พาชมตึกเสร็จ Chewathai Residence บางโพ คอนโด High Rise ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางโพ จาก ชีวาทัย [รีวิวฉบับที่ 1411]

August 23, 2017 08:006 comments

รีวิวฉบับที่ 1411 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมโครงการ ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ คอนโด High Rise  24 ชั้น จาก ชีวาทัย ตั้งอยู่บนถนนประชาราษฎร์สาย 2 ห่างจากสถานีบางโพ ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินประมาณ 100 เมตร และยังสามารถเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าเตาปูนซึ่งเป็นสถานี Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้อีกด้วย ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท ตึกเสร็จแล้วหน้าตาจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูพร้อมๆกันเลยค่ะ^^

Fact @ 16 August 2017

  • Chewathai Residence Bang Pho (ชีวาทัย เรสซิเด้นซ์ บางโพ)
  • บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางซื่อ
  • คอนโด High Rise 24  ชั้น 1 อาคาร 172 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 12 ยูนิตที่ชั้น 7-15
  • ที่จอดรถประมาณ 134 คันคิดเป็น 80% รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 1-1-94.3 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ปี 2558
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปี 2560 (สร้างเสร็จพร้อมอยู่)
  • 1 Bedroom(เล็ก) A1-A5 ขนาด 33.5-36 ตารางเมตร 
  • 1 Bedrooms (ใหญ่) B1-B5 ขนาด 42.5-49 ตารางเมตร 
  • 2 Bedrooms  C1-C3 ขนาด 68-78.5 ตารางเมตร 
  • 3 Bedrooms (Penthouse) P1-P2 ขนาด 95.5-117 ตารางเมตร 
  • ฝ้าเพดาน ห้อง 1 Bed และ 2 Bed สูง 2.8 เมตร, ห้อง Penthouse สูง 3 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 4.29 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 128,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเล  : พาชมทำเลโครงการชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • โทร  : 1260

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.806306, 100.522390

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

หากโฟกัสตัวทำเลของโครงการแล้ว สมัยก่อนทำเลย่านบางโพจะเป็นแหล่งชุมชนที่เป็นตึกแถวเก่าค่ะ จริงๆในสมัยนี้ก็ยังเห็นกันอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นชุมชนเก่าแก่ แต่พอมีการสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเข้ามาก็เลยกลายเป็นทำเลเนื้อหอม ที่บริษัทอสังหาฯเข้ามากว้านซื้อตึกเก่าๆเพื่อเตรียมสร้างคอนโดกันอย่างคึกคัก อีกทั้งในอนาคตอันใกล้จะมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ ที่มีชื่อว่า”สะพานเกียกกาย” ที่มีทั้งหมด6 ช่องจราจรไป-กลับรวมระยะทาง ประมาณ 5.9 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาการจราจร จึงไม่น่าแปลกใจที่ถ้าเดินรอบๆโครงการโดยเฉพาะบนถนนประชาราษฎร์สาย 2 ตั้งแต่โครงการไปจนถึงสถานีเตาปูน จะเห็นคอนโด ขึ้นแข่งกันค่อนข้างมาก

นอกจากคอนโดที่เยอะ อาหารการกินละแวกนี้ก็หาได้ไม่ยาก ที่ใกล้ที่สุดที่คนแถวนี้รู้จักกันดี คือ ตลาดบางโพ ที่มักจะคึกคักในช่วงเช้า กลับมาบนถนนประชาราษฎร์สาย 2 เลยรถไฟฟ้าสถานีเตาปูนไปหน่อยจะมีตลาดเตาปูน, Tesco Lotus ประชาชื่น ส่วนถ้าใครใช้ชีวิตอยู่แถวนี้มักจะเห็นทหารขับรถโฉบไป โฉบมาให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ เพราะถนนคู่ขนานกับโครงการอย่างถนนทหาร, ถนนประดิพัทธิ์ ไปจนถึงถนนเตชะวณิช จะเป็นที่ตั้งของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม,  กองพันทหารปืนใหญ่, กรมสรรพวุธ, โรงเรียนเตรียมทหารต่างๆ เป็นผลให้ถนนละแวกที่อยู่ใกล้ๆถนนทหาร อย่างเช่นถนนประชาราษฎร์สาย 1 ใกล้ๆแยกเกียกกาย จะมีโรงเรียนกวดวิชาอยู่เยอะตามไปด้วยค่ะ

ระยะของสถานีรถไฟฟ้าเป็นระยะคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ส่วนความพิเศษอีกอย่างคือ ต้องยอมรับว่าโซนบางโพ-เตาปูน ไปจนถึงบางซื่อนี้ มีสถานีรถไฟฟ้าที่เป็นจุดเชื่อมถึง 3 สาย คือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ที่ตอนนี้โครงการก่อสร้างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว , รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-เตาปูน ที่สร้างเสร็จและเปิดให้ใช้บริการแล้ว

โดยรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด คือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางโพ ที่ห่างจากโครงการเพียง 100 เมตร เป็นระยะที่เดินสบายๆค่ะ ซึ่งหากอยากเปลี่ยนเส้นทางไปรถไฟฟ้าสายสีม่วง ก็นั่งรถไฟฟ้ามาที่ สถานีเตาปูน ซึ่งเป็นสถานี Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสีม่วง (ห่างจากโครงการประมาณ  1 กิโลเมตร) และหากอยากเปลี่ยนเส้นทางไปแถวๆชานเมืองอย่างรังสิต ก็นั่งรถไฟฟ้าจากสถานีบางโพถัดไปอีก 2 สถานี ลงที่สถานีบางซื่อ ซึ่งจะเป็นสถานี Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสีแดงค่ะ (ห่างจากโครงการ  ประมาณ 2 กิโลเมตร) จะเห็นว่าโครงการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า สถานี Interchange ถึง 2 สายเลยค่ะ

การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะอื่นๆ การเดินทางโดยรถเมล์มีรถเมล์ให้เลือกขึ้นได้หลายสายโดยด้านถนนประชาราษฎร์สาย 2 ผ่านหน้าโครงการมีรถเมล์ สาย5, 16, 30, 66, ปอ.505 และยูโรสาย 16 ส่วนด้านถนนประชาราษฎร์ สาย 1 มีรถเมล์ สาย 117,5,64,33,90,49,ปอ.23 และ ปอ.6 ส่วนการเดินทางอื่นๆเช่นแท็กซี่หรือพี่วินมอร์เตอร์ไซค์นี่มีวิ่งผ่านตลอดสะดวกดีค่ะ หรือจะใช้บริการนั่งเรือด่วนเจ้าพระยามาลงที่ท่าเรือบางโพ แล้วนั่งพี่วินมานิดเดียวก็ถึงโครงการ

ารเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถือว่ามีทางเข้า- ออกได้หลายทางเลย โดยถนนประชาราษฎร์สาย 2 ซึ่งเป็นถนนหลักของโครงการ สามารถเชื่อมต่อกับถนนหลายสายเลยค่ะ เช่น ถ้าใครมาจากประชาชื่น พอถึงแยกประชาชื่นก็ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ตรงไปเรื่อยๆประมาณ 1.2 กิโลเมตร ก็จะเจอโครงการค่ะ เส้นทางนี้จะสะดวกดีตรงอย่างเดียว แต่รถจะติดหน่อยเนื่องจากกำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า หากมาจากแยกสะพานควาย สามารถวิ่งตรงมาบนถนนประดิพัทธิ์ ผ่านแยกประดิพัทธิ์ ตรงมาเรื่องๆจะเจอแยกสะพานแดง สามารถเลือกใช้ได้ 2 ทางทั้งไปทางถนนเตชะวณิชผ่านแยกวัดสะพานสูงแล้วจะเลี้ยวเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ตรงมาเรื่อยๆก็จะเจอโครงการ หรืออีกเส้นทางสามารถมาทางถนนทหารก็ได้ พอถึงแยกเกียกกายให้เลี้ยวขวาวิ่งบนถนนประชาราษฎร์สาย 1 ตรงมาเรื่อยๆ เจอสี่แยกบางโพให้เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ซึ่งจะยังเข้าโครงการไม่ได้นะคะ ต้องไปยูเทิร์นที่หน้า The Tree Interchange ซึ่งขับไปอีกประมาณ 400 เมตรแล้วยูเทิร์นกลับมา ขับมาอีก 300 เมตร จะเจอโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ หรือหากใครมาจากอีกฟากของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างมา จากถนนจรัญสนิทวงศ์ ข้ามสะพานพระราม 7 มา เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฏร์สาย 1 จากนั้นตรงมาเรื่อยๆจนถึงแยกบางโพ ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ไปยูเทิร์นที่หน้า The Tree Interchange ก็มาถึงโครงการได้ค่ะ หรือหากมาจากสะพานซังฮี๊(สะพานกรุงธนบุรี) จะลงสะพานที่ถนนราชวิถี แล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสามเสน ตรงมาเรื่อยๆผ่านแยกบางกระบือ ผ่านแยกเกียกกาย แล้วตรงไปขับไปบนถนนประชาราษฎร์สาย 1 จนถึงแยกบางโพ ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ก็สามารถมาที่โครงการได้


เนื่องจากตัวรีวิวทำเลได้ทำไปแล้วดังนั้นจะขอ Update สภาพแวดล้อมรอบๆกันคร่าวๆแล้วจะขอเริ่มในส่วนของโครงการเลยนะคะ สามารถอ่านรีวิวทำเล ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ แบบละเอียดได้โดย (คลิกที่นี่) เลยค่ะ

เราเริ่มเดินจาก สถานีเตาปูน สถานี Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสีม่วง เดินไปเรื่อยๆจนถึงโครงการค่ะ ซึ่งจะใกล้กับ สถานีบางโพ ที่ห่างจากโครงการเพียง 100 เมตร เป็นระยะที่เดินสบายๆค่ะ

เราเริ่มเดินจาก สถานีเตาปูน สถานี Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสีม่วง ตอนนี้สร้างเสร็จเปิดใช้บริการเรียบร้อยแล้วค่ะ ช่วงนี้ต้องลงที่สถานีนี้แล้วเรียกรถหรือเดินไปที่โครงการกันก่อน

มองกลับไปที่แยกเตาปูน บริเวณนี้จะเป็นสถานี Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสีม่วงค่ะ

ในย่านนี้แต่เดิมเป็นแหล่งชุมชนที่เป็นตึกแถวเก่า ช่วงกลางของถนนประชาราษฎร์ สาย 2 กำลังก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกันอยู่

เราเดินตรงตามทางมาเรื่อยๆ ทางฝั่งซ้ายจะเห็นโครงการก่อสร้าง “เกตเวย์ บางซื่อ” ศูนย์การค้าครบวงจรของกลุ่มบริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโครงการมากๆ เดินมาได้เลยค่ะ

ฝั่งตรงข้ามเป็น โรงพยาบาลบางโพ โรงพยาบาลของคนในย่านนี้

เดินตรงมาเรื่อยๆ จะเจอร้านขายไม้และจะร้าน อิ่มบุญ จำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ ถัดไปก็จะเป็นที่ตั้งของโครงการเลย

ถึงแล้วค่ะ โครงการ ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ 

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

บริบทโดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ 2-4 ชั้น และคอนโด High Rise โดย

  • ทิศเหนือ จะติดกับ ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ซึ่งเป็นถนนทางเข้าออกหลักของโครงการ ห้องที่อยู่ทางทิศนี้จะได้วิวของแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และ ถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ซึ่งถ้าห้องในชั้น 7-10 กว่าๆ ก็อาจจะมีเสียงรถวิ่งหรือรถไฟฟ้าดังรบกวนอยู่เรื่อยๆ
  • ทิศตะวันออก  ติดกับอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ห้องที่อยู่ทางทิศนี้จะได้วิวเมือง แต่ก็อาจจะมีตึกของ The tree Interchange มากวนวิวในห้องด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้อยู่บ้าง
  • ทิศใต้ ติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้นและที่ดินว่างเปล่า โดยห้องที่อยู่ทางทิศนี้จะเห็นวิวอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และสะพานเกียกกาย
  • ทิศตะวันตก ติดกับไปรษณีย์บางโพ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และ Napahe Place คอนโด 8 ชั้นที่อยู่ถัดออกไป โดยห้องที่อยู่ทางทิศนี้จะได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถ้าต้องการเห็นวิวควรจะเลือกประมาณชั้น 10 เป็นต้นไปเพราะห้องที่อยู่ต่ำกว่านี้จะติดวิวของ Napha Place ค่ะ

ทิศเหนือ จะติดกับ ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ซึ่งเป็นถนนทางเข้าออกหลักของโครงการ ฝั่งตรงข้ามเป็นแนวตึกแถวและอาคารพาณิชย์

ทิศตะวันออก ฝั่งที่ติดกับถนนจะติดกับอาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น ที่ชั้นล่างเปิดเป็นร้านค้า 

ทิศตะวันตก ติดกับไปรษณีย์บางโพ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และ Napahe Place คอนโด 8 ชั้นที่อยู่ถัดออกไป ถ้าเดินไปเรื่อยๆไม่ไกลจะเป็นทางไปสถานีบางโพของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาลบางโพ ~130 ม.
  • ท่าเรือด่วนบางโพ ~350 ม.
  • ตลาดเตาปูน ~1 กม.
  • เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น ~1.3 กม.
  • รัฐสภาใหม่ ~1.3 กม.
  • กรมสรรพาวุธ ทหารบก ~1.7 กม.
  • สุพรีม คอมเพล็กซ์ สามเสน ~2 กม.
  • แมคโคร สามเสน ~2 กม.
  • โรงพยาบาลยันฮี ~2.36 กม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ ~2.2 กม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ~2.9 กม.
  • โรงพยาบาลเปาโล เมมโมเรียล ~5 กม.
  • JJ Mall ~5 กม.
  • สวนจตุจักร ~5.5 กม.
  • JJ Green ~5.8 กม.
  • ยูเนี่ยน มอลล์ 7 ~กม.
  • เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ~8 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ เป็นคอนโด High Rise ที่มาพร้อมกับคอนเซปต์ The Ultimate Selection คือ “Location” การเลือก ทำเล ที่เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าและสถานที่สำคัญหลายแห่ง,  “River” รับวิวจากโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และ “Product Uniqueness” การออกแบบตามบริบทของพื้นที่ โดยนำแรงบันดาลใจจากทำเลของโครงการที่อยู่ในย่านบางโพซึ่งเป็นย่านเก่าแก่ เป็นแหล่งค้าขายไม้ที่ขึ้นชื่อ โครงการจึงออกแบบงานสถาปัตยกรรมให้มีการถ่ายทอดลายไม้ฝาปะกนลงบนลวดลายตัวอาคาร ซึ่งโครงการจะใช้โทนสีขาว-น้ำตาล-เทาเข้ม มาใช้ใน Facade ของอาคาร รวมทั้งสอดแทรกพื้นที่สวนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้อาคารด้วยค่ะ

มาดูกันที่ Master Plan ของโครงการ จะมีทางเข้าหลักติดถนน ประชาราษฎร์สาย2 ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือ ถนนรอบโครงการกว้าง 6 เมตร รถสามารถวิ่งสวนกันได้รอบ รวมทั้งมีที่จอดรถใต้อาคารให้ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ พอขับรถเข้ามาในโครงการจะเจอ Drop-off ที่อยู่ด้านหน้าติดกับ  Lobby ถัดเข้ามาจะเป็นส่วนของ ห้องประชุม , ห้องนิติบุคคล , ห้องจดหมาย และ โถงลิฟท์ โดยจะมีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว คิดเป็นอัตราส่วน 86 : 1 ไม่ค่อยหนาแน่นมากเท่าใดนัก และมี Service Lift ให้ 1 ตัว ด้านนอกอาคารทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้มีสวนหย่อมให้ 1 จุด สามารถมาเดินเล่นออกกำลังกายได้ค่ะ

ทางเดินรถในโครงการเป็นแบบ One way  เมื่อเข้ามาแล้วจะสามารถเลี้ยวขวาจอดส่งคนที่จุด Drop off  หน้า Lobby จากนั้นเลี้ยวไปด้านหลังเพื่อเข้าที่จอดรถด้านข้างอาคาร

ก่อนทางเลี้ยวเข้าที่จอดรถจะมีกั้นไม้กระดกและCCTVอยู่

ซึ่งบริเวณนี้จะต้องใช้การ์ดในการผ่านเข้าไป เป็นระบบแบบระยะใกล้ค่ะ ทางเข้าที่จอดรถจะอยู่ด้านข้างอาคารค่ะ โดยพื้นที่ด้านหลังอาคาร จะมีพื้นที่เผื่อไว้ห้จอดรถใต้ตึก เมื่อจอดเสร็จแล้วก็เดินไปเข้าอาคารที่ Lobby ด้านหน้า

ลานจอดรถจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 1-6 หรือถ้าใครไม่ต้องการขึ้นตึก ก็สามารถวนไปจอดที่จอดรถใต้ตึกได้ โดยที่จอดรถทั้งหมด 134 คัน หรือคิดเป็นประมาณ 80% รวมจอดซ้อนคัน

กลับมาที่ด้านหน้าอาคารค่ะ จะเจอกับทางเข้า Lobby

ทางเข้า Lobby จะเป็นบานเปิดกระจก ส่วนกลางเค้าจะตกแต่งโทนสีขาว-น้ำตาล-เทาเข้ม เริ่มตั้งแต่ด้านหน้าอาคารเลย

เข้ามาด้านในจะเจอกับ Lobby ค่ะ บรรยากาศดูหรูทีเดียว มีชุดที่นั่งพักคอยอยู่ด้านชุด ด้านหลังเป็นเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

จากทางเข้าหันมาทางด้านขวาหลังชุดโซฟาที่เห็นมีฉากกั้นอยู่จะเป็นห้องประชุมค่ะ เราสามารถลงมาใช้พื้นที่ทำงานหรือจัดประชุมได้

บรรยากาศภายในห้องประชุมนั่งกันได้ประมาณ 10 ที่นั่ง แต่ก็สามารถเอาเก้าอี้มาวางเสริมได้ บริเวณนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัวค่ะ

บรรยากาศของมุมนั่งพักคอยอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นแบบสบายๆ มีชุดที่นั่งอีกประมาณ 3 ชุด

มุมมองของ Lobby ที่ถ่ายกลับไปที่ทางเข้าอาคารค่ะ

เดินมาจนถึงด้านในสุดถัดจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ จะเป็นทางไปห้องนิติบุคคล ห้องน้ำ และ โถงลิฟท์

เดินเข้ามาเราจะเจอกับทางเข้าโถงลิฟท์ก่อนเลย มีประตูกระจกที่ต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าไปกั้นอยู่ ถัดเข้าไปด้านในเป็นทางไปห้องน้ำ และ ห้องนิติบุคคล

ห้องน้ำมี 2 ห้องค่ะ แยกชาย-หญิง

บรรยากาศภายในห้องน้ำมีการตกแต่งด้วยหินอ่อนและซ่อนไฟ ดูหรูทีเดียว

เราเข้ามาดูกันต่อที่โถงลิฟท์ บริเวณนี้การตกแต่งก็ยังคงเป็น Concept เดียวกับบริเวณ Lobby เน้นโทนสีน้ำตาล มีการใช้กระจกทำให้ดูหรู และ โถงดูกว้างขึ้น

ฝั่งตรงข้ามกับทางเข้าลิฟท์เป็นตู้จดหมายของทุกๆห้อง

มีลิฟท์โดยสารทั้ง 2 ตัว ลิฟท์บริการ 1 ตัว

บรรยากาศภายในลิฟท์ มีการตกแต่งด้วยหินและกระจก

 

ผังอาคารชั้น 7 ขึ้นไปจะเป็นส่วนชั้นพักอาศัย โดยจะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 12 ห้อง แบ่งเป็นห้องแบบ 1 Bedroom เล็ก แบบ A1-A4 จำนวน 5 ห้องทางตะวันออกที่จะเห็นวิวเมือง , ห้องแบบ 1 Bedroomใหญ่แบบ B1-B2 ทางทิศใต้ที่จะเห็นวิวรัฐสภาแห่งใหม่และห้องแบบ 1 Bedroomใหญ่แบบ B3-B4 อยู่ทางทิศเหนือที่จะได้วิวเมืองที่เห็นถนนและรถไฟฟ้าและสุดท้ายห้องแบบ 2 Bedroom แบบ C1-C2 จำนวน 2 ห้อง ที่ห้องนี้จะพิเศษและคิดว่าน่าจะแพงกว่าห้องทิศอื่น เพราะเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยตัวอาคารจะมีโถงลิฟท์และบันไดหนีไฟอยู่ตรงกลาง ทางเดินเป็น Double corridor ซึ่งชั้นนี้จะมีสวนหย่อมให้นั่งเล่น 1 จุด อยู่ทางทิศเหนือ

บรรยากาศของโถงลิฟท์ของชั้นพักอาศัยทุกชั้นค่ะ

โถงทางเดินผนังทาสีขาว ส่วนพื้นเป็นกระเบื้องสีเทา

ชั้น 8-15 จะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด แปลนห้องพักอาศัยจะเหมือนกับชั้น 7 ทุกประการค่ะ

ชั้น 17-20 ห้องพักจะลดลงมาเหลือ 11 ห้อง สังเกตว่าห้องที่หายไปคือห้องแบบ 1 Bedroom ใหญ่แบบ B3 ทางฝั่งทิศเหนือ ลดลงมาให้เหลือห้อง1 Bedroom ใหญ่แบบ B5 เพียงห้องเดียว  ส่วนตำแหน่งและขนาดของห้องจะเหมือนกับชั้นพักอาศัยอื่นๆค่ะ

ชั้น 21-22เป็นชั้นที่พิเศษกว่าชั้นอื่น ๆ โดยจะเป็นชั้นที่มีห้อง Penthouse ชั้นละ2 ห้อง คือ ห้องแบบ P2 ขนาด 117 ตร.ม. วิวแม่น้ำ และแบบ P1 ขนาด 95.5 ตร.ม. สามารถมองวิวได้รอบทิศทาง ส่วนห้องที่เหลือ ก็จะมี 1 Bedroom แบบ B1-B2 จำนวน 3 ห้อง ทางฝั่งทิศใต้ และ 2 Bedroom แบบ C1 , C3 2 ห้อง หันทิศตะวันออกและตะวันตก ซึ่งห้องใน 2 ชั้นนี้ทั้งหมดจะได้ฝ้าเพดานสูง 3  เมตร พิเศษกว่ากว่าชั้นอื่นๆ เพราะเป็นห้อง Type ใหญ่ค่ะ

สำหรับ ชั้น 23 ขึ้นไปเป็นชั้นของ Facilities แบ่งเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ มี Pool Deck ยื่นออกไปให้มองวิวทางทิศตะวันตกรับวิวแม่น้ำและทิศเหนือรับวิวเมืองที่มีถนนและแนวรถไฟฟ้า ข้างๆกันเป็นสวนพักผ่อนบนดาดฟ้า สามารถเดินรับลมชมวิวได้ทั้งฝั่งแม่น้ำและฝั่งวิวเมือง นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำส่วนกลางที่ประกอบด้วยห้องอบไอน้ำและห้องอาบน้ำให้ในตัว แยกชาย-หญิง เป็นสัดส่วน

สระว่ายน้ำเป็นระบบน้ำเกลือ มี Pool Deck ให้นั่งเล่นริมสระ และสวนสีเขียวรอบๆ

ว่ายน้ำมองวิวแม่น้ำได้แบบนี้

ส่วนในชั้น 24 จะเป็นห้องออกกำลังกายที่สามารถออกกำลังกายไปมองวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและสระว่ายน้ำได้

ห้องฟิตเนสตั้งอยู่ด้านบนของสระว่ายน้ำ ผนังฝั่งที่รับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นกระจก สามารถออกกำลังกายไป ชมวิวไปด้วยได้เลย

ชมวิวได้แบบนี้ค่ะ

ทิศตะวันออก ห้องที่อยู่ทางทิศนี้จะได้วิวเมือง แต่ก็อาจจะมีตึกของ The tree Interchange มาบังวิวอยู่บ้าง

ทิศตะวันตก มองเห็นสถานีบางโพ แม่น้ำเจ้าพระยา และ คอนโด 333 Riverside

ทิศใต้ ติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้นและที่ดินว่างเปล่า โดยห้องที่อยู่ทางทิศนี้จะเห็นวิวอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และสะพานเกียกกาย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ
  • ห้องออกกำลังกาย
  • ห้องจดหมาย
  • ห้องประชุม
  • ห้องอบไอน้ำ
  • สวนที่ชั้น 7 และสวนดาดฟ้า
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 86 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถรวมจอดซ้อนคัน 134 คัน คิดเป็น 80 %
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • มือจับประตูอัตโนมัติ
  • เซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว
  • กริ่งหน้าประตูดิจิตอล
  • กล้องวงจรปิดส่วนตัว
  • สิทธิ์ที่จอดรถ Type A และ B สิทธิ์ที่จอดรถไม่ประจำ  1 คัน
  • Type C สิทธิ์ที่จอดรถไม่ประจำ  2 คัน
  • Type Penthouse สิทธิ์ที่จอดรถประจำ  1 คัน และสิทธิ์ที่จอดรถไม่ประจำ  1 คัน


Product Walkthrough

ตัวยูนิตของชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ จะขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์แต่งครบ, ชุดครัว, แอร์ติดผนัง, ตู้อาบน้ำ และวอลล์เปเปอร์ มีให้เลือกทั้งหมด 4  แบบ คือ

  • 1 Bedroom(เล็ก) A1-A5 ขนาด 33.5-36 ตารางเมตร มีจำนวน 65 ยูนิต ให้เฟอร์นิเจอร์แต่งครบ, ชุดครัว, แอร์ติดผนัง, ตู้อาบน้ำ และวอลล์เปเปอร์
  • 1 Bedrooms (ใหญ่) B1-B5 ขนาด 42.5-49 ตารางเมตร มีจำนวน 71 ยูนิต ให้เฟอร์นิเจอร์แต่งครบ, ชุดครัว, แอร์ติดผนัง, ตู้อาบน้ำ, วอลล์เปเปอร์ และเพิ่มอ่างอาบน้ำ
  • 2 Bedrooms  C1-C3 ขนาด 68-78.5 ตารางเมตร มีจำนวน 32 ยูนิต ให้เฟอร์นิเจอร์แต่งครบ, ชุดครัว, แอร์ติดผนัง, ตู้อาบน้ำ, วอลล์เปเปอร์ และเพิ่มอ่างจากุซซี่
  • 3 Bedrooms (Penthouse) P1-P2 ขนาด 95.5-117 ตารางเมตร มีจำนวน 4 ยูนิต ให้เฟอร์นิเจอร์แต่งครบ, ชุดครัว, แอร์ติดผนัง, ตู้อาบน้ำ, วอลล์เปเปอร์, เพิ่มอ่างจากุซซี่ แอร์ฝังฝ้าเพดาน และเพิ่มสิทธิ์ที่จอดรถฟรี

โดยห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูในวันนี้ คือห้องแบบ 1 Bedrooms (ใหญ่)  ขนาด 44.5 ตารางเมตร และห้อง 2 Bedrooms ขนาด 78.5 ตารางเมตรค่ะ

เรามาเริ่มกันที่ห้องแบบ 1 Bedrooms (ใหญ่) B1-B5 ขนาด 42.5-49 ตารางเมตร เหมาะการอยู่อาศัย 1-2 คน ถ้ามากกว่านี้ก็เริ่มอึดอัดแล้วค่ะ พื้นที่ใช้สอยของห้องนี้ค่อนข้างครบและ Fix ปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่ได้มากนัก โดยเมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาเราจะเจอกับครัวเปิดที่มีการ Built-in เคาท์เตอร์รูปตัว U ให้เป็น Pantry ประกอบอาหาร และโต๊ะนั่งรับประทานอาหารได้ประมาณ 2-3 ที่นั่ง ถัดไปเป็นห้องรับแขก ที่โครงการแถมโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางให้ขนาดพอดีๆกับพื้นที่ ถัดไปเป็นระเบียงให้สามารถออกไปนั่งเล่นมองวิวได้  ติดกันเป็นห้องนอน ที่โครงการจัดเตียงขนาด 6 ฟุตมาให้ นอนได้ 2 คนกำลังดี โดยในห้องมี Walk-in closet ที่ Built-in มาให้พร้อมห้องน้ำในตัวที่สามารถเปิดประตูบานเลื่อนออกไปทะลุห้องนั่งเล่นได้

โดยรวมแล้ว การจัดฟังก์ชั่นของห้องนี้ก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น นอกจากห้องน้ำที่มีจำนวน 1 ห้อง แต่มีทางเข้าออกได้ 2 ทาง คือทางห้องครัว และห้องนอน โดยด้านที่ติดต่อกับห้องครัวจะเป็นห้องส้วม ส่วนด้านที่ติดต่อกับห้องนอนจะเป็นห้องอาบน้ำ โดยมีฉากกั้นกระจกบานเลื่อนเป็นตัวแบ่งพื้นที่ ถือว่าเป็นสัดเป็นส่วนดี เพียงแต่ห้องส้วมจะเล็กไปสักหน่อย

เฟอร์นิเจอร์ที่แถม : ให้เฟอร์นิเจอร์แต่งครบชุดทั้งลอยตัวและ Built-in ของ Starmark, ชุดครัว, แอร์ติดผนัง, ตู้อาบน้ำ, วอลล์เปเปอร์ และเพิ่มอ่างอาบน้ำ

ประตูห้องเป็นประตูสำเร็จรูปลามิเนตลายไม้ ตาแมวให้และกลอนประตูเป็น Digilal Door Lock  ของ Yale

Digilal Door Lock ได้เป็นของ Yale ค่ะ เป็นมือจับก้านโยกสแตนเลส สามารถเข้าออกได้โดยใช้ Key card เวลาเราเข้า-ออกห้องจะได้ยินสัญญาณเตือนทุกครั้ง

เปิดประตูมาจะเจอห้องครัวที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ที่มีประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ให้นั่งมองวิว หรือเปิดออกไปนั่งเล่นที่ระเบียงได้ ฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร ติดวอลเปเปอร์ให้ทั้งหมด พื้นเป็นลามิเนต

ครัวเป็นแบบครัวเปิด เคาน์เตอร์เป็นรูปตัว U โดยแบ่งพื้นที่เป็นส่วนประกอบอาหารรูปตัว L และโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆขนาด 2 ที่นั่งที่ Built-in มาให้ข้างๆกัน วัสดุปิดผิวบานเปิดตู้ใช้ Hi-gloss ทำให้ดูมันเงาและทำความสะอาดได้ง่าย ส่วนพื้นครัวปูพื้นด้วยลามิเนตลายไม้ ซึ่งมีข้อเสียคือ เวลาเราประกอบอาหารหรือล้างจาน อาจจะมีน้ำหรือเศษอาหารกระเด็นลงมาที่พื้นได้ ซึ่งลามิเนตเวลาที่โดนน้ำหรือความชื้นสะสมไปนานๆเข้าจะบวมขึ้นได้ ดังนั้นหากทำอาหารหรือทำน้ำหกให้รีบเช็ดอย่าทิ้งไว้นะคะ

อ่างล้างจานขนาดไม่ใหญ่มาก ก๊อกน้ำสแตนเลสทรงโค้งหมุนได้ซ้าย-ขวา ของ Teka

ตู้ด้านล่างอ่างล้างจานเปิดออกมาแล้วมีถังขยะมาให้ สะดวกดีเวลาเตรียมอาหารแล้วอยากจะทิ้งขยะ

เครื่องดูดควันเป็นของ Teka

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวของ Teka เช่นกันค่ะ

ด้านล่างมีพื้นที่วางเตาอบไมโครเวฟของ Tekaและเครื่องซักผ้า

โต๊ะรับประทานอาหาร  Built-in ติดกับเคาท์เตอร์ครัว โครงการแถมเก้าอี้มาให้ 2 ตัวของ Starmark

ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวเป็น ห้องน้ำ ตู้เย็น และ ตู้เก็บของ

ห้องน้ำฝั่งที่เข้าจากทางด้านนี้ฟังก์ชั่นมีแค่ส่วนโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้า แต่จะมีประตูบานเลื่อนอีกบานหนึ่งกั้น ถัดเข้าไปจึงเป็นส่วนของพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งการวางผังในลักษณะแบบนี้จะแยกการใช้งานออกเป็น 2 ส่วน ทำให้สามารถใช้ห้องน้ำพร้อมๆกันได้

ผนังที่เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าติดตั้งกระจกเงามาให้ อ่างล้างหน้าเป็นแบบลอยตัว ผนังด้านข้างอ่างล้างหน้าเป็นประตูบานเลื่อนกระจกฝ้า

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่อนข้างเล็ก ของ Cristina

ฝั่งตรงข้ามอ่างล้างหน้าเป็นโถสุขภัณฑ์  ฝั่งขวามือติดตั้งสายฉีดชำระมาให้ ส่วนที่แขวนกระดาษทิชชู่ต้องเอื้อมมาหยิบด้านหน้า

ถัดมาจะเจอกับประตูบานเลื่อนกระจกที่กั้นระหว่างห้องน้ำที่เป็นส่วนแห้งและส่วนเปียก ถ้าใครอยากใช้งานพร้อมๆกัน 2 ส่วนนี้สามารถหาม่านหรือมูลี่มาปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวได้นะ

พอเปิดประตูบานเลื่อนเข้ามาจะเจอกับพื้นที่อาบน้ำ อ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทา ขนาด  60 x 60 cm.

ห้องนี้จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย ก็อกน้ำเป็นสแตนเลสทรงโค้ง

ถัดมาเป็น อ่างล้างหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของ Cristina ใหญ่ดี มีพื้นที่ด้านข้างให้วางของด้วย ด้านล่างเป็นตู้ใช้เก็บของเล็กๆน้อยๆได้

ถัดไปเป็นห้องอาบน้ำกั้นห้องอาบน้ำให้ด้วยประตูกระจกนิรภัย มือจับค่อนข้างใหญ่ดี

บริเวณหน้าห้องน้ำมีตู้ Built-in สำหรับใช้เก็บของได้ ตำแหน่งการใช้งานที่ติดตั้งมาค่อนข้างสะดวกทีเดียว

ตรงประตูมีการยกธรณีขึ้นเล็กน้อยด้วยแกรนิตโต้สีดำป้องกันน้ำไหลไปสู่ส่วนแห้ง พื้นห้องอาบน้ำสี่เหลี่ยมตรงกลางเป็นทรายล้างกันลื่น รอบๆเป็นกระเบื้องเซรามิค พื้นที่อาบน้ำขนาด 0.95 x 1.00 เมตร

ชุดฝักบัวอาบน้ำและ Rain Shower 3 หัว ของ COTTO ปรับระดับสูง-ต่ำได้ และติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนให้ด้วย

หัวฝักบัวเป็นเหมือนโดนัทกลมๆมีรูตรงกลาง ทำออกมาได้สวยและแปลกตาดี

ตู้เก็บของที่โครงการ Built-in มาให้ โดยตู้ด้านบนจะมีชั้นวางของให้ 3 ชั้น ส่วนด้านล่างจะเว้นช่องให้วางตู้เย็น ซึ่งตู้เย็นโครงการไม่ได้แถมให้นะ ข้างๆกันเป็นตู้เก็บของและชั้นวางรองเท้า หน้าบานตู้เป็นกระจกเงาสีชาค่ะ

ถัดไปเป็นส่วนของห้องรับแขกที่โครงการ Built-in ตู้วางทีวี รวมทั้งแถมโซฟาและโต๊ะกลางให้ ระยะดูทีวีประมาณ 2.20 เมตร เหมาะกับการวางทีวีขนาด 46″-52″ จะเป็นขนาดที่พอดีกับสายตา ถัดไปเป็นประตูกระจกบานเลื่อนเต็มบาน สามารถนั่งมองวิวจากตรงนี้และใช้เดินออกไปสู่ระเบียงได้

โซฟาที่โครงการแถมให้ เป็นโซฟาสีขาว 2 ที่นั่ง โต๊ะกลางเป็นทรงกลมท็อปลายหินอ่อน

ตรงข้ามกับโซฟา โครงการจะ Built-in ชั้นวางของด้านบน และตู้วางทีวีให้

ตู้วางทีวีที่โครงการ Built-in มาให้เปิด-ปิด ออกมาหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ถัดไปเป็นประตูบานเลื่อนกระจกใสเขียวตัดแสง กรอบอลูมิเนียมสีดำ บานใหญ่อยู่เหมือนกัน นั่งตรงนี้ชมวิวไปด้วยได้

Condensing Unit ของแอร์ของที่นี่ เค้าแขวนเอาไว้ด้านบน ข้อดีคือมันไม่บังวิวและลมร้อนที่ออกมาก็จะไม่โดนเราเวลาที่ออกมาใช้งานที่ระเบียงด้วยค่ะ

ระเบียงมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถวางโต๊ะ-เก้าอี้ นั่งเล่นได้  พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเข้ม  มีติดตั้งโคมไฟสีดำมาให้ด้วย

มีก๊อกน้ำและท่อระบายน้ำ เผื่อมาให้สำหรับซักล้าง

ถัดไปเราจะไปดูห้องนอนกันนะคะ ประตูห้องเป็นบานสำเร็จรูปปิดผิวด้วยลามิเนตลายไม้

สำหรับห้องนอน โครงการแถมเตียง King size ขนาด 6 ฟุตมาให้ โดยห้องนี้จะมีช่องเปิดขนาดใหญ่ให้ 1 ช่องเป็นหน้าต่างกระจกสามารถนอนมองวิวได้จากตรงนี้

ข้างๆเตียงทั้งสองฝั่งมีพื้นที่เหลือพอสมควร โครงการให้โต๊ะทำงานขนาด 0.40 x 1.50 เมตรและเก้าอี้ชุดนี้มาให้ ซึ่งถ้าเทียบขนาดพื้นที่กับเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมากก็ลงตัวนะ เป็นระยะที่สามารถนั่งทำงานได้สบายๆไม่อึดอัด

ส่วนทางฝั่งขวาก็มีพื้นที่วางโต๊ะข้างเตียงและมีพื้นที่ให้ม่านผ่าน

พื้นที่ปลายเตียงโครงการ Built-in ชั้นวางของหรือวางทีวีก็ยังเหลือพื้นที่ปลายเตียงให้เดินผ่านได้สบายๆ

หน้าต่างประตูกระจกค่อนข้างใหญ่บาน Fix โดยมีบานกระทุ้งให้ 2 บานซ้ายขวา

อีกฝั่งจะเป็นทางไปห้องน้ำและ Walk-in Closet

สำหรับแอร์จะได้ของ Panasonic จำนวน BTU ขึ้นอยู่กับขนาดของแต่ละห้องค่ะ

บริเวณ Walk-in Closet ทางโครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้แบบนี้เลย พื้นที่ช่องทางเดินจะมีระยะประมาณ 0.80 เมตร

ตู้ที่โครงการ Built-in มาให้ทั้งสองฝั่งเป็นตู้สูงถึงฝ้าเพดาน เมื่อเปิด-ปิดแล้วจะหน้าตาแบบนี้ หน้าบานเป็นกระจกสีชาดำ

เมื่อเปิดตู้ออกมาจะมีสวิตซ์ไฟเล็กๆด้านบนทางขวามือให้สามารถเปิด-ปิดไฟได้ หน้าตาสวิตซ์จะเป็นกลมๆดำๆแบบนี้ ไฟตู้เสื้อผ้าเป็น LED สีออกเหลืองๆ

ด้านในตู้เสื้อผ้าจะมีราวแขวนเสื้อ และลิ้นชักให้ 2 ชั้นเอาไว้เก็บของส่วนตัวค่ะ

ถัดมาเป็นห้อง 2 Bedrooms 2 Bathroom C1-C3 ขนาด 68-78.5 ตารางเมตร เหมาะกับการอยู่อาศัย 3-4 คนเป็นครอบครัวเล็กๆ โดยฟังก์ชั่นของห้องนี้ก็ค่อนข้าง Fix เนื่องจากมีการ Built-in และแถมเฟอร์นิเจอร์มาให้แล้วแต่ก็ยังปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้มากกว่าห้องแบบแรกเพราะห้องกว้างและมีลูกเล่นเยอะกว่า

โดยเข้ามาในห้องจะเจอกับห้องครัวเปิดที่มีทั้ง Pantry รูปตัว L และโต๊ะรับประทานอาหาร Built-in ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น Island kitchen ได้ซึ่งครัวจะเชื่อมต่อกับห้องรับแขกที่มีประตูกระจกบานเลื่อนให้สามารถนั่งมองวิว และเดินออกไปนั่งเล่นที่ระเบียงได้ ถัดไปเป็น Corridor ที่เชื่อมต่อกับห้องนอนเล็ก ห้องน้ำ และห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำขนาดใหญ่มากกกกกกก เท่าๆกับห้องนอน ซึ่งในห้องน้ำค่อนข้างกว้าง แยกเป็นสัดส่วน มีทั้งอ่างล้างหน้าแบบ 2 อ่าง ห้องส้วม ห้องอาบน้ำ และอ่างอาบน้ำที่มีผนังเป็นกระจกโปร่ง สามารถนอนแช่น้ำในอ่างมองวิวเมืองไปได้

เฟอร์นิเจอร์ที่แถม : ให้เฟอร์นิเจอร์แต่งครบชุดทั้งลอยตัวและ Built-in ของ Starmark, ชุดครัว, แอร์ติดผนัง, ตู้อาบน้ำ, วอลล์เปเปอร์ และเพิ่มอ่างจากุซซี่

เปิดเข้ามาในห้องจะเจอครัวเปิดที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ห้องนอนจะอยู่ทางด้านขวา โครงการได้จัดวางเฟอร์นิเจอร์และ Built-in มาให้ครบ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆเหมือนกับห้องก่อนหน้า

เรามองกลับไปที่ประตูทางเข้า จะเห็นว่ามีการ Built-in ครัว และโต๊ะรับประทานอาหารมาให้ทางซ้ายมือ ส่วนทางขวามือจะเป็นตู้เก็บของและรองเท้า มีระยะจากโต๊ะรับประทานอาหารถึงตู้ทางขวามือประมาณ 1.40 เมตร เป็นระยะที่กว้างสบายๆค่ะ

ฝั่งตรงข้ามกับครัว โครงการ Built-in ตู้วางรองเท้าแบบเต็มผนังมาให้ หน้าบานตู้เป็นกระจกชาทอง เพิ่มความหรูหราและทำให้ห้องดูกว้างขึ้น เมื่อเปิดออกมา ทางซ้ายมือจะเป็นชั้นวางรองเท้าที่มีรูระบายอากาศสามารถกันกลิ่นเหม็นอับในตู้ได้ ส่วนทางขวามือเป็นตู้วางของ ชั้นวางของเป็นกระจกสีชาดำ บานพับเป็นแบบ Soft closed ค่ะ

ส่วนของครัวเปิด โครงการจะ Built-in ครัวรูปตัว L มาให้ รวมทั้งโต๊ะรับประทานอาหารที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็น Island kitchen ได้

เตาไฟฟ้าและที่ดูดควันของ Teka ค่ะ

อ่างล้างจานติดตั้งมาให้ 2 ช่อง สามารถล้างจานช่องหนึ่งและอีกช่องเอาไว้ล้างผัก หรือ พักจานก็ได้สะดวกดี

ในตู้ใต้อ่างล้างจานก็มีถังขยะมาให้เช่นเดียวกันกับห้องก่อนหน้าค่ะ

บริเวณครัวของห้องนี้จะมีช่องว่างให้วางเครื่องซักผ้า ซึ่งพอเครื่องซักผ้าอยู่ตรงนี้ก็จะไม่ไปรบกวนพื้นที่ใช้สอยบริเวณระเบียงค่ะ

ครัวอีกด้านมีการ Built-in ตู้เก็บของมาให้เต็มถึงฝ้าเพดาน รวมทั้งมีช่องว่างมาให้สำหรับวางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้สบายๆ ด้านข้างมีพื้นที่วางเตาอบ

ส่วนรับประทานอาหาร มีแถมโต๊ะรวมทั้งเก้าอี้ 4 ตัวนี้ให้ด้วย ทั้งหมดเป็นของ Starmark ถ้าไม่นั่งทานข้าวตรงนี้ก็สามารถใช้เป็น Island kitchen วางเครื่องปรุงหรือใช้เตรียมอาหารก็ยังได้ค่ะ

ถัดไปเป็นห้องรับแขก โครงการ Built-in ตู้วางทีวีมาให้ รวมทั้งชุดโซฟาพร้อมโต๊ะกลาง ขนาดพอดีๆกับห้องค่ะ จากห้องรับแขกสามารถมองวิวเมืองหรือเดินออกไปรับลมที่ระเบียงได้

ได้ทั้งชุดนี้เลยยกเว้นของตกแต่งค่ะ

ผนังชั้นวางทีวีมีการ Built-in ตู้วางของเต็มพื้นที่มาให้แบบนี้ ดีไซน์ลงตัวดีแทบไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่มเลย

ประตูทางออกระเบียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อนคู่ กรอบอลูมิเนียมสีดำ

พื้นที่ระเบียงขนาดค่อนข้างกว้าง  Condensing Unit แอร์วางไว้ด้านบนเช่นเดียวกับห้องก่อนหน้า ทำให้ระเบียงไม่ร้อนมากเวลาเปิดเครื่องปรับอากาศ สามารถมายืนรับลมได้ค่ะ

ถัดไปเป็นทางเดินที่จะพาไปสู่ห้องนอนเล็ก ห้องน้ำและห้อง Master Bedroom ขนาดช่องทางเดินกว้างประมาณ 1 เมตร

ห้องแรกที่เราเห็นคือห้องนอนเล็ก ถัดไปเป็นห้องน้ำ และ ห้องนอนใหญ่อยู่ด้านหลังสุดค่ะ

เรามาดูห้องนอนเล็กกันก่อน วางเตียงได้แบบ Queen size ขนาด 5 ฟุต ด้านข้างเตียงมีช่องแสงเป็นหน้าต่างบาน Fix และมีหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 2 ด้าน ซ้ายกับขวา

พื้นที่ปลายเตียงมีระยะเหลือพอประมาณ โดยโครงการได้  Built-in ชั้นมาให้แบบนี้สามารถใช้เป็นที่วางของหรือชั้นวางทีวีได้เลยค่ะ

พื้นที่ข้างเตียงทางฝั่งซ้ายมีระยะแค่พอผ้าม่านผ่าน ส่วนฝั่งขวามีพื้นที่เหลือพอสมควร พอเปิดตู้เสื้อผ้าออกมาระยะของบานตู้ก็ไม่เบียดเตียงมากนักค่ะ ยืนแต่งตัวได้สบายๆ

ข้างเตียง Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้สูงถึงฝ้าเพดาน หน้าบานเป็นกระจกสีชาดำ ฟังก์ชั่นด้านในมีมาให้ครบทั้งที่แขวนเสื้อผ้า ลิ้นชัก และชั้นวางของ

ถัดมาเป็นห้องน้ำ ใช้เป็นห้องน้ำรวมที่ห้องนอนเล็กและห้องรับแขกต้องมาใช้งานร่วมกัน มีฟังก์ชั่นครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำที่มีฉากกั้นกระจกนิรภัยมาให้

อ่างล้างหน้า มีกระจกเงาติดผนังพร้อมทำชั้นวางของยื่นออกมาให้ เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า Built-in ตู้เก็บของมาให้ด้วย

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดปานกลางและก๊อกน้ำของ Cristina หน้าบานตู้เป็นบานเปิดคู่ บานพับเป็นแบบ Soft closed เมื่อเปิดตู้ออกมาแล้วจะมีช่องวางของให้แบบนี้

โถสุขภัณฑ์ของ Cristina แบบเดียวกันกับห้องก่อนหน้าค่ะ

พื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยกระจกนิรภัยมาให้ครบ ช่วยกันน้ำไหลไปโดนส่วนแห้งได้ เป็นสัดส่วนดี

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.00 x 1.35  เมตร ค่อนข้างกว้าง อาบน้ำมีระยะให้หมุนตัวได้สบายๆ

ชุดฝักบัวอาบน้ำและ Rain Shower 3 หัว ปรับระดับสูง-ต่ำได้ และติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนให้ด้วย  ดีไซน์เหมือนกับห้องแบบแรก

ถัดมาเป็น Master Bedroom โครงการวางเตียง King size ขนาด 6 ฟุตพร้อมแถมโต๊ะหัวเตียงมาให้ด้วย หน้าตาแบบนี้เลย จะเห็นว่าพื้นที่ข้างเตียงทั้งสองข้างค่อนข้างกว้าง

โต๊ะหัวเตียงเป็นลิ้นชักเปิด-ปิดได้ หน้าตาแบบนี้เลยค่ะ ตัวโคมไฟไม่ได้แถมให้นะคะ ระยะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งพอๆกัน

ส่วนปลายเตียง มี Built-in ตู้วางทีวีทั้งชั้นบน-ชั้นล่าง รวมทั้งโต๊ะเครื่องแป้งมาให้เต็มพื้นที่

ลองเปิดลิ้นชักมาให้ดู ได้พื้นที่เก็บของค่อนข้างเยอะ

ชั้นวางทีวีก็มีลิ้นชักเปิดออกมาเก็บของได้ค่ะ

ห้องนี้จะมีหน้าต่างบานเปิดค่อนข้างใหญ่ เป็นกระจกบาน Fix และบานกระทุ้ง 2 บานซ้าย-ขวา

พื้นที่ข้างเตียงอีกด้านโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ เป็นตู้เสื้อผ้า 3 ตอน จุเสื้อผ้าและ Accessory ได้ค่อนข้างเยอะดี หน้าบานตู้เป็นกระจกสีชาดำ

เรามาดูต่อที่ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ค่ะ ห้องนี้ขนาดค่อนข้างกว้าง มีฟังก์ชั่นเป็นสัดส่วนทั้งโถสุขภัณฑ์ ห้องอาบน้ำ อ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำ พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทา ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร

ห้องส้วมกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนด้วยประตูกระจกนิรภัย สามารถแบ่งการใช้งานในกรณีที่อยากจะใช้ห้องน้ำพร้อมๆกันหลายคนในช่วงเวลาเร่งด่วนได้

ก่อนเข้าห้องส้วมจะมีธรณีประตูค่อนข้างกว้างยกระดับขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อเป็นการกั้นพิ้นที่และไม่ให้น้ำจากส่วนนี้ไหลไปเปื้อนส่วนอื่น

บรรยากาศภายในห้องส้วมที่กั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนค่ะ

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า มีการติดตั้งกระจกเงามาให้ 2 บาน ด้านหลังเป็นกระเบื้องโมเสค ส่วนอ่างล้างหน้ามี 2 อ่าง ด้านล่าง Built-in ตู้เก็บของมาให้ หน้าบานตู้เป็น Hi gloss สีน้ำตาล

อ่างล้างหน้ามีมาให้ 2 อ่างค่ะ ของ Cristina พื้นที่รอบๆใช้วางของได้

ถัดไปเป็นพื้นที่อาบน้ำหรือส่วนเปียกประกอบด้วย ห้องอาบน้ำและอ่างอาบน้ำที่สามารถมองวิวเมืองได้ เพราะหน้าต่างเป็นกระจกใสเข้ามุมบานใหญ่เลย

ห้องอาบน้ำมีพื้นที่อาบน้ำได้สบายๆไม่อึดอัด ที่พื้นมีการยกธรณีขึ้นมาเพื่อกั้นน้ำไม่ให้ไหลออกไปสู่ส่วนแห้ง พื้นตรงกลางเป็นทรายล้างกันลื่น และมีท่อระบายน้ำที่มีฝาปิดเรียบร้อย สามารถเปิดออกมาทำความสะอาดได้

ที่ผนังติดตั้งชุดฝักบัวอาบน้ำและ Rain shower รวมทั้งติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนให้ด้วยมาให้เหมือนห้องอื่นๆ มีการ Drop ผนังบางส่วนลงไปเพื่อให้เป็นที่วางสบู่หรือผลิตภัณฑ์อาบน้ำได้

ติดๆกับห้องอาบน้ำเป็นอ่างอาบน้ำ มีการก่อพื้นหินแกรนิตสีดำมาให้นั่งริมอ่างได้ ผนังด้านข้างเป็นหน้าต่างเข้ามุมบาน Fix มีบานเปิดเป็นบานกระทุ้งทางขวามือให้บานเดียวเพื่อระบายอากาศ สามารถแช่น้ำในอ่างพร้อมกับมองทัศนียภาพด้านนอกได้

อ่างอาบน้ำของ Cristina ค่ะ

สวิตซ์ไฟเป็นของ bticino

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 16 August 2017

  • 1 Bedroom ชั้น 7 เนื้อที่ 34.70 ตร.ม. ราคา 4.44 ล้านบาท หรือ 128,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 8 เนื้อที่ 34.70 ตร.ม. ราคา 4.49 ล้านบาท หรือ 129,500 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 7 เนื้อที่ 78.40 ตร.ม. ราคา 10.03 ล้านบาท หรือ 128,000 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 8 เนื้อที่ 78.40 ตร.ม. ราคา 10.15 ล้านบาท หรือ 129,500 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished 
  • เพดานสูง 2.8-3 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 20,000 บาท
  • ทำสัญญา 80,000 บาท (7 วันนับจากวันจอง)
  • ค่ากองทุน 500 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ อยู่บนถนนประชาราษฎร์สาย 2 ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีบางโพประมาณ 100 เมตร ทำเลโดยรอบส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ ตึกแถวและบ้านพักอาศัยที่ค่อนข้างเก่าแก่ค่ะ มีการทำการพาณิชย์เล็กๆในตึกของตนเองเช่น ร้านขายของชำ  ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ร้านขายไม้ คลีนิค ร้านขายยา  และร้านขายอาหารที่ขึ้นชื่อหลายร้าน เพราะเปิดมานานจึงมีชื่อเสียงจากรุ่นสู่รุ่น ดังนั้นแถวนี้จึงเป็นชุมชนหนึ่งที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบดี เพราะนอกจากการพาณิชย์ในตึกแล้ว ยังมีตลาดบางโพที่อยู่ไม่ไกลมากให้ไปจับจ่ายซื้อของสดของแห้งมาทำครัวกันได้ บนถนนประชาราษฎร์สาย 2 ช่วงหลังนี้ค่อนข้างจะบูมมาก เพราะมีการสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่มาอินเตอร์เชนจ์กันที่สถานีเตาปูนด้วย จึงเรียกได้ว่าต้นสายมีสถานีรถไฟฟ้าบางโพ ปลายสายก็ยังมีรถไฟฟ้าสถานีเตาปูนอีก คอนโดมิเนียมจึงมาเกาะตัวกันที่เส้นนี้เยอะเลยตั้งแต่  The Tree Interchange, The Stage, Richpark เตาปูน และโครงการคู่คี่พี่น้องกันก็คือ ชีวาทัย อินเตอร์เชนจ์  นอกจากนี้หากเลยไปไปบนถนนประชาราษฎร์สาย 1 เลยตลาดบางโพไปนิดนึงก็มี The Tree บางโพ ที่สร้างเสร็จลูกบ้านเข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าหากต้องการอยู่ในย่านนี้ก็มีตัวเลือกให้เลือกเยอะเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเทียบกับความสะดวกเรื่องทำเลแล้วก็จะคล้ายๆกัน จะมีต่างกันแค่เรื่องระยะห่างจากรถไฟฟ้าเท่านั้น

ซึ่งถ้าจะเอาจุดขายที่เป็นคอนโดมิเนียมวิวแม่น้ำมาเปรียบเทียบกันแล้วก็คงต้องเทียบกับ  333 Riverside ของ Land and House ที่อยู่ใกล้กับท่าเรือบางโพเพราะเป็นคอนโดวิวแม่น้ำเหมือนกัน แต่เรื่องวิว ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ คงเป็นรองอยู่สักหน่อยเพราะเราอยู่ห่างจากแม่น้ำมากกว่า และมีห้องที่เห็นวิวแม่น้ำเพียงด้านเดียว คือห้องทางทิศตะวันตกและราคาน่าจะแพงกว่าห้องทางทิศอื่นแน่นอน แต่หากเทียบกับความสะดวกเรื่องการเดินทางแล้ว ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ ก็ยังเป็นต่ออยู่เพราะเดินไปแค่ประมาณ 100 เมตรก็ถึงรถไฟฟ้าแล้ว ดังนั้นหากไม่ซีเรียสเรื่องวิวแม่น้ำ หันมองวิวเมืองบ้างก็ได้ และยังต้องการใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก โครงการนี้ก็อาจจะตอบโจทย์

การเดินทางด้วยรถยนต์  เส้นทางหลักๆที่ติดต่อคือมาจากถนนประชาราษฎร์สาย 1 สามารถผ่านแยกบางโพแล้วเลี้ยวเข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ได้แต่ต้องยูเทิร์นนิดหน่อย ส่วนคนมาจากสะพานควายหรือประชาชื่นก็เข้าทางถนนประชาราษฏร์สาย 2 ได้เลย รถอาจจะติดหน่อยเพราะทำทาง แต่ในอนาคตถนนคงโล่งขึ้น และหากมาจากอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาก็ข้ามสะพานพระราม 7 มาได้ใกล้สุดค่ะ

สำหรับคนไม่ใช่รถก็ถือว่าสะดวกดีเพราะรถเมล์วิ่งผ่านหลายสาย พี่วิน แท๊กซี่มีหมด และที่สำคัญอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีบางโพ เพียง 100 เมตรที่เชื่อมต่อกับสถานี Interchange ถึงสองสถานี คือสถานีเตาปูน และสถานีบางซื่อ

วัสดุอุปกรณ์ที่ให้มาตามมาตรฐานสำหรับราคานี้ ขายเป็นแบบ Fully Furnished พร้อมแอร์ทุกห้อง มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและ Built-in ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อพื้นที่นี้ รวมทั้งเครื่องไฟฟ้าที่จำเป็น เช่น เตาอบไมโครเวฟของ Teka พื้นไม้ลามิเนตหน้า 12 มิลลิเมตรและส่วนระเบียงและห้องนำ้ปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ส่วนสุขภัณฑ์ภายในห้องนำ้จาก Cristina ชุดฝักบัวและ Rain Shower เป็นแบบโดนัทมีรูตรงกลาง ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจ รวมทั้งมีระบบต่างๆที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ เช่น ระบบ Sensor เปิดไฟแบบอัตโนมัติเหมือนโรงแรม เวลาที่เราเปิดประตูห้องไฟจะติดโดยอัตโนมัติ

การออกแบบอาคารจะใช้ไม้มาเป็นส่วนหนึ่งในการตกแต่งอาคาร เนื่องมาจากบริบทของพื้นที่ที่เป็นย่านค้าไม้เก่า โดยใช้โทนสี น้ำตาล-ขาว-เทา และมีการนำลายไม้ฝาปะกนมาใช้บน Facade ด้วย ตัวอาคารเป็นรูปตัว I สร้างเต็มพื้นที่ โดยมี Circulation สำหรับให้เดินรถรอบอาคาร 6 เมตร สามารถวิ่งสวนกันได้สบายๆ ภายในอาคารมีการตกแต่งแบบ Modern Luxury ใช้สีทอง-น้ำตาล มาใช้รวมไปถึงห้องตัวอย่างด้วย

โครงการมีห้องให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย  ตั้งแต่ห้อง 1 Bedroom ที่มีให้เลือกทั้งขนาดเล็ก 30 กว่าตารางเมตร เหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คน ไปจนถึงแบบห้องขนาดใหญ่ 40 กว่าตารางเมตรที่เหมาะกับการอยู่อาศัย 1-3 คนได้ มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบทั้งห้องนอน ห้องรับแขก ครัวเปิด และห้องน้ำรวม 1 ห้องแต่พื้นที่ของแต่ละส่วนก็จะเล็กๆมินิ ส่วนห้องแบบ 2 Bedroom จะขนาดใหญ่ขึ้นมา 68-78.5 กว่าตารางเมตร เหมาะกับครอบครัวเล็กๆประมาณ 2-4 คนกำลังสบาย ห้องนี้มีโถงกลางให้ค่อนข้างใหญ่ มีห้องน้ำรวม และห้อง Master Bedroom ก็มีห้องน้ำในตัวให้ใหญ่มากพอๆกับห้องนอน โดยรวมแล้วเป็นสัดส่วนดี ส่วนห้องแบบ 3 Bedroom หรือห้อง Penthouse ที่มีอยู่แค่ 4 ยูนิตบนชั้น 21-22 ก็เหมาะกับการพักอาศัย 3-6 คนจะสบายๆ เหมือนบ้านหลังหนึ่งที่อยู่บนตึกสูง เหมาะกับคนกระเป๋าหนักที่อยากได้ห้องวิวดีๆ ฟังก์ชั่นครบ

สาธารณูปโภค จัดมาให้ครบครัน มี Facilities หลักให้ที่ชั้น 23-24 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้องออกกำลังกายและสวนดาดฟ้า นอกจากนี้ยังมีสวนให้อีก 2 จุด คือสวนที่ชั้น 1 ทางทิศใต้ของโครงการด้านหลังตึก และสวนที่ชั้น 7 เป็นการกระจายการใช้งานของคนเพื่อไม่ให้หนาแน่นไปที่ใดที่หนึ่งเกินไปนัก โดยโครงการมีลิฟท์โดยสารให้  2 ตัวคิดเป็นอัตราส่วน 86 : 1 ถือว่าไม่หนาแน่นมาก และมี Service Lift ให้ 1 ตัว ที่จอดรถคิดเป็น 80% รวมจอดซ้อนคัน (134 คัน)  ถือว่ายังโอเคเพราะโครงการอยู่ใกล้รถไฟฟ้าในระยะเดินถึง ระบบรักษาความปลอดภัย เข้า-ออกโครงการและภายในอาคารเป็น Access Card Control ลิฟท์แบบล็อคชั้น ติดตั้ง CCTV ที่ทางเข้า-ออก ภายในโครงการและ มีรปภ.รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 128,000 บาท/ตร.ม., 16 August 2017

  • ทำเล 7.75/10 -ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีบางโพประมาณ 100 เมตร ความอุดมสมบูรณ์รอบๆค่อนข้างดี มีตลาดและโลตัสอยู่ไม่ไกล
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 -เข้า-ออกได้หลายเส้นทาง เดินทางสะดวก แต่การจราจรค่อนข้างติดขัด
  • ไม่ใช้รถ 8/10 -เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าสถานีบางโพ ได้ในระยะ 100 เมตร สะดวกดีค่ะ
  • วัสดุ 8/10 -ขายแบบ Fully Furnished ได้เหมือนห้องตัวอย่างยกเว้น Prop จัดเต็มดี
  • แบบ 7.75/10 -มีแบบห้องให้เลือกหลากหลาย วางฟังก์ชั่นการใช้งานค่อนข้างดี
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 -ส่วนกลางให้มาครบ พอดีๆกับยูนิตที่ไม่เยอะ มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนสและสวนให้ 3 จุด คือสวนที่หลังโครงการ, สวนชั้น 7 และสวนดาดฟ้า ทำออกมาได้สวยดี
  • HIGH CLASS
  • 7.76 / 10.00

BOTTOM LINE

Chewathai Residence บางโพ เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดพร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยในย่านบางโพ ที่มีความเป็นส่วนตัว ยูนิตไม่เยอะ ชอบใช้ Facilities อยู่บ้างแต่ไม่เน้นใช้บ่อย อยากได้คอนโดวิวแม่น้ำหรือวิวเมือง แต่ก็ต้องการให้อยู่ใกล้รถไฟฟ้าเพื่อการเดินทางที่สะดวก ใช้รถส่วนตัวบ้างสลับกับการใช้รถไฟฟ้า ชอบ Product ที่ดูหรูหราและ unique มีงบประมาณ 3.99-13 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 28,000-91,000 บาท

Share

6 Comments

  • ดิษฐ์

    ภายในห้องตกแต่งสวยงามดี เฟอร์เกือบครบ ชั้น facilities ก็ดูดีว่ายน้ำ เล่นฟิตเนส ชมวิวไป ตรง lobbyก็หรูหรา แต่ที่ขัดตาบริเวณด้านนอกอาคาร พื้นที่สีเขียวน้อย ดูแห้งแล้งไปหน่อย แถมช่วงเข้าลานจอด รั้วเตี้ยติดข้างบ้านที่ภาพไม่น่ามองสักเท่าไหร่ กับโถงทางเดินแต่ละชั้นหลังออกจากลิฟท์ดูไม่ค่อยสมราคา ถ้ายังพอปรับปรุงได้น่าจะperfectกว่านี้

  • หรือจะรอ sena pride เตาปูน ที่ร่วมทุนกับ ฮันคิว เรียวตี้ ดีน้า ถ้าไม่รีบ

  • เทียบกับ 333 วิวน่าจะเป็นรองเยอะนาไม่ใช่สักหน่อย 333 เขาติดแม่น้ำ
    ส่วนระยะทางรถไฟฟ้า 333 ก็ใกล้กว่าอีก บันไดแทบจะเกยทางเข้าโครงการเลย

  • ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 16 August 2017

    1 Bedroom ชั้น 7 เนื้อที่ 34.70 ตร.ม. ราคา 4.44 ล้านบาท หรือ 128,000 บาท/ตร.ม.
    1 Bedroom ชั้น 8 เนื้อที่ 34.70 ตร.ม. ราคา 4.49 ล้านบาท หรือ 129,500 บาท/ตร.ม.
    2 Bedroom ชั้น 7 เนื้อที่ 78.40 ตร.ม. ราคา 10.03 ล้านบาท หรือ 128,000 บาท/ตร.ม.
    2 Bedroom ชั้น 8 เนื้อที่ 78.40 ตร.ม. ราคา 10.15 ล้านบาท หรือ 129,500 บาท/ตร.ม.

    …………………………………………………….

    ราคาขนาดนี้นะ หาบ้านมือสองโซนนี้ได้สบายๆเลย

    4.5 – 5 ล้านกว่าๆ ทาวเฮ้าส์มือสองแถวๆนี้ก็พอหาได้
    10 ล้านนี่ได้บ้านเดี่ยวมือสอง 50 ตรว.กันเลยทีเดียว

  • ซึ่งถ้าจะเอาจุดขายที่เป็นคอนโดมิเนียมวิวแม่น้ำมาเปรียบเทียบกันแล้วก็คงต้องเทียบกับ 333 Riverside ของ Land and House ที่อยู่ใกล้กับท่าเรือบางโพเพราะเป็นคอนโดวิวแม่น้ำเหมือนกัน แต่เรื่องวิว ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ คงเป็นรองอยู่สักหน่อยเพราะเราอยู่ห่างจากแม่น้ำมากกว่า และมีห้องที่เห็นวิวแม่น้ำเพียงด้านเดียว คือห้องทางทิศตะวันตกและราคาน่าจะแพงกว่าห้องทางทิศอื่นแน่นอน แต่หากเทียบกับความสะดวกเรื่องการเดินทางแล้ว ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ ก็ยังเป็นต่ออยู่เพราะเดินไปแค่ประมาณ 100 เมตรก็ถึงรถไฟฟ้าแล้ว
    ณ.ปัจจุบันก็ถูกต้องครับ แต่อีก 2-3 ปีเมื่อสถานีบางโพเปิดใช้ 333 จะอยู่ติดกับบันไดขึ้นสถานีบางโพครับ

    • จากสถานีเตาปูนระยะทางกว่า 900 เมตรครับไม่ใช่ 100 เมตร อีก2-3ปี สถานีบางโพเปิด ทั้ง 333 และ ชีวาทัยจึงจะถือว่าเท่ากัน

Leave a Reply