่) ที่พึ่งเปิดใช้มาได้ปีกว่าๆ ถือว่าค่อยมีการพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อย มีร้านค้า ตึกแถว โชว์รูมต่างๆมาสร้างให้เห็นบ้างแล้ว รวมไปถึงยังมีโครงการบ้านแนวราบระดับหรูมาเปิดโครงการบริเวณนี้ด้วย เพราะถนนนี้มีความสำคัญอย่างที่กล่าวไว้ด้านบน

ถ้าเราเห็นป้าย แสดงว่าข้างหน้าจะถึงแยกไฟฉายแล้วนะครับ ให้เราชิดขวาสุดเอาไว้

จุดกลับรถจะอยู่ก่อนถึงแยกไฟฉายแบบนี้ครับเห็นเด่นชัดเลย

พอกลับรถมาแล้ว ให้เราค่อยขยับชิดมาทางเลนซ้ายสุด (มองรถหลังที่มาตรงดีๆนะ)  จากมุมนี้มองเห็นแยกไฟฉายในระยะสายตา 300 เมตร ที่ตัวชานชาลาสถานีคร่อมแยกเอาไว้ เหมือก่อนแยกไฟฉายเป็น 3 แยก แต่เดี๋ยวนี้เป็น 4 แยกแล้วนะ 😀

พอยูเทิร์นมาให้ชิดซ้ายเอาไว้เลย จะเห็น Sale Office ของโครงการแล้ว และเป็นทางเข้าด้วย

แนวอาคารพาณิชย์ 1 ชุดที่อยู่บริเวณทางเข้าโครงการนั้นเป็น Minimart ให้พึ่งพึงที่ใกล้ที่สุดอย่าง 7-Eleven นั่นเองครับ

ส่วนของถนนโครงการทางศุภาลัยซื้อที่ดินเพื่อใช้เปิดเป็นทางเข้าออกถนนหลักด้านหน้า

ถนนส่วนนี้จะกว้างประมาณ 12 เมตรทอดยาวไปอีกประมาณ 50 เมตรจนถึงที่ตั้งโครงการนะครับ

โดยระหว่างระยะทาง 50 เมตรเราจะมีการตัดผ่านซอยจรัญฯ 31 ด้วย ซึ่งก็เป็นแนวตึกแนว อยู่อาศัยและร้านค้าทั่วไป ทำให้ไม่เปลี่ยวและมีอาหารตามสั่งให้พึ่งพิงอยู่บ้าง

มองไปอีกฝั่งนึงครับ เข้าไปท้ายๆซอยจรัญฯ 31 (ซอยนี้เป็นซอยตันนะครับ)

เข้ามาดูในผืนแปลงที่ดินของ ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย กันบ้าง จะเห็นว่ารอบๆโครงการไม่มีอาคารสูงอยู่เลยนะ

เป็นชุมชนอาศัยแนวราบทั้งหมด ที่อย่างมากสูงแค่ตึกแถว 3 ชั้นครึ่งเท่านั้น ส่วนของห้องพักอาศัยโครงการเราเริ่มที่ชั้น 5 ก็พ้นหลังคาไปหมดแล้ว

กลับมาที่ Sale Office Gallery ด้านหน้าอีกครั้ง

ภายด้านในตกแต่งแบบ Modern เน้นผนังช่องแสงให้ส่องผ่านเข้ามายัง Gallery จะมีห้องตัวอย่างแรกตั้งอยู่ที่ชั้น 1 นี้เลยเป็น 1 Bedroom ไซส์เล็ก

พื้นและผนังใช้ความเรียบหรูของลายหินอ่อนเข้ามาช่วยในการตกแต่งอีกด้วย ห้องตัวอย่างจะมีอีกห้องอยู่ชั้นบนนะครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Makro จรัญ และ ตลาดบางขุนศรี ~ 950 เมตร
  • โลตัส จรัญฯ 15 ~ 1.9  กม.
  • วังหลัง (พรานนก) ~  2.2 กม.
  • ตลาดรถไฟธนบุรี ~ 2.4 กม.
  • พาต้า ปิ่นเกล้า ~ 3.1  กม.
  • โลตัส ปิ่นเกล้า ~ 3.3  กม.
  • เซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า ~ 3.8 กม.
  • เดอะมอลล์ ท่าพระ ~ 5.2 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลศิริราช  ~ 2.0 กม.
  • โรงพยาบาลธนบุรี  ~ 2.1  กม.

สถานศึกษา

  • โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย ~ 2.3 กม.
  • วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรีซอยจรัญฯ13  ~ 2.5 กม.
  • วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน ~ 3.0 กม.
  • วิทยาลัยพาณิชยการธนบุรี ~ 3.5 กม.
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ~ 5.6 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

กดคลิกที่รูปเพื่อดูเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย เป็น คอนโด High Rise 24 ชั้น(รวมดาดฟ้า) 1 อาคาร 366 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต บนที่ดินประมาณ 2 ไร่เศษ อาคารจอดรถ ชั้น 1-4 | ชั้นพักอาศัย 5-24 | ที่จอดรถประมาณ 212 คันคิดเป็น 57% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)

ภาพจำลองบรรยากาศ Exterior ของโครงการให้ดูที่ถนนหลักด้านหน้าก่อน คือพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 (พระเทพตัดใหม่) เชื่อมต่อมาอีกประมาณ 50 เมตรเข้าสู่โครงการ ทีนี้ตัวอาคารจะหันแนวหลักรับวิวและลมทางเหนือกับใต้นะครับ ฝั่งทิศเหนือคือหันมาถนนหลักด้านหน้านั่นเอง ซึ่งทางเหนือและใต้เป็นทางลมวิ่งของบ้านเรา และจะไม่โดนแดดจากทั้งตะวันออก-ตก ยิงมาตรงๆที่ระเบียงด้วย | ตัวอาคารใช้ Earth Tone สีน้ำตาลและเทาตัดสลับกัน Main Facility อยู่ที่ชั้น 5 และชั้นบนดาดฟ้า

ภาพจำลองบรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางในส่วนของ Lobby ที่ชั้น 1 ซึ่งจะเห็นว่ามีการใช้หินอ่อนมาตกแต่งที่ผนัง และพื้น มีการเน้น Lighting มากขึ้นให้เข้ากับคอนเซ็ปท์ของโครงการอีกอย่างคือ LIGHT AND SHADOW นั่นเอง

ภาพจำลองบรรยากาศด้านนอกส่วนของพื้นที่ส่วนกลางที่บริเวณ Outdoor ชั้น 5 ประกอบไปด้วย Playground Recreation Area, Fitness และสระว่ายน้ำ ที่แยกสระเด็กเอาไว้ให้

ที่ห้องออกกำลังกายสามารถมองวิวได้ทั้งรอบทุกฝั่งมาจนถึงสระว่ายน้ำ ส่วนของสระขนาด 20 x 6 เมตร ลึก 1.1 เมตร และแยกสระเด็กเอาไว้ให้ ขนาด 6 x 6 เมตร ลึก 60 ซม.

ภาพจำลองบรรยากาศส่วนของภาพนอกอาคารที่บริเวณชั้น 24 ที่มีทั้งห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง | ห้องพักอาศัยชั้นนี้จะเป็นห้องแบบ PRESIDENTIAL มีเพียง 7 ห้องต่อชั้น ส่วน Facility จะออกไปเชื่อมต่อกับห้อง CO-WORKING, SKY LOUNGE และ Roof Garden

ภาพจำลองบรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Sky Lounge (ชั้นล่าง) และ Co-Working Space (ชั้นบน) ตกแต่งดูสวยงามหรูหราทีเดียว

มาดูแปลนกันบ้างพอเข้ามายังโครงการแล้วการเดินรถจะวนรอบอาคาร(ตามรถที่วิ่ง) คือวนไปทางซ้ายก่อนที่ชั้น 1 นี้จะมีพื้นที่จอดรถแล้วทั้งใต้อาคารและพื้นที่กลางแจ้ง จะจอดไปจนถึงที่ชั้น 4 นะครับซึ่งสามารถจอดรถได้ 57%(ไม่รวมจอดซ้อนคัน) รอบๆแนวริมรั้วกำแพงมีการัดลงต้นไม้ใหญ่ชิดเอาไว้บางจุด ด้านในโครงการชั้นแรกจะมีแต่ก Main Lobby นั่นเอง

ขึ้นมาที่ชั้น 5 เป็นส่วนของห้องพักอาศัยชั้นแรก แต่ก็มีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ด้านนอกอาคารด้วยอย่างที่บอกไปว่าห้องพักที่นี่ระเบียงหันออกทางเหนือ-ใต้ จะทำให้ได้ทิศทางลมวิ่งผ่านและไม่โดนแสงแดดจากทางทิศออก-ตก ยิงเข้าใส่ตรงๆอีกด้วย ที่นี่จะมีลิฟท์ 2 ตัว, Service Lift อีก 1 ซึ่งถ้านับการใช้งานจริงแล้วถือว่าอัตราส่วน 183:1 สูงพอสมควรนะ อาจจะมีรอกันนานบ้างในชั่วโมงเร่งด่วน โถงทางเดินเป็นรูปตัว l ตามทรงอาคารเลย มีช่องแสงอยู่ที่ปลายทางเดินและโถงลิฟท์ คิดว่าแบบนี้พอสว่างทั่วถึงอยู่นะ

ชั้นนี้มีห้องพักอาศัยจำนวน 18 ยูนิตนะ มีตัดออกไปทำห้อง Locker&Sauna ด้วย ที่ด้านนอกบนหลังคาของโพเดียมจอดรถ จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ซ้ายมือเราจะเจอกับห้อง Fitness ขนาดไม่ใหญ่นักแต่รับวิวได้รอบด้านเลยทั้งสระและสวน ติดกันเป็นสนามเด็กเล่น และฝั่งขวามือทั้งหมดเป็นส่วนของสระว่ายน้ำ ขนาด 20 x 6 เมตร ลึก 1.1 เมตร และแยกสระเด็กเอาไว้ให้ ขนาด 6 x 6 เมตร ลึก 60 ซม.

ชั้น 6-23 ถือเป็น Typical Plan ที่ห้องพักอาศัยเต็มจำนวนคือ 20 ยูนิต/ชั้น โดยเราจะเห็นว่าตามมุมของอาคารทั้ง 4 ห้องจะเป็นรูปแบบห้องที่ใหญ่ที่สุดของโครงการนี้คือ 2 Bedroom 72-77 ตร.ม.นั่นเอง เพราะว่าจะได้หน้าต่างเข้ามุม ช่องแสงที่พิเศษกว่าห้องอื่น ที่เหลือตรงกลางจะเป็น 1 Bed ทั้งหมดแล้วแต่ขนาด

ที่ชั้น 24 ชั้นสุดท้าย ที่มีทั้งห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง | ห้องพักอาศัยชั้นนี้จะเป็นห้องแบบ PRESIDENTIAL มีเพียง 7 ห้องต่อชั้น ส่วน Facility จะออกไปเชื่อมต่อกับห้อง CO-LIVING-WORKING, SKY LOUNGE และ Roof Garden

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ ขนาด 20 x 6 เมตร ลึก 1.1 เมตร และแยกสระเด็กเอาไว้ให้ ขนาด 6 x 6 เมตร ลึก 60 ซม.
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 5-7 เครื่อง
  • Playground Recreation Area ที่ชั้น 5
  • Locker & Suana ที่ชั้น 5
  • Co-Living-Working Space ที่ชั้น 24
  • Rooftop Garden ที่ชั้น 24
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว และลิฟท์ Service 1 ตัว (ระบบลิฟท์ล็อคชั้น)
  • อัตราส่วนลิฟท์ 183 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 212 คันคิดเป็น 57% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

โครงการนี้ขายแบบ Fully Fitted นะครับ โดยให้เฉพาะชุดครัวกับแอร์ ตามจำนวนห้องนอนเท่านั้น

ห้องตัวอย่าแบบแรก 1 Bedroom แบบ Loft Suite (a) ขนาด 35 ตร.ม. โดยเข้าไปจะเจอกับส่วนครัวเปิดและห้องน้ำหันเข้าหากัน พื้นบริเวณนี้เป็นกระเบื้องนะ(สามารถกั้นทำครัวปิดได้ด้วย) ถัดไปบริเวณกลางห้องเป็น Living Area ที่วางโต๊ทำงานได้ ได้อานิสงค์จากช่องแสงที่กั้นห้องนอนด้วยกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ 3 ตอน และห้องนอนมีพื้นที่กว้างมีทางออกไปยังระเบียง ห้องนี้เป็นแบบหน้าแคบ แต่มีการเจาะช่องแสงไว้ให้เยอะพอสมควรเลยทำให้ดูโปร่ง

ที่ Gallery ของโครงการเค้าไม่ได้กั้นผนังมาเต็มนะครับ จริงๆจะมีประตูห้องอยู่ตรงกลางนะ มาดูมุมแบบนี้กัน โดยเข้าไปจะเจอกับส่วนครัวเปิดและห้องน้ำหันเข้าหากัน

พื้นที่บริเวณนี้ถือเป็นส่วนใช้งานหนักเลยจะเป็นพื้นกระเบื้องไซส์ 30 ซม.ก่อนเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด

ทางส่วนของขวามือจะเป็นชุดครัวทั้งหมด เราจะได้ครัวตามนี้นะ

เริ่มจากด้านบนจะเป็นชุดตู้ติดผนังเป็นไม้ทาสีขาวธรรมดา มีช่องชั้นวางไมโครเวฟ และเห็นส่วนของเตาดูดอากาศของ MEX

ลองเปิดหน้าบานออกดูจะเป็นระบบโช๊คศูญญากาศ

Hob&Hood แม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัวของ MEX

พื้นที่เตรียมอาหารมีพอสมควรท๊อปครัวเป็นฟอร์ไมก้า ที่ผนังด้านหลังมีการติดกระเบื้องเอาไว้ให้แล้ว ช่วยในเรื่องของการทำความสะอาด อ่าล้างจานจะได้เป็นชุดของ Hafele นะ (มีติดราวแขวนให้ด้วย ไม่ต้องไปหาติดเพิ่มแล้ว)

ชุดตู้ด้านล่างจะเป็นแบบ 3 ตอน หน้าบานจะเปลี่ยนเป็นลายไม้ธรรมชาติดูดีกว่าด้านบนนะ

ลองเปิดช่องเก็บของต่างๆให้ดู แบ่งเป็นช่องเยอะดี จะได้แยกของเป็นหมวดหมู่

พื้นที่วางตู้เย็นอยู่ติดกับ Pantry พอดี จะเป็นจุดสิ้นสุดของโซนครัวนั่นเอง

ฝั่งตรงข้ามตู้เย็นเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ มีการก่อธรณ๊ขึ้นมาเพื่อไม่ให้น้ำกระเซ็นเวลาทำความสะอาด

ภายในห้องน้ำก็แยกส่วนการใช้งานแห้งเปียกเอาไว้ให้นะ โดยมีฟังก์ชั่นหลักครบ 3 ประการ อ่างล้างมมือ สุขภัณฑ์ และ พื้นที่อาบน้ำ

พวกวัสดุในห้องน้ำจะได้เป็นของ COTTO นะครับ มีติดราวแขวนผ้าไว้ให้

พื้นที่อาบน้ำที่ทางโครงการให้ฉากกั้นเป็นกระจกเอาไว้แบบนี้เลย ดูดีเป็นสัดส่วน และไม่อึดอัด

มือจับเปิดปิดบานเลื่อนง่าย พื้นที่อาน้ำประมาณ 0.85 x 1.30 เมตร

ชุดฝักบัวพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นของ Elextrolux

หน้าตาเจ้าหัวฝักบัว สามารถปรับรูปแบบของน้ำได้ด้านหลังมีชั้นวางสบู่ก้อนมาให้จุดเดียว ต้องอาศัยหาชั้นวางเพิ่มเอาเองครับ

ไฟในห้องน้ำเป็นดาวน์ไลท์ 2 ดวง ประกอบกับห้องน้ำอยู่ชิดกลางอาคารเลยต้องพึ่งพัดลมดูดอากาศและความชื้น

ถัดไปพื้นยังส่วนห้องนั่งเล่นจะกลายเป็นลามิเนต 8mm. ลายสีอ่อน

Living Area ที่อยู่ใจกลางของห้อง ดูกว้าง ระยะดูทีวีถึง 3 เมตร ระหว่างการเดินไปมายังห้องต่างๆแทบไม่ติดขัด

ชุดเฟอร์นิเจอร์นี้เราไม่ได้นะครับ แต่ทางเซล์บอกว่ามี Package ที่ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์แบบห้องตัวอย่างนี้ด้วย วันที่เข้าไปทำรีวิวราคาแพ็คเกจนี้ยังไม่ออกนะครับ ให้ดูเป็นไอ้เดียในการจัดการใช้งานไว้ก่อน

หน้าตาตู้เก็บรองเท้าที่วางของได้ด้วย

ลองเปิดออกให้ดู แบ่งเป็นชั้นๆสามารถเก็บได้หลายคู่อยู่

กลับหลังหันไปจะเป็นมุมโซฟานั่งเล้นขนาด 2 ที่นั่ง แล้วทางซ้ายมือเป็นส่วนโต๊ะทำงาน

พื้นที่โค๊ะทำงานเอามาวางไว้ชิดกับผนังห้องน้ำจะได้มุมที่พอดีแบบนี้ ถ้าเอาเก้าอี้ออกตัวนึง นั่งคนเดียวนี่กว้างขวางสบายๆฮะ

 

โซฟาคงเลือกมาจัดวางได้ 2 ที่นั่งแบบห้องตัวอย่างไม่งั้นจะเดินเข้าไปใช้งานโต๊ะทำงานลำบาก

จุดเด่นของห้องนี้คือ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานที่ให้มา 2.70 เมตร + คอมโบกับช่องแสงประตูบานเลื่อน 3 ตอนนี่แหละ ที่ศุภาลัยเอามาแก้เกมห้องหน้าแคบ ทำให้ดูสว่างโปร่งไปเลย

ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ข้อดีคือสามารถเปิดออกได้กว้างกว่าแบบ 2 ตอน ทำให้ยกของชิ้นใหญ่เข้าไปได้ง่าย และเดินเข้าออกได้สะดวก การกั้น Living กับ Bedroom แบบนี้ทำให้ถ้าเราอยู่ 2 คน จะมีพื้นที่ส่วนตัวแยกกันเวลาแฟนต้องการความสงบหรืองอนกัน 😀

ส่วนของห้องนอนเป็นส่วนที่อยู่ใกล้กับช่องแสงที่สุดเลยดูสว่างโปร่งในเวลากลางวัน และที่ศุภาลัยเค้าไม่ทำห้องไซส์เล็กออกมาอยู่แล้วดังนั้นระยะการเดินไปมาต่างๆจึงสบายๆ

ฝั่งของหัวเตียงสามารถเอาโต๊ะหัวเตียงมาวางได้ทั้งสองฝั่ง (วางโคมไฟและชาร์จโทรศัพท์ได้)

พื้นที่ความกว้างเหลือประมาณ 65-70 ซม.ครับ

ระยะทางเดินปลายเตียงผมลองวัดถึงแม้จะติดตู้เสื้อผ้าแล้วยังเหลือความกว้างในทางเดินประมาณ 1 เมตร

ที่ปลายเตียงถ้าจัดมาตรฐานก็จะเป็นชุดโต๊ะเครื่องแป้งและก็ตู้เสื้อผ้าแบบนี้

ลองเปิดตู้เสื้อผ้าให้ดู

ประตูกระจกบานเลื่อนที่เป็นช่องแสง ถึงแม้จะไม่ได้สูงชนเพดาน แต่ว่าได้มากว้างจากผนังถึงผนังเลยทีเดียว ตำแหน่งของแอร์อยู่ด้านบน

ส่วนของทางออกจะไประเบียงจะเป็นธรณีก่อสูงขึ้นมาเล็กน้อยกันในส่วนของฝนตกและไม่กระเซ็นหรือสาดเข้ามา

พื้นที่ระเบียงที่ใช้งานได้แบบจริงจังมากๆ กว้าง 0.80 x 3.2 เมตร

ส่วนของคอมแอร์ฯจะถูกแขวนเอาไว้ด้านบนและหันลมร้อนออกนอกอาคารแบบนี้ รวมถึงมีการทำระแนงเหล็กปิดบังสายตาจากภายนอกเอาไว้ให้ดูเป็นระเบียบ

ห้องตัวอย่างอีกห้องเป็น 1 Bedroom เหมือนกัน แต่จะเป็นขนาดที่ใหญ่กว่าคือ Executive Suite 47 ตร.ม. (**ในแปลนจะต้อง Flip กลับด้านกับห้องตัวอย่างของจริงนะ) เข้ามาในห้องจะเป็นส่วนของ Living Area เชื่อมกับโซนรับประทานอาหารห้องนี้มีห้องเก็บของอยู่ทางด้านหน้าเอาไว้ให้ด้วย ช่องแสงจากห้องนอนยังคงเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น แต่จะแยกส่วนใช้งานหนักอย่าง ห้องน้ำ,ครัว,ระเบียง ไปไว้อีกฝั่งนึง เลยได้เป็นครัวปิดแทนที่ใกล้กับระเบียง

ห้องตัวอย่างไม่ได้ทำผนังกับติดประตูมาเหมือนกับชั้นล่าง ผมเลยตีเส้นให้ดูคร่าวๆจะได้เห็นตำแหน่งของประตูทางเข้านะ

 

เข้ามาในห้องจะเป็นส่วนของ Living Area เชื่อมกับโซนรับประทานอาหารห้องนี้มีห้องเก็บของอยู่ทางด้านหน้า(ซ้ายมือสุด) ยังคงได้ช่องแสงทะลุมาจากหน้าต่างห้องนอนมายังห้องนั่งเล่น

ตำแหน่งประตูห้องเก็บของจะอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องเลย

ภายในห้องเก็บของ พื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถเก็บของใช้ชิ้นใหญ่ที่จำเป็นสำหรับการอยู่อาศัยได้เลย ถ้ายิ่งเราไปทำเป็นชั้นๆติดที่ผนัง จะเก็บของได้เยอะกว่าเดิมอีก

ไฟในห้องเก็บของมีมาให้ดวงนึงก็พออยู่นะ

ติดกันถัดจากห้องเก็บของจะเป็นส่วนของชั้นวางทีวี และตู้เก็บของที่หน้าตาเหมือนกับห้องชั้นล่างเลย

กลับหลังหันมาจะเป็นพื้นที่วางโซฟา ซึ่งห้องนี้จะมีพื้นที่กว้างกว่านะ สามารถขยายเลือกโซฟาเป็นแบบ 3 ที่นั่งก็ได้ถ้าใครมีแขกมาบ่อยๆ

ติดกันกับโซฟาจะเป็นมุมโต๊ะรับประทานอาหารที่วางแบบ 2 ที่นั่ง และดึงเก้าอี้ออกมาใช้งานได้สะดวก

Idea Decorate ตกแต่งผนังจากห้องตัวอย่าง เอาไปใช้ทำตามได้นะ คือถึงแม้จะต้องใช้เงินเพิ่มในการตกแต่งนอกเหนือจากเฟอร์นิเจอร์แต่การแต่งผนังห้อง จะทำให้ห้องดูสวยและน่าใช้งานขึ้นแน่นอน

ขวามือเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน สูงจรดเพดาน ทำเหมือนกับห้องชั้นล่าง ซ้ายมือที่เป็นประตูกระจกบานเลื่อนนั้นเป็นส่วนทางไปห้องครัว (ซึ่งก็จะได้เป็นครัวปิดนั่นเอง ทำให้เวลาทำครัวไม่มากระทบคนที่อยู่ห้องนั่งเล่น)

ทางเข้าไปยังห้องนอนครับ ยังกว้างเหมือนเคย

ในส่วนของห้องนอนที่ช่างกว้างมาก วางเตียงใหญ่สุดไปเลย และทำให้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ฝั่งซ้าย(ปลายเตียง)ได้ชุดใหญ่

พื้นที่วางตู้เสื้อผ้า และถัดไปเชื่อมต่อกับโต๊ะหัวเตียง

ฝั่งข้างเตียงทั้งสองฝั่งยังกว้างเดินไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนได้สะดวก (Idea แต่งผนังหัวเตียงใช้โทนเดียวกันกับห้องนั่งเล่น)

ที่ปลายเตียงห้องนี้นอกจากจัดวางมุมโต๊ะเครื่องแป้งมาแล้ว ยังสามารถนอนดูทีวีได้อีกห้องนึงแยกกับห้องนั่งเล่นไปเลยได้ด้วยครับ เพราะว่ามีพื้นที่ทำชั้นวางและแขวนที่วีได้

ระยะความกว้างของทางเดิน

รูปแบบหน้าต่างช่องแสงห้องนี้จะต่างกับห้องชั้นล่างนิดหน่อย โดยจะได้ความกว้างผนังชนผนังเหมือนเดิม แต่กว่าสูงน้อยลง เป็นหน้าต่างที่สามารถเปิดบานกระทุ้งออกได้ 3 ตอน

แต่ทีเด็ดยังมีซ่อนอยู่หลังผ้าม่าน คือห้องนี้ได้หน้าต่างแบบ Bay Window (หน้าต่างเข้ามุม) สามารถรับองศาวิวได้มากกว่า (ใครได้หน้าต่าง Bay Window ไม่ควรติดม่านแบบนี้นะครับ เปลี่ยนซะ)

ลองเอามือเปิดผ้าม่านออกให้ดู เวลาเรานอนอยู่บนเตียงจะเห็น วิวได้กว้างขึ้นไม่ต้องหันคอไปมองทางขวา

ทีนี้ไปดูในโซนใช้งานหนักทางฝั่งครัวบ้าง ประตูกระจกใสบานเลื่อนของครัวสูง 2 เมตร

โดยพอเข้ามาโซนนี้พื้นทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนเป็นกระเบื้องไซส์ 30 ซม. ทางซ้ายมือเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ

ห้องน้ำจัดพื้นที่ใช้งานยาวเรียงต่อกันไป

โดบรูปแบบเหมือนห้องชั้นล่างเพียงแค่สลับตำแหน่งประตูเท่านั้น วัสดุอุปกรณ์ และตำแหน่งต่างๆจะเหมือนกันเลย ผมไม่อธิบายซ้ำละกันนะครับ

พื้นที่อาบน้ำของห้อง Type นี้จะกว้างกว่านะครับ คือ  0.85 x 1.65  g,9i

เหมือนกันมาตรฐานจ๊ะ

ออกไปดูห้องครัวกันบ้าง ซ้ายมือสุดเป็นที่วางตู้เย็น ไล่ไปเป็น Pantry ครัว และก็ที่วางเครื่องซักผ้า

หน้าตาชุดครัว รวมไปถึงขนาดต่างเหมือนกับห้องแรกที่พาไปดูทุกประการครับ

ห้องข้างล่างลืมซูมให้ดูหน้าตาเจ้าเครื่องดูดควันของ MEX ตัวนี้ หน้าตาดูดีนะ

ชั้นเก็บของต่างๆชั้นล่าง

ถัดไปติดกับ Pantry ครัว จะมีช่องพื้นทีสำหรับวางเครื่องซักผ้าเอาไว้ให้ โดยถ้าเราวางในห้องแล้ว เราจะได้พื้นที่ใช้สอยบริเวณระเบียงเอาไปทำอย่างอื่นแทนนะ

ประตูกระจกบานเลื่อน 2ตอนที่ออกไปสู่ระเบียงที่ติดกัน

พื้นที่ของระเบียงขนาด 1.2 x 1.65 เมตร ที่เราสามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ จะจากผ้า หรือปลูกสวนกระถาง ฯลฯ ตามใจเจ้าของบ้าน

ที่ด้านบนมีการแขวนคอมแอร์เอาไว้ให้ แต่ว่าไม่ได้ติดกริลล์บังคับลมร้อนหันออกนอกอาคารมา ไม่เหมือนห้องชั้นล่างที่หันออกให้เลย พร้อมไฟส่อสว่างที่ระเบียงเป็นแบบติดผนังครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ส่วนนี่เป็นแปลนห้องแบบอื่นๆนอกเหนือจากห้องตัวอย่างในสำนักงานขายนะครับ ถ้าใครชอบแบบไหนที่เหมาะสมกับตัวเองและครอบครัวก็ลองเลือกชมดูได้

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 31 August 2017

  • แบบห้อง 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. (ราคาเริ่มต้น 2.17 ล้านบาท) หรือ 62,000 บาท/ตร.ม.
  • แบบห้อง 2 Bedroom ขนาด 71 ตร.ม. (ราคาเริ่มต้น 4.37 ล้านบาท) หรือ 61,500 บาท/ตร.ม.
  • Fully Fitted, แอร์ตามจำนวนห้อง
  • ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร
  • Kitchen & Sink + Hob & Hood
  • จอง n/a บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน 400 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ม./เดือน
  • Presale : วันที่ 7-13 กันยายน (Lifestyle Hall ชั้น 1 The Mall ท่าพระ)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย ตั้งอยู่บริเวณถนนหลักสายใหม่อย่างพรานนกพุทธมณฑลสาย 4 (หรือหลายคนชอบเรียกว่าพรเทพตัดใหม่) ใกล้กับแยกไฟฉายระยะประมาณ 350 . (ก็เป็นระยะไปรถไฟฟ้าด้วย) การเดินทางด้วยรถส่วนตัวนับว่าอยู่ในจุดที่สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกพอสมควรเพราะ มีเส้นทางลัดเลาะได้หลากหลาย ถ้าจะข้ามเมืองฝั่งพระนครก็สามารถใช้สะพานที่อยู่ใกล้สุดคือสะพานพระปิ่นเกล้า กับสะพานพระราม 8 หรือถ้าจะออกนอกเมืองก็มีถนนเลียบทางรถไฟและถนนบางขุนนนท์ที่สามารถใช้ทะลุไปเส้นบรมราชชนนีได้ และซอยจรัญ 35 และซอยจรัญ 13 สามารถลัดออกไปถนนราชพฤกษ์และถนนกาญจนาภิเษกได้ เดิม 2 เส้นนนี้จะมีการจราจรที่ติดขัดสาหัสมาก แต่ตอนนี้มีถนนพรานนกพุทธมณฑลสาย 4 (ด้านหน้าโครงการ) นี่แหละที่ตัดเข้าหาถนนราชพฤกษ์จนไปถึงถนนกาญจนาภิเษกได้เลย (และอนาคตจะยืดไปจนถึงพุทธมณฑลสาย 4

สำหรับเรื่องความอุดมสมบูรณ์รอบโครงการนั้น บอกได้เลยว่าหายห่วงกันได้เลยทีเดียว เพราะถือว่าเป็นทำเลที่หาของทานง่ายมากๆ หรือต้องการที่ช้อปปิ้งก็มีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นศูนย์การค้า และ Hypermarket แต่ส่วนตัวคิดว่าจุดเด่นสุดน่าจะเป็นเรื่องของตลาด ที่มีตลาดชื่อดังอยู่ในรัศมี 2-3 กม. ให้เลือกเดินกันอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ยังใกล้โรงพยาบาลดังอย่างศิริราช ใกล้มหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

ส่วนการเดินทางด้วยระบบสาธารณะ ปัจจุบันรถไฟฟ้ายังไม่เสร็จก็ต้องใช้รถเมล์ Taxi พี่วินที่ถนนจรัญไปก่อย แต่ถ้ารถไฟฟ้าเสร็จ(น่าจะเสร็จใกล้พร้อมโครงการ) คือ สถานีแยกไฟฉาย อยู่ในระยะประมาณ 350 . ตัวชานชาลาจะอยู่บริเวณแยกไฟฉายพอดี ซึ่งตอนนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วง บางซื่อท่าพระ กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าน่าจะเปิดให้ใช้กันประมาณปี 2562 จะสะดวกขึ้นอีกมาก และจากตัวช่วยในการเดินทางอย่างรถไฟฟ้าแล้ว เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของพื้นที่ในทำเลนี้คืออยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีตัวช่วยในการเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาเพิ่มเข้ามาด้วย ก็ช่วยทุ่นเวลา ให้เราไม่ต้องอยู่บนท้องถนนนานนัก ซึ่งท่าเรือด่วนเจ้าพระยาที่ใกล้โครงการที่สุดคือ ท่าวังหลัง ที่ห่างจากโครงการประมาณ 2.3 กม.เท่านั้น สามารถข้ามเรือไปหาร้านอาหารเด็ดๆ เจ้าดังๆ ทานที่ท่าพระอาทิตย์ หรือไปเรียนที่ .ธรรมศาสตร์ ก็สะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้เส้นทางเดินเรือยังสามารถนั่งไปได้ไกลถึงสาทรเลย

วัสดุ โครงการนี้ขายแบบ Fully Fitted ได้มาคุ้มค่าสมกับราคาต่อตร.ม.ที่จ่ายไปอยู่ เริ่มจากพื้นจะได้เป็นกระเบื้องไซส์ 30 ซม. และลามิเนต 8 mm. ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.70 เมตร ตัวกระจกฉากกั้นบานเลื่อนระหว่างห้องนอนได้อลูมิเนียมบานเลื่อน 3 ตอนสูงเต็ม ห้องครัวได้ Hob&Hood ของMEX ห้องน้ำได้กระจกฉากกั้น วัสดุของ COTTO และได้แอร์ตามจำนวนห้องนอน

การออกแบบ หน้าตาอาคารจะเป็น Earth Tone ใช้โทนสีน้ำตาลเทา ภายในอาคารมีคอนเซ็ปท์ Light & Shadow โดยจะเน้นที่เส้นแสงธรรมชาติบวกกับแต่งจัด Lighting ต่างๆในพื้นที่ส่วนกลางให้ดูน่าใช้เพิ่มเข้าไป ส่วนของการวางผังอาคารเลือกเป็นแนวขวารับวิวเหนือ-ใต้ได้ทั้งทางลมและหลบเลี่ยงแสงแดด แบบห้องต่างๆของที่นี่มี 1 Bedroom เป็นหลัก ถึงแม้จะเป็นห้องหน้าแคบ แต่ว่าเน้นเพดานสูงและเจาะช่องแสงให้ส่องผ่านถึงกันได้ทำให้ดูโปร่ง โดยรวมถือว่าจัดฟังก์ชั่นได้ดีทีเดียว และอยู่ได้แบบไม่อึดอัดตามสไตล์ศุภาลัยที่จะไม่เน้นห้องไซส์เล็กจนเกินไป

สาธารณูปโภค ถ้าเรียบกับระดับจำนวนยูนิตถือว่าให้มาพอสมควร เริ่มจากชั้น 1 เป็น Main Lobby / ชั้น 5 มี Locker&Sauna, Fitness ติดกันเป็นสนามเด็กเล่น และสระว่ายน้ำ ขนาด 20 x 6 เมตร ะแยกสระเด็กเอาไว้ให้ สุดท้ายที่ชั้น 24 จะออกไปเชื่อมต่อกับห้อง CO-LIVING-WORKING, SKY LOUNGE และ Roof Garden ได้ส่วนกลางที่ชั้นบนและดาดฟ้าในย่านนี้ถือว่าดีสำหรับลูกบ้านครับ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVG 65,000 บาท/ตร.ม., 31 August 2017

  • ทำเล 7.75/10 – อยู่ในซอยแต่ว่าใกล้ถนนใหญ่ ไปมาสะดวกทั้งเข้าและออกเมือง หาของกินในระยะเดินยากแต่ขับรถมีให้เลือกเพียบ
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – ถนนพระเทพตัดใหม่เป็นถนนเชื่อมถนนหลักหลายสาย ทำให้ไปมาเข้าและออกเมืองง่าย
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – ระยะเดินเท้าไปสถานีแยกไฟฉาย 350 เมตร พอเดินได้ แต่กลางคืนอาจจะเปลี่ยวหน่อย
  • วัสดุ 8.25/10 – คือถ้าเทียบกับราคาต่อตร.ม. ผมถือว่าได้เยอะกว่ามาตรฐานนิดหน่อย สูง 2.70 เมตร ช่องแสงเยอะ
  • แบบ 7.75/10 – แบบห้องจัดฟังก์ชั่นออกมามาตรฐานแล้ว
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – จัดออกมาได้น่าใช้งาน แต่ดีเพิ่มที่มีการจัดส่วนกลางไว้ที่ดาดฟ้าให้ขึ้นไปชมวิวและใช้งาน
  • ECONOMY CLASS
  • 7.97 / 10.00

BOTTOM LINE

ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแยกไฟฉาย เหมาะสำหรับคนที่อยู่ย่านจรัญฯเป็นทุนเดิม(โซนฝั่งล่างทางศิริราช) ต้องการหาบ้านใหม่ใกล้ๆถนนจรัญและรถไฟฟ้าใช้เดินไม่ไกล มีส่วนกลางที่น่าใช้ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้น 1-2 คน มีงบประมาณ 2.17 – 4.5 ล้านบาท หรือกำลังผ่อนชำระต่อเดือนประมาณ 15,000 – 31,500 บาท

Share

Leave a Reply