พาชมตึกเสร็จ Ceil เอกมัย คอนโด High Rise ในซอยเอกมัย 12 ใกล้ BTS เอกมัย จาก แสนสิริ [รีวิวฉบับที่ 1397]

August 4, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1397 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมโครงการที่สร้างเสร็จมาซักระยะหนึ่งในย่านเอกมัยกันกับ Ceil by Sansiri คอนโด High Rise 2 อาคารสูง 14,17 ชั้น พร้อมอาคารจอดรถ 7 ชั้นอีก 1 อาคาร ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 12 ซอยที่ทะลุจากทองหล่อซอย 10 มาได้ ระยะทาง 1.3 กิโลเมตรจากสถานี BTS เอกมัย ใกล้ Gateway Ekamai บรรยากาศภายในจะเป็นอย่างไรตามไปชมกันค่ะ 

Fact @ 26 July 2017

  • CEIL BY SANSIRI (ซีล บาย แสนสิริ) 
  • บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : เขตวัฒนา
  • คอนโด High Rise 2 อาคาร  14 , 17 ชั้น จำนวน 376 ยูนิต 
  • อาคารจอดรถสูง 7 ชั้น 
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 16 ยูนิตที่อาคาร B
  • ที่จอดรถรวมจอดซ้อนคันประมาณ 50%
  • ที่ดินประมาณ 3-5-98 ไร่
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : สร้างเสร็จพร้อมอยู่
  • 1 Bedroom 29 – 53 ตร.ม. 
  • 2 Bedrooms 63.5 – 89 ตร.ม. 
  • Duplex 58 – 91.5 ตร.ม.
  • สำนักงาน (เพื่อการพาณิชย์หรือคลินิกทันตกรรม)
  • ราคาห้องเริ่มต้นประมาณ 3.5 ล้านบาท (อ้างอิงจากราคาขาย ณ ปัจจุบัน)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการประมาณ 127,500 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1685

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.730368, 100.587919

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

ทำเลของโครงการอยู่ในจุดที่อยู่ใจกลางย่านเอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเล Top ของกรุงเทพมหานครที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ธุรกิจร้านค้า แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อย Hi-end มากมายเปิดทั้งกลางวันกลางคืน

จากการประเมินราคาของกรมธนารักษ์ปี 2559-2562 ที่ดินในซอยทองหล่อมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 420,000 บาท ต่อตร.วา ส่วนที่ดินในซอยเอกมัยมีราคาอยู่ที่ 280,000-350,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งราคาขายจริงน่าจะไปไกลกว่านั้นมากแล้ว ในขณะที่มีคอนโดขายตารางเมตรละกว่า 150,000 บาท เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนราคา Resale คอนโดมือสองระดับ Luxury ที่มีในซอยทองหล่อเดี๋ยวนี้ก็ทะยานไปตารางเมตรละ 160,000 – 200,000 บาทเข้าไปแล้ว ทำให้ย่านทองหล่อสะท้อนความเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง โดย   พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยคอนโดฯ ในย่านนี้โดยส่วนใหญ่นิยมกินดื่มนอกบ้าน ดังนั้นย่านนี้จึงเป็นแหล่งรวมของร้านอาหารชิคๆ มี Community Mall อย่าง Arena 10,The Commons, J Avenue, เวิ้งโบราณ รวมทั้งมีร้านกินดื่มและแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนต์จำนวนมากในระยะเดินถึง และมีโรงเรียนนานาชาติ Ekkamai International School ที่อยู่ในซอยเอกมัย 12 อีกด้วย

การเดินทางโดยใช้รถ ซอยเอกมัย 12 เป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนเอกมัย(สุขุมวิท 63) กับถนนปรีดี พนมยงค์(สุขุมวิท 71) และเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับทองหล่อซอย 10 ที่ใช้ไปทะลุถนนทองหล่อได้หรือจะใช้ไปถนนเพชรบุรี สุขุมวิท อโศก พร้อมพงษ์ พระราม 4 ก็สะดวก หากใครต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้

ทางลัดที่สามารถใช้เลี่ยงรถติดตรงปากซอยเอกมัยได้ คือซอยเอกมัย 10 (ซอย Health Land) วิ่งลัดๆลงมาออกถนนสุขุมวิทที่ซอย 65 ซึ่งต้องยอมรับจริงๆว่า ถนนตรงนี้ปริมาณรถเยอะ ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องไปเส้นไหน ทางลัดตรงไหนรถจะไม่ติด แต่ทางที่ดีที่สุดคือต้องรู้จักให้ครบทุกทางแล้วช่างสังเกตเอาหน่อย เพื่อดูว่าช่วงเวลานี้ทางไหนจะติดน้อยติดมากค่ะ สำหรับใครที่ใช้ทางด่วนจะมีทางด่วนรามอินทราช่วงสุดถนนเอกมัย และทางด่วนอาจณรงค์ที่ต้องวิ่งทะลุซอยสุขุมวิท 40 ไปออกฝั่งกล้วยน้ำไทค่ะ

โครงการอยู่ในระยะที่ไม่ได้ใกล้ BTS คือมีระยะ 1.30 กิโลเมตรจาก BTS เอกมัย แต่โครงการจะมี Shuttle Service รับส่งจึงสามารถใช้รถไฟฟ้าเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ และจากสถานีเอกมัยถ้านั่งรถไปอีก 2 สถานี ก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง  Emporium , Emquartier และในอนาคตก็จะมี Emsphere อยู่ฝั่งเดียวกับ Emporium ติดกับสวนเบญจสิริอีก ถัดจากสถานี พร้อมพงษ์ก็จะเป็นสถานี อโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมีห้างใหญ่อย่าง Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้าม นานา เพลินจิตไปก็จะเข้าสู่ชิดลม และสยาม ตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างสีสม-สาทร เพลินจิต-สยาม สามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลา

การเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มจาก BTS เอกมัย เพื่อดูสภาพแวดล้อมบนถนนเอกมัยที่มีทั้งอาคารสำนักงาน คอนโด ร้านอาหาร ห้าง และ Community Mall หลากหลาย ตรงไปเรื่อยๆจนถึงซอยเอกมัย 12 จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าซอยไปประมาณ 150 เมตร ก็จะถึงโครงการค่ะ

เริ่มกันที่สถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัยที่อยู่บนถนนสุขุมวิทค่ะ สถานีนี้คนจะไม่ได้ขึ้นลงเยอะเหมือนอย่างสถานีสำคัญ เช่น อโศก เวลารอรถก็พอจะมีที่เหลือให้เข้าไปได้ตลอดค่ะ

E7_update (1)

จาก BTS เราเลือกใช้ทางออกหมายเลข 1 ที่ใกล้กับซอยเอกมัยมากที่สุด

ลงจากชานชาลามา 1 ชั้น ฝั่งซ้ายจะเห็น Gateway เอกมัย หากใครต้องการไปเดิน Shopping ก่อนก็สามารถเดินเชื่อมไปได้ แต่ต้องเลือกทางออก 4 นะ

สแกนบัตรเรียบร้อยก็ออกมาที่ทางออก 1 ที่บันไดทางลงจะอยู่ที่หน้าปากซอยเอกมัยพอดี

เดินมาชมวิวมุมสูงกันหน่อย ด้านล่างคือถนนสุขุมวิท ไป 3 กลับ 3 เลน ส่วนทางลงจะมีทางแยก 2 ทาง คือฝั่งขวามือจะเป็นทางลงไปที่หน้าปากซอยเอกมัยเลย ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นทางเดินไปเชื่อมกับทางเข้า Major เอกมัย

เดินมาบน Sky Walk จะผ่านหน้าซอยเอกมัยพอดี จากมุมนี้จะเห็นบรรยากาศในซอยเอกมัยช่วงต้น ก็จะมีทั้งตึกสูงสลับกับอาคารพาณิชย์ ปนกันระหว่างอาคารสำนักงาน, คอนโดมิเนียม, ห้างสรรพสินค้า ทำให้บรรยากาศค่อนข้างคึกคักตลอดทั้งวัน

เดินลงมาจาก BTS เอกมัย เราจะเจอทางฟุตบาทค่อนข้างกว้างเดินสบายๆ

ร้านอาหารที่อยู่ฝั่งซ้ายคือร้านบ้านไร่กาแฟ จะเปิดตอนเย็นๆ บนฟุตบาทมีของกินขายอยู่ริมทางหลายร้านเลยช่วยให้บริเวณนี้คึกคักตลอดวันค่ะ

เดินไปอีกนิดนึงจะถึงแยกเอกมัย-สุขุมวิท หากตรงไปจะสามารถเข้าเมืองไปอโศก-สยามได้ ส่วนเราจะเลี้ยวขวาเข้าถนนเอกมัยกัน

จากตรงนี้จะมีทางม้าลายสามารถข้ามไปยัง Gateway เอกมัยได้ด้วย หรือถ้าใครมาจาก BTS แล้วอยากแวะช้อปปิ้งก่อน ก็สามารถใช้ทางเชื่อมจาก BTS เข้า Gateway เอกมัยได้เลยค่ะ

เดินเลี้ยวซ้ายเข้ามายังถนนเอกมัย ตรงนี้จะเป็นร้านอาหารที่จะเปิดให้บริการในช่วงเย็น บรรยากาศจะคึกคักกว่านี้มาก

มองไปฝั่งตรงข้ามจะมีวินมอเตอร์ไซค์รอให้บริการอยู่ ถ้าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนจะเห็นคนมายืนต่อแถวใช้บริการกันเยอะอยู่ค่ะ หากเรียกพี่วินจากตรงนี้ไปยังโครงการก็ราคาประมาณ 20 บาท

ถัดไปจะเห็นโครงการ Horizon อยู่ทางขวามือ โดยเปิดพื้นที่ภายในอาคารให้เช่าเป็นร้านอาหาร, ออฟฟิศ และภายในโครงการเดียวกันยังมีคอนโดมิเนียม สูงประมาณ 15-16 ชั้นด้วย ส่วนทางขวามือคืออาคาร BPS เป็นอาคารสำนักงานค่ะ

ถัดมามีร้านอาหาร MK Restaurant และ Miyazaki

กลับมาที่ฝั่งขวาพอพ้นช่วงร้านอาหารมาแล้วจะเป็นกลุ่มตึกแถวริมถนน 6-7 ชั้น ที่เปิดเป็นร้านขายของ ร้านอาหาร บางช่วงก็จะมีซอยเข้าไปด้านในเป็นซอยตัน ภายในก็จะเป็นตึกแถวเช่นกัน

ไม่ไกลกันจะเป็นที่ตั้งของ Park Lane ที่เป็น Community Mall ด้านในมีร้านค้า ร้านอาหารชิคๆหลายร้าน ด้านหน้ามี True Coffee ให้มานั่งจิบกาแฟ คุยงานกันได้

ถัดจาก Park Lane จะเป็นอาคารสำนักงานสรชัย เป็นอาคารสำนักงานสูง 31 ชั้น ที่มีธนาคารกรุงเทพอยู่ใต้อาคาร

ถัดมาเป็นอาคารสำนักงานอีกแห่ง คือ Bangkok Business Center

บนถนนเส้นนี้จะมีร้านค้า ร้านอาหารตามอาคารพาณิชย์ อย่างร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านเบเกอรี่ บางร้านก็เปิด 24 ชั่วโมง อย่าง โชคดีติ่มซำ

เลยมาหน่อยจะเจอ Big C Super Center และ Index Livingmall ภายในมีร้านอาหารและ Supemarket ให้มาซื้อของเข้าห้องกันได้

ถัดไปก็จะเจอร้าน Cubic 63 อยู่ทางซ้ายมือ เป็นร้าน Hang Out สำหรับมานั่งชิลสังสรรค์กับเพื่อน

เยื้องๆ Cubic 63 จะเป็น Health Land เอกมัย ที่มีทั้งบริการนวดไทย นวดเท้า นวดอายุรเวท และโปรแกรมอื่นๆ รวมทั้งเอกมัยช็อปปิ้งมอลล์หรือเรียกอีกชื่อว่าเวิ้งโบราณ ที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่น่ารักๆ เช่น ร้าน Perhaps Rabbits’ ที่เป็นร้านเค้ก และร้านบ้านเพื่อน เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มบรรยากศชิลๆที่หลายคนชอบมา Hang out กัน

ไม่ไกลกันจะเป็นอาคารสำนักงาน Modern Town Tower

ถัดมาอีกนิดหนึ่งก็จะถึงสี่แยก หากเลี้ยวซ้ายจะไปยังซอยทองหล่อ 10 (เอกมัย 5) ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมไปซอยทองหล่อได้ หรือถ้าตรงต่อไปตามซอยเอกมัยจะสามารถไปทะลุถนนเพชรบุรีได้ค่ะ ส่วนเราจะเลี้ยวขวาจะไปซอยเอกมัย 12 ซึ่งสามารถเชื่อมไปซอยปรีดี พนมยงค์ ได้และเป็นซอยที่เป็นที่ตั้งของโครงการ

เมื่อเลี้ยวเข้ามาภายในซอยเอกมัย 12 หน้าปากซอยทั้งสองฝั่งจะเป็นอาคารพาณิชย์  4 ชั้นครึ่งโดยทางขวามือเป็นร้านเครื่องเขียน ส่วนทางซ้ายมือเป็นร้านแว่นตาเอกมัยและอู่ซ่อมรถ ที่ถัดไปเป็นโครงการ M ทองหล่อ ตัวถนนเอกมัย 12 หรือปรีดี พนมยงค์ 31 นี้นิยมใช้เป็นทางลัดจากพระโขนงเข้ามาสู่เอกมัย-ทองหล่อ ภายในซอยจึงมีปริมาณรถวิ่งเข้าออกหนาแน่นตลอดทั้งวัน

ถัดเข้ามาจะเจอกับโครงการ  Ceil by Sansiri แล้วค่ะ อยู่ติดถนนเอกมัย  12 เลย

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการอยู่บริเวณต้นซอยเอกมัย 12 สภาพแวดล้อมของโครงการส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ 4-5 ชั้น และมีตึกสูงอยู่รอบๆ ในระยะประมาณ 60 – 80 เมตร โดย

  • ทิศเหนือ ติดกับ บ้านพักอาศัยแนวราบ ไม่มีตึกสูงมาบังวิว
  • ทิศตะวันออก  ติดกับ ร้านอาหาร เอสคาเป้ ESCAPE ถัดไปเป็น Oriental Towers Condominium
  • ทิศใต้ ติดกับ ถนนซอยเอกมัย 12 ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัย และ อพาร์ทเม้นท์
  • ทิศตะวันตก ติดกับ อาคารพาณิชย์ 5 ชั้น และ คอนโด High Rise

ทิศตะวันออก  ติดกับ ร้านอาหาร เอสคาเป้ ESCAPE ถัดไปเป็น Oriental Towers Condominium

ทิศใต้ ติดกับ ถนนซอยเอกมัย 12 ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัย ร้านค้า และ อพาร์ทเม้นท์ Bangkok House

ทิศตะวันตก ติดกับ อาคารพาณิชย์ 5 ชั้น และ โครงการ M ทองหล่อ เป็นคอนโด High Rise

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Health Land ~ 450 เมตร
  • Arena 10 ~ 450 เมตร
  • Big C เอกมัย ~ 650 เมตร
  • J Avenue ~ 1 กิโลเมตร
  • อาคารสำนักงานสรชัย ~ 1 กิโลเมตร
  • อาคารสำนักงาน  S.S.P. Tower ~1.10 กิโลเมตร
  • Major Cineplex เอกมัย ~ 1.6 กิโลเมตร
  • Park Lane  ~ 2 กิโลเมตร
  • Gateway เอกมัย ~ 2.7 กิโลเมตร
  • Charn Issara Tower 2 ~ 2.9 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Ceil by Sansiri หรือ Ceil เอกมัย ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3-2-98 ไร่ มีทั้งหมด 3 อาคาร ประกอบด้วยอาคาร A ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดฝั่งที่ติดกับถนน เป็นอาคารจอดรถสูง 7 ชั้นและสำนักงาน (เพื่อการพาณิชย์หรือคลินิกทันตกรรม) ชั้นบนสุดของอาคารนี้จะมี Facilities อยู่ ประกอบด้วย ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และสวนหย่อม ถัดเข้าไปด้านในจะมีอาคารพักอาศัยอีก 2 อาคาร คือ อาคาร B สูง 14 ชั้น และ อาคาร C สูง 17 ชั้น ชั้นล่างของทั้ง 2 อาคารมี Lobby แยกต่างหาก ของใครของมัน ตัวอาคารออกแบบด้วยสไตล์โมเดิร์น ใช้โทนสีขาว เทา และใช้เส้นแนวตั้งแนวนอนทำให้อาคารดูมีมิติมากขึ้น

จาก Master Plan ของโครงการ ทางเข้าออกจะอยู่ติดกับถนนซอยเอกมัย12 อาคารแรกที่อยู่ติดถนนคืออาคาร A เป็นอาคารจอดรถสูง 7 ชั้นและสำนักงาน ชั้นบนเป็น Facilities การแยกพื้นที่ส่วนกลางออกมามีข้อดีคือจะไม่ไปรบกวนพื้นที่พักอาศัยที่อยู่ด้านใน และ สามารถใช้เป็นพื้นที่รองรับแขกได้ แต่เราอาจจะต้องเดินมาใช้ไกลหน่อย ถัดเข้ามาเป็นอาคาร B อยู่ตรงกลาง และ อาคาร C อยู่ด้านในสุด แต่ละอาคารมี Lobby เป็นของตัวเองแยกของใครของมัน มีสวนหย่อมอยู่รอบๆโครงการและระหว่างอาคาร B กับ C เราไปชมของจริงกันค่ะ

ด้านหน้าของโครงการฝั่งที่ติดกับถนนคืออาคาร A เป็นอาคารจอดรถสูง 7 ชั้น มีพื้นที่สำหรับทำเป็นอาคารสำนักงาน (เพื่อการพาณิชย์หรือคลินิกทันตกรรม) พร้อมที่จอดรถ ชั้นบนของอาคารนี้จะเป็น Facilities

ทางเข้าโครงการจะอยู่ติดกับถนนซอยเอกมัย 12 ข้างๆกับอาคารจอดรถ 7 ชั้น

ทางเข้าจะมีติดป้ายโครงการและจัดสวนแนวตั้งเพิ่มความร่มรื่น ดีไซน์เข้ากับผนังด้านข้างโครงการไปเลย

ถัดเข้ามาจะมีป้อมยามที่มีรปภ.ดูแลความปลอดภัยอยู่ 24 ชั่วโมง มีรั้วกั้นไม้กระดกที่ต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าไป ส่วนคนที่มาติดต่อต้องแลกบัตรบริเวณนี้ค่ะ

ถัดเข้ามาด้านในจะเจอกับอาคาร B ก่อน และถัดไปเป็นอาคาร C มี Drop off อยู่บริเวณใกล้ๆกับทางเข้าของอาคารทั้งสอง

ระหว่างอาคาร A และ อาคาร B มีทำหลังคาสำหรับกันแดดกันฝนมาให้ ทางฝั่งซ้ายเราจะเห็นรถ shuttle bus ที่ใช้วิ่งรับส่งไป BTS

เราเข้าไปดูภายในอาคาร A กันค่ะ

ภายในอาคาร A จะเป็นอาคารจอดรถ 7 ชั้น บรรยากาศเป็นประมาณนี้ นอกนั้นอาคารนี้จะเป็นส่วนของสำนักงานและFacilities ด้วย

ขึ้นมาที่ชั้นบนสุดของอาคาร A หรืออาคารจอดรถจะเป็นส่วนของ Facilities ที่ลูกบ้านต้องมาใช้ร่วมกัน ประกอบด้วยสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 10×24 เมตร สวนหย่อม และ ห้องฟิตเนส พร้อมห้องน้ำแยกชาย-หญิง

เข้ามาด้านในอาคาร A ทางฝั่งซ้ายจะเจอกับสำนักงานนิติบุคคลก่อน ถัดเข้าไปเป็นทางขึ้นไปชั้น Facilities

Facilities จะอยู่ที่ชั้นบนสุด สามารถใช้ลิฟท์ขึ้นมาได้ค่ะ แต่ถ้าอยากออกกำลังกายก็เดินขึ้นบันไดมาก็ได้นะ^^

พอเดินออกจากประตูมาจะเจอกับส่วนของสระว่ายน้ำและสวนหย่อม

หันมาทางขวาจะเป็นทางขึ้นไปพื้นที่นั่งพักผ่อนข้างๆสระ โดยสระว่ายน้ำเป็นสระน้ำล้นที่มีการดีไซน์ให้ขอบสระเป็นเส้นโค้งๆ ปูด้วยโมเสคสีฟ้า ดูทันสมัยดี

สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือมีขนาดประมาณ 10×24 เมตร อีกฝั่งหนึ่งของสระก็เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อน

ที่นั่งพักผ่อนมีทั้งแบบเป็นเนิน มีหมอนมาวางให้นั่งเล่น นอนเล่นกันได้ และแบบซุ้มที่นั่ง ถ้ามาเช้าๆ เย็นๆก็จะร่มหน่อย

ถ้าจะขึ้นไปใช้พื้นที่นั่งเล่นต้องเดินขึ้นบันไดนี้ไปค่ะ เวลากลางคืนมีจัด Lighting ไม่ต้องกลัวว่าจะมืดค่ะ

สวนหย่อมที่นี่จัดเป็นมุมๆ มีปลูกทั้งไม้พุ่มและไม้ต้น

พื้นที่นั่งเล่นแบบทำเป็นเนินยก Step ขึ้นมา ตรงนี้สวยดีนะ ชวนเพื่อนๆมานั่งชิลกันได้

พื้นที่นั่งพักผ่อนอีกฝั่งหนึ่ง พื้นบริเวณรอบๆสระจะเป็นไม้เทียมที่ค่อนข้างทนต่อความชื้น

ดูวิวจากชั้น Facilities ฝั่งหน้าโครงการหรือทางทิศใต้ เป็นวิวโล่งๆทางฝั่งถนนสุขุมวิท

ทางทิศตะวันออกจะมีบางส่วนถูกบังด้วย Oriental Towers Condominium ค่ะ

เรากลับมาที่โถงลิฟท์ ลงบันไดไปดูกันต่อที่ห้องฟิตเนสและห้องน้ำ

บรรยากาศภายในห้องฟิตเนสค่ะ ห้องไม่ใหญ่เท่าไหร่ ใส่เครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 5 เครื่อง

ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำแยกชายหญิง

บรรยากาศภายในห้องน้ำ ซึ่งจะมีทั้งอ่างล้างหน้า ห้องน้ำ และ ห้องอาบน้ำ

มีตู้ล็อคเกอร์ให้ด้วยค่ะ สำหรับใครที่อยากจะเก็บของก่อนออกกำลังกาย

บรรยากาศภายในห้องอาบน้ำและห้องน้ำ

ถัดจากอาคาร A มาคืออาคาร B ค่ะ เป็นอาคารพักอาศัยสูง 14 ชั้น ส่วนด้านในสุดคืออาคาร C สูง 17 ชั้น

บริเวณทางเข้าอาคาร B จัดเป็นสวนหย่อม มีที่นั่งวางไว้เป็นจุดๆ มีทางเดินที่มีหลังคาคลุมเชื่อมระหว่างอาคาร B และ อาคาร C สามารถกันแดดกันฝนได้บ้าง

สำหรับอาคาร B จะมี Lobby อยู่ที่ชั้นล่าง ถัดเข้ามาด้านในเป็นส่วนของห้องพักอาศัยซึ่งจะมีการกั้นด้วยประตูเพื่อความเป็นส่วนตัว ห้องพักจะมีห้องแบบ 1A ขนาด 29 ตร.ม. ,แบบ 1A-1 ขนาด 31.50 ตร.ม. อีกฝั่งหนึ่งเป็นห้องแบบ 1B-1 ขนาด 34-34.50 ตร.ม. ส่วนห้องมุมจัดวางเป็นห้องที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยคือแบบ 1D ขนาด 43.50-46 ตร.ม. มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว

บรรยากาศส่วน Lobby ค่ะ เป็นพื้นที่ Double space ฝ้าเพดานสูง มีที่นั่งสำหรับพักคอยและมีชั้นหนังสือให้หยิบมาอ่านเล่นระหว่างรอเพื่อนๆ ผนังด้านหน้าและด้านข้างของ Lobby เป็นกระจกมองเห็นวิวด้านนอก มีติดม่านไว้ให้ ถ้าช่วงเวลากลางวันร้อนก็ปิดม่านลงมาได้

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ตัวอาคารเป็นรูปตัวแอล การวางผังยังคล้ายๆเดิมแต่มีห้องที่อยู่บริเวณฐานตัวแอลเพิ่มเข้ามา  ห้องแบบ 1B-1 (1 ห้องนอน 34 – 34.5 ตร.ม.) ที่มีอยู่ชั้น 1 เปลี่ยนเป็น 1B ( 1 ห้องนอน 34.5 ตร.ม.) แทน รวมๆแล้วมีจำนวนห้องพักทั้งหมด 15 ยูนิตต่อชั้น โดยแปลนนี้จะคล้ายๆกันไปจนถึงชั้น 8

พอถึงชั้น 9 ห้องพักมีบางห้องปรับเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น คือจะมีห้องแบบ 2A (2 ห้องนอน ขนาด 64 – 65 ตร.ม.) อยู่บริเวณทิศใต้และทิศตะวันตก

ชั้น 10 ทางฝั่งทิศใต้จะเปลี่ยนเป็นห้องแบบ 2B (2 ห้องนอน ขนาด 78.5 ตร.ม.) และห้องแบบ 1 H ( 1 ห้องนอน ขนาด 43 ตร.ม.) นอกนั้นเหมือนเดิมค่ะ

แปลนในชั้นอื่นๆจะคล้ายๆกัน จนมาถึงชั้น 14 ที่จะมีห้องแบบ 2F (2 ห้องนอน Duplex ขนาด 58-59.5 ตร.ม.)

แปลนชั้นบนของห้องแบบ 2F ค่ะ

เราเข้าไปดูกันต่อที่อาคาร C กัน

อาคาร C เป็นอาคารที่มีความสูง 17 ชั้นอยู่ด้านในสุด จึงสงบและเป็นส่วนตัวมากที่สุด ที่ชั้นล่างของอาคาร C จะมี Lobby ห้องจดหมาย ห้องน้ำ และ มีห้องพักอาศัยที่กั้นด้วยประตูที่ต้องใช้คีย์การ์ดเข้าไปเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยชั้นนี้จะมีห้องพัก 8 ห้องต่อชั้น มีห้องแบบ 2E หรือห้องแบบ Duplex เดินเข้าห้องพักได้ง่ายแต่จะไม่ค่อยได้ในเรื่องของวิว ส่วนลิฟท์มีอยู่ 2 ตัวเช่นเดียวกันค่ะ

ผังชั้นบนของห้องแบบ 2E (2 ห้องนอน Duplex ขนาด 91 – 91.5 ตร.ม.) จึงทำให้พื้นที่ส่วนของ Lobby จะเป็นแบบ Double space ด้วย

เข้ามาใน Lobby ของอาคาร C จะเป็นแบบ Double space ฝ้าเพดานสูง มีผนังเป็นกระจกมองวิวด้านนอกได้

มีจัดที่นั่งพักคอยมาให้ 1 ชุด เป็นแบบม้านั่งให้นั่งรอแบบชั่วคราวมากกว่า

ในส่วนของ Lobby จะมีบันไดขึ้นไปที่ชั้นลอย

บนชั้นลอยจะมีพื้นที่พักคอยอยู่อีกจุดหนึ่งค่ะ เป็นโซฟาแบบนั่งสบายๆอยู่หลายตัว นั่งยาวๆได้ สามารถมาใช้พื้นที่อ่านหนังสือหรือทำงานก็ได้ เป็นส่วนตัวดี

ด้านหลังเป็นทางเดินไปห้องจดหมายและโถงลิฟท์ค่ะ

บรรยากาศภายในห้องจดหมาย ตู้ตกแต่งด้วยไม้มีการซ่อนไฟที่ด้านหลังตู้ด้วย

บรรยากาศของโถงลิฟท์ค่ะ ตกแต่งเรียบๆด้วยโทนสีขาว มีลิฟท์โดยสารอยู่ 2 ตัว บริเวณนี้มีช่องแสงที่มองออกไปเห็นสวนด้านนอกด้วย

โถงทางเดิน ออกแบบใช้โทนสีขาวเป็นหลัก โถงจึงดูสว่าง ผสมกับวัสดุไม้จากประตู

สำหรับห้องพักของอาคารนี้ส่วนแปลนจะคล้ายๆกัน คือห้องแบบ 1B-A ( 1 ห้องนอน ขนาด 34.5 ตร.ม.) วางอยู่ตรงกลาง ส่วนมุมของอาคารจะเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย

ส่วนชั้น 17 หรือชั้นบนสุด แปลนจะแตกต่างจากชั้นอื่นๆเพราะมีห้องแบบ 2F-A (2 ห้องนอน Duplex ขนาด 59 ตร.ม.) มาแทรกอยู่ และมีห้องแบบ 2A (2 ห้องนอน ขนาด 64-65 ตร.ม.) ด้วย

แปลนชั้นบนของห้องแบบ  2F-A ค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ แบ่งสระเด็กและสระผู้ใหญ่
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • พื้นที่จัดบาร์บีคิว
  • Free Wifi ในพื้นที่ส่วนกลาง
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 94 :  1
  • Service Lift – ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 50% รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

สำหรับตัวห้องพักของโครงการที่สร้างมานานแล้วจะมีความแตกต่างกับโครงการปัจจุบันในเรื่องของขนาดห้องที่จะค่อนข้างใหญ่กว่า และ มีการให้วัสดุบางอย่างค่อนข้างดี มีรูปแบบห้องให้เลือกหลากหลาย แต่เนื่องจากโครงการนี้เป็นคอนโดที่สร้างเสร็จมานานพอสมควร และ มีคนเข้ามาพักอาศัยแล้วจึงยังไม่สามารถเข้าไปเก็บรูปภาพห้องมาให้ชมกันได้ จึงขอเลือกนำแปลนห้องที่มีการประกาศขายกันอยู่แต่ละแบบ มาวิเคราะห์ให้ชมกันก่อนนะคะ หากมีโอกาสไปเก็บภาพห้องจริงๆมาจะเอามา Update ให้ชมกันอีกทีค่ะ

สำหรับ Spec วัสดุต่างๆของห้องพักโครงการนี้ในช่วงเปิดขายเป็นประมาณนี้ค่ะ (ปัจจุบันต้องขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องแต่ละห้องนะคะ) พื้นลามิเนตหนา 12 มม. , พื้นครัวกรุกระเบื้องเซรามิค , ผนังฉาบเรียบทาสี , พื้น-ผนังห้องน้ำกรุกระเบื้องเซรามิค , สุขภัณฑ์ พร้อมฉากกั้นอาบน้ำ , เครื่องปรับอากาศ , เคาน์เตอร์ครัว , เฟอร์นิเจอร์ได้ครบชุด

ห้องแบบแรกคือแบบ 1A ขนาด 29 – 29.5 ตร.ม. เข้ามาจะเจอกับครัวเปิดก่อน เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัวแอล ฝั่งตรงข้ามมีตู้วางรองเท้าและที่วางเครื่องซักผ้า มีพื้นที่รับประทานอาหารวางต่อกันไปเลย นั่งได้ 2 ที่นั่ง การวางครัวอยู่หน้าห้องสะดวกตรงที่เวลาหอบของกลับบ้านมาก็สามารถวางและเก็บเข้าตู้เย็นได้เลย แต่ครัวเปิดจะไม่กันกลิ่นจึงไม่เหมาะกับการทำอาหารผัดๆทอดๆที่มีกลิ่นแรงๆ เหมาะกับการเตรียมอาหารง่ายสไตล์คนเมือง ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่นั่งเล่นวางโซฟาได้ 2 ที่นั่ง เชื่อมต่อกับระเบียงสามารถออกไปสูดอากาศได้ บริเวณระเบียงมีพื้นที่วาง Condensing unit ของแอร์แยกเป็นสัดส่วน ไม่มาบดบังวิวเวลาที่เรานั่งมองจากห้องรับแขก อีกฝั่งของห้องเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว หน้าห้องน้ำมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าแบ่งออกเป็น 2 ตู้ สามารถแบ่งการใช้งานได้ในกรณีที่อยู่กัน 2 คนแต่ตู้เสื้อผ้าขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่

ห้องแบบ 1B ขนาด 34.5 ตร.ม. แปลนคล้ายกับแบบ 1A 29 – 29.5 ตร.ม. แต่มีพื้นที่มากกว่า บริเวณด้านข้างเตียงฝั่งที่ติดหน้าต่างจะได้พื้นที่โล่งสำหรับวางเป็นชุดที่นั่งพักผ่อนหรือโต๊ะทำงานเพิ่มเติมได้ ได้หน้าต่างแบบเข้ามุม (Bay window)

ห้องแบบ 1C ขนาด 34 ตร.ม. เข้ามาเจอครัวก่อนเช่นกัน พื้นที่ครัวเป็นสัดส่วนดี ห้องนี้สามารถกั้นทำเป็นครัวปิดได้ มีตู้วางรองเท้าเล็กๆอยู่ตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัว โต๊ะอาหารนั่งได้ 2 ที่นั่ง วางเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้อยู่บริเวณข้างๆ พื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับระเบียง ห้องนอนมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างค่ะ ได้หน้าต่างแบบเข้ามุม (Bay window) ด้วย หน้าห้องน้ำมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ ห้องน้ำแบ่งออกเป็นส่วนแห้งส่วนเปียกเป็นสัดส่วนค่ะ

ห้องแบบ 1D ขนาด 43.5 – 46 ตร.ม. เป็นห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับห้องในปัจจุบัน เข้าห้องมาจะเจอกับโถงก่อน ถัดมาจึงเจอกับครัวจัดวางพื้นที่ได้เป็นสัดส่วน สามารถกั้นเป็นครัวปิดก็ได้ มีระเบียงซักล้างแยกต่างห่าง ตัว Condensing unit ของแอร์จะวางอยู่บริเวณนี้ ซึ่งจะไม่ไปรบกวนการใช้งานของระเบียงหลัก ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกันของส่วนรับประทานอาหารและนั่งเล่น ที่เชื่อมต่อกับระเบียง ห้องนอนและห้องน้ำอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ได้กระจกบานค่อนข้างใหญ่ใช้นอนชมวิวได้ มีพื้นที่วางโต๊ะทำงานได้ด้วย

ห้องแบบ 1E ขนาด 46.5 ตร.ม.  เป็นห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าห้อง 1D การจัดวางพื้นที่ต่างๆ เป็นสัดส่วนและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ห้องนอนวางเตียงขนาดใหญ่ได้ มีมุมวางที่นั่งพักผ่อนริมหน้าต่าง มีมุมวางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าเป็นสัดส่วน เข้ามาในส่วนของพื้นที่รับประทานอาหารและนั่งเล่นก็มีขนาดกว้างขึ้น มีพื้นที่วางโต๊ะทำงานได้ แต่ระเบียงห้องนี้ไม่ใหญ่เท่าไหร่ เน้นการใช้งานพื้นที่ภายในมากกว่า

ห้องแบบ 1I ขนาด 50.5 ตร.ม. เข้ามาจะเจอกับโถงเล็กๆ ที่มีตู้วางรองเท้าและพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้ามาให้ ถัดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นที่ติดกับระเบียงขนาดใหญ่ ถัดมาเป็นส่วนรับประทานอาหารอยู่ตรงข้ามครัว เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัวยู ทำอาหารได้เต็มที่มากขึ้น อีกฝั่งเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำและมุม Walk-in Closet ในตัว

ห้องแบบ 2A ขนาด 64 – 65 ตร.ม. เป็นห้อง 2 ห้องนอนแบบหน้ากว้าง เข้ามาจะเจอกับส่วนของครัวก่อน มีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าให้เป็นสัดส่วน ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกันของส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหาร พื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างกว้าง และน่าจะโปร่งเพราะมีช่องแสงจากประตูทางออกไปที่ระเบียงขนาดค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่วาง Condensing unit ของแอร์แยกต่างหาก ถัดเข้ามาทางฝั่งซ้ายเป็นห้องน้ำแบบที่มีพื้นที่อาบน้ำในตัวอยู่ตรงข้ามกับห้องนอนเล็ก ด้านในสุดคือห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำและ Walk-in Closet ในตัว ได้หน้าต่างบานใหญ่แบบเข้ามุม (Bay window) 

ห้องแบบ 2B ขนาด 78.5 ตร.ม. เป็นห้อง 2 ห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ได้ครัวขนาดค่อนข้างใหญ่ ใช้งานได้เต็มที่ จัดพื้นที่ Day Life หรือพื้นที่ที่ใช้ทำกิจกรรมร่วมกันไว้ตรงกลาง แยกห้องนอนเป็น 2 ฝั่ง มีห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน 1 ห้อง ส่วนห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำ และ Walk-in Closet ในตัว มีพื้นที่วางโต๊ะทำงานอยู่ติดหน้าต่างและโซฟาที่ปลายเตียงได้ 

ห้องแบบ 2E ขนาด 91 – 91.5 ตร.ม. เป็นห้องแบบ Duplex อยู่ในอาคาร C มีส่วนที่เป็น Double Space คือบริเวณห้องนั่งเล่น ห้องนี้จะพิเศษหน่อยตรงที่มีที่จอดรถมาให้ พอจอดแล้วสามารถเข้ามาในห้องได้เลย มีห้องแม่บ้านแยกทางเข้า-ออก เข้าห้องมาจะเจอครัวก่อน ฝั่งตรงข้ามเป็นบันไดทางขึ้นชั้นบนและพื้นที่วางเครื่องซักผ้า ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหาร ชั้นบนมีห้องนอน 2 ห้อง และ ห้องน้ำอีก 2 ห้อง ห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำและWalk-in Closet ในตัว เช่นเดิม การวางผังแบ่งส่วนพักผ่อนได้เป็นส่วนตัวดีค่ะ

ห้องแบบ 2F ขนาด 58 – 59.5 ตร.ม. เป็นห้องแบบ Duplex ที่อยู่ชั้นบนของอาคาร B เข้าห้องมาจะเจอกับครัวเปิดก่อน จากนั้นจะเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกันของส่วนรับประทานอาหารและนั่งเล่น ที่เชื่อมต่อกับระเบียง บริเวณห้องนั่งเล่นจะเป็น Double space  มีห้องน้ำที่สามารถอาบน้ำได้อยู่ 1 ห้อง มีห้องนอนเล็กอยู่ในชั้นนี้ ถ้าไม่อยากได้ห้องนอนสามารถปรับมาใช้เป็นห้องทำงานได้ ชั้นบนเป็นห้องนอนใหญ่ทั้งชั้น ค่อนข้างกว้าง มีพื้นที่ทำเป็น Walk-in Closet และมีห้องน้ำในตัว

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 26 July 2017

  • 1 Bedroom เนื้อที่ 35 ตร.ม. ราคา 4.00 ล้านบาท หรือ 114,285 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom เนื้อที่ 46 ตร.ม. ราคา 5.00 ล้านบาท หรือ 108,695 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom เนื้อที่ 62 ตร.ม. ราคา 7.20 ล้านบาท หรือ 116,129 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom เนื้อที่ 90 ตร.ม. ราคา 10.80 ล้านบาท หรือ 120,000 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom เนื้อที่ 96 ตร.ม. ราคา 11.50 ล้านบาท หรือ 120,000 บาท/ตร.ม.
  • เฟอร์นิเจอร์ – ตามรายละเอียดการขายของเจ้าของห้อง
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ 


เจาะลึกรวบยอด

Ceil by Sansiri เป็นคอนโด High Rise 14 ชั้น, 17 ชั้น พร้อมอาคารจอดรถ 7 ชั้น ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 12 ซอยที่ทะลุจากทองหล่อซอย 10 มาได้ ระยะทาง 1.3 กิโลเมตรจากสถานี BTS เอกมัย ใกล้ Gateway Ekamai ทำเลของโครงการอยู่ในจุดที่อยู่ใจกลางย่านเอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเล Top ของกรุงเทพมหานครที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ธุรกิจร้านค้า แหล่ง ช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อย Hi-end มากมายเปิดทั้งกลางวันกลางคืน ในย่านนี้โดยส่วนใหญ่นิยมกินดื่มนอกบ้าน ดังนั้นย่านนี้จึงเป็นแหล่งรวมของร้านอาหารชิคๆ มี Community Mall อย่าง Arena 10,The Commons, J Avenue, เวิ้งโบราณ รวมทั้งมีร้านกินดื่มและแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนต์จำนวนมากในระยะเดินถึง และมีโรงเรียนนานาชาติ Ekkamai International School ที่อยู่ในซอยเอกมัย 12 อีกด้วย

การเดินทางโดยใช้รถ ค่อนข้างสะดวก ซอยเอกมัย 12 เป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนเอกมัย(สุขุมวิท 63) กับถนนปรีดี พนมยงค์(สุขุมวิท 71) และเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับทองหล่อซอย 10 ที่ใช้ไปทะลุถนนทองหล่อได้หรือจะใช้ไปถนนเพชรบุรี สุขุมวิท อโศก พร้อมพงษ์ พระราม 4 ก็สะดวก หากใครต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้ ทางลัดที่สามารถใช้เลี่ยงรถติดตรงปากซอยเอกมัยได้ คือซอยเอกมัย 10 (ซอย Health Land) วิ่งลัดๆลงมาออกถนนสุขุมวิทที่ซอย 65 สำหรับใครที่ใช้ทางด่วนจะมีทางด่วนรามอินทราช่วงสุดถนนเอกมัย และทางด่วนอาจณรงค์ที่ต้องวิ่งทะลุซอยสุขุมวิท 40 ไปออกฝั่งกล้วยน้ำไทค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ โครงการอยู่ในระยะที่ไม่ได้ใกล้ BTS คือมีระยะ 1.30 กิโลเมตรจาก BTS เอกมัย แต่โครงการจะมี Shuttle Service รับส่งจึงสามารถใช้รถไฟฟ้าเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ และจากสถานีเอกมัยถ้านั่งรถไปอีก 2 สถานี ก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง  Emporium , Emquartier ถัดจากสถานี พร้อมพงษ์ก็จะเป็นสถานี อโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมีห้างใหญ่อย่าง Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้าม นานา เพลินจิตไปก็จะเข้าสู่ชิดลม และสยาม ตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างสีสม-สาทร เพลินจิต-สยาม สามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลา

วัสดุ ให้ครบตามมาตรฐาน ค่อนข้างไปทางดี ทั้ง ครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ในช่วงเปิดขายแรกๆจะได้ตามนี้ – พื้นลามิเนตหนา 12 มม. , พื้นครัวกรุกระเบื้องเซรามิค , ผนังฉาบเรียบทาสี , พื้น-ผนังห้องน้ำกรุกระเบื้องเซรามิค , สุขภัณฑ์ พร้อมฉากกั้นอาบน้ำ , เครื่องปรับอากาศ , เคาน์เตอร์ครัว , เฟอร์นิเจอร์ได้ครบชุด – ซึ่งรายละเอียดเรื่องวัสดุของโครงการมือสองนั้นหลายๆห้องมีการตกแต่งต่อเติมซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายห้องว่า ห้องได้เราได้อะไร คุ้มค่าหรือไม่ มีทั้งห้องที่ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งอย่างดี และห้องที่ขายเป็นห้องเปล่าๆ อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาสภาพห้องประกอบด้วยว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่

การออกแบบ  ตัวอาคารออกแบบด้วยสไตล์โมเดิร์น ใช้โทนสีขาว เทา และใช้เส้นแนวตั้งแนวนอนทำให้อาคารดูมีมิติ Layout ของห้องและตัวตึกถูกออกแบบมาได้ดี เป็นส่วนตัว โดยเฉพาะตึก C ที่วิวต่างๆไม่ถูกบังด้วยตึกอื่นขนาดใหญ่ แต่ตึก B บางส่วนอาจจะโดนบดบังวิว คือทางทิศใต้ที่หันเข้าหา Park / Pool ของตึก A ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตึก B อาจถูก Alcove ทองหล่อ 10 ที่อยู่ในระยะไกลบังวิวบางส่วนได้ และด้านทิศตะวันออกของตึก B ก็ถูก Oriental Towers บังมิด

สาธารณูปโภค ให้มาตามมาตรฐานทั้ง  Facilities อยู่ ประกอบด้วย ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และสวนหย่อม และ ชั้นล่างของอาคาร B , C จะมี Lobby แยกต่างหาก ของใครของมัน  การแยกพื้นที่ส่วนกลางออกมามีข้อดีคือจะไม่ไปรบกวนพื้นที่พักอาศัยที่อยู่ด้านใน และ สามารถใช้เป็นพื้นที่รองรับแขกได้ แต่เราอาจจะต้องเดินมาใช้ไกลหน่อย

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ค่ะ

BOTTOM LINE

Ceil by Sansiri เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดในย่านเอกมัย ทองหล่อ สุขุมวิท ที่มองหาคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่แบบหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย ชอบคอนโดดีไซน์สมัยใหม่  เป็นส่วนตัว มี Facilities ครบครัน  เดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลักและหวังพึ่งพารถไฟฟ้าอยู่บ้าง ได้ห้องขนาดใหญ่ มีห้องให้เลือกเยอะ มีงบประมาณระดับ 4 – 12 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ  28,000 – 84,000 บาท/เดือน 

Share

Leave a Reply