Rise Rama 9 หมู่คอนโด Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร ติดถนนพระราม 9 จาก Rise Estate (ในเครือ All Inspire) [รีวิวฉบับที่ 1367]

June 19, 2017 08:001 comment

รีวิวฉบับที่ 1367 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปรีวิวคอนโด Rise พระราม 9 จาก Rise Estate (ในเครือ All Inspire) เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร โครงการตั้งอยู่ติดถนนพระราม 9 ใกล้แยกพระราม 9 – ประดิษฐ์มนูธรรม มีห้องให้เลือกทั้งแบบ 1-2 Bedroom และ Duplex ริมสระว่ายน้ำ มาพร้อม Facilities ส่วนกลางและร้านค้าในโครงการ ในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท และพบโปรโมชั่นพิเศษในงาน Open House วันที่ 1-2 ก.ค. นี้ค่ะ

Fact @ 19 June 2017

  • Rise Rama 9 (ไรส์ พระราม 9)
  • บริษัท ไรส์ เอสเตท จำกัด (ในเครือ All Inspire)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ห้วยขวาง
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร 652 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 25 ยูนิตที่อาคาร A
  • ที่จอดรถประมาณ 43 % รวมจอดซ้อนคันแล้ว 
  • ที่ดินประมาณ 6-0-14 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : เดือน ธันวาคม ปี 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : เดือน ธันวาคม ปี 2561
  • 1 Bedroom 25-33 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 61 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.13 ล้านบาท
  • Duplex 70 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 7.6 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • ราคาห้อง 1.99-7.65 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 79,600 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : n/a
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 092-743-7772, 064-121-5959

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.750257, 100.598161

แผนที่จากทางโครงการ Rise Rama 9 ตั้งอยู่ติดถนนหลักอย่างพระราม 9 ใกล้กับแยกพระราม 9 – ประดิษฐ์มนูธรรม ในแผนที่แสดงถึงสถานที่สำคัญอย่างพวกศูนย์การค้า อาคารสำนักงานต่างๆเอาไว้ แต่จะไม่ได้อยู่ในระยะ 500 ม.รอบโครงการ จะต้องถัดออกไปบนถนนสำคัญโดยรอบอย่างถนนรัชดาภิเษก ถนนรามคำแหง ถนนเอกมัย ถนนเพชรบุรี(ตัดใหม่)

ส่วนการเดินทางระบบรางที่ใกล้สุดในปัจจุบันจะเป็น Airport Rail Link รามคำแหงประมาณ 1.6 กม. ถ้าต้องการเข้าเมืองไปก็สามารถเชื่อมไปใช้ BTS ได้ที่สถานีพญาไท หรือสามารถออกเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิก็ได้ นอกจากนี้ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ผ่านบนถนนพระราม 9 บริเวณหน้าโครงการ โดยมีสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีประดิษฐ์มนูธรรม ที่จะอยู่บริเวณใกล้สี่แยกพระราม 9 – ประดิษฐ์มนูธรรม สำหรับระยะห่างจากโครงการที่แน่นอนยังไม่ทราบนะคะ ต้องรอแผนที่ชัดเจนจาก MRT ก่อนค่ะ

รีวิวพาชมทำเล RISE RAMA 9 : “คลิกที่นี่” 


ต่อเนื่องมาจากคราวที่แล้วที่พาไปชมทำเลกันนะคะ สำหรับคิววันนี้เราจะพามาชมสำนักงานขายและห้องตัวอย่างของโครงการกันต่อ โดยสำนักงานจะตั้งอยู่ติดถนนพระราม 9 ถัดจากที่ตั้งโครงการเลยนะคะ

เข้ามาภายในสำนักงานขาย ได้รับการตกแต่งไว้ให้ดูโปร่ง โล่ง ด้วยผนังกระจกตลอดแนวผนัง และมีโมเดลภาพรวมของโครงการให้ชมกันด้วย

ภายในสำนักงานขายจะมีที่ชุดโชฟา รองรับคนได้เยอะทีเดียว ถ้ามองวิวออกไปด้านนอกจะเห็นแปลงที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโครงการเลยค่ะ


เจาะลึกตัวโครงการ

Rise Rama 9 เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร บนเนื้อที่ดิน 6-0-14 ไร่ มีจำนวนยูนิตกว่า 600 ยูนิต แบ่วเป็น 4 อาคาร อาคารละ 100 กว่ายูนิต ออกแบบมาในสไตล์ Modern เน้นโทนสีเทาอ่อน-เข้ม และมีลูกเล่นของอาคารเป็นเอกลักษณ์ แบบห้องมีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom (25-33 ตร.ม.), 2 Bedroom (61 ตร.ม.) และ Duplex (70 ตร.ม.) โดยจะเน้นไปที่ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 28-29.2 ตร.ม. เป็นหลักค่ะ

ก่อนจะพาไปชมห้องตัวอย่างจะพาไปดูโมเดลของ “Rise Rama 9 กันก่อน แปลงที่ดินจะมีระยะถอยร่นจากถนนพระราม 9 พอสมควร ตามที่กฎหมายกำหนด แปลงที่ดินเป็นรูปตัว L และวางอาคารเรียงตัวไปตามรูปของที่ดิน มีทั้งหมด 4 อาคาร อาคาร A จะอยู่ด้านหน้าสุด ติดกับทางเข้าออกโครงการ ส่วนอาคารที่ถัดเข้าไปคืออาคาร B ในสุดเป็นอาคาร C และ D ซึ่งเป็นอาคารรูปตัว L ทั้งคู่วางตัวหันหน้าเข้าหากัน ทางเข้าโครงการจะผ่านเข้าออกด้วยระบบ Key Card แบบระยะไกล เหมือน Easy Pass ของทางด่วน ทำให้การใช้งานสะดวกทีเดียวนะคะ

สำหรับพื้นที่โดยรอบยังไม่เห็นตึกสูงบังวิวในระยะประชิดนะคะ ฝั่งซ้ายเป็นที่ดินเปล่าของ All Inspire เช่นกัน ซึ่งจะขึ้นเป็นโครงการอะไรนั้นคงต้องรอลุ้นกันต่อไป ส่วนฝั่งขวาจะติดกับ Metro Life Park ในส่วนของปั๊มแก๊ส ก็จะเห็นรถแท็กซี่ รถประจำทาง วนเข้ามาเติมแก๊สในนี้เป็นจำนวนมาก แต่จะไม่ได้ติดกับอาคารพักอาศัยโดยตรงนะคะ เพราะจะมีถนนในโครงการกว้างประมาณ 6 ม. คั่นอยู่อีกทีหนึ่ง

จากทางเข้าออกโครงการจะติดกับอาคาร A ซึ่งเป็นอาคารที่มีร้านค้า 3 ยูนิต อยู่ชั้นล่าง ที่รู้ตอนนี้ก็จะมีร้านนึงเป็น 7-11 อีกร้านนึงเป็นร้านกาแฟ ส่วนร้านสุดท้ายคงต้องรอคอนเฟิร์มกันอีกทีว่าจะเปิดเป็นอะไรนะคะ เวลาผ่านเข้าออกโครงการก็สามารถแวะซื้อของ ซื้อกาแฟ ได้สะดวก ส่วนบนชั้น 8 ของอาคาร A ก็จะมีห้อง Co-Working Space เป็น Facilities ส่วนกลางอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

จากอาคาร A ผ่านเข้ามาที่อาคาร B จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งอาคาร ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ในตึก ก็มีข้อดีข้อเสียนะคะ ข้อดีคือตึก B จะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าอาคารที่มีพื้นที่ส่วนกลาง ข้อเสียก็คือเวลาจะใช้พื้นที่ส่วนกลางก็จะต้องเดินไปที่ตึกอื่นเช่นกัน สำหรับพื้นที่ส่วนกลางหลักๆ อีกตำแหน่งหนึ่งจะอยู่บนอาคาร C ซึ่งประกอบด้วยสระว่ายน้ำและฟิตเนสที่อยู่บนชั้น 2 และมีสวนส่วนกลางที่อยู่ระหว่างอาคาร C และ D ค่ะ

ส่วนพื้นที่ด้านหลังอาคารถูกจัดเป็นพื้นที่จอดรถกลางแจ้ง โดยที่จอดรถภายในโครงการสามารถวนจอดได้ทุกอาคารนะคะ ไม่ได้ Fix ที่ค่ะ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางก็จะมีสวนบนชั้น Rooftop อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งจะจัดให้มีอยู่ทุกตึกเลยนะคะ เป็นพื้นที่ให้ขึ้นมาชมวิว เปลี่ยนบรรยากาศ ก็เป็นข้อดีสำหรับลูกบ้านในชั้นล่างๆ ก็จะได้มีพื้นที่ชมวิวในมุมสูงเช่นกัน

ต่อไปมาดูผังรวมของทั้งโครงการกันนะคะ โครงการมีทางเข้าออกโครงการทางเดียวคือทางถนนพระราม 9 ที่ดินเป็นรูปตัว L วางอาคาร 4 ตึก เต็มที่ดิน ความลึกของที่ดินเข้าไปถึงสุดที่ประมาณ 280 ม. เป็นความลึกที่ไม่มาก สามารถเดินเข้าไปถึงตึก C, D ด้านในโครงการได้ไม่ไกล โดยแต่ละโครงการแบ่งจำนวนยูนิต ดังนี้

  • อาคาร A มีจำนวน 166 ยูนิต
  • อาคาร B มีจำนวน 161 ยูนิต
  • อาคาร C มีจำนวน 133 ยูนิต
  • อาคาร D มีจำนวน 168 ยูนิต

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางในชั้น 1 ก็จะมีร้านค้า 3 ร้าน, พื้นที่สวนส่วนกลางที่อยู่ระหว่างอาคาร C และ D และพื้นที่จอดรถทั้งแบบใต้อาคารและพื้นที่โล่งด้านหลังโครงการ คิดเปอร์เซนต์ที่จอดรถรวมซ้อนคันได้ 43 % ถ้าช่วงที่รถไฟฟ้ายังสร้างไม่เสร็จก็คงต้องใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก ก็ไม่แน่ใจว่าจะพอกับจำนวนผู้อยู่อาศัยหรือไม่ค่ะ, ตัว Lobby จะแยกไปของแต่ละอาคาร ทำให้จำนวนยูนิต 600 กว่าของทั้งโครงการ ถูกแยกไปเป็นตึกละ 100 กว่ายูนิต จึงช่วยกระจายความหนาแน่นได้

ถึงแม้ว่าการแยกตึกพักอาศัยออกเป็น 4 ตึกจะช่วยกระจายความหนาแน่นของยูนิตทั้งหมดของโครงการได้ แต่พื้นที่ส่วนกลางหลักๆ คือ สระว่ายน้ำและ Fitness ที่อยู่บนชั้น 2 ของอาคาร C จะต้องแชร์กันทั้งโครงการนะคะ ต่อไปจะพามาดูแปลนของแต่ละอาคารทีละตึกนะคะ

ต่อไปเป็นเรื่องของวิว ซึ่งตามปกติผู้ที่เลือกคอนโด Low Rise คงไม่ได้เน้นเรื่องนี้มากเท่าไหร่ จะไปเน้นเรื่องห้อง เรื่องตัวโครงการที่อยู่สบายมากกว่า จึงขอสรุปสั้นๆแล้วกันค่ะ ห้องที่หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มียูนิตส่วนน้อยในอาคาร C เท่านั้นที่จะได้วิวนี้ เป็นด้านที่หันไปทางทางด่วนด้านหลังโครงการ ส่วนห้องทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้จะหันออกทาง Metro Life Park เหมือนกัน ซึ่งเป็นส่วนที่เป็นปั๊มแก๊ส ข้อดีคือปั๊มจะไม่ได้มีอาคารใหญ่มาบล๊อกวิวในระยะประชิดนะคะ ส่วนห้องที่หันทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะติดกับที่ดินเปล่า จึงได้วิวที่เปิดโล่งมากทีเดียว

เริ่มกันที่ผังชั้น 1 ของอาคาร A จะมีร้านค้า 3 ร้านที่ติดกับทางเข้าออกโครงการ พื้นที่ส่วนใหญ่ของชั้นนี้จะเป็นที่จอดรถใต้ตึก สำหรับ Lift Lobby จะมี 2 ตัวต่ออาคาร คิดเป็นอัตราส่วนลิฟต์ของอาคาร A อยู่ที่ 83 : 1 ถือเป็นอัตราส่วนที่ไม่มากเลยเมื่อเทียบกับโครงการในเมืองค่ะ

ภาพบรรยากาศภายใน Lobby โถงต้อนรับ ที่จะมีมาให้พร้อม Super Hi-speed Internet

มาต่อกันที่ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่ของห้องพักอาศัยทั้งชั้น เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ทั้งหมด มี 20 ยูนิต ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom Type A ขนาด 25 ตร.ม. 4 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type B ขนาด 28 ตร.ม. 9 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type C ขนาด 29.2 ตร.ม. 3 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type D ขนาด 33 ตร.ม. 4 ห้อง

ห้องพักในชั้นนี้จะหันหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นหลัก ทางเดินจัดเป็น Double Corridor วางห้องพักขนาบทางเดิน 2 ฝั่ง ลิฟต์มี 2 ตัว ส่วนบันไดหนีไฟจะมี 1 ตำแหน่ง ค่อนไปทางขวาของอาคาร ซึ่งบันไดหนีไฟสามารถลงไปยังชั้น 1 ได้ค่ะ การจัดวางห้องในอาคารใช้วิธีการจัดวางเรียงไปตามรูปทรงอาคาร จะมีไม่กี่ห้องเท่านั้นที่ประตูห้องตรงกัน แต่ดีที่ไม่มีห้องไหนที่ประตูตรงกับแนวทางเดิน

มาต่อกันที่ ชั้น 3-7 ของตึก จะมีแปลนเหมือนกับชั้น 2 เลย ต่างกันคือในชั้นนี้ห้องพักอาศัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 25 ยูนิต คือเพิ่มห้อง 1 Bedroom มาอีก 5 ห้อง รวมเป็นดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom Type A ขนาด 25 ตร.ม. 4 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type B ขนาด 28 ตร.ม. 10 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type C ขนาด 29.2 ตร.ม. 7 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type D ขนาด 33 ตร.ม. 4 ห้อง

มาต่อกันที่ ชั้น 8 จะมีแปลนเหมือนกับชั้น 3-7 เลย ต่างกันคือในชั้นนี้จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น Co-Working Space มาแทนห้องพัก 4 ยูนิต ในชั้นนี้จึงมีจำนวนยูนิตต่อชั้นที่ 21 ยูนิตค่ะ

มาดูแปลนของอาคาร B กันต่อ ชั้น 1 ของอาคารนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่จอดรถคล้ายๆ อาคาร A เลย ต่างกันที่อาคารนี้จะไม่ได้มี Facilities ส่วนกลางของโครงการนะคะ สำหรับ Lift Lobby จะมี 2 ตัวต่ออาคาร คิดเป็นอัตราส่วนลิฟต์ของอาคาร B อยู่ที่ 80 : 1 แชร์กันสบายๆ นะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2-8 ของอาคาร เป็นพื้นที่ของห้องพักอาศัยทั้งชั้น และแต่ละชั้นก็จัดแปลนไว้เหมือนๆ กัน เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ทั้งหมด มี 23 ยูนิตต่อชั้น ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom Type A ขนาด 25 ตร.ม. 3 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type B ขนาด 28 ตร.ม. 10 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type C ขนาด 29.2 ตร.ม. 6 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type D ขนาด 33 ตร.ม. 4 ห้อง

ต่อมาที่อาคาร C ชั้น 1 ของอาคารนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่จอดรถคล้ายๆ อาคาร A และ B เลย สำหรับ Lift Lobby จะมี 2 ตัวต่ออาคารเช่นกัน คิดเป็นอัตราส่วนลิฟต์ของอาคาร B อยู่ที่ 67 : 1 เป็นอัตราส่วนที่น้อยสุดในโครงการ แต่พื้นที่ส่วนกลางหลักอย่างสระว่ายน้ำและฟิตเนสอยู่ในอาคารนี้ด้วย จึงน่าจะมีลูกบ้านจากอาคารอื่นมาขึ้นลิฟต์ด้วยค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของอาคาร C พื้นที่ส่วนกลางหลักๆ จะอยู่บนชั้นนี้ ได้แก่ สระว่ายน้ำ ขนาด 9 x 30 ลึก 1.4 ม. และห้อง Fitness ที่อยู่ด้านข้างสระเปิดให้เห็นวิวของสระว่ายน้ำเวลาออกกำลังกาย ส่วนห้องพักอาศัยในชั้นนี้ จะมีทั้งห้องแบบ 1 Bedroom และห้องแบบ Duplex ก็จะอยู่ริมสระว่ายน้ำในชั้นนี้ด้วย รวมทั้งหมด 20 ยูนิต ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom Type A ขนาด 25 ตร.ม. 2 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type B ขนาด 28 ตร.ม. 11 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type C ขนาด 29.2 ตร.ม. 3 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type F ขนาด 70 ตร.ม. 4 ห้อง

ภาพจำลองบรรยากาศของสระว่ายน้ำแบบ Infinity Lap Pool เป็นระบบเกลือ ขนาดใหญ่ ออกแบบมาให้เล่นระดับ โดยชั้นบนสุดจะเป็น Daybed แบบตั้งอยู่ในน้ำ ได้อารมณ์รีสอร์ท ถัดมาเป็น Lap Pool ยาว 30 ม. ส่วนชั้นล่างเป็นสระตื้นๆ ไว้รองรับระบบน้ำล้น ขอบสระจึงเป็นเหมือนน้ำตกดูสวยงามดี

ภาพจำลองอีกมุมนึงของสระ ซึ่งด้านข้างสระนี้เองจะเป็นตำแหน่งของห้องแบบ Duplex ได้วิวสระแบบเต็มๆ

ถ้ามองพื้นที่ส่วนกลางจากด้านบน จะเห็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งส่วนของสระว่ายน้ำบนชั้น 2 และสวนส่วนกลางที่อยู่บนชั้น 1 ถึงแม้ว่าพื้นที่ส่วนกลางจะถูกล้อมด้วยอาคารรอบด้าน ทำให้ไม่เห็นวิวด้านนอกโครงการเลย แต่ก็มีข้อดีที่ตึกโดยรอบนั้นจะเป็นที่บังแดดให้กับพื้นที่ส่วนกลางได้เป็นอย่างดี ทำให้พื้นที่บริเวณสระและสวนตรงนี้ สามารถใช้งานได้แทบทั้งวัน ยกเว้นแค่ช่วงเที่ยงๆ เท่านั้นค่ะ

วิวจากสระว่ายน้ำบนชั้น 2 มองลงมาจะเห็นวิวของสวนที่ชั้นล่างพอดีเลย

บรรยากาศบริเวณ Daybed ริมสระจะได้วิวของสระว่ายน้ำและห้อง Duplex ประมาณนี้

ภาพบรรยากาศภายห้อง Fitness ซึ่งจะจัดมาให้ครบทั้ง Gym and Boxing ได้ผนังกระจกเปิดโล่งให้เห็นวิวด้านนอกค่ะ

มาต่อกันที่ชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ของห้องพักอาศัยทั้งชั้น เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ทั้งหมด มี 21 ยูนิต ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom Type A ขนาด 25 ตร.ม. 3 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type B ขนาด 28 ตร.ม. 11 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type C ขนาด 29.2 ตร.ม. 3 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type F ขนาด 70 ตร.ม. 4 ห้อง (ชั้น 2 ของห้อง Duplex)

มาต่อกันที่ ชั้น 4-8 ของตึก จะมีแปลนเหมือนกับชั้น 3 เลย ต่างกันคือในชั้นนี้ห้องพักอาศัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 24 ยูนิต คือเพิ่มห้อง 1 Bedroom มาอีก 2 ห้อง และห้อง 2 Bedroom อีก 1 ห้อง รวมเป็นดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom Type A ขนาด 25 ตร.ม. 4 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type B ขนาด 28 ตร.ม. 12 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type C ขนาด 29.2 ตร.ม. 3 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type D ขนาด 33 ตร.ม. 4 ห้อง
  • ห้อง 2 Bedroom Type E ขนาด 61 ตร.ม. 1 ห้อง

มาดูแปลนของอาคาร D กันต่อ ชั้น 1 ของอาคารนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่จอดรถเช่นกัน อาคารนี้จะคล้ายๆ กับอาคารที่ B ที่ไม่ได้มี Facilities ส่วนกลางอยู่ในอาคารเลยนะคะ จึงเป็นห้องพักอาศัยทั้งชั้น สำหรับ Lift Lobby จะมี 2 ตัวต่ออาคาร คิดเป็นอัตราส่วนลิฟต์ของอาคาร D อยู่ที่ 84 : 1 ค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2-8 ของอาคาร เป็นพื้นที่ของห้องพักอาศัยทั้งชั้น และแต่ละชั้นก็จัดแปลนไว้เหมือนๆ กัน เป็นห้องแบบ 1 Bedroom เกือบทั้งหมดและจะมีห้องแบบ 2 Bedroom อีก 1 ห้อง รวมทั้งหมด 24 ยูนิตต่อชั้น ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom Type A ขนาด 25 ตร.ม. 4 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type B ขนาด 28 ตร.ม. 1 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type C ขนาด 29.2 ตร.ม. 14 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type D ขนาด 33 ตร.ม. 4 ห้อง
  • ห้อง 1 Bedroom Type E ขนาด 33 ตร.ม. 1 ห้อง

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 9 x 30 เมตร ลึก 1.4 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ภายในมี Gym และ Boxing
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • สวนบนชั้น Rooftop ของทุกอาคาร
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 82 :  1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก A 83 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก B 80 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก C 67 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก D 84 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 43 % รวมจอดซ้อนคันแล้ว
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

ห้องตัวอย่างมี 2 ห้องนะคะ คือแบบ 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. และแบบ 29 ตร.ม. ซึ่งทั้ง 2 แบบเป็นแบบที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในโครงการ ขายแบบ Fully Furnish เรียกได้ว่าแทบจะหิ้วกระเป๋าเข้ามา ก็พร้อมอยู่ สำหรับวันนี้จะพาไปชมห้องตัวอย่างทั้ง 2 แบบเลยค่ะ

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตารางเมตร แปลนห้องเป็นห้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เริ่มจากทางเข้าจะเจอกับส่วนพื้นที่นั่งเล่นดูทีวี ติดกันเป็นส่วนของห้องนอนที่กั้นจากห้องนั่งเล่นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกแยกเป็นสัดส่วนดี ใครที่อยากจะเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกหน่อยก็สามารถติดฟิล์มฝ้าได้นะคะ

จากห้องนั่งเล่นจะเชื่อมต่อกับบริเวณเตรียมอาหารและรับประทานอาหาร โดยทางเดินที่เชื่อมนั้นจะลบเหลี่ยมมุมออกเพื่อขยายทางเดินให้กว้างขึ้นเดินได้สะดวก มีประตูบานเลื่อนกั้นระหว่างครัวและพื้นที่นั่งเล่น จึงได้เป็นครัวปิด ช่วยกันกลิ่นและควันจากการทำอาหารหนักๆ ได้ ติดกับครัวห้องน้ำที่มีขนาดค่อนข้างเล็กแต่ก็จัดสรรตำแหน่งสุขภัณฑ์และแบ่งโซนเปียกโซนแห้งได้ดีค่ะ และสุดท้ายระเบียงซักล้างที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ถ้าวางเครื่องซักผ้าแล้วก็เหลือพื้นที่ไม่มากในการใช้งานเท่าไหร่นะคะ

ประตูห้องจะได้ Digital Door Lock เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอห้องรับแขกที่ค่อนข้างกว้างทีเดียว มองเลยไปด้านในสุดจัดเป็นห้องนอน ขวามือเป็นทางเข้าไปห้องครัวและห้องน้ำค่ะ ระดับฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร โดยพื้นในห้องรับแขกจะเป็นลามิเนต โดยรวมแล้วห้องดูไม่อึดอัดค่ะ ห้องจะขายแบบ Fully Furnished ก็จะได้ Furniture สเปคเหมือนในห้องตามแบบที่เห็นนี้เกือบทุกชิ้นเลยค่ะ

ภายในห้องนั่งเล่นมีพื้นที่ให้ได้ทั้งนั่งเล่นและทานข้าว การออกแบบจะเว้นพื้นที่หน้าโซฟาไว้เยอะ ทำให้สามารถนำโต๊ะญี่ปุ่นมานั่งเขียนหนังสือบริเวณนี้ได้ ระยะดูทีวีจากโซฟาถึงทีวีค่อนข้างกว้างทีเดียว มีระยะประมาณ 2.5 ม. มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ 55 ”

โซฟาที่ได้จะเป็นขนาด 1-2 ที่นั่ง คือนั่ง 2 คนได้ แต่ต้องใช้คู่กับเก้าอี้เสริมด้านข้างที่ไม่มีพนักด้วย ผนังรอบห้องจะได้เป็นฉาบเรียบทาสีขาว ไม่ได้ติด Wallpaper มาให้ แต่ถ้าจะตกแต่งเองแนะนำว่าถ้าใช้กระจกแต่งผนังเพิ่มด้วย จะทำให้ห้องดูกว้าง น่าใช้งานมากขึ้นอีกนะคะ

โต๊ะทานข้าวที่ให้มา ขนาดประมาณ 70 x 70 ซม. นั่งทานได้ 2 คนและมีพื้นที่วางกับข้าวได้อีกหน่อย โครงการจะจัดเก้าอี้มาให้ตัวนึง ส่วนเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง จะแชร์กับเก้าอี้ข้างโซฟา การจัดแบบนี้ถือว่าเหมาะดีเพราะ ช่วยประหยัดพื้นที่ และทำให้ใช้ฟังก์ชันทั้งนั่งเล่นและทานอาหารได้ลงตัว

ในส่วนของชั้นวางทีวีจะได้มาเป็นตู้ มีช่องใส่ของแบบช่องโล่งและมีบานปิด พื้นที่สำหรับวางชั้นทีวีมีไม่กว้างมาก ถ้าติดทีวีแบบแขวนผนังจะทำให้เหลือพื้นที่บนตู้ให้ใช้วางของได้อีก แต่ถ้าจะติดทีวีก็เช็คระยะความกว้างผนังดีๆ นะคะ ส่วนชั้นบนจะได้ชั้นวางของอีกชั้นหนึ่ง

ชั้นวางทีวีจะมีช่องเก็บของมาให้ แบ่งไว้เป็นช่องเก็บรองเท้าหน้าห้องก็ดูลงตัวดี

มือจับตู้ลิ้นชักถูกออกแบบให้ขอบด้านบนถูกเฉือนเป็นสามเหลี่ยม เพื่อให้เกิดช่องสำหรับสอดมือไปดึงลิ้นชักออกได้ ซึ่งแบบนี้มีข้อดีที่ไม่ต้องกลัวมือจับตู้หลุดอีกต่อไปค่ะ

ติดกันกับห้องนั่งเล่นเป็นประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน ที่กั้นห้องนั่งเล่นกับห้องนอนไว้

พอเป็นประตูเปิดแบบ 3 ตอน ก็ทำให้มีพื้นที่สำหรับเดินเข้าออกได้สะดวกกว่าประตูแบบ 2 ตอนนะคะ ส่วนรางเลื่อนที่พื้นจะฝังลงไปกับพื้นแบบนี้ ทำให้ไม่ต้องกลัวสะดุด

พื้นที่ภายในห้องนอนมีขนาดกว้างที่สุดในห้อง จึงมีพื้นที่พอให้วางเตียงใหญ่ ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง ได้สบายๆ ค่ะ

พื้นที่รอบเตียงมีทางให้สามารถเดินขึ้นเตียงได้โดยรอบ ส่วนโต๊ะหัวเตียงจะไม่ได้มีให้ แต่ก็มีพื้นที่พอให้สามารถซื้อมาวางเพิ่มเติมเองได้ค่ะ

ฐานเตียงที่ให้มามีช่องเก็บของด้วย เป็นแบบลิ้นชักสามารถดึงเปิดปิดได้ ส่วนฟูกกับเครื่องนอนต้องหามาเพิ่มเองนะ จะได้มาแค่ฐานเตียงค่ะ

ปลายเตียงจะเป็นที่ตั้งของตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งทางโครงการก็จะให้มาครบเหมือนห้องตัวอย่างเลยนะคะ

ตู้เสื้อผ้าเป็นบานเปิดปิดแบบ 3 ตอน พอลองเปิดดูก็จะมีติดฐานเตียงอยู่นิดหน่อย ถ้าให้มาแบบบานเลื่อนน่าจะลงตัวกว่านะคะ ภายในแบบช่องไว้แขวนเสื้อผ้าได้ทั้งแบบตัวสั้นตัวยาว และมีตู้ลิ้นชักด้วย ด้านในมีช่องโล่งไว้ใส่เครื่องนอนหรือกระเป๋าเดินทางได้ด้วย

มือจับตู้ลิ้นชักถูกออกแบบให้มีมุมเซาะร่อง เพื่อให้เกิดช่องสำหรับสอดมือไปดึงลิ้นชักออกได้ ซึ่งแบบนี้มีข้อดีที่ไม่ต้องกลัวมือจับตู้หลุดค่ะ

ด้านในห้องนอนมีหน้าต่างบานใหญ่ ที่เป็นช่องเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาด้านในห้องได้มาก โดยจะเป็นหน้าต่างบาน Fix ผสมบานเลื่อน ทำให้สามารถเปิดระบายอากาศได้

ต่อไปเป็นห้องครัว จะถูกกั้นแยกกับส่วนนั่งเล่นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ซึ่งบานกระจกที่ได้จะเป็นบานใส ไม่ได้เป็นบานฝ้าเหมือนในห้องตัวอย่าง ก็ทำให้พื้นที่ครัวได้เป็นครัวปิด ช่วยกันกลิ่นและควันจากการประกอบอาหารเข้ามาในห้องนั่งเล่นได้

พื้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องครัวจะมีการยกขอบพื้นขึ้นเพื่อกั้นพื้นที่ ก็ช่วยกันไม่ให้ฝุ่นสกปรกจากห้องครัวเข้ามาในพื้นที่นั่งเล่นได้ ส่วนทางเข้าจะเห็นว่ามุมที่เป็นห้องน้ำถูกปาดเหลี่ยมไปเพื่อให้ระยะทางเดินเข้าห้องครัวดูกว้างขึ้นอีกค่ะ

การจัดวางพื้นที่ภายในห้องครัว จะวางส่วนประกอบอาหารไว้ติดกำแพงด้านหนึ่ง ที่เหลือจะเป็นพื้นที่ทางเดินและใช้ยืนประกอบอาหาร กว้างประมาณ 90 ซม. ค่ะ

เคาน์เตอร์ครัวจะได้มาเหมือนในห้องตัวอย่างเลยนะคะ คือจะได้ทั้งเคาน์เตอร์ล่างและตู้ลอยชั้นบน ซึ่งจะได้อุปกรณ์ครัวมาครบ จะไม่ได้แค่ไมโครเวฟค่ะ

เคาน์เตอร์ครัว Built-in วัสดุเป็นโครงไม้กรุลามิเนต Top เป็นไม้สังเคราะห์ ตัวตู้มีลิ้นชักสำหรับใส่จานชามได้ ด้านล่างมีช่องสำหรับวางไมโครเวฟ อีกตู้หนึ่งเป็นตู้บานเปิดปิดใต้อ่างล้างจาน ไว้ใช้เก็บของเล็กๆน้อยๆ ได้แต่ใส่ของเต็มไม่ได้นะคะเพราะต้องเว้นพื้นที่เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างจานค่ะ

มือจับตู้ถูกออกแบบให้มีช่องสำหรับสอดมือไปดึงบานพับออกได้เหมือนตู้ในห้องนอน

พื้นที่บนเคาน์เตอร์โดยรวมจัดมาแบบ 2 เคาน์เตอร์ ฝั่งหนึ่งเป็นเตาไฟฟ้า อีกฝั่งหนึ่งเป็นซิงค์ล้างจาน ทำให้มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องปรุง ส่วนผสมได้อีกเล็กน้อยเท่านั้น ส่วน Backsplash ด้านหลังเคาน์เตอร์ แนะนำให้ติดกระเบื้องเพิ่มจะช่วยให้เวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายค่ะ

โครงการให้เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันมาเรียบร้อย ซึ่งจะได้สเปกไม่เหมือนห้องตัวอย่างนะ ของจริงที่ได้จะเป็นของ Teka ซึ่งเครื่องดูดควันที่ได้เป็นระบบหมุนเวียนภายในห้องไม่ได้ต่อท่อออกไปด้านนอกนะคะ

ถัดไปเป็นซิงค์ล้างจาน 1 หลุมที่ มีขนาดพอจะใส่หม้อได้ และมีความลึกพอสมควรที่จะล้างแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมาค่ะ

ตู้ลอยสำหรับเก็บของด้านบนเป็นตู้บานเปิด 2 ตู้ ภายในแบ่งเป็นชั้นย่อยๆ จึงมีพื้นที่ให้เก็บของได้พอสมควร

ด้านข้างเคาน์เตอร์ครัวมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น มีพื้นที่วางขนาด 1 x 0.6 ม. ห้องตัวอย่างวางตู้เย็น ขนาด 6.9 คิวไว้ ถ้าต้องการตู้เย็นที่ใหญ่กว่านี้ก็ยังพอมีพื้นที่เหลืออยู่ค่ะ

ติดกับห้องครัวเป็นประตูบานเลื่อนเปิดออกไประเบียง

รางประตูจะสูงขึ้นมาจากระดับพื้นนิดนึง เวลาฝนสาดเข้ามายังระเบียง ก็จะไม่ไหลเข้าในห้องพักค่ะ เวลาเดินก็ระวังสะดุดหน่อย พื้นระเบียงเป็นกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 ซม. พื้นที่ระเบียงขนาด 1 x 1.6 ม. มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าและจะเหลือพื้นที่สำหรับวางราวตากผ้าได้อีกหน่อย

ส่วนด้านบนตำแหน่งเครื่องซักผ้าเป็นตำแหน่งของคอมเพรสเซอร์แอร์แบบแขวนค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของห้องครัวจะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำจะถูกแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้ ฝั่งขวามีการจัดสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าและติดกระจกไว้เรียบร้อย พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องสีเซรามิก ซึ่งจะช่วยเรื่องกันลื่นภายในห้องน้ำ

พื้นที่ใช้สอยในส่วนแห้งมีขนาดที่ใช้งานได้สะดวก กว้างประมาณ  1.2 x 1 ม. มีการกั้นขอบระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้เรียบร้อย พร้อมกั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำอีกด้วย

อ่างล้างหน้าได้มามีขนาดกระทัดรัด ด้านข้างอ่างล้างหน้าพอจะมีพื้นที่เหลือให้วางของใช้ โฟมล้างหน้าบนตู้ได้นิดหน่อย และตู้ Built-In ใต้อ่างล้างหน้า เป็นตู้ลิ้นชักให้วางของใช้ได้อีกหน่อย แต่ก็ต้องเว้นพื้นที่ไว้เผื่อซ่อมบำรุงก๊อกอ่างล้างหน้าด้วยนะคะ

สุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้นของ Mogen มาพร้อมอุปกรณ์ประกอบครบเซ็ทนะคะ ได้แก่ แกนใส่กระดาษทิชชู่ในห้องน้ำและที่ฉีดน้ำ เป็นแบบมาตรฐานทั่วไปค่ะ พื้นที่ระหว่างสุขภัณฑ์กับกำแพงพอนั่งได้อยู่

สำหรับพื้นที่อาบน้ำจะมีกระจกนิรภัยเป็นบานเปิดติดตั้งมาให้เหมือนในห้องตัวอย่างเลย

บานกระจกนิรภัยมีมือจับฝั่งด้านนอกเป็นแนวนอนใช้ประโยชน์ทั้งเป็นมือจับและใช้พาดผ้าขนหนู ด้านหลังฉากกั้นจะมี Stopper ติดไว้กันกระจกกระแทกผนังด้วย

พื้นที่อาบน้ำ มีขนาดกว้างยาว 1 x 0.6 ม. ขนาดพอจะยืนอาบน้ำและหมุนตัวได้เล็กน้อย

ภายในพื้นที่อาบน้ำจะติดชุดฝักบัวไว้ โดยจะได้มาทั้งฝักบัวอาบน้ำและ Rain Shower

ฝักบัวได้ของ Grohe ขนาดถือได้ถนัดมือดี

พื้นภายในห้องน้ำจะลดระดับลงไปจากพื้นห้องครัวเล็กน้อย เพื่อกันไม่ให้น้ำในห้องน้ำไหลออกไปทำให้ห้องครัวเปียกค่ะ

ห้องตัวอย่างอีกแบบหนึ่งจะมีขนาด 29.2 ซึ่งแบบโดยรวมจะเหมือนกับแบบแรกเลยนะ สำหรับห้องนี้จะต่างกับห้องแรกตรงพื้นที่ภายในห้องนอน จะมีส่วนของ Bay Window ข้างเตียงเพิ่มขึ้นมา และพื้นที่ระเบียงจะมีขนาดเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นค่ะ

เข้ามาด้านในห้องส่วนแรกที่เจอจะเป็นห้องนั่งเล่น ติดกันด้านในเป็นประตูกระจกบานเลื่อนกั้นพื้นที่ห้องนอนไว้ ทางซ้ายเป็นห้องครัวและห้องน้ำเหมือนแบบห้องแรกเลยนะคะ

ภายในห้องนั่งเล่นก็จะได้ชุดเฟอร์นิเจอร์เหมือนในห้องตัวอย่าง ได้แก่ โซฟา โต๊ะทานอาหารพร้อมเก้าอี้และชั้นวางทีวี ส่วนผนังห้องจะได้เป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาว

ด้านข้างห้องนั่งเล่นเป็นประตูทางเข้าห้องครัว จะได้ประตูบานเลื่อนมาด้วยทำให้ได้ครัวปิดแบบห้องแรกนะคะ

ภายในห้องครัวมีพื้นที่พอๆ กับห้องครัวในแบบแรก และจะได้เคาน์เตอร์ครัว พร้อมอุปกรณ์สเปคเดียวกันกับแบบเดียวกับห้องแรกเลย

ส่วนที่ต่างกันนิดเดียวคือ พื้นที่ระเบียงของแบบนี้จะได้พื้นที่ใช้สอยกว้างกว่าแบบแรกอยู่นิดนึงอยู่ที่ 1.1 x 1.6 ม.

อีกฝั่งหนึ่งของห้องครัวจะเป็นห้องน้ำ ภายในห้องน้ำจะถูกแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้ ภายในจัดสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าและติดกระจกไว้เรียบร้อย พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องสีเซรามิก ซึ่งจะช่วยเรื่องกันลื่นภายในห้องน้ำ

พื้นที่ภายในห้องน้ำก็จะมีขนาดเท่ากับห้องแรก พื้นที่ส่วนแห้งจะได้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์อาบน้ำตามอย่างในห้องตัวอย่างเลย

ฝั่งขวาเป็นพื้นที่อาบน้ำที่ถูกกั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำไว้เรียบร้อย

มาดูพื้นที่ใช้สอยภายในห้องนอนกันต่อ ซึ่งจะได้ประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน เช่นกัน

ภายในห้องนอนจะจัดผังเหมือนห้องแรกเลย แต่พื้นที่ใช้สอยจะเพิ่มขึ้นมาจากห้องนอนแบบแรกอยู่หน่อย ตรงส่วนของ Bay Window ข้างเตียงนอน

พื้นที่บริเวณ Bay Window จะได้หน้าต่างบานค่อนข้างใหญ่เป็นบาน Fix ผสมบานกระทุ้ง ให้สามารถเปิดระบายอากาศได้

พื้นที่บริเวณนี้จะมีโซฟาไว้ให้ 1 ตัว จะไม่ใช่เก้าอี้สตูแบบในห้องตัวอย่าง แต่จะได้โซฟาเป็นสเปคเดียวกับในห้องนั่งเล่น

หน้าต่าง Bay Window ช่วยเปิดวิวภายในห้องนอน ก็มีข้อดีที่เวลาที่นอนอยู่บนเตียงจะได้มุมมองภายนอกที่กว้างขึ้น

ส่วนพื้นที่ปลายเตียงก็จะได้โต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้ามาครบ สเปคจะเหมือนในห้องนอนของแบบแรกเลยค่ะ

จุดขายอีกอย่างหนึ่งของโครงการนี้คือ ภายในห้องจะติดตั้งระบบ Home Automation ให้ ช่วยให้เกิดความสะดวกเวลาที่ต้องการเปิดปิดหรือปรับระดับไฟ แอร์ ภายในห้อง หรือจะตั้งให้แอร์เปิดรอก่อนกลับมาถึงห้องก็ได้ จะได้เปิดประตูเข้ามาแล้วแอร์เย็นฉ่ำเลย

ปลั๊กไฟและสวิตซ์ไฟของโครงการจะได้ของ Schneider

มาดูผังของห้องแบบ 2 Bedroom กันบ้าง เป็นห้องที่มีขนาด 61 ตร.ม. ได้ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ระเบียง ส่วนครัวจะได้เป็นครัวปิด ภาพรวมของผังห้องดูลงตัวดี เน้นให้ห้องที่เป็นส่วนพักอาศัยอย่างห้องนอนและห้องนั่งเล่นได้ช่องแสงขนาดใหญ่ ช่วยให้บรรยากาศในห้องดูโปร่งโล่ง ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านในอาคาร จึงต้องพึ่งระบบระบายอากาศภายในอาคารล้วนๆ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 19 June 2017

  • 1 Bedroom อาคาร C ชั้น 3 ห้อง 311 เนื้อที่ 28 ตร.ม. ราคา 2,069,600 บาท หรือ 73,914.29 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร C ชั้น 8 ห้อง 813 เนื้อที่ 28 ตร.ม. ราคา 2,181,600 บาท หรือ 77,914.29 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom อาคาร C ชั้น 7 ห้อง 723 เนื้อที่ 61 ตร.ม. ราคา 5,271,500 บาท หรือ 86,418.03 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร D ชั้น 2 ห้อง 212 เนื้อที่ 29.2 ตร.ม. ราคา 2,241,800 บาท หรือ 76,773.97 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร D ชั้น 4 ห้อง 416 เนื้อที่ 29.2 ตร.ม. ราคา 2,300,200 บาท หรือ 78,773.97 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร D ชั้น 8 ห้อง 813 เนื้อที่ 29.2 ตร.ม. ราคา 2,387,800 บาท หรือ 81,773.97 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • Home Automation
  • Digital Door Lock
  • Air 12,000 BTU.
  • จอง ห้อง 1 Bedroom 30,000, ห้อง 2 Bedroom 50,000 บาท
  • ทำสัญญา ห้อง 1 Bedroom 50,000, ห้อง 2 Bedroom 100,000 บาท
  • ดาวน์ 7 % ผ่อนดาวน์ 15 งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ม./เดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)
  • ค่าบำรุงการใช้พื้นที่จอดรถยนต์ 300 บาท/คัน/เดือน, รถจักรยานยนต์ 50 บาท/คัน/เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – Rise Rama 9 ตั้งอยู่ติดถนนหลักอย่างพระราม 9 ใกล้กับแยกพระราม 9 – ประดิษฐ์มนูธรรม สถานที่สำคัญอย่างพวกศูนย์การค้า อาคารสำนักงานต่างๆ จะไม่ได้อยู่ในระยะ 500 ม.รอบโครงการ จะต้องถัดออกไปบนถนนสำคัญโดยรอบอย่างถนนรัชดาภิเษก ถนนรามคำแหง ถนนเอกมัย ถนนเพชรบุรี(ตัดใหม่) ความอุดมสมบูรณ์ของโครงการในระยะเดินคงต้องพึ่งร้านค้า 3 ร้านในโครงการเพราะความอุดมสมบูรณ์ส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะห่างออกไปประมาณ 2-3 กม. ซึ่งต้องอาศัยรถยนต์ในการเดินทาง ถ้าบนเส้นพระราม 9 ก็จะมีเสรีมารเก็ตกับ The Nine ที่เป็นคอมมูนิตี้ มอลล์และซุปเปอร์มาร์เก็ต ถ้าเป็นแหล่งที่เที่ยว Hang Out กับเพื่อนๆ ก็ต้องเข้าไปทางในเมืองหน่อย อย่างที่ดังๆเลยก็คงจะหนีไม่พ้นโซนเอกมัยหรือ RCA บนถนนพระราม 9 ค่ะ

ส่วนย่านอาคารสำนักงานที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดจะอยู่บนถนนเพชรบุรีช่วงที่ตัดกับเอกมัยและทองหล่อตรงย่านนั้นจะมีทั้งอาคารสำนักงานและร้านอาหารมากมาย และอีกย่านอาคารสำนักงานที่สำคัญแต่ไกลออกไปอีกหน่อยจะอยู่บนถนนรัชดา ซึ่งบนถนนเส้นนี้นอกจากจะมีอาคารสำนักงานใหญ่ๆหลายแห่งแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ตลาดนัด Hyper Market ไว้อย่างครบครันทีเดียว

การเดินทางโดยใช้รถ – การเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวเข้าออกเมืองค่อนข้างสะดวกทีเดียว เพราะโครงการติดถนนสายหลักอย่างถนน พระราม 9 ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมไปถนนสายหลักๆ อย่าง ถนนรามคำแหง ถนนเอกมัย และถนนเพชรบุรีได้ง่าย สำหรับตำแหน่งที่ตั้งของโครงการเป็นช่วงที่มีจุดทางขึ้น – ลงทางด่วนหลายเส้นทาง

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – ในปัจจุบันจะมี Airport Rail Link รามคำแหงประมาณ 1.6 กม. ถ้าต้องการเข้าเมืองไปก็สามารถเชื่อมไปใช้ BTS ได้ที่สถานีพญาไท หรือสามารถออกเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิก็ได้ นอกจากนี้ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ผ่านบนถนนพระราม 9 บริเวณหน้าโครงการ โดยมีสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีประดิษฐ์มนูธรรม ที่จะอยู่บริเวณใกล้สี่แยกพระราม 9 – ประดิษฐ์มนูธรรม สำหรับระยะห่างจากโครงการที่แน่นอนยังไม่ทราบนะคะ ต้องรอแผนที่ชัดเจนจาก MRT ก่อนค่ะ

วัสดุ – เนื่องจากห้องขายแบบ Fully Furnished มีเฟอร์นิเจอร์ให้มาค่อนข้างครบเหมาะกับคนที่ชอบเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมา และชอบความสะดวกสบายแบบพร้อมยกกระเป๋าย้ายเข้าอยู่ได้ ไม่ต้องซื้อของเพิ่มเติมเยอะ เฟอร์นิเจอร์ที่ให้ก็ได้แก่ ชุดโซฟานั่งเล่นพร้อมชั้นวางของ TV แบบ Built-in , ภายในห้องนอนมีเตียงและชุดตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in พร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง มีชุดครัวพร้อมให้ทั้ง Hob & Hood พื้นในห้องทั้งหมดเป็นลามิเนตลายไม้ ส่วนในห้องครัวและห้องน้ำจะได้เป็นกระเบื้องเซรามิกจึงเหมาะสมกับการใช้งานดี ให้ชุดสุขภัณฑ์ของ Mogen ภายในห้องน้ำได้ฉากกั้นอาบน้ำ พร้อมอุปกรณ์ชุดอาบน้ำครบ ได้แอร์ในห้อง 2 ตัว ประตูจะได้ Digital Door Lock มาให้แต่ยี่ห้องอะไรคงต้องรอข้อมมูลจากทางโครงการอีกที ที่ชอบคือมีติดระบบ Home Automation ให้ด้วย ซึ่งหาได้ยากในโครงการระดับนี้

การออกแบบ – การออกแบบโครงการบนที่ดิน 6 ไร่กว่าๆ สร้างแบบเต็มพื้นที่ เป็นคอนโด 8 ชั้น 4 อาคาร หน้าโครงการจะติดถนนพระราม 9 เลย ชั้น 1 เป็นชั้นจอดรถใต้อาคารทั้งหมด ไม่มีห้องพักอาศัย แต่จะมีพื้นที่ส่วนกลางเล็กน้อย เช่นร้านค้า 3 ยูนิต และสวนส่วนกลาง เริ่มมีส่วนของห้องพักที่ชั้น 2-8 รวม สำหรับ Facilities หลักๆ ของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคาร C ก็จะมีสระว่ายน้ำและฟิตเนส มีห้อง Co-Working Space ที่ชั้น 8 ของอาคาร และทุกๆ อาคารจะมีพื้นที่สวนส่วนกลางเล็กๆ บนชั้น Rooftop เพื่อให้เป็นพื้นที่ชมวิว เดินเล่น เปลี่ยนบรรยากาศค่ะ ส่วนที่ชอบคือการจัดพื้นที่ส่วนกลางไว้ระหว่างอาคาร C และ D ซึ่งทำให้พื้นที่ส่วนนี้จะได้ร่มเงาจากอาคารโดยรอบทำให้สามารถใช้งานได้เกือบตลอดทั้งวัน และจัดทางเข้าพื้นที่ส่วนกลางไว้แยกกับทางเข้าพื้นที่พักอาศัย ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยในชั้นที่มี Facilities ยังได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยค่ะ

การออกแบบห้องพักอาศัยจัดฟังก์ชั่นภายในห้องมาให้ครบถ้วน และมีให้เลือกอยู่หลากหลายแบบ ตั้งแต่ 1 Bedroom , 2 Bedroom และแบบ Duplex ขนาดห้องเริ่มตั้งแต่ 25 ตร.ม. ไปจนถึง 70 ตร.ม. เน้นทำห้องแบบ 1 Bedroom ให้เลือกได้หลายแบบ และจัดพื้นที่มาให้พอสมควรกับการจัดพื้นที่การใช้งานในส่วนต่างๆ ได้ง่าย ห้องไม่ดูอึดอัด ให้ประตูกระจก หน้าต่างบานใหญ่สามารถเห็นวิวจากภายนอกและรับแสงธรรมชาติได้ดี การจัดพื้นที่ภายในห้องในส่วนต่างๆ จัดมาแบบงานได้แบบสบายๆ พื้นที่ห้องนอนจัดพื้นที่มาใหญ่ใช้งานได้ ส่วนพื้นที่ในห้องนั่งเล่นและพื้นที่ครัวก็มีขนาดใช้งานได้เหมาะสมเช่นกัน ห้องนอนมีประตูกระจกกั้นแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วน ครัวได้เป็นแบบปิดจึงสามารถประกอบอาหารได้เต็มที่ ภายในห้องน้ำได้พื้นที่มาเล็กหน่อย แต่ภายในมีการจัดพื้นที่แยกส่วนเปียกแห้งในห้องน้ำ และจัดสุขภัณฑ์ อุปกรณ์ในห้องน้ำต่างๆ ไว้ครบถ้วน

สาธารณูปโภค – ส่วนกลางที่มีให้ ได้แก่  Lobby ที่แยกแต่ละอาคาร, ร้านค้า 3 ยูนิต, สระว่ายน้ำ, Deck ริมสระว่ายน้ำ, Fitness , ห้อง Co-Working Space, สวนส่วนกลางที่ชั้น 1และ สวนบนชั้น Rooftop ที่มีมาให้ทุกอาคาร ส่วนที่จอดรถให้มาน้อยไปนิดเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต คือ 43% รวมจอดซ้อนคัน ซึ่งจากที่จอดรถสามารถเดินเข้า Lobby ที่แยกของแต่ละอาคารได้เลย มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่ออาคารอัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 82 : 1 ซึ่งความหนาแน่นของอัตราส่วนลิฟท์จัดมาให้ใช้งานได้ไม่แน่นไป มีบันไดหนีไฟในอาคารทุกอาคาร ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังชั้นที่จอดรถได้ทั้งหมดค่ะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคาเฉลี่ย 79,600 บาท/ตร.ม., 19 June 2017

  • ทำเล 7.5/10 – ทางเข้าติดถนนใหญ่ ใกล้แยกใหญ่ แต่ละแวกใกล้เคียงหาของกินยากหน่อย ต้องพึ่งรถไป
  • เดินทางด้วยรถ 8.5/10 – สะดวก เข้า-ออกเมืองง่าย สามารถเชื่อมเข้าถนนได้หลายสาย ใกล้ทางขึ้นลงทางด่วน
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – ติดถนนใหญ่มีรถ Taxi ผ่านหน้า
  • วัสดุ 8/10 – ส่วนใหญ่เหมาะสมตามมาตรฐานของคอนโดในระดับราคานี้ และได้ Home Automation ด้วย
  • แบบ 8/10 – จัดวางฟังก์ชันในห้องได้ลงตัว แต่ละฟังก์ชันใช้งานได้จริง
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – มีมาให้ครบตามมาตราฐาน น่าใช้งาน แต่น่าเสียดายที่จอดรถน้อยไปหน่อย
  • MAIN CLASS
  • 7.78 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Rise Rama 9 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดพร้อมเข้าอยู่ในเมืองย่านพระราม 9 ที่ทำงานในย่านนี้หรือบริเวณใกล้เคียงอย่างพระราม 9 หรือเอกมัย ต้องการโครงการที่เดินทางเข้าออกเมืองสะดวก เน้นใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก แบบห้องลงตัว มีเฟอร์นิเจอรืมาให้ครบ ส่วนกลางครบน่าใช้งาน มีแบบห้องให้เลือกหลากหลาย มีงบประมาณ 1.99-7.65 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 14,000 – 54,000 บาท/เดือน

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

1 Comment

  • แน็ต

    โซฟา และ สตูล เปิดเก็บของได้ไหมคะ?
    วัสดุที่เคาน์เตอร์ครัวจะบวมเมื่อเจอน้ำบ่อยๆไหมคะ?
    เตาไฟฟ้าน่าจะชิดไปฝั่งนึงจะได้มีพื้นที่ตรงกลางไว้ตฝเตรียมอาหาร

Leave a Reply