Supalai Park แคราย – งามวงศ์วาน คอนโด High Rise 34 ชั้น ห่างสถานีศูนย์ราชการนนทบุรีประมาณ 130 ม. จาก ศุภาลัย [รีวิวฉบับที่ 1342]

May 6, 2017 08:001 comment

รีวิวฉบับที่ 1342 …สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมรีวิวคอนโดมือ 2 กับโครงการ Supalai Park แคราย-งามวงศ์วาน จาก ศุภาลัย เป็นคอนโด High Rise สูง 34 ชั้น ทำเลของโครงการอยู่ติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ในระยะที่เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าสถานีศูนย์ราชการนนทบุรีได้สบายๆ ประมาณ 130 ม. มีห้องให้เลือกตั้งแต่ Studio ไปจนถึง 2 Bedroom ในราคา 2-4 ล้าน โครงการสร้างเสร็จ เข้าอยู่กันมาแล้วประมาณ 3 ปี จะเป็นอย่างไรตามไปชมกันค่ะ

Fact @ 6 May 2017

  • Supalai Park Khaerai-Ngamwongwan (ศุภาลัย ปาร์ค แคราย-งามวงศ์วาน)
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
  • คอนโด High Rise 34 ชั้น 1 อาคาร 697 ยูนิต ร้านค้า 12 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 25
  • ที่จอดรถประมาณ 60% (จากการสอบถาม Agency)
  • ที่ดินประมาณ 4-1-47.8 ไร่
  • เปิดตัว : ปี 2011
  • สร้างเสร็จ : ปี 2014
  • Studio ขนาด 31-32 ตร.ม.
  • 1 Bedroom 45.5-52 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 57-72 ตร.ม.
  • ราคาต่อตารางเมตรประมาณตอนเปิดตัวปี 2011 เริ่มต้นประมาณ 48,000 – 50,000 บาท/ตร.ม. แล้วแต่ชั้นและทำเล
  • ราคาห้องมือสองในปัจจุบันประมาณ 56,000 – 65,000 บาท/ตร.ม.

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.860307, 100.509971

แผนที่จากทางโครงการ Supalai Park แคราย – งามวงศ์วาน ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ใกล้รถไฟฟ้าสถานีศูนย์ราชการนนทบุรีประมาณ 130 ม. ค่ะ

ทำเลของโครงการ Supalai Park แคราย – งามวงศ์วาน ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นถนนที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่นสม่ำเสมอเพราะเป็นถนนเส้นหลักเส้นหนึ่งของกรุงเทพมหนครที่เชื่อมแหล่งที่พักอาศัยย่านชานเมือง เช่น บางบัวทอง บางกรวย-ไทรน้อย เข้ากับแหล่งงานในย่านเกษตร-นวมินทร์ รัชดาภิเษก ลาดพร้าว

การเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว จากที่ตั้งของโครงการที่อยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ขาออก ทำให้การเข้าเมืองไปทางถนนงามวงศ์วานหรือเกษตรนวมินทร์จะต้องกลับรถก่อน แต่ถ้าต้องการออกเมืองไปทางบางใหญ่จะสะดวกกว่า เพราะแค่ตรงไปบนถนนรัตนาธิเบศร์ไปทางบางใหญ่เรื่อยๆ ก็จะเข้าโซนบางใหญ่แล้ว หรือหากต้องการเข้าเมืองไปทางถนนรัชดาภิเษกก็ต้องกลับรถก่อนเช่นกัน แล้วไปเลี้ยวขวาเข้าถนนประชาชื่นตรงไปเรื่อยๆ จะแล้วจึงเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดาภิเษก ซึ่งถนนรัชดาภิเษกนี้เชื่อมเข้าถนนสายสำคัญอีกหลายเส้นทาง เช่น ถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าว อย่างไรก็ตาม..การใช้ถนนรัตนาธิเบศร์ในการเดินทาง ก็อย่าลืมเผื่อเวลารถติดกันนะคะ

การเดินทางโดยรถสาธารณะ มีทางเลือกในการเดินทางด้วย รถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่ – เตาปูน โดยมีสถานีที่ใกล้โครงการที่สุดคือสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ในระยะประมาณ 130 ม. และสถานีศูนย์ราชการนนทบุรีนี้ยังมีแผนในอนาคตที่จะเป็นสถานีชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่จะวิ่งไปแจ้งวัฒนะ มีนบุรี อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีรถสองแถวผ่านหน้าโครงการ ที่วิ่งไปตลาดบางบัวทอง เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ แคราย Big C ติวานนท์ ส่วนรถตู้ที่ผ่านหน้าโครงการจะจะวิ่งจาก The Mall งามวงศ์วาน ไปบางใหญ่ หรือถ้าต้องการเรียกแท็กซี่ก็ไม่ยากเลย เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ทำให้ยืนรอเรียกที่หน้าโครงการได้เลย นับเป็นข้อดีของโครงการที่ติดถนนใหญ่มากๆ เลยนะคะ

ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการในระยะเดินได้ จะเป็นพวกร้านค้า ร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์เป็นหลัก มีให้เลือกอยู่หลายร้านเช่นกัน แต่ต้องขยันเดินนิดนึง ส่วนศูนย์การค้าใหญ่และพวก Hypermarket บนถนนรัตนาธิเบศร์นั้น มีค่อนข้างครบครันทีเดียวแต่ไม่ได้อยู่ในระยะเดิน 500 ม.นะคะ ต้องต่อรถไปอีกที ก็จะมีทั้งศูนย์การค้า และอาคารสำนักงานมากมาย เช่น  Central รัตนาธิเบศร์, Big C รัตนาธิเบศร์, Esplanade รัตนาธิเบศร์, Pantip งามวงศ์วาน, The Mall งามวงศ์วาน, Big C ติวานนท์ เป็นต้น

ข้อดีอีกอย่างของทำเลในย่านนี้ คือจะอยู่ใกล้ศูนย์ราชการนนทบุรี ซึ่งเป็นที่รู้กันสำหรับคนแถวนี้ว่าเป็นพื้นที่ที่มักมาออกกำลังกายและพื้นที่สีเขียวสำหรับหย่อนใจเพราะมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่คือ อุทยานมกุฏรมยสราญค่ะ มีระยะเดินจากโครงการประมาณ 500 ม.

มาดูตัวช่วยในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ากันสักนิดหนึ่ง เนื่องจากในอนาคตสถานีรถไฟฟ้าศูนย์ราชการนนทบุรี จะกลายเป็นสถานี Interchange กับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู ทำให้การเดินทางจากโครงการไปติวานนท์-ห้าแยกปากเกร็ด-แจ้งวัฒนะ-เมืองทองธานี-ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ไปจนถึงมีนบุรีมีความสะดวกมากขึ้น และรถไฟฟ้าสายสีชมพูนี้ยังสามารถไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่แยกหลักสี่บริเวณริมถนนวิภาวดีรังสิต และเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ บนถนนพหลโยธิน บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ และยังไปบรรจบกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-มีนบุรี รวม 30 สถานี ระยะทางทั้งสิ้น 34.5 กิโลเมตร มีแผนตามกำหนดการ จะเริ่มสร้างต้นปี 2560 คาดว่าจะเปิดบริการได้ช่วงกลางปี 2563 ..สามารถคลิกดูรายละเอียดโครงการได้ ที่นี่ เลยค่ะ

การเดินทางด้วยทางด่วน

เนื่องจากที่ตั้งโครงการมีระยะห่างจากทางขึ้นลงทางด่วนใกล้ๆ กันถึง 2 จุด จึงจะอธิบายเส้นทางด่วนเพิ่มสักนิดนะคะ ทางด่วนที่ใกล้กับโครงการที่สุดคือทางด่วนศรีรัช ซึ่งทางด่วนนี้มีจุดขึ้นลงอยู่บนถนนงามวงศ์วาน

1. ทางด่วนศรีรัช เส้นวิ่งขึ้นเหนือไปทางเมืองทองธานี รังสิต อยุธยา โดยมีจุดขึ้นทางด่วนอยู่ใกล้กับโครงการประมาณ 7.5 กม.

2. ทางด่วนศรีรัช เส้นเชื่อมเข้าเมือง ได้แก่ แหล่งงานย่านพระราม 4 สาทร ย่านพระราม 3 ซึ่งสามารถเชื่อมไปยังทิศตะวันตกของเมืองอย่างพระราม 2 ไปออกบางขุนเทียน สมุทรสาคร ลงใต้ได้สะดวก และยังสามารถเชื่อมไปยังทิศตะวันออกของเมืองอย่างบางนา ออกไปชลบุรีได้ง่ายอีกเช่นกัน โดยจุดขึ้นทางด่วนมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 8.2 กม.

การใช้เส้นทางลัด

นอกจากตัวช่วยในการเดินทางอย่างทางด่วนแล้ว ในทำเลนี้ก็จะมีเเส้นทางลัดที่จะต้องจำกันไว้สักหน่อย เผื่อในเวลาที่เส้นรัตนาธิเบศร์รถติด หรือบางเวลาที่สี่แยกแครายติดหนักๆ ก็สามารถเลือกใช้ทางลัดได้ มีมาแนะนำ 3 เส้นทาง ดังนี้

1. เส้นทางลัดจากถนนติวานนท์ไปถนนรัตนาธิเบศร์แบบไม่ต้องผ่านสี่แยกแคราย โดยวิ่งเข้าซอยติวานนท์ 3 ไปทะลุออกซอยรัตนาธิเบศร์ 9 แล้ววิ่งเข้าถนนรัตนาธิเบศร์ไปอีกเดียวก็จะถึงโครงการแล้วค่ะ

2. เส้นทางลัดนี้เป็นอีกตัวเลือก คล้ายๆกับเส้นทางแรก แต่เข้าถนนเรวดีแทน แล้วไปลัดออกซอยรัตนาธิเบศร์ 9 เช่นกัน ซึ่งซอยเรวดีนี้เป็นซอยที่อุดมสมบูรณ์มากๆ เลย เพราะเต็มไปด้วยร้านอาหารให้เลือกทานมากมายค่ะ

3. เส้นทางนี้เป็นทางลัดจากโครงการออกมายังถนนติวานนท์แบบไม่ต้องไปกลับรถ โดยใช้ซอยรัตนาธิเบศร์ 11 วิ่งมาออกที่ถนนเรวดี เส้นทางนี้จะช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องเสียเวลาไปกลับรถเลยค่ะ

สำหรับการเดินทางมาโครงการในวันนี้จะเริ่มต้นจากจุดลงทางพิเศษศรีรัชนะคะ โดยจะวิ่งจากฝั่งสาทรมาลงที่ทางออกถนนงามวงศ์วาน โดยระยะทางจากจุดลงทางด่วนถึงโครงการประมาณ 2.6 กม. พร้อมแล้วก็ไปกันเลยค่ะ

Vio Surrounding-1

การไปโครงการ Supalai Park แคราย-งามวงศ์วาน โดยใช้ทางด่วน ให้เลือกออกจากทางด่วนตามป้ายถนนงามวงศ์วาน (แคราย-กระทรวงสาธารณสุข)

Vio Surrounding-3

ลงจากทางด่วนมาแล้วให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายถนนงามวงศ์วาน (แคราย) ค่ะ ถ้าเลี้ยวขวาจะไปเส้นงามวงศ์วานเหมือนกันแต่จะไปทางฝั่งเกษตร-นวมินทร์ค่ะ

Vio Surrounding-5

เลี้ยวซ้ายมาจะเข้าสู่ถนนงามวงศ์วานช่วงใกล้แยกแคราย ซึ่งถนนในช่วงนี้เป็นที่ตั้งของอพาร์ทเม้นท์ คอนโด อาคารพาณิชย์ และออฟฟิตหลายแห่งค่ะ

Vio Surrounding-6

เข้ามาถนนงามวงศ์วานแล้วให้ชิดขวานะคะ เราจะไปตามป้ายบางบัวทองค่ะ บรรยากาศทั้ง 2 ฝั่งถนนค่อนข้างคึกคักพอสมควร ฝั่งซ้ายเป็นอาคารชุดพาณิชย์ 4  ชั้นโดยชั้นล่างเป็นร้านค้าต่างๆ เช่น ร้านขายสี ขายอะไหล่ ร้านทำฟัน ส่วนฝั่งขวาจะมีปั้มน้ำมัน ESSO, อู่รถยนต์ของวิริยะประกันภัย และ บริษัท กระจกศิริรัตน์ จำกัด

Vio Surrounding-8

ตามป้ายบางบัวทองมาให้ข้ามแยกแครายไปสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ โดยแยกแครายนี้เป็นจุดตัดระหว่างถนนติวานนท์และถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีของคนแถวนี้ว่าแยกนี้รถหนาแน่นพอสมควรเลยค่ะ

Vio Surrounding-9

บริเวณใกล้แยกแครายนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Mida Hotel เป็นโรงแรมที่มีมาตรฐานการให้บริการในเครือ Mida ส่วนฝั่งขวาเป็นอาคารชุดพาณิชย์ 4 ชั้น โดยชั้นล่างมักเปิดเป็นร้านค้า สำนักงาน และอาคารสูงที่ถัดไปคือคอนโด Parkland งามวงศ์วาน-แครายค่ะ

Vio Surrounding-10

ทางลงสะพานข้ามแยกจะมีคอนโด ยู ดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ อยู่ทางฝั่งซ้าย ส่วนทางฝั่งขวาเป็น Esplanade งามวงศ์วาน ซึ่งภายในมีทั้งโรงหนัง ร้านอาหาร Fitness คาราโอเกะ ลานโบว์ และยังเป็นศูนย์การค้าที่ใกล้กับที่ตั้งของโครงการมากที่สุด มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 1 กม.ค่ะ

ลงมาจากสะพานข้ามแยกแล้วชิดซ้ายออกไปวิ่ง 2 เลนนอกนะคะ เพราะถ้าวิ่งเลนในไปเรื่อยๆ จะเป็นทางตรงไปบางใหญ่ค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆ จะผ่านสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ซึ่งสถานีนี้แหละค่ะที่ใกล้กับโครงการ Supalai Park แคราย-งามวงศ์วาน ที่สุด

ทางออกสถานีที่ใกล้กับโครงการที่สุด คือ ทางออก 3 จากตรงนี้ก็เดินต่อไปโครงการอีกหน่อยประมาณ 130 ม. ก็ถึงแล้วค่ะ

บรรยากาศตามทางเดินที่เป็นทางไปโครงการ จะผ่านร้านค้าตลอดทาง ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหาร มีหลายสไตล์ทั้งแบบที่เปิดกลางวัน และกลางคืนค่ะ

ร้านที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดเป็นร้านอาหารตามสั่ง ต่อไปเราจะพาเข้าไปชมโครงการแล้วนะคะ อยู่ถัดไปจากร้านตามสั่งเลยค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูภาพรวมรอบๆ โครงการกันนะคะ พื้นที่โดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นตึกแถว ที่เปิดชั้นล่างเป็นร้านค้า ร้านอาหารพวกตามสั่งทั่วไป สลับกับบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น สำหรับอาคารสูงส่วนใหญ่จะเป็นคอนโด และอาคารสำนักงาน ก็จะกระจายตัวอยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนน แต่ยังไม่เห็นที่มาขนาบโครงการในระยะประชิด ก็จะได้เปรียบในเรื่องวิวที่ได้วิวดีๆ ในหลายๆมุมเลย สำหรับพื้นที่โดยรอบโครงการสรุปได้ดังนี้ค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ ถนนรัตนาธิเบศร์และอาคารพาณิชย์ 2-3 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัย 1-2 ชั้นสลับกับที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันออก ติดกับ อาคารพาณิชย์ 2-3 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ อาคารพาณิชย์ 5 ชั้นและโรงแรมบอสส์ 1-2 ชั้น

ภายในเส้นประสีเหลืองคือที่ดินโครงการ Supalai Park แคราย – งามวงศ์วาน ถัดไปเป็นร้านขายอาหารตามสั่งที่อยู่ติดกับโครงการ

ที่ดินที่ติดกับโครงการอีกฝั่งหนึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น ซึ่งอาคารบางส่วนก็ไม่ได้เปิดชั้นล่างเป็นร้านค้า ช่วงกลางคืนก็จะเงียบๆ มืดๆ หน่อย

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ศูนย์ราชการนนทบุรี ~ 290 ม.
  • อุทยานมกุฏรมยสราญ ~ 500 ม.
  • Esplanade รัตนาธิเบศร์ ~ 850 ม.
  • Tesco Lotus รัตนาธิเบศร์ ~ 850 ม.
  • Big C รัตนาธิเบศร์ ~ 850 ม.
  • อาคารไทยประกันชีวิต ~ 1.1 กม.
  • Central รัตนาธิเบศร์ ~ 1.7 กม.
  • Pantip งามวงศ์วาน ~ 3.3 กม.
  • The Mall งามวงศ์วาน ~ 3.8 กม.
  • โรงพยาบาลนนทเวช ~ 3.9 กม.
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 6.3 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Supalai Park แคราย-งามวงศ์วาน เป็นคอนโด High Rise 34 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการประมาณ 4-1-47.8 ไร่, ที่จอดรถประมาณ 60 % (จากการสอบถามจาก Agency) มียูนิตทั้งโครงการทั้งหมด 697 ยูนิต ร้านค้า 12 ยูนิต โดยขนาดห้องเริ่มต้นที่ห้องแบบ Studio 1 ขนาด 31-32 ตร.ม., แบบ 1 Bedroom ขนาด 45.5-52 ตร.ม. และแบบ 2 Bedrooms ขนาด 57-72 ตร.ม. ถือว่าโครงการจัดห้องแต่ละแบบออกมาได้มีขนาดค่อนข้างกว้าง ดูจากขนาดห้องเริ่มต้นอย่าง Studio มีขนาดที่ 31 ตร.ม. จึงกว้างทีเดียวเมื่อเทียบกับคอนโดในยุคปัจจุบันที่มักจะจัดห้องเริ่มต้นที่ 22-23 ตร.ม. จึงสามารถอยู่อาศัยได้สบาย แต่ก็ต้องแลกมากับราคา Package ต่อห้องที่สูงขึ้นมาหน่อย เพราะห้องมีขนาดใหญ่กว่าค่ะ

เริ่มกันที่ผังชั้น 1 โครงการ Supalai Park แคราย-งามวงศ์วาน มีทางเข้าออกโครงการทางเดียวคือทางถนนรัตนาธิเบศร์ ด้านหน้าโครงการจะเป็นโซนของที่จอดรถนอกอาคารก่อน ส่วนตัวอาคารจะหลบเข้ามาด้านในนิดนึง ช่วยลดความพลุกพล่านจากบริเวณริมถนนและทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น จากหน้าโครงการจะมีป้อมยามคอยรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และรักษาความปลอดภัยด้วยระบบ Key Card Access ที่ต้องแสกนบัตรก่อน จึงจะสามารถขับรถผ่านเข้ามาในโครงการได้ หากเป็น Visitors ต้องแลกบัตรที่ป้อม รปภ. ก่อนค่ะ

ชั้น 1 ของอาคารพักอาศัยไม่มีห้องพักอาศัยนะคะ จะเป็นพื้นที่จอดรถ, Lobby และร้านค้า เส้นทางเดินรถในอาคารเมื่อขับเข้ามาด้านในพื้นที่โครงการ จะเป็นทางบังคับให้ไปทางซ้ายผ่านโซนที่จอดรถหน้าโครงการและ Drop-Off แล้วเข้าสู่เส้นทางเดินรถรอบอาคาร ก็จะมีทางทั้งส่วนของจอดรถในร่ม กลางแจ้ง และทางขึ้นที่จอดรถชั้นบน ส่วนทางขึ้นห้องพักจะขึ้นผ่าน Lobby แล้วใช้ระบบแสกนนิ้วผ่านเข้าไปในโถงลิฟท์อีกที นอกจากนี้ยังมีร้านค้า 12 ร้าน

ด้านหน้าโครงการมีพื้นที่ติดถนนกว้างพอสมควร ด้านหน้าติดชื่อโครงการไว้เรียบร้อย ตัวใหญ่ สังเกตง่าย ตกแต่งด้วยไม้พุ่มดูร่มรื่นดี แม้ว่าโครงการจะเปิดมาหลายปีแล้ว แต่การดูแลต้นไม้ ความสะอาดหน้าโครงการถือว่ายังดูแลได้ดีอยู่ค่ะ

ตลอดแนวทางเข้าโครงการมีทางเท้าตลอด 2 ข้างทาง ซึ่งถือเป็นข้อดีที่ทำให้การเดินเข้า – ออก โครงการมีความปลอดภัยมากขึ้น

ด้านหน้าทางเข้าโครงการมีป้อมยามและพี่รปภ. ดูแล 24 ชั่วโมง รักษาความปลอดภัยด้วยการใช้ Key Card Access และติดตั้ง CCTV ไว้ด้วยค่ะ

ผ่านป้อมยามเข้ามาแล้ว ทางเดินรถจะบังคับให้วนซ้ายผ่านโซนที่จอดรถหน้าโครงการ ถ้าเป็น Visitors จอดโซนนี้ ก็สามารถเดินเข้าอาคารได้สะดวกดี ส่วนลูกบ้านจะมีที่จอดรถใต้อาคารอยู่ด้านใน ต้องขับรถเข้าไปอีกค่ะ

ส่วนพื้นที่ริมรั้วก็จะทำเป็นที่นั่งเล่นไว้อยู่หลายมุม เป็นพื้นที่ให้ลูกบ้านได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศ มารับความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่

ตามทางเดินรถรอบอาคารมาเรื่อยๆ จะมีความร่มรื่นของต้นไม้ 2 ข้างทาง โครงการนี้สร้างเสร็จมาประมาณ 3 ปี จะเห็นว่าต้นไม้เริ่ม Set ตัวและแผ่กิ่งก้านสาขาแล้ว

ตรงมาอีกหน่อย จะเจอที่จอดรถใต้อาคารโซนแรก ซึ่งช่องจอดในร่มบริเวณนี้จะสามารถจอดรถสูงๆ ได้ สำหรับรถที่มีความสูงเป็นพิเศษ อย่างเช่น รถตู้ ก็จอดที่ชั้นล่างนี่นะคะ เพราะเป็นชั้นเดียวที่มีระยะพื้นถึงฝ้าสูงเป็นพิเศษ ติดกันเป็นทางขึ้นที่จอดรถบนอาคาร แต่เดี๋ยวเราจะพาไปวนตามเส้นทางรอบโครงการก่อน แล้วค่อยพาขึ้นไปชมด้านบนกันค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆ ตามเส้นทางเดินรถรอบโครงการ ฝั่งขวาเป็นทางเข้าที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ และที่จอดรถจักรยาน

เข้ามาด้านในจะมีช่องจอดรถจักรยานและมอเตอร์ไซค์ แยกไว้เป็นสัดส่วน

ตรงเข้ามาอีกนิดจะเจอทางเข้าสู่ที่จอดรถใต้อาคารทางฝั่งขวา

บรรยากาศภายในที่จอดรถก็เรียบร้อยดี วันที่เข้าไปถ่ายภาพก็ยังไม่เห็นรถจอดซ้อนคันเลยนะคะ เป็นระเบียบทีเดียว

หรือถ้าไม่เข้าที่จอดรถ ก็วนมาลานจอดรถที่อยู่ด้านหลังอาคารก็ได้ค่ะ

 

ตามเส้นทางวนรถวนรถรอบโครงการไปเรื่อยๆ ก็จะวนออกด้านหน้าโครงการบริเวณป้อมยาม ซึ่งทางเข้าอาคารจะต้องเลี้ยวขวาไปนะคะ

หันขวามาปุ๊บก็จะเจอทางเข้าอาคารเลย เป็นทางเข้าผ่านโซนร้านค้าต่างๆ วันไหนจะแวะมารับเสื้อผ้าที่มาส่งซักไว้ หรือมาแวะซื้อของกินของใช้ก่อนขึ้นห้อง ก็สามารถเข้าอาคารที่ทางนี้ได้

เดินมาเรื่อยๆ จะผ่าน Drop-Off อาคาร ที่เป็นจุดจอดรถรับ – ส่งลูกบ้านบริเวณหน้าทางเข้า Lobby อาคาร ทางวนค่อนข้างกว้างขวางสามารถวนรถได้สะดวกสบาย จากมุมนี้จะเห็นทางขึ้นที่จอดรถบนอาคาร ซึ่งอยู่ติดกับทางเข้า Lobby

มาดูที่จอดรถบนอาคารกันก่อนแล้วค่อยพาเข้า Lobby นะคะ โดยที่จอดรถจะมีทั้งหมด 5 ชั้น ทางเข้าที่จอดรถของลูกบ้านจะใช้ Key Card เป็นระบบรักษาความปลอดภัย แต่ละห้องจะมีสิทธิ์จอดได้ 1 คัน  ไม่ Fix ตำแหน่ง แต่ถ้าจะจอด 2 คันต้องเสียค่าจอดรถรายเดือนเพิ่มอีก 2,000 บาทนะคะ

ขึ้นมาในส่วนของช่องจอดรถมีขนาดมาตรฐาน ไม่แคบเกินไป

ตรงเข้ามาเรื่อยๆในพื้นที่จอดรถ ก็จะมีทางแยกขึ้นไปจอดรถชั้นบน

ในชั้นที่จอดรถก็จะมีลิฟท์ที่ใช้เชื่อมไปยัง Lobby อาคาร และชั้นพักอาศัยได้เลยค่ะ

การเข้าถึง Lift Lobby นี้ ก็มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการแสกนนิ้วอีกชั้นหนึ่งค่ะ

ต่อไปจะพาเข้าไปใน Lobby อาคารกันต่อเลยค่ะ

เข้ามาด้านใน Lobby ของโครงการ ทำฝ้าเพดานมาสูงพิเศษ และผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้มาก จัดชุดโซฟาขนาดใหญ่ไว้หลายชุด ให้นั่งเล่นได้สบาย แต่วันที่ไปไม่ได้เปิดแอร์นะคะ จะเปิดพัดลมให้ค่ะ ด้านในมีทางเชื่อมออกไปโซนร้านค้า และทางเข้าโถงลิฟต์ เดี๋ยวจะพาไปดูโซนร้านค้ากันก่อนค่ะ

นอกจากร้านอาหารต่างๆ ที่อยู่ใกล้ๆ โครงการแล้ว ภายในโครงการก็ยังมีร้านค้ามาเปิดให้บริการอยู่ใต้ตึก เช่น ร้าน 108 Shop

ภายในร้าน 108 Shop จะขายพวกของกิน ของใช้ เล็กๆน้อยๆ

นอกจากนี้ก็จะมีร้านขายกาแฟด้วยค่ะ

ในส่วนของร้านซักอบรีดก็มีอยู่ 1 ร้าน รับซักแห้ง ผ้าปูที่นอน ผ้านวม

และก็มีห้องให้บริการเครื่องงซักผ้าหยอดเหรียญ ภายในมีพื้นที่นั่งคอย เผื่อใครมารอเครื่องปั่นเสร็จก็มีที่ให้นั่งได้สะดวก

ส่วนใครที่มองหาห้องมือ 2 ก็จะมี Agency ขายห้องให้ติดต่อสอบถามได้ ตรงเข้าไปอีกนิดจะมีห้องน้ำส่วนกลางจะอยู่ทางขวามือค่ะ

ห้องน้ำส่วนกลางแยกไว้เป็นห้องน้ำชาย หญิง

เราจะพาเข้ามาดูในห้องน้ำหญิงนะคะ ก็จะมีอ่างล้างมือและแยกส่วนโถสุขภัณฑ์ไว้ ดูสะอาดเรียบร้อยดีค่ะ

ต่อไปจะพาเข้าไปในส่วนของโถงลิฟท์ เพื่อดูโซนพักอาศัยกันต่อเลยค่ะ

การผ่านเข้าโซนพักอาศัยจะมีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการแสกนนิ้ว โดย 1 ห้องพักอาศัยจะสามารถแสกนเข้าออกได้ 4 คน

แสกนนิ้วผ่านเข้ามาแล้ว จะเจอกับห้องจดหมายก่อน ซึ่งก็แยกชั้นไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ช่องมีขนาดไม่ใหญ่นัก ถ้ามีจดหมายมาเยอะหรือเป็นพัสดุคงเก็บไม่พอ ต้องติดต่อพนักงานแทนค่ะ

เข้ามาด้านในโถงลิฟท์ จะมีลิฟท์ทั้งหมด 3 ตัว การตกแต่งดูสวยงาม และเปิดไฟไว้สว่างดีค่ะ

ขึ้นมาชั้น 6 เป็นชั้นที่มี Facilities หลักของโครงการ ผังอาคารจัดไว้ค่อนข้างดี คือมีทางออกจากโถงลิฟท์ 2 ทาง ..ทางหนึ่งเป็นประตูเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลาง และอีกทางหนึ่งเข้าสู่พื้นที่ของห้องพักอาศัย ทำให้การเดินเข้าสระว่ายน้ำสะดวกไม่ต้องผ่านหน้าห้องพักอาศัยเลยค่ะ ผู้อยู่อาศัยในชั้นนี้จึงได้รับความเป็นส่วนตัวเช่นเดียวกับห้องพักอาศัยในชั้นอื่นๆ โดยมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 22 ยูนิต สำหรับพื้นที่ส่วนกลางได้แก่ สระว่ายน้ำ, ห้อง Fitness, Sauna

ห้องพักของโครงการนี้เรียงตัวตามรูปตึกที่เป็นตัว L ทำให้มีห้องพักทุกทิศเลย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นห้องที่หันหน้าทางทิศเหนือและทิศตะวันออก ส่วนห้องทางทิศใต้และทิศตะวันตกจะได้เป็นห้องวิวสระนะคะ ทางเดินจัดเป็น Double corridor วางห้องพักขนาบทางเดิน 2 ฝั่ง โถงลิฟท์มีตำแหน่งเดียวอยู่กลางอาคารเลย ทำให้ห้องที่อยู่ที่ปลายอาคารแต่ละฝั่งอยู่ไม่ไกลจากโถงลิฟท์ โดยจะมีลิฟท์ทั้งหมด 3 ตัว เป็นแบบไม่ล็อกชั้น มีอัตราส่วนลิฟท์เฉลี่ยทั้งโครงการ 232 : 1 ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่หนาแน่นทีเดียว

ส่วนเรื่องของวิวจะเปิดโล่งตั้งแต่ชั้นนี้ขึ้นไปเลย เพราะไม่มีอาคารสูงมาบล๊อกวิวในระยะประชิด การเลือกทิศห้องนอกจากเรื่องวิวแล้วก็อย่าลืมพิจารณาถึงเรื่องทิศทางแดด ลม ด้วยนะคะ ซึ่งทิศทางลมของประเทศไทยส่วนใหญ่ลมจะมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้ ส่วนในหน้าหนาวลมจะมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ

มาดูบรรยากาศของชั้น 6 กันต่อเลย จากโถงลิฟท์จะมีประตูทางออกพื้นที่ส่วนกลางอยู่ข้างๆ

ซึ่งชั้น 6 นี้ถือเป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ ก็จะมีทั้งสระว่ายน้ำ ห้อง Fitness, Sauna และ สระว่ายน้ำ

เดินผ่านประตูออกมาจะได้รับบรรยากาศที่ดูร่มรื่นของพื้นที่ส่วนกลาง จากทางลาดด้านขวาเป็นทางไปห้องน้ำส่วนกลางนะคะ

บริเวณหน้าห้องน้ำค่อนข้างกว้างขวางทีเดียว มีพื้นที่ให้นั่งคอยได้ตามขอบกระถางต้นไม้ ที่ทำระดับไว้ไม่สูงนัก ให้นั่งเล่นได้สะดวก

มาดูภายในห้องน้ำหญิงนะคะ ภายในห้องแยกโซนโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าไว้เรียบร้อย และอยู่ในสภาพดี

ห้องน้ำใหญ่ทีเดียว ทำให้ดูโล่งๆ เดินใช้งานได้สะดวก ฝั่งซ้ายจะมีตู้ล็อกเกอร์ซึ่งมีขนาดใหญ่พอให้เก็บรองเท้า เสื้อผ้าได้ และจัดไว้ให้ทั้งห้องอาบน้ำและห้องสุขา

ภายในห้องอาบน้ำ ซึ่งสภาพภายในห้องก็ถูกดูแลไว้ตลอดเช่นกัน มีความสะอาดดีค่ะ

นอกจากนี้ก็จะมีห้อง Sauna ก็มีขนาดไม่ใหญ่มาก นั่งได้ 2-3 คน

ออกมาจากห้องน้ำแล้ว จะพามาดูห้อง Fitness กันต่อ ซึ่งก็อยู่เยื้องๆ กับห้องน้ำนั่งเอง

ภายในห้อง Fitness มีเครื่องออกกำลังกายประมาณ 8 เครื่อง บรรยากาศภายในห้องดูสภาพดีและเปิดแอร์ไว้ให้ด้วยค่ะ

ผนังฝั่งหนึ่งของห้องจะเป็นผนังกระจก รับแสงธรรมชาติจากภายนอก ทำให้เครื่องเล่นที่ตำแหน่งนี้จะได้วิวสระว่ายน้ำ

ข้อดีอย่างหนึ่งในการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้ คือมีการทำทางลาดให้ผู้สูงอายุสามารถใช้รถเข็นเข้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลางได้สะดวก ส่วนทางขวาเป็นสระว่ายน้ำแบบ Outdoor เปิดโล่ง จึงเหมาะที่ใช้งานในช่วงเย็นเท่านั้น

สระว่ายน้ำของโครงการนี้มีขนาดใหญ่ทีเดียว กว้างยาว 19 x 6 ม. ลึก 1.1 ม. ถึงแม้ว่าโครงการจะเปิดมา 3 ปีแล้วแต่ก็มีการดูแลพื้นที่ส่วนกลางได้ดีนะคะ บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม ซึ่งมีขนาดที่เริ่มให้ร่มเงาได้แล้ว อย่างไรก็ตามพื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้ค่อนข้างใหญ่จึงไม่สามารถได้ร่มเงาจากต้นไม้ได้ทั่ว จึงเหมาะจะใช้ในเวลาเย็นค่ะ

ภายในสระว่ายน้ำมีการแบ่งพื้นที่สระเด็กไว้ชัดเจน มีขนาด 7 x 6 ม.

สระว่ายน้ำของที่นี่เป็นแบบ Infinity Edge Pool เป็นการออกแบบที่ทำให้ผู้ที่อยู่ในสระน้ำเห็นวิวด้านนอกได้สะดวก ไม่มีขอบสระหนาๆ มากั้น

พื้นที่ด้านข้างยังมีชุดโต๊ะเก้าอี้ ไว้ให้ลูกบ้านได้มานั่งเล่นเปลี่ยนบรยากาศ

อีกทั้งยังมี Day Bed และม้านั่งยาวด้านหลังที่ติดกับพุ่มไม้อีกด้วย นับว่าเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่มีที่นั่งเยอะมากเลยนะคะ

สาระสำคัญอย่างหนึ่งในการออกแบบ คือการกั้นพื้นที่ระหว่างส่วนกลางกับห้องพัก โดยการแบ่งพื้นที่ที่ดีต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของห้องวิวสระ ซึ่งทางโครงการทำเป็นแนวไม้พุ่มไว้ค่อนข้างหนา เพื่อกันไม่ให้มีใครปีนเข้าห้องพักที่ติดกับสระได้ แต่ก็เห็นบางห้องที่ทำลูกกรงมาติดที่ระเบียงเพิ่มด้วยนะคะ

มาต่อกันที่ ชั้น 7 ของตึกค่ะ จะมีแปลนคล้ายกับชั้น 6 เลย ต่างกันคือในชั้นนี้จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งชั้น ไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ยูนิตของห้องพักในชั้นนี้เพิ่มขึ้นเป็น 25 ห้อง ซึ่งทางโครงการเน้นเป็นแบบ 1 Bedroom เสียเป็นส่วนใหญ่ สำหรับเรื่องของวิวก็เปิดโล่งทุกทิศเช่นเดียวกับชั้น 6 ต่างกันที่หากชั้นสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นมุมมองของวิวที่กว้างขึ้นด้วยค่ะ

บรรยากาศบริเวณโถงลิฟท์บนชั้นพักอาศัย ด้วยหน้าต่างบานใหญ่บริเวณโถงลิฟท์ทำให้พื้นที่โถงทางเดินดูโปร่ง ไม่อึดอัด

บรรยากาศบริเวณทางเดินในส่วนของห้องพักอาศัยก็ดูสว่างตลอดแนวเลย แม้จะเป็นเวลากลางวันแต่ทางโครงการก็เปิดไฟไว้ตลอดค่ะ

สุดท้ายเป็นพื้นที่สวนส่วนกลางที่ชั้นบนสุด ซึ่งสวนบนชั้นนี้จะเน้นเป็นบรรยากาศของไม้พุ่ม และมีทางให้เดินเล่น

มีมุมที่จัดไว้เป็นศาลาเล็กๆ สำหรับนั่งเล่น รับวิว ได้

แผนผังวิวของที่นี่จากรูปแผนที่ประกอบคร่าวๆ ที่ทำมาให้ดู โดยส่วนตัวคิดว่าวิวที่ดีสุดของที่นี่คือ วิวทิศตะวันออกและทิศใต้ เพราะทุกห้องของ 2 ทิศนี้จะ ได้วิวเมืองเรียบๆ ไม่มีอาคารสูงให้เห็นเท่าไหร่ ส่วนฝั่งทิศเหนือพอพ้นช่วงสถานีรถไฟฟ้าไปแล้ว ก็จะได้วิวแบบเปิดโล่งเช่นกัน แต่ห้องบางช่วงของอาคารจะถูกบล๊อกโดยอาคารของโครงการเอง เพราะอาคารเป็นรูปตัว L นี่แหละค่ะ ส่วนทางทิศตะวันออกไม่มีอาคารบล็อกวิวในระยะประชิดนะคะ แต่ในระยะไกลถัดไปไม่ไกลนักจะเห็นตึกสูงของคอนโด Aspire ชัดเจนพอสมควร

สำหรับภาพวิวที่เก็บมาฝากกัน มีมาทั้งหมด 6 มุมตามรูปที่ทำมาประกอบนะคะ แต่มุมจะได้วิวอย่างไรบ้างก็ไปชมกันเลย

1.วิวทางทิศเหนือ หันเข้าหาถนนรัตนาธิเบศร์ จากชั้นที่ถ่ายรูปมานี้จะเลยสถานีรถไฟฟ้าขึ้นไปแล้ว ก็จะเห็นอาคารส่วนใหญ่ที่สูงไม่เกิน 5 ชั้น แต่อย่างที่บอกไปว่า โครงการนี้ถูกออกแบบมาเป็นตัว L ทำให้ห้องพักบางส่วนจะะถูกบล๊อกโดยอาคารของโครงการเอง อย่างวิวในภาพนี่แหละค่ะ

2.ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ได้วิวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง และได้วิวของสวนสาธารณะขนาดใหญ่คือ อุทยานมกุฏรมยสราญ ด้วยค่ะ

3.ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นทิศที่มีภาพรวมของวิวเปิดโล่งมากทีเดียว และเป็นทิศที่มองกลับเข้าไปในตัวเมือง จึงจะเห็นตึกสูงอยู่ไกลๆ

4.ทิศใต้ วิวคล้ายๆ กับทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นวิวส่วนใหญ่เป็นอาคารไม่สูงนัก และมองเห็นตึกสูงอยู่ไกลๆ ค่ะ

5.ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารไม่สูงนักเช่นเดียวกับวิวของทิศอื่นๆ แต่จะเห็นอาคารสูงอยู่หนึ่งตึก คือคอนโดของ Aspire ค่ะ

6.ทิศตะวันตก เป็นวิวตึกสูงตามแนวถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ถึงแม้ว่าทิศนี้จะเห็นอาคารสูงเยอะแต่ก็ไม่มีอาคารสูงบังวิวในระยะประชิดนะคะ ทำให้ห้องที่อยู่ชั้นล่างๆ แม้ไม่ได้วิวแต่ก็ไม่อึดอัดค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ขนาด 19 x 6 เมตร สระเด็กขนาด 7 x 6 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 232 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 60 % (จากการสอบถามจาก Agency)
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวฉบับนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการนะคะ แต่ไม่ได้พาไปชมห้องตัวอย่างนะ เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 แล้วรายละเอียดต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้อง หากใครสนใจห้องในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องกันเองเลยจะดีกว่า เพราะจริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ในการพิจารณา ไม่ใช่เพียงการแต่งห้องนะคะ เช่น การดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรมไป มีอะไรชำรุดไหม หรือเจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายรึเปล่า และแน่นอนว่าหากเราไม่ได้ชอบการตกแต่งของเจ้าของเดิมเสียเท่าไหร่ หรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมมาขึ้นด้วยนะคะ

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ (ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยนะคะ)

  • พื้นลามิเนต
  • พื้นกระเบื้อง (ครัว,ห้องน้ำ,ระเบียง)
  • Pantry ครัว

แบบห้องมีให้เลือกหลากหลาย จะแบ่งไว้เป็น 3 กลุ่ม หลักๆ ดังนี้

  • แบบ Studio ขนาด 31-32 ตร.ม.
  • แบบ 1 Bedroom 45.5-52 ตร.ม.
  • แบบ 2 Bedrooms 57-72 ตร.ม.

เริ่มต้นที่แบบแรก เป็นห้อง Studio ขนาด 31-32 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นแนวยาว การจัดพื้นที่ภายในมีประตูกั้นเป็นสัดส่วนแยกการใช้งานชัดเจน โดยแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 5 ส่วน คือ ส่วนรับแขก ส่วนนอน ส่วนทานอาหาร ห้องอเนกประสงค์ (ห้องครัว) และห้องน้ำ โดยเริ่มต้นจาก ส่วนรับแขก สามารถจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งแบบพอดี ๆ ฝั่งตรงข้ามโซฟาสามารถทำ Built in แบ่งลำดับการใช้งานตั้งแต่ ตู้เก็บของ ชั้นวางทีวีและโต๊ะทำงานต่อเนื่องกันเป็นแนวยาว ติดกันกับพื้นที่รับแขกจะเป็นเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ที่สามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นตำแหน่งของตู้เสื้อผ้า สำหรับพื้นที่ตรงข้ามกับตู้เสื้อผ้าแนะนำให้วางโต๊ะทานข้าวขนาด 2 ที่นั่งไว้ตรงนี้จะเหมาะกว่าวางไว้หน้าประตูห้อง เพราะอยู่ใกล้ห้องครัวและทำให้สามารถ Built ชั้นวางทีวีไว้ปลายโซฟาได้ด้วย

แปลนห้องจัดตำแหน่งของทั้งห้องน้ำและห้องครัวจะอยู่ในตำแหน่งที่ได้หน้าต่าง ซึ่งเหมาะสมต่อฟังก์ชันการใช้งานดี ภายในห้องน้ำแบ่งเป็น 2 ส่วน แยกส่วนแห้งที่มีอ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์ กับส่วนเปียกที่เป็นพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งทางโครงการกั้นฉากอาบน้ำไว้ให้เรียบร้อย ติดกับห้องน้ำจะเป็นห้องครัวที่มีประตูกั้นแบ่ง สามารถประกอบอาหารได้ จัดวางตู้เย็นและชุด Built in ครัวไว้ฝั่งเดียวกัน เนื่องจากห้องไม่มีระเบียงพอที่จะสามารถออกไปใช้งานได้ จึงได้จัดวาง Condensing Unit ไว้บริเวณนี้ ถึงแม้ห้องรูปแบบนี้จะไม่มีพื้นที่ที่สามารถเดินออกระเบียงไปยังภายนอกได้ แต่ก็มีการจัดวางที่ไม่ทำให้ห้องทึบและอับชื้นจนเกินไป เหมาะแก่การอยู่อาศัยและใช้ชีวิตประจำวันได้

ข้อจำกัดของการวางฟังก์ชั่นแบบนี้คือ เมื่อจัดวางฟังก์ชั่นที่เป็นห้องน้ำและห้องครัวไว้ด้านหลัง จึงทำให้ภายในห้องได้รับแสงน้อย ในการใช้งานอาจจะต้องเปิดไฟภายในห้องตลอดเวลา เพราะช่องแสงด้านหลังไม่สามารถทำได้ใหญ่มาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ใช้งานไปแล้วส่วนใหญ่ แต่ก็มีจุดดีคือ การระบายอากาศในส่วนที่ต้องการระบายจริง ๆ เช่นครัวและห้องน้ำ ที่กั้นเป็นสัดส่วนชัดเจน ถึงแม้จะเป็นห้อง Studio แต่ก็สามารถทำครัวจริงจังได้โดยไม่มีกลิ่นรบกวนภายในห้อง เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับ Life Style ของผู้ใช้งานแล้วล่ะค่ะว่าจะเหมาะกับตนเองหรือไม่

แบบ 1 Bedroom ขนาด 45.5-52 ตร.ม. เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขยับขึ้นมาจากห้องแบบ Studio แต่ก็มีลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึกเช่นเดียวกัน ภายในแบ่งฟังก์ชันในห้องได้เป็นสัดส่วนมากขึ้น พื้นที่ส่วนกลางประกอบไปด้วยพื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร สุดทางเป็นครัวปิดและห้องน้ำตรงกลาง ส่วนอีกฝั่งเป็นส่วนห้องนอนแบบตอนลึกสุดทางเป็นส่วนระเบียง ข้อดีของห้องนี้คือครัวปิดที่สามารถทำอาหารหนักได้ดีและมีช่องระบายอากาศไปสู่ด้านนอกได้เลย รวมทั้งมีแสงธรรมชาติระบายความชื้นต่างๆ ภายในครัวได้ดี ไม่มีกลิ่นอาหารหรือกลิ่นต่างๆ ที่เกิดจากการทำกับข้าว รวมทั้งห้องน้ำที่อยู่ติดกับผนังภายนอกก็สามารถช่วยลดความชื้นได้ดีเช่นกันและงานระบบที่เดินง่ายมากกว่าห้องน้ำที่จัดไว้ด้านในติดกับโถงทางเดินภายนอก แต่ข้อเสียเลยคือพื้นที่ที่เราใช้บ่อยๆ เช่นพื้นที่นั่งเล่นและห้องนอนนั้นจะถูกฟังก์ชั่นบริการ (Service Zone) อย่างระเบียง ห้องน้ำ และห้องครัวบังแสงธรรมชาติด้านนอกทำให้ห้องดูมืดต้องอาศัยดวงโคม และดูไม่โปร่งโล่งเท่าไหร่ค่ะ

แบบ 2 Bedroom อีก 6 Types ทั้งจะมีการจัดวางฟังก์ชันที่ใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่แล้วจะจัดห้องนอนทั้ง 2 ห้องให้อยู่ตำแหน่งด้านนอกที่สามารถมองเห็นวิวและรับแสงธรรมชาติได้ดี ทำให้ภายในห้องนอนดูโปร่งโล่ง และจัดตำแหน่งของห้องครัวและห้องน้ำให้ได้รับแสงเช่นกัน ถึงแม้ส่วนบริเวณพื้นที่นั่งเล่นยังอยู่ด้านในเหมือนเดิม แต่ก็สามารถจัดชุดโซฟาขนาดใหญ่และวางทีวีขนาดใหญ่ได้ดี

ยกเว้นห้อง Family Suite (es) ขนาด 65 ตร.ม. และห้อง Family Suite ขนาด 57 ตร.ม. ที่จัดตำแหน่งห้องนอนทั้ง 2 ห้องไว้รับแสงทั้งหมด มีข้อดีที่ทำให้ภายในห้องนอนดูโปร่งโล่ง ระบายอากาศได้ง่าย แต่ก็ทำให้พื้นที่ห้องรับแขก ห้องครัวละห้องน้ำถูกย้ายตำแหน่งไปอยู่ด้านในติดกับทางเดินภายในอาคาร ก็จะมีข้อเสียในเรื่องของแสง ที่ต้องพึ่งไฟในห้องแทน และเรื่องของความอับชื้น ที่หาช่องระบายได้ยาก ต้องอาศัยระบบระบายอากาศช่วยแทนค่ะ

ราคา @ 6 May 2017

  • โครงการเริ่มเปิดตัวประมาณ : ปี 2011
  • โครงการสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2014
  • สถานะโครงการ Sold Out

เนื่องจากโครงการ Supalai Park แคราย – งามวงศ์วาน ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งมากหรือน้อยครบแค่ไหน ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบันช่วงต้นปี 2017 จะอยู่ที่ประมาณ 56,000 – 65,000 บาท/ตร.ม. (หมายเหตุ – เป็นการเก็บข้อมูลโดยผู้เขียนเองเท่านั้น)


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล  โครงการ Supalai Park แคราย – งามวงศ์วาน มีจุดเด่น คือ ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ในระยะที่เดินไปสถานีรถไฟฟ้าศูนย์ราชการนนทบุรีได้สะดวก ในระยะเพียง 130 ม. เท่านั้น โครงการจัดอยู่ในทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ในหลาย ๆ ด้าน อย่างแหล่งงานของศูนย์ราชการนนทบุรี มีแหล่งของกินของใช้ โดยรอบโครงการในระยะเดินมีร้านค้า ร้านอาหาร พอพึ่งพิงได้ ส่วนศูนย์การค้า และ Hypermarket ก็มีให้เลือกครบครัน แต่จะต้องขยันเดินหน่อย หรือต่อรถไปสักต่อหนึ่ง จึงเหมาะกับคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่เดินทางไปทำงานโดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้สะดวก หรือคนที่ทำงานในย่านนี้

การเดินทางโดยใช้รถ –  จากที่ตั้งของโครงการซึ่งตั้งอยู่ฝั่งมุ่งหน้าออกนอกเมืองไปทางบางใหญ่ มีข้อดีข้อเสียต่างกับโครงการที่อยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งมุ่งหน้าเข้าถนนงามวงศ์วาน คือ โครงการที่อยู่ฝั่งมุ่งหน้าออกเมือง เวลาที่ต้องการเข้าเมืองจะต้องวิ่งไปกลับรถตรงหน้า Homemart ซึ่งถนนเส้นนี้ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเย็นรถจะติดมากทีเดียว แต่เวลาขากลับจากตัวเมืองเข้าโครงการก็สามารถเข้าโครงการได้เลย ไม่ต้องไปกลับรถ อย่างไรก็ตามข้อดีของที่ตั้งโครงการอีกอย่างหนึ่งคือ มีทางลัด ทางเชื่อมกับถนนติวานนท์ให้เลือกใช้กันด้วย ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาที่จะต้องไปกลับรถได้

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – ค่อนข้างสะดวกทีเดียว เพราะห่างจากสถานีรถไฟฟ้าศูนย์ราชการนนทบุรีเพียง 130 ม. เป็นระยะที่เดินได้สบายๆ เลยทีเดียว ซึ่งสถานีนี้..ในอนาคตอีกสักระยะ จะเป็นสถานี Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีชมพูอีกด้วย นอกจากรถไฟฟ้าก็ยังมีรถสองแถวผ่านหน้าโครงการ วิ่งไปตลาดบางบัวทอง เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ แคราย Big C ติวานนท์ ส่วนรถตู้ที่ผ่านหน้าโครงการจะจะวิ่งจาก The Mall งามวงศ์วาน ไปบางใหญ่ค่ะ

วิวโดยรอบโครงการ – จากอาคารโครงการที่สูง 34 ชั้น และไม่มีอาคารสูงในระยะประชิดเลย ทำให้โครงการนี้เปิดมุมมองโล่งๆ เกือบทุกทิศทาง จะมีทางทิศตะวันตกที่มีคอนโด Aspire บล๊อกวิวในระยะไกลอยู่หน่อย และทางทิศเหนือที่มีบางห้องจะถูกบล๊อกวิวด้านข้างด้วยอาคารของโครงการเองเพราะเป็นอาคารตัว L นอกนั้นโล่งๆ เหมือนกันหมด ก็ขึ้นอยู่กับคนเลือกซื้อนะคะว่าชอบบรรยากาศแบบใด

การออกแบบโครงการ – ภาพรวมการออกแบบเป็นสไตล์ที่เป็นลักษณะเฉพาะของศุภาลัย คือเราจะเห็นการใช้ทรงกลม ทรงโค้งในการออกแบบอยู่หลายส่วน ช่วยลดความน่าเบื่อของตัวอาคารที่ทึบตันได้ พื้นที่โครงการมีขนาด 4 ไร่กว่าๆ จะมีพื้นที่สีเขียวอยู่รอบอาคารตามคอนเซปต์ของ Supalai Park ซึ่งปัจจุบันต้นไม้ ขยายกิ่งก้านมีร่มเงามากขึ้น บรรยากาศภายในจึงมีความร่มรื่นพอสมควร การจอดรถสามารถจอดรถรอบ ๆ และบนอาคารได้  มีการจัดวางพื้นที่ร้านค้ามากถึง 12 ยูนิต ที่เห็นเปิดอยู่ก็จะมีร้าน 108 Shop, ร้านกาแฟและร้านซักอบรีด ยูนิตบางส่วนไม่มีผู้เช่าและบางส่วนเป็น Agency ขายห้องมือ 2 หากใครสนใจก็สามารถเข้าไปสอบถามได้ ส่วนรูปแบบการจัดห้องพักของตัวอาคาร ออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุด 25 ยูนิต ถือว่าหนาแน่นพอสมควร วางตำแหน่งโถงลิฟท์อยู่ตรงกลางอาคารทำให้ห้องพักตำแหน่งปลายทางเดินอยู่ไม่ไกลจากโถงลิฟท์นัก

การออกแบบในห้องพัก มีมาให้เลือกหลายแบบ แยกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือแบบ Studio แบบ 1 Bedroom และแบบ 2 Bedroom ทำให้โครงการนี้มีตัวเลือกห้องพักอาศัยที่หลากหลาย มีแบบที่เหมาะสมกับการพักอาศัยทั้งครอบครัวขนาดเล็ก – กลาง ซึ่งในการออกแบบนั้น ได้แบ่งกลุ่มพื้นที่ การใช้งานโดยเน้นการอยู่อาศัยภายในห้องเป็นหลัก ทำการจัดวางห้องครัวและห้องน้ำไว้ด้านนอก เพื่อการระบายอากาศที่ดี และมีฉากกั้นให้ทุกส่วนแยกจากกันชัดเจน ห้องนอนแบ่งส่วนกับห้องนั่งเล่น เพื่อความเป็นส่วนตัว ในการใช้งาน มีพื้นที่ระเบียงสามารถออกไปใช้งานได้

วัสดุ – เนื่องจากเป็นห้องมือ 2 ทำให้ในปัจจุบันการตกแต่งภายในห้องไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุปูพื้นและผนังต่าง ๆ มีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมตามการตกแต่งของเจ้าของเดิม ดังนั้นรูปแบบการขาย บางห้องอาจขายพร้อมอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด หรือเป็นห้องเปล่าไปเลย แนะนำว่าควรดูราคาขายเทียบกับของในห้องปัจจุบันว่ายังมีสภาพดีอยู่หรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปในการเลือกซื้อห้องค่ะ

สาธารณูปโภคภายในโครงการ มีจุดเด่น คือ พื้นที่ร้านค้าด้านล่าง แม้ว่าจะเปิดให้บริการไม่เต็มทุกห้อง แต่ก็ถือว่ามีพอให้สามารถลงมาซื้อหาของกินของใช้ได้สะดวกไม่ต้องออกไปนอกโครงการ พื้นที่ส่วนกลางหลัก ๆ จะอยู่ที่ชั้น 6 ได้แก่สระว่ายน้ำ, Fitness และในห้องน้ำก็จะมี Sauna น่าเสียดายที่น่าจะมี Library เพิ่มอีกหน่อย จะได้มีครบเมื่อเทียบกับโครงการในย่านนี้ นอกจากนี้ยังจัดชันดาดฟ้าทั้งชั้นเป็นพื้นที่สีเขียว ให้ขึ้นไปชมวิว เปลี่ยนบรรยากาศได้ด้วย นับเป็นข้อดีที่ทำให้ห้องพักในชั้นล่างๆ ได้มีพื้นที่ชมวิวเช่นกัน ถึงแม้โครงการนี้จะผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้ว พื้นที่ส่วนกลางของโครงการก็สามารถดูแลได้เป็นอย่างดี มีความสะอาดและน่าใช้งานดีค่ะ แต่อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการอยู่ที่ 232 : 1 ถือว่าหนาแน่นมากในช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่สักหน่อย

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบซื้อต่อกันเอง(มือสอง) ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ค่ะ

 

BOTTOM LINE

Supalai Park แคราย-งามวงศ์วาน เป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ สถานะมือ 2 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดในย่านรัตนาธิเบศร์ในทำเลที่สามารถเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าได้สบายๆ มีร้านค้า ร้านอาหารใกล้ๆ ในระยะเดินได้ ชอบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการและต้องการห้องพักอาศัยที่มีขนาดใหญ่หน่อย เพราะที่นี่เริ่มต้นก็ 31 ตร.ม. แล้ว มีงบประมาณ 2-4 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 14,000 – 28,000 บาท/เดือน

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

1 Comment

  • สระว่ายน้ำคือแบบว่า เห็นจาก รถไฟฟ้าเต็มๆ สงสารคนอยู่อ่ะ -*-

    เห็นแล้วไม่กล้าว่ายเลย

Leave a Reply