Living Nest ลาดพร้าว 44 คอนโด Low Rise ในซอยลาดพร้าว 44 ใกล้แยกภาวนา และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง จาก Human Nest [รีวิวฉบับที่ 1409]

August 22, 2017 08:001 comment

รีวิวฉบับที่ 1409 … สวัสดีค่ะ วันนี้พาไปชมโครงการเปิดใหม่ย่านลาดพร้าวกับโครงการ Living Nest ลาดพร้าว 44 คอนโด Low Rise ในซอยลาดพร้าว 44 ใกล้แยกภาวนา ตัวโครงการชูโรงด้วยห้องพิเศษแบบ Loft ฝ้าเพดานสูง 4.55 ม. และห้อง 1 Bedroom ที่ให้ฝ้าเพดานสูงกว่ามาตรฐานเช่นเดียวกัน พร้อมกับการออกแบบระเบียงที่สามารถใช้งานได้ทั้ง Indoor และ Outdoor ปรับเปลี่ยนได้ตามการไลฟ์สไตล์และการใช้งาน ในราคาเริ่มหยิบจับง่าย 1.99 ล้านบาท

 

Fact @ 15 August 2017

  • Living Nest Ladprao 44 (ลิฟวิ่ง เนสท์ ลาดพร้าว 44)
  • บริษัท ฮิวแมนเนสท์ จำกัด
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ซอยลาดพร้าว 44 แยก 6 ถนนลาดพร้าว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง
  • คอนโด Low Rise 7 ชั้น 1 อาคาร 77 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 13 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 30 คัน คิดเป็น 39% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 45.5%
  • ที่ดินประมาณ 0-3-5 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ธันวาคม 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : มีนาคม 2562
  • 1 Bedroom 28.17 – 32.73 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Loft 28.17 – 29.39 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง
    • ห้อง 1 Bedroom 2.6 เมตร
    • ห้อง 1 Bedroom Loft 4.55 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท (ห้องโปรโมชั่น)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 085-002-8888

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.798718, 100.582982

โครงการ Living Nest ลาดพร้าว 44 เป็นโครงการใหม่จากทาง Human Nest ที่มาเปิดทำเลในย่านลาดพร้าว ขยับเข้าเมืองมากขึ้นจากโครงการแรกที่อยู่บริเวณย่านบางกะปิ-รามคำแหง โดยตัวโครงการนี้ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 44 ลึกเข้าไปประมาณ 190 ม. ซึ่งหน้าปากซอยลาดพร้าว 44 คือแยกภาวนา แยกดังที่รู้จักกันดี ด้านหน้าซอยมีจุดสังเกตง่ายมากคือธนาคารกรุงเทพ สาขาลาดพร้าว 44 นั่นเองค่ะ

การเดินทางจัดว่าสะดวกพอสมควร แม้จะอยู่ในซอยแต่ก็ไม่ลึกมากและไม่มีรถติดภายในซอยมากนัก ดังนั้นการเข้า-ออกถนนใหญ่ลาดพร้าวก็ไม่มีปัญหา เน้นสะดวกในการเดินทางมุ่งหน้าเข้าเมืองฝั่งห้าแยกลาดพร้าว หรือวิ่งเข้าเส้นรัชดาภิเษกก็สะดวกเช่นเดียวกันค่ะ โดยรวมเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์จัดว่าโอเค แต่อย่าลืมเรื่องรถติดบนถนนลาดพร้าวด้วยนะคะ ด้วยความที่เป็นทำเลแหล่งชุมชนหนาแน่นดังนั้นปริมาณรถก็มากเช่นกัน ควรเผื่อเวลาในการเดินทางสำหรับคนที่ขับรถส่วนตัว

สำหรับซอยลาดพร้าว 44 ลักษณะของซอยนี้จะเป็นซอยตัน มีความลึกซอยไม่มาก ภายในซอยส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยดั้งเดิม อยู่มานานค่อนข้างเงียบสงบ จะมีช่วงหน้าปากซอยที่มี The Next Condominium คอนโดเก่าที่ปิดการขายไปสักพักแล้ว ส่วนตัวโครงการเองจะอยู่ลึกจากหน้าปากซอยเข้าไป 190 ม. จัดว่ายังอยู่ในระยะที่เดินเข้าซอยได้ง่าย ไม่ลึกมาก เพียงแต่ถนนในซอยไม่ได้กว้างมากนัก และไม่มีทางเท้าให้เดินได้สะดวก และหากใครขี้เกียจเดินก็ยังมีตัวเลือกเป็นพี่วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยคอยให้บริการอยู่ หากพูดถึงในแง่ของคนที่กำลังมองหาโครงการ Low Rise จำนวนยูนิตไม่มาก ในย่านลาดพร้าว ต้องการบรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนอยู่อาศัย ไม่วุ่นวายติดถนนใหญ่หรืออยู่ในซอยลัดที่มีรถพลุ่กพล่าน โครงการนี้ก็ตอบโจทย์กลุ่มคนเหล่านี้ได้ดีค่ะ

แรเงาสีเหลืองตามโซนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง

ความอุดมสมบูรณ์ในย่านลาดพร้าวจัดว่าหายห่วง มีแหล่งร้านค้า ร้านอาหารมากมายให้เลือก ในละแวกใกล้ๆ โครงการนอกจากบริเวณหน้าปากซอยติดถนนใหญ่ทั้งฝั่งโครงการและฝั่งตรงข้ามก็นับว่ามีให้เลือกพอสมควรแล้ว เขยิบออกมาจากโครงการอีกหน่อยก็จะเจอย่านของกินขนาดใหญ่อย่างโชคชัย 4-ลาดพร้าววังหิน โดยภายในถนนทั้ง 2 สายนี้มีทั้งร้านอาหารชื่อดังเก่าแก่ ร้านคาเฟ่นั่งเล่นชิลๆ รวมไปถึงร้านนั่งดริ้ง Hangout ยามค่ำคืนกันอีกด้วย เรียกได้ว่าครบครันตลอดทั้งวัน-คืนเลยทีเดียวค่ะ ในส่วนห้างที่อยู่ใกล้กับโครงการก็จะอยู่บริเวณ ห้าแยกลาดพร้าว นั่นก็คือ Union Mall และ Central Plaza ลาดพร้าว ให้ไปไปช็อปปิ้ง กินข้าว ดูหนังในวันหยุดได้ไม่ต้องไปไหนไกล และอีกห้างใหญ่นึงที่เปิดมาได้สักพักอย่าง Central East Ville ที่อยู่บริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรมก็ถือว่าอยู่ไม่ไกลจากโครงการมากในระยะขับรถ จัดว่าทำเลในย่านนี้มีห้างพอสมควรทีเดียวค่ะ

อีกหนึ่งจุดเด่นทำเลโครงการ สำหรับใครที่ต้องการคอนโดใกล้รถไฟฟ้า เพราะในอนาคตบนถนนลาดพร้าวนี้จะมีโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเหลืองตัดผ่าน โดยจะเริ่มต้นสายจากสถานีรัชดา ซึ่งเป็นสถานีที่ Interchange กับ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีรัชดา ยาวไปตลอดเส้นลาดพร้ามและเลี้ยวเข้าถนนศรีนครินทร์บริเวณแยกลำสาลี ตรงไปยาวๆ และสิ้นสุดที่สถานีสำโรง Interchage กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลัก

สำหรับสถานีที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดก็คือสถานีภาวนา โดยมีตำแหน่งอยู่บริเวณแยกภาวนาเลย นั่นก็คือบริเวณหน้าปากซอยโครงการ ทำให้ตัวโครงการนี้จัดอยู่ในระยะที่ใกล้รถไฟฟ้า ในระยะที่เดินได้ง่ายห่างจากโครงการไม่เกิน 200 ม. (โดยประมาณ)

เส้นทางที่เราจะไปโครงการกันในวันนี้จะเริ่มต้นจากถนนลาดพร้าวฝั่งมุ่งหน้าไปทางห้าแยกลาดพร้าว บริเวณหน้าห้าง Imperial World ลาดพร้าว ซึ่งเป็นห้างเก่าแก่ในย่านนี้ ภายในมี Big C อยู่ด้วย จัดเป็นห้างที่อยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 4.4 กม. ไม่ใกล้ไม่ไกลค่ะ โดยจากหน้าห้างนี้เราจะมุ่งหน้าตรงไปทางห้าแยกลาดพร้าวเรื่อยๆ ผ่านจุดตัดกับทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และตรงต่อไปจนถึงแยกภาวนา จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยลาดพร้าว 44 และเลี้ยวขวาอีกทีที่ซอยลาดพร้าว 44 แยก 6 ก็จะเห็นที่ตั้งโครงการอยู่ฝั่งขวามือแล้วค่ะ

การเดินทางในวันนี้เริ่มต้นที่หน้าห้าง Imperial World ลาดพร้าว อย่างวันที่โครงการจะเป็นวันธรรมดาเลยช่วงเวลาเร่งด่วนไปแล้วเล็กน้อย ปริมาณรถฝั่งขาเข้า (มุ่งหน้าไปทางห้าแยกลาดพร้าว) ก็ยังมีปริมาณหนาแน่นพอสมควร แต่ยังขยับได้เรื่อยๆ ในเรื่องของการจราจรบนเส้นลาดพร้าวเดิมเป็นที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องรถติดนะคะ แต่ปัจจุบัน (ก่อนทำรถไฟฟ้าสายสีเหลือง) ก็มีการแก้ปัญหาการจราจรให้ดีขึ้นอยู่พอสมควรนะ เพราะเราใช้ถนนเส้นนี้ประจำรู้สึกว่าช่วงนี้ลาดพร้าวไม่ติดเท่าแต่ช่วงปีที่ผ่านมา

เลยจากห้าง Imperial World ลาดพร้าว ก็เจอจุดตัดกับทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ค่ะ ซึ่งทางด่วนนี้ถือว่าอยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนะคะ โดยคิดระยะห่างจากโครงการถึงจุดขึ้นทางด่วนจริงๆ จะอยู่ที่ประมาณ 7 กม. ถ้ารถไม่ติดมากก็ใช้เวลาไม่นานค่ะ ส่วนเส้นทางขับรถเราจะขับตรงกันต่อมุ่งหน้าไปทางโชคชัย 4 ตามป้ายเขียว

สำหรับเส้นทางบนถนนลาดพร้าวนี้จะมีซอยลัดไปออกถนนได้หลากหลายเส้นมากๆ อย่างซอยลาดพร้าว 64 ที่เราผ่านก็เป็นอีกซอยที่สามารถลัดไปออกถนนรัชดาภิเษกได้เช่นกันค่ะ ใครที่ทำงานหรือวิ่งเส้นรัชดาภิเษกเป็นประจำก็มาเข้า-ออกเส้นทางนี้ได้

ตรงมาอีกหน่อยผ่านแยกโชคชัย 4 เป็นแยกที่ตัดกับถนนโชคชัย 4 และด้านในก็จะแยกออกมาเป็นถนนลาดพร้าววังหิน จัดเป็นย่านในซอยใหญ่ที่มีร้านอาหารและคาเฟ่เยอะมากๆ อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารการกินตั้งแต่เช้า-ดึก สามารถไปฝากท้องกันได้ประจำ นอกจากไม่ไกลจากโครงการมากแล้ว ยังมีร้านให้เลือกหลากหลายในราคาสบายกระเป๋า

จากนั้นตรงมาอีกหน่อยข้ามคลองลาดพร้าวลงมาก็จะเจอกับโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ฝั่งซ้ายมือ เป็นโรงเรียนใหญ่ที่เปิดสอนตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายเลยค่ะ

จากนั้นตรงมาอีกหน่อยจะเจออีกซอยที่สามารถไปลัดเข้า-ออกถนนรัชดาภิเษกได้คือ ซอยลาดพร้าว 48

ถัดมาอีก 2 ซอย บริเวณแยกภาวนาก็จะเจอซอยลาดพร้าว 44 ซึ่งเป็นทางเข้าโครงการแล้วค่ะ สำหรับบริเวณหน้าซอยลาดพร้าว 44 เนื่องจากเป็นอีกแยกนึงที่ตัดกับซอยลาดพร้าว 37 ด้วย เลยจะมีไฟจราจรในส่วนนี้ด้วย ซึ่งก็ต้องมีรอไฟจราจรเล็กน้อยก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยลาดพร้าว 44 ได้

สำหรับใครที่มาจากทางฝั่งห้าแยกลาดพร้าวก็ไม่ต้องไปกลับรถไกลเพราะสามารถเลี้ยวเข้าซอยลาดพร้าว 44 ได้เลย แค่รอจังหวะสัญญาณไฟก่อน

จุดสังเกตอีกจุดของแยกภาวนา และซอยลาดพร้าว 44 คือธนาคารกรุงเทพ สาขาลาดพร้าว 44 นี่แหละค่ะ

ภายในซอย ถ่ายจากมุมสูง บริเวณต้นซอยจะมีโครงการคอนโดมิเนียมเก่าอย่าง The Next Condominium ที่ปิดโครงการไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ซอยนี้ถึงจะเป็นซอยตัน ไปลัดออกที่ไหนไม่ได้ก็ไม่เปลี่ยวมากนัก เพราะมีคนอาศัยอยู่ในซอยค่อนข้างเยอะ

ลักษณะถนนเป็นถนนเลนเดียว แต่เป็น two way อาจจะต้องอาศัยจังหวะและคอยให้ทางกันและกัน ในส่วนบรรยากาศช่วงต้นซอยนี้คึกคักพอสมควร เพราะมีทั้งธนาคาร ร้านขายมอเตอร์ไซค์ และคอนโดมิเนียม

หน้าปากซอยพอมีร้านรถเข็นริมทางมาขายอาหารอยู่ประมาณ 2-3 เจ้า

ตรงมาอีกหน่อย ด้านข้างคอนโด The Next Condominium ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยเกือบทั้งหมด ทำให้บรรยากาศภายในซอยลึกเข้าไปหน่อยจะค่อนข้างเงียบสงบตามประสาชุมชนแนวราบ เป็นทำเลซอยที่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายมากนัก ไม่เน้นลัดออกถนนใหญ่อื่น แค่เข้า-ออกบนถนนลาดพร้าวก็เพียงพอ

เมื่อเราเดินจากหน้าปากซอยเข้ามาประมาณ 50 ม. ก็จะเจอกับ Sale Office โครงการแล้วค่ะ แต่ไม่ใช่ที่ตั้งโครงการนะ

หน้าตา Sale Office โครงการเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ และพึ่งเปิด Pre-Sale ไปเมื่อ 19-20 ส.ค. ที่ผ่านมา

เดี๋ยวเราจะตรงไปดูที่ตั้งโครงการกันนะคะ ลึกเข้าไปอีกหน่อยส่วนใหญ่จะเป็นบ้านและทาวน์โฮม บรรยากาศเงียบสงบดีค่ะ

ตรงเข้ามาเกือบสุดซอย เมื่อเจอลาดพร้าว 44 แยก 6 ให้เลี้ยวขวา

เลี้ยวเข้ามาแล้วจะเห็นที่ตั้งโครงการซึ่งอยู่ถัดจากบ้านเดี่ยวไปเพียงแปลงเดียวค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูบริเวณโดยรอบโครงการในแผนที่กันค่ะ ตัวโครงการจะอยู่ติดถนนซอยลาดพร้าว 44 แยก 6 ถัดจากบ้านพักอาศัยไป 1 แปลง โดยรอบโครงการอยู่ติดกับบ้านพักอาศัยและแปลงที่ดินเปล่า ซึ่งพูดถึงในแง่ของการโดนบล็อกวิวหรือต้องประจันกับอาคารข้างเคียงจนไม่มีความเป็นส่วนตัวนั้นก็ไม่มีปัญหา และใครอยากได้ห้องวิวสูงหน่อย โปร่งโล่งไม่ติดกับอาคารข้างเคียงก็เลือกห้องสูงกว่าชั้น 2 ก็ได้วิวแล้วค่ะ จะมีเยื้องๆ โครงการฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่อาจจะไม่ได้วิวแบบระยะไกลมากเพราะมีแมนชั่นสูง 8 ชั้นอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ถึงกับอยู่ติดกันจนขาดความเป็นส่วนตัว

  • ทิศเหนือ : บ้านพักอาศัย 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก : บ้านพักอาศัย 2 ชั้น
  • ทิศใต้ : บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และถนนในซอย
  • ทิศตะวันตก : บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และโกดังสูงไม่เกิน 2 ชั้น

บรรยากาศโดยรอบของแยกนี้จะเป็นบ้านพักอาศัยเป็นส่วนใหญ่

ถัดไปหน่อยมีแมนชั่นสูงประมาณ 8 ชั้น

ปัจจุบันที่ตั้งโครงการได้ติดป้ายชื่อโครงการไว้เรียบร้อย

ภายในแปลงที่ดินมีการถมที่แล้วบางส่วนนะคะ

ฝั่งทิศตะวันตกของแปลงจะติดกับบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น ดังนั้นเรื่องของวิวและระยะประชิดนั้นหากซื้อห้องสูงเกินชั้น 2 ก็หายห่วงแล้วค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งหรือทิศตะวันออกก็ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้นเช่นกัน

เดี๋ยวเรากลับมาดูภายใน Sale Office กันต่อนะคะ หลักจากที่ตกแต่งเรียบร้อยพร้อมเปิดขายโครงการแล้ว บรรยากาศภายในเน้นตกแต่งแบบเรียบง่าย ใช้วัสดุเสมือนธรรมชาติทั้งไม้และต้นไม้แบบ Verticle Garden ตาม Concept ของโครงการที่จะเน้นบรรยากาศโครงการร่มรื่น มีการจัดสวนต่างๆ เสมือนเป็นสวนในบ้าน

ลักษณะของการจัดพื้นที่เป็นแบบเล่นระดับ (Spilt Level) ดูน่าสนใจ เหมือนจำลอง Space ของห้อง Loft ที่ทางโครงการมีขายด้วยนะคะ

ด้านบนจัดให้เป็นพื้นที่นั่งทั้งแบบชุดเก้าอี้ และโซฟา บรรยากาศค่อนข้างผ่อนคลาย และในชั้นนี้ก็จะมีห้องตัวอย่าง ห้อง 1 Bedroom Type 1B-A จัดแสดงให้ลูกค้าได้ดู ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องก็จัดไว้ให้เหมือนกับห้องมาตรฐานที่ซื้อเลยค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สวนลุมไนท์ บาซ่าร์รัชดาฯ ~ 1.3 กม.
  • Lotus ลาดพร้าว ~ 1.4 กม.
  • Big C Extra ~ 2.6 กม.
  • Union Mall ~ 3 กม.
  • บุญถาวร รัชดา ~ 3.2 กม.
  • Plaza Lagoon ~ 3.6 กม.
  • Central Plaza ลาดพร้าว ~ 3.8 กม.
  • Imperial World ลาดพร้าว ~ 4.5 กม.
  • สำนักงานศาลยุติธรรม ~ 1.9 กม.
  • เมืองไทยประกันชีวิต ~ 3.3 กม.
  • การบินไทย ~ 4 กม.
  • กองปราบฯ ~ 4.5 กม.
  • รพ.เปาโล เมโมเรียล โชคชัย 4 ~ 3 กม.
  • ตลาดสดภาวนา ~ 350 ม.
  • ตลาดสดทรัพย์จันทร์ผัน (ตลาดสะพาน 2) ~ 1.7 กม.
  • ตลาดโชคชัย 4 ~ 2.3 กม.
  • ตลาดเมืองไทยภัทร ~ 3 กม.
  • รร.บีคอนเฮาส์ แย้มสอาดลาดพร้าว ~ 2.8 กม.
  • มรภ.จันทรเกษม ~ 2.8 กม.
  • ม.เซนต์จอห์น ~ 3 กม.
  • รร.เซนต์จอห์น ~ 2.9 กม.
  • รร.หอวัง ~ 4.2 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Living Nest ลาดพร้าว 44 คอนโด Low Rise 7 ชั้น เพียง 77 ยูนิต บนเนื้อที่ดินทั้งหมด 0-3-5 ไร่ ตัวโครงการออกแบบมาในสไตล์ Modern เน้นความเรียบง่าย ทันสมัยด้วยโทนสีน้ำตาล-ขาว พร้อมกับเน้นวัสดุเป็นกระจกทรงสูง เพื่อให้ตัวตึกดูโปร่งโล่ง สวยงามมากขึ้น

ตัวโครงการมีการออกแบบมาได้น่าสนใจและแปลกใหม่ดี สำหรับโครงการขนาดเล็กเพียง 77 ยูนิต นับว่าเห็นกันไม่ค่อยเยอะที่จะออกแบบชั้นพักอาศัยเพียง 7 ชั้น แทนที่จะซอยชั้นให้ได้มากที่สุด 8 ชั้น ตามมาตรฐาน Low Rise ทั่วไป เพราะได้ออกแบบให้ชั้น 7 นั้นเป็นชั้น Loft หรือห้องฝ้าเพดานสูง 4.55 ม. ซึ่งจัดเป็นห้องพิเศษที่ไม่มีโครงการ Low Rise ในละแวกนี้มี ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบห้องฝ้าเพดานสูง และจัดเป็นจุดเด่นของจุดของโครงการ ส่วนห้องในชั้น 2-6 นั้นก็ไม่ได้น้อยหน้า เพราะโครงการนี้ตั้งใจที่จะให้ความสำคัญในเรื่องของฝ้าเพดาน ต้องการให้ภายในห้องดูโปร่งโล่ง จึงจัดห้องฝ้าเพดานสูงกว่ามาตรฐานมาให้ โดยมีความสูงอยู่ที่ 2.6 ม.

นอกจากนี้ในส่วนด้านหน้าอาคารก็มีการออกแบบ Facade (หน้าตาอาคาร) ให้ดูไม่จำเจ โดยการทำกันสาดแบบมีลูกเล่นไปมาพร้อมทั้งสลับแปลนแต่ชั้น เฉพาะบริเวณด้านหน้าให้แตกต่างกันในทุกชั้น เพื่อให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้นบนรูปด้านของอาคารอีกด้วยค่ะ

สำหรับฝั่งทิศตะวันตกของอาคาร จะจัดให้ตัวอาคารเป็นรูปตัว L โอบล้อม Facilities เอาไว้ จึงทำให้ห้องฝั่งนี้สามารถเลือกได้ทั้งห้องชั้นล่างและชั้นบนเลย ชั้นล่างก็จะวิวเป็น Facilities เต็มๆ ส่วนชั้นบนก็เป็นวิวมุมสูงไปแทน ซึ่งใครที่เลือกฝั่งนี้จุดเด่นคือเรื่องวิวไปแล้ว จุดด้อยก็จะเป็นเรื่องของแดดที่จะโดนแดดยามบ่ายมากกว่าห้องในทิศอื่นๆ นะคะ

มาพูดถึง Facilities กันบ้าง ที่นี่เค้าตั้งใจและให้ความสำคัญของ Facilities พอสมควร จะเห็นได้ว่าขนาดโครงการเล็ก 77 ยูนิต ก็ได้ Facilities ขนาดไม่เล็กตามไปด้วยนะคะ ถือว่าให้มาพอสมควรเหมือนกันเมื่อเทียบกับขนาดโครงการ เนื้อที่ดิน และจำนวนยูนิต จัดว่าเพียงพอต่อการใช้งาน โดย Facilities นี้วางอยู่ On Ground เป็นหลัก ประกอบด้วย Spa Jet Pool, Lobby ส่วนชั้น 2 ที่สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้ก็จะเป็นส่วน Terrace นั่งเล่นพักผ่อน และฟิตเนสภายในอาคาร พูดถึงการจัดวางแปลนกับมุมมองการใช้งานในส่วน Facilities เพิ่มเติมอีกหน่อย เมื่อต้องการจัดแปลนให้ห้องพักได้วิวจากสระว่ายน้ำแล้ว ก็ย่อมแลกมากับความไม่เป็นส่วนตัวในการใช้งาน Facilities เหมือนกันนะคะ

ส่วนชั้นบนสุด ที่เป็นหลังคาอาคารนั้นทางโครงการก็ใส่ใจในการเลือกวัสดุที่ลดความร้อนให้กับห้องในชั้นบน ด้วยการใช้วัสดุ Foam Cellocrete ใต้ล่าง Metal Sheet ซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนและดูดซับเสียงจากหลังคา Metal Sheet ได้ระดับนึงอีกด้วยค่ะ

ในฝั่งทิศเหนือที่อยู่ติดกับบ้านพักอาศัย ถูกออกแบบให้เป็นช่องปิดทั้งหมด โดยห้องพักอาศัยที่อยู่ห้องมุมนี้ทั้งหมดจะได้วิวที่หันไปทางทิศตะวันออก-ตะวันตกเพียงด้านใดด้านนึงนะคะ ตรงกลางที่เห็นเป็นหน้าต่างนั้นเป็นส่วนโถงทางเดินในแต่ละชั้น

ฝั่งทิศตะวันออกกันบ้างในด้านนี้รูปด้านอาคารจะเป็นหน้าตรงเลยทั้งหมด สำหรับวิวฝั่งนี้จะหันไปทางบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ใครเลือกชั้นบนตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไปก็ได้วิวในระยะไกลแล้วค่ะ

Detail ภายในอาคารที่ทำให้ภายนอกอาคารดูน่าสนใจมากขึ้น คือส่วน Double Living Space ซึ่งปกติถ้าเป็นคอนโดทั่วไปเราจะเห็นเป็นราวระเบียงอย่างเดียวใช่ไหมคะ แต่ที่นี่เค้ามีการเพิ่มหน้าต่างบริเวณราวระเบียงเพิ่ม เพื่อให้ภายในสามารถใช้งานส่วนระเบียงได้ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor จึงส่งผลให้รูปด้านของอาคารมีกระจกหรือช่องเปิดมากขึ้น ทำให้รู้สึกถึงความโปร่งโล่งได้ดี

สำหรับแปลนอาคารจัดมาเรียบง่ายค่ะ ในชั้น 1 จะประกอบไปด้วยที่จอดรถและ Facilities ซึ่งถึงแม้ว่าทั้ง 2 ฟังก์ชันนี้จะอยู่ติดกัน แต่ทางโครงการก็มีการออกแบบให้มีกำแพงทึบปิดระหว่างที่จอดรถ และ Facilities ชัดเจน เพื่อบังสายไม่ให้ส่วนที่จอดรถมองเข้าไปเห็น Facilities ภายในได้ เพิ่มความเป็นส่วนตัว และบรรยากาศส่วน Facilities ให้น่าใช้งานมากขึ้น ว่ากันต่อที่ส่วนที่จอดรถที่นี่จะให้ที่จอดรถมาทั้งหมด 45.5% ถือว่าให้มาพอสมควร ไม่น้อยไปเมื่อเทียบกับราคาและขนาดโครงการ รวมไปถึงเมื่อหักลบกับทำเลโครงการที่ในอนาคตจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสะดวกมากแล้ว ก็ถือว่าเพียงพอในการใช้งานค่ะ

จากที่จอดรถเข้ามาภายในอาคารจะเป็นส่วน Lobby ก่อนซึ่งตัว Lobby เองนอกจากทำหน้าที่ต้อนรับลูกบ้าน แขก และเป็นพื้นที่นั่งเล่นแล้วก็ยังเป็นโถงแจกไปยังส่วนต่างๆ ของอาคาร ทั้งส่วนโถงลิฟต์ และพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ด้านนอก (Terrace) ที่เชื่อมกับส่วนสระว่ายน้ำอีกด้วยค่ะ

มาที่ชั้น 2 เป็นชั้นเริ่มต้นห้องพักอาศัยแล้ว และบวกกับพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Terrace และ Fitness ที่มาตั้งบริเวณนี้ก็เพื่อให้ส่วน Terrace และ Fitness ได้วิวจากส่วนสระว่ายน้ำด้านล่างได้ดี มาที่บริเวณห้องพักอาศัยในชั้นนี้น่าจะมีเพิ่ม Double Access ตรงโถงลิฟต์หน่อย เพื่อให้ลูกบ้านในชั้นนี้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะชั้นนี้เป็นชั้นที่มีลูกบ้านในชั้นอื่นๆ ลงมาใช้งานส่วนกลางได้อยู่แล้ว การทำ Double Access จะช่วยกันให้เฉพาะลูกบ้านในชั้นนี้เท่านั้นที่สามารถเข้าส่วนที่พักอาศัยได้

วิเคราะห์ในเรื่องของการจัดวางแปลนอาคารทำออกมาได้เรียบง่ายแต่ลงตัวดีนะคะ ด้วยลักษณะอาคารเป็นรูปตัว L จึงทำให้บริเวณโถงมีช่องเปิดพอสมควร ช่วยให้แสงสว่างจากภายนอกเข้ามาได้ดี ใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหน่อยและอยู่ใกล้ลิฟต์ก็เลือกห้องบริเวณหน้าโครงการ หรือทิศใต้ได้ ส่วนใครที่ต้องการห้องวิวสระว่ายน้ำ และความเป็นส่วนตัว ไม่ติดกับห้องข้างเคียงก็เลือกห้องมุมฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือได้เลยค่ะ

ในชั้น 3-6 ส่วนใหญ่แล้วมีการจัดวางแปลนที่ใกล้เคียงกัน โดยมีจำนวนยูนิตต่อชั้นอยู่ที่ 13 ยูนิต แต่ที่แตกต่างกันคือห้องด้านหน้าโครงการ (ทิศใต้)ที่มีการสลับตำแหน่งห้องไปมา เพื่อให้เกิดมิติของรูปด้านอาคารภายนอกที่น่าสนใจมากขึ้นเท่านั้นค่ะ ในส่วนของความหนาแน่นโครงการนี้จัดว่ามีความหนาแน่นต่ำ มีอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 77:1 ถือว่าไมามาก มีลิฟต์เพียงตัวเดียวก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ก็จะมีข้อเสียเล็กน้อยคือเมื่อลิฟต์ตัวนี้เสียก็ไม่มีลิฟต์ตัวอื่นสำรองใช้ เวลาต้องซ่อมลิฟต์ ต้องพึ่งพาบันไดหนีไฟอย่างเดียว ซึ่งก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรมาก เพราะจำนวนชั้นโครงการไม่ได้มากค่ะ

ในชั้น 7 เป็นชั้นพิเศษ เพราะทั้งชั้นนี้จะเป็นชั้นของห้อง 1 Bedroom Loft เกือบทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 2 Type ด้วยกัน จะมีเพียงห้องที่อยู่ติดบันไดหนีไฟห้องเดียวเท่านั้นที่เป็นห้องฝ้าเพดานปกติ เพราะด้านบนจัดให้เป็นส่วน Water Tank แล้ว

มาดู Perspective บริเวณสระว่ายน้ำกันบ้างนะคะ ที่นี่เค้าค่อนข้างให้ความสำคัญของสระว่ายน้ำทีเดียวค่ะ โดยสระที่นี่จะออกแบบให้เป็น Infinity Edge Pool รวมไปถึงมีการจัดโซน Spa ใช้แรงดันน้ำบำบัดร่างกาย ให้ผ่อนคลาย และมีโซน Jet Pool ที่ติดตั้งเครื่องดันน้ำให้เวลาว่ายน้ำแล้วเหมือนไม่ถึงขอบสระสักที เหมาะสำหรับการออกกำลังกายในสระที่มีขนาดที่จำกัด ส่วนขนาดของสระอยู่ที่ 5.5 x 14.5 ม. ระบบเกลือ

บรรยากาศโดยรอบสระจะจัดสวนด้วยต้นไม้ใหญ่และต้นไม้พุ่มที่มีการเลือกพันธุ์ไม้ที่เป็นแนว Tropical ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในสวนของบ้าน

ภาพบรรยากาศส่วน Lobby ชั้น 1 ตกแต่งแนว Tropical ด้วยวัสดุสีไม้ ดูอบอุ่นและผ่อนคลาย ภายในจัดวางด้วยชุดโซฟา 2-3 ชุดไว้รองรับลูกบ้านให้มานั่งเล่นพักผ่อนชมวิวสระได้ หรือจะรองรับแขกลูกบ้านก็ได้เช่นกัน ในส่วนของผนังที่เชื่อมกับสระว่ายน้ำออกแบบให้เป็นหน้าต่างบานใหญ่ นอกจากได้วิวและแสงสว่างจากภายนอกแล้ว ยังสามารถเปิดรับลมบริเวณ Lobby ได้ดีด้วยนะคะ เป็นแบบ Semi-Outdoor ได้เลย วันไหนอากาศดีๆ ก็ไม่ต้องเปิดแอร์ส่วนกลางได้ ประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนกลางไปในตัว

ในชั้น 2 มีห้อง Fitness พร้อมเครื่องออกกำลังกายครบครัน เพื่ออำนวยความสะดวกกับลูกบ้าน ภายในห้องดูโปร่งโล่งดีทีเดียวค่ะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 5.5 x 14.15 เมตร ลึก 1.2 เมตร + ระบบ Spa Jet
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 4-5 เครื่อง
  • Tropical Garden
  • Business Lounge
  • ลิฟท์โดยสาร 1 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์ 77 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 30 คัน คิดเป็น 39% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 45.5%
  • ระบบ CCTV/Access Card

 


Product Walkthrough

สำหรับโครงการ Living Nest ลาดพร้าว 44 ออกแบบให้เป็นห้อง 1 Bedroom ทั้งโครงการ โดยจะมีพิเศษกว่าโครงการใกล้เคียงคือมีห้อง Loft อยู่บนชั้น 7 ที่เป็นชั้นสูงสุดของโครงการด้วย โดยความสูงฝ้าเพดานของห้อง Loft อยู่ที่ 4.55 ม. ส่วนห้อง 1 Bedroom มาตรฐานก็ให้ฝ้าเพดานสูงกว่ามาตรฐานเช่นเดียวกัน ซึ่งมีความสูงอยู่ที่ 2.6 ม. ค่ะ ดังนั้นโครงการนี้เลยสามารถจัดจำนวนชั้นได้เพียง 7 ชั้นเท่านั้น แลกพื้นที่ขายชั้น 8 ให้กับการเพิ่มปริมาตร (ความสูงฝ้าเพดาน) ในแต่ละชั้นให้มากขึ้น เพื่อให้ตัวห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้น

รูปแบบการขายที่นี่จะเป็นแบบ Fully Furnished คือให้เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด พร้อมแพ็คกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย มาตรฐานของเฟอร์นิเจอร์นี้เป็นแบบ Custom Made เทียบเท่ากับ Modernform จัดว่าได้มาตรฐานดีค่ะ

สำหรับห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูคือ ห้อง 1 Bedroom Type 1B-A ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28.48 ตร.ม. จัดเป็นห้องที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในโครงการ ลักษณะห้องเป็นห้องขนาดสี่เหลี่ยมพื้นผ้า แบ่งโซน Common Area และโซน Private หรือห้องนอนไว้ชัดเจนเป็นสัดส่วน จุดเด่นของห้องนี้คือขนาดห้องนอนขนาดใหญ่ พร้อมมีพื้นที่ติดริมหน้าต่างเล็กน้อยสามารถจัดฟังก์ชันเล็กๆ ได้ และระเบียงที่เป็นแบบ Double Living Space หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือมีหน้าต่างอีกบานที่ติดกับราวระเบียงภายนอก ทำให้สามารถใช้พื้นที่ระเบียงภายนอกได้ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor เดี๋ยวเราพาไปดูห้องตัวอย่างและอธิบายไปทีละ Detail ของห้องกันนะคะ

เริ่มจากทางเข้าห้องที่นี่ก็ให้ Digital Door Lock เป็นมาตรฐานในทุกห้อง ซึ่งใช้ของ Haffele ดูสวยงามและแข็งแรงดีค่ะ ซึ่ง Digital Door Lock รุ่นนี้จะรองรับการเปิด-ปิดประตูทั้ง 3 แบบคือ รหัส (Password), Keycard และกุญแจ

พื้นห้องจะใช้พื้นเป็น Smart Vinyl ลายไม้ ข้อดีของวัสดุนี้คือเรื่องของความยืดหยุ่นสูง และทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีเมื่อเทียบกับลามิเนต และสำหรับพื้นที่นี่จะให้ผิวสัมผัสเสมือนไม้จริงด้วย ส่วนเรื่องความสวยงามนั้นแล้วแต่คนชอบนะคะ

เข้ามาภายในห้องจะเป็นส่วน Common Area ก่อนซึ่งประกอบไปด้วยส่วนครัว พื้นที่รับประทานอาหาร ไปจนถึงพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดระเบียงภายนอก ส่วนฝั่งซ้ายมือติดกับพื้นที่รับประทานอาหารนั้นจะเป็นส่วนห้องน้ำค่ะ ทำให้ง่ายต่อการใช้งานในส่วนของแขกที่มาเยี่ยมห้อง แม้เราจะไม่สะดวกนักหากจะใช้งานห้องน้ำ จากห้องนอนเลย แต่หากคิดในแง่ความเป็นส่วนตัว เวลามีแขกมาเยี่ยมห้องก็จะได้ไม่ต้องให้แขกเข้าถึงภายในห้องนอนของเราด้วย

มาที่พื้นที่แรกของห้องถูกจัดเป็นส่วนครัว ซึ่งลักษณะครัวห้องนี้จะเป็นแบบครัวเปิด คือไม่ได้กั้นเป็นห้องมีประตูเปิด-ปิดเป็นสัดส่วน อาจจะไม่เหมาะกับการทำอาหารหนักมากนักเนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดโล่ง กลิ่นควัน กลิ่นอาหารก็ลอยฟุ้งไปทั่วห้องได้ จึงเหมาะกับการทำอาหารง่ายๆ เช่น แบบต้ม หรืออุ่นมากกว่านะคะ การที่ออกแบบมาให้เป็นครัวเปิดนั้นนอกจากขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเองที่จำกัดแล้ว ก็เพื่อให้ตัวห้องเองดูโปร่งโล่งมากขึ้นไม่อึดอัด ลองคิดว่าขนาดพื้นที่ใช้สอยเท่านี้และถูกกั้นเป็นห้องครัวเลย จะเหลือพื้นที่ทางเดินไม่มากและด้านหน้าห้องที่ติดกับโถงทางเดินก็จะดูอึดอัดด้วย

โดยบริเวณพื้นที่ครัวประกอบด้วยพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น ซึ่งสามารถรองรับตู้เย็นขนาดเล็ก-กลาง สูงสุดอยู่ที่ 10.7 คิวบิกฟุต (ตามขนาดของตู้เย็นในห้องตัวอย่าง) ถัดมาเป็นส่วน Pantry ครัว ซึ่งจะได้ตามห้องตัวอย่างเลยค่ะ เดี๋ยวไปดู Detail Pantry กัน

ชุดตู้ Built-in ด้านบนให้มาเป็นมาตรฐาน โดยภายในมีช่องสำหรับเก็บของพอสมควร พร้อมบานเปิดแบบ Soft Close ทั้งหมด ด้านล่างซ้ายออกแบบไว้ให้เป็นช่องสำหรับวางไมโครเวฟ ซึ่งการทำช่องว่างไว้ติดกับตู้ Built-in ในชั้นบนนี้จะทำให้ใช้งานไมโครเวฟได้สะดวกกว่าการทำช่องวางไมโครเวฟบริเวณ Pantry ด้านล่าง เหมือนอย่างที่เราเห็นกันในหลายโครงการ

มาที่ส่วน Pantry ให้ Top เป็นหินแกรนิตดำด้วย นอกเหนือจากความสวยงามแล้วคือ ความคงทนในการใช้งาน ไม่บวมง่ายเหมือน Particle เคลือบเมลามีน และยังง่ายต่อการทำความสะอาดอีกด้วย ส่วนด้านล่างฝั่งซ้ายเป็นช่องเก็บของล่าง sink ตรงกลางแบ่งเป็นลิ้นชัก 3 ช่อง ด้านบนไว้เก็บช้อน ส้อมต่างๆ ส่วนชั้นล่างและกลางสำหรับเก็บถ้วยชามต่างๆ ได้ค่ะ และฝั่งขวาสุดจะได้เป็นช่องว่างสำหรับวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า ซึ่งสามารถรองรับขนาดเครื่องซักผ้าได้ถึงขนาด 8 kg. เลย

Sink ล้างจานได้เป็นหลุมเดี่ยวจาก Haffele

ส่วน Hob&Hood เตาเซรามิก 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันแบบหมุนเวียน ทั้งหมดจาก Haffele อีกเช่นกันค่ะ

บริเวณพื้นที่ทางเดินระหว่าง Pantry และโต๊ะรับประทานอาหารมีความกว้างประมาณ 1.2 ม. ถือว่าเป็นความกว้างทางเดินที่ยังเดินได้ง่าย แต่อาจจะมีแคบไปหน่อยหากมีคนนึงทำอาหารอยู่และอีกคนต้องเดินไปมาผ่านบริเวณนี้

ฝั่งตรงข้ามกับ Pantry เป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง และเก้าอี้ 2 ตัว เมื่อพอวางเก้าอี้ไปแล้ว ดูจากรูปที่ 2 จะเห็นว่าระยะของเก้าอี้ก็จะไปกินส่วนทางเข้าห้องน้ำและทางเข้าห้องนอนเหมือนกันนะ

มาที่ทางเข้าห้องน้ำกันนะคะ โดยพื้นห้องน้ำมีการลดระดับลงไปเล็กน้อย พร้อมปูกระเบื้องเซรามิกทั้งหมด

ภายในห้องน้ำแบ่งโซนเปียกและแห้งชัดเจน โดยการกั้นด้วยฉากกั้นกระจก ซึ่งจะได้เป็นมาตรฐานในทุกห้องเลยค่ะ ส่วนการตกแต่งและยี่ห้อสุขภัณฑ์ทั้งหมดที่เราเห็นในห้องตัวอย่างนั้นจะเหมือนกับห้องมาตรฐานเลย ยกเว้นของตกแต่งทั้งหมดนะ

บริเวณส่วนแห้งประกอบไปด้วยอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ ทั้งหมดจาก Mogen

อ่างล้างมือไซส์กำลังดี ไม่เล็กเกินไปบริเวณด้านข้างก็อกมีพื้นที่สามารถวางครีมล้างมือต่างๆ ได้ และด้านล่างก็ Built-in ชั้นวางของไว้สำหรับเก็บของเล็กๆ น้อยๆ

โถสุขภัณฑ์จาก Mogen พร้อมอุปกรณ์ห้องน้ำทั้งสายฉีดชำระ และที่แขวนกระดาษทิชชู่

มาที่ส่วนพื้นที่อาบน้ำ มีการยกธรณีขึ้นสูงเล็กน้อยเพื่อกันน้ำไหลย้อน ภายในพื้นที่อาบน้ำมีขนาดพอสมควรอยู่ที่ประมาณ 1.1 x 0.9 ม. จัดเป็นขนาดที่กำลังดีไม่เล็กเกินไป

บริเวณด้านข้างฝักบัวออกแบบให้มีช่องสำหรับวางแชมพู สบู่ต่างๆ ได้ ส่วนฝักบัวได้เป็นฝักบัวสายอ่อนขนาดมาตรฐาน มีพื้นที่ด้านบนติดตั้งเดินท่อให้เรียบร้อย ลูกบ้านสามารถซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดตั้งได้เลย

มาที่ส่วนพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดกับบริเวณระเบียงด้านนอกกันต่อนะคะ บรรยากาศบริเวณนี้จะดูโปร่งโล่งดีทีเดียวแม้มีพื้นที่ใช้สอยไม่มาก เนื่องจากฝ้าเพดานที่สูง ผนวกกับได้ช่องแสง (ประตู) ทรงสูงจึงทำให้แสงธรรมชาติภายนอกเข้ามาภายในห้องได้ดี ในส่วนของระยะความกว้างระหว่างโซฟากับทีวีจะอยู่ที่ประมาณ 1.8 ม. เหมาะกับวางทีวีขนาด 40″-42″ ได้เลยค่ะ

ชุดโซฟาที่ได้เป็นโซฟาขนาด Love Seat บุผ้าสีเทา พร้อมกับโต๊ะกลางตามห้องตัวอย่างเลย โต๊ะกลางนี้เป็นขนาดกำลังดีเลยสามารถใช้เป็นโต๊ะทำงานเล็กๆ วางโน้ตบุ๊คแล้วนั่งทำงานบนโซฟาได้

ฝั่งตรงข้ามโซฟา จะเป็นที่วางทีวี ซึ่งจะได้เฉพาะชั้นวางทีวีด้านล่างนะคะ ส่วนชั้นวางที่ Built-in ติดผนังนั้นจะส่วนตกแต่ง ซึ่งหากลูกบ้านต้องการจะตกแต่งทำเป็นชั้นวางของตามห้องตัวอย่างก็สามารถทำได้ค่ะ

ชั้นวางทีวีด้านล่างออกแบบให้เป็นลิ้นชักวางของต่างๆ ได้ทั้ง 2 ฝั่งและตรงกลางเป็นชั้นวางเล็กๆ ไว้สำหรับวางเครื่องเล่น DVD ได้ค่ะ

ถัดมาเป็นระเบียง ซึ่งบริเวณนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายของห้องโครงการนี้เลยนะคะ เพราะเค้าออกแบบให้เป็นระเบียงที่สามารถใช้งานได้ 2 แบบ ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor โดยส่วนที่ติดกับโซฟาจะเป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน เชื่อมกับส่วนระเบียง การออกแบบให้เป็นประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอนนั้นข้อดีคือทำให้สามารถเปิดพื้นที่ได้กว้างมากขึ้น จึงสามารถทำพื้นที่ระเบียงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นได้ดี เวลาจะจัดให้ระเบียงนี้เป็นพื้นที่แบบ Indoor ก็ง่ายมากแค่เปิดประตูบานเลื่อนภายใน และปิดหน้าต่างบานเลื่อนที่ติดกับำส่วนราวระเบียงเท่านั้นเองค่ะ เหมือนได้พื้นที่นั่งเล่นเพิ่มขนาดขึ้นมา

ส่วนพื้นที่ระเบียงนี้มีขนาดอยู่ประมาณ 1.8 x 1.2 ม. เป็นขนาดระเบียงที่ไม่เล็กมากนัก สามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือปลูกต้นไม้ขนาดกะทัดรัดได้ ซึ่งพื้นที่ส่วนที่ใช้วางเครื่องซักผ้านั้นจะอยู่บริเวณ Pantry ครัวแล้ว เลยไม่มากินพื้นที่ส่วนระเบียงนี้ นอกจากจะต้องการตากเสื้อผ้าหรือซักล้างต่างๆ นะคะ

ประตูบานเลื่อนด้านนอกที่ติดกับราวระเบียงทางโครงการจะติดตั้งหน้าต่างบานเลื่อนกระจกแบบ 3 ตอนให้เป็นมาตรฐาน

ฝั่งด้านข้างเป็นพื้นที่คอมเพรสเซอร์แอร์ ซึ่งทางโครงการก็ตั้งใจออกแบบดีทีเดียวโดยการทำเป็นประตูบานเปิดปิดพื้นที่คอมเพรสเซอร์แอร์ แยกให้ชัดเจนจากพื้นที่ระเบียง เพื่อให้บริเวณระเบียงจะใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นก็สบาย ไม่มีลมร้อนจากคอมเพรสเซอร์แอร์มากวนใจ และด้านล่างของพื้นที่แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์นั้นสามารถใช้เป็นพื้นที่เก็บของ หรือเก็บเครื่องมือทำความสะอาดต่างๆ ได้ด้วย

ถัดมาที่ห้องนอนกันบ้างนะคะ สำหรับห้องนอนนี้มีการกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนดี โดยกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 3 ตอน อยู่ด้านหลังชุดโซฟา ซึ่งใครที่ต้องการให้ภายในห้องนอนมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็ไม่ยากแค่ติดฟิล์มกระจกแบบฝ้า หรือจะติดม่านก็ทำได้เช่นกันค่ะ

เสียดายนิดหน่อยตรงที่รางบานเลื่อนน่าจะออกแบบให้ลงมาเสมอกับระดับพื้นเพื่อให้เดินได้ง่ายขึ้น ไม่สะดุดหรือเวลาเหยียบโดนแล้วเจ็บเท้านะคะ

ภายในห้องนอนจะได้เตียงขนาด 5 ฟุต (ไม่รวมฟูก) บรรยากาศห้องนอนโปร่งโล่งดี เพราะได้หน้าต่างกระจกขนาดใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ริมเตียง

อีกฝั่งเป็นส่วนโต๊ะทำงาน/โต๊ะเครื่องแป้งขนาดกะทัดรัด และตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in ที่สูงไปถึงฝ้าเพดานเลย สามารถใช้พื้นที่ภายในตู้เสื้อผ้าได้เต็มที่ และไม่มีด้านบนของตู้ที่สะสมฝุ่นได้

บริเวณโต๊ะทำงาน หรือใครจะจัดให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ ในส่วนนี้จะมีส่วนโต๊ะพร้อมลิ้นชักด้านล่าง กรุกระจกเงาให้ และด้านบน Built-in เป็นชั้นวางของต่างๆ พร้อมมีเก้าอี้ให้ 1 ตัว

ด้านล่างของโต๊ะเป็นลิ้นชัก 2 อันไว้สำหรับวางของต่างๆ ได้พอสมควร

ส่วนตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in นี้ออกแบบให้เป็นประตูบานเลื่อนเพื่อไม่ไปกินพื้นที่ส่วนทางเดินรอบเตียง ถือว่าออกแบบมาตอบโจทย์พื้นที่ใช้สอยที่จำกัดได้ดี ภายในตู้เสื้อผ้ามีทั้งราวแขวนเสื้อ ลิ้นชักและชั้นวางด้านบนให้เก็บของเรียบร้อย

ด้านข้างเตียงฝั่งที่ติดกับตู้เสื้อผ้าและปลายเตียงมีความกว้างกำลังดีให้เดินได้สะดวก

อีกฝั่งมีพื้นที่กว้างขึ้นมาเล็กน้อย จึงสามารถวางฟังก์ชันเล็กๆ ได้ เช่นอย่างห้องตัวอย่างนั้นจัดให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นชิบชากาแฟ อ่านหนังสือเพลินๆ

บรรยากาศมุมนี้ก็ดีทีเดียวค่ะ เพราะได้หน้าต่างและกระจกขนาดใหญ่ที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานเลย

และอีกห้องที่เป็นจุดเด่นของโครงการคือห้อง 1 Bedroom Loft บนชั้น 7 ของอาคาร สำหรับห้อง Loft จะมีทั้งหมด 2 Type ด้วยกันนะคะ โดย Type E จะเน้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ สามารถใช้งานระเบียงเป็นพื้นที่นั่งเล่นชมวิวได้ดี รวมทั้งได้พื้นที่ครัวเป็นสัดส่วน ในส่วนของ Type F จะเน้นไปที่พื้นที่ใช้สอยภายในห้องมากกว่า

สำหรับห้อง Loft หรือห้องฝ้าเพดานสูง จะแตกต่างจากห้อง Duplex คือเค้าจะไม่ได้คิดพื้นที่ในชั้นบนนะคะ แต่เคลมไว้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น ดังนั้นขนาดพื้นที่ใช้สอยห้องนี้ที่เขียนไว้ว่าประมาณ 28.xx ตร.ม. นั้นคือขนาดของพื้นที่ชั้นล่างเท่านั้น ในชั้นบนยังไม่ได้คิดพื้นที่ใช้สอยเลย ซึ่งในการใช้งานจริงๆ ลูกบ้านจะได้ใช้พื้นที่ทั้งหมด 28.xx + 12 ตร.ม. ในราคาที่จ่ายไป 28.xx ตร.ม. นะ

วิเคราะห์ตัวห้องนี้เป็นห้องทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส จึงจัดฟังก์ชันภายในได้ดี ชั้นล่างเป็นพื้นที่ Common Area จัดสรรให้เป็นฟังก์ชันต่างๆ ทั้งส่วน Pantry ครัว, พื้นที่นั่งเล่น, พื้นที่รับประทานอาหาร และห้องน้ำ ขึ้นมาที่ชั้น 2 จัดให้เป็นพื้นที่เตียงนอน เพราะเป็นโซนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ในชั้น 2 นี้มีพื้นที่โล่งตรงบริเวณด้านหน้าห้องที่ติดกับกระจกทรงสูงภายนอก เพิ่มความโปร่งโล่งให้กับตัวห้อง และได้วิวภายนอกได้ดี

สำหรับห้อง Loft นี้ทางโครงการจะไม่ได้จัดทำห้องตัวอย่างให้ เราเลยนำ Perspective จากโครงการมาให้ชมกันค่ะ รูปนี้มุมมองภาพมาจากบริเวณระเบียงหันเข้ามาด้านในห้องจะเห็นส่วน Common Area ชั้นล่างและห้องนอนชั้นบนของห้อง 1 Bedroom Loft Type E

รูปมุมมองสูงจากโซนเตียงนอนหันไปทางระเบียงกระจกสูง

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 15 August 2017

  • 1 Bedroom ชั้น 2 ห้อง 0211 เนื้อที่ 28.72 ตร.ม. ราคา 2,140,000 บาท หรือ 74,513 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 3 ห้อง 0213 เนื้อที่ 32.73 ตร.ม. ราคา 2,726,500 บาท หรือ 83,303 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Loft ชั้น 7 ห้อง 0701 เนื้อที่ 28.77 ตร.ม. ราคา 2,728,000 บาท หรือ 94,821 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดาน
    • ห้อง 1 Bedroom 2.6 เมตร
    • ห้อง 1 Bedroom Loft 4.55 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 10,000-20,000 บาท (ขึ้นอยู่กับ Type ห้อง)
  • ทำสัญญา 2%
  • ดาวน์ 10% ผ่อนดาวน์ 16 งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Living Nest ลาดพร้าว 44 เป็นคอนโด Low Rise ในย่านลาดพร้าว เกาะรัศมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองในอนาคต สถานีภาวนา ที่มีจุดเด่นในเรื่อง Product ห้อง ซึ่งมีห้อง 1 Bedroom Loft ฝ้าเพดานสูง 4.55 ม. มาด้วย เป็นโครงการ Low Rise ใหม่โครงการเดียวในย่านลาดพร้าวที่ทำห้องแบบนี้มาขายในราคาไม่ถึง 3 ล้าน และโครงการนี้ยังตอบโจทย์กลุ่มคนที่ชอบโครงการ Low Rise ยูนิตน้อย ทำเลมีความเป็นส่วนตัว แต่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอนาคตสะดวก ชอบห้องที่ตกแต่งแบบ Fully Furnished ได้ฝ้าเพดานสูงกว่ามาตรฐาน และที่น่าสนใจคือมีฟังก์ชันระเบียงแบบ Double Living Space สามารถใช้งานได้ทั้ง Indoor และ Outdoor ในราคาที่หยิบจับง่าย 2-3 ล้านบาท

ทำเล – โครงการตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 44 แยก 6 ซึ่งลึกเข้ามาประมาณ 190 ม. ลักษณะซอยเป็นซอยตัน ไม่พลุ่กพล่าน ภายในซอยส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยเกือบทั้งหมด จะมีเป็นร้านค้าและคอนโดบ้างบริเวณช่วงหน้าซอยเท่านั้น ทำให้บรรยากาศภายในซอยเงียบสงบพอสมควร ทำเลโครงการจัดว่าไม่ได้หวือหวามากนักหากเทียบกับคอนโดใหม่ทั้งหมดในย่านลาดพร้าว แต่เป็นทำเลที่ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการคอนโดขนาดเล็ก ราคาหยิบจับได้ ที่อยู่ติดถนนลาดพร้าวหรืออยู่ในซอยไม่ลึกมากพอเดินออกมาได้ง่าย เพื่อที่จะเดินทางด้วยรถสาธารณะหรือคาดหวังการใช้รถไฟฟ้าในอนาคตได้สะดวก ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มคน คนละแบบกับโครงการบนถนนโชคชัย 4, ลาดพร้าววังหิน ที่จะเน้นเรื่องความอุดมสมบูรณ์เป็นหลักมากกว่า

การเดินทางโดยใช้รถ – การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว มีความสะดวกพอสมควร แม้จะอยู่ในซอยตัน แต่ก็ไม่ลึกนักทำให้ยังเข้า-ออกไปยังถนนใหญ่ลาดพร้าวได้สะดวก ตัวโครงการอยู่ฝั่งเลขคู่ ที่มุ่งหน้าไปทางห้าแยกลาดพร้าว ดังนั้นใครที่ทำงานอยู่ช่วงลาดพร้าวตอนต้น หากเน้นขับรถไป-กลับ ก็จะเหมาะกับโครงการนี้มากกว่าคนที่เน้นการเดินทางออกเมืองไปยังย่านบางกะปิ สำหรับที่จอดรถโครงการให้มา 45.5% รวมซ้อนคัน ถือว่าให้มาเหมาะสม กับราคาและขนาดโครงการ รวมทั้งน่าจะเพียงพอกับการใช้งาน เพราะในย่านนี้มีตัวเลือกในการเดินทางค่อนข้างหลากหลายอยู่แล้ว

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – สำหรับใครที่พึ่งพิงระบบขนส่งสาธารณะถือว่าสะดวกสบายเพราะตัวโครงการเองอยู่ไม่ไกลจากหน้าปากซอยมากนัก ออกมาถนนใหญ่ก็เรียกรถต่างๆ ได้มากมาย ทั้งแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ รถตู้ รถเมล์ได้หมด และในอนาคตบนแยกภาวนา ซึ่งอยู่หน้าปากซอยลาดพร้าว 44 นี่เองที่จะมีสถานีภาวนา หนึ่งในสถานีของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมาตั้งอยู่ ในอนาคตการเดินทางโดยไม่ใช้รถก็จะสะดวกสบายและมีตัวเลือกในการเดินทางมากยิ่งขึ้นไปอีก

การออกแบบ – โครงการเป็นโครงการขนาดเล็กเพียง 77 ยูนิต มีความหนาแน่นต่ำ จำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดที่ 13 ยูนิต และอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 77 : 1 มีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะกับคนที่มองหาโครงการเล็กมีความเป็นส่วนตัวไม่วุ่นวาย และอยู่ในทำเลเงียบสงบ รูปแบบหน้าตาโครงการออกแบบมาในสไตล์ Modern เน้นโทนสีเรียบง่ายและกระจกเยอะดูโปร่งโล่ง

ในส่วนของ Product โครงการแม้จะมีเพียงห้อง 1 Bedroom แต่ก็หลาย Type ให้เลือก ที่พิเศษและแตกต่างจากโครงการเล็กในย่านนี้คือมีห้อง Loft มาขายด้วย และอีกการออกแบบนึงที่แตกต่างขึ้นมาคือบริเวณระเบียงที่ออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ทั้ง Indoor และ Outdoor ได้

วัสดุ – โครงการมีรูปแบบการขาย Fully Furnished โดยเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบ Custom Size ตามห้องโครงการโดยเฉพาะ ใช้มาตรฐานเดียวกับ Modernform (ทางโครงการเคลมไว้) ซึ่งโดยรวมถือว่าทำออกมาได้สวย และวัสดุค่อนข้างสมราคา พื้นห้องใช้ Smart Vinyl ส่วนระเบียงและห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิก สุขภัณฑ์ห้องน้ำใช้ Mogen

สาธารณูปโภค – เนื่องจากโครงการเป็นโครงการขนาดเล็ก ดังนั้น Facilities ที่ได้ก็จะมาตรฐานตามขนาดโครงการ มีครบครัน ขนาดกะทัดรัดตามเนื้อที่ ซึ่งให้มาเพียงพอกับการใช้งาน โดยมีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส Lobby จุดเด่นที่ทางโครงการค่อนข้างจะใส่ใจคือส่วนสระว่ายน้ำ ที่ออกแบบมาไม่ใช่เพียงสระว่ายน้ำทั่วไปที่เราเห็นกันบ่อยๆ แต่ทางโครงการได้เพิ่มฟังก์ชันกับสระว่ายน้ำด้วยระบบ Spa Jet มีแรงดันน้ำให้นวดผ่อนคลายได้ รวมไปถึงระบบสระว่ายน้ำแบบใช้แรงดันน้ำเพื่อให้เวลาว่ายน้ำแล้วไม่ถึงขอบสระ เหมาะกับการว่ายน้ำออกกำลังกายในพื้นที่สระที่มีจำกัด

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 80,000 บาท/ตร.ม., 15 August 2017

ไม่คิดรถไฟฟ้าในอนาคต

  • ทำเล 7/10 – อยู่ในซอยลึก 190 ม. บรรยากาศเงียบสงบ
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – สะดวก เน้นเดินทางเข้าเมือง ใช้เส้นลาดพร้าวเป็นหลัก
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – มีตัวเลือกให้ใช้บริการหลากหลาย
  • วัสดุ 8/10 – ให้มาดี สมราคา สวย
  • แบบ 8/10 – จัดมาได้ลงตัว มีจุดเด่นคือ Double Living Space ใช้งานได้หลายแบบ
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – น่าใช้งาน มีฟังก์ชันสระเพิ่ม ครบครัน ขนาดกะทัดรัด
  • 7.45 / 10.00

คิดรถไฟฟ้าในอนาคต

  • ทำเล 7/10 – อยู่ในซอยลึก 190 ม. บรรยากาศเงียบสงบ
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – สะดวก เน้นเดินทางเข้าเมือง ใช้เส้นลาดพร้าวเป็นหลัก
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – มีตัวเลือกให้ใช้บริการหลากหลาย
  • วัสดุ 8/10 – ให้มาดี สมราคา สวย
  • แบบ 8/10 – จัดมาได้ลงตัว มีจุดเด่นคือ Double Living Space ใช้งานได้หลายแบบ
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – น่าใช้งาน มีฟังก์ชันสระเพิ่ม ครบครัน ขนาดกะทัดรัด
  • 7.53 / 10.00
  • MAIN CLASS

BOTTOM LINE

โครงการ Living Nest ลาดพร้าว 44 เหมาะกับคนที่ชอบโครงการขนาดเล็ก อยู่ในย่านลาดพร้าว แต่ได้บรรยากาศเป็นส่วนตัวสูง คาดหวังการใช้รถไฟฟ้าในอนาคต มองหาห้องพักสำหรับอยู่อาศัย 1-2 คน มี Facilities ครบครัน ไม่ต้องการตกแต่งห้องเอง อยากได้ห้อง Fully Furnished หรือมองหาห้อง Loft ฝ้าเพดานสูงในโครงการเล็ก อยู่ในงบ 2-3 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 16,000 – 24,000 บาท

Share

1 Comment

  • สุทธิชัย

    ห้อง Loft โฆษณาว่าไม่คิดพื้นที่ แต่ราคาเพิ่มมาจากห้อง 28.xx ตรมธรรมดา เกือบ 6 แสน แถมไม่ได้พื้นที่ในโฉนดอีก

Leave a Reply