Supalai Oriental สุขุมวิท39 คอนโด High Rise 4 อาคาร ในซอยสุขุมวิท39 ใกล้ย่านพร้อมพงษ์ จาก ศุภาลัย [รีวิวฉบับที่ 1374]

June 27, 2017 08:001 comment

รีวิวฉบับที่ 1374 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชม Supalai Oriental สุขุมวิท39 คอนโด Flagship จากศุภาลัย ที่มีมูลค่าโครงการสูงถึง 10,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ใจกลางเมืองในซอยสุขุมวิท39 บนที่ดินขนาดใหญ่ 10 ไร่ เดินทางสะดวกเชื่อมต่อได้ทั้งถนนเพชรบุรีและถนนสุขุมวิท ย่านพร้อมพงษ์ ใกล้ศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง Emporium , Emquartier ตัวโครงการนี้เป็นคอนโด High Rise 4 อาคาร พร้อมส่วนกลางจัดเต็ม พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่มากกว่า 3 ไร่ และที่จอดรถ 100% เขาจะทำออกมาเป็นแบบไหน ตามไปชมกันค่ะ

Fact @ 16 June 2017 

  • Supalai Oriental Sukhumvit 39 (ศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท39)
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : วัฒนา
  • คอนโด High Rise 4 อาคาร ( อาคาร A , B สูง 25 ชั้น และ อาคาร C , D สูง 35 ชั้น ) จำนวน 1,046 ยูนิต และร้านค้า 8 ยูนิต
  • อาคารจอดรถ 1 อาคาร (9 ชั้น + 1 ชั้นใต้ดิน)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 15 ยูนิตที่อาคาร A , B
  • ที่จอดรถประมาณ 1,054 คัน คิดเป็น 100% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 10-1-29 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ปลายปี 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปลายปี 2563
  • 1 Bedroom 39-57.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 65.5 – 148 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms 141.5-209.5 ตร.ม.
  • 4 Bedrooms (Penthouse) 355 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง
    • อาคาร A , B ห้องแบบ Typical  สูง 2.55 เมตร
    • อาคาร A , B ห้องแบบ Presidential  สูง 2.70 เมตร
    • อาคาร C , D ห้องแบบ Typical  สูง 2.80 เมตร
    • อาคาร C , D ห้องแบบ Oriental , Penthouse  สูง 3.00 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 4.5 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 130,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด n/a บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1720 กด 96

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.744622, 100.573062

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ  Supalai Oriental สุขุมวิท39 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองในซอยสุขุมวิท 39 ค่อนมาทางฝั่งที่ใกล้กับถนนเพชรบุรีตัดใหม่มากกว่า โดยห่างจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ประมาณ 160 เมตร พอลงจากสะพานข้ามคลองแสนแสบก็ถึงเลย โดยห่างจากถนนสุขุมวิท (ปากซอยสุขุมวิท39) ประมาณ 1.8 กิโลเมตร บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท39 จะใกล้กับ BTS พร้อมพงษ์ และ ศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง The Em District ที่มี Emporium , Emquartier การเดินทางโดยใช้รถค่อนข้างสะดวกเพราะสามารถเข้าถึงโครงการได้จากหลากหลายเส้นทาง และยังมีเส้นทางลัดที่สามารถทะลุไปได้ทั้งอโศก สุขุมวิท ทองหล่อ และเพชรบุรี ตัวถนนสุขุมวิทเอง หากขับเข้าเมืองไปเรื่อยๆ(เลียบเส้นรถไฟฟ้า BTS) จะผ่านแยกอโศก ซึ่งระหว่างทางจะเจอ Terminal 21  ผ่านแยกราชประสงค์ ไปจะเป็น เซ็นทรัลเวิร์ล สยาม ถนนเพชรบุรี (ผ่านแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี) เป็นถนนที่มีอาคารสำนักงานอยู่ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน โดยเป็นถนนเส้นคู่ขนานกับถนนสุขุมวิท ซึ่งมีถนนอโศกมนตรี และสุขุมวิทซอยย่อยๆเป็นตัวตัดผ่าน จากโครงการขับบนถนนเพชรบุรีเดินทางไปผ่านแยกอโศก-เพชรบุรี เลี้ยวขวาก็จะไปทะลุถนนพระราม 9 ซึ่งสามารถไปห้างฟอร์จูน เซ็นทรัลพระราม 9 หรือเอสพลานาดได้ นอกจากนี้ถนนสุขุมวิทยังมี ถนนพระรามที่ 4 เป็นถนนคู่ขนานอีกด้าน สามารถใช้ไปยังแยกวิทยุ ไปราชเทวีได้ค่ะ

ซอยสุขุมวิท 39 จะมีบางช่วงที่เป็น One way ถ้ามาจากทางฝั่งถนนสุขุมวิทต้องเลี้ยวเข้าซอยพร้อมจิต มาวนออกบริเวณใกล้ๆกับโครงการ ส่วนถ้าขาออกมาจากโครงการจะไปถนนสุขุมวิทสามารถตรงออกมาได้เลย นอกจากนั้นยังมีเส้นทางลัดอื่นๆในซอยที่ลัดเลาะทะลุไปออกได้ตั้งแต่ อโศก ประสานมิตร สวัสดี พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย โดยไม่ต้องผ่านถนนใหญ่สุขุมวิท เป็นการหลีกเลี่ยงรถติดไปในตัว จากภาพได้ทำลูกศรกำหนดเส้นทางการเดินรถเอาไว้ให้แล้วค่ะ

ต่อมา มาดูเรื่องการเดินทางโดยไม่ใช้รถกันบ้างค่ะ เริ่มจากรถไฟฟ้า โดยโครงการจะอยู่ห่างจาก BTS พร้อมพงษ์ประมาณ 1.8 กิโลเมตร สามารถนั่งไปเชื่อมต่อกับ สถานีอโศก ซึ่งเป็นสถานีที่ Interchange กับ MRT สุขุมวิท ใครจะไปรถไฟฟ้าใต้ดินถือว่าสะดวกมาทีเดียว และสถานีนี้ยังมี Terminal21 ที่เรารู้จักกันดีว่ามี Food Court ที่ถูกและดี หรือจะใช้เดินทางไป สถานีทองหล่อ ซึ่งเป็นย่านที่มี lifestyle mall อยู่เยอะ คึกคักไปด้วยชาวต่างชาติและคนไทย และมีร้านอาหารนานาชาติหลากหลาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์รวมธุรกิจบันเทิงแห่งหนึ่งของชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆสามารถเรียกรถได้ง่ายเพราะอยู่ใกล้ถนนใหญ่และเป็นซอยลัด มีรถวิ่งผ่านตลอด มีทั้งแท็กซี่  วินมอเตอร์ไซค์ และอีกหนึ่งตัวเลือกคือการเดินทางด้วยเรือโดยสารคลองแสนแสบ ท่าเรือที่อยู่ใกล้ที่สุดคือท่าเรืออิตัลไทยทาวเวอร์ และ ท่าเรือวัดใหม่ช่องลม นอกจากนั้นทางโครงการยังมีบริการรถกอล์ฟรับส่งภายในโครงการสำหรับใครที่ไม่อยากเดินไกล และ มีรถตู้รับส่งที่ BTS พร้อมพงษ์ด้วยค่ะ

ด้านความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ โครงการ ศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท 39 ถือว่าตั้งอยู่ใจกลางของย่านการค้าโดยมีศูนย์การค้าชั้นนำใจกลางเมือง ทั้ง The District Em ซึ่งประกอบด้วยห้าง ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และ ดิ เอ็มสเฟียร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 3 โครงการศูนย์การค้าชั้นนำใจกลางสุขุมวิทจากเดอะมอลล์ กรุ๊ป  อีกทั้งยังมีวิลล่า มาร์เก็ต และสวนเบญจสิริ ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ  จุดเด่นของโครงการคืออยู่ในทำเลใจกลางเมือง ที่มีความอุดมสมบูรณ์ครบแทบทุกอย่าง มีคนอาศัยอยู่ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่มาก จึงมีทั้งร้านค้าและร้านอาหารญี่ปุ่นมากมายหลากหลาย ใกล้สถาบันการศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ โรงพยาบาล สมิติเวช(สุขุมวิท) โรงพยาบาลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยศรีนครินครินทรวิโรฒ(มศว.) โรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร  ส่วนบริเวณใกล้ๆกับโครงการก็มี Taka Town ศูนย์รวมร้านค้าร้านอาหารญี่ปุ่น ตลาดปลา shinsen fish market รวมถึง Supermarket และร้านอาหารตลอดทาง หาของกินของใช้สะดวกค่ะ หากจะพูดถึงภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้แล้วจะพบว่า ช่วงหลังๆโครงการที่พักอาศัย ที่เกิดขึ้นมักจะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมเป็นส่วนใหญ่ และมีราคาปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากค่าที่ดินที่สูงตามการพัฒนาโดยรอบพื้นที่นั่นเอง

การเดินทางในวันนี้เราจะใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อเข้าย่านธุรกิจทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งจากย่านพระราม9 มาถึงโครงการ และ จากโครงการไปออกทางฝั่งถนนสุขุมวิท ย่านพร้อมพงษ์ เริ่มจากเส้นทางแรกกันก่อน คือ บริเวณหน้าเซ็นทรัลพระราม 9 มาเลี้ยวเข้าถนนพระราม 9 จากนั้นเลี้ยวเข้าถนนเพชรอุทัย ตรงผ่านทางขึ้นทางด่วนและแนวรถไฟฟ้า Airport Link มาเลี้ยวเข้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แล้วเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 39 หรือ ซอยเพชรบุรี 38/1 ตรงเข้าซอยข้ามสะพานข้ามคลองแสนแสบมา ก็จะถึงกับโครงการค่ะ

เริ่มจากบริเวณเซ็นทรัลพระราม 9 ศูนย์การค้าใหญ่ในย่านนี้ ส่วนทางฝั่งขวาเป็นอาคารฟอร์จูนทาวน์ซึ่งเป็นทั้งสำนักงานและแหล่งขายอุปกรณ์ไอที มีร้านค้า ร้านอาหาร Tesco Lotus อยู่ชั้นล่าง แวะหาอะไรทานได้

พอถึงแยกเราจะเลี้ยวไปทางซ้ายเพื่อเข้าถนนพระราม9 ถ้าเราตรงต่อไปจะเป็นทางไปย่านอโศกค่ะ

พอเลี้ยวเข้าถนนพระราม9มา ทางฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่พัฒนาโครงการ “เดอะ แกรนด์พระราม 9” ของ G LAND โดยมีทั้งคอนโด โรงแรม ออฟฟิศ ศูนย์การค้า ไลฟ์สไตล์มอลล์ หนึ่งในนั้นคือ The Super Tower อาคารที่อาจจะเป็นตึกสูงสุดในอาเซียน ซึ่งถ้าสร้างเสร็จจะเป็น Landmark แห่งใหม่ในย่านนี้

ถึงตามถนนพระราม9 มาซักระยะหนึ่งให้เราเตรียมชิดขวาเอาไว้เพื่อเลี้ยวเข้าถนนเพชรอุทัย

พอเลี้ยวเข้าถนนเพชรอุทัยมาแล้ว เราตรงไปตามทางค่ะ

ตรงมาจนเจอแยกที่มีทางยกระดับอยู่ด้านบน บริเวณนี้จะมีทางขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัช ห่างจากโครงการมาไม่ไกล สามารถขับมาใช้ได้สะดวก

ตรงต่อมาอีกผ่านแนวรถไฟฟ้า Airport Link และ ทางรถไฟ เรามุ่งหน้าตามป้ายถนนเพชรบุรีตัดใหม่ไปค่ะ

จากนั้นเรามาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่

ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เป็นถนนที่มีโรงแรม อาคารสำนักงาน และบริษัทต่างๆ อยู่เยอะเหมือนกัน

ขับตามทางมาเรื่อยๆค่ะ พอสังเกตเห็นอาคารอิตัลไทยทาวเวอร์ที่อยู่ทางฝั่งขวา ให้ชิดขวาไว้เพื่อเตรียมเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 39 หรือ ซอยเพชรบุรี 38/1 นั่นเอง

พอเราเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 39 หรือ ซอยเพชรบุรี 38/1 มาแล้วก็ตรงไปตามทางค่ะ  ซอยนี้สามารถใช้เชื่อมไปออกถนนสุขุมวิทบริเวณที่ใกล้ๆกับ BTS พร้อมพงษ์และศูนย์การค้า Emporium Emquartier ได้

ข้ามสะพานข้ามคลองแสนแสบไปค่ะ

พอลงสะพานมาแล้วฝั่งซ้ายก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการเลย อยู่ตรงข้ามกับ TAKA TOWN ศูนย์รวมร้านค้า และร้านอาหารญี่ปุ่น

โดยขอบเขตของโครงการ  Supalai Oriental สุขุมวิท39 จะตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ กินพื้นที่ตั้งแต่บริเวณที่ลงสะพานมาจากคลองแสนแสบ จนถึง Ozono ซึ่งจะหมดสัญญาสิ้นปี 2560 ทางโครงการก็จะเคลียร์พื้นที่ออกเพื่อนำมาพัฒนาคอนโดค่ะ

สำนักงานขายไม่ได้อยู่ติดถนนนะ แต่จะอยู่ด้านในซอยข้างๆ Ozono ต้องเลี้ยวเข้าซอยที่เห็นในภาพอีกที

สำนักงานขายของโครงการค่ะ

บรรยากาศภายในสำนักงานขายตกแต่งได้อบอุ่นเป็นกันเอง เดี๋ยวเราค่อยกลับมาดูห้องตัวอย่างกันนะคะ

จากโครงการเราจะขอพาไปชมบรรยากาศและสภาพแวดล้อมภายในซอยสุขุมวิท 39 กันก่อน เราจะวิ่งตรงตามทางมาเรื่อยๆจนไปออกหน้าปากซอยสุขุมวิท 39 ค่ะ

จากโครงการมาแค่นิดเดียวจะถึง Shinsen Fish Market ตลาดปลาเปิดใหม่ บรรยากาศเหมือนยกตลาดปลาของญี่ปุ่นมาอยู่ที่นี่ ที่มีอาหารทะเลสดๆให้เลือกช้อป หรือ ให้ทางร้านนำมาทำให้ทานได้หลายเมนูค่ะ

ถัดมาอีกหน่อยจะเจอกับ  UFM Fuji Supermarket ขนาดใหญ่  ตั้งอยู่ในโครงการ Citi Resort  โดยจะมี starbucks และธนาคารไทยพาณิชย์อยู่บริเวณนี้ด้วย

ตรงตามป้ายบอกทางไปออกถนนสุขุมวิทมาเรื่อยๆ จะสังเกตเห็นว่าช่วงกลางๆซอยนี้จะมีคอนโดมิเนียม Low Rise มาขึ้นอยู่เยอะเหมือนกัน

พอถึงแยกไปซอยพร้อมจิต จะเจอกับร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดัง L’OPERA ค่ะ

ตรงมาจนถึงช่วงต้นซอยจะค่อนข้างคึกคักมีทั้งรถสาธารณะทั้งสองแถว และ วินมอเตอร์ไซค์คอยรับส่ง มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และคอนโดมิเนียม High Rise ระดับ Super Luxury อยู่หลายโครงการ ถัดไปข้างหน้าคือถนนสุขุมวิทแล้วค่ะ

บริเวณหน้าปากซอยจะมี 7-11 ด้วย ถ้ามาจากรถไฟฟ้าก่อนกลับบ้านก็แวะซื้อของก่อนได้

บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท39 ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เลยค่ะ มีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า  อย่างร้านนี้คือร้านกาแฟและเบเกอรี่ THRITY NINE ESPRESSO

นอกจากนั้น บริเวณหน้าปากซอยยังมี BTS สถานีพร้อมพงษ์ ซึ่งจะมีศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง The Em District ซึ่งประกอบด้วยห้าง ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และ ดิ เอ็มสเฟียร์ ของ The Mall Group ทำให้ย่านนี้กลายเป็นแหล่ง Shopping แห่งใหม่ของประเทศไทยอีกที่หนึ่งค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการ Supalai Oriental สุขุมวิท39 เป็นโครงการขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 10 ไร่ ทางเข้า-ออกติดกับซอยสุขุมวิท39 หรือ ซอยเพชรบุรี38/1 สภาพแวดล้อมโดยรอบค่อนข้างหลากหลายมีทั้งอาคารสำนักงานที่เป็นอาคารสูง  Mall ศูนย์รวมร้านค้าร้านอาหาร บ้านพักอาศัย รวมถึงร้านค้าและที่ดินเปล่า ทางฝั่งทิศเหนือของโครงการติดกับคลองแสนแสบ เรามาดูกันว่าแต่ละติดกับอะไรบ้าง

  • ทิศเหนือ – ติดกับคลองแสนแสบ ถัดจากคลองไปคืออาคารอิตัลไทยทาวเวอร์
  • ทิศตะวันออก – ติดกับหมู่บ้านวิลล่า 49 ชุมชนแนวราบ และ ที่ดินเปล่า
  • ทิศใต้ – ติดกับ shinsen fish market ตลาดปลาเปิดใหม่ และ Supalai place condominium
  • ทิศตะวันตก – หรือฝั่งตรงข้ามโครงการ ติดกับ Taka Town ศูนย์รวมร้านค้าและร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ถัดไปเป็นLiving @ CITI RESORT และมโณ ทาวเวอร์

ทิศเหนือ ติดกับคลองแสนแสบ ถัดจากคลองไปคืออาคารสำนักงานอิตัลไทยทาวเวอร์

ทิศใต้ ติดกับอาคาร 2 ชั้นและ shinsen fish market ตลาดปลาญี่ปุ่นกลางกรุง

ถัดเข้าไปด้านหลังคือกลุ่มอาคาร Supalai place condominium

ทิศตะวันตก หรือฝั่งตรงข้ามโครงการ ติดกับ Taka Town ศูนย์รวมร้านค้าและร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ถัดไปติดๆกันเป็น อาคาร Living @ CITI RESORT และ อาคารมโณ ทาวเวอร์

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Office Building
    • Interchange Tower
    • Exchange Tower
    • โอเชียนทาวเวอร์
    • อาคารเสริมมิตร
    • อาคารอิตัลไทยทาวเวอร์
  • การเดินทาง
    • รถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์
    • รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีเพชรบุรี
    • จุดขึ้นลงทางด่วน ด่านเพชรบุรี
  • ใกล้แหล่ง ศูนย์การค้าชั้นนำ The Em District ของกรุงเทพซึ่งประกอบด้วยห้าง ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และ ดิ เอ็มสเฟียร์
  • ใกล้แหล่ง กิน เที่ยว ช้อป Shinsen Fish Market , UFM Fuji Super ,J Avenue ทองหล่อ , Rain Hill และ แหล่ง Hang Out ในย่านทองหล่อ , เอกมัย และอโศก
  • ใกล้โรงพยาบาลชั้นนำ
    • โรงพยาบาลสมิติเวช(สุขุมวิท)
    • โรงพยาบาลกรุงเทพ
    • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
  • สถาบันการศึกษา
    • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว.)
    • โรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร


เจาะลึกตัวโครงการ

Supalai Oriental สุขุมวิท39 เป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise 4 อาคาร จำนวน 1,046 ยูนิต และร้านค้า 8 ยูนิต ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ตะวันออกร่วมสมัย โดยการนำธรรมชาติทั้งธาตุ ดิน น้ำ ไม้ ไฟ และ โลหะ เข้ามาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบทั้งสถาปัตยกรรมภายนอกและภายใน ผสมเข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย ให้รู้สึกถึงความอบอุ่นและกลิ่นอายตะวันออก ตามแบบฉบับของ oriental และมีการออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงานร่วมด้วย โดยการเลือกใช้วัสดุเช่นกระจกประหยัดพลังงานแบบ Laminated Glass เพื่อช่วยลดความร้อนและเสียงรบกวนจากภายนอก ใช้หลอดไฟ LED ทั้งอาคาร เป็นมิตรต่อผู้พักอาศัยและสิ่งแวดล้อม

เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีหลายอาคาร เราจะขอเริ่มอธิบายจาก Master plan เพื่อให้เห็นภาพรวมโครงการก่อนนะคะ โครงการตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 10 ไร่ เป็นที่ดินหน้ากว้าง ทางเข้าออกอยู่ติดถนนซอยสุขุมวิท39 แบ่งอาคารพักอาศัยออกเป็น 4 อาคาร  จัดวางผังให้มีระยะห่างระหว่างอาคารพอเหมาะ ไม่ตั้งประชิดกันโดยมีการวางอาคารให้ด้านสันอาคารหันเข้าหากันแทนด้านห้องพักอาศัยจึงทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัว อาคารที่อยู่ด้านหน้า 2 อาคารแรกคืออาคาร A , B สูง 25 ชั้น ชั้นล่างจะมีร้านค้าอยู่อาคารละ 4 ร้าน ส่วนอาคารที่อยู่ด้านหลังคืออาคาร C , D สูง 35 ชั้น มีอาคารจอดรถ 9 ชั้น + 1 ชั้นใต้ดินแยกอีก 1 อาคาร จอดได้ 100% แบบไม่รวมซ้อนคัน ซึ่งถือว่าให้มาเยอะพอสมควร และชั้นบนของอาคารจอดรถทางโครงการจัดเป็น Facilities แยกออกมาจากอาคารพักอาศัย มีข้อดีคือทำให้อาคารพักอาศัยมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น  ในส่วนโดยรอบโครงการมีพื้นที่สีเขียวรวมๆแล้วประมาณ 3 ไร่ให้ออกมาเดินเล่นพักผ่อน โดยมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละแห่ง แต่ละอาคารมีจุด Drop off , Fancy Fish Pond และ Elites’Lobby เป็นของตัวเอง เราจะมาไล่ดูทีละส่วนของโครงการกันค่ะ

MAIN ENTRANCE  

ทางเข้า-ออกของโครงการจะอยู่ติดกับถนนซอยสุขุมวิท39 เข้ามาก็จะเจอกับอาคาร B ก่อน ข้างๆกันเป็นอาคาร A คั่นกลางด้วยสวน ชั้นล่างของทั้งอาคาร A , B จะมี Lobby และ ร้านค้าอยู่ ทางเข้า Lobby อยู่ด้านข้างบริเวณใกล้ๆกับ Drop off ค่ะ

ทางเข้า Lobby อยู่ด้านข้างอาคารฝั่งที่ติดกับสวน ซึ่งจะมี Drop off ให้รถวนมารับส่งลูกบ้านได้

ภาพจำลองบรรยากาศป้ายทางเข้าและสวนบริเวณหน้าโครงการ

ระหว่างอาคาร A และ อาคาร B จะมีสวนคั่นกลางอยู่ โดยทั้ง 2 อาคารจะหันทางเข้า Lobby เข้าหาบริเวณสวน และ Drop off จะอยู่ด้านหน้าทางเข้าอาคาร รอบๆสวนเป็นถนนให้วนรถรับส่งได้ นอกจากนั้นบริเวณรอบอาคารยังจัดเป็นสวนทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น และ มีบ่อปลา คาร์ฟอยู่รอบ Lobby ให้เรานั่งดูเพลินๆระหว่างพักคอยด้วยค่ะ

อาคาร A , B 

เรามาดูอาคารที่อยู่ด้านหน้ากันก่อนค่ะ นั่นก็คืออาคาร A และ B 2 อาคารนี้เป็นอาคารสูง 25 ชั้น การจัดวางผังเหมือนกัน แต่จะวางในลักษณะ Mirror กัน ทั้งสองอาคารอยู่ใกล้ทางเข้าออกมากกว่า และ ชั้นบนจะมียูนิตพิเศษที่ได้ Private Garden มาด้วย

เนื่องจากทางโครงการทำโมเดลแยกกันและคอนโดในโซนฝั่งด้านหน้ามีโมเดลอาคาร B มาให้ดูอาคารเดียว จึงขอใช้โมเดลนี้อธิบายแทนอาคาร A เลยนะคะเพราะผังมันเหมือนกันเพียงแต่Mirrorกัน อาคาร A , B จะแบ่งออกเป็น 2 โซนคือชั้น 2-19 เป็นห้องพักแบบ Typical มีตั้งแต่ห้อง 1 ห้องนอน 39 ตารางเมตร ไปจนถึง 2 ห้องนอน 100.5 ตารางเมตร ส่วนในชั้น 20-24 จะเป็นห้องแบบ Presidential Suite เป็นห้องขนาดใหญ่ มีจำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยกว่า และมีวัสดุบางอย่างที่ปรับให้ดีขึ้น มีสวนหย่อมอยู่ที่ชั้น 20 , 22 ส่วนชั้นบนสุดมีสวนหย่อมและ Sky Lounge ด้วยค่ะ

ทางด้านหลังของตัวอาคารก็ออกแบบมาคล้ายๆกัน

มาดูผัง อาคาร B ที่มีห้องแบบ Typical กันก่อน (อาคาร A ผังก็เป็นแบบนี้แต่ Mirror กันนะ)  โดยจะอยู่ที่ชั้น 2-19 การวางผังจะวางห้องพักคละกัน ห้องที่ใหญ่กว่าจะอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกและบริเวณมุมของอาคาร ส่วนห้องที่เล็กกว่าหน่อย ขนาด 1 ห้องนอนขนาด 39 ตารางเมตร – 47 ตารางเมตรอยู่ทางด้านทิศตะวันตกหรือฝั่งที่เห็นวิวด้านหน้าของโครงการ มีจำนวนห้องพัก  14 ยูนิตต่อชั้น ถือว่าไม่เยอะมากเท่าไหร่  มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์บริการอีก 1 ตัว โถงลิฟท์อยู่ค่อนมาทางฝั่งซ้ายของอาคาร ทำให้ห้องทางฝั่งซ้ายเดินใกล้ลิฟท์มากกว่าและเป็นส่วนตัวกว่า มีการวางห้องขยะและห้องงานระบบต่างๆหลบมุมไม่ให้ประตูหันออกมาชนห้องพัก และ ห้องพักออกแบบวางผังมาให้ประตูห้องส่วนใหญ่เปิดมาไม่ตรงกันกับห้องฝั่งตรงข้ามเพื่อความเป็นส่วนตัว

ส่วนชั้น 20-24 จะเป็นห้องแบบ  Presidential Suite ห้องที่มีขนาดใหญ่ ภายนอกอาคารอยู่ในส่วนที่มีการร่นระยะตามกฎหมาย ทำให้ในโซนนี้เป็น Single Corridor หรือมีห้องพักด้านเดียว มีทั้งหมด 4 ยูนิตต่อชั้นจึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง ผนังอีกฝั่งเป็นช่องแสงแทนช่วยให้โถงทางเดินดูโปร่ง โล่ง ในชั้น 20 , 22 จะมีสวนหย่อมเพิ่มเข้ามาด้วย และ มียูนิตพิเศษที่ได้สวนส่วนตัวจะอยู่ในโซนนี้ด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศของชั้น 20-24 ซึ่งมีห้องแบบ  Presidential Suite ในรูปจะเห็นห้องที่ขายพร้อมสวนส่วนตัวด้วย เป็นห้องใหญ่อยู่บริเวณมุมของอาคารค่ะ ให้ออกมาพักผ่อนและชมวิวได้

ผังชั้น 20 อย่างที่บอกไปว่าจะเริ่มมีห้องแบบ Presidential Suite โถงทางเดินจะถูกปรับให้เป็นแบบ Single Corridor และมีจำนวนยูนิตลดลงเพราะห้องพักเป็นห้องขนาดใหญ่ โดยมี 4 ห้องต่อชั้นเท่านั้น ห้องที่อยู่บริเวณมุมของอาคารทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นห้องพิเศษที่มีสวนส่วนตัวมาด้วย ส่วนตรงกลางจัดเป็นพื้นที่สวนหย่อม (Roof Garden) ให้ออกมาเดินเล่นพักผ่อนได้ค่ะ

ชั้น 21 ผังจะคล้ายๆกับชั้น 20 แต่จะไม่มีสวนหย่อม

ชั้น 22 จะมีส่วนหย่อม (Roof Garden) และห้องที่มีสวนส่วนตัว แต่ขนาดห้องจะปรับเล็กลงคือขนาด 101 – 148 ตารางเมตรเนื่องจากระยะร่นของอาคาร

ชั้น 23-24 มีจำนวนยูนิต 4 ห้องต่อชั้นเช่นเดียวกัน แต่จะไม่มีสวนหย่อมและห้องที่มีสวนส่วนตัว ขนาดของห้องพักจะเล็กลงจากชั้น 22 เล็กน้อยคือ 81 – 101.5 ตารางเมตร โถงทางเดินเป็น Single Corridor เหมือนเดิม รวมๆแล้วการวางผังในชั้นที่มีห้องแบบ Presidential Suite ถือว่าค่อนข้างเป็นส่วนตัวทีเดียว เหมาะกับคนที่มีงบประมาณหน่อย ได้ห้องขนาดใหญ่พื้นที่ใช้สอยเยอะ ได้วิวเมืองมุมสูง มีสวนหย่อมให้ใช้ และ ได้ความเป็นส่วนตัวสูงค่ะ

อาคาร C , D

ต่อมาจะเป็นโซนที่อยู่ด้านหลัง คือ อาคาร C , D เป็นอาคารสูง 35 ชั้น ผังเหมือนกันทั้ง 2 อาคาร แต่วางคนละทิศทางกันเพื่อให้อาคารไม่ถูกบดบังซึ่งกันและกัน เห็นวิวเปิดโล่งทั้งคู่ โดยอาคารนี้จะมีการแบ่งโซนเช่นเดียวกันห้องแบบ  Typical  จะอยู่ในชั้น 2-20 ส่วนชั้นบนๆจะเป็นห้องแบบ Oriental , Penthouse ชั้นบนสุดมีสวนหย่อมและ Sky Lounge เช่นเดียวกัน

โมเดลที่เรากำลังดูกันอยู่นี้คืออาคาร C ค่ะ อยู่ตรงกลางของที่ดินเลย จะเห็นวิวเปิดโล่งเกือบทุกด้าน เว้นแต่ในชั้นเตี้ยๆบางชั้นอาจจะมีเห็นอาคารจอดรถบ้างแต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะประชิด สังเกตว่ารอบๆอาคารจะมีการจัดสวนหย่อมแทรกอยู่ค่อนข้างเยอะ

ด้านหลังอาคาร C ก็มีสวนหย่อมอยู่อีกจุดหนึ่ง

บรรยากาศสวนหย่อมค่ะ โดยพื้นที่สีเขียวทางโครงการได้จัดไว้ให้หลายจุดพื้นที่โดยรวมประมาณกว่า 3 ไร่ เนื่องจากโครงการเน้นในเรื่องการสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อการใช้สอยใจกลางเมือง จึงเน้นและสร้างเอกลักษณ์ของสวนในแต่ละแห่งให้แตกต่างกัน

 

เรามาดูชั้น 2-20 ที่มีห้องแบบ Typical ของอาคาร C กัน (แปลนเหมือนกับอาคาร D) เนื่องจากตัวอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่เกือบจะจตุรัส โถงลิฟท์จึงถูกจัดวางอยู่ตรงกลาง  บันไดหนีไฟมีอยู่ 2 จุดใกล้ๆกับโถงลิฟท์ จำนวนลิฟท์ปรับขึ้นมาเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน เป็นลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์บริการอีก 1 ตัว  ห้องพักอาคาร C , D จะเน้นห้องที่มีขนาดใหญ่ ขนาดห้องเริ่มต้นอยู่ที่ 57 ตารางเมตรซึ่งจะใหญ่กว่าห้องในอาคาร A , B จัดวางผังให้ห้องพักอยู่รอบๆโถงลิฟท์  โถงทางเดินเป็น  Single Corridor มีห้องพัก 10 ห้องต่อชั้น ซึ่งน้อยกว่าชั้นที่มีห้องแบบ Typical ของอาคาร A , B วางให้ห้องขนาดใหญ่อยู่บริเวณมุมเช่นเดียวกัน ประตูแต่ละห้องห่างกันพอสมควร การจัดผังแบบนี้ทำให้มีความเป็นส่วนตัวเพิ่มมากขึ้นค่ะ

ตั้งแต่ชั้น 21 – 31 จะเป็นชั้นที่มีห้องพักแบบ Oriental มีทั้ง 2 ห้องนอนขนาด 72.5 ตารางเมตร ไปจนถึง 3 ห้องนอนขนาด 180 ตารางเมตร มีจำนวนห้องพัก 5 ห้องต่อชั้นค่ะ

 

ชั้น 32 – 34 เป็นห้องแบบ Penthouse 4 ห้องนอน ขนาด 355 ตารางเมตร จำนวนชั้นละ 2 ห้องเท่านั้นค่ะ

Facilities ภายในอาคาร 

สำหรับ Facilities ภายในอาคาร ทุกอาคารจะมี Lobby เป็นของตัวเองค่ะ รูปนี้คือภาพบรรยากาศจำลองบริเวณ Lobby A และ B ซึ่งออกแบบมาในสไตล์ luxurious modern oriental เลือกใช้หินในการกรุพื้นผนัง ผสมกับวัสดุตกแต่งที่มีสีทอง ที่มีความหมายถึงความมั่นคง ผนังรอบๆเป็นกระจกเปลือยไร้เฟรมจึงทำให้บรรยากาศดูโปร่ง เปิดรับวิวจากภายนอกได้

ส่วน Lobby ของ C และ D ก็ตกแต่งในบรรยากาศคล้ายๆกัน มีโซนที่เป็นผนังกระจกเปิดรับวิวโดยรอบ และ รอบๆบริเวณ Lobby มีการจัดสวนหย่อมและมีบ่อปลาสวยงามให้ได้ชมในขณะที่นั่งพักคอยได้อีกด้วย

Roof Top Facilities 

นอกจากนั้นบนชั้น Roof Top ของทุกอาคารจะมี Facilities อาคาร A , B , C , D มีสวนหย่อมและ Sky Lounge ส่วนบนอาคารจอดรถจะมี Facilities หลักของโครงการได้แก่ สระว่ายน้ำทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ ฟิตเนส Yoga&Aerobic ห้องน้ำพร้อม Locker ห้องเด็กเล่น (Zoo Zoo Land) ห้องสนุ๊กเกอร์ (Goodwill Games) และสวนหย่อม

Sky Lounge ของอาคาร A และ B บรรยากาศดูโปร่งโล่ง มีผนังเป็นกระจกเปิดรับแสงเชื่อมต่อกับสวนที่อยู่ภายนอก มานั่งเล่นรับลมชมวิวได้

ส่วน Sky Lounge อาคาร C และ D ตกแต่งในบรรยากาศที่ดูโปร่งโล่งเช่นเดียวกัน มีฝ้าเพดานสูง มีผนังกระจกโดยรอบเปิดให้เห็นวิวสวน มีชุดที่นั่งรองรับลูกบ้านอยู่หลายชุดค่ะ

สำหรับที่จอดรถสามารถจอดรถได้ 100%เลย เป็นอาคาร 9 ชั้น + 1 ชั้นใต้ดินแยกออกมาต่างหาก อยู่บริเวณด้านหลังโครงการ ซึ่งเวลาออกมาใช้ต้องเดินไกลนิดนึงแต่ข้อดีคือในอาคารพักอาศัยจะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น ชั้นบนของอาคารจอดรถจัดเป็น Facilities หลักซึ่งประกอบด้วย สระว่ายน้ำทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ ฟิตเนส Yoga&Aerobic ห้องน้ำพร้อมLocker ห้องเด็กเล่น (Zoo Zoo Land) ห้อง Snooker  (Goodwill Games) และสวนหย่อม

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณสระว่ายน้ำชั้นบนสุดของอาคารจอดรถ เป็นสระระบบเกลือ แบ่งออกเป็น สระผู้ใหญ่ (Eternity Infinity Swimming Pool & Jacuzzi) ขนาด 37 x 11.05 เมตร ลึก 1.1 เมตร  มี สระเด็ก (Kids’ Pool) ขนาด 6 x 4.45 เมตร ลึก 0.6 เมตร และ มี Aqua Zodiac Zone ที่มีการนำเอาสัตว์ทั้ง 12 ราศีมาตกแต่ง ส่วนอาคารด้านหลังจะเป็นฟิตเนสและFacilities อื่นๆ รอบๆมีการจัดสวนหย่อมดูร่มรื่นทีเดียวค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศของสระว่ายน้ำอีกมุมหนึ่ง ตัวสระดีไซน์จะทำออกมาโค้งๆหน่อย มีมุมJacuzzi และมีสวนหย่อมอยู่รอบๆด้วย

ห้องฟิตเนส และ Yoga&Aerobic สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายค่ะ ผนังโดยรอบเป็นกระจกมองออกไปเห็นเป็นวิวสวนหย่อมและสระว่ายน้ำ

ห้อง Goodwill Games ค่ะ มีโต๊ะ Snooker  และมุมนั่งพักผ่อน

บนชั้นนี้ยังมีสวนหย่อมอยู่รอบๆและมีโซน Moongate & Swing สำหรับมาใช้นั่งพักผ่อนอีกด้วย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby ทุกอาคาร
  • Fancy Fish Pond
  • สวนหย่อมรอบโครงการ และ มุมนั่งเล่นพักผ่อน
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ แบ่งออกเป็น สระผู้ใหญ่ (Infinity-Edge Swimming Pool & Jacuzzi) ขนาด 37 x 11.05 เมตร ลึก 1.1 เมตร  สระเด็กขนาด 6 x 4.45 เมตร ลึก 0.6 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้องขนาด
  • Aerobic & Yoga
  • ห้องน้ำ Sauna&Locker
  • Roof Garden
  • Game Room (Snooker)
  • Sky Lounge
  • Kids’ Room
  • Tai Chi / Qigong’s Lawn
  • Moongate&Swing
  • Qi Gong / Tai chi’s Lawn
  • ลิฟท์โดยสารอาคาร A , B  2 ตัว/อาคาร , อาคาร C , D 3  ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 104.6 :  1
  • Service Lift : อาคารละ 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 1,054 คัน คิดเป็น 100% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • Elevator Access Control System (Key Card & Finger Scan)
  • Smoke & Heat Detector / Fire Alarm
  • Digital Door Lock


Product Walkthrough

สำหรับห้องพักอาศัยโครงการนี้มีให้เลือกหลายแบบตั้งแต่ 1 Bedroom ไปจนถึง 4 Bedrooms (Penthouse) ขายแบบ Fully Fitted ให้ Digital Door Lock ชุดครัว สุขภัณฑ์พร้อมฉากกั้นอาบน้ำ แอร์ วอลเปเปอร์ และวัสดุมาตรฐาน สำหรับในห้องขนาดใหญ่เช่นห้องแบบ Presidential Suite ในอาคาร A , B  และห้องแบบ Oriental , Penthouse ในอาคาร C , D จะมีการอัพเกรดวัสดุบางรายการเช่นกระเบื้องบริเวณระเบียงที่ติดกับห้องนั่งเล่น จะปรับจากกระเบื้องเซรามิคเป็นกระเบื้องลายไม้ หรือในห้อง Penthouse จะได้โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติและอ่างอาบน้ำที่มีระบบน้ำวนอัดอากาศเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งรายละเอียดต่างๆของวัสดุและของที่ให้ในแต่ละห้อง ต้องสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทางโครงการอีกทีค่ะ

เรามาดูห้องตัวอย่างห้องแรกกันคือแบบ Executive Suite – 1 Bedroom 49.5 ตารางเมตร ซึ่งเป็นห้องที่มีอยู่ในอาคาร A , B เข้ามาจะเจอกับครัวปิดอยู่บริเวณหน้าห้อง เป็นสัดส่วนดี สามารถทำอาหารต้มผัดแกงทอดได้ ถัดมาเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกันของส่วนรับประทานอาหารและนั่งเล่น ที่มีประตูเชื่อมต่อไปที่ระเบียง ขนาดของระเบียงค่อนข้างกว้างมีพื้นที่วาง Condensing unit ของแอร์เป็นสัดส่วน ห้องน้ำอยู่บริเวณหน้าห้องนอนแยกเป็นส่วนแห้ง ส่วนเปียกให้ ห้องนอนขนาดค่อนข้างกว้าง มีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง มีหน้าต่างบานใหญ่ข้างเตียงให้นอนชมวิวได้

เข้ามาในห้องจะเจอกับโถงเล็กๆก่อน ทางฝั่งซ้ายคือครัวปิดที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ทางฝั่งขวามีพื้นที่สำหรับวางตู้เก็บของหรือตู้โชว์ ถัดเข้าไปด้านในจึงเป็นพื้นที่ทานข้าวและนั่งเล่น ด้านหลังสุดเป็นทางออกไปที่ระเบียง ห้องนอนและห้องน้ำอยู่ทางฝั่งซ้ายมือค่ะ โครงการนี้จะได้แอร์แบบผังบนฝ้าเพดาน ความสูงของห้องนี้เท่ากับ 2.55 เมตร พื้นเป็นกระเบื้อง porcelain ขนาด 80 x 80 cm. สีขาวครีม ส่วนผนังจะให้ Wallpaper ลายมาตรฐานตามที่โครงการกำหนดค่ะ

ระบบแอร์ในห้องพักของโครงการนี้ให้แบบฝังบนฝ้าเพดานค่ะ

ห้องครัวเป็นครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนกรอบบานอะลูมิเนียมสี Dark Honey เป็นสัดส่วน สามารถกันกลิ่นและควันเวลาทำอาหารได้

ภายในห้องครัวมีขนาดพอเหมาะกับการใช้งาน พื้นเป็นกระเบื้อง porcelain ขนาด 80 x 80 cm. สีขาวครีม แบบเดียวกับที่ใช้ในห้องนั่งเล่น สามารถซักล้างทำความสะอาดได้ง่าย

ทางโครงการจะมีแถมชุดครัวของ Modernform มาให้แบบนี้ทั้งตู้ล่างและตู้บน มีอ่างล้างจานให้แต่ไม่มีเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันให้นะ

สำหรับชุดครัวเป็นแบบ Soft Close วัสดุของตู้ล่างเป็นโครงไม้ปิดผิวด้วยลามิเนต ส่วนตู้บนหน้าบานเป็น Hi-gloss มีปูแผ่นกันเปื้อนด้านมาหลังให้ด้วย  Top เคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์สีขาวค่ะ

อ่างล้างจานที่ให้เป็นแบบหลุมเดียว มีถาดพักจานอยู่ด้านข้าง

หน้าห้องมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า ซึ่งมีพื้นที่ด้านบนเหลือสามารถต่อเติมทำตู้ทำชั้นเพื่อเก็บของเพิ่มเติมได้

ถัดเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่ส่วนรับประทานอาหารเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นที่มีทางออกไประเบียง ทางฝั่งซ้ายเป็นทางไปห้องน้ำกับห้องนอน ฝ้าเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสี บริเวณห้องนั่งเล่นมีฝ้าหลุมและซ่อนไฟให้ ยกเว้นห้อง 39 ตารางเมตร จะมีฝ้าหลุมบริเวณห้องนอนแทน

พื้นที่ที่เชื่อมต่อกันระหว่างส่วนทานข้าวกับนั่งเล่นค่ะ

ส่วนนั่งเล่นวางโซฟานั่งกันได้ประมาณ 2-3 คน ระยะดูทีวีประมาณ 2.50 เมตรกว้างพอสมควร เหมาะกับการวางทีวีขนาด 40″ ด้านหลังเป็นประตูทางออกไประเบียงค่ะ

ประตูทางออกระเบียงเป็นบานเลื่อนกรอบบานอะลูมิเนียมสี Dark Honey ขนาดใหญ่ กระจกลามิเนตสีเขียวตัดแสง ช่วยลดปริมาณแสงที่จะเข้ามาในห้องได้ค่ะ

ระหว่างพื้นส่วนนั่งเล่นและระเบียงมีกั้นด้วยธรณีที่ยกสูงขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อกันน้ำเวลาฝนตกหรือซักล้างได้ค่ะ

มือจับดูแข็งแรงทนทานดี

พื้นที่ระเบียงค่อนข้างกว้างนะคะ สามารถออกมาใช้งานนั่งเล่นหรือยืนสูดอากาศได้จริง พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 40 x 40 cm.

ราวกันตกทำด้วยสแตนเลสยึดไว้กับกระจกเทมเปอร์ Laminated ดูสวยและทันสมัยดี โดยกระจกเทมเปอร์ Laminated จะมีคุณสมบัติดีกว่ากระจกทั่วๆไปคือแข็งแรง และ ปลอดภัยเพราะเวลาแตกจะกระจายออกเป็นเม็ดเล็กๆคล้ายเม็ดข้าวโพด ทำให้เกิดความปลอดภัยค่ะ

บริเวณระเบียงมีพื้นที่วาง Condensing unit แขวนเป็นระเบียบเรียบร้อย มีระแนงบังแอร์ที่ทำจากอะลูมิเนียมมาให้ ซึ่งจะสวยและทนกว่าระแนงที่ทำจากเหล็กทาสีทั่วๆไป

ออกมาจากระเบียงมองย้อนกลับไปที่หน้าห้องค่ะ เดี๋ยวเราจะพาไปชมห้องน้ำและห้องนอนกันต่อ

ห้องน้ำและห้องนอนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ตรงทางเข้ามีการร่นระยะเข้าไปทำเป็นเหมือนโถงเล็กๆ ซึ่งค่อนข้างดีตรงที่ทางเข้าห้องนอนจะรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ห้องน้ำแยกเป็นส่วนแห้งและส่วนเปียก เป็นสัดส่วนดี พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องporcelain ขนาด 30 x 60 cm. สุขภัณฑ์ต่างๆให้ตามนี้เลย

อ่างล้างหน้าได้แบบมีตู้เก็บของด้านล่างได้ ส่วนที่ผนังด้านหลังจะได้เป็นกระจกเงาซ่อนไฟด้านหลังแบบนี้เลย มีปลั๊กติดตั้งหน้ากากกันน้ำมาให้ด้วยสำหรับสาวๆที่อยากจะไดร์ผม

อ่างล้างหน้าเป็นของ Cotto ทรงสี่เหลี่ยม แบบฝังครึ่งเคาน์เตอร์ บริเวณด้านข้างมีพื้นที่สำหรับวางของใช้เล็กๆน้อยๆได้ Top เคาน์เตอร์เป็นหินแกรนิตสีดำ

ในตู้ด้านล่างมีพื้นที่สำหรับติดตั้งงานระบบเครื่องทำน้ำร้อนและมีช่องระบายอากาศมาให้ด้วย

โถสุขภัณฑ์เป็นของ Cotto เช่นเดียวกันค่ะ

พื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำมาให้เป็นสัดส่วนดี

พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 80 x 170 cm. ค่อนข้างกว้าง ปูด้วยกระเบื้อง porcelain ขนาด 30 x 60 cm. มีพื้นที่สำหรับนั่งอาบน้ำหรือใช้วางของมาให้ด้วย

อุปกรณ์การอาบน้ำมีให้เลือกทั้ง Rain Shower และ ฝักบัวแบบมือจับ

ฝักบัวของ Cotto จับถนัดมือดีค่ะ

เข้ามาดูต่อกันในห้องนอน วัสดุพื้นจะเปลี่ยนเป็นปาร์เก้เอนจิเนียริ่งฟลอร์สีตามในห้องตัวอย่าง ฝ้าเพดานเป็นฉาบเรียบ บริเวณหน้าห้องจะเป็นโถงนิดนึงก่อน ทางฝั่งซ้ายมีพื้นที่สามารถ Built-in ทำตู้เก็บของเพิ่มเติมเองได้

ถัดเข้ามาด้านในห้องนี้ค่อนข้างกว้างค่ะ มีพื้นที่โดยรอบเตียงให้จัดสรรการใช้งานได้ตามสบาย ผนังข้างเตียงเป็นกระจกบานใหญ่เต็มแผง ทำให้ห้องดูโปร่งมากๆและดูวิวได้ด้วย

ข้างเตียงทางฝั่งซ้ายวางโต๊ะข้างเตียง โต๊ะเครื่องแป้งหรือจะใช้เป็นโต๊ะทำงานได้ ส่วนทางฝั่งขวาวางโต๊ะข้างเตียงแล้วมีพื้นที่เหลือสำหรับให้ผ้าม่านพาดผ่านสบายๆ

ปลายเตียงมีระยะสามารถวางชั้นหรือตู้วางทีวีเล็กๆได้ แต่ถ้าอยากประหยัดพื้นที่แนะนำให้แขวนทีวีติดผนังค่ะ

ผนังด้านข้างเตียงเป็นหน้าต่างเต็มแผงเลย ซึ่งช่วยให้ห้องดูโปร่งขึ้นเยอะ มีบานกระทุ้งเปิดได้ 2 ฝั่งด้านบน ส่วนบานอื่นๆเป็นแบบ FIX ค่ะ

ฝั่งหน้าห้องมีพื้นที่ทำเป็นตู้เสื้อผ้าได้

ต่อมาคือห้อง PREMIER SUITE – 2 Bedroom 84.5 ตารางเมตร อยู่ในอาคาร C , D โดยห้องนี้สามารถมองวิวได้ทั้ง 2 ทิศค่ะ เนื่องจากเป็นห้องมุม เข้ามาจะเจอกับโถงโล่งๆก่อน ทางฝั่งขวาเป็นห้องน้ำและครัวปิดที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับระเบียงซักล้างขนาดเล็กๆ ถัดมาที่พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นเชื่อมกันอยู่ ส่วนของพื้นที่นั่งเล่นก็จะติดกับระเบียงอีกระเบียงหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย สามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นชมวิวได้ดีค่ะ อีกฝั่งเป็นห้องนอนทั้ง 2 ห้องนอน โถงด้านหน้าจะมีโถงเล็กๆสำหรับแจกไปยังทั้งห้องทั้ง 2 ด้วย โดยห้องนอนเล็กนั้นสามารถวางเตียงแบบ 3.5-5 ฟุตได้ มาที่ห้องนอนใหญ่นั้นจะได้เป็นห้องมุม มองวิวได้ 2 ทิศทาง ขนาดเตียงที่วางได้ลงตัวคือขนาด 5 ฟุต และมีพื้นที่ด้านข้างเตียงกว้างพอสำหรับจัดเป็นพื้นที่ทำงานเล็กๆ ได้ สำหรับห้องนอนนี้จะมีห้องน้ำในตัวด้วยค่ะ

เข้ามาในห้องจะเจอกับโถงเล็กๆก่อน ทางฝั่งขวาเป็นห้องน้ำและครัวปิด ส่วนทางฝั่งซ้ายเป็นทางไปส่วนรับประทานอาหารและนั่งเล่นค่ะ วัสดุและอุปกรณ์ห้องนี้จะคล้ายกับห้องก่อนหน้า แต่ความสูงห้องนี้จะสูง 2.80 เมตร ระบบแอร์เป็นแบบผังฝ้าเพดานเช่นเดียวกัน

ห้องน้ำและครัวปิดอยู่ข้างๆกันบริเวณหน้าห้อง ซึ่งสะดวกเวลาซื้อของเข้าห้องมาก็ยกไปเก็บในครัวได้เลย หรือ สามารถใช้ห้องน้ำห้องนี้เวลาก่อน-หลังเข้ามาในห้อง โดยไม่ต้องเข้าไปใช้ในห้องนอนใหญ่ หรือ ใช้เป็นห้องน้ำแขกก็สะดวกค่ะ

ในส่วนของห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์และการออกแบบเหมือนกันกับห้องน้ำห้องแรกคือได้กระจกบานใหญ่ติดผนังมีซ่อนไฟด้านหลัง ด้านหลังสุขภัณฑ์มีก่อผนังเตี้ยๆไว้สำหรับวางของ ได้อ่างฝังเคาน์เตอร์ โถสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำจาก Cotto ค่ะ

บริเวณพื้นที่อาบน้ำก็เหมือนห้องน้ำห้องแรกเช่นเดียวกันคือได้ฉากกระจกนิรภัยบานสวิง ด้านในก่อที่นั่งอาบน้ำมาให้ และฝักบัวได้ 2 แบบคือ Rain Shower และฝักบัวสายอ่อนจาก Cotto พร้อมติดตั้งระบบน้ำร้อนน้ำเย็นมาให้เรียบร้อย

พื้นที่อาบน้ำค่อนข้างกว้างเช่นเดียวกับห้องก่อนหน้า ปูด้วยกระเบื้อง porcelain ขนาด 30 x 60 cm.

ชุดครัวจาก Modernform แบบเดียวกับห้องแรกและไม่ได้ Hob & Hood กับ Microwave เช่นเดียวกัน แต่ที่แตกต่างกันและเป็นข้อดีสำหรับคนที่ชอบทำกับข้าวของแปลน type นี้คือห้องครัวอยู่ติดกับระเบียงและค่อนข้างกว้าง สามารถทำอาหารและซักล้างได้เต็มที่มากขึ้น

ลักษณะของห้องครัวจะเป็นแนวยาว ทางเดินกว้างพอสำหรับการทำกับข้าวหรือเดินได้สะดวก ด้านหลังเป็นประตูทางออกไปที่ระเบียง

ประตูทางออกไประเบียงเป็นบานเลื่อนกระจกกรอบบานอะลูมิเนียม

พื้นที่ระเบียงเพียงพอสำหรับการใช้งานซักล้างค่ะ

ออกจากห้องครัวมาจะเจอกับพื้นที่รับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น ด้านหลังสุดมีทางออกไประเบียงอีกจุดหนึ่ง ส่วนทางฝั่งขวาเป็นทางไปห้องนอนอีก 2 ห้อง

พื้นที่นั่งเล่นนี้ค่อนข้างกว้างพอสมควร มีระยะห่างจากโซฟาถึงทีวีประมาณ 2.8 เมตร ซึ่งขนาดทีวีที่เหมาะสมกับระยะสายตาจะอยู่ที่ 50″ นิ้วค่ะ

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นเป็นส่วนระเบียงภายนอก ถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนสเป็คเดียวกับห้องแรก เป็นบานกระจกเต็มแผงนั่งชมวิวได้ชิลๆเลยค่ะ

ระเบียงถือว่ามีพื้นที่พอสมควรเลย สามารถวางชุดโต๊ะเก้าอี้ขนาดเล็กๆ มานั่งเล่นชมวิวได้ วัสดุต่างๆเหมือนกับห้องแรกค่ะ

ด้านบนแขวน Condensing unit ของแอร์ 2 ตัว ใครกลัวลมร้อนทางโครงการก็มีติดกริลเบี่ยงทิศทางลมร้อนให้

กลับออกมาที่ห้องนั่งเล่น มุมมองฝั่งหน้าห้อง เราไปดูต่อที่ห้องนอนกัน

ด้านข้างผนังที่เป็นที่วางทีวี จะมีโถงเล็กๆแจกไปยังห้องนอนทั้ง 2 ห้อง

โถงนี้ทำให้ห้องนอนทั้งสองห้องเป็นส่วนตัวมากขึ้น

เดี๋ยวเราไปดูห้องนอนเล็กกันก่อนนะคะ สำหรับห้องนอนนั้นพื้นจะเป็นพื้นปาร์เก้เอ็นจิเนียริ่งฟลอร์เช่นเดียวกับห้องแรก เข้ามาจะเจอส่วนที่วางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งก่อน ถัดเข้าไปด้านในเป็นเตียงนอนพักผ่อน

ด้านในเป็นพื้นที่วางเตียงนอนสามารถวางเตียงขนาด  5 ฟุตได้สบายๆ ซึ่งหากใครชอบที่นอนใหญ่หน่อยก็สามารถวางเตียงขนาด  6 ฟุตได้นะ แต่ก็แลกกับจะเสียพื้นที่ว่างด้านข้างเตียงไปอีกเล็กน้อยค่ะ

พื้นที่ข้างเตียงทั้งสองฝั่งเหลือค่อนข้างเยอะนะคะ วางโต๊ะข้างเตียงได้สบายๆ หรือจะปรับเพื่อขนาดเตียงก็ได้

ข้างเตียงมีหน้าต่างบานใหญ่เต็มแผงเช่นเดียวกัน

หันกลับมาบริเวณหน้าห้องจะมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้

เข้ามาที่ห้องนอนใหญ่กันต่อค่ะ จากหน้าห้องเข้ามาทางฝั่งขวาจะเป็นห้องน้ำ ส่วนห้องนอนอยู่ด้านในถัดเข้าไปอีก

ห้องนี้การตกแต่งและวัสดุตามเดิม แต่พื้นที่อาบน้ำจะมีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย และมีหน้าต่างบานกระทุ้งเอาไว้เปิดระบายอากาศ

พื้นที่อาบน้ำกั้นก็มีฉากกั้นกระจกนิรภัยมาให้ค่ะ

อ่างอาบน้ำเป็นของ Cotto นอนแช่ตัวสบายๆได้

หรือในช่วงเวลาเร่งรีบจะใช้ฝักบัวก็มีมาให้ครบค่ะ

เข้ามาในส่วนนอนพักผ่อนจะเจอกับห้องที่มีผนังเป็นกระจก 2 ด้าน เปิดรับวิวได้เต็มๆ  ห้องนี้ขนาดค่อนข้างกว้างมีพื้นที่วางชุดวางทีวี และ เก้าอี้นั่งเล่นค่ะ

พื้นที่รอบๆเตียงเหลือสบายๆค่ะ

ปลั๊กและสวิทซ์เป็นของ  bticino วัสดุตามในภาพเลยค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 16 June 2017 

  • (Superior Suite , Executive Suite , Sukhumvit Suite) 1 Bedroom 39 – 57.5 ตร.ม. ราคา 5.05 – 8.75 ล้านบาท
  • (Deluxe Suite , Family Suite , Premier Suite , Imperial Suite) 2 Bedroom 65.5 – 100.5 ตร.ม. ราคา 8.32 – 14.50 ล้านบาท
  • (Presidential Suite) 2 Bedroom 81 – 148 ตร.ม. ราคา 12.33 – 23.39 ล้านบาท
  • (Presidential Suite) 3 Bedroom 141.5 – 209.5 ตร.ม. ราคา 21.24 – 31.34 ล้านบาท
  • (Oriental Suite) 2 Bedroom 72.5 ตร.ม. ราคา 10.63 – 11.72 ล้านบาท
  • (Oriental Suite) 3 Bedroom 144 – 180 ตร.ม. ราคา 21.11 – 29.48 ล้านบาท
  • (Penthouse)  4 Bedroom 355 ตร.ม. ราคา 56.09 – 58.78 ล้านบาท
  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง
    • อาคาร A , B ห้องแบบ Typical  สูง 2.55 เมตร
    • อาคาร A , B ห้องแบบ Presidentail  สูง 2.70 เมตร
    • อาคาร C , D ห้องแบบ Typical  สูง 2.80 เมตร
    • อาคาร C , D ห้องแบบ Oriental , Penthouse  สูง 3.00 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Shuttle Bus ไปกลับ BTS พร้อมพงษ์ / รถกอล์ฟรับส่งในโครงการ 
  • จอง 50,000 – 200,000 บาท
  • จอง+ทำสัญญา 5%
  • ดาวน์ 15% ผ่อนดาวน์ 39 งวด
  • ค่ากองทุน 450 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ 


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล ของโครงการ  Supalai Oriental สุขุมวิท39 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองในซอยสุขุมวิท 39 ค่อนมาทางฝั่งที่ใกล้กับถนนเพชรบุรีตัดใหม่มากกว่า โดยห่างจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ประมาณ 160 เมตร พอลงจากสะพานข้ามคลองแสนแสบก็ถึงเลยและห่างจากถนนสุขุมวิท (ปากซอยสุขุมวิท39)ประมาณ 1.8 กิโลเมตร โดยบริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท39 จะใกล้กับ BTS พร้อมพงษ์ และ ศูนย์การค้าชั้นนำ The Em District ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ถือว่าตั้งอยู่ย่านในกลางของย่านการค้า มีห้างสรรพสินค้าตัวท็อปใจกลางเมือง ทั้ง The District Em ซึ่งประกอบด้วยห้าง ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และ ดิ เอ็มสเฟียร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 3 โครงการศูนย์การค้าระดับเวิร์ลคลาสใจกลางสุขุมวิท จากเดอะมอลล์ กรุ๊ป  อีกทั้งยังมีวิลล่า มาร์เก็ต และสวนเบญจสิริ ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ  จุดเด่นของโครงการคืออยู่ในทำเลที่เป็นย่านของคนญี่ปุ่น จึงมีทั้งร้านค้าและร้านอาหารญี่ปุ่นมากมายหลากหลาย ใกล้สถาบันการศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ โรงพยาบาล สมิติเวช(สุขุมวิท) โรงพยาบาลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยศรีนครินครินทรวิโรฒ(มศว.) โรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร จัดเป็นทำเลใจกลางเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ครบแทบทุกอย่างโดยย่านสุขุมวิท ที่มีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่มาก หากจะพูดถึงภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้แล้วจะพบว่า ช่วงหลังๆโครงการที่พักอาศัย ที่เกิดขึ้นมักจะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากค่าที่ดินที่สูงตามการพัฒนาโดยรอบพื้นที่นั่นเอง

การเดินทางโดยใช้รถ ค่อนข้างสะดวกเพราะสามารถเข้าถึงโครงการได้จากหลาหลายเส้นทาง และยังมีซอยเส้นทางลัดที่สามารถทะลุไปได้ทั้งอโศก สุขุมวิท ทองหล่อ และเพชรบุรี บางช่วงของซอยเป็น One way  ส่วนตัวถนนสุขุมวิทเอง หากขับเข้าเมืองตรงไปเรื่อยๆ(เลียบเส้นรถไฟฟ้า BTS) จะผ่านแยกอโศก ซึ่งระหว่างทางจะเจอ Terminal 21  ผ่านแยกราชประสงค์ ไปจะเป็น เซ็นทรัลเวิร์ล สยาม ถนนเพชรบุรี(ผ่านแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี) เป็นถนนที่มีอาคารสำนักงานอยู่ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน โดยเป็นถนนเส้นคู่ขนานกับถนนสุขุมวิท ซึ่งมีถนนอโศกมนตรี และสุขุมวิทซอยย่อยๆเป็นตัวตัดผ่าน แต่หากจากโครงการขับบนถนนเพชรบุรีเดินทางไปผ่านแยกอโศก-เพชรบุรี เลี้ยวขวาก็จะไปทะลุถนนพระราม 9 ซึ่งสามารถไปห้างฟอร์จูน เซ็นทรัลพระราม 9 หรือเอสพลานาดได้ นอกจากนี้ถนนสุขุมวิทยังมี ถนนพระรามที่ 4 เป็นถนนคู่ขนานอีกด้าน  โดยมีถนนรัชดาภิเษกเป็นตัวตัดผ่านแยกพระราม 4 ซึ่งสามารถไปยังแยกวิทยุ ไปราชเทวีได้ค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ โครงการจะอยู่ห่างจาก BTS พร้อมพงษ์ประมาณ 1.8 กิโลเมตร สามารถนั่งไปเชื่อมต่อกับ สถานีอโศก ซึ่งเป็นสถานีที่ Interchange กับ MRT สุขุมวิท ใครจะไปรถไฟฟ้าใต้ดินถือว่าสะดวกมาทีเดียว และสถานีนี้ยังมี Terminal21 ที่เรารู้จักกันดีว่ามี Food Court ที่ถูกและดี หรือจะใช้เดินทางไป สถานีทองหล่อ ซึ่งเป็นย่านที่มี lifestyle mall อยู่เยอะ คึกคักไปด้วยชาวต่างชาติและคนไทย และมีร้านอาหารนานาชาติหลากหลาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์รวมธุรกิจบันเทิงแห่งหนึ่งของชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆสามารถเรียกรถได้ง่ายเพราะอยู่ใกล้ถนนใหญ่และเป็นซอยลัด มีรถวิ่งผ่านตลอด มีทั้งแท็กซี่  วินมอเตอร์ไซค์ และอีกหนึ่งตัวเลือกคือการเดินทางด้วยเรือโดยสารคลองแสนแสบ ท่าเรือที่อยู่ใกล้ที่สุดคือท่าเรืออิตัลไทยทาวเวอร์ และ ท่าเรือวัดใหม่ช่องลม นอกจากนั้นทางโครงการยังมีบริการรถกอล์ฟรับส่งภายในโครงการสำหรับใครที่ไม่อยากเดินไกล และ มีรถตู้รับส่งที่ BTS พร้อมพงษ์ด้วยค่ะ

วัสดุ ค่อนข้างไปทางดี ขายแบบ Fully Fitted ให้ Digital Door Lock ชุดครัว สุขภัณฑ์ Cotto พร้อมฉากกั้นอาบน้ำ แอร์แบบผังบนฝ้าเพดาน วอลเปเปอร์ และวัสดุมาตรฐาน ความสูงของห้องค่อนข้างสูง พื้นเป็นกระเบื้อง porcelain ขนาด 80 x 80 cm. สีขาวครีม ประตูบานเลื่อนกระจกลามิเนต กรอบบานอะลูมิเนียมสี Dark Honey  ราวกันตกทำด้วยสแตนเลส กระจกเทมเปอร์ลามิเนต สำหรับในห้องขนาดใหญ่เช่นห้องแบบ Presidential Suite ในอาคาร A , B  และห้องแบบ Oriental , Penthouse ในอาคาร C , D จะมีการอัพเกรดวัสดุบางรายการเช่นกระเบื้องบริเวณระเบียงห้องนั่งเล่น ปรับจากกระเบื้องเซรามิคเป็นกระเบื้องลายไม้ และ ในห้อง Penthouse จะได้โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติและอ่างอาบน้ำระบบระบบน้ำวนอัดอากาศเพิ่มเข้ามา

การออกแบบ ออกแบบในสไตล์ตะวันออกร่วมสมัย โดยการนำธรรมชาติทั้งธาตุ ดิน น้ำ ไม้ ไฟ และ โลหะ เข้ามาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบทั้งสถาปัตยกรรมภายนอกและภายใน ผสมเข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย ให้รู้สึกถึงความอบอุ่นและกลิ่นอายตะวันออก ตามแบบฉบับของ oriental และมีการออกแบบโดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงานด้วยการเลือกใช้วัสดุทั้ง Laminated Glass เพื่อช่วยลดความร้อน ใช้หลอดไฟ LED ทั้งอาคาร และมีพื้นที่สีเขียวกว่า 3 ไร่ การวางผังทำให้ดีตรงที่วางให้อาคารไม่บดบังวิวซึ่งกันและกัน มีจำนวนยูนิตต่อชั้นไม่มาก ค่อนข้างเป็นส่วนตัวทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ออกแบบห้องพักได้ลงตัว จุดเด่นคือได้พื้นที่ใช้สอยเยอะ และใช้งานได้จริง และมีห้องให้เลือกหลายรูปแบบตั้งแต่ 1 Bedroom จนถึง Penthouse

สาธารณูปโภค มีให้ค่อนข้างเยอะทั้ง สวนหย่อมรอบโครงการประมาณกว่า 3 ไร่  Lobby ทุกอาคาร และบนชั้น Roof Top ของทุกอาคารจะมี Facilities อาคาร A , B , C , D มีสวนหย่อมและ Sky Lounge ส่วนบนอาคารจอดรถจะมี Facilities หลักของโครงการได้แก่ สระว่ายน้ำทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ ฟิตเนส Yoga&Aerobic ห้องน้ำพร้อมLocker ห้องเด็กเล่น (Zoo Zoo Land) ห้องสนุ๊กเกอร์ (Goodwill Games) และสวนหย่อม ค่าส่วนกลางอยู่ที่ 45 บาท/ตารางเมตร ก็อยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 130,000 บาท/ตร.ม., 16 June 2017 

  • ทำเล 7.75/10 – อยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ย่านพร้อมพงษ์ ค่อนมาทางฝั่งที่ใกล้กับถนนเพชรบุรีตัดใหม่มากกว่า
  • เดินทางด้วยรถ 8.5/10 – ค่อนข้างสะดวก ใกล้ถนนใหญ่และทางด่วน มีเส้นทางลัดให้ใช้ แต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนจะรถติดหน่อย ที่จอดรถ 100%
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 –  เรียกรถสาธารณะต่างๆได้ง่าย มีรถตู้รับส่ง BTS พร้อมพงษ์ซึ่งอยู่ห่างโครงการประมาณ 1.8 km. 
  • วัสดุ 8/10 – ให้มาครบตามมาตรฐานค่อนข้างไปทางดี 
  • แบบ 8.5/10 – ออกแบบมาได้ค่อนข้างดี ทั้งการวางผังอาคารให้ไม่บังวิวกัน และจำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยมีความเป็นส่วนตัวสูง พื้นที่ใช้สอยเยอะ
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – ให้มาเยอะและหลากหลาย น่าจะเพียงพอต่อการใช้งาน เป็นอาคารแยกออกมาต้องเดินหน่อย
  • HIGH CLASS
  • 8.05 / 10.00

BOTTOM LINE

Supalai Oriental สุขุมวิท39 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดที่เดินทางไปถนนเพชรบุรีและถนนสุขุมวิทย่านพร้อมพงษ์ได้สะดวก สะดวกสบายหาของกินง่าย ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง เดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก ชอบห้องขนาดใหญ่ มี Facilities ให้ใช้เยอะ ชอบโครงการที่มีจำนวนยูนิตต่อชั้นไม่เยอะ มีงบประมาณ 4.5 – 53 ล้านบาท 

Share

1 Comment

  • นี่มันริวา แกรนด์ เวอร์ชันวิวเมืองนิหน่า
    แถมเริ่มสร้างกับกำหนดเสร็จพร้อมๆกันเลย
    เป็นกลยุทธ์เหมาวัสดุทำทีสองโครงการ ประหยัดต้นทุนไปได้มากโข ไม่ธรรมดาจริงๆ

Leave a Reply