พาชมทำเล MARU เอกมัย 2 คอนโด High Rise แบรนด์ใหม่ติดถนนเอกมัย ห่าง BTS เอกมัย 490 ม. จาก Major Development [รีวิวฉบับที่ 1410]

August 22, 2017 13:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1410 … สวัสดีค่ะ หลายๆคนน่าจะได้ยินข่าวการโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านเอกมัย ที่เป็นแบรนท์ใหม่ล่าสุดจาก Major Development กันมาบ้างแล้ว โครงการ MARU เอกมัย 2 ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ ที่กำลังจะเปิดพร้อมกันใน 2 ทำเล คือ ลาดพร้าว และ เอกมัย โดยทางทีมงาน TOL ได้เคยนำข้อมูลมา Sneak Peek กันใช้ชมกันแบบคร่าวๆไปบ้าง โดยจะมีการเปิดตัวโครงการกันในเร็วๆนี้แน่นอน ในวันนี้เราเลยมาลงเจาะลึกทำเลของโครงการกันให้ชมก่อนว่าทำเลและที่ตั้งของโครงการในย่านเอกมัยนั้นเป็นอย่างไรบ้างค่ะ

ที่หน้า Official Website (คลิกที่นี่) โครงการ ณ ตอนนี้มีให้ลงทะเบียนกับแจ้งส่วนราคาเริ่มต้นเอาไว้ที่ 4.3 ล้านบาท* โดยจะ Presale 23-24 /9/2017

ที่ตั้งของโครงการ MARU เอกมัย 2 ตั้งอยู่ต้นซอยสุขุมวิท 63 หรือที่เรียกติดปากกันว่าซอยเอกมัย หากพูดถึงทำเลศักยภาพในปัจจุบัน ทำเลย่านเอกมัยจัดเป็นทำเลหนึ่งที่ได้รับความนิยม รองมาจากย่านทองหล่อ ด้วยความที่เป็นซอยคู่ขนาน มีความเชื่อมต่อกันทางกายภาพของพื้นที่และบริบทโดยรอบ อีกทั้งยังจัดเป็นทำเลทองของย่านธุรกิจ มีการเติบโตของที่อยู่อาศัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาตลอด ปัจจุบันทองหล่อนั้นหนาแน่นจนเอกมัยกลายเป็นย่านที่ถูกพัฒนาเพื่อมารองรับความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งความบันเทิงที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อีกด้วย ส่งผลให้มีความต้องการในเรื่องที่อยู่อาศัยสูงและได้รับความสนใจมากจากทั้งนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติอยู่เสมอ ด้วยความที่เป็นย่านที่มีความคล่องตัวทั้งการอยู่อาศัย การใช้ชีวิต การเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก ทำเลนี้จึงดึงดูดชาวต่างชาติให้เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่มากขึ้น

และด้วยปริมาณของคนที่ทั้งอยู่อาศัย ทำงาน หรือใช้ซอยเอกมัยเป็นเส้นทางลัดเลาะเข้า-ออกสู่เมืองทางฝั่งสุขุมวิท ทำให้ซอยเอกมัยกลายเป็นซอยที่มีปริมาณรถค่อนข้างหนาแน่นโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน การอยู่ต้นซอยจึงเป็นข้อได้เปรียบ ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง ไม่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัดมากนัก และใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งซอยสุขุมวิท 63 นั้นเป็นซอยที่เชื่อมตรงถนนสุขุมวิท เเละถนนเพชรบุรีเข้าด้วยกัน ทำให้ซอยนี้สามารถเข้าได้จากถนนใหญ่ 2 เส้นทาง นอกจากนี้ภายในซอยเองยังสามารถลัดเลาะไปออกถนนทองหล่อ(สุขุมวิท 55) และถนนปรีดีพนมยงค์ (สุขุมวิท 71) ที่คู่ขนานอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง หรือหากต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้

จากโครงการสามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลากหลาย ทั้งถนนพระราม 4 ออกไปสีลม, สามย่าน หรือใช้ถนน สุขุมวิทไปออกเพลินจิต, ชิดลม, สยาม หรือใช้ถนนเพชรบุรี ไปออกทางพญาไท เป็นต้น จึงทำให้ถนนใหญ่ และ ถนนซอยช่วงนี้เป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่นทั้งฝั่งเลขคู่และเลขคี่ เมื่อมองดูถนนที่ล้อมรอบซอยเอกมัยจะเห็นว่าเป็นถนนที่รถติดทั้งนั้น ดังนั้นการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวในย่านนี้ จะต้องเผื่อเวลากันหน่อยนะคะ ถึงแม้ว่าการจราจรแถวนี้จะหนาแน่นอยู่มาก แต่ก็ยังมีทางลัดต่างๆที่เป็นตัวช่วย

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถค่อนข้างสะดวกพอสมควร เมื่อลงจาก BTS สถานีเอกมัยเดินประมาณ 400 เมตรก็ถึงโครงการ เป็นระยะที่เดินได้สบายๆ และจากสถานีเอกมัยถ้านั่งรถไปอีก 2 สถานี ก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง  Emporium , Emquartier และในอนาคตก็จะมี Emsphere อยู่ฝั่งเดียวกับ Emporium ติดกับสวนเบญจสิริอีก ถัดจากสถานี พร้อมพงษ์ก็จะเป็นสถานี อโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมีห้างใหญ่อย่าง Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้าม นานา เพลินจิตไปก็จะเข้าสู่ชิดลม และสยาม ตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างสีสม-สาทร เพลินจิต-สยาม สามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลา

จากทำเลโครงการ MARU เอกมัย 2 นั้นจัดว่ายังเข้าซอยไม่ลึกมาก อยู่ในช่วงต้นซอยอยู่ โดยภาพรวมโดยรอบจะเป็นอาคารสำนักงาน ร้านอาหาร และอาคารพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะมีความสงบมากกว่าพื้นที่ในแถบด้านในซอย ที่จะเป็นกลุ่มอาคารประเภท Pub & Restaurant ตรงนี้ก็เป็นข้อดีของทำเลอีกเช่นกันที่อยู่ในย่านท่องเที่ยวแต่ยังคงได้รับความสงบอยู่ในการอยู่อาศัยอยู่

แหล่งความอุดมสมบูรณ์แถวนี้มีความเจริญมานานแล้วและหาของกินง่ายมากเดินออกจากโครงการมาก็เจอเลย ในซอยเอกมัยมีร้านอาหารอร่อยและชื่อดังอยู่หลายร้านที่เปิดกลางวันและกลางคืน บอกเลยว่าถึงจะหิวตอนดึกๆก็ไม่ต้องกลัวอดนะคะ ไล่ตั้งแต่หน้าปากซอยทาง BTS ก็จะมี Major เอกมัย ภายในมีร้านอาหารหลายร้าน นอกจากร้านอาหารยังมีโรงหนังด้วย โดยมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 250 ม. สามารถเดินได้สบายๆ ถัดเข้ามาในซอยติดกับโครงการจะเลยเป็น Park Lane ภายในมี Max Value 24 ชั่วโมง, ร้านอาหาร, คาเฟ่, ร้านขายของแฟชั่น สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีย่านนี้ขึ้นชื่อหลายร้านค่ะ ทั้งร้าน นั่งเล่น, Demo Pub และร้านอาหารอื่นๆที่รวมกันอยู่ใน Arena 10 นอกจากนั้นก็มี Community Mall หลายที่ อย่าง เวิ้งโบราณ, The Third Place, Taste Thonglor คนชอบเที่ยวยามราตรีอยู่โครงการนี้สะดวกแน่นอนค่ะ

สำหรับเส้นทาง BTS ก็ง่ายๆตามที่อธิบายไปแล้วนะคะ ต่อไปเรามาดูเส้นทางสำหรับรถยนต์ส่วนกันบ้าง ว่าเส้นทางในย่านนี้มีซอยลัด ซอยทะลุตรงไหนกันบ้าง การเดินทางเข้าเมืองจากโครงการโดยใช้เส้นทางพระราม 4 ต้องผ่านเส้นสุขุมวิทเพื่อเข้าพระราม 4 อีกที ซึ่งถนนสุขุมวิทและพระราม 4 จะเชื่อมกันด้วยสองซอยหลักๆ คือ ซอยสุขุมวิท 40 และ สุขุมวิท 42 ซึ่งทั้งสองซอยเป็นถนน One-Way ตามที่เห็นในรูป โดยซอย 42 จะมีปริมาณรถมากกว่า เนื่องจากอยู่ติด Gateway เอกมัย และเป็นซอยที่รถจากพระราม 4 ใช้ลัดมาเพื่อจะไปเลี้ยวขวาเข้าซอยเอกมัยนอกจาก 2 ซอยนี้ก็จะมี ซอยสุขุมวิท 36 ตรงข้ามทองหล่อ และ ซอยสุขุมวิท 44/1 กับ 46 ที่อยู่ติด BTS พระโขนงที่จะใช้แทนกันได้ค่ะ

ไปดูซอยลัดฝั่งเอกมัยกันบ้าง มี ซอยทองหล่อ 10 (เอกมัย 5) เชื่อมจากทองหล่อมาเอกมัยตรงร้านนั่งเล่น-เอสโคบาร์ พอดี แล้วเชื่อมต่อไปยัง ซอยเอกมัย 12 ที่ไปทะลุถนนปรีดี พนมยงค์ที่ซอย 31 ได้ อีกทางลัดที่จะเลี่ยงรถติดตรงปากซอยเอกมัยได้ คือซอยเอกมัย 10 (ซอย Health Land) วิ่งลัดๆลงมาออกถนนสุขุมวิทที่ซอย 65

ต้องยอมรับจริงๆว่า ถนนตรงนี้ปริมาณรถเยอะ ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องไปเส้นไหน ทางลัดตรงไหนรถจะไม่ติด แต่ทางที่ดีที่สุดคือต้องรู้จักให้ครบทุกทางแล้วช่างสังเกตเอาหน่อย เพื่อดูว่าช่วงเวลานี้ทางไหนจะติดมากน้อยกว่ากัน

ถึงแม้ถนนซอยต่างๆในย่านนี้ที่รถค่อนข้างติด แต่ก็ยังมีตัวช่วยในการเดินทางอย่างเส้นทางด่วน เริ่มกันที่ทางพิเศษเฉลิมมหานครเป็นเส้นทางที่จะวิ่งเข้าไปในเมืองฝั่ง สีลม สาทร และสามารถไปเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชไปทางฝั่งจตุจักร วิภาวดีรังสิต ได้ ทางขึ้นทางด่วนอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 4.5 กม. ดูเหมือนไม่ไกลเท่าไหร่แต่การจะเดินทางไปขึ้นทางด่วนก็ต้องใช้เวลาพอสมควร โดยใช้ซอยสุขุมวิท 40 ทะลุมายังถนนพระราม 4 จากถนนพระราม 4 เลี้ยวขวาเข้าถนนกล้วยน้ำไท แล้วเลี้ยวขวาอีกทีเพื่อขึ้นทางด่วน ส่วนขากลับใช้เส้นทางเดียวกับขามา แต่ต่างกันที่ใช้ซอยสุขุมวิท 42 เชื่อมเข้าถนนสุขุมวิท แล้วชิดขวาเพื่อเลี้ยวเข้าซอยเอกมัยแทน

นอกจากทางพิเศษเฉลิมมหานคร ก็ยังมีตัวช่วยอย่างทางด่วนรามอินทราอาจนรงค์อีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งทางขึ้นทางด่วนมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 2.6 กม. โดยวิ่งออกมาทางถนนสุขุมวิทแล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนได้เลย ส่วนขากลับโครงการก็ลงทางด่วนบริเวณถนนพัฒนาการ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเอกมัย มีระยะจากจุดลงทางด่วนถึงโครงการประมาณ 3.8 กม.

สำหรับเส้นทางที่เราจะพาไปเดินชมทำเลในวันนี้ จะเริ่มจากสถานี BTS เอกมัยบนถนนสุขุมวิท จากทางออก 1 มุ่งหน้าไปทางซอยสุขุมวิท 63 แล้วแวะพาไปชมบรรยากาศภายใน Major เอกมัยที่เชื่อมต่อกับ BTS จากนั้นเดินออกจากห้างมาเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเอกมัย เดินเข้าไป 490 เมตร โครงการจะอยู่ทางขวามือ จากแผนที่เราจะเริ่มเดินจากหมายเลข 1 ไปยังหมายเลข 2 ไปกันเลยค่ะ

เริ่มการพาเดินชมทำเลในวันนี้จากสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้กับที่ตั้งโครงการมากที่สุด โดยเมื่อลงมาจากสถานีให้เลือกทางออกหมายเลข 1 เพื่อไปซอยเอกมัย หรือสุขุมวิท 63

จากสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย จะมีแนวทางเดินเชื่อมไปทางงฝั่งซ้ายไป Gateway เอกมัย ได้หากใครต้องการไปเดิน Shopping ก่อนก็สามารถเดินเชื่อมไปได้ แต่ต้องเลือกทางออก 4 ภายในจะเป็นร้านอาหารเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งร้านอาหารค่อนข้างหลากหลาย โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นมีให้เลือกพอสมควรเลยค่ะ

มองบรรยากาศมุมสูงจากบนสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ลงมาทางถนนสุขุมวิทฝั่งซอยเอกมัย และมองเข้าไปทางถนนซอยเอกมัย ช่วงบ่ายๆแบบนี้ปริมาณนถก็ยังมีเข้าออกซอยเอกมัยอยู่ตลอดเวลา จากปากซอยเอกมัยทางซ้ายมือจะเป็น Major เอกมัย

ถ้าเดินตาม Sky walk มาอีกหน่อยก็จะถึงทางเชื่อมเข้า Major เอกมัยแล้ว แต่จะต้องเดินผ่าน WE Fitness ไปก่อน แล้วจึงเป็นตัวห้าง

เข้ามาข้างใน Major กันแล้ว ทางเชื่อมจาก BTS จะเชื่อมเข้ามาที่บริเวณชั้น 2 ส่วนที่เห็นบันไดเลื่อนขึ้นไปนั้น คือ ชั้น 3 ที่เป็นชั้นโรงหนัง เราสามารถลงบันไดเลื่อนมาที่ชั้น 1 ของห้างฯ กัน เพื่อไปที่ประตูทางออกฝั่งถนนสุขุมวิทได้

เราเดินลงมาจากทางออกหมายเลข 1 จาก สถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย จะลงมาตรงกับหน้าปากซอเอกมัยพอดี เดี่ยวเราจะเดินข้ามทางม้าลายไปสำรวจร้านต่างๆทางฝั่งโน่นกันค่ะ

ข้ามถนนมาก็จะเจอกับร้านกาแฟ The Coffee Club อยู่ตรงหัวมุมตึกพอดี เปิดเป็นร้านกาแฟแล้ว ยังให้ใช้ WiFi ฟรีด้วย จึงเป็นสถานที่ที่กลุ่มฟรีแลนซ์ และ เหล่า Start-Up มักมานั่งทำงาน หรือนัดคุยงานกัน เลยถัดมาหน่อยจะเป็นร้านค้าสหกรณ์ กรุงเทพ ด้านในมีขายอาหารและสินค้าของใช้ต่างๆในราคาย่อมเยา

บริเวณหน้าปากซอยเอกมัย จะมีวินมอเตอร์ไซค์รอให้บริการอยู่ ถ้าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนจะเห็นคนมายืนต่อแถวใช้บริการกันเยอะอยู่ค่ะ หากเรียกพี่วินจากตรงนี้ก็สนน.ราคาประมาณ 10-15 บาท เข้าซอยไปไม่ไกล ประมาณ 400 ม. ถ้าช่วงเช้า กับตอนเย็นๆแดดไม่ร้อนมากก็พอเดินได้อยู่ค่ะ

เข้ามาในซอยเอกมัยตรงข้ามกับอากคาร Major เอกมัยเข้ามาหน่อยจะเป็น Civic Horizon เป็น Hotel & Residences

เดินตรงเข้ามาเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ เรียงรายอยู่ตลอดเส้นทาง อย่างร้านแรกที่เจอก็เป็น ร้านเบเกอรี่ สไตล์ญี่ปุ่น เล็กๆน่ารักแล้วค่ะ ย่านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเป็นย่านที่ชาวต่างชาติอาศัยอยู่กันเยอะพอสมควร โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ทำให้มีร้านค้าร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ในย่านนี้อยู่เยอะพอสมควรค่ะ

สำหรับในซอยเอกมัยนี้ ถือเป็นถนนซอยใหญ่ที่สามารถไปเชื่อมต่อถนนสายหลักได้หลายสาย ในนี้จึงมีรถประจำทางวิ่งผ่าน โดยจะมีป้ายรถประจำทางอยู่ตลอดเส้นทางให้รอรถกันได้ สายรถประจำทางที่วิ่งผ่านก็จะมีสาย 23 23l 72 545 เป็นต้น

เดินเข้ามาอีกนิดแล้วมองไปฝั่งขวาจะเห็นโครงการ Horizon ที่เปิดพื้นที่ภายในอาคารให้เช่าเป็นร้านอาหาร, ออฟฟิต 

มาดูฝั่งขวากันบ้างคือ อาคาร BPS เป็นอาคารสำนักงานค่ะ

ถัดจากอาคาร BPS เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Kuroda ที่เปิดยาวตั้งแต่ 11.30 – 23.00 น.

ฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นคอนโดมิเนียมโครงการ Noble Reveal เป็นคอนโด High Rise สูง 27  ชั้น

เดินจากปากซอยเอกมัยเข้ามาประมาณ 250 m. ได้แล้วค่ะ จะเห็นว่าการจราจรขาออกไปปากซอยเอกมัยจะหนาแน่นหน่อย รถติดสัญญาณไฟเพื่อออกถนนสุขุมวิท เป็นแนวยาว

เดินตรงมาเรื่อยๆ จะเจอกับ MK Restaurant และ Miyazaki

พอพ้นช่วงร้านอาหารมาแล้วจะเป็นกลุ่มตึกแถวริมถนน 6-7 ชั้น ที่เปิดเป็นร้านขายของ ร้านอาหาร บางช่วงก็จะมีซอยเข้าไปด้านในเป็นซอยตัน ภายในก็จะเป็นตึกแถวเช่นกัน

บรรยากาศภายในซอยย่อยๆ เป็นซอยตัน อาคารส่วนใหญ่มักทำเป็น Home Office กันค่ะ

ฝั่งตรงข้ามส่วนมากจะเป็นอาคารตึกแถว อาคารพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดเป็นร้านค้าต่างๆ รวมไปถึงสำนักงานเล็กๆ สลับกับพวกร้านอาคารต่างๆ ตลอดเส้นทาง

เดินตรงตอมาจะเห็นแนวรั่วพื้นที่ก่อสร้างอยู่ ตรงนี้ก็จะเป็นโครงการ Rhythm เอกมัย เป็นคอนโดมิเนียม High Rise  อีกเจ้าหนึ่งในย่านนี้

ถัดมาจะเป็น Park Lane คอมมูนิตี้มอลล์ที่มีหลายอาคาร มีอาคารสูงสุดที่ 5 ชั้น ภายในมีร้านอาหารให้เลือกหลายร้าน ก่อนจะพาเดินชมทำเลต่อไป เรามาดูพื้นที่รอบข้างโครงการกันคะ

มาดูบรรยากาศใน Park Lane กันบ้าง ด้านหน้ามี True Coffee ภายในก็จะมี MaxValu เป็น Super maket ให้มาซื้อของกันได้ ด้านในก็จะมีร้านต่างๆ เช่น ร้าน Omu, ร้านยากินิคุ ทัน และมีร้านขายของแฟชั่นอยู่หลายร้าน ซึ่งเป็นร้านที่จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไป

ฝั่งตรงข้ามกับ Park Lane จะเป็น อาคารตึกแถว อาคารพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดเป็นร้านค้าต่างๆ ตรงบริเวณนี้จะค่อนข้างคึกคักหน่อย มีร้านอาหาร ร้านต่างๆมากขึ้น และมี 7-11 อยู่

นอกจากนี้ด้านหน้าฝั่งติดถนนมีร้านอาหาร ชื่อ PHOty NINE  และ ธนาคาร Land and House  เลยถัดมาเป็นร้านขายสาเกญี่ปุ่น

ฝั่งตรงข้าม Park Lane เป็นร้าน Ekamai Beer House ซึ่งจะเปิดตอนเย็น ทำให้บรรยากาศโดยรอบโครงการตอนกลางคืน ไม่เงียบเหงา มีคนผ่านไปมาตลอด

กลับมาที่ฝั่งซ้าย ถัดจาก Park Lane จะเป็นอาคารสำนักงานสรชัย สูง 31 ชั้น

ตรงข้ามกับอาคารสรชัย จะเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ Goodrich Gallery เป็นอาคารสูง 5 ชั้น

เดินต่อมาเรื่อยๆ จะเป็นปั้มน้ำมัน Shell อยู่ทางซ้ายมือ เดี่ยวตรงไปอีกหน่อยก็จะถึงที่ตั้งโครงการแล้วค่ะ

ฝั่งตรงข้ามกับ ปั้มน้ำมัน Shell  จะเป็นบ้านพักอาศัย ด้านในมีพื้นที่อยู่พอสมควร และปลูกต้นไม้เป็นแนวยาวตลอดแนวหน้าบ้าน บ้านหลังนี้จะอยู่ติดกับพื้นที่โครงการโดยจะมีซอยเล็กๆคั่นอยู่

เลยถัดจากปั้มน้ำมันไปจะเป็นอาคาร Bangkok Business Center เป็นอาคารสำนักงานสูง 33 ชั้น ถือว่าเป็นอาคารสูงที่อยู่ใกล้โครงการ ทางฝั่งนี้ค่ะ

ที่ชั้น 1 และชั้นใต้ดินของอาคาร BBC Bangkok Business Center จะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านเครื่องดื่ม Pearly Tea และร้านกาแฟ Amazon

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

พื้นที่รอบข้างของคอนโด MARU เอกมัย 2 แบบแผนที่ เพื่อดูภาพรวมของสิ่งปลูกสร้างระยะใกล้และสภาพแวดล้อมภายในซอยเอกมัยช่วงต้นซอยจนถึงบริเวณพื้นที่โครงการ บริเวณที่ติดถนนส่วนใหญ่จะเป็นอาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ 4-6 ชั้น สลับกับคอนโดมิเนียมที่เป็นตึกสูง มีบ้างที่เป็นบ้านพักอาศัยและร้านอาหาร ซึ่งที่เหล่านี้เป็นที่ดินขนาดใหญ่ที่มีโอกาสในการพัฒนาในอนาคต สำหรับที่ตั้งโครงการในแต่ละด้านของพื้นที่จะติดกับ แบ่งเป็น

  • ทิศเหนือ – ติดกับ อาคารโรงแรมตอนเก้า สูงประมาณ 4 ชั้น
  • ทิศตะวันออก – ติดกับ บ้านพักอาศัย และร้าอาหาร สูง 1-2 ชั้น
  • ทิศใต้ –  ติดกับ บ้านพักอาศัย สูง 1-2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก – ติดกับ ถนนซอยเอกมัย เลยถัดไปเป็นอาคาร Bangkok Business Center สูง 33 ชั้น

สำหรับที่ตั้งโครงการ จะอยู่ตรงข้ามกับ อาคาร Bangkok Business Center เลยค่ะ ปัจจุบันยังไม่ได้มีการล้อมรั้วหรือติดป้ายโครงการ ยังคงเป็นอาคารตึกแถวเดิมอยู่ ด้านข้างทางขวามือจะมีซอยเล็กๆ สำหรับเชื่อมไปยังบ้านพักอาศัยที่อยู่ด้านใน

ที่โครงการทาง ปัจจุบันจะเป็นอาคารตึกแถว 4 ชั้น มีปิดไม่ได้ใช้งานอยู่ 2-3 คูหา ที่เหลือมีเปิดเป็นสำนักงานเล็กๆ และร้านขายชา Peace Oriental Teahouse เป็นร้านชงชาจีนและญี่ปุ่น ตกแต่งสไตล์มินิมอล

ติดกับพื้นที่โครงการเลยถัดมาจากอาคารตึกแถวจะเป็น ตองเก้าโฮเต็ล เป็นอาคารสูงประมาณ 4 ชั้น

เดินต่อมาตามแนวถนนเลยจากที่ตั้งโครงการมาเล็กน้อย ก็จะมีร้านอาหารต่างๆ เรียงรายอยู่ตลอดเส้นทาง อาทิเช่น ร้านโชคดีติ่มซำ ร้าน Spicy by Nature เป็นร้านอาหารอินเดียค่ะ

ฝั่งตรงข้ามเป็นร้าน London Pie เป็นร้านอาหารและพายสไตล์อังกฤษแท้ๆ น่ามาลองชิมกันค่ะ

เลยถัดมาจะเป็นร้าน Light loft เป็นร้านไลฟสไตล์คาเฟ่และโชว์รูมหลอดไฟ สามารถมานั่งจิบกาแฟไปพร้อมกับชมโคมไฟที่ห้อยระย้าและวางประดับอยู่ทั่วมุมร้านได้

ถัดมาจะเป็น Big C Super Center และ Index Livingmall ภายในมีร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งตรงนี้ห่างจากโครงการเพียง 250 m. นับว่าเป็นแหล่งซื้ออาหารและของใช้เข้าบ้านอีกแห่งหนึ่งในย่านนี้

ตรงข้ามกับ Big C Super Center และ Index Livingmall ก็จะเป็นร้านอาหารคุณหญิง ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยรสดั้งเดิมย่านเอกมัย ที่เปิดมานานสมับรุ่นคุณพ่อเลยค่ะ

ถัดมาจะเป็นร้าน Sherbet และ Cubic 63 เป็นร้านเหล้านั่งชิว จะเห็นว่าร้านเหล่านี้จะอยู่ติดกันเป็นกลุ่มซึ่งจะอยู่ลึกเข้ามาในซอยเอกมัย ไม่ได้อยู่ด้านต้นซอยเหมือนที่ตั้งโครงการ ทำให้พื้นที่ด้านต้นซอยมีความสงบเหมาะจะเป็นพื้นที่พักผ่อนมากกว่า

เข้ามาถึงบริเวณซอยเอกมัยซอย 1 จะเริ่มคึกคักหน่อย ร้านอาหารใหญ่ๆและร้านค้าๆต่างๆเพิ่มมากขึ้น คือในภาพรวมแล้วในซอยเอกมัยมีแทบทุกอย่าง อย่างร้านซ่อมรถ ดูแลยาง ปั้มน้ำมัน Supermarket มีหมด รวมไปถึงตอนกลางคืนก็มีร้านกินดื่ม พวกClub ต่างๆให้บรรยากาศที่แตกต่างไปอีก

มองไปฝั่งตรงข้ามจะเป็น Health Land เอกมัย ที่มีทั้งบริการนวดไทย นวดเท้า นวดอายุรเวท และโปรแกรมอื่นๆ

ซึ่งด้านข้างของ Health Land จะติดกับซอยเอกมัย 10 เป็นซอยที่สามารถทะลุไปซอยสุขุมวิท 71 (ซอยปรีดี พนมยงค์) ได้ ส่วนร้านที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของซอยเอกมัย 10 ตรงข้าม Health Land คือเวิ้งโบราณ (เอกมัยช็อปปิ้งมอลล์) ที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่น่ารักๆ เช่น ร้าน Perhaps Rabbits’ ที่เป็นร้านเค้กค่ะ

ถัดมาฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นอาคารตึกแถวสูง 4 ชั้น ส่วนมากก็จะเป็นพวกร้านค้าต่างๆ ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ร้านสัตวแพทย์ ร้านอาหาร และสำนักงานเล็กๆ

กลับมาที่ฝั่งซ้าย จะเป็นช่วงซอยเอกมัยซอย 3 เป็นอาคารสำนักงาน Modern Town

ถัดมาอีกนิดหนึ่งก็จะถึง 4 แยก หากเลี้ยวซ้ายจะเข้าซอยเอกมัย 5 ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมไปซอยทองหล่อได้ หากเลี้ยวขวาจะไปซอยเอกมัย 12 ซึ่งสามารถเชื่อมไปซอยปรีดี พนมยงค์ ได้ หรือถ้าตรงต่อไปตามซอยเอกมัยจะสามารถไปทะลุถนนเพชรบุรีได้ค่ะ วันนี้จะพาเดินเลี้ยวซ้ายไปทะลุซอยทองหล่อ เป็นอีกซอยหนึ่งที่มีความคึกคักไม่แพ้ซอยเอกมัยเลยค่ะ

ตรงบริเวณสี่แยกฝั่งซอยเอกมัย 5 จะมีคอนโดมิเนียม โครงการ The Alcove Thonglor 10 เป็นโครงการ HighRise สูง 23 ชั้น

ฝั่งตรงข้ามไปทางซอยเอกมัย 12 ก็จะมีคอนโดมิเนียมและ Service Apartment เรียงรายไปตลอดเส้นทาง ได้แก่ M Thonglor 10 Condominium , Ceil by Sansiri , Bangkok House Apartment , Oriental Towers Condominium

เมื่อเลี้ยวซ้ายมาทางซอยเอกมัย 5 แล้ว ทางซ้ายมือใกล้กับแยกที่เลี้ยวมาจะเห็นแนวล้อมรั้งโครงการก่อสร้างอยู่ ในอนาคตพื้นที่ตรงนี้จะเป็น Ekamai Mall ของ DonQuijote (ดองกี้ โฮเต้ ) เป็นห้างดังจากญี่ปุ่น ที่มีจุดเด่นที่รวบรวมสินค้าต่างๆ ไว้มากมายในราคาย่อมเยา สร้างเป็นอาคารสูง 6 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 3 ชั้น

เข้ามาในซอยเอกมัย 5 จะเห็นว่าการจราจรภายในซอยนี้ค่อนข้างติดขัดพอสมควรเลยค่ะ เพราะเป็นเส้นทางลัดจากทองหล่อมาเอกมัยได้โดยตรงและสะดวกที่สุด เลยทำให้มีรถมาใช้เป็นทางผ่านลัดกันเยอะ

ถัดไปทางฝั่งซ้ายเป็นกลุ่มตึกแถวที่เปิดเป็นร้านขาย เช่น ร้านขายโคมไฟ คาเฟ่ ร้านพิซซ่า

หากเราดูบรรยากาศเปรียบเทียบช่วงเวลากลางวันและกลางคืนในซอยนี้จะต่างกันมากทีเดียว เพราะซอยนี้เป็นที่เป็นที่ตั้งของร้านประเภท Pub & Restaurant หลายแห่ง อย่างฝั่งขวาเป็นร้านเหล้านั่งชิว Myst

นอกเหนือจากจะเป็นซอยที่มีร้านอาหาร ร้านกินดื่มเยอะแล้ว ในซอยนี้ก็จะมีพวกร้านเฟอร์นิเจอร์ เปิดเป็น Studio ใหญ่ๆอยุ่หลากหลายร้านอยู่ค่ะ เช่น Kenkoon Thong Lor Showroom , BP & N Arolinea , Kitchenette

ถัดมาทางฝั่งขวาจะเป็น Arena 10 แหล่งรวมร้านอาหาร, ร้านเหล้า, ร้านขนม, Pub & Restaurant, คาราโอเกะ และสนามฟุตบอล ถ้าผ่านมาตอนกลางวันซอยนี้จะเงียบหน่อย รถไม่ค่อยติด แต่ถ้ามาเวลากลางคืน โดยเฉพาะในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ รถจะหนาแน่นมาก

ถัดจาก Arena 10 มาจะ Burgundy Grande เป็นร้านขายโคมไฟ ด้านบนเป็น Service Apartment

ถัดจาก Arena 10 มาจะเป็นคลีนิกหมอฟัน ทองหล่อทันตกรรมคลินิก ซึ่งเปิดบริการสำหรับชาวต่างชาติในย่านนี้ด้วย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น  ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Mugendai Honten เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของร้านอาหารในละแวกนี้

ถัดมาที่เห็นอาคารสีเหลืองทางขวามือเป็นโครงการคอนโดมิเนียม Hampton Thonglor 10 เลยถัดไปอาคารสีฟ้า เป็นอาคารสำนักงาน Major Tower

ฝั่งตรงข้ามกับคอนโดมิเนียม Hampton Thonglor 10 จะเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ Grande Armoire เป็นแบรนด์ มาจากอิตาลี ซึ่งจริงๆในย่านนี้ก็มีบริษัทออกแบบเฟอร์นิเจอร์อยู่หลายแห่ง แต่จะเป็นแบรนด์ระดับบน ราคาค่อนข้างสูงค่ะ

เดินมาเรื่อยๆก็ใกล้จะทะลุซอยทองหล่อแล้วนะคะ ช่วงท้ายซอยที่จะเชื่อมไปถึงซอยทองหล่อจะมีอาคารสำนักงานปนอยู่ด้วยเช่นกัน เช่น Opus Tower, Major Tower และพื้นที่บริเวณใกล้สำนักงานนี้ก็จะมีร้านอาหาร ร้านนั่งชิวอยู่หลายร้าน

เดินมาอีกนิดทางฝั่งซ้ายคือร้าน 7th Street และ Atoms เป็นร้านเหล้านั่งชิว ส่วนฝั่งขวาคือ The Third Place เป็นพื้นที่รวมร้านอาหารกึ่งผับบาร์ ร้านอาหารภายใน เช่น Wine Republic

ตรงมาอีกนิดก็ถึงสามแยกเข้าถนนทองหล่อแล้วค่ะ ทางขวามือจะเป็นร้าน Wine Republic ส่วน ฝั่งตรงข้ามซอยคือ Taste Thonglor เป็นคอมมูนิตี้มอลล์รวมร้านอาหารอีกเช่นกัน เราจะเลี้ยวเข้าซอยทองหล่อไปดูบรรยากาศภายในซอยกันค่ะ

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยทองหล่อ ถนนในซอยทองหล่อ จะใหญ่กว่าซอยเอกมัย โดยเป็นถนนไป 3 เลน กลับ 3 เลน บรรยากาศของพื้นที่ริมถนน 2 ทางฝั่งทองหล่อนี้ภาพรวมจะมีความคึกคักกว่าทั้งการสัญจรไปมา จำนวนรถที่เข้า-ออกตลอดวัน รวมไปถึงสองข้างทางตลอดเส้นทางก็จะเต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร คอนโดมิเนียม เรียกว่าแทบไม่มีที่ว่าง

เดินตรงต่อมาเรื่อยๆ ก็จะเริ่มพบอาคารพักอาศัยพวกโครงการคอนโดมิเนียม โรงแรม และ Service Apartment ต่างๆ ทางซ้ายมือเป็น Grande Centre Point Sukhumvit 55 เป็นโรงแรมหรูที่เปิดไปเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา

เดินมาอีกหน่อยฝั่งตรงข้ามจะเป็นกลุ่มอาคารพาณิชย์ ซึ่งชั้นล่างมักจะเปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหาร หรือทำเป็นบริษัท ซึ่งในถนนเส้นนี้จะมีความคึกคักที่ด้านหน้าอาคารจะมีร้านอาหารรถเข็นแผงลอยมากกว่าทางฝั่งซอยเอกมัย

หากลองสังเกตุดีๆ จะเห็นความเป็นย่านของร้านอาหารต่างๆมากมาย โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นที่เปิดเรียงรายตลอดเส้นทาง มีให้เลือกตั้งแต่ร้านหรู จนไปถึงร้านเล็กห้องแถวเดียว หรือแยกตัวออกไปตามซอยย่อย ให้เลือกมากมาย

เดินต่อมาเรื่อยจนถึงทองหล่อ 8 ก็จะเป็นคอนโด Eight Thonglor ที่ 2 ชั้นล่างจะเปิดเป็นร้านอาหารกึ่งผับบาร์ ตอนนี้ด้านหน้าปิดปรับปรุงอยู่ แต่ร้านอาหารด้านในยังเปิดให้บริการอยู่ ภายใน Eight Thonglor มีร้านอาหารหลายร้าน เช่น Sushi Hiro, Calin French Cafe’ และมี Supermarket อย่าง Foodland นอกจากร้านอาหารก็มี Holistic Yoga ด้วยค่ะ

มองไปฝั่งตรงข้ามกัน ก็จะเห็นอาคารตึกแถวสูง 4 ชั้นเรียงกันตลอดแนวถนน ส่วนมากจะเป็นร้านอาหารและร้านนวด spa และร้านค้าต่างๆ สลับกันไป

เดินตรงต่อมาก็จะเจอกับโครงการคอนโดมิเนียม HQ Thonglor by Sansiri เป็นโครงการ High Rise สูง 36 ชั้น

ถัดมาอีกหน่อยฝั่งตรงข้ามจะมีอาคารสำนักงาน Euro Creation ที่เป็นบริษัทออกแบบเฟอร์นิเจอร์ระดับ Luxury

ถัดมาหน่อยก็จะเป็นอาคาร Service Apartment Somerest ด้านบนเป็นที่พักอาศัย ส่วนด้านล่างก็จะมีร้านอาหารต่างๆ เช่น ร้านอาหารบ้านไอซ์ , Mekiki No Ginji Thonglor , White Café x Black Bar

กลับมาที่ฝั่งซ้ายจะมี Tops เป็น Supermarket อีกแห่งหนึ่งในย่านนี้ ซึ่งภายในมีร้าน Swensens, Starbuck , Kagonoya , ร้านก๊วยเตี๋ยว ดุ๋ง เด้งได้ นอกจากนี้ภายในมี Burger King ที่เปิด 24 ชั่วโมงด้วย

ด้านในสุดจะเป็น Tops  Supermarket มีพื้นที่สำหรับให้ลูกค้าจอดรถได้ ทางด้านหน้าจะเป็นร้าน Starbuck และ  Burger King

มองข้ามไปอีกฝั่งจะเห็นสำนักงานขาย ของโครงการคอนโดมิเนียมเจ้าใหม่ๆ ในพื้นที่ย่านทองหล่อ

ถัดมาเป็นคอมมูนิตี้เปิดใหม่ใจกลางเมือง Maze Thonglor ภายในแบ่งเป็นโซนต่างๆ ได้แก่ โซน Lifestyle Cafe’, โซนร้านอาหารนานาชาติ และโซนร้านเสริมความงาม แฟชั่น สปา ฟิตเนส ส่วนชั้นดาดฟ้าเป็นร้านเหล้านั่งชิว Wine & Cocktail Bar

ตอนนี้เราเดินมาถึงบริเวณปากซอยทองหล่อ 4 กันแล้วค่ะ ทางซ้ายมือจะเป็น อาคาร Vasu The Residence เป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จในปี 2007  สูง 21 ชั้น ด้านล่างจะเป็นสำนักงานของ ธ.กรุงศรีอยุทธยา และ TMB

ตรงมาอีกนิดก็ใกล้จะถึงต้นซอยทองหล่อที่เชื่อมกับถนนสุขุมวิทแล้ว ซึ่งบริเวณนี้จะมีรถค่อนข้างหนาแน่นตลอดทั้งวัน ทำให้เส้นทางลัดที่บอกในช่วงต้นรีวิว เป็นเส้นทางที่จะทำให้การเดินทางเร็วขึ้นได้ค่ะ


เดินมาจนถึงสามแยกแล้วมองไปทางขวาจะเห็นสถานี BTS ทองหล่อ ที่ติดอยู่หน้าปากซอย มีบันไดเลื่อนขึ้นทางฝั่งนี้ได้เลย

นี่คือรีวิวทำเลของคอนโด  MARU เอกมัย 2 โครงการใหม่ในย่านเอกมัยจาก Major Development สำหรับรีวิวฉบับเต็มที่จะเจาะลึกรายละเอียดของตัวโครงการคงต้องอดใจรอกันอีกนิดหน่อยนะคะ เพราะตอนนี้โครงการจะมีกำหนดเปิด Presale 23-24 กันยายน นี้  เมื่อสำนักงานขายเสร็จเรียบร้อยและมีรายละเอียดของโครงการที่ครบถ้วน ทางทีมงานจะเข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิวตัวเต็มอีกทีเพื่อทำเป็นรีวิวฉบับเต็มให้อ่านกันค่ะ

Share

Leave a Reply