Villanova Khaoyai Condominium คอนโดตากอากาศติดถนนผ่านศึก-กุดคล้า กม.8 โดยทีมออกแบบ A49HD [รีวิวฉบับที่ 1262]

June 8, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1262 …  วันนี้จะพาไปสูดอากาศที่เขาใหญ่กัน กับโครงการครับ “Villanova Khaoyai Condominium” คอนโดรูปแบบตากอากาศบนเขาใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนผ่านศึก-กุดคล้า โครงการนี้ออกแบบโดยทีม A49HD ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบชั้นแนวหน้าของไทย

Fact @ 8 June 2017

  • Villanova Khaoyai Condominium (วิลล่าโนว่า เขาใหญ่ คอนโดมิเนียม)
  • ต้นคูณ ดีเวลลอปเมนท์ และ สุรีย์ตรีบุญ ดีเวลลอปเมนท์
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ตำบล พญาเย็น อำเภอ ปากช่อง จังหวัด นครราชสีมา
  • คอนโด Low Rise 2 อาคาร รวม 47 ยูนิต
  • อาคาร A สูง 6 ชั้น จำนวน 28 ยูนิต และ อาคาร B สูง 5 ชั้น จำนวน 19 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 28 คันคิดเป็น 60% (จอดกลางแจ้ง)
  • ที่ดินประมาณ 3-1-00 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ต้นปี 2560 / คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปี 2562
  • Studio 41-44 ตร.ม. จำนวน 12 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 66-92 ตร.ม.จำนวน 20 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 6.1 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 84-92 ตร.ม.จำนวน 4 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 9.08 ล้านบาท
  • Pool Villa 104-136 ตร.ม.จำนวน 6 ยูนิตราคาเริ่มต้น 10.73 ล้านบาท
  • Duplex 134-135 ตร.ม. จำนวน 3 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 15.16 ล้านบาท
  • Penthouse 141-164 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิตราคาเริ่มต้น 16.6 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.90 เมตร, ส่วนทั่วไป(งานระบบแอร์) 2.50 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ AVG 105,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 90,000 – 118,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : Office Website คลิกที่นี่ 
  • สนใจรายละเอียดโครงการ : Register Website คลิกที่นี่
  • โทร  :  02-789-9989

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 14.585954, 101.246533

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5

ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนที่มีชื่อว่า “ถนนผ่านศึก-กุดคล้า” ครับ เป็นถนนที่มีระยะความยาวประมาณ 24 กิโลเมตร มีความสำคัญคือเชื่อมต่อกับถนนใหญ่อย่าง ถนนมิตรภาพ-ถนนธนะรัชต์ จุดทางเข้าหลักถนนเส้นนี้คือจากบริเวณ “แยกร้านแดรี่โฮม” นั่นเองขึ้นเขาไปเชื่อมกับถนนธนะรัชต์ ก่อนที่จะขึ้นไปอุทยานฯเขาใหญ่ แบบนี้หลายๆคนที่ไปเขาใหญ่บ่อยๆน่าจะนึกออกกัน 😀

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c

เขาใหญ่ เป็นทำเลที่ยอดฮิตแห่งหนึ่งเนื่องจากเดินทางง่าย ใกล้กรุงเทพฯ อากาศดี เหมาะแก่การไปพักผ่อน ทำให้โลเคชั่นนี้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนขึ้นมามากมาย รวมไปถึงแหล่งความอุดมสมบูรณ์เรื่องอาหารการกินสไตล์เก๋ๆเต็มไปหมด

ผมลองทำแผนที่รวงร้านต่างๆ รวมไปถึง Community Mall ในละแวกนี้ซึ่งกระจายตัวกันในพื้นที่ แต่การไปไหนมาไหนถึงกันก็ไม่ได้ใช้เวลานานเพราะเป็นพื้นที่ที่คนมาเที่ยวพักผ่อนไม่ได้อยู่อาศัยกันประจำเท่าไร จะเห็นว่าความเจริญต่างๆจะเกาะตามแนวถนนที่วิ่งเข้าไปทางเขาใหญ่ อย่างเส้นผ่านศึก-กุดคล้าและธนะรัชต์นั่นเอง อาทิเช่น Primo Posto, Primo Piazza, Palio และ Chocolate Factory เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกอย่าง Life Park อีกด้วย ทำให้ทำเลนี้ถึงมาพักผ่อนก็ไม่ต้องกลัวอด แถมมีสถานที่ให้ทำกิจกรรมกับครอบครัวได้อีกด้วย

motorway

กดที่แผนที่เพื่อดูขนาดใหญ่ : ที่มา กรมทางหลวง

นอกจากนี้อนาคตยังจะมีส่วนของ “มอเตอร์เวยใหม่ บางปะอิน-โคราช” เข้ามาเสริมในการเดินทาง ทางหลวงพิเศษหรือมอเตอร์เวย์ เส้นทางสายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา นี้มีระยะทาง 196 กิโลเมตร ขนาด 4 และ 6 ช่องจราจร มีการควบคุมการเข้าออกตลอดเส้นทาง แนวเส้นทางเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อบริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน ขนานไปกับเส้นทางใหม่ถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ มีจุดสิ้นสุดบรรจบกับทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา (โดยโครงการนี้ ได้เริ่มก่อสร้างไปแล้วในวันที่ 3 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา)

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89re

การไปโครงการ เส้นทางหลักถ้ามาจากกรุงเทพฯ ที่น่าจะสะดวกที่สุด ก็คือ เราขับรถเข้าถนนมิตรภาพ(ทล.2) มาตามทางไปโคราชเหมือนปกติ จากนั้นพอเราเจอร้านแดรี่โฮม (จริงๆก็คือฟาร์มแดรี่โฮมนั่นแหละ อยู่ก่อนถึงฟาร์มโชคชัย สังเกตค่อนข้างง่าย เดี๋ยวจะมีรูปให้ดูนะ) เราก็ทำการ U-Turn และเลี้ยวเข้าถนนที่อยู่ติดกับร้านแดรี่โฮมขึ้นเขาไป… ซึ่งนี่แหละทำไมเขาถึงเรียกว่า แยกแดรี่โฮม จากนั้นเราก็ขับรถไปตามทางขึ้นเขาไปเรื่อยๆ (ซึ่งก็คือถนนผ่านศึก-กุดคล้า) ขับไปประมาณ 17 กม. เราก็จะเจอโครงการอยู่ทางขวามือ

DCIM100GOPRO

เดี๋ยวผมพาไปดูโครงการตามเส้นทางก่อนนะครับ เราวิ่งจากกทม. เส้นพหลโยธิน แล้วแยกมาเข้าถนนมิตรภาพที่สระบุรี

DCIM100GOPRO

ยึดเส้นถนนมิตรภาพมาเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปทางนครราชสีมา (โคราช)

DCIM100GOPRO

ระหว่างทางเราก็จะวิ่งผ่านส่วนที่เป็นอำเภอแก่งคอย, อำเภอมวกเหล็ก (ส่วนปลายๆ) เข้าสู่อำเภอปากช่อง

DCIM100GOPRO

ถึงปากช่องแล้ว

DCIM100GOPRO

แล้วก็เข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วนะครับ 😀

%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1

พอถึงปากช่องแล้ว เราก็มองทางขวาเอาไว้ มองหาฟาร์มแดรี่โฮม แล้วก็หาจุด U-Turn ได้เลย

DCIM100GOPRO

แต่วันที่ไปหลังจากเจอแยกแดรี่โฮมแล้ว ดันเจอแต่จุดกลับรถที่ถูดปิดเอาไว้เลยต้องเลยมาไกลหน่อยประมาณ 1 กม.กว่าๆ ถึงจะเจอจุดกลับรถ(ที่ไม่ปิด) เราก็ U-Turn กลับไปทางแยกแดรี่โฮม

DCIM100GOPRO

บริเวณนี้จะเป็นทางลงเขา ไม่ต้องรีบนะครับ “โปรดลดความเร็ว”

%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a12

เราขับมาเรื่อยๆ เราจะเจอฟาร์มแดรี่โฮม ตัวฟาร์มจะมีลักษณะเป็นบ้านสีแดงๆเหมือนตัวป้ายคำว่า “แดรี่โฮม” นี่แหละครับ และในรูปข้างบนนี้ก็คือถนนที่เราต้องเลี้ยวเขาไป คือ ถนนผ่านศึก-กุดคล้า นั่นเอง

%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a13

พอเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนผ่านศึก-กุดคล้ามาแล้ว ทางขวามือจะเจอกับร้านอาหารแดรี่โฮมขากลับกรุงเทพก็มาฝากท้องก่อนก็ได้ ส่วนทางซ้ายมือจะเห็นกลุ่มป้ายสีฟ้าที่บอกว่าข้างหน้ามีแหล่งที่พักท่องเที่ยวรวมไปถึงคอมมูนิตี้มอลล์บอก และเราก็ตรงยาวขึ้นเขาไปเลยครับ (จับระยะได้เลยประมาณ 8 กิโลเมตร)

DCIM100GOPRO

ตรงนี้จะผ่าน “พลับพลาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ” ที่ตั้งอยู่ใน “วัดผ่านศึกอนุกูล” เป็นอีกสถานที่สำคัญ ที่ประชาชนในพื้นที่และสถานที่ใกล้เคียงให้ความเคารพนับถือ

DCIM100GOPRO

พอเริ่มเข้ามาได้สักระยะถึงจะเริ่มเป็นเขตภูเขาแล้ว ทัศนียภาพข้างทางซ้ายขวาเข้าสู่ธรรมชาติของเขาใหญ่แล้ว ถ้าวันไหนอากาศดีๆ วิวสวยทีเดียว

%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2

เอาล่ะครับ มาถึงแล้ว จากแยกแดรี่โฮมมาถึงทางเข้าหน้าโครงการทางขวามือเป็นระยะทางประมาณ 8.2 กิโลเมตร จะเห็นป้ายโครงการที่เป็นอิฐมอญก่อขึ้นแล้วชื่อโครงการฟอนท์สีขาวเด่นชัด

 


เจาะลึกตัวโครงการ

Master Plan ของโครงการ รูปแบบของเจ้าของโครงการที่นี่เค้าทำเป็นแบบทั้งบ้านตากอากาศ รวมไปถึงมีคอนโดอยู่ด้วย ซึ่งพอเราเข้าโครงการมาแล้ววิ่งตามถนนเมนตรงตามทางบังคับเลย ระหว่างทางจะเห็นกลุ่มบ้านของที่นี่ที่มีเพียง 16 ยูนิต และเป็นสไตล์ Tuscany(ทัสคานี) สีสันสดใส จากนั้นพอเข้าสู่ช่วงด้านหลังโครงการ จะเริ่มเป็นพื้นที่ส่วนของคอนโดมิเนียม ที่แยกพื้นที่ออกมาประมาณ 3 ไร่กว่า อยู่ทางขวามือเป็น 2 อาคาร

การวางแลนด์สเคปของที่นี่ ต้องการให้ตัวคอนโดได้วิวที่เห็นทั้งทะเลสาบและภูเขา ให้สมกับเป็นแนวตากอากาศ เค้าเลยมีการขุดดินประมาณ 5 ไร่กว่า ทำเป็น Lake เองซะเลย โดยดินที่ขุดมาก็ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ โครงการเค้าเกลี่ยระดับไปอยู่บริเวณที่ตั้งของคอนโดให้สูงกว่าปกติ ซึ่งจะได้เห็นวิวภูเขาชัดขึ้นนั่นเอง

ส่วนของการจอดรถของที่นี่จะถูกแยกส่วนไปที่ทางขวาบน เป็นแบบจอดกลางแจ้งประมาณ 28 คัน โดยคิดเป็น 60% สำหรับคอนโดตากอากาศถือว่าเพียงพออยู่แล้ว

พอผ่านการตรวจของพี่รปภ.ที่ต้องสแกนก่อน และก็เข้ามาในโครงการแล้ว ถนนเมนของโครงการจะเป็นถนนลาดยางแบบนี้ โดยมีความกว้างประมาณ 8 เมตร

หันมาทางซ้ายมือเลย จะเจอกับ Sale Office ที่สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการได้ทั้งส่วนของบ้านเดี่ยวและคอนโด หน้าตาตัวอาคารดูดีสีสันสดใส และรอบตกแต่งสวนมาตัดกับสีอาคาร เดี๋ยวค่อยย้อนกลับมาดูข้างในนะครับ พาไปดูบริเวณที่ดินที่ตั้งโครงการก่อน

วิ่งต่อไปเรื่อยๆเรื่อยๆ อย่างที่บอกไว้ว่าระหว่างทางจะเห็นกลุ่มบ้านของที่นี่ที่มีเพียง 16 ยูนิต และเป็นสไตล์ Tuscany ดูสดใส มีการวางต้นไม้ไว้ริมฟุตบาทสองข้างทาง ช่วยเพิ่มความร่มรื่น จะเห็นว่าถนนด้านหน้าจะไม่เห็นส่วนของเสาไฟฟ้า ซึ่งโครงการเค้าวางตำแหน่งไว้ด้านหลังทำให้ดูสะอาดตานะ

วิ่งไปตามทางบังคับซึ่งตรงนี้คือเบี่ยงซ้ายนะครับ

นี่ครับเสาไฟฟ้า โครงการจะวางไว้ชิดแนวกำแพงรั้ว ซึ่งเรื่องความปลอดภัยรั้วจะเป็นคอนกรีตทึบทาสีเทาสูงประมาณ 2.50 เมตร

วิ่งต่อมาถึงทางโค้ง บริเวณนี้จะเป็นทางขึ้นเนินต่างระดับหน่อยแล้วนะ ในรูปอาจจะดูไม่ออกมากนัก ซึ่งเข้าสู่พื้นที่ของส่วนคอนโดมิเนียมละ

ผมลองออกมายืนข้างๆด้านนอกถนนทางขวามือให้ดูและแปะแบ่งสีให้ดูคร่าวๆนะ

ส่วนของทะเลสาบ Lake ที่มีการขุดดินและเกลี่ยขึ้นไปด้านบนที่ตั้งตัวคอนโดอย่างที่บอก

วิ่งตรงต่อมาจะเจอกับวงเวียน ซึ่งตรงนี้ถ้าไปดูใน Master Plan ก็จะเห็นว่าทางขวามือของวงเวียนนี้ละ เป็นส่วนทางเดินเข้าโครงการ

 

ถ่ายพื้นที่ส่วนที่เตรียมจะก่อสร้างอาคารมาให้ดูครับ

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2

ผมลองทำแผนที่ประกอบมาให้ดูคร่าว ที่ดินตั้งอยู่ติดถนนผ่านศึก-กุดคล้า มีลักษณะเป็นแอ่งอยู่กลางภูเขาแต่ไม่ได้ประชิดเลยทั้งสองฝั่งมีความยาวต่างกันนะ โดยทิศเหนือจะอยู่ห่างจากภูเขาประมาณ 1 กิโลเมตร และเห็นแนวเขาใกล้กว่าซึ่งอาจจะไม่สวยเท่าแนวทิวเขาสลับๆกันแต่จะได้เปรียบเรื่องที่โครงการทำ Lake เอามาเพิ่มวิวนี่แหละ / ส่วนของฝั่งทิศใต้ จะเป็นวิวแนวทิวเขาสลับกันไปมาระยะไกล เดี๋ยวมาดูรูปประกอบกัน

**ภาพนี้ถ่ายจากความสูงประมาณชั้น 3 หันไปทางฝั่งทิศใต้ / ซึ่งคนที่เห็นวิวฝั่งนี้จะมีแค่อาคาร A วิวทิศใต้เท่านั้นครับ

**ภาพนี้ถ่ายจากความสูงประมาณชั้น 3 หันไปทางฝั่งทิศเหนือ (ซึ่งถ้าใครอยู่ในตัวคอนโดจะเห็น Lake ด้วย)

exterior-daylight-2

นี่ละครับ ลองเอาภาพจำลองบรรยากาศจากโครงการมาให้ดู สำหรับคนที่เลือกอาคาร A และเป็นวิวฝั่งทิศเหนือ แต่ของจริงจะเห็นบ้านในโครงการที่เป็นแนวทัสคานีด้วยหน่อยนึง

กลับมาที่ Sale Office กันครับ เดี๋ยวจะมาดูรายละเอียดตัวโครงการ โดยภายในนี้มีพื้นที่รับรองอยู่ 2-3 มุม และมีตัวโมเดลของโครงการตั้งอยู่ใจกลาง

พื้นที่รองรับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมโครงการ

มาดูโมเดลโครงการกันดีกว่า มุมนี้จะเป็นส่วนตั้งแต่เริ่มพื้นที่โครงการที่ผมลงไปยืนถ่ายตรงก่อนหน้านี้นั่นเอง

เจ้าวงเวียนนี้ที่อีกหน่อยจะมีการต่อขยายไปยังพื้นที่จอดรถกลางแจ้ง

จากวงเวียนก็มีทางเดินแจกเพื่อเข้าไปสู่ทั้งอาคาร A และ B ครับ

ซึ่งถ้าเดินลงมาตรงกลางจะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำที่ตั้งเอาไว้อยู่ติดกับ Lake โดยจะเป็นสระระบบเกลือขนาด 3.5 x 22 เมตร ลึก 1.20 เมตร และมีการแยกสระเด็กให้ด้วยขนาด 3.5 x 3 เมตร ลึก 60 ซม. และพื้นที่รอบๆจะเป็นเก้าอี้นอนอาบแดด และโต๊ะนั่งเล่นแยกเป็นจุดๆ

ห้องของที่นี่อย่างที่บอกไปว่าเค้าทำมาหลายแบบมากๆ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายและเหมาะสมกับลูกค้า และจะมีห้องแบบพิเศษหน่อยที่ผมลองแปะมาคร่าวๆให้ดูคือพวกห้อง Pool Villa ที่อยู่ที่ชั้น 1-2 ของอาคาร B / ห้อง Duplex ที่อยู่ที่ชั้น 4-5 ของอาคาร B / ห้องแบบระเบียงใหญ่พิเศษรับวิวทะเลสาบและภูเขาที่อยู่ที่ชั้น 3 อาคาร A เป็นต้น

room_list

นี่ครับลองเอาแบบห้องต่างๆ ขนาดห้อง และจำนวนของห้องนั้นที่มีให้เลือก รวมแล้ว 47 ยูนิต ถือว่า Private ทีเดียว จะมีลูกบ้านร่วมกันไม่เยอะมากมีความเป็นส่วนตัวหน่อย

exterior-daylight

ภาพจำลองบรรยากาศภายนอกโครงการ ซึ่งโทนสีของอาคารจะถูกคุมให้อยู่ใน Tuscany Style ให้เข้ากับโครงการ จะเห็นว่าตัวอาคารไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นกล่องๆเรียบๆ แต่จะมีการไล่ระดับ 2 ชั้น 3 ชั้น 5 ชั้น อีกทั้งห้องยังมีมิติที่ยื่นออกมาไม่เท่ากัน ทำให้ไม่ดูน่าเบื่อครับ

Floor Plan ของ Building A ครับ โดยจะมีทั้งหมด 6 ชั้น มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 28 ยูนิต โดยมีชั้นที่ห้องพักอาศัยอยู่ประมาณ 4-5 ยูนิต/ชั้นเท่านั้น โดยจัดตำแหน่งของห้องพักหลักอาศัยไว้ตามมุมอาคารต่างๆจะได้รับวิวได้สองฝั่งและวิวที่แตกต่างกัน

Floor Plan ของ Building B ครับ โดยจะมีทั้งหมด 5 ชั้น มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 19 ยูนิต โดยมีชั้นที่ห้องพักอาศัยอยู่ประมาณ 3-7 ยูนิต/ชั้น และรูปแบบโถงทางเดินจะเป็น Single Corridor โดยระเบียงของอาคารนี้จะหันหน้าออกไปยังทะเลสาบทั้งหมด

 


Product Walkthrough

อย่างที่บอกไปด้านบนว่าห้องที่นี่ทำมาหลากหลายแบบให้เลือก เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า แต่ว่าห้องตัวอย่างทำมาให้ดูแค่แบบเดียว ซึ่งอยากจะให้เห็นวัสดุสเป็คของที่ใช้ที่นี่ โดยโครงการจะขายแบบ Fully Fitted ได้ Built-in เฟอร์นิเจอร์, ครัวพร้อมอุปกรณ์ไฟฟ้า และผ้าม่าน

one-bed-type-a

ห้องนี้เป็น 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 66.46 – 70.22 ตร.ม. จะไม่เหมือนกับ 1 Bed ในเมืองที่ขนาดเล็กๆนะ เพราะที่นี่เป็นแนวตากอากาศจะมีไซส์ที่หลวมๆสบายๆหน่อย โดยเริ่มจากเข้าห้องไปทางขวามือจะเป็นแนวชั้นวางของและรองเท้า ทางซ้ายมือเป็นโซนรับประทาอาหารและครัว และถัดไปจะเป็น Living Area ขนาดค่อนข้างกว้างหน่อย และช่องแสงจากระเบียงส่องเข้ามาในพื้นที่ในห้องแบบครอบคลุม ส่วนของระเบียงก็จะกว้างเป็นพิเศษเอาไว้สำหรับวางพวกชุดโต๊ะนั่งเล่นเอาไว้รับวิวได้เต็มที่

ฝั่งซีกซ้ายจะเป็นส่วนทางเข้าไปห้องนอนและห้องน้ำ ซึ่งในห้องนอนก็เป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานปกติ แต่ที่พิเศษหน่อยคือห้องน้ำที่ได้ขนาดกว้างใหญ่ มีทั้งโซนอาบน้ำแยกส่วนเปียกและไฮไลท์คือวางเอาอ่างอาบน้ำทรงกลมไว้ชิดกับหน้าต่าง Bay Window ได้เทควิวเกือบ 180 องศานั่นเอง และก็มีการวาง Compressor Air ไว้ด้านนอกระเบียงห้องน้ำนี่ จะอยู่กับส่วนทางเดินด้านนอกครับ

ทางเข้าห้องเป็นประตูที่ใช้มือจับธรรมดา ไม่ได้ใช้ Digital Doorlock เพราะต้องการคงความเป็นธรรมชาติของคอนโดตากอากาศเอาไว้ แต่ถ้าใครอยากได้ความปลอดภัยและสะดวกมากขึ้น ก็สามารถมาติดตั้งเองได้ทีหลังนะครับ บานประตูที่นี่ให้เป็นไม้เนื้อแข็งนะ

โดยเริ่มจากเข้าห้องไปทางขวามือจะเป็นแนวชั้นวางของและรองเท้า มองไกลออกไปจะเป็นหน้าต่างที่ได้ช่องแสงจากพื้นถึงฝ้าเต็มเพดาน

โดยพื้นของที่นี่จะให้เป็นกระเบื้องพอร์ชเลน ลายหินสีน้ำตาลอ่อน เป็นกระเบื้องนำเข้าจากสเปน และจะคละขนาดแบบนี้ครับ

เข้ามาจะเจอกับมุมโต๊ะรับประทานอาหาร ที่เชื่อมต่อกับ Living Area ซึ่งได้รับช่องแสงส่องผ่านถึงกันทั้งห้อง

มุมนี้มองย้อนกลับไปทางประตูจะเห็นส่วนของมุมครัวที่อยู่ติดกัน

มาดูทางซ้ายก่อนอยากที่บอกไปว่าห้องนี้ขายแบบ Fully Fitted พวกเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวจะไม่ได้นะครับ

โดยวัสดุจะมีทั้งไม้เนื้อแข็งและหินอ่อน ช่วงล่างเอาไว้วางรองเท้าได้ พอทำเป็นช่องแบบนี้สามารถแยกประเภทของที่จะเก็บ จะโชว์ได้ค่อนข้างง่ายครับ

ทางซ้ายมือมีช่องสำหรับวางตู้เย็น ด้านบนมีหน้าบานเปิดปิดเอาไว้เก็บของหรือสเบียงได้เป็นสัดส่วน ดูเรียบร้อย

โต๊ะรับประทานอาหารแบบประมาณ 4-6 ที่นั่งที่เราได้ด้วย หน้าตาแบบนี้ ส่วนใครเดินไปทำอาหารไม่ต้องกลัวจะแคบนะ เหลือทางเดินไปมาความกว้างประมาณ 80 ซม. สบายๆ

พวกชุดครัวด้านบนมีทำหน้าบานแบบปิดให้เป็นสัดส่วน และระบบฟิตติ้งเป็น Softing Close ทั้งหมด

จุดเด่นของครัวแนวตากอากาศของที่นี่คือถึงแม้ตำแหน่งของครัวจะอยู่ชิดกับโถงทางเดิน เค้าก็มีการเจาะช่องแสง(หน้าต่างบานเลื่อน) เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามา อีกทั้งยังช่วยระบายเรื่องความชื้นและกลิ่นได้ดีอีกด้วย / Top ครัวของที่นี่ได้เป็นหินแกรนิตสีน้ำตาลอ่อน ขนาดประมาณ 60 ซม. x 2.2 เมตร ซึ่งก็มีพื้นที่เพียงพอประกอบอาหาร / Hob&Hood ที่นี่ได้เป็นของ MEX นะครับ

ด้านล่างก็เป็นหน้าบานปิดสำหรับเก็บข้าวของเครื่องใช้ได้อีกเยอะเลย และมีช่องเก็บไมโครเวฟ ซึ่งก็ได้นะจ๊ะ

ไปดูส่วนของ Living กันหน่อย พอเข้าสูส่วน Living ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานจะเขยิบสูงขึ้นเป็น 2.90 เมตร ซึ่งบริเวณครัวนั้นจะมีส่วนของงานระบบแอร์จะสูงแค่ 2.50 เมตร ทำให้ Living ดูสูงโปร่งมาก อีกทั้งยังมีการตกแต่งฝ้าโดยการนำไม้ลามิเนตมาติดแบบในรูปครับ

พื้นที่นั่งเล่นเค้าจัดชุดโซฟาและโต๊ะข้างมาแบบนี้เลย ซึ่งเท่ากับว่าจะได้ประมาณ 3-4 ที่นั่ง ก็เหมาะกับห้อง 1 Bedroom ดีที่สมาชิกน่าจะประมาณ 3-4 คน

ระยะดูทีวีค่อนข้างไกลหน่อยประมาณ 3 เมตร ซึ่งระยะขนาดนี้ต้องใช้ทีวีไซส์ประมาณ 50 นิ้ว จากมุมนี้จะเห็นโต๊ะกลาง และโต๊ะชั้นวางทีวีซึ่งเค้าเลือกเป็นลักษณะให้เห็นของลายไม้ทั้งหมดเข้ากับโต๊ะรับประทานอาหาร และให้คงคอนเซ็ปท์คอนโดตากอากาศ

หน้าตาเจ้าชุดโต๊ะชั้นวางทีวีที่ควบฟังก์ชั่นของการเป็นโต๊ะทำงานอ่านหนังสือไปด้วย เอามาวางไว้ใกล้ช่องแสงธรรมชาติ

ประตูทางออกไประเบียงเป็นกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ เลื่อนออกแบบนี้ ทำให้เดินเข้าออกสะดวก และยกของชิ้นใหญ่ออกไปตั้งได้ด้วย ส่วนของระเบียงพื้นจะลดระดับลงไปหน่อย เพื่อกันในส่วนของฝนสาดและกระเด็นเข้ามาในห้อง

ระเบียงของคอนโดตากอากาศเป็นสิ่งที่สำคัญเลย เลยจะได้ขนาดที่ใหญ่หน่อย (ห้องนี้ขนาด 2.10 x 4.20 เมตร) เพราะจะเป็นมุมนึงสำหรับทำกิจกรรมเวลามาตากอากาศที่ต้องการรับวิว พื้นที่นี้อาจจะเลือกโต๊ะหรือเตียงนอนเล่นมาเพิ่ม เพื่อจัดเป็นมุมพักผ่อนดีๆได้เลย

มองย้อนกลับไปในห้องจะเห็นส่วนของความสูงส่วนงานระบบที่ลดลงไป 40 ซม. เดี๋ยวเราจะไปดูห้องฝั่งทางขวามือกันบ้าง

ตรงส่วนนี้ของจริงจะมีประตูกั้นปิดนะครับ ห้องตัวอย่างไม่ได้ติดตั้งไว้ ซึ่งทางขวามือจะเป็นทางเข้าห้องนอน และซ้ายมือเป็นห้องน้ำ

ทั้งห้องนอนและห้องน้ำประตูทางเข้าจะเป็นแบบบานเลื่อนนะ ซึ่งในส่วนของห้องนอนพื้นจะเปลี่ยนจากกระเบื้องพอร์ชเลนเป็น Engineering Wood 15 mm. แทนครับ

เข้ามาในส่วนของห้องนอนแล้วซึ่งขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ จะเห็นว่ายังคุมโทนเป็นไม้อยู่เหมือนกัน

ภายในห้องวางเตียงขนาด King Size เอาไว้ โดยที่มีระยะเหลือวางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้งสองฝั่ง

ปลายเตียงวางส่วนของตู้ชั้นวางทีวีเอาไว้แบบนี้ จะเห็นว่าห้องนี้สว่างมากทีเดียวเพราะได้ช่องแสงขนาดใหญ่กลางวันไม่ต้องเปิดไฟเลย

ระยะทางเดินเหลือประมาณ 70 ซม. ถึงแม้จะวางชั้นวางทีวีแล้วครับ

รูปแบบหน้าต่างช่องแสงของห้องนี้ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นชิ้นใหญ่ชิ้นเดียว แต่ว่าก็ได้ช่องแสงที่สูงจากพื้นจรดฝ้าเพดานนะ โดยส่วนของบริเวณม่านจะมีการเซาะร่องฝ้าสำหรับรางม่านเอาไว้ให้เรียบร้อยไว้เลย

มองย้อนกลับหลังไปจะเห็นส่วนของตู้เสื้อผ้า Built-In

หน้าตารูปแบบชุดตู้ครับ โดยวัสดุจะเป็นแบบตู้ที่เปิดมาหน้าห้องแล้วเจอเลยนั่นเอง

ฝั่งตรงข้ามของห้องนอนเป็นส่วนห้องน้ำครับ โดยพื้นจะเป็นพอร์ชเลนแบบเดียวกับห้องนั่งเล่น

เข้ามาแล้วทางซ้ายมือจะเป็นส่วนของพื้นที่วางสุขภัณฑ์ ซึ่งได้ของ Kohler ยกเซ็ต

ผนังด้านหลังถ้าอยากใช้ประโยชน์ก็มีพื้นที่ติดพวกชั้นวางของเพิ่มได้ ตำแหน่งไฟจะอยู่ด้านบนพอดี

พื้นที่อาบน้ำมีการแยกส่วนโดยได้กระจกนิรภัยฉากกั้นให้แบบนี้ครับ โดยในพื้นที่อาบน้ำจะมีการก่อส่วนของพื้นที่ให้นั่งอาบได้ด้วย

หน้าตาตัวฝักบัวอาบน้ำของ Kohler สวยดีฮะ

นอกจากนั้นยังมี Rain Shower ไว้ให้ด้วย และไฟในส่วนของพื้นที่อาบน้ำทำเป็นแบบซ่อนหลืบ เพื่อไม่ให้มันแยงตาจนเกินไป

ไฮไลท์ของห้องน้ำเลยครับมุมนี้ คือ วางเอาอ่างอาบน้ำทรงกลมไว้ชิดกับหน้าต่าง Bay Window ได้เทควิวเกือบ 180 องศานั่นเอง

อ่างอาบน้ำก็ของ Kohler เช่นเดียวกัน ไซส์จริงๆใหญ่มากนะครับ ผมลองลงไปดูแล้ว ผมว่าน่าจะ พ่อแม่ลูก (ลูกเด็กหน่อยนะ >_<) ลงไปพร้อมกันได้เลย

ถ้าใครเลือกตำแหน่งของห้องดีๆ เห็นเป็นวิวภูเขาไกลๆ ไม่มีใครมองเห็นเรานี่ นอนอาบน้ำแช่งอ่างวิวเขาใหญ่ฟินๆ เกือบ 180 องศา

ด้านข้างเป็นมุมอ่างล้างมือที่ก่อเคาน์เตอร์ Top หินอ่อนเต็มผนัง หน้าตาเช่นนี้ เก็บของได้ค่อนข้างเยอะทีเดียว

หน้าตาชุดอ่างล้างมือครับ Top เป็นหินอ่อนที่มีลวดลาย

กลับหลังหัน อีกด้านนึงจะเป็นช่องแสงที่เป็นหน้าต่างบานเลื่อน ด้านนอกจะเป็นระเบียงเล็กๆสำหรับออกไปงานบำรุงตัวแอร์ครับ และก็มีการวาง Compressor Air ไว้ด้านนอกระเบียงห้องน้ำนี่ จะอยู่กับส่วนทางเดินด้านนอกครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

นอกจากนี้โครงการยังมีห้องแบบต่างๆให้เลือกที่เหมาะกับ “ความต้องการ” ของแต่ละครอบครัว ผมเลยเอา Room Layout และ Perspective(ภาพจำลองบรรยากาศ) ของแต่ละแบบมาแปะไว้ให้ หรือสามารถเข้าไปดูได้ใน Official Website คลิกที่นี่

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 8 June 2017

  • Studio 41-44 ตร.ม. จำนวน 12 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 66-92 ตร.ม.จำนวน 20 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 6.1 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Vista 71.76-92.19 ตร.ม. จำนวน 9 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 6.98 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 84-92 ตร.ม.จำนวน 4 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 9.08 ล้านบาท
  • Pool Villa 104-136 ตร.ม.จำนวน 6 ยูนิตราคาเริ่มต้น 10.73 ล้านบาท
  • Duplex 134-135 ตร.ม. จำนวน 3 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 15.16 ล้านบาท
  • Penthouse 141-164 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิตราคาเริ่มต้น 16.6 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ AVG 105,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 90,000 – 118,000 บาท/ตร.ม.
  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.90 เมตร, ส่วนทั่วไป(แอร์) 2.50 เมตร
  • Kitchen & Sink + Hob & Hood
  • จอง 50,000 – 100,000 บาท (แล้วแต่ขนาดห้อง)
  • ทำสัญญา 100,000 – 300,000 บาท (แล้วแต่ขนาดห้อง)
  • ดาวน์รวม 20% (ประมาณ 24 งวดชำระ)
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 60 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ตัวทำเลของ Villanova Khaoyai Condominium ตั้งบนถนนผ่านศึก-กุดคล้า อันเป็นทางขึ้นเขาใหญ่อีกทางหนึ่งที่จะไปเชื่อมกับถนนธนะรัชต์ ใกล้สถานทีท่องเที่ยว ไม่ไกลจากร้านอาหาร เงียบสงบและอากาศดี และอยู่ในจุดที่เป็นหุบเขา เห็นวิวเขาทั้งสองด้านที่ได้รูปแบบการมองเห็นไม่เหมือนกันคือระยะกลาง และระยะไกลทอดสายตาออกไป ค่อนข้างได้วิวที่ดีทีเดียว

นอกจากเรื่องวิวแล้ว ข้อดีของถนนเส้นนี้ยังมีความสงบและความเป็นส่วนตัวที่ดีกว่าถนนธนะรัชต์ ที่ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่อาศัย และคอมมูนิตี้มอลล์มาตั้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เส้นผ่านศึก-กุดคล้านี้ยังมีความวุ่นวายน้อยกว่า แต่ในอนาคตถ้าหากมีโครงการมาขึ้นบนถนนเส้นนี้เยอะขึ้นอีก (และดูมีแนวโน้มว่าจะเป็นเช่นนั้น) ความ Private ของมันก็จะค่อยๆลดลงไป

ในเรื่องความสะดวกในการเดินทาง โครงการนี้ตั้งอยู่ห่างจากแยกแดรี่โฮมเพียงแค่ 8 กิโลเมตร ถ้าจะตรงไปแหล่งมอลล์ท่องเที่ยวทั้งหลายโซนธนะรัชต์ก็ขึ้นเขาไป 16 กม. ซึ่งถนนเส้นนี้มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเพราะเป็นเส้นหลักของสถานที่ท่องเที่ยว วิ่งง่ายครับ แต่ว่าเสาร์อาทิตย์ก็มีรถเยอะหน่อยเพราะคนมาพักผ่อนกัน / ในอนาคตถ้าใครมาจากกรุงเทพ อยุธยา ตอนนี้เริ่มมีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ใหม่ “บางปะอิน-โคราช” แล้วด้วย

การออกแบบตัวโครงการ วาง Layout ออกมาได้ดี มีการวางตำแหน่งอาคารให้สามารถมองเห็นวิวที่เป็นจุดขายได้ค่อนข้างดี และมีจำนวนยูนิตน้อยมีความเป็นส่วนตัว ความ Private สูง เพราะรวมทั้งสองตึกแล้วมีจำนวนแค่ 47 ยูนิต เท่านั้น และหน้าตาของตัวอาคารยังออกแบบเป็น Tuscany Style ให้เข้ากับตัวบ้านเดี่ยวที่อยู่ด้านหน้าโครงการด้วย

การออกแบบห้อง ที่นี่เค้าทำโปรดักส์ห้องออกมาหลากหลายมากๆ มีตั้งแต่ studio-1Bed-2Bed-Duplex-Penhouse-PoolVilla เพื่อที่จะให้กลุ่มลูกค้ามองบ้านที่เหมาะกับความต้องการของตัวเองจริงๆ แต่ว่าสเกลไซส์ของห้องที่นี่จะทำออกมาใหญ่หน่อยตามสไตล์คอนโดตากอากาศนะ ทำให้จัดเฟอร์นิเจอร์ และวาง Layout ได้ค่อนข้างลงตัว และมีขนาด+ระยะที่ใช้งานได้สะดวก ไม่ค่อยมีเหลี่ยม มุม แปลกๆให้เห็น เน้นการวางแปลนห้องต่างๆสามารถมองเห็นวิวได้

เรื่องของ Facilities กับการเก็บค่าส่วนกลาง 60 บาท/ตร.ม ซึ่งถือว่าสูงทีเดียวถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้ และไม่มี Club House 

 

Judgement

สำหรับโครงการ VillaNova เขาใหญ่ เราจะไม่มีการให้คะแนนนะครับ เนื่องจากโครงการประเภทตากอากาศ มีปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อที่แตกต่างจากคอนโดเพื่อการอยู่อาศัยทั่วไปที่ต้องมีเรื่องของความคุ้มค่าทางการเงินและความคุ้มค่าทางอารมณ์ผนวกกันครับ เป็นการซื้อเพื่อพักผ่อนหย่อนใจมากกว่า ทำให้บรรทัดฐานการให้คะแนนแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลทั้งผู้อ่านและผู้รีวิวครับ

 

BOTTOM LINE

VillaNova เขาใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาที่พักผ่อนหย่อนใจตากอากาศที่เขาใหญ่ เดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพ ในรูปแบบคอนโดมิเนียม หรือ แบบวิลล่า (ขึ้นกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว) ที่มองเห็นวิวภูเขา มีความสงบใกล้ชิดกับธรรมชาติ ชอบโครงการยูนิตน้อยๆ เน้นความเป็นส่วนตัว แต่ไม่เน้น Facilities ใหญ่ๆ ก็ลองพิจารณาอากาศเป็นตัวเลือกได้ครับ ในงบประมาณ 4 – 19 ล้านบาท

Share

Leave a Reply