Unio Town ลำลูกกา-คลอง 4 ทาวน์โฮม 2-3 ชั้น ติดถนนเลียบคลอง 4 ห่างตลาดเอ.ซี. และ Big C ประมาณ 600 ม. จาก อนันดา [รีวิวฉบับที่ 1361]

June 12, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1361 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพามาเที่ยวย่านลำลูกกา เพื่อพาไปชมโครงการ Unio Town ลำลูกกา-คลอง 4 จากอนันดา เป็นโครงการทาวน์โฮม 2-3 ชั้นที่เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก ที่ตั้งโครงการเข้าจากถนนลำลูกกามาที่ถนนคลอง 4 ประมาณ 500 ม. ใกล้ Big C และ ตลาดเอ.ซี. คลอง 4 นอกจากนี้ยังมีแผนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายบนถนนลำลูกกา ซึ่งในอนาคตจะมีสถานีที่ใกล้กับโครงการที่สุดคือสถานีคลอง 4 ด้วย โครงการจะเปิด Pre Sale ในวันที่ 17-18 มิ.ย. นี้ จะเป็นอย่างไร ไปชมกันเลยค่ะ 🙂

Fact @ 12 June 2017

  • Unio Town Lumlukka Klong 4 (ยูนิโอ ทาวน์ ลำลูกกา คลอง 4)
  • บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) บริหารงานโดย บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : อ.ลำลูกกา ปทุมธานี
  • เนื้อที่โครงการ 26-3-81.1 ไร่ จำนวนยูนิตทั้งหมด 303 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 256 ยูนิต
    • AMORE อาโมเร่ ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 115 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 1 ที่จอดรถ
    • AMARI อามารี ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม. 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ
  • ทาวน์โฮม 3 ชั้น จำนวน 38 ยูนิต
    • ATTIC แอคติค ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • เพดานชั้น 1และ ชั้น 2 สูง 2.6-2.8 เมตร
  • ราคา 1.89-  3.39 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : พ.ย. 2559
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : มิ.ย. 2562
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 02-316-2222

 

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะคะ

NEW! เพื่อนๆสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อได้โดยกดปุ่มไปยังหัวข้อที่สนใจได้นะคะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.937830, 100.684661

โครงการ Unio Town ลำลูกกา คลองสี่ จะอยู่ช่วงต้นๆ ซอย โดยเข้ามาจากถนนลำลูกาประมาณ 500 ม. และโครงการจะอยู่ห่างจาก Big C ประมาณ 600 ม.

Unio Town ลำลูกกา-คลอง 4 ตั้งอยู่ในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ทางเข้าโครงการอยู่บนถนนเลียบคลอง 4 เป็นทางเข้า-ออกเดียวของโครงการ โดยถนนเลียบคลอง 4 ถือว่าเป็นถนนเส้นทางเชื่อมหลักระหว่างถนนลำลูกกาและถนนรังสิต-นครนายก สำหรับที่ตั้งของโครงการจะเข้ามาจากถนนลำลูกกาประมาณ 500 ม. การเดินทางในปัจจุบันต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก โดยสามารถเข้าได้จากทั้งถนนวิภาวดี, ถนนพหลโยธิน, โทลล์เวย์ และวงแหวนกาญจนาภิเษก ปัจจุบันถือว่าเป็นทางผ่านไปยังจังหวัดทางด้านเหนือของกรุงเทพฯ นอกจากนั้นยังไม่ไกลจากสนามบินดอนเมือง และวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยดังๆ อย่างธรรมศาสตร์ รังสิต และมศว. องครักษ์

นอกจากการเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวแล้ว ในพื้นที่รังสิตก็ยังสามารถเดินทางด้วยรถไฟ รถเมล์ และที่นิยมที่สุด คือ รถตู้ ที่มีชุมทางอยู่ที่ Future Park รังสิต สำหรับการเข้าโครงการก็ยังคงต้องพึ่งพี่แท๊กซี่ รถตู้ พี่วินจะอยู่บริเวณหน้าตลาดเอ.ซี. และที่ Big C และมีรถสองแถวผ่านหน้าโครงการที่วิ่งในสายคลองต่างๆ นอกจากนั้นยังมีแผนรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายบนถนนลำลูกกา ซึ่งในอนาคตจะมีสถานีที่ใกล้กับโครงการที่สุดคือสถานีคลอง 4 ด้วยค่ะ

*ขอเพิ่มเกร็ดความรู้เกี่ยวกับที่มาที่ไปของย่ายรังสิตกันนิดนึงนะคะ คลองรังสิต หรือชื่อเต็มๆ คือคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เป็นแนวคลองที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติสร้าง แต่เกิดจากการที่ใช้กำลังคนขุดทุ่งว่างๆ เพื่อส่งเสริมการเกษตรกรรมเมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้ว เพื่อให้พื้นที่บริเวณย่านนั้นมีน้ำกิน น้ำใช้ และในการเกษตรโดยเฉพาะ ตัวคลองมีลักษณะเรียงกันแถวซ้ายไปขวา คือคลองรังสิต 1 ถึงคลองรังสิต 14 ที่ติดกับนครนายก และเมื่อมีแหล่งงานเกิดขึ้น ก็ทำให้คนย้ายเข้าไปอยู่ใกล้แหล่งงานตามทฤษฎีผังเมืองทั่วไป เมื่อเวลาผ่านไปเกิดการขยายเมืองจากกรุงเทพชั้นในออกมาขอบเมืองและชานเมือง ทำให้การใช้ประโยชน์ใช้สอยจากการเกษตรถูกเปลี่ยนแปลงเป็นที่พักอาศัยที่ราคาไม่สูงมากไปโดยปริยาย

ส่วนเรื่องน้ำท่วมและน้ำแล้งภายในพื้นที่รังสิต ปทุมธานีไม่ได้เกิดจากธรรมชาติล้วนๆนะคะ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการเลือกที่จะจัดการน้ำอย่างไร เนื่องจากพื้นที่ย่านรังสิตจะเป็นพื้นที่รับน้ำจากทางตอนเหนืออย่างอยุธยาก่อนที่จะเข้าตัวเมืองกรุงเทพ ถูกควบคุมปริมาณน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ อย่างปีนี้น้ำน้อย ฝนตกน้อย น้ำในคลองก็จะแห้งระเหยเพราะสภาพอากาศด้วย ถูกสูบไปปลูกพืชทำนาด้วย และปัญหาส่วนหนึ่งมาจากการทำนานอกฤดู 2-3 ครั้งต่อปีที่ต้องการน้ำมากเป็นพิเศษ

ความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้มีพอสมควร ตามปกติทั่วไปของพื้นที่ไกลจากตัวเมืองออกมา ก็จะเห็นพวกตลาด ร้านค้าของชำเล็กๆน้อยๆ มากกว่าศูนย์การค้า โดยใกล้กับโครงการสุดคือตลาดเอ.ซี. สำหรับพวก Hypermarket หรือแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆ ส่วนมากจะอยู่ตามถนนเส้นทางหลัก ที่ใกล้สุดคือถนนลำลูกกาก็จะมี Big C, Tesco Lutus หรือถัดออกไปหน่อยบนถนนพหลโยธินที่ถือว่าเป็นพระเอกของพื้นที่นี้ จะมีสองจุดที่คึกคักหน่อยคือ เซียร์รังสิต ที่อยู่ตรงสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ จากเส้นวิภาวดีวิ่งออกนอกเมืองจะมีสะพานเลี้ยวคดไปลงยังถนนลำลูกกา ส่วนอีกจุดหนึ่งคือที่ถนนพหลโยธินเช่นกันแต่จะไกลมาหน่อยที่ Future Park รังสิต ค่ะ

การเดินทางไปโครงการ Unio Town ลำลูกกา-คลอง 4 ในวันนี้จะเริ่มบนถนนลำลูกกา บริเวณหน้า MT Arena วิ่งตรงไปบนถนนลำลูกกาแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลอง 4 ประมาณ 500 ม. โครงการจะอยู่ทางฝั่งซ้ายค่ะ

เริ่มจากถนนลำลูกกา เป็นถนนใหญ่ไป 3 เลน กลับ 3 เลน ฝั่งซ้ายคือ MT Arena เป็น Sport & Lifestyle Mall ภายในมีสนามฟุตบอลในร่ม สนามแบตมินตัน ร้านค้า และสถาบันเรียนพิเศษต่างๆ

ตรงมาเรื่อยๆ บรรยากาศบนถนนลำลูกกานี้ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ติดริมถนนไปตลอดทาง ชั้นล่างส่วนใหญ่ก็จะเปิดเป็นร้านค้าต่างๆ อย่าง ร้านขายยา คลินิก ออฟฟิศ เป็นต้น ส่วนฝั่งขวาจะผ่านวัดสายไหมค่ะ

ตรงไปจะเห็นป้ายให้ชิดซ้ายตามป้ายคลองสี่ไป

ถัดมาอีกหน่อยจะผ่าน Big C ทางซ้าย เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในย่านนี้ ภายในก็จะมี Supermarket ให้สามารถซื้อของกินของใช้เข้าบ้านได้ มี Mc Donalds, KFC และพวกธนาคารต่างๆ ให้บริการอยู่ในนี้ค่ะ

ซอยด้านข้าง Big C เป็นซอยทางลัดที่ไปเชื่อมกับถนนเลียบคลอง 4 ได้ ทางไปโครงการจะไปทางซอยลัดนี้ก็ได้ แต่วันนี้จะตรงไปตามทางหลักก่อนนะคะ

ตรงมาอีกไม่ไกลจะถึงแยกถนนลำลูกาตัดกับถนนเลียบคลอง 4 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางคลอง 4 เลยค่ะ

ตรงไปเรื่อยๆ บนถนนเลียบคลอง 4 ตามป้ายธัญบุรีค่ะ

จากแยกนี้ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปอีกนิดเดียวก็จะถึง Big C ที่เราผ่านมา ซึ่งทางลัดข้าง Big C ก็จะมาโผล่ที่แยกนี้แหละค่ะ สำหรับทางไปโครงการต้องตรงผ่านแยกนี้ไปอีกนะ

ผ่านแยกมาแล้วบรรยากาศบนถนนเลียบคลอง 4 จะเป็นอาคารพาณิชย์ซะส่วนใหญ่ แต่ความคึกคักยังไม่เท่าบนถนนลำลูกกา คงต้องรอการพัฒนาอีกหน่อยน่าจะดูคึกคักกว่านี้อีกนะ

ตรงมาอีกหน่อยจะผ่าน 7-11 ทางฝั่งซ้าย เป็นอีกแหล่งช้อปปิ้งใกล้โครงการที่พึ่งพิงได้ ด้านหน้ามีที่จอดรถให้ด้วย ทำให้สามารถจอดแวะซื้อของได้สะดวก

ถัดมาอีกหน่อยจะเห็นมีลานโล่งๆ ซึ่งเป็นลานขายอาหาร เปิดประมาณ 4 โมงเย็น ถึง 5 ทุ่ม อาหารที่ขายก็อย่างเช่น บะหมี่, ข้าวต้ม เป็นต้น

ถัดมาจากลายตลาดนิดเดียวก็จะถึงโครงการ Unio Town ลำลูกกา-คลอง 4 แล้วค่ะ แต่ก่อนที่จะเข้าไปชมภายในโครงการ จะขอพาไปดูบรรยากาศรอบๆ บนถนนเลียบคลอง 4 กันอีกนิด

จากโครงการตรงมาอีกไม่ไกล จะมีศูนย์อาหารและ ตลาด เอ.ซี. คลอง 4 อยู่ทางขวา

ด้านหน้าตลาดจะมีที่จอดรถริมถนนให้สามารถจอดได้ ด้านในจะร้านขายของเยอะมาก ทั้งพวกของสดและสำเร็จรูป รวมทั้งพวกผลไม้ด้วย เรียกว่ามาหาของกินที่นี่ได้ครบทีเดียว

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

Unio Town ลำลูกกา-คลอง 4 เป็นโครงการทาวน์โฮม 2-3 ชั้น ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลอง 4 พื้นที่โดยรอบในซอยนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการหมู่บ้านสลับกับที่ดินเปล่าเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้บรรยากาศโดยรอบโครงการดูโล่งๆ สบายๆ ซึ่งสรุปได้ดังนี้ค่ะ

  • ทิศเหนือของโครงการ ติดกับ ที่ดินเปล่าของบริษัทอนันดา ก็ต้องมารอดูกันว่าในอนาคตจะขึ้นเป็นโครงการอะไร
  • ทิศใต้ของโครงการ ติดกับ บ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น
  • ทิศตะวันออกของโครงการ ติดกับ ถนนเลียบคลอง 4 ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น
  • ทิศตะวันตกของโครงการ ติดกับ ซอยลำลูกกา 53 ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • BigC ลำลูกกา2 (คลอง 4) ~ 600 เมตร
  • ตลาด เอ.ซี. คลอง 4 ~ 600 เมตร
  • โรงเรียนนานาชาติสยาม ~ 8.5 กิโลเมตร
  • สวนสนุก Dream World ~ 9.3 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus รังสิต-นครนายก ~ 9.4 กิโลเมตร
  • MT Arena sport ~  10.3 กิโลเมตร
  • โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ~ 11.9 กิโลเมตร
  • สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ ~ 13 กิโลเมตร
  • โรงเรียนสายปัญญา รังสิต ~ 15.6 กิโลเมตร
  • สนามบินดอนเมือง ~ 16.3 กิโลเมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

มาดูที่ตัวโครงการ Unio Town ลำลูกกา-คลอง 4 กันต่อ เป็นโครงการทาวน์โฮม 2-3 ชั้น 303 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการ 26-3-81.1 ไร่ ปัจจุบันเริ่มทยอยสร้างอยู่และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการในเดือนมิถุนายน ปี 2562

ที่ดินของตัวโครงการเป็นแนวยาว แม้ว่าจะมีด้านหน้าทางเข้าติดถนนไม่มากนักแต่ที่ดินจะเข้าไปขยายด้านใน โดยมีระยะจากทางเข้าหน้าโครงการถึงท้ายโครงการประมาณ 800 ม. คงต้องพึ่งรถกันหน่อย ถ้าจะเดินเข้าออกก็คงเหงื่อตกพอสมควร จากถนนหลักตรงเข้ามาในโครงการเป็นแนวทาวน์โฮมไปตลอดแนวประมาณ 500 ม. ก็จะถึงพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งประกอบไปด้วยสวน สระว่ายน้ำและห้อง Fitness ซึ่งการแยกพื้นที่คลับเฮ้าส์ออกมาไว้ในพื้นที่ส่วนกลาง ก็มีข้อดีตรงที่ในกรณีที่ลูกบ้านไม่อยากรับแขกที่บ้านก็สามารถใช้พื้นที่สโมสรในการต้อนรับแขกได้ ทั้งฝั่งซ้ายและขวาจะเป็นบล็อกบ้านที่หันหน้าเข้าถนนหลักขนาด 12 ม. และถนนรองขนาด 8 ม. สำหรับซอยย่อยส่วนใหญ่จะเป็นซอยที่สามารถวนถึงกันได้ ซึ่งก็มีข้อดีที่ทำให้มีเส้นทางเข้าออกบ้านได้หลากหลาย แต่ก็จะเสียความเป็นส่วนตัวไปได้เหมือนกัน

การวางตัวของบ้านแต่ละหลัง จะหันหน้าเข้าหาถนนภายในโครงการ มีทั้งที่หันเข้าถนนหลัก 12 ม. และถนนซอยที่กว้าง 8 ม. ส่วนการเลือกตำแหน่งของบ้านก็จะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล สำหรับลูกบ้านที่ชอบความสงบแนะนำให้เลือกหลังที่อยู่ท้ายโครงการก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะจะไม่มีเพื่อนบ้านผ่านเข้าออกเยอะ ส่วนผู้ที่เน้นเข้าออกสะดวก ก็เหมาะจะเลือกหลังที่อยู่ด้านหน้าโครงการค่ะ

สำหรับทิศของบ้านในโครงการส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศยอดนิยมในการเลือกบ้านเลยทีเดียว บ้านที่หันไปทางเหนือแน่นอนว่าก็จะได้แสงที่ธรรมชาติหน่อย ไม่ค่อยแรงมาก ส่วนบ้านที่หันไปทางทิศใต้จะได้แสงที่แรงกว่าและลมที่แรงกว่าด้วย แบบบ้านของโครงการมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ แต่ละแบบจะมีฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นตามขนาดของบ้าน การเลือกบ้านก็ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้สอยและความชอบค่ะ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางตอนนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จดี จึงนำภาพบรรยากาศจำลองมาให้ชมกันก่อนค่ะ ภาพนี้คือบริเวณหน้าโครงการจะเห็นว่ามีร้านค้าอยู่ 5 ยูนิตด้วย ถัดไปเป็นทางเข้าโครงการซึ่งจะมีป้อมยามคอยรักษาความปลอดภัยตั้งแต่หน้าโครงการเลย โดยจะกั้นด้วยรั้วแบบไม้กระดก ส่วนหน้าโครงการมีป้ายชื่อติดไว้เรียบร้อย

เข้ามาด้านในบริเวณสวนส่วนกลาง จะถูกล้อมด้วยบ้านที่หันหน้าเข้าสวน ทำให้บ้านโดยรอบนี้จะได้วิวที่ค่อนข้างดี ดูร่มรื่นสบายตาแต่ก็แลกมากับราคาที่จะเพิ่มขึ้นกว่าหลังอื่นๆ นิดหน่อย ภาพรวมดูร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม มีทางเดินเล่นในสวน และมีพื้นที่นั่งเล่นในร่มด้วย

อาคารคลับเฮาส์จะอยู่ติดกับสวนส่วนกลางและสระว่ายน้ำ เป็นอาคาร 2 ชั้น โดยชั้นล่างจะมีห้องน้ำ ห้องนิติฯ และพื้นที่นั่งเล่นริมสระ ส่วนชั้นบนจะเป็นห้อง Fitness และ ห้องอเนกประสงค์ที่จัดชุดโซฟาไว้ให้ ซึ่งลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นชมวิวสวน หรือใช้เป็นพื้นที่รับรองแขกก็ได้ค่ะ

สำหรับสระว่ายน้ำของโครงการมีขนาด 16 x 9 ม. ลึก 1.2 ม. ภายในจะแบ่งเป็นพื้นที่สระเด็กขนาด 2.8 x 3 ม.

สำหรับสวนส่วนกลางของโครงการมาในคอนเซปต์ Creative Park ภายในจะจัดให้มีพื้นที่สำหรับนั่งเล่น เดินเล่น อยู่หลายมุม มีทั้งพื้นที่ใต้ร่มไม้และพื้นที่ใน Outdoor Pavilion ซึ่งก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเมื่อสวนส่วนกลางเสร็จแล้ว จะมีหน้าตาอย่างไร และน่าใช้งานขนาดไหนค่ะ

 

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ ขนาด 16 x 9 ม. มีความลึก 1.2 ม. แยกเป็นสระเด็ก ขนาด 2.8 x 3 ม.
  • อาคารสโมสร มีพื้นที่ตั้งสำหรับนิติบุคคล
  • Fitness
  • สวนส่วนกลาง
  • ประตูเข้าออกแบบไม้กั้นกระดก
  • Keycard Access แบบระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • CCTV ที่ประตูทางเข้า – ออกและบริเวณสวนส่วนกลางของโครงการ
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 8 ม

 

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 16 x 9 ม. ลึก 12 ม. แบ่งเป็นสระเด็กขนาด  2.8 x 3 ม.
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • สวนสาธารณะ
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และบริเวณสวนส่วนกลาง
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.5 ม.
  • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์
  • Key Card Access ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 8 ม.

 

โครงสร้าง

เป็นระบบ Pre-casting โดยเอาแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปมาประกอบกันเป็นตัวบ้าน


Product Walkthrough

โครงการ Unio Town ลำลูกกา คลอง 4 เป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น มีจำนวนบ้านในโครงการทั้งหมด 303 หลัง แบ่งเป็น 3 แบบดังนี้ค่ะ

  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 256 ยูนิต
    • AMORE : ทาวน์โฮม 2 ชั้น 1 ที่จอดรถ – ที่ดินมาตรฐาน 18.1 ตร.วา หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 115 ตร.ม. 2 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ห้องน้ำ
    • AMARI : ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ที่จอดรถ – ที่ดินมาตรฐาน 19.2 ตร.วา หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ
  • ทาวน์โฮม 3 ชั้น จำนวน 38 ยูนิต
    • ATTIC : ทาวน์โฮม 3 ชั้น 2 ที่จอดรถ – ที่ดินมาตรฐาน 20.1 ตร.วา หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ

วันนี้จะมีบ้านตัวอย่างให้ชม 2 แบบ คือ แบบ AMORE และ AMARI โดยจะพาไปชมบ้านตัวอย่างเทียบกับบ้านเปล่าด้วยนะคะ จะได้เห็นว่าบ้านจริงที่ลูกบ้านจะได้นั้นเป็นแบบไหนค่ะ

เริ่มกันที่แบบเล็กสุด AMORE ทาวน์โฮม 2 ชั้น 1 ที่จอดรถ – ที่ดินมาตรฐาน 18.1 ตร.วา หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 115 ตร.ม. 2 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ห้องน้ำ

ชั้นล่าง วางผังในลักษณะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นทางยาวเข้าไปจนสุดตัวบ้านด้านใน เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนรับแขกอยู่ด้านหน้า ถัดเข้าไปจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่ 2 ส่วนนี้จะเปิดโล่งเชื่อมถึงกันและได้แสงธรรมชาติจากประตูกระจกด้านหน้าและหน้าต่างด้านหลังบ้าน ทำให้สามารถเปิดระบายอากาศได้ดีด้วย ด้านข้างของพื้นที่รับประทานอาหารจะเป็นตำแหน่งของห้องครัว ซึ่งทำไว้เป็นครัวเปิด แต่หากบ้านไหนต้องการจะทำประตูกั้นเพิ่มเป็นครัวปิดก็ได้ ก็จะได้ครัวที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น ส่วนห้องน้ำในชั้นล่างจะอยู่ด้านข้างชั้นวางทีวี เป็นห้องน้ำที่มีความกว้างพอสมควร ไม่ได้มีขนาดเล็กเหมือนห้องน้ำที่เห็นตามแบบทาวน์โฮมทั่วไป แต่ก็ได้ฟังก์ชันมาครบ และภายในแบ่งพื้นที่โซนเปียกแห้งไว้เรียบร้อยด้วย

ชั้น 2 จะมีห้องนอนทั้งหมด 2 ห้อง ห้องอเนกประสงค์ 1 ห้องที่สามารถปรับเป็นห้องนอนเล็กก็ได้ โดยทุกห้องจะต้องใช้ห้องน้ำส่วนกลางร่วมกัน ซึ่งห้องน้ำนี้ก็ได้ขนาดมากว้างพอสมควร แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกแห้งไว้เรียบร้อย ทำให้สามารถใช้งานได้สบายๆ ค่ะ

การตกแต่งบ้านภายนอกออกมาเรียบง่ายในสไตล์ Modern เน้นใช้สีขาว-เทา ตกแต่งด้วยลายไม้ ได้กระจกบานใหญ่ทำให้ตัวบ้านดูค่อนข้างโปร่งโล่ง

หน้าบ้านจะมีประตูบานเลื่อนอยู่ฝั่งหนึ่ง ซึ่งจะเชื่อมเข้าสู่ห้องนั่งเล่นรับแขกเป็นส่วนแรก ส่วนด้านข้างเป็นตำแหน่งของที่จอดรถค่ะ

สำหรับบริเวณที่จอดรถในบ้านทำเป็นพื้นคอนกรีตให้เรียบร้อย ลักษณะเป็นที่จอดรถแบบกลางแจ้งไม่มีหลังคาคลุม ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นตำแหน่งที่เห็นว่าลูกบ้านส่วนใหญ่ต่อเติมกันมากที่สุด

ส่วนด้านในสุดของบริเวณที่จอดรถจะเห็นประตูเล็กๆ ด้านในทำเป็นห้องเก็บของค่ะ สามารถเก็บอุปกรณ์ทำสวน อุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ ได้พอสมควร

พื้นที่เข้าหน้าบ้านจะมีการยกระดับทางขึ้นเป็นเฉลียงขนาด 0.9 x 2.8 ม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิกไว้ ซึ่งกันลื่นได้ดีกว่ากระเบื้องแกรนิตโต้ทั่วไป ทางเข้าเป็นประตูกระจกบานเลื่อน เปิดได้ฝั่งเดียว ซึ่งพอเปิดแล้วจะเหลือพื้นที่ให้เดินเข้าประมาณ 80 ซม. ส่วนกระจกจะได้แบบตัดแสง จึงช่วยลดความจ้าของแสงที่ผ่านเข้ามาและยังช่วยลดความร้อนด้วยค่ะ

พื้นบ้านยกระดับขึ้นมาจากเฉลียงอีกเล็กน้อย เพื่อกันน้ำกันฝุ่นจากภายนอกไหลเข้ามาในบ้าน ภายในปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาว ขนาด 60 x 60 ซม.

เข้ามาด้านในส่วนแรกจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นรับแขกก่อนเลย ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร สำหรับบ้านมาตรฐานจะได้เป็นบ้านเปล่าไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว ไฟจะได้โคมซาลาเปาแบบรูปล่างค่ะ ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานของชั้นนี้จะสูงถึง 2.8 เมตร นะคะ

มองย้อนกลับไปทางด้านหน้าบ้านส่วนพื้นที่นั่งเล่น สามารถวางชุดโซฟาแบบ 2-3 ที่นั่ง และโต๊ะกลางเล็กๆ ได้โดยไม่กินระยะทางเดิน พื้นที่ในห้องนั่งเล่นนี้จะได้แสงธรรมชาติค่อนข้างมากจากประตูกระจกด้านหน้าบ้าน

ส่วนระยะดูทีวีค่อนข้างกว้างประมาณ 2.3 เมตร โดยขนาดทีวีที่เหมาะกับระยะสายตาอยู่ที่ขนาด 52″ ค่ะ

ถัดเข้ามาจากห้องนั่งเล่น ฝั่งซ้ายจะเป็นห้องน้ำ ถัดไปเป็นบันไดขึ้นชั้นบน และในสุดเป็นห้องครัว ส่วนฝั่งขวาจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร เราจะพาไปดูกันทีละส่วนนะคะ เริ่มจากห้องน้ำกันก่อนเลย

ประตูห้องน้ำเป็นบาน Fiber Cement มีความแข็งแรงมากกว่าบานไม้อัดทั่วไปและมีคุณสมบัติที่กันน้ำได้ดี

ภายในจัดฟังก์ชันครบและแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้เรียบร้อย ทำให้ห้องน้ำนี้สามารถใช้อาบน้ำได้จริง ติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ครบถ้วน พื้นและผนังปูกระเบื้องเซรามิกตามแบบในห้องตัวอย่างเลยค่ะ

อ่างล้างมือขนาดกะทัดรัดจาก Prema ด้านข้างก๊อกน้ำมีพื้นที่ให้วางของใช้ในห้องน้ำได้อีกเล็กน้อย

โถสุขภัณฑ์ได้แบบ 2 ชิ้นจาก Cotto มาพร้อมที่ใส่กระดาษชำระและสายฉีดน้ำจาก Prema ค่ะ

ด้านในเป็นพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำมาให้เรียบร้อย

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1.6 x 0.8 ม. ซึ่งพื้นที่แบบนี้ทำให้ใช้งานได้สบายๆ ในเวลาเร่งด่วนอย่างช่วงเช้าๆ ที่รีบไปเรียนไปทำงานก็สามารถแบ่งสมาชิกลงมาอาบน้ำด้านล่างๆ ได้

โครงการติดตั้งฝักบัวมาให้ของ Prema จับได้ถนัดมือดี ด้านข้างติดที่วางสบู่ไว้ให้ ส่วนด้านล่างติดก๊อกน้ำไว้อีกตำแหน่งหนึ่งค่ะ

พื้นห้องน้ำถูกลดระดับลงไปเล็กน้อย เพื่อกันไม่ให้น้ำไหลออกไปพื้นที่นั่งเล่นค่ะ

มาถึงส่วนห้องรับประทานอาหาร สามารถตั้งโต๊ะทานอาหารแบบ 4 ที่นั่ง ได้ ถ้าจัดวางโต๊ะชิดผนังไว้ก็จะเหลือทางเดินด้านข้างได้แบบไม่อึดอัด ส่วนด้านหลังโต๊ะทำงานจะมีหน้าต่างบานเลื่อนที่ช่วยระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติได้ดี

หน้าต่างเป็นบานเลื่อนอลูมิเนียมอบสีดำ กระจกได้แบบตัดแสงอีกเช่นกัน ช่วยสะท้อนแสงและกันความร้อนที่ส่องเข้ามาในบ้านได้ระดับนึง

ตัวล็อกหน้าต่างเป็นแบบกดขึ้นลง ตรงกลางระหว่างบานเลื่อนจะมีตัวล็อกแบบก้นหอยอีกตำแหน่งหนึ่งค่ะ

ตรงข้ามโต๊ะทานข้าวเป็นตำแหน่งของห้องครัว ซึ่งได้มาเป็นห้องเปล่าๆ แต่ถ้าใครอยากได้เป็นครัวปิดก็สามารถกั้นประตูบานเลื่อนปิดได้เพื่อให้เหมาะกับการทำอาหารหนักมากขึ้น

ตำแหน่งการจัดวาง Pantry ของบ้านตัวอย่างจัดให้ดูเป็นไอเดียนะคะ โดยตำแหน่งของซิงค์ล้างจานจะอยู่ด้านในสุด พื้นที่ครัวนี้ไม่ได้มีหน้าต่าง จะมีเฉพาะประตูที่เปิดรับแสงจากภายนอกเข้ามา ก็คงจะต้องเปิดประตูเพื่อระบายอากาศกันหน่อย สำหรับการวางตำแหน่งของเครื่องใช้ในครัวต่างๆ นั้น มีข้อระวังอยู่นิดนึงคือ Hob & Hood ไม่ควรอยู่ใกล้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็น เนื่องจากความร้อนของเตาอาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายได้นะคะ ด้านขวามีประตูเปิดออกไปลานซักล้างหลังบ้านค่ะ

ลานซักล้างที่ได้ตามมาตรฐานคือเทพื้นคอนกรีตให้เรียบร้อย รั้วหลังบ้านเป็นรั้วทึบมีความสูง 2.8 – 2.5 ม. เป็นแบบ Slope ลง (คร่าวๆคือตามเส้นประสีเหลือง) ข้างๆ ประตูจะมีปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบติดตั้งไว้ให้ และเดินท่อไว้เผื่อต่อเติมครัวด้านหลังด้วย

ต่อไปจะพาขึ้นไปชมชั้น 2 กันต่อ ตัวบันไดเป็นโครงเหล็กสำเร็จรูป ปิดผิวด้วยสมาร์ทบอร์ดลายไม้

ตลอดทางขึ้นบันไดจะมีมือจับให้ฝั่งหนึ่ง แม้ว่ามือจับจะไม่ได้เชื่อมต่อกันทั้งหมดแต่ก็ดีที่ให้มาตลอดทางค่ะ

ลักษณะบันไดเป็นบันไดเป็นรูปตัว U และเนื่องจากฝ้าเพดานที่ค่อนข้างสูงถึง 2.8 ม. และการออกแบบเพื่อประหยัดพื้นที่บันได ทำให้ชานพักจะไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมตามที่ควรจะเป็นทั้งหมดนะคะ

ขึ้นมาด้านบนจะพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นทางเดินเชื่อมห้องต่างๆ คือ ห้องนอนใหญ่ ห้องนอนเล็ก ห้องอเนกประสงค์ และห้องน้ำ

มาดูห้องนอนใหญ่กันก่อน พื้นบนชั้นนี้จะได้เป็นพื้นไม้ลามิเนตตั้งแต่ทางเดินส่วนกลางเข้ามาจนถึงในห้องนอน ซึ่งจะมีธรณีประตูเล็กๆ ช่วยกันไม่ให้ฝุ่นจากทางเดินส่วนกลางเข้าห้องค่ะ

ตำแหน่งของห้องนอนใหญ่จะอยู่ด้านหน้าบ้าน โดยมีความกว้างของห้องประมาณ 2.8 ม. คือประมาณหครึ่งหนึ่งของความกว้างบ้านนั่นเอง ภายในจะได้เป็นห้องเปล่าแบบรูปล่าง ผนังฉาบเรียบทาสีขาว มีระดับพื้นถึงฝ้าสูง 2.8 ม.

ขนาดห้องสามารถใช้วางเตียงขนาด 5 ฟุตได้สบายๆ และยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงให้ Built-in ทำตู้เสื้อผ้าและวางโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วยนะคะ

มีพื้นที่รอบเตียงทั้ง 3 ด้าน มีพื้นที่เหลือให้เดินขึ้นเตียงได้พอสมควร

สำหรับพื้นที่ปลายเตียงสามารถ Built-in ชั้นวางของที่ปลายเตียงได้ แต่ก็จะได้ตู้ที่ไม่ลึกมาก เพื่อให้เหลือทางเดินเข้าไประเบียงได้ค่ะ

ถัดจากเตียงเข้าไปด้านในเป็นประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ สำหรับเปิดไประเบียง ซึ่งนอกจากจะเป็นประตูแล้วยังเป็นช่องแสงธรรมชาติให้แก่ห้องนอนอีกด้วย

พื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 2.8 x 0.6 ม. เป็นพื้นที่ให้พอออกมายืนรับลม เปลี่ยนบรรยากาศได้ ส่วนคอมเพลสเซอร์แอร์จะแขวนไว้ด้านบนระเบียงอีกที ทำให้ได้ระเบียงโล่งๆ แบบนี้ค่ะ

จากระเบียงมองกลับเข้ามาในห้อง พื้นที่ข้างเตียงอีกฝั่งหนึ่งจะมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ถ้าจัดตามบ้านตัวอย่างจะได้ตู้บานเลื่อน 2 บาน ก็จะมีพื้นที่เก็บของได้พอสมควร ซึ่งบ้านจริงจะเป็นห้องเปล่าโล่งๆ ไม่มีตู้ไม่มีกระจกมาให้นะคะ

มาดูห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ถัดมาจากห้องนอนใหญ่ ความจริงแล้วห้องนี้จะจัดเป็นห้องนอนเล็กอีกห้องก็ได้ แต่ในบ้านตัวอย่างจะทำเป็นห้องดูหนังแทนผนังโดยรอบกรุวัสดุดูดซับเสียง และติดม่านไว้โดยรอบ เผื่อว่าครอบครัวไหนไม่ได้มีสมาชิกครบตามจำนวนห้องก็ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียในการจัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านนะคะ

ด้านหลังโซฟามีหน้าต่างบานเลื่อนอยู่บานหนึ่ง ถ้าจัดเป็นห้องนอน หรือห้องทำงาน ก็จะได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างบานนี้

ในฝั่งของชั้นวางทีวี จะมีพื้นที่ให้สามารถติดทีวีได้สบายๆ หรือจะ Built-in เป็นชั้นวางของก็ได้ แต่ก็ต้องเผื่อระยะเปิดประตูไว้หน่อยค่ะ

ถ้าจัดเป็นห้องดูหนังแบบบ้านตัวอย่าง จะมีระยะดูทีวีประมาณ 1.6 ม. มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 40″

มาดูห้องน้ำส่วนกลางบนชั้น 2 กันต่อเลย ภายในจัดแบ่งการใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้ง วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิกเช่นเดียวกับห้องน้ำชั้นล่าง ให้ชุดอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงา และสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องน้ำครบถ้วน ห้องน้ำบนชั้น 2 นี้จะได้หน้าต่างมา 1 บาน ช่วยระบายอากาศและรับแสงจากภายนอกได้บ้างค่ะ

พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นทางเดินเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น้ำจากในห้องไหลออกไปด้านนอก

อ่างล้างมือได้ของ Cotto มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นพอสมควรให้สามารถใช้งานได้สะดวก ด้านข้างก๊อกน้ำมีพื้นที่เล็กน้อยสามารถวางครีมหรือสบู่ล้างมือได้

พื้นที่อาบน้ำจะอยู่ด้านในนี้ได้ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ โดยพื้นที่ส่วนนี้จะถูกลดระดับลงไปอีกหน่อย เพื่อกันน้ำไหลเข้าพื้นที่ส่วนแห้งอีกที และติดตั้งอุปกรณ์ไว้ ได้สเปคเดียวกับห้องน้ำในชั้นล่าง

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.6 x 1 ม. ถือเป็นขนาดพื้นที่อาบน้ำที่สามารถใช้งานได้ ไม่อึดอัดค่ะ

ออกจากห้องน้ำจะพามาชมห้องนอนเล็กอีกห้องหนึ่ง เป็นห้องสุดท้ายสำหรับบ้านนี้นะคะ ซึ่งห้องนี้มีตำแหน่งอยู่ด้านหน้าบ้านติดกับห้องนอนใหญ่ค่ะ

ภายในห้องนอนเล็กมีพื้นที่ให้สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ และจะเหลือพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ ขนาดของห้องเหมาะสำหรับเด็กหรือวัยรุ่นที่ไม่ได้มีของใช้มากมายนัก ข้อดีของห้องนี้คือได้หน้าต่างบานใหญ่ เป็นบาน Fix ผสมบานเลื่อน ทำให้เปิดระบายอากาศได้และทำให้แสงธรรมชาติสามารถเข้ามาภายในห้องได้มาก ทำให้ห้องดูอบอุ่น น่าอยู่ทีเดียว

พอวางเตียงเดี่ยวชิดผนังฝั่งหนึ่งไปแล้ว จะเหลือพื้นที่ข้างเตียงระหว่างตู้เสื้อผ้าและเตียงนอนที่สามารถเดินผ่าน เข้า-ออก ได้สะดวก

ด้านข้างเตียงมีพื้นที่สำหรับ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้า ซึ่งตู้และโต๊ะชุดนี้ทางโครงการไม่มีให้แต่ก็สามารถเก็บไว้เป็นไอเดียในการตกแต่งห้องเด็กได้

แบบต่อไปคือแบบ AMARI จะมีขนาดใหญ่กว่าหลังแรกเล็กน้อย โดยมีที่ดินมาตรฐาน 19.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม. หน้ากว้าง 5.7 ม. มี 2 ห้องนอน 2 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ โดยห้องอเนกประสงค์ทั้ง 2 ห้อง มีพื้นที่ให้สามารถปรับเป็นห้องนอนได้ รองรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุก็สามารถจัดห้องอเนกประสงค์ชั้นล่างเป็นห้องนอนได้อีกด้วย

ถึงแม้พื้นที่ใช้สอยจะเพิ่มขึ้นไม่มากจากทาวน์โฮมหลักแรกนะคะ แต่ก็ทำให้รูปแบบการวางฟังก์ชันภายในของชั้นล่างแตกต่างกันไปอยู่พอสมควรเลย โดยเริ่มจากพื้นที่จอดรถที่สามารถจอดรถได้ 2 คัน พอจอดแล้วก็จะเหลือพื้นที่ด้านข้างรถให้เดินได้อีกเล็กน้อย ส่วนภายในบ้านเข้ามาจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นก่อนเลย และถัดเข้าไปเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ในส่วนนี้จะต่างจากบ้านหลังแรกตรงที่พื้นที่ส่วนครัวจะรวมกับพื้นที่รับประทานอาหารในลักษณะของ Pantry แบบเปิดโล่ง แลกมากับห้องอเนกประสงค์ในชั้นล่างที่สามารถเป็นห้องนอนเล็ก หรือห้องทำงานก็ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยเลยค่ะ สำหรับพื้นที่ครัว ถ้าบ้านไหนชอบทำครัวหนักๆ ก็แนะนำให้ต่อเติมครัวไทยด้านหลังบ้านเพิ่มเติมนะคะ ในส่วนของห้องน้ำชั้นล่างจะมีขนาดเล็กกว่าบ้านแบบแรกอยู่หน่อย แต่ภายในก็จัดฟังก์ชันไว้ครบ และแยกพื้นที่ส่วนเปียกแห้งไว้ให้เรียบร้อยเช่นกัน

ส่วนชั้นบนจะได้ห้องนอนมา 2 ห้อง ซึ่งห้องนอนใหญ่ของแบบบี้จะได้พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้นและมีห้องน้ำในตัวด้วย ทำให้ห้องน้ำส่วนกลางที่ชั้นบนจะแชร์กันใช้เพียง 2 ห้องคือห้องนอนเล็กและห้องอเนกประสงค์ค่ะ

รูปลักษณ์ภายนอกบ้านมีการใช้โทนสีที่แตกต่างจากบ้านหลังแรกเล็กน้อยคือ เป็นโทนเทาเข้ม-อ่อน แต่ยังตกแต่งด้วยลายไม้และการใช้กระจกบานใหญ่  ทำให้บ้านออกมาในสไตล์โมเดิร์นเช่นเดียวกัน

ความแตกต่างที่ชัดเจนของบ้าน Type นี้ คือ สามารถจอดรถได้ 2 คัน สบายๆ โดยพื้นที่หน้าบ้านจะเทคอนกรีตไว้ให้ทั้งหมดนะคะ

หน้าบ้านฝั่งหนึ่งจะเป็นประตูบานเลื่อนซึ่งเป็นทางเข้าหลักของบ้าน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งจะมีประตูห้องเก็บของ สเปคของประตูก็จะเหมือนกับบ้านแบบแรกเลยนะคะ

เข้ามาด้านในจะมีพื้นที่นั่งเล่น รับแขก ที่เชื่อมเป็นห้องเดียวกับพื้นที่รับประทานอาหาร สำหรับบ้านนี้ฝ้าเพดานชั้นล่างมีความสูงที่ 2.6 ม. บ้านมาตรฐานที่ได้จะเป็นบ้านเปล่าเช่นเดียวกันกับบ้านหลังแรก ได้โคมไฟดาวน์ไลท์ พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. เช่นเดียวกับบ้านแบบแรกค่ะ

ห้องนั่งเล่นมีพื้นที่ให้สามารถวางโซฟาเบดแบบ 3 ที่นั่ง และวางโต๊ะกลางตัวเล็กๆ ได้โดยไม่เกะกะทางเดิน พื้นที่ตรงนี้จะมีบรรยากาศที่อบอุ่นจากแสงธรรมชาติที่ผ่านประตูกระจกบานใหญ่เข้ามาในบ้าน

ระยะดูทีวีของนั่งเล่นมีความกว้างประมาณ 2.6 ม. จึงมีขนาดทีวีที่เหมาะสมถึง 55 ” สำหรับชั้นวางทีวีนั้นถ้าใครต้องการ Built-in เป็นชั้นวางทีวีแบบเต็มผนังก็สามารถทำได้ และจะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้กับบ้านได้อีกด้วย ส่วนด้านข้างระหว่างชั้นวางทีวีกับประตูจะเป็นตำแหน่งของบันไดนะคะ แต่จะพาชมชั้นล่างให้ครบก่อนค่อยพาขึ้นชั้นบนต่อนะคะ

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่น เข้ามาด้านในบ้านจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ถ้าจัดแบบบ้านตัวอย่างก็ลงตัวดีนะคะ สามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 4 นั่งได้ ฝั่งตรงข้ามก็เป็น Pantry ครัวเล็กๆ ด้านในสุดมีประตูบานเลื่อนออกไปยังส่วนซักล้างด้านหลังบ้าน ซึ่งตรงนี้จะแตกต่างจากบ้านหลังแรกนะคะ เพราะได้เป็นประตูบานเลื่อนแบบ 2 ตอน ทำให้มีช่องรับแสงเข้ามาในบ้านได้อีกด้วย

ลานซักล้างที่ได้จะเป็นลานคอนกรีตขัดเรียบและได้รั้วรอบบ้านที่มีความสูงประมาณ 2.8 – 2.5 ม. (คร่าวๆ ตามเส้นประสีเหลือง) เหมือนบ้านหลังแรกนะคะ

กลับเข้ามาภายในบ้านระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่นจะมีโถงเล็กๆที่เชื่อมห้องอเนกประสงค์และห้องน้ำส่วนกลาง

มาดูห้องอเนกประสงค์กันก่อน ภายในจัดไว้เป็นห้องนอน วางเตียงขนาด 3.5 ฟุตไว้ชิดผนังฝั่งหนึ่ง ทำให้มีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ ภายในห้องมีหน้าต่างไว้รับแสงธรรมชาติและเปิดระบายอากาศค่ะ

พื้นที่ในห้องพอวางเตียงแล้วจะเหลือพื้นที่ข้างเตียงประมาณนี้ พอให้เดินได้สะดวก และสามารถตั้งโต๊ะหัวเตียงได้ด้วย

อีกฝั่งของห้องมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อน 2 บาน ทำให้ห้องนี้มีฟังก์ชั่นค่อนข้างครบถ้วนในพื้นที่ที่จำกัด

ส่วนพื้นที่ปลายเตียงไม่มีพื้นที่เหลือให้ทำชั้นวางของนะคะ แต่หากจะติดทีวีก็สามารถใช้แบบแขวนผนังได้ค่ะ

สำหรับห้องน้ำชั้นล่างมีฟังก์ชั่นการใช้งานมาให้ครบทั้ง อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และแบ่งพื้นที่อาบน้ำเอาไว้ให้ สุขภัณฑ์ที่ได้ก็จะเหมือนกับบ้านหลังแรกนะคะ

พื้นที่อาบน้ำจะถูกลดระดับลงจากพื้นที่ส่วนแห้งอีกเล็กน้อย เพื่อแบ่งสัดส่วน ภายในติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำไว้เรียบร้อย ได้สเปคเดียวกับบ้านแบบแรกอีกเช่นกัน

โดยพื้นที่อาบน้ำจะมีขนาด 1 x 0.9 ม. เล็กกว่าห้องน้ำชั้นล่างของแบบแรกอยู่หน่อย แต่ก็ยังพอใช้งานได้

ต่อไปจะพาขึ้นไปชมชั้น 2 กันต่อ ซึ่งบันไดทางขึ้นจะอยู่ติดกับหน้าประตูทางเข้าบ้านเลย บริเวณโถงบันไดนี้จะได้แสงธรรมชาติจากประตูหน้าบ้าน ทำให้ในตอนกลางวันไม่ต้องเปิดไฟส่วนโถงบันไดก็สามารถเดินขึ้นลงได้สะดวก

ชานพักบันไดเป็นแบบบันไดสามเหลี่ยมเข้ามุมเนื่องจากฝ้าสูงจึงต้องมีขั้นบันไดเยอะขึ้น ทำให้ไม่ได้มีชานพักขั้นสี่เหลี่ยมให้สามารถยืนพักได้นะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีโถงทางเดินที่เชื่อมห้องต่างๆ ไว้ ได้แก่ ห้องนอนใหญ่ที่อยู่ทางด้านหน้าบ้าน ห้องน้ำส่วนกลางที่เอาไว้แชร์ระหว่างห้องนอนเล็กและห้องอเนกประสงค์ โดยห้องนอนเล็กและห้องอเนกประสงค์จะอยู่ฝั่งด้านหลังของตัวบ้านค่ะ

มาดูห้องนอนใหญ่ที่ฝั่งหน้าบ้านกันก่อน ภายในห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัวและระเบียงให้ครบ

ห้องนอนใหญ่ของบ้าน Type นี้ จะได้ห้องกว้างตลอดแนวยาวของบ้าน สามารถกั้นพื้นที่เป็นพื้นที่แต่งตัวแบบ Walk-in Closet ช่วยให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น ฝั่งซ้ายที่ติดกับประตูเลยจะมีพื้นที่ให้สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้

ส่วนฝั่งขวาของประตูตรงข้ามกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นตำแหน่งสำหรับทำชั้นวางทีวี ซึ่งจะไม่ตรงกับเตียงซะทีเดียว แนะนำให้ติดที่แขวนทีวีแบบเอียงได้ จะลงตัวขึ้นค่ะ

เข้ามาด้านในห้อง ติดกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นตำแหน่งสำหรับวางเตียง ขนาด 5 ฟุต หรือ 6 ฟุต ได้ ด้านข้างเตียงจะมีหน้าต่างบานใหญ่ เป็นบาน Fix ผสมบานเลื่อน ทำให้สามารถเปิดระบายอากาศได้ และยังทำให้บรรยากาศภายในห้องดูอบอุ่น โปร่ง โล่ง ด้วย

ถ้าวางเตียงขนาด 5 ฟุต เหมือนบ้านตัวอย่าง ก็จะเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงให้วางโคมไฟหรือวางโต๊ะหัวเตียงได้ด้วย

ปลายเตียงจะมีช่องทางเดินไปอีกฝั่งหนึ่งของห้อง โดยทางเดินนี้ฝั่งซ้ายจะเป็นระเบียง ส่วนฝั่งขวาเป็นห้องน้ำค่ะ

หน้าห้องน้ำจะมีพื้นที่โล่งๆ อยู่ ซึ่งสามารถ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้า หรือโต๊ะเครื่องแป้งก็ดูลงตัวดี ต่อไปจะพาไปชมห้องน้ำทางขวามือกันนะคะ

ภายในห้องน้ำจัดไว้คล้ายๆ กับห้องน้ำชั้นล่างเลยค่ะ คือจะแบ่งพื้นที่ส่วนเปียก ส่วนแห้ง มีสุขภัณฑ์และอุปกรณ์อาบน้ำติดตั้งไว้ครบถ้วน

ตำแหน่งวางโถสุขภัณฑ์ก็จะมีพื้นที่โดยรอบให้สามารถใช้งานได้สะดวก และสเปคของอุปกรณ์ต่างๆ จะเหมือนกับของห้องน้ำชั้นล่างเลยนะคะ

พื้นที่อาบน้ำในห้องนอนใหญ่นี้ จะมีขนาดพอๆกับห้องน้ำชั้นล่างคือประมาณ 0.9 x 1 ม. และติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำมาให้เรียบร้อย สเปคเดียวกันกับห้องน้ำชั้นล่างเลย

ฝั่งตรงข้ามห้องน้ำเป็นประตูทางออกไประเบียง ซึ่งจะได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้ประตูนี้เป็นช่องรับแสงภายนอกเข้ามาในห้องอีกด้วย สำหรับห้องนี้ในช่วงกลางวันไม่ต้องเปิดไฟก็สว่างทั้งห้องเลยนะคะ

พื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 1.8 x 0.6 ม. ปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ให้สามารถออกมายืนรับลมได้นิดหน่อย

มาดูห้องอื่นๆ บนชั้นนี้กันบ้าง ..ห้องน้ำส่วนกลางบนชั้น 2 จะมีขนาดใหญ่กว่าห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึง แต่โดยรวมก็จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานครบแต่ไม่ได้กั้นฉากกั้นอาบน้ำมาให้ วัสดุและสเปคของสุขภัณฑ์ต่างๆ จะเหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างนะคะ

มาดูห้องนอนเล็กกันต่อนะคะ เป็นห้องนอนเล็กที่สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้เลย และยังมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้อีกด้วย ด้านในมีหน้าต่างบานเลื่อนสามารถเปิดรับแสงและระบายอากาศให้ 1 ตำแหน่ง ในห้องตัวอย่างผนังห้องจะติด wall paper ไว้ให้แต่ห้องจริงจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ

พื้นที่ปลายเตียงไม่มีที่เหลือพอให้วางชั้นวางทีวีนะคะ แนะนำให้ติดแบบแขวนผนังจะดูลงตัวกว่า ซึ่งจะทำให้เหลือพื้นที่พอจะเดินเข้าไปเปิดปิดหน้าต่างได้ด้วยค่ะ

ด้านข้างเตียงอีกฝั่งหนึ่งมีพื้นที่ให้สามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ โดยห้องนี้จะมีความสูงของฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.6 ม. ซึ่งสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้เต็มถึงฝ้าเพดานเลยค่ะ

สำหรับห้องอเนกประสงค์ในบ้านตัวอย่างถูกจัดเป็นห้องนอนเด็ก ซึ่งก็สามารถจัดฟังก์ชันเป็นห้องนอนได้ลงตัวนะคะ แต่ถ้าบ้านไหนจะจัดเป็นห้องทำงานก็สามารถทำได้ ด้านในจะมีหน้าต่างบานเลื่อนอยู่บานหนึ่ง ทำให้ระบายอากาศได้ดีค่ะ

ในห้องจะมีมุมให้วางเตียงนอนเข้ามุมได้พอดี ถ้าบ้านไหนมีเด็กเล็กๆ 2 คน ก็สามารถวางเตียง 2 ชั้น แบบบ้านตัวอย่างได้

และข้างเตียงก็มีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะเขียนหนังสือขนาด 2 ที่นั่งได้สบายๆ

ปลั๊กไฟและช่องรับสัญญาณแบบมาตรฐาน ได้ของ Schneider ค่ะ

แบบสุดท้ายคือแบบ ATTIC เป็นทางน์โฮม 3 ชั้น 2 ที่จอดรถ – ที่ดินมาตรฐาน 20.1 ตร.วา หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ โดบแบบนี้ยังไม่มีบ้านตัวอย่างให้ชมนะคะ จึงเอาแปลนมาให้ชมกันก่อน เป็นแบบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะสุด ชั้นล่างจัดฟังก์ชันไว้ครบถ้วนคือพื้นที่รับแขก ส่วนทานอาหาร ห้องน้ำ และครัวแบบ Pantry ซึ่งถ้าบ้านไหนชอบทำอาหารคงต้องต่อเติมครัวไทยด้านหลังบ้านเพิ่มเอานะคะ ส่วนชั้น 2 จะจัดเป็นห้องนอนใหญ่เต็มพื้นที่ทั้งชั้นเลย ส่วนชั้นบนสุดจะแบ่งเป็นอีก 2 ห้องนอนและแชร์ห้องน้ำร่วมกัน ด้วยพื้นที่ใช้สอยของบ้านที่ค่อนข้างมาก ทำให้ฟังก์ชันของแต่ละห้องได้พื้นที่ๆ ค่อนข้างมาก และจัดได้ลงตัวกว่าแบบอื่นๆ แต่ก็แลกมากับราคาที่สูงกว่าแบบอื่นๆ ด้วยเช่นกันค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 12 June 2017

  • แบบ Amore ที่จอดรถ 18.1 ตารางวา 115 ตารางเมตร ราคาเร่ิมต้น 1.89 ล้านบาท
  • แบบ Amari ที่จอดรถ 19.2 ตารางวา 125 ตารางเมตร ราคาเร่ิมต้น 2.99 ล้านบาท
  • แบบ Amari (แปลงติดสระ,สวน) ที่จอดรถ 19.2 ตารางวา 125 ตารางเมตร ราคาเร่ิมต้น 3.39 ล้านบาท
  • จองและทำสัญญา 30,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตร.วาละ 80,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้คะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – Unio Town ลำลูกกา-คลอง 4 ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลอง 4 ซึ่งเข้ามาจากถนนลำลูกกาประมาณ 500 ม. พื้นที่รอบๆโครงการส่วนใหญ่จะเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่มีลักษณะคล้ายๆกัน มีพื้นที่ว่างเปล่าทั้งที่เป็นทุ่ง และเป็นหน้าดินเปล่า มีร้านค้าและตลาด ในระยะใกล้ให้พึ่งพิงได้บ้าง ส่วนในรัศมีที่ไกลออกไปหน่อยประมาณ 10 กิโลเมตรก็จะมีสิ่งปลูกสร้างที่เกื้อหนุนกับการอยู่อาศัยเป็นชุมชนอย่างโรงเรียน โรงพยาบาล สนามกีฬาให้เช่ารายชั่วโมงอย่างสนามบอล สนามแบต ปั้มน้ำมัน ตลาด วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยดังๆ อย่างธรรมศาสตร์และมศว. และศูนย์การค้าที่อยู่บนถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าอย่าง Future Park รังสิต และเซียร์ รังสิต การเข้า-ออกเมืองสามารถทำได้จากได้ที่เส้นทางถนนวิภาวดีขึ้นไปยังอยุธยาและวงแหวนตะวันออกที่สามารถใช้เป็นทางตรงไปยังสมุทรปราการทางใต้ รวมถึงโทลล์เวย์ที่เข้าเมืองได้

การเดินทางโดยใช้รถ – ทางเข้าโครงการอยู่บนถนนเลียบคลอง 4 สามารถเข้าถึงได้จากสองเส้นทางคือถนนรังสิต-นครนายกและถนนลำลูกกา เนื่องจากย่านรังสิตเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของคนทำงานจากทุกๆ จุดของกรุงเทพ บางส่วนไปกลับทุกวัน บางส่วนกลับบ้านที่รังสิตช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ซึ่งจะรู้กันดีว่าช่วงเย็นๆรถจะติดมาก โดยเฉพาะวันศุกร์เย็นที่เส้นวิภาวดีรังสิตขาออก ทำให้จะต้องมีการขึ้นโทลล์เวย์จ่ายตังกันไป แต่ใครที่ทำงานในพื้นที่รังสิต-นนทบุรี-ลำลูกกา-ดอนเมือง ก็ถือว่าสะดวกดี ช่วยทุ่นระยะทางรถติดบนเส้นวิภาวดีฯ ไปได้มาก

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – มีทางเลือกการเดินทางด้วยรถไฟ รถเมล์ และที่นิยมที่สุดคือรถตู้ที่มีชุมทางอยู่ที่ Future Park รังสิต สำหรับการเข้าโครงการก็ยังคงต้องพึ่งพี่แท๊กซี่ รถตู้ พี่วินจะอยู่บริเวณหน้าตลาดเอ.ซี. และที่ Big C และมีรถสองแถวผ่านหน้าโครงการที่วิ่งในสายคลองต่างๆ นอกจากนั้นยังมีแผนรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายบนถนนลำลูกกา ซึ่งในอนาคตจะมีสถานีที่ใกล้กับโครงการที่สุดคือสถานีคลอง 4 ด้วยค่ะ

ความปลอดภัย – ได้รั้วกั้นไม้กระดก มีป้อม รปภ. ที่ดูแลอยู่ตลอด 24 ชม. ส่วนรั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของบ้านระดับราคานี้ค่ะ

วัสดุ – ถือว่าได้มาตามมาตรฐานอีกเช่นกัน บ้านมาตรฐานจะได้เป็นบ้านเปล่า ฝ้าเพดานสูง 2.55 ม. ชั้นล่างปูพื้นด้วยแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม. และชั้นบนปูพื้นลามิเนตหนา 8 มม. ระเบียงและห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิก 30 x 30 ซม. ส่วนลานซักล้างเทพื้นคอนกรีตขัดเรียบให้ ดวงโคมแบบ Amore จะได้แบบซาลาเปา ส่วนแบบ Amore จะได้แบบดาวน์ไลท์และสุขภัณฑ์ห้องน้ำจาก Cotto และ Prema

การออกแบบ – การวางผังโครงการมีการแบ่งบล๊อกบ้านออกเป็นกลุ่มย่อยๆ มีทั้งบ้านที่หันเข้าหาถนนหลักและซอยย่อย โดยจะจัดพื้นที่ส่วนกลางไว้ด้านในโครงการ ก็มีข้อดีที่ทำให้ลูกบ้านส่วนใหญ่สามารถเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ง่าย ส่วนการออกแบบบ้านจัดวางฟังก์ชันได้ดี มีให้เลือกหลายแบบที่เหมาะกับแต่ละครอบครัว และตัวบ้านปรับฟังก์ชันให้เหมาะกับการใช้งานของผู้อยู่อาศัยได้ เช่นห้องอเนกประสงค์ในชั้นล่างสามารถทำเป็นห้องผู้สูงอายุได้ลงตัว ห้องน้ำทุกห้องแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกแห้ง ทำให้สามารถใช้อาบน้ำได้จริง อย่างไรก็ตามจะมีจุดเล็กๆ น้อย ที่ไม่ลงตัวไปทั้งหมด อย่างเช่นห้องนอนใหญ่ของแบบบ้าน Amori ที่จัดชั้นวางทีวีที่ไม่ได้ตรงกับเตียงนอนซะทีเดียว แต่ก็แก้ไขได้ด้วยการใช้ที่แขวนทีวีแบบปรับเอียงได้ 

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ – สำหรับพื้นที่ส่วนกลางในวันที่ไปเก็บข้อมูลยังไม่เสร็จเรียบร้อย จึงยังไม่เห็นบรรยากาศนะคะ แต่โดยภาพรวมจากรูปทัศนียภาพก็ดูร่มรื่นดี

สาธารณูปโภค – โครงการมีให้ครบทั้งสระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง Fitnessและ Clubhouse ก็ดูจะคุ้มกับค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม. นะคะ

 

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 1.89-4.5 ล้านบาท, 12 June 2017

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8/10 – ติดถนนใหญ่เลียบคลอง 4 ไม่ไกลจากถนนลำลูกกา ใกล้ตลาดเอ.ซี. และ Big C
  • ความปลอดภัย 7.5/10 – รั้วกั้นไม้กระดก รปภ.หน้าหมู่บ้าน รั้วสูง 2.5 ม. และ Keycard Access ระยะไกล
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 7/10 – ใช้งานได้สะดวก ห้องน้ำดี เหมาะกับคนที่ต้องการห้องอเนกประสงค์
  • วัสดุ 7.5/10 – มาตรฐานของระดับนี้
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – พื้นที่สวนอยู่ตรงกลางโครงการจึงเข้าใช้งานได้ง่าย
  • สาธารณูปโภค 8/10 – ได้สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง Fitness และ คลับเฮาส์
  • 7.68 / 10.00

BOTTOM LINE

Unio Town ลำลูกกา-คลอง 4 เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กที่มองหาทาวน์โฮมในย่านลำลูกกา ที่สามารถเดินทางเข้าออกเมืองทางถนนวิภาวดีรังสิตได้สะดวก ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักหรือยังพอเดินทางด้วยรถสาธารณะได้สะดวกพอสมควร  ต้องการโครงการที่มี Facilities ส่วนกลางครบครัน มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอกับสมาชิกในบ้าน 3-5 คน มีงบประมาณ 1.89-4.5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 13,000 – 32,000 บาท

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะคะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply