Pruksa Ville รามคำแหง-เสรีไทย ทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Neo Zen ในซอยเสรีไทย 81 ใกล้สวนสยาม จากพฤกษา [รีวิวฉบับที่ 1377]

June 30, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1377 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาไปชมโครงการ Pruksa Ville รามคำแหง-เสรีไทย ทาวน์โฮม 3 ชั้น ในซอยเสรีไทย 81 ใกล้ถนนสวนสยาม ที่มาพร้อมกับแบบบ้านสไตล์ Neo Zen เน้นความ Modern ในแบบฉบับญี่ปุ่น ได้กระจกทรงสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานและออกแบบให้เป็นแบบเข้ามุมเพื่อให้แปลงกลางได้รับแสงสว่างจากภายนอกมากขึ้น ในราคาที่หยิบจับไม่ยาก เริ่ม 3.39 ล้านบาท เหมาะกับครอบครัวที่กำลังมองหาบ้านหลังเล็กในราคาเอื้อมถึงบนทำเลเสรีไทย ใกล้สวนสยามค่ะ

 

Fact @ 21 June 2017

  • Pruksa Ville Ramkhamhaeng – Serithai (พฤกษาวิลล์ รามคำแหง-เสรีไทย)
  • บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซอยเสรีไทย 81 ถนน เสรีไทย เขตคานนายาว
  • เนื้อที่โครงการ 10-0-9.2 ไร่ จำนวน 100 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม Neo Zen ที่ดิน 20.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 105,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : ตุลาคม 2558
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : n/a
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1739

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะคะ

NEW! เพื่อนๆสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อได้โดยกดปุ่มไปยังหัวข้อที่สนใจได้นะคะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.797129, 100.692042

โครงการ Pruksa Ville รามคำแหง-เสรีไทย ตั้งอยู่ในซอยเสรีไทย 81 ลึกเข้ามาจากถนนเสรีไทยประมาณ 140 ม. เป็นซอยที่สามารถเข้า-ออกได้สะดวกทั้งถนนเสรีไทยและถนนสวนสยาม เนื่องจากเป็นซอยที่สามารถลัดเข้าถนนสวนสยามได้ด้วยค่ะ

ทำเล Pruksa Ville รามคำแหง-เสรีไทย ตั้งอยู่บนถนนเสรีไทย ในซอยเสรีไทย 81 ซึ่งเป็นซอยลัดเข้าสวนสยาม จัดเป็นทำเลในโซนสวนสยามหรือโซนเสรีไทยช่วงปลายที่แหล่งที่อยู่อาศัยที่คึกคักอีกจุดบนถนนเสรีไทยด้วยความที่อยู่ใกล้กับ Landmark สำคัญอย่าง สวนสยาม และนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ที่จัดเป็นแหล่งงานสำคัญในละแวกนี้ ทำให้ตัวโครงการนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของคนที่ทำงานแถบนี้ทั้งแถบเสรีไทยและรามอินทราตอนปลายที่มองหาบ้านราคาหยิบจับง่าย ตั้งงบประมาณไว้ที่ 3-4 ล้านกว่า โดยโครงการนี้จัดเป็นโครงการจัดสรรใหม่ที่มีราคาขายที่หยิบจับได้ง่ายมากสุดในทำเลนี้

ในส่วนของความอุดมสมบูรณ์ในละแวกนี้เลยจะมีอยู่ 3 โซนชัดเจนคือ

  • Fashion Island & The Promenade : เป็นศูนย์การค้าชื่อดังและขนาดใหญ่ในย่านนี้ ไว้ให้ช็อปปิ้งได้ในระยะขับรถได้สบายๆ ไม่ต้องเข้าเมืองไกล
  • ถนนสวนสยาม : เป็นถนนที่มีโครงการที่อยู่อาศัยภายในหลายโครงการ ทั้งหมู่บ้านเก่าและหมู่บ้านใหม่ ส่วนข้างทางของถนนก็มีทั้งตึกแถวและร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ให้หาของกินได้ไม่ยาก รวมทั้งช่วงตอนปลายของถนนสวนสยามก็มี Community Mall อย่าง Amorini ด้วย
  • ย่านมีนบุรี : อยู่ห่างจากโครงการมาหน่อย แต่ถือเป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์ที่สำคัญในย่านนี้นะคะ เพราะมีตลาดมีนบุรีที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ในย่านนี้ รวมทั้งเป็นแหล่งรวมของรถตู้ที่มาจากที่ต่างๆ ด้วยนะ ในอนาคตบริเวณนี้จะเป็นจุด Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีชมพู

ในส่วนของการเดินทางด้วยรถยนต์นั้นจัดว่าสะดวก หากใครที่เน้นเดินทางเข้าถนนเสรีไทย – รามอินทรา เป็นหลักนะคะ ด้วยความที่อยู่ในซอยซึ่งไม่ไกลจากหน้าปากซอยก็เป็นถนนเสรีไทยแล้ว อีกทั้งยังเป็นซอยที่สามารถเชื่อมเข้าถนนสวนสยามเพื่อไปทะลุออกถนนรามอินทราได้ง่ายอีกด้วย และอีกตัวเลือกหนึ่งในการเดินทางด้วยรถยนต์คือความสะดวกในการใช้วงแหวนรอบนอก เพราะอยู่ไม่ห่างจากจุดขึ้น-ลง วงแหวนรอบนอกมากนักอีกด้วยค่ะ สำหรับปัจจุบันนี้การเดินทางด้วยรถยนต์ยังถือเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุดของโครงการนี้นะคะ แต่ในอนาคตนั้นความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าเมืองนั้นก็จะสะดวกมากขึ้นเพราะกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีส้มเข้ามา แต่ยังเป็นอนาคตระยะยาวอยู่นะคะ ยังต้องอดทนรอกันต่อไป แต่รับรองว่ามาแน่ค่ะ

การเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มต้นบนถนนรามคำแหงบริเวณแยกบ้านม้าแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนศรีบูรพาไปยังแยกนิด้า จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนเสรีไทยมุ่งหน้าไปทางมีนบุรี ผ่านวงแหวนรอบนอกและแยกสวนสยามที่ตัดกับถนนสวนสยาม จากนั้นให้เบี่ยงซ้ายและเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเสรีไทย 81 ที่อยู่ถัดจากถนนสวนสยามไปเพียงซอยเดียวนะคะ เมื่อเลี้ยวเข้าซอยเสรีไทย 81 แล้วตรงเข้ามาประมาณ 140 ม. ก็จะถึงหน้าโครงการแล้วค่ะ

เริ่มต้นกันถนนรามคำแหงฝั่งขาเข้าเมืองนะคะ เราจะเลี้ยวขวากันบริเวณแยกบ้านม้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังแยกนิด้าที่ตัดกับถนนเสรีไทยค่ะ

เลี้ยวขวาจากแยกบ้านม้ามาจะเข้าสู่ถนนศรีบูรพาเป็นถนนเส้นเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างถนนเสรีไทยและถนนรามคำแหงค่ะ เราขับตรงมาที่แยกนิด้าฝั่งซ้ายมือจะเป็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ส่วนเส้นทางการเดินทางไปยังโครงการจากแยกนิด้านี้เราจะเลี้ยวขวาไปทางถนนเสรีไทยที่มุ่งหน้าไปทางมีนบุรีค่ะ

บรรยากาศของถนนเสรีไทยนั้นในช่วงต้นๆ จะค่อนข้างคึกคักพอสมควรด้วยตึกแถวตลอดข้างถนน มีร้านค้าขายของหลากหลายทีเดียวค่ะ แต่เราจะมุ่งหน้าผ่านตรงนี้กันไปอีก

เราจะไปตามทางถนนเสรีไทยเรื่อยๆ เลย และจะผ่านถนนกาญจนาภิเษกกันไปอีกนะคะ

ผ่านหมู่บ้านเก่าแก่ชื่อดังบนถนนเสรีไทยอย่างนวธานี

ใกล้จะผ่านวงแหวนรอบนอกแล้วนะคะ ใครจะไปทางบางปะอินก็ชิดซ้ายกันไปเลย หรือไปทางบางนานั้นในชิดขวาค่ะ แต่เราจะขับตรงไปทางมีนบุรีกัน

เมื่อเจอแยกสวนสยามที่ตัดกับถนนสวนสยามแล้วให้ตรงไปอีกหน่อยค่ะ

เลยแยกสวนสยามมาอีกหน่อยด้านซ้ายมือก็จะมีป้ายรถเมล์บริเวณหน้าปากซอยเสรีไทย 79 ด้วยค่ะ ซึ่งเป็นป้ายที่ใกล้ที่สุดจากโครงการเดินมาประมาณ 220 ม. จัดว่าไม่ไกลนะ

จากนั้นเริ่มเบี่ยงซ้ายแล้วเลี้ยวเข้าซอยเสรีไทย 81 ซึ่งเป็นซอยทางเข้าหลักของโครงการค่ะ

ภายในซอยเป็นชุมชนตึกแถวเก่าทั้ง 2 ฝั่งเลย เราขับตรงเข้าไปในซอยลึกประมาณ 140 ม. ก็จะถึงโครงการแล้วค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ที่ตั้งโครงการแวดล้อมไปด้วยชุมชนบ้านพักอาศัยและตึกแถวที่สูงไม่เกิน 4 ชั้น โดยรวมบรรยากาศเงียบสงบตามปกติทั่วไปที่อยู่ในทำเลที่อยู่อาศัยนะคะ ตัวโครงการนี้แม้จะอยู่ในซอยย่อยแต่ข้อดีของซอยนี้คือเป็นซอยที่สามารถไปทะลุออกถนนสวนสยามได้ด้วย ซึ่งทำให้การเดินทางจากถนนรามอินทรา และจากถนนสวนสยามเอง มายังโครงการได้ง่ายไม่ต้องไปติดไฟแดงที่แยกสวนสยามอีกทีค่ะ

  • ทิศเหนือ : ชุมชนบ้านเดี่ยวสูงไม่เกิน 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก : ชุมชนบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 4 ชั้น
  • ทิศใต้ : ติดกับซอยเสรีไทย 81 มีตึกแถวสูงประมาณ 3 ชั้น
  • ทิศตะวันตก : ซอยเสรีไทย 79 มีตึกแถวสูงประมาณ 3 ชั้น

บรรยากาศภายในซอยเสรีไทย 81 มองจากหน้าโครงการออกไปยังถนนเสรีไทยนะคะ แม้จะมีคนอาศัยอยู่ดูค่อนข้างหนาแน่นแต่ก็ยังคงความสงบระดับนึงและไม่เปลี่ยวมาก

ด้านข้างทางเข้าโครงการมีซอยเชื่อมเล็กๆ เชื่อมเข้าซอยเสรีไทย 79 และถนนสวนสยามค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สวนสยาม ~ 1 กม.
  • นิคมอุตสาหกรรมบางชัน ~2.4 กม.
  • Amorini ~2.4 กม.
  • โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี ~ 2.6 กม.
  • โรงพยาบาลเสรีรักษ์  ~3.8 กม.
  • The Promenade ~ 4.2 กม.
  • ตลาดมีนบุรี ~ 5.1 กม.
  • Fashion Island ~ 6.1 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ  Pruksa Ville รามคำแหง-เสรีไทย ตั้งอยู่บนที่ดินทั้งหมด 10-0-9.2 ไร่ โดยแบ่งเป็นจำนวนยูนิตทั้งหมด 100 ยูนิตนะคะ เริ่มจากทางเข้า-ออกโครงการมีเพียงจุดเดียวคือจากซอยเสรีไทย 81 เข้ามาด้านข้างจะเป็นสวนหย่อมขนาดเล็กและอาคารนิติบุคคล ซึ่งปัจจุบันใช้เป็น Sale Office อยู่ ตรงเข้ามาจะเป็นถนนหลักยาวตั้งแต่หน้าโครงการไปจนสุดขอบเขตที่ดิน มีความกว้างถนนอยู่ที่ 9 ม. โซนด้านในแบ่งเป็นซอยย่อยอีก 2 ซอย ซึ่งทั้ง 2 ซอยนี้ก็มีความกว้างถนนอยู่ที่ 9 ม. เช่นกันเพื่อให้สามารถสัญจรภายในได้สะดวกค่ะ

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้จะมีเพียงสวนหย่อมขนาด 2 งานกว่าๆ ซึ่งจัดให้อยู่บริเวณโซนกลางของโครงการเพื่อให้ลูกบ้านทั้งโซนด้านหน้าและด้านหลังออกมาใช้งานได้ง่ายและทั่วถึง ซึ่งขนาดของสวนนั้นก็พอสำหรับให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่นได้บ้าง หรือใครเลี้ยงน้องหมาก็พามาเดินเล่นได้เช่นกันค่ะ

จากหน้าทางเข้าโครงการ ตกแต่งเป็นซุ้มโปร่งขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็นป้อมรปภ.และแบ่งทางเข้า-ออกเป็น 2 ฝั่งค่ะ

สำหรับโครงการนี้ให้ประตูเป็นแบบ Double Gate ด้วยนะคะ คือมีไม้กั้นกระดกแบบอัตโนมัติ และด้านหลังเป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติค่ะ เพิ่มความปลอดภัยให้กับโครงการมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเข้า-ออกที่นี่ก็จะใช้ระบบ Key Card Access ระยะใกล้ด้วยนะคะ ถือว่าเรื่องความปลอดภัยก็ให้มาดีเลยนะ เทียบกับราคาที่จ่าย

บริเวณป้อมรปภ.มีกล้อง CCTV ติดไว้ 2 จุดส่องหน้าคนขับและทะเบียนรถ

เข้ามาภายในโครงการ ช่วงหน้าโครงการนี้ถนนจะเป็น Concrete Stamp เล่นลายดูสวยงามดีค่ะ และบริเวณทางเข้านี้เค้าจะยกระดับพื้นถนนสูงกว่าถนนในซอยเสรีไทย 81 และถนนหลักด้านในโครงการพอสมควร เสมือนเป็นเขื่อนกั้นน้ำท่วมเข้าโครงการจากถนนในซอยได้ ส่วนความกว้างของถนนหลักนั้นอยู่ที่ 9 ม. ยาวไปสุดโครงการเลย

ด้านข้างมีจัดสวนหย่อมเล็กๆ ให้และฝั่งซ้ายเป็นอาคารนิติบุคคลในอนาคต

พื้นที่อาคารนิติบุคคลนี้จัดให้มีพื้นที่ Outdoor ไว้นั่งเล่นได้ด้วยนะ

ตรงเข้ามาโซนกลางๆ ของโครงการฝั่งขวาจะเป็นสวนหย่อมขนาดประมาณ 2 งานค่ะ

ภายในสวนหย่อมทำทางเดินให้เดินเล่นภายในสวนได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งสวนหย่อมนี้เค้าจัดมาให้ดูร่มรื่นดีนะคะ เน้นต้นไม้ใหญ่เยอะอยู่เหมือนกัน

มีพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi Outdoor ให้มานั่งเล่นชิลๆ ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นได้ค่ะ โดยพื้นที่นั่งเล่นนี้ด้านบนสามารถกันแดดกันฝนได้นะ

 

บรรยากาศภายในสวนถัดจากพื้นที่นั่งเล่นก็มีทำทางเดินไว้ตลอดแนวไปยังสุดสวนหย่อมเลยค่ะ รอบข้างก็ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ตลอดทางดูทำให้ได้ร่มเงาไม้ดีมากเลย มาเดินตอนกลางวันยังได้

เดี๋ยวเราพาเดินไปดูบรรยากาศโครงการโซนด้านหลังกันต่อนะคะ

ในโซนด้านหลังโครงการนี้ฝั่งขวามือจะแบ่งเป็นซอยรองอีก 2 ซอย

ในส่วนของพื้นที่ระหว่างทาวน์โฮมแปลงมุมนี้ทางกฎหมายนั้นจะมีการเว้นช่องไว้อยู่แล้ว ซึ่งทางโครงการก็ไม่ได้เว้นพื้นที่ไว้ให้เสียประโยชน์เฉยๆ นะคะ แต่มีการจัดเป็นสวนเล็กๆ ให้ มีต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับในโครงการมากขึ้น

สุดทางเป็นกำแพงทึบสูงประมาณ 2 ม.

บรรยากาศภายในซอยย่อย หรือถนนรอง ก็มีความกว้างถนน 9 ม. เช่นกันกับถนนหลัก ซึ่งด้วยความกว้าง 9 ม.นี้ก็ทำให้การสัญจรภายในโครงการสะดวกมากขึ้น ถอยรถเข้า-ออกบ้านง่ายดีด้วย

 

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • สวนหย่อม ขนาด 0-2-62 ไร่
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate 1 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2 ม.
  • Key Card Access ระยะใกล้
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ Double Gate มีทั้ง รั้วกั้นไม้กระดก และ เลื่อนไฟฟ้า
  • ถนนหลักกว้าง 9 ม. และถนนภายในซอยกว้าง 9 ม.

 


Product Walkthrough

สำหรับโครงการ Pruksa Ville รามคำแหง-เสรีไทยนั้น จะมีแบบบ้านเพียงแบบเดียวคือเป็น ทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Neo Zen I หรือเน้นความ Modern ผสานกับความเป็น Zen ของญี่ปุ่นที่ให้ความเรียบง่ายด้วยโทนสีแบบ Monotone (เทาอ่อน-เข้ม) และจุดเด่นของแบบบ้าน Type นี้คือ การให้กระจกทรงสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานทำให้ผ่านในโปร่งโล่ง รวมไปถึงเป็นกระจกแบบเข้ามุมด้วย เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนทาวน์โฮมแปลงมุม ในทุกๆ ยูนิต แม้จะเป็นแปลงกลางก็ตาม เนื่องจากการทำกระจกเข้ามุมนั้นจะช่วยเปิดมุมมองด้านข้างให้มากขึ้นได้ ซึ่งทาวน์โฮมแปลงกลางส่วนใหญ่จะไม่มีค่ะ แม้จะไม่ได้เข้ามุมมากนักแต่ก็พอเห็นความแตกต่างจากทาวน์โฮมแปลงกลางทั่วไปอยู่นะ

มาดูที่แปลนบ้านกันบ้างนะคะ สำหรับ Type Neo Zen I นั้นจะมีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 150 ตร.ม. บนที่ดินมาตรฐานประมาณ 20.3 ตร.วา ภายในมี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ

ชั้น 1 จากหน้าบ้านที่เป็นส่วนที่จอดรถสามารถจอดได้ 2 คัน เข้ามาภายในตัวบ้าน จะมีความลึกไม่มากนัก ภายในเข้ามาจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นเชื่อมกับพื้นที่รับประทานอาหาร และครัวด้านข้าง จากครัวจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งจะเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room (ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ) ซึ่งด้วยพื้นที่ใช้สอยด้านหลังที่ไม่ได้ลึกมากนักทำให้มีพื้นที่ไม่พอสำหรับใครที่ต้องการจะทำห้องอเนกประสงค์ด้านล่าง หรือห้องนอนผู้สูงอายุนะคะ

ชั้น 2 นี้จะแบ่งเป็น 2 โซนด้วยกัน คือด้านหน้าบ้านเป็นห้อง Master Bedroom ได้ขนาดค่อนข้างใหญ่กินพื้นที่เต็มความกว้างของทาวน์โฮมเลยค่ะ ส่วนด้านล่างที่ไม่สามารถทำห้องอเนกประสงค์ได้ ก็ถูกยกขึ้นมาที่ชั้นบนที่ซึ่งสามารถกั้นเป็นห้องได้นะคะ เผื่อใครที่จะทำเป็น Home Theater หรือห้องทำงานที่ต้องการความสงบหน่อย

ชั้น 3 แบ่งเป็นห้องนอนกลางและห้องนอนเล็ก ตรงกลางจะเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน แต่สิ่งที่แตกต่างจากทาวน์โฮมทั่วไปที่เราเห็นนั้นคือ ปกติตำแหน่งห้องน้ำเราจะเข้าจากทางโถงทางเดินเป็นหลักใช่ไหมคะ แต่แบบทาวน์โฮมนี้จะให้เข้าห้องน้ำจากห้องนอนทั้ง 2 ห้องเลย และตัดพื้นที่โถงทางเดินออกให้เหลือไม่มาก เพื่อที่จะได้ใช้พื้นที่ภายในห้องนอนมากขึ้นค่ะ ข้อดีคือได้พื้นที่ภายในห้องนอนมากขึ้น แต่ข้อจำกัดก็คือหากคนอื่นต้องการจะเข้าห้องน้ำในชั้นนี้ก็ต้องเข้ามาภายในห้องนอนเราก่อนที่จะเข้าห้องน้ำได้

ประตูรั้วหน้าบ้านได้เป็นรั้วแบบพับเพื่อให้สามารถเปิดประตูได้กว้างเต็มพื้นที่ ซึ่งประตูบานพับแบบนี้จะเหมาะกับทาวน์โฮมมากที่สุดแล้วเนื่องจากทาวน์โฮมจะไม่มีพื้นที่ดินด้านข้างในเราพอจะทำเป็นประตูบานเลื่อนได้ แต่ข้อจำกัดก็คือไม่สามารถทำเป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติได้และเปิด-ปิดไม่สะดวกนักเมื่อเทียบกับประตูบานเลื่อน

หน้าบ้านทางโครงการจะให้ถังขยะมาไว้เรียบร้อยค่ะ

บริเวณที่จอดรถนั้นจะได้โครงสร้างพื้นเป็นแบบ Slab On Ground นะคะ และความกว้างของที่จอดรถสามารถจอดรถ 2 คันได้กำลังดีด้วยความกว้าง 5.5 ม. ด้านบนนั้นจะได้หลังคาบริเวณที่จอดรถด้วยนะคะ เป็นมาตรฐานในทุกหลังเลยค่ะ ซึ่งลักษณะของหลังนี้จะใช้เป็นโครงสร้างเบา คือเป็นโครงสร้างเหล็กหลังคาเป็น Polycarbonate ค่ะ ซึ่งการที่ทางโครงการทำให้เป็นมาตรฐานทุกหลังนั้นนอกจากการที่ช่วยกันแดดกันฝนกับรถในบ้านเราได้แล้ว ยังทำให้บรรยากาศในโครงการดูสวยงามมีการตกแต่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วยนะคะ

มาดูที่บ้านตัวอย่างกันต่อนะคะ บริเวณทางเข้าบ้านนั้นจะมีการยกระดับขั้นบันไดขึ้นมาหนึ่งขึ้นเสมือนเป็นเฉลียงขนาดเล็ก สามารถวางชั้นวางรองเท้าเล็กๆ ได้

ทางเข้าทาวน์โฮมจะได้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกเปิดออกสองด้าน ส่วนด้านข้างของประตูบานเลื่อนนั้นจะให้กระจกบาน Fixed เพิ่มช่องแสงบริเวณหน้าบ้านในเข้าถึงภายในบ้านได้มากขึ้น

เข้ามาภายในบ้านจะเป็นพื้นที่โล่งเลยตามบ้านมาตรฐานที่ได้นะคะ ด้านหน้าถูกจัดให้เป็นฟังก์ชันในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหารด้านหลังบ้าน สำหรับพื้นที่ชั้นล่างนั้นใช้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ทั้งหมด ผนังด้านข้างและฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสีขาวมาตรฐาน

ส่วนที่ติดกับทางเข้าบ้านนั้นจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นนะคะ ซึ่งบริเวณพื้นที่นี้สามารถวางชุดโซฟาขนาดประมาณ 3 ที่นั่งได้ พร้อมกับเก้าอี้โซฟาด้านข้าง 1 ตัว และบริเวณด้านหลังโซฟานั้นจะมีหน้าต่างแนวสูงให้ทั้ง 2 ฝั่งของชุดโซฟาซึ่งจะมีเฉพาะทาวน์โฮมแปลงมุมเท่านั้นนะ

ฝั่งตรงข้ามชุดโซฟาเป็นโถงทางขึ้นบันไดไปชั้น 2 และมีผนังเรียบๆ ให้สำหรับ Built-in ชั้นวางทีวีได้ค่ะ แต่จะวางทีวีขนาดประมาณ 26″-30″ จะกำลังพอดีกับขนาดความกว้างของผนังนะคะ เพราะด้านข้างนั้นจะมีประตูทางของห้องเก็บของด้วย ซึ่งในบ้านตัวอย่างอาจจะเห็นไม่ชัดเพราะมีการตกแต่งผนังให้กลมกลืนกับประตูห้องเก็บของไป

ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่รับประทานอาหารนะคะ สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้กำลังดีค่ะ แต่ถ้าวางโต๊ะใหญ่กว่านี้หน่อยจะแน่นไป

ระหว่างพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารนั้นมีความกว้างเล็กน้อยประมาณ 1.2 ม.ได้ ซึ่งสามารถ Built-in ชั้นวางของต่างๆ ด้านข้างผนังได้ หรือใครจะทำเป็นเคาน์เตอร์เล็กๆ กั้นพื้นที่ระหว่างพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร เพื่อให้เป็นสัดส่วนมากขึ้นก็ได้นะคะ

ด้านข้างของพื้นที่รับประทานอาหารนั้นจะเป็นพื้นที่ส่วนครัวค่ะ ซึ่งในบ้านตัวอย่างนั้นจะเว้นเป็นพื้นที่โล่งแบบรูปด้านขวาให้เลย แต่จะมีการต่อท่อและปลั๊กไฟต่างๆ ติดตั้งให้เรียบร้อย ซึ่งหากต้องทำเป็นครัวปิดเพื่อที่จะสามารถทำอาหารหนักได้ดีมากขึ้นก็สามารถกั้นประตูบานเลื่อนปิดได้เหมือนในบ้านตัวอย่างเลยค่ะ

ภายในสามารถติดตั้ง Pantry รูปตัว L ขนาดกะทัดรัดได้ค่ะ

ขนาดพื้นที่ครัวประมาณนี้ไม่ใหญ่มาก

ตำแหน่งของ Sink ที่เหมาะสมจะอยู่ติดกับหน้าต่างบานเลื่อนที่เปิดออกไปยังส่วนบริเวณด้านหลังบ้าน ข้อดีคือหน้าต่างนี้จะช่วยเรื่องการระบายความชื้นจากส่วน Sink ภายในครัวได้ดี รวมทั้งสามารถระบายอากาศภายในครัวได้ด้วย โดยที่ทำประตูบานเลื่อนกั้นเป็นครัวปิดแล้วก็ยังสามารถระบายอากาศได้ดี

ติดกับครัวนั้นจะเป็นส่วนห้องน้ำในชั้นล่างค่ะ โดยพื้นห้องน้ำถูกลดระดับลงไปเล็กน้อยเพื่อให้น้ำไม่ไหลย้อนออกมาด้านนอก

ภายในห้องน้ำเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room หรือห้องน้ำรับแขกที่ไม่มีพื้นที่อาบน้ำค่ะ โดยเข้ามาจะเป็นส่วนอ่างล้างมือก่อน บริเวณผนังติดบานกระจกเงาให้เรียบร้อย

อ่างล้างมือที่ได้จาก Cotto ขนาดกำลังดีกับการใช้งาน ด้านข้างของก็อกน้ำมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย

อีกฝั่งเป็นโถสุขภัณฑ์จาก Cotto เช่นกัน บริเวณนี้มีความกว้างประมาณ 1 ม. ถือว่ามีความกว้างระดับนึง นั่งได้สบายอยู่ค่ะ

ถัดมาบริเวณลานซักล้างด้านนอกจะกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกสูง

บริเวณหลังบ้านนั้นในบ้านตัวอย่างจะทำเป็นส่วนครัวไทยหลังบ้านนะคะ เลยมีการปูกระเบื้องไว้ให้เรียบร้อย แต่สำหรับบ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กมาตรฐาน

โดยภายนอกนั้นจะเป็นพื้นคอนกรีตมาตรฐานเหมือนรูปด้านบนนะคะ โดยมีปั๊มน้ำและแท็งก์น้ำให้เป็นมาตรฐานในทุกหลังค่ะ ส่วนบ้านตัวอย่างนั้นเค้าออกแบบให้พื้นที่ครัวไทย สำหรับใครที่ต้องการพื้นที่ครัวขนาดใหญ่ขึ้น และอีกด้านเป็นพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ขนาดเล็กๆ ไว้สำหรับนั่งเล่นได้บ้าง ซึ่งหากลูกบ้านต้องการจะทำตามบ้านตัวอย่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนแท็งก์น้ำแบบตั้งพื้นไปเป็นแบบฝังลงพื้นด้านล่างแทนค่ะ

มาที่โถงบันไดเพื่อขึ้นไปชั้น 2 กันต่อนะคะ ความกว้างของบันไดอยู่ที่ประมาณ 1 ม. ในส่วนของโครงสร้างบันไดใช้เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ใช้วัสดุปิดผิวเป็นไม้ยางพาราประสาน

โถงบันไดด้านข้างมีราวบันไดให้เป็นมาตรฐานค่ะ น่าเสียดายที่บริเวณชานพักบันไดน่าจะได้ช่องเปิดเป็นหน้าต่างหรือกระจกเพื่อให้โถงบันไดบริเวณนี้สว่างมากยิ่งขึ้น

ขึ้นมาที่ชั้น 2 แล้ว ลักษณะบันไดจะต่อขึ้นไปชั้น 3 เป็นรูปแบบตัว U ส่วนบริเวณด้านล่างของบันไดนั้นจะทำเป็นห้องเก็บของขนาดย่อมๆ

ภายในห้องเก็บของมีขนาดกะทัดรัด ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้เหมือนพื้นชั้น 1 ผนังด้านบนติดหลอดไฟให้เรียบร้อยค่ะ

จากโถงบันไดเลี้ยวมาทางขวามือจะเป็นห้องอเนกประสงค์นะคะ โดยขนาดพื้นที่ห้องนี้สามารถจัดวางชุดโซฟาขนาดประมาณ 2-3 ที่นั่งได้ เผื่อสำหรับใครต้องการจะจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่เป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อยค่ะ เพราะด้านล่างนั้นจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่เสมือนเป็นพื้นที่ต้อนรับแขก สำหรับบ้านไหนที่ต้องต้อนรับแขกบ่อยๆ การจัดพื้นที่อเนกประสงค์เป็นพื้นที่นั่งเล่นในชั้น 2 ก็จัดว่าดีเหมือนกันนะคะ เพื่อให้สมาชิกในบ้านคนอื่นๆ ได้มีพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางในช่วงเวลาที่มีแขกมาเยี่ยมบ้านด้วย และนอกเหนือจากนี้ก็สามารถจัดห้องอเนกประสงค์นี้เป็นห้องอื่นๆ ได้เช่นห้องทำงาน เป็นต้นค่ะ

สำหรับหน้าต่างในชั้นนี้จะได้ขนาดใหญ่มากกว่าปกติทั่วไปอยู่นะคะ ทำให้สามารถระบายอากาศและได้อสงสว่างจากด้านนอกได้ดีค่ะ สำหรับแปลงมุมจะได้หน้าต่างทรงสูงเพิ่มด้วยอีกด้านหนึ่ง

ฝั่งตรงข้ามโซฟาเป็นพื้นที่วางทีวีค่ะ

สำหรับพื้นที่นี้หากใครที่ต้องการกั้นห้องเป็นสัดส่วนนั้นก็สามารถทำได้นะคะ เพียงกั้นผนังและติดตั้งประตูเพิ่มตามรอยเส้นประเลย ซึ่งก็อาจจะกินพื้นที่ภายในห้องเข้ามาหน่อยค่ะ

มาต่อกันที่ห้อง Master Bedroom ฝั่งซ้ายมือจากห้องอเนกประสงค์ หรืออยู่บริเวณหน้าบ้านกันนะคะ เข้ามาภายในห้องแล้ว ฝั่งซ้ายมือนั้นจะเป็นห้องน้ำในห้องนอน

โดยห้องน้ำภายในห้องนอนนี้จะลดระดับพื้นลงจากพื้นชั้น 2 ปกติเล็กน้อย ภายในปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม.

ภายในแบ่งโซนห้องน้ำเป็นโซนเปียกและแห้งชัดเจน เป็นสัดส่วนดีทีเดียวค่ะ

บริเวณโซนแห้งนั้นประกอบไปด้วยอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ จาก Cotto ทั้งหมด

ส่วนพื้นที่อาบน้ำนั้นจะได้ฉากกั้นกระจกแบบบานเลื่อนเป็นมาตรฐานในทุกหลังเลยค่ะ ช่วยกันน้ำกระเด็นออกมายังโซนแห้งได้ดีเลยค่ะ

ภายในพื้นที่อาบน้ำนั้นมีขนาดกำลังดี ที่อาบน้ำได้สบายเลยค่ะ ส่วนพื้นบริเวณนี้จะไม่ได้ลดระดับพื้นลงไปนะคะ แต่ด้วยฉากกั้นกระจกนั้นมีบานกรอบด้านล่างเป็นเสมือนธรณีพื้นยกขึ้นมาเล็กน้อยก็สามารถกันไม่ให้น้ำไหลย้อนออกไปยังโซนแห้งได้แล้วค่ะ

ภายในพื้นที่อาบน้ำจะได้ฝักบัวสายอ่อน พร้อมที่วางสบู่เป็นมาตรฐานในทุกหลัง ด้านบนติดกระจกให้เพื่อให้แสงสว่างเข้ามาภายในห้องน้ำได้

ขนาดฝักบัวกำลังดีเลยค่ะ ไม่เล็กไม่ใหญ่ไป จาก Cotto เช่นเดิม

เข้ามาภายในโซนเตียงนอนของห้องนอนใหญ่นะคะ บริเวณหัวเตียงสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบายค่ะ โดยเหลือพื้นที่รอบข้างเตียงให้เดินได้ง่ายด้วย ส่วนฝั่งขวานั้นจะมีช่องเปิดด้านข้างด้วยแม้จะเป็นแปลงกลางก็ตาม เนื่องจากเค้าออกแบบให้เซตพื้นที่เข้ามานิดหน่อยเพื่อให้แปลงมุมนั้นสามารถมีช่องเปิดด้านข้างได้ ทำให้มีช่องแสงมากขึ้น รวมทั้งพื้นที่ที่เซตเข้ามาภายในบ้านนั้นก็สามารถจัดเป็นพื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ได้ด้วย แม้จะเสียพื้นที่ใช้สอยภายในไปสักหน่อย

ส่วนฝั่งปลายเตียงนั้นมีการทำพื้นที่ไว้เพื่อ Built-in ตู้เสื้อผ้าเรียบร้อยค่ะ

กระจกและหน้าต่างบานเลื่อนหน้าบ้าน จะเห็นว่าได้กระจกที่มีความสูงตั้งแต่พื้นไปจนถึงฝ้าเพดานเลย รวมไปถึงมีกระจกเข้ามุมเพิ่มขึ้นด้านข้างด้วย จัดว่าให้มาเยอะพอสมควรนะคะ ในเรื่องของเกรดวัสดุ

ขึ้นมาที่ชั้น 3 กันต่อนะ บริเวณโถงบันไดของชั้นนี้จะเป็นรูปตัว U ไม่มีชานพักนะ เพราะถูกหันให้เป็นขั้นบันไดแบบสามเหลี่ยมไปแล้ว เนื่องจากฝ้าเพดานที่ค่อนข้างสูง รวมไปถึงต้องการใช้พื้นที่ส่วนโถงบันไดให้น้อยที่สุดเพื่อไปเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องนอนกลางและเล็กได้มากที่สุดค่ะ

ด้านขวาบนของโถงบันไดนั้นจะมีกระจกบานสูงติดไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งช่วยให้โถงบันไดในชั้นนี้ดูสว่างโดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟ ให้เสียค่าไฟเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 3 จะเจอกับโถงบันไดเล็กๆ เชื่อมระหว่างห้องนอนกลางเละห้องนอนเล็ก โดยเราจะไปดูห้องนอนเล็กกันที่อยู่ฝั่งซ้ายมือกันต่อนะคะ

ภายในห้องนอนเล็กนั้นสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต หรือ Single Bed ได้กำลังดีเลยค่ะ

หากนำเตียงไปติดกับผนังด้านนึงเลย ก็จะทำให้พื้นที่ทางเดินอีกด้านนึงมีขนาดกว้างมากขึ้น เดินได้ง่ายมากกว่า

บริเวณที่วางตู้เสื้อผ้า และขนาดตู้เสื้อผ้าที่วางได้พอดีๆ จะมีขนาด 2 บานเปิดประมาณนี้อย่างที่เห็นในบ้านตัวอย่างเลยค่ะ

บริเวณปลายเตียงมีพื้นที่ทางเดินระดับนึง ให้สามารถวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ

ด้านข้างของตู้เสื้อผ้านั้นจะเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำในชั้น 2 ซึ่งจะสามารถเข้าผ่านห้องนอนได้เลยไม่ต้องออกมายังโถงทางเดินนะคะ โดยห้องน้ำนี้จะเชื่อมกับห้องนอนกลางที่อยู่บริเวณหน้าบ้านด้วย เป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันจึงสามารถเปิดได้ 2 ประตู

เข้ามาภายในเป็นส่วนแห้งก่อน การจัดวางจะคล้ายคลึงกับห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ค่ะ

บริเวณพื้นที่อาบน้ำก็ได้ฉากกั้นกระจกติดตั้งให้เรียบร้อยเช่นเดียวกับห้องน้ำในห้องนอนใหญ่เลยค่ะ

เข้ามาที่ห้องนอนกลางจากโถงทางเดินนะคะ ฝั่งซ้ายมือจะเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำและบริเวณที่ติดกับทางเข้าห้องน้ำนั้นมีพื้นที่ทางเดินค่อนข้างกว้างสามารถจัดเป็นพื้นที่เล็กๆ ได้

พื้นที่บริเวณทางเข้าห้อง สำหรับบ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นที่โล่งเลยค่ะ แต่ทางบ้านตัวอย่างเค้าจัดมาให้ดูเป็นไอเดียว่าด้วยขนาดพื้นที่นี้สามารถกั้นเป็นพื้นที่แต่งตัวมีตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้นะ

ลึกเข้ามาด้านใน หรือด้านหน้าบ้านเลยจะเป็นพื้นที่เตียงนอนค่ะ ขนาดของเตียงที่เหมาะสมกับพื้นที่อยู่ที่ 5 ฟุตนะคะ ด้านข้างเตียงนั้นได้หน้าต่างและบานกระจกขนาดใหญ่มาก สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน ซึ่งเรามักจะไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นะ ในราคาทาวน์โฮมขนาดนี้

หากวางเตียงขนาด 5 ฟุตนั้นจะมีพื้นที่ทางเดินให้เดินได้รอบเตียงสบายๆ ค่ะ

ด้านข้างของหน้าต่างมีพื้นที่ให้จัดเป็นโต๊ะทำงานได้ด้วยนะคะ

ส่วนฝั่งตรงข้ามเตียงนั้นฝั่งซ้ายมือมีช่องกระจกเปิดให้แสงสว่างจากภายนอกสามารถเข้าได้เช่นเดียวกับห้องนอนใหญ่ค่ะ และตรงกลางมีพื้นที่เยอะมากสำหรับวางตู้เสื้อผ้าหรือ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ ซึ่งใครที่จัดบริเวณทางเข้าห้องเป็นส่วน Walk in Closet ไปแล้วก็สามารถจัดสรรพื้นที่นี้เป็นส่วนชั้นวางทีวี หรือพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติมได้นะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 21 June 2017

  • ทาวน์โฮม แปลงกลาง ทิศใต้ ยูนิต 72,81 พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. ที่ดิน 22 ตร.วา ราคา 4.199 ล้านบาท (ราคารวมส่วนลด 3.799 ล้านบาท)
  • ทาวน์โฮม แปลงกลาง ทิศเหนือ ยูนิต 90 พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. ที่ดิน 28.9 ตร.วา ราคา 4.999 ล้านบาท (ราคารวมส่วนลด 4.599 ล้านบาท)
  • ทาวน์โฮม แปลงมุม ทิศเหนือ ยูนิต 89 พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. ที่ดิน 28.3 ตร.วา ราคา 5.199 ล้านบาท (ราคารวมส่วนลด 4.799 ล้านบาท)
  • จองและทำสัญญา 10,000 บาท
  • ดาวน์ 10,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตร.วาละ 105,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Pruksa Ville รามคำแหง-เสรีไทย เป็นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น บนทำเลเสรีไทยช่วงปลาย ใกล้สวนสยาม เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวที่มองหาโครงการแนวราบในทำเลนี้ ในราคาที่หยิบจับได้ง่าย ราคาไม่สูงมีงบประมาณเริ่มต้นที่ 3.39 ล้านบาทก็สามารถเป็นเจ้าของได้ และสามารถตอบโจทย์พื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอสำหรับสมาชิกในบ้าน 3-4 คนได้กำลังดี อีกจุดเด่นของโครงการนั้นก็คือแบบบ้านที่ออกมาเรียบง่ายแต่สามารถใช้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านได้เต็มที่ รวมไปถึงการให้หน้าต่างและกระจกทรงสูงทำให้ภายในตัวบ้านดูโปร่งโล่งดีทีเดียวค่ะ

ทำเล – โครงการตั้งอยู่ในซอยเสรีไทย 81 ลึกจากถนนเสรีไทยเพียง 140 ม. ถือว่าอยู่ในโซนแหล่งความอุดมสมบูรณ์และความคึกคักสำคัญอีกจุดหนึ่งของถนนเสรีไทย ตอนปลาย ก่อนไปถึงแยกมีนบุรี เพราะเป็นโซนแหล่งที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่รวมไปถึง Landmark สำคัญอย่าง สวนสยามและนิคมอุตสหกรรมบางชันที่เป็นอีกหนึ่งแหล่งงานในละแวกนี้ จึงทำให้ในละแวกอย่างบนถนนสวนสยามนี้ค่อนข้างคึกคักมีร้านค้าตึกแถวต่างๆ เปิดมากมาย และ Hyper Market เล็กๆ รวมไปถึง Community Mall อย่าง Amorini ที่มาเปิดบริเวณหัวมุมถนนสวนสยามที่ตัดกับถนนรามอินทราค่ะ นอกจากนี้เลยไปอีกไม่ไกลเลยก็มีห้างดังในย่านนี้คือ Fashion Island และ The Promenade เป็นห้างที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดด้วยเช่นกัน

การเดินทางโดยใช้รถ – การเดินทางโดยใช้รถถือว่าสะดวก สำหรับใครที่ใช้ถนนเสรีไทยเป็นหลักอยู่แล้ว และยังสามารถลัดเข้าถนนสวนสยามได้เนื่องจากซฮยโครงการเป็นซอยที่สามารถทะลุออกถนนสวนสยามได้ค่ะ ใครที่ทำงานบนถนนรามอินทรานี้ก็ไม่จำเป็นต้องไปติดแยกสวนสยามก่อนเลี้ยวเข้าโครงการด้วย รวมไปถึงใครที่เน้นใช้มอเตอร์เวย์นั้นก็จัดว่าสะดวกเช่นกันค่ะ  สำหรับในอนาคตนั้นความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าเมืองนั้นก็จะสะดวกมากขึ้นเพราะกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีส้มเข้ามาในทำเลนี้แล้ว ซึ่งถือว่าไม่ไกลจากโครงการนะ แม้ว่าจะไม่ได้ใกล้ขนาดที่เดินไปสถานีได้เลยเหมือนคอนโดมิเนียม แต่การเดินออกมาหน้าปากซอยมาขึ้นวินมอเตอร์ไซต์ไปต่อรถไฟฟ้าได้ สำหรับโครงการแนวราบถือว่าไม่ได้ไกลมากค่ะ แต่โครงการรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายนี้ยังเป็นเรื่องของอนาคตระยะยาวอยู่ ยังต้องอดทนรอกันต่อไปแต่รับรองว่ามาแน่ค่ะ

โครงการ – ตัวโครงการจัดเป็นโครงการขนาดกลางๆ 100 ยูนิต ภายในโครงการจะประกอบด้วยส่วนที่เป็นยูนิตพักอาศัย และถนนหลักกว้าง 9 ม.และถนนรองกว้าง 9 ม.  เช่นกันค่ะ ส่วนพื้นที่ส่วนกลางจะให้มาไม่มากคือได้พื้นที่สวนหย่อมขนาดย่อมๆ ประมาณ 2 งานกว่า ภายในจัดเป็นสวนที่มีพื้นที่นั่งเล่น ให้ลูกบ้านมานั่งเล่นได้ หรือจะเป็นพื้นที่วิ่งเล่นของเด็กๆได้เช่นกัน ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่มากนั้นก็จะเหมาะกับที่ไม่ได้ต้องการจะใช้ Club House (สระว่ายน้ำ,ฟิตเนส) แลกมากับการที่ไม่ต้องเสียค่าดูแลรักษา Club House ช่วยลดทอนค่าส่วนกลางได้นะคะ

ตัวบ้าน – ตัวบ้านที่นี่มีแบบเดียวให้เลือกคือ Neo Zen I ขนาดพื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. ไม่เล็กไม่ใหญ่ ด้วยความลึกของทาวน์โฮมไม่ได้ลึกมากทำให้ชั้นล่างไม่สามารถจัดห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุได้นะคะ ดังนั้นโครงการนี้จะไม่เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุเท่าไหร่นัก หากอยากจะต่อเติมจริงๆ ก็ค่อนข้างจะยุ่งยาก เพราะต้องกินพื้นที่ส่วนลานซักล้างไปและห้องน้ำชั้นล่างก็ออกแบบมาเป็น Powder Room ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ แต่เมื่อขึ้นมาชั้น 2 นั้นก็จะมีห้องอเนกประสงค์เพิ่มมาทดแทนพื้นที่ด้านล่าง ซึ่งสามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่น Home Theater ขนาดเล็ก หรือเป็นห้องทำงานได้เช่นกันค่ะ ในส่วนของพื้นที่ภายในบ้านรวมๆ แล้วถือว่าจัดสรรฟังก์ชันออกมาได้ดี ใช้งานได้เต็มที่ดีทีเดียวค่ะ และจุดเด่นคือช่องเปิด (หน้าต่าง,กระจก) ขนาดใหญ่ ในส่วนหน้าบ้านนี่ได้กระจกสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานกันเลยดีเดียว และสิ่งที่ชอบคือการคิดถึงเรื่องความโปร่งโล่งของทาวน์โฮมมากขึ้น เนื่องจากทาวน์โฮมแปลงกลางนั้นส่วนใหญ่จะมีช่องเปิดจากหน้าบ้าน-หลังบ้านเท่านั้น แต่ที่นี่นั้นมีการเซตพื้นที่เข้ามาเพื่อที่จะสามารถทำหน้าต่างหรือกระจกได้ ทำให้ได้แสงสว่างจากภายในเข้ามาในห้องได้ดียิ่งขึ้น

วัสดุ – สำหรับวัสดุที่ได้จากโครงการ ให้มามาตรฐาน พื้นชั้น 1 เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้เกือบทั้งหมด ส่วนพื้นชั้น 2-3 เป็นลามิเนต สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจาก Cotto พร้อมฉากอาบน้ำกระจกทุกห้องเป็นมาตรฐาน รวมไปถึงบริเวณที่จอดรถก็มีการทำโครงสร้างหลังคาให้สามารถกันแดดกันฝนได้เป็นมาตรฐานในทุกหลังอีกด้วยนะคะ

สาธารณูปโภค – ให้มาไม่มาก มีเพียงสวนหย่อมขนาด 2 งานกว่าๆ เหมาะกับคนที่ไม่ได้อยากใช้พื้นที่ส่วนกลางอย่าง Club House สระว่ายน้ำอยู่แล้ว เป็นการประหยัดค่าส่วนกลางไปในตัว เพราะไม่ต้องเสียค่าดูแลรักษามากนัก ส่วนระบบความปลอดภัยที่นี่ก็จัดออกมาได้ดีนะคะ เริ่มจากป้อมพี่รปภ. ดูแลและรักษาความปลอดภัย 24 ชม. เข้า-ออกโครงการด้วย key card access ระยะใกล้ พร้อม CCTV  ส่องคนขับและป้ายทะเบียนรถ ในส่วนการเข้า-ออกจะเป็นแบบ Double Access แบ่งเป็นไม้กระดกอัตโนมัติและประตูบานเลื่อนอัตโนมัติค่ะ

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจประมาณ 3.4 – 5 ล้านบาท, 21 June 2017

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 – อยู่ในซอยไม่ลึกจากถนนเสรีไทย และสามารถเชื่อมเข้าถนนสวนสยามได้
  • ความปลอดภัย 8/10 – รั้วกั้นไม้กระดก ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ รปภ.หน้าหมู่บ้านใ
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 – เน้นใช้พื้นที่ใช้สอยภายในให้คุ้มค่า ได้หน้าต่างบานใหญ่สูงจากฝ้าถึงเพดานและกระจกเข้ามุม
  • วัสดุ 7/10 – มาตรฐานเทียบกับราคาที่จ่าย
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7/10 – พื้นที่สีเขียวมีไม่มาก สภาพโครงการเรียบร้อย
  • สาธารณูปโภค 6/10 – สวนหย่อมทั้งหมดประมาณ 2 งาน
  • 7.4 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Pruksa Ville รามคำแหง-เสรีไทย เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกประมาณ 3-4 คน มองหาบ้านขนาดเล็ก เน้นราคาหยิบจับง่ายบนทำเลเสรีไทยใกล้สวนสยาม เดินทางเข้า-ออกถนนเสรีไทยได้ง่าย ชอบบ้านสไตล์ Japanese Modern เน้นการใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านคุ้มค่า ได้หน้าต่างและกระจกทรงสูง มีงบประมาณ 3.4 – 5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 24,000 – 40,000 บาท

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะคะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply